Forum > พระอริยบุคคล

เรื่องย่อในพระธรรมบท บทที่ 25 : ภิกขุวรรค

<< < (3/3)

ฐิตา:


11.เรื่องพระวักกลิเถระ 

พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน  ทรงปรารภพระวักกลิเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  ปาโมชฺชพหุโล  ภิกฺขุ   เป็นต้น

พระวักกลเถระ  เป็นพราหมณ์อยู่ที่กรุงสาวัตถี  วันหนึ่ง   ไปพบพระศาสดาขณะกำลังเสด็จออกบิณฑบาตอยู่ในเมือง  ก็เกิดความประทับใจในรูปสมบัติของพระศาสดา  ในขณะเดียวกันก็เกิดมีความรักและความเคารพเป็นอย่างมากในพระศาสดา  จึงได้ไปขอบวชเป็นภิกษุอยู่ใกล้ๆกับพระศาสดา  เมื่อบวชเป็นภิกษุแล้ว  พระวักกลิก็จะคอยอยู่ใกล้ชิดพระศาสดา  ไม่สนใจทำหน้าที่ต่างๆของภิกษุ  และไม่ยอมปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน  พระศาสดาได้ตรัสกับพระวักกลิว่า “ดูก่อนวักกลิ  ไม่มีประโยชน์อะไรกับการที่เธอมัวมามองดูกายเน่านี้   วักกลิ  คนใด เห็นธรรม  คนนั้น ชื่อว่าเห็นเรา(ตถาคต)  คนใด เห็นเรา(ผู้ตถาคต)  คนนั้นชื่อว่าเห็นธรรม”

แม้พระศาสดาจะตรัสสอนอย่างนี้   แต่พระวักกลิก็ไม่อาจจะเลิกมองดูพระศาสดาได้  พระศาสดาทรงดำริว่า ควรจะหาทางให้พระวักกลิเกิดความสังเวช ก็จะส่งผลให้พระวักกลิตรัสรู้ธรรมได้  อยู่มาวันหนึ่ง  เป็นช่วงจะเข้าพรรษา  พระศาสดาเสด็จไปที่กรุงราชคฤห์  ในวันเข้าพรรษา ได้ทรงขับไล่ท่านด้วยพระดำรัสว่า”วักกลิ  เธอจงหลีกไป”  ท่านคิดว่า พระศาสดาคงจะไม่รับสั่งกับท่านอีกแล้ว จึงเกิดความเสียใจ  ไปขึ้นภูเขาคิชฌกูฏ  โดยคิดว่าจะกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย  พระศาสดาทรงเห็นเหตุการณ์ด้วยพระจักษุทิพย์  ได้แผ่พระรัศมีไปปรากฏอยู่เบื้องหน้า    เมื่อเห็นพระศาสดาเสด็จมาอยู่เบื้องหน้า   พระวักกลิก็หายเศร้าโศก และเพื่อจะสร้างปีติให้บังเกิดขึ้นแก่พระวักกลิ   พระศาสดาจึงตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า

ปาโมชฺชพหุโล  ภิกฺขุ
ปสนฺโน  พุทฺธสาสเน
อธิคจฺเฉ  ปทํ  สนฺตํ
สงฺขารูปสมํ  สุขํ  ฯ

ภิกษุผู้มากด้วยปราโมทย์
เลื่อมใสแล้วในพระพุทธศาสนา
พึงบรรลุสันตบท
เป็นที่เข้าไปสงบสังขาร  เป็นสุข.

ครั้นพระศาสดาตรัสพระธรรมบท พระคาถานี้จบลงแล้ว  ก็ทรงเหยียดพระหัตถ์  ไปตรัสกับพระวักกลิต่อไปว่า  “มาเถิด  วักกลิ  เธออย่ากลัว  จงแลดูพระตถาคต  เราจักยกเธอขึ้น  เหมือนบุคคลพยุงช้างตัวจมอยู่ในเปือกตมฉะนั้น  มาเถิด  วักกลิ  เธออย่ากลัว  จงแลดูพระตถาคต  เราจักยกเธอขึ้น  เหมือนบุคคลที่ช่วยพระจันทร์ที่ถูกราหูจับ  ฉะนั้น”

พระวักกลิ  เกิดปีติอย่างแรงกล้า   ว่าท่านได้เห็นพระศาสดาแล้ว  ถึงกับตัวลอยขึ้นสู่อากาศ  เมื่อท่านข่มปีติได้แล้ว  ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์  พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย.


ฐิตา:



12. เรื่องสุมนสามเณร

พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในบุพพาราม  ทรงปรารภพระสุมนสามเณร  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  โย  หเว   เป็นต้น

สุมนสามเณร  วัยแค่  7  ขวบ   เป็นศิษย์ของพระอนุรุทธเถระ  แม้ว่าจะมีวัยแค่ 7 ขวบ  แต่ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์  และมีฤทธานุภาพมาก  ครั้งหนึ่ง  เมื่อพระอนุรุทธผู้พระอุปัชฌายะอาพาธอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย  สุมนสามเณรเคยเหาะไปตักน้ำที่สระอโนดาต  มาทำเป็นกระสายยาสำหรับพระอุปัชฌายะ
ครั้งหนึ่ง   พระอนุรุทธเถระได้พาสุมนสามเณรไปเฝ้าพระศาสดา  ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ในบุพพารามของนางวิสาขา

พวกพระภิกษุหนุ่มและสามเณรน้อยทั้งหลาย  เห็นสุมนสามเณรก็เข้าไปหยอกล้อ  ด้วยการจับหู  จับจมูก จับแขน เป็นต้น  แล้วพูดสัพยอกว่า ไม่อยากสึกบ้างหรือ?  พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นการกระทำของภิกษุและสามเณรเหล่านั้น  ทรงมีพระดำริว่าพระองค์ควรที่จะแสดงความสามารถให้เป็นที่ปรากฏแก่พวกเขา  ดังนั้นจึงรับสั่งว่าพระองค์ทรงต้องการสามเณรสักรูปไปตักน้ำในสระอโนดาตมาให้ทรงล้างพระบาทสักหม้อหนึ่ง  พระอานนทเถระพยายามค้นหาภิกษุและสามเณรในวัดบุพพาราม  แต่ไม่มีรูปใดมีความสามารถที่จะเหาะไปตักน้ำจากสระอโนดาตมาได้  ในที่สุดพระอานนทเถระได้ขอให้สุมนสามเณรไปทำหน้าที่นี้และท่านก็ไม่ปฏิเสธ  ท่านได้หิ้วหม้อขนาดใหญ่มากจากวัดบุพพารามเหาะขึ้นสู่อากาศไปตักน้ำที่สระอโนดาตมาถวายพระศาสดาได้สำเร็จ

ภิกษุทั้งหลายได้สนทนากันในธรรมสภาในตอนเย็น  โดยกล่าวถึงการเหาะไปตักน้ำจากสระอโนดาตของสุมนสามเณร   พระศาสดาตรัสกับภิกษุเหล่านั้นว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  ในศาสนาของเรา  บุคคลแม้เป็นเด็ก  ปฏิบัติชอบแล้ว  ย่อมได้สมบัติเช่นนี้ได้”
จากนั้น  พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า

โย  หเว  ทหโร  ภิกขุ
ยุญชติ  พุทฺธสาสเน
โส  อิมํ  โลกํ  ปภาเสติ
อพภา  มุตฺโตว  จนฺทิมา  ฯ

ภิกษุใดแล  ยังหนุ่ม
พากเพียรอยู่ในพระพุทธศาสนา
ภิกษุนั้น  ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง
ดุจพระจันทร์ที่พ้นจากหมอก(เมฆ)สว่างอยู่  ฉะนั้น.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง    ชนเป็นอันมาก  บรรลุอริยผลทั้งหลาย  มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.


-http://www.oknation.net/blog/dhammapada/page1

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

ตอบ

Go to full version