Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sasita

หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15
51
 :13: สาธุค่ะ

ตอนนี้คิดไม่ออกเลยค่ะแป้ง  ง่วงนอนแล้วจ้า  เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย *-*

52
ล้างรูป / Re: ดอกไม้ในสวนหน้าฝน
« เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 11:11:32 AM »
กรี๊ดดดด ....เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาว
แป้งชอบที่สุดในโลกเลยค่ะ 

ถ้าใช้ให้ไปซื้อดอกไม้ จะเลือกสีขาวเป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะ
ยิ่งขาวด้วย หอมด้วยนี่ยิ่งดีเข้าไปใหญ่  เคยเห็นดอกโมกข์
แล้วยังรู้สึกชอบ จนเพื่อนๆ  บอกเออนะชอบอะไรแปลก ๆ  *-*

53
เห็นมีคนทดลองก็ข้างที่หุงแล้วเหมือนกันนะ ใน youtube ก็มี


 :01:

ข้างที่หุงแล้วคือยังไงหนอ  แล้วข้างที่ยังไม่หุงมันต่างกันมั้ยครับพี่  *-*

(ตั้งใจป่วน จะโดนแบนมั้ยเนี่ยเรา)


54
หลวงปู่มั่น / จิตอิทธิฤทธิ์
« เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 10:01:54 AM »



อาจารย์มั่นมีนิสัยจิตผาดโผดมาตั้งแต่ดั้งเดิม นับตั้งแต่เริ่มออกปฏิบัติกรรมฐานใหม่ ๆ แล้ว จิตผาดโผนของท่านที่ว่านี้คือ เป็นจิตอยากรู้อยากเห็นช่างคิดช่างค้นคว้า มีความอาจหาญยอมตายถึงไหนถึงกัน ขอให้ได้แสวงหาเพื่อที่จะรู้ สิ่งที่อยากรู้ให้รู้แจ้งเห็นจริงจนถึงที่สุด จิตผาดโผนอยากรู้อยากเห็นของท่านเป็นนิสัยนี้เอง ทำให้ท่านเป็นพระอริยเจ้าฝ่าย ?เจโตวิมุติ? มีฤทธิ์มาก ทรงอภิญญา 6 คือ สำเร็จอรหันต์โดยการปฏิบัติทางสมถะกรรมฐานจนได้ ?ฌาน? แล้วใช้อำนาจฌานสมาบัติเป็นบาทฐานปฏิบัติวิปัสสนาจนบรรลุอรหันต์ผล

พระอรหันต์ฝ่ายเจโตวิมุตินี้มีฤทธิ์มากกว่าพระอรหันต์ฝ่าย ?ปัญญาวิมุติ? ที่หลุดพ้นโลกบรรลุธรรมด้วยดวงปัญญาล้วน ๆ พระอรหันต์ฝ่ายปัญญาวิมุติ ท่านเห็นสังขารเป็นของแห้งแล้ง ประสงค์ ?สุขวิปัสโก? คือ ความสุขจากความสงบอย่างเดียว ไม่สนใจอยากรู้อยากเห็นอิทธิฤทธิ์ใด ๆ ไม่ต้องการฤทธิ์ แต่ท่านก็สามารถแสดงฤทธิ์ได้บ้างเป็นบางอย่าง เป็นแต่ว่าแสดงได้ช้ากว่าพระอรหันต์ฝ่ายเจโตวิมุติ

ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่า แม้ขณะจิตของท่านจะเข้าถึงจุดอันเป็นวาระสุดท้าย ด้วยการสำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระศาสนา จิตของท่านก็ยังแสดงลวดลายอิทธิฤทธิ์ให้ท่านระลึกอยู่ไม่รู้ลืม ถึงกับได้นำมาเล่าให้บันดาลูกศิษย์ฟัง พอเป็นขวัญประดับใจและประดับสติปัญญา ท่านว่าจิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนัก พอจิตของท่านพลิกคว่ำวัฏฏจักรออกไปจากใจโดยสิ้นเชิงแล้ว จิตยังแสดงฤทธิ์เป็นลักษณะฉวัดเฉวียดรอบตัววิวัฏฏจิตถึงสามรอบ

รอบที่หนึ่งสิ้นสุดลงแสดงบทบาลีขึ้นมาว่า ?โลโป? บอกความหมายขึ้นมาพร้อมว่า ขณะใหญ่ของจิตที่ทำหน้าที่สิ้นสุดลงนั้น คือการลบสมมติทั้งสิ้นออกจากใจ

รอบที่สองสิ้นสุดลง แสดงคำบาลีขึ้นมาว่า ?วิมุตติ? บอกความหมายว่า ขณะใหญ่ของจิตที่ทำหน้าที่สิ้นสุดลงนั้น คือความหลุดพ้นอย่างตายตัว และการเข้าถึงพระนิพพานอย่างแท้จริง

รอบที่สามสิ้นสุดลงแสดงคำบาลีขึ้นมาว่า ?อนาลโย? บอกความหมายว่า ขณะใหญ่ของจิตที่ทำหน้าที่สิ้นสุดลงนั้นคือ การตัดอาลัยอาวรณ์โดยสิ้นเชิง เป็นเอกจิต เอกธรรม จิตแท้ ธรรมแท้มีอันเดียว ไม่มีสองเหมือนสมมติทั้งหลาย

นี่คือวิมุตติธรรมล้วน ๆ ไม่มีสมมติเข้าแอบแฝง จึงมีได้เพียงอันเดียว รู้ได้เพียงครั้งเดียว ไม่มีสองมีสามสืบต่อสนับสนุนกัน

พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์ ล้วนแต่รู้เพียงครั้งเดียวก็เป็นเอกจิตเอกธรรอันสมบูรณ์ ไม่แสวงเพื่ออะไรอีก สมมติภายในคือขันธุ์ ก็เป็นขันธุ์ล้วน ๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัยและทรงตัวอยู่ตามปกติเดิมไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงตาม ความตรัสรู้ คือขันธุ์ที่เคยนึกคิดเป็นต้น ก็ทำหน้าที่ของตนไปตามคำสั่งของจิตผู้บงการ
จิตที่เป็นวิมุตติก็หลุดพ้นจากความคละเคล้าพัวพันในขันธ์ต่างอันต่างอยู่ ต่างอันต่างจริงต่างไม่หาเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นกันดังเคยที่เป็นมา ต่างฝ่ายต่างสงบอยู่ตามธรรมชาติของตน

ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ธุระประจำตนจนกว่าจะถึงกาลแยกย้ายจากส่วนผสม เมื่อกาลนั้นมาถึงจิตที่บริสุทธิ์ก็แสดง ?ยถาทีโป จ นิพพุโต? เหมือนประทีบดวงไฟที่หมดเชื้อแล้วดับไปฉะนั้น

นี่คือธรรมแสดงในจิตท่านพระอาจารย์มั่น ขณะที่ท่านบรรลุธรรมวิเศษเข้าถึงความเป็นพระอรหันต์ ที่ท่านนำมาเล่านี้ใช่เป็นการอวดอุตริมนุสธรรม เป็นการเปิดเผยแย้มพรายให้ฟังเฉพาะลูกศิษย์ที่เป็นพระอริยเจ้าด้วยกัน ท่านไม่ได้เล่าโดยทั่วไป เมื่อลูกศิษย์ของท่านที่เป็นพระอริยเจ้าได้รับฟังระดับบารมีตนแล้วก็บันทึก ไว้เป็นเรื่องมหัศจรรย์


คัดลอกมาจาก:เวบบอร์ดวัดป่าโนนวิเวก - แสดงกระทู้ - จิตอิทธิฤทธิ์ : หลวงปู่มั่น

55
บทความ (Blog) / Re: เบื่อ .... :'((
« เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 07:02:12 PM »

 :47:

สู้ ๆ ค่ะอิ๋ม


คมคำ : แก้ปัญหาที่ตัวเรา…ง่ายที่สุด

56
คุยสบาย นานาสาระ / “เหงา” ไม่ใช่ปัญหา
« เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 06:57:08 PM »


“เหงา” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ในทุกคน แต่หากคุณรู้สึกว่าเป็นคนขี้เหงา อยู่ตามลำพังไม่ได้ ต้องหาเพื่อนอยู่ตลอดเวลาหากต้องอยู่คนเดียว จะรู้สึกเหงา กระวนกระวายไม่มีความสุขต้องโทรศัพท์หาเพื่อนตลอดเวลา


หากเป็นเช่นนี้เหมือน ชีวิตต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น ต้องมีที่พึ่งทางใจอยู่เสมอ ก็จะเกิดผลเสียคือขาดความเป็นตัวของตัวเอง ขาดการเรียนรู้ที่จะอยู่หรือแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และอาจทำให้เพื่อนรำคาญ หลีกเลี่ยงที่จะพูดคุย แถมยังเปลืองค่าโทรศัพท์หากเป็นเช่นนี้ ความเหงาที่เกิดขึ้นก็จะเป็นปัญหาทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น

ซึ่งเราอาจแก้ไขได้โดย พยายามอยู่กับตนเองให้มากขึ้น หากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ฟังเพลงที่ชอบ ดูโทรทัศน์ ทำงานบ้านทำงานอดิเรกที่สนใจ ลดเวลาในการโทรหาเพื่อน จำกัดเวลาในการคุยโทรศัพท์ เป็นต้น พร้อมทั้งลองสำรวจความรู้สึกของตนว่าเมื่ออยู่คนเดียวมีความรู้สึกอย่างไร ทำไมเราถึงไม่ชอบที่จะอยู่คนเดียว

บางครั้งการอยู่คนเดียว บ้างในบางเวลา อาจช่วยให้เราได้พักได้สำรวจตัวเอง พร้อมทั้งได้เรียนรู้จักตนเองมากขึ้นอีกด้วย


 :07:ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
“เหงา” ไม่ใช่ปัญหา | ThaiHealth.or.th

58
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / กรรมชั่วตกถึงลูก
« เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 10:10:40 AM »
 




      กรรมและผลของกรรมนั้น เป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนยากที่จะเข้าใจได้อย่างละเอียด บางครั้งพ่อเป็นคนสร้างกรรม แต่ผลของกรรมกลับไปแสดงผลกับลูก กับครอบครัว เป็นต้น อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ นอกจากทุกคนจะมีกรรมเป็นของตนเองแล้ว แต่ละคนยังมีกรรมร่วมกันด้วย เมื่ออยู่ในครอบครัวเดียวกัน ก็จะมีกรรมที่ทุกคนเคยทำร่วมกัน จึงได้รับผลร่วมกันก็มี ดังเรื่องราวของ “ประยงค์” ชายรับจ้างวัย 51 ปี เป็นคนสามพราน นครปฐม เขามีฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีรายได้แค่พอเลี้ยงครอบครัวไปวันๆเท่านั้น
       
       วันหนึ่งมีร้านอาหารมาเปิดแถวพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งไม่ไกลจากบ้านของประยงค์เท่าใดนัก และเจ้าของร้านก็รู้จักกันดีกับประยงค์ ที่ร้านนี้มีเมนูอาหารหลายอย่าง แต่ที่ขึ้นชื่อน่าจะเป็นปลาช่อนลุยสวน ซึ่งมีรสชาติอร่อยมาก เพราะใช้ปลาช่อนสดๆที่เพิ่งถูกฆ่าใหม่ๆ เมื่อร้านอาหารมีคนมาอุดหนุนมากขึ้นเรื่อยๆ ปลาช่อนลุยสวนเมนูเด็ดของร้านจึงทำไม่ค่อยทัน หลายครั้งปลาก็หมดอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านจึงคิดสั่งปลามาเพิ่ม เพื่อจะได้ตอบสนองลูกค้าอย่างเพียงพอ
       
       เจ้าของร้านเห็นประยงค์ไปรับจ้างได้ค่าแรงไม่มาก จึงคิดอยากจะหาทางช่วยเหลือ วันหนึ่งเมื่อได้เจอประยงค์ เขาก็ถามว่าสนใจที่จะทำงานให้กับร้านหรือไม่ ประยงค์ก็รีบรับปากทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เจ้าของร้านบอกว่า ทำอยู่ที่บ้านก็ได้ ทำเสร็จค่อยเอาไปส่งที่ร้าน จะทำกี่คนก็ได้ ช่วยกันทำ ยิ่งทำได้มาก ก็ยิ่งจะได้ค่าตอบแทนมาก งานนั้นก็คือ เป็นเพชฌฆาตฆ่าปลาช่อน พร้อมขอดเกล็ดให้เรียบร้อย
       
       ประยงค์ไม่ได้นึกอะไรไปมากกว่าได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีเงินเพิ่มเพื่อเลี้ยงครอบครัว เพราะตอนนี้เขาก็มีลูกสาวอยู่คนเดียว อายุเพิ่ง 7 ขวบ ความหวังของประยงค์ นั้นอยากจะให้ลูกได้มีโอกาสเรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่ เขาจึงตกปากรับคำกับเจ้าของร้าน
       
       วันรุ่งขึ้นก็มีรถขนปลาช่อนตัวเป็นๆ มาที่บ้านเขาจำนวนมาก ตอนแรกที่เห็นปลาทั้งหมดดิ้นในถัง ทำเอาประยงค์รู้สึกกลัวเหมือนกันที่ต้องฆ่าปลาเหล่านี้ เพราะขนาดของปลามีแต่ตัวใหญ่ๆ หากเป็นปลาตัวเล็กๆ เขาก็คงไม่หวาดเสียวเท่าใดนัก แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะได้รับปากไว้แล้ว
       
       ประยงค์จึงเริ่มทำงานโดยทุบหัวปลาช่อนให้ตายทีละตัวๆ บางตัวก็ต้องทุบหลายครั้งกว่าจะตาย เนื่องจากตัวใหญ่หัวแข็ง ในแต่ละวันกว่าจะทุบหัวปลาและขอดเกล็ดหมดก็ใช้เวลานานพอสมควร และตามแขนขาหน้าตาของเขาเต็มไปด้วยเลือดปลาที่กระเด็นใส่!!
       
       เมื่อวันแรกของการเป็นเพชฌฆาตปลาช่อนผ่านไปและมีรายได้ดี ประยงค์ก็ไม่รู้สึกอะไรอีก นอกจากทุบหัวปลาให้ได้มากขึ้น หลายครั้งเขาก็เรียกลูกเมียมาช่วย ซึ่งตอนแรกๆทุกคนรู้สึกกลัว ไม่กล้าทำ แต่เมื่อเห็นจนเป็นความเคยชิน จึงได้เริ่มลองทำดูบ้าง จนทำให้งานของเขาเสร็จเร็ว ได้เงินมากขึ้น และเหลือเวลาไปรับจ้างทำอย่างอื่นได้อีก
       
       บ้านของประยงค์อยู่ริมคลอง ทุกเช้าเขาจะมานั่งทุบหัวปลาอยู่ริมคลองพร้อมกับครอบครัว หลังจากทุบเสร็จ ขอดเกล็ดแล้ว ก็จะตักน้ำคลองมาล้างปลาจนสะอาด และทุกเช้าจะมีพระเดินบิณฑบาตรผ่านบ้านเขาทุกวัน บางครั้งพระที่เดินผ่านมาก็ตกใจ เพราะเห็นปลาที่ประยงค์กำลังทุบอยู่นั้นดิ้นอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ทุกข์ทรมานกับการถูกทุบหัวเป็นยิ่งนัก บางครั้งดิ้นแรงมากจนถึงกับกระเด็นมาใกล้เท้าพระ หลายครั้งที่พระได้เตือนประยงค์ไปว่า หากเลี่ยงอาชีพนี้ได้ก็ให้เลี่ยงซะ อย่าทำเลย เพราะมันเป็น บาปเป็นกรรม ประยงค์ก็รับฟังสิ่งที่หลวงพ่อสอน แต่ว่าจะให้เขาทำอย่างไร จะเปลี่ยนอาชีพก็ไม่รู้จะไปทำอะไร จึงคิดว่าทำอาชีพนี้ต่อไปก่อน หากหาอาชีพใหม่ที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ค่อยเปลี่ยนไปทำ
       
       เวลาผ่านไป ครอบครัวของประยงค์เริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากคนที่กลัวการฆ่า แต่วันนี้ทุกคนไม่กลัว และเห็นการฆ่าปลาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย จนกลายเป็นความเคยชิน เพราะอาชีพนี้ช่วยให้ครอบครัวเขาดีขึ้น
       
       ประยงค์และครอบครัวไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ ผลกรรมมันจะตามมาทันอย่างรวดเร็วในชาตินี้... แล้วกฎแห่งกรรมก็เดินทางมาถึงในช่วงเย็นของวันหนึ่ง ลูกสาวของประยงค์ได้ลงไปเล่นน้ำในคลองหน้าบ้านตามลำพัง ซึ่งตามปกติเธอก็มักจะโดดน้ำคลองเล่นเป็นประจำมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ เธอจึงมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการเล่นน้ำในคลอง พ่อแม่ก็ปล่อยให้เล่นตามสบาย เพราะเห็นลูกเล่นอย่างนี้มานานแล้ว
       
       แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆ น้องเจนจิราได้ปีนขึ้นต้นไม้ริมคลองแล้วกระโดดลงน้ำ เหมือนอย่างที่เคยเห็น เด็กแถวบ้านทำกัน เธอกระโดดพุ่งหัวลงไปในคลองอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นหัวของเธอก็ไปกระทบเข้ากับตอไม้ท่อนใหญ่ที่อยู่ในน้ำอย่างแรง จนหัวแตก คอหัก ทำให้เธอจมดิ่งลงใต้น้ำ!! กว่าที่พ่อแม่จะรู้ว่าลูกจมหายไปในน้ำ แล้วลงไปช่วยกันงมหา น้องเจนจิราก็ได้กลายเป็นศพไปเสียแล้ว...
       
       ประยงค์และภรรยาต่างร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียว แถมยังมาตายอย่างน่าอนาถ ความฝันของประยงค์ ที่จะทำให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆนั้นจึงหายวับไปกับตา เมื่อเขาได้สติก็ระลึกถึงคำเตือนของพระ ว่าสิ่งที่เขากับครอบครัวช่วยกันทำนั้นเป็นบาปกรรม พวกปลาที่ถูกเขาฆ่าคงอาฆาตแค้นอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ลูกสาวต้องตายในสภาพเช่นเดียวกับปลาช่อนที่ถูกทุบหัวนั้น!!
       
       นี่คือผลของกรรมที่เห็นได้ทันทีในชาตินี้ ถึงแม้ว่ากรรมที่ทำจะไม่ได้แสดงผลกับประยงค์โดยตรง แต่การที่มันให้ผลกับลูกของเขา ก็ยิ่งเป็นเหมือนกับมีดโกนที่บาดลงกลางใจของผู้เป็นพ่อ เพราะลูกเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ เขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เพื่อลูก แต่เมื่อเห็นลูกมาตายเช่นนี้ ชีวิตเขาก็เหมือนกับตายทั้งเป็น
       
       การฆ่าสัตว์ใดๆ ก็ตาม ล้วนแต่เป็นบาป ผิดศีล และผลกรรมจากการฆ่าสัตว์จะทำให้อายุสั้นลงด้วย
       
       (จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 118 กันยายน 2553 โดย มาลาวชิโร)

 

59
   

บางครั้งชีวิตของคนเราก็คิดมากเกินไป และความคิดมากส่วนใหญ่นั้นก็ไร้ประโยชน์เสียด้วย เรามาฝึกที่จะมีลมหายใจแห่งสติ เพื่อความคิดของเราจะได้ช้าลง เราะจะพบว่าความคิดที่ครอบงำปัจจุบันของเรามักจะเน้นความคิดที่หมกมุ่นอยู่กับอดีตที่ผ่านมา เราอาจจะเศร้าโศกเสียใจกับอดีตที่ผ่านมาแล้วและเราก็เอาความคิดที่นึกถึงอดีตนั้นมาทำลายปัจจุบัน หรือบางทีเราก็หวาดระแวงกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เวลาที่เราอยู่ในปัจจุบันที่มีอดีตและอนาคตมาครอบงำปัจจุบันอย่างนี้ แสดงว่าเราคิดไม่เป็นแล้ว เราต้องเรียนรู้กับอดีตแล้ววางแผนอนาคตที่ปัจจุบัน เราสามารถที่จะตั้งรับผลของอดีตที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน อย่างคนที่รู้ตัวทั่วพร้อมได้ ถ้าท่านฝึกหายใจอย่างมีสติ ลมหายใจอย่างมีสติจะช่วยให้เรามีความสุขสงบแล้วก็ผ่อนคลาย การที่ท่านฝึกฝนที่จะมีชีวิตในปัจจุบันขณะอย่างคนที่วางแผนเป็น ท่านก็จะทราบว่าอนาคตของท่านก็ไม่ต้องแก้ตัวเลย เราฝึกฝนอย่างคนที่จะรู้ว่าปัจจุบันขณะเป็นเวลาดีที่จะมีลมหายใจแห่งสติปัญญาแล้วก็เรียนรู้จัดการระบบความคิดของเรา ที่จะวางแผนอนาคตของเราอย่างคนที่รู้ว่า ถ้าอยากให้อนาคตเป็นอย่างไรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด มีปัจจุบันขณะที่ตื่นและรู้ตัวทั่วพร้อม มีชีวิตอย่างคนที่ไม่หลับใหลและหลงลืม มีความคิดในปัจจุบันที่ศึกษาอดีตแล้ววางแผนอนาคตในทุก ๆ การกระทำ มีชีวิตที่เห็นผลแห่งการคิดถูกนี้แล้วก็เชื่อมั่นในผลที่เราฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว ขอให้มีความสุขกับการที่ได้คิด


ธรรมสวัสดี

ที่มา ทุกข์มีไว้ให้เห็น ... ไม่มีไว้ให้เป็น
http://www.sathira-dhammasathan.org/index.php?topgroupid=1&subgroupid=621&groupid=14

60
หลวงปู่มั่น / ปัจจุบันนั้นสำคัญกว่า
« เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 09:14:23 AM »
 


 สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรไปทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งของที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริงแม้จะ
 ทำความผูกพัน และมั่นใจในสิ่งนั้น กลับมาเป็นปัจจุบันก็เป็นไปมิได้ ผู้ทำความสำคัญมั่นหมาย
 นั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
 
   อนาคต ที่ยังไม่มาถึง ก็เป็นสิ่งไม่ควรยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
   อดีต ควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตก็ควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน
   ปัจจุบัน เท่านั้นที่จะสำเร็จเป็นประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

ที่มา ธรรมะไทย.เน็ต

หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham