Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - มดเอ๊กซ

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 656
81


ไอ้พวกโลกสวย กลางทุ่งลาเวนเด้อ กับ พวกมองโลกในแง่ดี แง่งาม พลังบวก มันต่างกัน ตรงใหน ?

ในทัศนะ ชุดความคิด ถูกผิดส่วนตัว คิดว่า ไอ้พวกโลกสวย มันมองโลกด้านเดียว มุมเดียว ไม่เข้าใจโลก มองอย่างผิวเผิน   กลวงโบ๋ ตื้นเขิน .....

ส่วนการมองโลกในแง่ดี เป็นคนรู้ทุกข์ รู้ธรรม เข้าใจโลก มีกระดูกมวย ใน การใช้ชีวิต จึงสามารถ ใช้ปัญญา หาแง่มุม งาม ๆ ให้จิตเกาะ เป็นอาหารใช้ ตัดผ่านปัญหา นานาอุปสรรค ได้อย่างไหลลื่น โปร่งเบา ทางพระเรียกว่า รู้จักเลือกเฟ้นองค์ธรรม ฉลาดใช้กุศลจิต

ความตลก ขำ ๆ ขบขัน ก็ เป็นองค์คุณ หล่อเลี้ยงภายในเรา ให้เราผ่อนคลาย เกิดพลัง และ ปัญญา คิดอะไรออก

เรียกว่า เกิดกลไกล ชำระจิต ขับเคลื่อนดวงจิต ฝ่าทะเลทุกข์ มีความยืดหยุ่นในตัวเองสูง พร้อมปรับเปลี่ยน พลิกแพลง พลิกจิตเสมอ ยามเจอ ความทุกข์

เรียกว่า ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน ปัญญาไหล

ตามวัย การตกผลึก ตามภูมิธรรม อินทรีย์ธรรมตัว กระดูกมวยจากประสบการณ์นั่นแหละ

การมองโลก อย่างไร ให้ไหลลื่น ไปกลับ เกลียวคลื่นแห่งมายา สุดแต่จะเรียก จะนิยาม สู่การนำไป ปรับใช้ ให้เกิดมรรค เกิดผล เรียกว่า ปัญญาปฏิบัติ .......

- Dialogue in the Lights -

82


ถ้อยคำ อักษร มิได้มาจาก คัมภีร์ศาสนา เพียงอย่างเดียว เท่านั้น ที่มีธรรมะ แง่คิด ทอประกาย ฉายแสงอยู่........ไอ้ ถ้อยคำ อักษร ที่ไหลบ่า มาจาก ประสบการณ ์ บาดแผล ผิดพลาด ความเจ็บปวด ความทุกข์ ความสุข ผิดหวัง สมหวัง อาจไหลมาจาก ความโง่ ความหลง กิเลส อาจเป็น ความดำทะมึน ความมืดมน ที่เขากล้าเผยให้เห็น ถ้าเราเปิดใจ ให้กว้าง มอง ดี ๆ นี่แหละ ก็ธรรมะ ที่มีความลึก เพราะมาจาก ประสบการณ์ เขา มันให้แง่คิด คติชีวิต ให้มุมมอง การไตร่ตรอง มิติ ดี ๆ แก่เรา  อย่างที่เคย บอกไว้ไง ธรรมะ ไม่จำเป็นต้อง สวยสดงดงาม ปานดงดอกไม้ ท้องทุ่งลาเวนเด้อ แต่ ธรรมมะ ที่ ทรงพลัง  สุด ๆ คือ ชุดประสบการณ์ ที่ออกมาเป็น ชุดถ้อยคำ ของใครคนหนึ่ง เคยพูดอยู่ บ่อย ๆ ว่า ในบางที นะ ไอ้ความมืดสุด ดาร์ค สุด ๆ นี่แหละ สว่างสุด ๆ เป็น ความสว่างในอีกมุม ท่านพุทธทาส ว่าไว้ การขุดเพชรกลางหัวคางคก หรือ ปลูกดอกบัวกลางเปลวเพลิง หรือ ต้นไม้แห่งโพธิปัญญา ที่ได้ โคลนตม เป็นปุ๋ย สัมผัสมัน เข้าถึง เข้าใจมัน แล้ว ปัญญาจะมาเอง ......รับรู้ เข้าใจ ความต่างของอีก คน จะทำให้เราเข้าไกล้กัน เห็นเราในเขา เห็นเขาในเรา .......จบแหละ ขอตัว ช่วงนี้ติด เอิ้ก ๆๆๆๆๆ

- Dialogue in the Dark -


83


แล้ว แต่คนมอง จะเห็น เรามีชีวิต ภาพมันก็มีชีวิต มีองศา สีสัน มิติ ความลื่นไหล จะรู้สึก จะนิยาม จะความหมาย จะพบอะไร อยู่ที่ ใจเรา กระทบ และ สะท้อน ออก สรรพสิ่งไหลเข้า โลกม้วนเข้า แล้วเราก็ไหลออก คลี่คลาย ขยายออก ในทุกทิศทาง นานาความหมาย ทางพุทธเรียก นานาจิตตัง นักเลงเรียก แล้วแต่ มึง ????

84


วรยุทธ ทั่วไป ใช้ การจำ จำ จำ จำ ยิ่งจำ ท่วงท่า เคล็ดวิชาได้เยอะ ยิ่งดี ...แต่ วิชาไท่เก๊ก กลับ ใช้ การลืม ลืม ลืม ลืม ยิ่งลืม ยิ่งดี จนลืม สิ้นทุกอย่าง แม้ท่วงท่า จึง บรรลุ เคล็ดวิชาไท่เก๊ก พอได้ดู ช่วง ที่ ปรามาจารย์ เตียซำฮง สอนเคล็ดวิชาไท่เก๊ก แก่ พระเอก เตียบ่อกี้  จนสามารถ ใช้ กระบี่ไม้ ธรรมดา ชนะ ยอดกระบี่อิงฟ้า ได้  และใช้ กำลังน้อย ตามหลัก หนึ่งตำลึง เบี่ยงพันชั่ง ....วิชาไท่เก้ก ไม่เน้นต้าน ปะทะ กระแสพลัง ตรง ๆ แต่ จะทำตัว โอนอ่อน พริ้วไหว เป็นหนึ่งเดียว กับ กระแสพลัง คู่ต่อ สู้ แล้ว หาช่อง หาโอกาส จู่โจม .....บางจังหวะ เหมือนจะเบี่ยง อาศัย พลังคู่ต่อสู้ สะท้อนกลับ ทำร้ายเจ้าของ.....ปรัชญาหนังจีน วิถีไท่เก๊ก วิถีเต๋า บางที ก็สอน อะไรเรามากมาย นะ เช่น โลกรอบกาย คือ ธรรมชาติ เราจะอยู่ ร่วมกับ พลังธรรมชาติ กระแสแห่งโลก วิถีฟ้าดิน ได้ อย่างไร .....ไม่ต่อต้าน แต่ ประสาน กลมกลืน ไปกับมัน และ เข้าใจมัน....ใช่ใหม ?

จาก คลิป https://youtu.be/QBBPLmXeOwo

85


การเล่น เลี้ยงบอนไซ เป็น ภูมิปัญญาโบราณ ปราชญ์ อริยครู คิดค้น จำลองแบบจาก ธรรมชาติ ป่าเขา ต้นไม้ใหญ่ เวลา เลี้ยง บอนไซ เป็น อุบายล่อจิต มอง ความเขียว คดโค้ง งองุ้ม ปุ่ม ๆ ป่ำ ๆ ธาตุไม้ การพริ้วไหว ของใบ กิ่งก้าน มองไป นาน ๆ จะเกิด สมาธิ วิปัสสนาญาณ โดยธรรมชาติ โดย ไม่ต้องผ่านถ้อยคำ รูปทรงต้นไม้ ธรรมชาติ รอบกาย เป็นสัจธาตุ สามารถเหนี่ยวนำ ใจคน ดึงจิต คน ให้เกิด ปัญญา ได้ พระเซน นักพรตเต๋า ปราชญ์โบราณ ใช้ ธรรมชาติ รอบกาย ในการฝึกจิต ชำละล้างใจ ถ้าอยู่ในป่าไม่ได้ ท่านก็จำลอง ให้อยู่ในรูป บอนไซ สวนหินเซน ศิลปะธรรมชาติ ใน ทางเซน จะเรียก วะบิ-ซาบิ หรือ พุทธะศิลป์แห่งเซน ใช้ ธรรมชาติ ธรรมดา เรียบง่าย พระไตรลักษณ์ เป็น อุบายฝึกจิต หล่อเลี้ยงใจ โดย ไร้ถ้อยคำ  แนะนำ ศิษย์โง่ไปเรียนเซน ภาค 2 ชุด เต๋า-เซียน-เซ็น คลิป 1 กับ 2 จะมี บท วิปัสสนา สมาธิ โดยใช้ ธรรมชาติ รอบกาย ความเขียว ธาตุไม้ หมู่เมฆ ท้องฟ้า โขดหิน หยดน้ำค้าง .....

คลิปแรก https://m.youtube.com/watch?v=B_w7E8GqSg4

คลิปสอง https://m.youtube.com/watch?v=rrFLvtf9hvc

เพิ่มเติม ทั้งหมด https://m.youtube.com/playlist?list=PLyIfbHLNF2IdKpS-wHDluZRAh6XBx-q5N

ผู้แต่ง อ.ธีรทาส วงโพธิ์พระ รุ่นเดียว และเป็น สหายธรรมกับ อ.เสถียร โพธินันทะ
http://www.komchadluek.net/news/knowledge/224134

86


ส่วน การเขียน ด้วยความทุกข์ ต้องตั้งสติ ดี ๆ อย่าจม พอเขียนจนสุดสายป่านแห่งอารมณ์ มันจะเบาลงมาเอง เพราะอารมณ์มีการเกิดดับ พอเกิดปุ๊บ เราก็ขี่มันปั๊บ ๆ จนอาชาแห่งอารมณ์ มันเหนื่อย มันวิ่งจนหยุดลง ช้าเชื่อง ลงไปเอง ใจเราจะคลายตัวลง เป็นกลไกลแห่งการระบาย   ผ่านร่องอารมณ์ลบ จบลงที่ ใจคลายตัว จิตใส ใจกระจ่าง ทางจะเปิด ดุจการกำเนิดใหม่

.......จิตฟื้นคืนสภาพ สบาย ๆ พอได้ย้อนกลับไป อ่าน สิ่งเน่า ที่เราเขียน มันกลับเกิด หน่อ อ่อน ๆ แห่งความสุข เกิดแสงสว่างบางประการ จิตหยั่งสู่การเห็น เป็นปัญญาบางอย่าง สะท้อนแง่คิด มุมมอง ผ่านรอยฟกช้ำภายใน บางทีก็ตลก ขำ ๆ ในความไม่เอาไหน ความเห่ย ความโง่เง่า ความเยาว์วัย ในบางห้วงขณะ ของตัว

....อย่างน้อยได้ระบาย ได้ถอนหายใจ เฮ่อ ๆ กูหนอ กู กูอีกแล้ว มีใครในตัวกูละเหวย มันถึง บ้าบอ ถึงปานนั้น ฮ่า ๆๆๆๆๆ


87


การเขียน คือ ทางผ่าน คือ สะพานเชื่อมฝั่ง คือ พลังแฝงเร้น เป็น การเยียวยา เราเรียกอักษรภาวนา เกิด วิปัสสนา แบบ อ่อน ๆ

ทีละขั้น เริ่ม เขียนที่ ความสุข จนขยายใหญ่ ก่อน พอใจเปี่ยมพลัง จิตมีกำลัง แล้ว ค่อย ๆ ปรับโหมด เขียนจาก ความทุกข์ ความมืดหม่น รอยแหว่ง ในตัว ......ถ้าใครไหว ก็ ชำแหละ หลั่งไหล ร่องอารมณ์ลบ ของตัวเองเลย สำคัญคือ มีสติ  อย่าจม อารมณ์เป็นเพียงกระแส มาแล้วก็ไป ......เหมือนหาอะไรให้ใจทำ จิตเกาะเป็นพาหนะ พ่วงแพ ข้ามทะเลคลั่ง สักพัก คลื่นลมจะสงบ อาจพบอะไรบางอย่าง จิตจะคลายตัว ประมาณว่า ฟ้าหลังฝน หลังปลดปล่อยถ้อยคำ จะเป็นห่าฝนแห่งถ้อยคำ พายุแห่งถ้อยคำ ก็ตามแต่ ....ความซึมเศร้า ไม่ใช่โรค ทุกคนในโลก มีความซึมเศร้าในตัว มีความทุกข์ในตัว เราสามารถหาวิธี แปรเปลี่ยน เยียวยามันได้ คนเขียนก็ซึมเศร้า นะ เดี๋ยวนี้ ก็ยังซึมเศร้าอยู่ เป็นหย่อม ๆ การเขียนเป็น การระบาย อีกวิธีหนึ่ง ในหลากหลายการเยียวยา ที่น่าลอง มันอาจจะถูกจริต ถูกนิสัย เหมาะสมกับ บางคนก็ได้ นะ เช่น เรา .......

การเขียน ด้วยความสุข คือ การหลั่งไหล สารแห่งความสุข ผ่านถ้อยคำ การเยียวยาภายใน การคลายตัว กาววาง การวาบ การว้าวววว จะมาเอง


88


เขียน ตรง ๆ จากหัวใจ และความรู้สึก ในทุกเฉดสี ทุกอารมณ์ แม้ในวันที่ ดิ้นพล่าน โลกภายในจะแหลกละเอียด งง โง่ เง่า เศร้า เหงา ซึม ฟุ้งกระจาย บ้าฉิบหาย เราจะละลายอาการด้วยตัวอักษร เขียนไปสักพัก ใจเราจะคลายตัว เขียนเก็บไว้ เวลาย้อนกลับมา อ่านจะ ได้ปัญญาพิจารณา ตัวเรา เหมือนได้แสงสว่าง จาก รอยแหว่ง แปลกไหม

 .......เราเริ่ม ด้วยเขียนจากความสุขก่อน แม้จะเพียง เล็ก ๆ จากเสี้ยว บาง ๆ ในความทรงจำ เช่น เราทอดไข่ให้พ่อทาน พ่อพาเราขี่หลัง แม่หยิกแก้ม เบา ๆ แมวที่บ้านอ้อน กับข้าววันนี้อร่อย ความรักครั้งแรก การโบกรถเที่ยว การออกค่าย การไปวัด และอีกมากมาย การเขียนความสุข จะทำให้ใจเราพองโต ผ่อนคลาย ได้คิด แล้ว ค่อยขยับมาเขียน ใน ทุก ๆ อารมณ์หม่น ด้านมืด ระบาย เขียนบาดแผล เขียนไป ไหลไป เราเรียกมันว่า การระบายอักษร วาดคำ ไม่ต้องกลัวอะไร เราเขียนเราอ่านคนเดียวนี่หว่า เขียนไป ใจอย่าจม ตั้งสติ ดี ๆ แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป เป็นเพียงแค่ ร่องอารมณ์ลบ เราใช้มัน เป็นนายมัน ไม่ใช่ทาสมัน บ่อยครั้งที่เราย้อนกลับไปอ่าน เราจะขำ เราจะตลก ความเห่ยๆ ความแหว่ง ๆ ความบิดเบี้ยว เหมือนหัวเราะเด็กน้อย ในตัวเรา เราจะคิดได้ เราจะเห็น ทางออกบางอย่าง เราจะจูนโหมดใจ เสียใหม่ เหมือนได้ชำระล้างตัวเอง ผ่านอักษร การเขียน

 .....การเขียนจะทำให้ ห้วงเวลา ใจที่ไหลปรี๊ดดดด ช้าลง เย็นลง ผ่อนคลายลง ทุก ๆ อย่างช้า สติ การเห็นเราจะมา เกิดการเยียวยา จัดระเบียบภายใน เรา เราจะได้แง่คิด มุมมอง ต่าง ๆ ผ่านความมืด เราคิดว่า บาง ที ความมืด สอนอะไรเรา ได้ดีกว่า ความสว่าง ถ้าเรารู้จักวิธีจัดการมัน เรียกว่า ยิ่งมืด ยิ่งสว่าง

.....คุณหมอท่านหนึ่ง ท่านสอนเรา เรียกว่า การเขียนเพื่้อเยียวยา ตอนแรก เราเขียนคนเดียวให้ตัวเองอ่าน ต่อ มา เราเขียนให้เพื่อนสนิท คนมีปัญหาเหมือนเราอ่าน ผลัดกันอ่าน ผลัดกันคุย ก็ได้ฉุดช่วยกัน สะท้อนแง่มุม ดี ๆ แก่กัน เรียกว่า การ dialogue สุนทรียสนทนา สนทนาชำระใจ

  .....ในมุมพุทธ การเขียน เป็น การภาวนา เรียกว่า ขนิกะสมาธิ เวลาเราไหลคำ เราขับขี่อารมณ์ เราไม่จม อารมณ์มีเกิดดับ เขียนจนสุดแรงส่ง อารมณ์เราจะคลายตัว พอย้อนกลับไป อ่าน สิ่ง ๆ เน่า ๆ ในตัว ด้วยใจที่ผ่อนคลาย ใสกว่าเดิม มันได้เห็น ได้พิจจารณา เห็นทางออก ต่าง ๆ มากมาย

......สำหรับเรา การเขียนอย่างน้อยคือ การระบาย เกิดกลไกลเยียวยา ตัวเอง โดย ธรรมชาติ .......

จาก https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1007662722726033&id=737386923086949



89


เรื่องกามนิต วาสิฏฐี ทำให้นึกถึง คำว่า ........


" เคียงคู่ แต่ไม่ได้เคียงข้าง"
" เคียงข้าง แต่ไม่ได้เคียงคู่ "

เสร็จกิจ เสร็จงาน ก็ กลับบ้าน พักผ่อน ????

90


ศาสนา คือ ฟ้ากว้าง ทะเลไกล
มิใช่ กำแพง กรงขัง
ทุกคนมีอิสระ
ในการเข้าถึง
ความจริง ความดี
ความงาม ตามวิถีตัว
สรรพสัตว์
 มีกิเลสเป็น แสนเป็นล้านแบบ
วิถีเทคนิค อุบายธรรม
ก็ย่อมมี เป็นแสนเป็นล้านสไตน์
สรรพสัตว์มีจำนวนเท่าใด
วิถีแห่งธรรมก็มีจำนวนเท่านั้น
แต่ละคน มีรูปสีแสงเงา
มันดาล่า ผลึกภายในเฉพาะตัว
ต่างคนต่างสไตน์ .......


หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 656

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham