Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - rain....

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 88
101
บทความ (Blog) / กำลังใจ ยามไกลตา
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 02:57:37 PM »
ถึงท้องฟ้า ว่าแสนไกล ใครกางกั้น


ถึงตะวัน อันเจิดจ้า ฟ้าแจ่มใส


ถึงที่สุด หยุดไม่คิด สักเท่าใด


ถึงสุดใจ ไม่อาจหยุด สุดรักเธอ


แค่ห่วงใย ใครดูแล แครเธอบ้าง


แค่ความห่าง ทางไกล ไม่อาจเห็น


แค่คนหนึ่ง ซึ่งห่วงใย ในเช้าเย็น


แค่คอยเป็น กำลังใจ ยามไกลตา
 :13: :13: :13: :13:

บูโดกัน เพลงคิดถึงที่สุด
[/size]

102
บทความ (Blog) / แบตเตอรี่หัวใจ
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 02:49:35 PM »
 


โทรศัพท์จะสวยงามเพียงไร
จะมีราคาแพงมากสักเท่าใด
หากแบตเตอรี่อ่อน..แบตเตอรี่เสื่อม..
ก็ไม่มีค่า..ไม่มีความหมายอะไร

เป็นเหมือนเศษเหล็ก..
เศษไม้ธรรมดา..
ที่ใช้ประโยชน์ในการสื่อสารไม่ได้

ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน
หากหมดกำลังใจ
ก็ยากที่จะดำเนินชีวิต
ให้ประสบความสำเร็จได้

แบตเตอรี่..
หมดถ่าน..เราต้องชาร์ทไฟ

แบตเตอรี่หัวใจ..หมดไฟ
เราต้องชาร์ทพลังใจ..เสริมสร้างพลังงาน

พลังใจสร้างขึ้นได้
ด้วยการฝึกฝน..อบรมจิตใจ
เป็นการเติมเชื้อไฟให้กับตนเอง

ความสุข
จะบังเกิดขึ้นในจิตใจ
เพียงเพราะทำใจไม่ให้สับสนวุ่นวาย
ทำใจให้หยุดนิ่ง
มีสติรู้เท่าทัน
เมื่อนั้น..ความสงบจะบังเกิดขึ้นทันที

น้ำใส..จิตใจผ่องใส
จะมองอะไรก็ย่อมเห็น..ได้อย่างชัดเจน

น้ำขุ่น..จิตใจเศร้าหมอง
ย่อมมองอะไรก็ไม่เห็น..และไม่ชัดเจน

เรามาช่วยกันเติมเต็ม
ชาร์ทแบตเตอรี่หัวใจกันเถอะ
อย่างปล่อยให้หมดถ่าน..หมดไฟ
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น
นานวันไป..แบตเตอรี่อาจจะเสื่อมคุณภาพ..
และใช้ประโยชน์ไม่ได้

สิ่งที่มีค่า
อาจจะไม่มีคุณค่า
ถ้าเราไม่ใส่ใจ..และขาดกำลังใจ

คนเรา..
จะขาดสิ่งใดก็ได้
แต่อย่าขาดกำลังใจ

จะเสียอะไรก็ได้
แต่อย่าเสียกำลังใจ

จะหมดอะไรก็ได้
แต่อย่าหมดกำลังใจ

กำลังใจสำคัญที่สุด
ต้องเพิ่มให้ปล่อย..ทำให้เต็ม
อย่าปล่อยให้ลดหรือหมดกำลังใจอย่างเด็ดขาด


ขอบคุณบทความดีดีจากธรรมะไทย

 :13: :13: :13: :13:


103
:13: :13: :13: :13:เข้าวัดให้เป็นโดย พระชยสาโร


ถ้าหากเราไม่คิดทำความเข้าใจกับตัวเอง ไม่สนใจว่าชีวิตมัน คือ อะไรกันแน่
ไม่อยากพัฒนาตน การเข้าวัดก็ไม่เกิดประโยชน์ เหมือนคนไม่สบายไป รพ.
เพื่อบริจาคทรัพย์บำรุง รพ.โดยไม่คิดรักษาโรคของตัวเอง เพราะยังไม่เจ็บมากก็เลยเสียดายเวลา

โรคของเรา คือ ความทุกข์ สาเหตุสำคัญ คือ การไม่รู้จักตัวเองก็ถูกหลอกง่าย
พร้อมที่จะตกเป็นเหยื่อของสิ่งมายาทั้งหลายอยู่เสมอ มัวแต่ดิ้นรนเพื่อจะได้สิ่งที่ชอบ และเลี่ยงสิ่งที่ไม่ชอบอยู่เสมอ
เชื่องมงายในร่างกาย และจิตใจว่าเป็นเราเป็นของเรา ก็ย่อมไม่เห็นความไม่เที่ยง และความไม่มีเจ้าของของชีวิต

การปฎิบัติธรรมเท่านั้น ที่จะช่วยให้เราเป็นอิสระจากกิเลสได้
การทำบุญอย่างเดียวไม่ปฎิบัติถึงจะทำให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวอยู่ในใจบ้าง
แต่มันไม่มั่นคง ลึกๆแล้วเราจะยังคงอยู่ในสภาพเดิม
คือเคว้งคว้างอยู่เหมือนเรือเล็กๆ กลางทะเลอันกว้างใหญ่
มีเข็มทิศก็ใช้ไม่ค่อยเป็น มีสมอก็ไม่รู้จักทอด เอาแต่ประดับประดาเรือก่อนอับปาง


ชาวพุทธเราควรสนใจวิธีอุดรู วิธีวิดน้ำบ้าง จะได้เอาตัวรอดได้
หากไม่สนใจศึกษาเรื่องตัวเอง เข้าวัดแล้วสักแต่ว่าไหว้พระพอเป็นพิธี
ทำบุญบำรุงวัดตามประเพณี แล้วออกไปชมต้นไม้บ้างก่อนกลับ
ไม่ใช้ว่าไม่ดี ดีอยู่หรอก แต่ยังดีไม่พอ ศาสนา ธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องน้อมเข้ามาเป็นเครื่องชำระ

วัดอยู่ได้เพราะน้ำใจของญาติโยม ลูกศิษย์หลวงพ่อชารังเกลียดการเรี่ยไรที่สุด
จึงอยู่ได้ด้วยศรัทธาของญาติโยมโดยแท้ การช่วยทางปัจจัยสี่สำคัญเหมือนกั น

แต่พระที่ดีท่านไม่ยินดีในเรื่องนี้ สิ่งที่ท่านยินดีที่สุด ชอบที่สุด คือ การเห็นผู้ครองเรือนตั้งใจปฏิบัติธรรม

ไปวัด ไม่ว่าเพื่อทำบุญสุนทาน ไหว้พระ
กราบนมัสการครูบาอาจารย์ หรือไปจำศีลปฏิบัติธรรม
พยายามระลึกอยู่เสมอว่า จุดประสงค์ของเรา
ควรอยู่ที่ความดีความสงบและปัญญา ระวังอย่าวุ่นบุญก็แล้วกัน หรือร้ายกว่านั้น

อย่านั่งในโรงครัวทานอาหารคุยเรื่องทางโลก
วิจารณ์เรื่องการบ้านการเมือง พรรคไหนดี พรรคไหนเลว
หรือนินทาลูกเขยลูกสะใภ้ อย่าคุยในเรื่องใดที่เพิ่มกิเลสในใจทั้งของผู้พูดและผู้ฟัง
หรือพูดให้ชาววัดแตกแยกกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าเสียดายเวลาที่สละเข้าวัด
เรียกว่าเข้าวัดแต่ไม่ถึงวัด ฉะนั้นมาถึงที่ร่มเย็นอย่าให้มันร้อน

ต้องฝึกให้เย็นสิ ตัวเราจึงจะเหมาะกับสถานที่
ให้น้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาสู่ใจเรา สำรวมกาย วาจา ใจ
หาอุบายแก้ข้อบกพร่องที่อยู่ในใจ เสริมสร้างสิ่งที่ดีงามอย่างนี้คือการเข้าวัดที่เข้าท่า
ได้ทั้งวัตรปฏิบัติ ได้ทั้งเครื่องวัดตัวเอง

ในพระพุทธศาสนา วัดเป็นสถานที่สำคัญ
แต่ศาสนาที่แท้ไม่ติดอยู่ที่สถานที่ ศาสนาไม่ได้อยู่ที่วัด
ไม่ได้อยู่ที่ตู้พระไตรปิฎก ไม่ได้อยู่ที่ไหน

มันอยู่ที่เรา อยู่ที่เราแต่ละคน แผ่นดินไหว
หรือผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาวางระเบิดหน้าพระประธานวัดป่านานาชาติ
จนวัดเหลือแต่หลุมลึก ผู้ที่ยังเหลืออยู่ ต้องอดทน

อย่าพึ่งโกรธ ศาสนาก็ไม่ได้สูญหายไปกับวัตถุ
ชาวพุทธเราควรสร้างวัดให้พอดีแก่กิจของสงฆ์
และช่วยท่านรักษาสิ่งที่สร้างแล้วอย่างดี
แต่อย่าพึงลืมว่าวัดเป็นแค่สิ่งที่เอื้อต่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม
การสร้างศาสนวัตถุก็ได้บุญอยู่หรอก ได้บุญเยอะ

แต่ยังไม่ใช่บุญชั้นเยี่ยม คือการสงบจากกิเลส
ยังไม่ถึงสิ่งสูงสุดที่เราควรได้รับจากการเป็นชาวพุทธ
วัตถุเป็นฐานของการเข้าถึงแก่นแท้ของพระศาสนา

จาก หนังสือ "ทำไม" โดย
ท่านชยสาโร  :13: :13: :13: :13:
ขอบคุณโพสจาก  http://www.baanmaha.com/community/thread40036.html


104
  เรื่องประทับใจจากฟูกูชิมา:ทำไมเด็ก 9 ขวบไม่กินอาหารที่ได้รับ
อาสาสมัครคนหนึ่งเขียนไว้ว่า "ผมนำอาหารส่วนของผมให้กับเด็กชายอายุ 9 ขวบคนหนึ่งที่มารอคิวตอนท้ายแถว... ผมประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่าเพราะอะไรเขาจึงไม่กินอาหารที่ผมให้ แต่กลับนำไปวางไว้ที่รับแจกจ่ายอาหาร ผมจึงถามเด็กคนนี้ว่า ทำไมเขาไม่กินอาหารที่ผมให้เสียละ..."


ข้างล่างเป็นบันทึกของชาวเวียดนามผู้หนึ่งซึ่งไปช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เมืองฟูกูชิมา 9 วันหลังจากเกิดวิบัติภัย

เมื่อคืนนี้ ผมถูกส่งไปที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยหน่วยงานอาสาสมัครในการแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัยพิบัติ

ในหมู่ผู้ที่เข้าคิวยาวรออยู่นั้น ผมสังเกตเห็นเด็กชายอายุประมาณ 9 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งใส่เพียงเสื้อคอกลมและกางเกงขาสั้น.

อากาศขณะนั้นหนาวเย็นมาก และเขากำลังยืนคอยอยู่ตอนท้ายแถว ผมเป็นห่วงว่าอาจจะไม่มีอาหารหลงเหลือพอ เมื่อถึงคิวของเขา ผมจึงเดินไปเพื่อคุยกับเขา

เขาเล่าให้ผมฟังว่า แผ่นดินไหวและสึนามิเกิดขึ้นขณะที่เขาอยู่ที่โรงเรียน ในชั่วโมงพละศึกษา พ่อของเขาซึ่งทำงานอยู่ใกล้ๆกันมาหาเขาที่โรงเรียน เขามองเห็นคุณพ่อและรถของเขาถูกน้ำพัดหายไป จากระเบียงบนชั้นสามของโรงเรียน คุณพ่อของเขาคงเสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อผมถามเขาถึงคุณแม่ เขาบอกผมว่า ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ริมทะเล ดังนั้นคุณแม่และน้องชายของเขาคงไม่สามารถหลบหนีได้ทัน เขาหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง เพื่อเช็ดน้ำตาเมื่อถูกถามถึงญาติๆของเขา

ผมเห็นว่าเขาคงหนาวอยู่ จึงถอดเสื้อโค๊ทตำรวจแล้วคลุมร่างเขาไว้ ขณะเดียวกับที่ อาหารมื้อเย็นที่เหลือซึ่งซุกอยู่ในกระเป๋าก็หล่นออกมา ผมหยิบมันขึ้นมา แล้วส่งให้เขาพร้อมบอกเขาไปว่า

“น้าเป็นห่วงว่า อาจจะไม่มีอาหารเหลือถึงคิวของเธออีก นี่เป็นส่วนของน้า น้ากินไปแล้วหน่อยหนึ่ง เธอกินส่วนที่เหลือให้หมดเถอะ”

เด็กน้อยยื่นมือมารับอาหาร แล้วค้อมตัวลงกล่าวคำขอบคุณ ผมคิดว่าเขาคงรีบกินด้วยความหิวในทันที แต่... เปล่าเลย

เขาถืออาหารชิ้นนั้น แล้วเดินตรงไปยังหัวแถว ที่ซึ่งมีคนคอยแจกอาหารอยู่ แล้ววางอาหารที่ผมให้กับเขาลงไปในกล่องของอาหารที่กำลังได้รับการแจกจ่าย แล้วเขาก็เดินกลับ มาเข้าแถวในคิวของเขา

ผมประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงถามเขาว่าทำไมเขาไม่กินอาหารที่ผมให้เสียละ

เขาตอบผมว่า “เพราะมีคนอีกมาก ที่อาจจะหิวยิ่งกว่าผม ผมวางไว้ที่นั่น ก็เพื่ออาหารจะได้รับการแจกจ่ายอย่างเป็นธรรมให้กับทุกคน”

เมื่อผมได้ฟังคำตอบ ผมต้องหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเพื่อร้องไห้ โดยที่คนอื่นๆจะได้มองไม่เห็น

ผมรู้สึกตื้นตันใจ ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กชายอายุ 9 ขวบ ซึ่งยังเรียนอยู่เพียงชั้นประถมปีที่ 3 จะสามารถสอนบทเรียนล้ำค่าแก่ผม ในเวลาคับขันเช่นนี้

มันเป็นบทเรียนแสนสะเทือนใจของความเสียสละ ประเทศใด ที่มีเด็กๆอายุเพียง 9 ปี ซึ่งเรียนรู้ที่จะอดทน ที่จะทนกับความยากลำบาก และเสียสละเพื่อผู้อื่นได้ ต้องเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ประเทศหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ประเทศนี้กำลังอยู่ในสภาวะที่คับขันที่สุด แต่ประเทศนี้ต้องสามารถฟื้นคืนกลับมาได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ด้วยเพราะประชาชนผู้รู้ที่จะเสียสละตัวเองให้กับผู้อื่น ดังเช่นเด็กชายน้อยๆผู้นี้
__________________
จาก Facebook ของพระไพศาล วิสาโล 

105
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / หนี้กรรม...ชำระด้วยธรรม
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 02:36:32 PM »
หนี้กรรม...ชำระด้วยธรรม



กรรม คือ การกระทำ
ที่ประกอบด้วยเจตนา

หนี้ คือ สิ่งต้องชดใช้ ต้องชำระ

อยากหนีกรรม
จงอย่าสร้างกรรม

หนี้กรรม
คือ ผลที่เกิดจากกระทำของตนเอง
ทั้งดีและไม่ดี
ทั้งทางกาย วาจา และใจ

หนี้กรรมหมดได้
ต้องชดใช้กรรม
จะช้าหรือเร็ว
อยู่ที่แรงกรรมที่กระทำ

แต่ผลแห่งกรรมที่เกิดขึ้น
ล้วนเกิดจากกระทำของตนเองทั้งนั้น

การจะหนีหนี้กรรมได้นั้น
ต้องหมั่นชำระจิตใจของตนเอง
พยายามเติมความดีมาก ๆ
เพื่อชำระให้ความไม่ดีลดน้อย เบาบางลง

เหมือนภาชนะแก้วใส
ที่ไม่ว่าจะเติมสิ่งใด ๆ ลงไป
ก็จะสามารถรับรู้และมองเห็นได้อย่างชัดเจน

หากเปรียบความชั่ว เหมือนเกลือ
ความดี เหมือนน้ำ
ภาชนะแก้วใส เหมือนจิตใจ

แล้วลองนำเอาสิ่งต่าง ๆ
ใส่ลงไปในภาชนะแก้วใส คือ จิตใจของเรา
เช่น บางคนอาจจะเอาเกลือ คือ ความชั่ว
ใส่ลงไปในภาชนะแก้วใสมากกว่าน้ำ คือ ความดี
รับรองได้ว่า แก้วใบนั้นจะต้องมีรสเค็มแน่นอน

หากเราเอาความดี คือ น้ำ
ใส่ลงไปเยอะ ๆ
มีปริมาณมากกว่าความชั่ว คือ เกลือ
น้ำในแก้วนั้นก็จืดจาง

น้ำ คือ ความดีของเรา
ยิ่งเติมมาก กระทำให้มากเท่าไรยิ่งดี



 :07: :07: :07: :07:

ที่มา พลังจิต.คอม

106
หยาดฝนแห่งธรรม / ไม่มีใครใหญ่เกิน “กรรม”
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 02:33:41 PM »
ไม่มีใครใหญ่เกิน “กรรม”
กรรมดี และ กรรมชั่ว ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน คนดี คนเลว ไม่ว่าจะเป็นหญิง หรือชาย เด็กวัยแรกเกิด วัยหนุ่มสาว
วัยทำงาน วัยกลางคน หรือ แม้แต่วัยสูงอายุ ก็ตาม ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ หนีกรรม ที่ตัวเองก่อไว้ไม่พ้น นอกเสียจากว่าจะหนีเข้าสู่วัฏสงสาร และเข้าสู่แดนนิพพาน เช่น พระโมคคัลานะ ทั้งๆที่ท่านเป็นพระผู้มีอภิญญา ใช้ฤทธิ์หลบหนีการทำร้ายของโจรได้หลายครั้งหลายหน จนในที่สุดความสงสัยท่านจึกำเหนิดจิตรู้กรรมเก่าของตัวเอง และทราบว่าในอดีต ท่านเชื่อคำยุยุของภรรยาจึงสังหารบิดา และ มารดา ของตนเอง
เมื่อทราบดังนั้นท่านจึงปล่อยให้โจรทำร้ายตัวเองจนกระดูกแตกหักทั่วทั้งร่าง เมื่อโจรจากไปแล้ว ท่านจึงได้อธิฐานฤทธิ์สมานกระดูกกลับดังเดิม แล้วไปทูลลาพระพุทธเจ้า เพื่อเข้าสู่พนิพพาน
หรืออย่างเช่นพระเทวฑัต ที่ได้ทำออันตริยกรรม คือ การทำกรรมหนัก ยุยงให้สงฆ์แตกแยกกัน และ ประทุษร้ายต่อองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถูกธรณีสูบ เป็นต้น จริงๆแล้วทุกเสี้ยววินาทีที่ผ่านไป ทุกลมหายใจเข้า-ออก ทุกชีวิตบนโลกกำลังรับผล และ เดินอยู่บนเส้นทาง”กรรม”
ที่ตัวเองได้ก่อกระทำไว้ เป็นผู้เลือกทำเองโดยทั้งสิ้น
ขณะที่กำลังมีความสุข สนุกสนาน สมหวัง พอใจ สดชื่นเบิกบาน มีแต่คนรัก คนเมตตา มีความคิด ความรัก ความปรารถนาดี ที่จะมอบให้ผู้อื่น
ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งใดดี หรือ ไม่ดี ควรไม่ควร
ในขณะนั้น เป็นขณะที่กุศลผลกรรมกำลังให้ผลอยู่
แต่..... เมื่อไหร่ก็ตามที่กำลังมีความทุกข์ ต่อให้รวยแค่ไหนแต่หาความสุขไม่ได้เลย ชีวิตมีแต่ความหดหู่ เจอแต่ปัญหารุมเร้า กระหน่ำหลากหลายทิศทาง เจอแต่ความไม่สมหวัง เห็นผิดเป็นชอบ นั้แหละ อกุศลกรรมกำลังส่งผลอยู่
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ถึงแม้กรรมที่เกิดจากการกระทำในอดีตจะส่งผลมาถึงปัจจุบัน และ อนาคตก็ตาม แต่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลิกทางเดินของตัวเองใหม่ตลอดเวลา เพราะผลจากการกระทำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มีผลมากที่สุด
โดยปกติโดยส่วนใหญ่คนทั่วไปมักจะเลือกทำในสิ่งต่างๆ ตามความเคยชิน ตามนิสัยที่ติดตัวมา โดยไม่ทันคิดว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีก็จะทำ
แต่เมื่อทำไปแล้ว ไม่มีใครหรอกที่จะยอมรับผลที่จะตามมา เมื่อกรรมชั่วส่งผลแล้ว จึงหาทางแก้ไขเอา และมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า การทำบุญ สะเดาะเคราะห์ จะช่วยให้ตนเองพ้นรอดจากบาปกรรม พ้นจากความทุกข์ ความเศร้าโศก หรือหลายคนเรียกว่าโชคร้าย ดวงตกนั้นไปได้...
วิธีต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ผู้ทำมีความสุขขึ้น อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น ได้จริง แต่ ไม่ใช่เป็นเพราะการเอากุศลผลบุญที่ทำใหม่ไปหักลบกลบหนี้กับอกุศลกรรมเก่า ที่เราเคยก่อ กระทำไว้
แต่ป็นเพราะกระแสของบุญนั้นส่งผลแรงเกินกว่าที่กรรมชั่วที่ตามทัน เราก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น สุขสบายขึ้นเท่านั้นเอง แต่จริงๆแล้วกรรมเก่ายังไม่ได้หนีหายไปไหนเลย มันแค่รอจังหวะ รอโอกาส ว่าเมื่อไหร่ผลของกรรมชั่วที่เราทำในปัจจุบันนี้จะส่งผล มันจะผสมโรงด้วยทันที
ถ้าอยากหนีให้ไกล จากสิ่งไม่ดี ก็จงเร่งทำความดีมีความเพียร เร่งสร้างความดี กระทำความดีละความชั่ว ทำจิตใจให้เบิกบานผ่องใส ชีวิตก็จำมีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองสืบไปที่มา
มุมเล็กๆ หน้า22 “ชวิตที่ไหลลื่นไปกับธรรมะ “ ของหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ :07: :07: :07: :07:
โพสจาก  บ้านมหาดอทคอม  http://www.baanmaha.com/community/thread40841.html :07: :07: :07: :07:

107
ขอเก็บแค่วันวาน
เนิ่นนานเพียงแค่ความฝัน
ขอเก็บเพียงแค่คืนวัน
มีเธอมีฉันในใจ
- - - - -
ขอเก็บความรู้สึกเก่าก่อน
ห่วงหาอาทรอ่อนไหว
ขอเก็บความรักจากใจ
ครั้งหนึ่งเคยได้จากเธอ
- - - - -
จึงเป็นเพียงความคิดถึง
เก็บไว้ซึ้งซึ้ง..เพ้อเพ้อ
จะเป็นอดีตที่เลิศเลอ
เตือนใจไม่ให้เผลออีกต่อไป
- - - - -
ขอเก็บเพียงแค่วันวาน
ที่ทำฉันร้าวรานหวั่นไหว
แทนความอ้างว้างห่างไกล
ที่ใครเคยให้ไว้เป็นความทรงจำ


แค่ได้  คิดถึง  เวลาเหงา  แค่นี้  ก็สุขใจ
:10: :10: :10: :10:

108
เกบมาฝากพี่บอลคุงกินกะพี่ทามะคุง  ฉองคน  ห้าๆๆ :06: :06: :06:
ขอขอบคุณ  คุณฅนภูไท  http://www.baanmaha.com/community/thread11486.html
ต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อน

มื้อคืนนี้ฝนแถวบ้านคนภูไทตกหนักคัก ฅนภูไทกะเลยไปหาใต้อึ่ง ได้มาประมาณสิบกั่วโต เลือกเฉพาะโตแม่ไข่ คนภูไทสิต้มส้มสู่พี่น้องเฮากินเด้อ มาเบิ่งกันเลยครับ



ต้มอึ่งกะเฮ็ดคือต้มส้มทั่วไป ล้างอึ่งให้สะอาด พอน้ำเดือดกะใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใส่กระชาย ใบบักขามอ่อน แล้วกะใส่อึ่งลงไปปรุงรสตามใจชอบ
พอสุกดีแล้วเฮากะตักใส่ถ้วย เสริฟพร้อมแจ่วบักพริก
:06: :06: :06:กินให้แซบน๊าพี่บอล&พี่ที  ๕๕๕+กร๊ากกกกกกกกกกกก  ปายละ :10:   

109
   













:13: :13: :13: :13:
ขอขอบพระคุณบ้านมหาดอทคอมที่เอื้อเฟื้อภาพสวยๆ
http://www.baanmaha.com/community/thread32209.html

110
หลอกตัวเองว่า  ลืมเค้าไปแล้ว 
แต่ลึกๆ  ยังเปนห่วงอยู่บ้าง  แค่แวปหนึ่งในความคิด  แว๊ปเดียวจิงๆ  แล้วก็ลืมไป....

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 88

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham