กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10
31
บทความ (Blog) / Little Monk Season 8
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤษภาคม 07, 2019, 07:54:31 PM »








ภาพสามเณร Sky


<a href="http://youtu.be/HWfMLny_6gI" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/HWfMLny_6gI</a>


นั่งดูสามเณรมาทั้งวันปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้วเคยดูตั้งแต่ Season 1 ป่านนี้อดีตสามเณรของ Season 1 คงโตหมดแล้ว สำหรับสามเณร Season 8 นี้บรรพชาที่ สวนโมกข์ สุราษฎร์ธานี Season 8 มีสามเณร 1 รูป งามสง่าและสดใสมากคือ สามเณร Sky ก็เลยเป็น FC ของสามเณร Sky อันที่จริงสามเณรก็งามสง่าทุกรูปแหละแต่สามเณร Sky มีจุดเด่น คือ ผิวพรรณดี ตอนนี้สามเณรกำลังธุดงค์แล้วพรุ่งนี้(วันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562)สามเณรจะบิณฑบาตรตอนเช้า 07 .00 น.อยากไปใส่บาตรสามเณรแต่อยู่ สุราษฎร์ธานี ไปไม่ไหว

เดือนนี้เป็นเดือนวิสาขบูชาประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2562

และภาพส่วนหนึ่งก็มาจากงานวันวิสาขบูชาถ่ายเก็บไว้นานแล้ว

อิทัง ปุญญะ พะลัง ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญ มาล้ว ณ.โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว ตั้งแต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงอนุโมทนาส่วนกุศลนี้ และขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าตั้งแต่วันนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
 
และข้าพเจ้า ขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาตัวข้าพเจ้าและเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ  และพญายมราช ขอให้เทพเจ้าทั้งหลายและพญายมราช จงอนุโมทนาส่วนกุศลนี้ และขอจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายจงอนุโมทนาส่วนกุศลนี้พึง

ได้รับประโยชน์ และความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ.กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิดผลและบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว ณ.โอกาสนี้ ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพาน ในชาติปัจจุบันนี้เทอญ



<a href="http://youtu.be/7i-kgfecDMU" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/7i-kgfecDMU</a>












32
บทความ (Blog) / ห้องสมุดบางกอกคุณค่าของการถ่ายภาพ
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤษภาคม 06, 2019, 08:48:31 PM »




ทดสอบความแม่นยำของการถ่ายภาพ(แยกถนนพระพิทักษ์)เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 100 ปี ยังเหลือร่องรอยของสถาปัตยกรรมเล็กน้อย ถ่ายภาพโดย....होशདང一 สภาปัตยกรรมเก่าเหล่านี้ถ้าเราไม่ไปทุบมันทิ้งอยู่ได้เป็นหลายร้อยปีเลย
33
สนใจ หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ไปโหลดกันได้ครับ ตามลิงค์นี้
.
.
.
หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

https://www.m-culture.go.th/adminli/main.php?filename=ebook_king

.

"ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก"

http://www.finearts.go.th/literatureandhistory/files/224/articleroyal-r.pdf

.

"ประมวลองค์ความรู้ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก"

https://www.m-culture.go.th/mculture_th60/download/pramuan_king.pdf

.

"พระราชพิธีบรมราชาภิเษก"

https://www.m-culture.go.th/mculture_th60/download/final-THAI.pdf

.

"The Royal Coronation Ceremony"

https://www.m-culture.go.th/mculture_th60/download/final-ENG.pdf

.
34
ล้างรูป / สอน
« กระทู้ล่าสุด โดย ดอกโศก เมื่อ พฤษภาคม 05, 2019, 05:47:50 PM »
 :13:




 :13: :13: :13:
35


“สันโดษ”สุขง่าย
“ไม่สันโดษ”ไม่สุขสักที
“สันโดษ” และ “ไม่สันโดษ” อย่างไร ต้องเข้าใจและปฏิบัติให้ถูก

“ขอยกเรื่องสันโดษเป็นตัวอย่าง เพราะสันโดษเป็นตัวหนุนการเจริญสมาธิอย่างสำคัญ ที่จริงไม่ใช่หนุนเฉพาะสมาธิเท่านั้น แต่หนุนการปฏิบัติธรรมทุกอย่าง รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่การงานในชีวิตประจําวัน

สันโดษนี้เราจะปฏิบัติไปทำไม? คนที่สันโดษจะมีลักษณะที่สุขง่ายด้วยวัตถุน้อย มีวัตถุแค่ไหนก็สุขได้หมด

ตรงข้ามกับคนที่ไม่สันโดษ ซึ่งไม่รู้จักมีความสุข เพราะสุขไม่ได้ด้วยวัตถุที่มี หมายความว่า ความสุขอยู่ที่สิ่งที่ยังไม่ได้ คนไม่สันโดษ คือจะสุขด้วยสิ่งที่ยังไม่มี เพราะฉะนั้นก็ยังไม่สุขสักที เพราะสุขด้วยสิ่งที่ยังไม่ถึง ยังไม่ได้ ส่วนคนที่สันโดษ ก็คือสุขง่ายด้วยวัตถุน้อย แล้วสุขด้วยสิ่งที่มี อะไรมีแล้ว ก็สุขได้ทั้งนั้น

แต่ความสุขก็ไม่ใช่ผลที่ต้องการของสันโดษ ถ้าใครไปเข้าใจว่า สันโดษเพื่อความสุข หรือสันโดษแล้วจะได้มีความสุข ก็ผิดอีก กลายเป็นสันโดษนอน คือจะเป็นสันโดษแบบสมาธิ ที่ไม่ส่งผลต่อในกระบวนการของไตรสิกขา ที่ทำให้นั่งนิ่งเสวยความสุข

สันโดษก็เหมือนกัน สันโดษแบบที่ว่าสุขง่ายด้วยวัตถุน้อยแล้วจบที่ความสุข ก็นอนสบาย ทีนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร ฉันสุขแล้วพอ ก็หยุด ไม่ส่งผลต่อไปในกระบวนการของไตรสิกขา ใช้ไม่ได้ ไตรสิกขาต้องเดินหน้า

สันโดษจะส่งผลอย่างไรในกระบวนการของไตรสิกขา โยมต้องมีคำตอบว่า มันส่งผลต่อไปอย่างไร

ความสุขเป็นเพียงผลพลอยได้ของสันโดษ มันเป็นผลที่พ่วงมาในตัวเอง พอเราสันโดษ เราก็มีสุข เพราะสันโดษก็คือพอใจและช่วยทำให้จิตสงบ ไม่กระวนกระวาย ไม่เร่าร้อน

ตอนนี้ถ้าใช้เป็น มันก็มากลับเป็นตัวเสริมอีก พอเราสุขง่ายด้วยวัตถุน้อย ใจเราสบายสงบแล้ว ไม่ทุรนทุราย เราก็พร้อมที่จะเอาใจมาอยู่ในกระบวนการปฏิบัติ

สันโดษที่ส่งผลในกระบวนการปฏิบัติคืออย่างไร ตอนนี้ก็นอกเรื่องไปนิดหนึ่ง คือ ออกจากเรื่องสมาธิมาพูดเรื่องสันโดษ

มาดูคนไม่สันโดษก่อน คนไม่สันโดษจะมีความสุขด้วยวัตถุที่ยังไม่ได้ เขาก็ต้องตะลอนวิ่งหาสิ่งที่ยังไม่มี เมื่อเขาวิ่งหาวัตถุที่ยังไม่มีเพื่อจะมีความสุข เขาก็ไม่สุขสักที

๑. ความสุขจากวัตถุ เขาก็ยังไม่มี
๒. เขาต้องวิ่งพล่านหาความสุข
ก. ใช้เวลาหมดไปกับการที่จะหาวัตถุมาเสพ
ข. ใช้แรงงานหมดเปลืองไปกับการหาสิ่งเสพ
ค. ครุ่นคิดอยู่แค่ว่าจะหาอะไรมาเสพ พรุ่งนี้จะไปเสพอะไรที่ไหน จะบริโภคอะไรให้มีความสุข

เป็นอันว่า สำหรับคนที่ไม่สันโดษ เขาจะใช้เวลา ใช้แรงงาน และใช้ความคิดหมดเปลืองไปกับการพยายามหาวัตถุมาเสพ แล้วเวลา แรงงาน และความคิด ก็ไม่พอที่จะหาสิ่งเสพมาบำรุงความสุข

เมื่อเวลาไม่พอ ก็เบียดบังเวลาทำการทำงานทำหน้าที่ของตัว เพื่อเอาเวลานั้นไปหาสิ่งเสพบำรุงสุข

การจะได้สิ่งเสพ ก็ต้องใช้เงินทอง เงินทองไม่พอ ก็จะต้องไปเบียดบังทำทุจริตเพื่อเอาเงินไปหาซื้อสิ่งเสพ

ยิ่งกว่านั้น ที่สำคัญคือ เวลาทำงานใจก็ไม่อยู่กับงาน ใจก็คิดแต่จะไปหาสิ่งเสพ เพราะยังไม่ได้ความสุขที่ต้องการ ก็ทำงานด้วยความฝืนใจ ทุกข์ทรมานใจในการทำงาน และไม่มีสมาธิ

ตกลงว่า ความสุขจากวัตถุ ก็ยังไม่ได้ แล้วเวลาทำงาน ก็ทำด้วยความทุกข์ทรมานใจ เวลา แรงงานและความคิดก็หมดเปลืองไปกับการพยายามหาสิ่งเสพ แล้วยังล่อให้ทำทุจริตอีกด้วย หมดเลย คนไม่สันโดษมีแต่เสีย

คนสันโดษเป็นอย่างไร? คนสันโดษสุขง่ายด้วยวัตถุน้อย มีอะไร แกก็สุขได้ทันที ความสุขจากวัตถุก็ได้แล้ว ที่สำคัญก็คือ แกไม่ต้องเอาเวลา แรงงานและความคิดไปใช้ในการพยายามวิ่งแร่หาความสุขจากการเสพ เวลาแรงงานและความคิดจึงมีอยู่เหลือเฟือ

เมื่อเวลา แรงงาน และความคิดที่ออมไว้ได้ มีอยู่มากมาย ก็เอาเวลาแรงงานและความคิดนั้นมาทุ่มเทให้กับการทำสิ่งที่ดีงาม ที่ทางพระท่านเรียกว่ากุศลธรรม

ถ้าเป็นชาวบ้านญาติโยม ก็เอามาใช้ทำงานทำการ ทำหน้าที่ ทำประโยชน์
ถ้าเป็นพระสงฆ์ก็เอาเวลาแรงงานและความคิดนั้นมาใช้ในการเล่าเรียนศึกษาปฏิบัติค้นคว้าสั่งสอนเผยแผ่ธรรม
ถ้าเป็นนักปฏิบัติก็อุทิศตัวอุทิศใจให้แก่ธรรมได้เต็มที่

รวมแล้ว เราก็บำเพ็ญกิจหน้าที่ของเราได้เต็มที่ แล้วยังมีความสุขจากการทำงานหรือการปฏิบัติหน้าที่นั้นอีก เพราะเรารักงาน ชอบงาน มีความพอใจในกุศลธรรม ในการทำสิ่งที่ดีงาม เราทำงานปฏิบัติหน้าที่ไป เราก็มีความสุข

สุขจากวัตถุเสพ เราก็ได้ สุขจากการทำงานทำการ เราก็ได้ แล้วเรายังมีเวลาแรงงานและความคิดเหลือเฟือที่จะมาทำงาน ทำสิ่งที่ดีงามสร้างสรรค์อีก ดีทุกอย่าง

จุดที่ต้องย้ำก็คือ สันโดษจะพลาดตอนที่ไม่มีจุดหมาย กลายเป็นสันโดษด้วนลอย มันด้วนและลอยตอนที่ว่า สันโดษแล้วจะได้ความสุข ก็เลยนอนสบาย ถ้าอย่างนั้นก็เป็นสันโดษขี้เกียจ ใช้ไม่ได้

สันโดษที่ว่าส่งผลในกระบวนการไตรสิกขา โยมจะเห็นว่า พอเราสันโดษถูกต้อง ก็จะส่งผลทำให้เรายิ่งพร้อมที่จะบำเพ็ญกุศลธรรม เพราะเรามีเวลาแรงงานและความคิดเหลือเฟือ เราก็เอาเวลาแรงงานและความคิดนั้นมาทุ่มเทให้กับการทำกิจหน้าที่ ทำความดีงามสร้างสรรค์ บำเพ็ญกุศลธรรม ก้าวหน้าไปในไตรสิกขา

นี่แหละสันโดษที่ถูกต้อง ส่งผลต่อไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าตรัสสันโดษที่ไหน พระองค์จะไม่ตรัสไว้ด้วนๆ พระองค์จะตรัสต่อ เช่นในหลักธรรมชุดหนึ่งเรียกว่า อริยวงศ์ ๔ พระพุทธเจ้าตรัสว่า (ที.ปา.๑๑/๒๓๗/๒๓๖)

๑. ภิกษุสันโดษในจีวร
๒. ภิกษุสันโดษในอาหารบิณฑบาต
๓. ภิกษุสันโดษในที่อยู่อาศัย
๔. ภิกษุยินดีในการละอกุศลธรรมและบำเพ็ญกุศลธรรม

นี่คือ ๓ ข้อต้น มาหนุนข้อสุดท้าย พอสันโดษแล้ว ภิกษุก็มีเวลา แรงงาน และความคิด ที่จะมาบำเพ็ญข้อที่ ๔ เช่น จะเจริญสมาธิและวิปัสสนา หรือจะเล่าเรียนปริยัติ จะเผยแผ่ธรรม ก็อุทิศตัวได้เต็มที่

สันโดษนี้ ถ้าไม่ตรัสไว้กับการบำเพ็ญกุศลธรรมและละอกุศลธรรม พระพุทธเจ้าก็จะตรัสไว้คู่กับความเพียร ในหลักธรรมชุดไหนมีสันโดษ หลักธรรมชุดนั้นจะมีความเพียรด้วย อันนี้เป็นหลักทั่วไป เพราะมันจะมาหนุนกัน คนที่สันโดษ ก็พร้อมที่จะเพียร

ยิ่งกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังตรัสสำทับไว้อีกอย่างหนึ่งว่า ให้ไม่สันโดษในกุศลธรรม

โยมต้องจำไว้ว่า พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนแต่สันโดษ ถ้าถามว่า พระพุทธเจ้าสอนให้เราสันโดษใช่ไหม? โยมต้องตอบว่า ต้องแยกแยะก่อน ยังไม่ใช่อย่างนั้น

ถ้าไปตอบว่า พระพุทธเจ้าสอนให้เราสันโดษ ก็ยังไม่ถูก เพราะพระพุทธเจ้าสอนทั้งสันโดษและไม่สันโดษ การตอบให้ถูกในกรณีอย่างนี้ ท่านเรียกว่า วิภัชชวาท คือ ต้องจำแนกแยกแยะออกไป คือ ถ้าเขาถามว่า “พระพุทธเจ้าสอนให้สันโดษใช่ไหม?” เราก็ตอบว่า “ใช่ก็มี ไม่ใช่ก็มี
ที่ว่า “ใช่” คืออย่างไร? คือ พระพุทธเจ้าสอนให้เราสันโดษในวัตถุเสพ หรือในวัตถุบำรุงบำเรอ

ที่ว่า “ไม่ใช่” คืออย่างไร? ท่านไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม


พระพุทธเจ้าตรัสว่า เพราะพระองค์ไม่สันโดษในกุศลธรรม พระองค์จึงตรัสรู้ ดังที่ตรัสไว้ว่า (องฺ.ทุก.๒๐/๒๕๑/๖๔)

“ภิกษุทั้งหลาย เรารู้เข้าถึงคุณของธรรม ๒ อย่าง คือ
๑. ความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย
๒. ความไม่ระย่อในการบำเพ็ญเพียร
…ดังนี้แล โพธิญาณอันเรานั้นได้บรรลุแล้วด้วยความไม่ประมาท.”

พระพุทธเจ้าทรงบรรยายถึงการที่พระองค์ทรงไม่สันโดษและมีความเพียร ถ้าพระพุทธเจ้าสันโดษ พระองค์ก็ไม่ได้ตรัสรู้

พระองค์เสด็จไปยังสำนักของอาฬารดาบส กาลามโคตร ที่เล่าไปแล้ว ได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ แล้วไปสำนักอุททกดาบส รามบุตร ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ จบสมาบัติ ๘ ถ้าพระองค์สันโดษ พอใจ ก็จบเท่านั้น อยู่แค่สมาธิ ก็ไม่ตรัสรู้

แต่พระพุทธเจ้าทรงไม่สันโดษ ไม่อิ่ม ไม่พอในกุศลธรรม ถ้าไม่บรรลุจุดหมาย ก็ไม่หยุด เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงออกจากสำนักของพระอาจารย์เหล่านั้น แล้วไปบำเพ็ญเพียรต่อ ทรงก้าวสู่ปัญญา จนถึงโพธิ จึงตรัสรู้ พระองค์จึงตรัสไว้ว่า ที่พระองค์ได้ตรัสรู้นี้ ได้เห็นคุณค่าของความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย

ถ้าเราสันโดษในวัตถุเสพ มันก็จะมาหนุนให้เราไม่สันโดษในกุศลธรรมได้เต็มที่ เราก็จะเอาเวลา แรงงานและความคิดมาทุ่มเทในการเพียรพยายามบำเพ็ญกุศลธรรม ทำการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้นไป

จึงเห็นได้ชัดว่า สันโดษในวัตถุเสพ ก็เพื่อให้พร้อมที่จะเพียร และให้ไม่สันโดษในกุศลธรรม ก็เพื่อให้มุ่งหน้าไปในความเพียร เป็นอันว่า ทั้งสันโดษ และไม่สันโดษ ก็เพื่อหนุนความเพียร”

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต)
ที่มา : ปาฐกถาธรรม แสดงที่ วัดธัมมาราม นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา
เมื่อ ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๙ จากหนังสือ “สมาธิแบบพุทธ”
เพจคู่มือมนุษย์
36
ล้างรูป / ความดี
« กระทู้ล่าสุด โดย ดอกโศก เมื่อ เมษายน 28, 2019, 03:01:51 PM »
 :13:




 :13: :13: :13:
37
บทความ (Blog) / กำเนิดพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ 觀世音菩薩
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ เมื่อ เมษายน 26, 2019, 10:51:03 PM »







大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩

སྤྱན་རས་གཟིགས་

觀世音菩薩

สร้างภาพยนต์โดย บริษัท ชอว์บราเดอร์ ปี่ที่ออกฉายประเทศไทย 1966 - 2509 นำแสดงโดย ลีลี่ฮัว โอเอี้ยงซาเฟย เจียงกวงเชา

大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲觀世音菩薩

<a href="http://youtu.be/NRf8Qr_Ct4c" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/NRf8Qr_Ct4c</a>
38
บทความ (Blog) / ควันหลงสงกรานต์ไม่ระบุปี
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ เมื่อ เมษายน 26, 2019, 09:47:59 PM »




https://www.img.live/images/2019/04/26/P_0000000000400922010_025.jpg

https://www.img.live/images/2019/04/26/P_00000000897220100413.jpg

https://www.img.live/images/2019/04/26/P_0000000081100511420102202.jpg

https://sunset-3155.blogspot.com/

http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7083.0.html

ถ่ายภาพโดย...時々होशདང 3 ภาพนี้เคย Post ไว้ที่ตากล้องเว็บ ฯ ถ่ายภาพ

อากาศร้อนมากวันนี้(26 เม.ย 2562)ฝนตกลงมาบ้างแต่ก็ยิ่งกลับร้อนกว่าเดิมไหน ๆ ก็ร้อนแล้วก็ขอส่งท้ายเดือนเมษายน 2562 ปลายเดือนใกล้เข้ามาแล้วการปลดปล่อยอารมณ์โดยการถ่ายภาพอย่างมีคุณค่า


ตามประเพณีสงกรานต์ปัจจุบันอย่างหนึ่งคือการเล่นน้ำและการใช้น้ำเป็นเครื่อง ประกอบในประเพณีสงกรานต์ เช่น การรดน้ำผู้ใหญ่และการสรงน้ำพระ เป็นต้น ในสมัยพุทธกาลได้มีประเพณีซึ่งเป็นการละเล่นที่เป็นงานมหรสพของผู้คนในสมัย นั้นโดยการใช้น้ำเช่นกัน ซึ่งย่อมเป็นไปได้ที่จะสืบทอดมาจนถึง

ปัจจุบันในงานประเพณี สงกรานต์ในปัจจุบัน เพราะทำประจำในเดือน 4 เช่นกันดังข้อความในพระไตรปิฎกที่ว่า พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม 2 ภาค 3 ตอน 3 - หน้าที่ 31 ก็สมัยนั้น มหาชนพากันเล่นมหรสพในอุตตรผัคคุณีนักขัตฤกษ์ปลายเดือน ๔ ทุก ๆ ปี กระทำพิธีสรงน้ำที่ท่าใกล้แม่น้ำคยา, ด้วยเหตุนั้นชนทั้งหลายพากันเรียกมหรสพนั้นว่า คยาผัคคุณี ดังนี้ ในการละเล่นที่ใช้น้ำในสมัยพุทธกาลที่เรียกว่า คยาผัคคุณี มีการใช้น้ำเป็นหลักด้วย ความเชื่อของบุคคลสมัยนั้นว่า น้ำคือสิ่งที่ชำระล้างบาป อกุศลธรรมที่ได้ทำไว้ได้ แต่ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมให้มหาชนมีความเข้าใจถูกว่าน้ำไม่

สามารถชำระล้าง กิเลสได้ แต่ปัญญา กุศลธรรมประการต่าง ๆ เท่านั้นที่จะชำระล้างกิเลสที่สะสมมาจนหมดสิ้นได้ ดังข้อความพระไตรปิฎกที่ว่า ประเพณีในปัจจุบันมีการสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์โดยฆราวาส ซึ่งไม่ใช่กิจของฆราวาสและ พระภิกษุท่านก็ไม่ได้ป่วยจึงไม่ใช่กิจที่คฤหัสถ์ทั้งหลายจะสรงน้ำพระ การแสดงออกถึง การเคารพ สักการะในพระภิกษุสงฆ์คือการน้อมถวายปัจจัย 4 อันสมควรเหมาะสมกับพระ ภิกษุและการทำความเคารพยำเกรงในพระภิกษุสงฆ์ การสรงน้ำพระภิกษุ จึงไม่ใช่การ แสดงออกถึงการเคารพในพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งในสมัยพุทธกาล พระภิกษุทั้งหลายจะสรงน้ำด้วยตนเอง หากพระรูปใดป่วยก็เป็นพระภิกษุช่วยสรงน้ำให้ กัน ดังที่พระพุทธเจ้าช่วยอาบน้ำให้พระภิกษุผู้

อาพาธน้ำในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า น้ำในพระธรรมวินัยของพระอริยเจ้าที่เป็นความเห็นถูกก็อย่างหนึ่ง น้ำตามความ เข้าใจของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้ฟังอีกอย่างหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงแสดงความจริงที่ เป็นสัจจะให้ผู้ที่มีความเห็นผิด ได้มีความเห็นถูกในความเข้าใจเรื่องการละกิเลสการดับ กิเลสว่าน้ำไม่ใช่เหตุให้ละกิเลสได้ หากเธอจะอาบน้ำเพื่อละกิเลส เธอจงอาบน้ำนี้ซึ่ง สามารถละกิเลสได้ น้ำที่พระองค์ทรงแสดงจึงไม่ใช่น้ำที่เราเข้าใจกัน แต่เป็นน้ำคือ อริยมรรคที่มีความเห็นถูกเป็นหัวหน้า ให้เข้าใจความจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมที่ไม่เที่ยง และไม่ใช่เรา นี่คือน้ำในพระธรรมวินัยที่จะชำระล้างกิเลสที่สะสมมาที่เป็นความไม่รู้ ไม่รู้ ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ปัญญาเท่านั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลส ไม่ใช่น้ำที่จะชำระล้างกิเลสได้





https://www.mx7.com/view2/Bl0c3XRqOXMCWQy3
39
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / Re: กรรม
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ เมษายน 24, 2019, 08:25:51 PM »
สวัสดียามเย็น วันพุธสุขใจ
.
พอมาถึงบ้าน ผมคิดถึงคำสอนของหลวงพ่อสนอง (วัดนครไทยวราราม จ.พิษณุโลก)
.
ผมเคยถามหลวงพ่อฯ แล้วหลวงพ่อท่านตอบมาให้ผมทราบ ก็เลยจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
.
จะได้เป็นอุทาหรณ์ในการเตือนใจของท่านผู้อ่าน
.
ผมจะยกตัวอย่างโดยเล่าเป็นเรื่องให้ฟัง
.
ว่ากันต่อเลยครับ
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ได้มีเจตนาฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง และการกระทำนั้น เป็นการฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จนเสียชีวิต
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องรับผลที่ได้กระทำลงไป 2 เรื่อง
.
1.ได้รับผลกรรม ทางกฎหมาย ซึ่งโทษอาจจะเป็นโทษจำคุก หรือ ประหารชีวิต
.
2.ผลกรรมตามกฎแห่งกรรม แบ่งได้เป็น 2 เรื่อง
.
2.1 กรรมที่เป็นผลจากกรรมผูกพันธ์กันมา นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง เคยผลักกันฆ่า กันมา หลายภพ หลายชาติ
.
2.2 กรรมที่เป็นกรรมในการฆ่าสัตว์(คน)
.
ผลที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้รับผลตามข้อที่ 1 ผมขอพูดนิดเดียวก็คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย (ตำรวจ , ทนาย , อัยการ และ ผู้พิพากษา) ถึงแม้จะปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย แต่หากผิดหลักกฎแห่งกรรม ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายทุกคน ต้องไปรับผลแห่งกรรมที่ตนเองได้กระทำแน่นอน
.
เรามาว่ากันในข้อที่ 2 กัน
.
ในข้อที่ 2.1 ในกรณีที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไม่อโหสิกรรมให้ ในชาติต่อไป นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะกลับมาฆ่านายหนุ่ม เหลือน้อย และนายหนุ่ม เหลือน้อย ไม่อโหสิกรรมให้ เรื่องนี้จะวนเวียนไปไม่มีวันสิ้นสุด
.
ข้อที่ 2.2 เป็นจุดสำคัญที่อยากจะบอก ก็คือ ถึงแม้ว่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง อโหสิกรรมกับนายหนุ่ม เหลือน้อย (ที่ได้ฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง) กรรมที่มีกันระหว้าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จบกันลงไป
.
ถึงแม้ว่า กรรมระหว่าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะจบกันไปแล้ว แต่กรรมที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้ฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ยังไม่จบ นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องไปรับผลกรรมที่ฆ่า นายโบ๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง แน่นอน และไม่ทราบว่า ผลกรรมที่ได้รับ ได้รับเป็นอย่างไร จนปัญญา ครับ
.
อยากจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อเตือนสติในการใช้ชีวิต ให้ดำเนินการไปอย่างถูกตามทำนองคลองธรรม และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสนอง วัดนครไทยวราราม ครับ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#เพียงแค่คิดไม่ดีก็ผิดแล้วตามหลักธรรม
.
#หลวงพ่อสนองอตฺตทโม
#วัดนครไทยวราราม
#นายหนุ่มเหลือน้อย
#นายโน๊ตตี้ลูกพี่โบ๊ตซัง
40
สวัสดียามเย็น วันพุธสุขใจ
.
พอมาถึงบ้าน  ผมคิดถึงคำสอนของหลวงพ่อสนอง (วัดนครไทยวราราม จ.พิษณุโลก)
.
ผมเคยถามหลวงพ่อฯ แล้วหลวงพ่อท่านตอบมาให้ผมทราบ  ก็เลยจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
.
จะได้เป็นอุทาหรณ์ในการเตือนใจของท่านผู้อ่าน
.
ผมจะยกตัวอย่างโดยเล่าเป็นเรื่องให้ฟัง
.
ว่ากันต่อเลยครับ
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย  ได้มีเจตนาฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง  และการกระทำนั้น เป็นการฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จนเสียชีวิต
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องรับผลที่ได้กระทำลงไป 2 เรื่อง
.
1.ได้รับผลกรรม ทางกฎหมาย ซึ่งโทษอาจจะเป็นโทษจำคุก หรือ ประหารชีวิต
.
2.ผลกรรมตามกฎแห่งกรรม  แบ่งได้เป็น 2 เรื่อง
.
2.1 กรรมที่เป็นผลจากกรรมผูกพันธ์กันมา นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง เคยผลักกันฆ่า กันมา หลายภพ หลายชาติ
.
2.2 กรรมที่เป็นกรรมในการฆ่าสัตว์(คน)
.
ผลที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้รับผลตามข้อที่ 1 ผมขอพูดนิดเดียวก็คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย (ตำรวจ , ทนาย , อัยการ และ ผู้พิพากษา)  ถึงแม้จะปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย แต่หากผิดหลักกฎแห่งกรรม ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายทุกคน ต้องไปรับผลแห่งกรรมที่ตนเองได้กระทำแน่นอน
.
เรามาว่ากันในข้อที่ 2 กัน
.
ในข้อที่ 2.1 ในกรณีที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไม่อโหสิกรรมให้  ในชาติต่อไป นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะกลับมาฆ่านายหนุ่ม เหลือน้อย  และนายหนุ่ม เหลือน้อย ไม่อโหสิกรรมให้  เรื่องนี้จะวนเวียนไปไม่มีวันสิ้นสุด
.
ข้อที่ 2.2 เป็นจุดสำคัญที่อยากจะบอก  ก็คือ  ถึงแม้ว่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง อโหสิกรรมกับนายหนุ่ม เหลือน้อย (ที่ได้ฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง)   กรรมที่มีกันระหว้าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จบกันลงไป
.
ถึงแม้ว่า กรรมระหว่าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะจบกันไปแล้ว  แต่กรรมที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้ฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ยังไม่จบ  นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องไปรับผลกรรมที่ฆ่า นายโบ๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง แน่นอน และไม่ทราบว่า ผลกรรมที่ได้รับ  ได้รับเป็นอย่างไร  จนปัญญา ครับ
.
อยากจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อเตือนสติในการใช้ชีวิต ให้ดำเนินการไปอย่างถูกตามทำนองคลองธรรม และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสนอง วัดนครไทยวราราม ครับ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#เพียงแค่คิดไม่ดีก็ผิดแล้วตามหลักธรรม
.
#หลวงพ่อสนองอตฺตทโม
#วัดนครไทยวราราม
#นายหนุ่มเหลือน้อย
#นายโน๊ตตี้ลูกพี่โบ๊ตซัง
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham