Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - 時々होशདང一རພຊຍ๛

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 98
1
หยาดฝนแห่งธรรม / มหานิทเทส
« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2019, 12:42:15 PM »








ชีวิต อัตภาพ สุข และทุกข์ทั้งมวลเป็นธรรมประกอบกัน เสมอด้วย จิต ดวงเดียว

ขณะย่อมเป็นไปพลันเทวดาเหล่าใดย่อมตั้งอยู่ตลอดแปดหมื่นสี่พันกัปล์ทวดาเหล่า

นั้นย่อมไม่เป็นผู้ประกอบด้วยจิต 2 ดวงเป็นอยู่เลยขันธ์เหล่าใดของสัตว์ผู้ตาย หรือ

ของสัตว์ที่เป็นอยู่ในโลกนี้ดับแล้วขันธ์เหล่านั้นทั้งปวงเที่ยวเป็นเช่นเดียวกันดับไป

แล้วมิได้สืบเนื่องกัน ขันธ์ เหล่าใดแตกไปแล้วในอดีตเป็นลำดับและขันธ์เหล่าใด

แตกไปแล้วในอนาคตเป็นลำดับความแปลกกันแห่งขันธ์ทั้งหลายที่ดับไปในปัจจุบัน

กับด้วยขันธ์เหล่านั้น ย่อมมิได้มีในลักษณะสัตว์ไม่เกิดแล้วด้วยอนาคตขันธ์ ย่อมเป็นอยู่

ด้วยปัจจุบัน ขันธ์ สัตว์โลกตายแล้วเพราะความแตกแห่งจิตนี้เป็นบัญญัติทาง ปรมัตถ์

ขันธ์ทั้งหลายแปรไปโดย ฉันทะ ย่อมเป็นไปดุจน้ำไหลไปตามที่ลุ่มฉะนั้นย่อมเป็นไป

ตามวาระอันไม่ขาดสายเพราะอายตนะ 6 เป็นปัจจัย ขันธ์ ทั้งหลายแตกแล้วมิได้ถึง

ความตั้งอยู่ กองขันธ์มิได้มีในอนาคต ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้วย่อมตั้งอยู่เหมือนเมล็ด

พันธุ์ผักกาดทั้งอยู่บนปลายเหล็กแหลมฉะนั้นก็ความแตกแห่งธรรมขันธ์ทั้งหลายที่เกิด

แล้วนั้นสกัดอยู่ข้างหน้าแห่งสัตว์เหล่านั้น ขันธ์ ทั้งหลายมีความทำลายเป็นปกติมิได้

รวมขันธ์ที่เกิดก่อนย่อมตั้งอยู่ ขันธ์ ทั้งหลายมาโดยไม่ปรากฏแตกแล้วก็ไปสู่ที่ไม่

ปรากฏย่อมเกิดขึ้นและเสื่อมไปเหมือนสายฟ้าแลบในอากาศฉะนั้นชีวิตน้อยเพราะ

ตั้งอยู่น้อยอย่างนี้

ชีวิตน้อยเพราะมีกิจน้อยอย่างไร ? ชีวิตเนื่องด้วยลมหายใจเข้าชีวิตเนื่องด้วย

ลมหายใจออกชีวิตเนื่องด้วยลมหาย - ใจเข้า และลมหายใจออกชีวิตเนื่องด้วย

มหาภูตรูป ชีวิตเนื่องด้วยไออุ่นชีวิตที่เนื่องด้วยอาหารที่กลืนกินชีวิตเนื่องด้วย

วิญญาณ กรัชกาย อันเป็นที่ตั้งแห่งลมหายใจเข้า และลมหายใจออกเหล่านี้ก็ดี อวิชชา

สังขาร ตัณหา อุปาทาน และภพอันเป็นเหตุเดิมแห่งลมหายใจเข้าและลมหายใจออก

เหล่านี้ก็ดีปัจจัยทั้งหลายก็ดีตัณหาอันเป็นแดนเกิดก่อนก็ดี รูปธรรมและอรูปธรรมที่

เกิดร่วมกัน แห่งลมหายใจเข้าและลมหายใจออกเหล่านี้ก็ดี อรูปธรรม ที่ประกอบกันแห่ง

ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกเหล่านั้นก็ดี ขันธ์ ที่เกิดร่วมกันแห่งลมหายใจเข้าและ

ลมหายใจออกเหล่านี้ก็ดีตัณหาอันประกอบกันก็ดีก็มีกำลังทราม ธรรม เหล่านั้นมีกำลัง

ทรามเป็นนิตย์ต่อกันและกันมิได้ตั้งมั่นต่อกันและกัน ย่อมยังกันและกันให้ตกไปเพราะ

ความต้านทานมิได้มีแก่กันและกันธรรมเหล่านั้นจึงไม่ดำรงกันและกันไว้ได้ ธรรมแม้ใด

ให้ธรรมเหล่านี้เกิดแล้วธรรมนั้นมิได้มีก็แต่ธรรมอย่างหนึ่งมิได้เสื่อมไปเพราะธรรม

อย่างหนึ่งก็ ขันธ์ เหล่านี้แตกไปเสื่อมไปโดยอาการทั้งปวงขันธ์เหล่านี้อันเหตุปัจจัยมี

ในก่อนให้เกิดแล้วแม้เหตุปัจจัยอันเกิดก่อนเหล่าใดเหตุปัจจัยเหล่านั้นก็ตายไปแล้ว

ในก่อน ขันธ์ ที่เกิดก่อนก็ดี ขันธ์ที่เกิดภายหลังก็ดีมิได้เห็นกันและกันในกาลไหน ๆ

ฉะนั้นชีวิตจึงชื่อว่าเป็นของน้อยเพราะมีกิจน้อยอย่าง








2








ยา เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตอยู่ของมนุษย์ซึ่งบรรดาแพทย์ทั้งหลาย ได้ค้นคิดขึ้นมารักษาโรคทางกาย พอเป็นปัจจัยผ่อนคลาย ความทุกข์ ความขัดข้องได้บ้าง พระพุทธองค์ก็ทรงบัญญัติไว้ในปัจจัย 4 ที่บรรพชิตต้องอาศัย - ต้องใช้ ต้องฉัน ในคราวอาพาธ แต่นั่นเป็นเพียงยาแก้โรคทางกาย สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย ก็ยังรู้จักแสวงหามากินตามประสาสัตว์ส่วนยาอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า ยาใจเป็น ยาปราบโรคทางใจ รักษาใจให้เป็นปกติ ใจเป็นของละเอียด แทรกอยู่ได้ในทุกส่วนของร่างกาย เมื่อใจเป็นของละเอียดยา"ใจ"ที่ใช้ปราบโรคใจต้องละเอียดด้วย พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ใจเป็นใหญ่ - ใจเป็นนายผู้บังคับบัญชา ทุกอย่างย่อมสำเร็จมาแต่ใจ จะผิด - ถูก - ชั่ว - ดี ก็ใจเป็นผู้สั่งงาน หลวงพ่อ ชา เคย สอนพวกเราว่า เมื่อใจดี ทุกอย่างก็จะดีหมด เมื่อใจเสีย ทุกอย่างก็จะเสียหมด เมื่อใจร้าย ทุกอย่างก็จะร้ายหมด ฉะนั้นจึงควร

อบรมใจของเราให้ดีครั้งหนึ่งหลวงพ่อ ชา ได้รับนิมนต์ให้ไปโปรดญาติ - โยมต่างอำเภอ เมื่อฉันอาหารบิณฑบารตเสร็จแล้ว หลวงพ่อ ชา ก็ได้ให้โอวาทพอสรุปได้ว่า เรานับถือพระพุทธศาสนามานาน จะต้องพิจารณาให้ดี จะทำบุญ - ทำทาน อย่าให้เป็นบาป อย่าแอบอ้างสิ่งที่ไม่ใช่บุญมาทำ อย่าสักแต่ว่าทำไปตามคนอื่นพูด เราต้องพิจารณาให้ดี ให้รู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนให้ทำบุญอะไร ? ทำบุญอย่างไรจึงเหมาะสมและถูกต้อง ถ้าเราทำไม่คิดมันทำผิดก็นึกว่าถูก ทำชั่วนึกว่าทำดี หมั่นตรวจดูว่าสิ่งที่เราทำ - คำที่เราพูด เรื่องที่เราคิด ถ้าเห็นว่าสิ่งใดถูกต้องดีก็พึงพอใจ สิ่งใดบกพร่องต้องรีบแก้ไข ก่อนนอนต้อง สวดมนต์ - ไหว้พระนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ กำหนดลมหายใจเข้า - ออก กำหนดว่า พุทโธ ฯ ที่ปลายจมูกเอาใจนึกโดยไม่ต้องออกเสียง ให้มีความเมตตาอาร มีความสมานสามัคคีต่อกัน ให้รู้จักให้อภัยแก่กัน อย่าอาฆาต - พยาบาทกัน ให้มองเห็นกันเป้นพี่ - น้อง

เราจะมีความสุขตามอัตภาพเมื่อหลวพ่อให้โอวาทจบลง หลวงตารูปหนึ่งเข้าไปกราบเรียนท่านว่า ท่านอาจารย์ครับ กระผมเป็นโรคปวดท้องมานาน ฉันยาโรงพยาบาลเป็นประจำแต่ไม่หาย ท่านอาจารย์มียาดีมั๊ย ? ครับ โปรดเมตตาผมด้วยหลวงพ่อ ชา ตอบว่า มีเหมือนกันแต่ไม่ได้เอามามีอยู่ทีวัด ถ้าอยากได้ให้ไปเอาเอง"เพราะท่านทราบแล้วว่า สภาพของผู้บวชเมื่อแก่ มีการกระทำความเป็นอยู่ มีความต้องการอย่างไรถ้าฉันยาท่าน

อาจารย์แล้ว โรคผมจะหายมั๊ย ? ครับ หลวงตาถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ หายสิถ้าทำตามหมอบอกถ้างั้นผมจะตามไปวันหลัง วันนี้เตรียมตัวไม่ทันหลวงตามีสีน่าสดชื่นขึ้น เพราะดีใจใว่าจะหายปวดท้องเสียทีวันต่อมาหลวงตาก็ไปทีวัดหนองป่าพง เพื่อที่จะได้ฉันยาดี เมื่อไปถึง หลวงพ่อบอกให้ลูกศิษย์จัดที่พักให้ตามสมควร แล้วบอกหลวงตาว่า ก่อนจะฉันยานั้นจะต้องทำพิธีกรรมเบื้องต้นเสียก่อน เริ่มต้นด้วยการเดินจงกรม นั่งสมาธิ ทำวัตร สวดมนต์ อยู่กุฏิคนเดียว ไม่ไปคลุกคลีพูดคุยกับคนอื่น ฉันอาหารวันละครั้ง เวลาฉันต้องเคี้ยวให้

ละเอียดแล้วจึงกลืน ขณะกำลังฉันก็ให้พิจารณาว่าอาหารนี้มีใช่ของพ่อแม่พี่น้องของเรา เป็นของทายก - ทายิกาเขาให้มาด้วยความเลื่อมใสเขาเชื่อว่าเราปฏิบัติดี - ปฏิบัติตรง ปฏิบัติสมควรถูกต้องตามพระพุทธองทรงตรัสค์สอนไว้ ให้หลวงตาทำใจสบาย ไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลัง ให้ท่านทำอย่างนี้ต่อไปเมื่อครบ 7 วัน จึงมาบอกผมอีกทีเมื่อหลวงตาได้มาอยู่ร่วมฉัน ร่วมปฏิบัตธรรม ทำตามพิธีกรรมที่หลวงพ่อแนะนำ อาการโรคกะเพาะก็ทุเลาลง สบายขึ้นเรื่อย ๆเพราะเมื่อก่อนหน้านั้นหลวงตาฉันวันละ 2 ครั้ง บางวันมีลูกหลาน เอาอาหารมาถวายระหว่าง 9 - 10 โมงก็ฉันอีก ตอนเย็นยังมีของฉันอีกด้วยเป็นเหตุให้ท้องไส้ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้พักจึง

ย่อยไม่หมด เหลือกากตกค้่งในกะเพาะมากจึงทำให้ปวดท้อง แต่พอมาอยู่วัดหนองป่าพงต้องเข้าพิธีกรรม ทำตามที่หลวงพ่อบอกจึงเกิดความสบายเบากาย - เบาใจขึ้น เมื่อครบ 7 วัน หลวงตาจึงทวงฉันยาอีกหลวงพ่อบอกว่าเอาเถอะ ยาปรุงจวนจะได้ที่แล้วให้เข้าพิธีกรรมทำไปเรื่อย ๆ อีกสัก 7 วันข้อสำคัญอย่าขี้เกียจมักง่ายขยันทำพิธีกรรมทุกอย่างให้ครบก่อนนอนให้ทำ วัตรประจำกุฏิ นั่งสมาธิด้วย เวลานอน ให้นอนตะแคงขวา เอามีขวาคู้เข้ามาสอดไว้ใต้แก้มมือซ้ายเหยียดไปตามลำตัว เท้าเหลื่อมเท้า คู้เท้าซ้ายขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพื่อเข่าจะได้ไม่ทับกัน กำหนดลมหายใจทีปลายจมูก ภาวนา พุทโธ ดูลมหายใจทีี่ปลายจมูกจนกว่าจะหลับและเวลาตื่นก็ให้รู้ตัวว่าเราตื่นอยู่ท่า ไหนทำต่อไปเรื่อย ๆ อยู่อย่างนี้ ครึ่งเดือนผ่านไปหลวง ตามีอาการผ่องใส จิตใจปลอดโปร่งสบายทั้งกายและใจ แกมีความเคารพเลื่อมใสในข้อวัตรปฏิบัติของวัดหนองป่าพง มากโรคปวดท้องก็หาย

ไปหมดแล้ว หลวงตาจึงปรารฎกับตัวเองว่า เอ..เราเห็นจะไม่ตอ้งฉันยาของท่านอาจารย์แล้วกระมัง ? โรคปวดท้องเราหายไปแล้ว สบายดีแล้ว ไปบอกท่านดีกว่า แกจึงไปพบหลวงพ่อ ชา ที่กุฏิและได้กราบนมัสการว่าท่านอาจารย์ครับ ผมรู้สึกว่าเป็นปกติแล้วเห็นจะไม่ตอ้งฉันยาหรอกครับหลวงพ่อ ชา จึงพูดช้า ๆ ฟังเย็น ๆ ด้วยเมตตาว่าก็ผมให้เท่านฉันยาตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่แล้ว..ท่านไม่รู้หรืองัย ?ได้ยินเสียงหลวงตาอุทานว่า.อ้อ.ผมเข้าใจแล้วครับอย่านี้นีเอง"ยาดีของหลวงพ่อ ชา ก็จบเพียงเท่านี้..............เอวัง








3
บทความ (Blog) / Subway In bangkok
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2019, 04:02:36 PM »





https://www.mx7.com/view2/BzRDnMpSJ00BRmAC

https://www.img.live/images/2019/08/21/Postjung--00000495.jpg

https://www.img.live/images/2019/08/21/postjung-00000444143.jpg

https://www.img.live/images/2019/08/08/IMG_00000544_2019.jpg

https://www.mx7.com/view2/Byba2z1iezt1nhn3

https://jina1055.blogspot.com/2019/08/blog-post_7.html

https://jina1055.blogspot.com/

https://vot731.wordpress.com/

ห้องสมุดบางกอกคุณค่าของการถ่ายภาพ

ก่อนที่จะมีการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในย่านนี้มีการคัดค้านอย่างหนักจากผู้ที่มีบ้านอยู่ในย่านนี้แต่ผู้คนมีธุระกิจในย่านนี้ก็ไม่อาจต้านกระแสโลกาภิวัฒน์ได้ภาพ 2 ภาพนี้ถ่ายมุมมองเดียวกันแต่ระยะเวลาห่างต่างกันเกือบ 10 ปี

สถานีวัดมังกรเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าที่มีตัวสถานีอยู่ใจกลางพื้นที่เมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร ภายในขอบเขตระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา คลองรอบกรุง และคลองผดุงกรุงเกษม โดยแผนงานก่อนหน้านี้ได้ระบุที่ตั้งสถานีและจุดขึ้น – ลงสถานีอยู่ที่ซอยเจริญกรุง 16 (ตรอกอิสรานุภาพ หรือตรอกเล่งบ๊วยเอี้ย)

ผลกระทบทางนิเวศน์วิทยาและชุมชน

ยังดีหน่อยที่ตรงนี้(ย่านนี้)เป็นแบบรถไฟ้าใต้ดินถ้าเป็นรถแบบลอยฟ้าผลกระทบทางภูมิทัศน์คงจะเลวร้ายกว่านี้แต่ละชุมชนย่อมมีประวัติมีวัฒนธรรมชุมชนเพราะสถานที่อาณาบริเวณนี้มีประวัติยาวนานเป็นย่านที่มีวัฒนธรรมประเพณี มีสถาปัตย์กรรมเก่าแก่ถึงแม้ว่าบรรพบุรุษจะล่วงลับไปแล้วแต่ก็มีคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งพยายามสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ซึ่งก็น่ายกย่องอยู่ไม่น้อย


อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าวินรถมอเตอร์ไซร์รับจ้างพอสถานีรถไฟ้าใต้ดินสร้างเสร็จวินรถมอเตอร์ไซร์ก็โผล่ขึ้นมาทันทีทันใดช่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งนักแค่มีรถก็มาตั้งวินได้นับว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่เป็นแบบนี้ในขณะเดียวรถสามล้อก็จอดแช่เป็นวินรอผู้โดยสารอย่างเดียวเท่านั้นเพราะค่าแก๊สแพงแทนที่จะวิ่งหาผู้โดยสารก็รอให้ผู้โดยสารมาหาเองป้ายขาวแดงบ่งบอกว่าห้ามจอดมันก็จอดอย่างไม่เกรงใจกฏหมายจะว่าไปแล้วมันเป็นความมักง่ายของคนไทย


<a href="http://youtu.be/vK63WsHR7yM" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/vK63WsHR7yM</a>




 


https://img.techpowerup.org/190902/img-0000262017.jpg

4



น้ำ……..ใจคนล้นค่ากว่าสิ่งไหน
ใส……..กระจ่างสว่างไกลประดุจแสง
ใจ……..มนุษย์ผ่องผุดพิสุทธิแจ้ง
จริง…….เท็จไซร้แจ่มแจ้งแยกชั่วดี

มงคล…..ธรรมบำเพ็ญเห็นประจักษ์
ธรรม……ปฏิบัติเป็นหลักมั่นไม่ผันหนี
อภัย…….เถิดชั่ว – ช้าประดามี
บาป……..กลับดีด้วยมีใจสำนึกตน

คนเราเกิดมาย่อมนำพาชีวิตหมายมั่นสู่ความมั่นคง มนุษย์จึงดำรงชีพดำเนินชีวิตไปตามทิศทางที่นำไปสู่เป้าหมายแห่งความสุขสบาย คนเป็นอันมากมักนึกถึงแต่ความั่งมีเฉพาะภายนอกกายเป็นเหตุให้หลายต่อหลายครั้งคนเราจึงถลำออกนอกวิถีแห่งความดีงามด้วยหมายมั่นจะมากมี ชีวิตเลยต้องด้นรนไปตามยถาประดุจเศษสวะที่พัดพาไปเรื่อย ๆ ตามกระแสน้ำ ยากนักจะลอยไหลพัดทวนน้ำไปสู่ต้นสายอันบริสุทธิ์ – สะอาดเปรียบได้กับใจของคนเราเมื่อปลอ่ยให้ฟุ้งเฟื้อเห่อเหิมไปตามกระแสกเลสใจจึงไหลลิ่วไปสู่ความเวิ้งว้างอันหาฟากฝั่งไมพบหากในทางตรงกันข้าม ถ้ามนุษย์รู้จักขัดขืนฝืนกระแสแห่งความอยากได้ใคร่มีแล้วน้ำใจฝืนทวนน้ำไปสู่จิตเดิมอันเป็นต้นธารแห่งกุศลใจของคนก็จะสะอาดใสเฉกเช่นเดียวกับตาน้ำอันบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ตะกอนอันขุ่นมัว อันเป็นวิถีกลับสู่ความดีงามของชีวิตน้ำที่ใสเหมือนใจที่จริง ย่อมสงบนิ่งสว่างกระจ่างแจ้งอยู่

โดยเสมอ น้ำใส – ใจริงแม้ยากจะหาเจอในหมู่มวลมนุษย์ แต่ใช่ลำบากสุดเกินค้นพบ หากคนเรารู้จักลดเลิกต่ออกุศลกรรมแล้วสำนึกนำชีวิตไปพ้นไปจากความผิดพลาดแต่เก่าก่อน มองย้อนดูตนแจ้งกมลในความผิดคิดชั่วที่เคยกระทำ มีความสำนึกผิดแล้วน้อมนำไปแก้ไขให้ถูกต้องมุ่งมองไปสู่ทางสายตรงของชีวิต ตั้งจิตปรารถณาแสวงหาน้ำใสใจริงในตัวเราเอง แสวงหาน้ำมิตรจากกัลญาสหาย อย่าได้กลับกลายน้ำใจไมตรีอันมีต่อกันแล้วพร้อมพากันไปสู่วิถีทางแห่งความดี – ความงาม ความจริง ละทิ้งอกุศลแต่เก่าก่อนมุ่งหน้าสู่ครรลองแห่งคุณธรรม มีน้ำใจใสสว่างอยู่เป็นนิตย์แล้วเคียงคู่กับกัลยาณมิตร เพื่อพิชิตกำราบกิเลสบาปทั้งปวงเพื่อให้ถึงที่สุดแห่งความร้างไร้ทุกข์ข่วงเข็ญ มีความสงบเย็นอยู่เป็นิจกาลขอมโนปณิธานนี้จงสัมฤทธิ์ – จงสัมฤธิ์ แ่ก่กุศลแห่งกิจมงคลพิธีอภัยบาปโดยทั่วหน้ากันทุกท่านเทอญ

น้ำขุ่นใสมีตะกอนไม่นอนนิ่ง
ใจหม่นมัวไม่เห็นจริงยิ่งเลือนหลง
น้ำไม่ใสใจไม่แจ้งยิ่งต่ำลง
อกุศลข้นขุ่นให้วุ่นวาย
น้ำไม่ใส – ใจไม่จริงดุแปลกเปลี่ยน
เหมือนมนุษย์ยังวนเวียนไม่ห่างหาย
ในวัฏฏะแห่งการเกิด – แก่ – เจ็บ – ตาย
จากเริ่มต้นจรดปลายตะกอนคน
รู้ทวนน้ำดำเนินย้อนคืนต้นธาร
ณ.สถานที่ซึ่งเปี่ยมกุศล

คัดมาจากหนังสือ บรมธรรม
ชุดคู่มือมนุษย์เพื่อการสร้างสรรค์ชีวิต



<a href="http://youtu.be/kv2CNHhLgM0" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/kv2CNHhLgM0</a>

5
บทความ (Blog) / รู้จักมองและมุมมองของชีวิต
« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2019, 11:19:33 PM »




กาลครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ถ่ายภาพ ๆ นี้ด้วยกล้องใช้ฟิล์มจำได้ว่านานมากเลยทีเดียว เป็นภาพที่ได้อารณ์และความรู้สึกและเป็นธรรมชาติชีวิตต้องดิ้นรนและต่อสู้เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว และอีก 1 ภาพเป็นภาพผู้คนกับร้านหรู ๆ ซึ่งกำลังเพลิดเพลินกับแอร์เย็นฉ่ำ 2 ภาพนี้เป็น 2 อารมณ์ซึ่งมันมีการขัดแย้งกันอยู่ ตามความคิดและมุมมองของคนถ่ายภาพ

ความเหลื่อมล้ำมันคือเส้นขนานไม่มีวันมาบรรจบกันได้ตามสัจธรรม__

สังคหวัตถุ 4 ประการ ได้แก่...
 
1. ทาน การให้ การเสียสละ เพื่อแบ่งปัน ปลูกฝังให้เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว
 
2. ปิยะวาจา การพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เหมาะกับกาลเทศะ พูดดีต่อกัน
 
3. อัตถจริยา ช่วยเหลือกัน(ช่วยกิจกันไป)
 
4. สมานัตตา การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ โดยประพฤติตัวให้มีความเสมอต้นเสมอปลาย วางตัวดีต่อกัน





<a href="http://youtu.be/OBgN849_nOs" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/OBgN849_nOs</a>


https://uppic.cc/d/K83y

6






<a href="http://youtu.be/OBgN849_nOs" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/OBgN849_nOs</a>






วันเบา ๆ ท้องฟ้าโปร่งเหมาะแก่การถ่ายภาพจงอย่าให้วัน - เวลาผ่านพ้นไปโดยสูญเปล่า


จงเพียรพยายามในสองวิถีแห่งการปฏิบัติและการศึกษา หากขาดการปฏิบัติและการศึกษาแล้ว พุทธธรรม ก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้  ตัวเองจงปฏิบัติ แล้วสอนให้ผู้อื่นปฏิบัติด้วย การปฏิบัติและการศึกษานั้น เกิดจากความศรัทธา หากมีพลังแล้วจงพูดคุยแม้เพียงหนึ่งประโยคหรือหนึ่งวลี[เรื่องลักษณะที่เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย] ฉบับภาษาอังกฤษ......By....Nichiren Buddhism


Nichiren Buddhism Meditation








7













ตึกสูงที่สามารถมองลงมาดูเครื่องบินได้ผลบุญจากการสวดมนต์เช้าเย็นและ(ไดโมขุ)ไม่ขาดเมื่อรู้สึกท้อแท้ไม่มั่นใจในการปฏิบัติศรัทธา ไม่อยากสวดมนต์เช้าเย็น หรือไม่อยากสวดไดโมขุขอให้ขึ้นรถไฟสายสีเขียวในกรุงโตเกียว และไปที่ ตึกซันไชน์[Sunshine Building]ซึ่งเป็นตึกที่สร้างโดยสมาชิกผู้ใหญ่ชายของสมาคมโซคาท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยละเว้นการสวดมนต์เช้าเย็นและการสวดไดโมขุเลยเป็นเวลา 30 ปีผู้ใหญ่ชายท่านนี้ ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตที่ตกต่ำมาก ตกต่ำจนถึงขนาดคิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากเป็นหนี้ท่วม

หัวนอกจากนั้น ภรรยาก็มีปัญหาตามองไม่เห็น และลูกเกเร เป็นเด็กมีปัญหา แต่ก่อนที่จะไปฆ่าตัวตาย สมาชิกท่านนี้อยากขอกินอาหารจานโปรดของตนเองเป็นมื้อสุดท้าย นั้นคือผักตุ๋นรวมหรือ[โอเด้ง]ในเย็นวันที่ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายนั้น ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ก็เดินหาร้านขายโอเด้ง และพบเห็นแสงตะเกียงสว่างไสวมาจากมุมตึกแห่งหนึ่ง เมื่อคิดว่าใช่แล้ว ก็เดินไปยังสถานที่แห่งนั้น เมื่อไปถึงสถานที่นั้น มีผู้คนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันอยู่ ปรากฏว่าไม่ใช่ร้ายขายโอเด้ง แต่เป็นการประชุมสนทนาและเมื่อผู้ใหญ่ชายท่านนี้ถามคนข้างเคียงว่าผู้ชายที่กำลังบรรยายบางสิ่งบางอย่างอยู่นั้นเป็นใคร ก็ได้รับคำการบอกกล่าวว่า คือ อาจารย์โทดะ หลังจากอยู่ร่วมฟังอาจารย์โทดะบรรยายแล้ว ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ได้ถามอาจารย์โทดะว่าหาก นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว มีอานุภาพจริง ไม่ทราบว่าจะช่วยผมให้สามารถแก้ไขปัญหาการเงิน แก้ไขปัญหาของภรรยาที่ตามองไม่เห็น หรือแก้ไขปัญหาลูกเกเรได้ไหมครับอาจารย์โทดะตอบว่า นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ช่วยเหลือคุณได้มากกว่าปัญหาทั้งหมดที่คุณกล่าวมาอีก หากคุณเชื่อใน นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว คุณจะสามารถแก้ไขปัญหาการเงิน แก้ไขเป็นหาของภรรยา

และแก้ไขปัญหาเรื่องลูกได้อย่างแน่นอน นอกจากนั้น คุณจะกลายเป็นผู้ที่ร่ำรวยมีเงินทองจนสามารถสร้างตึกสูงได้ขนาดที่สามารถก้มลงมองเครื่องบินได้เลย ขอให้สวดมนต์เช้าเย็นและสวดไดโมขุทุก ๆ วันอย่าได้ขาดก็แล้วกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ก็ตัดสินใจเข้าศรัทธากับสมาคมโซคา คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของอาจารย์โทดะ คือสิ่งที่ช่วยให้ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ตัดสินใจเข้าศรัทธาต่อ โงะฮนซน แม้จะยากลำบากในตอนเริ่มต้นปฏิบัติศรัทธา แต่ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ก็ปฏิบัติตามที่อาจารย์(โทดะ)แนะนำในวันนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่เคยขาดการสวดมนต์เช้าเย็นเลยสักวันเดียว และสวดไดโมขุวันละ 1 ชั่วโมงครึ่งทุกวัน หลังจากนั้นชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ปัญหาเรื่องการเงินได้รับการแก้ไข ปัญหาที่ตาของภรรยามองไม่เห็นก็ได้รับการแก้ไขจนสามารมองเห็นได้ ปัญหาเรื่องลูกเกเรก็หมดไป ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประทานบริษัท ทั้ง ๆ ที่

ไม่ได้มีการศึกษาที่ดีในระดับเดียวกับเพื่อนร่วมงาน แต่ก็สามารถมีฐานะทางการเงินร่ำรวย นอกจากนั้น ลูกที่เคยมีปัญหาก็เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมในฝ่ายยุวชน สิ่งต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปเกินกว่าที่ผู้ใหญ่ชายท่านนี้ได้คาดหวังไว้ในปีที่ครบรอบ 30 ปีของการปฏิบัติศรัทธา มีคนเห็นผู้ใหญ่ชายท่านนี้ยืนร้องไห้อยู่บนหลังคาตึกซันไชน์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงโตเกียว เป็นตึกที่เขาสร้างขึ้นมาพร้อมกับกล่าวว่า"เป็นจริงอย่างที่อาจารย์โทดะกล่าวไว้ทุกอย่าง ตึกนี้สูงจนก้มลงมองเครื่องบินได้ นี่ก็ผ่านไปแล้ว 30 ปี อาจารย์ โทดะครับ ขอบพระคุณมากครับ ขอขอบคุณสมาคมโซคาด้วยในบั้นปลายชีวิตของผู้ใหญ่ชายท่านนี้ ซึ่งเสียชีวิตในวัยกว่า 80 ปี เขามักจะชี้ไปที่ตึกซันไชน์พร้อมกับกล่าวกับผู้อื่นว่า ผมสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า ตึกซันไชน์เป็นข้อพิสูจน์ของอานุภาพแห่งการสวด ไดโมขุ ดังนั้นขอให้สวดมนต์เช้าและเย็น และ สวดไดโมขุ อย่า

ได้ขาดฉะนั้น เวลาใดที่รู้สึกไม่อยากสวดมนต์เช้าและเย็น และไม่อยากสวด ไดโมขุ ก็ขอให้นึกถึง ตึกซันไชน์เพราะทุกวันนี้ ตึกซันไชน์นี้ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่กรุงโตเกียว อนึ่ง ตึกซันไชน เป็นตึกที่มีชื่อเสียงตึกหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น และครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงโตเกียว ตั้งอยู่ที่เมืองอิเคบุขุโร[Ikebukuro]เป็นตึกที่เป็นทั้งสถานที่ตั้งของบริษัทต่าง ๆ มีศูนย์การค้าร้านอาหาร จนกระทั่งถึงศูนย์สัตว์น้ำและหอดูดาว ตึกซันไชน์ เป็นตึกที่สร้างบนพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรือนจำซูงินาโมะ[Suginamo]ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังอาจารย์ มาคิงุจิและอาจารย์ โทดะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง








8
บทความ (Blog) / กวนอิมจิตสงบ
« เมื่อ: มิถุนายน 21, 2019, 08:03:01 PM »








ถ่ายภาพโดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์




ติดตามได้ที่.....https://drinkmecome.blogspot.com/

มอ ฮอ ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ ซิม เกง

กวน จือ ไจ ผู่ สัก

ฮัง ชิม ปอ เย ปอ ลอ มิ ตอ ซือ

เจียว เกียน อู วัน ไก คง ตู อี ไช คู หงุก

เส ลี จือ เสก ปุก อี คง คง ปุก อี เสก

เสก เจียก ซือ คง คง เจียก ซือ เสก

เซา เซียง ฮัง เสก หยิด ฝุก ยู่ ซือ เส ลี จือ

ซือ จู ฝับ คง เซียง ปุก เซง ปุก มิก

ปุก เกียว ปุก เจง ปุก เจง ปุก กำ

ซือ กู คง จง บู เสก บู เซา เซียง ฮัง เสก

บู งัน ยือ พี เสก เซง อี บู เสก เซง เฮียง มี ฉก ฝับ

บู งัน ไก ไน จี บู อี เสก ไก

บู บู เมง หยิด บู บู เมง จิน

ไน จี บู เลา ซือ หยิด บู เลา ซือ จิน

บู คู จิบ หมิก เตา บู ตี หยิด บู เตก

อี บู ซอ เต็ก กู ผู่ ที สัก ตอ

อี ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ กู ซิม บู ควง ไง

บู ควง ไง กู บู เยา คง ปู ยิน ลี ติน เตา มง เซียง

กิว เกง นิบ พัน ซาม ซือ จู ฟู

อี ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ กู

เต็ก ออ เนา ตอ ลอ ซำ เมียว ซาม ผู่ ที

กู จือ ปอ แย ปอ ลอ มิก ตอ ซือ ไต เซง เจา

ซือ ไต เมง เจา ซือ บู เซียง เจา

ซือ บู ตัง ตัง เจา แนน ซี อี ไช คู

จิน สิด ปุก ฮี กู ส่วย ปอ เย ปอ ลอ มิ ตอ เจา

เจียก ส่วย เจา หวัก กิด ตี กิน ตี ปอ ลอ กิด ตี

ปอ ลอ เจง กิด ตี  ผู่ ที สัก พอ ฮอ

เจง กิด เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ตี ผู่ ที สัก พอ ฮอ

เจง กิด เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ตี ผู่ ที สัก พอ ฮอ

เจง กิด เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ปอ ลอ เจง กิด ตี ผู่ ที สัก พอ ฮอ


อานิสงส์ที่จะได้จากการสวดมนต์ภาวนา ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ซิมเก็ง หรือบทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทรงพลานุภาพที่องค์พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ได้ เคยแสดงไว้แล้วในอดีตกาล ก็เพื่อเพิ่มพูนปัญญาเห็นแจ้งชัดในธรรมะเพื่อการบรรลุภาวะการเป็นผู้มีดวงตา เห็นธรรม เพื่อการตรัสรู้และการบรรลุถึงนิพพานโลกธาตุในที่สุดได้รับความอนุเคราะห์เนื้อเพลงจากนำ มอ ออ นี ทอ ฮุก หรือ พี่หนุ่มใจดีของเสือดำนั่นเอง



มัชฌิมประภาสปุญสถาน

ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัย เกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ ได้บำเพ็ญอนุตรวิถีกลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ......................



<a href="http://youtu.be/j5R1oeIs8G8" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/j5R1oeIs8G8</a>

9
บทความ (Blog) / Love
« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2019, 12:46:15 PM »


วันเสาร์ 8 มิถุนายน 2562 จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง


<a href="http://youtu.be/bUWYNWiSwW8" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/bUWYNWiSwW8</a>


1. ความรักอยากให้เขามาสนองตามความต้องการของเรา เพื่อทำให้ตัวเรามีความสุข เป็นเครื่องบำรุงบำเรอเรา ความรักประเภทนี้จะนำมาซึ่งปัญหา คือความเห็นแก่ตัว เบียดเบียนแย่งชิงกัน เช่น ความรักของหนุ่มสาว ท่านเรียก ราคะ
 
2. ความรักอยากให้เขามีความสุขหรือความปรารถนาให้ ผู้อื่นอยู่ดีมีสุข ความรักบริสุทธิ์โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ความรักประเภทนี้ จะนำความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ เช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ท่านเรียก เมตตา
 
ความรักแบบที่ 1. ต้องการความสุขให้ตนเอง เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถสนองตอบความต้องการได้ ก็เบื่อหน่ายรังเกียจ เป็นความรัก เมื่อได้ก็มีสุข ถ้าไม่ได้ก็เกิดทุกข์ นั่นคือความเห็นแก่ตัว และ ไม่สามารถพัฒนาในเรื่องคุณธรรม ถ้าเป็นทุกข์ คุณธรรมก็มาไม่ได้ คนต้องเบียดเบียนกัน แก้สังคมไม่ได้ ถ้าเมื่อไรเราสามารถมีความสุขจากการให้ หรือการให้กลายเป็นความสุข ปัญหาสังคมจะลดน้อยถอยลงไป เพราะการเกื้อกูลกัน
     
ความรักแบบที่ 2. ต้องการให้เขามีความสุข เมื่อเขาทุกข์เดือดร้อนก็สงสาร อยากปลดเปลื้องความทุกข์ให้เขาพ้นความลำบากเดือดร้อน ตัวอย่าง ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นความรักแท้และยั่งยืน มั่นคงถาวร แม้ลูกจะดีจะร้าย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ พ่อแม่ตัดลูกไม่ขาด แม้ลูกจะถูกคนทั้งโลกเกลียดชัง ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว พ่อแม่ก็ยังเป็นอ้อมอกสุดท้ายที่จะโอบกอดลูกไว้









https://cdn1.imggmi.com/uploads/2019/6/8/b817fc2d8b03da402f0dd17ccfb3d3db-full.jpg

10
บทความ (Blog) / 般若波羅 密多心經
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 11:38:54 AM »





4 มิถุนายน 2562 ตรงกับวันอังคาร นั่งดูสามเณร (Rerun) เป็นวันที่ 14 งานการไม่ไปถึงไหนเลย ตั้งสติใหม่

ทำตั้งนานเพิ่งได้ 2 หัวข้อ - https://drinkmecome.blogspot.com/



กวน จื่อ ไจ๋ ผ่อ สัก  เห่ง ชิม ปัวะ เยียก ปอ หล่อ มิก ตอ ซี้ * เจี่ย กี่ โหงว อุ่ง ไก่ คง * โต่ว เจ็ก เฉียก โค่ว แอะ เส หลี่ จื้อ * เส็ก ปุก อี่ คง * คง ปุก อี่ เส็ก * เส็ก เจียก สี่ คง * คง เจียก สี่ เส็ก * สิ่ว เสีย เห่ง เส็ก  เอี่ย หก อยู่ สี *เส หลี่ จื้อ * สี่ จู หวบ คง เสี่ยง * ปุก แซ ปุก มิก * ปุก โกว ปุก เจ็ง * ปุก เจ็ง ปุก เกี้ยม * สี่ กู คง ตัง บ่อ เส็ก * บ่อ สิ่ว เสีย เห่ง เสก * บ่อ งั่ง ยื่อ ผี จิ๊ ซิง อี่ * บ่อ เส็ก เซีย เฮียง บี่ ฉก หวบ * บ่อ งั่ง ไก่ * ไหน จี่ บ่อ อี่ เส็ก ไก่ * บ่อ บ่อ เม้ง * เอีย บ่อ บ่อ เม้ง จิ่ง * ไหน จี่ บ่อ เหลา ซี่ * เอี่ย บ่อ เหลา ซี่ จิ่ง * บ่อ โค่ว จิบ มิก เต๋า * บ่อ ตี่ เอี่ย บ่อ ติก * อี บ่อ สอ เต็ก กู * ผู้ ที สัก ตอ * อี ปัวะ เยียก ปอ หล่อ มิก ตอ กู * ซิม บ่อ คั่ว ไหง * บ่อ คั่ว ไหง กู * บ่อ อู่ คง ปู่ * เอี๋ยง ลี่ เตียง เต้า หมั่ง เสีย * กิว เก้ง นิบ พ้วง * ซำ สี่ จู ฮุก * อี ปัวะ เยียก ปอ ลอ มิก ตอ กู * เต็ก ออ เน่า ตอ ลอ ซำ เมี่ยว ซำ ผู่ ที * กู ไจ ปัว เยียก ปอ ลอ มิก ตอ * สี่ ไต่ สิ่ง จิ่ว * สี่ ไต่ เม้งจิ่ว * สี่ บ่อ เสียง จิ่ว * สี่ บ่อ เต๋ง เต๋ง จิ่ว * เหล็ง ตื๊อ เจ็ก เฉียก โค่ว * จิง สิก ปุก ฮือ * กู ส่วย ปัว เยียก ปอ ลอ มิก ต่อ จิ่ว * เจียก ส่วย จิ่ว เยียก * กิด ตี กิด ตี * ปอ ลอ กิด ตี * ปอ ลอ เจ็ง กิต ตี * ผู่ ที สัก ผ่อ ฮอ *

ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ ซิม เกง กวง จือ ไจ ผู่ สัก
般 若 波 羅 密 多 心 經 觀 自 在 菩 薩,
ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พระอารยาวโลกิเตศวรโพธิสัตว์

ฮัง ชิม ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ ซือ เจียว เกียน อู วัน ไก คง ตู อี ไช คู งุก
行 深 般 若 波 羅 蜜 多 時, 照 見 五 蘊 皆 空 ,度一切苦厄。
เมื่อครั้งบำเพ็ญจริยาแห่งปัญญาบารมีอย่างลึกซึ้ง, ได้พบว่า เบญจขันธ์ล้วนว่างเปล่า, จึงได้ก้าวล่วงสรรพทุกข์ทั้งปวง,

แส ลี จือ เส็ก ปุก อี คง คง ปุก อี เสก เสก เจียก ซือ คง
舍 利 子, 色 不 異 空, 空 不 異 色, 色 即 是 空,
สารีบุตร, รูปไม่ต่างจากความว่าง, ความว่างก็ไม่ต่างจากรูป, รูปคือความว่าง,

คง เจียก ซือ เสก เซา เสียง ฮัง เสก ยิด ฝุก ยู่ ซือ
空 即 是 色, 受 想 行 識, 亦 復 如 是。
แลความว่างก็คือรูป, อัน เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ , ก็เป็นเช่นนี้,

แส ลี จือ ซือ จู ฝับ คง เซียง ปุก เซง ปุก มิก
舍 利 子, 是 諸 法 空 相, 不 生 不 滅,
สารีบุตร, ก็สรรพธรรมทั้งปวงมีความว่างจากลักษณะ, มิเกิดขึ้นและมิดับสูญไป,

ปุก เกียว ปุก เจง ปุก เจง ปุก กำ ซือ กู คง จง
不 垢 不 淨, 不 增 不 減。 是 故 空 中
มิแปดเปื้อนและมิบริสุทธิ์, มิเพิ่มขึ้นและมิลดลง, ด้วยเหตุฉะนี้ในความว่างนั้น,

บู เสก บู เซา เสียง ฮัง เสก บู งัน ยือ พี เสก เซง อี
無 色,無 受 想 行 識, 無 眼 耳 鼻 舌 身 意,
จึงไร้รูป, ไร้เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ, ไร้ซึ่งจักษุ โสต ฆาน ชิวหา กาย และมโน,

บู เสก เซง เฮียง มี ฉก ฝับ บู งัน ไก ไน จี บู อี เสก ไก
無 色 聲 香 味 觸 法, 無 眼 界,乃 至 無 意 識 界,
ไร้ซึ่งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์, ไร้ซึ่งจักษุธาตุ, ไปจนถึงไร้ซึ่งมโนวิญญาณ,

บู บู เมง หยิด บู บู เมง จิน ไน จี บู เลา ซือ
無 無 明, 亦 無 無 明 盡, 乃 至 無 老 死,
ไร้ซึ่งอวิชชาความไม่รู้, และไร้ซึ่งความสิ้นไปของอวิชชา, จนไร้ซึ่งความชรา มรณะ,

ยิด บู เลา ซือ จิน บู คู จิบ มิก เตา
亦 無 老 死 盡, 無 苦 集 滅 道,
แลไร้ซึ่งความสิ้นไปของความชราและมรณะ, ไร้ซึ่งทุกข์, สมุทัย, นิโรธ, และมรรค,

บู ตี หยิด บู เตก อี บู ซอ เตก กู ผู่ ที สัก ตอ
無 智 亦 無 得, 以 無 所 得 故。 菩 提 薩 埵,
ไร้ซึ่งปัญญาญาณ และยังไร้ซึ่งการเข้าถึง ( ปัญญาญาณ )ได้, และด้วยเหตุที่มิอาจเข้าถึงได้ด้วย
ประการทั้งปวง, พระโพธิสัตว์,

อี ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ กู ซิม บู ควง ไง
依 般 若 波 羅 蜜 多 故, 心 無 罣 礙,
เพราะอาศัยปัญญาปารมิตาเป็นเหตุ, ให้ในหทัยไร้ซึ่งความสงสัยเคลือบแคลง,

บู ควง ไง กู บู เยา คง ปู
無 罣 礙 故, 無 有 恐 怖,
แลเมื่อไร้ซึ่งความสงสัยเคลือบแคลงแล้ว, จึงปราศจากความตระหนกหวาดหวั่น,

ยิน ลี ติน เตา มง เซียง กิว เกง นิบ พับ
遠 離 顛 倒 夢 想, 究 竟 涅 槃,
ไกลห่างจากความคิดและความฝันที่วิปลาสผกผัน, จนบรรลุพระนิรวาณได้ในที่สุด,

ซำ ซือ จู ฟู อี ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ กู
三 世 諸 佛, 依 般 若 波 羅 波 多 故,
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในตรีกาล, ด้วยเหตุที่ทรงอาศัยปัญญาปารมิตา,

เตก ออ เนา ตอ ลอ ซำ เมียว ซำ ผู่ ที กู จือ ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ
得 阿 耨 多 羅 三 藐 三 菩 提。 故 知 般 若 波 羅 蜜 多,
จนได้บรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิ, ด้วยเหตุฉะนี้จึงสมควรทราบว่า ปัญญาปารมิตานี้

ซือ ไต เซง เจา ซือ ไต เมง เจา ซือ บู เซียง เจา ซือ บู ตัง ตัง เจา
是 大 神 咒, 是 大 明 咒, 是 無 上 咒 是 無 等 等 咒,
คือมหาศักดามนตร์, มหาวิทยามนตร์, อนุตรมนตร์, อสมมนตร์,

แนน ชี อี ไช คู จิน สิก ปุก ฮี
能 除 一 切 苦, 真 實 不 虛。
สามารถขจัดสรรพทุกข์ทั้งปวง, เป็นสัจจะที่มิผิดพลาดหลอกลวง, จึงกล่าว มนตราปารมิตาว่า

กู ส่วย ปอ แย ปอ ลอ มิก ตอ เจา เจียก ส่วย เจา หวัก
故 說 般 若 波 羅 蜜 多 咒。 即 說 咒 曰

กิด ตี กิด ตี ปอ ลอ กิด ตี ปอ ลอ เจง กิด ตี ผู่ ที สัก พอ ฮอ
揭 諦 揭 諦, 波 羅 揭 諦 波 羅 僧 揭 諦, 菩 提 薩 婆 訶。

มอ ฮอ ปอ เย ปอ ลอ มิก ตอ (3 จบ)
摩 訶 般 若 波 羅 蜜 多




<a href="http://youtu.be/4zB2jBVe6jg" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/4zB2jBVe6jg</a>


มัชฌิมประภาสปุญสถาน

ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ...............












หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 98

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham