ใต้ร่มธรรม

ประชาสัมพันธ์ => 108 โทรโข่ง => การเตือนภัยสังคมและกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 01:31:02 PM

หัวข้อ: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 01:31:02 PM
เป็นกระทู้ที่ผมขอรวบรวมข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยอันตรายต่างๆที่ใกล้ตัว 

เพื่อเป็นความรู้ในการไว้ป้องกันตนเอง

จากภัยต่างๆ  ที่ปัจจุบันนี้  การบาดเจ็บ และ การเสียชีวิต ในสถานที่สาธารณะ หรือ แม้แต่ในบ้านของตนเอง

ขอให้โชคดีครับ



.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 01:33:13 PM
สุดชุ่ย ! ซ่อมถนนไม่ปิดฝาท่อ หนุ่มขับ จยย. ร่วงตกท่อเสียชีวิต
-http://hilight.kapook.com/view/87310-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/nuntanit/news/994287_633232096687324_974584942_n.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro, อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสนคร 0528

           หนุ่มขับรถจักรยานยนต์ชนฝาท่อระบายน้ำคอนกรีต ร่วงตกท่อเสียชีวิตกลางดึก พบ ผู้รับเหมาทำถนนสุดชุ่ย ไม่ยอมปิดฝาท่อ แถมไม่ติดป้ายเตือน

           เมื่อเวลา 00.25 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบท่อระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการซ่อมเเซม ภายในซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21/1 แยก 8 เมื่อ ร.ต.ท.วสันต์ แช่มมั่นคง พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา ได้รับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

           ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน ขตษ-453 บุรีรัมย์ ล้มอยู่ข้างท่อระบายน้ำที่เปิดฝาท่อคอนกรีตทิ้งไว้ และพบ นายพงษ์ศักดิ์ เหมันต์ อายุ 33 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในท่อระบายน้ำ ที่มีความกว้าง 1 เมตร ยาว 1.2 เมตร ระดับน้ำลึก 1 เมตร สภาพร่างกายมีบาดแผล และแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าด้านซ้าย

           โดยจากการสอบสวน นางสาวสิรินธร กัณหาจันทร์ อายุ 24 ปี แฟนสาวของผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักที่อยู่ท้ายซอยไปส่งน้าชายที่หน้าปากซอย และกำลังขับรถกลับเข้าบ้าน แต่คาดว่าระหว่างทางอาจมองไม่เห็นว่ามีฝาท่อระบายน้ำเปิดอยู่ จึงขับรถพุ่งชนฝาท่อคอนกรีตอย่างจัง ทำให้ร่วงตกลงไปในท่อเสียชีวิตดังกล่าว

           นอกจากนี้ นางสาวสิรินธร ยังบอกด้วยว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาเข้ามาปรับระดับถนน จึงเปิดฝาท่อคอนกรีตขึ้นมาวางไว้ตลอดเส้นทาง โดยไม่มีการปิดประกาศบอกให้ชาวบ้านทราบเลยว่าหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมการก่อสร้าง

           ด้าน ร.ต.ท.วสันต์ แช่มมั่นคง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบฝาท่อถูกยกขึ้นมาวางไว้ตลอดทั้งซอย บางจุดก็ไม่มีสัญลักษณ์เตือนให้ผู้สัญจรไปมาได้ระมัดระวังตัวเอง ซึ่งเตรียมจะเรียกผู้รับเหมาปรับพื้นผิวถนนมาสอบสวนต่อไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.komchadluek.net/index.php-
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01USTJNek0zTlE9PQ==&subcatid=-

.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 01:35:06 PM
คลิปแก๊งวัยรุ่นโหด ยกพวกรุมทำร้ายนักศึกษาอาชีวะ อาการสาหัส
-http://hilight.kapook.com/view/87260-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/crime_42.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          แก๊งวัยรุ่นยกพวกรุมทำร้ายนักศึกษา ปวส. ปี 2 ของวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เดินผ่านไปมา โดยกล้องวงจรปิดของร้านในบริเวณดังกล่าวสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้
 
          เมื่อวานนี้ (13 มิถุนายน 2556) รายการคลุกวงข่าว ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. บริเวณถนนหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ใกล้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ โดยในช่วงเวลานั้นมีคนมายืนรอรถเพื่อกลับบ้านเป็นจำนวนมาก แต่จู่ ๆ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถือไม้เบสบอลตรงเข้าหานักศึกษาชายของวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ก่อนลงมือรุมทำร้าย ทั้งเตะ ต่อย ใช้มีดแทง และใช้ไม้ฟาด ขณะที่เพื่อน ๆ ของผู้ที่ถูกรุมทำร้ายต่างพากันถอยห่างออกไป เพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลงด้วย
 
          โดยภายหลังทราบชื่อผู้ที่ถูกรุมทำร้าย คือ นายการัต หรือ บาส นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 ซึ่งญาติของนายการัต เผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลหรือสอบปากคำเลย จึงต้องนำภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งนี้มาให้สื่อมวลชนดู เพื่อจะได้ช่วยกันสืบหาเบาะแสของคนร้าย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์รุนแรงมาก และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งช่วยเหลือ เนื่องจากนายการัตยังอาการสาหัสอยู่


คลิปแก๊งวัยรุ่น ยกพวกรุมตีนักศึกษาอาชีวะ (http://www.youtube.com/watch?v=1p2Wsum-XAw#)

คลิปแก๊งวัยรุ่น ยกพวกรุมตีนักศึกษาอาชีวะ (http://www.youtube.com/watch?v=1p2Wsum-XAw#)

-http://www.youtube.com/watch?v=1p2Wsum-XAw&feature=player_embedded-
คลิป ข่าววัยรุ่นตีกัน โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 01:36:25 PM
หนุ่ม 16 ถูกอริจ้วงแทง ดับอนาถคาป้ายรถเมล์
-http://hilight.kapook.com/view/87320-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/nuntanit/news/459507-01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/nuntanit/news/459507-02.jpg)

หนุ่ม 16 ถูกอริจ้วงแทง ดับอนาถคาป้ายรถเมล์ (ไอเอ็นเอ็น)

           วัยรุ่นวัย 16 ปี ถูกอริใช้อาวุธมีด ไล่แทง 5 แผล เสียชีวิตจมกองเลือด คาป้ายรถเมล์ ใกล้สี่แยกเกษตร ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนีไป

           เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มิถุนายน 2556) พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผู้กำกับ สน.พหลโยธิน เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุชายถูกแทงเสียชีวิต บริเวณป้ายรถเมล์ หน้าร้านทอง "ห้างทองฮะฮงไถ่" ใกล้สี่แยกเกษตร ที่เกิดเหตุบนฟุตปาธ พบศพ นายพัทรพล ขวัญทิพย์ อายุ 16 ปี นอนจมกองเลือด สภาพมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมที่ชายโครงขวา 1 แผล ด้านหลัง 4 แผล จากการตรวจสอบในตัวผู้ตาย พบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 140 บาท และกุญแจรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

           จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ได้เห็นผู้ตายพร้อมเพื่อน 3 คน วิ่งหนีกลุ่มคู่อริกว่า 10 คน ที่วิ่งตามมาจากทางด้านร้านหมูกระทะแฟมมิลี่ มุ่งหน้าแยกเกษตร โดยระหว่างนั้นผู้ตายได้ล้มลง จึงถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ตามมาทัน และช่วยกันจับผู้ตายเอาไว้ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใช้อาวุธมีด จ้วงแทงผู้ตายจนล้มลง และแยกย้ายกันหลบหนี

ที่มา INN
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 02:17:41 PM
ล่าแก๊งโจ๋ยิงหลานนายกเล็กนครปฐมดับ คาดปมหมั่นไส้ขับแซง
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01UTTBPRFV4Tmc9PQ==&subcatid=-

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/06/13713485161371349561l.jpg&width=260&height=260)

เมื่อเวลา  04.00 น. วันที่  16 มิ.ย. พ.ต.ท.วีรวิทย์  ลภัสจารุสกุล  สว.เวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บบนถนนเพชรเกษมขาเข้าราชบุรี หน้าอู่เอกวัตร เยื้องโรงเรียนพัฒน บริหารธุรกิจ  หมู่ 2  ต.สระกระเทียม  อ.เมืองนครปฐม  หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม  พ.ต.ท.ยุทธนา  นวลคล้ำ  รอง ผกก.สส.  พ.ต.ท.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล สว.สส. ชุดสืบสวนแพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

ในที่เกิดเหตุพบศพนายขจรศักดิ์  ริ้วทองชุ่ม  อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งเป็นหลานของนายประพัฒน์  ริ้วทองชุ่ม  นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครปฐม  อยู่บ้านเลขที่ 36 ถนนลำพยา ต.ลำพยา อ.เมืองนครปฐม สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีแดง สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ใต้ราวนมขวา และหน้าแข้งขวา รวม 2 นัด

ใกล้กันพบรถจยย. ฮอนดา คลิ๊ก สีดำ ทะเบียน ขตง 686 นครปฐม จอดอยู่ ในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนตกอยู่  และมีผู้บาดเจ็บอีก 1คน ถูกนำส่ง รพ.ศูนย์นครปฐม ชื่อนายนพดนัย  โทบุตรดา  อายุ 20 ปี อาชีพรับจ้าง และเป็นเพื่อนของผู้ตายอยู่บ้านเลขที่  184  หมู่ 6 ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม  ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขาขวา 1 นัด แพทย์ช่วยเหลือจนปลอดภัย

นายนพดนัย เพื่อนของผู้ตายเปิดเผยว่า  ตนและกลุ่มเพื่อประมาณ  7 คนนั่งดื่มกินเหล้ากันจนเมาที่ร้านอาหารติดหนึบ ใกล้วัดใหม่ปิ่นเกลียว  อ.เมืองนครปฐม จากนั้นแยกย้ายกันกลับบ้าน  โดยตนและผู้ตายขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายมาด้วยกัน   1 คัน เพื่อที่จะไปส่งเพื่อนกลับ อ.บ้านโป่ง ที่ขี่รถ จยย.ตามมาอีก  1 คัน  เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมี ชายวัยรุ่นขี่รถ จยย. ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดงดำ  ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน นั่งซ้อนท้ายกันมา 3 คน ตนจึงขี่แซงหน้าขึ้นมา รถอีกคันก็เร่งเครื่องแซงหน้าจึงแซงกันไปมา

จากนั้นกลัวว่าจะเกิดเรื่องจึงขี่รถหนีข้ามเกาะกลางถนนไปอีกฝั่ง  ทำให้ชายที่ซ้อนท้ายกันมา 3 คนขี่ตามมา  ตนจึงชะลอรถถามว่าพี่เป็นใคร  มาจากไหนกำลังไปไหนกันแต่คนร้ายไม่ตอบแล้วชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่  5 นัด ก่อนเร่งเครื่องหนีไป หลังเกิดเหตุตนโทร.แจ้ง ตร. 

ด้านชุดสืบสวนได้ประสาน สภ.บ้านโป่ง เขตติดต่อ เพื่อออกติดตามตัวคนร้าย  เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจยิงด้วยความหมั่นไส้หรือความคึกคะนองพร้อมเช็คจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามแยกเพื่อหาเส้นทางหลบหนีเพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 19, 2013, 10:22:55 PM
วิธีป้องกันตัวจากแท๊กซี่มหาภัย

-http://travel.sanook.com/1390632/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/-


หากคุณต้องเดินทางไปไหนคนเดียวในที่เปลี่ยวโดยใช้บริการรถแท็กซี่ เรามีข้อควรปฏิบัติเบื้องต้นมาฝากกัน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้คุณได้ถึงจุดหมายด้วยความปลอดภัย ดังนี้

1. สังเกตสี ทะเบียน และยี่ห้อของรถ เพื่อส่งข้อความ sms หรือ โทรไปบอกคนที่บ้านหรือเพื่อนสนิทเพื่อจดบันทึกเอาไว้ว่าเราขึ้นรถอะไรจากไหน ไปไหน

2. ควรเลือกนั่งตำแหน่งเบาะหลังฝั่งคนขับ

3. อย่าแบไต๋ให้คนขับรู้ว่าเราไม่รู้เส้นทาง ถ้าเค้าถาม ให้ตอบไปว่า"ไปทางไหนก็ได้ที่ไม่อ้อมและรถไม่ติด" ถ้าคนขับไม่รู้เส้นทาง เราต้องโทรถามใครสักคนเพื่อแสดงให้เค้าเห็นว่ามีคนรู้ว่าเราไปไหน

4. คุยกับคนขับเฉพาะเรื่องเส้นทางเท่านั้น ห้ามคุยเรื่องส่วนตัว เพราะจะเป็นการเปิดทางให้เค้าตีสนิทกับเราจนอาจเข้าสู่เรื่องลามกได้

5. ห้ามหลับ

6. ดูว่าคนขับมองกระจกหลังดูเราบ่อยจนผิดสังเกตมั้ย ปรับแอร์ให้เป่ามาเอาใจเราจนเว่อร์เกินไปรึเปล่า เพราะเค้าอาจใช้สารไอระเหยใส่ไว้ในแอร์วางยาสลบเราได้

7. ถ้าบอกให้จอดแล้วคนขับยังเฉยและเพิ่มความเร็ว ให้รีบเปิดกระจก ร้องกรี๊ดวี๊ดว้ายโวยวายให้สุดเสียงพร้อมโบกไม้โบกมือวุ่นวายขอความช่วยเหลือทันที ไม่ต้องอายไม่ว่าคุณจะเรียกใช้บริการรถแท๊กซี่ในเวลากลางวันหรือกลางคืนต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมผิดปกติของคนขับไว้ด้วยนะครับ...กันไว้ดีกว่าแก้!

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 22, 2013, 07:33:57 AM
สืบบางเขนเร่งไล่ล่าคนร้ายจี้ชิงรถนศ.สาวศรีปทุมอุกอาจ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    21 มิถุนายน 2556 23:43 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000075534-

(http://pics.manager.co.th/Images/556000007922201.JPEG)
รูปสเกตซ์คนร้ายที่ลงมือจี้ชิงรถนศ.ศรีปทุมอย่างอุกอาจภายในลานจอดรถห้างโลตัส สาขาบางเขน


(http://pics.manager.co.th/Images/556000007922202.JPEG)
รถโตโยต้ายาริสที่ถูกคนร้ายจี้ชิงไป


ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางเขนเร่งสางคดีคนร้ายจี้ชิงรถยาริส นศ.สาวศรีปทุมฯ ประสานงาน กทม.ขอดูกล้องซีซีทีวี ล่าคนร้ายแสบมีดจี้คอชิงรถเก๋งยาริส นักศึกษาสาวปี 3 มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในห้างโลตัสบางเขนกลางวันแสกๆ หลังกล้องวงจรปิดในห้างฯมีปัญหาไม่เห็นตัวโจรเข้า-ออก ขณะที่ชุดสืบสวนสอบเหยื่อ 2 ชั่วโมง ยันถูกโจรชิงทรัพย์จริง ไม่กล้าขัดขืนร้องหาคนช่วยหวั่นเจอฆ่าซ้ำรอยเหมือนสาวโออิชิเหยื่อห้างโลตัสบางกะปิ
       จากกรณีคนร้ายอุกอาจตามแกะรอย น.ส. ชมพุนุท ทรัพย์สิน อายุ 23 ปี นักศึกษาปี 3 คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ดักซุ่มรอที่ลานจอดรถห้างโลตัสบางเขน เหยื่อทำธุรเสร็จ เดินมาเปิดประตูขึ้นรถเก๋งโตโยต้ายี่ห้อยารีสสี่ขาวรุ่นสไปเดอร์สีแดง หมายเลขทะเบียน ญพ. 3368 กทม.เตรียมกลับคอนโดฯ ก่อนเปิดประตูหลังรถตามมีดจี้คอ บังคับขับรถออกนอกห้างฯ ก่อนนำตัวเหยื่อทิ้งลงข้างถนนห่างจากโรงพักบางเขนแค่ปลายจมูก เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
       ส่วนความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มิ.ย.56 พ.ต.ท. เสนห์ มณีฉาย สว.สส. สน.บางเขน เปิดเผยว่าสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย ได้จัดชุดสืบสวนเร่งตรวจหากล้องวงจรปิดตั้งแต่ภายในห้างฯตามประตูทางเข้าออก รวมทั้งกล้อวงจรปิดบริเวณแถวลานจอดรถและหน้าประตูใหญ่ทางที่รถผ่านเข้าออกก็ยังไม่พบตัวคนร้ายรายนี้
       นอกจากนี้ก็ได้สอบถามพยานแวดล้อมละแวกใกล้เคียงกับห้างฯ โดยเฉพาะวินรถจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่ก่อเหตุตามที่ผู้เสียหายบอกมา จากการสอบถามพยานแวดล้อมหลายปากก็ยังไม่มีใครพบเห็นเดินเข้าออกห้างฯช่วงเวลาดังกล่าว สรุปเบื้องต้นว่ากล้องวงจรปิดในห้างฯน่าจะมีปัญหาเรื่องการบันทึกภาพ
       พ.ต.ท. เสนห์ กล่าวอีกว่าสำหรับปมเหตุที่ น.ส. ชมพุนุท แจ้งว่าถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพเอารถเก๋งไปนั้น ได้ทำการสอบสวนเกือบ 2 ชั่วโมง เกี่ยวกับเพื่อนสนิทและเรื่องอื่นๆ น.ส.ชมพุนุท ให้การยืนยันว่าผู้ที่ก่อเหตุไม่เคยรู้จักหรือมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเล่าอันดับเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด โดยกล่าวว่าก่อนเกิดเหตุเลิกเรียนจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม แล้วได้ขับรถมาจอดไว้ที่โซน c ในห้างโลตัส
       หลังจากทำธุระเสร็จก็เดินมาที่รถเปิดประตูเข้ารถคนร้ายได้แอบมาจากไหนไม่รู้เปิดประตูหลังตามมีจี้คอ ส่วนที่ไม่กล้าร้องดิ้นรนขัดขืนให้คนช่วยเนื่องจากกลัวเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนที่ดูข่าว น.ส. พรพรรณ พรหมจารย์ อายุ 23 ปี ทตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันกับตนเมื่อต่อสู้ขัดขืนก็ถูกคนร้ายแทงคอจนเสียชีวิต


http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000075534 (http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000075534)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 25, 2013, 10:10:19 PM
โหด ! หนุ่มถูก อปพร. รุมกระทืบไม่ยั้ง แค่ทำถังขยะล้ม
-http://hilight.kapook.com/view/87735-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/0827a765406727c320ebe5bac40.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

            โหด ! หนุ่มถูก อปพร. ปากเกร็ด 4-5 คน รุมกระทืบ เอากระบองฟาดไม่ยั้ง เหตุแค่ทำถังขยะล้ม เบื้องต้นญาติเข้าไกลเกลี่ย ขอให้ยอมความ

            เมื่อเวลา 19.00 น. ของวานนี้ (24 มิถุนายน 25556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุคนโดนรุมทำร้าย ภายใน ซอย ถ.ภูมิเวท ข้างโรงเรียนวัฒนพฤกษา ต.ปากเกร็ด อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บ แจ้งว่า ตนโดนกลุ่ม อปพร. ปากเกร็ด พร้อมกับพวกประมาณ 4-5 คน รุมทำร้ายด้วยกระบองสไลด์ นอกจากนี้ยังรุมกระทืบตนไม่ยั้ง เพียงเพราะตนทำถังขยะล้มเท่านั้น

            อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่ามีญาติของ อปพร. ที่ก่อเหตุ เข้ามาเกลี่ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวยอมความ และพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหาย และจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แล้ว ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก (http://news.springnewstv.tv/31193/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A)

-http://news.springnewstv.tv/31193/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A-

 

-----------------------------------------------------------------------------

ในกรณีนี้ ไม่ควรยอมความ  ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

อ่า  ต้องระวังให้ดี ที่ผมเคยเจอก็คล้ายๆกัน เบ่งอวด ข้านี่ใหญ่  ข้านี่แน่ สุดท้ายเจอของจริงเข้าไป  หายหัวไปเลย  ไม่เคยเจออีกเลย



.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 29, 2013, 10:09:48 PM
คนอวดผี 26Jun2013 Full


คนอวดผี 26Jun2013 Full (http://www.youtube.com/watch?v=PpwJUSIyyOQ#)

คนอวดผี 26Jun2013 Full (http://www.youtube.com/watch?v=PpwJUSIyyOQ#)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=PpwJUSIyyOQ-

----------------------------------------------------------------------------------------

อุบัติเหตุ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ต้องระมัดระวัง  อย่าประมาท โดยเด็ดขาด


.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 30, 2013, 09:36:25 AM
ผกก.มือปราบซิ่งเบนซ์ไปราชการ โดนหกล้อตัดหน้าพลิกคว่ำดับอนาถ
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01qVXdOek01TlE9PQ==&subcatid=-

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/06/13725073951372507467l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/06/13725073951372507491l.jpg&width=260&height=260)


วันที่ 29 มิ.ย. เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.ท.สุรชัย จรัสรัมย์ ร้อยเวร สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์รับแจ้งมรอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำและมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนสายโชคชัย-เดชอุดม หลักกิโลเมตรที่ 66-67 ฝั่งขาเข้า อ.หนองกี่ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลนางรอง หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 7757 นครราชสีมา พลิกคว่ำตกอยู่ร่องกลางถนน สภาพพังยับเยิน ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบชายวัยกลางคนเสียชีวิตอยู่บริเวณไหล่ถนน จากการตรวจสอบพบบัตรประจำตัวข้าราชการชื่อ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ ธีรดนย์ศิริกุล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ซอยมิตรภาพ 13 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำแหน่ง ผกก.สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด คอหักหมุนได้รอบ โดยผู้ตายใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขาสั้นสีกลมท่า จึงให้มูลนิธิสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์นำศพส่ง รพ.นางรอง เพื่อชันสูตรต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ ขับรถเบนซ์ออกจาก สภ.ปะคำ เพื่อไปราชการประสานงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมกับหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียง ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ รถหกล้อชะลอความเร็วเลี้ยวลงถนนยูเทิร์นกลับรถที่ชาวบ้านทำขึ้นเองเพื่อข้ามไปฝั่งขาเข้า อ.นางรอง ทำให้รถของ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ ที่ขับตามหลังมาในระยะกระชั้นชิดต้องเบรกกะทันหันจนเสียหลักพลิกคว่ำเป็นเหตุให้ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ กระเด็นออกจากรถเสียชีวิตคาที่ ส่วนรถหกล้อขับหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามมาสอบสวนข้อเท็จจริง

ร.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า สันนิฐานว่าผู้ตายน่าจะขับรถตามหลังรถหกล้อมาในระยะกระชั้นชิดเพราะเป็นทางตรงและเป็นช่วงที่ถนนว่างไม่ค่อยมีรถวิ่งโดยเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถหกล้อคงจะเลี้ยวกะทันหัน จึงตกใจเหยียบเบรกทำให้ไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยรถได้ รถจึงหมุนคว้างพลิกหลายตลบลงร่องกลางถนนไกลกว่า 50 เมตร

ด้านนายจิรวัฒน์ ธีรดนย์ศิริกุล อายุ 19 ปี ลูกชายพร้อมด้วยนางสมมาตร ทองสูงเนินพี่สาวของ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์เดินทางมารับศพที่โรงพยาบาลนางรองเพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านพักในจังหวัดนครราชสีมาท่ามกลางความเศร้าสลดของญาติและเพื่อนๆข้าราชการตำรวจเนื่องจาก พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ เป็นผู้กำกับฯ ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งยังเป็นตำรวจฝีมือดีในด้านการป้องกันปราบปรามกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อ.ปะคำ

ด.ต.ชัยวัฒน์ นุ่มนวลศรี ผู้บังคับหมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.ปะคำ ที่ได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ คนสุดท้าย เล่าว่า พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ สั่งงานกับตนในช่วงประมาณ 09.00 น. ก่อนออกเดินทางไปราชการประสานงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมกับหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียง จนได้รับแจ้งภายหลังว่าผู้กำกับฯ ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำเสียชีวิตดังกล่าว

นายชัยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ นายอำเภอปะคำ จ.บุรีรัมย์ กล่าวภายหลังเดินทางมาดูศพ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ ที่ รพ.นางรอง ว่า พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ เป็นนายตำรวจที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นกำลังหลักที่ได้ร่วมทำงานกับข้าราชการทุกส่วนใน อ.ปะคำ โดยเฉพาะงานด้านการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ อ.ปะคำ รู้สึกเสียดายข้าราชการตำรวจที่ต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้

สำหรับ พ.ต.อ.ธเนศณัฏฐ์ ธีรดนย์ศิริกุล มาดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อเดือน ก.ย.2552 ซึ่งในเดือน ก.ย.2556 นี้ จะครบ 4 ปี เรียน นบ.รบ.รุ่นที่ 10 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับ พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ ศรีสืบสาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ 
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 30, 2013, 10:17:55 PM
อุทาหรณ์ หญิงตื่นงัวเงียคว้า“ซูเปอร์กลู“ทาปากติดหนึ่บ “นึกว่าเป็น“ลิปมัน“!

-http://news.sanook.com/1194509/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%9A-%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B4/-


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/238/1194509/news09-1.jpg)


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่า หญิงสูงวัยอายุ 64 ปี ชาวนิวซีแลนด์ มีอันต้องเคราะห์ร้ายสุด ๆ หลังปากต้องติดหนึ่บและต้องพึ่งแพทย์ หลังจากเธอได้คว้ากาวซูเปอร์กลูทาปาก เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็น"ลิปมัน"ทาปากแห้ง ขณะที่เหตุการณ์นี้ยังสร้างความระทึกขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าใจผิดว่า หญิงรายนี้กำลังเผชิญเหตุร้ายอยู่

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หญิงสูงวัยรายนี้ต้องโทรศัพท์หาตำรวจ ขณะที่ตำรวจตกใจคิดว่าเธอกำลังถูกจับเป็นตัวประกัน เพราะเธอส่งเสียงงึมงำเหมือนคนถูกบังคับไม่ให้พูด หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพูดอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุและช่วยเหลือเธอ และเจ้าตัวได้เล่าความจริงว่า เธอได้คว้าซูเปอร์กลูซึ่งอยู่ในถ้วยแก้ว โดยเข้าใจคิดว่าเป็นลิปมันทาปากแห้ง โดยเธอไม่ได้กลิ่นของกาวดังกล่าวเพราะเธอกำลังอยู่ในสภาพงัวเงีย ก่อนจะรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอแล้ว

นอกจากนี้ หญิงสูงวัยยังเล่าว่า เธอได้โทรศัพท์ถึงตำรวจ โดยไม่สามารถบอกที่อยู่ได้หรือหมายเลขโทรศัพท์ของเธอได้ ทำให้ตำรวจถามเธอว่า อยู่ที่เมืองดันดินใช่หรือไม่ ซึ่งเธอได้ตอบว่า "อืมม" และต้องใช้วิธีใช้สัญลักษณ์เคาะนิ้วหนึ่งทีแทนคำว่า "ไม่" และ "สองที" แทนคำว่าใช่ ตลอดการสื่อสารกับตำรวจ

ด้านตำรวจบอกว่า เจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมพร้อมสุนัข ตร.ออกมา เพราะเชื่อว่า หญิงรายนี้กำลังถูกจับเป็นตัวประกันในบ้านของตัวเอง ก่อนที่ ตร.จะพบบ้านของเธอ และได้ส่งตัวเธอไปยังโรงพยาบาลเพื่อล้างซูเปอร์กลูออก

.


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 01, 2013, 07:15:50 PM
ชาวเน็ตเตือนภัย ! ระวังแก๊งมือถือหล่น หลอกเรียกค่าเสียหาย

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/1044430_559758070748238_962401269_n.jpg)
แก๊งมือถือหล่น


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Safe House

            ชาวเน็ตแห่แชร์ข้อความเตือนภัย ! ระวังแก๊งแกล้งทำมือถือหล่น หลอกเรียกค่าเสียหาย พบระบาดหนักแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

            วันนี้ (1 กรกฎาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการแชร์ข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับแก๊งมือถือหล่น หลอกเรียกค่าเสียหาย ที่กำลังอาละวาดหนักแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยข้อความที่มีการแชร์ มีดังนี้

            "ฝากเตือนภัย ระวังแก๊งมือถือหล่น หลอกเรียกค่าเสียหาย โดยกลุ่มมิจฉาชีพนี้จะแกล้งเดินชนกับเรา และจะแกล้งทำมือถือหล่น หลังจากนั้นก็เข้ามาต่อว่า และหาว่าเราเดินไม่ดูทาง พร้อมเรียกขอค่าเสียหาย ซึ่งตอนนี้ พบว่า แก๊งมือถือหล่น กำลังระบาดหนักแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/safe.jpg)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 01, 2013, 07:47:10 PM
พ่อเลี้ยงคลั่ง! กรอกเหล้า-เทแป้งใส่ปากเด็ก 2 เดือน
-http://news.sanook.com/1194629/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-2-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99/-


พ่อเลี้ยงสุดโหด! โมโหลูกเลี้ยงวัย 2 เดือน ร้องไห้หิวนม จับกรอกเหล้า-เทแป้งใส่ปาก-จมูก อาการโคม่า ล่าสุดจับตัวได้แล้ว อ้างเป็นลูกชายตำรวจ

(1 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพา น.ส.หญิง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากสามีเกิดคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุทำร้ายลูกสาวทารกแรกเกิด อายุแค่ 2 เดือน

จากการสอบสวน น.ส.หญิง ให้การว่า ปัจจุบันได้อาศัยอยู่กินกับ นายจอช (นามสมมติ) อายุ 30 ปี โดยตนเพิ่งคลอดลูกสาวออกมาได้ประมาณ 2 เดือน นายจอช เป็นสามีใหม่ หรือมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของลูกสาววัยแบเบาะ

ขณะเกิดเหตุ นายจอช เกิดอาการคลุ้มคลั่งเพราะความรำคาญใจ เนื่องจากลูกสาวตนร้องไห้งอแงหิวนม นายจอช จึงโมโห ทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 2 เดือนของตน จับกรอกเหล้าใส่ปากและเทแป้งสวนเข้าไปทางปากและจมูก ก่อนจะเหวี่ยงทุ่มร่างลูกสาวไปมาและเทน้ำราดใส่ตัว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ภายหลังจากเกิดเหตุ ตนจึงรีบนำตัวลูกสาวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี ล่าสุดยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู อาการยังโคม่าค่อนข้างสาหัส ก่อนจะเดินทางเข้าร้องทุกข์กับกรมประชาสงเคราะห์จังหวัด และแจ้งความกับตำรวจดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากได้รับแจ้งความร้องทุกข์ได้ประสานขออนุมัติออกหมายจับผู้ก่อเหตุและจับกุมตัวได้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าเป็นลูกชายของตำรวจนายหนึ่ง



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2013, 06:20:27 AM
ลูกค้ามึน ! ร้านอาหารขึ้นป้ายอร่อย 35.- เช็กบิลจริงจานละเกือบร้อย
-http://hilight.kapook.com/view/88116-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/variety/thirtyfive01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/variety/thirtyfive02.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ ตั๋วแลกเงิน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ถึงกับมึน ! ร้านอาหารขึ้นป้ายอร่อยชัดเจน 35.- ลูกค้าเรียกเช็กบิลจานละเกือบร้อย แถมแจง 35.- เป็นชื่อร้านภาษาจีน ไม่ใช่ราคา ชาวเน็ตสับเละตั้งใจหลอกลวง แนะฟ้อง สคบ.

          มีประเด็นให้ชาวไซเบอร์ได้วิจารณ์กันในเว็บไซต์พันทิปอีกแล้ว เมื่อ คุณ ตั๋วแลกเงิน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตั้งกระทู้ชื่อ "ไปกินออส่วนข้างถนนเขียนว่า "35.-" แต่คิดราคา 90 บาท พอถามเค้าบอก 35.- คือชื่อร้านภาษาจีน !!!!!" ในห้องก้นครัว เล่าว่า ตนเองได้ไปนั่งทานอาหารร้านที่ตั้งอยู่ข้างถนน ซึ่งร้านนี้มีป้ายผ้าเขียนว่า "อร่อยชัดเจน 35.-" จึงได้สั่งออส่วน และน้ำเปล่ามาทาน เมื่อทานอิ่มแล้วได้เรียกเก็บเงิน เจ้าของร้านกลับคิดราคา 100 บาท คือเป็นค่าออส่วน 90 บาท ค่าน้ำอีก 10 บาท ทำให้ผู้ตั้งกระทู้รู้สึกงงไม่น้อย เพราะการที่ร้านเขียนตัวเลข 35 และสัญลักษณ์ .- เป็น "35.-" ย่อมหมายถึงราคา 35 บาท จึงได้สอบถามกับทางร้าน แต่กลับได้รับคำตอบว่า ตัวเลข 35 เป็นชื่อร้านภาษาจีน อ่านว่า "ซาจั๊บโหงว" ต่างหาก ไม่ได้หมายถึงอาหารจานละ 35 บาทอย่างที่เข้าใจ

          เมื่อได้ฟังดังนั้น ผู้ตั้งกระทู้ก็ย้อนถามทางร้านว่ามีคนเข้าใจผิดบ้างไหม ซึ่งทางร้านก็ยอมรับว่า มีลูกค้าที่ต่อว่าเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว ราคาอาหารก็เขียนบอกในเมนูไปแล้ว ซึ่งทางเจ้าของกระทู้ก็ไม่ทราบ เพราะเมนูอาหารไม่ได้วางอยู่ที่โต๊ะ แต่วางอยู่ในครัว จึงได้ถ่ายรูปร้านนี้มาให้ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นกัน

 แน่นอนว่า เมื่อเรื่องนี้ถูกแชร์ในโลกไซเบอร์ไม่นาน ก็มีคนเข้ามาวิจารณ์กันเพียบว่า ร้านนี้หลอกลวงผู้บริโภค และตั้งใจโกงเห็น ๆ พร้อมกับแนะนำให้แจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาจัดการเสียเลย เนื่องจากมีเจตนาหลอกลวงอย่างชัดเจน

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2013, 06:33:30 AM
เผยคลิปเด็กอัสสัมชัญ วิวาทกับ รร.วัดสุทธิฯ ที่ BTS บางรัก
-http://education.kapook.com/view65788.html-

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-16_3.jpg)

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-17_1.jpg)

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-18_1.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เฟซบุ๊ก Nanthisa Thongphian

            เผยคลิปเด็กอัสสัมชัญ วิวาทกับ รร.วัดสุทธิฯ ที่ BTS บางรัก คาดเป็นคลิปเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ด้าน อัสสัมชัญ แจง กรณีนักเรียนก่อเหตุวิวาท เป็นแค่กลุ่มที่เขม่นกัน ไม่ใช่เรื่องระหว่างสถาบัน โดยขณะนี้ได้เรียกตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 ราย ลงพื้นที่เพื่อช่วยเฝ้าระวังเหตุการณ์ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ  ด้วย

            สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแชร์ข่าวทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ระหว่างวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2556 ว่า นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวรารามมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ และจะยกพวกรวมกับช่างกลกรุงเทพฯ ไปทำร้ายนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ เนื่องจากมีปัญหากันเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา จนมีข่าวอีกว่า โรงเรียนอัสสัมชัญแจ้งให้ผู้ปกครองรีบมารับนักเรียนกลับบ้านด้วยตนเองและไม่ให้กลับบ้านทางรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนนั้น

            ล่าสุด เมื่อวานนี้ (2 กรกฎาคม 2556) อาจารย์โรงเรียนอัสสัมชัญ ได้ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนไม่มีการห้ามเด็กนักเรียนเดินทางกลับโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนเรื่องทะเลาะวิวาททางโรงเรียนอัสสัมชัญได้ดำเนินการกับนักเรียนที่ก่อเหตุแล้ว และมีการประสานไปยังโรงเรียนวัดสุทธิวราราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายเป็นที่เรียบร้อย

            ขณะที่ มาสเตอร์บรรลือ จินดาศรี ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก กล่าวว่า ภราดาวิริยะ ฉันนทวโรดม อธิการโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญประมาณ 10 คน ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามาพบเพื่อกล่าวตักเตือนและลงโทษตามกฎปฏิบัติของโรงเรียน เช่น ตัดคะแนนความประพฤติ ทำทัณฑ์บน เป็นต้น

            ทั้งนี้ เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทดังกล่าว ไม่ได้เป็นเรื่องระหว่างสถาบัน แต่เป็นการทะเลาะวิวาทของนักเรียนในโรงเรียนอัสสัมชัญที่ไปดึงเพื่อนและรุ่นพี่ซึ่งอยู่ต่างโรงเรียนมาเข้าร่วมด้วย เบื้องต้นจึงมีการพูดคุยกันระหว่างอาจารย์ฝ่ายกิจการนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญและโรงเรียนวัดสุทธิวรารามแล้ว ต่างฝ่ายต่างจัดครูเวรลงพื้นที่ตรวจตราความเรียบร้อย ดูแลนักเรียนของตนไม่ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมทั้งมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยดูแลความปลอดภัยด้วย

            อย่าไงก็ตาม พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ได้รับแจ้งจากอาจารย์โรงเรียนอัสสัมชัญให้ช่วยเฝ้าระวังเหตุนักเรียนทั้ง 2 โรงเรียน อาจทะเลาะวิวาทกัน โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 30 นาย เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนอัสสัมชัญ และตลอดเส้นทางระหว่างทั้ง 2 โรงเรียน

            โดยเฉพาะสถานที่ใกล้เคียงต่าง ๆ ที่เป็นจุดเสี่ยง เช่น ห้างสรรพสินค้าโรบินสันบางรัก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และท่าเรือ ซึ่งตนยังกำชับเจ้าหน้าที่ว่า หากพบเห็นเด็กนักเรียนจับกลุ่มกัน ให้เข้าไปตรวจสอบประวัติ ค้นอาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นด้วย

-http://world.kapook.com/pin/51d4040738217aa434000000-
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0I4d964VouA-
This video has been removed because its content violated YouTube's Terms of Service.


http://education.kapook.com/view65788.html (http://education.kapook.com/view65788.html)



.------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตำรวจไม่เคยปฎิบัติตามกฎหมาย  พวกนี้ต้องจับกุมดำเนินคดี 
และทางโรงเรียนต้องให้นักเรียน(และนักเลง)ออกจากโรงเรียน  เนื่องจากไม่สนใจการเรียน ไปยกพวกตีกัน 

แถมไอ้พวกนี้  ถ้าเก่งกันจริงๆ  ต้องนำเชือกยาว 1 เมตร ผูกที่แขนซ้ายคนละข้าง  แล้วให้ต่อยกัน  หากทั้งคู่ไม่ต่อยต้องให้ผู้ควบคุมการต่อยกันใช้ไม้ตีจนกว่าจะต่อยกัน  และให้ต่อยกันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสลบ

และคนพวกนี้  ไม่ได้รับการอบรมที่ดีจากครอบคร้ว และ สถาบันการศึกษา  หากได้รับการอบรม  คงไม่เกิดลักษณะแบบนี้ขึ้นมา

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 06:26:06 AM
 ระวัง ! โจรทันสมัย ปล่อยสัญญาณรบกวนรีโมทรถยนต์
-http://hilight.kapook.com/view/88169-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/jumjim/600491_149011255291623_1936155376_n.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/jumjim/600491_149011255291623_1936155376_n2.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก รถหาย

                ตำรวจเตือนคนใช้รถ ระวังถูกส่งสัญญาณรบกวนรีโมทรถยนต์ ย้ำให้ตรวจสอบรถอีกรอบหลังกดล็อก พบคนร้ายพัฒนาวิธีลักรถให้ไฮเทคขึ้น

                วันนี้ (4 กรกฎาคม 2556) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปจร.ตร.) แถลงข่าว การป้องกันและแก้ไขปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ และเชิญนายดุสิต สุขสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาเป็นวิทยากรในการสาธิตและบรรยาย

                โดย พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า จากการเริ่มต้นเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา สถิติตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2556 มีการแจ้งรถหายผ่านสายด่วน 1192 จำนวน 1,467 คัน ทางตำรวจและสวพ.เอฟเอ็ม จึงร่วมกันเปิด เฟซบุ๊ก รถหาย เพื่อใช้กระจายข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมมอบรางวัลคันละ 5,000 บาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส จนสามารถได้รถกลับคืนมา

                ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวได้มีการสาธิตวิธีการรบกวนสัญญาณรีโมทรถยนต์หลายยี่ห้อ ซึ่งเมื่อทำการล็อกหากมีการกดสัญญาณรบกวน จะทำให้ไม่สามารถล็อกรถได้ และสัญญาณดังกล่าวใช้รบกวนได้ทั้งรถยนต์หลายยี่ห้อและรถหรูอย่างรถซูเปอร์คาร์ด้วย จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและตรวจสอบให้แน่ใจหลังกดรีโมทล็อกรถ เพราะโจรกลุ่มนี้เป็นโจรที่มีความรู้ มักเลือกโจรกรรมในเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน และเน้นพื้นที่ห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีรถให้เลือกหลายยี่ห้อ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://www.dailynews.co.th/crime/216815-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 11:04:16 PM
รวบแล้ว ! มือปาหินใส่ น้องวิว ม.เกษตรฯ อ้างเฉยทะเลาะกับแฟน
-http://hilight.kapook.com/view/88222-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/kaset02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/New/Untitled-9_41.jpg)


น้องวิว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ครอบครัวข่าว 3, คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


          นายวิชัย พุกเฮง คนร้ายปาหิน ใส่ น้องวิว นิสิตสาว ม.เกษตรฯ จนอาการสาหัส ถูกรวบตัวแล้ว อ้างทะเลาะกับแฟน จึงปาหินระบายอารมณ์

          สืบเนื่องจากกรณี น.ส.เจนจิรา ทองไชย หรือน้องวิว อายุ 18 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ถูกคนร้ายปาหินใส่กระจกรถที่ จ.กาญจนบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุด วันนี้ (5 กรกฎาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ารวบตัว นายวิชัย พุกเฮง หรือเติ้น อายุ 20 ปี ชาว ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยเป็นการเข้าจับกุมตามหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรีที่ จ.462/2556 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนทะเลาะกับแฟน จึงมีการขว้างก้อนหินเพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM016QXhORGd4Tnc9PQ==&subcatid=-





หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 11:09:40 PM
กระบะชนหนุ่มใหญ่ขณะข้ามถนน ลากร่างไกล 20 ม. ดับคาที่
-http://news.springnewstv.tv/31852/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5-20-%E0%B8%A1-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-


(http://www.springnewstv.tv/upload/news/picture/1b2f5129e99ce9626af53f4c9be.jpg)
 หนุ่มใหญ่ข้ามถนนบริเวณบายพาสพนัสนิคม ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา พลาดท่าถูกรถกระบะชนลากร่างไกล 20 เมตร เสียชีวิตคาที่



เมื่อเวลา 03.30 น. วันนี้ (5 ก.ค.56) ร.ต.อ.อภิชากร  แต่งเกลี้ยง  ร้อยเวร สภ.เมืองชลบุรี  ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิหน่วยกู้ภัยไตรคุณธรรมว่าเกิดอุบัติเหตุรถชน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย บริเวณสะพานต่างระดับบายพาสพนัสนิคม ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา ม.10 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดตรวจสอบ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายอนันย์ ฝ่ายวงค์ อายุ 42 ปี ชาว จ.นครพนม สภาพศพกระดูกหักทั่วร่าง กลางลำตัวมีรอยถูกล้อรถเหยียบ และมีแผลถลอกจากการเสียดสีกับถนนตามลำตัว ถัดไปอีก 10 เมตร พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ  รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตู  สีบรอนซ์ทอง  หมายเลขทะเบียน กฉ 653 สมุทรปราการ คู่กรณีของบริษัทพีซีเอ็ม สภาพด้านหน้าพังเสียหายจากแรงกระแทก โดยมีนายพงษ์สกร ตั้งวานิชกพงศ์ อายุ 40 ปี เป็นผู้ขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนทราบว่าขณะเกิดเหตุนายอนันย์ ผู้ตายได้เดินข้ามปูนกั้นสะพานที่มีความสูงประมาณ 80 เซนติเมตร  เพื่อข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม แต่รถของนายพงษ์สกร ขับมาด้วยความเร็วจึงชนเข้าอย่างจัง พร้อมกับลากร่างนายอนันย์ ไปไกลกว่า 20 เมตร  เป็นเหตุให้เสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพงษ์สกร ไปให้ปากคำต่อที่สภ.เมืองชลบุรี  ส่วนร่างผู้ตายได้นำส่งโรงพยาบาลนิติเวชชลบุรี เพื่อรอติดต่อญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
 
 
ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวท้องถิ่น


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 11:11:20 PM
หนูน้อยวัย 11 เดือน ติดอยู่ในรถตามลำพัง กู้ภัยรุดช่วย
-http://hilight.kapook.com/view/88179-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/baby_1.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Lakornhd Thaitv สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จ.สระบุรี รุดช่วยหนูน้อยวัย 11 เดือน ติดอยู่ในรถ คาด ซุกซนกดปุ่มเซ็นทรัลล็อกโดยไม่รู้เรื่อง
 
          วันนี้ (5 กรกฎาคม 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จ.สระบุรี ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองรายหนึ่งว่า ลูกของตนติดอยู่ในรถยนต์ฮอนด้า สีบรอนซ์ ซึ่งจอดอยู่บริเวณตลาดนัดหลังสถานีรถไฟ จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าต้องช่วยกันงัดแงะประตูรถอยู่นาน ก่อนจะนำหนูน้อยคนดังกล่าวออกมาได้สำเร็จ โดยคุณแม่ของน้องเล่าว่า ลูกของตนอายุ 11 เดือน และกำลังจะ 1 ขวบ ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนได้นำของกิ๊ฟช็อปมาขายที่ตลาดนัด และขณะกำลังขนของเข้ารถเพื่อกลับบ้าน ตนให้ลูกนั่งอยู่ในรถพร้อมสตาร์ทเครื่องเปิดแอร์ทิ้งเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าน้องไปกดปุ่มเซ็นทรัลล็อกแบบ 4 ประตูตั้งแต่เมื่อไร ทำให้ลูกติดอยู่ภายในรถตามลำพัง จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือดังกล่าว


เด็ก 11 เดือน ติดในรถ สระบุรี (http://www.youtube.com/watch?v=52Id650d7XI#ws)
คลิป เด็ก 11 เดือนติดในรถ โพสต์โดย คุณ Lakornhd Thaitv สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

เด็ก 11 เดือน ติดในรถ สระบุรี (http://www.youtube.com/watch?v=52Id650d7XI#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=52Id650d7XI&feature=player_embedded-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 06, 2013, 07:58:24 PM
เหิมเกริม ! โจรบุกลักมอเตอร์ไซค์ จอดทิ้งไว้ในโรงพักนับสิบคัน
-http://hilight.kapook.com/view/88239-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/june/1373078369.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          รวบโจรแสบ ! ขโมยรถจักรยานยนต์ในโรงพัก พร้อมของกลางรถฟีโน่ 11 คัน ตรวจพบคนร้ายเคยก่อเหตุในพื้นที่มาแล้ว 20 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน

          เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวการจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ หลังรับแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์หลายคันหายไปจากบริเวณที่จอดรถภายใน สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงเร่งทำการตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด แล้ววางแผนจับกุมได้เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา
 
         ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 21.40 น. มีชายวัยรุ่นท่าทางมีพิรุธเดินเข้ามาบริเวณที่จอดรถภายใน สภ.เมืองสมุทรสาคร แล้วเข้าไปไขสวิตช์กุญแจรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำขาว หมายเลขทะเบียน ขคษ 132 สมุทรสาคร พร้อมขับขี่รถคันดังกล่าวออกมาจากที่จอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเข้าตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ ถูกทำลายรูสวิตช์กุญแจ

          ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายพรชัย เจริญสุข อายุ 26 ปี พร้อมกลางรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ รวม 11 คัน และอะไหล่รถอีกจำนวนหนึ่ง แบ่งออกเป็น โครงรถ, ล้อรถจักรยานยนต์, เรือนไมล์, ท่อไอเสีย, กระจังหน้ารถ พบอุปกรณ์สำหรับงัดแงะมอร์เตอร์ไซด์ คือ เหล็กหกเหลี่ยมเจียปลายคล้ายปีกเครื่องบิน ปะแจ แลไขควง
     
           ทั้งนี้ นายพรชัย สารภาพว่า ตนได้ลักรถจักรยานยนต์ภายใน สภ.เมืองสมุทรสาคร มาแล้วจำนวน 13 คัน โดยจะเลือกรถที่ไม่ได้ล็อกคอและไม่ปิดรูกุญแจ จากนั้นจะนำรถที่ลักมาไปทำการถอดแยกชิ้นส่วนแล้วนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดบางแก้ว เขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ราคาคันละประมาณ 3,000 - 4,000 บาท อีกทั้ง นายพรชัยได้กล่าวซัดทอดว่าได้นำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาไปจำหน่ายให้กับนายพาณิชย์ อินทร์สมบัติ เพื่อไปขายเอากำไรอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืนแก่ผู้ต้องหา

           หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปติดตามจับกุมนายพาณิชย์ อินทร์สมบัติ อายุ 34 ปี พบของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่บริเวณซอยทางเข้าบ้านเลขที่ 61/2 หมู่2 ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม โดย นายพาณิชย์ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ซื้อรถดังกล่าวมาจากนายพรชัย เพื่อไว้ใช้ขับขี่ และได้นำรถไปจำหน่ายในราคาคันละ 3,000-3,500 บาทให้ นายสมโภชน์ นกอินทรีย์ อายุ 31 ปี, นายอนุรักษ์ นิลมาศ  อายุ 29 ปี และนายปิยพงศ์ เต็มเปี่ยม อายุ 28 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมยึดรถจักรยานยนต์ เบื้องต้นทั้ง 4 รายถูกตั้งข้อหารับซื้อของโจร

          ด้าน พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่าสำหรับผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดย นายพรชัย เจริญสุข ก่อเหตุมาในพื้นที่สมุทรสาคร ประมาณ 20 ครั้ง โดยช่วงเดือนแรกนายพรชัยได้นำรถที่ลักมาได้ไปชำแหละขายทั้งหมดหมด  และหลังจากนั้นได้นำไปขายให้กับนายพาณิชย์เพื่อขายทำกำไร และสำหรับผู้เสียหายส่วนใหญ่นั้น จะเป็นผู้ที่นำรถมาจอดไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยลืมล๊อคกุญแจปิดรูสวิตช์ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ทุกท่านให้โปรดล็อกกุญแจรถให้เรียบร้อยด้วยเพื่อป้องกันรถหาย



         
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/76010/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%9A--%E0%B8%82%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%87-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87-11-%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99.html-

.--------------------------------------------------------------------




โอ้  ขนาดอยู่ที่โรงพัก  ยังโดน

????????????????????????????????????????

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 06, 2013, 10:18:39 PM
สยอง!! ปั๊มน้ำเก่าไฟรั่วดูดเสี่ยรับเหมาเกรียม ตอนล้างรถ เมียช็อกเจอศพ


-http://news.sanook.com/1195739/%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%8A%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%88/-




(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/239/1195739/news06-1.jpg)


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ สอทา ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟฟ้าชอร์ต มีผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 356 หมู่ 16 บ้านหนองหลอด ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นหน้าบ้าน พบศพ นายบูรพา รื่นกลาง อายุ 39 ปี เจ้าของบ้านนอนหงายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายขาวแดง ร่างไหม้เกรียมเกือบทั้งตัว อยู่ท้ายรถเก๋งยี่ห้อ มาสด้า 2 สีบรอนซ์ ทะเบียน กพ 8772 อุดรธานี ใกล้ตัวรถมีปั๊มอัดฉีดแรงดันสูงสภาพเก่ายี่ห้อ VIP BLU วางอยู่

สอบสวน นางลัดดา รื่นกลาง อายุ 37 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า สามีเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อเช้านี้ตนเองกับลูกออกไปซื้อของเตรียมจะไปร่วมงานศพเพื่อน โดยสามีบอกว่าจะอยู่ล้างรถที่เพิ่งซื้อมาได้เพียง 1 เดือน หลังเสร็จธุระกลับมาถึงบ้านก็แทบล้มทั้งยืน เมื่อเห็นสามีโดนไฟฟ้าดูดเสียชีวิตแล้ว ในมือยังกำหัวฉีดน้ำอยู่ ตนจึงรีบไปถอดปลั๊กไฟที่เสียบเข้าปั๊มฉีดน้ำออกแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.อาทิตย์ พร้อมด้วยแพทย์ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากปั๊มอัดฉีดน้ำแรงดันสูงที่มีสภาพเก่า เกิดไฟฟ้ารั่ว ประกอบกับผู้ตายฉีดน้ำล้างรถอยู่ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต อีกทั้งบ้านผู้ตายไม่มีเครื่องตัดไฟฟ้าเวลาไฟฟ้ารั่ว จึงทำให้เกิดไฟฟ้าชอร์ตได้ ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการตาย จึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM016RXdNVFV4T1E9PQ==&subcatid=-



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 08:29:44 AM
    กระทู้: วันนี้เหมือนจะเจอ "มิจฉาชีพ" บนทางลอย อนุสาวรีย์ชัย
-http://webboard.hitech.sanook.com/forum/?topic=3737007-

วันนี้เหมือนจะเจอ "มิจฉาชีพ" บนทางลอย อนุสาวรีย์ชัย

พอดีไปเจอมาจาก Pantip อ่านแล้วมันมีประโยชน์มากเลย นำมาโพสไว้เผื่อเป็นประโยชน์ จะได้ทันคิด หากเจอเหตุการณ์แบบนี้

ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือ "มิจฉาชีพ" รึป่าว แต่ถ้าใช่ก็อยากเตือนคนอื่นๆไว้

เรื่องมีอยู่ว่า ผมหาห้องน้ำเข้าบนห้างรอบๆทางเดิน แต่เข้าไปห้างนึงแล้วไม่เจอ เลยเดินออกมาเพื่อหาห้องน้ำห้างอื่นๆ ระหว่างที่ผมเดินออก ผมรู้สึกเหมือนเดินชนคนอย่างจัง (แต่มั่นใจพอสมควรว่าผมดูทางดีแล้ว ไม่น่าจะชนใครได้ และก็ไม่ได้เดินเร็วอะไรด้วย) ผมหันมา เห็นโทรศัพท์มันตก ผมก็ขอโทษ แล้วมันก็บอกว่าไม่เป็นไร ผมเลยเดินต่อไปเพื่อจะหาห้องน้ำที่อื่น แค่แปปเดียว มันคนเดิมสะกิดหลังผม บอกว่าโทรศัพท์มันรีบูท แล้วก็โมโหใส่ พูดคำหยาบด้วย บอกว่าถ้าไม่เคลีย มีเรื่องแน่ๆ หาว่าผมเดินไม่ดูทาง ผมก็ขอโทษอีก แล้วบอกมันว่า ผมกำลังรีบ ผมทิ้งเบอร์ไว้แล้วถ้าเกิดโทรศัพท์มันเป็นอะไรก็โทรมาหาผมละกัน มันไม่ยอม บอกให้ผมรอดูอาการก่อน ผมก็เอาโทรศัพท์มันมาดู ตอนแรกมันไม่ยอมยื่นให้ แต่โชว์ว่าจอมันดับจริงๆ(ซึ่งเป็นไปได้ว่ามันปิดเครื่องเอง) มันบอกให้ไปหาที่นั่งคุย ผมเอามาดู เครื่องก็ไม่เห็นเป็นไร แค่ช้าๆ ตามปกติของแอนดรอยเก่าๆ มันก็บอกเดี๋ยวมันก็รีบูทเองอีก ผมบอกซ้ำอีกครั้งว่าผมรีบ เอาเบอร์ผมไว้ได้มั้ย มันก็ไม่พูดอะไร ซักพักมันถึงบอกคงไม่เป็นไรแล้วแหละ แต่เดี๋ยวดูอาการอีกที แล้วก็เดินไปถึงทางลอยอีกครั้ง มันก็ถามผมว่าลงโปรแกรมใหม่นี่มันราคาเท่าไหร่ล่ะ แล้วก็พูดประมาณว่าจะให้ผมจ่ายให้ ผมก็บอกว่าประมาณ 300 มั้ง  ผมก็บอกอีกทีว่า ผมไม่มีเงินตอนนี้ เอาเบอร์ผมไว้?  แล้วมันถึงบอกว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ เดี๋ยวส่งศูนย์ก็ได้.. แล้วมันก็ยึกยักๆ จะให้ผมจ่าย แล้วทำเป็นพูดว่าถ้าผมไม่สบายใจก็ไม่ต้องก็ได้ แต่มันก็ยืนรอ..   ผมเลยเดินไปอย่างไว

ขอสังเกตที่น่าสงสัยคือ
1. หลังจากเดินชนแปปเดียว มันเดินตามหลังมาไวมาก อย่างกับเดินตามมาตั้งแต่ผมหันมาแล้ว
2. โมโห พูดคำหยาบ
3. เครื่องไม่ได้เป็นอะไร
4. เสนอให้เอาเบอร์ไว้ ก็ไม่ยอม จะให้รอดูอาการอย่างเดียว

ถามคนอื่นๆ ถ้าคุณเป็นผม หรือ ถ้าคุณเป็นเจ้าของโทรศัพท์ที่ถูกเดินชนจริงๆ จะทำยังไง

edit เพิ่ม https://www.facebook.com/Victimthailand/posts/325613484208381 (https://www.facebook.com/Victimthailand/posts/325613484208381) หน้าและหุ่นคล้ายกับที่ผมเจอวันนี้เลยนะเนี่ย สถานที่เดียวกัน ...เหอะๆ เลวจริงๆ

ขอบคุณที่มา: -http://pantip.com/topic/30648521-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 08:57:19 AM

งามไส้ประเทศ!โชเฟอร์แท็กซี่โหดฟันหัวฝรั่งดับสยอง
-http://www.dailynews.co.th/crime/217278-
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 23:38 น.

วงจรปิดแท็กซี่โหด (http://www.youtube.com/watch?v=lkPygvA1NWI#)

วงจรปิดแท็กซี่โหด (http://www.youtube.com/watch?v=lkPygvA1NWI#)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=lkPygvA1NWI-
วงจรปิดแท็กซี่โหด


แท็กซีทะเลาะวืวาทแทงต่างชาติดับ (http://www.youtube.com/watch?v=xPL7jBvGt1M#ws)

แท็กซีทะเลาะวืวาทแทงต่างชาติดับ (http://www.youtube.com/watch?v=xPL7jBvGt1M#ws)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=xPL7jBvGt1M-
แท็กซีทะเลาะวืวาทแทงต่างชาติดับ


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217278/0.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217278/2.jpg)

แท็กซี่กะซวกโหดฆ่ามะกันตายสยอง เหยื่อดีกรีผู้จัดการบริษัทดัง พยานแฉเห็นโดยสารรถแท็กซี่มาจอดก่อนจะลงมาทะเลาะกับโชเฟอร์ เมื่อเดินหนีกลับถูกอีดาบไล่ฟัน แม้พยายามสู้แต่พลาดท่าถูกจ้วงยับดับสังเวยแค้นคาหน้าร้านให้เช่าชุดเจ้าสาว

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ร.ต.ท.ธนภัทร กังรวมบุตร พนักงานสอบสวน สน.บางนา เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 21.30 น. วันที่ 6 ก.ค. รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านให้เช่าชุดแต่งงาน “มิสแซทเทอเดย์” ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 68 แขวงและเขตบางนา จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปณัดดา รอง ผกก.(สส) ฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบนทางเท้าพบศพนายทรอย ลี พิลคิงตัน อายุ 51 ปี สัญชาติอเมริกา นอนคว่ำจมกองเลือด มีแผลถูกฟันเป็นฉกรรจ์ที่ศีรษะ หน้าอก และข้อมือซ้าย เลือดไหลกระเซ็นเปรอะพื้น ข้างศพพบโทรศัพท์มือถือ และถุงใส่สลัดผักตกอยู่ ริมถนนพบปลอกมีดสีดำยาวประมาณฟุตครึ่งตกอยู่จึงเก็บเป็นหลักฐาน
 

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายโดยสารมากับรถแท็กซี่รับจ้าง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัสติส สีชมพู ทะเบียน ทว 6549 กรุงเทพมหานคร และมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นผู้ตายกับคนขับซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ อายุประมาณ 30 ปี สูง 165 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่า ลงมาทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ก่อนผู้ตายจะพยายามเดินหนี คนขับจึงหันไปคว้ามีดดาบในรถมาไล่ฟันกัน แต่ผู้ตายเสียท่าถูกคนขับจ้วงแทงดังกล่าว ก่อนจะพยายามนำมีดไปทิ้ง แต่ช่วงนั้นมีคนพลุกพล่านผ่านไปมา จึงเปลี่ยนใจวิ่งไปขึ้นรถขับหนีมุ่งหน้าไปทางบางจากอย่างรวดเร็ว
 

พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบนามบัตรระบุบว่าผู้ตายเป็นผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำหน่ายรถแบ็กโฮ ย่านพระโขนง โดยจากการประมวลเหตุคาดว่าทั้งคู่คงมีปากเสียงทะเลาะกันตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว ก่อนจะจอดลงมาไล่ทำร้ายกันดังกล่าว ซึ่งทางชุดสืบสวนได้เบาะแสเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกพบเห็นทะเบียนรถคันที่ก่อเหจุอย่างชัดเจน ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นของสหกรณ์แห่งหนึ่งย่านอินทรามระ จึงรีบประสานพร้อมแจ้งวิทยุเข้าสกัดจับ ส่วนชนวนเหตุตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดคงต้องรอให้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เสียก่อน ทั้งนี้อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้พบเห็นผู้ก่อเหตุหรือรถคันดังกล่าวรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมโชเฟอร์โหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 09:22:40 AM
วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน รู้ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
งูเข้าบ้าน ป้องกัน อย่างไร วิธีไม่ให้งูเข้าบ้าน

-http://home.kapook.com/view65807.html-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เรียกว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนกลัวงูเลยทีเดียว หากมีงูเข้าบ้านให้ต้องกระวนกระวายใจ เพราะเมื่องูเข้าบ้านมาแล้ว ก็อาจจะไปซุกตัวอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ยอมจากไปง่าย ๆ แถมยิ่งถ้าเป็นงูที่มีพิษด้วยล่ะก็ ยิ่งเสี่ยงจะเกิดอันตรายกับคนในบ้านได้มาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มักมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอชุกชุมเป็นพิเศษ ดังนั้นหากใครอยากรู้ วิธีกันงูเข้าบ้าน หรือ ทำอย่างไรไม่ให้งูเข้าบ้าน วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบมาฝากแล้วจ้า

ลักษณะของงู

          งู เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ลำตัวยาว ไม่มีขา เคลื่อนไหวได้ด้วยการเลื้อยอย่างปราดเปรียวและว่องไว ยกเว้นงูขนาดใหญ่ที่มักเคลื่อนที่ช้า ลำตัวมีเกล็ดหุ้ม ไม่มีเปลือกตา มีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้รับความรู้สึกทางกลิ่น ทั้งนี้ส่วนใหญ่งูมักจะกลัวคนและไม่ค่อยกัด นอกจากถูกรบกวน โดยจะออกหาเหยื่อเมื่อรู้สึกหิว และมักกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น หนู, จิ้งจก, ลูกไก่, กระต่าย ฯลฯ

          โดย งู มีอยู่จำนวนนับร้อยชนิด ทั้งแบบมีพิษ และไม่มีพิษ แต่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทยคือ งูเห่า (มีพิษ) งูจงอาง (มีพิษ) งูเขียว (ไม่มีพิษ หรือมีพิษน้อย) งูหลามและงูเหลือม (ไม่มีพิษ แต่เขมือบเหยื่อได้ทั้งตัว) เป็นต้น

งูเข้าบ้าน เกิดจากสาเหตุอะไร

1. มีแหล่งอาหาร

          หากบ้านหรือสถานที่แห่งนั้น มีแหล่งอาหารงูที่อุดมสมบูรณ์ เช่น มีหนูชุกชุม หรือเลี้ยงสัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่าง นกและลูกไก่ อีกทั้งหากมีสวนที่หญ้ารกหรือต้นไม้อุดมสมบูรณ์ งูก็มักจะมาซ่อนตัวเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยเหมือนกัน

2. ไม่มีสุนัขหรือแมว

          บ้านไหนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง หรือมักไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน งูจะชอบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากงูชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่มีศัตรูมาคอยก่อความรำคาญ ยิ่งหากเป็นหน้าฝนหรือมีน้ำท่วมขัง งูก็จะมุ่งตรงเข้าบ้านเพื่อเลื้อยหาที่แห้ง ๆ ให้ซุกตัว

3. มีมุมอับให้วางไข่

          หากบ้านไหนมีมุมอับที่ไม่มีคนรบกวน งูมักจะเลือกเป็นพื้นที่อาศัยหรือวางไข่  เช่น ใต้ถุนบ้าน ใต้หลังคา ฝ้าเพดาน หรือในตู้ที่ไม่ค่อยเปิดใช้งาน เป็นต้น โดยงูจะเลือกบริเวณที่มีอุณหภูมิเหมาะสม มีความอบอุ่น และไม่มีกลิ่นหรือเสียงรบกวน


งูเข้าบ้าน วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน


วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน

          แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้งูเลื้อยเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันแน่ ๆ ดังนั้นก่อนที่จะมีงูโผล่มาเยือนถึงในบ้าน ให้ต้องหวาดระแวง ลองมาดูวิธีป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ ดังนี้

1. น้ำมันกลิ่นฉุน

          กลิ่นแรง ๆ ของน้ำมันเครื่อง น้ำมันก๊าด น้ำมันสน หรือน้ำมันรถ จะทำให้งูไม่อยากย่างกรายเข้ามาใกล้ เพราะงูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นแรง ๆ ดังนั้นในช่วงหน้าฝน หรือหากพบเห็นงูมาป้วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ บ้าน ก็ลองเอาน้ำมันกลิ่นแรง ๆ ไปราดไว้บริเวณรอบ ๆ บ้าน ก็จะช่วยไล่งูให้หนีไปทางอื่นได้

2. กรวด

          กรวด หรือหินก้อนเล็ก ๆ หากนำมาโรยไว้รอบตัวบ้าน ก็จะทำให้งูเกิดอุปสรรคในการเลื้อย เพราะเมื่อเจอกับก้อนกรวดจนทำให้เลื้อยลำบาก งูก็จะเปลี่ยนใจไปที่อื่นในที่สุด

3. เลี้ยงสุนัข

          แม้ดูแล้วจะเหมือนให้สุนัขเสี่ยงอันตรายแทน แต่ที่จริงแล้วสุนัขมักจะไม่นิ่งเฉยหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้ ส่วนงูก็เป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย ดังนั้นหากงูเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ ๆ บ้าน สุนัขก็จะส่งเสียงเห่า ทำให้งูตกใจและหนีไปเอง บ้านไหนที่เลี้ยงสุนัขเอาไว้จึงได้เปรียบในกรณีนี้ แต่หากเป็นงูขนาดใหญ่สุนัขก็อาจเกิดอันตรายได้

4. แผ่นกันงู

          เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับติดไว้ที่ผนัง หรือเสาไฟ เพื่อดักไม่ให้งูเลื้อยผ่าน เพราะแผ่นกันงูทำจากพลาสติกที่มีความลื่นสูง จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการเลื้อย ซึ่งอาจทำให้งูตกลงมาหรือหมดแรงไปก่อน

5. ตาข่าย

          การติดตั้งตาข่ายเอาไว้รอบบริเวณที่คาดว่าจะเป็นทางเดินของงู เพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ก็จะช่วยดักงูไว้ได้อีกทาง ซึ่งตาข่ายที่นำมาติดตั้งนั้น ควรเลือกที่มีตาชิด ให้งูไม่สามารถลอดผ่านได้ หรือใช้ตาข่ายดักปลาแทนก็ได้  งูก็จะติดอยู่กับตาข่าย ไม่เลื้อยเข้าไปในบ้าน

6. มุ้งลวด

          นอกจากตาข่ายแล้ว มุ้งลวดก็เป็นอีกอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันงูได้ในกรณีที่อยากใช้ในการปิดทางเดิน ไม่ให้งูเลื้อยผ่าน ซึ่งมุ้งลวดอาจมีความแตกต่างตรงที่ไม่สามารถดักให้งูติดอยู่ได้ แต่ก็สามารถป้องกันขวางทางเอาไว้ได้เช่นกัน

7. กำมะถัน

          แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า กำมะถัน ใช้กันงูได้จริงหรือไม่ แต่หลายบ้านก็นิยมใช้กำมะถันผสมน้ำแล้วโรยเอาไว้รอบบ้าน เพื่อป้องกันงูเช่นกัน เนื่องจากเชื่อว่ากลิ่นฉุนของกำมะถันจะทำให้งูเลี่ยงไปทางอื่น ซึ่งในกรณีนี้อาจป้องกันงูไม่ได้ทุกชนิดและทุกตัว และอาจต้องโรยบ่อยในช่วงหน้าฝน เนื่องจากกลิ่นกำมะถันจะจางหายไปได้ง่าย

8. ทำความสะอาดบ้าน

          กำจัดหนู และสิ่งสกปรกในบ้าน ก็จะช่วยไม่ให้งูมีแหล่งอาหารและที่พักพิง ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่เริ่มจากต้นตอได้มากที่สุด ที่สำคัญควรหมั่นตัดหญ้าและดูแลสวนอย่างสม่ำเสมอ งูจะได้ไม่ใช้เป็นที่แฝงตัว อีกทั้งควรหาอะไรมาปิดรูท่อ หรือใส่ตะแกรงท่อระบายน้ำเอาไว้ด้วย งูจะได้ไม่เลื้อยเข้าบ้านทางท่อระบายน้ำ และอย่าลืมดูรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง เพราะในรองเท้าเป็นตำแหน่งที่งูมักเข้ามาซุกซ่อนอยู่

วิธีแก้ปัญหา เมื่องูเข้าบ้าน

          หากบ้านไหนป้องกันงูเข้าบ้านแล้ว แต่เจ้างูก็ยังเลื้อยเข้ามาในบ้านจนได้ อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป ให้รีบตั้งสติให้ดี และทำตามขั้นตอนเหล่านี้

1.สังเกตประเภทของงู

          พยายามสังเกตให้ดีว่า งูที่เลื้อยเข้ามาในบ้านเป็นงูชนิดใด ลักษณะอย่างไร และมีพิษหรือไม่ โดยให้สังเกตที่หัวงู หากเป็นทรงสามเหลี่ยมแสดงว่ามีพิษ เช่น งูเห่า งูจงอาง หากเป็นทรงมนกลมแสดงว่าไม่มีพิษ เช่น งูหลาม เป็นต้น

2. อยู่นิ่ง ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ

          งูจะตกใจหากมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หรือมีคนไล่ ดังนั้นให้ยืนนิ่ง ๆ หรือค่อย ๆ ขยับถอยหลังช้า ๆ โดยจับตามองความเคลื่อนไหวของงูเอาไว้ด้วย ที่สำคัญต้องเว้นระยะห่างให้ปลอดภัยจากการโดนฉก

3. อย่าไล่หรือทำร้าย

          หากไม่มั่นใจว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่ อย่าไล่หรือทำร้ายงูด้วยตัวเอง เพราะหากมีการไล่หรือทำร้าย งูอาจตกใจจนหนีหายไปซุกซ่อนอยู่ในมุมหลืบทำให้หาไม่เจอ หรืออาจพุ่งตัวเข้าฉกทันทีจนเกิดอันตรายได้

4. แจ้งขอความช่วยเหลือ

          โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อมาจับงูออกจากบ้านไป เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่มีความชำนาญมากพอที่จะจับงูต่าง ๆ ออกจากบ้านไปได้โดยไม่ทำอันตรายคนในบ้าน


          ได้รู้จักกับวิธีป้องกันงูเข้าบ้าน และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่องูเข้าบ้านกันไปแล้ว บ้านไหนกำลังกลุ้มใจกับปัญหานี้อยู่ ก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปลองใช้ดูกันได้นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
-http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%B9-

, barascientific.com
-http://www.barascientific.com/bscnews/variety/mail-forward/Article-09-10.php-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 10:16:40 AM
ตามรอย "สายด่วน 1192" ใช้ "ไฮเทค" - ตามรถหาย โยงเครือข่ายทั่วประเทศ
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM016RXpOemMyTlE9PQ==&sectionid=-

ข่าวสด แฟ้มคดี

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2013/07/13731377651373137807l.jpg','700','525');)

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2013/07/13731377651373137807l.jpg','700','525');)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2013/07/p0161070756p3.jpg&width=360&height=360)

ปัญหาการโจรกรรมรถ เป็นเรื่องใหญ่และส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรง เพราะรถแต่ละคันกว่าจะซื้อ กว่าจะผ่อนกินเวลาหลายปี แต่กลับต้องตกเป็นเหยื่อคนร้ายที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ขโมยรถไป

ที่ผ่านมาเวลารถหาย เจ้าของรถต้องทำใจไว้ล่วงหน้าว่าโอกาสได้คืนนั้นยากยิ่งกว่ายาก

แม้ตำรวจจะปราบปรามแก๊งโจรกรรมรถมาโดยตลอด แต่ของกลางมักจะไม่ได้คืน เพราะเมื่อคนร้ายโจรกรรมรถไปแล้ว จะใช้เวลาไม่นานในการส่งต่อหรือขับออกชายแดน

ด้วยเหตุนี้เองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พยายามหาหนทางป้องกันและติดตามรถหายให้รวดเร็วขึ้น กระทั่งเป็นที่มาของโครงการสายด่วน 1192 และเว็บไซต์ www.lostcar.go.th (http://www.lostcar.go.th)

โครงการที่ช่วยติดตามรถหายได้รวดเร็ว โดยมีหลายหน่วยงานร่วมมือกัน และประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ


โครงการสายด่วน 1192

สายด่วน 1192 และเว็บไซต์ www.lostcar.go.th (http://www.lostcar.go.th) อยู่ในความดูแลของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.)

เริ่มดำเนินการเมื่อ 3 เดือนก่อน ล่าสุดยังเปิดแฟนเพจ www.facebook.com/lostcar.1192 (http://www.facebook.com/lostcar.1192) เป็นอีกช่องทางสื่อสารกับพลเมืองดีและเจ้าของรถ

ขั้นตอนการทำงานของสายด่วน 1192 ใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในการจับภาพรถเป้าหมาย โดยมีเครือข่ายกว้างขวางทั่วประเทศ เพราะเชื่อมกับข้อมูลพื้นฐานของตำรวจเกือบทุกหน่วยไม่ว่าจะเป็นนครบาล กองปราบปราม ตำรวจทางหลวง และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

นอกจากนี้ยังประสานกับสถานีวิทยุ สวพ.91 เพื่อขอข้อมูลรถหายรวมทั้งรับแจ้งเบาะแสรถต้องสงสัยจากพลเมืองดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนขับรถแท็กซี่ที่มักจะเปิดฟังสวพ.91 ที่กลายเป็นหูเป็นตาให้สายด่วน 1192

เมื่อสายด่วน 1192 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เข้าเวรรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ได้รับแจ้งรถหายจะส่งข้อมูลรายละเอียดของรถ รวมทั้งตำหนิรูปพรรณเด่นๆ เข้าฐานข้อมูลกลาง ที่ให้หลายหน่วยงานเปิดดูได้ และเชื่อมกับข้อมูลกล้องตามจุดสกัดยาเสพติดต่างๆ ของบช.ปส. ซึ่งมีเทคโนโลยีการตรวจจับป้ายทะเบียนรถ ซึ่งติดตั้งตามจุดสกัดต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 300 จุด

หากมีการตรวจพบรถที่ถูกโจรกรรม ข้อมูลต่างๆ จะส่งกลับมาที่ส่วนกลาง และประสานกับหน่วยต่างๆ ในการติดตาม อีกทั้งตำรวจหน่วยต่างๆ เช่นนครบาล หรือกองปราบฯ และทางหลวง มีรถสายตรวจกระจายอยู่แทบทุกเส้นทางอยู่แล้ว

หรือหากรู้เส้นทางคนร้ายสามารถประสานตำรวจท้องที่ตั้งด่านสกัดขวางทางได้ทันท่วงที

"เมื่อรถหายแล้วแจ้งเรามาจะสามารถสกัดกั้นได้โดยใช้เวลา 3 นาที แล้วเราจะบันทึกไว้ในเว็บไซต์ ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบรถหายได้ ด้วยความร่วมมือของภาคเอกชนและสื่อมวลชนทำให้ระบบมีประสิทธิภาพ อยากให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการผ่านเว็บไซต์และแฟนเพจ จนสามารถแจ้งเบาะแสพบรถที่มีการแจ้งหายไว้ได้จะได้รับรางวัลเป็นเงินสดคันละ 5,000 บาท เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนช่วยเหลือกัน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ"

พล.ต.อ.สมยศกล่าวและว่า กรณีคนที่คุณรักหายไปจากบ้านพร้อมกับรถ ทางศูนย์ของเราก็สามารถตรวจสอบช่วยติดตามได้อีกด้วย!??


ใช้ไฮเทคตามคืนรถหาย

หลังเวลาผ่านไป 3 เดือน สายด่วน 1192 ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้ เพราะมีรถหลายคันที่ถูกขโมยสามารถติดตามกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

เช่นรถกระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บบ 8377 ลพบุรี ของ นางสำราญ ไชยบุปผา อายุ 63 ปี ถูกโจรกรรมไปจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในอ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

หลังเจ้าของรถแจ้งความแล้ว ตำรวจสภ.เมืองลพบุรี ส่งรายละเอียดรถเข้าฐานข้อมูลกลางที่ www.lostcar.go.th (http://www.lostcar.go.th) ของศปจร.ตร. และสายด่วน 1192

กระทั่งวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา บก.สกัดกั้นยาเสพติดของ บช.ปส. ซึ่งมีจุดสกัด 311 จุดทั่วประเทศ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่คัด กรองรถเพื่อตรวจจับ แจ้งสัญญาณเตือนที่จุดสกัด อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าพบรถเป้าหมายขับขี่ผ่านไป

เจ้าหน้าที่ประจำจุดสกัดรีบแจ้งไปที่จุดตรวจบ้านพละ อ.ปะทิว จ.ชุมพร สกัดจับรถคันดังกล่าวไว้ได้ และจับกุม นายพันธกร หรือเกษม อินทร์แก้ว อายุ 46 ปี แก๊งโจรกรรมรถ

พล.ต.อ.สมยศระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่นำมาใช้คัดกรองตรวจค้นรถที่ถูกโจรกรรม ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



น.ส.อริสรา สุ่มทอง อายุ 33 ปี เจ้าของรถยนต์โตโยต้า โซลูน่า สีแดง ทะเบียน ภต 2058 กทม. ซึ่งหายไปจากลานจอดรถโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน แจ้งความและข้อมูลถูกบันทึกลงในแฟนเพจ "รถหาย" จากนั้นอีก 3 วันได้คืนอย่างไม่คาดฝัน

"ตอนที่รู้ว่ารถหายก็หมดหวังและไม่คิดว่าจะได้คืน เราก็โทร.แจ้งไป 1192 และสวพ.91 และส่งรูปภาพเข้าไป หลังจากนั้นเพียง 3 วัน เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุ สวพ.91 ที่โทร.เข้าไปแจ้งและให้ข้อมูลรถไว้ ติดต่อกลับมาว่ามีพลเมืองดีพบรถจอดอยู่ที่ สน.ประเวศ จึงไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นรถของเราจริงๆ"

น.ส.อริสรากล่าวและว่า อยากจะขอบคุณทุกคนที่แจ้งเบาะแสและช่วยเหลือ จนสามารถติดตามรถกลับมาได้


นศ.สาวถูกชิงรถก็ได้คืน

อีกรายที่ได้รถคืนเป็นคดีดังเมื่อไม่นานมานี้ กรณีน.ส.ชมพูนุท ทรัพย์สิน อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เจ้าของรถโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน ญพ 3368 กทม. ที่ถูกคนร้ายใช้มีดจี้ชิงรถไปจากลานจอดห้างสรรพสินค้าย่านบางเขน

น.ส.ชมพูนุทกล่าวว่า ถูกชิงรถไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา วันเกิดเหตุจอดรถที่ลานกลางแจ้งห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาหลักสี่ ช่วงเวลาประมาณ 13.20 น. เดินมาเปิดประตูเพื่อขึ้นรถเมื่อขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ ปรากฏว่าคนร้ายมานั่งที่เบาะด้านหลังฝั่งคนขับแล้วใช้มีดจี้บอกให้ขับรถออกไป ก่อนคนร้ายปล่อยตัวโดยไม่ทำอันตราย

น.ส.ชมพูนุทกล่าวอีกว่า ไปแจ้งความและแจ้งไปยังสถานีวิทยุต่างๆ เว็บไซต์ www.lostcar.go.th (http://www.lostcar.go.th) และแชร์รูปในเฟซบุ๊ก เพียง 3 วันก็ได้รับการติดต่อจาก 1192 ว่ามีพลเมืองดีพบรถแล้วจอดอยู่หลังร.พ.ภูมิพล ก็ไปตรวจสอบปรากฏว่าเป็นรถของตนจริงๆ รู้สึกดีใจที่ได้รถคืนมาและขอบคุณผู้ที่แจ้งเบาะแสอย่างมาก

นอกจากนี้มีพลเมืองดีที่ช่วยแจ้งเบาะแส คือ นายปภังกร เก่นไกรฤกษ์ อายุ 44 ปี กล่าวว่าปกติจะเล่นเฟซบุ๊กเป็นประจำทุกวัน และเป็นแฟนเพจ "รถหาย" อยู่แล้ว ประกอบกับมีอาชีพส่งของต้องเดินทางไปตามถนนต่างๆ จึงช่วยสอดส่องดูรถที่แจ้งหายไว้

"กระทั่งพบคันหนึ่งจอดทิ้งอยู่ย่านลาดกระบัง และจำได้ว่าเป็นหนึ่งในรถที่แจ้งหายไว้ในแฟนเพจ จึงโทรศัพท์แจ้งไปที่สายด่วน 1192 ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เดินทางมาตรวจสอบ และพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมไปจริงๆ"


ภัยใหม่-รีโมตขโมยรถ

นอกจากการติดตามรถหายแล้ว ศปจร.ตร. ยังมีมาตรการป้องกันโดยเชิญคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตัวแทนบริษัทประกันภัย บริษัทผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ มาหารือเพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถหรือการโจรกรรมรถ

โดยล่าสุดมีข้อมูลว่าคนร้ายใช้วิธีใหม่โจรกรรมรถหรือเข้าไปขโมยทรัพย์สินในรถ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

นั่นคือเพียงใช้รีโมตเปิด-ปิดล็อกรถยนต์ที่เห็น กันทั่วไป!??

นายดุสิต สุขสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่าคนร้ายใช้สัญญาณรีโมตด้วยการกวนสัญญาณของรถอีกคัน ทำให้รถไม่สามารถล็อกได้

วิธีก็คือเพียงกดรีโมตของรถอีกคันคาเอาไว้ หากมีรถเป้าหมายเข้ามาจอดในรัศมีประมาณ 30 เมตร บางครั้งเมื่อเจ้าของรถกดรีโมตปิดล็อกแล้ว ระบบล็อกจะไม่ทำงานเพราะถูกรีโมตที่คนร้ายกดคาไว้รบกวนสัญญาณนั่นเอง

อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ใช้ได้กับรีโมตที่มีคลื่นวิทยุในย่านความถี่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้บางครั้งก็ทำได้ บางครั้งก็ทำไม่ได้

"เทคนิคดังกล่าวทำให้คนร้ายนำไปประยุกต์ใช้กับรถของคนทั่วไป ที่เมื่อคนขับลงจากรถแล้วกดรีโมตเพื่อล็อกรถ ตามความเคยชินของคนทั่วไปจะเดินไปจากรถทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบอีกครั้งว่า ประตูรถล็อกแล้วหรือไม่ คนร้ายจึงอาศัยช่วงจังหวะที่เจ้าของรถไม่อยู่ เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ และบางครั้งก็อาจโจรกรรมรถไปทั้งคัน"

ด้านพล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยประชาชนผู้ใช้รถเมื่อล็อกรถแล้ว ให้ใช้มือดึงที่มือจับประตูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่ารถล็อกเรียบร้อยแล้ว สำหรับจุดเสี่ยงที่คนร้ายใช้วิธีการนี้บ่อยครั้งคือตามลานจอดรถห้างสรรพสินค้านั่นเอง
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 10:28:19 AM
เตือนภัย'เด็กหอ'ข้อควรรู้เมื่ออยู่หอพัก
-http://www.komchadluek.net/detail/20130707/162772/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81.html#.Udjfqm0h-AI-


เตือนภัย'เด็กหอ'ข้อควรรู้ เมื่ออยู่หอพัก : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

              “สุดแสนสบายแมนชั่น” หอพักที่อยู่สบายดั่งชื่อจริงๆ ถ้าคุณมีตังค์ คุณรวยจริง คุณก็อยู่ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเจ้าของหอ "หน้าเลือดมาก" เรื่องหักเงินเจ้าของหอผู้นี้ช่ำชองมาก ทั้งเก็บ 50 บาท เมื่อยืมกุญแจสำรอง, ค่าน้ำแบบเหมาจ่ายเดือนละ 200 บาท แต่หากเราใช้เกิน 10 หน่วย ท่านก็คิดเราเพิ่มหน่วยละ 20 บาท (แล้วจะบอกว่าเหมาจ่ายทำไม?), เปลี่ยนหลอดไฟ, ส้วมตัน ฯลฯ คิดเงินหมด

                ประโยคข้างต้นจาก http://สุดแสนสบายแมนชั่น.blogspot.com อาจสะท้อนถึงปัญหาที่ “เด็กหอ” กำลังเผชิญ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังต้องเจอกับภัยอันตรายทางร่างกาย ทรัพย์สิน ดังนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นำโดย ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี พร้อมด้วยสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จัดเสวนา “ข้อควรรู้ เมื่ออยู่หอพัก” พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าโครงการ “หอพักติดดาว” ครั้งที่ 5 ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีผู้ประกอบการหอพักบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก-บางนา) และนักศึกษาเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ด้วย

                ณรงค์จันทร์ บูรณะพินิจ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สท.พม. เล่าว่า ทำงานคลุกคลี่อยู่กับหอพักนิสิตนักศึกษามาเป็นเวลานาน ปัญหาส่วนใหญ่คือ ผู้ประกอบการไม่จดทะเบียนหอพักตามกฎหมายระบุ หมายความว่าหอพักจะไม่มีการแยกหญิงชาย บุคคลทั่วไปสามารถพักรวมกับนักศึกษาได้ เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นผู้เช่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด

                “ถามถึงเหตุผลที่ไม่ขอจดทะเบียนหอพัก ได้คำตอบหลายอย่าง เช่น หากแยกชายหญิงห้องพักจะว่างเยอะขาดทุน เกิดอาการเครียด ต้องนอนโรงพยาบาล ต้องจ่ายภาษีแพง ผมว่าผู้ประกอบการเข้าใจผิด แม้ว่าหอพักไม่แยกชายหญิง ไม่จดทะเบียน แต่หากผู้ประกอบการขาด 2 ข้อนี้ ได้แก่ 1.มีเป้าหมายชัดเจนว่ากลุ่มผู้เช่าคือใคร 2.ความเอาใจใส่หอพักและผู้เช่า ต่อให้จดทะเบียนถูกกฎหมายกิจการหอพักไม่มีทางประสบความสำเร็จ ดังนั้นแนะนำให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนความคิด ทำหอพักให้น่าอยู่ เอาใจใส่ ดูแลผู้เช่าเหมือนเขาเป็นลูกหลานของเรา เท่านี้ผมเชื่อว่ารุ่นพี่จะบอกต่อรุ่นน้องให้มาเช่าหอคุณเอง” ณรงค์ กล่าว

                ขณะเดียวกัน แม้นักศึกษาจะอยู่ในหอพักที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ได้แยกชายหญิง และขาดความระมัดระวังตนเองก็จะตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดีได้ เช่น หอพักมหาวิทยาลัยย่านดินแดน มีทั้งหมด 5 ชั้น อยู่ติดกับหอพักรวม 6 ชั้น มีผู้ชายนำเชือกโรยตัวลงมาบนดาดฟ้า ลักลอบเข้าทางระเบียงห้องของนักศึกษาหญิงที่เปิดประตูทิ้งไว้ เข้าไปทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตและเก็บเอาทรัพย์สินที่มีค้าไป ญาติผู้เสียหายได้ร้องเรียนไปที่ สคบ. แต่ สคบ. ส่งเรื่องมายัง พม. ซึ่งเขาได้เป็นผู้ช่วยดำเนินการสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง

                “ผมแนะนำว่า เวลาอยู่ที่หอคนเดียว โดยเฉพาะผู้หญิง อย่าเปิดประตูทั้งหน้าห้อง และหลังห้องโดยเด็ดขาด เพราะทุกวันนี้ไว้ใจอะไรไม่ได้ ทั้งถนนหนทาง ผู้คน สถานที่ ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย อย่างกรณีนักศึกษาสาวคนหนึ่งพักในหอมหาวิทยาลัย เธอกลับบ้านในวันเสาร์-อาทิตย์ และจะกลับมาเรียนในวันปกติ แต่หอปิดเวลา 22.00 น. แต่เธอมาถึง 22.30 น. เข้าหอไม่ได้ จึงนั่งรอที่ใต้ตึก ปรากฏว่ามีชายชาวกัมพูชาเข้ามาเอาไม้หน้าสามตี และเก็บทรัพย์สินไป ซึ่งหอมีทั้งยาม กล้องวงจรปิดครบ แต่ยังเกิดเหตุได้” ณรงค์ กล่าว

                ทั้งนี้ เชื่อว่าหากมีการแยกหอพักหญิงชายจะช่วยลดการเกิดอาชญากรรมได้ และหากในกรณีแยกชัดเจนแล้วแต่ยังเกิดเหตุร้าย ผู้ประกอบการต้องมาพิจารณาปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดเหตุขึ้น เช่น ตัวอาคารว่าควรปรับปรุงตรงไหน อย่างไรบ้าง

                อลงกฎ จิตต์ชื่นโชติ หัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่า ตามที่อยู่ในวงการสื่อ มักพบเห็นข่าวและเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น.ขึ้นไป ทั้งในหอพัก และนอกหอพัก เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (หัวหมาก) นักศึกษาออกไปซื้ออาหารเวลา 22.00 น. พอถึงสะพานใกล้กับมหาวิทยาลัยมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาเธอ พยายามดึงเธอลงไปใต้สะพานเพื่อจะข่มขืน จับได้ภายหลังพบว่าผู้ชายคนดังกล่าวเป็นโรคจิต

                อีกเหตุการณ์หนึ่ง นักศึกษาสาวพักอยู่ซอยรามคำแหง 53 จะไปหาเพื่อนที่ซอยรามคำแหง 51 ระหว่างทางก็มีผู้ชายฉุดไปข่มขืน ระยะทางไม่ไกล แต่สามารถเกิดเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา ดังนั้นอยากฝากถึงทุกคนให้พยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลาวิกาล

                “เหตุการณ์ที่ทุกคนคาดไม่ถึง เช่น เวลาเราได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากห้องข้างๆ หลายคนไม่กล้าออกไปดู และให้การช่วยเหลือ เพราะกลัวได้รับอันตราย ตรงนี้ผมแนะนำให้ออกไปเรียกหาคนใกล้ๆ มาช่วยเหลือ เช่น ยาม อย่าอยู่นิ่งเฉย ต้องรีบช่วยเหลือกัน" หัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าว

                จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สคบ.กล่าวว่า การร้องเรียนหอพักส่วนใหญ่จะเป็นกรณีคืนเงินประกัน ที่ผู้ประกอบการหักเงินประกันเกินจริง คืนเงินประกันช้า สคบ.ได้ทำการแก้ไขปัญหา โดยการจัดทำแบบฟอร์มใบเสร็จการรับ-จ่ายเงินประกัน ขณะนี้ก็มีหอพักนำไปใช้แล้ว และหากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งร้องเรียนเข้ามาสายด่วน สคบ.1166

                อริศรา เอ็มสรรค์ นักศึกษาชั้นปี 1 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เล่าว่า ก่อนจะเข้าหอพักได้หาข้อมูลหอพัก เช่น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หอพักเป็นหอพักรวมหรือแยก บรรยากาศในอาคาร เจ้าหน้าที่หอพักอัธยาศัยดีหรือไม่ กลุ่มคนที่พัก  บริการที่ได้รับ เป็นต้น
       
..................................................

(เตือนภัย'เด็กหอ'ข้อควรรู้ เมื่ออยู่หอพัก : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



http://www.komchadluek.net/detail/20130707/162772/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81.html#.Udjfqm0h-AI (http://www.komchadluek.net/detail/20130707/162772/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81.html#.Udjfqm0h-AI)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 10:45:44 AM
ข้าราชการกรมธนารักษ์แวะทานส้มตำ ปวดท้องกลางดึกหามส่ง รพ.30 ราย
-http://hilight.kapook.com/view/88234-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/ETC/463989-01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/ETC/463989-02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/ETC/463989-03.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เจ้าหน้าที่และข้าราชการกรมธนารักษ์แวะทานส้มตำ ถึงกลางดึกปวดท้องอย่างหนัก ต้องหามส่งโรงพยาบาล กว่า 30 ราย

          วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 เมื่อเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก ได้ลำเลียงผู้ป่วยกว่า 30 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่และข้าราชการกรมธนารักษ์ ที่เดินทางมาศึกษาดูงานที่ จ.พิษณุโลก ที่เข้าพักโรงแรมหามส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลกเป็นการด่วน เนื่องจากมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง

          ทั้งนี้ แพทย์ต้องทำการให้น้ำเกลือ และยาฆ่าเชื้อ ส่วนบางรายอาเจียนไม่หยุด ประกอบกับมีคลื่นไส้ ปวดท้อง แพทย์จึงสั่งให้นอนเฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาล  นอกจากนี้ มี 2-3 รายที่อาการหนัก แพทย์ต้องเฝ้าดูอาการใกล้ชิด กระทั่งผู้ป่วยปลอดภัยแล้ว แพทย์จึงให้เดินทางกลับที่พักได้   

         จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ทราบว่า ทั้ง 30 คนได้แวะรับประทานส้มตำที่ร้านข้างทาง ก่อนเข้าพักที่โรงแรม ส่วนช่วงค่ำก็ได้รับประทานกินอาหารเย็นที่โรงแรม หลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนในตอนกลางดึก เวลาประมาณ 23.30 น. ทางโรงแรมจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล             


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373074664&grpid=&catid=19&subcatid=1905-

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 10:50:27 AM
เป็นกระทู้ที่ผมขอรวบรวมข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยอันตรายต่างๆที่ใกล้ตัว 

เพื่อเป็นความรู้ในการไว้ป้องกันตนเอง

จากภัยต่างๆ  ที่ปัจจุบันนี้  การบาดเจ็บ และ การเสียชีวิต ในสถานที่สาธารณะ หรือ แม้แต่ในบ้านของตนเอง

ขอให้โชคดีครับ



.


ประเทศไทย  น่าจะมีเรื่องของความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการ และ เอกชน

หากเป็นเหตุที่ทำให้ผู้อื่น เกิดความเสียหาย หรือ บาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต

ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง และ อาญา 

และเจ้าพนักงานต้องปฎิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาตามหน้าที่
 


.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 10:54:49 AM
รวบนักท่องเที่ยว 49 ราย ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์รอบ กทม.
-http://hilight.kapook.com/view/88189-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/Rob/criminal_02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/Rob/criminal_01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/Rob/criminal_03.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/Rob/criminal_00.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยพีบีเอส

          เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวกลุ่มนักท่องเที่ยว 49  คน ที่ก่อเหตุร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร ย่านอุดมสุข บางนา และพญาไท

          เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันเข้าตรวจค้นนักท่องเที่ยวจำนวน 49 คน เพื่อควบคุมตัวมาสอบประวัติพร้อมตรวจหาสารเสพติด หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว มักรวมตัวกันเพื่อก่อเหตุอาชญากรรมวิ่งราวทรัพย์ โดยส่วนใหญ่จะก่อเหตุที่ย่านอุดมสุข บางนา และพญาไท ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร

          จากการควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 49 คน มาจากประเทศโคลัมเบีย ไนจีเรีย คองโก และกานา เบื้องต้น ไม่มีหนังสือเดินทาง 5 ราย อีก 6 ราย หนังสือเดินทางหมดอายุ จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ในที่นี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อหาสารเสพติดด้วย

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายกับโจรในคราบนักท่องเที่ยว แล้วจัดการผลักดันนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ออกนอกประเทศต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://news.thaipbs.or.th/video/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%20%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%20%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AB%20%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%20%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-

.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2013, 06:45:47 AM
เตือนภัยบล็อคสัญญาณรีโมทรถยนต์
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=HcMjupLI6ck-


เตือนภัยบล็อคสัญญาณรีโมทรถยนต์ (http://www.youtube.com/watch?v=HcMjupLI6ck#ws)

เตือนภัยบล็อคสัญญาณรีโมทรถยนต์ (http://www.youtube.com/watch?v=HcMjupLI6ck#ws)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=HcMjupLI6ck-




หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:49:26 AM
ตำรวจใช้ ตุ๊กตุ๊ก ปิดล้อมเด็กแว้นบนถนนราชวิถี รวบได้ 21 คน
-http://hilight.kapook.com/view/88571-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/wanz_3.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ตำรวจ สน.พญาไทย ใช้ตุ๊กตุ๊ก ปิดล้อมจับแก๊งเด็กแว้นออกซิ่งบนถนนราชวิถี ได้ 21 คน พร้อมตั้งข้อหาแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาตและขับขี่โดยประมาท

          เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (14 กรกฎาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พญาไท ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกลุ่มเด็กแว้นที่ออกมารวมตัวเพื่อซิ่งแข่งกันบริเวณแยกตึกชัย ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี โดยใช้รถสามล้อเครื่อง จอดปิดบริเวณแยกทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งหมด 8 จุด จนสามารถจับกุมเด็กแว้นได้ทั้งหมด 21 คน โดยแบ่งเป็นชาย 18 คน และหญิง 3 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 8 คน พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้ 47 คัน

          โดย พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท เผยว่า ช่วงกลางดึกวันเสาร์ถึงเช้ามืดวันอาทิตย์ มักจะมีกลุ่มเด็กแว้นออกมาปิดถนนบริเวณแยกตึกชัย เพื่อซิ่งรถจักรยานยนต์แข่งกันบนถนนราชวิถีเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน จึงทำการวางแผนจับกุมด้วยการนำกำลังมาดักซุ่มตามจุดที่วางแผนไว้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเศษ

          กระทั่งช่วงเวลา 04.00 น. กลุ่มเด็กแว้นก็ขับขี่จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิใช้ถนนราชวิถีมุ่งหน้ามาที่แยกตึกชัย จึงประสานให้รถสามล้อเครื่องทั้งหมดไปจอดปิดทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งหมด 8 จุด เมื่อทั้งหมดทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต่างพากันแตกฮือ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมกลุ่มเด็กแว้นเอาไว้ได้ 21 คน ขณะที่บางส่วนทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้และหลบหนีไปได้

          ทั้ง เบื้องต้นกลุ่มเด็กแว้นทั้งหมดจะถูกตั้งข้อหาแข่งรถหรือสนับสนุนให้มีการแข่งรถบนถนนหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับขี่รถโดยประมาทโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจปัสสาวะของเด็กแว้นทุกคน หากพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง จะแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดและขับรถขณะมึนเมาสารเสพติดเพิ่มเติม ก่อนนำตัวไปลงบันทึกประจำวันและทำประวัติเอาไว้ จากนั้นจะนำตัวส่งฟ้องศาลอาญารัชดา ส่วนกลุ่มเด็กแว้นที่เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีนั้นจะนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางต่อไป


ปิดกล่องจับเด็กแว้น (http://www.youtube.com/watch?v=KceCP9azXdM#)
คลิป จับเด็กแว้น ราชวิถี โพสต์โดย คุณ Wichai Yuangkeaw สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ปิดกล่องจับเด็กแว้น (http://www.youtube.com/watch?v=KceCP9azXdM#)
-http://www.youtube.com/watch?v=KceCP9azXdM&feature=player_embedded-


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.dailynews.co.th/crime/218950-
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373769755&grpid=03&catid=03&utm_source=MatichonOnline&utm_medium=MatichonOnline-



.

ปิดแยกตึกชัย "ตุ๊กตุ๊ก" ล้อมจับ "เด็กแว้น"
วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2556 เวลา 08:41 น.
-http://www.dailynews.co.th/crime/218950-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/218950.jpg)

140756 (http://www.youtube.com/watch?v=LKMdrnuyXTk#)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=LKMdrnuyXTk-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/218950/3.jpg)


สน.พญาไท ใช้รถตุ๊กตุ๊ก 50 คัน ล้อมจับ "เด็กแว้น" แข่ง จยย.ซิ่ง บนถนนราชวิถี ไล่จับเด็กแว้น-สาวสก๊อย ได้กว่า 20 คน และยึดรถของกลางได้อีก 47 คน

วันที่ 14 ก.ค. เวลา 04.00 น. พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พ.ต.ท.เฉลิมพล เกรียท่าทราย สว.จร.สน.พญาไท พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พญาไท 30 นาย เข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มเด็กแว้นที่ออกมารวมตัวเพื่อซิ่งแข่งกันบริเวณแยกตึกชัย ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท  เขตราชเทวี โดยใช้รถสามล้อเครื่องจำนวน 50 คัน จอดปิดบริเวณแยกทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งหมด 8 จุด  ผลปรากฏว่าสามารถจับกุมเด็กแว้นได้ทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นชาย 18 คน หญิง 3 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 8 คน สามารถยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้ 47 คัน

พ.ต.ท.จุมพล เปิดเผยว่า ในระยะหลังของช่วงกลางดึกวันเสาร์ต่อเนื่องเช้ามืดวันอาทิตย์ กลุ่มเด็กแว้นจะนำรถจักรยานยนต์ออกมาซิ่งแข่งกันบนถนนราชวิถี มีการปิดถนนบริเวณแยกตึกชัย ซึ่งเป็นท้องที่ของ สน.พญาไท เป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน จึงทำการวางแผนจับกุมด้วยการใช้กำลังตำรวจจราจรของ สน.พญาไท ดักซุ่มตามจุดที่วางแผนไว้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเศษกระทั่งช่วงเวลา 04.00 น. กลุ่มเด็กแว้นก็ขับขี่จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิใช้ถนนราชวิถีมุ่งหน้ามาที่แยกตึกชัย จึงประสานให้รถสามล้อเครื่องจำนวน 30 คัน ไปจอดปิดทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งหมด 8 จุด เมื่อทั้งหมดทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต่างพากันแตกฮือ เร่งเครื่องขับรถหลบหนีกันอย่างชุลมุน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มเด็กแว้นเอาไว้ได้ 21 คน โดยมีบางส่วนที่ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้แล้วสามารถหลบหนีไปได้

พ.ต.ท.จุมพล กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาแข่งรถหรือสนับสนุนให้มีการแข่งรถบนถนนหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับขี่รถโดยประมาทและโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นกับกลุ่มเด็กแว้นทั้งหมด นอกจากนี้จะทำการตรวจปัสสาวะของเด็กแว้นทุกคน หากพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง จะแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดและขับรถขณะมึนเมาสารเสพติดเพิ่มเติม ก่อนนำตัวไปลงบันทึกประจำวันและทำประวัติเอาไว้ จากนั้นจะนำตัวส่งฟ้องศาลอาญารัชดา ส่วนกลุ่มเด็กแว้นที่เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีนั้นจะนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางต่อไป


ตร.ใช้แผนตุ๊กๆพิฆาตจับเด็กเแว้น21คนยึดจยย.50คันซิ่งอนุสาวรีย์ชัยฯ
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373769755&grpid=03&catid=03&utm_source=MatichonOnline&utm_medium=MatichonOnline-

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พ.ต.ท.เฉลิมพล เกรียท่าทราย สว.จร.สน.พญาไท พร้อมตำรวจฝ่ายจราจรและฝ่ายสืบสวน สน.พญาไทกว่า 50 นาย และรถตุ๊กๆประมาณ 50 คัน ทำการปิดล้อมจับกุมกลุ่มเด็กแว๊นแข่งจักรยายนต์บนท้องถนน

 

โดยทำการปิดล้อมบริเวณถนนแยกตึกชัย หน้าโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ สามารถจับกุมรถจักรยานยนต์ได้ 50 คัน และจับกุมเด็กแว๊นได้ 21 คน แบ่งเป็นชาย 18 คน หญิง 3 คน โดยในจำนวนนั้นเป็นเยาวชน 8 ราย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาและรถจยย.ของกลางมาที่ สน.พญาไท

 

พ.ต.ท.จุมพล กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนจับกุม โดยใช้แผนตุ๊กๆพิฆาต วางกำลังโดยใช้รถตุ๊กๆกว่า 50 คัน กระจายกำลังซุ่มตามแยกตึกชัย และอนุสาวรีย์ตั่งแต่ 00.00 น. กระทั่งเมื่อเวลา 04.00 น.พบกลุ่มเด็กแว้นขี่จักรยานยนต์รวมตัวกันมาประมาณ 80 คัน วิ่งจากย่านดินแดง ผ่านอนุสาวรีย์ชัย มุ่งหน้าแยกตึกชัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวใช้รถตุ๊กๆปิดหัวปิดท้ายถนน กลุ่มผู้ต้องหาบางส่วนขับหนีไปได้ บางส่วนทิ้งรถไว้และปีนรั้วโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและซอยใกล้เคียงหลบหนีไปได้
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 15, 2013, 06:37:22 AM
แอร์ฯสาววัย 23 ปี ถูกไฟช็อตเสียชีวิต ขณะคุยมือถือ iPhone5 ระหว่างชาร์ตแบตฯโทรศัพท์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    14 กรกฎาคม 2556 21:34 น.
-http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000086164-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009048901.JPEG)
ภาพแอร์โฮสเตสสาววัย 23 ปี ที่ถูกไฟช็อตเสียชีวิต ขณะที่เธอคุยมือถือiPhone 5 ระหว่างที่ชาร์ตแบตฯโทรศัพท์อยู่ ภาพชุดนี้ได้ถูกเผยแพร่ราวไฟไหม้ป่าบนสื่อสังคมออนไลน์จีนเมื่อวานนี้(13 ก.ค.2556) (ภาพจากเว็บไซต์แอร์โฮสเตส)




       สำนักข่าวซินหวารายงานวันนี้(13 ก.ค.)ว่า มีผู้โพสต์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ (คล้ายทวิตเตอร์) ยอดนิยมของจีน ระบุว่า แอร์โฮสเตสสาววัย 23 ปี ถูกไฟช็อตเสียชีวิตขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์มือถือ iPhone 5 ที่เสียบปลั๊กชาร์ตแบตเตอรี่อยู่ บริษัทแอปเปิล (Apple) ประเทศจีน ได้ออกมาแสดงความเศร้าสลดใจอย่างสุดซึ้งต่อเรื่องนี้ และกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
       
       ในเช้าตรู่ของวานนี้( 12 ก.ค.) ชาวเน็ตจีนใช้นามแฝงว่า “ M เสี่ยวจิ้ง 1128” (M小静1128)ได้โพสต์ข้อความในเวยปั๋ว “ แอร์โฮสเตสสาว โดนไฟช็อต เสียชีวิต ขณะที่กำลังชาร์ตแบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือของแอปเปิล” ข้อความนี้ ดึงดูดชาวเน็ตแห่เข้าอ่านและส่งต่อกันมาก
       
       เว่ยปั๋วของเว็บไซต์ทางการของกลุ่มแอร์โฮสเตสผู้เคราะห์ร้ายได้ยืนยันแล้วว่า มีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
       
       “คุยโทรศัพท์มือถือ iPhone5 ขณะที่กำลังชาร์ตแบตเตอรี่ ถึงตายได้หรือนี่?” โปรยข้อความของ “ M เสี่ยวจิ้ง 1128” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนเว็บไซต์จีน แต่ก็มีกลุ่มชาวเน็ตที่ตั้งข้อสงสัย เช่น แม้ว่าเกิดไฟฟ้ารั่วที่โทรศัพท์ ส่วนใหญ่ก็เพียงทำให้มือชาๆไปเท่านั้น ไม่น่าจะรั่วมาถึงฝาครอบโทรศัพท์
       
       เมื่อวานนี้ “ M เสี่ยวจิ้ง 1128” ได้โพสต์ข้อความโต้ตอบเพื่อนชาวเน็ตที่แสดงความสงสัย “ผมเข้าใจกลุ่มที่สงสัยว่ามีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือ! และก็หวังเช่นกันว่าเพื่อนๆชาวเน็ตจะไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เกินเหตุและตื่นตระหนก! เหตุแอร์โฮสเตสสาวถูกไฟช็อตเสียชีวิตขณะที่รับโทรศัพท์ตอนที่กำลังชาร์ตแบตฯอยู่ ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลแล้ว! และที่ผมนำเรื่องนี้มาเผยแพร่บนเวยปั๋ว เพราะต้องการเตือนผู้คนอย่าคุยโทรศัพท์ในขณะที่กำลังชาร์ตแบตฯโทรศัพท์อยู่! “
       
       ในบ่ายวันนี้ (14 ก.ค.) บริษัทแอปเปิล ประเทศจีน แถลง “พวกเราเสียใจย่างสุดซึ้งต่อเรื่องนี้ ขอแสดงความเสียแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”



http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000086164 (http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000086164)


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 16, 2013, 06:27:33 AM
ลูกเมาเหล้า-เมายาบ้า คว้าขวานจามใส่พ่อ โดนยิงสวนดับ
-http://hilight.kapook.com/view/88617-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pirawan/News/pic_1.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

         พ่อยิงลูกดับ หลังลูกเมายาบ้า แล้วจะเอาขวานจามใส่พ่อ โดยหลังยิงเสร็จ พ่อก็ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ

         วันนี้ (15 กรกฎาคม 2556) เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้นำตัว นายเสรี ภารพิบูรณ์ วัย 60 ปี ชาว อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังจากที่ยิง นายสมไชย ภารพิบูรณ์ บุตรชายวัย 36 ปี เสียชีวิตหน้ากระท่อมปลายนา

         โดยนายเสรี ให้การว่า เมื่อกลางดึกวานนี้ (14 กรกฎาคม 2556) ขณะที่ตนกำลังดูแลสัตว์เลี้ยง บุตรชายได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่กระท่อมปลายนา พร้อมตะโกนเสียงดังขับไล่ตนออกจากที่ และมีปากเสียงกัน ก่อนที่บุตรชายจะนำขวานที่อยู่ในกระท่อมปลายนาวิ่งเข้ามาหา อย่างไรก็ดี ตนสังเกตว่าบุตรชายมีอาการคล้ายกับเมายาและเมาสุราอย่างหนัก จึงบอกว่าให้บุตรชายหยุด เพราะตนมีปืน แต่ว่าบุตรชายไม่ฟัง กลับเดินต่อไม่ยอมหยุด ตนจึงยิงปืนไป 1 นัด ให้บุตรชายล้มลง ก่อนที่จะไปบอกชาวบ้านให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล

          ทั้งนี้ จากการตรวจสอบร่างกายผู้ตาย พบว่าถูกกระสุนเจาะไปที่เหนือหูด้านขวา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
(http://news.springnewstv.tv/32409/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A)

-http://news.springnewstv.tv/32409/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-






หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 17, 2013, 06:14:39 AM
ผู้บริโภคตรวจข้าวถุงพบ “โค-โค่” มีสารตกค้างเกินมาตรฐาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    16 กรกฎาคม 2556 16:39 น.
-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000087114-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152101.JPEG)

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลการตรวจข้าวถุง เมื่อวันที่ 16 ก.ค.


       มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคตรวจข้าวถุงไม่พบสารเคมีใดๆ ตกค้างเลย 12 ตัวอย่าง ตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐาน 50 ppm จำนวน 33 ตัวอย่าง และเกินค่ามาตรฐาน 1 ตัวอย่างคือ “ข้าวโค-โค่” แนะรัฐเปิดเผยยี่ห้อข้าวที่พบการปนเปื้อนและปลอดภัย ย้ำเป็นสิทธิที่ผู้บริโภคต้องรู้ ชี้ใช้กำหนดทิศทางการส่งออกข้าวได้ เหตุบางยี่ห้อสารเคมีเกือบเกินมาตรฐานต้องเร่งแก้ไข เพราะไม่ผ่านมาตรฐานประเทศคู่ค้าสำคัญ
       
       วันนี้ (16 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวแถลง “ผลทดสอบข้าวสารถุงยี่ห้อไหนไม่มีสารเคมี?” ว่า การเปิดเผยข้อมูลการทดลองในครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และคุ้มครองผู้บริโภคในการรับข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอต่อการบริโภค สิทธิในการเลือกซื้อสินค้า และสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ทั้งนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมกับมูลนิธิชีววิถี และศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ตรวจสารเคมีในข้าวสารบรรจุถุงจำนวน 46 ตัวอย่าง จากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต ยากันรา และสารรมควันข้าวเมทิลโบรไมด์ พบว่า ข้าวสารจำนวน 12 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 26.1 ไม่พบสารตกค้างทุกกลุ่ม ได้แก่ ลายกนก-ข้าวหอมมะลิ ข้าวพันดี-ข้าวขาว ธรรมคัลเจอร์-ข้าวหอม รุ้งทิพย์-ข้าวเสาไห้ บัวทิพย์-ข้าวหอม ตราฉัตร-ข้าวขาว ข้าวมหานคร-ข้าวขาว สุพรรณหงส์-ข้าวหอมสุรินทร์ เอโร่-ข้าวขาว ข้าวแสนดี-ข้าวหอมทิพย์ โฮมเฟรชมาร์ท-จัสมิน และชามทอง-ข้าวหอมมะลิ
       
       น.ส.สารี กล่าวอีกว่า ส่วนอีก 34 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 73.9 พบสารเมทิลโบรไมด์ ตั้งแต่ 0.9-67 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ppm) โดยแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ดังนี้ 1.ตกค้างน้อยมาก คือน้อยกว่า 0.9 ppm มี 7 ตัวอย่าง ได้แก่ ช้างเผือก-ข้าวเสาไห้ cooking for fun-ข้าวหอมมะลิ ข้าวเบญจรงค์-ข้าวหอมมะลิ แฮปปี้บาท-ข้าวขาว เทสโก ตราคุ้มค่า-ข้าวหอม และ อคส.-ข้าวหอมมะลิ 2.ตกค้างน้อย คือ ระหว่าง 0.9-5 ppm จำนวน 14 ตัวอย่าง ได้แก่ ข่าวอิ่มทิพย์-ข้าวขาว ชาวนาไทย-เสาไห้ ข้าวแสนดี-ข้าวขาว ท็อปส์-หอมมะลิ ตราเกษตร-ข้าวขาวหอม ฉัตรทอง-หอมมะลิ ติ๊กชีโร่-หอมมะลิ หงษ์ทอง-หอมมะลิ บิ๊กซี-หอมปทุม ตราฉัตร-หอมผสม โรงเรียน-หอมมะลิ ฉัตรอรุณ-หอมผสม ปทุมทอง-หอมมะลิ และไก่แจ้เขียว-หอมมะลิ
       
       น.ส.สารี กล่าวด้วยว่า 3.ตกค้างสูง คือระหว่าง 5-25 ppm จำนวน 7 ตัวอย่าง ได้แก่ พนมรุ้ง-ข้าวขาว ท็อปส์-หอมปทุม คุ้มค่า-เสาไห้ เอโณ่-ข้าวหอม มาบุญครอง-ข้าวขาว ดอกบัว-ข้าวหอมมะลิ และปิ่นเงิน-ข้าวหอม 4.ตกค้างสูง คือระหว่าง 25-50 ppm จำนวน 5 ตัวอย่าง ได้แก่ ถูกใจ-ข้าวขาว สุรินทิพย์-หอมมะลิ ดอกบัว-ขาวตาแห้ง ตราดอกบัว-เสาไห้ และข้าวแสนดี-ข้าวหอม และ 5.ตกค้างเกินมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 50 ppm จำนวน 1 ตัวอย่าง คือข้าวยี่ห้อ “โค-โค่-ข้าวขาวพิมพา” โดยตกค้างอยู่ที่ 67.4 ppm ส่วนการตรวจสารพิษจากเชื้อรา และคุณภาพข้าวถุงนั้นยังไม่แล้วเสร็จ
       
       “การเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตธุรกิจใด หรือต้องการโจมตีรัฐบาล แต่ต้องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะส่งผลการตรวจนี้ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมกับขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ ทั้ง อย. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยรายละเอียดชื่อยี่ห้อข้าวที่พบการปนเปื้อน หรือตัวอย่างยี่ห้อที่ตรวจแล้วปลอดภัยไม่พบการปนเปื้อน เพราะผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการกำหนดทิศทางการผลิตสินค้าและการบริโภคของประเทศในอนาคต และการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐครั้งต่อๆ ไป ควรมีองค์กรผู้บริโภคร่วมด้วย” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวและว่า การส่งตรวจในครั้งนี้ ได้ส่งตรวจในห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยงบประมาณ 7 แสนบาท
       
       นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า การตรวจข้าวบรรจุถุงครั้งนี้ พบผลที่แตกต่างจากของรัฐบาล คือเราพบข้าวถุงที่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน 50 ppm ที่สำคัญการตรวจของรัฐบาลไม่มีการจำแนกระดับของสารตกค้างให้ผู้บริโภคทราบ สำหรับเกณฑ์การกำหนดระดับสารตกค้างเมทิลโบรไมด์นั้น ได้ใช้ค่ามาตรฐานของประเทศคู่ค้าข้าวรายสำคัญของไทย ซึ่งมีค่ามาตรฐานที่ต่ำกว่า 50 ppm เป็นเกณฑ์คือ อินเดียที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25 ppm และประเทศจีนที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 ppm ซึ่งการแบ่งเกณฑ์ดังนี้จะสะท้อนข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่ามีข้าวยี่ห้อใด บริษัทใด มาจากโรงสีใด ที่อาจมีผลกระทบต่อการส่งออก เพราะมีสารตกค้างอยู่ในระดับที่เกินกว่าประเทศคู่ค้ากำหนด ซึ่งต้องรีบแก้ไขเพราะอาจทำให้ไทยสูญเสียตลาดค้าข้าวที่สำคัญ อย่างจีนเมื่อก่อนนำเข้าข้าวจากไทยประมาณ 5 แสนตันต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียง 1 แสนตันต่อปีเท่านั้น โดยหันไปนำเข้าข้าวจากประเทศอื่นมากขึ้น
       
       น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร หัวหน้าศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้บริโภคร้องเรียนมายังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคให้หาข้อเท็จจริง จากกระแสข่าวเรื่องความไม่ปลอดภัยของข้าวสารบรรจุถุงทางสื่อต่างๆ เพราะมีผู้บริโภคบางส่วนยังไม่เชื่อข้อมูลจากภาครัฐ จึงอยากให้มีข้อมูลการตรวจสอบจากภาคประชาชนด้วย ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อจึงร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน) และมูลนิธิชีววิถี เก็บตัวอย่างข้าวถุงที่มีการจำหน่าย ระหว่างวันที่ 19-27 มิ.ย.2556 ทุกยี่ห้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างโมเดิร์นเทรด ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง 6 แห่ง ได้แก่ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โฮมเฟรชมาร์ท และร้านสะดวกซื้อ 1 แห่งคือ เซเวนอีเลฟเวน ได้ข้าวถุงรวม 36 ยี่ห้อ จำนวน 46 ตัวอย่าง แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 100% จำนวน 15 ตัวอย่าง และข้าวขาวกับข้าวหอมอื่นๆ อีก 31 ตัวอย่าง โดยส่งตรวจคุณภาพข้าวสารถุงที่จำหน่ายในท้องตลาดใน 5 ด้านคือ 1.การตรวจคุณภาพข้าวสารถุง ตามมาตรฐานข้าวสาร กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 2.สารเคมีทางการเกษตร ยาฆ่าแมลง 2 กลุ่ม ได้แก่ ออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต 3.ยากันรา 4.สารรมควันข้าวเมทิลโบรไมด์ และ 5.สารพิษจากเชื้อรา อะฟลาทอกซิน

       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152102.JPEG)
ภาพจากเว็บไซต์ฉลาดซื้อ http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html (http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html)
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152103.JPEG)
ภาพจากเว็บไซต์ฉลาดซื้อ http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html (http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html)
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152104.JPEG)
ภาพจากเว็บไซต์ฉลาดซื้อ http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html (http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html)
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152105.JPEG)
ภาพจากเว็บไซต์ฉลาดซื้อ http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html (http://www.chaladsue.com/index.php/component/content/article/96-PR/1577-rice.html)       

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152107.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152108.JPEG)
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152111.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152112.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009152113.JPEG)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 17, 2013, 06:27:16 AM
2 มูลนิธิคอนเฟิร์ม ผลทดสอบข้าว พบ 34 ยี่ห้อมีสารตกค้าง
-http://hilight.kapook.com/view/88662-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5934.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc/IMG_5987.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5989.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc/IMG_5990.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc/IMG_6000.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5992.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5996.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5999.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_6008.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thaipan.org

            2 มูลนิธิคอนเฟิร์มผลทดสอบข้าว พบ 34 ยี่ห้อ มีสารตกค้าง จากการสุ่มตรวจ 46 ยี่ห้อ ขัดกับข้อมูล อย.-กรมวิทยาศาสตร์ฯ ชี้แถลงข่าวเพื่อความปลอดภัยผู้บริโภค

            วันนี้ (16 กรกฎาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมกับมูลนิธิชีววิถี แถลงผลการเก็บตัวอย่างข้าวถุงจากการสุ่มตรวจเพื่อดูมาตรฐาน จากการเก็บตัวอย่างทั้งหมด 46 ยี่ห้อ พบว่ามี 12 ยี่ห้อ หรือคิดเป็นร้อยละ 26.1 ไม่พบการตกค้างของสารทุกกลุ่มประเภท ขณะที่มีข้าวถุงมากถึง 34 ยี่ห้อ หรือคิดเป็นร้อยละ 73.9 มีการตกค้างของสารเมทิลโบรไมด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการรมควันข้าว โดยมีค่าในหลายระดับตั้งแต่ระดับน้อยที่สุดจนถึงเกินค่ามาตรฐานระหว่างประเทศ คือ 0.9-67 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า ข้าวสารยี่ห้อ โค-โค่-ข้าวขาวพิมพา มีระดับสารตกค้าง 67.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และยังพบอีกว่ามีเพียง 5 ตัวอย่าง ที่ไม่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ เพราะพบสารตกค้างสูงกว่า 25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ได้แก่

            1. ข้าวแสนดี ข้าวหอม พบสารตกค้าง 41 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            2. ข้าวตราดอกบัว ข้าวเสาไห้ พบสารตกค้าง 29.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            3. ข้าวตราดอกบัว ข้าวตาแห้ง พบสารตกค้าง 28.9 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            4. ข้าวสุรินทิพย์ ข้าวหอมมะลิ พบสารตกค้าง 27.6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            5. ข้าวถูกใจ ข้าวขาว พบสารตกค้าง 27.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/999367_608007615897042_240712847_n.png)


สำหรับข้าวถุงจำนวน 12 ตัวอย่างที่ไม่พบการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรชนิดใด ๆ ได้แก่

            1. ลายกนก ข้าวหอมมะลิแท้ 100%
            2. ข้าวพันดี ข้าวขาว 100% ชั้นดีพิเศษ
            3. ธรรมคัลเจอร์ ข้าวหอมคุณภาพคัดพิเศษ
            4. รุ้งทิพย์ ข้าวขาวเสาไห้
            5. บัวทิพย์ ข้าวหอม
            6. ตราฉัตร ข้าวขาว 15%
            7. ข้าวมหานคร ข้าวขาวคัดพิเศษ
            8. สุพรรณหงส์ ข้าวหอมสุรินทร์
            9. เอโร่ ข้าวขาว 100%
            10. ข้าวแสนดี ข้าวหอมทิพย์
            11. โฮมเฟรชมาร์ท จัสมิน ข้าวหอมมะลิ 100%
            12. ชามทอง ข้าวขาวหอมมะลิ 100%

ข้าวถุงที่มีสารตกค้างในจำนวนน้อยมาก ได้แก่

            1. ช้างเผือก-ข้าวเสาไห้
            2. cooking for fun-ข้าวหอมมะลิ
            3. ข้าวเบญจรงค์-ข้าวหอมมะลิ
            4. ข้าวหอมมะลิแปดริ้ว-ข้าวหอมมะลิ
            5. แฮปปี้บาท-ข้าวขาว
            6. เทสโก ตราคุ้มค่า-ข้าวหอม
            7. อคส.-ข้าวหอมมะลิ

ส่วนข้าวถุงที่มีการตกค้างของสารเมทิลโบรไมด์ ได้แก่

            1. โค-โค่-ข้าวขาวพิมพา ระดับสารตกค้าง 67.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            2. ข้าวแสนดี-ข้าวหอม ระดับสารตกค้าง 41 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            3. ตราดอกบัว-เสาไห้ ระดับสารตกค้าง 29.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            4. ดอกบัว-ขาวตาแห้ง ระดับสารตกค้าง 28.9 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            5. สุรินทิพย์-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 27.6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            6. ถูกใจ-ข้าวขาว ระดับสารตกค้าง 27.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            7. ปิ่นเงิน-ข้าวหอม ระดับสารตกค้าง 21.9 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            8. ดอกบัว-ข้าวหอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 19.7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            9. มาบุญครอง-ข้าวขาว ระดับสารตกค้าง 19.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            10. เอโร่-ข้าวหอม ระดับสารตกค้าง 10.6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            11. คุ้มค่า-เสาไห้ ระดับสารตกค้าง 6.7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            12. ท็อปส์-หอมปทุม ระดับสารตกค้าง 6.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            13. พนมรุ้ง-ข้าวขาว ระดับสารตกค้าง 5.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            14. ไก่แจ้เขียว-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 4.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            15. ปทุมทอง-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 4.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            16. ฉัตรอรุณ-หอมผสม ระดับสารตกค้าง 3.1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            17. โรงเรียน-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 2.7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            18. ตราฉัตร-หอมผสม ระดับสารตกค้าง 2.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            19. บิ๊กซี-หอมปทุม ระดับสารตกค้าง 2.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            20. หงษ์ทอง-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 2.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            21. ติ๊กชีโร่-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 1.7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            22. ฉัตรทอง-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 1.6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            23. ตราเกษตร-ข้าวขาวหอม ระดับสารตกค้าง 1.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            24. ท็อปส์-หอมมะลิ ระดับสารตกค้าง 1.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            25. ข้าวแสนดี-ข้าวขาว ระดับสารตกค้าง 1.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            26. ชาวนาไทย-เสาไห้ ระดับสารตกค้าง 0.98 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
            27. ข้าวอิ่มทิพย์-ข้าวขาว ระดับสารตกค้าง 0.93 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

            โดย น.ส.สารี ระบุว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดเผยข้อมูลผลการทดลองที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอในการบริโภค รวมถึงสิทธิในการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจสอบสารเคมีในข้าวสารบรรจุถุง ในกลุ่มยาฆ่าแมลงชนิดกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต รวมถึงสารที่เป็นยากันเชื้อรา และสารรมควันข้าวเมทิลโบรไมด์

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/IMG_5967.jpg)

 ทั้งนี้ น.ส.สารี กล่าวย้ำด้วยว่า ก่อนหน้านี้แม้จะมีหน่วยงานของรัฐบาล อาทิ คณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงข่าวยืนยันในเรื่องของความปลอดภัยของข้าวสารถุงแล้ว แต่ขณะนี้จากการตรวจสอบของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ร่วมกับมูลนิธิชีววิถี พบว่ายังมีข้อมูลที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงต้องการย้ำชัดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

            ขณะที่ทางด้าน นายวิฑูรณ์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ได้กล่าวถึงเรื่องค่ามาตรฐานของ codex ว่า จากการตรวจสอบสารรมควันเมทิลโบร์ไมด์ พบว่า มีข้าวสารบรรจุถุง จำนวน 13 ตัวอย่างที่มีการตกค้างของเมทิลโบร์ไมด์ในข้าวเกิน 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของ codex ของประเทศจีน ที่กำหนดปริมาณการตกค้างของเมทิลโบร์ไมด์ในข้าวต้องไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และถ้าหากยังไม่มีการปรับปรุงในเรื่องนี้ เชื่อได้ว่า อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของประเทศไทยได้ เพราะประเทศจีน คือ คู่ค้าข้าวรายสำคัญของประเทศไทย จึงอยากเสนอให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบโรงสี และผู้ประกอบการเพื่อหาสาเหตุของการตกค้างของสารรมควันข้าวเมทิลโบรไมด์ในข้าว ว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ พร้อมทั้ง กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานการปนเปื้อนของสารเคมี เพื่อยกระดับคุณภาพของข้าวไทยให้มากขึ้น เพราะเรื่องนี้นอกจากจะกระทบเรื่องการส่งออกแล้ว ก็ยังอาจกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย

            นอกจากนี้ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ได้ยื่นขอเสนอแนะแก่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

            1. ขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันให้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้องค์การนี้เป็นตัวแทนของผู้บริโภคในการดำเนินการตรวจสอบสินค้า หรือบริการต่าง ๆ

            2. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพข้าว เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวให้ประชาชนได้รับทราบ

            3. ขอให้มีการสร้างระบบตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างเป็นระบบ โดยระบบนี้ควรเกิดจากความส่วมมือของหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ตรวจสอบครอบคลุมและครบถ้วนทุกด้าน นอกจากนี้ อยากให้ดำเนินการสุ่มตรวจตัวอย่างข้าวเป็นระยะ เพื่อให้เกิดการปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพข้าวไทย

.


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 17, 2013, 11:01:24 PM
เด็กแว๊นน โดนชาวบ้านไล่กระทืบ!! หนีกันกระเจิง
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=PrvYKo8dYBM-


เด็กแว๊นน โดนชาวบ้านไล่กระทืบ!! หนีกันกระเจิง (http://www.youtube.com/watch?v=PrvYKo8dYBM#ws)

เด็กแว๊นน โดนชาวบ้านไล่กระทืบ!! หนีกันกระเจิง (http://www.youtube.com/watch?v=PrvYKo8dYBM#ws)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=PrvYKo8dYBM-


--------------------------------------------------------------------------------------------------



ชอบมากจริงๆครับ

.


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 22, 2013, 09:44:56 AM
โดนใบสั่ง ไม่ไปจ่ายค่าปรับ จะเป็นอย่างไร!?!

-http://auto.sanook.com/5720/%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/-

(http://p3.s1sf.com/au/0/ud/1/5720/traffic-ticket-laws.jpg)


มีข้อถกเถียงสงสัยกันมานานแล้วว่าเมื่อได้รับใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับ เวลาทำผิดกฎจราจร เช่น ขับรถฝ่าสัญญาณไฟ จอดรถในที่ห้ามจอด ตรวจจับความเร็ว ฯลฯ โดนใบสั่งแบบนี้ถ้าไม่ไปจ่ายจะเป็นไรไหม? ขยำใบสั่งทิ้งได้หรือเปล่า? วันนี้ Dealfish หาคำตอบมาให้

ถ้าไม่ไปชำระค่าปรับตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง โดยไม่มีเหตุอันควร ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนไม่ไปชำระค่าปรับตามใบสั่ง มีความผิดอีกข้อหาหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (มาตรา 155 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ) นอกจากนี้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดการกับผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถตามมาตรา 141 ทวิ ดังนี้

1. พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนตามสถานที่ วัน และเวลาที่ระบุในหมายเรียกนั้น แล้วพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

2. ถ้าพนักงานสอบสวนใช้อำนาจออกหมายเรียกผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้วส่งหมายเรียกไม่ได้ พนักงานสอบสวนจะแจ้งไปยังนายทะเบียนรถหรือนายทะเบียนขนส่งทางบกให้งดรับชำระภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าผู้ได้รับใบสั่งจะมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกและชำระค่าปรับให้เรียบร้อยเสียก่อน พนักงานสอบสวนจึงจะแจ้งไปยังนายทะเบียนให้ทราบเพื่อให้ผู้นั้นชำระภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นต่อไป

ดังนั้น เมื่อคุณทำผิดกฎจราจร หรือได้รับใบสั่ง คุณก็มีหน้าที่ต้องไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจในเขตท้องที่และภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ซึ่งปกติแล้วก็มักจะไม่เกิน 7 วัน หรือถ้าใครไม่สะดวกไปจ่ายเองก็อาจจะชำระทางไปรษณีย์ก็ได้ ส่วนกรณีโดนยึดใบขับขี่ไว้ ก็ให้ใช้ใบรับแทนใบขับขี่ไปพลางก่อน เมื่อไปชำระค่าปรับแล้วตำรวจก็จะคืนใบขับขี่ให้

หลายคนคิดว่าไม่ต้องไปจ่ายหรอก ข้อมูลคงไม่ถึง อันนี้ขอแนะนำว่าอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า นอกจากจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้แล้ว ยังต้องอาจต้องโทษปรับเพิ่มขึ้นด้วย สรุปให้สั้นๆ นั่นคือ ทำให้ถูกต้องดีกว่าจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง..
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 23, 2013, 06:50:01 AM
คลิปกลุ่มชายบุกตรวจร้านเกม อ้างมาจากบริษัทดัง

-http://news.sanook.com/1198629/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87/-

(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/239/1198629/7.jpg)

กลุ่มชายบุกตรวจร้านเกม มาตรวจของละเมิดลิขสิทธื์ ไม่ยอมให้เจ้าของร้านดูบัตร แถมยังอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทเพลงชื่อดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ก.ค.) ในเว็บไซต์ยูทูป ได้มีผู้ใช้ชื่อว่า Miss.Nuchnaphaphan Yangsoong โดยเป็นภาพเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน เข้ามาตรวจค้นในร้านอินเตอร์เน็ต โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาตรวจของละเมิดลิขสิทธื์ แต่เจ้าของร้านไม่ยอม พร้อมขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ ขณะที่กลุ่มชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ยอมให้ตรวจบัตร เมื่อหญิงเจ้าของร้านยืนยันว่าจะให้ตรวจค้นก็ต่อเมื่อมีบัตรเท่านั้น กลุ่มชายดังกล่าวก็หยิบบัตรให้ดู และพยายามตรวจค้นเอกสารด้วยท่าทางน่ากลัว

ทั้งนี้ เมื่อหญิงคนดังกล่าวถ่ายคลิปเอาไว้ กลุ่มชายก็พยายามเอามือปัดและไม่ยอมให้ถ่าย และบอกว่าให้ตรวจดีๆ ก็สิ้นเรื่อง และยังอ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทเพลงชื่อดังอีกด้วย


----------------------------------------------------------

คลิป กลุ่มชายบุกตรวจร้านเกมแบบอุกอาจ ส่อพิรุธเพียบ
-http://hilight.kapook.com/view/88924-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/News/011.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/News/012.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/News/013.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Miss.Nuchnaphaphan Yangsoong

           คลิป กลุ่มชายบุกตรวจร้านเกมแบบอุกอาจ ชาวเน็ต ตั้งข้อสังเกตพบพิรุธเพียบ ทั้งไม่มีบัตร และอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากแกรมมี่มาตรวจร้านเกม

           กลายเป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในขณะนี้ เมื่อคุณ Miss.Nuchnaphaphan Yangsoong ได้อัพโหลดภาพเหตุการณ์ (22 กรกฎาคม 2556) ที่ชายหลายคน เข้ามาขอตรวจค้นภายในร้านอินเทอร์เน็ต โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาตรวจของละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ทางเจ้าของร้านไม่ยอมให้ตรวจค้นพร้อมกันขอดูบัตรเจ้าหน้าที่

           ส่วนทางด้านกลุ่มชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พยายามโยกโย้ และไม่ยอมให้ตรวจบัตรแต่โดยดี แต่พอหญิงเจ้าของร้านยืนยันว่าจะให้ตรวจค้นก็ต่อเมื่อมีบัตรเท่านั้น ด้านกลุ่มชายคนดังกล่าว ก็ได้หยิบสำเนาบัตรตำรวจมายื่นให้ดู นอกจากนี้ ยังพยายามจะตรวจค้นเอกสารด้วยท่าทีที่น่ากลัวอีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม หญิงคนดังกล่าวได้อัดคลิปวิดีโอเก็บไว้ ส่วนกลุ่มชายก็พยายามจะเอามือปัดป้อง ไม่ยอมให้ถ่าย และบอกว่าให้ตรวจดี ๆ ก็สิ้นเรื่อง แถมยังอ้างตัวว่าเป็นพนักงานจากบริษัทใหญ่อย่างแกรมมี่อีกด้วย

           เอ้า ! ชาวเน็ตก็ตั้งข้อสังเกตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าตรวจค้นโดยไม่มีบัตรตัวจริง หรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากแกรมมี่มาตรวจร้านเกม เป็นต้น


ช่วยพิจารณาด้วยนะค่ะ (http://www.youtube.com/watch?v=S-5Egsp3d30#)

ช่วยพิจารณาด้วยนะค่ะ (http://www.youtube.com/watch?v=S-5Egsp3d30#)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=S-5Egsp3d30-

คลิป ช่วยพิจารณาด้วยนะคะ โพสต์โดย Miss.Nuchnaphaphan Yangsoong

-http://hilight.kapook.com/view/88924-

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 02, 2013, 09:51:08 PM
จับแก๊งสาวแสบมอมยารูดทรัพย์
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    2 สิงหาคม 2556 14:39 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000095351-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000010019101.JPEG)


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000010019102.JPEG)


กองปราบฯ จับแก๊งสาวแสบ หลอกตีสนิทเหยื่อชาย ตามแหล่งสถานบันเทิงและชักชวนกันไปหาสำราญต่อ ก่อนมอมยารูดทรัพย์เกลี้ยง พบประวัติเคยติดคุกและลวงเหยื่อปลดทรัพย์จนเป็นอาชีพ
       
       วันนี้ (2 ส.ค.) ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.สั่งการ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม นางรวีวรรณ หรือศิริพร พินิจการ อายุ 42 ปี, น.ส.สมศิริ พินิจการ อายุ 22 ปี, น.ส.ศิริพร สนสัมฤทธิ์ อายุ 32 ปี, น.ส.สุพรรณนา นาคเฉลิม อายุ 22 ปี และนายศิริพงษ์ พินิจการ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร โดยจับกุมนางรวีวรรณ และ น.ส.สมศิริ ได้ที่บ้านพักย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วน น.ส.ศิริพร จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านห้วยขวาง ขณะที่ น.ส.สุพรรณา และนายศิริพงษ์ จับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสำโรง
       
       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันก่อเหตุมอมยารูดทรัพย์ผู้เสียหายที่ไปเที่ยวตามสถานบริการต่างๆ โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหานั้นจะเลือกเหยื่อที่แต่งตัวดีและมีเครื่องประดับติดตัว จากนั้นจะทำทีเข้าไปตีสนิทร่วมดื่มสุราด้วย ก่อนชักชวนเหยื่อไปดื่มต่อที่บ้านพัก หรือตามโรงแรมต่างๆ เมื่อสบโอกาสก็จะมอมยา แล้วลงมือปลดทรัพย์สินต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้มอมยารูดทรัพย์นายกฤษดา และนายพิสิฎฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัว เหตุเกิดที่สถานบริการชื่อดังแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 2 โดยสูญทรัพย์สิน ประกอบด้วย เงินสด 12,000 บาท สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท 2 เส้น ,เหรียญรัชกาลที่ 5 เลี่ยมทอง, พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน และโทรศัพท์ไอโฟน 2 เครื่อง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะนำทรัพย์สินไปขายเอาเงินมาแบ่งกัน
       
       สอบสวนนางรวีวรรณ และ น.ส.ศิริพร รับว่าเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะนี้มาก่อนและรู้จักกันที่เรือนจำ สำหรับ น.ส.ศิริพร พบว่าเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะเดียวกันมาหลายครั้ง ทั้งในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง และ สน.ดินแดง เมื่อพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2553 ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ที่ผ่านมาผู้เสียหายบางรายก็ไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะเกรงว่าทางครอบครัวจะทราบเรื่อง และเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน รับไว้ดำเนินคดีต่อไป โดยผู้เสียหายที่เชื่อว่าตกเป็นเหยื่อสามารถเข้าชี้ตัวเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 02, 2013, 10:27:08 PM
ช่วยระทึก ! เด็กวัย 3 เดือน ผ้าห่อตัวปลิวดึงร่างติดล้อ จยย.
-http://hilight.kapook.com/view/89308-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          เกิดเหตุไม่คาดฝันย่านสุขาภิบาล 6 อ.ศรีราชา เด็กวัย  3 เดือน หลุดจากมือแม่ เหตุผ้าที่ใช้ห่อตัวเข้าไปพันกับล้อรถจักรยานยนต์ขณะขี่กลับที่พัก เคราะห์ดีกู้ภัยฯ ช่วยงัดร่างนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน ก่อนหมดสติ

          เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าร้านขายยากันเอง ติดถนนสุขาภิบาล 6 หมู่ 3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้มีชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา เข้าไปให้การช่วยเหลือ ด.ญ.ธันยาสีนี บรรโรจน์ หรือ น้องดาว อายุ 3 เดือน 1 วัน เนื่องจากร่างได้เข้าไปติดอยู่ในล้อหลังของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน คนท -705 ชลบุรี จนตัวเริ่มเขียว โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็สามารถช่วยเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวีณศรีราชา เพื่อให้แพทย์รักษาอาการที่บาดเจ็บต่อไป

          ด้าน น.ส.ไอซ์ริษา บรรโรจน์ อายุ 20 ปี แม่น้องดาว เล่าว่า ตนพร้อมนายนิรัตน์ บรรโรจน์ สามี ลูกสาววัย 5 ขวบ และน้องดาว ได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับที่พัก ซึ่งอยู่ที่เคหะเอื้ออาทร กม. 9 แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ห่อน้องดาวได้หลุดและเข้าไปพันกับล้อรถจักรยานยนต์ น้องดาวจึงหลุดมือเข้าไปติดอยู่กับล้อหลังของรถจักรยานยนต์ จนได้รับบาดเจ็บ เกือบหมดสติ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM05UUXlOakU0T1E9PQ==&subcatid=-

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 04, 2013, 06:51:33 AM
พ่อปล่อยลูกเล่นตามลำพัง สุดท้ายพบสลบท้ายรถดับ 1 สาหัส 1
-http://hilight.kapook.com/view/89318-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan-kc/News%20-%20Crime/181cb970c08ebfd0b58b9600703.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

          โชเฟอร์แท็กซี่ผู้เป็นพ่อหัวใจสลายหลังนอนหลับพักเอาแรง แล้วปล่อยให้ลูกน้อย 2 คนเล่นตามลำพัง ตื่นมาไม่เจอลูก กระทั่ง พบลูกทั้งสองนอนแน่นิ่งที่ท้ายรถเก๋ง เบื้องต้นลูกคนโตขาดอากาศเสียชีวิต ส่วนคนน้องอาการโคม่า

          วานนี้ (2 สิงหาคม 2556)  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลธนบุรี 2 ถนนบรมราชชนนีว่าพบเด็กชาย 2 รายเข้ามารักษาตัวด้วยอาการสาหัส กระทั่งเสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พบนายเจต (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนางสาวมะพร้าว (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ผู้เป็นบิดาและมารดาของเด็ก กำลังยืนเฝ้าศพของ เด็กชายนัท (นามสมมติ) วัย 4 ขวบ

          เบื้องต้น นายเจต ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ประจำอยู่ที่ขนส่งสายใต้ใหม่ ส่วนภรรยาทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่บริษัทย่านตลิ่งชัน และมีลูกชาย 2 คน โดยผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายคนโตอายุ 4 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่วนคนเล็กอายุ 3 ปี อยู่ชั้นเตรียมอนุบาลโรงเรียนเดียวกัน โดยปกติตนเองจะไปรับลูกที่โรงเรียนเป็นประจำและดูแลจนถึงช่วงเย็น

          นายเจต  กล่าวต่อว่า หลังจาก 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ภรรยาจะรับช่วงดูแลลูก แล้วตนจึงออกไปขับรถแท็กซี่ แต่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 ทางโรงเรียนแจ้งว่าต้องพาลูกชายคนโตไปร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียน ส่วนน้องคนเล็กให้กลับบ้านได้ตั้งแต่ช่วงเที่ยง ตนจึงไปรับลูกกลับบ้านและอาบน้ำให้ลูกจนแล้วเสร็จ ก่อนจะปล่อยให้ไปเล่นภายในบ้านตามประสา ส่วนตนก็นอนหลับพักเอาแรง หลังจากนั้น ภรรยากลับมาถึงบ้านก็ไม่พบลูกชายแล้ว และภรรยาได้เรียกตนให้ตื่นขึ้นมาช่วยตามหาลูก แต่ก็ไม่พบ จึงตัดสินใจเอากุญแจรถเก๋งของตัวเอง มาลองไขที่ท้ายรถดู กลับพบว่าลูกทั้งสองนอนสลบอยู่ภายในท้ายรถ สภาพเหงื่อชุ่มกาย จึงรีบนำทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล แต่น้องนัทขาดอากาศหายใจนานเกินไปจนเสียชีวิต ส่วนลูกคนเล็กยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน

         นายเจต กล่าวอีกว่า ตนคาดว่าลูก ๆ น่าจะมาวิ่งเล่นแถวรถ จากนั้นคนพี่คงไปเปิดฝากระโปรงท้ายจากด้านในรถ แล้วชักชวนน้องให้เข้าไปเล่นในฝากระโปรง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้ทั้งคู่ดึงฝาท้ายลงมาปิดจนลงล็อกและเปิดออกมาไม่ได้ กระทั่งขาดอากาศหายใจจนทำเสียชีวิตดังกล่าว


 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.dailynews.co.th/crime/223569-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 04, 2013, 06:55:44 AM
นุ้ย สุจิรา ถูกตีนแมวงัดบ้านซ้ำ ด้านตำรวจชี้วงจรปิดถ่ายคนร้ายได้
-http://women.kapook.com/view67911.html-

(http://img.kapook.com/u/pattamaporn/Star/nui1.jpg)

(http://img.kapook.com/u/pattamaporn/Star/nui.jpg)
รูปคนร้าย



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram nuisujiraa

          นุ้ย สุจิรา ซวยซ้ำซวยซ้อน ถูกโจรบุกงัดบ้านกวาดทรัพย์สินกว่า 40,000 บาท หลังเหตุถูกทุบรถไม่ถึง 6 เดือน ด้านตำรวจเผย ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดชัดเจน น่าจะตามจับได้ไม่ยาก

          หลังจากที่ถึงคราวเคราะห์ โดนคนร้ายทุบเบนซ์ที่จอดไว้หน้าบ้านขโมยทรัพย์สินไปรอบหนึ่งแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดดาราสาว นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ วัย 31 ปี ก็ต้องโอดครวญอีกครั้งเมื่อล่าสุด ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวานนี้ (2 สิงหาคม 2556) ได้มีคนร้ายบุกเข้ามางัดบ้านของเธอที่ เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซ้ำอีกครั้ง

          และนั่นทำให้ นุ้ย สุจิรา ถึงกับออกมากรีดร้องผ่านอินสตราแกรม ว่า "กรี๊ด!!!!!ช่วงนี่มีเสน่ห์กับโจรเหลือเกินกุมภาโดนงัดรถ วันนี้!!!!!ตี2โดนงัดบ้านเข้ามาเอาทรัพย์สินอีกแล้วววววววววววววววมะไหวละน้าาาาาาาา" พร้อมกับโพสต์ภาพคนร้ายที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกไว้ได้ด้วย

          โดย นุ้ย สุจิรา เผยถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า ในตอนนั้นคนร้ายปีนจากบ้านอีกหลัง หนึ่งลงมาที่บ้านตน และงัดเข้าทางประตูหลังบ้าน ก่อนจะรื้อค้นทรัพย์สินในบ้าน กวาดเงินสดไป 3 พันกว่าบาท รวมถึงไอแพดและบัตรเอทีเอ็ม รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 40,000 บาท จนกระทั่งช่วงเช้าคนในบ้านตื่นมาเห็นร่องรอยถูกรื้อค้น จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สน.โชคชัย ทันที

          อย่างไรก็ตาม นุ้ย สุจิรา เผยว่าบ้านหลังนี้ตนก็คงอยู่อีกไม่นาน เพราะหลังแต่งงานก็คงย้ายบ้านไป ขณะที่ทางตำรวจ หลังได้รับแจ้งเหตุก็ได้นำตู้แดงมาติดไว้หน้าบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกแล้ว และจะเพิ่มสายตรวจให้มากขึ้นเพราะบริเวณย่านเสนานิคมเป็นซอยเปลี่ยวและเกิดเหตุบ่อยครั้ง ส่วนตัวเองก็รู้สึกตกใจ เนื่องจากเหตุลักทรัพย์บริเวณบ้านได้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน หลังจากนี้คงเตรียมติดเหล็กดัดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สิน

          และคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบ้าน นุ้ย สุจิรา พบคนร้ายเป็นชายอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งใช้มีดกรีดมุ้งลวดข้างประตูห้องครัว แล้วลอดตัวเข้าผ่านช่องเหล็กดัดเข้าไปในบ้าน โดยไม่ได้มีการเข้าไปทำร้ายร่างกายบิดาของ นุ้ย สุจิรา ซึ่งนอนอยู่ชั้นล่างของบ้านแต่อย่างใด โดยทางตำรวจระบุว่า ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดเจน สามารถเห็นใบหน้าของคนร้าย จึงคาดว่า จะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้ไม่ยาก และสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจอยู่ใกล้เคียงบ้านของผู้เสียหาย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ไอเอ็นเอ็น และ -http://www.siamdara.com/hotnews/130803_15011.html-





หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 04, 2013, 07:18:26 AM
รายการบางอ้อ ชวนไขปริศนา ไข่ถอนคุณไสย-พลังเหล็กไหล-มักกะลีผล
-http://drama.kapook.com/view67878.html-

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-6_15.jpg)

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitledd-5.jpg)

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitled-6.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการบางอ้อ โพสต์โดย คุณ jessadad สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            เรื่องไสยศาสตร์ ถือเป็นความเชื่อที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน แต่บางครั้งสิ่งเหล่านั้นอาจพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น รายการบางอ้อ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี จึงได้รวบรวมเรื่องราวความเชื่อ ที่ทำให้หลายคนต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ มาตีแผ่ข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งประกอบด้วย 3 เรื่อง ดังนี้


 เรื่องที่ 1 การใช้ไข่ไก่ถอนคุณไสย เพื่อให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-5_17.jpg)

            มีตำหนักทรงหลายแห่งที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อหลอกลวงทรัพย์สินจากประชาชน โดยอ้างว่าสามารถใช้ไข่ไก่ถอนคุณไสยที่ทำให้เจ็บป่วย จนผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อ และคิดว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตำหนักทรงเหล่านี้เริ่มขยายตัวเป็นธุรกิจมากขึ้น เห็นได้จากการที่ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย โดยผู้ที่แวะเวียนมาอย่างน้อยต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 300 บาท หากรวมค่ารักษาด้วย คิดเป็นเงินประมาณ 3,000-5,000 บาท ซึ่งในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมารักษาอาการเจ็บป่วยไม่ต่ำกว่า 20 คน ทำให้รายรับในแต่ละเดือนไม่น่าจะต่ำกว่า 100,000 บาท

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitled-7.jpg)

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-9_11.jpg)

             สำหรับการรักษาโรค โดยนำไข่มาคลึงตามร่างกายเพื่อถอนคุณไสยนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งวิธีทำก็ไม่ยาก หากรู้เคล็ดลับในการทำให้ไข่อ่อนตัว หรือรู้วิธีการเจาะไข่ไก่ ก็สามารถใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไป ในไข่ได้อย่างง่ายดาย ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สก็อตเทปใส เข็มฉีดยา คัตเตอร์ และสิ่งของ เช่น ตะปู เส้นผม สีผสมอาหาร เพื่อทำเลือดและน้ำหนองปลอม ส่วนขั้นตอนในการทำไข่ไก่ถอนคุณไสยมีดังนี้

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitled-11.jpg)

            1. นำสก็อตเทปใสติดตรงไข่ไก่ในบริเวณที่จะเจาะรู

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitled-12.jpg)

            2. นำหลอดเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ดูดสีที่ผสมไว้ แล้วฉีดเข้าไปในไข่ หรือนำสิ่งของยัดลงไป

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-13_9.jpg)

            3. ปิดรูที่เจาะไว้ด้วยน้ำตาเทียน แล้วเขียนลายอักขระทับลงไป เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว

บางอ้อแฉไสยศาสตร์ เสกตะปูเข้าไข่รักษาโรค (http://www.youtube.com/watch?v=9lSyYjrswuE#)
-http://www.youtube.com/watch?v=9lSyYjrswuE-

บางอ้อแฉไสยศาสตร์ เสกตะปูเข้าไข่รักษาโรค (http://www.youtube.com/watch?v=9lSyYjrswuE#)
คลิป บางอ้อแฉไสยศาสตร์ เสกตะปูเข้าไข่รักษาโรค : เครดิตรายการบางอ้อ
โพสต์โดย คุณ jessadad สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


เรื่องที่ 2 การโชว์อานุภาพของเหล็กไหล ด้วยการจุ่มมือในน้ำกรด

(http://img.kapook.com/u/thitima/food/Untitled-5.jpg)

            ทางรายการเล่าว่า วัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น อ้างว่า มีเครื่องรางของขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหล็กไหลอัคนีที่มีสรรพคุณคุ้มครอง แคล้วคลาด รวมถึงอานุภาพทำให้หนังเหนียว และหากใครอยากลอง ก็เพียงแค่ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วกำเหล็กไหลเอาไว้ในมือหนึ่งข้าง เพียงเท่านี้ก็สามารถจุ่มมือลงไปในน้ำกรดที่มีความรุนแรงขนาดทำให้ก้านไม้ขีดธรรมดาติดไฟได้ โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-6_16.jpg)

            ถึงแม้ว่า เรื่องดังกล่าวจะดูน่าอัศจรรย์ แต่แท้จริงแล้วสามารถอธิบายได้ด้วย หลักทางวิทยาศาสตร์ ซึ่ง ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อสังเกตไว้ ดังนี้

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-8_11.jpg)

            1. หากสำนักไหนโชว์อิทธิฤทธิ์ด้วยการจุ่มมือลงไปในกรด ที่เมื่อนำไปเทราดพื้นปูนแล้วกลายเป็นฟองฟู่ โดยที่มือไม่เป็นอะไรเลย แสดงว่า น้ำกรดดังกล่าวคือกรดไฮโดรคลอริกชนิดเจือจาง

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-7_12.jpg)

            2. หากสำนักไหนโชว์จุ่มไม้ขีดไฟลงไปในน้ำกรด แล้วไม้ขีดเกิดติดไฟขึ้นมา แสดงว่า น้ำกรดดังกล่าวเป็นกรดซัลฟูริกเข้มข้น ซึ่งกรดชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับมือที่แห้งสนิทได้ยากกว่ากับผ้าหรือกระดาษ จึงเห็นได้ว่า เมื่อใช้มือจุ่มลงไปในน้ำกรด แล้วนำมาป้ายที่ผ้าชนิดต่าง ๆ จะทำให้ผ้ามีรอยไหม้สีดำและทะลุเป็นรู แต่ถ้ารีบล้างมือโดยเร็วก็จะไม่มีร่องรอยอะไรให้เห็นเลย

            ทั้งนี้ ทางรายการได้ย้ำว่า ถึงจะรู้ในหลักการดังกล่าวแล้ว แต่น้ำกรดถือเป็นสารอันตราย ดังนั้นจึงไม่ควรนำมาทดลองด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด


บางอ้อแฉไสยศาสตร์ หนังเหนียวจุ่มน้ำกรด (http://www.youtube.com/watch?v=GM_1hgvD1zk#)
-http://www.youtube.com/watch?v=GM_1hgvD1zk-

บางอ้อแฉไสยศาสตร์ หนังเหนียวจุ่มน้ำกรด (http://www.youtube.com/watch?v=GM_1hgvD1zk#)
คลิป บางอ้อแฉไสยศาสตร์ หนังเหนียวจุ่มน้ำกรด : เครดิตรายการบางอ้อ
โพสต์โดย คุณ jessadad สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



เรื่องที่ 3  ความเชื่อเรื่อง มักกะลีผล ช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-5_18.jpg)

            จากความเชื่อที่ว่า นารีผล หรือ มักกะลีผล เป็นผลไม้ในตำนาน มาจากดินแดนเร้นลับอย่างป่าหิมพานต์ ที่จะส่งผลให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง สมหวังในเรื่องความรัก และช่วยเรื่องหน้าที่การงาน จึงมีการนำมักกะลีผลมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง หรือวัตถุมงคล เพื่อบูชาและจำหน่าย เป็นจำนวนมาก

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-8_12.jpg)

            แต่การตามหามักกะลีผลนั้น ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะมีวางขายอยู่ทั่วไป โดยแม่ค้ารายหนึ่ง เผยว่า จำหน่ายมักกะลีผลในราคา คู่ละ 800 บาท ซึ่งตนเองรับมักกะลีผลดังกล่าวมาจากต่างจังหวัดอีกทอดหนึ่ง หรือบางรายอ้างว่า มีการนำเข้ามาจากประเทศลาว และจากคำบอกเล่าต่าง ๆ เหล่านั้น ทำให้มักกะลีผล กลายเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม จนมีวางขายเป็นจำนวนมากในขณะนี้

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/Untitled-9_12.jpg)

            อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.เจษฎา ได้วิเคราะห์ไว้ว่า มักรีผลที่วางขายอยู่ทั่วไป ตรงกลางเนื้อในจะมีแกนและแบ่งเป็นห้อง ๆ เหมือนพืชในกลุ่มบวบ ซึ่งเนื้อของบวบประกอบด้วยเส้นใยจำนวนมากจึงทำให้มีความคงทนแข็งแรง ทั้งนี้ เมื่อดูจากลักษณะภายนอกของมักกะลีผล คาดว่า น่าจะมีการทำแม่พิมพ์ขึ้นมา แล้วนำมาประกบกับผลบวบ ดูได้จากการที่มักรีผลมีแนวสันตามลำตัวชัดเจน

            หลังจากมีการใช้แม่พิมพ์ทำให้ผลบวบเจริญเติบโตตามรูปทรงที่ต้องการแล้ว จากนั้นจะมีการนำไปตากแห้ง หรืออบแห้ง ก่อนแกะสลักและลงสีอีกนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความขลัง ซึ่งการใช้แม่พิมพ์ปรับเปลี่ยนรูปทรงของผลไม้หรือพืชนั้น ก็เป็นกรณีเดียวกับที่ในต่างประเทศ มีการทำแตงโมเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมนั่นเอง

            อย่างไรก็ดี ทางรายการได้สรุปไว้ว่า บางเรื่องอาจจะใช้หลักทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายได้ แต่บางเรื่องก็ยากเกินกว่าจะหาข้อพิสูจน์ ซึ่งสาเหตุที่รายการบางอ้อรวบรวมเรื่องศาสตร์ลวงโลกมาเปิดเผยในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งผู้ชมจะได้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และทำให้รู้เท่าทันพวกมิจฉาชีพนั่นเอง


บางอ้อแฉไสยศาสตร์ มักรีผล นารีผล หรือผลบวบ (http://www.youtube.com/watch?v=pzq3Eh01sTM#)
-http://www.youtube.com/watch?v=pzq3Eh01sTM-

บางอ้อแฉไสยศาสตร์ มักรีผล นารีผล หรือผลบวบ (http://www.youtube.com/watch?v=pzq3Eh01sTM#)
คลิป บางอ้อแฉไสยศาสตร์ มักกะลีผลนารีผล หรือผลบวบ : เครดิตรายการบางอ้อ
โพสต์โดย คุณ jessadad สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


http://drama.kapook.com/view67878.html (http://drama.kapook.com/view67878.html)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 09, 2013, 07:49:44 PM
ตำรวจมีเหตุผล แต่ผมมีกล้อง พกกล้องไว้อุ่นใจกว่าจริงๆ
-http://world.kapook.com/pin/5204ae2238217a8e5d000000-


ตร.มีเหตุผล (http://www.youtube.com/watch?v=VUDu6MOv4Po#ws)

ตร.มีเหตุผล (http://www.youtube.com/watch?v=VUDu6MOv4Po#ws)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=VUDu6MOv4Po-

คลิป ตำรวจมีเหตุผล แต่ผมมีกล้อง งานนี้เลยรอดใบสั่งไปได้อย่างหวุดหวิด คลิปนี้เป็นภาพเจ้าของคลิปขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วโดนตำรวจเรียกครับ พี่ตำรวจเขาหาว่า เจ้าของคลิปขี่ขวามาตลอด ไม่ยอมเข้าซ้าย จะแจกใบสั่ง เจ้าของคลิปเลยต้องอธิบายยกใหญ่ว่า มันไม่ใช่แบบนั้น!! ผมไม่ได้ทำแบบนั้น!! ถกเหตุผลกันอยู่ตั้งนาน ไม่ยอมเชื่อ สุดท้ายเจอไม้ตาย " ผมมีกล้อง " มีหลักฐาน ไม่เชื่อดูพี่ตำรวจดูสิ เข้าไปพี่ตำรวจจินตนาการภาพออก มีเหตุผลทันที เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พกกล้องไว้เถิด มันอุ่นใจกว่าจริงๆ
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 11, 2013, 10:45:54 AM
ระวัง! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊ก หลอกยืมเงินเพื่อนเหยื่อ
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM05qQTNOVEk1TkE9PQ==&sectionid=-

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2013/08/13760752941376075317l.jpg','700','525');)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/08/13760752941376075317l.jpg&width=260&height=260)

ทอล์คสตอรี่ : มิจฉาชีพแบบใหม่! แฮกบัญชีเฟซบุ๊ก สวมรอยหลอกยืมเงินเพื่อน หลังตรวจสอบบัญชีที่ถุกโอน เจออีกเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงาน มีมิจฉาชีพลงมือก่อเหตุในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยการลักลอบเข้าไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้เสียหาย ก่อนขอยืมเงินจากเพื่อน โดยนางนัทชา กีระติสุนทร ชาว จ.เชียงราย เล่าว่า มีคนลักลอบใช้บัญชีเฟซบุ๊กของเพื่อนตน คือ นางมาลี กุมภัณฑ์ ชาว อ.ขุนตาล มาโพสต์ข้อความขอยืมเงินเป็นจำนวน 3,000 บาท โดยอ้างว่ากำลังเดือดร้อน

ตนเห็นใจเพื่อนและไม่กล้า ถามเหตุผล แต่เพราะยังติดงานอยู่ จึงโทรศัพท์ไปหา นางโชติกา ดวงศิริ เพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ตู้เอทีเอ็ม ให้ช่วยโอนเงินก่อน โดยบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย ต่อมา เมื่อนางโชติกาโอนเงินเสร็จแล้ว ตนจึงสอบถามนางมาลีทางเฟซบุ๊กว่า ได้รับเงินหรือยัง แต่ปรากฏว่า นางมาลี ไม่ตอบกลับมาอีกเลย จนกระทั่งมาทราบความจริง

ทางด้านนางมาลี กล่าวว่า ตนไม่ได้ใช้เฟซบุ๊กมานานกว่า 2 เดือน จนกระทั่งทราบเรื่องจากเพื่อนว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น โดยปกติพวกเพื่อนในกลุ่ม ก็จะใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกัน จึงไม่น่าจะมีคนเข้าไปแฮกเอารหัสหรือพาสเวิร์ดได้ ตนเลยคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่ทำกันเป็นขบวนการและมีความสามารถด้านการแฮกข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

โดยหลังเกิดเหตุได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจนทราบว่า คดีดังกล่าวสามารถสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีได้ แต่ต้องมีการแจ้งความ พวกตนจึงตัดสินใจไม่แจ้งความ เพราะวงเงินน้อย และเกรงว่าจะเสียเวลา รวมทั้งเสียค่าคดีความ

แต่เมื่อตรวจสอบผ่านธนาคาร พบว่า ผู้เปิดบัญชีชื่อที่โอนเข้าไป ได้เปิดบัญชีที่ จ.สุราษฎร์ธานี และที่ผ่านมามีวงเงินที่ถูกโอนเงินเข้าคราวละ 500-3,000 บาท อย่างน่าสงสัย

ทั้งหมดยืนยันว่า แม้วงเงินที่ถูกมิจฉาชีพโกงไปจากวิธีการดังกล่าวจะไม่มากนัก แต่เกรงว่าคนอื่น ที่เล่นเฟซบุ๊กหรือโซเชียลเน็ตเวิร์กอาจถูกกระทำเช่นนี้ จนได้รับผลกระทบหนัก จึงขอให้ทางสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเพื่อแจ้งเตือนคนในสังคมด้วย
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2013, 09:00:43 AM
โดนใบสั่ง ไม่ไปจ่ายค่าปรับ จะเป็นอย่างไร!?!

-http://auto.sanook.com/5720/%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/-


มีข้อถกเถียงสงสัยกันมานานแล้วว่าเมื่อได้รับใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับ เวลาทำผิดกฎจราจร เช่น ขับรถฝ่าสัญญาณไฟ จอดรถในที่ห้ามจอด ตรวจจับความเร็ว ฯลฯ โดนใบสั่งแบบนี้ถ้าไม่ไปจ่ายจะเป็นไรไหม? ขยำใบสั่งทิ้งได้หรือเปล่า? วันนี้ Dealfish หาคำตอบมาให้

ถ้าไม่ไปชำระค่าปรับตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง โดยไม่มีเหตุอันควร ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนไม่ไปชำระค่าปรับตามใบสั่ง มีความผิดอีกข้อหาหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (มาตรา 155 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ) นอกจากนี้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดการกับผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถตามมาตรา 141 ทวิ ดังนี้

1. พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนตามสถานที่ วัน และเวลาที่ระบุในหมายเรียกนั้น แล้วพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

2. ถ้าพนักงานสอบสวนใช้อำนาจออกหมายเรียกผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้วส่งหมายเรียกไม่ได้ พนักงานสอบสวนจะแจ้งไปยังนายทะเบียนรถหรือนายทะเบียนขนส่งทางบกให้งดรับชำระภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าผู้ได้รับใบสั่งจะมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกและชำระค่าปรับให้เรียบร้อยเสียก่อน พนักงานสอบสวนจึงจะแจ้งไปยังนายทะเบียนให้ทราบเพื่อให้ผู้นั้นชำระภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นต่อไป

ดังนั้น เมื่อคุณทำผิดกฎจราจร หรือได้รับใบสั่ง คุณก็มีหน้าที่ต้องไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจในเขตท้องที่และภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ซึ่งปกติแล้วก็มักจะไม่เกิน 7 วัน หรือถ้าใครไม่สะดวกไปจ่ายเองก็อาจจะชำระทางไปรษณีย์ก็ได้ ส่วนกรณีโดนยึดใบขับขี่ไว้ ก็ให้ใช้ใบรับแทนใบขับขี่ไปพลางก่อน เมื่อไปชำระค่าปรับแล้วตำรวจก็จะคืนใบขับขี่ให้

หลายคนคิดว่าไม่ต้องไปจ่ายหรอก ข้อมูลคงไม่ถึง อันนี้ขอแนะนำว่าอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า นอกจากจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้แล้ว ยังต้องอาจต้องโทษปรับเพิ่มขึ้นด้วย สรุปให้สั้นๆ นั่นคือ ทำให้ถูกต้องดีกว่าจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง...
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2013, 06:17:53 PM
สคบ.คุมถังแก๊สติดรถยนต์
วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556 เวลา 10:09 น.
-http://www.dailynews.co.th/businesss/225463-


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/225463.jpg)
ผนึกขนส่งพลังงานลุยตรวจ หวั่นเอกชนโฆษณาเกินจริง

นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ สคบ.เตรียมหารือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบกรณีผู้ประกอบการที่ให้บริการติดตั้งถังแก๊สแอลพีจี และเอ็นจีวีในรถยนต์ว่ามีคุณภาพหรือไม่ เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคว่า ปัจจุบันสถานที่ติดตั้งถังแก๊สหลายแห่งอาจรับติดตั้งแก๊สโดยไม่มีมาตรฐานและปลอดภัย เห็นได้จากเหตุการณ์รถยนต์เกิดเพลิงไหม้อยู่บ่อยครั้ง และส่วนใหญ่ก็เป็นรถยนต์ที่ติดตั้งแก๊สเกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องเข้ามาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ร้านที่ติดตั้งส่วนใหญ่มักโฆษณา โดยอ้างว่า ร้านนี้ติดตั้งแล้วปลอดภัย มั่นใจได้ พร้อมระบุด้วยว่าได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างแน่ชัดว่า มีใบรับรองจากภาครัฐจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ติดตั้งจะมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ด้วยหรือไม่ โดยภายหลังจากเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ เพื่อพิจารณาข้อมูลร่วมกันแล้ว ต่อไปจะลงพื้นที่ตรวจสอบร้านที่ติดตั้งอีกครั้ง

“ตอนนี้มีเสียงเรียกร้องมาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ได้โฆษณากันว่า ติดตั้งแก๊สที่นี่แล้วปลอดภัย แต่ไม่รู้ว่าได้รับการตรวจสอบมาตรฐานจากภาครัฐจริงตามที่อ้างหรือไม่ และถ้าเกิดติดตั้งไปแล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ ซึ่งผู้บริโภคได้สะท้อนความกังวลเรื่องนี้มาขอให้ สคบ.ช่วยเข้ามาตรวจสอบ คาดว่า ในการหารือครั้งนี้คงจะได้ข้อมูลมากขึ้น เช่น มีผู้ประกอบการรายใดที่เปิดร้านถูกต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ มีที่ใดบ้างที่มีความเสี่ยง และอุปกรณ์ที่ติดตั้งมีมาตรฐานต้องใช้ลักษณะอย่างไร หากได้ข้อมูลและลงไปตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการรายใดไม่มีมาตรฐาน จะถือว่าเป็นการกระทำความผิด และต้องได้รับโทษตามกฎหมายของหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้วทันที”

อย่างไรก็ตามนอกจากการหารือกับหน่วยงานภาครัฐแล้ว สคบ.ยังเตรียมเชิญผู้ประกอบการจากสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มารับฟังข้อมูลด้วย เชื่อว่า คงเป็นช่วงหลังจากได้ลงพื้นที่ไปแล้ว โดยการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยควบคุมธุรกิจการติดตั้งแก๊สในรถยนต์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน เพราะผู้ประกอบการมักโฆษณาแข่งขันกันว่า ติดตั้งร้านนี้แล้วราคาถูก แต่ไม่ได้ดูว่าราคาถูกแล้ว ผู้บริโภคจะได้รับของที่มีคุณภาพหรือไม่

นายจิรชัย กล่าวว่า หาก สคบ.ได้ลงพื้นที่และได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการเรียบร้อยแล้ว พบว่า ผู้ประกอบการรายใดดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ ได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานที่ดูแลอย่างชัดเจน สคบ.จะพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ของ สคบ. เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคทราบว่า หากมาใช้บริการที่นี่แล้วมั่นใจได้ว่า ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคอย่างแน่นอน

สำหรับเรื่องของการควบคุมธุรกิจรับติดตั้งแก๊สนั้น จะยังไม่ได้เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ สคบ.ได้จัดระเบียบเป็นธุรกิจที่ควบคุม แต่ในอนาคตจะพิจารณาให้ธุรกิจดังกล่าวบรรจุเข้ามาเป็นธุรกิจที่ได้รับการควบคุมด้วย เพราะที่ผ่านมามีเพียงธุรกิจรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง ธุรกิจซ่อมรถยนต์ และธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ เท่านั้นที่ได้รับการควบคุม ซึ่งจะติดตราสัญลักษณ์ สคบ.แสดงไว้บนสินค้าหรือบริการที่มีการรับประกันความปลอดภัยให้ผู้บริโภค หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือได้รับความเสียหายจากการบริโภคสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ของ สคบ. สามารถขอรับค่าชดใช้ความเสียหายจากบริษัทผู้ประกันภัยได้ทันที.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 14, 2013, 10:23:36 PM
ซวย ! นักศึกษาหนุ่ม ขี่ จยย. กิ่งไม้ใหญ่หล่นใส่หัวสลบ
-http://hilight.kapook.com/view/89785-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pichaya/hot%20news/472481-01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pichaya/hot%20news/472481-02.jpg)


กิ่งไม้หล่นใส่หัวน.ศ.สลบ แม่ค้าหวยช่วยทัน (ไอเอ็นเอ็น)
 
          นักศึกษา ม.แม่ฟ้าหลวง ดวงซวย กิ่งไม้สักหล่นใส่หัวขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน จนหมดสติ โชคดี แม่ค้าขายหวยช่วยได้ทัน

          วันที่ 14 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่กู้ภัยศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ได้รับแจ้งว่า มีเหตุกิ่งไม้ขนาดใหญ่ตกใส่ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ บนถนนพหลโยธิน บ้านป่ากล้วย ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย จึงทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กษข 37 ยะลา ล้มอยู่ข้างถนน เสียหายเล็กน้อย มีหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่ตกอยู่สภาพแตกออกเป็น 2 ชิ้น และมีแม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกำลังช่วยประคองชายวัยรุ่นในชุดนักศึกษาที่นอนสลบอยู่ข้างทาง เนื่องจากถูกกิ่งไม้สักขนาดใหญ่ หักจากต้นลงมาใส่ศีรษะคนขับรถจักรยานยนต์ และทำให้รถล้ม ทราบชื่อคือ นายต่วน ยุทธสลี ชาวยะลา อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย คณะศิลปศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 4

          นายต่วน กล่าวว่า ตนขับขี่รถจักรยานยนต์มาจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะไปรับเพื่อนที่สถานีขนส่ง จนมาถึงที่เกิดเหตุเหมือนมีสิ่งของหล่นลงมาใส่ศีรษะ โชคดีที่ตนสวมหมวกกันน็อกอยู่ รถเสียหลักล้มลงและหมดสติไม่รู้สึกตัว จนมาทราบว่า แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลข้างทางปลุกให้ตื่น จึงรู้ว่าตนถูกกิ่งไม้สักขนาดใหญ่หล่นใส่ ทั้งนี้ กิ่งไม้ที่หักลงมา คาดว่าจะผุกร่อนจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อมีลมพัดจึงทำให้กิ่งไม้หักได้ง่าย


ไอเอ็นเอ็น
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 14, 2013, 10:33:12 PM
ไทยจ่อซิวแชมป์อุบัติเหตุ อึ้ง! ขยับจากอันดับ 6 ขึ้นที่ 3 ของโลก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    14 สิงหาคม 2556 18:42 น.
-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000101136-


  ไทยจ่อซิวแชมป์อุบัติเหตุทางถนน หลังขยับจากอันดับ 6 เมื่อปี 2555 ขึ้นเป็นอันดับ 3 ในปี 2556 พบเสียชีวิตมากถึง 38.1 คนต่อประชากรแสนคน สคอ.เร่งกระตุ้นคนไทยรักษาวินัยจราจร พร้อมจัดประชุมหาแนวทางแก้ไขเสนอมาตรการแก้ปัญหาระดับชาติ

   
       วันนี้ (14 ส.ค.) ที่โรงแรมทับขวัญ รีสอร์ทแอนด์สปา จ.นนทบุรี นพ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวในการประชุมเสริมสร้างความร่วมมือ เครือข่ายสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อความปลอดภัยทางถนนครั้งที่ 5 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้ ปี 2554-2563 เป็นปีแห่งความปลอดภัยทางถนน และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าลดอัตราผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคนในปี 2563 ซึ่งทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) และภาคีเครือข่ายได้เร่งรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เพื่อหวังลดอัตราการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันอุบัติเหตุ ได้เปิดเผยรายงานความปลอดภัยทางถนนของโลก 2556 ว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เสียชีวิตถึง 38.1 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน เหตุเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และหลับใน
       
       “สำหรับประเทศที่อยู่อันดับ 1 คือ ประเทศเกาะนีอูเอ เสียชีวิต 68.3 ต่อแสนประชากร ซึ่งทั้งประเทศมีประชากรเพียง 1,465 คนเท่านั้น ส่วนอันดับที่ 2 คือ สาธารณรัฐโดมินิกัน มีประชากร 9,927,320 คน มีอัตราผู้เสียชีวิต 41.7 ต่อแสนประชากร ส่วน 6 ประเทศที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้อย่างน่าชื่นชม คือ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และอังกฤษ” นพ.พรหมมินทร์ กล่าว
       
       นพ.พรหมมินทร์ กล่าวอีกา สคอ.ได้ดำเนินงานขับเคลื่อนกระบวนการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยการประสานภาคีเครือข่ายสร้างการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ ให้ข้อมูลกับสังคม สร้างกระแสให้เกิดการรับรู้ เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายสื่อมวลชน ช่วยกระตุ้นร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย ลดความสูญเสีย ให้กับสังคมไทย อย่างไรก็ตาม สคอ.จะนำข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ได้จากประชุม นำมาสรุป วิเคราะห์ และเสนอไปยังคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เพื่อผลักดันเป็นนโยบายและมาตรการการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุระดับชาติต่อไป
       
       อนึ่ง ปี 2555 องค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันอุบัติเหตุ เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุของไทยพบว่าสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ด้านมูลนิธิเมาไม่ขับระบุว่า ปี 2555 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยปีละ 12,000 คน บาดเจ็บเฉลี่ยกว่า 1 ล้านคน ติดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจาก บราซิล เคนยา อินเดีย และ กัมพูชา
       

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2013, 08:00:39 AM
บิณฑ์ เซ็ง ! ลุงร้องไห้ตามหาลูกเผ่นแนบ ที่แท้เป็นพวกมิจฉาชีพ
-http://hilight.kapook.com/view/89882-

(http://www.tairomdham.net/index.php?action=dlattach;topic=8971.0;attach=2177;image)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

            บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เซ็ง ช่วยส่งลุงขี้เมาอ้างตามหาลูกสาวชื่อ วันเพ็ญ พุทธรักษา ขึ้นรถทัวร์กลับสุรินทร์ มารู้ทีหลังลุงขอโชเฟอร์ลงกลางทางก่อนเผ่นแนบ เชื่อ เป็นพวกมิจฉาชีพสร้างสถานการณ์ให้น่าสงสาร หวังตุ๋นพลเมืองดี เตือนใครเจออย่าช่วยเหลือ

            จากกรณีที่เมื่อวันก่อน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เข้าช่วยเหลือลุงเนียมที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยคุณลุงอ้างว่ากำลังตามหาลูกสาวชื่อ วันเพ็ญ พุทธรักษา ก่อนที่ภายหลังจะพบว่าลุงเนียมเป็นเพียงคนเมาเท่านั้น และไม่ได้มาตามหาลูกสาวจริง แต่ทางบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ก็ยังใจดี ช่วยซื้อตั๋วรถทัวร์ให้ลุงเนียมได้นั่งกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมกับฝากฝังคนขับรถทัวร์ให้ช่วยดูแลคุณลุงด้วย และยังควักเงินให้คุณลุงติดตัวไว้ใช้ 5,000 บาท ซึ่งลุงเนียมก็สัญญาว่าจะเลิกเหล้าแน่นอน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ล่าสุดดูเหมือนว่าเรื่องจะกลับตาลปัตร เพราะเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 สิงหาคม 2556 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์ข้อความใน เฟซบุ๊กบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ระบุว่า หลังจากคุณลุงเนียมได้ขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งหมอชิตแล้วก็ได้โวยวายกับคนขับเพื่อขอลงกลางทางที่รังสิตทันที ก่อนจะหายตัวไป จึงคาดว่าลุงเนียมน่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่สร้างสถานการณ์ให้ตัวเองดูน่าสงสาร เพื่อหลอกลวงพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตนเสียความรู้สึกมาก ๆ ดังนั้น หากใครเจอคุณลุงก็อย่าเข้าไปช่วยเหลือ และต้องขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

            "สวัสดีครับเพื่อน ๆ..ผมขอชี้แจงเรื่องของนายเนียม ที่เมื่อวานก่อนผมดำเนินการเอาตัวลุงเนียม ส่งกลับบ้านที่สุรินทร์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 23.10 น. เมื่อรถออกจากหมอชิต รถได้ขับเลยไปแค่รังสิต ลุงเนียมก็ขอลงทันที โดยบอกคนขับรถให้จอด แต่คนขับรถไม่จอด จึงโวยวาย คนขับรถจึงจอด และได้ขู่กับลุงว่าจะแจ้งให้ผมทราบก่อน แต่ก็ไม่ได้ผล คนขับก็เกรงใจผู้โดยสารท่านอื่น จึงเปิดประตูรถให้ลงไป ทันทีที่ลงจากรถก็วิ่งอย่างเร็วหายไปเลยครับ..."

            "ถ้าท่านใดเจอ อย่าให้การช่วยเหลือนะครับ ผมว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์การสงสารเผื่อให้คนเห็นใจ เพราะวันนั้นมีพยาบาลบอกแล้วว่าเขาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ เข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง เพราะมีพลเมืองดีมาส่ง แกล้งเป็นลม แล้วร้องไห้ให้คนสงสาร ผมเองก็เสียความรู้สึกมาก ๆ กับการกระทำของลุงคนนี้ ใครเจออย่าช่วยเหลือนะครับ เพราะลุงยังมีเงินอยู่อีก 5,000 บาท ต้องขอโทษจริง ๆ ครับผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/1185292_605300599522929_843808035_n.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/Bin.jpg)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2013, 09:06:38 AM
สืบทองหล่อรวบตีนแมวประวัติโชคโชน
วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556 เวลา 21:26 น.
-http://www.dailynews.co.th/crime/226612-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/226612.jpg)
สืบทองหล่อรวบ ไอ้แสบ ตีนแมวประวัติโชคโชน ก่อเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน



 วันที่ 16 ส.ค. พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส.ว่า เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาทาง พ.ต.ท.จักร จุลกะรัตน์ สว.สส. พร้อมด้วย ร.ต.อ.สรรชัย ใจหมั้น รองสว.สส.ร.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี รองสว.สส. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจับกุมตัว นายศิวกรณ์ หรือแสบหรือโจ้ ระพิมพ์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.562/2556 ลงวันที่ 14 ส.ค. 56 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปโดยประการใดๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ขึ้นมาโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า” พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง ชุดเครื่องเสียง และลำโพงจำนวนหนึ่ง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
 

พ.ต.อ.ชุมพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ว่าถูกคนร้ายก่อเหตุปีนบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินของมีค่าเป็นจำนวนมาก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวจนทราบว่าคนร้ายชื่อเล่นว่าแสบ เป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มักเลือกบ้านหรือห้างร้านในย่านถนนสุขุมวิท และซอยทองหล่อ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปซุ่มจนกระทั่งพบตัวคนร้ายขณะกำลังเดินอยู่ริมถนนสุขุมวิท 55 มีรูปพรรณตรงตามพยาน จึงเข้าไปแสดงตัวจับกุม


สอบสวนนายศิวกรณ์ ให้การยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุเข้าไปขโมยของตามบ้าน หรือร้านอาหารจริง โดยมักจะเดินไปตามถนนเลือกบ้าน ห้างร้าน ตามริมถนน หรือลับตาคน และใช้ช่วงเวลาก่อเหตุประมาณ 03.00 น.-05.00 น. เนื่องจากเหยื่อยังหลับ จึงปีนเข้าไปขโมยของก่อนจะเรียกแท็กซี่ให้เอาของไปเก็บไว้ตามแหล่งที่พักซึงไม่เป็นหลักแหล่ง โดยก่อเหตุมาแล้วนับสิบครั้งส่วนใหญ่เป็นท้องที่สน.ทองหล่อ เพราะทรัพย์สินที่ได้มีมูลค่าสูง จากนั้นจะเอาไปแบ่งกับเพื่อนชื่อนายสรร แสงอรุณเป็นคนเร่ร่อนเคยเจอในสถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ที่หลบหนีไป ก่อนเอาไปขายตามร้านรับซื้อหลายแห่ง และนำเงินมาเสพยาเสพติด
 

ด้าน พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเนื่องจากทรัพย์สินของเหยื่อบางรายที่หายไปมีมูลค่ารวมกันนับแสนบาท แต่ทางผู้ต้องหาไม่มีเงินติดตัวแต่อย่างใด รวมทั้งจะติดตามตัวคนร้ายอีกรายมาลงโทษให้ได้ ทั้งนี้หากผู้เสียหายรายใดที่ถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวสามารถเดินทางมาร้องทุกข์และชี้ตัวคนร้ายเพื่อรวบรวมเป็นสำนวนต่อไป
 
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 19, 2013, 08:21:20 PM
เตือนภัยร้านคาร์แคร์ ทำรถลูกค้าพังยับ แต่บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ
-http://car.kapook.com/view69106.html-

(http://img.kapook.com/u/thitima/education/1376831912-2013081814-o.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ pow72000 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

           แฉร้านคาร์แคร์ ปล่อยลูกจ้างต่างด้าวขับรถลูกค้าไปชนเสาเหล็กจนรถพังยับ ซ้ำตอนแรกยังบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ ก่อนยื่นข้อเสนอไม่ให้เอาเรื่องหรือแจ้งความ ถึงรับปากจะซ่อมแซมรถให้

           วันนี้ (19 สิงหาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณ pow72000 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตั้งกระทู้เตือนประชาชนให้ระมัดระวัง การนำรถไปล้างในร้านคาร์แคร์ต่าง ๆ หลังจากได้นำรถยนต์ไปล้างทำความสะอาดในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อลูกจ้างของร้านขับรถยนต์ไปชนเสาเหล็กเข้าอย่างจัง จนทำให้ด้านหน้ารถพังยับ เครื่องยนต์เสียหายหนัก ขณะนำไปจอดเพื่อรออัดฉีดทำความสะอาด

           ทั้งนี้ ฝ่ายผู้เสียหายได้เรียกร้องความรับผิดชอบจากทางผู้ประกอบการเจ้าของร้านคาร์แคร์ดังกล่าว เนื่องจากรถคันที่ประสบเหตุ เป็นประกันชั้น 2 ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่ต้องซ่อมแซมเอง ซึ่งเริ่มแรกทางร้านมีท่าทีนิ่งเฉย ซ้ำลูกจ้างคนที่ขับรถคันดังกล่าว ยังเป็นชาวต่างด้าวอีกด้วย

           ยิ่งไปกว่านั้น ลูกจ้างคนอื่นภายในร้านยังอ้างว่า รถของผู้เสียหายขัดข้อง เนื่องจากน้ำมันเบรกรั่ว และยางปูรถขัดกับคันเร่ง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น รวมทั้งบอกให้ผู้เสียหายไปเรียกร้องจากพนักงานที่ขับรถชนเอง เพราะกรณีนี้เจ้าของไม่เกี่ยว เหมือนเป็นการปัดความรับผิดชอบ จนทำให้ฝ่ายผู้เสียหายถึงกับเครียดเป็นอย่างมาก

           อย่างไรก็ตาม ในภายหลังเจ้าของร้านคาร์แคร์ดังกล่าว ได้โทรศัพท์มาขอเคลียร์กับผู้เสียหาย โดยจะให้อู่ซ่อมรถที่รู้จักกันมาจัดการซ่อมแซมให้ แต่ขอร้องไม่ให้เอาเรื่องกับพนักงานร้านหรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผู้เสียหายไม่แน่ใจว่า ทางร้านจะสามารถรับผิดชอบได้ทั้งหมด จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจใกล้เคียงพื้นที่ย่านรามอินทรา

           นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังอ้างว่า จากการสอบถามคิวรถจักรยานยนต์รับจ้างใกล้เคียงร้านคาร์แคร์ที่เกิดเหตุ ต่างระบุว่า เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว จนผู้เสียหายไม่มั่นใจว่า จะได้รถยนต์ในสภาพเดิมกลับคืนมาหรือไม่ กระทั่งได้มาตั้งกระทู้เพื่อเป็นการเตือนให้ผู้ใช้รถระมัดระวังไว้นั่นเอง

 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://www.dailynews.co.th/crime/227034-


.



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 20, 2013, 08:21:46 PM
เอาอีก! คาร์แคร์ชื่อดังขับรถลูกค้าชนเละ เจ้าของปัดรับผิดชอบ

-http://auto.sanook.com/5808/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A/-


 เป็นอุทาหรณ์อีกครั้งสำหรับผู้ที่ชอบใช้บริการคาร์แคร์ เนื่องจากระยะหลังๆมานี้ มักมีข่าวด้านลบของศูนย์คาร์แคร์อยู่บ่อยๆนะครับ

     โดยล่าสุดมีสมาชิกเว็บบอร์ดดังท่านนึง ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บบอร์ดพันทิป เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนำรถมาล้างกับคาร์แคร์แห่งหนึ่ง บริเวณซอยรามอินทรา14

     หลังจากฝากกุญแจไว้กับเด็กรับรถ จึงเดินเข้ามานั่งรอในห้องพักลูกค้า ภายหลังจากนั่งพักได้เพียง 5 นาที ก็มีเสียงดังเกิดขึ้นจากบริเวณร้าน แต่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะไม่คิดว่าเกี่ยวกับตน แต่ต่อมาราวครึ่งชั่วโมง มีพนักงานคนหนึ่งเรียกให้ไปดูรถ โดยเมื่อเห็นรถของตนก็แทบลมจับ เนื่องจากสภาพรถเป็นอย่างที่เห็น

(http://p4.s1sf.com/au/0/ud/1/5808/1376831912-2013081814-o.jpg)

     โดยรถยนต์ยี่ห้อ Mazda 2 สีเทาของตนนั้น พุ่งชนเข้ากับเสากลางร้าน สภาพด้านหน้ารถพังยับ กันชนยุบเข้าไปถึงบริเวณหม้อน้ำ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นมากว่าครึ่งชั่วโมง แต่กลับไม่มีใครแจ้งให้เจ้าของรถทราบแม้แต่น้อย

     เจ้าของรถจึงได้ถามหาผู้ขับรถของตน แต่กลับไม่มีผู้ใดออกมายอมรับ พนักงานร้านส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างด้าว บอกแต่เพียงว่า สาเหตุเป็นเพราะน้ำมันเบรครั่ว และ ผ้ายางปูรถขัดกับคันเร่ง! จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

     สิ่งที่น่าตกใจ มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่าให้เรียกร้องกับเด็กเอง ไม่เกี่ยวกับทางร้าน เพราะร้านไม่ได้ทำประกันไว้ เป็นใครได้ยินแบบนี้ก็คงช็อคกับคำพูด เพราะแสดงถึงความไม่สนใจใยดีต่อเหตการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เจ้าของรถจึงเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก

(http://p4.s1sf.com/au/0/ud/1/5808/1376833053-2013081816-o.jpg)

     ต่อมาจึงมีพนักงานยื่นโทรศัพท์ให้คุยกับเจ้าของร้าน โดยกล่าวว่าจะรับผิดชอบด้วยการซ่อมกับอู่ที่รู้จักกันให้ ให้ตนทิ้งรถไว้และขอร้องไม่ให้แจ้งความกับตำรวจ

     ยังดีที่เจ้าของรถเข้าไปแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากไม่มั่นใจในความรับผิดชอบของทางร้าน ว่าจะชดใช้ให้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเอาผิดและรับผิดชอบ

     ทีมงาน Sanook!Auto จึงขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่นำรถเข้ารับบริการคาร์แคร์อยู่บ่อยๆนะครับ เพราะเราไม่ทราบทักษะการขับขี่ของเด็กรับรถ หากเป็นไปได้หลังจากที่เรายื่นกุญแจให้ทางร้านแล้ว ร้านควรออกใบรับรถเพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน จากนั้นเราจึงควรยืนรอดูอีกสักนิด ว่ารถของเราถูกขับเข้าไปยังที่ล้างรถโดยปลอดภัยนะครับ


ที่มา Pantip.com จากผู้ใช้ Pow72000



-----------------------------------------------------------------


ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้  ต้องช่วยกันไม่เข้าไปร้านนี้อีก

เนื่องจาก ถ้าเกิดเหตุขึ้นอีก ก็ไม่มีความรับผิดชอบเหมือนเดิม


.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 21, 2013, 07:39:46 AM
ลุงนิสัยเลว ซื้อน้ำเต้าหู้ แม่ค้าทำไม่ถูกใจ ถึงกับพังร้าน
-http://world.kapook.com/pin/521317db38217a2b1a000001-

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ZQRJbkrl1aI#t=169 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ZQRJbkrl1aI#t=169)

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ZQRJbkrl1aI#t=169 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ZQRJbkrl1aI#t=169)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ZQRJbkrl1aI#t=169-

คลิป ลุงนิสัยเลว ซื้อน้ำเต้าหู้ แม่ค้าทำไม่ถูกใจ ถึงกับพังร้าน คลิปนี้เป็นภาพที่ดูแล้วเพลียจริงๆ ครับ เหตุเกิด ณ ร้านขายน้ำเต้าหู้ มีผู้ชายคนนึง ( ลุงแก่ๆ ) มาซื้อน้ำเต้าหู้ แต่เหมือนว่า สั่งแล้วแม่ค้าทำไม่ถูกใจ เลยเกิดอาการฉุน ไปพังข้าวพังของร้านเขาเฉยเลย โห.. สันดานจริงๆ แค่เรื่องน้ำเต้าหู้ ไปพังร้านเขา บ้ารึป่าวฟะ


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 22, 2013, 08:24:00 PM
รถแท็กซี่สีชมพู ทศ 856 ถูกตำรวจจับแล้ว ตรวจพบบัตร รพ.จิตเวช
-http://hilight.kapook.com/view/90139-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/1377063385-photo-o.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ The Dcember สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

            ชาวเน็ตแชร์ ระวังรถแท็กซี่สีชมพู ทศ 856 ก่อวีรกรรมเพียบ ทั้งกรรโชกทรัพย์ โกงมิเตอร์ ทุบรถคนอื่น เคยถูกศาลฝากขัง แต่ประกันตัวออกมา แล้วยังก่อเรื่องไม่เลิก ล่าสุดถูกจับได้แล้ว พบบัตรโรงพยาบาลจิตเวชด้วย

            วันนี้ (22 สิงหาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวไซเบอร์ต่างพากันแชร์เรื่องของคนขับรถแท็กซี่สีชมพูคันหนึ่งที่แสดงพฤติกรรมไม่ดีต่อเพื่อนร่วมทาง เพื่อเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ได้ระมัดระวังกัน ซึ่งเรื่องนี้ คุณ The Dcember สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้โพสต์เล่าไว้ในกระทู้ "วันนี้โดนแท็กซี่สีชมพู ทศ 856 ในตำนาน มาทุบรถค่ะ"

            โดย คุณ The Dcember ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เธอได้ขับรถอยู่แถวถนนเลียบทางรถไฟ แถวสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน โดยวิ่งอยู่ในเลนที่สองจากซ้ายสุด ก่อนจะมาเจอรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทศ 856 ซึ่งอยู่ในเลนขวาสุด (เลนที่ 4) พยายามเบียดเข้ามา แต่เธอไม่ยอมให้รถแท็กซี่แทรก เพราะเห็นว่ารถแท็กซี่ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว กระทั่งเบียดกันอยู่สักพัก จึงยอมให้รถแท็กซี่เข้ามา

            แต่เมื่อรถแท็กซี่แทรกเข้ามาแล้ว รถแท็กซี่กลับมาจอดรถขวางหน้า ก่อนที่ผู้ชายที่เป็นคนขับรถจะเดินลงมาใช้มือทุบกระจกรถของเธออย่างสุดแรง ซ้ำยังถีบตัวรถ ตะโกนด่าสารพัด พร้อมกับขอดูใบขับขี่ แต่เธอไม่กล้าเปิดกระจก สักพักหนึ่งชายคนนั้นจึงเดินกลับไปที่รถ เธอจึงบีบแตรรถยาว ๆ เพื่อหวังให้ตำรวจที่อยู่ตรงแยกทางรถไฟได้ยิน กระทั่งรถขยับตามกันไปได้เรื่อย ๆ จนมาติดอีกทีตรงแยก เธอก็กดแตรรถยาว ๆ อีกครั้ง เพื่อให้ตำรวจได้ยิน ทำให้คนขับแท็กซี่ไม่พอใจ จอดรถขวางทางซ้ายมือ แล้วลงมาถีบรถของเธอ ต่อยกระจกมองข้างทางซ้ายจนพับ เธอจึงเปิดกระจกฝั่งขวาตะโกนขอความช่วยเหลือ

            เมื่อคนขับแท็กซี่สีชมพูเห็นว่าผู้เสียหายตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงรีบเดินกลับไปที่รถ จังหวะนั้น มีรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ผ่านมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทราบเรื่อง คนขับรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง (มีผู้โดยสารอยู่ในรถ) ก็รีบวิ่งไปหาคนขับแท็กซี่สีชมพูที่อยู่ในรถแล้ว และทุบ-ถีบรถแท็กซี่สีชมพู พร้อมกับต่อว่าทำนองว่า เก่งนักหรือกับผู้หญิง ก่อนที่รถแท็กซี่สีชมพูจะรีบขับรถหนีไป แต่ผู้เสียหายได้ถ่ายรูปรถคันนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อจะไปแจ้งความ

            "ดิชั้นขับต่อมาที่ถนนอโศก บังเอิญหรืออะไรไม่ทราบรถ ดิชั้นจอดต่อจากแท็กซี่สีชมพูนรกคันนั้น และกลางสะพานมีตำรวจยืนอยู่ ดิชั้นจึงรีบจอดรถเทียบตำรวจ และบอกเค้าว่า แท็กซี่คันนั้น ทุบรถดิชั้นเมื่อซักครู่ ตำรวจถามว่า ได้รับความเสียหายอะไรบ้าง ดิชั้นตอบว่า โดนทุบมาเมื่อกี้ ยังไม่ได้ลงไปดู แต่กระจกมองข้างยังพับอยู่เลย (ไม่ได้กางกลับเพราะตอนแรกไม่ทันเห็น ไม่มีที่จอดรถ และเอื้อมตัวยาก) ตำรวจคนนั้นจับกระจกกางออกเหมือนเดิม และบอกดิชั้นว่า ไม่เสียหายอะไร รถไม่เป็นอะไรตรงไหนนี่ ขับไปก่อนครับคุณ รถติด !! ทั้งที่ตลอดถนนมีตำรวจยืนอยู่ แค่วอบอกกัน เรียกไว้ก็ได้นี่คะ ถ้าดิชั้นพึ่งคุณไม่ได้ ดิชั้นจะพึ่งใคร"

            ทั้งนี้ เมื่อคุณ The Dcember ได้ลองค้นหาทะเบียนรถแท็กซี่คันนี้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ และก็พบว่ารถคันนี้มีประวัติมากมาย ทั้งขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกาย มีคนไปแจ้งความไว้ทั้งที่ สน.ห้วยขวาง สน.บางนา และยังเคยถูกศาลฝากขัง ก่อนจะประกันตัวออกไปด้วย นอกจากนี้ สื่อมวลชนก็เคยนำเสนอข่าวพฤติกรรมไม่ดีของรถแท็กซี่คันนี้ด้วย แต่ดูเหมือนว่า คนขับรถก็ยังกล้าก่อเรื่องอยู่จนถึงทุกวันนี้

            อย่างไรก็ตาม ที่ผู้เสียหายรู้สึกข้องใจก็คือ เธอกดแตรดังมาก และนานมาก แต่รถที่ติดขัดอยู่ตรงนั้นกลับไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเธอเลย โชคดีที่มีพี่คนขับแท็กซี่สีเขียว-เหลืองเข้ามาช่วยในวินาทีสุดท้าย ซึ่งรู้สึกขอบคุณมากที่ได้เจอพี่คนขับคนนั้น

          ล่าสุด เฟซบุ๊ก www.js100.com (http://www.js100.com) ได้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ตำรวจ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ จับคนขับเท็กซี่ ชมพู ทศ 856 ข่มขู่ผู้โดยสารในห้างฯ โลตัสบางปู ได้แล้วที่หน้าโรงเรียนเทคนิคสมุทรปราการ ตรวจค้นพบบัตรโรงพยาบาลจิตเวชด้วย

          ส่วนความคืบหน้าจะเป็นอย่างไร ทีมงานจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง
         

TAXIข่มขู่ผู้โดยสารขอค่ามิเตอร์เพิ่ม (http://www.youtube.com/watch?v=1ZPrnfNHCwo#)
-http://www.youtube.com/watch?v=1ZPrnfNHCwo-
คลิป TAXIข่มขู่ผู้โดยสารขอค่ามิเตอร์เพิ่ม : เครดิต รายการเมืองไทย 77 จังหวัด โพสต์โดย คุณ ittipat Pinrarod


เตือนภัยแท็กซี่ขู่รีดเงินผู้โดยสาร (http://www.youtube.com/watch?v=kd_OZ2B47BM#)
-http://www.youtube.com/watch?v=kd_OZ2B47BM-
คลิป เตือนภัยแท็กซี่ขู่รีดเงินผู้โดยสาร : เครดิต รายการเมืองไทย 77 จังหวัด โพสต์โดย คุณ ittipat Pinrarod
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 23, 2013, 10:28:08 PM
สั่งเด้ง 2 ตำรวจฉาว อุ้มรีดทรัพย์ชาวอิตาลี เรียกเงิน 2 ล้าน
-http://hilight.kapook.com/view/90162-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pailin_p/news-01/474401-01.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          รวบ 2 ใน 4 ตำรวจ อุ้มไถเงินสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี โดยเบื้องต้นมีคำสั่งให้ออกจากราชการ และห้ามประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

          จากกรณีที่ตำรวจ 4 นาย ร่วมมือกับชาวอุซเบกิสถาน อุ้มสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลีไปรีดไถเงิน จำนวน 2 ล้านบาท โดยยัดข้อหาว่า ชาวอิตาลีทั้ง 2 คน ใช้บัตรปลอมกดเงิน โดยเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจที่เกี่ยวข้อง มียศ ร.ต.ท. 2 นาย สังกัด สน.ลุมพินี และอีก 2 นาย เป็นชั้นประทวน สังกัด สน.ทองหล่อนั้น

          ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (23 สิงหาคม 2556) ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น. 5 พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมฝ่ายสืบสวนร่วมกันประชุมความคืบหน้าและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
         
          ต่อมา พล.ต.ต.ปริญญา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 5 รายแล้ว โดยมีรายชื่อดังนี้

          1. ร.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด รองสวป.สน.ลุมพินี

          2. ร.ต.ท.อัครเนตร มุฑาวัน รองสวป.สน.ลุมพินี

          3. ด.ต.สถิตย์ จันทร์โสม ผบ.หมู่.งานปป.สน.ทองหล่อ

          4. จ.ส.ต.ภูริพัศ ชื่นจำปา ผบ.หมู่งานปป. สน.ทองหล่อ

          5. นาย MUHIDDIN SHARIPOV ชาวอุซเบกิสถาน
         
          ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน คือ ด.ต.สถิตย์ และ จ.ส.ต.ภูริพัศ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า อยู่ในที่เกิดเหตุตามที่ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้จริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือก่อเหตุด้วย ขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 3 คน อยู่ระหว่างหลบหนี แต่คาดว่า ยังกบดานอยู่ในประเทศ

          อย่างไรก็ตาม ได้มีคำสั่งให้ตำรวจที่ก่อเหตุออกจากราชการไว้ก่อน และแจ้งข้อหาร่วมปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นำหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิดจากภายในโรงแรมสวัสดี สุขุมวิทอินน์ ซอยสุขุมวิท 57 ซึ่งเป็นภาพขณะที่คนร้ายทั้ง 2 คน กำลังควบคุมตัวผู้เสียหายทั้ง 2 คน มาขังไว้ในโรงแรมดังกล่าว ในช่วงเวลา 02.53 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม

          ทั้งนี้ ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงว่า จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจะประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อติดตามคนร้ายที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกประเทศ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
INN
-http://www.dailynews.co.th/crime/228123-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 23, 2013, 10:29:40 PM
เด็ก 3 ขวบ ถูกเพื่อนบ้านลวงข่มขืน ก่อนฆ่าโหด
-http://hilight.kapook.com/view/90191-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          พ่อใจสลาย ลูกชายวัย 3 ขวบ ถูกเพื่อนบ้านลวงไปข่มขืนกระทำชำเราก่อนฆ่าโหด ตำรวจพบมีประวัติจำคุกในคดีข่มขืนมาแล้วหลายคดี

          วันนี้ (23 สิงหาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง พบศพเด็กชายถูกนำมาทิ้งที่หน้าบ้าน นายผง สุพร อายุ 70 ปี เลขที่ 115 บ้านคันแยงน้อย หมู่ที่ 8 ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี จึงรุดไปตรวจสอบ

          โดยที่เกิดเหตุพบศพ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 10 เดือน สภาพศพนอนหงายใส่เสื้อคอกลม กางเกงยืดขาสั้น มีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลที่ศีรษะ มีรอยฟกช้ำที่ลำคอ ทวารหนักมีรอยฉีกขาด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง เบื้องต้นคาดว่าถูกคนร้ายลวงมากระทำชำเราแล้วฆ่า

          จากการสอบสวนเบื้องต้น นายไพศาล เกตุงาม อายุ 32 ปี พ่อของ ด.ช.เอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 สิงหาคม นายสมหมาย คลังอาจ เป็นเพื่อนบ้านได้มาหาที่บ้าน บอกว่าจะมาขอซื้อหัวกลอย เพื่อจะเอาไปทำขนมกิน หลังเดินกลับบ้านมาตามถนน นายสมหมายเจอกับ ด.ช.เอ ที่วิ่งเล่นอยู่แล้วมีการพูดคุยชวนให้เด็กไปกินขนมที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน จากนั้นก็หายตัวไป

          ต่อมาตนเห็นผิดสังเกตบุตรชายไม่กลับมาบ้าน จึงได้ออกตามหาไปที่บ้านของนายสมหมายก็ไม่เจอ โดยบุตรชายได้หายตัวไปพร้อมกับนายสมหมาย จึงได้ขอแรงเพื่อนบ้านออกตามหาทั้งคืนก็ไม่พบ จนช่วงเช้ามีเพื่อนบ้านมาบอกว่าพบศพบุตรชายถูกฆ่าตายแล้วนำศพมาวางไว้ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงเชื่อว่าคนร้ายก็คือ นายสมหมาย

          ทางด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ มังคลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯ เปิดเผยว่า ตำรวจได้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายแล้วเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ จากการตรวจสอบประวัตินายสมหมาย พบว่าเคยถูกจำคุกในคดีข่มขืนมาแล้วหลายคดี โดยก่อเหตุข่มขืนคนแก่และเด็กพึ่งพ้นโทษออกมา



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377240505&grpid=03&catid=&subcatid=-

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 25, 2013, 07:49:55 PM
เด็ก 3 ขวบ ถูกเพื่อนบ้านลวงข่มขืน ก่อนฆ่าโหด
-http://hilight.kapook.com/view/90191-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          พ่อใจสลาย ลูกชายวัย 3 ขวบ ถูกเพื่อนบ้านลวงไปข่มขืนกระทำชำเราก่อนฆ่าโหด ตำรวจพบมีประวัติจำคุกในคดีข่มขืนมาแล้วหลายคดี

          วันนี้ (23 สิงหาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง พบศพเด็กชายถูกนำมาทิ้งที่หน้าบ้าน นายผง สุพร อายุ 70 ปี เลขที่ 115 บ้านคันแยงน้อย หมู่ที่ 8 ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี จึงรุดไปตรวจสอบ

          โดยที่เกิดเหตุพบศพ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 10 เดือน สภาพศพนอนหงายใส่เสื้อคอกลม กางเกงยืดขาสั้น มีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลที่ศีรษะ มีรอยฟกช้ำที่ลำคอ ทวารหนักมีรอยฉีกขาด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง เบื้องต้นคาดว่าถูกคนร้ายลวงมากระทำชำเราแล้วฆ่า

          จากการสอบสวนเบื้องต้น นายไพศาล เกตุงาม อายุ 32 ปี พ่อของ ด.ช.เอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 สิงหาคม นายสมหมาย คลังอาจ เป็นเพื่อนบ้านได้มาหาที่บ้าน บอกว่าจะมาขอซื้อหัวกลอย เพื่อจะเอาไปทำขนมกิน หลังเดินกลับบ้านมาตามถนน นายสมหมายเจอกับ ด.ช.เอ ที่วิ่งเล่นอยู่แล้วมีการพูดคุยชวนให้เด็กไปกินขนมที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน จากนั้นก็หายตัวไป

          ต่อมาตนเห็นผิดสังเกตบุตรชายไม่กลับมาบ้าน จึงได้ออกตามหาไปที่บ้านของนายสมหมายก็ไม่เจอ โดยบุตรชายได้หายตัวไปพร้อมกับนายสมหมาย จึงได้ขอแรงเพื่อนบ้านออกตามหาทั้งคืนก็ไม่พบ จนช่วงเช้ามีเพื่อนบ้านมาบอกว่าพบศพบุตรชายถูกฆ่าตายแล้วนำศพมาวางไว้ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงเชื่อว่าคนร้ายก็คือ นายสมหมาย

          ทางด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ มังคลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯ เปิดเผยว่า ตำรวจได้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายแล้วเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ จากการตรวจสอบประวัตินายสมหมาย พบว่าเคยถูกจำคุกในคดีข่มขืนมาแล้วหลายคดี โดยก่อเหตุข่มขืนคนแก่และเด็กพึ่งพ้นโทษออกมา



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377240505&grpid=03&catid=&subcatid=-


รวบไอ้หื่น! ข่มขืนก่อนฆ่าเด็กชายวัย 3 ขวบแล้ว

-http://news.sanook.com/1204927/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-3-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7/-

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1204927/365089/)

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1204927/365090/)

ตำรวจ สภ.โพธิ์ไทร รวบแล้ว ไอ้หื่นกระทำชำเราเด็กชายวัย 3 ขวบ 10 เดือน ก่อนฆ่าทิ้ง อ้าง เมาแล้วมีอารมณ์ทางเพศรุนแรง

ความคืบหน้า กรณีมีเด็กชายอายุ 3 ขวบ 10 เดือน อยู่บ้านร่องคันแยงน้อย ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จงอุบลราชธานี ถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเราทางทวารหนัก แล้วนำศพมาทิ้งไว้หน้าบ้านของ 2 ตายาย ในหมู่บ้านเดียวกัน โดยเหตุเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ไทร สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ทราบชื่อคือ นายสมหมาย คลังอาจ อายุ 43 ปี อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน โดยสามารถจับกุมได้ข้างคันนาทิศตะวันออกของหมู่บ้านนาหว้าใต้ ต.สำโรง ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กัน

โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทุกครั้งที่มีอาการเมาเหล้า มักจะเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง และตนก็เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคดีข่มขืน เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุการฆ่านั้น ไม่รู้ว่าตนลงมือฆ่าเด็กได้อย่างไร แต่ยอมรับว่าได้ฆ่าเด็กจริง ตำรวจค้านการประกันตัว พร้อมควบคุมเตรียมส่งศาลดำเนินคดี


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 28, 2013, 08:57:22 PM
จับพ่อค้าขนมโตเกียว แทงเด็กเอแบคดับ ยัวะถูกต่อราคา 10 บาท
-http://hilight.kapook.com/view/90415-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          ตำรวจจับพ่อค้าขนมโตเกียว คว้ามีดแทงเด็กเอแบค ปี 3 เสียชีวิต ฉุน ต่อราคาขนมชิ้นละ 20 เหลือ 10 บาท แถมยังชี้หน้าด่า เจ้าตัวอ้างป้องกันตัว เพราะผู้ตายจะเข้ามาทำร้ายก่อน
 
          วันนี้ (28 สิงหาคม 2556) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แถลงข่าวจับกุม นายบรรจง สมดี อายุ 33 ปี พ่อค้าขายขนมโตเกียวริมถนนปากซอยบางนา-การเด้น แยก 7 หมู่ 7 ต.บางเสาธง หลังจาก นายบรรจง ก่อเหตุใช้มีดแทงนักศึกษาเอแบคเสียชีวิต

          ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมที่ริมถนนปากซอยบางนา-การเด้น แยก 7 จึงรุดไปตรวจสอบ และพบศพ นายสหวัฎ วัชรเสมากุล อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ม.อัสสัมชัญ (เอแบค) คณะบริหารธุรกิจ นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้รถขายขนมโตเกียว สภาพศพถูกมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 เซนติเมตรแทงเข้าที่หน้าอก ส่วนนายบรรจง คนขายขนมโตเกียวได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ ภายหลังเจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันจนสามารถจับกุมตัวนายบรรจงไว้ได้

          จากการสอบสวน นายบรรจง รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือแทงนายสหวัฎจริง โดยระหว่างที่ตนขายขนมโตเกียวอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ นายสหวัฎและเพื่อนนักศึกษารวม 3 คน ได้ออกมาจากผับในลักษณะมึนเมา แล้วโบกรถขายขนมให้จอดตรงจุดเกิดเหตุ พร้อมกับสั่งขนมโตเกียวแบบพิเศษใส่เครื่อง 3 อย่าง เมื่อทำขนมเสร็จ ตนได้เรียกเก็บเงิน 60 บาท เพราะขายราคาชิ้นละ 20 บาท แต่นายสหวัฎกลับไม่ยอมจ่าย โวยวายว่าตนขายของแพงเอาเปรียบนักศึกษา จะขอต่อราคาเหลือชิ้นละ 10 บาท

          นายบรรจง เล่าต่อว่า ตนไม่ยอมลดราคาให้ตามที่นายสหวัฎขอ และบอกว่าหากไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แต่นายสหวัฎโวยวายว่าจะซื้อ เพราะมีเงิน ก่อนจะพูดจาดูถูกว่าตนไม่มีการศึกษาต่างจากกลุ่มนายสหวัฎ จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ต่อมา นายสหวัฎกับพวกพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายตน ตนจึงคว้ามีดปอกผลไม้แทงสวนกลับไป เพื่อป้องกันตัว แต่มีดกลับไปแทงที่อกนายสหวัฎจนเสียชีวิต เมื่อตนเห็นดังนั้นจึงกลัวความผิด และรีบวิ่งหนีไปทันที

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น และจะสอบสวนต่อว่าเป็นการบันดาลโทสะ หรือป้องกันตัวตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.tnews.co.th/-

-http://www.tnews.co.th/html/news/67994/1457-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8
%9A%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%
B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%
B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%
B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%
B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%9B%E0%B8%B53%E0%B9
%80%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%
E0%B8%B5%E0%B9%88.html-



-----------------------------------------------------------


บอกให้รู้ว่า ก่อนพูด ให้คิดก่อน


.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 28, 2013, 09:00:36 PM
หนูน้อยวัย 3 ขวบ ถูกสามีใหม่ยาย บีบคอ-ทุบตี จนม้ามแตกตาย
-http://hilight.kapook.com/view/90368-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/news_46.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/news2_24.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            สาววัย 21 ปี แจ้งความดำเนินคดีกับสามีใหม่ของแม่ หลังทำร้ายร่างกายลูกสาว วัย 3 ขวบ จนม้ามแตก อาการสาหัส กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เผยเด็กเพ้อ อย่าทับหนู ตรวจพบอวัยวะเพศบวม

            วันนี้ (28 สิงหาคม 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ว่ามีเด็กหญิงวัย 3 ขวบ เข้ารับการรักษายังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล โดยมีอาการท้องแข็ง ตัวซีด

            จากการสอบถามทราบว่า แม่ของเด็ก อายุ 21 ปี เล่าว่า ลูกสาวได้อาศัยอยู่กับยาย อายุ 39 ปี ซึ่งอยู่กินกับสามีใหม่ คือ นายเลียม อายุ 33 ปี โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้เป็นยายได้แจ้งว่า ลูกสาวของตนได้ออกไปนอกบ้านกับนายเลียม แต่เมื่อกลับเข้าบ้านปรากฏว่า ลูกมีอาการเพ้อ และยังมีสภาพท้องแข็ง ตัวซีด จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

            เมื่อแพทย์ตรวจสอบเบื้องต้น ก็ระบุว่า ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักบริเวณช่วงท้อง จนทำให้ม้ามแตก และมีอาการบาดเจ็บสาหัส ต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน อาการเป็นตายเท่ากัน ดังนั้นแม่ของเด็กจึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีราชา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ที่ทำร้ายลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส น่าจะเป็นฝีมือของนายเลียม ที่มีประวัติเคยติดคุกในคดีเสพยาเสพติด และไม่มีงานทำ เนื่องจากเพิ่งพ้นคุกมาได้ประมาณ 3 เดือน

            ขณะที่ยายของเด็ก บอกว่า สามีใหม่ของตนมักพาเด็กออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเป็นประจำ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้สอบถามแล้ว แต่สามีได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ทำร้าย ซึ่งระหว่างทางที่นำตัวส่งโรงพยาบาล หลานตนซึ่งมีอาการปวดท้องอยู่ตลอดเวลา ได้แต่เพ้อว่า พี่เลียมอย่าทับหนู

            ด้านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ยังยืนยันว่า ขณะที่เด็กถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน มีอาการเพ้อว่า พี่เลียมอย่าตีหนู พี่เลียมอย่าทับหนู อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ที่บริเวณลำคอยังมีร่องรอยของการบีบรัด และอวัยวะเพศบวมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อเวลา ประมาณ 22.30 น. มีรายงานว่า เด็ก 3 ขวบคนดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว


สาววัย 21 แจ้งจับสามีใหม่แม่ หลังสงสัยทำร้ายบุตรสาววัย 3 ปีบาดเจ็บสาหัส (http://www.youtube.com/watch?v=oq00m9dLjbE#)

สาววัย 21 แจ้งจับสามีใหม่แม่ หลังสงสัยทำร้ายบุตรสาววัย 3 ปีบาดเจ็บสาหัส (http://www.youtube.com/watch?v=oq00m9dLjbE#)
-http://www.youtube.com/watch?v=oq00m9dLjbE-
คลิป สาววัย 21 แจ้งจับสามีใหม่แม่ หลังสงสัยทำร้ายบุตรสาววัย 3 ปีบาดเจ็บสาหัส : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 30, 2013, 10:52:24 PM
ไฟทางไม่มี "พ.ต.ท."ซิ่งกระบะชนแท่งแบริเออร์คว่ำก่อนข้ามสะพานคลองเชียงราก สาหัส

-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377823970&grpid=&catid=19&subcatid=1904-


เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 30 สิงหาคม   ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย รับแจ้งมีรถกระบะชนแท่งแบริเออร์ ก่อนข้ามสะพานคลองเชียงราก ถนนติวานนท์ ม.2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี   คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรุดตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีชูชู ชนกับแท่งแบริเออร์ที่กำลังก่อสร้างขยายสะพานข้ามคลอง ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำลงไปไหล่ทาง ส่วนคนขับคือ พ.ต.ท.สาโรจน์ คุ้มทรัพย์ พนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ซึ่งกลับจากออกเวร มีบาดแผลที่ศีรษะเปิดใบหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.

 

สำหรับจุดเกิดเหตุบนถนนติวานนท์  ดังกล่าว เป็นเชิงทางขึ้นสะพานที่ทางแขวงการทางจังหวัดปทุมธานี ได้ทำการขยายสะพาน และมีการนำแท่งปูนมาตั้งกั้นริมชายถนนป้องกันเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่มีแสงไฟกระพริบเตือน และไฟส่องสว่างริมทางทั้งสองข้างทางไม่มีการติดตั้งไว้ให้สังเกต จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย จะประสานผู้รับเหมานำไฟส่องสว่างมาติดตั้งต่อไป



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 30, 2013, 10:56:15 PM
Guy hit by car while talking on cell phone

Guy hit by car while talking on cell phone (http://www.youtube.com/watch?v=mCQVWh3a3DQ#ws)

Guy hit by car while talking on cell phone (http://www.youtube.com/watch?v=mCQVWh3a3DQ#ws)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=mCQVWh3a3DQ-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 09:24:41 AM
“พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ” นอนคุกศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัวคดีจับผู้ต้องหาโดยไม่มีหมายศาล
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    30 สิงหาคม 2556 14:34 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000108785-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000011420603.JPEG)
พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ อดีต สว.สส.สน.พญาไท ยศขณะนั้น


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000011420604.JPEG)
ปัจจุบันเป็นผู้กำกับ สน.ประชาสำราญ

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000011420605.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000011420606.JPEG)

2013/08/30 อุทธรณ์แก้จำคุก 4 ปี "พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ" จับผู้ต้องหาโดยไม่มีหมายศาล (http://www.youtube.com/watch?v=tCtjewDhtGM#)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=tCtjewDhtGM-

“พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ” พร้อมจำเลยที่เกี่ยวข้องนอนคุก ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องการประกันตัวไปให้ศาลฏีกาพิจารณา ภายหลัง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำคุก 4 ปี ในคดีร่วมกันจับผู้ต้องหาโดยไม่มีหมายศาล บังคับให้รับสารภาพค้ายาบ้า 100 เม็ด พร้อมลูกน้องอีก 3 คน ส่วนจำเลยที่ 3, 4, 5, 6,และ 9 ให้ยกฟ้อง
       
2013/08/30 อุทธรณ์แก้จำคุก 4 ปี "พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ" จับผู้ต้องหาโดยไม่มีหมายศาล (http://www.youtube.com/watch?v=tCtjewDhtGM#)

วันนี้ (30 ส.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 802 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นางกรองกาญจน์ ถิ่นอ่อน เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ อดีต สว.สส.สน.พญาไท, พ.ต.ท.พรรณศักดิ์ วรบูลย์สวัสดิ์ อดีตรอง สว.สส.สน.พญาไท, ร.ต.อ.กิตติพงษ์ สิมมาลี, ด.ต.ภิญโญ แสงทิพย์, ด.ต.อภิทักษ์ แก้วเกลื่อน, ด.ต.อวยชัย ทับสุรีย์, จ.ส.ต.บุญเรือง บุตรวงศ์, จ.ส.ต.รุ่ง ทิพย์ขำ, จ.ส.ต.หญิงศศิธร ทับสุรีย์, จ.ส.ต.วันเผด็จ แท่นรัตน์ และ ส.ต.ท.สุธรรม แย้มช่วย เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท (ยศและตำแหน่งขณะเกิดเหตุปี 2548) เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐาน กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2548 จำเลยทั้งสิบเอ็ด ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางกรองกาญจน์ ถิ่นอ่อน อายุ 53 ปี โดยไม่มีหมายจับของศาล โดยใช้กำลังและอาวุธบังคับข่มขืนใจโจทก์ให้ขึ้นรถยนต์ไปกับพวกจำเลย โดยระหว่างนั้นใช้ถุงดำคลุมศีรษะและรัดคอโจทก์ไว้เพื่อข่มขู่ให้โจทก์รับสารภาพคดีมียาบ้าจำนวน 100 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
       
       โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2548 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 11 คนมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญา ตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิด อันเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับของศาล จับกุมโจทก์ไปจากท่าอากาศยานกรุงเทพดอนเมือง โดยใช้กำลังและอาวุธบังคับโจทก์ให้ขึ้นรถไปกับจำเลย ในระหว่างอยู่บนรถจำเลยกับพวกใช้ถุงดำคลุมศีรษะและรัดคอโจทก์ไว้ในระหว่างที่นั่งรถยนต์ จำเลยกับพวกได้ข่มขู่ให้โจทก์รับสารภาพ โดยตั้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 100 เม็ด โจทก์ได้ปฏิเสธ จำเลยไม่ยอมปล่อยตัวโจทก์ และไม่นำส่งพนักงานสอบสวนหรือพาไปยังสถานีตำรวจ ต่อมาจำเลยกับพวกได้ให้โจทก์พาไปที่สถานที่โกดังของโจทก์เพื่อตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำเอกสารการจับกุมและเอกสารอื่นๆ อันเป็นเท็จโดยบังคับให้โจทก์ลงลายมือชื่อ โดยเอกสารดังกล่าวได้จัดพิมพ์ไว้แล้ว และมีข้อความว่ารับสารภาพ เหตุเกิดที่แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162, 172, 309, 310 ทวิ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
       
       ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องเป็นลำดับขั้นตอน หากไม่เป็นความจริงก็ยากที่จะปั้นแต่งเรื่องขึ้นเอง โจทก์เบิกความได้สอดคล้องกับนางชลลดา พยานโจทก์ เนื่องจากนางชลลดาได้ถูกกลุ่มจำเลยจับกุมไปตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2548 โดยกลุ่มจำเลยบังคับให้นางชลลดาโทรศัพท์หาโจทก์ เพื่อให้โจทก์เดินทางมาพบ เมื่อโจทก์เมื่อถึงสนามบินดอนเมืองจึงถูกจับกุม นอกจากนี้ คำเบิกความโจทก์ยังสอดคล้องกับ หนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงฉบับวันที่ 22 ก.ย. 48 และสอดคล้องกับคำเบิกความที่โจทก์เป็นจำเลยในคดีหมายเลขแดง ที่ 7010/2549 เห็นว่าแม้โจทก์จะเบิกความถึง 2 ครั้ง แต่มีความแตกต่างกันด้านเวลา ก็ยังสามารถเบิกความได้อย่างละเอียด เชื่อว่าโจทก์เบิกความไปตามจริงให้จำคุก จำเลยที่ 1, 2, 7, 8, 10 และ 11 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 6 และ 9 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ จำคุกคนละ 4 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3, 4 และ 5
       
       ขณะเดียวกัน จำเลยที่ 1, 2, 7, 8, 10, 11 ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการและเงินสด ราคาประกันรวมมูลค่าคนละ 5 แสนบาท ขณะที่จำเลยที่ 6 และ 9 ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการและเงินสด ราคาประกันรวมมูลค่า คนละ 4 แสนบาทยื่นขอประกัน ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์
       
       ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนและปรึกษาแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2548 จำเลยทั้งหมดได้วางแผนจับกุมนางชลลดา ณ เชียงใหม่ พร้อมยาบ้า 114,000 เม็ด และรถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน ศน-4851 กทม. ของโจทก์ที่นางชลลดา ขอยืมใช้ ที่บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ โดยจำเลยเชื่อว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวต้องมีส่วนร่วมในการค้ายาเสพติดด้วย จำเลยจึงให้นางชลลดา โทรศัพท์หาโจทก์เพื่อให้มาหา โดยอ้างว่ารถยนต์ที่ยืมมาเกิดอุบัติเหตุ ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. 48 โจทก์จึงได้นั่งเครื่องบินจาก จ.เชียงใหม่มาที่สนามบินดอนเมือง จากนั้นจำเลย ที่ 2 พร้อมพวกได้เข้าทำการจับกุมโจทก์ก่อนจะพาขึ้นรถยนต์ โดยมีจำเลยอื่นนั่งมาด้วย โดยนำถุงดำคลุมศีรษะและมัดมือโจทก์ จากนั้นพาโจทก์ไปยังค้นห้องพักภายในคอนโดรีเจนท์ ศรีนครินทร์ และห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบยาเสพติด ต่อมาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าได้เดินทางมาข่มขู่โจทก์เพื่อให้บอกเบาะแสที่ซ่อนยาเสพติด ส่วนจำเลยคนอื่นๆได้พูดเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับสารภาพจากนั้นพาโจทก์ไปที่ สน.พญาไท เพื่อลงบันทึกจับกุมคดีครอบครองยาบ้าจำนวน 100 เม็ด ซึ่งไม่เป็นความจริง และได้นำตัวจำเลยส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.
       
       พิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงน่าเชื่อได้ว่าจำเลยไม่มีหมายจับ แต่กลับนำโจทก์ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับให้รับสารภาพจากการ ซึ่งจำเลยไม่ได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เพียงแต่เชื่อว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่ได้กระทำตามขั้นตอน แล้วยังกระทำผิดเสียเอง โดยขณะที่นำโจทก์ไปตรวจค้นที่ห้องพักไม่ได้มีการปิดตา โจทก์จึงสามารถมองเห็นใบหน้าจำเลยได้อย่างชัดเจน โดยจำเลยที่ 2และ 7 เกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพ และจับกุมใส่กุญแจมือนอนในห้องพักเดียวพร้อมกับจำเลยคนอื่นๆ โจทก์จึงย่อมมองเห็นหน้าจำเลยได้อย่างชัดเจน เห็นว่าจำเลยที่ 2,7,8,10,11 ได้ร่วมข่มขืนใจโจทก์ให้กระทำการใดๆ และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ปราศจากเสรีภาพ
       
       จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2-11 ย่อมต้องรู้เห็นด้วยกับการกระทำของจำเลย โดยจำเลยที่ 1 ถือเป็นตัวการ จำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 จับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับ และใช้อาวุธปืนบังคับข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยวกักขัง จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 แม้ว่าจำเลยอ้างว่า ระหว่างเกิดเหตุติดเวรรับเสด็จแต่ก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้
       
       ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่1,2,7,8,10,11 ที่ระบุว่าทำตามหน้าที่ราชการ มีความขยันขันแข็งไม่เคยต้องโทษมาก่อน ขอให้ศาลรอการลงโทษสถานเบาหรือให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แต่จำเลยกลับละเมิดกฎหมายเอง ถือเป็นความผิดร้ายแรงจึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยที่ 3,4,5 ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย
       
       พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกจำเลยที่ 1,2,7,10 คนละ 4 ปี และจำคุกจำเลยที่ 8,11 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3,4,5,6 และ9 ให้ยกฟ้อง
       
       ต่อมาเวลา 18.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลอุทธรณ์โดยมีคำสั่งให้เพิ่มหลักทรัพย์การประกันตัวจำเลย เป็นคนละ 500,000 บาท พร้อมส่งคำร้องการประกันตัวของจำเลยทั้งหมดไปให้ศาลฏีกาพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างฏีกาคดีหรือไม่ โดยคาดว่าศาลฏีกาจะมีการพิจารณาคำร้องขอประกันตัวของจำเลย ในวันที่ 4 กันยายน 2556 นี้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าตลอดทั้งวันหลังที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาจำคุกจำเลยในคดี นี้ พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ อดีต สว.สส.สน.พญาไท ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สน.ประชาสำราญ พื้นที่ในเขต บก.น.3 พร้อมจำเลยที่เกี่ยวข้องได้รอฟังคำสั่งศาลอยู่ในห้องพิจารณาคดี ซึ่งภายหลังศาลอุทธรณ์ได้ส่งคำร้องไปให้ศาลฏีกาเป็นผู้พิจารณาคำสั่งประกัน ทำให้ พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ ผกก.สน.ประชาสำราญ ต้องถอดเครื่องแบบ ก่อนจะถูกนำตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีพร้อมจำเลยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด





หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 09:30:21 AM
ฉาว ! บ.ตรวจสุขภาพนักเรียน ใช้เข็มซ้ำ-จับหน้าอก อ้างตรวจมะเร็งเต้านม
-http://hilight.kapook.com/view/90482-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/450.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/news_50.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ฉาว ! ผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.เชียงใหม่ เผย บ.ตรวจสุขภาพนักเรียน ใช้เข็มซ้ำ-จับหน้าอก อ้างตรวจมะเร็งเต้านม ด้านผู้บริหารโรงเรียนเข้าแจ้งความแล้ว ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

            สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ มีความรู้สึกกังวลใจ เกี่ยวกับกรณีที่ทางโรงเรียนได้จ้างบริษัทแห่งหนึ่งให้ตรวจสุขภาพประจำปีของเด็กนักเรียน ครู และบุคลากร หลังจากทราบว่า บริษัทดังกล่าวเคยเป็นข่าวใช้เข็มฉีดยาซ้ำ เจาะเลือดนักเรียนหลาย ๆ คน ที่ จ.สระบุรี

            เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ล่าสุด วันนี้ (30 สิงหาคม 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้นำเสนอความคืบหน้าว่า ทางผู้บริหารโรงเรียนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยเผยว่าจัดจ้างบริษัทดังกล่าวอย่างถูกต้องแต่ไม่ทราบข่าวที่ จ.สระบุรี ส่วนการแจ้งความนั้น มีทั้งประเด็นการใช้เข็มซ้ำไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงนักเรียนบางคนยังถูกลวนลาม โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจผู้ชายได้ลวนลามตรวจหน้าอกนักเรียนหญิง ม.ปลาย ในลักษณะบีบจับและเค้น นอกจากนี้ยังระบุว่า ถ้านักเรียนหญิงคนไหนหน้าตาดีก็จะถูกตรวจอย่างละเอียดมากกว่าคนอื่น ๆ อ้างว่าเป็นการตรวจหามะเร็งเต้านม

            อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาหลักฐานและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ส่วนหลังจากนี้ หากนักเรียนคนใดพบความผิดปกติจากการตรวจสุขภาพ ทางโรงเรียนก็จะดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทดังกล่าวให้ถึงที่สุดด้วย และเพื่อความสบายใจ ก็จะให้แพทย์ไปตรวจเจาะเลือดให้กับนักเรียนใหม่อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ โดยทางสมาคมผู้ปกครองและครูจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้


https://www.youtube.com/watch?v=HUqQd9YnCi4&feature=player_embedded (https://www.youtube.com/watch?v=HUqQd9YnCi4&feature=player_embedded)
คลิป ฉาวอีก! กรณี บ.ตรวจสุขภาพ ใช้เข็มฉีดยาซ้ำ ล่าสุด นักเรียนร้องถูกลวนลาม ขณะตรวจ : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV

https://www.youtube.com/watch?v=HUqQd9YnCi4&feature=player_embedded (https://www.youtube.com/watch?v=HUqQd9YnCi4&feature=player_embedded)
-https://www.youtube.com/watch?v=HUqQd9YnCi4&feature=player_embedded-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 09:43:57 AM
จับพ่อค้าขนมโตเกียว แทงเด็กเอแบคดับ ยัวะถูกต่อราคา 10 บาท
-http://hilight.kapook.com/view/90415-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          ตำรวจจับพ่อค้าขนมโตเกียว คว้ามีดแทงเด็กเอแบค ปี 3 เสียชีวิต ฉุน ต่อราคาขนมชิ้นละ 20 เหลือ 10 บาท แถมยังชี้หน้าด่า เจ้าตัวอ้างป้องกันตัว เพราะผู้ตายจะเข้ามาทำร้ายก่อน
 
          วันนี้ (28 สิงหาคม 2556) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แถลงข่าวจับกุม นายบรรจง สมดี อายุ 33 ปี พ่อค้าขายขนมโตเกียวริมถนนปากซอยบางนา-การเด้น แยก 7 หมู่ 7 ต.บางเสาธง หลังจาก นายบรรจง ก่อเหตุใช้มีดแทงนักศึกษาเอแบคเสียชีวิต

          ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมที่ริมถนนปากซอยบางนา-การเด้น แยก 7 จึงรุดไปตรวจสอบ และพบศพ นายสหวัฎ วัชรเสมากุล อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ม.อัสสัมชัญ (เอแบค) คณะบริหารธุรกิจ นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้รถขายขนมโตเกียว สภาพศพถูกมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 เซนติเมตรแทงเข้าที่หน้าอก ส่วนนายบรรจง คนขายขนมโตเกียวได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ ภายหลังเจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันจนสามารถจับกุมตัวนายบรรจงไว้ได้

          จากการสอบสวน นายบรรจง รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือแทงนายสหวัฎจริง โดยระหว่างที่ตนขายขนมโตเกียวอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ นายสหวัฎและเพื่อนนักศึกษารวม 3 คน ได้ออกมาจากผับในลักษณะมึนเมา แล้วโบกรถขายขนมให้จอดตรงจุดเกิดเหตุ พร้อมกับสั่งขนมโตเกียวแบบพิเศษใส่เครื่อง 3 อย่าง เมื่อทำขนมเสร็จ ตนได้เรียกเก็บเงิน 60 บาท เพราะขายราคาชิ้นละ 20 บาท แต่นายสหวัฎกลับไม่ยอมจ่าย โวยวายว่าตนขายของแพงเอาเปรียบนักศึกษา จะขอต่อราคาเหลือชิ้นละ 10 บาท

          นายบรรจง เล่าต่อว่า ตนไม่ยอมลดราคาให้ตามที่นายสหวัฎขอ และบอกว่าหากไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แต่นายสหวัฎโวยวายว่าจะซื้อ เพราะมีเงิน ก่อนจะพูดจาดูถูกว่าตนไม่มีการศึกษาต่างจากกลุ่มนายสหวัฎ จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ต่อมา นายสหวัฎกับพวกพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายตน ตนจึงคว้ามีดปอกผลไม้แทงสวนกลับไป เพื่อป้องกันตัว แต่มีดกลับไปแทงที่อกนายสหวัฎจนเสียชีวิต เมื่อตนเห็นดังนั้นจึงกลัวความผิด และรีบวิ่งหนีไปทันที

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น และจะสอบสวนต่อว่าเป็นการบันดาลโทสะ หรือป้องกันตัวตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.tnews.co.th/-

-http://www.tnews.co.th/html/news/67994/1457-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8
%9A%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%
B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%
B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%
B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%
B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%9B%E0%B8%B53%E0%B9
%80%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%
E0%B8%B5%E0%B9%88.html-



-----------------------------------------------------------


บอกให้รู้ว่า ก่อนพูด ให้คิดก่อน


.



เปิดโปงอีกมุม! คดีดังพ่อค้าโตเกียวแทงนักศึกษาตาย


เปิดโปงคำชี้แจง นักศึกษาโพสต์เฟซบุ๊กเล่าเหตุการณ์อีกมุมมองของคดีดัง พ่อค้าโตเกียวแทงนักศึกษาหนุ่ม ม.เอแบค เสียชีวิต

(30 ส.ค.) จากคดีอาชญากรรมที่กลายเป็นข่าวเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา กรณีพ่อค้าโตเกียวก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) จนเสียชีวิต โดยพ่อค้าผู้ก่อเหตุได้ให้การระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการมึนเมาและต่อรองราคาขนมโตเกียว กล่าวหาว่าราคาสูงจนเกินไป จนเกิดความไม่พอใจกัน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วเบื้องต้น

ทางทีมข่าว Sanook! News ได้รับข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว ซึ่งระบุว่าเป็นมุมมองจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตและเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ คุณ Sarin Lueprasert ได้โพสต์ลงข้อความยาวชี้แจงและขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับประเด็นข่าวพ่อค้าโตเกียวแทงนักศึกษาเสียชีวิตในอีกด้านหนึ่ง มีใจความระบุเอาไว้ว่า

"เรื่องคนขายขนมโตเกียวที่แทงเด็กเอแบค ผมคือเพื่อนของคนที่โดนแทงเสียชีวตอยู่ในเหตุการณ์นั้นผมต้องการจะออกมาบอกความจริงทั้งหมดถึงเรื่องคืนนั้นเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเพื่อนของผมขอให้ทุกคนโปรดรับฟังและเข้าใจใน ณ ที่นี้ด้วย

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณตี 1 กว่าๆ ผมหิวข้าวเลยออกไปซื้อหมูปิ้งร้านที่รู้จักกันดีแถวนั้น ขากลับผมเลยบอกเพื่อนอีกคนว่า ผมหิวเลยอยากซื้ออะไรไปกินอีกหน่อยก็เลยขอแวะซื้อขนมโตเกียวกินพอข้ามถนนเพื่อนผมก็ได้ถามไปว่าเปิดไหมครับคนขายตอบว่าเปิดด้วยเสียงที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรซักเท่าไหร่

แต่พวกผมก็ไม่ได้คิดอะไรผมก็สั่งกินตามปกติหลังจากนั้นเรื่องมันเกิดที่ว่าพวกผมถามราคาเท่าไหร่คนขายก็ตอบว่า 20 บาท เพื่อนผมอีกคนกับคนที่ประสบเหตุก็คุยกันแบบไม่มีอะไรว่า 20 เลยหรอแถวบ้านขาย 10 บาทเองเลยไม่มีเจตนาที่จะเหน็บแนมคนขายแต่อย่างได

หลังจากนั้นคนขายก็หันมามองหน้าแล้วบอกว่า "ถ้าไม่อยากซื้อก็ไม่ต้องซื้อ" ด้วยนํ้าเสียงที่ไม่ดีเลย ถ้าเป็นเด็กเอแบคบางคนคงจะรู้กันดี หลังจากนั้นเพื่อนผมก็เริ่มอารมเสียเลยถามกลับไปว่า "แล้วพี่อยากขายรึเปล่าละ" แล้วก็ได้มองหน้ากันซักครู่ผมบอกในที่นี้เลยว่าไม่มีการใช้คำพูดที่ว่า "กูมีตังค์กูจะซื้อ" แต่อย่างใด

หลังจากนั้นผมเห็นถ้าจะไม่ดีก็เลยบอกว่ากลับเหอะ ไม่กินแล้ว เพื่อนผมก็บอกว่า ไม่เป็นไรขอคุยให้รู้เรื่องก่อน จากนั้นคนขายที่ถือมีดอยู่แล้ว ได้เข้ามาแทงเพื่อนผมโดยที่พวกผมไม่ได้มีเจตนาไปทำร้ายเค้าก่อนแต่อย่างใด

อีกเรื่องครับ ตามเนื้อข่าวที่ว่าพวกผมเมา พวกผมไม่ได้เมาแต่อย่างใด พวกผมมีสติกันดี แล้วขอยํ้าว่าพวกผมไม่ได้มีเจตนาจะไปทำร้ายใคร อยู่ปี 3 ปี 4 จวนจะจบอยู่แล้วพวกผมคงไม่หาเรื่องใส่ตัวหรอกครับ ขอให้ทุกคนเข้าใจพวกผมด้วย

อีกเรื่องถึงคนที่ออกความคิดเห็นก็ข่าวตามเว็ปต่างๆ ในด้านที่ทำให้เพื่อนผมเสีย พวกคุณไม่รู้ความจริงอะไรเลยอ่านตามเนื้อข่าวแล้วออกซํ้าเติมคนที่เค้าเสียไปแล้ว พวกคุณคิดอะไรอยู่หรอครับ ถ้าเรื่องมันเกิดกับคนใกล้ตัวคุณบ้างละ พ่อ แม่ พี่ น้องไม่เว้นแต่แฟนของพวกคุณจะรู้สึกยังไงแล้วยิ่งมีคนมาซํ้าเติมอีกทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเลยพวกคุณยังจะยิ้มแล้วหัวเราะออกไหมครับ พวกผมแค่คนๆ นึงที่อยากใช้ชีวิตเด็กมหาลัยกับเพื่อนๆ โดยไม่คิดที่จะมีปัญหากับใคร"

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ข้อความชี้แจงดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ก็มีพูดคนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นานา บางส่วนก็รู้สึกหายขัดข้องใจที่ได้รับรู้ข้อมูลอีกฝ่ายอีกมุมมอง ซึ่งดีกว่าที่ได้รับรู้เรื่องแต่มุมเดียว บางส่วนรู้สึกเห็นใจและเสียใจกับการสูญเสีย ในขณะที่คนอีกบางส่วนยังไม่ปักใจเชื่อในบางประเด็น ให้นิยามว่า คนเสียชีวิตยังไงก็พูดไม่ได้และเป็นเงื่อนงำ


--------------------------------------------------------------------

ข้อคิด 

"คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ จะไม่เกิดเหตุขึ้น"



.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 09:48:55 AM
สาวผงะ! กินหมูกะทะ แถมแมลงสาบเป็นฝูง
-http://news.sanook.com/1206044/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%B0-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B0-%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B9%E0%B8%87/-


สาวโพสต์คลิปอ้างไปกินร้านหมูกะทะหน้า มหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองเชียงใหม่ เจอฝูงแมลงสาบเพียบ พนักงานรู้แต่ไม่สนใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (31 ส.ค.) ในเว็บไซต์ยูทูป ได้มีหญิงสาวเข้ามาโพสต์คลิปที่มีชื่อว่า ช็อค...กินหมูกะทะ แถม แมลงสาบมาเป็นฝูง พร้อมเล่าเหตุกาณ์ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา อ้างว่าเจอกองทัพแมลงสาบในร้านหมูกะทะ หน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อความดังนี้


วันนี้ค่ะ(28/08/56)เวลาประมาณหกโมงกว่าๆ ไปกินหมูกะทะที่หน้าม.มา

ตอนแรกที่เดินเข้าร้านไปคนเยอะมากเหลือที่­นั่งประมาณ สาม สี่ โต๊ะเอง ตอนนั่งกินแรกๆก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ พอนั้่งไปได้สักพัก เจ้าตัวปัญหาเริ่มออกมาค่ะ มันไม่ได้ออกมาแค่ตัวสองตัว มันมาเป็นฝูงเลย ยั้วเยี้ยเต็มโต๊ะ จะกินต่อก็ยังไงอยู่ไม่ไหวจริงๆ

อีกสักพักโต๊ะข้างๆที่เห็นเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอก็เริ่มสังเกตว่าโต๊ะตัวเองก็มีเหมือนกันเลยเรียกพนักงานมาเก็บตังค์ พนักงานก็เหมือนจะรู้นะคะว่าร้านตัวเองมีแมลงสาบเยอะ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอนพนักงานเก็บโต๊ะข้างๆเราก็นั่งดูสถานะการณ์ต่อค่ะว่าเค้าจะทำอะไรมั้ย

เค้าก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนเดิมเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ร้านเค้าจะมีแมลงสาบวิ่งไต่ไปมาบนโต๊ะ พอพนักงานเช็ดทำความสะอาดโต๊ะข้างๆได้สักพักแมลงสาบเป็นฝูงก็วิ่งออกมาใหญ่เลย

เท่านั้นแหละ..เราก็ไม่ไหวละเลยเรียกพนักงานมาเก็บตังค์ ของที่ตักมาที่หลังก็ยังไม่ได้กินนะคะ ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่คิดตังค์เพิ่ม เราจ่ายตังค์เสร็จก็รีบเดินออกจากร้านเลยค่ะ อยากจะอ้วกมาก กะจะเข้าไปคุยกับผู้จัดการร้านนะคะว่าร้านของเค้ามีแมลงสาบแต่ว่า คงไม่ต้องแล้วหล่ะค่ะ เพราะว่าพนักงานของเค้าเองก็รับรู้อยู่แล้วเพราะแมลงสาบมันเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ

ฝากคนที่จะไปกินนะคะ ถ้าชอบกินของสะอาดๆ ถูกหลักอนามัยเราว่าอย่าไปเลยค่ะ ร้านนี้...แต่ถ้าใครจะไปกินเราก็ไม่ได้ว่าอะไร ของร้านนี้เค้าก็เยอะนะคะ เมื่อก่อนเราก็ไปกินบ่อย แต่ช่วงหลังๆมานี่ ไม่เยอะแค่ของละคะ แมลงสาบก็เยอะ

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 10:22:12 AM
สาวผงะ! กินหมูกะทะ แถมแมลงสาบเป็นฝูง
-http://news.sanook.com/1206044/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%B0-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B0-%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B9%E0%B8%87/-


สาวโพสต์คลิปอ้างไปกินร้านหมูกะทะหน้า มหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองเชียงใหม่ เจอฝูงแมลงสาบเพียบ พนักงานรู้แต่ไม่สนใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (31 ส.ค.) ในเว็บไซต์ยูทูป ได้มีหญิงสาวเข้ามาโพสต์คลิปที่มีชื่อว่า ช็อค...กินหมูกะทะ แถม แมลงสาบมาเป็นฝูง พร้อมเล่าเหตุกาณ์ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา อ้างว่าเจอกองทัพแมลงสาบในร้านหมูกะทะ หน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อความดังนี้


วันนี้ค่ะ(28/08/56)เวลาประมาณหกโมงกว่าๆ ไปกินหมูกะทะที่หน้าม.มา

ตอนแรกที่เดินเข้าร้านไปคนเยอะมากเหลือที่­นั่งประมาณ สาม สี่ โต๊ะเอง ตอนนั่งกินแรกๆก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ พอนั้่งไปได้สักพัก เจ้าตัวปัญหาเริ่มออกมาค่ะ มันไม่ได้ออกมาแค่ตัวสองตัว มันมาเป็นฝูงเลย ยั้วเยี้ยเต็มโต๊ะ จะกินต่อก็ยังไงอยู่ไม่ไหวจริงๆ

อีกสักพักโต๊ะข้างๆที่เห็นเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอก็เริ่มสังเกตว่าโต๊ะตัวเองก็มีเหมือนกันเลยเรียกพนักงานมาเก็บตังค์ พนักงานก็เหมือนจะรู้นะคะว่าร้านตัวเองมีแมลงสาบเยอะ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอนพนักงานเก็บโต๊ะข้างๆเราก็นั่งดูสถานะการณ์ต่อค่ะว่าเค้าจะทำอะไรมั้ย

เค้าก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนเดิมเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ร้านเค้าจะมีแมลงสาบวิ่งไต่ไปมาบนโต๊ะ พอพนักงานเช็ดทำความสะอาดโต๊ะข้างๆได้สักพักแมลงสาบเป็นฝูงก็วิ่งออกมาใหญ่เลย

เท่านั้นแหละ..เราก็ไม่ไหวละเลยเรียกพนักงานมาเก็บตังค์ ของที่ตักมาที่หลังก็ยังไม่ได้กินนะคะ ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่คิดตังค์เพิ่ม เราจ่ายตังค์เสร็จก็รีบเดินออกจากร้านเลยค่ะ อยากจะอ้วกมาก กะจะเข้าไปคุยกับผู้จัดการร้านนะคะว่าร้านของเค้ามีแมลงสาบแต่ว่า คงไม่ต้องแล้วหล่ะค่ะ เพราะว่าพนักงานของเค้าเองก็รับรู้อยู่แล้วเพราะแมลงสาบมันเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ

ฝากคนที่จะไปกินนะคะ ถ้าชอบกินของสะอาดๆ ถูกหลักอนามัยเราว่าอย่าไปเลยค่ะ ร้านนี้...แต่ถ้าใครจะไปกินเราก็ไม่ได้ว่าอะไร ของร้านนี้เค้าก็เยอะนะคะ เมื่อก่อนเราก็ไปกินบ่อย แต่ช่วงหลังๆมานี่ ไม่เยอะแค่ของละคะ แมลงสาบก็เยอะ


กินหมูกะทะ แถมแมลงสาบเป็นฝูง โปรดใช้วิขารณญาณ

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=jz1INMeVln0#t=23 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=jz1INMeVln0#t=23)

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=jz1INMeVln0#t=23 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=jz1INMeVln0#t=23)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=jz1INMeVln0#t=23-

คลิป สุดช็อก กินหมูกะทะ แถมแมลงสาบมาเป็นฝูง ดูแล้วบ่องตง เจอแบบนี้มีกินกันไม่ลง ร้านหมูกะทะแห่งนี้ เป็นร้านหมูกะทะแห่งหนึ่ง หน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง จังหวัดเชียงใหม่ครับ เจ้าของคลิปเขาว่า ไปกินแล้วเจอแมลงสาวเป็นสิบๆ ตัววิ่งว่อนอยู่บนโต๊ะ ไม่ใช่แค่โต๊ะตัวเอง โต๊ะคนอื่นก็เป็นแบบเดียวกัน แถมพนักงานก็ดูเหมือนจะรู้ว่าร้านแมลงสาบเยอะ แต่ไม่ได้ให้ความสนใจเลย เอ่อ.. สนใจบ้างก็ดีนะ วิ่งกันว่อนแบบนี้ เดี๋ยวร้านก็เจ๊งหรอก โปรดใช้วิจารณญาณในการชมครับ


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 01, 2013, 09:34:43 AM
โจ๋ปทุม! ไม่พอใจนศ.รังสิต ขับรถตาม ยิงปืนขู่
-http://news.sanook.com/1206201/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%A8.%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B9%E0%B9%88/-

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1206201/366129/)

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1206201/366126/)

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1206201/366128/)

(http://news.sanook.com/gallery/gallery/1206201/366127/)

กลุ่มวัยเกิดความไม่พอใจนักศึกษา ม.รังสิต ขับรถไล่ตาม พร้อมยิงปืนขู่ ตีกระจกแตก


เมื่อเวลา 01:30 น. ร.ต.ท.ทัพภาค สินพูลผล ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี แจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุปทุมธานี ว่า มีเหตุไล่ตีกัน ริมถนนพหลโยธินปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่หน้าร้านยางเมืองเอก พบรถยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน งห 3937 กทม. กระจกหน้าหลังถูกทุบตีแตกพังเสียหาย โดยมี นายเอกวุธ ช่มศิริ อายุ 22 ปี นักศึกษา ม.รังสิต ปี 1 สาขานิเทศศาสตร์ ยืนรอให้การกับตำรวจอยู่เล่าว่าตนได้ขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย พอขับมาถึงช่วงร้านอาหารสภาโสด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์ไล่ตนมาและใช้อาวุธปืนยิงขู่ พอขับมาถึงหน้าร้านยางที่ตนเคยเปลี่ยน จึงจอดรถหน้าร้านและขอความช่วยเหลือ และขณะนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้ลงมาทุบกระจกรถอีก เลยทำให้กระจกแตกเสียหาย และคนร้ายได้ขับรถมุ่งหน้าออกปากทางเมืองเอกไป โดยจำได้ว่าหนึ่งในรถของกลุ่มคนร้าย เป็นรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ สีแดง ป้ายแดง ไม่ทราบเลขและหมวดอักษร 

จากการตรวจสอบรถของตนพบว่า มีรอยเหมือนรูกระสุนปืนเข้าที่บังโคลนข้างซ้ายใกล้กับล้อหลัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทางด้านร้อยเวร จึงได้ยกรถมาเก็บที่ สภ.คูคต เพื่อจะทำการตรวจอีกครั้ง และให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาข่าวกลุ่มวัยรุ่นที่ได้ขับรถไล่ตามและทำลายทรัพย์เสียหาย จะติดตามจับกุมตัวคนร้ายต่อไป


-------------------------------------------------------------


อย่าเก็บเอาไว้

จับตายอย่างเดียว อยู่ไปรกแผ่นดิน

เสียดายเงินภาษีอากร ที่ต้องไปเลี้ยงพวกมันในคุก
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 01, 2013, 09:40:34 AM

ภัยลูกชิ้นเสียบไม้
-http://guru.sanook.com/pedia/topic/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/-


      เด็กกับลูกชิ้นลูกกลมๆ แยกกันไม่ค่อยออก ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ให้เปรียบเทียบความกลมกันนะคะ เพียงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองนึกภาพหลังจากโรงเรียนเลิก ไม่ว่าจะเป็นบรรดาลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้ง ปลาหมึกย่าง ไส้กรอกเสียบไม้แสนอร่อย ต่างวางเรียงรายรอให้เด็กๆ กรูกันเข้าไปอุดหนุน

      หลายคนถือไม้เสียบลูกชิ้นใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย บางคนเวลาคงมีจำกัด กระโดดซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คุณพ่อ ในมือถือไม้ลูกชิ้นกินเฉย คุณพ่อก็ขับไปเถอะ หนูถือกินต่อได้ เลยต้องนำอุทาหรณ์เรื่องไม้เสียบลูกชิ้นที่ทำให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บมาแล้วมากมายมาเล่าต่อกัน

      ไม่ว่าจะเป็นไม้เสียบลูกชิ้นทิ่มเพดานปากทะลุลำคอ ทิ่มหน้าผาก ทิ่มลิ้น และน่าแปลกที่บ่อยที่สุดคือ ทำไมนะถึงได้ทิ่มเข้าลูกนัยน์ตาดำพอดี

      เหตุการณ์เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางสถาบันได้รับตัวเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เข้ารักษาด้วยสาเหตุจากไม้ลูกชิ้นเสียบเข้าทะลุนัยน์ตาดำ ซึ่งเคสแบบนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วย เพราะจากสถิติที่ผ่านมาสถาบันเราเคยมีเด็กที่เจ็บป่วยจากอุบัติเหตุของแหลมทิ่มแทงอวัยวะสำคัญมากมายหลายคน โดยเฉพาะดวงตาถ้าพลาดโดนแล้วละก็โอกาสที่จะกลับมาใช้งานได้เช่นเดิมจะน้อยกว่าผู้ใหญ่ ลำพังเพียงแผลเล็กๆ สำหรับเด็กแล้วเป็นเรื่องใหญ่มาก โดยเฉพาะการติดเชื้อ ทำให้ไม่หายสักที พอได้แผลที่กระจกตาก็จะทำให้นัยน์ตาเบี้ยว การมองเห็นก็ไม่ดี แล้วถ้าเมื่อไรเด็กมองเห็นไม่ดีก็จะเกิดภาวะตาขี้เกียจตามมาอีก หรือเมื่อมองไม่เห็นอาจทำให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้ หรือการเรียนรู้น้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย

      ถึงตอนนี้คงทำให้ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มมองเห็นอันตรายจากปลายไม้แหลมคมกันแล้วนะคะ อย่างไรก็ดี อุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่ประมาท ถ้าคุณพ่อคุณแม่เพิ่มความระมัดระวัง ใส่ใจ รู้จักสอนทักษะต่างๆ ให้กับลูก และรู้จักหักไม้เพื่อลดความแหลมคมก่อนกิน (ข้อนี้ต้องฝากไปถึงเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในบริเวณโรงเรียนด้วย)

      รวมถึงการปลูกฝังให้ลูกรู้จักการนั่งกินเป็นกิจจะลักษณะ  ไม่วิ่งเล่นไปกินไป ชี้แนะให้เด็กเห็นอันตรายที่จะเกิดขึ้น  เพราะถ้าเรารู้จักสอน ไม่ใช่แค่บอกลูกว่าอย่า อันตรายก็เกิดขึ้น ได้ยากแล้ว

แหล่งที่มา : -http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/28483-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 04, 2013, 10:46:37 PM
นั่งกดมือถือในบ้าน อย่าคิดว่าปลอดภัย ไม่เชื่อ มาดู
-http://world.kapook.com/pin/5226bf2a38217a004c000000-

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nvoLXG8D8sY#t=27 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nvoLXG8D8sY#t=27)
別背著街上路人完手機 後果很嚴重!!

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nvoLXG8D8sY#t=27 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nvoLXG8D8sY#t=27)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nvoLXG8D8sY#t=27-

โอ้โฮ.. โจรมันช่างหาญกล้าแท้ๆ คลิป โจรฉกมือถือสาว คามือ อยู่ในบ้านแท้ๆ ความปลอดภัยยังไม่มี คลิปนี้เอามาเตือนภัย กันสักหน่อยครับ นั่งกดมือถืออยู่ในบ้านตัวเอง อย่าคิดว่าปลอดภัย 100% อย่างในคลิปนี้ สาวเธอนั่งกดมือถือเพลินๆ ในบ้านตัวเอง ยังอุตส่าห์มีโจรวิ่งราว ย่องมาฉก แล้ววิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา เชื่อเขาเลย!! โจรสมัยนี้ แม้แต่อยู่บ้าน ยังหาความปลอดภัยไม่ได้เลย
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 05, 2013, 06:28:07 AM
4 สารพิษในบ้าน อย่ามองข้าม...อันตรายใกล้ตัว (สุดๆ)

-http://campus.sanook.com/1369789/4-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1...%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%86/-

ไม่เฉพาะอันตรายจากสารพิษ สารเคมี และสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม (นอกบ้าน) เท่านั้น แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ในบ้านอันแสนอบอุ่นของคุณนั่นแหละ ที่มีภัยเงียบจากสารเคมีนานาชนิดตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน ฝุ่นละออง ฯลฯ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ เพราะองค์การอนามัยโลก ถึงขนาดได้ออกมาประเมินว่า ในประเทศด้อยพัฒนา มลพิษจากอากาศภายในอาคารและบ้านเรือนริมถนน เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง ที่ทำให้คนตายรวมกันไม่น้อยกว่าปีละ 2 ล้านคนเลยทีเดียว (เสียวฝุดๆ)

มีอะไรบ้างล่ะที่เสี่ยง!

1) ฟอร์มัลดีไฮด์ นอกจากสารพิษชนิดที่ดมแล้วได้กลิ่น อย่างสารปนเปื้อนคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่ระเหยจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง กลิ่นใหม่ๆ จากของใช้ในบ้านแล้ว ยังมี "กลิ่นฉุน" ที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ นั่นก็คือเจ้าฟอร์มัลดีไฮด์ สารร้ายในบ้านนั่นเอง

เจ้าสารชนิดนี้ เป็นแก๊สไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน เป็นสารประกอบของฟอร์มาลินที่ใช้ฉีดและดองศพ ถ้ามีสารนี้ เราจะสังเกตง่ายๆ ก็คือ เราจะรู้สึกแสบตา มึนหัว หายใจอึดอัด ภายในบ้านเราจะพบได้ในเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของไม้อัด สารต้านเชื้อราในกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ประกอบเครื่องเรือน แล็กเกอร์เคลือบไม้ พรมปูพื้น สีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ผ้าหุ้มเบาะโซฝา และเสื้อผ้าประเภทยับยาก ฟอร์มัลดีไฮด์ ทังหมดนี้ ล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งคนในบ้านเสี่ยงเมื่อสัมผัส

2) น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาดเครื่องครัวบางชนิดมีโซดาไฟ เป็นส่วนประกอบซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ เป็นพิษต่อร่างกาย ต่อมาคือสารเคมีที่ใช้ในการขจัดสิ่งอุดตันในท่อน้ำทิ้งมักเป็นสารอันตรายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง รวมทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงการสูดกลิ่นเหล่านี้ เพราะมีอันตรายรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดพื้นบ้าน ที่ปัจจุบันนี้ บ้านไหนก็ต้องมี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นคือสารกลุ่มอัลคิล ฟีนอล อีธอกไซเลต ที่มีรายงานความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสาร NPE หากทาน สูดดม หรือสัมผัสในปริมาณความเข้มข้นสูงจะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ตา และผิวหนังอย่างรุนแรง

3) มันมากับความหอม ใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยล่ะความหอม ด้วยเหตุนี้ ในบ้านจึงมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆ หอมดั่งเนรมิต แต่เจ้าความหอมที่ว่า มักมีอันตรายแฝงมาเสมอ เริ่มจากสบู่เหลวกลิ่นต่างๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหอมละมุนในช่วงอาบน้ำนั้นจะเต็มไปด้วยสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ผสมลงไปจนกลายเป็น "สบู่เหลวเทียม" ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวแพ้ง่าย จนถึงขั้นเสี่ยงต่อมะเร็งในระยะยาว ในบางประเทศเขาห้ามหรือประกาศเตือนกันแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ในบ้านเรายังมีการใช้สาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) และPEG (polyethylene Glycol) กันหรือเปล่า

ต่อไปคือผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในห้องน้ำ ที่เมื่อสูดกลิ่นเข้าไปแล้วอันตรายอย่างแน่นอน แต่ที่มากกว่านั้นก็คือหากสัมผัสสารเหล่านี้บ่อยครั้งจะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองต่อผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักแห้ง อโรมาเธอราปี ซึ่งบางคนอาจแพ้ ต้องรู้จักสังเกตและเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ก่อนที่จะเกิดการสะสมพิษในระยะยาว

เพราะจริงๆ แล้วสารเคมีที่ให้กลิ่นหอมเหล่านั้น เคยมีการทดลองในสหรัฐฯ แล้วพบว่า ผลิตัณฑ์เหล่านี้ ปล่อยสารระเหยอินทรีย์ออกมามากกว่า 20 ชนิด และ 7 ชนิด จาก 20 ชนิดตามกฎหมายถือเป็นสารอันตรายหรือเป็นพิษ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง กลิ่นระเหยของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ไม่ได้ทำให้อากาศในบ้านหอมขึ้น แต่จะไปกลบกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับอื่นๆ ที่เราไม่ชอบ การหลีกเลี่ยงด้วยการเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

4) อันตรายจากเทคโนโลยี โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ นับเป็นเทคโนโลยีที่มีสารอันตรายปะปนอยู่ด้วยเสมอ ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ฯลฯ สารพิษนานาชนิดเหล่านี้ จะถูกปล่อยออกมาปะปนในอากษส โดยที่วัสดุสังเคราะห์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะปล่อยสารเคมีหรือไอระเหยที่เป็นพิษนับร้อยชนิดสู่อากาศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมา เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ระคายเคือง ไซนัส อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดต้นคอ ปวดศีรษะ เป็นต้น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จำแนกสารอันตรายที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อิล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เอาไว้ เช่น ตะกั่ว เป็นส่วนระกอบในการบัดกรีแผ่นวงจรพิมพ์ หลอดภาพรังสีแคโทด (CRT) เป็นต้น ผลกระทบจะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ระบบโลหิต โดยเฉพาะเด็กจะมีผลกระทบต่อพัฒนาการสมองเนื่องจากเด็กสามารถดูดซึมตะกั่วได้มากกว่าผู้ใหญ่ 5 เท่า

แคดเมียม มักพบในแผ่นวงจรพิมพ์ ตัวต้านทาน แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสารเหล่านี้จะสะสมในร่างกาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไตและกระดูก ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการและการมีบุตร ส่วน ปรอท มักพบในตัวตัดความร้อน สวิตซ์ และอุปกรณ์ให้แสงสว่างในจอภาพแบบแบน หากปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำจะสะสมต่อไปในห่วงโซ่อาหาร ส่งผลต่อสมอง ไต และอวัยวะต่างๆ และเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง

นอกจากนี้ ยังมีอันตรายจากสารพิษอื่นๆ ที่แฝงอยู่ในบ้าน จำเป็นที่เราต้องระมัดระวัง โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะภัยอันตรายจากสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดเพียงชั่วข้ามคืน ที่สำคัญยังมองไม่เห็น การป้องกันก่อนเกิดจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด


ที่มา : บ้านปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย โดย ผศ.ดร.พูลสุข ปรัชญานุสรณ์ สำนักพิมพ์มติชน (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)

http://campus.sanook.com/1369789/4-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1...%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%86/ (http://campus.sanook.com/1369789/4-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1...%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%86/)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 06, 2013, 10:37:59 PM
4 สารพิษในบ้าน อันตรายใกล้ตัว (สุดๆ)
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1378179934&grpid=&catid=09&subcatid=0902-

ไม่เฉพาะอันตรายจากสารพิษ สารเคมี และสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม (นอกบ้าน) เท่านั้น แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ในบ้านอันแสนอบอุ่นของคุณนั่นแหละ ที่มีภัยเงียบจากสารเคมีนานาชนิดตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน ฝุ่นละออง ฯลฯ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ เพราะองค์การอนามัยโลก ถึงขนาดได้ออกมาประเมินว่า ในประเทศด้อยพัฒนา มลพิษจากอากาศภายในอาคารและบ้านเรือนริมถนน เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง ที่ทำให้คนตายรวมกันไม่น้อยกว่าปีละ 2 ล้านคนเลยทีเดียว (เสียวฝุดๆ)

มีอะไรบ้างล่ะที่เสี่ยง!

 

มีอะไรบ้างล่ะที่เสี่ยง!

1) ฟอร์มัลดีไฮด์ นอกจากสารพิษชนิดที่ดมแล้วได้กลิ่น อย่างสารปนเปื้อนคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่ระเหยจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง กลิ่นใหม่ๆ จากของใช้ในบ้านแล้ว ยังมี "กลิ่นฉุน" ที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ นั่นก็คือเจ้าฟอร์มัลดีไฮด์ สารร้ายในบ้านนั่นเอง

เจ้าสารชนิดนี้ เป็นแก๊สไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน เป็นสารประกอบของฟอร์มาลินที่ใช้ฉีดและดองศพ ถ้ามีสารนี้ เราจะสังเกตง่ายๆ ก็คือ เราจะรู้สึกแสบตา มึนหัว หายใจอึดอัด ภายในบ้านเราจะพบได้ในเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของไม้อัด สารต้านเชื้อราในกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ประกอบเครื่องเรือน แล็กเกอร์เคลือบไม้ พรมปูพื้น สีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ผ้าหุ้มเบาะโซฝา และเสื้อผ้าประเภทยับยาก ฟอร์มัลดีไฮด์ ทังหมดนี้ ล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งคนในบ้านเสี่ยงเมื่อสัมผัส

2) น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาดเครื่องครัวบางชนิดมีโซดาไฟ เป็นส่วนประกอบซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ เป็นพิษต่อร่างกาย ต่อมาคือสารเคมีที่ใช้ในการขจัดสิ่งอุดตันในท่อน้ำทิ้งมักเป็นสารอันตรายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง รวมทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงการสูดกลิ่นเหล่านี้ เพราะมีอันตรายรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดพื้นบ้าน ที่ปัจจุบันนี้ บ้านไหนก็ต้องมี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นคือสารกลุ่มอัลคิล ฟีนอล อีธอกไซเลต ที่มีรายงานความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสาร NPE หากทาน สูดดม หรือสัมผัสในปริมาณความเข้มข้นสูงจะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ตา และผิวหนังอย่างรุนแรง

3) มันมากับความหอม ใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยล่ะความหอม ด้วยเหตุนี้ ในบ้านจึงมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆ หอมดั่งเนรมิต แต่เจ้าความหอมที่ว่า มักมีอันตรายแฝงมาเสมอ เริ่มจากสบู่เหลวกลิ่นต่างๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหอมละมุนในช่วงอาบน้ำนั้นจะเต็มไปด้วยสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ผสมลงไปจนกลายเป็น "สบู่เหลวเทียม" ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวแพ้ง่าย จนถึงขั้นเสี่ยงต่อมะเร็งในระยะยาว ในบางประเทศเขาห้ามหรือประกาศเตือนกันแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ในบ้านเรายังมีการใช้สาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) และPEG (polyethylene Glycol) กันหรือเปล่า

ต่อไปคือผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในห้องน้ำ ที่เมื่อสูดกลิ่นเข้าไปแล้วอันตรายอย่างแน่นอน แต่ที่มากกว่านั้นก็คือหากสัมผัสสารเหล่านี้บ่อยครั้งจะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองต่อผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักแห้ง อโรมาเธอราปี ซึ่งบางคนอาจแพ้ ต้องรู้จักสังเกตและเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ก่อนที่จะเกิดการสะสมพิษในระยะยาว

เพราะจริงๆ แล้วสารเคมีที่ให้กลิ่นหอมเหล่านั้น เคยมีการทดลองในสหรัฐฯ แล้วพบว่า ผลิตัณฑ์เหล่านี้ ปล่อยสารระเหยอินทรีย์ออกมามากกว่า 20 ชนิด และ 7 ชนิด จาก 20 ชนิดตามกฎหมายถือเป็นสารอันตรายหรือเป็นพิษ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง กลิ่นระเหยของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ไม่ได้ทำให้อากาศในบ้านหอมขึ้น แต่จะไปกลบกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับอื่นๆ ที่เราไม่ชอบ การหลีกเลี่ยงด้วยการเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

4) อันตรายจากเทคโนโลยี โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ นับเป็นเทคโนโลยีที่มีสารอันตรายปะปนอยู่ด้วยเสมอ ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ฯลฯ สารพิษนานาชนิดเหล่านี้ จะถูกปล่อยออกมาปะปนในอากษส โดยที่วัสดุสังเคราะห์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะปล่อยสารเคมีหรือไอระเหยที่เป็นพิษนับร้อยชนิดสู่อากาศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมา เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ระคายเคือง ไซนัส อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดต้นคอ ปวดศีรษะ เป็นต้น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จำแนกสารอันตรายที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อิล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เอาไว้ เช่น ตะกั่ว เป็นส่วนระกอบในการบัดกรีแผ่นวงจรพิมพ์ หลอดภาพรังสีแคโทด (CRT) เป็นต้น ผลกระทบจะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ระบบโลหิต โดยเฉพาะเด็กจะมีผลกระทบต่อพัฒนาการสมองเนื่องจากเด็กสามารถดูดซึมตะกั่วได้มากกว่าผู้ใหญ่ 5 เท่า

แคดเมียม มักพบในแผ่นวงจรพิมพ์ ตัวต้านทาน แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสารเหล่านี้จะสะสมในร่างกาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไตและกระดูก ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการและการมีบุตร ส่วน ปรอท มักพบในตัวตัดความร้อน สวิตซ์ และอุปกรณ์ให้แสงสว่างในจอภาพแบบแบน หากปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำจะสะสมต่อไปในห่วงโซ่อาหาร ส่งผลต่อสมอง ไต และอวัยวะต่างๆ และเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง

นอกจากนี้ ยังมีอันตรายจากสารพิษอื่นๆ ที่แฝงอยู่ในบ้าน จำเป็นที่เราต้องระมัดระวัง โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะภัยอันตรายจากสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดเพียงชั่วข้ามคืน ที่สำคัญยังมองไม่เห็น การป้องกันก่อนเกิดจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด



ที่มา : บ้านปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย โดย ผศ.ดร.พูลสุข ปรัชญานุสรณ์ สำนักพิมพ์มติชน (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)

 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1378179934&grpid=&catid=09&subcatid=0902 (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1378179934&grpid=&catid=09&subcatid=0902)



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 07, 2013, 10:59:49 AM
ชาวเน็ตสวดยับ! หนุ่มกะบะ ต่อยลุงสิบล้อคว่ำ
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=--sdUb-WdTo-

ชาวเน็ตสวดยับ! หนุ่มกะบะ ต่อยลุงสิบล้อคว่ำ (http://www.youtube.com/watch?v=--sdUb-WdTo#)

ชาวเน็ตสวดยับ! หนุ่มกะบะ ต่อยลุงสิบล้อคว่ำ (http://www.youtube.com/watch?v=--sdUb-WdTo#)

ชาวเน็ตสวดยับ! หนุ่มกะบะ ต่อยลุงสิบล้อคว่ำ

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 19, 2013, 06:01:12 PM
ยาย"ไขแสง เศรษฐีใจบุญ"ถูกลูกแสบโกงเงิน30ล้าน
วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2556 เวลา 16:58 น.
-http://www.dailynews.co.th/crime/234294-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/234294.jpg)
เศรษฐีนีวัย 84 โร่แจ้งตำรวจ ร้องถูกลูกบุญธรรมที่เลี้ยงเอ็นดูตั้งแต่กระเตาะ หลอกให้เซ็นชื่อเบิกเงิน-ขโมยทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 30 ล้าน หายจ้อย สะอื้นเผย ทำไมถึงเลี้ยงไม่เชื่อง

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายสมบัติ  กำเนิดมี  อายุ 66 ปี  นำนางไขแสง  กำเนิดมี  อายุ 84 ปี  พี่สาว อยู่บ้านเลขที่ 387 หมู่ 2 ต.บางเขน  อ.เมือง จ.นนทบุรี  เข้าแจ้งความร.ต.ท.ฉัตรชัย ก้าวแก้ว  ร้อยเวร สภ.เมืองนนทบุรี  เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวิศวกร  (สงวนนามสกุล)อายุ 48 ปี ลูกบุญธรรมที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด หลังหลอกลวงให้นางไขแสง เซ็นชื่อแล้วนำไปเบิกเงินธนาคาร ธกส. ของนางแสงไข รวมทั้งยังขโมยเอาทองและทรัพย์สินจำนวนมากในตู้เซฟมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท  พอทวงถามก็บ่ายเบี่ยง ก่อนจะหนีหายออกจากบ้านไป

โดยนางไขแสง  เล่าว่า เมื่อนานมาแล้ว ตนได้ขอลูกชายจากคนรับใช้ในสมัยนั้นมาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะไม่มีทายาทสืบสกุล ทำหน้าที่เสมือนแม่แท้ๆมาตลอด จากนั้นพอเริ่มโตเป็นหนุ่ม ได้มอบหน้าที่ให้ลูกชายบุญธรรมเป็นคนเก็บค่าเช่าห้องและค่าเช่าที่ เดือนละกว่า 2 แสนบาท ต่อมานายสมบัติ และเครือญาติได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนตามประสา ก่อนจะช่วยตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายให้ จนพบว่าตั้งแต่ปี 51 ไม่เคยมีเงินเข้ามาในบัญชีเลย

ล่าสุดยังเอาใบอะไรสักอย่างมาให้ตนเซ็นชื่อด้วย อ้างว่า จะไปเบิกเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน  มาทราบอีกทีก็พบว่าลูกเนรคุณรายนี้เอาลายเซ็นตนไปเบิกเงิน และปลอมแปลงลายเซ็นไปหลายครั้ง เพื่อทำธุรกรรมเบิกเงินที่ธนาคารจนสูญเงินไปอีกหลายล้านบาท ขโมยทรัพย์สินในตู้เซฟที่เก็บหอมรอมริบไปอีกจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านบาท

“พอรู้อย่างนั้นแล้ว ยายแทบลมจับ ทั้งโมโห ทั้งเสียใจ ไมเขาไม่เห็นความรักที่ยายมอบให้ จากนั้นน้องชายได้รีบย้ายเงินส่วนที่เหลืออีก 19 ล้านบาท ไปไว้ที่ธนาคารอีกแห่งหนึ่ง แล้วบอกให้ผู้เช่าโอนเงินรายเดือนให้ยายโดยตรง ไม่อยากเชื่อว่าจะเลี้ยงไม่เชื่องอย่างนี้” นางไขแสง เผยด้วยน้ำเสียงสะอื้น

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งไว้ ซึ่งจะเรียกตัว นายวิศวกร มาสอบปากคำว่ากระทำจริงหรือไม่ แต่ถ้ายังเงียบก็จะดำเนินการออกหมายเรียกและหมายจับต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นางไขแสง นั้น ถือเป็นเศรษฐีใหญ่ใจบุญ เป็นที่รู้จักกันดีของชาวจ.นนทบุรี โดยมีที่ดินในจังหวัดและต่างจังหวัดกว่าพันไร่ ก่อนหน้านี้เคยบริจาคที่ดินให้กับทางราชการจำนวนมากภายในซอยไขแสงใกล้ห้างพันทิพย์ สาขางามวงศ์วาน  เพื่อสร้างอนามัยชื่อ "อนามัยไขแสง" ไว้สำหรับ รักษาคนในชุมชนยามเจ็บป่วย จนเป็นที่ชื่นชมของคนในพื้นที่ และเป็นที่นับหน้าถือตาว่า เป็นคนใจบุญชอบสร้างกุศล.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 21, 2013, 09:07:37 AM
4 สารพิษในบ้าน อันตรายใกล้ตัว (สุดๆ)

-http://men.sanook.com/1363/4-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%86/-



ไม่เฉพาะอันตรายจากสารพิษ สารเคมี และสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม (นอกบ้าน) เท่านั้น แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ในบ้านอันแสนอบอุ่นของคุณนั่นแหละ ที่มีภัยเงียบจากสารเคมีนานาชนิดตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน ฝุ่นละออง ฯลฯ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ เพราะองค์การอนามัยโลก ถึงขนาดได้ออกมาประเมินว่า ในประเทศด้อยพัฒนา มลพิษจากอากาศภายในอาคารและบ้านเรือนริมถนน เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง ที่ทำให้คนตายรวมกันไม่น้อยกว่าปีละ 2 ล้านคนเลยทีเดียว (เสียวฝุดๆ)

มีอะไรบ้างล่ะที่เสี่ยง

1) ฟอร์มัลดีไฮด์ นอกจากสารพิษชนิดที่ดมแล้วได้กลิ่น อย่างสารปนเปื้อนคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่ระเหยจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง กลิ่นใหม่ๆ จากของใช้ในบ้านแล้ว ยังมี "กลิ่นฉุน" ที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ นั่นก็คือเจ้าฟอร์มัลดีไฮด์ สารร้ายในบ้านนั่นเอง

เจ้าสารชนิดนี้ เป็นแก๊สไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน เป็นสารประกอบของฟอร์มาลินที่ใช้ฉีดและดองศพ ถ้ามีสารนี้ เราจะสังเกตง่ายๆ ก็คือ เราจะรู้สึกแสบตา มึนหัว หายใจอึดอัด ภายในบ้านเราจะพบได้ในเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของไม้อัด สารต้านเชื้อราในกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ประกอบเครื่องเรือน แล็กเกอร์เคลือบไม้ พรมปูพื้น สีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ผ้าหุ้มเบาะโซฝา และเสื้อผ้าประเภทยับยาก ฟอร์มัลดีไฮด์ ทังหมดนี้ ล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งคนในบ้านเสี่ยงเมื่อสัมผัส

2) น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาดเครื่องครัวบางชนิดมีโซดาไฟ เป็นส่วนประกอบซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ เป็นพิษต่อร่างกาย ต่อมาคือสารเคมีที่ใช้ในการขจัดสิ่งอุดตันในท่อน้ำทิ้งมักเป็นสารอันตรายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง รวมทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงการสูดกลิ่นเหล่านี้ เพราะมีอันตรายรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดพื้นบ้าน ที่ปัจจุบันนี้ บ้านไหนก็ต้องมี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นคือสารกลุ่มอัลคิล ฟีนอล อีธอกไซเลต ที่มีรายงานความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสาร NPE หากทาน สูดดม หรือสัมผัสในปริมาณความเข้มข้นสูงจะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ตา และผิวหนังอย่างรุนแรง

3) มันมากับความหอม ใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยล่ะความหอม ด้วยเหตุนี้ ในบ้านจึงมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆ หอมดั่งเนรมิต แต่เจ้าความหอมที่ว่า มักมีอันตรายแฝงมาเสมอ เริ่มจากสบู่เหลวกลิ่นต่างๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหอมละมุนในช่วงอาบน้ำนั้นจะเต็มไปด้วยสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ผสมลงไปจนกลายเป็น "สบู่เหลวเทียม" ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวแพ้ง่าย จนถึงขั้นเสี่ยงต่อมะเร็งในระยะยาว ในบางประเทศเขาห้ามหรือประกาศเตือนกันแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ในบ้านเรายังมีการใช้สาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) และPEG (polyethylene Glycol) กันหรือเปล่า

ต่อไปคือผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในห้องน้ำ ที่เมื่อสูดกลิ่นเข้าไปแล้วอันตรายอย่างแน่นอน แต่ที่มากกว่านั้นก็คือหากสัมผัสสารเหล่านี้บ่อยครั้งจะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองต่อผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักแห้ง อโรมาเธอราปี ซึ่งบางคนอาจแพ้ ต้องรู้จักสังเกตและเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ก่อนที่จะเกิดการสะสมพิษในระยะยาว

เพราะจริงๆ แล้วสารเคมีที่ให้กลิ่นหอมเหล่านั้น เคยมีการทดลองในสหรัฐฯ แล้วพบว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ปล่อยสารระเหยอินทรีย์ออกมามากกว่า 20 ชนิด และ 7 ชนิด จาก 20 ชนิดตามกฎหมายถือเป็นสารอันตรายหรือเป็นพิษ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง กลิ่นระเหยของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ไม่ได้ทำให้อากาศในบ้านหอมขึ้น แต่จะไปกลบกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับอื่นๆ ที่เราไม่ชอบ การหลีกเลี่ยงด้วยการเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

4) อันตรายจากเทคโนโลยี โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ นับเป็นเทคโนโลยีที่มีสารอันตรายปะปนอยู่ด้วยเสมอ ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ฯลฯ สารพิษนานาชนิดเหล่านี้ จะถูกปล่อยออกมาปะปนในอากษส โดยที่วัสดุสังเคราะห์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะปล่อยสารเคมีหรือไอระเหยที่เป็นพิษนับร้อยชนิดสู่อากาศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมา เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ระคายเคือง ไซนัส อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดต้นคอ ปวดศีรษะ เป็นต้น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จำแนกสารอันตรายที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อิล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เอาไว้ เช่น ตะกั่ว เป็นส่วนระกอบในการบัดกรีแผ่นวงจรพิมพ์ หลอดภาพรังสีแคโทด (CRT) เป็นต้น ผลกระทบจะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ระบบโลหิต โดยเฉพาะเด็กจะมีผลกระทบต่อพัฒนาการสมองเนื่องจากเด็กสามารถดูดซึมตะกั่วได้มากกว่าผู้ใหญ่ 5 เท่า

แคดเมียม มักพบในแผ่นวงจรพิมพ์ ตัวต้านทาน แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสารเหล่านี้จะสะสมในร่างกาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไตและกระดูก ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการและการมีบุตร ส่วน ปรอท มักพบในตัวตัดความร้อน สวิตซ์ และอุปกรณ์ให้แสงสว่างในจอภาพแบบแบน หากปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำจะสะสมต่อไปในห่วงโซ่อาหาร ส่งผลต่อสมอง ไต และอวัยวะต่างๆ และเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง

นอกจากนี้ ยังมีอันตรายจากสารพิษอื่นๆ ที่แฝงอยู่ในบ้าน จำเป็นที่เราต้องระมัดระวัง โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะภัยอันตรายจากสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดเพียงชั่วข้ามคืน ที่สำคัญยังมองไม่เห็น การป้องกันก่อนเกิดจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

ที่มา : บ้านปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย โดย ผศ.ดร.พูลสุข ปรัชญานุสรณ์ สำนักพิมพ์มติชน (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 26, 2013, 10:34:22 PM
ภัยใหม่”มือปืนรับจ้างในไซเบอร์”ใช้อีเมลหลอกเพื่อโจมตี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    26 กันยายน 2556 22:00 น.
-http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000121733-

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตค้นพบเทรนด์ใหม่ ทีม “มือปืนรับจ้างทางไซเบอร์” ที่เน้นโจมตีเป้าหมายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานของบริษัทตะวันตก ด้วยกลยุทธ์ “โจมตีแล้วหายตัว” รายงานระบุมือปืนรับจ้างเหล่านี้มีฐานปฏิบัติการอยู่ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเฉพาะจีน
       
       แคสเพอร์สกี้ แล็บส์ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชื่อดัง เรียกขานกลุ่มมือปืนรับจ้างนี้ว่า “ไอซ์ฟ็อก” (icefox) ซึ่งเมื่อพิจารณาจากเป้าหมายในการโจมตีแล้วพบว่า มีความสนใจเป็นพิเศษในด้านการทหาร, การต่อเรือและปฏิบัติการทางทะเล, คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์, บริษัทวิจัย, ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร, ผู้ให้บริการดาวเทียม, สื่อมวลชนและทีวี
       
       แคสเพอร์สกี้เสริมว่า ปฏิบัติการนี้เป็นกลุ่ม “ภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง” (เอพีที) ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง เน้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทตะวันตก
       
       ในการรายงานต่อที่ประชุมความปลอดภัยในอินเทอร์เน็ต “บิลลิงตัน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซัมมิต” คอสติน ริว นักวิจัยของแคสเพอร์สกี้แจกแจงว่า ปฏิบัติการของไอซ์ฟ็อกเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 และเติบโตขึ้นทั้งขนาดและขอบเขต โดยโจมตีเหยื่อทุกประเภทและทุกภาคส่วน ส่วนใหญ่แล้ว ผู้โจมตีจะแอบเข้ายึดที่มั่นในเครือข่ายของภาครัฐและเอกชนนานเป็นปีๆ เพื่อล้วงข้อมูลลับ
       
       ริวสำทับว่า กลยุทธ์ “การโจมตีและหายตัว” ของไอซ์ฟ็อกบ่งชี้แนวโน้มใหม่การโจรกรรมข้อมูลที่มีเป้าหมายชัดเจน และใช้เวลาเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการ เมื่อได้แล้วจึงทำลายหลักฐานและหลบหนี
       
       ริวเสริมว่า แฮ็กเกอร์รับจ้างประเภทนี้กำลังเติบโตและพัฒนาเป็น “ทีมมือปืนรับจ้างทางไซเบอร์” สำหรับโลกยุคใหม่
       
       ทีมนักวิจัยจำกัดวงผู้โจมตีและสันนิษฐานว่า ผู้โจมตีบางรายอยู่ในอย่างน้อย 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแรก


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 28, 2013, 09:13:48 AM
รวบ รปภ.บ้ากามปลอมเป็นช่างไฟข่มขืนสาว 2 รายคาห้องพัก (ชมคลิป)
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    27 กันยายน 2556 18:51 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000122137-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012805701.JPEG)
ตำรวจแถลงข่าวจับกุมตัว นายเศกศักดิ์ หรือบอย ไทยรัตน์ อายุ 30 ปี รปภ.สุดแสบปลอมเป็นช่างไฟเข้าไปข่มขืนหญิงสาวในห้องพักบ้านเอื้ออาทร ถึง 2 ราย


นนทบุรี - เมืองนนท์แถลงข่าวจับกุมตัว รปภ.บ้ากามก่อเหตุข่มขืนหญิงสาว 2 ราย คาห้องพักบ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ซิตี้ โดยไปสับสะพานไฟห้องพักจนดับ ก่อนทำปลอมเป็นช่างไฟเข้าไปขอตรวจไฟในห้องพัก ก่อนชักมีดขู่บังคับขยี้สวาทคาห้องพัก ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ

2013/09/27 รวบ รปภ.บ้ากามปลอมเป็นช่างไฟข่มขืนสาว 2 รายคาห้องพัก (http://www.youtube.com/watch?v=5LjdVpPB7kU#)
2013/09/27 รวบ รปภ.บ้ากามปลอมเป็นช่างไฟข่มขืนสาว 2 รายคาห้องพัก

 เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (27 ก.ย.) ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ดุสิต จุลเสน ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.ปัญญา จีนเกิดทรัพย์ สว.สส.สภ.บางใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเศกศักดิ์ หรือ บอย ไทยรัตน์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/22 หมู่บ้านเอื้ออาทรบางใหญ่ซิตี้ หมู่ 5 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกล่าวหาว่า กระทำอนาจารบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี โดยกำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยวทำให้เสียเสรีภาพ ตามหมายศาล จ.นนทบุรี เลขที่ 431/2556 ลงวันที่ 27 ก.ย.2556 พร้อมของกลาง อาวุธมีดทำครัว ยาวประมาณ 1 ฟุต 1 อัน, เสื้อคลุมแขนยาวสีครีม 1 ตัว, ผ้าปิดปาก 1 ชิ้น, หมวกแก๊ป 1 ใบ และมีผู้เสียหาย 2 ราย คือ นางสาวจอย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง, นางสาวนก (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทั้งคู่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรบางใหญ่ซิตี้ หมู่ 5 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
       
       สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.ย.56 เวลา 11.00 น.นางสาวจอย ผู้เสียหายที่ 1 พักผ่อนอยู่ภายในห้องพักเพียงคนเดียว รู้สึกว่าไฟดับ จึงได้เดินไปดูมิเตอร์ไฟฟ้า พบว่ามีคนมาปิดสวิตช์ลง ผู้เสียหายจึงเดินไปเปิดสวิตช์ไฟขึ้นแล้วเดินกลับมาที่ห้อง สักพักคนร้ายได้มาเคาะห้อง อ้างว่าเป็นช่างไฟของการเคหะเอื้ออาทรจะมาตรวจซ่อมมิเตอร์ไฟ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดจี้และบังคับข่มขืน ก่อนที่จะหลบหนีไป ต่อจากนั้นเมื่อวันที่ 26 ก.ย.56 เวลา 14.00 น.นางสาวนก ผู้เสียหายที่ 2 พักผ่อนอยู่ในห้องพักเพียงคนเดียว เกิดไฟฟ้าดับ แล้วคนร้ายได้มาเคาะห้อง อ้างตัวเป็นช่างไฟของการเคหะเอื้ออาทรเช่นเคย ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงให้คนร้ายเข้ามาเพื่อดูไฟฟ้าภายในห้อง ปรากฏว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับพยายามข่มขืน ผู้เสียหายจึงร้องโวยวายส่งเสียงดัง คนร้ายจึงหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าคนร้ายคือ นายเศกศักดิ์ หรือ บอย ไทยรัตน์ พักอยู่ในการเคหะเอื้ออาทรบางใหญ่ซิตี้ เช่นกัน มีอาชีพเป็นยามอยู่พื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงได้ประสานพนักงานสอบสวนออกหมายจับและจับกุมตัวได้ดังกล่าว
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุมในพื้นที่ สภ.เมืองเพชรบุรี เมื่อปี 2551 ข้อหากระทำอนาจารแก่ผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายรายนี้น่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และผู้เสียหายไม่กล้ามาแจ้งความ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบเพื่อขยายผลต่อไป


2013/09/27 รวบ รปภ.บ้ากามปลอมเป็นช่างไฟข่มขืนสาว 2 รายคาห้องพัก (http://www.youtube.com/watch?v=5LjdVpPB7kU#)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=5LjdVpPB7kU-

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000122137-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 29, 2013, 10:13:27 AM
เด็กหญิง 4 ขวบ กระสุนปืนตกใส่ทะลุไหล่ เจ็บสาหัส

-http://news.sanook.com/1238205/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87-4-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA/-


(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/247/1238205/news10-1.jpg)

(28 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุจากโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ระบุว่า มีเด็กอายุ 4 ขวบ ถูกกระสุนปืนตกใส่ร่าง เข้ามารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับชุดสืบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ด.ญ.ออย (นามสมมติ) อายุ 4 ปี เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดที่ใต้หัวไหล่ขวาด้านหลัง กระสุนฝังในตุงที่ด้านหน้า แพทย์ต้องผ่าตัดช่วยชีวิต ทราบว่าเหตุ เกิดที่หน้าบ้านเลขที่ 31 หมู่ 9 ต.หนองปากโลง อ.เมืองนครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบพบเพียงรอยเลือดที่หลงเหลือยู่

สอบถาม นางสุกัลยา ศรีวรานนท์ อายุ 53 ปี ย่าของเด็ก เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุหลานสาวเดินจูงสุนัขวิ่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้าน ยังไม่เข้านอนเพราะรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จึงนอนดึก ขณะนั้นบ้านที่อยู่ในระแวกใกล้ๆ กัน ได้จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิด ทำให้เกิดเสียงดังคึกคัก ขณะที่ ด.ญ.ออย วิ่งเล่นอยู่นั้นจู่ ๆ ก็ร้องไห้วิ่งมาบอกว่าเจ็บปวดที่หัวไหล่ ตนรีบมาดูพบว่ามีเลือดไหลออกมาก จึงรีบช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล จึงมาทราบว่า หลานถูกกระสุนปืน ขณะนี้แพทย์ได้ผ่าตัดนำกระสุนออก อาการปลอดภัยแล้ว

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นบ้านที่จัดงานเลี้ยงฉลอง แล้วแขกที่มาร่วมงานยิงปืนขึ้นฟ้าด้วยความคึกคะนอง ทำให้กระสุนมาตกใส่เด็กหญิงดังกล่าว

ล่าสุด ชุดสืบสวนได้เชิญตัวเจ้าของบ้านงานเลี้ยงมาสอบปากคำ ซึ่งเจ้าของบ้านให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ยิง และไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง ได้ยินแต่เสียงปืนดังเท่านั้น ขณะเกิดเหตุอยู่หลังบ้าน เมื่อสิ้นเสียงปืนจึงเดินออกมาดูปรากฏว่าแขกต่างแยกย้ายกันกลับ จึงไม่ทราบว่าใครยิง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเชิญผู้ที่มาร่วมงานมาสอบปากคำเพิ่มเติม
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 02, 2013, 06:19:44 AM
ผู้บริโภคสุดทน! ฉะผู้ผลิตหน้าด้าน รุมแฉสินค้าโกงคนกิน
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน    1 ตุลาคม 2556 21:10 น.
-http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000123619-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960101.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960103.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960104.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960105.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960102.JPEG)
ข้าวผัดปูที่ชาวเน็ตนำมาแฉ ขอบคุณภาพประกอบจาก http://pantip.com/topic/31040374 (http://pantip.com/topic/31040374)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960106.JPEG)
แฉว่อนเน็ต แซนด์วิชยี่ห้อดัง โกงคนกิน ขอบคุณภาพประกอบจาก http://pantip.com/topic/31019576 (http://pantip.com/topic/31019576)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000012960107.JPEG)
ภาพที่ชาวเน็ตทำขึ้นเพื่อล้อเลียนการรับประทานแซนด์วิชยุคเอาเปรีัยบผู้บริโภค



ผู้บริโภคสุดจะทน! สินค้าในร้านสะดวกซื้อ โฆษณาหลอกลวง เอาเปรียบผู้บริโภคหน้าด้านๆ บางอย่างรูปสวย คุยโวเนื้อเน้นๆ สอดไส้น่ากิน แต่แกะกล่อง ฉีกถุงออกมา กลับไม่เป็นตามที่ชวนเชื่อ ล่าสุด ขนมปังแซนด์วิชยี่ห้อดัง ถูกแฉและแชร์ว่อนเน็ต เหตุโกงคนกิน เพราะไส้น้อยเวอร์ กลายเป็นที่หยิบยกมาพูดคุยกันอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ขณะนี้ ส่วนจะจริงหรือไม่ตามไปพิสูจน์กัน...
       
        ชาวเน็ตโวย สินค้าโกงคนกิน!
       
        ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเพิ่งถูกหยิบยกมาพูดคุยในสังคมไทย สำหรับกรณีผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากร้านค้า หรือร้านสะดวกซื้อ แต่เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในวงแคบ และนำมากระจายต่อในวงกว้างเมื่อโลกโซเชียลเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตคนเรามากขึ้น
       
        ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน สมาชิกเว็บพันทิปในฐานะผู้บริโภคท่านหนึ่ง ใช้ชื่อว่า Frebber ได้ตั้งกระทู้ ถามจริงๆ เจ้าของโรงงานแซนวิชพวกนี้เค้ากล้าเอาแซนวิชของตัวเองให้ลูก ให้ผัว ให้เมีย ให้พ่อ ให้แม่พวกมันกินไหมครับ พร้อมกับโพสต์ภาพแซนด์วิชยี่ห้อดัง โดยเล่าถึงความน่าเกลียดของไส้แซนด์วิชยี่ห้อดังกล่าว เมื่อแกะออกมาแล้ว พบว่าไส้ข้างในมีอยู่น้อยนิด โดยผู้บริโภคที่นำเรื่องมาเปิดประเด็นได้เขียนข้อความไว้ว่า
       
        "มันเลวทรามไปไหมครับ คนนะครับไม่ใช่สัตว์ที่จะเอาอะไรมาขายให้กินก็กินของพวกนี้ ผมไม่กล้าซื้อให้หมาที่บ้านกินนะถ้าผมเปิดเจอ ผมก็จะเสียความรู้สึก ถ้าผมรู้ว่าแกะมาเจอแบบนี้ ผมก็อายหมาครับ ไม่กล้าโยนให้หมากิน อาหารที่ผมทำให้หมาประณีต บรรจง และตั้งใจทำมากกว่านี้ครับ อยากรู้จังครับ เจ้าของโรงงานแซนวิช กล้าเอาแซนด์วิชชั่วๆ แบบนี้ให้ผัว ให้เมีย ให้ลูก ให้พ่อแม่มันกินไหมครับ จิตใจมันทำด้วยอะไรครับแบบนี้บ้านผมเรียกว่า สารเลว ครับ"
       
        ทันทีที่ภาพดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ในบอร์ดชื่อดัง ชาวเน็ตหลาย ๆ ท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม พร้อมกับตำหนิถึงบริษัทที่รับผิดชอบว่าควรใส่ใจผู้บริโภคให้มากกว่านี้ และไม่ควรเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยสินค้าแบบนี้ ขณะที่ชาวเน็ตบางคนต่างบอกเล่าประสบการณ์ที่เคยพบเจอในลักษณะเดียวกัน และได้โพสต์รูปสินค้า "โกงคนกิน" มาให้ดูกันด้วย
       
        นี่คือความเห็นส่วนหนึ่งของชาวเน็ตที่ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ขออนุญาตหยิบยกมานำเสนอต่อ
       
        "เห็นแล้วเหนื่อยใจแทน ทุกวันนี้จะกินอะไรแบบไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจะมีหรือเปล่าเนี่ย ผู้บริโภคไม่เคยคาดหวังจะได้เปรียบผู้ผลิตเลยสักครั้ง มีแต่พวกมันนี้แหละจะคอยเอาเปรียบเราอยู่ทุกวี่ทุกวัน" imTHEE
       
        "เลอแปง = เหลือ (แต่) แป้ง" clayzizer
       
        "ผมพูดตรง ๆ คนไทยเราไม่ค่อยรักษาสิทธิผู้บริโภคกันเลยครับ เห็นแล้วก็ไม่สนใจกัน ปล่อยแล้วแต่เวรแต่กรรม พวกผู้ผลิตหน้าด้านมันก็เลยได้ใจ ทำคนหนึ่งได้ มันก็ทำต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่า ผู้บริโภคอย่างเราๆ มันโง่ ผมพูดตรงๆ แหวกออกมาดูแล้วไส้ใส่แค่นี้ ขอหยาบหน่อย มันยิ้ม จริงๆ ครับ" สมาชิกหมายเลข 756911
       
        "หน้าไม่อาย ทุกอย่างตอนออกสินค้าใหม่ๆ ดูจะใจถึงใส่เครื่องไส้มากมาย พอติดตลาด เริ่มลักไก่ลดไส้ ลดขนาด แอบขึ้นราคาสารพัดจะทำ เราเลิกกินไปหลายอย่างแล้ว ทุกวันนี้เข้าเซเว่น แต่ก็จะใช้เงินในเซเว่นอย่างคุ้มค่าที่สุด กลับไปรวยบ้านเกิดที่เมืองจีนน่าจะดี เมืองไทยสร้างความอุดมสมบูรณ์กับท่านจนล้นเหลือแล้วน่าจะแบ่งปันให้คนไทยได้อะไรที่เหมาะสม ใจเขาใจเรา" สมาชิกหมายเลข 706581
       
        "ประเด็นเป็นข่าวออกทีวี สื่อมาเอาข้อมูลจากพันทิปมากมายดรามา เจนนี่ เจมส์จิ ฯลฯ ไวกันจริงๆ แต่พอเรื่องสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภคของแบรนด์ดังๆ ทั้งอาหารไม่ได้คุณภาพ นมบูด ชาเน่า หรือแม้แต่รถยนต์คุณภาพห่วย สื่อไม่กล้าแตะเลยจริงๆ แล้วผู้บริโภคจะพึ่งพาใครได้" LAPD21
       
        "ต้องร่วมใจกันแบน ไม่ซื้อสินค้าเขากันค่ะ ไม่มีคนซื้อ ให้มันบูดคาชั้นวางของไปเลย" ยัยบ๊องจัง
       
        ขณะที่บางราย ออกมาให้ความเห็นกลาง ๆ และไม่เห็นว่าจะถูกเอาเปรียบแต่อย่างใด
       
        "ผมเคยกินนะ กัดไปเจอไส้ทุกคำนะ หรือนี่คือของล็อตล่าสุดเพื่อลดต้นทุนกันนิ" สมาชิกหมายเลข 759692
       
        "กินทุกวันนะ ซื้อในเซเว่น ไม่เคยเจอแบบนี้ นะ ที่เจอ ก็ไส้เยอะดี" สมาชิกหมายเลข 1030092
       
        "เป็นไปได้ไหมคะ ว่าอาจจะเกิดการผิดพลาดในกระบวนการผลิต เพราะบางทีก็ได้เยอะจนน่าเหลือเชื่อ บางทีก็น้อยนิดตามภาพ" สมาชิกหมายเลข 714139
       
        อย่างไรก็ดี มีสมาชิกท่านหนึ่ง ใช้ชื่อว่า ยัยตัวร้ายกับนายมะพร้าว ได้แจ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังบริษัทผู้ผลิต หลังจากซื้อแซนด์วิชยี่ห้อดังแล้วพบว่า ไส้ข้างในมีอยู่น้อยนิดจนน่าตกใจ และนี่คืออีเมลชี้แจงของทางบริษัทผู้ผลิตแซนวิชเจ้าปัญหา
       
        ทางบริษัทฯ ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ลูกค้าได้แจ้งปัญหาเข้ามาและขออภัยสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้กับจุดงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหาและตรวจสอบสาเหตุ ซึ่งเมื่อทราบผลแล้วจะแจ้งกลับลูกค้าทันที หากลูกค้ามีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ลูกค้าสัมพันธ์ 02-739-4432 ค่ะ หรือหากลูกค้าสะดวกให้เบอร์ติดต่อของลูกค้ากับทางบริษัท ฯ ก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง
       
        ธัญพิชชา ถาวร
        หน่วยงานลูกค้าสัมพันธ์
        บริษัท ซีพีแรม จำกัด
       
        ไม่เพียงแต่แซนด์วิชเท่านั้น อาหารกล่องบางอย่างในร้านสะดวกซื้อ เช่น ข้าวผัดปู ขนมปังสอดไส้หลายยี่ห้อ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเอาเปรียบผู้บริโภคเช่นกัน โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงอย่างแนบเนีบย เห็นได้จากข้าวผัดปูที่ภาพบนกล่องอวดหรูคุยโวว่าคุ้มค่า เนื้อเน้น ๆ แต่พอเปิดกล่องออกมากลับพบแต่เพียงกลิ่นปู หรือเนื้อปูกระจิริดเท่านั้น ซึ่งบางคนนำมาล้อเลียนต่าง ๆ นานาว่า กินข้าวผัดปู แต่สัมผัสได้แต่วิญญาณปู หรือบางคนก็ช่างเปรียบเทียบ ปูคือผักชี ใส่ไว้โรยหน้านิดๆ เท่านั้น
       
        นอกจากนี้ ยังเคยมีผู้บริโภครายหนึ่ง บอกเล่าเรื่องไส้กรอกหมูรมควันที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตามปกติจะมีไส้กรอก 10 ชิ้นอยู่ในถุง (น้ำหนักสุทธิ 150 กรัม ราคา 39 บาท) แต่บางวันกลับพบว่ามีอยู่ในถุงเพียง 9 ชิ้น ซึ่งทั้ง 2 ถุงผลิตในวัน เดือน และปีเดียวกัน
       
        โกงคนกินหรือไม่ ตามไปดู
       
        หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ทั้งอาหารกล่อง แซนวิช หรือขนมปังสอดไส้ต่างๆ ที่ผู้บริโภคในยุคออนไลน์เอาภาพมาแฉว่า ถูกเอาเปรียบ และไม่ได้รับความเป็นธรรม ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ได้ลงพื้นที่สำรวจสินค้าตามร้านสะดวกซื้อย่านพระอาทิตย์ และพื้นที่ใกล้เคียง พบสินค้าบางอย่างโฆษณาเกินจริง เช่น ข้าวผัดปูของเซเว่น ที่โฆษณาบนกล่องว่าอร่อยคุ้มค่า เนื้อปูเน้นๆ แต่กลับพบเนื้อปูกระจัดกระจายอยู่น้อยนิด
       
        ส่วนแซนด์วิช และขนมปังไส้ต่าง ๆ พบว่า ขนมปังสอดไส้ปูอัดมายองเนสของเลอแปง แซนวิชไส้ไก่หยองมายองเนส รวมไปถึงทูน่าพบไส้ที่มีปริมาณมากกว่าภาพที่ถูกนำมาแฉผ่านเน็ต ในขณะที่บางไส้ต้องยอมรับว่า คุ้มค่าต่อการจ่ายเงินซื้อ เช่น แซนวิชไส้โบโลน่าทูน่าพริกไทยดำ หมูหยองมายองเนส ส่วนทางด้านแซนวิชยี่ห้อโออิชิตามที่ชาวเน็ตนำมาโพสต์ พบว่า มีไส้ที่พอประมาณ ไม่มากหรือน้อยจนดูน่าเกลียด
       
        สำหรับขนมปังสอดไส้ยี่ห้ออื่นๆ มีบางยี่ห้อที่สอดไส้น้อย แต่ก็สมกับราคาที่ตั้งขาย
       
        จากการลงพื้นที่สำรวจ อาจพอสรุปได้ว่า ปัญหาไส้น้อย ไส้มาก น่าจะมาจากมาตรฐานในการผลิตมากกว่า
       
        ถ้าโกงคนกิน ต้องเอาจริง
       
        ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ คนไทยโดนโฆษณาที่เกินจริงมอมเมาให้หลงซื้อ หลงใช้สินค้าอยู่บ่อยครั้ง บอกเล่าได้จาก สารี อ๋องสมหวัง ในฐานะตัวแทนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยเปิดเผยผ่านสื่อให้ฟังว่า จากการทำงานที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯ ได้เห็นผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ ถูกโกง ถูกหลอกทุกวันเพียงเพราะบางครั้งผู้บริโภคบางคนรู้แต่หลงลืม หรือไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเราก็มีพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคอยู่ ทำให้ทุกคนยังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี หากมีกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคออกมา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นกลไกใหม่ที่เป็นความหวังของผู้บริโภค จะช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองมากขึ้น
       
        ส่วนอีกหนึ่งพลังที่ผู้บริโภคบางท่านเชื่อกันว่าจะสั่งสอนผู้ผลิตที่ปล่อยผ่านสินค้าไร้มาตรฐานออกสู่ตลาด หรือมีการเอาเปรียบผู้บริโภคเกิดขึ้น ก็คือ การรวมพลัง "ไม่เอา" สินค้าของผู้ผลิตรายนั้นอย่างจริงจัง อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้ผู้ผลิตเกิดความเกรงกลัวผู้บริโภคในฐานะผู้มีอำนาจในการเลือกซื้อสินค้า เพื่อจะได้มีการปรับปรุงในทางที่ดีขึ้นต่อไป
       
        สำหรับกรณีล่าสุดที่ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เป็นธรรมในตัวสินค้าตามร้านสะดวกซื้อนั้น แม้จะมีผู้บริโภคร้องเรียนไปยังบริษัทผู้ผลิต และได้รับการชี้แจงกลับมาว่า เป็นความผิดพลาดของฝ่ายผลิต ซึ่งต่อไปนี้ จะควบคุมการผลิตให้มากขึ้น แต่ทางผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยต่างก็เริ่มหมดความศรัทธา และลั่นวาจาว่าจะไม่ซื้อรับประทานอีก
       
        นับเป็นความท้าทายที่บริษัทผู้ผลิตต้องกลับไปทบทวน เพราะหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขการผลิตให้ได้มาตรฐาน ก็อย่าหวังว่าจะมีผู้บริโภคมาซื้อสินค้าในอนาคต และถ้าคิดจะเอาเปรียบผู้บริโภคแล้วละก็ โปรดคิดให้ดีก่อนทำ เพราะทุกวันนี้มีช่องทางให้ "แฉ" มากขึ้น และผู้ที่จะเป็นคนแฉ ไม่ใช่ใครอื่น แต่มาจาก "พลังประชาชน" ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กนั่นเอง
       
        เผลอๆ อาจจะมีพลังโจมตีมากกว่าสื่อกระแสหลักเสียอีก..
       
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 04, 2013, 06:12:59 AM
ภัยเถื่อนกลางกรุง “สะพานพุทธฯ” แหล่งเสื่อมโทรม-มั่วสุม ดักจี้ปล้น
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน    3 ตุลาคม 2556 20:14 น.
-http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000124624-


อาจเป็นเรื่องที่เคยชินของคนในย่านนั้นไปเสียแล้ว ปัญหามั่วสุม จี้ปล้น บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า หลังตกเป็นประเด็นฮือฮาอีกครั้งเมื่อมีการตั้งกระทู้ผ่านเว็บสังคมชื่อดังอย่างพันทิป “อยากจะเตือนภัยวัยรุ่นที่จะไปสะพานพุทธฯ ครับ” ชี้ให้เห็นว่าปัญหาซ้ำซากบริเวณนี้ที่ขึ้นชื่อว่าเถื่อน ยังไม่ได้รับการใส่ใจและแก้ปัญหา โดยเฉพาะคำติติงจากประชาชนที่กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า “ตำรวจเค้าก็เฉยๆ แจ้งความไปก็เท่านั้น”
       
       โจ๋สะพานพุทธฯ ซ่าส์ ดักปล้น
       
        “ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเที่ยวสะพานพุทธฯ มาก่อน ก็ไปมาบ่อยมากครับ แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้เลยตกใจมากๆ ครับ เมื่อมันถึงเวลาเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา (เรื่องเกิดขึ้น วันศุกร์ 27 กันยายน 2556 ครับ)
       
        เรื่องเกิดขึ้นกับน้องชายผมอายุราวๆ ประมาณ 15-16 ไปกับเพื่อนๆ อีกราวๆ 4คน (ผู้ชายหมด) เรื่องเกิดขึ้นว่าน้องผมกำลังคุยโทรศัพท์อยู่บนสะพานพุทธฯ สักพักมีกลุ่มวัยรุ่นไม่รู้มาจากไหนราว 10-20 คนได้ ซึ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยครับ ต่อยน้องผมก่อนเลย เสร็จแล้วตามด้วยขวดเบียร์ฟาดเข้าที่หัว หน้าซ้ำยังรุมกระทืบอีก อาวุธมีทั้ง ไม้ มีด เหล็ก พอพวกมันกระหน่ำเสร็จก็แย่งเอาโทรศัพท์ไป แล้วก็ไปกันครับ
       
        หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเพื่อนน้องผมไม่ช่วย ผมคิดว่าด้วยที่ว่ายังเด็กและด้วยความตกใจกัน และยังมีเวลาเพียงแปปเดียว เลยได้แต่เพียงยืนดูน่ะครับ แต่ก็ยังดีที่ส่งน้องผมไป ร.พ.ได้ครับ อาการของน้องผมหนักสุดคือ โดนกระทืบจนซี่โครงหักทิ่มปอดเลยครับ เกือบตายได้เลยครับ โดนเหล็กตีเข้าที่หัวด้านหน้าครับ โดนขวดเบียร์ตีเข้าที่หัวด้านหลังแตกครับ ฟันหน้าหักไป 2 ซี่ครับ สภาพดูไม่ได้เลย มีแผลเหมือนถูกแทงเข้าที่หลัง 2 รูครับ และแผลฟกช้ำอีกหลายจุดครับ มากๆครับ ตอนนี้น้องผมปลอดภัยดีและครับ อยู่ ร.พ นอนหยอดข้าวต้มอยู่ครับ ยังโชคดีที่ไม่ถึงตายก็เป็นอุทาหรณ์ได้เลยครับว่าไม่ควรไปอีกครั้งที่ 2”
       
        ข้อความจากกระทู้ “อยากจะเตือนภัยวัยรุ่นที่จะไปสะพานพุทธฯ ครับ” บนเว็บไซต์พันทิป ถูกเผยแพร่เมื่อราวปลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับรูปภาพบาดแผลตามร่างกายของเหยื่อรายหนึ่งที่ถูกชิงทรัพย์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ต เหตุการณ์ซ้ำรอยที่ไม่ควรเกิดขึ้นในแหล่งพลุกพล่านอย่าง “สะพานพุทธฯ” สอดรับกับคำกล่าวขานเมื่อนานมาแล้ว เรื่องเล่าที่ว่า บริเวณนั้นมี “มาเฟีย” คุมแก๊งอยู่
       
        ยามค่ำคืนของสะพานพุทธฯฯ ค่อนข้างคึกคักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเนื่องด้วยมีตลาดค้าขายสินค้าหลากหลายชนิด จนกระทั่งที่นี่ได้ฉายาว่าเป็นตลาดมืด ไม่ใกล้ไม่ไกลเป็นศูนย์รวมสินค้าสดอย่างดอกไม้และผลไม้หรือปากคลองตลาด เหล่าวัยรุ่นวัยโจ๋มักเลือกมุมวิวดีกลางสะพานจับกลุ่มซ่องสุม โดยที่คนธรรมดาคงมิอาจแยกออกว่าเป็นเด็กเที่ยวเตร็ดเตร่ทั่วไปหรือเป็นมิจฉาชีพตัวร้ายภัยของสังคม
       
        นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลระบุจากคนในพื้นที่ว่า ยิ่งดึก กลุ่มพวกนี้ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนคนมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งนักเรียนคอซองก็มักจะเลือกสถานที่เหล่านี้มาจับกลุ่มเฮฮา “บ้างมานั่งกินเหล้า บางทีก็เห็นคู่รักมาจู๋จี๋กัน บางทีก็มีนักเรียนมาตีกัน สารพัดอย่าง แล้วแต่ละคนนี่ก็ยังเป็นเด็กๆ อยู่เลยนะ” แหล่งข้อมูลอีกด้านที่เคยแวะเวียนมาก็ระบุว่า ขอมาครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย เพราะเข็ด!! หลังต้องตกอยู่ในสถานการณ์เฉียดตาย
       
        “เคยไปเดินซื้อของกับเพื่อนที่สะพานพุทธฯ เขาว่ากันว่าของถูก ก็เลยพาไปเดินช็อปปิ้ง ระหว่างที่เดินดูของกัน ก็มีกลุ่มวัยรุ่นตีกัน วิ่งไล่กันเสียงดังน่ากลัวมาก เห็นๆ เลย วัยรุ่นคนหนึ่งถือมีดเล่มยาว วิ่งกันมาเป็นกลุ่ม ในใจตอนนั้นชัวร์เลยว่าต้องมีเรื่องกันแน่ๆ เพราะเห็นผู้คนเริ่มแตกตื่น และวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เรากับเพื่อนก็วิ่งหนีเช่นกัน ระหว่างนั้นก็มีเสียงระเบิด คิดว่าน่าจะเป็นระเบิดปิงปอง บอกตรงๆ กลัวตายมาก แต่สุดท้ายก็รอดมาได้
       
        หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น บอกกับเพื่อนๆ เลยว่า ขอไม่ไปเหยียบที่นั่นอีก แม้จะมีคนบอกว่าไม่มีอะไรหรอก เขาเลิกตีกันแล้ว แต่ก็เลือกที่จะไม่ไปดีกว่า ถ้าเกิดตีกันอีก แล้วถูกลูกหลงขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ ส่วนตัวอยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกว่านี้ ถ้าไม่ลงมาตรวจดู และจัดการอย่างจริงจัง ใครที่ไหนจะอยากมาเดิน
       
        ยิ่งพอมาได้ยินข่าวมีกลุ่มวัยรุ่นดักตี ชิงทรัพย์ วิ่งราวด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง ฝากถึงคนที่ไปเดินด้วยว่า พยายามอย่าไปเดินช่วงดึกมากๆ ระหว่างเดินซื้อของก็ควรมองซ้าย มองขวาด้วย เพราะต้องยอมรับว่า ตลาดมืดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่อันตราย และเสี่ยงตายมากขึ้นทุกวัน บางครั้งจะไปหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียวก็ไม่ได้ ป้องกันตัวเองไว้ก่อนดีที่สุดครับ”
       
       เกิดซ้ำซาก เพราะตำรวจเมิน??
       
        อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากประเด็นความไม่ปลอดภัยบริเวณสะพานพุทธฯ ในยามค่ำคืนแล้ว อีกหนึ่งเสียงจากประชาชนคือ ความบกพร่องหละหลวมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยถูกติติงผ่านโลกอินเทอร์เน็ตว่าบริเวณสะพานเป็นจุดเกี่ยวเนื่องระหว่าง สน. ปากคลองสานกับสน.พระราชวัง ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลคนในพื้นที่ระบุเพิ่มเติมว่า ความจริงแล้วก็พอมีสายตรวจคอยมาสอดส่องอยู่บ้าง แต่เหล่าวัยรุ่นก็จะรีบหลบ พอตำรวจกลับไปก็กลับขึ้นมาจับกลุ่มมั่วสุมกันต่อ
       
        “มีอยู่วันหนึ่งผมอยู่บ้านเพื่อนย่านฝั่งธนฯ มองเห็นบนสะพานพุทธฯ มีเด็กยกพวกตีกัน แล้วได้ยินเสียงปืนด้วย พวกผมก็ได้โทร.ไปแจ้งตำรวจ แต่กว่าที่ตำรวจจะมาเรื่องมันก็เงียบไปแล้ว.... ตำรวจไทยเหมือนในหนังเลยครับมาตอนจบ” ข้อความจาก Professional Advice
       
        “บ้านอยู่แถวนี้ขอยืนยันว่าจริงครับ สมัยเปิดใหม่ๆ เมื่อสิบปีที่แล้วยังโอเค แต่เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ซื้อของ เดินผ่านยังไม่ควรเลย ส่วนสน. ปากคลองสานกับพระราชวังก็เกี่ยงกันดูแล” ข้อความจาก CloudColorOfSound
       
        “พูดเลยครับกฎหมายประเทศไทยยังแข็งไม่พอครับ และเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายของบ้านเมืองเรา อ่อนแอมากครับ” ข้อความจากสมาชิกหมายเลข 856348
       
        “บนสะพานเป็นจุดเกี่ยงกันทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 สน. มั้งครับ รู้สึกว่าเคยมีเคสแบบนี้เกิดขึ้นบนสะพาน เวลาโทร.ไปแจ้งความ ตำรวจจะมาช้าเป็นพิเศษ เพราะงงว่าใช่พื้นที่ตัวเองหรือป่าว” ข้อความจากข้าวคลุกน้ำปลา
       
        สำหรับการมั่วสุมจับกลุ่มของเด็กวัยรุ่น ไม่ได้ถือเป็นความผิดแต่อย่างใด แต่หากมีพฤติกรรมขัดต่อกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมได้ทันที ในประเด็นนี้ พ.ต.ท. ด.ร. กฤษณพงศ์ พูตระกูล ประธานบริหารหลักสูตรวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจว่า
       
        “จริงๆ แล้วการที่เด็กและเยาวชนมารวมตัวกันตามสถานที่ต่างๆ เนี่ย ถ้าไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนอะไร ดื่มเหล้าเอะอะอะไร ไม่ได้ไปรบกวน สร้างความลำบากเดือดร้อนให้กับคนที่สัญจรผ่านไป-มา แถวนั้น ความผิดทางกฎหมายก็อาจยังไม่ชัดเจนครับ แต่ถ้าเกิดรวมตัวกันแล้วมีการพกอาวุธมีด มาจี้, ปล้น, เสพยาเสพติด หรือดมกาว อันนี้ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย เพราะว่าสิ่งเหล่านี่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้”
       
       เปิดต้นตอแหล่งมั่วสุมกลางสะพาน
       
        หลายคนที่เดินผ่านไป-มา บริเวณนั้น อาจมองว่าเด็กวัยรุ่นที่มาจับกลุ่มนั่งดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นปัญหาหนักใจของสังคม แต่จากการประสบการณ์ที่เคยได้สัมผัสเด็กเหล่านี้อย่างใกล้ชิด พ.ต.ท. ด.ร. กฤษณพงศ์ จึงมีความคิดเห็นที่ต่างไป โดยมุ่งหวังแก้ปัญหาจากต้นตอ เรื่องของครอบครัวของเด็กเหล่านี้ มากกว่าการใช้มาตรการบีบบังคับอันจะยิ่งทำให้เด็กเหล่านี้ก่อปัญหามากกว่าเดิม
       
        “จากที่ผมเคยลงพื้นที่สำรวจตรงนั้นเลยนะครับตรงสะพานพุทธฯ เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นผมกำลังสนใจเรื่องปัญหาอาชญากรรมของเด็กเร่ร่อน สิ่งหนึ่งที่ผมเคยได้ไปดูมานะครับ พบว่าเด็กเหล่านี้ส่วนมากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ว่าที่เค้าไปมั่วสุมกันส่วนหนึ่งก็จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องดมกาว หรือยาเสพติดบางส่วน
       
        ประเด็นที่ถามว่าพวกเขาเหล่านี้มาจากไหน มามั่วสุมกันเพราะอะไร ตรงนี้มันมีหลายปัจจัย ส่วนแรกคือโครงสร้างทางสังคมของบ้านเรา หมายความว่าครอบครัวอาจจะไม่พร้อมขณะที่มีบุตร หรือถูกเลี้ยงโดยญาติพี่น้องก็ดูแลไม่เต็มที่ หรือพ่อ-แม่ไม่มีเวลา เค้าก็จะออกมาอยู่กับเพื่อนข้างนอกบ้าน ประการที่สองก็อาจเป็นเด็กที่มีปัญหากับครอบครัว บางครั้งพ่อ-แม่ไม่เข้าใจพฤติกรรมของวัยรุ่น ก็อาจจะถูกเพื่อนชักจูงกันไปได้ ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยรุ่นนะครับ อยากจะรู้ อยากลอง อยากท้าทาย”
       
        ทั้งนี้ จากที่ทีมงาน ASTV ผู้จัดการ Live ได้สำรวจพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอื่นๆ ก็พบว่า มีปัญหาการมั่วสุมของเยาวชนบ้างประปราย แต่ที่น่าสังเกตคือบริเวณสะพานกรุงธนนั้น มีการจับกลุ่มของนักศึกษาที่คาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏสองแห่งที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน นอกจากนั้น รศ.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร ประธานคณะกรรมการบริหารงานหลักสูตรปริญญาเอก สาขาอาชญาวิทยาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็สามารถเกิดการมั่วสุมได้ทุกแห่ง
       
        “จริงๆ แล้วกรณีการมั่วสุม และการรวมตัวของเหล่าเยาวชน มันก็มีทุกที่นั่นแหละ เพียงแต่ลักษณะของการมั่วสุมรูปแบบในปัจจุบันมันค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไป เช่นการมั่วสุมแล้วไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรื่องของการอยากได้ทรัพย์ต่างๆ ก็เป็นช่องที่จะทำให้พวกเขาชิงทรัพย์
       
        ส่วนแหล่งมั่วสุมมันก็มีทั่วทุกที่ในกรุงเทพฯ ซึ่งภาครัฐเองก็ต้องมีการจัดการปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อม จุดอับต่างๆ ที่ไม่มีไฟฟ้า หรือจุดที่เป็นที่รกร้างให้ดูสะอาด ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ แล้ว บริเวณสะพานพุทธฯ จะมีปัญหาเรื่องของไฟส่องสว่าง ตรงบันไดทั้งสองข้าง และสวนหย่อม ซึ่งคิดว่าบริเวณนั้นยังสว่างไม่เพียงพอ”
       
        อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดหากอยู่ในสถานที่สาธารณะ ควรหรือไม่?? กับการมั่วสุมประพฤติไม่ดี และตำรวจควรจะต้องหามาตรการสอดส่องตรวจตราเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายได้อย่างไร
       
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 05, 2013, 09:33:10 AM
วิธีไล่ตัวต่อไปให้ไกลสวน ด้วยมาตรการเบา ๆ
-http://home.kapook.com/view72899.html-

(http://img.kapook.com/u/surauch/movie2/shutterstock_80776072.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ทั้งผึ้งและตัวต่อ ต่างก็เป็นแมลงที่ชอบมาวนเวียนอยู่ในสวนบ้านเราอยู่บ่อยครั้ง หนักเข้าก็ลามปามมาสร้างรังอาศัยอย่างถาวรกันหน้าตาเฉย บางคนก็อยากไล่ใจจะขาด แต่ถ้าทะเล่อทะล่าเข้าไปกลัวจะโดนต่อยให้เจ็บตัว กลายเป็นเรื่องใหญ่กันอีกนี่สิ ครั้นจะใช้ยาฆ่าแมลงก็เกรงว่าจะเป็นวิธีกำจัดตัวต่อที่รุนแรงเกินไป แถมสารเคมีอาจจะเป็นอันตรายกับเราได้อีกด้วย ตอนนี้ก็เลยดูเหมือนจะปล่อยให้ตัวต่อทำรังในสวนกันอย่างสบายใจเฉิบ เอาล่ะ ! หมดเวลาสนุกของตัวต่อแล้ว เพราะเราจะใช้มาตรการนุ่มนวลไล่ตัวต่อไปให้ไกลด้วยวิธีเด็ด รับรองว่าไม่ต้องเสียเวลานับศพตัวต่อกันแน่นอนจ้า

 สเปรย์ไล่แมลงสูตรธรรมชาติ

          วิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัดตัวต่อ ให้ไปเลือกซื้อสเปรย์กำจัดแมลงสูตรธรรมชาติ ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เช่น น้ำมันเปปเปอร์มินต์ เป็นต้น และอย่าลืมดูส่วนประกอบรวมทั้งคำแนะนำในการใช้งานให้ละเอียดด้วย อ้อ ! สเปรย์ไล่แมลงสูตรธรรมชาติอาจจะมีกลิ่นฉุนเท่า ๆ หรือมากกว่าสเปรย์กำจัดแมลงทั่วไป แต่ก็เป็นแค่กลิ่นของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติเท่านั้น ไม่ได้มีความรุนแรงเท่าสารเคมีแต่อย่างใดนะคะ

          ส่วนวิธีทำก็แค่นำสเปรย์ไปฉีดให้ทั่วรัง แต่ให้เลือกทำในตอนกลางคืน เพราะตัวต่อจะบินออกจากรังไปหากินในช่วงนั้น ดีกว่าเดินเข้าไปฉีดใส่รังแบบโต้ง ๆ แต่ทางที่ดีควรมีชุดป้องกันสักหน่อยด้วยค่ะ

 น้ำยาล้างจานก็เอาอยู่

          สูตรนี้ก็ง่ายเหมือนกัน แค่เทน้ำยาล้างจาน ¼ ถ้วยตวง ลงในกระบอกสเปรย์สำหรับพ่นยาฆ่าแมลง แล้วก็เติมน้ำเข้าไปจนเต็มกระบอก จากนั้นก็นำไปฉีดที่รังของตัวต่อให้ทั่ว โดยให้ทำในช่วงกลางคืน เพราะตัวต่อจะออกจากรังไปหากิน ทำให้ไม่เป็นอันตรายมาก โดยน้ำยาล้างจานจะเคลือบอยู่ที่ตัวรัง ทำให้ตัวต่อไม่สามารถกลับเข้ารังได้อีก ทั้งนี้ควรจะใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวกไหมพรม และยืนห่างจากรังต่อให้มากที่สุดด้วย เพื่อความปลอดภัยของเราเองนะจ๊ะ

 ย้ายรังตัวต่อ

          การย้ายรังตัวต่ออาจจะต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพราะค่อนข้างจะเสี่ยงหากจะลงมือเอง เนื่องจากจะต้องหาถุงขนาดใหญ่ที่มีความหนามาคลุมรังต่อทั้งรังให้มิดชิดที่สุด แล้วค่อย ๆ ใช้ไม้ประกบกันแล้วยกเอารังต่อออกมา หรือบางทีหน่วยกู้ภัยก็จะเลือกใช้วิธีก่อควันไฟรม เพื่อไล่ให้ต่อย้ายรังหนี ซึ่งมีโอกาสจะโดนตัวต่อวกกลับมาต่อยเอาได้

 หลอกล่อด้วยรังปลอม

          ต่อเป็นแมลงที่มีศักดิ์ศรีกับเขาเหมือนกัน หากเห็นว่ามีต่อตัวอื่นมาทำรังอยู่แล้ว ก็จะไม่สร้างรังต่อซ้ำในบริเวณนั้น และจะบินไปหาแหล่งทำรังที่อื่น ซึ่งเราก็ควรฉวยโอกาสนี้ทำรังต่อปลอม ๆ จากกระดาษมาแขวนไว้ อาจจะแขวนโคมไฟกระดาษสีน้ำตาลก็ได้ เท่านี้ก็จะป้องกันต่อมาทำรังในบ้านแล้วล่ะ

 สร้างกับดัก

          หลังจากที่ได้ย้ายรังต่อออกไปจากบ้านแล้ว คราวนี้ก็ควรสร้างกับดักตัวต่อสักหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาทำรังในบ้านเราอีก ด้วยการหากล่องพลาสติก หรือกล่องกระดาษที่มีฝาปิดมิดชิด ใส่อาหารสด เช่น เนื้อปลาทูน่า หรือน้ำหวาน เข้าไปในกล่อง แล้วนำไปตั้งในบริเวณพื้นที่โล่ง ๆ จากนั้นก็คอยสังเกตดูว่ามีต่อหรือผึ้งติดกับดักหรือเปล่า ถ้ามีก็ให้รีบไปปิดฝา ขังเจ้าตัวต่อและผึ้งไว้ในนั้น จากนั้นก็ค่อยยกรังไปปล่อยในที่โล่ง ๆ ไกล ๆ บ้าน
 
          ตัวต่อและผึ้งเป็นแมลงมีพิษ ที่สามารถทำร้ายเราได้ถึงชีวิตเลยนะคะ แต่ถ้าเราเลือกที่จะกำจัดเขาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นได้ก็น่าจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องฆ่าเขาให้บาปติดตัวไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็ควรต้องใช้ความระมัดระวังทุกครั้งก่อนจะลงมือ สวมหมวกไหมพรมซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น ใส่แว่น สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและถุงมือให้มิดชิด ไม่อยากนั้นโดนต่อยไปคงเจ็บปวดน่าดู



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 05, 2013, 09:59:28 AM
ไฟช็อตเด็ก 9 เดือน อาบน้ำตัวเปียก จับสายไฟเล่น

-http://news.sanook.com/1254002/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-9-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99/-

สุดสลด! เด็กน้อย 9 เดือน ป้าเพิ่งอาบน้ำให้ มาจับสายไฟเล่น ไฟช็อตร่างดับอนาถก่อนถึงโรงพยาบาล

เมื่อวานนี้ (4 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ บ้านม่วงตารส อ.เมืองนครปฐม ได้รับผู้ป่วยเป็นเด็กน้อย อายุ 9 เดือน ถูกไฟฟ้าช็อตร่างกายเข้ารักษา แต่เกิดเสียชีวิตระหว่างทางจะถึงโรงพยาบาล จึงให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบกรณีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบศพ ด.ช.ก็อต (นามสมมติ) อายุ 9 เดือน เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล พบตามร่างกายมีรอยไหม้ตามผิวหนัง มีบาดแผลฉกรรจ์ที่มือซ้ายและคอซีกขวา ต่อมาจึงได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าบ้านพบ พัดลมและเปลนอนเด็กล้มกระจัดกระจาย โดย พัดลมอยู่ในสภาพเก่าชำรุด ใช้สายไฟเก่าดัดแปลงเอามาต่อกับพัดลม

จากการสอบสวน นางสร้อย (นามสมมติ) อายุ 61 ปี มีศักดิ์ย่าของเด็กที่เสียชีวิต ให้การว่า ตนเองเป็นผู้เลี้ยงดูหลานชายคนนี้ เนื่องจากลูกสะใภ้ หรือ แม่ของ ด.ช.ก็อต ต้องไปทำงานที่โรงงาน จึงได้ให้ตนเลี้ยงดูแลให้ในช่วงเวลาไปทำงาน

นางสร้อย เล่าต่ออีกว่า ก่อนเกิดเหตุตนรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงได้ทานยาและเผลอนอนหลับไป โดยมี นางอ้อย (นามสมมติ) ป้าของหลานช่วยดูแลอยู่อีกคน เมื่อตื่นขึ้นมาก็ทราบว่า นางอ้อยได้อุ้มหลานไปอาบน้ำ ก่อนจะอุ้มมาวางไว้ที่ข้างเปล ซึ่งใกล้เปลมีพัดลมสภาพเก่าตั้งอยู่ ระหว่างที่ป้าเข้าไปเอาผ้าและเสื้อผ้ามาสวมใส่ ด.ช.ก็อต กรีดร้องเสียงดังอย่างเจ็บปวด เมื่อวิ่งออกมาดูก็พบว่าถูกไฟฟ้าช็อต นอนสลบนอนนิ่งลงกับพื้น จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ทัน

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 06, 2013, 10:11:41 AM
เป็นข้อสังเกตุ  ไม่รู้ว่า ทำไมถึงไม่จัดการให้เรียบร้อย  หรือว่า
มีการจ่ายเงินกับหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องไม่ให้เอาเรื่องราว  ไม่ให้ดำเนินการจัดการให้เรียบร้อย

ถ้ามีการรับเงิน เพื่อไม่ให้ดำเนินการเอาเรื่องราว การดำเนินคดีต่างๆ 
นั่นเป็นการทุรยศต่อแผ่นดิน เป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นพวกหนักแผ่นดินโดยแท้

-------------------------------------------------------------------------



คลิปรถเมล์สาย 8 ด่าผู้โดยสาร ไล่ลงรถ
-http://news.sanook.com/1254179/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2-8-%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96/-

(https://www.facebook.com/photo.php?v=448622601921701&set=vb.100003218950025&type=2&theater)
https://www.facebook.com/photo.php?v=448622601921701&set=vb.100003218950025&type=2&theater (https://www.facebook.com/photo.php?v=448622601921701&set=vb.100003218950025&type=2&theater)
-https://www.facebook.com/photo.php?v=448622601921701&set=vb.100003218950025&type=2&theater-

รถเมล์สาย 8 ฉาวอีก! ถูกโพสต์คลิปแฉคนขับและกระเป๋ารถเมล์ด่าผู้โดยสาร ไล่ลงจากรถ ท้าโทรร้องเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 ต.ค.) ในเฟซบุ๊กของคุณ Patcharee Pk ได้มีการโพสต์คลิปวิดิโอ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารรายหนึ่งต่อว่าคนขับและกระเป๋ารถเมล์สาย 8 ที่ไม่ยอมรอเธอขึ้นรถเพราะกำลังขนกระเป๋าขึ้นรถ โชคดีที่รถติดไฟแดงเธอจึงขึ้นมาได้ แต่คนขับและกระเป๋ารถเมล์สาย 8 กลับต่อว่าหญิงสาวคนดังกล่าวกลับ พร้อมไล่ให้ลงจากรถ นอกจากนี้กระเป๋ารถเมล์ยังส่งโทรศัพท์มือถือให้ และท้าให้โทรไปร้องเรียนการบริการ

"ถ่ายเองเมื่อเช้า สาย 8 ผู้หญิงคนนี้โบกรถเมล์สาย 8 จอดแต่เธอเดินไปหยิบกระเป๋า 3 ใบจะขึ้นรถ แต่รถไม่รอขับออกไป แต่ติดไฟแดงเธอเลยขึ้นรถมาได้ แล้วเหมือนจะเอาเรื่อง ประมาณว่าทำไมถึงไม่รอเธอประมาณเนี้ยแล้วเธอก็เลยจะโทรร้องเรียน"

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้มีการแชร์ส่งต่อไปทั่วโลกออนไลน์ และยังมีผู้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ซึ่งเคยได้ขึ้นรถเมล์สาย 8 เพื่อตรวจสอบปัญหารถเมล์ที่ได้รับการร้องเรียนมาด้วย

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊กของคุณ Patcharee Pk

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 06, 2013, 10:55:45 AM
ไม่มีโลกส่วนตัว ในโลกไซเบอร์ ภัยออนไลน์ที่นักท่องเน็ตควรระวัง
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1EazJNamd6TWc9PQ==&subcatid=-


เมื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็น 1 ในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ และนำพาหลายอย่างเข้ามาในชีวิต


คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต เปิดเวทีเสวนาประจำปีว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยี และสิทธิพลเมือง ในหัวข้อ "หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง : ความเป็นส่วนตัวออนไลน์และการสอดส่องการสื่อสาร (Online Privacy and Communications Surveillance)" เพื่อกระตุ้นเตือนให้เห็นความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในการใช้อิน เทอร์เน็ต


"ทศพล ทรรศนุกุลพันธ์" อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกวันนี้ "กูเกิล" เสิร์ชเอ็นจิ้นยอดฮิต มีสถานะไม่ต่างจาก "สปาย-สายลับ" ที่เข้ามาเก็บข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหลาย ต่างกันแค่ว่า "สปาย" ในยุคนี้ใช้ความสะดวก ความต้องการจะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหลายยินยอมที่จะให้เข้ามาล้วงข้อมูลของตนเองที่เป็นส่วนหนึ่งของปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ไหลเวียนบนโลกออนไลน์ด้วยการกดคลิกยอมรับเงื่อนไขการใช้งานไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยอ่านข้อตกลงใดๆ ดังนั้นการใช้งานบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีความเป็นส่วนตัว และนี่คือสิ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องยอมรับ

ด้าน "จอมพล พิทักษ์สันตโยธิน" อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นชื่อ, ที่อยู่, อายุ หรือวันเกิด ต่างไหลเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ตลอดเวลา ทำให้เริ่มได้เห็นการนำข้อมูลส่วนตัวที่ผู้ใช้ทิ้งร่องรอยไว้ตามอีเมล์ เว็บบอร์ด แชตรูม และบนโซเชียลเน็ตเวิร์กมาตามรังควานเจ้าของข้อมูล ซึ่งมักทำเป็นขบวนการ โดยการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อคุกคาม ทำให้เหยื่อหวาดกลัว หรือเสียชื่อเสียง อาทิ การสร้างเฟซบุ๊กปลอมเผยแพร่รูปที่ทำให้เหยื่อเสียหาย หรือแม้แต่ต้องการล่อลวงทางเพศ

โดยจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักตกเป็นเหยื่อจากการรังควานของแฟนเก่า 8.77% เพื่อนร่วมงาน 1.75% ญาติ 15.79% แต่ที่พบมากที่สุดถึง 42.11% คือ บุคคลแปลกหน้าที่เจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นใคร เนื่องจากอินเทอร์เน็ตมีคุณสมบัติที่สำคัญคือปิดบังผู้ใช้งานได้ เมื่อมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จึงมีหลายกรณีที่ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำได้ ดังนั้นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะโซเชียลเน็ตเวิร์ก ควรตั้งค่าเป็นส่วนตัวในการใช้งานไว้ที่ระดับสูง เพื่อให้ยากต่อการเข้าดูข้อมูล ขณะที่การโพสต์รูปภาพต่าง ๆ ควรใช้ภาพที่มีความละเอียดในระดับต่ำ เพื่อให้ยากต่อการนำรูปดังกล่าวไปใช้งานอย่างอื่นได้

ขณะที่ "ภานุชาติ บุณยเกียรติ" อาจารย์สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า เดี๋ยวนี้มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมาใช้บนเฟซบุ๊กแล้วนำข้อมูลส่วนตัวที่ผู้ใช้กรอกไว้มาใช้ประโยชน์ในเชิงโฆษณาและการตลาด เช่น การสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์จากการบอกต่อผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นต้น

"ในสังคมออนไลน์จะมีลักษณะพิเศษ คือจะเชื่อมโยงกลุ่มกว่า 4-5 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยอนุบาลจนถึงที่ทำงาน โดยผู้ใช้แต่ละคนจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อของสมาชิกแต่ละกลุ่มที่ทำให้สังคมรู้จักกันทั้งเครือข่าย ทำให้มีการส่งสารถึงผู้คนหลากหลายคนได้ผ่านคนที่พวกเขาเชื่อถือ ดังนั้นความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลจะอยู่ไหนในเมื่อทั้งหมดลิงก์หากันหมด"

"ทวีพร คุ้มเมธา" นักวิจัยระบุว่า จากการศึกษาถึงการคุกคามบนโลกออนไลน์ในประเทศไทยและพม่า พบว่าส่วนใหญ่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง เช่น ประเด็นสถาบันกษัตริย์ การเมืองเหลืองแดง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สังคมอยู่ในความหวาดกลัว ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถาม เพราะเมื่อใดที่มีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็มีการนำข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ, ที่อยู่ อายุ เพศ สถานที่ทำงาน และญาติที่เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผย อาทิ เฟซบุ๊ก social sanction หรือยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคมที่มีความเชื่อว่า กลไกยุติธรรมไม่ได้ปราบปรามคนชั่วโดยแท้จริง ปัจจุบันมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 50 คน

"ผลกระทบที่เหยื่อได้รับคือ การถูกรุมโทร.ด่า ส่งจดหมายข่มขู่ โดนกล่าวหาว่าเป็นขบวนการล้มเจ้า และให้ออกจากงาน ร้ายแรงที่สุด คือการโดนดำเนินคดีในฐานความผิด มาตรา 112 หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากข้อมูลที่ได้มองว่า เหยื่อที่โดนกระทำโดยส่วนใหญ่ คือนักประชาธิปไตย และพบด้วยว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาเผยแพร่ บางครั้งหลุดมาจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลแบบสาธารณะ"

ด้าน "นคร เสรีรักษ์" ที่ปรึกษานโยบาย เครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า ต้องการเสนอให้มีการออกมาตรการหรือข้อปฏิบัติ เพราะปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ โดนหน่วยงานรัฐ สื่อและผู้ประกอบการด้านไอที นำข้อมูลไปทำแผนการตลาด ซึ่งทุกวันนี้มีแต่ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการเท่านั้น ที่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของประชาชนที่อยู่ในมือของหน่วยงานรัฐ ทั้งยังไม่มีมาตรการป้องกันไม่ให้เอกชนเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ต้องรอให้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลก่อน ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะนำออกมาบังคับใช้

"ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ" สำนักกฎหมายพีแอนด์พี กล่าวว่า เทคโนโลยีทุกวันนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่กฎหมายไทยยังไม่พร้อมรับมือ แถมยังมีเพื่อจัดการกลุ่มแนวคิดต่างทางการเมือง เช่น เสื้อเหลืองเสื้อแดง หรือใช้เพื่อตอบโต้และกลั่นแกล้งระหว่างผู้ที่ไม่ถูกกัน ซึ่งการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ไม่ได้แก้ปัญหา เพราะนำแนวคิดเก่ามาใช้ยกร่าง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้ว

ฟาก "วรรณวิทย์ อาขุบุตร" รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สพธอ. กล่าวว่า ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในด้านนี้คือไม่มีตัวกลางหรือคนกำกับดูแลที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเฉพาะ ที่สำคัญคือประชาชนที่ต่อให้มีกฎหมายครอบคลุม แต่ถ้าผู้ใช้ไม่รับรู้หรือตระหนักเรื่องเหล่านี้ จะมีหรือไม่มีกฎหมายก็ไร้ความหมาย


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/prachachat (http://www.facebook.com/prachachat)
ทวิตเตอร์ @prachachat
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 08, 2013, 06:09:13 AM
กระทู้เตือนภัย -- แก๊งล้วงมือถือที่ป้ายรถเมล์สยาม, โอสถศาลา, มาบุญครอง อาละวาดหน
-http://webboard.hitech.sanook.com/forum/?topic=3768294#-

เห็นเป็นกระทู้ที่น่าสนใจดี เลยขอนำมาเผยแพร่ต่อที่ sanook.com นะครับ จะได้เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีกทาง.................

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/185/926892/untitled-2.jpg)


เป็นเรื่องของเพื่อนผมนะครับ ซึ่งมันเป็นคนประสบเหตุ เลยอยากจะมาบอกเล่าให้กับทุกคนได้เป็นอุทาหรณ์

ระมัดระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพพวกนี้ (ขออนุญาตุ COPY คำจากเพื่อนผมทั้งหมดนะครับ)

"เรื่องมีอยู่ว่าผมเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่อยู่ละแวกสยาม และเป็นคนที่ต้องขึ้นรถเมล์หน้าโอสถศาลากลับบ้านช่วงประมาณ 1-3 ทุ่มเป็นประจำ ซึ่งทุกครั้งที่ระหว่างรอรถเมล์นั้นผมก็มักจะหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นเฟสบุ๊คบ้าง เปิดเพลงเพื่อฆ่าเวลาระหว่างยืนรอบ้าง

ซึ่งทำอย่างงี้มาประจำเป็นเวลาปีกว่าๆ ไม่เคยเจอะเจอเรื่องร้ายใดๆกับตัวเพราะคิดว่าคนที่ยืนรอแถวนั้นก็มักหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลาทั้งนั้น จนมาเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว มีเพื่อนสนิทผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง มาเล่าให้ฟังว่าตัวมัน(ขออภัยหากใช้คำไม่สุภาพบ้าง) จะโดนแก๊งค์ผู้ชายประมาณ 4 คนล้วงกระเป๋า

โดยอาศัยจังหวะที่รถเมล์ที่คนรอเยอะมาๆแล้วพวกมิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็จะทำทีเหมือนจะแย่งขึ้นเบียดล้อมเรา แต่โชคดีที่เพื่อนผมหันไปเห็นในขณะที่กลุ่มมิจฉาชีพนี้กำลังล้วงมือเข้าไปหยิบ Sumsung S3 ของมันพอดี เลยรอดไป

พอมันเล่ามาถึงตรงนี้ผมก็ขัดถามมันเลยว่า อ้าวว แล้วรู้งี้ทำไมไม่ชกแมร่งเลยวะ เพื่อนมันก็สวนกลับมาว่าคุณห่_ ตัวแม่_ใหญ่ หน้าตาเถื่อนๆ 4 คน ขืนกูทำไรก็ซวยดิ ผมก็แซวมันเล่นๆว่าไรเนี่ย เมิงแม่_ป๊อดว่ะ ไรประมาณนั้นครับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ผ่านพ้นแล้วก็ค่อยๆเลือนหายไปจากความทรงจำของผม

จนกระทั่งเมื่อ สองอาทิตย์ก่อนผมยืนรอรถเมล์สาย 40 อยู่หน้าโอสถศาลาช่วงประมาณ 2ทุ่ม ก็มีชายกลุ่มนึง 4 คน เดินมาแล้วก็พูดกันว่าเฮ้ย เวลาเลิกงานคนเยอะพอดีเลยว่ะ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรตอนนั้นเพราะคิดว่าเค้าคงบ่นที่จะต้องขึ้นไปยืนเบียดบนรถเมลล์กันแล้วผมก็ยืนกดมือถือเล่นเฟสบุ๊คไปตามประสา (ที่ไม่ดี)

จนกระทั่งสาย 40 ที่ผมรอก็มาถึงและจอดอยู่หน้าป้ายรถเมล์  ผมก็ได้ก้าวขึ้นที่ประตูตรงกลางรถ (รถที่มาเป็นรถเมล์แอร์ มี 2 ประตูครับข้างหน้า กับตรงกลาง) ซึ่งในขณะที่ผมก้าวขึ้นนั้นก็มีผู้ชายคนนึงพยายามแทรกเบียดเข้ามาขวางหน้าแล้วขึ้นช้าๆเหมือนจะกั๊กไว้

ส่วนคนข้างหลังนี่ก็เบียดเข้ามาจนถึงขนาดว่ากึ่งๆจะดันผมให้เหมือนคนแย่งกันขึ้นรถ ซึ่งผมก็งงว่าประตูข้างหน้าก็ว่างจะมาแย่งกูขึ้นทำไมวะ รถก็มีที่นั่งในเวลานั้น

และในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกว่ามีคนเอามือมาแตะที่กระเป๋า ด้านหน้าช่องซ้ายที่ผมใสมือถือไว้พร้อมกับกระเป๋ากางเกงหลัง แต่โชคยังดีที่วันนั้นเป็นกางเกงเดฟที่ค่อนข้างแน่นจึงทำให้ยากที่จะล้วงอะไรจากกระเป๋าหน้า

และในขณะเดียวกันผมก็เอากระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋าถือ จึงทำให้ไม่ได้สูญเสียอะไรไปในวันนั้น พอมิจฉาชีพกลุ่มนี้รู้ว่าไม่ได้อะไรแล้วก็มองหน้าผมด้วยสายตาที่ค่อนข้างแข็ง (อยากจะบอกว่าไม่ได้รู้สึกไปเองมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)

และเมื่อรู้ว่าไม่ได้อะไรก็รีบโดดลงรถเมล์ป้ายต่อไป (แถวๆหน้าเตรียมอุดม) ทันทีโดยไม่รีรอกระเป๋ารถเมลล์มาเก็บเงิน ซึ่งหลังจากพวกมันลงไปผมก็ได้ทำการ Line, What’s app บอกเพื่อนๆผมในกลุ่ม ซึ่งในนั้นก็มีเพื่อนผมที่โดนล้วงก่อนหน้านี้ด้วย ว่าเฮ้ยกูโดนละว่ะพวก แต่แม่_เอาไรไปไม่ได้แม่_ตบกระเป๋ากูแล้วเจอแต่เหรียญบาทแม่_หน้าเจื่อนเลย 555 (แอบปากดี)

ซึ่งเหตุการ์วันนั้นก็จบลงด้วยดีที่ไม่เสียอะไรไป

จนกระทั่งเมื่อวานนี้วันเสาร์ที่ 28 กันยา 2556 ผมไปทำธุระแถวนั้นและเสร็จประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งก็มายืนรอรถตรงที่เดิม (เป็นช่วงที่พนักงานขายของใน MBK เลิกและกำลังกลับบ้านกันพอดีคนจึงยืนรอเยอะพอสมควร)

ซึ่งตัวผมก็ยืนเล่นมือถือตามนิสัยที่ไม่ค่อยจะเข็ด และได้ทำการเสียบหูฟังฟังเพลงไปด้วย จนรถเมล์สาย 40 มาถึงผมก็ได้ทำการเก็บมือถือไว้กระเป๋าหน้าซ้ายอย่างเคยแต่คราวนี้เป็นกางเกงขาสั้นที่กระเป๋าค่อนข้างใหญ่ (รถที่มาคราวนี้เป็นรถเมลล์ร้อนที่มีประตูกลางที่เดียวประกอบกับคนเยอะพยายามแย่งกันขึ้นจึงทำให้รู้สึกเบียดและผมไม่ได้เอ่ะใจอะไร)

และในจังหวะที่ผมกำลังก้าวขึ้นนั้นเองก็รู้สึกว่าเอ๊ะ! เพลงมันหยุดไปจึงตบไปที่กระเป๋ากางเกงปรากฏว่าเฮ้ย มือถือหายไปแล้ว ซึ่งในจังหวะนั้นผมตกใจมากนึกว่ามือถือตกผมเลยรีบวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังเบียดกันขึ้นรถไปดูด้านล่างรถปรากฏว่าไม่มี

ซึ่งตอนนั้นเองทำให้ผมรู้ตัวแล้วจึงตะโกนดังๆว่ามือถือผมโดนล้วงครับ หยุดก่อนๆ ซึ่งรถเมล์ก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน  ในขณะนั้นเองก็มีชาย 2-3 คนหน้าตาคล้ำตัวสูงประมาณ 175 ซม. มายืนข้างๆผมแล้วบอกว่าเฮ้ยพี่เห็นมันวิ่งไปทางนู้นแล้ว พร้อมชี้กับไปทาง โบนันซ่า

ซึ่งผมก็แปลกใจว่าจังหวะมันแค่ช่วงแป๊บเดียวที่ผมก้าวขึ้นตรงบันไดรถและหันหลังกลับนี่ยังไม่เห็นจะมีใครวิ่งไปไหนเลย ผมจึงฉุกคิดว่าเอาละคุณคนนี้ที่บอกนี่แมร่งแก๊งค์เดียวกันชัวร์

ผมจึงบอกเค้าไปตรงๆว่า ขอโทษทีนะครับพี่ผมเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว และคนร้ายมีกันเป็นกลุ่มผมไหว้พี่ล่ะ ผมขอค้นตัวพวกพี่นะ พี่เห็นใจผมนะครับ ซึ่งหนึ่งในคนนั้นมันก็ตะโกนขึ้นมาทันใดเลย

คุณ... กูทำดีแล้วไม่ได้ดีถ้าค้นไม่เจออะไรโดนกูต่อยแน่คุณ....  ผมก็ยกมือไหว้เค้าอีกทีบอกพี่เห็นใจผมเถอะผมขอโทษจริงๆแล้วก็พยายามเอามือแตะๆกระเป๋ากางเกงเค้า จนเจอมือถือเครื่องนึงเหลี่ยมๆเหมือนกัน ซึ่งผมก็นึกว่าเป็น I Phone 5 ของผม

แต่หยิบขึ้นมาดูได้นิดเดียวแล้วปรากฏว่าไม่ใช่ ผู้ชายคนนั้นเค้าก็พูดว่าเห็นมั้ยคุณ... แล้วก็ฟันศอกใส่ผมไป 1  ที ส่วนอีก 2คนนั้นผมได้แค่เอามือแตะๆกระเป๋ากางเกงเค้าก่อนที่เค้าจะรีบกระจายตัวไปพร้อมบอกว่าพี่มีธุระ (ช่วงเวลานั้นชุลมุลพอสมควรครับ คนมองกันทั้งป้ายไม่ตำกว่า 20-30 คน)

สุดท้ายแล้วผมก็ไม่มีหลักฐานอะไรต้องปล่อยให้รถเมลล์วิ่งผ่านไปพร้อมความเจ็บใจ เพราะจะให้ขึ้นไปค้นคนบนรถทุกคนคงไม่ไหว ได้แต่วิ่งแจ้นไปสน.ปทุมวันแจ้งความไว้หวังว่าตำรวจคงจะจับมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ซักวัน เพราะเท่าที่รู้ มันเกิดขึ้นประจำตรงป้ายรถเมลล์นี้ (วินรถตู้บอกผมหลังจากที่รถเมลล์วิ่งผ่านไป)

และตอนที่ผมเองไปแจ้งความที่สน.ก็มีน้องผู้หญิงคิวข้างหน้าผมคนนึงโดนล้วงมือถือไปที่สยามเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมจึงอยากเตือนทุกท่านไว้ครับ ว่าแม้เราจะรู้เรื่องและพยายามระวังตัวแล้วก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เราเผลอ มิจฉาชีพกลุ่มนี้มันมาเอามือถือของคุณไปแน่นอน


***ปล. ถ้าคนที่เอาไปไม่ใช่กลุ่มเดียวกับที่ผมสงสัยก็ต้องขออภัยจริงๆครับ เพราะที่ผมพิมพ์มานี้มันไม่มีหลักฐานอะไรเลย แต่ว่าเหตุการณ์ตอนนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ"

ที่มา: http://pantip.com/topic/31045886 (http://pantip.com/topic/31045886)


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 11, 2013, 10:24:00 PM
เตือนภัยคนที่จะซื้อมือถือจาก "มาบุญครอง"
-http://pantip.com/topic/31066872-


เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนสาวผมคนนึงครับ เธอไปซื้อiphone4sเครื่องนอกมาจากร้านๆนึงในmbk  เธอใช้งานปกติ(ผมไม่รู้นะฟังจากที่เธอเล่า)หลังจากนั้นกล้องเริ่มมีปัญหาคือกล้องกระพริบๆเธอก็นำไปเปลี่ยนซึ่งร้านก็ให้เปลี่ยนอย่างง่ายดาย เพราะพึ่งซื้อมาได้2-3วัน หลังจากนั้นเธอก็ได้เครื่องใหม่มา ซึ่งเธอใช้มาประมาณเดือนเศษๆ ปัญหาก็เริ่มมาเยือน Wi-Fi เปิดไม่ได้ เข้าหน้า setting แล้วค้าง จู่ๆเครื่องก็ดับไปเฉยๆ ย้ำนะครับเครื่องดับเลยไม่ใช่แค่จอ เธอก็ปรึกษาผม ผมก็บอกให้ลอง รีเซทเครื่องก่อน โดยกดปุ่มโฮม และ พาวเวอร์ จนเครื่องดับ เธอก็บอกว่ายังไม่ได้ ตอนนั้นผมคิดว่าคงเป็นที่ios7แหล่ะมั้ง ผมก็เลยเอาเครื่องเธอมาreset all setting ยังไม่หายครับ ผมเลยbackupแล้วrestoreใหม่ ก็ยังไม่หายอีกครับ ผมเริ่มเอะใจครับเพราะมีหลายๆจุดทำให้ผมสงสัย

1.ตัวเครื่องที่เธอซื้อเป็นสีดำ แต่รูปที่ปรากฎในituneเป็นเครื่องสีขา

(http://f.ptcdn.info/533/010/000/1380892124-IMG0395JPG-o.jpg)

2.เมื่อผมนำimeiเครื่องไปเช็คกับเว็ป https://selfsolve.apple.com/agreementWarrantyDynamic.do (https://selfsolve.apple.com/agreementWarrantyDynamic.do)
   ซึ่งตรงนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นเครื่องนอกแล้วประกันยังจะมีไหม แต่ที่ผมเห็นของเธอคือประกันหมดไปแล้วครับ
   ผมอยากทราบว่าเครื่องนอกมือ1เมื่อนำimeiไปเช็คกับทางเว็ปประกันจะขึ้นไหม????

(http://f.ptcdn.info/531/010/000/1380888796-IMG0394JPG-o.jpg)

3.ผมเช็คกับเว็ปไหนๆเค้าก็บอกว่าเครื่องนี้เป็นเครื่องสีขาว

(http://f.ptcdn.info/531/010/000/1380888820-IMG0397JPG-o.jpg)

รูปตัวเครื่องครับ สภาพภายนอก100เปอร์เซนต์  (แต่เน่าใน)

(http://f.ptcdn.info/533/010/000/1380892878-IMG0393JPG-o.jpg)

ผมเลยขอเบอร์โทรร้านที่เธอซื้อละผมก็โทรไปครับ
(ผมบอกว่าเธอซื้อจากร้านนี้วันที่เท่านี้อะไรร้านเค้าจำได้ครับ)

ผม:เครื่องที่ซื้อนี่เป็นมือ1ใช่ไหมครับ?
ร้าน:ใช่ค่ะ ร้านเรามือ1 ก็มือ1 มือ2ก็มือ2 ค่ะ   (ตามสไตล์ ร้านตู้ สร้างความน่าเชื่อถือ)
ผม:เครื่องที่ซื้อมามีปัญหา เปิดไวไฟไม่ค่อยดิ แล้วก็ชอบดับเองครับ
ร้าน:ทางเราจะรับประกันเฉพาะ ค่าแรงนะคะ ยังไงลองเอามาให้ที่ร้านเช็คดูก่อนได้
ผม:แล้วทำไมตอนผมเสียบituneทำไมขึ้นเครื่องสีขาวครับ นี่เครื่องยำมาหรือเปล่า?
ร้าน:ไม่ค่ะ อาจจะเป็นทานistudioของฮ่องกงเขาเปลี่ยนกรอบมาจากศูนย์ (istudio นึกว่ามีแต่ไทยซะอีก)
ผม:อ่าวแล้วไหนบอกมือ1ไง ถ้ามือ1ต้องไม่เปลี่ยนอะไรสิครับ
ร้าน:ทางร้านไม่รู้ค่ะ รับมาจากต่างประเทศอีกที  ยังไงให้ลองมาที่ร้านก่อนนะคะ
ผม:ครับ


แล้วเครื่องที่คนละสีกับในituneนี่ ใครฟันธงได้บ้างครับว่าเพื่อนสาวผมโดนต้ม?

เรื่องประกันเครื่องนอก ถ้าเครื่องนอกมือ1เราactivateเอง ถ้าเช็คประกันกับappleจะไม่ขึ้นหรอครับ? ทางร้านบอกว่าiphone4sมันหมดประกันทุกเครื่องแล้ว(เครื่องนอก)

*ที่ผมอยากดูระยะเวลาการประกันผมอยากรู้ว่าเครื่องมันเปิดใช้มาตั้งแต่วันไหน

สามารถดูได้ไหมครับ ว่าเครื่องนี้โดนactivateครั้งแรกเมื่อไหร่?

ขอบคุณมากครับ ผมไม่เคยคิดซื้อจากร้านตู้พวกนี้เลยครับ มันร้านจริงๆ เพื่อนผมคนนี้อยู่แค่ ม.5 เองเงินตั้งหมื่นกว่า.. ไหนจะค่าซ่อมอีก
ผมบอกเธอไปว่า ถ้าเค้าให้ซ่อมก็ซ่อมไปเหอะอย่าคิดมาก ขอแค่ให้มันใช้ได้ก็พอ


สุดท้ายอยากเตือนคนที่คิดจะซื้อมือถือเครื่องนอกนะครับ ซื้อที่ร้านไว้ใจได้เครดิตดีแพงกว่าหน่อยแต่คุ้มครับ นี่เพื่อนผมเค้าเห็นว่าร้านไหนถูกก็จัดร้านนั้นเลย

ร้านนี้ชื่อว่า ning mobile ครับ ไม่เซียนจริงๆ อย่าเสี่ยงเครื่องนอกครับ

ขอบคุณครับ

แทก สยามเพราะอยากเตือนเพื่อนๆพี่น้องวัยรุ่นครับ

 แก้ไขข้อความเมื่อ 4 ตุลาคม เวลา 20:22 น.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 13, 2013, 11:09:46 AM
รวบขบวนการขายป้ายทะเบียนรถปลอม
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    12 ตุลาคม 2556 14:18 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000128295-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000013439201.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000013439202.JPEG)

ตร.ล่อซื้อแผ่นภาษีประจำปี และทะเบียนชุดใหญ่ปลอม ผ่านเว็บฯ จับกุมแก็งค้าทะเบียนปลอมได้ยกแก็งค์
       
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (12 ต.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น.(หน.รับผิดชอบ ศปจร.น.) พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รองผกก.สส.2 ฯ ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมตัว 1.นายอภิเดช สิทธิพร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 570/136 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 2.นายประทีป สารศิริ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/109 ซ.รามอินทรา 55/8 แขวงท่าร้าง เขตบางเขน กทม. 3.นายนริศ หน่านโพธิ์ศรี อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/7 ซอยเพิ่มสิน 24/1 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. และ4.นางสาวนิสากร แก้วศรีงาม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2613/23 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พร้อมของกลาง ป้ายทะเบียนปลอม จำนวน 6 แผ่น ป้ายทะเบียนจริงแต่ไม่มีมูล(ป้ายว่าง) จำนวน 15 แผ่น สมุดคู่มือการจดทะเบียนปลอม จำนวน 56 เล่ม เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีปลอม จำนวน 237 แผ่น ใบขับขี่ปลอม จำนวน 145 แผ่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อเอซอร์ 1 เครื่อง และเครื่องปริ้นเตอร์ ยี่ห้อ พิกค์ม่า 1 เครื่อง โดยแจ้งข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
       
       พ.ต.ท.อรรถพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบว่าในเวปไซต์ www.black-m.com (http://www.black-m.com) มีผู้ลงประกาศรับทำเอกสารเพื่อสวมทะเบียนรถยนต์ที่มีไว้หรือได้มาโดยผิดกฎหมายโดยใช้ ยูสเซอร์เนม mheekuba จึงได้ติดต่อล่อซื้อแผ่นภาษีประจำปี ราคา 3000 บาท และทะเบียนชุดใหญ่ ประกอบด้วย สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ป้ายทะเบียนหน้า - หลัง แผ่นป้ายแสดงภาษีและกรมธรรม์กันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ จนกระทั้งเมื่อวันที่ 11 ต.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. ได้นัดพบกับนายอภิเดช ตามที่นัดรับของกัน ที่บริเวณปั้มน้ำมัน ปตท. ถนนรามอินทรา แขวงและเขตคันนายาว กทม. จากนั้นเมื่อได้ของกลางแล้วทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแสดงตัวเข้าจับกุม โดยจากการสอบสวนนายอภิเดชได้ให้การซัดทอดว่าตนได้รับเอกสารของกลางมาจากนายประทีป ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปจับกุมตัวได้ที่หน้าอาคาร 34 หมู่บ้านเอื้ออาทร ซ.เพื่อมสิน 24/1 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. พร้อมทั้งยังสามารถจับกุมเพื่อร่วมขบวนการและของกลางได้ดังกล่าว
       
       พ.ต.ท.อรรถพร กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยนายนริศและนางสาวนิสากรฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อของกลางมาจากชายไทยชื่อนายแดง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นนายหน้าที่บริเวณกรมการขนส่งทางบก ไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อนำมาต่อเติมข้อความและจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้าที่ประสงค์จะทำเล่มทะเบียนและเอกสารประกอบรถยนต์ ภายหลังได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 19, 2013, 07:56:27 PM
กสทช. เตือนผู้ไปชมพญานาคที่หนองคาย ปิดโรมมิ่ง หวั่นจ่ายโทรอ่วม
-http://men.kapook.com/view74380.html-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
          กสทช. เตือนปิดโรมมิ่ง ขณะไปชมบั้งไฟพญานาคที่หนองคาย หวั่นโทรศัพท์จับเครือข่ายฝั่งลาว ทำให้ต้องจ่ายค่าโทรนับแสน
 
          เมื่อวานนี้ (18 ตุลาคม 2556) นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. ขอเตือนผู้ที่เดินทางไปเที่ยวเทศกาลบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา จ.หนองคาย ต้องระมัดระวังและตรวจสอบเครือข่ายผู้บริการให้ดีว่าได้ทำการแจ้งปิดบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) หรือไม่ เพราะพื้นที่ จ.หนองคาย ติดกับประเทศลาว อาจจะทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อสัญญาณของประเทศเพื่อนบ้านอัตโนมัติ จนเสียค่าใช้จ่ายที่มีบริการสูง แม้ว่าจะอยู่ในประเทศไทยก็ตาม
 
          นายประวิทย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ผู้บริโภคต้องทำ คือการปิดบริการกับส่วนลูกค้าสัมพันธ์ของผู้ให้บริการเครือข่าย หรือกดปิดโรมมิ่งที่ตัวเครื่อง พร้อมกับคอยสังเกตที่หน้าจอโทรศัพท์อยู่เสมอว่าผู้ให้บริการเครือข่าย เป็นของประเทศไทยหรือไม่ หากไม่ใช่ นั่นแสดงว่ากำลังเปิดโรมมิ่งอยู่
 
          พร้อมกันนี้ นายประวิทย์ กล่าวอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีกรณีร้องเรียนค่าโรมมิ่งจากการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ระยะเวลา 3 วัน ถูกเรียกค่าบริการถึง 2 แสนบาทมาแล้ว หรือกรณีที่ผู้บริโภคชาวแคนาดา ถูกคิดค่าโรมมิ่งจำนวน 200 ล้านบาท ตรงจุดนี้ ประเทศไทยยังแตกต่างจากประเทศอื่น กล่าวคือ จะมีการเปิดบริการโรมมิ่งทันทีเมื่อเปิดซิมส่วนต่างประเทศ หากไม่สมัครใช้บริการ ห้ามเปิดบริการโรมมิ่งเด็ดขาด
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382096373&grpid=00&catid=&subcatid=-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 19, 2013, 08:40:50 PM
กระบะซิ่งอัดจยย.ติดเสาไฟฟ้า ดับยกครัว 5 ศพ

-http://news.sanook.com/1264631/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B0%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2.%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7-5-%E0%B8%A8%E0%B8%9E/-


(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/252/1264631/1.jpg)

กระบะเมืองคอนซิ่งอัดจยย.ติดเสาไฟฟ้า ตายยกครัวรวมคู่กรณี 5 ศพ ตร.คาดคนขับกระบะหลับใน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ต.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์อัดเสาไฟฟ้าริมถนน มีผู้เสียชีวิตตายคาที่ 4 ศพ บนถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ม.1 ต.ปากพูน อ.เมือง นครศรีธรรมราช ที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บม 4473 นครศรีธรรมราช ชนรถจยย. สีดำแดง ทะเบียน คจค 267 นครศรีธรรมราช อัดติดเสาไฟฟ้าริมถนน จนเสาไฟฟ้าหัก 2 ท่อน พบศพคนขี่รถจยย.ถูกอัดติดกับเสาไฟฟ้า ทราบชื่อนางสนธยา นนทพันธ์ อายุ 26 ปี สภาพศพคอหัก แขนขาหัก ริมถนนพบผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย ทราบชื่อ นางสมจิตร ทองวิจิตร อายุ 47 ปี เป็นแม่ของนางสนธยา, ด.ญ.ไอซ์ อายุ 2 ปี และ ด.ญ.ปุ๊กลุ๊ก อายุ 6 เดือน เป็นลูกสาวของนางสนธยา

ส่วนคนในรถกระบะได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคนขับ นายนันทวิทย์ พันธ์วาที อายุ 23 ปี และอีกคนชื่อ นายเอกพจน์ สุวรรณรัตน์ ไม่ทราบอายุ บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ซึ่งนายเอกพจน์ไปสิ้นใจตายที่โรงพยาบาล

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นางสนธยาขี่รถจยย.ซ้อนท้ายแม่ของตนเองและลูก 2 คน รวมบนรถมีคนนั่งทั้งหมด 4 คน เพื่อกลับบ้านพัก ได้มีรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าจากตัวเมืองมุ่งสู่ อ.สิชล มาด้วยความเร็วสูง ได้เข้าพุ่งชนรถจยย.ดังกล่าวเต็มแรง

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับรถยนต์กระบะอาจหลับในเพราะไม่พบร่องรอยการเบรกรถแต่อย่างใด

ขอขอบคุณภาพจาก อาสาสมัครใต้เต็กตึ๊ง บ้านน้ำแคบ/RKU

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 20, 2013, 12:50:58 PM
กสทช แนะผู้ให้บริการ เปิดเบอร์โทรฟรีรับเรื่องร้องทุกข์
-http://hilight.kapook.com/view/92503-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         กสทช. กำหนดมาตรการ ให้มีเบอร์โทรฟรี รับเรื่องร้องทุกข์ จากทุกเครือข่าย

         เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม มีรายงานว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการให้บริการด้านการโทรคมนาคม อาจจะมีข้อผิดพลาดและไม่เป็นไปตามสัญญา ทาง กสทช. จึงขอย้ำให้ผู้ใช้บริการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีข้อสงสัยในเรื่องความคุ้มครอง สามารถโทรมาร้องเรียนกับ กสทช. ได้ที่เบอร์ 1200 และนอกจากนี้ ทาง กสทช. เอง ยังมีกฎให้ทางผู้ใช้บริการ สามารถร้องทุกข์ไปยังผู้ให้บริการด้วย โดยเป็นเบอร์โทรฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่าย

         ทั้งนี้ จากประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ พ.ศ. 2549 ได้กำหนดให้ผู้บริการ มีหน่วยงานที่ถามตอบข้อสงสัย และทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาโดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งทางผู้ให้บริการในเมืองไทย ได้จัดเบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ เอาไว้ดังนี้

         AIS : เบอร์โทร 02-271-9263 ไม่คิดค่าบริการเมื่อโทรจากเครือข่าย AIS ระหว่างวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.  เว้นวันหยุดราชการ

         True Move และ True Move H : เบอร์โทร 02-900-8088 ไม่คิดค่าบริการเมื่อโทรจากเครือข่าย True Move และ True Move H เวลา 08.00-20.00 น

         DTAC : เบอร์โทร 02-202-7267 ไม่คิดค่าบริการเมื่อโทรจากเครือข่าย DTAC ระหว่างวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น.  เว้นวันหยุดราชการ

         CAT : เบอร์โทร 081-352-0444 และ 081-352-0666 ไม่คิดค่าบริการเมื่อโทรจากเครือข่าย CDMA ระหว่างวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.

         TOT : เบอร์โทร 1100 กด 3 ไม่คิดค่าบริการเมื่อโทรจากโทรศัพท์พื้นฐานได้ทุกเครือข่าย ให้บริการ 24 ชั่วโมง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
adslthailand.com
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 26, 2013, 08:18:47 AM
Sponge - หมู3ชั้นปลอม เนื้อปลอม 6Apr12

Sponge - หมู3ชั้นปลอม เนื้อปลอม 6Apr12 (http://www.youtube.com/watch?v=jp4GyFmfs08#)

Sponge - หมู3ชั้นปลอม เนื้อปลอม 6Apr12 (http://www.youtube.com/watch?v=jp4GyFmfs08#)
-http://www.youtube.com/watch?v=jp4GyFmfs08-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 26, 2013, 09:35:25 AM
รวบแท็กซี่ตระเวนลักทรัพย์ตามบ้าน พบประวัติถูกจับมา 11 ครั้ง
-http://hilight.kapook.com/view/92741-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            รวบแท็กซี่ในคราบโจร ตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนและบริษัทที่ไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย พบประวัติถูกจับมา 11 ครั้ง เจ้าตัวรับสารภาพออกจากคุกแล้วไม่มีงานทำเลยขับแท็กซี่ แต่เงินน้อยไม่พอใช้
 
            วานนี้ (25 ตุลาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้ร่วมกันแถลงการจับกุม นายสมโภชน์ หรือนิธินันท์ สารสมบูรณ์ อายุ 38 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ พร้อมของกลางเป็นรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทย 1711 กทม. ไฟฉาย 1 กระบอก, หมวกไหมพรมสีดำ 1 ใบ, รองเท้าผ้าใบ 2 คู่, ค้อน 1 อัน, ด้ามเลื่อย 1 อัน, ไขควง 7 อัน และอื่น ๆ อีกหลายรายการ โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องเช่า ย่านบางชัน เขตคลองสามวา กทม.

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ตามบริษัทต่าง ๆ บริเวณริมถนนพระราม 9 หลายต่อหลายครั้ง จึงประสานข้อมูลไปยัง สน. ใกล้เคียง และพบว่า นายสมโภชน์ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดยมีหมายจับศาลอาญา เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 จึงวางแผนจับกุมตัวคาห้องพัก พร้อมของกลาง

            โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนขับรถแท็กซี่ตระเวนหาเป้าหมายตามบ้านเรือนในหมู่บ้านที่ไม่มีคนพลุกพล่านหรือตามบริษัทที่ไม่มีคนอยู่อาศัย พอสบโอกาสจึงเข้าไปงัดแงะเอาทรัพย์สินของมีค่าไปขายที่ตลาดนัดคลองหลอด จากนั้นก็นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในครอบครัว รวมถึงเล่นการพนันด้วย

            อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาเผยว่า ก่อเหตุดังกล่าวมาประมาณ 3-4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงสอบสวนและขยายผลทราบว่าคนร้ายเคยต้องโทษคดีและเพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อปี 2554 จากนั้นก็ออกตระเวนหางานทำแต่ไม่มีที่ไหนรับ เพราะมีประวัติต้องคดีลักทรัพย์และเคยถูกจับกุมได้ถึง 11 ครั้ง ในพื้นที่ สน.บางโพงพาง ทุ่งมหาเมฆ ลุมพินี คันนายาว ทองหล่อ โคกคราม มักกะสัน จากนั้น จึงตัดสินใจขับรถแท็กซี่หาเช้ากินค่ำ แต่รายได้ไม่ดี เลยหันมาลักทรัพย์เพราะทำง่ายและได้เงินเยอะ

            ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า ให้ปิดล็อกบ้านอย่างรัดกุมและแน่นหนา และให้ฝากบามหรือเพื่อนบ้านผลัดเปลี่ยนกันไปดูแล ขณะเดียวกันก็อยากจะฝากถึงอู่แท็กซี่ควรสอบประวัติคนขับให้ดีเสียก่อน อย่างหวังเพียงแต่ผลกำไรอย่างเดียว


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382682716&grpid=&catid=19&subcatid=1905-
-http://www.naewna.com/local/74295-


(http://www.matichon.co.th/online/2013/10/13826827161382682746l.jpg)
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382682716&grpid=&catid=19&subcatid=1905-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 01, 2013, 10:16:51 PM
วิธีนั่ง “แท็กซี่” ให้ปลอดภัย

-http://club.sanook.com/12730/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD-


ปัจจุบันนี้การเดินทางของคนยุคใหม่ ค่อนข้างมีให้เลือกหลายช่องทางให้เลือกสรร และใครหลายๆคน ก็มักเลือกใช้บริการของรถสาธารณะ เพราะว่าต้องการความรวดเร็วและก็ต้องการความสะดวก ไม่ต้องลำบากหาที่จอดรถกัน ซึ่งรถสาธารณะที่มีนิยมใช้บริการกันในปัจจุบันนี้ก็มี เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถใต้ดิน หรือรถแท็กซี่  ซึ่งถ้าจะว่าไป ในอีกด้านบางครั้งการที่เราต้องอาศัยพึ่งพารถสาธารณะ ผู้โดยสารต้องฝากชีวิตไว้ที่คนขับซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และจะดูแลเราได้ดีแค่ไหน เรื่องนี้ก็คงไม่มีใครทราบ ดังนั้นผู้โดยสารทุกคนก็ต้องรักษาดูแลตัวเองกันให้ดีด้วยตัวเองในระดับนึง ซึ่งวันนี้เรามีวิธีโดยสารรถแท็กซี่ ให้ปลอดภัยมาฝากค่ะ หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากเรื่องราวที่เอามาฝากกันนะคะ

วิธีปฏิบัติตัวเวลาโดยสารรถแท็กซี่ (Taxi) 

- สังเกตคนขับ สภาพรถ นิดนึงว่าพอไหวไหม คนขับแท็กซีว่าเมาไหม ดูปกติไหม รถสภาพไม่แย่จนเกินไป จนต้องไปพังกลางทาง หรือใช้เป็นข้ออ้างในการขอจอดเพื่อทำนู่นนี่ ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้เราลำบากเองได้ในภายหลังค่ะ

- ขึ้นรถปุ๊ปให้พยายามถ่ายรูปป้ายชื่อคนขับแท็กซี่บริเวณที่นั่งด้านหน้าฝั่งซ้ายของหน้ารถ (อันนี้สำคัญมาก เพราะคนขับแท็กซี่บอกเองเลย..) เพราะนั่นคือข้อมูลประจำตัวคนขับรถแท็กซี่นั่นเองค่ะ ให้สังเกตหน้าคนขับกับป้ายด้วยก็ดี ว่าหน้าเหมือนกันไหม ปล.บางครั้งถ่ายแค่ป้ายทะเบียนที่ติดอยู่ภายในรถเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ เพราะบางทีอาจเป็นรถแท็กซี่ให้เช่าขับค่ะ ดังนั้น ควรถ่ายรูปทั้งทะเบียนและป้ายชื่อคนขับ ไม่ใช่ถ่ายแต่ตัวเองและถ่ายทิวทัศน์เพลิน เพราะนั่นก็อาจทำให้เราโดนปล้นได้เหมือนกัน

- ถ้าเป็นสุภาพสตรีควรแต่งตัวให้รัดกุม ไม่โป๊ ไม่แต่งตัววับๆ แวมๆ หาเสื้อคลุมมาใส่ หรือถ้าใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้น กางเกงยีนต์ขากุด ต่างๆนานา ก็พยายามหาอะไรๆ มาบังปิดไว้ก็ดีค่ะ และก็อย่าพยายามนั่งไขว่ห้าง ไขว้ขา เพราะคนขับอาจสติกระเจิง และล่อหู ล่อตาได้ค่ะ เซฟๆไว้ค่ะคุณสภาพสตรีเรื่องพวกนี้คุณทำได้

- พยายามนั่งเบาะหลังชิดประตูด้านขวาไว้  (เพราะกว่าคนขับจะตะเกียกตะกายมาทำร้าย ก็ต้องทำให้เค้าลำบากนิดนึงค่ะ เพราะมีเบาะกั้นอยู่) แต่ถ้าโดยสารถึงจุดหมายปลายทางก็ลงประตูด้านซ้ายนะคะ

- ถ้าคนขับปรับกระจกมองคุณบ่อยนักหรือถูกลวนลามด้วยสีหน้าแววตา หรือคำพูดที่ออกทางในแนวทางมิดีมิร้าย ทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัย ถ้าเลือกได้ให้ลงรถ แล้วเลือกแท็กซี่คันใหม่ค่ะ ไม่จำเป็นต้องนั่งฝืนไปนะคะ

- แต่ถ้าจำเป็นต้องนั่งให้สังเกตข้างทางด้วยว่าอยู่ตรงไหน ซอยอะไร แล้วโทรศัพท์หาคนรู้จักและบอกเส้นทางให้เค้ารับรู้เป็นระยะๆ ค่ะ

- เมื่อนั่งรถก็ไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัวนะคะ ตอบได้เท่าที่ตอบได้พอ เพราะป้องกันการล่วงเกินความเป็นส่วนตัวจนเกินไป อาจไม่ปลอดภัย

- ห้ามหลับ อย่าเผลอหลับเด็ดขาด

- และถ้ารู้สึกวิงเวียน มึนหัว เหมือนโดนมอมยา เหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ให้โทรหาคนรู้จักที่สนิทๆ และอยู่ใกล้ที่สุดและพยายามติดต่อเค้า หรือถ้ามีโอกาสที่ให้ลงรถในจุดที่มีคนพลุกพล่าน เป็นเขตชุมชนค่ะ
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 04, 2013, 10:51:53 AM
เรือล่มเกาะล้าน ชี้บรรทุกน้ำหนักเกิน เตรียมออกหมายจับคนขับเรือ
-http://hilight.kapook.com/view/93109-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            เรือล่มเกาะล้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งสำรวจหานักท่องเที่ยวที่ติดในเรือเพิ่มเติม ชี้สาเหตุจากบรรทุกนักท่องเที่ยวเกินกำหนดมากถึง 230 คน แต่เรือรับได้ 150 คนเท่านั้น คนขับ-เด็กท้ายเรือหลบหนีไป

            จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเรือโดยสาร 2 ชั้นเกาะล้าน-พัทยา ล่ม โดยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขึ้นมาจากน้ำได้ 209 คน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

            ล่าสุด วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อวานนี้ (3 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณหาดนวลที่เกาะล้าน พบว่าเส้นทางเดินเรือดังกล่าวมีโขดหินค่อนมาก ในขณะเดียวกันก็มีระดับน้ำค่อนข้างลึก โดยในบริเวณที่เรืออับปางลึกประมาณ 30 เมตร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและกรมเจ้าท่าได้มีการประชุมและมีการนำนักประดาน้ำลงไปเพื่อสำรวจว่ามีผู้เสียชีวิตหรือผู้สูญหายติดอยู่กับซากเรือที่จมลงไปหรือไม่

            สำหรับเรือโดยสารอับปางเป็นของบริษัท เกาะล้านแทรเวล จุดเกิดเหตุห่างจากฝั่งพัทยา 7 กิโลเมตร อยู่ตรงกลางอ่าวพัทยา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือนำนักท่องเที่ยวขึ้นเรือและกระจายส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลบางละมุง สำหรับผู้เสียชีวิต 6 ราย พบว่าเป็นชาวไทย 3 ราย ชาวรัสเซีย 2 ราย และชาวจีน 1 ราย

            จากการสอบถาม นายวีรวุฒิ หนึ่งในผู้รอดชีวิต เปิดเผยว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือแบบเช่าไปกลับ โดยมีการแวะจอดนักท่องเที่ยว 3 หาดหลัก และได้บรรทุกนักท่องเที่ยวมากกว่า 200 คนออกจากหาดแสม ขณะผ่านหาดนวล ท้องเรือได้กระแทกกับโขดหินจนแตกเสียหาย อีกทั้งปั๊มน้ำในเรือชำรุด ทำให้น้ำเข้าเรืออย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นเรือโคลงเคลงอย่างแรงง นักท่องเที่ยวจึงหนีตายไปรวมตัวกันที่หัวเรือจนทำให้เรือพลิกตะแคง และจมลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือไว้ได้

            อย่างไรก็ตาม ในเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ยุติการค้นหาผู้โดยสารเนื่องจากคลื่นลมแรงและแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเริ่มค้นหาในเช้าวันนี้ ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ชลบุรี กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความประมาทของผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจสอบความพร้อมของเรือ เบื้องต้นพบว่าเพิ่งเสร็จจากการซ่อมเพียง 2 สัปดาห์ อีกทั้งรับนักท่องเที่ยวเกินอัตราที่กำหนด โดยคาดว่ารับนักท่องเที่ยวถึง 230 คน ขณะที่เรือรับได้เพียง 150 คนเท่านั้น และไม่แจกเสื้อชูชีพจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เบื้องต้น นายสมาน ขวัญเมือง คนขับเรือและเด็กท้ายเรือได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เตรียมออกหมายจับและจะเรียกเจ้าของเรือมาสืบสวนต่อไป


เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน (http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA#ws)

เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน (http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA-
คลิป เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV

https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179 (https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179)
-https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179-
คลิป เรือล่มเกาะล้าน โพสต์โดย เฟซบุ๊ก เปี๊ยก ใจมั่น

https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249 (https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249)
-https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249-
คลิป เรือล่มเกาะล้าน 2 โพสต์โดย เฟซบุ๊ก New Summyae Hilux

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 04, 2013, 08:11:22 PM
เรือล่มเกาะล้าน ชี้บรรทุกน้ำหนักเกิน เตรียมออกหมายจับคนขับเรือ
-http://hilight.kapook.com/view/93109-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            เรือล่มเกาะล้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งสำรวจหานักท่องเที่ยวที่ติดในเรือเพิ่มเติม ชี้สาเหตุจากบรรทุกนักท่องเที่ยวเกินกำหนดมากถึง 230 คน แต่เรือรับได้ 150 คนเท่านั้น คนขับ-เด็กท้ายเรือหลบหนีไป

            จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเรือโดยสาร 2 ชั้นเกาะล้าน-พัทยา ล่ม โดยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขึ้นมาจากน้ำได้ 209 คน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

            ล่าสุด วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อวานนี้ (3 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณหาดนวลที่เกาะล้าน พบว่าเส้นทางเดินเรือดังกล่าวมีโขดหินค่อนมาก ในขณะเดียวกันก็มีระดับน้ำค่อนข้างลึก โดยในบริเวณที่เรืออับปางลึกประมาณ 30 เมตร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและกรมเจ้าท่าได้มีการประชุมและมีการนำนักประดาน้ำลงไปเพื่อสำรวจว่ามีผู้เสียชีวิตหรือผู้สูญหายติดอยู่กับซากเรือที่จมลงไปหรือไม่

            สำหรับเรือโดยสารอับปางเป็นของบริษัท เกาะล้านแทรเวล จุดเกิดเหตุห่างจากฝั่งพัทยา 7 กิโลเมตร อยู่ตรงกลางอ่าวพัทยา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือนำนักท่องเที่ยวขึ้นเรือและกระจายส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลบางละมุง สำหรับผู้เสียชีวิต 6 ราย พบว่าเป็นชาวไทย 3 ราย ชาวรัสเซีย 2 ราย และชาวจีน 1 ราย

            จากการสอบถาม นายวีรวุฒิ หนึ่งในผู้รอดชีวิต เปิดเผยว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือแบบเช่าไปกลับ โดยมีการแวะจอดนักท่องเที่ยว 3 หาดหลัก และได้บรรทุกนักท่องเที่ยวมากกว่า 200 คนออกจากหาดแสม ขณะผ่านหาดนวล ท้องเรือได้กระแทกกับโขดหินจนแตกเสียหาย อีกทั้งปั๊มน้ำในเรือชำรุด ทำให้น้ำเข้าเรืออย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นเรือโคลงเคลงอย่างแรงง นักท่องเที่ยวจึงหนีตายไปรวมตัวกันที่หัวเรือจนทำให้เรือพลิกตะแคง และจมลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือไว้ได้

            อย่างไรก็ตาม ในเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ยุติการค้นหาผู้โดยสารเนื่องจากคลื่นลมแรงและแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเริ่มค้นหาในเช้าวันนี้ ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ชลบุรี กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความประมาทของผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจสอบความพร้อมของเรือ เบื้องต้นพบว่าเพิ่งเสร็จจากการซ่อมเพียง 2 สัปดาห์ อีกทั้งรับนักท่องเที่ยวเกินอัตราที่กำหนด โดยคาดว่ารับนักท่องเที่ยวถึง 230 คน ขณะที่เรือรับได้เพียง 150 คนเท่านั้น และไม่แจกเสื้อชูชีพจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เบื้องต้น นายสมาน ขวัญเมือง คนขับเรือและเด็กท้ายเรือได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เตรียมออกหมายจับและจะเรียกเจ้าของเรือมาสืบสวนต่อไป


เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน ([url]http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA#ws[/url])

เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน ([url]http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA#ws[/url])
-http://www.youtube.com/watch?v=OYsgLdvEKNA-
คลิป เหตุการณ์ล่าสุด! เรือล่มเกาะล้าน : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV

[url]https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179[/url] ([url]https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179[/url])
-https://www.facebook.com/photo.php?v=212038262301179-
คลิป เรือล่มเกาะล้าน โพสต์โดย เฟซบุ๊ก เปี๊ยก ใจมั่น

[url]https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249[/url] ([url]https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249[/url])
-https://www.facebook.com/photo.php?v=1386923024882249-
คลิป เรือล่มเกาะล้าน 2 โพสต์โดย เฟซบุ๊ก New Summyae Hilux


คนขับเรือเกาะล้านมอบตัว สารภาพเมายา ขับชนหินแต่ไม่หยุด

-http://news.sanook.com/1298924/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94/-


(4 พ.ย.) ความคืบหน้ากรณีเรือโดยสารล่มกลางทะเล บริเวณเกาะล้าน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 พ.ย.) จนเป็นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และพบผู้เสียชีวิต 6 ราย ล่าสุดคนขับเรือลำดังกล่าวได้เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว ยอมรับว่าเมาและเสพยาบ้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำและทหารเรือ ได้นำกำลังนำชุดประดาน้ำ ปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้โดยสารอาจจะตกค้าง บริเวณจุดที่เรือจม ทางด้าน นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยว่า เรือโดยสารลำดังกล่าวเป็นเรือของบริษัท เกาะล้าน ทราเวล จำกัด เป็นเรือเหมาโดยสารรับทุกท่าเรือ ไม่ใช่เรือโดยสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบอัตราการบรรทุกผู้โดยสารและความเร็วได้

ทั้งนี้ ความคืบหน้าเพิ่มเติมพบว่า เรือโดยสารลำดังกล่าวได้ขับชนกับหินโสโครก บริเวณโขดหินพระนาง ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะล้านและชายฝั่งพัทยา แม้กระทั้งพบว่าเรือชนกับหินโสโครก แต่คนขับยังคงขับเรือต่อไป จนเป็นเหตุทำให้เกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว

ขณะที่ นายสมาน ขวัญเมือง อายุ 48 ปี คนขับเรือโดยสารลำดังกล่าว เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว นายสนาม ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ขับเรือโดยสารลำดังกล่าว ก่อนจะมาขับเรือเที่ยวสุดท้ายออกจากเกาะล้านได้ดื่มสุราและเสพยาบ้าไปจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาขับเรือโดยสารโดยประมาท เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพยานผู้รอดชีวิตจากเหตุดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังจากเรือโดยสารแล่นออกจากเกาะล้านสักพัก ปรากฎว่ามีน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาในเรือ ผู้โดยสารเกิดตกใจ วิ่งหนีขึ้นไปอยู่บนชั้นที่ 2 ของเรือ เป็นเหตุทำให้เรือเสียการทรงตัวและจมลงทะเลในที่สุด
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 08, 2013, 05:44:12 AM
6 เรื่องควรรู้วิธีดูฉลาก ไม่ตกเป็นเหยื่อ “ยาเถื่อน-เครื่องสำอางปลอม”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    7 พฤศจิกายน 2556 23:20 น.
-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000139120-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000014563701.JPEG)

    เห็นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาแถลงข่าวการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายคราใด ก็ให้รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตแทบทุกครั้ง เพราะสินค้าผิดกฎหมายที่อยู่ในความดูแลของ อย.นั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนไทยเราแทบทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่อาหาร ยา เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องมือทางการแพทย์

       ล่าสุด ก็เพิ่งมีข่าวบุกทลายโรงงานยาเถื่อนย่านสายไหม มูลค่ารวมราว 10 ล้านบาท พบว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับยาตามกฎหมาย รวมไปถึงจับกุมฝรั่งชาวเดนมาร์กนำเข้ายาฮอร์โมนเพิ่มกล้ามเนื้อ ที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยาเช่นกัน และเวย์โปรตีนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร และที่ผ่านๆ มา ก็มีทั้งเครื่องสำอางที่มีสารพิษอย่างพวก สารตะกั่ว สารไฮโดรควิโนน เป็นส่วนประกอบ รวมถึงไม่มีเครื่องหมาย อย.มีการสวมเลขทะเบียน เป็นต้น ซึ่ง อย.ก็ทำได้แค่ออกเตือนให้ระวังสินค้าเหล่านี้ ด้วยวิธีการดูฉลาก เพราะหากซื้อมาอุปโภคหรือบริโภคก็คงจะอันตรายมิใช่น้อย
       
       แม้ อย.พยายามแนะนำให้ประชาชนดูฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีระบุถึงเครื่องหมาย อย.ข้อมูลต่างๆ ของสินค้าไปจนถึงผู้ผลิต เพื่อช่วยสกรีนเบื้องต้นว่าสินค้านั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่อย่างไร ถึงกระนั้นก็ยังคงมีการสวมเลขทะเบียน หรือทำทะเบียนปลอมขึ้นมาหลอกลวง แล้วประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่าฉลากแบบไหนคือของจริง เพราะที่ผ่านมา อย.ก็แทบไม่เคยออกมาให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าว หรือมีแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเป็นความรู้ให้แก่ประชาชน
       
       อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แม้ อย.จะสร้างแอปพลิเคชันให้ตรวจสอบเลขทะเบียนสินค้าได้ แต่ก็เป็นเพียงในส่วนของเครื่องสำอางเท่านั้น ดังนั้น การสร้างความรู้ติดอาวุธให้สมองด้วยตัวเราเอง ก็น่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของสินค้าอันตรายและหลอกลวงผู้บริโภคอีกต่อไป
       
       ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับฉลากผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความดูแลของ อย.ก่อนว่า สินค้าเหล่านั้นมันมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะสมัยนี้ก็ไว้ใจไม่ได้ มีการเอาเครื่องหมาย อย.สำหรับอาหาร มาใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็มี ทั้งนี้ในคู่มือ “กินดี ใช้เป็น คนไทยไกลโรค” จัดทำโดย อย.ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้
       
       
       
       1.ฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร
       
       หากได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว จะต้องแสดงเครื่องหมาย อย.บนฉลาก เรียกว่า “เลขสารบบอาหาร” ซึ่งจะมีตัวเลข 13 หลัก อยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย.เช่นนี้ xx-x-xxxxx-x-xxxx ส่วนข้อความอื่นๆ ในฉลาก ได้แก่ ชื่ออาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือแบ่งบรรจุ หรือสำนักงานใหญ่ของสถานที่ผลิตหรือแบ่งบรรจุ วันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือนปีที่หมดอายุ น้ำหนักสุทธิ ส่วนประกอบที่สำคัญ เลขสารบบอาหาร คำเตือน คำแนะนำในการเก็บรักษา และวิธีปรุงเพื่อรับประทาน
       
       แต่หากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย อาหารทั่วไป เช่น กะปิ พริกไทย เครื่องปรุงรส เป็นต้น สถานที่ผลิตต้องผ่านหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่กำหนดให้ต้องขอเลขสารบบอาหาร แต่หากต้องการแสดงเครื่องหมาย อย.บนฉลาก ก็สามารถยื่นขอได้ ตามสมัครใจ
       
       
       
       
       2.ฉลากผลิตภัณฑ์ยา
       
       ผลิตภัณฑ์ยาทุกชนิดทั้งยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ จะไม่มีเครื่องหมาย อย.แสดงบนฉลาก แต่จะแสดงเลขที่รหัสใยบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา หรือที่เรียกว่า “เลขทะเบียนตำรับยา” เช่น 1A12/35 G 99/55 โดยฉลากยาและเอกสารกำกับยาจะต้องแสดงรายละเอียดดังนี้ ชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา ชื่อและปริมาณ หรือความแรงของสารออกฤทธิ์ที่เป้นส่วนประกอบ (กรณียาแผนปัจจุบัน) เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์ หรือ Lot. Number ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต นำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร วันเดือนปีที่หมดอายุ เช่น Exp. หรือ Exp date หรือข้อความว่า “ยาสิ้นอายุ” แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่หมดอายุ นอกจากนี้ ยังมี คำว่า “ยาอันตราย” “ยาควบคุมพิเศษ” “ยาใช้เฉพาะที่” “ยาใช้ภายนอก” ตามแต่กรณี คำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” “ยาแผนโบราณ” “ยาสำหรับสัตว์” ตามแต่กรณี วิธีใช้ และคำเตือน
       
       ทั้งนี้ ตัวเลขที่นำหน้าตัวอักษรจะมีเฉพาะยาแผนปัจจุบันเท่านั้น มีความหมายดังนี้ เลข 1 หมายถึง ยาที่มีตัวยาสำคัญที่ออกฤทธิ์เพียงตัวเดียว เลข 2 หมายถึงยาที่มีตัวยาสำคัญออกฤทธิ์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
       
       ตัวอักษร A-F เป็นตัวอักษรสำหรับยาแผนปัจจุบัน มีความหมายดังนี้ A คือ ยามนุษย์ผลิตภายในประเทศ B คือ ยามนุษย์แบ่งบรรจุ C คือ ยามนุษย์น้ำหรือสั่งเข้า D คือ ยาสัตว์ผลิตภายในประเทศ E คือ ยาสัตว์แบ่งบรรจุ F คือ ยาสัตว์น้ำหรือสั่งเข้า ส่วนตัวอักษร G-N เป็นตัวอักษรสำหรับยาแผนโบราณ โดย G คือ ยามนุษย์ผลิตภายในประเทศ H คือ ยามนุษย์แบ่งบรรจุ K คือ ยามนุษย์น้ำหรือสั่งเข้า L คือ ยาสัตว์ผลิตภายในประเทศ M คือ ยาสัตว์แบ่งบรรจุ N คือ ยาสัตว์น้ำหรือสั่งเข้า
       
       
       
       3.ฉลากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
       
       ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกชนิดจะไม่มีเครื่องหมาย อย.แสดงบนฉลาก แต่จะต้องแสดงเลขที่ใบรับแจ้ง เป็นตัวเลข 10 หลัก เช่น 10-1-5512345 พร้อมทั้งฉลากภาษาไทยมีรายละเอียดดังนี้ ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง ชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง (ต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น) ชื่อสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม เรียงลำดับจากสารที่มีปริมาณมากไปสารที่มีปริมาณน้อย วิธีใช้ คำเตือน ชื่อ-ที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิตเครื่องสำอาง เดือน/ปีที่ผลิต เดือน/ปีที่หมดอายุ (กรณีมีอายุการใช้งานน้อยกว่า 30 เดือน) และเลขที่ใบรับแจ้ง
       
       
       
       4.ฉลากเครื่องมือแพทย์
       
       เครื่องมือแพทย์ มี 3 ประเภท มีการแสดงเครื่องหมาย อย.ที่แตกต่างกัน
       
       -เครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีใบอนุญาต ได้แก่ ถุงยางอนามัย ถุงมือสำหรับศัลยกรรม ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี คอนแทกต์เลนส์ เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องแสดงข้อความบนฉลากเป็นภาษาไทย เช่น ชื่อเครื่องมือแพทย์ ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณที่บรรจุ เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต เลขที่ใบอนุญาตหรือเลขที่ใบรับแจ้งรายละเอียด ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ และวิธีการเก็บรักษา ให้แสดงข้อความว่า “ใช้ได้ครั้งเดียว” คำเตือนและข้อควรระวัง อายุการใช้งาน และเครื่องหมาย อย.บนฉลาก โดยตัวอย่างเครื่องหมายจะมีข้อความ ผ 999/2550 ในเครื่องหมาย อย ซึ่งหมายถึงผลิต หรือ น 999/2550 ในเครื่องหมาย อย หมายถึงนำเข้า
       
       -เครื่องมือแพทย์ที่ต้องแจ้งรายการละเอียด ได้แก่ เครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อกายภาพบำบัด เครื่องตรวจวัดระดับหรือปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย เป็นต้น เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องแสดงฉลากเหมือนกัน แต่ไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย อย.ให้แสดงเลขที่ใบรับแจ้งบนฉลาก
       
       -เครื่องมือแพทย์ทั่วไป ได้แก่ เตียงผ่าตัด เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด เครื่องตรวจวัดความดันโลหิต เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีการบังคับให้แสดงฉลากภาษาไทย และไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย อย.หรือเลขที่รับแจ้งบนฉลาก
       
       
       
       5.ฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน
       
       ผลิตภัณฑ์นี้จะมีการแสดงฉลาก 3 แบบ โดย วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ที่ฉลากต้องมีเลขทะเบียนในกรอบเครื่องหมาย อย. เช่น วอส.999/2550 เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัด/ไล่แมลง ผลิตภัณฑ์กำจัดหนู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวประเภท กรด-ด่าง ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ลบคำผิด เป็นต้น
       
       ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย อย.แต่ต้องมีเลขที่รับแจ้งข้อเท็จจริง ตัวอย่าง 999/2550 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ฝาผนัง เครื่องสุขภัณฑ์และวัสดุต่างๆ ที่มีเฉพาะสารลดแรงตึงผิวบางชนิดเป็นสารสำคัญ ผลิตภัณฑ์ประเภทคลอรีนที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรคหรือกำจัดกลิ่นในสระว่ายน้ำ เป็นต้น
       
       สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย อย.ได้แก่ ก้อนดับกลิ่น/ลูกเหม็น
       
       
       
       และ 6.ตรวจผ่านแอปพลิเคชัน Oryor Smart Application
       
       แอปพลิเคชันนี้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพราะสามารถเข้ามาเช็กข้อมูลได้ว่า ผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย.หรือผลิตภัณฑ์ใดปลอมเลขทะเบียน โดยการคีย์ตัวเลขสารบบว่า ถูกต้องกับระบบของ อย.หรือไม่ ก็จะทราบทันที โดย นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ อย.กล่าวว่า อย.เตรียมพัฒนาแอปพลิเคชันเวอร์ชัน 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้มากขึ้น ซึ่งเวอร์ชันแรกจะเน้นตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้งกลุ่มเครื่องสำอางเป็นหลัก แต่เวอร์ชัน 2 จะครอบคลุมทั้งเลขทะเบียนตำรับยา เลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย เป็นต้น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น เพราะปัจจุบันสินค้าแม้จะมีเลข อย.แต่ก็อาจเป้นการสวมทะเบียนหรือเป็นเลขปลอมก็ได้ จึงต้องมีช่องทางในการตรวจสอบให้รับรู้ ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถตรวจเช็กข้อมูลได้รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 11, 2013, 06:21:56 PM
เตือนภัย แก๊งวางหินระบาด ถนนเพชรเกษม-นครปฐม คืนเดียวชน 5 คัน

-http://hilight.kapook.com/view/93406-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/problem%20news/1461766_662560863778324_76977402_n.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Social News Room, ทวิตเตอร์ @bigbear_th

          เตือนภัย ! แก๊งวางหินก้อนใหญ่ โผล่แถวถนนเพชรเกษม-นครปฐม โดยวางดักบนถนนตอนกลางคืน พบรถเกิดอุบัติเหตุคืนเดียว 5 คันรวด

          วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 เฟซบุ๊ก Social News Room ได้โพสต์ภาพที่แชร์มาจากทวิตเตอร์ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่ง ที่ได้มีการแจ้งเตือนผ่าน จส.100 และทีมข่าวต่าง ๆ ให้ระวังแก๊งวางหิน ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่นำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางไว้บนถนน สายเพชรเกษม-นครปฐม โดยในคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีรถเกิดอุบัติเหตุแล้ว 5 คันในคืนเดียว

          ส่วนสาเหตุของการวางก้อนหินบนถนนนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจจะคล้ายกับแก๊งปาหินที่ระบาดตามจังหวัดต่าง ๆ ด้วยความคึกคะนองและหวังทรัพย์สินหากรถประสบอุบัติเหตุ

           โดย ทวิตเตอร์ @bigbear_th ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความเตือนเอาไว้ดังนี้

            "ระวังถนนเพชรเกษม จ.นครปฐม ช่วงทั้งเข้า-ออก big c วัยรุ่นเอาหินก้อนใหญ่ ๆ มาวางให้รถเกิดเหตุ เจอติดกัน เพื่อให้รถชน กำลังระบาด เกือบ 2 อาทิตย์ หลัง ๆ วางทุกคืนเลย บางทีเอาใส่ถุงดำ ให้นึกว่าถุงพลาสติก ให้ ตร.จับหน่อย ก่อนจะเกิดเหตุถึงชีวิต"

             "สรุปยอดจากแก๊งวางหินเมื่อคืน 5 คัน ช่วงทางด่วนเพชรเกษม แยกทุ่งพระเมรุ ถึงหน้า รพ.สนามจันทร์ ขาเข้า-ออก"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/problem%20news/563702_662562837111460_922752966_n.jpg)

.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 12, 2013, 06:17:54 PM
สลด! มารดาเผลอนอนทับลูกวัย 2 เดือน ดับคาที่นอน

-http://news.sanook.com/1308209/%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-2-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99/-

เกิดเหตุสลดมารดาเผลอนอนทับลูกสาววัย 2 เดือนเสียชีวิต หลังจากเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้นั่งดื่มสุรากับสามีภายในบ้าน จนกระทั่งนอนหลับและทับร่างของลูกสาว

เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.56) ช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ร.ต.ท.พิชัย เรื่องสุขสุด พนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในหมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ท่าตูม ม.10 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ว่าเกิดเหตุแม่นอนทับลูกน้อยเสียชีวิต หลังจากรับแจ้งพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดศรีมหาโพธิ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งในที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 430/222 หมู่10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี บริเวณชั้นล่างซึ่งทำเป็นที่บริการซักผ้าหยอดเหรียญ ชื่อร้านฟาโร พบนางรัตนา ห้าวหาญ ผู้เป็นมารดา และนายไทย แสนกล้า สามี ทั้งคู่อายุประมาณ 30 ปี และเป็นชาว จ.สุรินทร์ ทั้ง 2 คน เป็นลูกจ้างเฝ้าร้านดังกล่าว อยู่ในอาการพูดจาแทบไม่รู้เรื่องเนื่องจากยังอยู่ในอาการเมาค้าง ถัดไปพบร่างของเด็กอายุ 2 เดือน ทราบชื่อคือ น้องดารินทร์ นอนอยู่ในผ้าขนหนูสีชมพูที่นางรัตนาผู้เป็นแม่ห่อเอาไว้ ตรวจสอบบริเวณโดยรอบยังพบขวดสุราขาวอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามทั้งคู่ ทราบว่า ตนกับภรรยาได้นั่งดื่มสุรากันในบ้านก่อนหน้าและได้นอนหลับตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งรุ่งเช้าเห็นหนูน้อยนอนนิ่งอยู่โดยผิดสังเกต เพราะทุกเช้าๆ ลูกน้อยจะส่งเสียงร้องและหัวเราะ สามีบอกให้ภรรยาไปอุ้มลูกแต่ปรากฏว่าลูกสาวไม่มีลมหายใจแล้ว สร้างความโศกเศร้าอย่างยิ่ง ซึ่งทาง ร.ต.ท.พิชัย เรืองสุขสุด หลังจากตรวจสอบในที่เกิดเหตุได้นำร่างของน้องดารินทร์ให้แพทย์โรงพยาบาลศรีมหาโพธิพิสูจน์อีกครั้งถึงสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนที่จะนำร่างของน้องดารินทร์มอบให้บิดา-มารดานำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 21, 2013, 05:52:09 AM
อย.แฉ! 5 ยาสมุนไพรอันตรายอ้างสรรพคุณโอเวอร์-ไม่ขึ้นทะเบียนยา
-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000144444-

   อย.เผยรายชื่อยาสมุนไพรอันตราย 5 ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ชี้เฉพาะ “ยาสมุนไพร JIE DU DAN ชนิดแคปซูล” นำเลขผลิตภัณฑ์อื่นมาใส่ฉลากแทน เตือนประชาชนอย่าหลงกลและหลงเชื่อ ข้อความอวดอ้างสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค เพราะอาจได้รับอันตรายจากการปนเปื้อน
       
       ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้บริโภคให้ตรวจสอบยาสมุนไพรแผนโบราณ 5 รายการ ได้แก่ 1.ยาสมุนไพร ZIA TU WAN (เซีย ทู หวัน) 2.ผลิตภัณฑ์ พญาดงชุดชะลอความแก่ 3.ผลิตภัณฑ์ตายสิบปี ดีเหมือนเดิม 4.ผลิตภัณฑ์ฮับบาตุส เซาดาห์ “786” เนื่องจากฉลากแสดงข้อความโอ้อวดสรรพคุณรักษาสารพัดโรค อาทิ แก้หัด อีสุกอีใส ป้องกันและรักษานิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี ต่อมลูกหมากโต มะเร็ง บำรุงกำหนัด บำรุงหัวใจ รักษาโรคเกาต์ อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน เป็นต้น และ 5.ยาสมุนไพร JIE DU DAN ชนิดแคปซูล ระบุเลขทะเบียนตำรับยา สรรพคุณไม่ระบุข้อความภาษาไทย
       
       หลังรับเรื่องร้องเรียน อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรทั้ง 5 รายการดังกล่าวยังไม่ได้ ขึ้นทะเบียนตำรับยา และยังพบว่ายาสมุนไพร JIE DU DAN ได้นำเลขทะเบียนยาผลิตภัณฑ์อื่นมาใส่บนฉลาก จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อและซื้อมาใช้โดยเด็ดขาด เนื่องจากมักพบว่าผลิตภัณฑ์ที่แสดงสรรพคุณโอ้อวดเกินจริงมักลักลอบใส่ยาหรือสารที่เป็นอันตรายลงไป และการผลิตผลิตภัณฑ์มักไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน จึงอาจทำให้ได้รับอันตรายจากการปนเปื้อน ดังนั้น ขอฝากเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อยาสมุนไพรแผนโบราณใดๆ ที่แสดงสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถรักษาได้สารพัดโรค เพราะนอกจากจะเสียเงินทองโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังอาจได้รับอันตรายอย่างคาดไม่ถึง มิหนำซ้ำยังอาจเสียโอกาสในการรักษาโรคอย่างถูกต้องอีกด้วย
       
       รองเลขาธิการ อย.กล่าวต่อว่า ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ยาใดๆ ขอให้ผู้บริโภคพิจารณาและอ่านฉลากให้ถ้วนถี่เสียก่อน โดยยาแผนโบราณ ฉลากต้องระบุ ชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา เช่น ทะเบียนยาเลขที่ G 888/50 ปริมาณของยาที่บรรจุ เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตยา และแสดงคำว่า “ยาแผนโบราณ” ให้เห็นได้ชัด รวมทั้งแสดงคำว่า “ยาใช้ภายนอก” “ยาใช้เฉพาะที่” ด้วยตัวอักษรสีแดงเห็นได้ชัดเจน แล้วแต่กรณี หรือแสดงคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” กรณีเป็นยาสามัญประจำบ้าน หรือแสดงคำว่า “ยาสำหรับสัตว์” กรณีเป็นยาสำหรับสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ผ่านการขออนุญาตจาก อย.หรือโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค ขอให้ร้องเรียนมายังสายด่วน อย.โทร.1556 หรืออีเมล : 1556@fda.moph.go.th หรือส่งจดหมายไปที่ ตู้ ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเองพร้อมตัวอย่างผลิตภัณฑ์มาที่ ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย.อาคาร 1 ชั้น 1 ได้ทุกวันในเวลาราชการ เพื่อ อย.จะได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 22, 2013, 09:12:09 PM
เผย 10 อันดับสถานที่ที่รถหายมากที่สุด
-http://car.kapook.com/view76884.html-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02

          ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจรเผย 10 อันดับสถานที่ที่รถหายมากที่สุด ลานจอดรถการเคหะร่มเกล้า มาเป็นอันดับ 1

          เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ได้เปิดเผยข้อมูล 10 อันดับสถานที่ที่รถหายมากที่สุดจาก สตช. โดยอันดับ 1 คือ ลานจอดรถการเคหะร่มเกล้า อันดับ 2 ลานจอดรถการเคหะคลองจั่น อันดับ 3 ลานจอดรถสนามหลวง 2 สำหรับอันดับสถานที่ที่รถหายมากที่สุดทั้ง 10 อันดับนั้นมีดังนี้

อันดับ 10. ลานจอดรถ Fashion Island
อันดับ 9.   ลานจอดรถ Future Park รังสิต
อันดับ 8.   ซอยปรีดีพนมยงค์
อันดับ 7.   ซอยลาดพร้าว 101
อันดับ 6.   ลานจอดรถตลาดไท
อันดับ 5.   ลานจอดรถเซียร์ รังสิต
อันดับ 4.   ลานจอดรถ คอนโดเมืองทอง
อันดับ 3.   ลานจอดรถสนามหลวง 2
อันดับ 2.   ลานจอดรถการเคหะคลองจั่น
อันดับ 1.   ลานจอดรถการเคหะร่มเกล้า

          ทั้งนี้ ทางศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจรยังได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า จากสถิติรถหายนั้น จาก 100 คันได้คืนเพียงไม่ถึง 5 คันเท่านั้น โดยถ้าหากมีรถยนต์หาย สามารถแจ้งได้ที่โทรสายด่วนเบอร์โทร. 1192







หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 28, 2013, 05:52:27 AM
เตือน “ปลั๊กพ่วง” ภัยร้ายใกล้ตัวสุดอันตราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    27 พฤศจิกายน 2556 09:21 น.
-http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000147049-


ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - กรมวิทยาศาสตร์บริการ เตือนประชาชนให้ระวังการใช้ปลั๊กพ่วง เนื่องจากคุณภาพของสายพ่วงที่มีเต้ารับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นั้น ไม่ได้มาตรฐานที่จะช่วยป้องกัน อันตรายจากการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจากวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน หรือร้ายแรงที่สุดก็อาจลุกลามไปจนถึงอันตรายต่อชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง
       
       น.ส.เสาวณี มุสิแดง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ประชาชนควรตื่นตัวระวังอันตรายจากปลั๊กพ่วง ซึ่งปัจจุบันกลยุทธการตั้งราคาสินค้าที่ย่อมเยาสามารถเป็นจุดขายเสนอให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้บริโภคนึกถึงคือการอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้หลายชนิดในคราวเดียวกัน
       
       “นอกจากผู้บริโภคต้องตรวจสอบคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานแล้ว การตรวจสอบคุณภาพของ สายพ่วงที่มีเต้ารับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นั้น ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน จนกระทั่งถึงชีวิตของผู้ใช้งานได้ ถ้าใช้ปลั๊กพ่วงจนปริมาณไฟรวมกันแล้วเกินกว่าขนาดที่ปลักพ่วงทนได้ สายไฟก็จะเกิดความร้อนขึ้น จนถึงกับทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟหลอมละลาย เกิดไฟลุกได้ หรือสายไฟฟ้าร้อนถึงจุดหลอมละลาย จนกระทั่งสายทองแดงภายในทั้งสองเส้นแตะกัน ก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ซึ่งจุดนั้นก็จะมีความร้อนที่สูงมากขึ้นทำให้เกิดเพลิงไหม้” น.ส.เสาวณีกล่าว
       
       ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุว่า ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์เสริมทางไฟฟ้าที่ยังไม่มีมาตรฐาน ม.อ.ก.ควบคุม จึงเป็นช่องว่างที่ผู้ผลิต จำหน่าย แสดงเครื่องหมายที่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด เช่น ติดตรามาตiฐาน ม.อ.ก.11 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับของสายไฟฟ้า ไม่ใช่ของปลั๊กพ่วง ดังนั้นการเลือกใช้ปลั๊กพ่วงจึงควรพิจารณาให้ดี ในส่วนประกอบต่างๆ ของปลั๊กให้ดี ทั้งตัวปลั๊กเสียบ ตัวผู้ ตัวเมีย สายไฟฟ้า และวัสดุที่ใช้ทำรางปลั๊ก แต่อย่างไรก็ดี สินค้าที่มีตราที่น่าเชื่อถือราคาสินค้าก็สูงตาม อาจเป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งบอกถึงคุณภาพสินค้าที่เราใช้พิจารณาได้ง่ายๆ วิธีหนึ่ง
       
       น.ส.เสาวณี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้รับผลเสียและอันตรายจากการใช้ปลั๊กพ่วงมากขึ้น กรมวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้มีเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสุ่มเก็บมาตรวจสอบคุณภาพ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยในปีงบประมาณ 2557 นี้ จะทำการสุ่มเก็บตัวอย่างปลั๊กพ่วงต่อไฟฟ้าในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้สุ่มตรวจสอบตัวอย่างปลั๊กพ่วงต่อ มาจากจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ สิงห์บุรี ปทุมธานี ซึ่งจะเผยแพร่ข้อมูลการทดสอบให้ประชาชนทราบในลำดับต่อไป



------------------------------------------------------------------


    
ความคิดเห็นที่ 8    
   
"นอกจากผู้บริโภคต้องตรวจสอบคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานแล้ว การตรวจสอบคุณภาพของ สายพ่วงที่มีเต้ารับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆนั้น ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิด กระแสไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน จนกระทั่งถึงชีวิตของผู้ใช้งานได้ ถ้าใช้ปลั๊กพ่วงจนปริมาณไฟรวมกันแล้วเกินกว่าขนาดที่ปลักพ่วงทนได้ สายไฟก็จะเกิดความร้อนขึ้น จนถึงกับทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟหลอมละลาย เกิดไฟลุกได้ หรือสายไฟฟ้าร้อนถึงจุดหลอมละลาย จนกระทั่งสายทองแดงภายในทั้งสองเส้นแตะกัน ก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ซึ่งจุดนั้นก็จะมีความร้อนที่สูงมากขึ้นทำให้เกิดเพลิงไหม้" น.ส.เสาวณีกล่าว

พูดง่ายนะให้ประชาชนตรวจสอบเอง
มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่ต้องตรวจสอบแล้วแจ้งให้ประชาชนทราบว่าอันไหนใช้ได้ อันไหนเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย
Aaa





http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000147049 (http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000147049)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 30, 2013, 08:34:01 PM
รับไม่ได้

แบบนี้ไม่น่าเก็บไว้  จับตายให้จบไป


------------------------------------------------

ตำรวจคุมตัวลูกทรพี รัวกระสุนใส่พ่อแม่ ทำแผน ชาวบ้านรุมประณาม
-http://hilight.kapook.com/view/94171-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/crime/13856896141385689756l.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/patcharin_w/la3.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

          คุมตัวลูกทรพี ฆ่าพ่อแม่ก่อนหมกศพในบ้านไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว อ้างที่ทำไปเพราะโดนด่า และพ่อก็เอาปืนมาจ่อศีรษะ

          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง ได้จับกุมนายกานต์พิสิฐ เนียมทอง หรือเอ้  อายุ 26 ปี หลังจากที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ ใช้ปืนยิงพ่อและแม่จนเสียชีวิต และยัดศพเอาไว้ใต้เตียง โดยพบของกลางคือ ปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 10 นัด รถยนต์เชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน กค 9061 กำแพงเพชร และของอื่น ๆ รวมอีก 7 รายการ ด้านตำรวจได้แจ้งข้อหาคือ ฆ่าบุพการีถึงแก่ความตายโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

          ทั้งนี้ นายกานต์พิสิฐ ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายอินทรีย์ เนียมทอง อายุ 61 ปี ข้าราชการครูเกษียณ มีฐานะเป็นพ่อ และหมกศพเอาไว้ในห้องใต้บันไดที่บ้านของตัวเอง จนกระทั่งมาพบศพเมื่อวันที่  28 พฤศจิกายน 2556 อีกทั้งยังได้ฆ่านางศิริพร เนียมทอง อายุ 56 ปี มารดา ครูโรงเรียนไตรตรึงษ์ แล้วนำศพเอาไว้ที่ใต้เตียง จนพบศพอีกทีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ก่อนที่นายกานต์พิสิฐจะได้หลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

          ด้านกานต์พิสิฐ กล่าวว่า สาเหตุที่ฆ่าบุพการีนั้น เนื่องจากถูกพ่อแม่ดุด่าเป็นประจำ และพ่อเองก็ข่มขู่โดยเอาปืนมาจ่อที่ศีรษะ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายกานต์พิสิฐ เคยเรียนอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

กานต์พิสิฐ เนียมทอง

กานต์พิสิฐ เนียมทอง

กานต์พิสิฐ เนียมทอง

กานต์พิสิฐ เนียมทอง

          จากนั้น ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปาระมีสา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร พร้อมกำลังหลายสิบนาย ได้ควบคุมตัวนายกานต์พิสิฐไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีญาติพี่น้องและประชาชนมายืนดูจำนวนมาก พร้อมกับส่งเสียงด่าทอสาปแช่ง

         ทั้งนี้ นายกานต์พิสิฐ ได้ชี้จุดที่อ้างว่าถูกพ่อดุด่าและใช้ปืนจี้ โดยมีแม่ยืนอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่ได้ห้ามปราม พร้อมกับรับสารภาพว่า หลังจากที่ตนแย่งปืนจากพ่อได้แล้ว ก็กระหน่ำยิงใส่ทั้ง 2 คน จนหมดแม็ก จากนั้นก็พาไปชี้จุดที่ลากศพแม่ขึ้นไปบนชั้น 2 ยัดไว้ใต้เตียง แล้วลงมาลากศพพ่อไปยัดไว้ในห้องเก็บของใต้บันได โดยในขณะทำแผน น้องชายของผู้ต้องหาและญาติ ได้ตะโกนถามว่าทำกี่คน เพราะไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะทำคนเดียว แต่ผู้ต้องหาก็ยืนยันว่าทำคนเดียว เพราะโมโหพ่อ และยืนยันว่าไม่ได้ติดยาเสพติด

       โดยหลังจากทำแผนแล้วตำรวจได้รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกลับทันที ซึ่งก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ไอเอ็นเอ็น และ มติชน-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1385716181&grpid=&catid=19&subcatid=1905-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2013, 06:36:34 AM


โคตรคนกลโกงในงานวัด : รู้ไว้ใช่ว่า/ไก่ อำนาจ
โดย อำนาจ เกิดเทพ    6 ธันวาคม 2556 13:35 น.

-http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9560000150880-



(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000015782301.JPEG)


     ทุกครั้งที่เห็น "ชิงช้าสวรรค์" ที่ประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีหมุนวนอยู่เมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อายุ 30 ปีขึ้นไปคงจะฮัมท่อนฮุคของเพลงที่มีชื่อว่า "งานวัด" ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
       
        ...เพลิดเพลินเคยเดินด้วยกัน แทะไหมฝันดูรถไต่ถัง
        หยอกเย้าบนชิงช้าสวรรค์ ถ่ายรูปคู่กันกินขนมจีนข้างทาง
        เจาะรั้วปีนต้นไม้ แอบฟังลูกทุ่งวงดังดูหนังขายยา...
       
        พร้อมๆ กันนั้นในจินตนาการก็ให้นึกไปถึงสถานที่ที่ตกแต่งด้วยธงราวสีสันสดใส, แสงไฟประดับประดาหลากสีหลายสัน และภาพบรรยากาศแห่งความสุขของผู้คนทั้งลูกเล็กเด็กแดง คนหนุ่มคนสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ที่จูงมือกันไปสนุกกับกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชิงช้าสวรรค์, ม้าหมุน, สาวน้อยตกน้ำ, เมียงู, มอเตอร์ไซค์ไต่ถัง, ปาเป้า, ปาลูกโป่ง, ปืนลม, รถไฟเด็ก, รถบั๊มพ์, สไลเดอร์, บ้านลม, ตักปลา, ทาสีตุ๊กตา, โยนห่วง, ปากระป๋อง, กงล้อนำโชค, ตะกร้อลอดห่วง, ประกวดร้องเพลง, ชกมวย ฯ
       
        ตลอดจนความบันเทิงจากหนังกลางแปลง, ลิเก, ลำตัด, อีแซว, โนราห์ ฯ รวมไปถึงความอร่อยเพลิดเพลินไปกับอาหารขนมผลไม้อีกเพียบ ทั้ง ก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน, หอยทอด, ข้าวโพดคั่ว, ขนมโป๊งเหน่ง (ลูกตุ้ม, ตุ้มเม้ง), น้ำตาลปั้นรูปร่างสารพัดสัตว์, ถั่วแระ, อ้อยควั่น, ข้าวเกรียบว่าว, ขนมปังที่เอามาร้อยเป็นสร้อยคอ, น้ำหวาน-น้ำผลไม้สีฉูดฉาดบาดตา, ถังแตก, บ้าบิ่น, ลูกชิ้นปิ้ง, ไส้กรอก ฯ
       
        จะเรียกว่าเป็นเฟสติวัลแห่งความสุขในรูปแบบไทยๆ อย่างแท้จริงก็คงจะไม่ผิดมากนัก
       
        อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันรูปแบบของการจัดงานแบบที่เรียกกันว่างานวัดทั้งที่ในวัดเองหรือไม่ใช่ในบริเวณวัดจะยังคงมีให้เที่ยวกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัดรวมถึงงานวัดใหญ่ๆ ที่ขึ้นชื่อในกรุงเทพ ทั้งที่ ภูเขาทอง, วัดอินทร์, วัดหลวงพ่อโบสถ์น้อย ฯ แต่กระนั้นก็ดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่พอสมควร
       
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การเข้ามาของบรรดานายหน้าเอเยนซี่รับจัดงานให้ทั้งหลาย
       
        งานวัดหลายที่เน้นขายของกินของใช้กันเสียจนแทบจะแยกกันไม่ออกเลยทีเดียวว่าตกลงนี่มันงานวัดหรือว่า "ตลาดนัด" กันแน่
       
        พอเข้าใจอยู่ครับในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ที่ย่อมจะต้องเป็นไปตามสภาพของสังคมและกาลเวลาที่ผันแปร แต่กระนั้นที่รับไม่ได้ก็คือในระยะหลังๆ นั้นดูเหมือนว่าคำว่า "งานวัด" เองจะกลายเป็นพื้นที่และช่วงโอกาสทองที่พ่อค้า-แม่ค้าบางส่วนจะตั้งใจมาเอากำไรเอาเอาเปรียบคนมาเที่ยวงานไปแล้ว
       
        ขนมจีนกระดาษทิชชู่ (อันนี้่เคยเจอกับตัว), อาหารที่เติมผงชูรสชนิดที่ว่ากินเข้าไปแล้วปากเจ่อ, ขนมสีฉูดฉาดที่ไม่รู้เหมือนกันว่าใช้สีที่เป็นอันตรายหรือไม่ แถมบางเจ้าก็อัดสารกันบูด-กันเน่าเข้าไปเพราะหวังจะให้ของอยู่นานๆ อีกต่างหาก
       
        รวมไปถึงกิจกรรมการละเล่นต่างๆ ที่สังเกตให้ดีนะครับว่าไม่ว่าจะงานวัดไหนพวกนี้ก็จะซ้ำหน้าและคล้ายๆ กันตลอด
       
        จริงๆ การที่หลายคนที่ไปเที่ยวงานวัดแล้วเข้าไปเล่นกิจกรรมในส่วนต่างๆ อย่างพวกที่โฆษณาว่าเป็นเมียงูครับเมียงู, บ้านผี, สัตว์แปลกๆ หาดูยาก พวกนี้ต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเข้าไปแล้วจะเจอะเจอกับอะไร หรือจะเป็นเกมที่ของรางวัลล่อตาใจ ทั้ง ตุ๊กตา นาฬิกา เหล้า ฯ นั้นต่างก็ไม่ได้หมายหมั้นปั้นมือถึงขนาดที่ว่าจะไปตามล่าเอาของรางวัลนั้นๆ แบบเอาจริง เอาจังอะไรหรอกครับ
       
        ส่วนมากที่เห็นก็เพราะนึกสนุก ได้ไม่ได้ก็ช่างมัน
       
        เช่น ปาลูกโป่ง แม่ค้าพ่อค้าก็จะใช้เทคนิก ทำลูกดอกแบบพิเศษ แบบไม่มีน้ำหนักบ้าง, ตูดหนักกว่าด้านปลายแหลม ขณะที่ลูกโป่งก็อัดลมไม่ให้ตึง การปาให้แตกนั้นจะยากอยู่พอสมควร (กรณีนี้ถ้าใครอยากปาได้ของรางวัลแนะนำว่าให้เลือกลูกดอกดีๆ หรือจะลงทุนพกเอาลูกดอกไปเองก็ได้ถ้าร้านเขาอนุญาตนะ 555)
       
        กิจกรรมทื่ต้องใช้ "ปืน" ชนิดต่างๆ เป็นอุปกรณ์ อันนี้ส่วนใหญ่ทางร้านจะมีการปรับแต่งความแรงของมันไว้แล้ว หรือถ้าต้องยิงตัวตุ๊กตา ตัวตุ๊กตาเองจะมีการถ่วงน้ำหนักเอาไว้ไม่ก็วางจนเบียดกัน ต่อให้ยิงโดนมันก็จะไม่ตก
       
        เช่นเดียวกับการปาลูกเทนนิสใส่กระป๋องที่ก็จะมีการถ่วงน้ำหนักบางกระป๋องเอาไว้ ถึงปาตกมันก็ยังตั้งอยู่ได้
       
        โยนห่วงคล้องคอขวด คล้องซองบุหรี่ โยนบอลชิ่งผนัง ฯ พวกนี้นอกจากจะต้องสู้กับเทคนิกของอุปกรณ์แล้ว ฝีมือกับดวงก็มีส่วนพอสมควร
       
        ส่วนประเภทที่เป็นการเสี่ยงโชคที่นับวันต้องบอกว่าจะดูโจ๋งครึ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งทำให้งานวัดไม่ต่างอะไรไปจากบ่อนหรือคาสิโนเคลื่อนที่ไปแล้ว ทั้ง บิงโก, หนูลงรู, ทายเลขจากการหมุนเหรียญ 3 - 8 , วัดดวงจากการหมุนวงล้อ, แทงสูง - ต่ำ, น้ำเต้า-ปู-ปลา, ปั่นแปะ ฯ พวกนี้ขอแนะนำว่าอย่าเข้าไปยุ่งเป็นอันขาดครับ เพราะนอกจากจะมีวิธีการโกงที่แยบยลแล้ว พวกนี้ยังมี "หน้าม้า" ที่พร้อมจะกลายเป็นนักเลงหิ้วเราออกมาได้ตลอดเวลา
       
        แต่รู้ทั้งรู้ว่ากระนั้นหลายคนก็เล่นนะครับ เพราะอย่างที่บอกครับคือเอาสนุก เอาบรรยากาศ และที่สำคัญแต่ละเกมค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงอะไรมากมาย
       
        5 บาทมั้ง 10 บาทมั่ง 20 บาทมั่ง
       
        ทว่ากับล่าสุดที่เจอมาด้วยตนเองในงานวัดหน้าซอยวัดดาวฯ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ที่จะมีในวันที่ 3 - 4 - 5 ธันวาคม ของทุกๆ ปีนั้นต้องบอกว่าเกินไป
       
        เกมที่ว่าก็คือยิงหนังสติ๊กให้ซองสี(บางร้านอาจจะเป็นซองบุหรี่)ที่ตั้งอยู่บนกระป๋องตกโดยที่กระป๋องไม่ล้ม ซึ่งบนป้ายภายในร้านนั้นเขียนระบุรายละเอียดแบบบรรทัดต่อบรรทัดว่า...
        อ่านก่อนยิง 20 บาท
        1 ลูกยิงซอง
        สีให้ตกจากกระป๋อง
        กระป๋องห้ามตก
        ตก 1 ซองรับทันที
        ตุ๊กตา 2 ตัว
        หรือเหล้า 1 กลม
        พัดลม หม้อหุงข้าว
        เครื่องใช้ไฟฟ้า...
       
        ขณะที่หน้าร้านมีถาดเล็กๆ ใส่ลูกกระสุนไว้ถาดละ 5 ลูกพร้อมหนังสติ๊กวางเรียงรายกันอยู่เป็นชุดๆ
       
        อันที่จริงๆ ก็รู้อยู่แหละครับว่าโอกาสที่จะเล่นตามกติกาเพื่อให้ได้มารางวัลนั้นเป็นไปได้ยากหรือเแทบจะป็นไปไม่ได้เลย เนื่องเพราะซองสีนั้นมีการถ่วงน้ำหนักเอาไว้ให้มีน้ำหนักที่มากกว่าน้ำหนักกระป๋อง ต่อให้มีฝีมือหรือว่าฟลุคยิงถูกเฉพาะซองบุหรี่กระป๋องก็จะล้มอยู่ดี
       
        แต่ด้วยความที่เด็กๆ เคยเข้าใจว่าตัวเองก็เซียนหนังกะติ๊กคนหนึ่งผมก็เลยอยากลองเล่นขำๆ
       
        "ชุดละ 20 บาทนะเจ๊ๆ" ผมถามย้ำเพราะกลัวว่าจะมีการหมกเม็ดซ่อนเงื่อนเล่นคำระหว่างบรรทัดบนป้ายที่เขียนไว้หรือไม่?
       
        "ค่ะ กติกาตามป้ายเลยค่ะ"
       
        เพื่อความชัวร์ผมก็เลยควักเงินจ่ายไปก่อนเลย 20 บาท ยิงไปลูกแรก คว้าลูกที่ 2 ขึ้นมายิงก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะว่าอะไร ก็เลยยิงไปจนหมดถาด โดยมีน้องที่ไปด้วยนึกสนุกขอลองเล่นบ้าง
       
        ยิงเสร็จน้องคนที่ว่าก็ควักแบงค์ 20 จ่ายให้ไป พร้อมกำลังจะเดินออก เสียงพนักงานก็บอกว่า ยังขาดอีก 160 บาท
       
        ...เอาแล้วไง... ผมนึกใจใน
       
        "ลูกละ 20 บาทถาดละ 100" คราวนี้พนักงานบอกชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับบอกว่าป้ายก็เขียนบอกไว้แล้ว
       
        จริงครับ จริงตามที่พนักงานบอก ป้ายเขียนระบุบอกไว้จริงๆ ด้วยว่า "1 ลูก 20 บาท 1 ถาด 100"
       
        แต่ไอ้บรรทัดสุดท้ายนั้นนอกจากตัวจะเล็กกว่าชาวบ้านแล้วมันยังมีของวางอยู่เต็มไปหมดเลย จะเห็นบรรทัดสุดท้ายจริงๆ ก็ต้องเอาของออกหรือไม่ก็ต้องเดินอ้อมไปดูข้างๆ ตามภาพที่ถ่ายมาให้ดูกัน (ส่วนป้ายที่ติดหน้าร้านบรรทัดสุดท้ายก็มองไม่เห็นเช่นกัน)
       
        นอกจากจะไม่บอกให้ชัดๆ ในร้านยังมีหน้าม้าคอยทำให้เราเขวอีก
        "ยิงเลยน้อย 20 เอง...เสียดายอะไร....มาเที่ยวทั้งที...เนี่ยพี่ได้มาแล้ว 2 ขวด" หน้าม้าที่เป็นคนว่าพลางคว้าหนังสติ๊กยิงอย่างเพลิดเพลิน แถมยังยิงตกให้เราเห็นเสียอีก (ซึ่งก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเทคนิกในการล่อลูกค้าอีกนั่นแหละ)
       
        สังเกตดูมีคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อเกือบจะทุกคนเลยครับ แล้วแต่ละคนนั้นต่างก็โดนกันไม่ใช่น้อยๆ 300 บ้าง 400 บ้าง 500 บ้าง
       
        บางคนอาจจะมองว่าไม่ได้เยอะอะไร ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าสำหรับคนที่มาเที่ยวงานวัดนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปหาใช่เศรษฐีมีเงินถุงเงินถังซะที่ไหน
       
        ที่สำคัญยิ่งกว่าพวกพ่อค้าแม่ค้าเห็นแก่ได้หากินที่นึงเสร็จก็ย้ายไปอีกที่หนึ่งพวกนี้แหละครับนับวันดูเหมือนจะยิ่งระบาดและทำลายความสนุกสนานความรื่นเริงของบรรยากาศแบบงานวัดมากยิ่งขึ้นไปทุกทีๆ
       
        คงเป็นเรื่องยากครับที่จะเอาผิดหรือจะหวังว่าอาจจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสักหน่วยงานนึงเข้ามาดูแลตรวจสอบพวกที่ทำมาหากินแบบนี้
       
        เอาเป็นว่า ถ้าใครเจอร้านนี้ที่ไหน ช่วยทำหนังสติ๊กสะบัดลูกกระสุนใส่พวกมันสักคนละลูกสองลูกก็จะขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยครับ
       
        แค้นนะเฟ้ย...สาดดดดด


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000015782302.JPEG)

ใครจะไปมองเห็น


http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9560000150880 (http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9560000150880)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2013, 06:42:30 AM
ความปลอดภัยของลูกค้าในการใช้บริการที่เทสโก้โลตัส

-http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7659.0.html-

ความปลอดภัยของลูกค้าในการใช้บริการที่เทสโก้โลตัส

-http://board.palungjit.com/f179/พระวังหน้า-ที่หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรเสก-ถ้าต้องการที่จะได้-22445-2561.html-

เนื่องด้วยในวันที่ 13 เมษายน 2555 ผมได้ไปซื้อของที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก ผมซื้อสินค้าไปหลายอย่าง พอกลับมาถึงบ้าน ก็ได้ช่วยกันนำของที่ซื้อมา ไปใส่ไว้ในตู้เก็บสินค้า(ที่ซื้อมา) ในระหว่างนั้น ภรรยาผมได้หิ้วถุงที่ทางห้างเทสโก้โลตัส ใส่ขวดน้ำปลา 2 ขวด และ ขวดน้ำมันพืชอีก 1 ขวด จากที่จอดรถในบ้าน ไปที่ในครัว ปรากฎว่า ถุงที่ใส่ขวดน้ำปลา 2 ขวด และ ขวดน้ำมันพืชอีก 1 ขวด เกิดขาด ทำให้ขวดน้ำปลาหล่นใส่เท้าภรรยา ทำให้ภรรยาผมปวดมาก ผมก็พาภรรยาไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางกอก 9ฯ คุณหมอก็ได้ยามาทานที่บ้าน พร้อมทั้งทำแผลให้

ขวดน้ำปลาที่ตกใส่เท้า เป็นรอยร้าวที่ก้นขวด ทุกวันนี้ผมยังเก็บขวดน้ำปลาขวดนั้นไว้ เผื่อไว้ในการตรวจสอบว่า การหล่นลงที่เท้านั้น ขนาดทำให้ขวดน้ำปลาร้าวได้ จะทำให้ภรรยาผมปวดได้มากขนาดไหน


ในวันที่ 17 เมษายน 2555 ผมได้มีจดหมายไปถึง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) แจ้งเรื่องความปลอดภัยของลูกค้า และแนะนำในเรื่องของถุงบรรจุสินค้า และ การอบรมพนักงานในเรื่องความสามารถในการรับน้ำหนักของถุงในการบรรจุสินค้า โดยให้ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) แจ้งในเรื่องดังกล่าวกลับมาให้ผมทราบเป็นรายลักอักษรภายใน 45 วัน



ปรากฎว่า ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) มิได้ตอบกลับมา ทางผมจึงได้แจ้งไปที่ สคบ.(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) โดยใช้บันทึกคำร้องทุกข์ของสคบ. แบบ สคบ.(คร.)01 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2555



ทางสคบ.ได้มีจดหมายมาถึงผม จดหมายลงวันที่ 26 มิถุนายน 2555 แจ้งให้ทราบว่า ทางสคบ.ได้แจ้งให้ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อได้ผลเป็นประการใด จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง




หลังจากนั้นผมได้รับแจ้งจากทางสคบ.โดยมีจดหมายมาหาผม จดหมายลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 ว่า ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ได้ชี้แจงมาให้ทางสคบ.ทราบในข้อเท็จจริงแล้ว และทางสคบ.ให้แจ้งผลว่า ผมจะมีข้อโต้แย้งหรือไม่ หากมีข้อโต้แย้ง ให้โต้แย้งภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้



รายละเอียดที่ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) แจ้งมาก็คือ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ดังนี้

1.ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ได้แจ้งว่า มีนโยบายในการรับผิดชอบต่อลูกค้าและให้ความช่วยเหลือลูกค้าในกรณีได้รับอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับบริษัทฯ และทางเทสโก้โลตัสได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงใยไปยังผู้ร้อง(คือผม) แล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2555

2.ได้มีการทำสอบคุณภาพของถงพลาสติคว่า สามารถใส่ของได้ 6 - 10 กิโลกรัม แต่ในทางปฎิบัติทางบริษัทฯ จะอบรมพนักงานให้ซ้อนถุง 2 ใบ หากพิจารณาเห็นว่า น้ำหนักและประเภทสินค้าทำให้ถุงฉีกขาดง่าย หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ของผู้ร้อง(คือผม) ทางบริษัทฯได้รับปรุงคุณภาพของถุงพลาสดิคขึ้นมาอีก 2 รุ่น และเริ่มใช้ในบางสาขาแล้ว

3.บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) แสดงความเสียใจในเหตุที่เกิดขึ้น






จากคำชี้แจงของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ทำให้ผมมีจดหมายไปที่ สคบ.อีกครั้งในวันที่ 18 มิถุนายน 2555 โดยแจ้งว่า

เดี๋ยวมาต่อตอนค่ำครับ

บัดนี้ข้าพเจ้า ยังมิได้รับเอกสารในการชี้แจงในเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้า จากบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส)เลย ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส)มิได้ใส่ใจในเรื่องดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงขอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวให้ด้วย เพื่อมิให้ผู้บริโภค(ลูกค้าของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส)ท่านอื่นๆ) ประสบกับอุบัติเหตุเช่นนี้

และทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) ควรมีความใส่ใจกับผู้บริโภคให้มากกว่านี้ เพราะหากว่า ผู้บริโภคท่านอื่นอาจจะมิได้มีการทำประกันอุบัติเหตุ ก็อาจจะต้องเสียเงินในการเดินทางและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ควรต้องเสียไป ที่สำคัญไม่ควรต้องเจ็บตัวในเหตุที่สามารถป้องกันได้หากบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) มีความรอบคอบ , มีความใส่ใจในการให้บริการมากกว่านี้ครับ พร้อมนี้ข้าพเจ้าส่งเอกสารต่างๆที่ข้าพเจ้าได้ส่งไปที่บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) โดยผู้จัดการของเทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก เป็นผู้ที่รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555

ส่วนการบาดเจ็บของภรรยาของข้าพเจ้า ทางภรรยาของข้าพเจ้าและข้าพเจ้ามิได้ติดใจในการเรียกร้องในค่าเสียหายต่างๆจากทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) แต่ต้องการให้บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคมในเรื่องของถุงบรรจุสินค้าให้มีความทนทานมากกว่านี้ และการจัดอบรมพนักงานในเรื่องของการรับน้ำหนักของถุงบรรจุสินค้าและอื่นๆที่เกี่ยวข้องครับ
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2013, 06:43:28 AM
วิสัยทัศน์ พันธกิจของ สคบ.

วิสัยทัศน์ (VISION)
เป็นองค์กรกลางในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างทั่วถึง เป็นธรรม สร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
พันธกิจ
1. บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค
2. พัฒนากฎหมายและนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้ทันต่อเหตุการณ์
3. สร้างเครือข่ายผู้บริโภคและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
4. เผยแพร่ความรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้บริโภครู้จักปกป้องและรักษาสิทธิของตนเอง

ยุทธศาสตร์ การทำงานของ สคบ.
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1. การกำกับดูแลด้านนโยบายและการบริหารจัดการองค์กร
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2. การบูรณาการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3. การพัฒนาการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและคุณภาพการให้บริการ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4. การพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคให้เกิดความตระหนักในการปกป้องสิทธิของตนเอง

เป้าประสงค์
1. กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงไปสู่แผนการปฏิบัติงานแบบมุ่งเน้นผลงาน
2. กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคมีประสิทธิภาพ
3. การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
4. เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคมีความทันสมัย
5. บุคลากรมีความรู้ความสามารถทันต่อเหตุการณ์
6. เครือข่ายการคุ้มครองผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
7. กลไกการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคภายในกรอบอาเซียนมีประสิทธิภาพ
8. รูปแบบการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคและการติดตามประเมินผลมีประสิทธิภาพ
9. ประชาชนมีความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ
10. ประชาชนสามารถรับทราบข่าวสาร และเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
11. มีองค์ความรู้และศึกษาวิจัยด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่หลากหลาย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ปัจจุบัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา20 ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้บริโภค
มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บริโภค
2. ติดตามและสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และจัดให้มีการทดสอบหรือ
พิสูจน์สินค้าหรือบริการใดๆ ตามที่เห็นสมควรและจำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
3. สนับสนุนหรือทำการศึกษาและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองของผู้บริโภคร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานอื่น
4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการศึกษาแก่ผู้บริโภคในทุกระดับการศึกษาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและอันตรายที่อาจได้รับ จากสินค้าหรือบริการ
5. ดำเนินการเผยแพร่วิชาการ และให้ความรู้และการศึกษาแก่ผู้บริโภคเพื่อสร้างนิสัยในการบริโภคที่เป็นการส่งเสริมพลานามัย ประหยัดและใช้
ทรัพยากรของชาติให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
6. ประสานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมส่งเสริม หรือกำหนดมาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอบหมาย

ภารกิจและอำนาจหน้าที่ของ สคบ.

สคบ. ช่วยเหลือผู้บริโภคได้อย่างไร


รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค

ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินการต่อไป ผู้บริโภคทุกท่านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับอันตรายจากสินค้าหรือบริการใด สามารถร้องเรียนมาที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง
ผู้บริโภค ทำเนียบรัฐบาล กทม.10300 โดยการเขียน จดหมาย ส่งตู้ ป.ณ. 99 กรุงเทพฯ 10300 หรือมาด้วยตนเอง หรือโทรศัพท์
สายด่วนร้องทุกข์โทร. 1166การร้องเรียน หรือการช่วยกันสอดส่องและแจ้งมายังสำนักงานฯ นั้นเป็นสิทธิที่ ผู้บริโภคพึง กระทำได้ นอกจากนั้นยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้ผู้ประกอบธุรกิจได้สำนึกและบรรเทาการเอารัดเอาเปรียบต่อผู้บริโภคได้บ้าง และประการสำคัญก็คือ เป็นการช่วย ให้สำนักงานฯ ทราบปัญหาของผู้บริโภคและดำเนินการช่วยเหลือได้เต็มที่ ซึ่งในการช่วยเหลือผู้บริโภคในด้านนี้ สำนักงานฯ มี สายงานที่รับผิดชอบอยู่โดยตรง คือ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลากและ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา โปรดระลึกอยู่เสมอว่าท่านไม่จำเป็นต้องอดทนต่อความไม่ปลอดภัยหรือการเอารัดเอาเปรียบ จากผู้ประกอบธุรกิจอีกต่อไป ผู้บริโภคทุกท่านมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง





ติดตาม และสอดส่องพฤติกรรม


พฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และจัดให้มี การทดสอบหรือพิสูจน์สินค้า หรือบริการใดๆตามที่เห็นสมควรและจำเป็น เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ทั้งนี้ เพราะในปัจจุบันมีการเสนอสินค้าหรือบริการต่างๆ ต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้วิธีการและเทคนิคใหม่ๆ ในทางการตลาดและทางการโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย โดยทั่วไปผู้บริโภคไม่อาจทราบภาวะตลาดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณภาพและราคา ของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง สำนักงานฯ จึงต้องมีบทบาทในการติดตามและสอดส่อง พฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจ และดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์ในบางครั้ง เป็นการช่วยเหลือ ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมตามสมควร





สนับสนุนหรือทำการศึกษาและวิจัยปัญหา





เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานอื่น เพื่อที่จะได้ดำเนินการช่วยเหลือ ผู้บริโภคได้ตรงกับปัญหาและความต้องการ ตัวอย่างในการดำเนินการในข้อที่ผ่านมาได้แก่ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาปราบศัตรูพืชและการสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น





ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการศึกษาแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค





ในทุกระดับการศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยและอันตรายที่อาจได้รับจากสินค้าหรือบริการผู้บริโภคควรจะได้ เรียนรู้และเข้าใจปัญหาตลอดจนวิธีการป้องกันหรือหลีกเลี่ยง เพื่อที่จะได้สามารถคุ้มครองตนเองในเบื้องต้นก่อนนอกเหนือจากความช่วยเหลือจากรัฐบาลการส่งเสริมและการสนับสนุนให้มีการศึกษาแก่ผู้บริโภคในทุกระดับจึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญ อันหนึ่งของสำนักงานฯ

ดำเนินการเผยแพร่วิชาการ



ให้ความรู้และการศึกษาแก่ผู้บริโภค เพื่อสร้างนิสัยในการบริโภคที่เป็นการส่งเสริมพลานามัย ประหยัด และใช้ทรัพยากร ของชาติให้เป็นประโยชน์มากที่สุด โดยสำนักงานฯ มีสายงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรงคือ กองเผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์ ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ ทางวิชาการ
ในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ทั้งทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อยู่เป็นประจำ นอกจากนั้นยังมีเอกสาร บทความ ข่าวสาร จากสำนักงานฯ แจกฟรีแก่ผู้สนใจอีกด้วยเป็นการส่งเสริม ให้ผู้บริโภคมีความรู้พื้นฐานในด้านต่างๆ อย่างกว้างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวันการเผยแพร่ความรู้ของสำนักงานฯ นั้นส่วนใหญ่จะเสนอสาระประโยชน์ด้วยถ้อยคำและภาษาที่เข้าใจง่ายแต่แฝง ความรู้ทางวิชาการไว้




ประสานงานกับส่วนงานราชการ




หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมส่งเสริม หรือกำหนดมาตรฐานของสินค้าหรือบริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค สคบ. มีสายงานรับผิดชอบในด้านนี้คือ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลากและกองคุ้มครอง ผู้บริโภคด้านสัญญา ทำงานประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย และเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ดังนี้
- สินค้าที่เป็นอันตราย เช่น อาหารผสมสีย้อมผ้า อาหารไม่บริสุทธิ์
- สินค้าที่ไม่ปลอดภัย เช่น พืชผลไม้ซึ่งมียาป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ จะประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามที่เห็นสมควร
- สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน เช่น น้ำมันปลอมปน สินค้าเลียนแบบ
- สินค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น ขายสินค้าเกินราคา สินค้าที่มีปริมาณไม่ตรงตามมาตราชั่ง ตวง วัด จะประสานงานกับกรม การค้าภายในกรมทะเบียน
การค้าและเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจออกดำเนินการตรวจสอบ จับกุมและดำเนินคดี
- บริการที่เอาเปรียบผู้บริโภค สินค้าหรือบริการที่โฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความเป็นจริง สินค้าที่แสดงฉลาก หลอกลวงคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะกำหนดมาตรการในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเหล่านี้ด้วยและสำนักงานฯ ก็มีหน้าที่ติดตามสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจ เหล่านั้นอยู่เสมอ





ปฏิบัติงานอื่นๆตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอบหมาย





ที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือการแจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิด ความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้บริโภค โดยอาจระบุชื่อสินค้าหรือบริการหรือชื่อของผู้ประกอบธุรกิจด้วยก็ได้ นอกจากนั้นยังมีการประสานงานเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนราชการหรือ หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ ให้ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด หรือกล่าวง่ายๆ คือ เป็นตัวแทนของผู้บริโภค คอยประสานงานเร่งรัดให้หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ ดำเนินการ เพื่อคุ้มครองประโยชน์สุขของผู้บริโภค ประการสุดท้ายที่สำคัญคือสำนักงานฯ ยังมีกองนิติการซึ่งรับผิดชอบใน ด้านกฎหมายสามารถจะดำเนินการคดีเพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของ ผู้บริโภคในศาลตามที่คณะกรรมการ มอบหมายและฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ร้องขอได้ด้วย
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2013, 06:44:58 AM
หลังจากจดหมายฉบับล่าสุด (ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2555) ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ได้มีโทรศัพท์มาถึงผม 2 ครั้ง ในครั้งแรกเป็นทางสำนักงานใหญ่ของทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) โทร.มาแสดงความเสียใจและขอข้อมูลในเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนครั้งที่สอง ได้มีโทรศัพท์จากทางผู้จัดการสำนักงานเขตที่ดูแลสาขาบางปะกอก ได้โทร.มาแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งจะขอแสดงความรับผิดชอบในเหตุที่เกิดขึ้น อยากจะมาพบกับผมเพื่อแสดงความเสียใจ อีกทั้งขอข้อมูลต่างๆในเหตุที่เกิด

ผมได้ให้คำแนะนำในเรื่องของการบริการไป อีกทั้งแจ้งว่า หากผมให้คะแนนในการบริการของผู้จัดการสาขาบางปะกอก ผมให้ได้เพียง 10 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เนื่องจากในวันที่ผมไปส่งจดหมายถึงบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ทางผู้จัดการสาขาบางปะกอก ได้มองผมในลักษณะที่ไม่ดีเลย และไม่ได้สนใจและใส่ใจในเหตุที่เกิดขึ้นเลย และยังมีการโกหกกับทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) , มีการโกหกกับ สคบ. และผม ว่า ได้มีการแจ้งแสดงความห่วงใยในอาการบาดเจ็บของภรรยาผม และไม่ได้มีคำขอโทษออกมาจากจดหมาย(ที่ผู้อำนวยการร้าน เทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอกที่โกหก) เลย

--------------------------------------

การที่เราเป็นผู้บริโภค หากมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร , ใช้บริการสถานที่ใด หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ควรปกป้องสิทธิของตนเองเสมอ

ข่าวในเรื่องต่างๆในปัจจุบัน มักพบเสมอว่า มีผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทฯต่างๆ หรือ จากหน่วยงานต่างๆของรัฐเสมอ

เราควรจะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง เพื่อมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบครับ

ในเรื่องนี้ หากมีความคืบหน้า ผมจะมาแจ้งให้ทราบกันครับ

เท่าที่เห็น ส่วนใหญ่แล้วบริษัทฯใหญ่ๆ  จะมีนโยบายที่สวยหรู เลิศเลอ อลังการ  ตามแต่ที่จะสรรหามาเขียน

แต่ไม่สามารถที่จะนำนโยบายที่สวยหรู เลิศเลอ อลังการ  ทำปฎิบัติให้เป็นรูปธรรมได้เลย

หลังจากที่เกิดเหตุขึ้น  ผมก็ไม่เคยกลับไปซื้อสินค้าที่เทสโก้โลตัสอีกเลย

ผมและภรรยา  ไปซื้อสินค้าต่างๆ ที่บิ๊กซี หรือ เดอะมอลล์แทน

บอกตามตรงว่า  กลัวโดนอีก

เมื่อก่อนขนาดบอกพนักงาน(ของเทสโก้โลตัส บางปะกอก) ให้ซ้อนถุงให้  พนักงานกลับบอกว่า รับน้ำหนักได้  ไม่ต้องซ้อนถุง แถมทำสีหน้าไม่ดีอีกต่างหาก


----------------------------------------

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ P184
ผมก็เห็นด้วยนะครับ
เราเป็นผู้บริโภค เราซื้อสินค้าเขาโดยมีเงินเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน

สิทธิของเราควรรักษา
อยากให้ประเทศไทยเป็นอย่างต่างประเทศเร็วๆครับ
ความจริงถ้าเกิดกับชาวต่างชาติผมว่าเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตแล้วครับ
แต่เราคนไทยชอบประนีประนอม แต่ไม่ควรยอมความนะผมว่า
แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว จขกทไม่เอาความก็ถือว่าผ่านไป
ก็ขอให้โชคดีนะครับ ต่อไปนี้ก็จะมีแต่เรื่องดีๆครับ

-------------------------------------------------------------------------



ยังไม่หมดเรื่องครับ

ผมยังคงให้ทาง สคบ.ดำเนินการกับเทสโก้โลตัส ต่อไปอยู่ ผมจะให้ สคบ.ตักเตือนเป็นหนังสือไปที่เทสโก้โลตัส และต้องตักเตือนผู้อำนวยการร้านเทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก ในเรื่องการบริการและการโกหกบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) , โกหก สคบ.และผม ในเรื่องจดหมายของสาขาบางปะกอกฯ

เรื่องจดหมายที่ผู้อำนวยการร้านเทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก ในเรื่องการบริการและการโกหกบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) , โกหก สคบ.และผม จะทราบได้ว่า ส่งมาให้ผมจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จาก ใบเสร็จรับเงินของไปรษณีย์ จะมีเลขที่ของการส่งจดหมาย ว่ามีการส่งจากไหน ไปไหน วันไหน มีให้ตรวจสอบได้หมด
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2013, 06:47:11 AM
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sithiphong
หลังจากจดหมายฉบับล่าสุด (ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2555) ทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ได้มีโทรศัพท์มาถึงผม 2 ครั้ง ในครั้งแรกเป็นทางสำนักงานใหญ่ของทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) โทร.มาแสดงความเสียใจและขอข้อมูลในเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนครั้งที่สอง ได้มีโทรศัพท์จากทางผู้จัดการสำนักงานเขตที่ดูแลสาขาบางปะกอก ได้โทร.มาแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งจะขอแสดงความรับผิดชอบในเหตุที่เกิดขึ้น อยากจะมาพบกับผมเพื่อแสดงความเสียใจ อีกทั้งขอข้อมูลต่างๆในเหตุที่เกิด

ผมได้ให้คำแนะนำในเรื่องของการบริการไป อีกทั้งแจ้งว่า หากผมให้คะแนนในการบริการของผู้จัดการสาขาบางปะกอก ผมให้ได้เพียง 10 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เนื่องจากในวันที่ผมไปส่งจดหมายถึงบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ทางผู้จัดการสาขาบางปะกอก ได้มองผมในลักษณะที่ไม่ดีเลย และไม่ได้สนใจและใส่ใจในเหตุที่เกิดขึ้นเลย และยังมีการโกหกกับทางบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) , มีการโกหกกับ สคบ. และผม ว่า ได้มีการแจ้งแสดงความห่วงใยในอาการบาดเจ็บของภรรยาผม และไม่ได้มีคำขอโทษออกมาจากจดหมาย(ที่ผู้อำนวยการร้าน เทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอกที่โกหก) เลย

--------------------------------------

การที่เราเป็นผู้บริโภค หากมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร , ใช้บริการสถานที่ใด หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ควรปกป้องสิทธิของตนเองเสมอ

ข่าวในเรื่องต่างๆในปัจจุบัน มักพบเสมอว่า มีผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทฯต่างๆ หรือ จากหน่วยงานต่างๆของรัฐเสมอ

เราควรจะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง เพื่อมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบครับ

ในเรื่องนี้ หากมีความคืบหน้า ผมจะมาแจ้งให้ทราบกันครับ

.
 

ผมได้รับจดหมายจากผู้จัดการเขต แผนกปฏิบัติการค้าปลีก ของเทสโก้โลตัส แจ้งมาว่า ทางเทสโก้โลตัสรู้สึกเสียใจและกราบขออภัยมา และสัญญาว่า จะนำข้อร้องเรียนนี้ไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการให้บริการต่อไป
__________________



ผมยังไม่ตอบกลับไปยังเทสโก้โลตัส แต่จะรอจดหมายจากทาง สคบ. และแจ้งกลับไปที่ สคบ.

ประเด็นที่คงต้องแจ้งไปที่สคบ. ก็คือ
1.ให้สคบ.ตักเตือน บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ให้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายของบริษัท และตามที่ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ได้โฆษณาในเรื่องของ เทสโก้โลตัส เราใส่ใจคุณ

2.ให้ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) ทำหนังสือตักเตือน ผู้อำนวยการร้าน เทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก ในเรื่องของการให้บริการกับลูกค้า ในเรื่องของการแสดงออกในกริยาของการรับเรื่องร้องเรียนในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการร้าน เทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก , ในเรื่องที่ไม่ให้ผู้อำนวยการร้านเทสโก้โลตัส สาขาบางปะกอก โกหกต่อ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด(เป็นสำนักงานใหญ่ของเทสโก้โลตัส) โกหกกับ สคบ. และ ลูกค้า และ นำไปเป็นตัวอย่างไม่ให้ผู้อำนวยการร้าน หรือ ผู้จัดการร้านเทสโก้โลตัส สาขาอื่น นำไปเป็นเยี่ยงอย่างในการปฎิบัติงาน

ผมจะรอดูว่า เป็นเพียงทฤษฎีที่เขียนไว้สวยหรู

หรือ สามารถนำมาปฎิบัติได้จริง

การชี้แจง ต้องเปิดเผยได้ หากมีความโปร่งใสจริง

.------------------------------------.

เทสโก้ โลตัส
จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
TESCO LOTUS CODE OF BUSINESS CONDUCT

-http://www.tescolotus.com/left.php?lang=th&menu=corporate_th&data=profile-
-http://tescolotus.com/codebusinessconduct_t.pdf-
codebusinessconduct_t.pdf (473.4 KB, 0 views)

-http://board.palungjit.com/f179/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-22445-2561.html-

-http://board.palungjit.com/f6/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%AA-353803.html-


วันนี้ ทางสคบ.นัดผมและเทสโก้โลตัส ไปที่ สคบ.(ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ)



ก็ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ของสคบ.และเทสโก้โลตัส ทางตัวแทนของเทสโก้โลตัส ได้แจ้งขอโทษกับผม


ผมมีหนังสือไปถึง สคบ.และเทสโก้โลตัส ซึ่งเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของผมที่จะมีไปถึง สคบ.และเทสโก้โลตัส ตามรายละเอียดด้านล้าง












ทางสคบ.ได้ไกล่เกลี่ยระหว่างผมกับเทสโก้โลตัส โดยให้ทางเทสโก้โลตัส มอบเงินสินไหมให้ และให้ผมกับตัวแทนของเทสโก้โลตัส ลงนามในบันทึกการไกล่เกลี่ย ในกรณีนี้




ในหนังสือแจ้งว่า จะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องรับทราบ

แต่ผมมองว่า เรื่องนี้ ควรให้บุคคลภายนอกรับทราบไว้ เพื่อเป็นการเรียนรู้ในการปกป้องสิทธิของตนเอง

นี่เป็นเงินสินไหมที่ทางเทสโก้โลตัสได้มอบให้ผม และผมจะนำเงินทั้งหมด ไปทำบุญตามที่ผมได้แจ้งไว้



ส่วนหลักฐานการโอนเงินร่วมทำบุญ ผมจะมาแจ้งให้ทราบ จะได้ร่วมกันโมทนาบุญในครั้งนี้ครับ

สุดท้ายนี้ ผมฝากไว้ว่า เรามีสิทธิตามระบอบรัฐธรรมนูญ เราต้องใช้สิทธิและปกป้องสิทธิของเราที่พึงมีและพึงได้ อย่าให้ผู้ผลิตสินค้า หรือ ผู้ขายสินค้า มาเอารัดเอาเปรียบ แต่ไม่ใช้ในการอ้างสิทธิของตนเอง ไปหาผลประโยชน์กับผู้อื่น
และหากผู้ผลิตสินค้า หรือ ผู้ขายสินค้า มีจรรยาบรรณที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมที่ดี สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก ที่สำคัญลดความเสี่ยงให้กับผู้บริโภคได้ด้วย ทุกวันนี้ไม่ว่าใครก็ตาม ตกอยู่ในความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ , ออกจากบ้านไปทำงาน หรือออกจากบ้านไปสถานที่ต่างๆ ก็มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก แม้แต่อยู่ในบ้านของตนเองก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงเช่นกัน ความเสี่ยงที่ว่านั้นก็คือ ความเสี่ยงในการได้รับอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม และความเสี่ยงนี้ ในบางเรื่องก็ถึงแก่ขีวิตก็มีมาก ตามข่าวต่างๆที่ได้เสนอออกมาจากสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ , วิทยุ , หนังสือพิมพ์ หรือสื่อตามออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น

ขอให้ทุกๆท่านโชคดีครับ
sithiphong
3/9/2555


อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sithiphong
สภากาชาดไทย

-http://www.redcross.or.th/home/-

โรงพยาบาลสงฆ์

-http://www.priest-hospital.go.th/donate/#-

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
-http://www.rajaprajanugroh.org/intro.aspx-


----------------------------------------


ขอเชิญร่วมโมทนาบุญกับผม , ผบทบ.ผม และเพื่อนผมกันครับ

เงินที่เทสโก้โลตัสได้มอบค่าสินไหมให้กับผบทบ.ผม จำนวน 2,500 บาท ผมได้ทำบุญเรียบร้อยแล้ว และผมได้นำเงินที่ผมทำบุญ(ทุกวัน) ทำบุญเพิ่มเติมอีก

และเพื่อนผมร่วมทำบุญด้วยครับ
ขอโมทนาบุญกับ ผบทบ.ผม และ เพื่อนผมด้วยครับ




ใบเสร็จรับเงินของสภากาชาดไทย มาถึงผมแล้ว

มาร่วมโมทนาบุญอีกครั้งกันครับ





-http://board.palungjit.com/f179/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-22445-2562.html#post6758720-

-http://board.palungjit.com/f6/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%AA-353803.html-

-http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7659.new.html#new-
.



-http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7659.15.html-

http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7659.15.html (http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7659.15.html)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 08, 2013, 10:44:53 AM

.-http://www.dailynews.co.th/Content/crime/200280/3%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2+%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2+1+%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A+1-


(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x385/cover/484431.jpg)

3 โจรทำท่ารถเสียโบกมือขอความช่วยเหลือ กลุ่มโจ๋พลเมืองดีหลงกลจอดรถช่วย ถูกลูกซองไล่ยิงตายอนาถ 1 บาดเจ็บสาหัสอีก 1 แถมชิงโทรศัพท์มือถือไปด้วย เบื้องต้นตำรวจคาดประสงค์ปล้นทรัพย์หรือเรื่องชู้สาว
วันอาทิตย์ 8 ธันวาคม 2556 เวลา 10:07 น.

เมื่อเวลา 02.45 น.วันที่ 8 ธ.ค. ร.ต.อ.สุวิทย์ ปะกำแหง ร้อยเวร สอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านซิตีโฮมวิลเลจ 2 ซอยคลองสี่ ต.ต.5 หมู่ 1 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กำลังฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 และอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านซิตีโฮมวิลเลจ2 พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 1 กจ 7850 กทม.ล้มอยู่กลางถนน ใกล้กันพบศพ นายกฤษกร คำพูน อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/198 หมู่บ้านพฤกษา 40 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง นอนเสียชีวิตจมกองเลือด จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยกระสุนลูกปลายของอาวุธปืนลูกซองไม่ทราบขนาด เข้าที่ท้ายทอยและกลางหลังรวม 3 จุด เป็นเหตุให้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อต่อมา ด.ช.เอก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาเซปักตระกร้อของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต ถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดเดียวกัน เข้าที่ต้นขาขวาท้ายทอยกระสุนฝังใน อาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.ธัญบุรี

สอบสวน ด.ช.ทิพย์ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิตให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนจำนวน 9 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บขับขี่และซ้อนท้ายมาด้วยกัน โดยออกจากหมู่บ้านพฤกษา40 เพื่อเดินทางไปส่งเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ริมทาง โดยเปิดสัญญาณไฟกระพริบขอความช่วยเหลือ พร้อมโบกมือเรียก ตนเองพร้อมเพื่อนจึงขี่รถเข้าไปหา

พบชายฉกรรจ์จำนวน 3 คนปิดบังใบหน้า ตนจึงถามว่า “พี่ครับรถเป็นอะไรครับ” ไม่ทันสิ้นเสียง 1 ในคนร้ายได้ถือไม้วิ่งเข้าใส่ตนเองพร้อมเพื่อนจึงขี่รถหนี โดยคนร้ายทั้ง 3 คันได้ขี่รถตาม ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มตน 1 นัด กระสุนกระจายเจาะร่างเพื่อนจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ไม่ได้มีเรื่องกับใคร และขณะวิ่งหลบหนีทำให้โทรศัพท์มือถือของตนตกหายไป หลังเกิดเหตุพยายามค้นหาแต่ไม่พบและไม่มีสัญญาณตอบรับ คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคงเอาไปด้วย

ทางด้าน ร.ต.อ.สุวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายบุญเลิศ คำพูน อายุ 56 ปี บิดาผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้ตายขับขี่จยย.รับจ้างอยู่ที่วินหมู่บ้านพฤกษา 40 ทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนลูกชายเพิ่งจะเลิกรากับแฟนสาว เบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ ประสงค์ปล้นทรัพย์ และปัญหาหัวใจกับฝ่ายหญิงที่เลิกรากันไป ซึ่งได้ประสานชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายนำตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 09, 2013, 12:42:18 AM
'ที่ชาร์จปลอม' ไม่ได้โตเพราะความงก!? (Cyber Weekend)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    7 ธันวาคม 2556 12:05 น.
-http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000150296-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000015721702.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000015721703.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000015721704.JPEG)

       ไม่ใช่เฉพาะความงกของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ความหละหลวมของเจ้าหน้าที่รัฐ และความไม่สมเหตุสมผลของราคา 'ที่ชาร์จแท้' ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาด 'ที่ชาร์จปลอม' ขยายตัวและแพร่หลายอย่างน่ากังวลในนาทีนี้
       
       ความน่ากังวลของ 'อุปกรณ์ชาร์จไฟแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตปลอม' นั้นเป็นรูปธรรมในประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2013 ซึ่งเป็นเดือนที่หนุ่มระยองตกเป็นข่าวดังทั่วโลกในฐานะผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟรั่วขณะชาร์จไอโฟน 4S ด้วยสายชาร์จที่ถูกผลิตโดยบริษัทอื่นที่ไม่ใช่แอปเปิล
       
       เหตุน่าสลดใจนี้จุดประกายว่าทุกฝ่ายในไทยต้องยอม 'วัวหายล้อมคอก' อีกครั้งด้วยการร่วมกันให้ความสนใจและควบคุมการเติบโตของตลาด 'ที่ชาร์จปลอม' อย่างจริงจังเสียที
       
       หนุ่มระยองผู้โชคร้ายชื่อ พิสิษฐ ช่างเหล็ก อายุ 28 ปี เสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้า ลำตัวทับโทรศัพท์ในมือซ้ายถือโทรศัพท์ไอโฟน 4S เสียบเข้ากับสายชาร์จแบตเตอรี่และปลั๊กไฟ เบื้องต้นพบว่าหน้าอกมีรอยไหม้เกรียม จากการสอบสวน เชี่ยว ช่างเหล็ก อายุ 52 ปี บิดาผู้เสียชีวิต พบว่าคืนวันที่ 24 พ.ย. 2013 บุตรชายได้นอนคุยโทรศัพท์ขณะชาร์จแบตเตอรี่โดยไม่สวมเสื้อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะถูกไฟฟ้าดูดจากสายโทรศัพท์มือถือที่เสียบคาอยู่กับปลั๊กไฟ ซึ่งเป็นสายโทรศัพท์ที่ดูเหมือนไม่ได้รับไลเซนส์จากบริษัทแอปเปิล
       
       เหตุสลดใจนี้ทำให้สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในระยอง ขอให้ส่งเครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์ชาร์จที่เป็นสินค้าเลียนแบบแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งพบในที่เกิดเหตุมาให้ตรวจสอบโดยละเอียด ตามอำนาจของ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ว่าเครื่องดังกล่าวมีการนำเข้าหรือมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช.หรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเครื่องดังกล่าวมีการนำเข้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช.ตามกฎหมายแล้ว สำนักงาน กสทช.จะ 'ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป' ถึงแม้จะยังไม่มีการให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่ากรอบดำเนินการจะครอบคลุมเพียงใด แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีมากแล้ว เมื่อเทียบกับการปล่อยปละละเลยจนทำให้ตลาดที่ชาร์จแบตเตอรี่ปลอมเติบโตทั่วไทยในขณะนี้

'ที่ชาร์จปลอม' ไม่ได้โตเพราะความงก!? <b><font color=red>(Cyber Weekend)</font></b>
       ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่าที่ผ่านมา กสทช. ไม่มีคณะสุ่มตรวจอุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่วางขายในท้องตลาด เนื่องจากกสทช.เน้นตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์/บริการที่เกี่ยวข้องกับความถี่เท่านั้น รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จที่มาพร้อมกันในกล่องโทรศัพท์ ส่วนการสุ่มตรวจอุปกรณ์ชาร์จในท้องตลาดนั้นอยู่นอกเหนือหน้าที่ กสทช.
       
       'ปัจจุบันกสทช.มีหน้าที่ตรวจสอบเฉพาะเครื่องโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับเครื่องว่ามีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการรับรองตามมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. เท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ที่นอกเหนือจากนั้น อาทิ สายชาร์จ และอุปกรณ์ชาร์จ ถือเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าดังนั้นจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)'
       
       แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ผู้ซื้ออุปกรณ์ชาร์จในท้องตลาดขณะนี้แทบไม่มีผู้ใดได้เห็นตรา มอก. บนกล่อง เนื่องจากอุปกรณ์ชาร์จเหล่านี้ไม่ได้ถูกผลิตที่ประเทศไทย สิ่งที่ กสทช. ทำได้คือการย้ำเตือนผู้บริโภคให้ใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานสากล
       
       ถามว่ามาตรฐานสากลที่ผู้บริโภคจะเชื่อถือได้คืออะไร คำตอบคือราคาและผู้ค้าปลีกที่มีชื่อเสียงน่าเชื่อถือ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ 'ความรู้สึกเสียดายเงินหรือความงก' เข้าครอบงำผู้บริโภคได้ง่ายเหลือเกิน เพราะราคาอุปกรณ์ชาร์จของแท้นั้นมีราคาเริ่มต้นเกิน 500 บาท ขณะเดียวกันยังจำหน่ายแยกชุดสายไฟและหัวต่ออแดปเตอร์ซึ่งคิดราคาแยกต่างหาก ผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์ชาร์จครบชุด จะต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท

'ที่ชาร์จปลอม' ไม่ได้โตเพราะความงก!? <b><font color=red>(Cyber Weekend)</font></b>
       กรณีของไอโฟน สายไฟสำหรับชาร์จและรับส่งข้อมูลลิขสิทธิ์แท้นั้นมีราคาเริ่มต้น 690 บาท (สายความยาว 1 เมตร สำหรับสาย 2 เมตรราคาเพิ่มขึ้นเป็น 1,090 บาท) อแดปเตอร์รุ่น 12 วัตต์สำหรับไอแพดและรุ่น 5 วัตต์สำหรับไอโฟนและไอพ็อดนั้นจำหน่ายราคาเท่ากันที่ 690 บาท เบ็ดเสร็จแล้วผู้ใช้จะต้องเสียเงิน 1,380 บาทเพื่อซื้ออุปกรณ์ชาร์จของแท้ในกรณีที่อุปกรณ์ชาร์จเสียหาย ราคาที่แพงนั้นเป็นเพราะลิขสิทธิ์การออกแบบและการผลิต
       
       ปัจจัยด้านราคานี้เองที่ทำให้ผู้ผลิตจีนหันมาพัฒนาอุปกรณ์ชาร์จเลียนแบบที่เน้นผลิตในราคาถูก ซึ่งสามารถทำได้เพราะอุปกรณ์ที่ชาร์จราคาถูกส่วนใหญ่จะไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ต้องใส่ใจมาตรฐานใดๆ
       
       วันนี้ตลาดที่ชาร์จปลอมนั้นมีพัฒนาการไปไกลเหลือเกิน นอกจากราคาที่จำหน่ายระหว่าง 20-200 บาท ยังมีการต่อยอดที่ชาร์จในรูปแบบหลากหลาย ทั้งสายไฟสีสันสดใสหลากสไตล์, อแดปเตอร์ที่พัฒนาสีทองตามไอโฟน 5S สีทอง รวมถึงที่ชาร์จ 'แท้ศูนย์' ซึ่งผู้ขายยืนยันว่ามีคุณสมบัติและรูปร่างเหมือนที่ชาร์จลิขสิทธิ์ และวางจำหน่ายในราคา 150-170 บาท แน่นอนว่าทุกรุ่นไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานใดแสดงไว้ และทั้งหมดสามารถผ่านกระบวนการนำเข้ามายังประเทศไทย และวางจำหน่ายได้อย่างเสรีไร้การควบคุม อย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง
       
       ในขณะที่ภาครัฐไม่สามารถควบคุมการเติบโตของตลาดที่ชาร์จปลอม แอปเปิลคือบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรายเดียวที่พยายามแก้ปัญหาและพยายามฆ่าตัดตอนที่ชาร์จปลอม โดยพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด iOS 7 ที่สามารถบังคับเครื่องไอโฟนไม่ให้ตอบสนองต่อที่ชาร์จปลอมซึ่งไม่ได้รับไลเซนส์การผลิตจากแอปเปิล
       
       ไอโฟน 5 ขึ้นไปที่ถูกอัปเดทเป็น iOS 7 เวอร์ชันล่าสุดในขณะนี้ จะสามารถฟ้องว่าสายไฟเชื่อมต่อเครื่องหรือ Lightning Connector นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการ 'อนุมัติ' หรือ approve หรือไม่ โดยหากพบว่าเป็นสายชาร์จปลอมที่ไม่ได้รับไลเซนส์จากแอปเปิลเพื่ออนุญาตให้ผลิต (unlicensed) จะแจ้งว่าอุปกรณ์นี้จะไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับเครื่องหมายที่แสดงว่าเครื่องไม่ถูกชาร์จ ถือเป็นการมัดมือชกให้ผู้ใช้ต้องหันมาชาร์จด้วยที่ชาร์จแท้เท่านั้น
       
       อย่างไรก็ตาม ไอโฟน 4 พร้อมข้อต่อ 30-pin Dock แบบเก่านั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากคุณสมบัติใหม่ของ iOS 7 เช่นเดียวกันเครื่องไอโฟนที่ใช้อุปกรณ์ iOS 6 จะยังทำงานได้ดีกับที่ชาร์จปลอมต่อไป
       
       จากการสอบถามพนักงานร้านไอสตูดิโอ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของแอปเปิลในไทย พบว่าหลังจาก iOS 7 เวอร์ชันใหม่มีผลทำให้อุปกรณ์ชาร์จปลอมไม่ทำงาน ยอดจำหน่ายที่ชาร์จลิขสิทธิ์แท้นั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ยังเป็นกลุ่มเดิมซึ่งไม่ได้ใช้งาน iOS 7 พร้อมกับยืนยันว่าผู้ซื้อสามารถวางใจซื้ออุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ใช่แบรนด์แอปเปิลซึ่งวางจำหน่ายในร้านไอสตูดิโอได้ เนื่องจากทุกรุ่นได้รับลิขสิทธิ์จากแอปเปิลพร้อมติดสัญลักษณ์ MFI (Made for iPhone/iPad) อย่างถูกต้อง
       
       ทั้งหมดนี้ กสทช.ประวิทย์ให้ความเห็นว่าหากจะป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยหนุ่มระยองขึ้นอีก หน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นสำนักงานกสทช. หรือสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ควรที่จะออกค่ากำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ชาร์จ และสายชาร์จในทุกรุ่น ไม่ใช่เฉพาะยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้อย่างปลอดภัย

'ที่ชาร์จปลอม' ไม่ได้โตเพราะความงก!? <b><font color=red>(Cyber Weekend)</font></b>
       ความจำเป็นของการออกค่ากำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ชาร์จนั้นสำคัญมาก เนื่องจากไม่เฉพาะเมืองไทย หญิงชาวจีนก็เคยตกเป็นข่าวเสียชีวิตเพราะการชาร์จไอโฟน 5 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากชายจีนรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรขณะชาร์จไอโฟน 4 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะอแดปเตอร์ของผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ได้รับไลเซนส์จากแอปเปิล
       
       กรณีของจีน แอปเปิลได้ยื่นมือเข้ามาตรวจสอบทั้ง 2 กรณี พร้อมกับโพสต์ข้อความเตือนภัยจากการใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันก็ดำเนินโครงการนำอแดปเตอร์ปลอมมาแลกซื้อของแท้ โดยจะเปิดให้ ผู้ใช้แลกซื้ออแดปเตอร์ของแท้ในราคา 10 เหรียญสหรัฐหรือ 300 บาทเพื่อใช้แทนอแดปเตอร์เดิมที่ใช้อยู่
       
       อย่างไรก็ตาม กรณีของหนุ่มระยองนั้นไม่มีรายงานว่าแอปเปิลได้ยื่นมือเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ และยังไม่มีรายงานว่าโครงการ USB Power Adapter Takeback Program นั้นจะเริ่มให้บริการในไทย เนื่องจากการสอบถามล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม พบว่าศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลในไทยยังไม่รองรับโครงการดังกล่าว โดยพนักงานระบุว่ายังต้องรอสัญญาณจากบริษัทแอปเปิลเซาธ์เอเชีย (ประเทศไทย) ต่อไป
       
       การปรับราคาอแดปเตอร์ของแท้ลงในจีนและสหรัฐฯ (ช่วงวันที่ 16 สิงหาคม - 18 ตุลาคม 2013) สะท้อนว่าแอปเปิลรู้ดีถึงที่มาของปัญหาอแดปเตอร์ไม่ได้มาตรฐานที่จำหน่ายอย่างแพร่หลายในขณะนี้ โดยเฉพาะในแง่ราคาจำหน่ายที่ต่างกันมากจนทำให้ผู้บริโภคต้องเลือกซื้ออแดปเตอร์ราคาประหยัดมาใช้งานแทน ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว อแดปเตอร์ของแท้ที่แอปเปิลผลิตและจำหน่ายนั้นมีราคาสูงกว่าอแดปเตอร์จากผู้ผลิตรายอื่นสูงสุดถึง 6 เท่าตัว (อแดปเตอร์จากผู้ผลิตในประเทศจีน จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 100-120 บาทเท่านั้น)
       
       ถึงบรรทัดนี้ หน่วยงานรัฐอาจต้องถามตัวเองว่ามีทางส่งสัญญาณถึงแอปเปิลให้ดำเนินโครงการนี้เพื่อประโยชน์ของคนไทยบ้างได้หรือไม่ หรือช่องทางสร้างมาตรฐานเพื่อควบคุมตลาดที่ชาร์จให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอให้มีเหตุสลดใจครั้งอื่นแล้วจึงล้อมคอกอีกในอนาคต

'ที่ชาร์จปลอม' ไม่ได้โตเพราะความงก!? <b><font color=red>(Cyber Weekend)</font></b>
       7 พฤติกรรมเสี่ยงตายเพราะที่ชาร์จปลอม
       
       1 เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
       
       ปรับทัศนคติใหม่เสียทีสำหรับใครที่มองว่าอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่สินค้า อิเล็กทรอนิกส์ของแท้และของปลอมสามารถใช้แทนกันได้ เพราะแม้จะชาร์จไฟเข้าอุปกรณ์ได้เหมือนกัน แต่ความปลอดภัยนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
       
       อย่าลืมว่าอุปกรณ์ชาร์จของแท้นั้นมีมาตรฐานการผลิตและการออกแบบวงจรไฟฟ้า รวมถึงชุดป้องกันที่ได้รับการตรวจสอบรัดกุม ผิดจากอุปกรณ์ชาร์จของปลอมที่มองข้ามการออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ปลอดภัย แต่เน้นควบคุมต้นทุนให้มีราคาต่ำที่สุด พร้อมกับยึดจุดมุ่งหมายปลายทางให้ได้ปริมาณไฟขาออกหรือเอาท์พุตที่ต้องการเท่านั้น
       
       2 ไม่เข้าใจเรื่องไฟฟ้า
       
       ในฐานะผู้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรรู้ว่าพฤติกรรมใดก็ตามที่ทำให้ร่างกายเชื่อมต่อระหว่างอแดปเตอร์และพื้นย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้น กรณีนี้เห็นได้ชัดจากหนุ่มระยองผู้เคราะห์ร้ายที่ไม่ทราบว่า การคุยโทรศัพท์ขณะชาร์จโดยนอนถอดเสื้อบนพื้นปูนนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากกระแสไฟบ้าน 220 โวลต์จะเหนี่ยวนำลงพื้นทันทีเมื่อเกิดการลัดวงจร
       
       3 ซื้ออุปกรณ์ชาร์จปลอมครบชุด
       
       อุปกรณ์ชาร์จสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมักสามารถถอดแยกได้เป็น 2 ส่วน หนึ่งคือหม้อแปลงไฟหรืออแดปเตอร์ที่เป็นเต้าเสียบเข้ากับปลั้กไฟบ้าน อีกหนึ่งคือสายเชื่อมต่ออแดปเตอร์นี้เข้ากับสมาร์ทโฟน ซึ่งมีปลายด้านหนึ่งรองรับพอร์ตยูเอสบี อีกด้านเป็นพอร์ตเฉพาะของอุปกรณ์นั้นเช่น พอร์ตไลท์นิ่งของไอโฟน-ไอแพด หรือไมโครเอสดีของอุปกรณ์แอนดรอยด์ ปัจจุบัน ตลาดที่ชาร์จปลอมนั้นมีจำหน่ายทั้งแบบครบชุดและจำหน่ายแยก จุดนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ยืนยันเบื้องต้นว่าการซื้อที่ชาร์จปลอมยกชุดนั้นมีความเสี่ยงมากกว่า
       
       เหตุผลคือสายไฟเชื่อมต่อนั้นมีคุณสมบัตินำไฟฟ้า ทำให้ความเสี่ยงในการเป็นต้นเหตุการลัดวงจรนั้นมีไม่สูงมากเท่าอแดปเตอร์ที่ ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นการใช้สายปลอมบนอแดปเตอร์แท้จึงมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้ที่ชาร์จปลอมแบบครบชุด
       
       4 ไม่ใช้เคส
       
       แม้ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่ใช้โลหะหรืออลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบนั้นมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุด้านไฟฟ้าสูงเนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า แต่การนำเคสพลาสติกหรือวัสดุอื่นมาหุ้มเครื่องนั้นช่วยลดความเสี่ยงได้ ดังนั้นการไม่ใช้เคสระหว่างชาร์จไฟจึงเป็นหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง
       
       5 ชาร์จไปคุยไป
       
       ไม่มีใครรู้ว่าอแดปเตอร์ที่ชาร์จไฟจะเกิดเหตุไฟรั่วขึ้นเมื่อใด และเมื่อเกิดเหตุแล้ว ไฟพลังสูงจะรั่วไหลทันทีโดยที่ผู้ใช้ตั้งตัวไม่ทัน ทางที่ดีหยุดพฤติกรรมชาร์จไปคุยไปใช้งานไปเสียแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
       
       6 ใช้งานเมื่อฟ้าผ่า
       
       ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าในอากาศ การเกิดฟ้าผ่าจะทำให้เกิดคลื่นแม่เหล็กแผ่ออกโดยรอบจนเกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์ ซึ่งมีโอกาสวิ่งไปตามสายไฟและสื่อนำสัญญาณบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น สมาร์ทโฟนจึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกรณรงค์ให้งดใช้งานกลางแจ้งขณะฟ้าผ่า เพราะมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบเหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป
       
       7 หลงเชื่อคุณสมบัติบนกล่องอุปกรณ์ปลอม
       
       อย่าหลงเชื่อตราหรือข้อความบรรยายสรรพคุณบนกล่องอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ปลอมที่ ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากช่างไฟผู้ชำนาญการยืนยันว่าการตรวจสอบอุปกรณ์ชาร์จแบตปลอมนั้นจะทำได้ด้วยการแงะเครื่องเพื่อดูวงจรภายในเท่านั้น


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2013, 07:17:35 PM
สมอ.เตือนแบตมือถือปลอมระบาด

-http://www.dailynews.co.th/Content/economic/200889/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD.%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94-


ระบุอันตรายห้ามใช้ถึงตายได้ ขู่ผู้ผลิต – นำเข้าไม่ได้มาตรฐานมอก. โดนอ่วมแน่ทั้งจำคุก ทั้งปรับ
วันอังคาร 10 ธันวาคม 2556 เวลา 15:35 น.

นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  (สมอ.)เปิดเผยว่า  ขณะนี้มีแบตเตอรี่มือถือปลอมระบาดอย่างต่อเนื่อง  อยากเตือนให้ประชาชนที่ซื้อแบตเตอรี่มือถือ  ระมัดระวังในการเลือกซื้อ อย่าซื้อสินค้าที่เป็นของลอกเลียนแบบ ราคาถูกเกินไป เนื่องจากอาจเกิดเหตุระเบิด อันตรายถึงชีวิตได้   ที่ผ่านมา สมอ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า ที่จำหน่ายแบตเตอรี่มือถือไม่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพราะแบตเตอรี่มือถือ เป็นสินค้าที่ได้รับรับมาตรฐานมอก.  เลขที่ 2217-2548 

สำหรับมาตรฐาน มอก. เลขที่ 2217-2548  เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน เช่น การระบายความดันภายในส่วนเกิน การป้องกันการแตกร้าว การระเบิดและการติดไฟ ฉนวนต้องสามารถทนต่อกระแสไฟฟ้าและอุณหภูมิที่สูงเกินปกติ โดยกำหนดให้ผู้ทำและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตก่อนทำและนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย  จะต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. ที่ตัวผลิตภัณฑ์ หรือระบุชื่อผู้ทำ หรือผู้นำเข้าแล้วแต่กรณี  ส่วนผู้จำหน่ายแบตเตอรี่จะต้องตรวจสอบสินค้าด้วยว่าแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน และชื่อผู้ทำหรือนำเข้าก่อนวางจำหน่าย  โดยให้ผู้บริโภคสังเกตแบตเตอรี่ ที่ได้มาตรฐาน  ให้ดูที่ตัวแบตเตอรี่ จะมีสัญลักษณ์มอก. และบริเวณกล่องแบตเตอรี่ จะมีชื่อผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า  หากไม่มี หรือตัวอักษรดูจาง หรือแปลกๆ  อาจเป็นของปลอมได้ 

ทั้งนี้หากผู้ผลิต หรือผู้นำ เข้า  ฝ่าฝืนนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมาย  มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านหรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000 -50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  โดยมาตรฐานดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงแบตเตอรี่ที่ติดมากับตัวเครื่อง ไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของ สมอ.

“ไม่อยากให้ผู้บริโภคเห็นแก่ของถูก เพราะแบตเตอรี่ถือเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญมาก  หากใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อันตรายถึงชีวิตได้  ซึ่งที่ผ่านมาทางสมอ.ได้กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง และจากการตรวจสอบในท้องตลาดพบว่า ยังมีการลักลอบนำเข้าแบตเตอรี่มือถือเข้ามาจำหน่ายจำนวนมาก เช่น ลอกเลียนแบบตราสัญลักษณ์มอก. หรือผู้ผลิต ได้ตราสัญลักษณ์มอก. แล้วผลิตไม่ได้ตามมาตรฐาน   ซึ่งสมอ. ได้ดำเนินการตรวจติดตามและจับกุมดำเนินคดีผู้จำหน่ายแล้วกว่า 78 ราย และมีนโยบายในการดำเนินการร่วมกับ มีการร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ขยายผลการจับกุมเพื่อสาวไปให้ถึงผู้ลักลอบนำเข้ามาดำเนินคดีต่อไป”

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคทั่วไป  ที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ได้มาตรฐานมอก. สามารถสอบถามข้อมุลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ . 0 2202 3510, 0 2202 3515  หรือเว็บไซต์สมอ. http://library.tisi.go.th/New-web/T/Info-act/ (http://library.tisi.go.th/New-web/T/Info-act/) index.htm     

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2013, 07:42:17 PM
คนมีบ้านใหม่ระวัง สารกัมมันตรังสี"เรดอน"

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qWXdOemN5TlE9PQ==&subcatid=-


(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/12/13866077251386607755l.jpg&width=260&height=260)

"เรดอน" ก๊าซเฉื่อยที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส ได้รับมากเกินจำเป็นเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด แนะคนอยู่คฤหาสน์ หรือบ้านปูน ใส่ใจสร้างระบบระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ สามารถลดความเสี่ยงได้



ปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่สร้างบ้านเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่โต เลือกใช้วัสดุที่เขาบอกว่าราคาแพง แข็งแรงคงทน หรูหรา อย่าง คอนกรีต หินแกรนิต หินอ่อน กระเบื้องโมเสกต่างๆ แต่วัสดุเหล่านั้นใช่ว่าจะมีผลดีต่อสุขภาพคนเรา เพราะบ้านท่านอาจจะปะปนไปด้วย ก๊าซเรดอน เจ้านี่คือ ก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จาก การเสื่อมสลายตัวของธาตุ ยูเรเนียมซึ่งมีปะปนอยู่ในหินดินทรายทั่วโลก จนกลายเป็นเรเดียมและกลายมาเป็นก๊าซเรดอนในที่สุด



โดยเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก๊าซเรดอนจะสลายตัวปล่อยรังสีอัลฟาพลัง งานสูงออกมาทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจและกลาย เป็นมะเร็งในที่สุด!



ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิว เคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.กล่าวว่า เจ้าของบ้านอาจจะไม่รู้ว่ามีก๊าซชนิดนี้วนเวียนอยู่ในบ้านเราหรือไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าบ้านเรามีก๊าซเรดอนในปริมาณสูงมากน้อยเพียงใด เพราะในประเทศไทยมีเครื่องมือในการวัดปริมาณก๊าซเรดอนและนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ที่ สทน. ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวสามารถวัดปริมาณก๊าซเรดอนในพื้นที่เป้าหมายได้ผลอย่างแม่นยำ



ดร.สมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีก๊าซเรดอน แต่เราสามารถลดปริมาณก๊าซเรดอนภายในบ้านได้ ซึ่งทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การออกแบบบ้านให้มีช่องระบายอากาศ และไม่ปิดทึบจนเกินไป การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีสารกัมมันตรังสี และการระบายอากาศภายในบ้าน โดยการเปิดประตู หน้าต่าง และช่องระบายลม เพื่อไม่ให้มีก๊าซเรดอนอยู่ภายในบ้านสูงเกินไป และที่สำคัญคือ การอุดรอยร้าวและรอยแยก ตามพื้นและผนังของบ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรดอนเข้าสู่ภายในบ้าน



"หากผู้ประกอบการบ้านจัดสรร โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรรที่มีราคาสูงใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้างบ้าน เพราะไม่ว่าจะเป็นทรายที่นำมาผสมกับปูน หินแกรนิต หรือใยหินต่างๆ ก็อาจมีเรดอนปะปนอยู่ แต่ไม่ทราบว่ามากน้อยเท่าไหร่ ขอแนะนำผู้ประกอบการสามารถติดต่อกับ สทน. เพื่อขอรับบริการวัดก๊าซเรดอน โดยสทน.จะนำเครื่องวัดก๊าซเรดอนไปให้บริการวัดก๊าซเรดอนให้กับท่าน การ วัดนั้นสามารถทำได้ปีละครั้งก็ยังดี ถือเป็นบริการหลังจากการขายดีๆ จากผู้ประกอบการ และยังเป็นการดูแลสุขภาพแก่ลูกบ้านให้อยู่กันอย่างมีความสุขไปอีกนานเท่านาน" ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯ ระบุ
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2013, 07:43:09 PM
กรมวิทย์เตือนภัย"ปลั๊กพ่วง"ราคาถูก แฉตุ๋นด้วยเครื่องหมาย"มอก.11"

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qVTJOamMzTXc9PQ==&subcatid=-

กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เตือนประชาชนให้ระวังการใช้ปลั๊กพ่วง เนื่องจากคุณภาพของสายพ่วงที่มีเต้ารับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นั้นไม่ได้มาตรฐานที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจาก วัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน หรือร้ายแรงที่สุดอาจลุกลามไปจนถึงอันตรายต่อชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง


นางสาวเสาวณี มุสิแดง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ประชาชนควรตื่นตัวระวังอันตรายจากปลั๊กพ่วง ซึ่งปัจจุบันกลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าที่ย่อมเยาสามารถเป็นจุดขายเสนอให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้บริโภคนึกถึงคือการอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้หลายชนิดในคราวเดียวกัน


นางสาวเสาวณีระบุว่า นอกจากผู้บริโภคต้องตรวจสอบคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานแล้ว การตรวจสอบคุณภาพของสายพ่วงที่มีเต้ารับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นั้น ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน จนกระทั่งถึงชีวิตของผู้ใช้งานได้ ถ้าใช้ปลั๊กพ่วงจนปริมาณไฟรวมกันแล้วเกินกว่าขนาดที่ปลั๊กพ่วงทนได้ สายไฟจะเกิดความร้อนขึ้น จนถึงกับทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟหลอมละลายเกิดไฟลุกได้ หรือสายไฟฟ้า ร้อนถึงจุดหลอมละลาย จนกระทั่งสายทองแดงภายในทั้งสองเส้นแตะกันก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ซึ่งจุดนั้นจะมีความร้อนที่สูงมากขึ้นทำให้เกิดเพลิงไหม้


ทั้งนี้ ปลั๊กพ่วงไฟเป็นอุปกรณ์เสริมทางไฟฟ้าที่ยังไม่มีมาตรฐาน มอก. ควบคุม จึงเป็นช่องว่างที่ผู้ผลิต จำหน่าย แสดงเครื่องหมายที่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด เช่น ติดตรามาตรฐาน มอก. 11 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับของสายไฟฟ้า ไม่ใช่ของปลั๊กพ่วง ดังนั้นการเลือกใช้ปลั๊กพ่วงจึงควรพิจารณาในส่วนประกอบต่างๆ ของปลั๊กให้ดี ทั้งตัวปลั๊กเสียบ ตัวผู้ ตัวเมีย สายไฟฟ้า และวัสดุที่ใช้ทำรางปลั๊ก แต่อย่างไรก็ดี สินค้าที่มีตราที่น่าเชื่อถือราคาสินค้าก็สูงตาม อาจเป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งบอกถึงคุณภาพสินค้าที่เราใช้พิจารณาได้ง่ายๆ วิธีหนึ่ง
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 14, 2013, 08:34:55 AM
ผู้โดยสาร VS คนขับรถเมล์

-http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์-

<iframe width="550" height="315" src="http://video.sanook.com/embed/player/518976" frameborder="0" allowfullscreen ></iframe> (http://<iframe width="550" height="315" src="http://video.sanook.com/embed/player/518976" frameborder="0" allowfullscreen ></iframe>)

-<iframe width="550" height="315" src="http://video.sanook.com/embed/player/518976" frameborder="0" allowfullscreen ></iframe>-


http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์ (http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์)

http://video.sanook.com/player/518976/ (http://video.sanook.com/player/518976/)ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์
-http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์-

ข้อความแนะนำ : ข้อความ(@ศิศวิทาน ไกรวงษ์): เหตุเกิดเมื่อต้องขี้นรถเมล์สาย126สีชมพู 13ธ.ค.56 ขึ้นเมล์คันนี้ไปทำงานคนขับรถขับรถได้เฮี้ยมากออกตัวก็กระชากเบรกก็หัวทิ่มเป็นอย่างนี้มากตลอดทางจนมาถึงป้ายร.ร.พิบูลฯมีผู้ปกครองกับเด็กนร.จะลงคนขับไม่จอดป้ายผมเลยตระโกนถามทำไมไม่จอดเด็กจะลงมันเลยต้องเลยไปหน่อยแล้วจอดให้ลงตั้งแต่นั้นมาก็ด่ากับคนขับมาตลอด

http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์ (http://video.sanook.com/player/518976/ผู้โดยสาร-VS-คนขับรถเมล์)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 17, 2013, 06:21:01 AM
มูลนิธิกระจกเงา แนะพ่อแม่ ใช้ 5 ไม่ ดูแลเด็ก

-http://hilight.kapook.com/view/94847-


มูลนิธิกระจกเงา แนะพ่อแม่ ใช้ 5 ไม่ ดูแลเด็ก (ไอเอ็นเอ็น)
 
          ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา แนะพ่อแม่ ใช้ 5 ไม่ ดูแลเด็ก ก่อนถูกลักพาตัว

          เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2556 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา โพสต์เฟซบุ๊ก เตือนใจผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานก่อนถูกลักพาตัว ด้วย "5 ไม่" ดังนี้

          1 .ไม่พาลูกเล็กไปยังที่ ที่มีคนพลุกพล่านเกินไป โดยไม่จำเป็น
          2. ไม่ปล่อยให้ลูกเล็กไปวิ่งเล่นตามลำพัง แม้จะใกล้บ้านก็ตาม
          3. ไม่ให้ใครมารับลูกเล็กที่โรงเรียน เว้นแต่จะได้โทรศัพท์บอกครูทุกครั้งที่มีคนมารับแทน
          4. ไม่ทิ้งลูกเล็กไว้กับญาติสูงอายุ ที่อาจดูแลเด็กเล็กวัยกำลังซนไม่ไหว
          5. ไม่ยอมให้ลูกรับของจากคนแปลกหน้า หมั่นสอนเด็กเล็กในเรื่องนี้

          ทั้งนี้ สามารถแจ้งคนหาย-การค้ามนุษย์ ได้ที่ 029732236-7 หรืออีเมล info@backtohome.org หรือ เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/z-LOGO/inn_logo.jpg)


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 20, 2013, 05:42:08 AM
ผู้บริโภคร้องอาหารห่วย พบ “ผม-ขน-แมลงสาบ” ปนเปื้อน โฆษณายา-น้ำหมักทำตายแล้ว 3 ราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    19 ธันวาคม 2556 16:45 น.

-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000155854-

ผู้บริโภคร้อง เจอปัญหาอาหารห่วย ด้อยคุณภาพเพียบ รวมแล้วกว่า 152 กรณี พบอาหารปนเปื้อนมากสุด สุดขยะแขยงทั้งเส้นผม เล็บ แมลงสาบ บ้างใส่ฟอร์มาลิน บอแรกซ์ รวมถึงพบบรรจุภัณฑ์ชำรุด แสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง โฆษณาหลอกลวง อึ้ง! ที่ร้อยเอ็ดทำชาวบ้านตายแล้ว 3 ราย จากยาแผนโบราณและน้ำหมัก เตรียมหารือ อย.20 ธ.ค.เสนอ 4 แนวทางแก้ไขปัญหา
       
       วันนี้ (19 ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายพชร แกล้วกล้า ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนด้านอาหาร กล่าวว่า จากกรณีร้องเรียนปัญหาด้านอาหารมายังศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด พะเยา ลำปาง สุราษฎร์ธานี สงขลา และสตูล ระหว่าง ก.ย. 2555 - ธ.ค. 2556 มีรวมกันทั้งสิ้น 152 กรณี แบ่งปัญหาได้เป็น 10 ประเด็นคือ 1.ปัญหาอาหารปนเปื้อน (กายภาพ/เคมี) 31 กรณี ถือว่ามากที่สุด 2.บรรจุภัณฑ์ชำรุดบกพร่อง/คุณภาพสินค้าไม่ได้มาตรฐาน 29 กรณี 3.แสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง 28 กรณี 4.โฆษณาอาหาร/ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 22 กรณี 5.จำหน่ายสินค้าหมดอายุ 14 กรณี 6.อาหารเป็นพิษ/ได้รับอันตรายจากการบริโภคอาหาร 13 กรณี 7.ราคาแพงเกินจริง/ไม่ติดป้ายราคา/ราคาไม่ตรงกับป้าย 8 กรณี 8.อาหารเสียก่อนวันหมดอายุ 3 กรณี 9.การผลิต/แหล่งผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ 2 กรณี และ 10.น้ำมันทอดซ้ำ 2 กรณี
       
       นายพชร กล่าวอีกว่า ปัญหาอาหารปนเปื้อนคือ การพบสิ่งแปลกปลอม/สิ่งปนเปื้อนทางอาหาร เช่น เส้นผม ขน เล็บ แมลงสาบ หรือความผิดปกติขออาหาร เช่น มีตะกอน ขึ้นรา และเน่าเสีย รวมถึงการใช้สารเคมีที่ไม่ควรใช้ในอาหาร เช่น ฟอร์มาลิน บอแรกซ์ โดยมีตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยและต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เชื้อราในขนมปัง ก้อนขาวในนมกล่อง และสิ่งแปลกปลอมในนมผงสำหรับเด็ก สำหรับกรณีบรรจุภัณฑ์ชำรุดบกพร่องและคุณภาพสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ได้แก่ กรณีบรรจุภัณฑ์บุบ ยุบ มีสนิม หรือฉีกขาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของขายลดราคาในห้าง ส่วนกรณีสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เช่น น้ำหนักไม่ครบตามแจ้งไว้บนฉลาก มีคุณภาพสินค้าไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในกลุ่มนมโรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องตกมาตรฐานโปรตีน ส่วนการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เช่น รายละเอียดต่างๆ บนฉลากไม่เป็นภาษาไทย ไม่มีเลขสารบบอาหารไม่แสดงผู้ผลิต-ผู้จัดจำหน่าย และไม่แสดงรายละเอียดอื่นๆ ที่กฎหมายระบุให้แสดง เป็นต้น
       
       “การแก้ไขปัญหาด้านอาหาร มูลนิธิฯและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั้ง 10 จังหวัด จะเข้าพบเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาในวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 13.00 น.เพื่อหารือ 1.การพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารที่เป็นรูปธรรมร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม 2.ปรับปรุงนโยบายฉลากโภชนาการให้เป็นแบบสีสัญญาณไฟจราจรเขียว เหลือง แดง แทนที่การใช้ฉลากโภชนาการแบบสีเดียว (GDA) 3.ให้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด และ 4.ในการแก้ไข พ.ร.บ.อาหาร ฉบับใหม่ ให้เพิ่มบทลงโทษให้มีความรุนแรงเทียบเท่ากันกับบทลงโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคของ สค. นายพชร กล่าวและว่า นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนพัฒนาคู่มือการใช้สิทธิด้วยตนเองเสร็จสิ้นแล้ว 2 กรณีคือ กรณีอาหารปนเปื้อน และกรณีพบอาหารหมดอายุ และจะดำเนินการอัปโหลดให้กับผู้บริโภคได้ใช้ประโยชน์ก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งผู้บริโภคสามารถเข้าชมและดาวน์โหลดได้ที่ https://www.facebook.com/cindependence (https://www.facebook.com/cindependence) และ http://www.indyconsumers.org/ (http://www.indyconsumers.org/)
       
       น.ส.สิรินนา เพชรรัตน์ ผู้ประสานงานศูนย์ฯ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการดำเนินงานร่วมกับศูนย์ฯ สงขลา สตูล และขอนแก่น สำรวจฉลากอาหารที่จำหน่ายหน้าและในโรงเรียนช่วง ก.ค.-ส.ค.2556 จำนวน 20 แห่ง พบว่าไม่สามารถตรวจสอบเลขสารบบอาหารได้ ไม่มีการแสดงวันผลิต วันหมดอายุ ไม่แสดงที่อยู่ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย และไม่มีฉลากหรือฉลากไม่เป็นภาษาไทย ซึ่งภาครัฐจะต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลเรื่องการตรวจตัวเลขสารบบอาหารให้เชื่อมโยงทั่วประเทศ ให้ประชาชนใช้ตรวจสอบได้จริง
       
       นายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่กลไกคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันตก กล่าวว่า ศูนย์ฯ จ.สมุทรสงคราม ร่วมกับศูนย์ฯเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ สำรวจพฤติกรรมการบริโภคขนมและน้ำหวานของเด็กนักเรียนในโรงเรียนทั้งก่อนและหลังติดฉลากแบบสัญญาณไฟจราจรเขียว เหลือง แดง พบว่า ขนมส่วนใหญ่ถูกจัดกลุ่มฉลากสีแดงและสีเหลืองมากกว่า แต่เมื่อทำการรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านฉลากโภชนาการแบบสีสัญญาณจราจร พบว่า อัตราการบริโภคขนมขบเคี้ยวลดลงในทุกสี อย่างฉลากสีแดงจากเดิม 43 ซองต่อวัน ลดเหลือ 194 ซองต่อวัน สีเหลือง 162 ซองต่อวัน ลดเหลือ 73 ซองต่อวัน และสีเขียว 95 ซองต่อวัน ลดเหลือ 47 ซองต่อวัน
       
       นายประวิทย์ หันวิสัย เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ที่เป็นปัญหาคือโฆษณาหลายตัวที่ถูกขึ้นบัญชีดำจาก อย.และ กสทช. เช่น น้ำหมัก น้ำดื่มเพื่อสุขภาพ มีการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเลี่ยงกฎหมาย หรือโฆษณาเพียงชื่อการค้า นอกจากนี้ ยังใช้ผู้มีชื่อเสียงอ้างเป็นเป็นเชี่ยวชาญ หรือผู้ประกอบวิชาชีพมาอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์ การสัมภาษณ์ผู้ใช้เป็นหน้าม้า การจูงใจให้บอกผลิตภัณฑ์แบบปากต่อปาก กรณีที่รุนแรงคือพบการเสียชีวิตจากการใช้ยาแผนโบราณ 1 ราย ซึ่งจากการส่งผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี พบว่ามีส่วนประกอบของยาแผนปัจจุบันและพบจุลินทรีย์ในอัตราที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเสียชีวิตจากน้ำหมัก 2 ราย ซึ่งพบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือมะเร็งกระดูก และพาร์กินสัน
       
       นายกำชัย น้อยบรรจง เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จ.สระบุรี กล่าวว่า วิทยุชุมชน จ.สระบุรี มีการโฆษณาสมุนไพรดีท็อกเลือดอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษณาวนไปวนมาไม่ต่ำกว่าวันละ 30 รอบหรือมากกว่า จึงขอเสนอให้เร่งรัดออก พ.ร.บ.อาหารฉบับใหม่ ที่เพิ่มบทลงโทษให้มีความรุนแรงเทียบเท่ากับบทลงโทษเรื่องการโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคของ สคบ.รวมถึงให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและทันการณ์ นอกจากนี้ให้ กสทช.บังคับใช้การสั่งปิดสถานี รวมถึงอย. กสทช. และองค์กรผู้บริโภคต้องช่วยเฝ้าระวังและพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคให้รู้เท่าทันโฆษณาผิดกฎหมาย


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 29, 2013, 10:56:50 AM
ระวังกลลวง ขายของออนไลน์ (ของถูกและดี ไม่มีในโลก)

-http://hitech.sanook.com/1387992/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/-



ระวังกลลวง ขายของออนไลน์ (ของถูกและดี ไม่มีในโลก)

หากใครเป็นสมาชิกที่ติดตามเว็บไชต์ Pantip และแวะเวียนเข้าห้อง มาบุญครอง ก็จะรู้ว่าในห้องมีสาระดีๆ มากมายให้ได้อ่านกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ต่างๆ นาๆ

นอกจากนี้ห้อง มาบุญครอง ยังเป็นห้องที่มีการโพสร้องเรียน ร้องทุกข์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเหล่ามิจฉาชีพ กลโกง ต่างๆ มากมาย

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1387992/untitled-8.jpg)

ดังกรณีศึกษาของเข้าของท่านสมาชิกหมายเลข 940514 ที่ทางทีมงาน Sanook! Hitech จะนำมาฝากกัน(ขอสรุปแบบฉบับเราละกันนะครับ)

กรณีที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกว่าเป็นการโกง ไม่ได้เต็มปาก แต่การใช้อักษร และการใช้ภาษาที่ไม่ชัดเจนทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เรื่องเกิดขึ้นเมื่อท่านสมาชิกหมายเลข 940514 ได้เจอข้อมูลประกาศขายโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง กาแลคซี่ S III  ซึ่ง ราคาถูกมากๆ ประกาศตามนี้คับ

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1387992/untitled-4.jpg)

ทั้งหมดนี้ คือ ก่อนได้รับของ (ผมยอมรับว่าผมไว้ใจคนง่ายเกินไป ผมยอมรับว่าผมโง่มากๆ การศึกษาไม่ค่อยช่วยผมเท่าไหร่เลย แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมาเจอแบบผมอีก และเป็นครั้งแรกที่ผม ซื้อโทรศัพท์เอง ปกติ คือ พี่ให้ มาใช้ต่อ แต่ พอดี เครื่องที่พี่ให้ N70 มันพัง ก็เลยต้องหาซื้อใหม่ อยากได้เครื่องที่ดีๆๆ หน่อย แต่มีเงินแค่ 6000 7000 ก็เลยมาหาดู ในเว็บ ขายของออนไลน์)

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1387992/untitled-5.jpg)

หลังจากได้รับของ ผมก็เอามาตรวจสอบ สารพัดว่าเป็นของจริงหรือไม่ ทีแรกก็ดูไม่ออกเลย ระบบก็เหมือนกันมาก แต่พอแกะแบตมาตรวจดูเลข IMEI มันไม่ตรงกับในเครื่องที่บอกไว้ แล้วก็ไม่มีแอพ ของซัมซุง หรือ Sumsung App กล้อง ที่บอกหน้ากล่อง ว่า 8 ล้าน เอามาใช้จริงๆ กล้อง Nokia ล้าน N70 ยังชัดกว่าอีก

ผู้ขายก็พยายาม พูด สองแง่ สองง่าม ให้ไปแปลเอง ว่ามันไม่ใช่ของจริง เป็นงานเกาหลี แต่ผมมาถามก็ตอนที่ผมรู้เเล้ว ว่าของปลอม หลังจาก สารพัดเซ็ค ตรวจอะไรดูแล้ว

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1387992/untitled-7.jpg)

อย่างที่ทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้บอกไปข้างต้นแล้วครับกรณีแบบนี้เรียกว่าโกง คงเรียกไม่ได้เต็มปาก แต่ด้วยกลยุทธของการพูด การหลอกล่อ ทำให้ท่านสมาชิกหมายเลข 940514 เข้าใจว่าเป็นของแท้ นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนของก๊อปเกรด A เข้าให้

ปล. ในกระทู้ของ ท่านสมาชิกหมายเลข 940514 มีข้อความสนทนาของทั้ง 2 ฝั่งอย่างจัดเจน สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ pantip.com/topic/31374475






หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 18, 2014, 09:55:45 AM
เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในการปกป้องสิทธิของตนเองครับ

ผมว่า ควรต้องเอาผิดกับทางร้านค้าในประเทศไทยด้วย

อีกประการ  ถ้าข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างจริงๆ  ประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชน 

และประชาชนไม่เสียดายเงินภาษีอากรที่จ่ายเป็นเงินเดือนและเงินอื่นๆ  ให้กับข้าราชการด้วย



---------------------------------------------------------------------------------------------------


ลูกค้าชาวไทยรายหนึ่งส่งเมล์ถึง Tim Cook ร้องโอเปอเรเตอร์ไม่รับเคลม iPhone 5s

-http://hitech.sanook.com/1388166/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-tim-cook-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84/-


ตัวจริง ! ลูกค้าชาวไทยรายหนึ่งส่งเมล์ถึง Tim Cook ร้องโอเปอเรเตอร์ไม่รับเคลม iPhone 5s

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากลูกค้าชาวไทยรายหนึ่งได้ซื้อ iPhone 5s มาจากโอเปอเรเตอร์ในไทยเจ้าหนึ่่ง แต่กลับพบว่าขอบตัวเครื่องด้านบนมีลักษณะเหมือนประกอบไม่สนิท (ดูวีดีโอได้ที่ท้ายข่าวครับ) ซึ่งเจ้าตัวจึงขอให้โอเปอเรเตอร์เจ้าดังกล่าวนำเครื่องไปซ่อมแต่กลับถูก ปฏิเสธ โดยโอเปอเรเตอร์แจ้งว่าปัญหาที่พบไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องส่งซ่อม

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1388166/untitled-1.jpg)

เมื่อเป็นเช่นนี้ลูกค้าชาวไทยจึงส่งเมล์ร้องเรียนไปยัง Tim Cook ประกอบกับถ่ายวีดีโอเพื่อยืนยันว่า iPhone 5s ของตนมีปัญหาจริง และหลังจากนั้นไม่กี่วันลูกค้าชาวไทยรายนั้นก็ได้รับการติดต่อจาก Apple Customer Service ของสิงคโปร์ ซึ่งทางสาขาก็ได้ถามด้วยว่ามีการเมล์ไปหา Tim Cook จริงหรือไม่ ก่อนที่ลูกค้ารายนั้นจะได้รับการเปลี่ยน iPhone 5s เป็นเครื่องใหม่ในที่สุด

(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1388166/2.jpg)

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการบริการของโอเปอเรเตอร์รายนั้น และการประกอบตัวเครื่อง iPhone 5s จากโรงงานว่าในบางครั้งยังขาดความละเอียดรอบคอบ ซึ่งไม่รู้ว่าต่อไปจะมีลูกค้ารายใดจะเจอแจ็คพอตแบบนี้อีกหรือไม่

iPhone 5S with loose screen (http://www.youtube.com/watch?v=bLwUWbfznZg#ws)

iPhone 5S with loose screen (http://www.youtube.com/watch?v=bLwUWbfznZg#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=bLwUWbfznZg-

ปล. ทางทีมงาน Sanook! Hitech  มีประโยคของบทสนทนาระหว่างลูกค้าหนุ่มชาวไทยกับ Apple Customer Service ของสิงคโปร์มาฝากกันครับ

วันที่ 6 มกรา

(http://p4.isanook.com/hi/0/ud/277/1388166/9.jpg)

ปลายสายเป็นผู้หญิง พูดภาษาอังกฤษ สำเนียง สิงค์โปร ชัดถ้อยชัดคำ ถามว่าผมคือคนที่ส่ง E-mail ไปหา Tim Cook ใช่ไหม?

พนักงาน Apple: สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณ XXXXXXXX ที่ส่ง E-mail ไปหา Tim Cook เกี่ยวกับปัญหาที่ได้รับจากการใช้ iPhone 5s ใช่ไหมค่ะ?
ผม: ใช่ครับ ผมเอง ที่ส่งจดหมายไปวันที่ 4
พนักงาน Apple: ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหม ถ้าจะขอข้อมูลเพิ่มเติม ในส่วนของการเคลม iPhone กับทางผู้ให้บริการที่ผ่านมาค่ะ
ผม: ยินดีครับ! (พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่ไปเคลมเครื่องกับทาง........แล้วโดนปฏิเสธมาว่าตราบใดที่ยังใช้ได้ดีอยู่ก็ไม่รับเคลม)
พนักงาน Apple: ดิฉันรู้สึกเสียใจที่ได้ยินแบบนี้นะค่ะ ทางเราจะประสานงานกับทีมวิศวะกรของ Apple ให้ แล้วจะแจ้งกลับนะค่ะ
ผม: ขอบคุณมากในความกรุณาครับ

ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจไป 50 เปอร์เซ็นแล้ว เพราะทาง Apple ติดต่อกลับมาขนาดนี้ ก็คงจะต้องมีอะไรคืบหน้าขึ้นล่ะหน่า

วันที่ 9 มกราคม
ขณะเดินซื้อของอยู่อย่างเมามันส์ ก็มีสายจาก Apple Call Center เข้ามา ผมก็ไม่รีรอที่จะรับสาย

พนักงาน Apple (คนเดิม) โทรกลับเข้ามา พร้อมบอกผมว่า ทางทีมวิศวะกรได้ประชุมกัน แล้วสรุปเคสนี้ของคุณเรียบร้อยแล้วนะค่ะ (ดูยิ่งใหญ่เนาะ 555+) ทางเราจะติดต่อกับทาง................. ให้ทางพนักงาน Shop ติดต่อคุณ XXXXXXX เป็นการส่วนตัว เพื่อดำเนินการนะคะ ผมตอบตกลงพร้อมวางสายไป

ติดตามตอนต่อไปเพราะยังไม่จบ เหลืออีกนิดหน่อยสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ >>> pantip.com/topic/31522124

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ Monster HD

สนับสนุนเนื้อหา: Arip






หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2014, 10:47:47 AM
อันตรายที่แฝงมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
-http://www.komchadluek.net/detail/20140216/179014.html#.UwA04IWbyZQ-
 

                      ในยุคที่แทบทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์ใช้และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคชาวไทยกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใหม่ๆ ที่มาในรูปแบบของไวรัสคอมพิวเตอร์และมัลแวร์ซึ่งสามารถขโมยอัตลัษณ์บุคคลออนไลน์ ทำให้ข้อมูลสูญหายหรืออาจทำให้ระบบล่มได้ ในขณะเดียวกันกลับมีคนบางกลุ่มพยายามที่จะหาเงินจากการขายและติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมองข้ามภัยอันตรายดังกล่าว ข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณรู้เท่าทันอันตรายของการจำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และวิธีเลี่ยงจากอันตรายเหล่านั้น
 
                      ปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ซึ่งกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า ซอฟต์แวร์ที่จำหน่ายในประเทศไทยนั้น เป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ถึงร้อยละ 70  และสหรัฐอเมริกาได้จัดอันดับให้ไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตา (Priority Watch List) ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้หอการค้าสหรัฐอเมริกายังได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับรองสุดท้ายในเรื่องของการเคารพลิขสิทธิ์ โดยมีอินเดียเพียงประเทศเดียวที่อยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า
 
                      แม้จะมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่การละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศเราอย่างต่อเนื่อง และยังส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งานด้วย ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นทำให้ประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ได้รับผลกระทบ มีการเปิดเผยรายงานการสำรวจด้านความปลอดภัยจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ร้อยละ 63 ของดีวีดี ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์และคอมพิวเตอร์ที่มีการลงโปรแกรมวินโดวส์แบบผิดกฎหมายนั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะติดมัลแวร์และไวรัส ดังนั้นผู้ใช้งานที่หวังจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบอาจจะต้องผิดหวัง และยังอาจเจอภัยร้ายโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
 
                      มีผู้บริโภคกว่า 400,000 คนทั่วโลก ติดต่อไมโครซอฟท์ผ่านเว็บไซต์ How to Tell  ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เพื่อแจ้งว่าซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ทำให้เครื่องของพวกเขาติดไวรัสและมัลแวร์นั้นมีลักษณะอย่างไร นอกจากนั้นสินค้าเหล่านี้ยังทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนกับที่โฆษณาไว้ด้วย โดยไมโครซอฟท์ได้รับรายงานเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์จากลูกค้าในราว 4,500 เรื่องต่อเดือน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วที่เหล่าอาชญากรนำมาใช้ในการผลิตซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บริโภคที่จะรู้เท่าทันว่าซอฟต์แวร์ที่ซื้อมานั้นถูกลิขสิทธิ์หรือไม่ ข้อสังเกตง่ายๆ 4 ข้อต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่ซื้อมาได้ด้วยตัวเองและมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด
 
                      ควรเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่มีชื่อเสียง ลองถามจากเพื่อนหรืออ่านจากอินเทอร์เน็ตดูว่าคนอื่นพูดถึงร้านนั้นๆ ไว้ว่าอย่างไร และให้สงสัยไว้ก่อนเสมอว่าสินค้าที่มีราคาถูกกว่าปกติมากๆ อาจไม่ใช่สินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์
 
                      ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ทุกชิ้น รวมถึงซอฟต์แวร์ที่มีการติดตั้งลงเครื่องเอาไว้ก่อนแล้ว จะมาพร้อมกับฉลากลิขสิทธิ์แท้จากไมโครซอฟท์หรือฉลากรับรองความถูกต้อง (COA)  ซึ่งเป็นสติกเกอร์หรือฉลากที่ติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ เช่น Windows, Office หรือ Windows Server โดยทั่วไปคุณจะพบสติกเกอร์ COA อยู่บนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือภายในช่องใส่แบตเตอรี่สำหรับแล็ปท็อปรุ่นใหม่ๆ
 
                      และต้องตรวจดูว่ามีแผ่นกู้ข้อมูลมาพร้อมกับเครื่อง เพื่อให้สามารถติดตั้งใหม่หรือกู้ข้อมูลซอฟต์แวร์กลับคืนมาได้หากเกิดปัญหาขึ้น
 
                      ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถดูได้ที่ http://www.microsoft.com/genuine (http://www.microsoft.com/genuine)
 
                      หากคุณซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่มา แล้วสงสัยว่าเครื่องของคุณอาจจะได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คุณสามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปที่  www.microsoft.com/piracy (http://www.microsoft.com/piracy) โดยไมโครซอฟท์อาจทำการส่งสินค้าทดแทนให้ในกรณีที่ลูกค้าโดนหลอกให้ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 18, 2014, 10:27:42 PM
เตือนภัย!! ขายมือถือผ่านเน็ท นัดเจอโดนหลอกเอาเครื่องไปต่อหน้าต่อตา


-http://hitech.sanook.com/1388374/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%97-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2/-


ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ทางทีมงานไปเจอมาจาก pantip.com และเห็นว่าเรื่องนี้มีประโยชน์และสามารถเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ใกล้ตัวมากครับสำหรับกรณีแบบนี้

วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech มีอีกหนึ่งกรณีศึกษาของคุณ Poisonous_1986 ที่เข้ามาตั้งกระทู้ร้องเรียนที่ Pantip โดยผู้เสียหายได้เล่านรายละเอียดของเหตุการณ์ไว้ดังต่อไปนี้


(http://p3.isanook.com/hi/0/ud/277/1388374/untitled-21.jpg)


อยากจะเตือนภัยเพื่อนๆไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของเหล่ามิจฉาชีพครับ เหตุการนี้จะไม่เกิดเลย ถ้าผมไม่รีบร้อน และมีสติ ขอสรุปความให้ฟังนะครับ เล่าไปก็เจ็บใจไปแต่จะขอเปิดเผยข้อมูลบางส่วนนะครับ เพราะกลัวว่าโจรจะไหวตัวทันตอนนี้ให้คนตามสืบจากข้อมูลอันน้อยนิดครับ

ผมลงขายไอโฟนไว้ ที่พันทิปเนี่ยแหละคับ เข้าใจว่าโจรคนนี้มันก็เล่น โทรมานัดให้ไปเจอสถานที่นึง (รายละเอียดจะเปิดเผยทีหลังนะครับ) มันบอกว่าดูของก่อน ถ้าโอเคจะให้แฟนโอนมาให้ตอนดูก็ตกลงเอา มันก็บอกให้แฟนโอนมาเงินยังไม่เข้า บัญชีผม ผมยังไม่ได้รับ SMS มันเลยอาสาพาผมไปเซ็คเงินว่าเข้าหรือยัง โดยที่มือถือที่ผมขายวางอยู่บนรถตรงนี้แหละครับที่ผมพลาด ผมลงจากรถ โดยลืมเอามือถือลงมาด้วย พอผมคล้อยหลังไปเท่านั้นแหละครับ มันก็ขับรถหนีไปเลย

ตอนนี้มีเบอร์โจร ซึ่งมันก็ยังใช้อยู่ ไม่หนี เป็นเบอร์เติมเงิน แต่ระบบไม่มีข้อมูลรถมันก็ไม่ติดป้ายทะเบียน แต่รู้รุ่นรถ สีรถ รถแต่งด้วยตอนนี้ได้รูปมาจากกล้องวงจรปิดแล้ว ถึงจะเห็นรถไม่ชัด แต่ก็พอเห็นว่าแต่งยังไงบ้าง

มันยังมีการส่งข้อความมาเยาะเย้ยผมอีกครับ ผมผิดเองที่ไม่เฉลียวใจว่าเป็นโจรและไม่ดูให้ดี ไม่รอบคอบ เนื่องจากเป็นไอโฟนเครื่องใหม่ จึงไม่มีอะไรแกะรอยทั้งนั้นครับข้อมูลตอนนี้ก็มีเพียงรูปจากกล้องวงจรปิด และเบอร์โทรศัพท์ที่มันยังใช้อยู่ครับผมจะทำอย่างไรได้บ้างจากข้อมูลอันน้อยนิดครับ ผมส่งข้อความไปขอความเห็นใจให้มันโอนเงินมา ก็ได้แต่เงียบ ไม่รับสาย ได้แต่ส่งข้อความมาเย้ยผมถ้ามีรูปรถ(ที่ไม่ติดทะเบียน) กับเบอร์โทรของมันที่ยังใช้งานอยู่ พอจะทำอะไรได้บ้างมั้ยครับ ขอบคุณครับ

ถึงคุณโจรใจบาปครับ คุณไม่รู้หรอกว่าคุณได้สร้างความยากลำบาก ให้ผมมากแค่ไหน จิตสำนึกของคุณคงไม่ต้องพูดถึงเพราะจากพฤติกรรม การพูดจา การหว่านล้อม แสดงให้เห็นว่าเป็นเป็นมืออาชีพมากเรื่องเวรกรรม ความละอาย ก็คงไม่มีอยู่ในสันดาน แต่ถ้าคุณยังพอจะมีความเห็นใจกันอยู่บ้างก็กลับใจเถอะนะครับ หากินแบบสุจริตดีกว่าจะเที่ยวฉกทรัพย์เค้าแบบนี้ ผมไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าแล้ว เพราะคนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีพูดไปก็ไม่สะทกสะท้านอะไรหรอกผมก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้ตำรวจจับคุณได้เร็วๆ ไม่คดีใด ก็คดีหนึ่ง เพราะว่า ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่โดนแบบนี้

ใครเคยโดนคนนี้โกง เรามารวมตัวกันนะครับ เอาหลักฐานที่ได้มารวมกันเผื่อจะจับมันได้ครับ ความสำนึกไม่มีเลยครับ ชมกระทู้ต้นฉบับ คลิกที่นี่ -http://pantip.com/topic/31642833-

ขอบคุณที่มา: เจ้าของกระทู้ คุณ Poisonous_1986 จากเว็บไซต์ Pantip

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2014, 06:06:54 AM
10 เคล็ดลับ ขึ้นรถตู้โดยสารให้ปลอดภัย

-http://car.kapook.com/view82683.html-


(http://img.kapook.com/u/narongsak/Car/M_info_448.png)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

          ปัจจุบันการเดินทางด้วยรถตู้โดยสารได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความสะดวกรวดเร็วและมีจุดบริการตามจุดสำคัญ ๆ ในเมืองอย่างครอบคลุม อย่างไรก็ดี ขึ้นชื่อว่าโดยสารรถสาธารณะ ชีวิตและความปลอดภัยแทบทั้งหมดจะฝากไว้ที่ผู้ให้บริการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมข่าวสารอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถตู้ปรากฏเป็นระยะ ๆ

          ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำ 10 เคล็ดลับ การเดินทางด้วยรถตู้โดยสารอย่างปลอดภัย จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่จะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายในการโดยสารรถตู้ได้เป็นอย่างดี

          ต้องเลือกใช้บริการรถตู้โดยสารป้ายเหลืองเท่านั้น เพราะเป็นการลงทะเบียนรถโดยสารที่ถูกต้องในกรมการขนส่งทางบก เมื่อเกิดเหตุก็สามารถตรวจเช็กได้ดีกว่า

          ไม่ใช้บริการรถตู้โดยสารบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง (ปกติอนุญาตให้รถตู้บรรทุกผู้โดยสารได้ 15 คนรวมคนขับแล้ว)

           ไม่ใช้บริการรถตู้โดยสารดัดแปลง เช่น เพิ่มจำนวนเบาะที่นั่ง หรือติดฟิล์มกรองแสงเข้มเกินไป

           ไม่ใช้บริการรถตู้ที่ไม่ระบุเส้นทางข้างรถ อาจเกิดอันตรายกับผู้โดยสารหรือขึ้นรถผิดทำให้เสียเวลา

           คาดเข็มขัดนิรภัยทันทีเมื่อขึ้นรถ เข็มขัดจะยึดตัวเราไว้กับเบาะหากรถหยุดกะทันหัน ช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

           จำหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนให้ขึ้นใจ เช่น สายด่วนผู้คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก 1584 ตำรวจทางหลวง 1193 สายด่วนตำรวจ 191 หรือเบอร์ของผู้ประกอบการรถตู้โดยสารที่ติดไว้ก็สามารถโทรแจ้งได้เช่นกัน นอกจากนี้ควรมีเบอร์สายด่วนฉุกเฉินเวลาเกิดอุบัติเหตุ เช่น สายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

           ขณะรถตู้โดยสารเติมเชื้อเพลิงต้องลงจากรถทุกครั้ง เพราะแรงดันก๊าซจะสูงที่สุดขณะเติม อาจระเบิดขึ้นได้

          ไม่ใช้บริการรถตู้โดยสารเมื่อต้องเดินทางเกิน 300 กิโลเมตร กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้รถตู้โดยสารให้บริการได้ในระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะหากไกลกว่านั้นอาจทำให้พนักงานขับรถอ่อนเพลียจนเกิดอุบัติเหตุและยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำผิดกฎหมายด้วย

          ไม่ทนนั่งรถตู้โดยสารอันตราย เช่น ขับรถเร็วน่าหวาดเสียว คนขับหลับใน สภาพรถทรุดโทรม บริการไม่สุภาพ ควรเตือนหรือรีบแจ้งคนขับทันที หากไม่ได้รับการตอบสนองควรแจ้ง สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้อื่นต่อไป

           ไม่ขึ้นหรือลงรถตู้โดยสารนอกป้ายและจุดจอด เพราะจะก่อให้เกิดอันตรายจากรถที่แล่นมาเฉี่ยวชน หรืออันตรายจากมิจฉาชีพที่ซุ่มอยู่

          หากปฏิบัติได้ตามนี้รับรองว่าจะมีความปลอดภัยในการโดยสารรถตู้มากขึ้นแน่นอน อีกเรื่องที่อยากให้ระวังเพิ่มเติม คือการนอนหลับบนรถเพราะภัยรูปแบบใหม่ที่มิจฉาชีพแฝงตัวในคราบผู้โดยสาร อาจจะมีการกรีดกระเป๋าหรือ ฉกฉวยทรัพย์สินระหว่างที่คุณหลับ มีสติและไม่ประมาทคือเกราะกันภัยชั้นเยี่ยมในการดำเนินชีวิตครับ

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย ที่ใกล้ตัว อย่าประมาท และเป็นความรู้การป้องกันตนเอง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 07, 2014, 05:28:11 AM
รถเมล์สาย 8 ก่อเรื่องอีก ตามเบียดเก๋งลอย ฉุนไม่ให้ทาง

-http://hilight.kapook.com/view/98911-

(http://www.tairomdham.net/index.php?action=dlattach;topic=8971.0;attach=2409;image)

(http://www.tairomdham.net/index.php?action=dlattach;topic=8971.0;attach=2408;image)




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @jirasak

            รถเมล์สาย 8 ก่อเรื่องอีกแล้ว ตามเบียดรถเก๋งลอยพื้น หลังรถเก๋งไม่ยอมให้ทาง ชาวเน็ตแชร์ภาพว่อน วิจารณ์สนั่น

            หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้มีผลสำรวจเกี่ยวกับการให้บริการรถประจำทางระบุว่า รถประจำทางสาย 8 หรือ รถเมล์สาย 8 เป็นรถเมล์ที่ควรปรับปรุงมากที่สุด เนื่องจากขับรถเร็วและอันตราย ไม่จอดรถรับส่งผู้โดยสารตรงป้าย สภาพรถเก่า ฯลฯ จนทำให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขึ้นรถเมล์สาย 8 สำรวจปัญหาที่ได้รับร้องเรียนมาด้วยตัวเอง ซึ่งทางรถเมล์สาย 8 ก็สัญญาว่าจะปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น

            อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (6 มีนาคม 2557) กลับมีประเด็นของรถเมล์สาย 8 ให้ชาวเน็ตได้วิพากษ์วิจารณ์กันอีกแล้ว เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jirasak ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุรถเมล์สาย 8 สีขาว-น้ำเงิน หมายเลขหลังรถ 36-115 ที่อยู่ในช่องกลาง ขับไปเบียดรถยนต์ที่อยู่ในช่องขวาสุดจนรถยนต์ลอยขึ้น