ตอบ

ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

Verification:
คนที่มีจิตใจอ่อนโยนส่วนใหญ่มัก คิดถึงสิ่งใดก่อนเสมอ  ( เลือกตอบแค่ ตัวเอง กับ คนอื่น ครับผม ):
คุณเชื่อในศรัทธาของความดีไหมครับ ( เลือกตอบแค่ เชื่อ กับ ไม่เชื่อ ครับผม):
คิดว่าความดีทำยากไหม( เลือกตอบแค่ ยาก กับ ไม่ยาก ครับผม):
ถ้าเราโกรธใคร ธรรมะจะเป็นหนทางผ่อนคลายความโกรธนั้นลงได้ใช่ไหม ( เลือกตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ ครับผม ):
คุณเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีใช่หรือไม่ ( เลือกตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ ครับผม):
เว็บใต้ร่มธรรมเป็นเว็บเล็กๆแนวธรรมะในจิตใช่หรือไม่ ( เลือกตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ ครับผม):
^^ ขอความกรุณาพิมพ์คำว่า แสงธรรมนำใจ:
เปล่งวาจาว่าสาธุ เป็นการอนุโมทนาต่อพระสงฆ์ที่วัด หรือมีใครทำบุญแล้วมาบอกให้ทราบ ทราบแล้วยกมือขึ้น (สาธุ) กรุณาพิมพ์คำนี้ครับ  สาธุ:
โดยปกติชน นิ้วมือของคนเรา มีกี่นิ้ว (ตอบเป็นภาษาไทยครับ):
วัฒนธรรมไทยเมื่อเห็นผู้ใหญ่ท่านจะทำความเคารพ ด้วยการไหว้ท่านก่อนเสมอใช่หรือไม่:
ใต้ร่มธรรม เป็น แค่เว็บไซต์และจินตนาการทางจิต การทำดี สำคัญที่ใจเรา เริ่มความดีที่ใจเราก่อนเสมอ พิมพ์คำว่า "เริ่มความดีที่ใจเราก่อนเสมอ":
คุณพ่อคุณแม่เปรียบดั่งพระอรหันต์ในบ้าน พิมพ์คำว่า "คุณพ่อคุณแม่ฉันรักและเคารพท่านดุจพระอรหันต์":
กล่าวคำดังนี้  "ขอโทษนะ":
กล่าวคำดังนี้  "ขออโหสิกรรม":
ในโลกออนไลน์หรือโลกแห่งจิต ไม่มีใครทำอะไรเราได้ นอกเสียไปจาก (คนพาล) หรือ (ใจของเราเอง):
เคยนวดฝ่าเท้าให้ คุณพ่อคุณแม่บ้างไหม ถ้ามีโอกาส เราควรทำหรือไม่ (ควรกระทำอย่างยิ่ง หรือ ไม่ควรทำ):
พิมพ์คำว่า (แสงธรรมนำทางธรรมะนำใจ) ครับ:
สำนวนไทยที่ว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน  พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ลางเนื้อชอบลางยา):
ขนทรายเข้าวัดคือ พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ทำบุญทำกุศลโดยวิธีนำหรือหาประโยชน์เพื่อส่วนรวมมิได้ทำเพื่อตนเอง):
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติคือผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น ฉะนั้นสมาชิกใต้ร่มธรรมควรให้เกียรติกันและกัน พิมพ์คำว่า (ฉันจะให้เกียรติสมาชิกทุกๆท่านในใต้ร่มธรรมเสมอด้วยวาจาสุภาพอ่อนน้อม):

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: กันยายน 30, 2014, 09:46:26 PM »

สมควรตายสถานเดียว

อยู่ไปก็เป็นเสนียดของสังคม และ หนักแผ่นดิน

-------------------------------------------------





สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

-http://hilight.kapook.com/view/108852-
 



          คดีน้องแก้ม ล่าสุด ศาลพิพากษาประหารชีวิต เกม วันชัย แสงขาว ฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 บนรถไฟ ชี้สารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่ได้สำนึกผิด

          วันที่ 30 กันยายน 2557 ศาลจังหวัดหัวหิน นัดอ่านคำพิพากษาคดีสะเทือนขวัญ กรณีที่ นายวันชัย แสงขาว หรือ เกม อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บุกข่มขืนน้องแก้ม ด.ญ. วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี ขณะกำลังนอนหลับบนรถไฟตู้นอน ขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ (ขาขึ้น) ก่อนจับร่างโยนทิ้งหน้าต่างทั้งที่เหยื่อยังมีลมหายใจ จนตกลงไปกระแทกพื้นเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

          ทั้งนี้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต นายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 เนื่องจากมีความผิดตามฟ้อง และเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม สมควรลงโทษสถานหนัก มีความผิดหลายกระทงดังนี้

          - ฐานฆ่าผู้อื่น ให้ลงโทษประหารชีวิต
          - ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ลงโทษจำคุก 9 ปี
          - ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี
          - ฐานซ่อนเร้นศพ ให้จำคุก 1 ปี ฐานเสพยาบ้า ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน

          เมื่อรวมความผิดแล้ว ให้ลงโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนที่นายวันชัย อ้างว่า รับสารภาพเพราะสำนึกผิดนั้น ศาลเห็นว่า นายวันชัย จำนนต่อหลักฐาน ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ซึ่งเจ้าตัวหลังได้ฟังคำพิพากษาแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวกลับเรือนจำ

          ส่วนจำเลยที่ 2 นายณัฐกร ชำนาญ หรือ หนึ่ง อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดบนรถไฟขบวนเดียวกัน มีความผิดฐานให้การสนับสนุน จำคุก 6 ปี สารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี


ไอเอ็นเอ็น
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2014, 07:42:58 AM »

ต้องแบบนี้

ต้องให้มีในเมืองไทย



----------------------------------------------------------------------------------------------

บทลงโทษที่สาสมที่สุดครับสำหรับความเลวระยำที่มันทำกับผู้หญิง
รีบดูครับก่อนถูกบล็อก

https://www.facebook.com/photo.php?v=662102297205904&set=vb.556625641086904&type=2&theater
หลอกผู้หญิงมาข่มขืน และฆ่าปิดปาก สุดท้ายโดนแขนคอทั้งแก๊ง

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 06:32:24 PM »

.


 พลิกแฟ้ม...5นักโทษประหารคดีฆ่าข่มขืน : ทีมข่าวอาชญากรรม

-http://www.komchadluek.net/detail/20140711/188005.html-

               หลัง ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนหญิงชั้น ม.2 ถูก นายวันชัย แสงขาว พนักงานของการรถไฟฆ่าข่มขืนแล้วโยนศพออกจากขบวนรถไฟ ทำให้ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะเหล่าดารา มีการใช้โซเชียลมีเดียและร่วมเคลื่อนไหวให้มีการแก้กฎหมายลงโทษสถานหนักกับคนร้ายที่ก่อคดี โดยแสดงสัญลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ข่มขืน=ประหารชีวิต บางรายถึงขนาดรวมตัวกันชูป้ายสนับสนุนให้นักโทษในเรือนจำรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาทันทีที่เข้าสู่ประตูเรือนจำ

               ทีมข่าวเนชั่นทวี ได้ตรวจสอบคดีข่มขืนย้อนหลัง พบว่า ในอดีตมีการลงโทษประหารชีวิตผู้ก่อเหตุน้อยมาก ซึ่งเท่าที่ตรวจพบมีเพียง 5 คดีที่ท้ายที่สุดแล้วคนร้ายถูกประหารชีวิต คดีแรก สมศักดิ์ พรนารายณ์ ก่อคดีข่มขืนแล้วใช้สายไฟรัดคอเด็กหญิงวัย 15 ปี เสียชีวิต เหตุเกิด ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2538

               คนร้ายนี้เป็นเพื่อนกับอาของผู้ตาย เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเหยื่อหลังจากออกจากคุก ได้อาศัยจังหวะฝนตก สมาชิกในครอบครัวกำลังหลับ จึงกระทำกับเหยื่อแล้วพยายามหลบหนี แต่ถูกตำรวจเชียงคานจับกุมได้ระหว่างรอรถโดยสารใน อ.เชียงคาน หลังถูกจับกุมนายสมศักดิ์ รับสารภาพว่า นอกจากเด็กหญิงวัย 15 ปี รายนี้แล้ว ก่อนหน้านั้นเพียง 1 เดือนได้ก่อเหตุข่มขืนและพยายามฆ่าคนขับรถสามล้อเครื่องในเขต อ.เมือง จ.เลย คดีของนายสมศักดิ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลนาน 4 ปี หลังคดีสิ้นสุดเขาถูกประหารชีวิตไปเมื่อปี 2542

               รายต่อมา คือ นายพันธุ์ หรือแหล่ สายทอง วัย 34 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ภายในโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งย่านบางพลัด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 โดยคนร้ายรายนี้ได้ลอบเข้าไปแอบอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนฉวยโอกาสที่เด็กเข้าห้องน้ำลงมือ โดยคนร้ายรายนี้เพิ่งพ้นโทษจากคดียาเสพติด ออกมาจากคุกไม่ทันครบเดือนก็ก่อคดีฆ่าข่มขืนเหยื่อรายนี้

               นายพันธ์ ถูกตำรวจชนะสงครามจับกุมได้หลังก่อเหตุเพียง 1 วัน ในข้อหาซ่องโจร ก่อนที่ตำรวจบางพลัดจะประสานขออายัดตัวมาให้เพื่อนนักเรียนของเหยื่อชี้ตัว ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพในเวลาต่อมาหลังจำนนต่อหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุ คดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลนาน 4 ปี ก่อนที่คนร้ายรายนี้จะถูกประหารชีวิตไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2542

               ถัดมาคือ นายเดชา สุวรรณสุก วัย 49 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรสาวของตัวเอง เหตุเกิดที่โรงไม้แห่งหนึ่งย่านสุวินทวงศ์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 ตำรวจจับกุมคนร้ายรายนี้หลังจากตรวจพบตามร่างกายมีรอยขีดข่วน แต่นายเดชากลับอ้างว่า บุตรชายซึ่งเป็นพี่ชายของผู้ตายน่าจะเป็นคนกระทำแต่ต้องจำนนต่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คืออสุจิที่พบในตัวเด็ก ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอแล้วตรงกันกับดีเอ็นเอของนายเดชา

               นายเดชา เคยต้องคดีลักทรัพย์ถูกจับกุม 2 ครั้ง มีพฤติการณ์ดื่มสุรามึนเมา และมักทำร้ายคนในครอบครัวเป็นประจำ โดยวันเกิดเหตุนายเดชาดื่มสุราจนเมา แล้วอ้างว่าก่อเหตุข่มขืนลูกสาวเพราะต้องการระบายความแค้นที่ภรรยาหนีไปอยู่กับชายอื่น

               นายเดชา ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต และถูกส่งคุมขังในเรือนจำบางขวาง ซึ่งผ่านกระบวนการในศาลอุทธรณ์ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต และถูกประหารชีวิตไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2542 หลังก่อเหตุ 4 ปี

               รายที่ 4 ต่อมา คือ นายอำไพ ใสโพธิ์ วัย 26 ปี เป็นคนร้ายในคดีข่มขืนฆ่าอีกรายที่ถูกประหารชีวิต โดยคนร้ายรายนี้ลงมือกระทำกับเหยื่อซึ่งเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 2 ขวบ 3 เดือน เหตุเกิดใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เมื่อปลายเดือนเมษายน 2541 คนร้ายรายนี้ได้ขโมยเด็กจากร้านค้าในหมู่บ้าน โดยหลอกจะซื้อขนมให้เด็กแล้วพาไปกระทำในป่าท้ายหมู่บ้าน โดยอ้างว่า ก่อเหตุเพราะเมาสุรา เมื่อล่วงละเมิดแล้วได้ใช้ไม้ตีเด็กจนเสียชีวิต คดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี 3 ปี ก่อนศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นประหารชีวิตคนร้ายรายนี้ไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2544

               รายสุดท้ายคือ นายเก้า ปั้นหยัด วัย 29 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ในเขต อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อเดือนเมษายน 2539 โดยคนร้ายรายนี้ได้ฉวยโอกาสขณะเหยื่อออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้แม่ ผ่านคลองชลประทาน ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว จึงถูกคนร้ายรายนี้ที่อาบน้ำอยู่ในคลองลงมือ เสร็จแล้วได้โยนศพลงน้ำอำพรางการตายเบี่ยงเบนคดีให้เชื่อว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิต นายเก้าต่อสู้คดีในชั้นศาลอยู่นานเกือบ 4 ปี ก่อนถูกประหารชีวิตไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2542

................

(หมายเหตุ : พลิกแฟ้ม...5นักโทษประหารคดีฆ่าข่มขืน : ทีมข่าวอาชญากรรม)




ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 09:17:40 PM »

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร


คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร

-http://www.youtube.com/watch?v=lp5SEmyJ8Zo-
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 09:16:25 PM »

39635 - ประหารผู้ค้ายาบ้า

39635 - ประหารผู้ค้ายาบ้า


39635 - ประหารผู้ค้ายาบ้า

-http://www.youtube.com/watch?v=W0LFJhXIIUk-
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มิถุนายน 23, 2013, 08:44:26 PM »

หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ กับชีวิตในเรือนจำ จากรายการคนค้นฅน
-http://hilight.kapook.com/view/87626-











เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการคนค้นฅน

          หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เผยชีวิตเบื้องหลังกำแพงเรือนจำ กับชีวิตใหม่หลังก้าวผ่านคำว่านักโทษประหาร สู่การเรียนรู้ชีวิต จากโรงเรียนแห่งใหม่ที่ถูกเรียกว่าเรือนจำ
     
         เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน (พ.ศ. 2544) หลายคนยังคงจำได้ถึงคดีอาชญากรรมในตำนาน ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการแพทย์ ในคดีฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ ซึ่งมือสังหารก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ หรือ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำกิ๊ฟมือหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเธอ โดยหลังจากที่คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามลำดับชั้นมาเป็นเวลาหลายปี ในที่สุด นพ.วิสุทธิ์ ก็ถูกส่งตัวเข้าคุมขังในเรือนจำกลางบางขวาง ในฐานะนักโทษประหาร ด้วยความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
 
          และเป็นเวลานานถึง 9 ปีแห่งการจองจำ จากสูตินรีแพทย์ฝีมือดีระดับเอเชีย สู่นักโทษประหาร จนกระทั่งปัจจุบันหมอวิสุทธิ์ได้กลายมาเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือแพทย์อยู่ในแดนพยาบาล เรือนจำกลางบางขวาง โดยมีหน้าที่ดูแลและรักษาเพื่อนผู้ ต้องขังคนต่าง ๆ ในที่สุดทางรายการคนค้นฅน ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้จะพาทุก ๆ คนไปสัมผัสกับเรื่องราวหลังเรือนจำของหมอวิสุทธิ์ ซึ่งได้เรียนรู้และได้มีโอกาสในการทบทวนความผิดพลาดที่ผ่านมาในชีวิตในตอน โลกหลังกำแพง...ของ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ
 
          แม้ว่าสภาพภายในแดนพยาบาลของเรือนจำบางขวาง จะดูปลอดโปร่งไม่เหมือนสภาพของคุกในความคิดของใครหลายคน แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคุกก็ย่อมไม่เคยมีอิสรภาพ โดย หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ได้ย้อนความทรงจำให้เราได้ฟังถึงช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการใช้ชีวิตเรือนจำ ในช่วงที่เพิ่งถูกพาเข้ามายังเรือนจำแห่งนี้ในฐานะนักโทษประหาร ว่าในตอนนั้นเขาจะต้องถูกจับใส่ตรวนล่ามโซ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้สภาพจิตใจแย่ลงมาก เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ต้องถูกใส่ตรวน ไม่ใช่คน ทุกสิ่งที่เคยเป็นและเคยมีในอดีตล้วนสูญสิ้นไปหมด แม้ว่าจะมีลมหายใจแต่ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว
 
          แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้าง ทั้งจากเพื่อนฝูงที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจ และจากเพื่อนร่วมแดนประหาร ก็ทำให้ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายมาได้ และไม่เคยคิดอยากจะฆ่าตัวตายเลย สิ่งที่คิดมีเพียงแค่จะฟันฝ่าเรื่องราวต่าง ๆ ต่อไปอย่างไรเท่านั้น
 
          และสิ่งที่มีส่วนสร้างกำลังใจให้ได้มากที่สุดในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ ก็คือการที่ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ได้เข้าร่วมเขียนสารคดี เรื่องเล่าจากแดนประหาร ซึ่งทำให้ตัวเขาได้ทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ทบทวนชีวิตตนเองอย่างจริงจัง และทำความเข้าใจต่อชีวิตของตนเองให้ถ่องแท้ที่สุด จนเขาได้รู้จักกับตัวเองมากมากขึ้น โดย หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ได้เล่าว่า เมื่อได้ลองทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง ก็ทำให้เขาได้รู้ว่าชีวิตก่อนหน้านี้ ตัวของเขาเป็นคนที่ประมาท ปล่อยให้ความโลภและความโกรธเข้าครอบงำจนไร้อิสระ ปล่อยให้อิทธิพลของลาภยศ คำสรรเสริญ เข้ามามีอำนาจเหนือตนเอง
 
          และนั่นทำให้ในตอนที่ถูกจำคุก เขาได้แต่คิดว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปบ้าง โดยไม่เคยคิดว่าจะได้รับอะไร แต่ในตอนนี้หลังจากที่ได้ทบทวนตัวเอง แม้ว่าจะต้องเสียสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย แต่เขากลับรู้สึกว่าตอนนี้เขา ได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น ได้มองโลกในอีกมุมมองหนึ่ง มีการเจริญเติบโตของจิตวิญญาณ และมีความสุขจากการให้ เข้าใจคำว่าจิตอาสามากขึ้น
 
          นอกจากนี้ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ยังได้เผยถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากรูปภาพที่เขาได้วาดในเรือนจำว่า ตัวของเขานั้นก็เปรียบเหมือนธุลีเล็ก ๆ ในโลกใบใหญ่ ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือสลักสำคัญอะไร หากเราหาความสุขได้จากการที่ตัวเองเป็นเพียงฝุ่นผง ความสุขนั้นก็จะอยู่กับเราอย่างยั่งยืน เมื่อก่อนเป็นคนมีอัตตา คิดว่าควบคุมทุกอย่างได้ ทำให้โกรธง่าย แต่ตอนนี้ตัวเองเป็นเพียงฝุ่นเล็ก ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องโกรธใครแล้ว
 
          และหากจะมองย้อนไปถึงเรื่องของ พญ.ผัสพร ในอดีต หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ก็เผยว่าเมื่อมองย้อนกลับไป เขาไม่ได้ตำหนิตัวเอง และกลับรู้สึกว่าเข้าใจความคิดอ่าน ของภรรยามากขึ้น ตัวเองไม่ติดใจอะไรแล้ว ไม่โกรธแค้นขุ่นเคือง รู้สึกให้อภัยภรรยา ให้อภัยแก่ตัวเอง และก็อยากให้ภรรยาอภัยให้เช่นกัน
 
          ทั้งนี้ สำหรับการที่ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อนุญาตให้ทางรายการเข้ามาถ่ายทำเกี่ยวกับตัวเขาได้ หลังจากที่ไม่เคยออกมาพูดอะไรนานเป็นสิบปีนั้น หมอวิสุทธิ์ เผยว่า เกิดจากการที่เขาคิดว่า คนเราจะมีคนรู้จักหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ กับการดูแลตนเอง ตราบใดที่เราทำตัวเป็นประโยชน์ ไร้อัตตา เราก็ไม่ทุกข์ร้อน การที่มัวแต่ห่วงว่าจะเสียหน้า หรือเสียชื่อเสียงหรือไม่ ล้วนแล้วแต่เป็นอัตตา และรายการนี้ก็เป็นรายการที่มอบประโยชน์แก่ผู้อื่น
 
          สำหรับอุทาหรณ์ที่ หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ได้เรียนรู้จากโรงเรียนชีวิตแห่งนี้ก็คือ มนุษย์เราควรจะต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต ไม่ประมาท ต้องรู้สึกฝึกจิตตั้งแต่อายุน้อย ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุมากแล้วจึงเข้าวัด ควรฝึกจิตอย่างประมาทให้กิเลส ความโลภ โกรธ หลง ครอบงำจิตใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราถูกครอบงำ เราก็จะทำผิดพลาดได้



KhonKhon201306221457593.avi


KhonKhon201306221457593.avi


-http://www.youtube.com/watch?v=tdz9ohcBYRs&feature=player_embedded-



KhonKhon201306221444453.avi


KhonKhon201306221444453.avi


-http://www.youtube.com/watch?v=jXzryncUBvo&feature=player_embedded-



KhonKhon201306221456183.avi


KhonKhon201306221456183.avi


-http://www.youtube.com/watch?v=_5hMpKDTbzs&feature=player_embedded-

คลิป หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ กับชีวิตในเรือนจำ จากรายการคนค้นฅน โพสต์โดยคุณ 1uchannel



http://hilight.kapook.com/view/87626


.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2013, 02:06:43 PM »

คำสารภาพสุดท้าย ของนักโทษประหาร
-http://www.youtube.com/watch?v=VCUo3TIQBXo-


คำสารภาพสุดท้าย ของนักโทษประหาร


คำสารภาพสุดท้าย ของนักโทษประหาร



.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2013, 02:05:16 PM »

สื่อลำดับที่ 9 เรื่องสู่แดนประหาร
-http://www.youtube.com/watch?v=P2-Ri8vdhLM-


สื่อลำดับที่ 9 เรื่องสู่แดนประหาร


สื่อลำดับที่ 9 เรื่องสู่แดนประหาร




.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 12:06:36 PM »

คำพยานชีวิต อดีตนักโทษ
-http://www.youtube.com/watch?v=WYqXYePOIwo-

คำพยานชีวิต อดีตนักโทษ


คำพยานชีวิต อดีตนักโทษ






.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 11:57:42 AM »

นักโทษประหาร
-http://www.youtube.com/watch?v=kvJn_O5nPUQ-

นักโทษประหาร


นักโทษประหาร





.



+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham