กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10
51


ไอ้พวกโลกสวย กลางทุ่งลาเวนเด้อ กับ พวกมองโลกในแง่ดี แง่งาม พลังบวก มันต่างกัน ตรงใหน ?

ในทัศนะ ชุดความคิด ถูกผิดส่วนตัว คิดว่า ไอ้พวกโลกสวย มันมองโลกด้านเดียว มุมเดียว ไม่เข้าใจโลก มองอย่างผิวเผิน   กลวงโบ๋ ตื้นเขิน .....

ส่วนการมองโลกในแง่ดี เป็นคนรู้ทุกข์ รู้ธรรม เข้าใจโลก มีกระดูกมวย ใน การใช้ชีวิต จึงสามารถ ใช้ปัญญา หาแง่มุม งาม ๆ ให้จิตเกาะ เป็นอาหารใช้ ตัดผ่านปัญหา นานาอุปสรรค ได้อย่างไหลลื่น โปร่งเบา ทางพระเรียกว่า รู้จักเลือกเฟ้นองค์ธรรม ฉลาดใช้กุศลจิต

ความตลก ขำ ๆ ขบขัน ก็ เป็นองค์คุณ หล่อเลี้ยงภายในเรา ให้เราผ่อนคลาย เกิดพลัง และ ปัญญา คิดอะไรออก

เรียกว่า เกิดกลไกล ชำระจิต ขับเคลื่อนดวงจิต ฝ่าทะเลทุกข์ มีความยืดหยุ่นในตัวเองสูง พร้อมปรับเปลี่ยน พลิกแพลง พลิกจิตเสมอ ยามเจอ ความทุกข์

เรียกว่า ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน ปัญญาไหล

ตามวัย การตกผลึก ตามภูมิธรรม อินทรีย์ธรรมตัว กระดูกมวยจากประสบการณ์นั่นแหละ

การมองโลก อย่างไร ให้ไหลลื่น ไปกลับ เกลียวคลื่นแห่งมายา สุดแต่จะเรียก จะนิยาม สู่การนำไป ปรับใช้ ให้เกิดมรรค เกิดผล เรียกว่า ปัญญาปฏิบัติ .......

- Dialogue in the Lights -
52


ถ้อยคำ อักษร มิได้มาจาก คัมภีร์ศาสนา เพียงอย่างเดียว เท่านั้น ที่มีธรรมะ แง่คิด ทอประกาย ฉายแสงอยู่........ไอ้ ถ้อยคำ อักษร ที่ไหลบ่า มาจาก ประสบการณ ์ บาดแผล ผิดพลาด ความเจ็บปวด ความทุกข์ ความสุข ผิดหวัง สมหวัง อาจไหลมาจาก ความโง่ ความหลง กิเลส อาจเป็น ความดำทะมึน ความมืดมน ที่เขากล้าเผยให้เห็น ถ้าเราเปิดใจ ให้กว้าง มอง ดี ๆ นี่แหละ ก็ธรรมะ ที่มีความลึก เพราะมาจาก ประสบการณ์ เขา มันให้แง่คิด คติชีวิต ให้มุมมอง การไตร่ตรอง มิติ ดี ๆ แก่เรา  อย่างที่เคย บอกไว้ไง ธรรมะ ไม่จำเป็นต้อง สวยสดงดงาม ปานดงดอกไม้ ท้องทุ่งลาเวนเด้อ แต่ ธรรมมะ ที่ ทรงพลัง  สุด ๆ คือ ชุดประสบการณ์ ที่ออกมาเป็น ชุดถ้อยคำ ของใครคนหนึ่ง เคยพูดอยู่ บ่อย ๆ ว่า ในบางที นะ ไอ้ความมืดสุด ดาร์ค สุด ๆ นี่แหละ สว่างสุด ๆ เป็น ความสว่างในอีกมุม ท่านพุทธทาส ว่าไว้ การขุดเพชรกลางหัวคางคก หรือ ปลูกดอกบัวกลางเปลวเพลิง หรือ ต้นไม้แห่งโพธิปัญญา ที่ได้ โคลนตม เป็นปุ๋ย สัมผัสมัน เข้าถึง เข้าใจมัน แล้ว ปัญญาจะมาเอง ......รับรู้ เข้าใจ ความต่างของอีก คน จะทำให้เราเข้าไกล้กัน เห็นเราในเขา เห็นเขาในเรา .......จบแหละ ขอตัว ช่วงนี้ติด เอิ้ก ๆๆๆๆๆ

- Dialogue in the Dark -

53


แล้ว แต่คนมอง จะเห็น เรามีชีวิต ภาพมันก็มีชีวิต มีองศา สีสัน มิติ ความลื่นไหล จะรู้สึก จะนิยาม จะความหมาย จะพบอะไร อยู่ที่ ใจเรา กระทบ และ สะท้อน ออก สรรพสิ่งไหลเข้า โลกม้วนเข้า แล้วเราก็ไหลออก คลี่คลาย ขยายออก ในทุกทิศทาง นานาความหมาย ทางพุทธเรียก นานาจิตตัง นักเลงเรียก แล้วแต่ มึง ????
54


วรยุทธ ทั่วไป ใช้ การจำ จำ จำ จำ ยิ่งจำ ท่วงท่า เคล็ดวิชาได้เยอะ ยิ่งดี ...แต่ วิชาไท่เก๊ก กลับ ใช้ การลืม ลืม ลืม ลืม ยิ่งลืม ยิ่งดี จนลืม สิ้นทุกอย่าง แม้ท่วงท่า จึง บรรลุ เคล็ดวิชาไท่เก๊ก พอได้ดู ช่วง ที่ ปรามาจารย์ เตียซำฮง สอนเคล็ดวิชาไท่เก๊ก แก่ พระเอก เตียบ่อกี้  จนสามารถ ใช้ กระบี่ไม้ ธรรมดา ชนะ ยอดกระบี่อิงฟ้า ได้  และใช้ กำลังน้อย ตามหลัก หนึ่งตำลึง เบี่ยงพันชั่ง ....วิชาไท่เก้ก ไม่เน้นต้าน ปะทะ กระแสพลัง ตรง ๆ แต่ จะทำตัว โอนอ่อน พริ้วไหว เป็นหนึ่งเดียว กับ กระแสพลัง คู่ต่อ สู้ แล้ว หาช่อง หาโอกาส จู่โจม .....บางจังหวะ เหมือนจะเบี่ยง อาศัย พลังคู่ต่อสู้ สะท้อนกลับ ทำร้ายเจ้าของ.....ปรัชญาหนังจีน วิถีไท่เก๊ก วิถีเต๋า บางที ก็สอน อะไรเรามากมาย นะ เช่น โลกรอบกาย คือ ธรรมชาติ เราจะอยู่ ร่วมกับ พลังธรรมชาติ กระแสแห่งโลก วิถีฟ้าดิน ได้ อย่างไร .....ไม่ต่อต้าน แต่ ประสาน กลมกลืน ไปกับมัน และ เข้าใจมัน....ใช่ใหม ?

จาก คลิป https://youtu.be/QBBPLmXeOwo
55


การเล่น เลี้ยงบอนไซ เป็น ภูมิปัญญาโบราณ ปราชญ์ อริยครู คิดค้น จำลองแบบจาก ธรรมชาติ ป่าเขา ต้นไม้ใหญ่ เวลา เลี้ยง บอนไซ เป็น อุบายล่อจิต มอง ความเขียว คดโค้ง งองุ้ม ปุ่ม ๆ ป่ำ ๆ ธาตุไม้ การพริ้วไหว ของใบ กิ่งก้าน มองไป นาน ๆ จะเกิด สมาธิ วิปัสสนาญาณ โดยธรรมชาติ โดย ไม่ต้องผ่านถ้อยคำ รูปทรงต้นไม้ ธรรมชาติ รอบกาย เป็นสัจธาตุ สามารถเหนี่ยวนำ ใจคน ดึงจิต คน ให้เกิด ปัญญา ได้ พระเซน นักพรตเต๋า ปราชญ์โบราณ ใช้ ธรรมชาติ รอบกาย ในการฝึกจิต ชำละล้างใจ ถ้าอยู่ในป่าไม่ได้ ท่านก็จำลอง ให้อยู่ในรูป บอนไซ สวนหินเซน ศิลปะธรรมชาติ ใน ทางเซน จะเรียก วะบิ-ซาบิ หรือ พุทธะศิลป์แห่งเซน ใช้ ธรรมชาติ ธรรมดา เรียบง่าย พระไตรลักษณ์ เป็น อุบายฝึกจิต หล่อเลี้ยงใจ โดย ไร้ถ้อยคำ  แนะนำ ศิษย์โง่ไปเรียนเซน ภาค 2 ชุด เต๋า-เซียน-เซ็น คลิป 1 กับ 2 จะมี บท วิปัสสนา สมาธิ โดยใช้ ธรรมชาติ รอบกาย ความเขียว ธาตุไม้ หมู่เมฆ ท้องฟ้า โขดหิน หยดน้ำค้าง .....

คลิปแรก https://m.youtube.com/watch?v=B_w7E8GqSg4

คลิปสอง https://m.youtube.com/watch?v=rrFLvtf9hvc

เพิ่มเติม ทั้งหมด https://m.youtube.com/playlist?list=PLyIfbHLNF2IdKpS-wHDluZRAh6XBx-q5N

ผู้แต่ง อ.ธีรทาส วงโพธิ์พระ รุ่นเดียว และเป็น สหายธรรมกับ อ.เสถียร โพธินันทะ
http://www.komchadluek.net/news/knowledge/224134
56


ส่วน การเขียน ด้วยความทุกข์ ต้องตั้งสติ ดี ๆ อย่าจม พอเขียนจนสุดสายป่านแห่งอารมณ์ มันจะเบาลงมาเอง เพราะอารมณ์มีการเกิดดับ พอเกิดปุ๊บ เราก็ขี่มันปั๊บ ๆ จนอาชาแห่งอารมณ์ มันเหนื่อย มันวิ่งจนหยุดลง ช้าเชื่อง ลงไปเอง ใจเราจะคลายตัวลง เป็นกลไกลแห่งการระบาย   ผ่านร่องอารมณ์ลบ จบลงที่ ใจคลายตัว จิตใส ใจกระจ่าง ทางจะเปิด ดุจการกำเนิดใหม่

.......จิตฟื้นคืนสภาพ สบาย ๆ พอได้ย้อนกลับไป อ่าน สิ่งเน่า ที่เราเขียน มันกลับเกิด หน่อ อ่อน ๆ แห่งความสุข เกิดแสงสว่างบางประการ จิตหยั่งสู่การเห็น เป็นปัญญาบางอย่าง สะท้อนแง่คิด มุมมอง ผ่านรอยฟกช้ำภายใน บางทีก็ตลก ขำ ๆ ในความไม่เอาไหน ความเห่ย ความโง่เง่า ความเยาว์วัย ในบางห้วงขณะ ของตัว

....อย่างน้อยได้ระบาย ได้ถอนหายใจ เฮ่อ ๆ กูหนอ กู กูอีกแล้ว มีใครในตัวกูละเหวย มันถึง บ้าบอ ถึงปานนั้น ฮ่า ๆๆๆๆๆ

57


การเขียน คือ ทางผ่าน คือ สะพานเชื่อมฝั่ง คือ พลังแฝงเร้น เป็น การเยียวยา เราเรียกอักษรภาวนา เกิด วิปัสสนา แบบ อ่อน ๆ

ทีละขั้น เริ่ม เขียนที่ ความสุข จนขยายใหญ่ ก่อน พอใจเปี่ยมพลัง จิตมีกำลัง แล้ว ค่อย ๆ ปรับโหมด เขียนจาก ความทุกข์ ความมืดหม่น รอยแหว่ง ในตัว ......ถ้าใครไหว ก็ ชำแหละ หลั่งไหล ร่องอารมณ์ลบ ของตัวเองเลย สำคัญคือ มีสติ  อย่าจม อารมณ์เป็นเพียงกระแส มาแล้วก็ไป ......เหมือนหาอะไรให้ใจทำ จิตเกาะเป็นพาหนะ พ่วงแพ ข้ามทะเลคลั่ง สักพัก คลื่นลมจะสงบ อาจพบอะไรบางอย่าง จิตจะคลายตัว ประมาณว่า ฟ้าหลังฝน หลังปลดปล่อยถ้อยคำ จะเป็นห่าฝนแห่งถ้อยคำ พายุแห่งถ้อยคำ ก็ตามแต่ ....ความซึมเศร้า ไม่ใช่โรค ทุกคนในโลก มีความซึมเศร้าในตัว มีความทุกข์ในตัว เราสามารถหาวิธี แปรเปลี่ยน เยียวยามันได้ คนเขียนก็ซึมเศร้า นะ เดี๋ยวนี้ ก็ยังซึมเศร้าอยู่ เป็นหย่อม ๆ การเขียนเป็น การระบาย อีกวิธีหนึ่ง ในหลากหลายการเยียวยา ที่น่าลอง มันอาจจะถูกจริต ถูกนิสัย เหมาะสมกับ บางคนก็ได้ นะ เช่น เรา .......

การเขียน ด้วยความสุข คือ การหลั่งไหล สารแห่งความสุข ผ่านถ้อยคำ การเยียวยาภายใน การคลายตัว กาววาง การวาบ การว้าวววว จะมาเอง

58


เขียน ตรง ๆ จากหัวใจ และความรู้สึก ในทุกเฉดสี ทุกอารมณ์ แม้ในวันที่ ดิ้นพล่าน โลกภายในจะแหลกละเอียด งง โง่ เง่า เศร้า เหงา ซึม ฟุ้งกระจาย บ้าฉิบหาย เราจะละลายอาการด้วยตัวอักษร เขียนไปสักพัก ใจเราจะคลายตัว เขียนเก็บไว้ เวลาย้อนกลับมา อ่านจะ ได้ปัญญาพิจารณา ตัวเรา เหมือนได้แสงสว่าง จาก รอยแหว่ง แปลกไหม

 .......เราเริ่ม ด้วยเขียนจากความสุขก่อน แม้จะเพียง เล็ก ๆ จากเสี้ยว บาง ๆ ในความทรงจำ เช่น เราทอดไข่ให้พ่อทาน พ่อพาเราขี่หลัง แม่หยิกแก้ม เบา ๆ แมวที่บ้านอ้อน กับข้าววันนี้อร่อย ความรักครั้งแรก การโบกรถเที่ยว การออกค่าย การไปวัด และอีกมากมาย การเขียนความสุข จะทำให้ใจเราพองโต ผ่อนคลาย ได้คิด แล้ว ค่อยขยับมาเขียน ใน ทุก ๆ อารมณ์หม่น ด้านมืด ระบาย เขียนบาดแผล เขียนไป ไหลไป เราเรียกมันว่า การระบายอักษร วาดคำ ไม่ต้องกลัวอะไร เราเขียนเราอ่านคนเดียวนี่หว่า เขียนไป ใจอย่าจม ตั้งสติ ดี ๆ แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป เป็นเพียงแค่ ร่องอารมณ์ลบ เราใช้มัน เป็นนายมัน ไม่ใช่ทาสมัน บ่อยครั้งที่เราย้อนกลับไปอ่าน เราจะขำ เราจะตลก ความเห่ยๆ ความแหว่ง ๆ ความบิดเบี้ยว เหมือนหัวเราะเด็กน้อย ในตัวเรา เราจะคิดได้ เราจะเห็น ทางออกบางอย่าง เราจะจูนโหมดใจ เสียใหม่ เหมือนได้ชำระล้างตัวเอง ผ่านอักษร การเขียน

 .....การเขียนจะทำให้ ห้วงเวลา ใจที่ไหลปรี๊ดดดด ช้าลง เย็นลง ผ่อนคลายลง ทุก ๆ อย่างช้า สติ การเห็นเราจะมา เกิดการเยียวยา จัดระเบียบภายใน เรา เราจะได้แง่คิด มุมมอง ต่าง ๆ ผ่านความมืด เราคิดว่า บาง ที ความมืด สอนอะไรเรา ได้ดีกว่า ความสว่าง ถ้าเรารู้จักวิธีจัดการมัน เรียกว่า ยิ่งมืด ยิ่งสว่าง

.....คุณหมอท่านหนึ่ง ท่านสอนเรา เรียกว่า การเขียนเพื่้อเยียวยา ตอนแรก เราเขียนคนเดียวให้ตัวเองอ่าน ต่อ มา เราเขียนให้เพื่อนสนิท คนมีปัญหาเหมือนเราอ่าน ผลัดกันอ่าน ผลัดกันคุย ก็ได้ฉุดช่วยกัน สะท้อนแง่มุม ดี ๆ แก่กัน เรียกว่า การ dialogue สุนทรียสนทนา สนทนาชำระใจ

  .....ในมุมพุทธ การเขียน เป็น การภาวนา เรียกว่า ขนิกะสมาธิ เวลาเราไหลคำ เราขับขี่อารมณ์ เราไม่จม อารมณ์มีเกิดดับ เขียนจนสุดแรงส่ง อารมณ์เราจะคลายตัว พอย้อนกลับไป อ่าน สิ่ง ๆ เน่า ๆ ในตัว ด้วยใจที่ผ่อนคลาย ใสกว่าเดิม มันได้เห็น ได้พิจจารณา เห็นทางออก ต่าง ๆ มากมาย

......สำหรับเรา การเขียนอย่างน้อยคือ การระบาย เกิดกลไกลเยียวยา ตัวเอง โดย ธรรมชาติ .......

จาก https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1007662722726033&id=737386923086949


59
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ ธันวาคม 10, 2018, 12:52:16 PM »
ผมนำมาลงอีกรอบ จะได้อ่าน กัน ลืม เจตนาเพื่อให้ความรู้เป็นวิทยาทาน
.
ผมดำเนินรอยตามพระบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องที่สอนคนให้ตกปลาให้เป็น ไม่ใช่การให้ปลาไปกิน
.
เมื่อให้ปลาไปกิน กินหมดแล้ว ก็ยังลำบาก หากินไม่เป็น ดังนั้น การให้ความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในความคิดเห็นของผม
.
และผมเองมีไฟล์คำนวณที่ผมทำเอง เป็นไฟล์Excel หากท่านใดสนใจแจ้งมาผ่านไลน์ส่วนตัวผม แจ้ง ชื่อกับ Email แล้วผมจะส่งให้ท่าน และเมื่อท่านสงสัยว่า จะกรอกข้อมูลอย่างไร โทร.มาสอบถามผมได้ครับ
.
#เทคนิคการคำนวนเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้เห็นว่า #หากลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว จะ #ประหยัดเงินในกระเป๋าในการผ่อนชำระสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ได้อย่างไร

.
ที่มา https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/789939917859063
จากที่ผมเขียนและเคยนำมาลงให้อ่านกัน
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/786109688242086
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/786860394833682
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/788218648031190
.
ในเจตนาที่ลงนี้ ผมต้องการให้ความรู้กับท่านผู้อ่าน เพื่อสร้างแนวคิดและสร้างประโยชน์ของตัวท่านเองในการจัดการทางการเงินของท่านเอง บุญกุศลนี้ ข้าพเจ้าขออธิษฐานว่า ตั้งแต่บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ที่เรียนรู้และเข้าใจในเรื่องที่ข้าพเจ้าเรียนรู้ในเรื่องต่างๆได้อย่างง่ายด้วยเทอญ
.
ผมจะมาเปรียบเทียบให้เห็นว่า หากเรามีการขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ การRefinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปสถาบันการเงินอื่นใน 3 ปีแรก หรือ ทุกๆ 3 ปี เราจะได้อะไร หรือ เสียอะไรบ้าง
.
**********_____ย้ำ ย้ำ และ ย้ำ ว่า ปัจจุบันนี้ ถึงแม้จะไปขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมแล้วไม่ถึง 3 ปี ถึงแม้จะไปขอลดอัตราดอกเบี้ยมาไม่กี่เดือน เมื่อเราเห็นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารอื่นต่ำกว่า เราสามารถเข้าไปทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งได้_____**********
.
มายกตัวอย่างกันเลย ในตัวอย่างจะสมมุติว่า อัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญาฯ แต่หากอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง ตัวเลขทั้งหมดจะมีการเปลี่ยนแปลงไป และในเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องที่ผมสมมุติตัวเลขขึ้นมา เพื่อให้ดูง่ายขึ้น และตัวเลขเป็นตัวเลขโดยประมาณการ แต่มีความใกล้เคียง ครับ
.
ธนาคารแก้มหอม
.
โปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในกรณีที่มีการ Refinance ไปยังธนาคารแก้มหอม
.
อัตราดอกเบี้ย MRR = 6.75%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-3.85 หรือเท่ากับ 2.90%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-0.50%ต่อปี หรือเท่ากับ 6.25%ต่อปี
.
ค่าธรรมเนียมต่างๆมีดังนี้
.
1.ค่าจดจำนอง(ที่กรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท คิดค่าจดจำนอง ประมาณ 30,000.-บาท)
2.ค่าอากรสัญญากู้ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ และ คู่ฉบับ 5 บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.- บาท คิดเป็นค่าอากร จำนวน 1,500 บาท บวก คู่ฉบับ 5 บาท) รวมเป็น 1,505.-บาท
3.ค่าประเมินราคา (สมมุติ) จำนวน 2,800.-บาท (ในกรณีที่วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท)
4.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย (สมมุติ) 10,000.-บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท)
5.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (สมมุติ) คิด 0.10%ของวงเงินกู้ ค่าธรรมเนียมในข้อนี้ ฟรี
6.ในกรณีที่ปิดบัญชีก่อน 3 ปี จะคิดอัตราดอกเบี้ย MRR% ต่อปี และเรียกคืนค่าธรรมเนียมในข้อ 5
.
ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
อัตราดอกเบี้ย MRR = 7.125%ต่อปี
.
โปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ย ในกรณีที่ลูกค้าขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
.
อัตราดอกเบี้ย 1 ปีแรก 3.50%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 2 และ ปีที่ 3 MRR-3.00%ต่อปี หรือเท่ากับ 4.125%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-1.75%ต่อปี หรือเท่ากับ 5.625%ต่อปี
.
ค่าธรรมเนียมต่างๆไม่มี (ยกเว้นค่าธรรมเนียมประกันอัคคีภัยที่จะต้องต่ออายุ (สมมุติ) จำนวน 10,000.-บาท)
.
มาถึงข้อมูลเจ้าของบัญชีสินเชื่อที่อยู่อาศัย
.
นายโน๊ตตี้ นามสกุลลูกพี่โบ๊ตซัง อายุปัจจุบัน 35 ปี เดิมมีวงเงินที่อยู่อาศัย 3,300,000.-บาท ทำประกันอัคคีภัยไว้ 3 ปี ปัจจุบันเมื่อครบ 3 ปี ภาระหนี้ลดเหลือ 3,000,000.-บาท มีค่าประกันอัคคีภัยที่ต้องจ่ายจำนวน 10,000.-บาท โดยใช้วงเงินสินเชื่อที่ ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
ระยะเวลาคงเหลือในการกู้ตามสัญญากู้ฯ 25 ปี (300 เดือน) ผ่อนชำระเดือนละ 18,900.-บาท
.
อัตราดอกเบี้ยเดิมที่ใช้อยู่คือ MRR-1.75%ต่อปี คือ 5.375%ต่อปี
.
มาดูผลการคำนวนกันครับ
.
ในกรณีที่ไม่ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารณัชชี่ (เป็นการใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม)
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 1
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 212,876.76 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 467,523.24 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 2,249,249.59 บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 278 เดือน
.
ในกรณีที่ 2 การขอลดอัตราดอกเบี้ย กับ ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 2
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 348,854.83 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 331,545.17 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 1,867,726.09 บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 258 เดือน หรือ 21 ปีกว่าๆ
.
ในกรณีที่ 3 การ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไป ธนาคารแก้มหอม
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 3
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 437,632.76 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 242,767.24 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 2,135,738.- บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 278 เดือน หรือ 21 ปีกว่าๆ เช่นกัน
.
แต่ในกรณีที่ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไปธนาคารแก้มหอม ยังมีค่าธรรมเนียมต่างๆ อีกจำนวน 44,305.-บาท ตามรายละเอียดดังนี้
.
1.ค่าจดจำนอง(ที่กรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท คิดค่าจดจำนอง ประมาณ 30,000.-บาท)
2.ค่าอากรสัญญากู้ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ และ คู่ฉบับ 5 บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.- บาท คิดเป็นค่าอากร จำนวน 1,500 บาท บวก คู่ฉบับ 5 บาท) รวมเป็น 1,505.-บาท
3.ค่าประเมินราคา (สมมุติ) จำนวน 2,800.-บาท (ในกรณีที่วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท)
4.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย (สมมุติ) 10,000.-บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท)
5.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (สมมุติ) คิด 0.10%ของวงเงินกู้ ค่าธรรมเนียมในข้อนี้ ฟรี
.
เมื่อนำค่าธรรมเนียมต่างๆ จำนวน 44,305.- หักออกจากจำนวนดอกเบี้ย (ในกรณีที่ 2 คือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารณัชชี่) ที่สามารถลดการจ่ายดอกเบี้ย และ นำเงินจำนวนนี้ ไปชำระต้นเงินกู้ได้อีก จำนวน 44,472.94 บาท (ได้จากการคำนวณตาข้อที่ 1 ถึง ข้อที่ 4 คือ 30,000 + 1,505 + 2,800 + 10,000 จะได้เท่ากับ 44,472.94 บาท)
.
หมายเหตุ ในกรณีนี้ ผมไม่นำเงินที่ได้จากการเวนคืนกรมธรรมประกันอัคคีภัยที่ต่ออายุกับธนาคารณัชชี่ มารวมคำนวณด้วย เนื่องจากผมไม่ทราบการคำนวณของบริษัทที่รับประกันอัคคีภัย
(ในกรณีที่มีการ Refinance จากสถาบันการเงินหนึ่ง ไปยังอีก สถาบันการเงินอีกแห่ง ส่วนใหญ่ วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย ครบ 3 ปีไปแล้ว แต่หากว่า มีการดำเนินการก่อนที่จะครบกำหนด 3 ปี แต่เราแจ้งการขอ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น เราจะไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน และต้องไปดำเนินการขอวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่น ก่อนที่จะครบ 3 ปีด้วยเช่นกัน)
.
มาสรุปกันก็คือ หากเราสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้มากเท่าไหร่ ผลดีและผลเสียที่เราจะได้ก็คือ
.
1.ลดการชำระดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญากู้ฯได้มาก นี่ผมเพียงแค่คำนวณเรื่องของอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 ปี เท่านั้นเอง หากเราสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ทุกๆ 3 ปี (สามารถดูได้จาก ตารางที่ 4) เราจะประหยัดเงินที่เราต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินได้มากขึ้น
.
2.ระยะเวลาในการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะลดลง จากเดิมต้องผ่อน 25 ปี (จากตัวอย่าง) เราสามารถผ่อนเหลือเพียง 21 ปี แต่ถ้าสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ทุก 3 ปี ระยะเวลาที่จะต้องผ่อนชำระ จะลดลงไปมากกว่านี้อีก
.
3.เราอาจจะเสียเวลาในการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จะต้องนำไปยื่นขอกู้กับสถาบันการเงินอื่นๆ
.
4.ในการขอสินเชื่อนั้น ทางสถาบันการเงินจะพิจารณาในความสามารถในการชำระหนี้คืน หากเรามีวินัยทางการเงินที่ดี มีการชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ของสินเชื่อประเภทไหนๆก็ตาม ชำระหนี้ให้ตรงตามเวลาที่กำหนด , รายได้ของเรามีความชัดเจน , มีเอกสารที่เชื่อถือได้ประกอบในการขอสินเชื่อ ผลการพิจารณา น่าจะผ่านเกณฑ์การพิจารณาของสถาบันการเงิน ได้
.
5. *****ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านเอง ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง*****
.
6.สุดท้าย ผมแนะนำให้อ่านให้ละเอียด และแนะนำให้ท่านผู้อ่านไปศึกษาต่อกับท่านผู้รู้ หรือ ตามเว็บไซด์ที่เชื่อถือได้เพิ่มเติม ท่านผู้อ่านจะได้แนวคิดต่างๆ ที่มีผลต่อตัวท่านเอง และ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของท่านมาก หากท่านยังต้องใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ เรื่องใดที่ผมสามารถแนะนำให้ท่านได้ ผมยินดีครับ
.
#สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
#การRefinanceสินเชื่อ
#การย้ายวงเงินสินเชื่อไปสถาบันการเงินอื่น
#อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#การคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#ธนาคารพาณิชย์
#สินเชื่อRefinance
#สถาบันการเงิน
#อัตราดอกเบี้ย
#ประกันชีวิต
#ร้องเรียนผ่านคปภ.
#สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
#คปภ
60


เรื่องกามนิต วาสิฏฐี ทำให้นึกถึง คำว่า ........


" เคียงคู่ แต่ไม่ได้เคียงข้าง"
" เคียงข้าง แต่ไม่ได้เคียงคู่ "

เสร็จกิจ เสร็จงาน ก็ กลับบ้าน พักผ่อน ????
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham