Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 696
1
เมื่อสักพักนี้ เขียนเรื่องของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ในเรื่องของการ เออรี่ รีไทร์ (Erie Retire) แต่ตอนที่จะโพสลงในเฟสบุ๊ค กับ ไลน์ ปรากฎว่า จะCopy จากที่เขียนไว้ แต่ดันไปกดในช่อง place (วาง) ทำให้ข้อมูลที่ Copy ไว้ก่อนหน้า มา Place แทน ข้อมูลเลยหายหมด ผมจะเขียนใหม่ ครับ
.
ก่อนอื่น ขอแสดงความยินดีกับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ได้เออรี่ รีไทร์ ออกจากงาน จะได้ไปทำงานในด้านอื่นๆ อีกทั้งใช้ชีวิตที่ดีในทางโลกและทางธรรมกัน
.
ผมเองโทร.ไปแสดงความยินดีกับหลายๆท่าน ปรากฎว่า น้ำเสียงแต่ละคน มีความยินดีกันอย่างที่สุด บางคนบอกว่า จะไปท่องเที่ยวให้คุ้มกับที่ไม่ค่อยได้เที่ยว แต่อย่าลืมต้องบริหารกิจการของท่านให้ดีมากขึ้นด้วย
.
มาว่ากันในส่วนที่อยากลงเพิ่มเติม
.
คนที่มีอำนาจ อย่าไปใช้อำนาจที่มี กระทำชั่ว ใช้วิธีการบัดซบในการบริหารงาน
.
คนที่จะเออรี่ รีไทร์ จะไปใช้วิธีการเตะตัดขา โดยใช้ความผิดพลาดในการคิดของตัวเอง มันเป็นวิธีการที่บัดซบ

.
หากลูกน้องที่คิดไม่ทันเกมส์ เป็นคนหัวอ่อน ก็จะเอาไว้เป็นพวก ส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่มีความสามารถ รู้หรือเปล่าว่า นี่เป็นการส่งลูกน้องไปตาย
.
การใช้อำนาจของตัวเอง ไปข่มขู่คนอื่น สงสัยเป็นพวกที่มีลักษณะกลุ่มแก๊งทวงหนี้นอกระบบหรือเปล่า การข่มขู่กันแบบนั้น ไม่มีใครกลัว ผมเคยได้ยิน มีการข่มขู่คนที่ผมรู้จักดีมาก แต่คนที่ผมรู้จักดีมาก ก็รอให้ขู่มาหลายปี แต่ยังไม่มีการทำเลย
.
การใช้อำนาจของตัวเอง ไปให้คนอื่นช่วยเหลือกระทำผิดกับกฎระเบียบ มันไม่มีใครทำหรอก
.
การบริหารงาน ทั้งๆที่งานตัวเอง ยังไม่เรียบร้อย ยังส่งคน(ที่ไม่พอในการทำงาน) ไปทำงานที่อื่น นี่เรียกว่า บริหารงานไม่เป็น บริหารคนไม่ถูก
.
การทำงานต้อง......ใช้คนให้ถูกที่ , ถูกเวลา , ตรงกับความสามารถที่มี , ใช้ใจในทางที่ดีในการบริหาร และบริหารงานด้วยความดี
.
เรื่องที่กระทำบัดซบที่เป็นความชั่ว ไม่มีใครหนีกรรมในเรื่องนี้พ้น
.
ยกตัวอย่างให้อ่าน
.
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนาม พระโคตมพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้ที่รอบรู้ทุกเรื่องในโลกนี้ เป็นผู้ที่มีสัพพัญญู และ เก่งที่สุดในโลกนี้ ยังหนีกรรมที่พระองค์ท่านสร้างไว้ในอดีตไม่ได้
.
ที่ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เก่งที่สุดในโลก พระองค์ท่านเคยเสด็จไปช่วย พระมหาโมคคัลลานะ (เป็นเอตทัคคะในบรรดาผู้มีฤทธิ์) ยังจักรวาลอื่น ที่พระมหาโมคคัลลานะหลงไป กลับมายังจักรวาลนี้
.
อีกเรื่องที่ผมเคยเล่าไว้ก็คือ สมัยก่อนนานมาแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า อยากบูชาองค์พยามัจจุราชเจ้า (ผมเคยคุยกับอาจารย์ผมเรื่ององค์พยามัจจุราชเจ้าในหลายๆเรื่อง) ผมเลยไปหาเช่ารูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราชที่ท่าพระจันทร์ แล้วนำรูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราช ไปให้อาจารย์ผม อาราธนาองค์พยามัจจุราช มาอธิษฐานจิต องค์พยามัจจุราชเจ้าท่านอธิษฐานจิตแล้ว ท่านบอกกับอาจารย์ของผมว่า ของๆท่านกันผีกะเรวะราดได้ แต่กันคนของท่านไม่ได้
.
ต่อมาผมได้ไปอาราธนารูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราชเจ้ากลับบ้าน ผมมีความรู้สึก ก็เลยถามคำถามจากความรู้สึกของผมว่า รูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราช สามารถเป็นสื่อถึงพระองค์ท่านได้หรือเปล่า อาจารย์ผมตอบมาว่า ใช่ เหมือนกับเรามีโทรศัพท์ส่วนตัวโทร.ถึงพระองค์ท่านได้ตลอดเวลา และเรื่องที่เพิ่มเติมก็คือ พยามัจจุราชเจ้า เป็นชื่อตำแหน่ง ตำแหน่งนี้ ผู้ที่เจตนาต้องการไปเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ต้องผ่านตำแหน่งนี้ทุกพระองค์
.
หากท่านใดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน หรือเรื่องอื่นใด มีความต้องการที่จะขอความเป็นธรรม แจ้งผมมาได้ (เพราะว่า หากเป็นเพื่อนกับผมในเฟสบุ๊ค และไลน์ ท่านจะเห็นโพสนี้) ผมจะอัญเชิญรูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราช ไปให้ท่านขอความเป็นธรรมได้
.
ใต้ฐานรูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราชเจ้า ผมได้ใส่เมล็ดข้าวสาร และก้อนดิน ไว้ใต้ฐานด้วย สำหรับเมล็ดข้าวสาร และก้อนดิน ผมเคยขอให้พระภิกษุรูปหนึ่ง อาราธนา องค์พระแม่ธรณี , พระแม่คงคา และ พระแม่โพสพ มาอธิษฐานจิตให้เช่นกัน
.
นอกเหนือจากตำแหน่งองค์พยามัจจุราชเจ้า ที่ผู้ที่ต้องการไปเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ต้องผ่านตำแหน่งองค์พยามัจจุราชแล้ว ยังมีอีก 1 ตำแหน่งที่อาจารย์ผมบอกมาก็คือ พระแม่ธรณี พระแม่ธรณีเป็นชื่อตำแหน่งเช่นกัน และผู้ที่ต้องการไปเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ต้องผ่านตำแหน่งพระแม่ธรณีเช่นกัน
.
ส่วนตัว หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งผมไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงานมานานมากแล้ว ผมได้ขอความเป็นธรรมต่อองค์พยามัจจุราช (โดยผ่านรูปหล่อลอยองค์พยามัจจุราช) ว่า ขอให้พระองค์ท่านเป็นสักขีพยาน และขอความเป็นธรรมในการตัดสินของบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน การพิจารณาการจ่ายโบนัส และอื่นๆ ขอองค์พยามัจจุราชตัดสินตามหลักกฎแห่งกรรม เพื่อให้คนที่กระทำชั่ว ได้ทราบผลของการกระทำชั่วด้วยตนเอง เมื่อรับผลกระทำชั่วแล้ว จะได้ไม่กระทำชั่วแบบนั้นอีก
.
นอกจากที่ผมอาธนาองค์พยามัจจุราชมาเป็นสักขีพยานแล้ว ผมยังอาราธนาพระแม่ธรณี , พระแม่คงคา และ พระแม่โพสพ มาเป็นสักขีพยานในเรื่องการขอความเป็นธรรมในการทำงานด้วย
.
มายกตัวอย่างของคนที่ทำบัดซบ และที่ทำชั่วกันสักตัวอย่าง
.
เรื่องนี้ผมก็เขียนมาหลายรอบแล้วเช่นกัน อาจารย์ผมรู้จักกับคนๆหนึ่งที่ตอนมีชีวิตอยู่ เป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบริษัทนั้น และเป็นคนที่รวยมาก มีเป็นหมื่นล้านบาท
.
อาจารย์ผมได้ถอดจิตลงไปในนรก ไปด้วยภาระกิจหนึ่ง(ที่ผมไม่ขอแจ้ง) อาจารย์ผมได้ไปพบกับคนๆนี้ในนรก ท่านทราบมาว่า คนๆนี้ยังอยู่ในนรกไปอีกนานแสนนาน ถึงแม้ว่า องค์พระศรีอริยเมตไตรย มาประสูติ , ตรัสรู้ และปรินิพพานแล้ว คนๆนี้ยังไม่ขึ้นมาจากนรก เป็นอย่างไรบ้างครับ ขนาดเป็นคนที่รวยมาก มีอำนาจมาก แต่ความรวย และอำนาจ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ตนเองไปใช้กรรมชั่วอยู่ในนรกนานแสนนาน และอยู่ยาวไป
.
ต่อให้ไปกราบพระพุทธรูปทั่วโลก , รูปหล่อพระสงฆ์ทั่วโลก , และเทวรูปต่างๆทั่วโลก ก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นจากกรรมชั่ว (ที่เกิดจากการกระทำที่บัดซบของตนเอง) ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ด้วยตนเอง ต้องพิสูจน์ดูว่าจริงหรือไม่จริงอย่างที่ผมบอกมานี้
.
ต่อให้ไปกราบพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบทั่วโลก ไปขอให้ท่านช่วยเรื่องของกรรมชั่ว มีพระสงฆ์บางรูปสามารถทำได้ โดยช่วยแบ่งกรรมชั่วของคนบัดซบ มายังพระสงฆ์รูปนั้น (ท่านเป็นผู้ที่รับกรรมแทน) แต่อย่างไรก็ตาม การแบ่งกรรมชั่ว ก็ไม่ได้แบ่งมาทั้งหมด คนบัดซบยังต้องชดใช้กรรมที่เหลืออยู่ อยู่ดี
.
เฉกเช่นเดียวกัน สำหรับองค์เทพเทวา หากท่านช่วยเรื่องของกรรมชั่วของคนบัดซบ เรื่องนี้เหมือนกับเรื่องของพระสงฆ์ที่ท่านช่วยเหลือคนบัดซบตามบทความด้านบน
.
ไม่มีใครที่ช่วยเหลือในเรื่องกรรมชั่วให้พ้นไปได้ เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระเมตตานำพระธรรมมาสั่งสอนเวนัยสัตว์ทั้งหลาย
.
กรรมที่ไม่ส่งผล ก็คือ อโหสิกรรม ต้องไปดูว่า กรรมที่เป็นอโหสิกรรมนั้น เป็นอย่างไร แต่บอกก่อนว่า เรื่องของกรรมมีความละเอียดมาก เรื่องนี้ ทางอาจารย์ผม เคยสอนไว้หลายๆเรื่อง และ หลายๆครั้ง ขนาดอาจารย์ผมทำบุญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญโดยใช้เงิน (ยกตัวอย่าง คือ ทำสังฆทานกับพระภิกษุสงฆ์อาพาธทุกเดือน มีการส่งเงินไปทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธทั้งที่อยู่ในกรุงเทพและต่างจังหวัดมาเป็นสิบปีแล้ว และปฎิบัติในด้านสมาธิเป็นอย่างดี) ทุกวันนี้ ยังต้องชดใช้กรรม บางกรรมส่งผลให้เจ็บป่วย (ไปหาหมอตรวจเช็ค ก็ไม่พบกับสาเหตุ) ท่านบอกว่า เป็นหนี้(กรรม) ต้องชดใช้หนี้(กรรม) ไป ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
.
การอาราธนา พระแม่ธรณี มาเป็นสักขีพยานบุญ มีอยู่ในพระสูตรต่างๆหลายพระสูตร ลองไปหาอ่านกันดู
.
ส่วนการอาราธนา องค์พยามัจจุราชเจ้า มาเป็นสักขีพยานบุญ ทางหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนไว้หลายครั้ง ลองไปหาอ่านกันดูเช่นกัน
.
ดังนั้น ส่วนตัวผม นำเรื่องของการอาราธนา พระแม่ธรณี และ องค์พยามัจจุราชเจ้า มาเป็นสักขีพยานบุญ ผมนำมาคิดใหม่ นอกเหนือจากบุญที่ดีที่เราทำ เราอาราธนาองค์พยามัจจุราชเจ้า , นายนิริยบาล , ท่านยมทูตทุกๆท่าน , พระแม่ธรณี , พระแม่คงคา และพระแม่โพสพ มาเป็นสักขีพยานบุญให้เรา และหากเราได้รับผลของคนบัดซบที่กระทำไม่ดีกับเรา เราขออาราธนาองค์พยามัจจุราชเจ้า และ พระแม่ธรณี มาเป็นสักขีพยาน และขอองค์พยามัจจุราชตัดสินการกระทำของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามหลักกฎแห่งกรรม
.
อีกเรื่องที่จะเพิ่มเติม สำหรับคนปากเก่ง
.
เมื่อก่อนตอนปี 2554  ตอนนั้นประเทศไทยเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่  ผมนั่งคุยกับลูกน้องในที่ทำงาน  เรื่องของน้ำท่วม ผมจำไม่ได้ว่า คุยอะไรกันบ้าง แต่มีเรื่องหนึ่งที่คุยก็คือ เรื่องพระแม่คงคา
.
ตอนนั้น ลูกน้องผมบอกว่า พระแม่คงคาไม่มีจริง  แต่ถ้าเขาเจอ เขาจะจับทำเมีย
.
ผมบอกว่า พูดอย่างนี้ไม่ดี
.
เขาบอกว่า ก็พูดตามจริง ถ้ามีจริง ขอให้น้ำท่วมที่บ้าน 1 เมตร  ก่อนหน้าเขาตามดูน้ำอยู่ตลอดว่า น้ำแถวนั้นเป็นอย่างไร
.
ผมบอกต่อว่า งั้นเดียวจัดให้
.
ผมกลับไปบ้าน ผมไปจุดธูป 16 ดอก แล้วไหว้รูปหล่อพระแม่คงคาที่บ้าน แล้วบอกกับพระแม่คงคาว่า มีคนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ที่ไหน ทำงานที่ไหน ได้พูดอะไร  ผมขอให้พระแม่คงคาสงเคราะห์ลูกน้องผมคนนี้ด้วย
.
สรุปสุดท้าย  บ้านของลูกน้องผมคนนี้ น้ำท่วมที่บ้าน สูง 1 เมตร

.
ไม่ว่าใครก็ตาม ปฎิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทอย่างถูกต้อง , ปฎิบัติตามกฎระเบียบหน่วยงานราชการอย่างถูกต้อง , ปฎิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างถูกต้อง แต่ผิดในหลักกฎแห่งกรรม ต้องไปใช้กรรมเสมอ
.
ไม่เคยมีใครที่ปลูกข้าว แล้วผลผลิตจากต้นข้าวเป็นมะม่วงเลยสักรายเดียวในโลกนี้ มีแต่ใครที่ปลูกข้าว ผลผลิตที่ได้ต้องเป็นเมล็ดข้าวเท่านั้น
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
.
#ของจริงต้องพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง
.
.
.
#สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
#พระโคตมพุทธเจ้า
#พระศรีอริยเมตไตรย
#พระมหาโมคคัลลานะ
#บุพกรรมของพระพุทธองค์
#พยามัจจุราช
#พระแม่ธรณี
#พระแม่คงคา
#พระแม่โพสพ
#นายนิริยบาล
#ยมทูต
#สักขีพยาน
#กฎแห่งกรรม
#กฎระเบียบหน่วยงานราชการ
#กฎระเบียบของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
#กฎระเบียบของบริษัท
#เออรี่รีไทร์
#เออรี่
#รีไทร์
#ErieRetire
#Erie
#Retire
.

2
เก็บตก งานบุญวิสาขปุรณมีบูชา
.
พิธีทอดผ้าป่ากตัญุตาสามัคคีธรรม
.
ที่ อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
ขอน้อมนำบุญจากอาศรมศรีชัยรัตนโคตร เมื่อวันวิสาขบูชา ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓
มาฝากญาติธรรมทุกท่าน
.
.
.
พระอาจารย์นิล บวงสรวงกราบบูชาคุณพระรัตนตรัย
.
ไหว้ครูกรรมฐาน
.
ถวายผ้าป่ากตัญุตาสามัคคีธรรม
.
เวียนเทียน ณ วัดพระธาตุเชิงชุม
.
ปล่อยปลาหน้าเขียง
.
จุดผางประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ณ วิหารสมเด็จองค์ปฐม และมณฑปหลวงปู่เทพโลกอุดร
.
.
.
ขอขอบคุณพี่แอ๊ว ที่แจ้งข่าวมาให้ทราบ
.
ขอโมทนาบุญกับทุกๆท่าน ครับ
.
.
.
#หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า

#หลวงปู่พระโสณะเถระเจ้า

#หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #บรมครูมูนียะโลกอุดร หรืออีกชื่อ #หลวงปู่อิเกสาโร  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เดินหน  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ดำ  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ในดง  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่โพรงโพธิ์

#หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อกบวัดเขาสาริกา #วัดเขาสาริกา ลพบุรี

#หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่หน้าปาน หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อโอภาสี #วัดโอภาสี กรุงเทพ

#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร5พระองค์

#หลวงปู่เทพโลกอุดร

#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร

#คณะพระธรรมทูตคณะโสณะอุตระ

#หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ

#พระเจ้าอโศกมหาราช

#เจ้าคุณพระพิศาลญาณวงศ์ ( #หลวงปู่ทองดีอนีโฆ ) #ประธานสงฆ์วัดใหม่ปลายห้วย

#ชมรมพระวังหน้า

#พระวังหน้า

#อาศรมศรีชัยรัตนโคตร

#พระธวัชชัยชาครธัมโม

#พระอาจารย์นิล

#หลวงพี่นิล

3
มาเล่าให้ฟัง เรื่องประสบการณ์ในการศึกษาพระวังหน้า และการบอกบุญในวาระต่างๆ
.
ตอนที่ผมเริ่มศึกษาพระวังหน้า จากท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร เมื่อปลายปี 2548
.
พอผมเรียนได้สักพัก ผมได้นำเรื่องที่ผมเรียนเรื่องพระวังหน้า  ไปตั้งกระทู้ พระวังหน้า ที่หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรเสก ถ้าต้องการที่จะได้.....   ในเว็บพลังจิต เมื่อวันทีี่ 23 ธันวาคม 2548  โดยมีเจตนาที่จะเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องพระวังหน้า
.
ในครั้งแรก ผมนำพระวังหน้า  ไปมอบให้กับท่านที่ไปบริจาคโลหิต ที่สภากาชาดไทย 
.
ต่อมา ผมได้เข้าไปเห็นคุณโต โพสในกระทู้ ขอความเมตตาต่อชีวิตพระเณร ในเว็บพลังจิต  ที่วัดบ่อเงินบ่อทอง (เมื่อก่อนเป็น สำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทอง)  ซึ่งภายในวัดบ่อเงินบ่อทอง มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมบ่อเงินบ่อทอง  ที่ให้การศึกษากับเณร (ที่เป็นเด็กยากจนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ  หลวงพ่อแผนท่านไปนำเด็กๆเหล่านี้ มาบวชเณร และให้การศึกษาทั้งทางโลก (วิชาชีพ) และทางธรรม เพื่อเด็กๆเหล่านี้  จะได้มีการศึกษาเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต)
.
ผมจึงได้เข้าไปช่วยในการบอกบุญ โดยนำพระวังหน้าของผม  ไปให้คนร่วมทำบุญ  โดยเงินที่ร่วมทำบุญให้โอนเข้าบัญชีของสำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทอง
.
อีกเรื่องที่สำคัญ  ที่นอกเหนือจากการบอกบุญ และไปร่วมทำบุญของผมนั้น  มีผู้ที่เข้ามาร่วมทำบุญหลายคน  ที่มีความสนใจในเรื่องของพระวังหน้า  ต่อมากลุ่มคนเหล่านี้เข้ามารู้จักกับผม  มาเป็นเพื่อน มีการก่อตั้งคณะพระวังหน้า ต่อมามีการตั้งชมรมรักษ์พระวังหน้าขึ้น เพื่อเป็นการรวมตัวของผู้ที่เคารพในคณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร , สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี , กลุ่มพระภิกษุองค์อภิญญาใหญ่ มีความศรัทธาแต่ไม่งมงายกับพระวังหน้า  และมาเป็นกัลยาณมิตรที่ดีมาจนถึงทุกวันนี้
.
ต่อมาอีกประมาณ 1 ปี ผมเห็นว่า ทางวัดบ่อเงินบ่อทอง  ได้มีพุทธศาสนิกชน ได้เข้ามาร่วมทำบุญที่วัดบ่อเงินบ่อทองมากขึ้นมาก  ผมจึงถอยออกมาจากการช่วยในการบอกบุญ แต่ยังคงไปร่วมทำบุญในบางโอกาส
.
ประกอบกับมีพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านมาหาผมที่บ้านท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ที่จังหวัดชลบุรี  พระภิกษุสงฆ์รูปนั้นคือ พระอาจารย์นิล (พระอาจารย์ธวัชชัย ชาครธมฺโม) ท่านมาหาผม 2 ครั้ง  ท่านต้องการที่จะได้เจอผม แต่ทั้ง 2 ครั้ง ผมไม่ได้ไป  ครั้งที่ 3 ท่านไปที่บ้านท่านอาจารย์ประถมอีกครั้ง ในครั้งนี้ ผมได้ไปหาท่านอาจารย์ประถม  จึงได้พบกัน  พระอาจารย์นิล ท่านก็เลยบอกกับผมว่า ขอให้ผมไปช่วยในการบอกงานบุญ ในการที่ท่านจะสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ) เงินที่ทำบุญ พระอาจารย์นิลท่านขอให้ผมเปิดบัญชีส่วนตัว เพื่อรับเงินในการทำบุญ แต่ผมปฎิเสธไปว่า หากให้ผมช่วยในการบอกบุญ ให้ผมใช้บัญชีส่วนตัวผม  ผมไม่ทำ  แต่ถ้าเป็นบัญชีของพระอาจารย์นิล หรือ คณะศิษย์ ผมไม่มีปัญหา ยินดีและเต็มใจช่วยงานบุญ  ผลสรุปคือ ทางคณะศิษย์ที่นำโดย พี่แอ๊ว จึงได้ไปเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการร่วมทำบุญ  และผมเองก็ได้ไปเปิดกระทู้เพิ่มเติมก็คือ กระทู้ ขอเชิญร่วมสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง ณ สำนักสงฆ์ผาผึ้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ในเว็บพลังจิต โดยเปิดกระทู้ในวันที่ 27 มกราคม 2550
.
ในครั้งที่ 3 ที่พระอาจารย์นิล ท่านมาพบกับผม ที่บ้านท่านอาจารย์ประถม  ผมมาทราบในภายหลังว่า พระอาจารย์นิล ท่านได้อธิษฐานขอให้ได้พบกับผม  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับพระอาจารย์นิล รวมทั้งคณะศิษย์ของท่าน เคยมีความผูกพันธ์กันมา เคยทำบุญร่วมกันมา และได้ร่วมทำบุญกันต่อๆไป โดยมีในกลุ่มคณะพระวังหน้า กับ ชมรมรักษ์พระวังหน้า เป็นผู้ที่ช่วยกันในการบอกบุญ และร่วมทำบุญ
.
ในช่วงปลายปี 2553  ชมรมรักษ์พระวังหน้า มีปัญหาภายในเกิดขึ้น  ผมจึงได้ยุบชมรมรักษ์พระวังหน้า  แล้วตั้งชมรมใหม่ในชื่อ ชมรมพระวังหน้า  โดยมีการตั้งชมรมพระวังหน้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2553  โดยมีเพื่อนๆที่ร่วมกันบอกงานบุญและร่วมทำบุญกันในหลายๆงานบุญ เข้ามาเป็นสมาชิกชมรมพระวังหน้า
.
ในการสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง  ได้สร้างเสร็จสิ้น ในปี 2557  ใช้เวลาในการสร้างเสร็จสมบูรณ์โดยประมาณ 7 ปี
.
ในเวลาต่อมา ประมาณเดือน พฤษภาคม 2559 พระอาจารย์นิล ท่านได้ไปสร้าง อาศรมศรีชัยรัตนโคตร ที่ ตำบล พังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร  47000  ผม กับ สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า ได้ร่วมกันตามไป ร่วมกันบอกบุญ และร่วมทำบุญในการสร้างอาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
ปัจจุบันการสร้างวิหาร , มณฑปหลวงปู่อิเกสาโร , การสร้างรั้วของอาศรม และงานบุญอื่นๆ ยังไม่แล้วเสร็จ  ทางผม กับ สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า ร่วมบอกบุญและทำบุญกันต่อไป
.
นอกเหนือจากที่ไปร่วมทำบุญที่อาศรมศรีชัยรัตนโคตรแล้ว  ทางผม กับ สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า ยังร่วมกันบอกบุญ และทำบุญที่ วัดป่าภัทรปิยาราม  พระอาจารย์ณริชธันย์  (ท่านเป็นเจ้าอาวาส)  ผมเองรู้จักกับ พระอาจารย์ณริชธันย์ ตั้งแต่ที่ท่านยังไม่ได้บวชเป็นพระภิกษุ  จนกระทั่งท่านบวชเป็นพระภิกษุมาจนถึงปัจจุบัน
.
การเรียนรู้เรื่องพระวังหน้า  ผมไปเรียนเรื่องพระวังหน้า กับ อาจารย์ 2 ท่าน
.
ท่านแรก คือ ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร
.
ท่านที่สอง คือ พี่ใหญ่ (ผมขอเรียนแทนชื่อของท่าน)
.
ผมไปเรียนกับท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ช่วยปลายๆปี 2548  ไปเรียนใช้เวลาประมาณ 6 - 7 ปี ผมไปหาท่านทุกเดือน เดือนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ผมไปหาท่านที่จังหวัดชลบุรี โดยจะมีสมาชิกชมรมพระวังหน้า และ สมาชิกคณะพระวังหน้า ไปกับผมเสมอ แต่จะมากหรือน้อย แล้วแต่ละท่านที่ไม่ได้ติดภาระกิจส่วนตัว
.
ต่อมาผมได้รู้จักกับพี่ใหญ่  ที่ท่านอาจารย์ประถม ท่านแนะนำให้รู้จัก และยืนยันว่า พี่ใหญ่เป็นฆารวาสที่มีความพิเศษ สามารถติดต่อพูดคุยกับ คณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร , สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี , หลวงปู่กลุ่มองค์อภิญญาใหญ่ และพระสงฆ์ที่ทั้งไม่มรณภาพ และ มรณภาพไปแล้วได้  สามารถเข้าไปดูพระราชพิธีพุทธาภิเษกหลวงได้ หลังจากนั้น นอกเหนือจากที่ผมนำพระวังหน้าไปให้ท่านอาจารย์ประถม ท่านสอนแล้ว  ผมได้นำพระวังหน้าไปให้พี่ใหญ่ท่านสอนให้เพิ่มเติมอีก
.
ส่วนสมาชิกชมรมพระวังหน้าบางท่าน และสมาชิกคณะพระวังหน้า มีความสามารถทราบได้ว่า พระวังหน้าองค์นี้ มีพระภิกษุองค์ไหนอธิษฐานจิตได้ด้วย ซึ่งผมเองยอมรับในความสามารถเช่นกัน
.
การเรียนรู้ของผม กับ สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า มีการเรียนรู้ทั้ง รูป (เนื้อหาทรงพิมพ์) และ นาม (พลังอิทธิคุณขององค์ผู้อธิษฐานจิต)
.
ในเรื่องของ นาม (พลังอิทธิคุณขององค์ผู้อธิษฐานจิต) ผมไม่ใช้คำว่า พุทธคุณ เนื่องจาก พุทธคุณแปลว่า คุณของพระพุทธเจ้า คือ พระธรรม  ไม่ใช่ พลังขององค์ผู้อธิษฐานจิต
.
มาเพิ่มเติมเรื่อง พระสงฆ์กลุ่มองค์อภิญญาใหญ่  ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปำิบัติดีปฎิบัติชอบ  ปัจจุบันท่านอยู่ที่ พรหมชั้นสุทธาวาส  ท่านสามารถที่จะตัดเข้าสู่แดนนิพพานได้ตลอดเวลา แต่ที่ท่านไม่ได้ตัดเข้าสู่แดนนิพพาน เนื่องจากยังคงเป็นห่วงกลุ่มลูกหลานและลูกศิษย์ของท่านอยู่  พระสงฆ์กลุ่มองค์อภิญญาใหญ่ เช่น หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน , หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า , หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว , หลวงปู่กรมพระยาปวเรศ , ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม (หรือ วัดจักรวรรดิราชาวาส) , หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก เป็นต้น
.
สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ท่านคือพระมหาโพธิสัตว์ (ที่ตั้งเจตนาจะไปเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต)
.
ส่วน คณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร (คณะพระธรรมทูต คณะโสณะ-อุตระ  ที่แกนหลัก คือ หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า , หลวงปู่พระโสณะเถระเจ้า , หลวงปู่อิเกสาโร , หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า และหลวงปู่หน้าปาน) ท่านเป็นพระอรหันต์ปฎิสัมภิทาญาณ ที่ตั้งเจตนาอยู่เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาไปจนครบ 5,000 ปี เมื่อครบ 5,000 ปีแล้วจึงเข้าแดนนิพพาน
.
มาต่อกันเรื่องของ นาม (พลังอิทธิคุณขององค์ผู้อธิษฐานจิต) เพิ่มเติมอีกหน่อย
.
เรื่องของการจับพลังอิทธิคุณพระพิมพ์นั้น  มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่หลายประการ    อาทิเช่น
.
1.พระพิมพ์บางองค์  เวลาที่กดพระพิมพ์นั้น  อาจกดไปโดนฤกษ์ดอกลูกพิษ  ถ้าพระพิมพ์องค์ไหน  กดโดนฤกษ์ดอกลูกพิษ  ไม่ว่าพระองค์ไหน  ก็เสกไม่เข้าทั้งสิ้น  ฤกษ์ดอกลูกพิษนั้น  มีทุกวัน  แต่ว่ามีเป็นช่วงๆ  บางครั้งในหนึ่งวัน  มีช่วงเดียว  บางครั้งในหนึ่งวัน อาจมีหลายช่วงก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น
.
2.ในการจับพลังอิทธิคุณองค์พระพิมพ์นั้น  บางวัน พระผู้อธิษฐานจิต(เสก)ท่านอาจปิดกระแสพลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์ก็เป็นได้  การปิดกระแสพลังอิทธิคุณนั้น  พระผู้เสกย่อมทำได้เนื่องจากว่า ระดับของญาณหรืออภิญญาสูงกว่าผู้จับพลังอิทธิคุณองค์พระพิมพ์  มีเพื่อนผมคนหนึ่ง  สามารถจับพลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์ได้  มีอยู่วันหนึ่ง  เพื่อนผมผู้นี้ได้นำพระพิมพ์องค์หนึ่ง  ไปให้อาจารย์ของเขาตรวจพลังอิทธิคุณให้  แต่ปรากฏว่า อาจารย์ของเขาได้บอกว่า  พระพิมพ์องค์นี้  ไม่มีพลังอิทธิคุณ  ไม่มีอะไรเลย  แต่เพื่อนผมได้นำพระพิมพ์องค์เดิมไปให้เพื่อนของเขาจับ  ปรากฎว่าเพื่อนของเขาจับพลังอิทธิคุณได้  และยังบอกอีกว่า พลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์นั้น แรงมากด้วย  ในเรื่องนี้  ความคิดเห็นส่วนตัวผม ผมเห็นว่า  พระผู้เสกท่านอาจปิดกระแสพลังอิทธิคุณไม่ให้อาจารย์ของเพื่อนตรวจพลังอิทธิคุณ  นะครับ
.
3.ในบางวัน  พระผู้เสก  ท่านอาจปิดกระแสพลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์ ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน
.
4.และในบางวัน  ผู้ที่ตรวจพลังอิทธิคุณของพระพิมพ์  เป็นวันที่เบื้องบนไม่ให้ตรวจพลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์ ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน
.
5.พิมพ์ทุกองค์นั้น  เวลาที่ผ่านการปลุกเสกแล้ว  จะมีเทวดารักษาองค์พระพิมพ์ทุกองค์  บางครั้งเทวดาที่รักษาองค์พระพิมพ์อาจจะปิดกระแสพลังอิทธิคุณก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน
.
6.ในบางครั้งพระปลอมก็มีพลังอิทธิคุณเช่นเดียวกัน  ถ้าผู้ทำพระปลอมได้นำพระไปเข้าพิธีพุทธาภิเษก
.
7.หรือบางครั้งผู้ทำพระปลอมได้นำเศษพระแท้ผสมลงไป  ก็สามารถมีพลังอิทธิคุณได้เหมือนกัน เพียงแต่พลังอิทธิคุณน้อยกว่าพระแท้มากครับ
.
8.การนำพระแท้ไปไว้ในที่ไม่สมควร  เทวดาที่รักษาองค์พระพิมพ์  ท่านอาจจะไม่อยู่ครับ  และทำให้พลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์นั้นเสื่อมได้ครับ  ตามหลัก มีเกิดได้ก็มีดับได้นะครับ
.
การตรวจสอบพลังอิทธิคุณขององค์พระพิมพ์นั้น  ผมแนะนำให้ไปหาผู้ทรงญาณ หลายๆท่าน(ต้องเป็นผู้ทรงญาณที่ได้ญาณ 4 ละเอียด และควรไม่ต่ำว่า 5 ท่าน) นะครับ  และผลที่ตรวจได้นั้น  ต้องตรงกัน ผลการตรวจสอบจึงจะเชื่อถือได้
.
.
.
เล่าให้ฟังเพิ่มเติม
.
ตั้งแต่ที่ผมตั้งกระทู้ พระวังหน้า ที่หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรเสก ถ้าต้องการที่จะได้.....   ในเว็บพลังจิต  ผมโดนกลุ่มซื้อขายพระเครื่องทยอยมาถล่มผมอยู่โดยตลอด  โดยมาเยอะมาก
.
ในตอนนั้น ยังอารมณ์ร้อน  ผมเองสวนตลอด
.
เช่น
.
1.เกิดทันหรือ  ที่มาบอกเรื่องพระวังหน้า ว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้
.
2.พระเก๊ท่าพระจันทร์
.
3.พระวังหน้าวัดมหาธาตุ
.
4.เอาพระมาขาย โดยแอบอ้างบุญในการหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
.
5.ร่วมกันหาเงินเข้ากระเป๋า โดยร่วมมือกับหลวงพ่อแผน วัดบ่อเงินบ่อทอง
.
6.ร่วมกันหาเงินเข้ากระเป๋า โดยร่วมมือกับพระอาจารย์นิล อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
เป็นต้น
.
นอกจากกลุ่มซื้อขายพระเครื่องแล้ว  ยังมีอีกกลุ่มก็คือ กลุ่มที่นำพระวังหลวง (พระที่ติดพลอย หรือ พระที่ติดกระจกอัด) (ซึ่งมีทั้งพระวังหลวงแท้ และพระวังหลวงเก๊) นำมาแอบอ้างเป็นพระวังหน้า  ก็มีปัญหากับผมเช่นกัน
.
ในตอนนั้น ผมเองเวลาตอบก็ตอบแรงเช่นกัน  บางครั้งถึงกับท้าไปสาบานที่วัดพระแก้ว  โดยคำสาบานผมเขียนไปให้  แล้วให้อ่านตาม  ผมแถมเงินให้อีก 10,000 บาทต่อคน  แต่ก็ไม่เคยมีใครกล้าไปสาบานสักคน
.
ในตอนหลังๆ  ที่ไม่ได้บอกบุญถี่ๆ  กลุ่มซื้อขายพระ ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งอีก  ส่วนผมเองก็ปล่อยวาง  ปล่อยให้คนเหล่านั้น ทำกรรมกันต่อไปเอง ไม่เข้าไปยุ่ง  การกระทำกรรมของคนเหล่านั้น  เป็นการปรามาสพระวังหน้า  และมีการปรามาสผู้มีธรรม เพิ่มเติมอีก  ให้คนเหล่านั้นไปพิสูจน์ด้วยตนเองว่า ในเรื่องที่คนเหล่านั้น กระทำทั้ง การพูด  การเขียน ในสถานที่ต่างๆ และบนโลกออนไลน์  มีการกระทำผิดหรือไม่อย่างไร
.
มี 2 เรื่องที่ ผม กับ สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า เปลี่ยนแปลงความรู้  และทำให้องค์ความรู้ที่ผมจะบอกต่อไปนี้  มีคนเป็นจำนวนมากที่มีความรู้เหล่านี้เพิ่มเติม
คือ
.
1.ปูนที่ใช้ในการสร้าง  เมื่อก่อนนี้ กลุ่มซื้อขายพระเครื่อง  บอกว่า ปูนที่ใช้สร้างพระสมเด็จคือ ปูนเปลือกหอย  แต่ ผมนำองค์ความรู้ที่ได้เรียนรู้มาบอกว่า ปูนที่ใช้สร้างพระสมเด็จ และ พระวังหน้า คือปูนเพชร  ส่วนปูนเปลือกหอย ไม่สามารถนำมาใช้สร้างพระสมเด็จได้
.
2.สมเด็จพระพุฒาจารย์โร พรหมรังสี ท่านเป็นผู้สร้างพระสมเด็จ  แต่ ผมนำองค์ความรู้ที่เรียนรู้มาบอกว่า ท่านผู้สร้างพระสมเด็จ มี 13 ทีมผู้สร้าง และสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ท่านอธิษฐานจิตอย่างเดียว
.
ส่วนอื่นยังไม่แจ้ง ครับ
.
ผมเองผ่านมาเยอะ  เจอมาแยะ  แต่ไม่ได้ท้ออะไร  ยังคงทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด
.
Noom Wangna
.
เนื้อหาสงวนลิขสิทธิ์
ผมลงให้อ่านกัน และผมไม่อนุญาตให้ทุกท่านแชร์
.
ผมลงลิงค์กระทู้ที่ผมเคยไปช่วยบอกบุญ และ นำพระวังหน้าไปมอบให้กับผู้ที่ร่วมทำบุญ
.
.
.
พระวังหน้า ที่หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรเสก ถ้าต้องการที่จะได้.....
https://palungjit.org/threads/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89.22445/
.
.
.
ขอความเมตตาช่วยต่อชีวิต พระเณร
https://palungjit.org/threads/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3.21733/
.
.
.
ขอเชิญร่วมสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง ณ สำนักสงฆ์ผาผึ้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ
https://palungjit.org/threads/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%93-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%AD-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%88-%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4.68899/
.
ชมรมพระวังหน้า เพื่อพระวังหน้าและงานบุญต่างๆ เว็บไซด์ใต้ร่มธรรม
http://www.tairomdham.net/index.php/topic,4172.0.html
.
.
.
#หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า
.
#หลวงปู่พระโสณะเถระเจ้า
.
#หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เทพโลกอุดร  หรืออีกชื่อ #บรมครูมูนียะโลกอุดร หรืออีกชื่อ #หลวงปู่อิเกสาโร  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เดินหน  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ดำ  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ในดง  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่โพรงโพธิ์
.
#หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อกบวัดเขาสาริกา #วัดเขาสาริกา ลพบุรี
.
#หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่หน้าปาน หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อโอภาสี #วัดโอภาสี กรุงเทพ
.
#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร5พระองค์
.
#หลวงปู่เทพโลกอุดร
.
#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
#คณะพระธรรมทูตคณะโสณะอุตระ
.
#สมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี
.
#หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ
.
#พระเจ้าอโศกมหาราช
.
#ชมรมพระวังหน้า
.
#พระวังหน้า
.
#คณะพระวังหน้า
.
#อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
#วัดป่าภัทรปิยาราม
.

4
รู้ยัง! เพิ่มคุ้มครองประกันรถใหม่ ตายรับขั้นต่ำ 1 ล้านต่อราย ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้
.
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 - 14:19 น.
.
ประกันภัยรถยนต์ปรับเพิ่มความคุ้มครอง พ.ร.บ.กรณีเสียชีวิตบุคคลภายนอกจ่าย 500,000 บาท และภาคสมัครใจ จ่ายขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500,000 บาท รวมจ่ายขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อราย เริ่มดีเดย์ 1 เม.ย.2563
.
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกับ สำนักงาน คปภ. กำหนดหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยปรับเพิ่มความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. จากเดิม 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท โดยไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันภัย และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปรับความคุ้มครองขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ผู้ประสบภัยจากรถได้รับค่าสินไหมทดแทนทั้งสองกรมธรรม์รวมกัน ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อราย เป็นการยกระดับมาตรฐานการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
.
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ร่วมพิจารณาปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทั้งการประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ เพื่อยกระดับมาตรฐานในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วนและเป็นธรรม โดยมีสาระสำคัญ คือ การปรับเพิ่มจำนวนเงินความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. กรณีผู้ประสบภัยจากรถเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือสูญเสียอวัยวะถึงขนาดที่กำหนด จาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท โดยไม่มีการปรับเพิ่มค่าเบี้ยประกันภัยแต่อย่างใด และปรับความคุ้มครองการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยกำหนดเกณฑ์ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หากประชาชนที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุทางรถ จะได้รับความคุ้มครองทั้งจากประกันภัย พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ รวมกันขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทต่อราย โดยมีผลคุ้มครองเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
.

    เปิดรายละเอียด-เงื่อนไข “แจกเงินฟรี” 2 พันบาท ต้านพิษโควิด-19

.
สำหรับการปรับเพิ่มความคุ้มครองกรมธรรม์การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับประชาชนที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สามารถลดข้อโต้แย้งระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เสียหายลงได้ ซึ่งจากบทเรียนที่ผ่านมาในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การจ่ายค่าสินไหมทดแทนในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งการปรับเพิ่มความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) นี้ ได้เคยมีการปรับเพิ่มมาเป็นลำดับ โดยปรับเพิ่มจาก 200,000 บาท เป็น 300,000 บาท เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 และครั้งนี้ปรับเพิ่ม จาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท ซึ่งผลจากการเพิ่มความคุ้มครองโดยไม่เพิ่มค่าเบี้ยประกันภัยนี้ คาดว่าจะทำให้บริษัทประกันภัยต้องแบกรับภาระต้นทุนความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินกว่า 2,700 ล้านบาท แต่การปรับเพิ่มความคุ้มครองในครั้งนี้ สมาคมฯ เชื่อว่าจะสามารถลดข้อโต้แย้งระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เสียหายลงได้ ที่สำคัญประชาชนได้รับประโยชน์และเกิดความเชื่อมั่นในการได้รับความคุ้มครองและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น
.
นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ได้ทำการปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวแล้ว สมาคมฯ จะได้เร่งดำเนินการจัดประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจและอธิบายแนวทางในการปฏิบัติตามกรมธรรม์ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยน และระดมความคิดเห็นระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงาน คปภ. บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดจัดการประชุมชี้แจงขึ้นทั้งหมดรวม 5 ครั้ง ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ถึง 16 มีนาคม 2563 รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สงขลา ชลบุรี และขอนแก่น ตามลำดับ ซึ่งการจัดครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ได้รับเกียรติจาก ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธี
.
นอกจากนี้ สมาคมฯ จะได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารความรู้ ความเข้าใจไปยังประชาชนทุกภาคส่วนให้ได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่ได้รับจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวอีกด้วย
.
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า การประชุมชี้แจงการปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรก และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีความสำคัญต่อประชาชน จากอุบัติเหตุของไทยติดอันดับโลก โดยประกันภัยในประเทศไทยมีพอร์ตประกันรถค่อนข้างเป็นพอร์ตใหญ่ เบี้ยประกันรถยนต์ทั้งระบบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากได้รับก็คือการเยียวยาเรื่องประกันภัย
.
ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดการแข่งขันด้านประกันรถยนต์รุนแรง มีการแข่งขั้นด้านตลาดในการบริการด้านสินไหมทดแทน แต่รู้สึกดีใจที่มีนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังมีหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องทำคือ หนุนให้ประชาชนทำประกันภัยมากขึ้น ซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญของการประกันภัย แม้ปัจจุบันยังเป็นสัดส่วนที่น้อย อย่างกรณีภาคบังคับควรจะต้องเป็น 100% หรืออย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 90%
.
“เราผนึกกำลังกับภาคอุตสากรรมประกันภัย ด้านกำกับและส่งเสริมเป็นพันธมิตรในหลายๆเรื่องโดยไม่กระทบกับความเป็นกลาง โดยมีความจำเป็นปรับปรุงประกันภัยรถยนต์ และคู่มือตีความเพื่อสะท้อนปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลง และลดการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ ที่ทำให้ตัวกรมธรรม์ต้องมีความชัดเจนสะท้อนภาวะปัจจุบัน จึงได้ปรับปรุงพิกัดอัตราเบี้ยใหม่ จากการประชุมหารืออย่างเข้มข้นอาจจะมีความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่สุดท้ายการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียก็จบลงได้อย่างลงตัว ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบแล้วจากทุกฝ่าย” นายสุทธิพลกล่าว
.
เบื้องต้นได้ลงนามไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.63 โดยให้เวลาบริษัทประกันปรับปรุง และเป็นของขวัญประชาชน โดยคำสั่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63
.
ขณะนี้คู่มือตีความกำลังจะเข้าตามมาในไม่ช้า ซึ่งเดินหน้าไปพอสมควร ภายในเดือนนี้น่าจะมีความคืบหหน้าและภายในช่วงสงกรานต์นี้จะแล้วเสร็จทั้งหมด รวมถึงการกำหนดเบี้ยรหัสรถยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วย
.
ที่มา https://www.prachachat.net/finance/news-423815
.


5
โพสโดย อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
6 พฤษภาคม 2563.
.
.
พิธีทอดผ้าป่ากตัญุตาสามัคคีธรรม น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ณ อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
.
.
https://www.facebook.com/SriChaiRattanaKhot/videos/239151837501823/
.
.
.
วิสาขปุรณมีบูชา
.
 วันที่  ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓
.
วันพระพุทธเจ้า
.
วันไหว้ครู..องค์บรมครู
.
น้อมกราบสักการะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ มี สมเด็จองค์ปฐมบรมศาสดาเป็นประธาน
.
โมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ

6
อยากให้ฟังกัน  แล้วนำไปคิด
เมื่อคิดแล้วจะได้ความรู้
นำความรู้ไปปฎิบัติเพื่อตนเอง
.
.
.****************************
.
.
อ.วีระ แนะวิธีรวย..เงินงอก รู้เท่าทันการลงทุน (05ธ.ค.62) ฟังหูไว้หู | 9 MCOT HD
.
https://www.youtube.com/watch?v=yYY5oy9jYik
.
โพสโดย
9 MCOT Official
6 ธ.ค. 2562
.
ฟังหูไว้หู |05ธ.ค.62 OnAir
.
.
.-----------------------------
.
.
#รายได้
#การลงทุน
#เงินต่อเงิน
.

7
วันวิสาขบูชา
ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
.
ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗
.
ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ
.
๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
.
๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
.
๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่านผู้เป็นดวงประทีปของโลก
.
ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
.
วันวิสาขบูชานี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐ พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่
.
สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะพระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย
.
ในหนังสือนางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า
.
" เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ต ลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน
ส่วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "
.
ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๖๐) ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ พ.ศ. ๒๓๖๐ และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เญ็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน
.
ฉะนั้น การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
.
การจัดงานเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุคทุกสมัย คงได้แก่การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ " ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ พฤษภาคม รวม ๗ วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ตามศรัทธาตลอดเวลา ๗ วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม ๒,๕๐๐ รูป ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ พฤษภาคม รวม ๓ วัน มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ ๒,๕๐๐ รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน วันละ ๒๐๐,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๓ วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย
.
ห ลั ก ธ ร ร ม สำ คั ญ ที่ ค ว ร นำ ม า ป ฏิ บั ติ
.
๑. ค ว า ม ก ตั ญ ญู คือความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว่ก่อน เป็นคุณธรรมคู่กับความกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้น
.
• บิดามารดา มีอุปการคุณแก่ลูก ในฐานะผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูจนเติบโต ให้การศึกษาอบรมสั่งสอน ให้เว้นจากความชั่ว มั่นคงในการทำความดี เมื่อถึงคราวมีคู่ครองได้จัดหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ และมอบทรัพย์สมบัติให้ไว้เป็นมรดก
.
• ลูกเมื่อรู้อุปการะคุณที่บิดามารดาทำไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการประพฤติตัวดี สร้างชื่อเสียงให้ แก่วงศ์ตระกูล เลี้ยงดูท่าน และช่วยทำงานของ ท่าน และเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน
.
• ครูอาจารย์มีอุปการคุณแก่ศิษย์ ในฐานะเป็นผู้ประสาทความรู้ให้ ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี สอนศิลปวิทยาให้อย่างไม่ปิดบังยกย่องให้ปรากฎแก่คนอื่น และช่วยคุ้มครองให้ศิษย์ทั้งหลาย
.
• ศิษย์เมื่อรู้อุปการคุณที่ครูอาจารย์ทำไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน ให้เกียรติ และให้ความเคารไม่ล่วงละเมิดโอวาทของครู
.
• ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายของคนดี ส่งผลให้ครอบครัว และสังคมมีความสุขได้เพราะ บิดามารดาจะรู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการทำอุปการคุณให้ก่อน และลูกก็จะรู้จักหน้าที่ของตนเองด้วยการทำดีตอบแทน
.
• นอกจากบิดากับลูก และครูอาจารย์กับศิษย์แล้ว คุณธรรมข้อนี้ก็สามารถนำไปใช้ได้แม้ระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง อันจะส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
.
• ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้า ทรงเป็นบุพการรีในฐานะที่ทรงสถาปนาพระพุทธศาสนา และทรงสอนทางพ้นทุกข์ให้แก่เวไนยสัตว์
.
• พุทธศาสนิกชน รู้พระคุณอันนี้จึงตอบแทนด้วยอามิสบูชาและปฎิบัติบูชากล่าวคือการจัดกิจกรรม ในวันวิสาขบูชา เป็นส่วนหนึ่งที่ชาวพุทธแสดงออก ซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อพระองค์ด้วยการทำนุ บำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประพฤติปฎิบัติธรรม เพื่อดำรงอายุพระพุทธศาสนาสืบไป
.
๒. อ ริ ย สั จ ๔
.
อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐ หมายถึงความจริงของชีวิตที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคน มี ๔ ประการ คือ
.
• ทุกข์ ได้แก่ปัญหาของชีวิตพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่ามนุษย์ทุกคนมีทุกข์เหมือนกัน ทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐาน และทุกข์เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ทุกข์ขั้นพื้นฐานคือทุกข์ที่เกิดจาก การเกิด การแก่ และการตาย ส่วนทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน คือทุกข์ที่เกิด จากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากการประสบกันสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากไม่ได้ตั้งใจปรารถนา รวมทั้งทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ อาทิความ ยากจน
.
• สมุทัย คือ เหตุแห่งปัญหาพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์ทั้งหมดซึ่งเป็นปัญหา ของชีวิตล้วนมีเหตุให้เกิดเหตุนั้น คือ ตัญหา อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น
.
• นิโรธ คือ การแก้ปัญหาได้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์คือปัญหาของชีวิต ทั้งหมดที่สามารถแก้ไข ได้นั้นต้องแก้ไขตามทางหรือวิธีแก้ ๘ ประการ ( ดูมัชฌิมาปฎิปทา )
.
• มรรค การปฏิบัติเพื่อจำกัดทุกข์ เพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ปัญหาที่ต้องการ
.
๓. ค ว า ม ไ ม่ ป ร ะ ม า ท
.
ความไม่ประมาทคือ การมีสติเสมอทั้ง ขณะทำขณะพูด และขณะคิด สติคือการระลึกได้ ในภาคปฎิบัติเพื่อนำ มาใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึง การระลึกรู้ทันการเคลื่อนไหว ของอริยาบท ๔ คือ เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกให้เกิดสติทำได้โดยตั้งสติกำหนดการเคลื่อนไหวของอริยาบท กล่าวคือ ระลึกทันทั้งในขณะ ยืน เดิน นั่ง และนอน รวมทั้ง ระลึกรู้ทัน ในขณะพูดคิด และขณะทำงานต่างๆ เมื่อทำได้อย่างนี้ก็ชื่อว่า มีความไม่ประมาท
.
การทำงานต่างๆ สำเร็จได้ก็ด้วยความไม่ประมาท กล่าวคือผู้ทำย่อมต้องมีสติระลึกรู้อยู่ว่า ตนเองเป็นใครมีหน้าที่อะไร และกำลังทำอย่างไร หากมีสติระลึกรู้ได้อย่างนั้น ก็ย่อมไม่ผิดพลาด
.
วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติคือ
"วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )
.
ภูมิหลัง
.
๑. ในการประชุม International Buddhist Conference ณ กรุงโคลัมโบ ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนมากเข้าร่วม อาทิ บังคลาเทศ จีน ลาว เกาหลีใต้ เวียดนาม ภูฐาน อินโดนีเซีย เนปาล กัมพูชา อินเดีย ปากีสถาน และไทย ได้ตกลงกันที่จะเสนอให้สมัชชาสหประชาชาติรับรองข้อมติประกาศวัน วิสาขบูชาให้เป็นวันหยุดของสหประชาชาติ
.
๒. ในการเยือนของประเทศต่างๆ ในอินโดจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา ในปี ๒๕๔๒ ก็ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ และได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ได้ด้วยดี
.
๓. คณะทูตถาวรศรีลังกาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์กได้จัดเตรียมร่างข้อมติ และได้ขอเสียงสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ เพื่อให้มีการรับรองข้อมติเรื่องการประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดของสหประชาชาติในที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔
.
๔. โดยที่สหประชาชาติประกาศวันหยุดเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว และจะเป็นปัญหาในเรื่องงบประมาณและการบริหารแก่ สหประชาชาติ หากประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุด ศรีลังกาจึงได้ตัดสินใจที่จะเสนอร่างข้อมติ ขอให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลที่สหประชาชาติ ทั้งที่สำนักงานใหญ่ และสำนักงานต่าง ๆ แทนการเสนอให้เป็นวันหยุดซึ่ง ออท. ผู้แทนถาวรประเทศต่าง ๆ รวม ๑๖ ประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟส์ มองโกเลีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สเปน อินเดีย ไทย และยูเครน ได้ร่วมลงนามในหนังสือถึงประธานสมัชชาฯ เพื่อให้นำเรื่องวันวิสาขบูชาเข้าเป็นระเบียบวาระการประชุมของสมัชชาฯ
.
๕. ต่อมาเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ General Committee ของสมัชชาฯ ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดย ออท.ผู้แทน ถาวรศรีลังกาได้กล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนหนังสือร้องขอให้ที่ประชุมบรรจุระเบียบวาระดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาเต็มคณะ ออท.ผู้แทนถาวรไทย อินเดีย สเปน บังคลาเทศ ปากีสถาน ไซปรัส ลาว และภูฐาน ได้กล่าวถ้อย แถลงสนับสนุน ซึ่งที่ประชุม General Committee ได้มีมติให้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสมัชชาเต็มคณะ
.
ปัจจุบัน
.
๑. เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔ ได้พิจารณาระเบียบวาระที่ ๑๗๔ International recognition of the Day of Visak โดยการเสนอของศรีลังกา
.
๒. ในการพิจารณา ประธานสมัชชาฯ ได้เชิญผู้แทนศรีลังกาขึ้นกล่าวนำเสนอร่างข้อมติ และเชิญผู้แทนไทย สิงคโปร์ บังคลาเทศ ภูฐาน สเปน พม่า เนปาล ปากีสถาน อินเดียขึ้นกล่าวถ้อยแถลง สรุปความว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ทรงตรัสรู้ เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอให้ที่ประชุมรับรองข้อมตินี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรองความสำคัญของพุทธศาสนาในองค์การสหประชาชาติ โดยถือว่าวันดังกล่าวเป็นที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและที่ทำการสมัชชาจะจัดให้มีการระลึกถึง (observance) ตามความเหมาะสม
.
๓. ที่ประชุมฯ ได้รับรองร่างข้อมติโดยฉันทามติ
เหตุผลที่ องค์การสหประชาชาติหนดให้ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก
เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมพิจารณาและมีมติเห็นพ้องต้องกันประกาศให้วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลกทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาสโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นนักอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือสัตว์ เหตุผลสำคัญ อีกประการหนึ่งคือ พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธและทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณสอนโดยไม่คิดค่าตอบแทน
เรียบเรียงจาก ความรู้เกี่ยวกับวันสำคัญไทย (เสฐียรโกเศศ และ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) ,๒๕๔๑ : ๓๙ - ๕๙)
.
ที่มา http://www.dhammathai.org/day/visaka.php
.
-------------------------------------------------------
เพลงวันวิสาขบูชา
https://www.youtube.com/watch?v=iMteZaY_tIE
มือพิณฮ้างๆ
เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ย. 2014
-------------------------------------------------------
เพลง วันวิสาขบูชา
https://www.youtube.com/watch?v=xWnMMBYegoM
จิรญา จำเริญ
เผยแพร่เมื่อ 20 ก.พ. 2014
-------------------------------------------------------
เพลงธรรมะ - วันวิสาขบูชา (ลูกทุ่ง)
https://www.youtube.com/watch?v=fr-stfINtD8
Neeranuch Aonsroiy
เผยแพร่เมื่อ 7 มิ.ย. 2016

8
ผมอยากให้ทุกคน  คิด #วางแผนทางการเงิน , #การทำงานของตนเอง และ #การดำรงชีวิตในทุกๆด้านให้ดีๆ
.
ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องศึกษาและเรียนรู้ให้เท่าทันกับการวิวัฒนาการทางการเงินของโลก
.
เช่น #บล็อกเชน (#blockchain)  ,   #แอปพลิเคชัน ต่างๆ  (#application) , #ระบบงานต่างๆของสถาบันการเงิน ที่จะไปเกี่ยวของกับ #การทำธุรกิจ ต่างๆ ไม่ว่าเป็น #ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ ขนาดใหญ่ , #การค้าขาย หรือ #การใช้แรงงาน เป็นต้น
.
เพราะปัจจุบันนี้  มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก   ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานมากขึ้นไปอีก
.
#เรียนรู้ให้สิ่งเหล่านี้ที่ผมบอกไปข้างต้น  #ให้มาทำงานให้ตัวเรา
และ #ให้เงินทำงานแทนตัวเรา
.
ด้วยความปรารถนาดี
.
.
.*************************************
.
.
โพสโดย นายปั้นเงิน
วันที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 18:13 น. ·

วิกฤตโรคระบาด “COVID-19” น่าจะเป็นวิกฤตการเงินที่คนวัย 23-30 ปีหรือกลุ่ม First Jobber ได้รับผลกระทบกับตัวเองเป็นครั้งแรก
.
เพราะวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ที่ผ่านมา อย่างต้มยำกุ้ง ปี 1997 หรือ Subprime Crisis ปี 2008 อาจจะเป็นวิกฤตที่ First Jobber รู้จัก แต่ผลกระทบจากวิกฤตการเงินในยุคก่อนหน้าไม่ได้เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนี้โดยตรง
.
แม้ COVID-19 จะเป็นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี แต่สำหรับคนอายุ 25-30 ปีแล้ว โรคระบาดชนิดนี้ไม่ได้มีฤทธิ์ร้ายทำให้วัยหนุ่มสาวต้องเจ็บป่วยจนถึงขั้นวิกฤต
.
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสียหายที่รุนแรงในวงกว้าง COVID-19 เป็นพายุลูกใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชีวิต แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
.
แค่อยู่ร่วมกับวิกฤตและเอาตัวรอดให้ได้ในสภาวะนี้ ผมคิดว่าหลายคนก็พยายามสู้กันอย่างเต็มที่แล้ว...
.
ซึ่งผมคิดว่าหลังจากนี้ คนที่รอดมาได้ ก็คงจะใช้ชีวิตอย่างรอบคอบขึ้นกว่าเดิม
.
และหลายคนก็คงเริ่มคิดถึง แผนการรับมือ และ แผนการฉุกเฉิน กันบ้างแล้วล่ะ
.

.
ในสถานการณ์จริง ผมคิดว่า “แผนการรับมือ” จะถูกนำมาใช้กับเหตุการณ์หรือวิกฤตในอนาคตที่มันมีความเสี่ยงจะเกิดขึ้น และเราคาดการณ์มันไว้ล่วงหน้าแล้ว
.
ถ้าตอนปลายปี 2019 ผมบอกทุกคนว่า “โควิด-19” จะกลายมาเป็นโรคระบาดรุนแรงในเดือนมกรา 2020 แล้วสมมติว่าทุกคนเชื่อผม ทุกคนก็จะเตรียมแผนรับมือผลเสียหายล่วงหน้า ใครกังวลเรื่องไหนก็จะวางแผนรับมือในเรื่องนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์จะเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงเพียงนี้ แผนการรับมือด้านต่างๆในชีวิตก็เลยถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วน ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการรับมือสักเท่าไหร่
.
สังเกตได้จาก ประกันภัยโควิด-19 ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครให้ความสำคัญกับการวางแผนประกันสุขภาพมากเท่าที่ควร พอมีความเสี่ยงเรื่องการเงินเข้ามา ก็เลยต้องรีบทำประกันให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
.
ถ้าเป็นโรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้ค่ารักษาโรคนี้จะอยู่ประมาณ 25,000 หยวน บวกลบ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 115,000 บาท ยังไม่รวมค่าตรวจและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ค่ารักษาในบางโรงพยาบาลอาจจะสูงกว่านี้ แล้วช่วงพักฟื้นตัวจะใช้เงินอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้
.
ประกันโควิดจึงรับมือความเสียหายได้บางส่วน แต่ไม่ใช่กับทั้งหมด...
.

.
ต่างจากแผนการฉุกเฉิน ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อเหตุการณ์ที่มันมีความเสี่ยงจะเกิดขึ้น โดยไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหน ความเสียหายเป็นเท่าไหร่ โอกาสเกิดความเสี่ยงเป็นเท่าไหร่ ไม่มีใครสามารถประเมินได้
.
รู้เพียงแต่ว่ามันมีความเสี่ยงที่น่ากลัวนั้นอยู่
.
ประกันสุขภาพ และ เงินสดสำรองในบัญชีออมทรัพย์ ก็เลยกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญของ “แผนการฉุกเฉิน”
.
ในเวลาแบบนี้ ใครที่มีไว้อยู่แล้วก็โล่งใจได้เปราะหนึ่ง เราแทบไม่ต้องทำอะไรมากมายในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะมีการวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้โดยใช้เครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว
.
เพราะสภาพคล่อง คือ สิ่งจำเป็นสำหรับคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายคงที่ทุกเดือน
.
“เงินสดสำรอง” ก็กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวขึ้นมาในเวลานี้ ทันทีที่มีประกาศ พรก.ฉุกเฉิน หลายบริษัทปลดพนักงานบางส่วน หยุดการจ้างงาน หรือปรับลดเงินเดือน
.
ถ้ารายได้น้อยลง หรือไม่มีรายได้เลย แต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนยังคงวิ่งอยู่เหมือนเดิม ก็อาจจะลำบากเราต้องไปใช้เงินในส่วนอื่น เช่น เงินลงทุน หรือเงินกู้ยืม ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
.
เงินสดสำรองยามฉุกเฉินที่ควรตุนไว้ เท่ากับค่าใช้จ่าย 6-12 เดือนของเรา ก็เลยเป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ในแผนการฉุกเฉิน เพราะในอนาคตยังมีสถานการณ์ที่เราคาดไม่ถึงรออยู่อีกมากมาย
.
ส่วนใครที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ก็แทบไม่ต้องทำอะไรเลย
.
เพราะเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องฉุกเฉินเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว
.
...
.
แผนการฉุกเฉิน มีไว้เพื่อให้อุ่นใจ และคลายความกังวลได้บางส่วนเมื่อความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจริง แล้วค่อยใช้เงินหรือเวลาในส่วนที่เหลือในการสร้างแผนการรับมือแบบเร่งด่วนขึ้นมา
.
บาดแผลจากวิกฤตการณ์อาจสร้างความปวดร้าวให้กับเราได้ในชั่วขณะหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าหนทางชีวิตของคนหนุ่มสาวอย่างเรายังปูทางได้อีกยาวไกล สิ่งล้ำค่าที่เราได้รับมาเมื่อพายุพัดผ่านไปมันคือ “บทเรียนและประสบการณ์” ที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต
.
ผู้ใหญ่มักจะสอนเราเสมอว่า “ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ” ผมไม่รู้ว่าฟ้าจะสวยงามแค่ไหนเมื่อฝนผ่านไป แต่จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า..
.
พายุที่เข้ามาไม่สามารถโหมกระหน่ำเราได้ตลอดกาล
.
This too shall pass...แล้วมันจะผ่านไป
.
ปั้นเงิน
.
#นายปั้นเงิน #aomMONEYGURU #ออมมันนี่ฝ่าวิกฤตโควิด19
.
ที่มา https://www.facebook.com/artisanmoney/?__tn__=kCH-R&eid=ARCPlsyZkeG4Io0gl-KRxfSQS5NRltoull-0QcQHfXLwjCKTqI-4nzxJgjeWm8cMWbvzzCxxv-PLn6DB&hc_ref=ARTFH_18pzrKD2FWCEm4TDsqMeMICHiPs4GmR5gjrHkDzpOA1IrJOQHQReP7h3s3ktc&fref=nf
.

9
ผมว่า ไม่ใช่แค่ธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น
.
ธุรกิจอื่นๆ  ก็จะประสบกับการดำเนินธุรกิจเช่นกัน
.
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว , ธุรกิจโรงแรม  ฯลฯ
.
หรือแม้กระทั่ง การดำรงชีวิตของตนเอง
.
ในความเห็นส่วนตัวผม  กว่าธุรกิจ และ ระบบเศรษฐกิจ ในประเทศไทย กว่าจะฟื้นตัว กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ น่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี คือ จะเริ่มดีขึ้นในปี 2566
.
ประคองตัวเองกันไปให้ได้  ด้วย ความปราถนาดี
.
ลองไปอ่านกันดู ครับ  จะได้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิต และ แนวทางในการดำเนินธุรกิจของตนเอง
.
.
.*****************************************
.
.
บทเรียนจาก “อู่ฮั่น” แม้เปิดเมืองแล้ว ก็ยังไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร
.
ByBoom @BillionMinset
.23 April 2020
.
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่นำมาซึ่งมาตรการปิดเมืองต่างๆ นั้น ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก
.
และถึงแม้ว่าจะกลับมาเปิดเมืองตามปกติ แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ จะกลับมาเป็นปกติโดยทันที
.
เราจะพาคุณไปเรียนรู้จากเมืองอู่ฮั่น เมืองแรกของโลกที่โดนสั่งปิดเพราะโรคระบาดครั้งนี้..
.
ในความเป็นปกติ ที่ไม่ปกติ
.
หลังจาก 2 เดือนกว่าๆ ของการล็อกดาวน์ ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมืองอู่ฮั่นก็ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง
.
ในขณะที่โรงพยาบาลสนามที่สร้างมาพิเศษ ได้ทยอยปิดตัวลง
.
ผู้คนเริ่มเดินทางไปไหนมาไหน ออกมาจับจ่ายใช้สอย พนักงานกลับมาทำงาน โรงงานก็กลับมาเปิดอีกครั้ง
.
แต่เพราะโควิด-19 ได้คร่าชีวิตชาวอู่ฮั่นไปประมาณ 2,500 ราย
.
ผู้คนจึงยังคงใช้ชีวิตแบบ “รักษาระยะห่าง” เป็นเรื่องปกติ
.
การใส่หน้ากากอนามัยกลายเป็นเรื่องปกติ

การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้านค้า หรือก่อนเข้าทำงานกลายมาเป็นเรื่องปกติ
.
และเมืองอู่ฮั่นก็ยังคงเหมือนกับหลายๆ เมืองทั่วโลก นั่นก็คือผู้คนใช้ชีวิตแบบระมัดระวัง เพราะกลัวว่าโรคระบาดอาจจะกลับมาระบาดหนักขึ้นอีกครั้ง
.
ร้านอาหาร ธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบ
.
หลายคนอาจจะคิดว่า เมื่อกลับมาเปิดเมือง ธุรกิจอาหารที่ประสบปัญหาด้านยอดขาย จะมีลูกค้ากลับมากินกันอย่างคับคั่ง
.
ร้านหมูกะทะ ร้านชาบู จะต้องเนืองแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งรอคอยวันเปิดเมืองมาโดยตลอด.. แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงหรือ!?
.
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ตามไปสัมภาษณ์ชีวิตของเจ้าของร้านหม้อไฟรายหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีร้านเปิดกว่า 10 สาขา
.
เมื่อเกิดการปิดเมือง ร้านทั้งหมดของเขาได้รับผลกระทบทันที เขาต้องตัดสินใจปิด 7 สาขารอง และเปิดเพียง 3 สาขาใหญ่ เพื่อทำตลาดแบบเดลิเวอรี่
.
แม้จะมีบริการเดลิเวอรี่มาช่วยอำนวยความสะดวก แต่ก็ยังคงทำยอดขายได้ประมาณ 20% ของยอดขายในช่วงปกติเท่านั้น
.
จนกระทั่งเมืองอู่ฮั่นกลับมาเปิดอีกครั้ง ก็ใช่ว่าลูกค้าจะกลับมาในทันทีทันใด
.
ธุรกิจร้านอาหารยังคงได้รับผลกระทบ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากก่อนโรคระบาด
.
จากเดิมที่ตอนพักเที่ยงจะไปแออัดกันในร้านอาหารแถวออฟฟิศ มาถึงตอนนี้พวกเขาทำกับข้าวมาทานเองมากขึ้น บ้างก็ใช้วิธีสั่งเดลิเวอรี่จากร้านอื่นที่ไกลกว่ามาทานได้
.
โดยเฉพาะกับธุรกิจร้านหม้อไฟ ชาบู ปิ้งย่าง ที่อาจจะต้องเสี่ยงกับการทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงกับการไปตักวัตถุดิบที่ปนเปื้อนร่วมกับคนอื่น
.
ก่อนหน้าการระบาด ลูกค้าในเมืองอู่ฮั่นที่จะมากินร้านหม้อไฟแห่งนี้ในช่วงเวลาอาหารเย็น ต้องรอคิวประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ตอนนี้มันกลับดูเงียบเหงาลงอย่างชัดเจน
.
ย้อนกลับมามองที่ประเทศไทย
.
ธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำ นั่นก็คือ “การท่องเที่ยว” และ “การส่งออก”
.
แม้ในไทยโรคโควิด-19 จะไม่ระบาดรุนแรง แต่ก็ระบาดรุนแรงมากทั้งในจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา จึงน่าจะส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวไทยและการส่งออกของไทยอย่างมหาศาล
.
แม้ธนาคารโลกจะประเมินไว้ว่า ผลกระทบจากโควิดทำให้ปีนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจไทย อาจติดลบได้ถึง -5% แล้วมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในปีหน้า
.
แต่เราก็ไม่สามารถรู้ว่า ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในเร็ววัน ไทยเราจะฟื้นตัวในปีหน้าได้จริงหรือไม่!?
.
กลับมาที่เรื่องของการเปิดเมือง ยอดผู้ติดเชื้อของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ดี หลังจากนี้เราอาจจะได้เห็นมาตรการที่ผ่อนคลายลง
.
และถึงแม้จะผ่อนคลายถึงขั้น “อนุญาตเปิดทุกอย่างได้” แต่โรคระบาดก็ยังคงไม่หายไป เช่นเดียวกับความกังวลของผู้คนในสังคม ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน
.
โดยเฉพาะกับธุรกิจร้านอาหาร หรือสถานบันเทิง ที่จะต้องมีคนเข้าไปแออัดกันในสถานที่แห่งเดียว คงจะเป็นงานเหนื่อยของเจ้าของธุรกิจ ที่จะต้องหาวิธีในการสร้างความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง
.
คุณคิดว่า.. หลังจากกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว ร้านอาหารเป็นอย่างไร!?
.
ร้านจะต้องลดจำนวนโต๊ะลง เพื่อเพิ่มที่ว่างภายในร้านให้มากยิ่งขึ้นรึเปล่า!?
.
ร้านที่ขายแบบกลับบ้าน อาจจะได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะที่ร้านแบบปิด จะได้รับความนิยมน้อยลงหรือไม่!?
.
หรือการเดลิเวอรี่ โดยไม่ต้องสนใจหน้าร้านเลย จะกลายมาเป็นอีกรูปแบบใหม่ของการเปิดร้านอาหารในอนาคตได้หรือไม่!?
.
คุณมีความคิดเห็นอย่างไร มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ…
.
ที่มา https://www.billionmindset.com/case-study-from-restaurant-in-wuhan/?fbclid=IwAR1yNIbXK8jjQYDmPMJrycUNKXNJNnIEamRZRCVCFDaD8tA5D0qcgBjy4Qo
.

10
เคยเรียนในลักษณะนี้มาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว

พอมาอ่านเจอ ก็เลยอยากนำมาลงให้ทุกท่านได้อ่านกัน

อ่านแล้วคิดกันครับว่า ในอนาคต เราจะทำงานอย่างไร
.
.
.
.
.฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿
.
.
.
.
อีกสอง สามปี ข้างหน้า คน 4 ประเภท จะหางานทำยาก มากขึ้น หากไม่ปรับตัว
.
เตรียมพร้อมกันหรือยัง…? อีกสองถึงสามปี ข้างหน้าชัดเจน ขึ้นแน่นอน
.
ยุค 2 G ถือกำเนิดทำให้..โทรเลขเลิกใช้ถาวร
.
ต่อมา 3 G ถือกำเนิดทำให้..Email มาแทนที่จดหมาย โทรศัพท์บ้าน หดหาย

ปัจจุบัน 4 G ก่อให้เกิดอะไรใหม่ๆ มากขึ้นส่วนสิงเก่าๆ ก็ถูกลืมไว้ข้างหลัง
.

การดูวีดิโอผ่านออนไลน์ ทำให้ ทีวีหลายๆ ช่องปิดตัวลง
.
ค้าขายออนไลน์ ได้รับความนิยม แต่ห้างสรรพสินค้า กลับยอดขายตก
.
เร็วๆนี้ 5 G กำลังเกิดขึ้น
.

มาพร้อมกับ Block chain, Fintech , Digital Business , A I และจักรกล ที่มาแทนที่คน จักรกล และ ปัญญาประดิษฐ์
.
สิ่งเหล่านี้ จะเข้ามาแทนในสิ่งที่เรา คิดไม่ถึง มากอย่าง ไม่น่าเชื่อ และการที่ไม่เชื่อ ว่าจะมาแทนขนาดนั้น ก็เหมือนกับ ที่รุ่นพ่อแม่
.
เราไม่คิดว่าโลกทุก อย่างจะมารวม ในมือถือเ ครื่องเดียว ได้ขนาดนี้
.
คำกล่าวที่ว่า…ในอนาคตอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้างาน 50% ของมนุษย์ จะถูกแทนที่ ด้วยหุ่นยนต์ หรืออีกความหมายหนึ่ง ก็คือ
.
ใน 10 ปีต่อไป คนกว่าครึ่ง จะตกงาน เมื่อก่อน เราอาจนึกภาพไม่ออก แต่เมื่อนานวันเข้าเรื่องเหล่านี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
.
และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น เร็วกว่าที่คิด เพราะในช่วงปี สองปี ที่ผ่านมาเรา ต่างเห็นบริษัทต่างๆ ทยอยปลดพนักงาน ออกลดจำนวนพนักงาน
.
ลงเพื่อ ลดรายจ่ายไม่รับพนักงานใหม่ เพิ่มพนักงาน ที่ได้อยู่ต่อ ก็ต้องทำงาน หนักมากขึ้น
.
บางครั้งต้อง ทำงานแทน ตำแหน่งคนที่ออกไป ด้วยและบางบริษัทก็เริ่มแทนที่พนักงาน ด้วยเครื่องจักร
.
อย่าคิดว่า เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องไกลตัวเพราะ ในหลายๆประเทศ ที่พัฒนาแล้ว เริ่มทยอยปรับโครงสร้าง
.
องค์กรครั้งใหญ่ เมื่อทั้งโลกเริ่มขยับ ในไม่ช้าเราก็คงต้องปรับตัว ตามส่วนคนที่ไม่ปรับตัว ตามก็อาจถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง
.
.
.
คน 4 ประเภทที่จะตกงาน และอยู่ยาก ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
.
.
ประเภทที่ 1 คนที่ทำงาน แบบเดิมๆซ้ำๆ
.
พนักงาน ที่ต้องทำงานแบบเดิมซ้ำๆ เช่นแพคของประกอบชิ้นส่วน พนักงานต้อนรับ คนรับออเดอร์ เช็คคลังสินค้า เช็คสต๊อค
.
ของงานที่อาศัย แค่การจับวาง ให้เข้าที่งาน ที่ทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่ได้อาศัย การคิดวิเคราห์ หรือการตัดสินใจใดๆ
.
เรียกว่าทำงานด้านเดียว คล้ายๆ หุ่นยนต์จึงไม่แปลกเลย หากจะถูกแทน ที่ด้วยหุ่นยนต์จริงๆ
.
เพราะในมุมมอง ของนายจ้างหุ่นยนต์ ไม่ขาดลา มาสาย ไม่บ่น ไม่หยุดงานประท้วง ไม่เรียกร้องขึ้นเงินเดือน ไม่เรียกร้อง สวัสดิการเพิ่ม
.
.
.
ประเภทที่ 2 คนที่นอกเหนือจาก 8 ชั่วโมง ไม่เรียนรู้
.
มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ทำงานที่โกดังสินค้า เป็นงานง่ายๆ แค่เช็คจำนวนสินค้า ในคลังเป็นเหมือนงาน ที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
.
ในอนาคต แต่เมื่อทำงาน ปีแรกเขาก็ค้นพบ ว่ามีสินค้าบางชนิด ที่ถูกสต๊อคเอาไว้ ในคลังและ ถูกจัดส่ง เป็นจำนวนมาก
.
เขาไปค้นหา ข้อมูลต่อ และพบว่าสินค้าชนิดนี้ เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ด้วยความที่อยู่ ในวงการนี้ อยู่แล้ว
.
เขาเริ่ม เกิดไอเดีย…มองหาแหล่ง ผลิตที่ต้นทุนถูกได้ และเริ่มนำมาลง หน้าเว็ปเพื่อขายออนไลน์ ผ่านไป 3 ปีธุรกิจขยายตัว อย่างรวดเร็ว
.
ปีที่ 5 เขาก็เปิดบริษัท ของตัวเอง ตลอดระยะเวลาแห่งงาน เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขาไม่เคย หยุดทำก็คือ ใช้เวลานอกเหนือจาก 8 ชั่วโมง
.
ในการเรียนรู้ ยุคสมัยนี้ เป็นยุคแห่งการเรียนรู้ ความรู้เติบโต ขึ้นในอัตราที่ก้าวกระโดด ทุกคนมีอินเตอร์เน็ต
.
สามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แค่ปลายนิ้ว อยู่ที่ว่าคุณจะใช้โอกาส ที่มีไขว่คว้า หรือนั่งรอ วันถูกแทนที่
.
.
.
ประเภทที่ 3 คนที่ร่วมงานกับคนอื่นไม่เป็น
.
ถ้ามีโจทย์ว่า ปล่อยมนุษย์ 1 คนไว้ในป่า กับลิง 1 ตัวไว้ในป่า คุณคิดว่าใครจะเอา ตัวรอดในป่า ได้นานกว่ากัน แน่นอนต้องเป็นลิง
.
แต่ ถ้าเปลี่ยนโจทย์เป็น…ปล่อยมนุษย์ 10 คนไว้ในป่า กับลิง 10 ตัว ไว้ในป่า คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
.
เมื่อเวลาผ่านไป หลายร้อยปี มนุษย์ 10 คนสามารถสร้างสรรค์ อารยธรรม ให้เกิดขึ้นได้ แน่นอน
.
ทีนี้ เห็นภาพหรือยัง ทีมเวิร์คที่ดี นี่แหละ ที่ทำให้มนุษย์เหนือกว่า หุ่นยนต์ การร่วมมือกันการทำงาน เป็นทีม
.
และการ รู้จักปรับตัว ให้ทำงานร่วมกัน ได้เป็นทักษะ ที่ทำให้มนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิต ที่พัฒนา ไปได้ไกลกว่า สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ บนโลก
.
.
.
ประเภทที่ 4 คนที่ไม่เข้าใจ การลงทุนในตัวเอง
.
ถ้าเราเก็บเงินได้ 1 แสนต่อปีภายใน 10 ปีเก็บได้ 1 ล้านนี่คือเก่งหรอ ไม่ใช่ เพราะเมื่อคุณใช้เวลา 10 ปี
.
ถึงจะเก็บเงินได้ 1 ล้าน คนอื่นอาจจะใช้ เวลาแค่ปีเดียว ยิ่งคุณอายุยังน้อย ยิ่งต้องรู้จักการลงทุน เพราะมันจะเป็นเครื่องทุ่นแรง
.
ให้คุนไม่ต้องเหนื่อย ทำงาน ในอนาคต เมื่อคุณเริ่มลงทุน กับตัวเอง บางคน ออกเดินทางเที่ยวรอบโลก
.
“ไปเจอธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจใน ต่างประเทศ แต่ในบ้านเรา ยังไม่มีก็นำไอเดียกลับมาต่อ ยอดเป็นธุรกิจ ของตัวเอง
.
บางคน ”ไปเรียนคอส การขายเสริมหลัง เลิกงาน “ อาจไม่ได้รวย ในทันที แต่การได้ทำความรู้
.
จักคนมากมายก็นำพาโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตได้เหมือนกัน
.
บางคน..”ไปเข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย“ จนค้นพบช่องทางธุรกิจ เปิดยิมขายอาหารเสริม สำหรับคนรักสุขภาพ
.
หลายปีผ่านไป คุณจะพบว่าเงิน ที่คุณใช้ไป ทำให้คุณค่าของตัวเอง เพิ่มขึ้นคุณได้ คืนกลับมาหลายเท่า
.
จะเห็นว่า ตัวอย่างที่หยิบยกมานั้น ไม่ได้เจาะจง ถึงอาชีพใด เพราะทุกอาชีพล้วน มีโอกาสตกงานได้ทั้งนั้น
.
แต่ยกตัวอย่า งให้เห็นถึงทัศนะ คติที่จะเป็นสิ่งตัดสิน ว่าคุณจะถูกแทนที่หรือได้ไปต่อ
.
เมื่อก่อนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตอนนี้ ต้องเปลี่ยนเป็นปลาเร็วกินปลาช้า สิ่งใหม่ๆ ที่ปรากฏขึ้น
.
มักมาพร้อมกับโอกาส ทางธุรกิจ แต่เมื่อโอกาสผ่านไป คนที่ช้าก็จะไม่มีทางได้สัมผัส
.
ในยุคนี้ พวกเราต้องมีสัญชาตญาณ ของวิกฤตค้นหา และแก้ไข้ข้อบกพร่อง ของตัวเองอย่างทันท่วงที
.
เพื่อที่จะพัฒนาต่อไป ในทิศทางที่ดี ยิ่งขึ้นสิ่งใหม่ๆ ที่ปรากฏขึ้น มักมาพร้อมกับ โอกาสทางธุรกิจ
.
แต่เมื่อโอกาสผ่านไป คุณจะพบว่า คุณถูกคนอื่นๆ ทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว
.
เหมือนที่เราเริ่ม เห็นกันแล้ว ในทุกวันนี้ แท็กซี่ที่ไม่ซื่อสัตย์ จะถูก อูเบอร์ แย่งงาน
.
พนักงานที่ไม่ขยัน และไม่พัฒนาตัวเอง จะถูกหุ่นยนต์ เข้ามาแทนที่
.
เถ้าแก่ ที่ไม่ขยันจะถูกแย่งตลาด โดยคู่แข่งที่ขยัน และเก่งกว่า
.
แหล่งที่มา : bitcoretech
.
ที่มา stand-smiling.com/อีกสอง-สามปี-ข้างหน้า-คน-4
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 696

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham