Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - rain....

หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 88
21
บทเพลงเยียวยา คีตาบำบัด / สักวันหนึ่ง
« เมื่อ: ธันวาคม 25, 2011, 05:41:47 PM »
สักวันหนึ่ง พลพล

23
  “ยาตีกัน” หมายถึงการที่ฤทธิ์ของยาตัวหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อได้รับยาอีกตัว หนึ่งร่วมด้วย โดยผลที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดผลการรักษาที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรืออาจทำให้ผลการรักษาลดลงก็ได้ หรือบางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยาตีกันจะเกิดผลมากน้อยขึ้นกับสภาวะของผู้ป่วย ระยะเวลาที่ใช้ยาร่วมกัน และขนาดยาที่ใช้ด้วย

สาเหตุของยาตีกัน มาจากอะไร

– อาจมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ป่วย หรือ การได้รับยาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง แพทย์ หรือเภสัชกรคนละคน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเรื้อรังซึ่งต้องรักษาต่อเนื่องและกินยาหลายขนาน เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มักได้รับยามาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งไม่ทราบข้อมูลว่าผู้ป่วยรับประทานยาอะไรอยู่บ้างเป็นประจำ
– หรืออาจมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวผู้ป่วยเอง เช่น การที่ผู้ป่วยไปหาซื้อยา อาหารเสริม หรือแม้แต่สมุนไพรมารับประทานเอง นอกจากเกิดปัญหาการได้รับยาซ้ำซ้อนแล้ว ยังอาจเกิด “ยาตีกัน” ได้

ยาตีกัน ที่พบได้บ่อย และเป็นอันตรายมีอะไรบ้าง

        – ยาปฏิชีวนะบางชนิดจะตีกันกับยาที่ผู้ป่วยได้รับอยู่แล้ว เช่น ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น ทำให้ระดับยาในเลือดของยาเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ในผู้ป่วยบางคนอาจเป็นอันตรายได้
– ผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ต้องระมัดระวังในการซื้อยาหรืออาหารเสริมมารับประทานร่วมด้วย เพราะอาจเกิดปฏิกิริยากัน ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้
– การรับประทานยาฆ่าเชื้อบางกลุ่ม ร่วมกับยาลดกรด หรือแคลเซียม เหล็ก วิตามินบางชนิด จะทำให้การดูดซึมของยาฆ่าเชื้อลดลงกว่าครึ่ง ผลการฆ่าเชื้อก็ลดลงด้วย
– ยาตีกับอาหารเสริม หรือสมุนไพรบางชนิด นอกจากยาตีกันเองแล้ว อาหารเสริมที่ไม่ได้จัดเป็นยาหรือสมุนไพรบางชนิดก็สามารถ “ตีกับยา” ได้ เช่น น้ำผลไม้บางชนิด กระเทียม หรือแป๊ะก๊วย อาจเพิ่มฤทธิ์ของยาที่ต้านการเกาะกันของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin ได้

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร มีฤทธิ์ตีกับยาหรือไม่

– พฤติกรรมของผู้ป่วย ในเรื่องการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า ล้วนมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาทั้งสิ้น การสูบบุหรี่จะทำให้ยาทั้งหลายออกฤทธิ์ลดลง ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ต้องการขนาดยาที่จะได้ผลการรักษาที่สูงกว่าคน อื่นทั่วไป เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์จะทำให้ผลการรักษาของยาเปลี่ยนแปลงไป
– ยาบางอย่าง เช่น ยาเบาหวาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือเกิดอาการที่เรียกว่า disulfiram-like effect
– น้ำผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะน้ำเกรฟฟรุต (ขนาด 250 ซีซี) จะทำให้ระดับยาในเลือดของยาที่รับประทานร่วมด้วยสูงขึ้น เช่น ยาลดไขมัน ยากดระบบประสาท เป็นต้น
– อาหารเสริม หรือสมุนไพรบางชนิด นอกจากยาตีกันเองแล้ว อาหารเสริมที่ไม่ได้จัดเป็นยาหรือสมุนไพรบางชนิดก็สามารถ “ตีกับยา” ได้ เช่น น้ำผลไม้บางชนิด กระเทียม หรือแป๊ะก๊วย อาจเพิ่มฤทธิ์ของยาที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้

ทางสภาเภสัชกรรมร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ได้จัดทำ “สมุดบันทึกยา” ขึ้น เพื่อบันทึกประวัติการใช้ยาประจำตัวผู้ป่วย ใช้เป็นเครื่องมือของเภสัชกรในภาคส่วน ต่าง ๆ ทั้งในโรงพยาบาลและร้านยาที่จะได้ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในการใช้ยาของ ประชาชน

        “สมุดบันทึกยา” นี้จะมีข้อมูลรายการยาที่ผู้ป่วยใช้ ไม่ว่าจะได้จากสถานพยาบาลใด ซึ่งจะช่วยให้ตรวจสอบ ดูแล ปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วย ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกรไม่จ่ายยาที่ซ้ำซ้อนกับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ หรือเลือกจ่ายยาที่ไม่ “ตี” กับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช้ยา ในสมุดบันทึกยานอกจากจะมีรายการยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยได้รับแล้ว ยังมีการบันทึกรายละเอียดที่สำคัญของผู้ป่วยไว้ ทั้งประวัติการแพ้ยา อาการข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

         ควรดูแลบันทึกการใช้ยาของตนเองด้วยเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการบันทึกรายการยา สมุนไพร อาหารเสริม ที่ประชาชนหาซื้อมาใช้เองเพิ่มเติม เพื่อให้มีบันทึกยาที่สมบูรณ์ ที่จะเป็นเครื่องมือในการป้องกันอันตรายจากยาและช่วยให้เกิดความปลอดภัยใน การใช้ยาอย่างแท้จริง

ขอบคุณ>>>>http://www.janjawka.com/

24
  ใครที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการมีอะไรบ้าง  …

1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย

2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน

3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง

4. 80% ของผักและนำผลไม้สด ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน

5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง
ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด

6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น

8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี

9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง หันมาดูแลรักษาสุขภาพกันดีกว่า.

25
  แพทย์แผนไทยแนะอาหารรับมือหนาว (ไอเอ็นเอ็น)

อธิบดีกรมแพทย์แผนไทย แนะการรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย รับหน้าหนาว ให้สุขภาพแข็งแรง

น.พ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะการดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาว ว่า ทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ระบุว่า ช่วงฤดูหนาว คนจะเจ็บป่วยง่าย โดยการแพทย์แผนจีน ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของร่างกายให้มีการเปลี่ยนแปลงคล้อยตาม ธรรมชาติจะช่วยให้มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง

ซึ่งการดูแลสุขภาพหน้าหนาวเบื้องต้น คือ ควรดื่มน้ำ 3 แก้ว

แก้วแรกช่วงเช้า เวลา 05.00 น. – 07.00 น. จะช่วยการขับถ่าย

แก้วที่ 2 ดื่มเวลา 15.00 น. – 17.00 น. จะช่วยล้างกระเพาะปัสสาวะ

แก้วที่ 3 ดื่มก่อนนอน 1 ชั่วโมง ช่วยการนอนหลับ

ให้ปรับอารมณ์จิตใจให้สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน เนื่องจากฤดูหนาว ควรรักษาพลังหยินของไต เดินรับแสงอาทิตย์ และหายใจให้ลึก ๆ เวลาที่เหมาะสม คือเวลาช่วง 14.00 น. – 15.00 น. ควรเดินออกกำลังกาย ควรรับประทานเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ กุ้ง ควรรับประทานผัก ประเภท ถั่วเหลือง กระเทียม หอมใหญ่ กุยช่าย คะน้า เมล็ดสน หัวไช้เท้า ควรรับประทานผลไม้ เช่น เกาลัด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ น้ำนม หรืออาหารที่ควรรับประทาน เช่น โจ๊กงาดำ โจ๊กกระดูกสันหลังหมู ตังถั่งเช่า (ตุ๋นเป็ด) น้ำพุทรา เป็นต้น

 :13: :13: :13: :13:

26


หลาย ท่านคงเคยเห็นดอกไม้ดอกหนึ่ง…ที่มีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ มีกลีบบางเบาชวนน่าสัมผัส มันเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ได้ดอมดมแล้วชวนชื่นใจดีจริง ๆ และดอกไม้ ที่เราพูดถึงนั้น จะเป็นดอกไหนไปไม่ได้เลยนอกเสียจาก “ดอกสเลเต” หรือที่พอจะคุ้น ๆ ชื่อกันหน่อยก็คือ “ดอกมหาหงส์” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้ ๆ นี่เอง

แล้ว วันนี้เราจะพาคุณ ๆ ผู้รักดอกไม้สวยงามทุกท่านไปทำความรู้จักกับดอกสเลเต และรายละเอียดต่าง ๆ หากผู้ใดสนใจจะปลูก ก็ไม่ยากเลย มาดูกันเลยค่ะ

แต่ ก่อนอื่น ไปรู้ที่มาของชื่อกันก่อนว่า ทำไมถึงมีหลายชื่อ แล้วแต่ละชื่อมีที่มาอย่างไรบ้าง ทั้งนี้คนแต่ละท้องถิ่นจะเรียกแตกต่างกันออกไป โดยภาคกลางเรียก มหาหงส์ หางหงส์ กระทายเหิน ว่านมหาหงส์ ซึ่งที่เรียกว่า มหาหงส์ นั้นก็เพราะรูปทรงของเจ้าดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์นี้เหมือน “มหาหงส์” หงส์เหิน อันเป็นนกในวรรณคดี ตระกูลสูง เสียงไพเราะ เป็นพาหะของพระพรหม โดยเฉพาะยามบานเต็มที่มองคล้ายล่องลอยอยู่ในอากาศอย่างงามสง่า เพราะถูกชูช่อขึ้นตรงปลายยอดจะมีลักษณะเหมือนหงส์เหินเป็นอย่างมาก

ส่วนทางภาคเหนือนั้น จะเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ ในขณะที่ระยองกับจันทบุรี เรียกว่า เลเป ลันเต และ อีสานเรียก สเลเต ชื่อที่หลายคนฟังแล้วชอบชื่อนี้นัก อีกทั้งผู้บ่าว (ชายหนุ่ม)ไทบ้านอิสานมักจะเปรียบเทียบหญิงคนรักกับดอกสเลเตว่า “โอ้แม่ดอกสเลเต”

ลักษณะทางกายภาพ

ดอกสเลเต เป็นไม้หัวล้มลุก มีเหง้าคล้ายขิง ข่า ลำต้นอยู่ใต้ดิน ส่วนที่โผล่พ้นดินขึ้นมาแท้จริงเป็นก้านใบที่มีความยาวมาก เช่น เดียวกับกล้วยซึ่งมีลำต้น (เหง้า) อยู่ใต้ดิน และชูกาบใบพ้นดินเป็นเหมือนลำต้น กาบในหรือลำต้นเทียมของมหาหงส์อาจสูงได้ถึง 2 เมตร เมื่อสมบูรณ์เต็มที่ มีใบแยกออกสลับตรงข้ามกันเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน เป็นใบเดี่ยว เส้นใบขนานกัน

ดอกมีลักษณะเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อละ 3-6 ดอก แต่ละดอกมี 3 กลีบ เป็นสีขาวนวลบริสุทธิ์ หรือ เหลืองแซม ออกเป็นช่อตลอดปี แต่เวลาบานไม่บานทั้งช่อ ค่อย ๆ ทยอยกันบาน  เริ่มหอมในเวลาเย็น และชวนดมเสียด้วย จึงมีผู้คนนิยมหามาปลูกกันมาก

การขยายพันธุ์

นิยมแยกหน่อเช่นเดียวกับข่า หรือพุทธรักษา สเลเตชอบพื้นดินชื้นแฉะหรือน้ำขัง แต่ก็อาจปลูกในที่แห้งหรือในกระถางได้เช่นกัน โดยต้องให้น้ำมากเป็นพิเศษ จึงจะออกดอกได้ดี

นอกจากความงดงามและกลิ่นหอมที่ชวนชื่นใจแล้ว ดอก สเลเต ยังมีสรรพคุณทางยามากมาย โดยในตำราแพทย์ไทยบอกเอาไว้ว่า เมื่อเอาเหง้าสเลเตมาหั่นตากแห้งเป็นผงคลุกกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินเช้าเย็นก่อนอาหารเพื่อบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดแก้อักเสบได้ดีมาก อีกทั้งยังช่วยย่อยอาหารและบรรเทาอาการหอบหืด ลดความดันอีกด้วย

ทั้ง นี้ คนในสมัยก่อนยังนิยมใช้เหง้าสเลเต มาต้มเป็นยากลั้วคอ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบได้ด้วย ยังไม่หมดเท่านี้ สเลเตยังใช้เป็นยาภายนอกในการแก้อักเสบ ฟกช้ำดำเขียว โดยจะใช้เหง้าสด ๆ ตำพอกหรือคั้นน้ำทาบริเวณที่มีอาการอักเสบ ช้ำ บวม หรือใช้เหง้าตำทำเป็นยาประคบหลังคลอด

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับเนื้อหาสาระดี ๆ ของดอกสเลเต ที่นำมาฝากกันวันนี้ หวังว่าคุณผู้อ่านทุกท่านคงรู้จักเจ้าดอกไม้สีขาวชวนดมดอกนี้มากขึ้นกว่า เดิม อีกทั้งได้รู้ว่ามันมีประโยชน์มากกว่าที่เรารู้มากเลยเนอะ^^

ขอบคุณมากมาย>>>>http://www.janjawka.com/

27
ขอใจทุกดวงมีสุขปราศจากทุกข์
ดวงจิตเกิดปัญญาญาณ
สาธุ  สาธุ

28
ธรรมะ
‎"กายป่วยมิใช่อุปสรรค จิตป่วยตามกายคืออุปสรรค ผู้ที่เห็นร่างกายป่วยเป็นอุปสรรคของการปฏิบัติธรรม คือ ผู้ที่ยังไม่เข้าใจถึงความเป็นจริงของร่างกาย จิตต่างหากที่สร้างอุปสรรคให้เกิดขึ้นมาเป็นเวทนา ยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายป่วยเป็นอุปสรรค"
 :13: :13: :13: :13:
ในวันที่ท้อ..อย่าคิดว่าไม่เหลือใคร? ส่องกระจก ...แล้ว "ยิ้มไว้" ไม่เหลือใคร..ก็ยังเหลือ "ตัวเราเอง"

(via @Rukmakk)/สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก
 :13: :13: :13: :13:
ทุกอย่างเป็นของชั่วคราว เป็นไปไม่ได้ที่จะให้อะไรอยู่กับเราเราตลอดไป
จงอย่ายึดติดกับอะไร โดยเฉพาะความสุข, สิ่งที่เรารัก, และ..คนที่เรารัก
 :13: :13: :13: :13:
จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ จากวิกรม กรมดิษฐ์ !!!

ต้องบอกว่าประเทศไทยเปิดศักราชปี...เสือไม่โสภา เมื่อ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่าไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนเหมือนที่ผ่านมาในสายตาของ นักลงทุนญี่ปุ่น ทำให้คิดถึงความคิดเห็นของ วิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าพ่ออมตะนครที่เคยพูดถึง “จุดอ่อน” ของคนไทยไว้ 10 ข้อคือ

1 . คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะ หน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็น ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ

2. การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอ มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน

4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่ง ครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ

5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชนซึ่งเป็น หน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

7. อิจฉาตาร้อน สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัยยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่า ผู้ก่อการร้ายดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์เอ็นจีโอดีๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาลเพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน

9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะและทีม เวิร์ค ที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

10. เลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคมดูเพิ่มเติม
โดย: นสพ.แนวหน้า
 :13: :13: :13: :13:

29
  แด่ชายผู้เป็นที่รัก... (นิทานความรัก)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่า ยูซีล ...เธออาศัยอยู่ตัวคนเดียวในกระท่อมหลังเล็กๆ หลังหนึ่งบนทุ่งหญ้าเขียวขจีนอกหมู่บ้านที่เงียบสงัด

เธอชอบขับขานบทเพลงในยามที่เธอเหงาและไม่มีใครอยู่เคียงข้าง เพราะเธอไร้ซึ่งความรัก และยังไม่เคยมอบหัวใจให้กับใคร

ยามเช้าเธอมักจะออกเดินทางไปตามถนนหนทางต่างๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้อง โดยการขับขานเพลงที่เธอแต่งเองให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ฟังกัน ถึงแม้ว่าเงินที่ได้มานั้นจะไม่มาก แต่ก็พอเลี้ยงชีวิตของเธอให้อยู่รอดต่อไปได้

ยามราตรีเธอก็จะสวดอ้อนวอนต่อท้องฟ้าในยามรัตติกาลเพื่อให้โลกสงบสุข เพราะเธอเกลียดสงครามและการเข่นฆ่าทำลายชีวิตของกันและกัน

จะเป็นอย่างนี้อยู่เสมอ... และเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไป...

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้พบกับอัศวินหนุ่มคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอโดยบังเอิญ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นยามได้อยู่ใกล้ และเป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกว่ารักเขาอย่างจริงจัง

เขามีชื่อว่าเบลเซรอส ...อัศวินแห่งราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และห่างไกลผู้ได้รับสมญานามว่า "หมาป่าทมิฬ"

เขาเป็นคนที่ร่าเริงสนุกสนานชอบการต่อสู้และมีความกล้าหาญเข้มแข็งเหนือชาย ชาตรีคนอื่นๆ เท่าที่เธอได้พบเจอมา ถึงจะไม่ได้เจอกันบ่อยนักแต่เธอก็มีความสุขเมื่อได้พูดคุยกับเขา

เขาชอบเล่าเรื่องการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาให้เธอฟัง อยู่เสมอ เมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกหดหู่และท้อแท้ใจ ก็มีเขานี่แหละที่คอยรับฟังและพยายามหาเรื่องสนุกๆ มาให้เธอได้ผ่อนคลายความทุกข์เศร้าเหงาใจ

เธอรักเขามากและอยากจะบอกความในใจให้เขารู้ แต่ทว่า...

เขามีผู้หญิงที่เขารักอยู่แล้ว...

เธอชื่อ "ลอเรีย" ...เธอเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งแดนไกล เธอเป็นคนที่เขาไม่เคยเจอหน้า รักเธอ... เพราะอิจฉาเธอที่เปี่ยมเสน่ห์และมีความเพรียบพร้อม และเป็นคนที่เขารักมากกว่ายูซิล

ถึงแม้ว่าเบลเซรอสเองจะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าเธออาจจะไม่ได้รักเขา แต่เขาก็ยังอาลัยอาวรณ์และห่วงหาเธออยู่เสมอ ...อยากให้เธอเป็นของเขาคนเดียว

ความรู้สึกของเบลเซรอสที่มีต่อลอเรียทำให้ยูซีลรู้สึกเจ็บปวดมาก ประหนึ่งว่าจะทำให้ตายได้เลยทีเดียว

ถึงเธอจะรู้อยู่แบบนี้ แต่เธอก็ไม่อาจหักห้ามใจที่จะรักเขาได้

เธอได้บอกรักเขา... แต่ก็ไม่ได้เป็นไปดั่งที่คาดหมาย...

มันกลับทำให้เธอเจ็บปวดมากขึ้น เพราะความรักที่เธอมีต่อเขาก็เป็นได้เพียงแค่ความรักเพียงข้างเดียวเท่านั้น

น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเธอ ส่องประกายอันหม่นหมองและเศร้าสร้อย เธออยากให้เขามองเธอบ้างเหลือเกิน... อยากให้เขารู้ว่าคนที่รักเขามากที่สุดก็คือเธอ... อยู่ข้างๆ นี้... อยู่ตรงนี้... แต่เขาก็ยังยืนหยัดต่อและเดินทางไปตามสิ่งที่เขาวาดฝันเอาไว้...

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังอยากให้เขามีความสุข... และได้สมหวังกับคนที่เขารัก

เธอก็เลยเลือก... เลือกที่จะรอคอยเขา... รอให้เขาได้สมหวังในรัก... หรือกลับมาหาเธอสักวัน... ไม่ว่ามันจะยาวนานเท่าไหร่ก็ตาม...

วันเวลาที่ล่วงเลยไป ทำให้ดวงใจของเธอหนาวเหน็บและทนทุกข์ทรมาณ บทเพลงอันสดใสที่เคยขับขานในรุ่งอรุณกลับกลายเป็นเพลงรักที่เศร้าหมอง เธอเป็นห่วงเขา... ไม่อยากให้เขาได้เจ็บปวดเหมือนเธอถ้าเขารู้ว่าลอเรียไม่ได้รักเขาจริงๆ อยากให้เวลาของเขาที่ได้อยู่กับลอเรียยาวนานขึ้น...

เธอได้สวดอ้อนวอนแก่เทพแห่งรัตติกาลในยามที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน... ขอแลกอายุขัยของเธอ... กับเวลาของเขาที่จะได้อยู่กับลอเรีย เพื่อที่จะให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน... ได้รักกัน... และมีความสุขเหมือนกับเวลาที่เธอได้อยู่กับเขา...

กาลเวลาที่ล่วงเลยไป เบลเซรอสได้อยู่กับลอเรียและมีความรักกับความสุขอย่างที่เธอได้คาดหวังไว้ แต่เวลาของเธอกลับไม่มีเหลืออีกต่อไปแล้ว... ร่างกายของเธออ่อนแอลง ...เธอค่อยๆ หมดลมหายใจอย่างช้าๆ แล้วในที่สุด... เธอก็จากไปอย่างสงบในที่ๆ ไม่มีใครรู้... อย่างโดดเดี่ยว...

เธอกลายเป็นดวงดาว ที่ล่องลอยอยู่บนฟ้า คอยจ้องมองคนที่เธอรัก มีความสุขกับคนที่เขารัก ...อย่างมีความสุข ชั่วนิจนิรันดร์...

แด่ชายผู้เป็นที่รัก...

จาก : dek-d
 :13: :13: :13: :13:

30
๕๕๕+++  ผมเสียดายเข่า  กร๊ากกกกกกกก๕๕๕
ขอบคุณพี่บอลมากมายงับ

หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 88

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham