Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sasita

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13 14 15
81


มนุษย์ดื่มน้ำกันมากในแต่ละวันเพราะร่างกายต้องการ แต่ในระยะหลังๆ ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่มมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้บางคนไม่ยอมดื่มน้ำปกติ แต่ต้องเรียกหาน้ำแร่

เมื่อก่อนนี้น้ำแร่คือน้ำแร่จริงๆ คือเป็นน้ำจากใต้ดินซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการคละเคล้าปะปนกับสารอาหารที่ อยู่ในแร่ธาตุต่างๆ จึงเชื่อกันมานานแล้วว่าการดื่มน้ำแร่นั้นดีต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงขึ้น น้ำแร่จึงกลายเป็นสินค้าในเชิงธุรกิจที่สำคัญ และโฆษณาชนิดเสริมความเชื่อเดิมนั้น  แรงจนเราลืมคิดกันไปว่าร่างกายต้องการน้ำแร่จริงๆ หรือไม่

แท้ที่จริงแล้วเราดื่มน้ำแร่เพื่อความสดชื่นเท่านั้นเองนะครับ แร่ธาตุในน้ำแร่นั้นไม่ใช่แร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการในปริมาณมากมายนัก และเราก็ได้รับแร่ธาตุพอสมควรแล้วจากการกินอาหาร การดื่มน้ำแร่ หรือดื่มน้ำประปาที่สะอาด หรือดื่มน้ำบรรจุขวดขาย ดูจะไม่แตกต่างกันนัก การดื่มน้ำแร่จึงไม่ใช่ของที่จำเป็น ศาสตร์ทางโภชนาการไม่เคยพูดถึงเรื่องน้ำแร่เลย จึงเป็นเรื่องของผู้บริโภคว่าจะยินยอมเสียเงินเพื่อซื้อน้ำแร่มาดื่มหรือ เปล่าเท่านั้นเอง

แต่เราไม่ได้มาชวนต่อต้านน้ำแร่ ใครที่อยากดื่มก็เชิญดื่มได้ตามสบาย เพียงแต่ประเด็นก็คือ แร่ธาตุที่มีมากกว่าน้ำธรรมดาในน้ำแร่นั้น ไม่ได้เพิ่มสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถรับได้เนื่องจากมีเกินพอไปเสียแล้ว

ที่มา บทความเรื่อง น้ำแร่...แน่นักหรือว่าดีกว่า วิทยาศาสตร์รอบตัวจาก สสวท


82




ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แมลงสาบ สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์แม้จะไม่มีหัว

เนื่องจากแมลงสาบหายใจผ่านรูหายใจที่เรียกว่า "spiracle"
รูขนาดเล็กที่อยู่ในแต่ละปล้องของลำตัว

อีกทั้งสมองของแมลงสาบไม่ได้ทำหน้าที่ควบคุมการหายใจ
เลือดก็ไม่ได้ขนออกซิเจนไปตามอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายอีกด้วย

แต่มันจะใช้ท่อหายใจดูดอากาศเข้าไปยังเนื้อเยื่อโดยตรง
ผ่านกลุ่มท่อลมที่เรียกว่า "เทรเคีย"
และแมลงสาบไม่มีระบบเส้นเลือดหรือมีเส้นเลือดฝอยที่ต้องใช้ความดันสูง
เพื่อทำให้เลือดหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เหมือนมนุษย์

ดังนั้น หลังจากที่แมลงสาบถูกตัดหัว คอของมันจะถูกปิดด้วยก้อนเลือดที่แข็งตัว
จึงไม่มีการไหลของเลือดที่ควบคุมไม่ได้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมเจ้าแมลงสาบจึงมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์โดยปราศจากหัว

 

ที่มา หนังสือ ลูกช่างถาม ตอบไม่ได้...อายแย่เลย...!!? 


83
กรรม คือ การกระทำ

 

ทำดี = กุศลกรรม

ทำชั่ว = อกุศลกรรม

 

.....................................................................................

 

และนี่คือ  กรรมของพวกชอบทำร้ายสัตว์

 

ชอบตกปลากันนักใช่ไหม...!!!









เราเจ็บเป็น

 

สัตว์ก็เจ็บเป็น เหมือนเรานั่นแหละ

 

..............................................................

 

ดังนั้น

 

อย่าเบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย


ที่มา http://wanpra.exteen.com

84





  โ ด ย : พระ ป. ญาณโสภโณ

      ท่านช่วยเราแล้ว ขอให้รู้จักโตบ้าง อย่ามัวแต่ขอ….

      โต ร่างกายใหญ่โตขึ้น
      โต จิตใจ คิดอ่านอะไรเป็นใหญ่มากขึ้น
      โต ในการเรียนทางโลก ซึ่งไม่ผิดศีลธรรม

      โต ในการเรียนทางธรรม นำเอามาใช้เตือนจิตตนเอง เวลามีลาภ-ยศ-สรรเสริญ - สุข
จิตใจไม่ฟูฟ่อง ไม่ตื่นเต้น ธรรมดา ๆ เวลาเสื่อมลาภ - เสื่อมยศ - ถูกนินทา -ตกทุกข์ได้ยาก
จิตใจไม่ฟุบลง ธรรมดา ๆ

      โต ในการทำงาน รู้จักงาน รู้จักคำสั่ง รู้จักเจ้านาย รู้จักเพื่อน รู้จักลูกน้อง รู้จักที่สูง ที่ต่ำ
รู้จักวิธีบริการ รู้จักเป้าหมายของการทำงาน รู้จักกาลเวลา รู้จักประเมินผล เป็นต้น ไม่ทุจริต
ไม่เช้าชาม เย็นชาม รักงานของเจ้าของ เจ้านาย เหมือนกับงานของตน เจ้านายไม่รักเรา
เรื่องของเขา เรามองเขาในแง่ดี ขอบพระคุณที่เขาให้งานเราทำ ให้เงินเราใช้ ให้เราได้รับ
ความสุข ความเจริญ ไม่ต้องมามัวกลัวขาดทุน ได้กำไรมากไป ประสาท…..

      โต ในการปฏิบัติธรรม เจริญสติ - สัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่เสมอก่อนจะทำ กำลังทำเจริญสติ
ในขณะทำงานไม่เผลอตัวให้งานเสีย ไม่เผลอตัวให้อวัยวะบางส่วนหายไปหรือ หายไปทั้งตัวเลย รักษาศีล ไม่เอาเปรียบเจ้านายทำใจให้สบาย ๆ

      โต ในการเผยแผ่พระธรรมการทำ การพูด การคิดดี เสมอๆ เสมอต้นเสมอปลายเท่ากับ
เป็นการเผยแผ่พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เกี่ยวกับต้องพูดเสมอไป ทำดีมีสุขเป็น
หลักยืนยันว่า เป็นนักธรรมะที่ดี ถึงมีทุกข์ยากจน ตกอับไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ใจไม่
หวั่นไหวมาก เกินไปทุกข์ก็จางไปเอง

      โต ของเราทุกโตที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มจากอะไร มีอะไรอยู่ มีอะไรโตขึ้นใหม่ มีอะไรโต
แล้วเสียไปขอให้สำรวจโตของเราเองบ่อย ๆ ทุก ๆ โต อย่ามัวแต่กราบพระ กราบหลวงปู่โต
พรหมรังสี วัดระฆัง ฯ ขอแต่พร ขอให้ท่านสอน ขอให้ท่านช่วยนั่นช่วยนี่อยู่เรื่อย ๆ ไม่มีการ
หยุดหย่อน เลี้ยงแล้วให้รู้จักโตกันบ้าง อย่าให้โตแต่ตัว ใจและความดีไม่รู้จักโต………

……ขอ คารวะบูชาแด่พระพุทธ พระธรรม และสงฆ์ หลวงปู่โต พรหมรังสี
ขอบารมีแห่งทาน และบุญกุศลของข้าพเจ้า
จงดลบ้นดาลให้ข้าพเจ้าโตสมส่วน
ทั้งกาย-ใจ-วิชาทางโลก-อาชีพ- การงาน-การเงิน-
การรักษาศีล-การปฏิบัติ-เผยแผ่พระธรรมของพระพุทธเจ้า
ให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้ ของผู้อื่นได้ทำใจให้เป็นสุข พ้นทุกข์
ได้ดังปรารถนาไว้ถูกต้องดีงามไม่เกินวิสัยของข้าพเจ้า และตลอดไปเทอญ….
 

86
หยาดฝนแห่งธรรม / อยู่กับความจริง...
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 12:57:49 PM »


ที่มา : http://www.dhammajak.net

87




จิตใจที่ดูอ่อนล้า..
สับสนวุ่นวายกับใครบางคน..

เคยไหม..
ที่หัวใจบอบช้ำ..เพียงเพราะ..ความไม่เข้าใจกัน..

เคยไหม..
ที่หัวใจต้องปวดร้าว..เพียงเพราะ..การไม่เข้าใจกัน..

เคยไหม..
ที่ต้องมานั่งร้องไห้..เพียงเพราะการไม่เข้าใจกัน..

เคยไหม..
ที่เราต้องมานั่งเสียใจ..
เพียงเพราะ..การกระทำและคำพูด..
ที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของกันและกัน..

เพียงเพราะใจ..
ที่ดูอ่อนล้า..และสับสน..
กับอารมณ์และความรู้สึก..ที่เติมเต็มเวลาที่ไม่สบายใจ..

บ่อยครั้ง..
ที่เราเกิดอาการป่วยทางจิตใจ..
ที่ยากแก่การรักษาเยียวยา..โดยเฉพาะ..โรคผิดหวัง..

โรคนนี้..เกิดขึ้นได้กับทุกคน..
เกิดจากสภาวะที่หัวใจหวั่นไหว..(อ่อนแอ)..
แล้วผิดหวัง..ช้ำใจ..ที่เรียกว่า..อกหัก..

น้ำตา..คือ..ยาชโลมจิตใจ..
น้ำตา..คือ..ยาสมานแผลใจ..

ร้องไห้บ้างก็ดีเหมือนกัน..
เผื่อ..น้ำตาที่บริสุทธิ์จากหัวใจ..
จะได้ชำระแก้วตาดวงใจให้สดใสบ้าง..

หยุดเถอะ..
หยุดทำร้ายหัวใจอันบอบเบา..
หยุดเถอะ..
หยุดทำร้ายหัวใจที่อ่อนล้า..
หยุดเถอะ..
หยุดเวลาให้ฉันได้เริ่มต้นใหม่..
กับตัวตนที่แท้จริง..ที่เข้มแข็ง..

อย่าน้อยใจตนเอง..เพียงเพราะเคยมีคนที่รัก..
แต่จงน้อยใจ..ที่ตนเอง..ไม่เคยมีรักให้ใคร..(นอกจากตัวเอง)..


บทความ..โดย..
ชายน้อย.. 

88
 
อ้างถึง
เรื่องตัวเองต้องไปถามคนอื่น เค้ารู้ดี อะจ๊ากก... จะไปอยากรู้เรื่องชาวบ้านเค้าทำไมเนี่ยย

 :47:  นั่นแหละ  เมื่อวานช่วงบ่าย  เกิดอาการเบื่อ ๆ  เลยแอบหนีงาน
ไปขับรถเล่นแล้วก็แวะเดินที่เซ็นทรัลจนเย็นเลย  วันนี้ก็กลับสู่สภาพเดิม
ยอมรับสภาพความวุ่นวายกับงานต่อ  เฮ่ออออ....ตั้งสติเริ่มตั้งใจทำงานอีกรอบ

สู้ๆ นะคะพี่ลิ  แป้งยังไม่เคยเห็นพี่บ่นเบื่องานเบื่อชีวิตซักที
อาจจะเป็นเพราะ สติสตังส์ ยังครบบริบูรณ์ พร้อมรับทุกอย่างได้มั้งนะ
ข้าน้อยขอคารวะจริงๆ เลย นับถือ ๆ

89
สมองคนเรามหัศจรรย์กว่าเจ้าคอมพิวเตอร์สมองกลเป็นไหนๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานสมองดี ความจำดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง หากโหมทำงานจนละเลยสุขภาพตัวเอง อะไรๆ ที่เคยใช้การได้ดีก็อาจรวนขึ้นมา ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มจะขี้หลงขี้ลืม ควรกระตุ้นสมอง ให้ความจำดีขึ้น




ยังไม่แก่...แต่ทำไมขี้ลืม

อาการหลงลืมง่ายของคนวัยทำงาน มักเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวลจากการงานระหว่างวัน ทำให้เมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อน ก็หลับไม่สนิท นอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรังตามมา


นอกจากนั้นแล้ว ชีวิตที่รีบเร่ง ซึ่งทำให้รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ความสามารถในการจำลดลงได้

วิธีฟื้นความสามารถในการจดจำมีอยู่หลากหลายวิธี ได้เวลาปรับเปลี่ยนชีวิตนิดๆ หน่อยๆ ให้ไม่หลงลืมง่ายและจำแม่นขึ้น

กระตุ้นสมองช่วยจำ

เคล็ดลับน่าสนใจว่า แต่ละคนมีความถนัดในการเก็บข้อมูลเข้าสู่สมอง แตกต่างกัน บางคนชอบที่จะฟังเพื่อเก็บข้อมูล บางคนชอบเรียนรู้ผ่านภาพ การกระตุ้นสมองควรทำทุกอย่างควบคู่กันไป

  o กระตุ้นสมองให้ตื่นตัวเสมอ ยามว่างลองใช้ เวลาเล่นปริศนาอักษรไขว้ (crossword) หรือเกมปริศนาอื่นๆ เช่น เกมปริศนาตัวเลขซูโดคุ การเล่นเกมปริศนาเหล่านี้ มีส่วนช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และทำงานประสานกันดีขึ้น ช่วยฝึกไหวพริบ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์


  o ติดตามข่าวสาร ซึ่งอาจเป็นข่าวสารของครอบครัว ข่าวภายในประเทศ และข่าวต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วการอ่านหนังสือที่ให้ความรู้ใหม่ๆ ก็กระตุ้นสมองได้อย่างดี


  o เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถ เช่น เรียนภาษาต่างประเทศ สมาคมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ก็ช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้เช่นกัน


  o กระตุ้นความจำระยะยาว หลายคนคงเคยมี ประสบการณ์จำอะไรๆ ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ การกระตุ้นความจำระยะยาว จึงควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อมูลสำคัญยากๆที่ต้องจดจำ ก็ลองใช้วิธีจับตัวอักษรของข้อมูลนั้น สร้างสัญลักษณ์หรือผูกเป็นประโยค เพื่อให้จำง่ายขึ้น


  o เตือนความจำ ทบทวนข้อมูลใหม่ๆ ซ้ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น วิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ก่อนนอน ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่ได้ทำมาในแต่ละวัน


  o จดบันทึกช่วยจำ การจดบันทึกอีกครั้ง ช่วยให้จำได้แม่นยำขึ้นได้ ที่สำคัญคือช่วยให้เราไม่พลาดลืมสิ่งสำคัญๆ

หายใจอย่างไรให้ความจำดี


การหายใจบางวิธี มีส่วนช่วยให้การจดจำดี ขึ้น การหายใจตื้นและเร็วขณะวิตกกังวล ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในระยะยาวอาจมีผลเสียต่อความจำได้ การหายใจแบบโยคะต่อไปนี้ช่วยได้ ลองฝึกดู
  1. นอนหงายในท่าศพ หรือที่เราเรียกกันว่าแผ่สองสลึง อาจมีผ้าพับรองศีรษะหรือหลังไว้
  2. หลับตา แต่ให้คิดว่าสายตาจดจ้องอยู่ตรงหน้าอก ผ่อนคลาย และสังเกตว่าลมหายใจค่อยๆ ช้าลง
  3. รับรู้ตามลมหายใจที่ผ่านเข้าออกร่างกาย
  4. ฟังเสียงหายใจเบาๆ สังเกตความแตกต่างระหว่างลมหายใจเข้า และลมหายใจออก


รับรองว่าวิธีหายใจแบบนี้ทำให้หายใจได้ลึก ซึ่งทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้น พลอยทำให้ความจำดีขึ้นด้วย

อาหารบำรุงสมอง


การกินอาหาร เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้สมองทำงานได้ดี จึงขอแนะนำให้กินมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง อาหารบางประเภทมีประโยชน์ต่อสมอง และความสามารถในการจดจำโดยตรง
  1. อาหารพวกธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ อาหาร เหล่านี้อุดมด้วยกรดโฟลิก แคลเซียม ทองแดง ไอโอดีน เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม แมงกานีส ซีลีเนียม กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี และวิตามินอี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ ช่วยการทำงานของระบบประสาท และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง


  2. ปลาที่มีมันมาก เช่น ปลาแซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น และยังมี DHA และ ฟอสโฟไลปิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์ทุกชนิด


  3. วิตามินเสริมและเกลือแร่รวมต่างๆ ได้แก่ กลุ่มวิตามินบี วิตามินอี น้ำมันปลา ฟอสฟาทิดิล ซีรีน (phosphatidyl serine) ซึ่งสมองใช้ในการเรียกความทรงจำ และยังชะลออาการหลงลืมได้ด้วย


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

90
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / Re: รู้ทันกรรม
« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 09:02:41 AM »
ทางสู่ความสิ้นกรรม


สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเป็นหลักการไว้ว่า การจะทำตนให้พ้นทุกข์ หรือสิ้นกรรมสิ้นเวรนั้น จะต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ ๓ ประการ คือ
๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง
๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม
๓. การทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใส

๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การงดเว้น ไม่กระทำสิ่งที่มีผลเป็นทุกข์ เป็นการกระทำโดยงดเว้นเป็นอกิริยา เรียกกันทั่วไปว่า “รักษาศีล” ซึ่งมีหลายระดับตามฐานะของบุคคล มีผลทำให้เกิดความสุขตามระดับตามฐานะ ศีลมีลักษณะเป็นข้อห้าม ไม่ให้กระทำสิ่งที่มีผลกรรมไม่ดี หรือกรรมชั่ว ซึ่งทำให้ผู้กระทำเป็นทุกข์ เดือดร้อน พระพุทธองค์บัญญัติศีลให้ฆราวาสผู้ครองเรือนต้องรักษาศีล ๕ ศีล ๘ หรือศีลอุโบสถในวันพระ ศีล ๘ ประจำ และศีลกรรมบถ ๑๐ ตามฐานะที่จะปฏิบัติได้ สำหรหับนักบวชและสามเณร ต้องรักษาศีล ๑๐ พระภิกษุต้องรักษาศีล ๒๒๗ ภิกษุณีต้องรักษาศีล ๓๑๑

ผู้รักษาศีลได้ จะสามารถควบคุมการกระทำทางกายและทางวาจาได้ระดับหนึ่ง ตามระดับของศีล ซึ่งมีระดับหยาบ ระดับกลาง และระดับละเอียด กล่าวคือ ศีลจะเป็นตัวควบคุมการกระทำที่ไม่ดีทางกายและทางวาจา ส่วนการกระทำทางใจซึ่งเป็นอกิริยานั้น สามารถควบคุมได้ด้วยการทำภาวนา คือฝึกอบรมจิตให้มีสติสัมปชัญญะ รู้ทันวาระจิตของตนเอง แม้เมื่อมีอารมณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น แต่ถ้ามีสติปัญญารู้เท่าเอาทันก็จะสามารถเห็นมโนภาพหรือเห็นกรรมทางใจ ซึ่งเกิดขึ้นตามอำนาจของกิเลส เราก็จะรู้จักกิเลส เห็นกิเลสที่เกิดในจิต เกิดปัญญารู้ทันอำนาจของกิเลส เห็นโทษของการกระทำทางใจหรือมโนกรรม ที่เป็นไปตามอำนาจของกิเลส เห็นประโยชน์ของการไม่กระทำตามที่กิเลสบงการ ซึ่งมีผลเป็นบาป เป็นทุกข์

การรู้ทันจิตจะช่วยให้เราควบคุมมโนกรรมได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นที่ใจก่อน จิตที่ถูกมิจฉาทิฏฐิครอบงำย่อมก่อให้เกิดมโนทุจริต ซึ่งเป็นอกิริยาก่อน แล้วจึงจะเป็นกายทุจริตกับวจีทุจริต อันเป็นกรรมที่เป็นกิริยาในภายหลัง การภาวนาจึงเป็นงานสำคัญ เป็นงานที่มีผลานิสงส์มาก เพราะหากทำสำเร็จแล้ว จะทำให้เราบรรลุถึงการไม่ทำบาปทั้งปวง คือรู้เห็นอาการแห่งการไม่ทำบาปทั้งปวงได้อย่างชัดเจน ขอเรียกว่า “รู้ทันกรรมฝ่ายบาป และสามารถควบคุมการกระทำฝ่ายบาปไม่ให้เกิดขึ้น”

๒. การทำกุศลถึงพร้อม กุศลคือบุญ เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับบาป มีผลทำให้เกิดความสุข เป็นกรรมตรงกันข้ามกับอกุศล บุญกับบาปเกิดขึ้นที่จิตก่อน อันดับแรกบุญกับบาปจะแย่งกันครอบครองเป็นเจ้าของจิต ฝ่ายใดครอบครองได้ ฝ่ายนั้นก็จะมีอำนาจ กรรมหรือการกระทำก็จะเป็นไปตามอำนาจของฝ่ายนั้น ทั้งนี้ แล้วแต่สติปัญญาของจิตนั้นว่าจะได้รับการศึกษาอบรมมาให้เห็นดีเห็นงามกับฝ่ายใด ผู้ไม่รู้จักฝืนมักจะถูกบาปซัดลงต่ำไปเรื่อย ๆ ผู้ใดสะสมบุญบารมีไว้มาก บุญก็จะพาไปที่สูง คือ สวรรค์ พรหมโลก และพระนิพพาน

มนุษย์ทั้งหลายมีการทำทั้งบุญทั้งบาป ชีวิตจึงเป็นสิ่งลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นทุกข์บ้าง เป็นสุขบ้าง ผู้ใดรู้จักทำกุศลให้ถึงพร้อมก็มีความสุขนานหน่อย ผู้ใดทำบาปไว้มากก็มีความทุกข์นานหน่อย

การทำบุญกุศลนั้น พระพุทธองค์เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ” เรียกโดยย่อว่า “บุญกิริยาวัตถุ ๓” (ทานมัย ศีลมัย ภาวนามัย) เรียกโดยละเอียดว่า “บุญกิริยาวัตถุ ๑๐” ผู้ใดทำได้ครบทุกอย่าง เรียกว่า “ทำกุศลให้ถึงพร้อม” การทำบุญทำกุศล ทำให้ได้ไปสวรรค์ พรหมโลก และนิพพาน ตามลำดับ

๓. การทำจิตใจให้ผ่องใส เป็นผลมาจาก “ภาวนามัย” คือ การฝึกอบรมจิตให้มีสติสัมปชัญญะ มีความระลึกได้และรู้ตัวอยู่เสมอ เห็นกิเลสต่าง ๆ ที่อยู่ในจิต รู้ผลของจิตที่กระทำตามกิเลสว่ามันจะเป็นทุกข์อย่างไรบ้าง ถ้าไม่อยากทุกข์เช่นนั้นจะต้องตัดกิเลส ละกิเลส ข้อนั้นตัวนั้นอย่างไร ธรรมที่เป็นเครื่องแก้กิเลสตัวนั้น ข้อนั้น มันคืออะไร เปรียบเหมือนโรคกับยาแก้โรค เมื่อโรคอันได้แก่ความทุกข์เกิดขึ้น ถ้าเราศึกษาจนรู้จักยาที่แก้โรคชนิดนั้นแล้วรีบนำยาแก้มากำจัด โรคนั้นก็หายทันที ไม่เป็นทุกข์ทรมาน เราต้องพิจารณาอย่างนี้ให้เห็นกิเลสน้อยใหญ่ทั้งหลาย จนกระทั่งสุดท้ายก็จะเห็นกิเลสที่เป็นหัวหน้าใหญ่อันได้แก่ “อวิชชา” ซึ่งเป็นแม่ของกิเลสทั้งหลาย หรือเป็นโรงงานผลิตกิเลส เมื่อเห็นแล้ว เราก็ใช้มหาสติมหาปัญญาที่สะสมเอาไว้ มาทลายโรงงานที่ผลิตกิเลสนั้นเสีย กิเลสทั้งหลายก็จะดับสิ้นหมด จิตใจของเราก็จะบริสุทธิ์ ผ่องใส ไร้กิเลส หรือตัวการที่ทำให้เกิดทุกข์ ความรู้ความเห็นก็จะตรงต่อนิพพาน รู้แจ้งเรื่องพระนิพพาน สุดท้ายก็เข้าสู่นิพพานได้ เรียกว่า “จิตเกษม” ผ่องใสไร้ทุกข์ จิตจะเป็นกลาง ๆ หรือเฉย ๆ แต่รู้เท่าทัน ไม่หลงรักหลงชังต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดจนเกินสมควรต่อธรรมตลอดกาล......... 

พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ประเสริฐเลิศล้ำของโลก พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาผู้เป็นนายกโลกนั้น กว่าจะเกิดขึ้นได้แต่ละพระองค์ต้องบำเพ็ญบารมีต่อเนื่องยาวนานอย่างต่ำ ๔ อสงไขย ขึ้นไป ฉะนั้น จงเคารพนับถือพระพุทธเจ้า เคารพนับถือพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เคารพนับถือพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงศีลบริสุทธิ์เถิด แล้วจะพ้นทุกข์ พ้นกรรม พ้นเวร ได้สมความปรารถนา 

(จากบางส่วนหนังสือ รู้ทันกรรม-นำสุข-พ้นทุกข์ โดย อาจารย์แปลง สุวรรณกาญจน์)

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13 14 15

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham