Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 691
1
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / Re: กรรม
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:25:51 PM »
สวัสดียามเย็น วันพุธสุขใจ
.
พอมาถึงบ้าน ผมคิดถึงคำสอนของหลวงพ่อสนอง (วัดนครไทยวราราม จ.พิษณุโลก)
.
ผมเคยถามหลวงพ่อฯ แล้วหลวงพ่อท่านตอบมาให้ผมทราบ ก็เลยจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
.
จะได้เป็นอุทาหรณ์ในการเตือนใจของท่านผู้อ่าน
.
ผมจะยกตัวอย่างโดยเล่าเป็นเรื่องให้ฟัง
.
ว่ากันต่อเลยครับ
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ได้มีเจตนาฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง และการกระทำนั้น เป็นการฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จนเสียชีวิต
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องรับผลที่ได้กระทำลงไป 2 เรื่อง
.
1.ได้รับผลกรรม ทางกฎหมาย ซึ่งโทษอาจจะเป็นโทษจำคุก หรือ ประหารชีวิต
.
2.ผลกรรมตามกฎแห่งกรรม แบ่งได้เป็น 2 เรื่อง
.
2.1 กรรมที่เป็นผลจากกรรมผูกพันธ์กันมา นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง เคยผลักกันฆ่า กันมา หลายภพ หลายชาติ
.
2.2 กรรมที่เป็นกรรมในการฆ่าสัตว์(คน)
.
ผลที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้รับผลตามข้อที่ 1 ผมขอพูดนิดเดียวก็คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย (ตำรวจ , ทนาย , อัยการ และ ผู้พิพากษา) ถึงแม้จะปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย แต่หากผิดหลักกฎแห่งกรรม ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายทุกคน ต้องไปรับผลแห่งกรรมที่ตนเองได้กระทำแน่นอน
.
เรามาว่ากันในข้อที่ 2 กัน
.
ในข้อที่ 2.1 ในกรณีที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไม่อโหสิกรรมให้ ในชาติต่อไป นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะกลับมาฆ่านายหนุ่ม เหลือน้อย และนายหนุ่ม เหลือน้อย ไม่อโหสิกรรมให้ เรื่องนี้จะวนเวียนไปไม่มีวันสิ้นสุด
.
ข้อที่ 2.2 เป็นจุดสำคัญที่อยากจะบอก ก็คือ ถึงแม้ว่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง อโหสิกรรมกับนายหนุ่ม เหลือน้อย (ที่ได้ฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง) กรรมที่มีกันระหว้าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จบกันลงไป
.
ถึงแม้ว่า กรรมระหว่าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะจบกันไปแล้ว แต่กรรมที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้ฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ยังไม่จบ นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องไปรับผลกรรมที่ฆ่า นายโบ๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง แน่นอน และไม่ทราบว่า ผลกรรมที่ได้รับ ได้รับเป็นอย่างไร จนปัญญา ครับ
.
อยากจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อเตือนสติในการใช้ชีวิต ให้ดำเนินการไปอย่างถูกตามทำนองคลองธรรม และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสนอง วัดนครไทยวราราม ครับ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#เพียงแค่คิดไม่ดีก็ผิดแล้วตามหลักธรรม
.
#หลวงพ่อสนองอตฺตทโม
#วัดนครไทยวราราม
#นายหนุ่มเหลือน้อย
#นายโน๊ตตี้ลูกพี่โบ๊ตซัง

2
สวัสดียามเย็น วันพุธสุขใจ
.
พอมาถึงบ้าน  ผมคิดถึงคำสอนของหลวงพ่อสนอง (วัดนครไทยวราราม จ.พิษณุโลก)
.
ผมเคยถามหลวงพ่อฯ แล้วหลวงพ่อท่านตอบมาให้ผมทราบ  ก็เลยจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
.
จะได้เป็นอุทาหรณ์ในการเตือนใจของท่านผู้อ่าน
.
ผมจะยกตัวอย่างโดยเล่าเป็นเรื่องให้ฟัง
.
ว่ากันต่อเลยครับ
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย  ได้มีเจตนาฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง  และการกระทำนั้น เป็นการฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จนเสียชีวิต
.
นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องรับผลที่ได้กระทำลงไป 2 เรื่อง
.
1.ได้รับผลกรรม ทางกฎหมาย ซึ่งโทษอาจจะเป็นโทษจำคุก หรือ ประหารชีวิต
.
2.ผลกรรมตามกฎแห่งกรรม  แบ่งได้เป็น 2 เรื่อง
.
2.1 กรรมที่เป็นผลจากกรรมผูกพันธ์กันมา นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง เคยผลักกันฆ่า กันมา หลายภพ หลายชาติ
.
2.2 กรรมที่เป็นกรรมในการฆ่าสัตว์(คน)
.
ผลที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้รับผลตามข้อที่ 1 ผมขอพูดนิดเดียวก็คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย (ตำรวจ , ทนาย , อัยการ และ ผู้พิพากษา)  ถึงแม้จะปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย แต่หากผิดหลักกฎแห่งกรรม ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายทุกคน ต้องไปรับผลแห่งกรรมที่ตนเองได้กระทำแน่นอน
.
เรามาว่ากันในข้อที่ 2 กัน
.
ในข้อที่ 2.1 ในกรณีที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไม่อโหสิกรรมให้  ในชาติต่อไป นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะกลับมาฆ่านายหนุ่ม เหลือน้อย  และนายหนุ่ม เหลือน้อย ไม่อโหสิกรรมให้  เรื่องนี้จะวนเวียนไปไม่มีวันสิ้นสุด
.
ข้อที่ 2.2 เป็นจุดสำคัญที่อยากจะบอก  ก็คือ  ถึงแม้ว่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง อโหสิกรรมกับนายหนุ่ม เหลือน้อย (ที่ได้ฆ่านายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง)   กรรมที่มีกันระหว้าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จบกันลงไป
.
ถึงแม้ว่า กรรมระหว่าง นายหนุ่ม เหลือน้อย กับ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะจบกันไปแล้ว  แต่กรรมที่นายหนุ่ม เหลือน้อย ที่ได้ฆ่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ยังไม่จบ  นายหนุ่ม เหลือน้อย ต้องไปรับผลกรรมที่ฆ่า นายโบ๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง แน่นอน และไม่ทราบว่า ผลกรรมที่ได้รับ  ได้รับเป็นอย่างไร  จนปัญญา ครับ
.
อยากจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อเตือนสติในการใช้ชีวิต ให้ดำเนินการไปอย่างถูกตามทำนองคลองธรรม และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสนอง วัดนครไทยวราราม ครับ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#เพียงแค่คิดไม่ดีก็ผิดแล้วตามหลักธรรม
.
#หลวงพ่อสนองอตฺตทโม
#วัดนครไทยวราราม
#นายหนุ่มเหลือน้อย
#นายโน๊ตตี้ลูกพี่โบ๊ตซัง

3
อย่าริคิดเป็นหัวหน้า “แจ๊ค หม่า” เผย เพราะว่าชีวิตจะไม่มีความสุข
.
ถือเป็นอีกหนึ่งบทความสร้างแรงบรรดาลใจและให้แง่คิดกับตัวเอง และเชื่อได้ว่าหลายๆคนคงจะคุ้นหน้าคุณตา และคุณชื่อกับชายที่มีนามว่า “แจ๊ค หม่า” เป็นอย่างดี เพราะเขาได้เป็นมหาเศรษฐี ระดับโลก ในหลายๆครั้งแจ๊ค หม่า ได้ถูกเชิญให้เดินทางไปตามประเทศต่างๆ เพื่อไปพูดคุยทางด้านการค้าการลงทุน รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจให้ผู้คนมากมายได้ฟัง และนำไปปรับใช้ให้ได้เกิดประโยชน์มากที่สุด
.
แจ๊ค หม่า ในครั้งหนึ่งได้ให้บรรยายเกี่ยวกับในเรื่องของการ เป็นผู้นำหรือการเป็นหัวหน้า ว่าการเป็นผู้นำและการเป็นหัวหน้านั้นแท้จริงแล้วควรมีบุคลิกและบทบาทหน้าที่ที่สำคัญอย่างไร มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง คุณเหมาะสมที่จะเป็นหรือไม่
.
1. คุณต้องมีความรัก
.
การเป็นหัวหน้าควรมี 3 สิ่งด้วยกันประกอบด้วย IQ EQ และ LQ เชื่อว่า ณ ที่นี้คงรู้จัก IQ กับ EQ เป็นอย่างดี
.
ส่วน LQ นั้นคือ “ความรัก” การที่เราเป็นหัวหน้าคนนั้น คุณจะต้องมีความรักให้กับลูกทีมให้กับพนักงานของคุณ พร้อมที่จะทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์มากที่สุด เพราะพวกเขาเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นการที่มีความรักเป็นสิ่งที่สำคัญ
.
ในหลายๆครั้งหัวหน้ามักไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากคนภายในทีม เนื่องจากขาดความรักความใส่ใจและความเข้าใจ จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จและความราบรื่นก็เป็นไปได้ยาก
.
2. การเป็นผู้นำไม่ได้สนุกอย่างที่คิด
.
แจ๊ค หม่า มีพนักงานในบริษัทนับหมื่นๆ คน แม้ว่าเขาจะมีการบริหารที่ดูเหมือนง่ายในสายตาคนทั่วไป แต่ชีวิตของเขาไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด จนมีประโยคเด็ดออกมาว่า “หากอยากมีชีวิตที่มีความสุข อย่าริคิดเป็นหัวหน้า
.
เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความกดดัน หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา คุณต้องรีบแก้ไขโดยทันทีแม้ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ก็ตาม”
.
3. คุณต้องคอยผลักดันผู้คน
.
เมื่อถึงเวลาที่ต้องแก้ปัญหาที่มีความยากลำบาก แจ๊ค หม่า มีคำแนะนำ ให้กำลังใจว่า “แม้วันนี้มันจะแย่ และพรุ่งนี้จะยิ่งแย่ลงไปอีก แต่วันข้างหน้ามันจะกลายเป็นสิ่งสวยงาม ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นจากวันเวลาที่ผ่านมา
.
และที่สำคัญการเป็นผู้นำ คุณต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอัน เ ล ว ร้ า ย ไปได้ โดยการไม่ยึดติด ทำให้รู้ว่าพรุ่งนี้ก็สามารถทำให้เป็นวันที่ดีสำหรับเราได้”
.
การเป็นหัวหน้าคนไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ใช่แค่เดินไปวันๆชี้นิ้วสั่งลูกน้องไปวันๆ แต่คุณต้องมีความรู้และความสามารถ มีความใส่ใจกับลูกทีมของคุณทุกคน เพื่อที่จะให้งานของคุณนั้นทำงานให้เกิดผลประโยชน์และประสิทธิภาพมากที่สุด
.
http://ruangjringwannee.net/archives/19507
.

4
ช่วงหน้าร้อน ระมัดระวังสุขภาพกันด้วย
#กินร้อน #ช้อนกลาง #ล้างมือ
#กินร้อนช้อนกลางล้างมือ
.
.****************************
.
กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ป้องกัน 5 โรค ฤดูแล้ง
.
โดย Prawpan Suriwong|วันที่ 21 มกราคม 2559
.
แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กรุงเทพมหานครห่วงใยสุขภาพอนามัยของประชาชน แจ้งเตือนระมัดระวังสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก 0-4 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง
.
แนะนำประชาชนป้องกันโรคโดยยึดหลักปฏิบัติ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ปราศจากโรค" ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อน รับประทานอาหาร ก่อนเตรียมอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง กินอาหารที่ปรุงสุกสะอาดใหม่ และอุ่นอาหารให้ร้อนก่อน รับประทาน ดื่มน้ำสะอาดและเลือกซื้อน้ำแข็งที่สะอาด รวมถึง กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลให้ถูกต้องในที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรค
.
โดยกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย แนะนำข้อมูล 5 โรคติดต่อที่มากับภัยแล้ง ได้แก่
.
1.โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ผู้ป่วยอาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย
.
2.โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจาก รับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อโรค มักพบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารกระป๋อง อาหารทะเล น้ำนมที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารที่ทำล่วงหน้าไว้นานและไม่ได้อุ่นร้อนก่อน ผู้ป่วยจะมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย
.
3.โรคอหิวาตกโรค เกิดจากรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้ออหิวาตกโรคปนเปื้อน ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเป็น น้ำซาวข้าวไม่มีอาการปวดท้อง อาเจียน หากเสียน้ำมากอาจหมดสติและเสียชีวิตได้
.
4.โรคบิด เกิดจากรับประทานอาหาร ผักดิบ หรือน้ำที่มีเชื้อบิดปนเปื้อน
.
5.โรคไข้ รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์ เกิดจาก รับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน เชื้อไทฟอยด์จากอุจจาระหรือปัสสาวะของ ผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะ ผู้ป่วยหรือพาหะควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหารให้ผู้อื่นรับประทานอาจทำให้เกิดการระบาดได้ ซึ่งหากพบผู้ป่วย กองควบคุมโรคจะส่งทีมสอบสวนไปหาต้นตอของอาการป่วย หากพบว่าเป็นสถานที่ใดก็จะเร่งทำความสะอาดแก้ไขปรับปรุง ซึ่งหากร้านค้าใด ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบความสะอาดและสารปนเปื้อน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่าง เคร่งครัดต่อไป
.
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์ว่าในปี 2559 อหิวาตกโรค จะเป็นโรคที่ยังพบผู้ป่วยต่อเนื่องโดยแบ่งความเสี่ยงเป็น 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ 1.จังหวัดที่พบการเกิดโรค ต่อเนื่อง คือ สงขลา ตาก และระยอง 2.จังหวัดเสี่ยงสูง คือ จังหวัดชายแดนไทย-ตอนกลางและตอนล่างของพม่า, จังหวัดชายฝั่งทะเล และจังหวัดใหญ่ที่ เป็นจุดกระจายอาหารทะเล และ 3.จังหวัด อื่นๆ ที่อาจเกิดโรคได้หากประชาชน ยังรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยใน ปี 2558 พบผู้ป่วยอหิวาตกโรค 166 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยพบผู้ป่วยใน 13 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลและ จังหวัดชายแดน
.
ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.thaihealth.or.th/…/30519-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%…
.
.*******************************
.
“กินร้อน...ช้อนกลาง...ล้างมือ” ป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ
.
อาหารและน้ำเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง หากรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีเข้าไป ก็จะทำให้เป็นโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ เช่น อุจจาระร่วงเฉียบพลัน อหิวาตกโรค บิด ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบเอ เป็นต้น

การป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ก็คือการมีพฤติกรรมในการบริโภคที่ถูกต้อง คือ “กินร้อน...ช้อนกลาง...ล้างมือ”
.
“กินร้อน...กินอย่างไร”
.
1) กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่
กินอาหารทันทีหลังจากปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน
.
2) ปรุงอาหารด้วยความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึง
อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ต้องใช้ความร้อนเพื่อทำให้อาหารสุกทั่วถึงทุกส่วน ไม่ปรุงอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ
.
3) เก็บอาหารปรุงสุกอย่างเหมาะสม
อาหารที่เหลือจากการกิน เก็บไว้นานเกินกว่า 4 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนอย่างทั่วถึงก่อนนำมากินอีกครั้ง
“ช้อนกลาง...สำคัญอย่างไร”
.
ช้อนกลาง เป็นช้อนที่มีไว้ในสำรับกับข้าว เพื่อใช้ตักแบ่งอาหารมาใส่จานของผู้กิน โดยอาจเป็นอุปกรณ์อื่นที่เหมาะสมกับประเภทของอาหารนั้นๆ ก็ได้ เช่น ส้อม ที่คีบ ซึ่งต้องมีการจัดวางไว้ในจานของอาหารทุกจาน
.
ช้อนกลาง ช่วยป้องกันโรคที่ติดต่อผ่านทางน้ำลาย ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ คางทูม วัณโรค โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบ ไม่ให้แพร่กระจายระหว่างบุคคลได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันน้ำลายของผู้กินไม่ให้ลงไปปนเปื้อนอาหารทำให้บูดเสียง่ายอีกด้วย ทั้งยังเป็นการสร้างพฤติกรรมอนามัยที่ถูกต้องให้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการกินอาหารร่วมกัน
.
“ล้างมือ...ทำไมต้องล้างมือ”
.
มือ เป็นอวัยวะที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เรามีโอกาสที่จะใช้มือสัมผัสสิ่งของรอบๆ ตัว ที่อาจปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า โทรศัพท์ ราวบันได ซึ่งจะทำให้มือสกปรก และได้รับเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ โดยเชื้อจะเข้าทางเยื่อบุจมูก ตาและปาก
.
ฉะนั้น จึงต้องดูแลมือให้สะอาด เพื่อไม่ให้มือเป็นสื่อนำเชื้อโรค โดยการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง
.
ก่อนรับประทานอาหาร
ก่อนและหลังการเตรียมปรุงอาหาร
หลังเข้าห้องส้วม
หลังสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น หลังการไอ จาม สั่งน้ำมูก จับต้องขยะ
หลังการสัมผัสสัตว์ทุกชนิด
.
การล้างมือให้สะอาด ต้องล้างด้วยน้ำและสบู่ โดยวิธีการ 7 ขั้นตอน ทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง คือ
.
1. ฝ่ามือถูกัน
.
2. ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว
.
3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว
.
4. หลังนิ้วถูฝ่ามือ
.
5. ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ
.
6. ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ
.
7. ถูรอบข้อมือ
.

นอกจากการมีพฤติกรรมในการบริโภคที่ถูกต้องแล้ว ควรมีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้อง (ส้วม ขยะ สัตว์แมลงนำโรค) ร่วมด้วย ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อได้อย่างยั่งยืน
.
วัน/เดือน/ปี : 16 ก.พ. 2560
.
เจ้าของข้อมูล : สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย
.
หน่วยงาน : กรมอนามัย
.
ประเภท : ความรู้สุขภาพ
.
หมวด : การป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพ
.
http://healthydee.moph.go.th/blog?HTID=48
.

5
สวัสดีปีใหม่(ไทย) สุขสันต์วันพญาวัน
ไม่มีทุกข์ ไม่มีโศก ไม่มีโรค ไม่มีภัย
เงินทองเหลือใช้ ร่างกายแข็งแรง
กันทุกท่าน
Sithiphong

6
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า LTF ไม่ต่ออายุหลังสิ้นปีนี้?
.
ป็นประเด็นมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับที่ออกข่าวแย้มๆ มาว่า สรรพากรจะไม่ต่อสิทธิลดหย่อนภาษีจากการซื้อกองทุนรวม LTF แล้วหลังปี 2562 (2019) หรือปีนี้
.
ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อยังยืนยันเช่นเดิม ก็จะแปลว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เราจะใช้สิทธิซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนนะครับ คราวนี้ มันมีหลายประเด็นที่เราในฐานะผู้เสียภาษีอาจสงสัยและเกิดตั้งคำถามขึ้นมา ผมลองรวบรวมคำถาม และตอบเป็นข้อๆ ให้หายสงสัยตามนี้ก็แล้วกัน
.
1.ถ้าไม่ต่ออายุ LTF เงินที่ครบเงื่อนไข ควรขายหรือย้ายกองออกไปไหม?   
.
อันนี้แล้วแต่วัตถุประสงค์ของเงินลงทุนของเราเอง ผมเห็นหลายกรณี นักลงทุนที่ลงทุนใน LTF แล้วครบกำหนด เขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรต่อ และพึงพอใจกับผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วงที่ผ่านมา ก็ถือต่อไป และให้ผู้จัดการกองทุนบริหารต่อ หากยังทำได้ดี เราก็ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่ม ดีกว่าไถ่ถอนออกมาแล้วเอาไปฝากประจำ หรือ ออมทรัพย์เอาผลตอบแทนต่ำติดดินครับ
.
แต่ถ้าจะโยกเงินออกมา สิ่งที่ต้องคิดคือ เรามีสินทรัพย์เป้าหมายที่จะลงทุนแล้วหรือยัง เปรียบเทียบแล้ว จะให้ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยงหรือเปล่า และอย่าลืมว่า การเข้าออกกองทุนมันมีค่าธรรมเนียม ซึ่งคุณคงต้องเอาส่วนนี้มาพิจารณาประกอบด้วย
.
2. เม็ดเงิน LTF ที่ถอนออกไป จะทำให้ตลาดหุ้นตกรึเปล่า?
.
หลายคนเชื่อว่า พอไม่ต่ออายุ LTF ก็แปลว่า เม็ดเงินในกองทุน LTF จะค่อยๆ ลดลง เพราะนักลงทุนทยอยไถ่ถอนออกไปเรื่อยๆ คำถามคือ มันจะถึงขั้นถอนกันจนตลาดหุ้นตกตามแรงขายไหม คำตอบคือ เม็ดเงินลงทุนใน LTF ทั้งหมด คิดเป็นเพียงแค่ประมาณ 4 % ของ Market Cap ของตลาดหุ้นไทย และเงื่อนไขการไถ่ถอน นักลงทุนไม่สามารถไถ่ถอนได้ทั้งหมดในปีเดียวอยู่แล้ว เพราะติดเงื่อนไขถือครองให้ครบ 7 ปีปฏิทิน
.
ซึ่งก็หมายความว่า เม็ดเงินลงทุนใน LTF จะค่อยๆ ถูกทยอยขายออกมาในอีก 6-7 ปีข้างหน้า (หากทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องขายออก) แต่มุมมองส่วนตัวผมก็เชื่อว่า มีนักลงทุนจำนวนหนึ่งที่จะไม่ขายออกมา และถือเงินลงทุนก้อนนั้นต่อไป ทำให้เชื่อว่าไม่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยเลยครับ ตรงนี้ขอให้สบายใจได้ระดับหนึ่ง
.
3. กองทุนจะติดลบไหม  ถ้าไม่มีเงินใหม่เข้ามาใน LTF?
.
โดยปกติแล้ว ทีมบริหารกองทุน หรือ ผู้จัดการกองทุน แต่ละบลจ. จะมีการกำหนดกลยุทธ์และการลงทุนตามแต่ละโมเดลซึ่งเป็นไปได้นโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่ง LTF ของแต่ละบลจ. ส่วนใหญ่ เป็นหนึ่งในโมเดลการลงทุน ซึ่งมีกองทุนรวมปกติ ที่ไม่ใช่ LTF ที่ต้องบริหารจัดการต่ออยู่แล้ว ดังนั้น ในแง่การทำงานของผู้จัดการกองทุน จึงไม่ได้เกิดความยากมากขึ้น จากการที่ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาใหม่ใน LTF
.
และจากการศึกษาของทีม Finnomena Analytics เราพบว่า ผลการดำเนินงานกองทุนรวมที่ไม่มี Flow ไหลเข้าออกจำนวนมาก ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กองทุนรวมที่มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าออกในระยะสั้น อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งตีความได้ว่า กองทุนที่นักลงทุนทำการซื้อขายบ่อยๆ อาจทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องคำนึงถึงการบริหารสภาพคล่อง จนมีผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนบ้าง ซึ่งถ้าเชื่อในประเด็นนี้ ก็แปลว่า การไม่มีเงินใหม่เข้าลงทุนใน LTF อาจเป็นการดีต่อผลการดำเนินงานกองทุนด้วย
.
จะยกเว้นก็แต่ว่า ถ้าขนาดของกองทุน LTF นั้นๆ ที่เราลงทุนอยู่ มีขนาดเล็กมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการบริหารพอร์ตของผู้จัดการกองทุนให้ลดลง นักลงทุนจึงควรคิดทั้งสองมุม และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องด้วย
.
4. NAV จะลดลงเรื่อยๆ รึเปล่า?
.
นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดว่า เงินขายออกจากกองทุนเยอะๆ แล้วจะทำให้กองทุนมี NAV ที่ลดลง ยกตัวอย่างรูปด้านล่าง ซึ่งเป็นราคาต่อหน่วย และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน TMBCOF ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 3 เม.ย. 2562)
.
ดูรูป 4
.
จะเห็นว่า NAV ของกองทุน TMBCOF วิ่งขึ้นมาตามตลาดหุ้นจีนที่รีบาวน์ต่อเนื่องในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา แต่จะเห็นว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไม่ได้วิ่งขึ้นตาม NAV สาเหตุเป็นเพราะ ระหว่างที่ขึ้นมา มีนักลงทุนขายทำกำไรออกจากกองทุนรวมออกไปด้วย ซึ่งนี่ก็คือ หลักฐานว่า ถึงจะมีแรงขายออกจากกองทุนที่เราถือ มันก็ไม่ได้เกี่ยวว่าจะทำให้ NAV กองทุนลดลง
.
(การดูกราฟมูลค่าทรัพย์สินสุทธินี้ นักลงทุนสามารถเข้าไปดูได้ผ่าน Mobile Application ของ FINNOMENA นะครับ)
.
NAV จะลดลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนในเวลานั้นๆ มากกว่าว่าราคาสูงขึ้นหรือลดลงหรือเปล่านะครับ
.
5. กองทุนรวม LTF ที่มีอยู่ไว้แล้ว จะต้องถูกปิดลงไปด้วยหรือเปล่า?
.
กองทุนรวมนั้นๆ จะยังคงมีสถานะตามกฎหมายอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้สิทธิลดหย่อนแล้ว โดย บลจ. น่าจะเปลี่ยนนโยบายกองทุนให้เป็นกองทุนเปิดที่สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการเหมือนกองทุนรวมทั่วไป และนักลงทุนที่ใส่เงินใหม่เข้าไป ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีประจำปีอีกต่อไป
.
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มีเงื่อนไขครับ เพราะถ้ากองทุนมีขนาดเล็กลงมาก จนบลจ.นั้นๆ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่เก็บจากกองทุนอยู่ในระดับที่ไม่คุ้มทุน ทางบลจ. อาจมีการเสนอถือหน่วยเพื่อควบรวมกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนกัน ให้ได้ Economies of Scale หรืออาจเสนอผู้ลงทุนที่ครบเงื่อนไขระยะเวลาลงทุน ให้สับเปลี่ยนไปยังกองทุนที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และให้สิทธิลดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนในช่วงเวลานั้นๆ ก็ได้ครับ

6. ถ้าไม่ต่ออายุมาตรการส่งเสริม LTF เราสามารถขายได้ทุกก้อนที่ซื้อมาก่อนเลยไหม?
.
ใจเย็นๆ นะครับ การไม่ต่ออายุ LTF คือ การไม่ให้สิทธิกับเงินก้อนใหม่ที่จะเข้ามาลงทุน ไม่ได้หมายความว่า เงินก้อนเก่าๆ ที่ลงทุนมาแล้วจะไม่ได้สิทธิด้วย ดังนั้น เงินลงทุนก้อนที่เราซื้อก่อนปี 2562 เรายังจำเป็นต้องถือให้ครบตามเงื่อนไขเดิม คือ 7 ปีปฏิทิน ไม่เปลี่นแปลงไปจากนี้แต่อย่างใดครับ
.
ซึ่งถ้าดูจากเงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุนได้ ที่มีการปรับเปลี่ยนจาก 5 ปีปฏิทิน เป็น 7 ปีปฏิทินเมื่อปี 2559 ก็จะพบว่า ปี 2563 และปี 2564 กอง LTF จะไม่มีเงินถูกขายออกมา ทำให้ขนาดกองทุนจะไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และจะมีการขายอีกครั้งคือในปี 2565 ซึ่งมาจากยอดซื้อ LTF ในปี 2559 ที่ใช้เงื่อนไขใหม่ในการถือครองคือ 7 ปีปฏิทินนั่นเองครับ
.
7. ถ้าถือครบกำหนดขายคืนได้ แต่ตอนนั้น NAV ยังขาดทุน ควรทำอย่างไร?
.
ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนครับ เราคงต้องพิจารณาดูว่า ปัญหาขาดทุนที่เกิดขึ้น มาจากเงื่อนไขของตลาดหุ้นที่มันผันผวนเป็นขาลง หรือเกิดจากผลการดำเนินงานของกองทุนเองที่อาจจะไม่ดีเท่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดเผย Peer Performance เปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มไว้ให้เราได้ตรวจสอบทุกเดือน รวมถึงศึกษานโยบาย วิธีการลงทุนของกองทุนว่าถูกจริตนิสัยกับเราหรือเปล่า ถึงตอนนั้นค่อยมาพิจารณาอีกทีครับว่า จะถือไปก่อน หรือว่าจะขายดี
.
ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ความสามารถของกองทุน สามารถดูได้ใน Mobile Application ของ FINNOMENA ใน Function “Fund” และเลือกเมนูผลตอบแทน
.
ดูรูปที่ 7
.
กองทุนตัวอย่างคือ UOBLTF จะเห็นว่า มีการแสดงผลตอบแทนย้อนหลังขอกองทุน และค่า S.D. เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนประเภทเดียวกัน ซึ่งหากผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ก็แปลได้ว่า เป็นกองทุนที่ดีระดับหนึ่ง ในขณะเดียว ถ้าค่า S.D. ต่ำกว่าเฉลี่ยกลุ่ม ก็แปลว่า กองทุนมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งก็แปลว่า มีการบริหารความเสี่ยงดีเช่นกัน
.
และใน App FINNOMENA จะเห็นว่า มีการใส่ tag สีเขียว แบ่งเป็น 3 tag คือ ดีที่สุด, ดีมาก และ ดี ตรงนี้ จากกองทุนนั้นๆ ได้ tag ดีที่สุด จะแปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 1-5 ซึ่งแปลว่า ให้ค่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน ขณะที่ tag ดีมาก แปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5-25 และ tag ดี คือ อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ 25-50 ก็ถือว่าดีกว่ากองทุนประเภทเดียวกันกับกองทุนอื่นๆ อีกกว่าครึ่งที่มีขายอยู่ในตลาด ตรงนี้ ก็จะช่วยในการวิเคราะห์กองทุนได้เช่นเดียวกัน
.
สรุปจากทั้งหมดเลยก็คือ หาก LTF ไม่ต่ออายุจริงๆ ในแง่ของเงินลงทุนเก่า ไม่น่ามีผลกระทบอะไรกับนักลงทุนมาก และหากกระทบจริง เราก็เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วหลังจากอ่านบทความนี้ ส่วนทางสรรพากรจะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ เพื่อชดเชยการหายไปของ LTF หรือไม่นั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาทางเลือกต่างๆ ซึ่งหากได้เป็นรูปเป็นร่าง ก็จะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ
.
https://www.finnomena.com/mr-messenger/what-happened-if-ltf/?fbclid=IwAR1IKU-1wXoc7lZUXZ3c6uXvhXJtGyob5ESLiugJ55yrNFPvVmZqNgbsSAE
.

7
สวัสดีปีใหม่(ไทย) สุขสันต์วันเถลิงศก
ไม่มีทุกข์ ไม่มีโศก ไม่มีโรค ไม่มีภัย
เงินทองเหลือใช้ ร่างกายแข็งแรง
กันทุกท่าน
Sithiphong

8
สวัสดีวันปีใหม่

สุขสันต์วันครอบครัว ครับ

9
สวัสดีวันปีใหม่

สุขสันต์วันสงกรานต์ ครับ

10
วิธีเคลม เมื่อสายการบินทำกระเป๋าเดินทางบุบ แตก ล้อหลุด
By
spin9
-
Mar 21, 2019

.

เดินทางกันมามากๆ ก็ต้องเจอเข้าสักไฟลต์แหละครับ ที่พอเรารับกระเป๋าจากสายพาน แล้วพบว่ากระเป๋าเดินทางของเราสภาพไม่เหมือนเดิม บุบบ้าง แตกบ้าง หรือล้อหายไปข้างนึง ความจริงแล้วสายการบินรับประกันความเสียหายเหล่านี้นะครับ แต่เราต้องทำให้ถูกวิธี จึงจะสามารถเคลมได้ฟรี
.

สำรวจกระเป๋าเดินทางทุกครั้งที่รับจากสายพาน
นอกจากจำนวนกระเป๋าที่เราต้องสำรวจแล้ว ว่าได้รับกลับมาครบถ้วน อย่าลืมตรวจสอบสภาพกระเป๋าทุกครั้งครับ โดยเฉพาะเรื่องของการบุบ แตก ที่ลากกระเป๋า และ ล้อกระเป๋า ว่ายังสามารถใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่
.

หากใครใช้รถเข็นกระเป๋าของสนามบิน ให้หลีกเลี่ยงการยกกระเป๋าขึ้นรถเข็นกระเป๋าทันทีจากสายพานก่อนนะครับ ลองลากกระเป๋า หมุนดูรอบๆ ก่อนสักนิด ว่ากระเป๋าอยู่ในสภาพเดียวกับที่เราโหลดไป ค่อยลำเลียงขึ้นรถเข็นกระเป๋าครับ
.
แจ้งทันที ที่พบปัญหา *สำคัญมาก*
.
หลักการเคลมกระเป๋าเดินทางเมื่อพบความเสียหาย ต้อง”แจ้งทันที” เท่านั้นนะครับ ใกล้กับสายพานรับกระเป๋า จะมีเคาน์เตอร์บริการของสายการบินอยู่ (ถ้าหาไม่เจอ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ครับ ว่าสายการบินที่เราเดินทาง ต่องติดต่อที่เคาน์เตอร์ไหน บางครั้งจะเป็นเคาน์เตอร์ของสายการบินพันธมิตรกัน) ให้นำกระเป๋าที่เสียหายไปแจ้งต่อเคาน์เตอร์ทันทีที่พบปัญหาครับ อย่าเพิ่งนำกระเป๋าที่เสียหายกลับ โดยที่ไม่แจ้งนะครับ เพราะจะพลาดโอกาสการเคลมไปเลย
.
เหตุที่ต้องแจ้งทันที เพราะหากเรานำกระเป๋าที่แตก หัก เสียหาย ล้อหลุด กลับออกไป และคิดว่าจะนำกลับมาเคลมใหม่ในโอกาสหน้า มันจะไม่ใช่ความผิดของสายการบินแล้วครับ สายการบินจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้ทำความเสียหาย หรือหากเราเอากระเป๋าที่เสียหาย มาเช็คอินเพื่อโหลดกระเป๋าในการเดินทางครั้งถัดไป สายการบินจะทำการบันทึกความเสียหายของกระเป๋าใบนั้นไว้ตั้งแต่ตอนโหลด ทำให้เราไม่สามารถเคลมได้อีกแล้ว
.
วิธีการเคลม
.
เมื่อเราติดต่อกับเคาน์เตอร์บริการสายการบิน ว่ากระเป๋าเราเสียหายจากการเดินทางครั้งนั้น ทางเคาน์เตอร์จะขอแท็กกระเป๋าตัวจริงของเรา (ที่เราได้รับมาตอนที่เราเช็คอิน) เพื่อบันทึกเข้าระบบ และออกเอกสาร Damage Report มาให้เราครับ โดยมีการบันทึกลักษณะ สี ยี่ห้อกระเป๋า และรูปแบบความเสียหายเอาไว้อย่างครบถ้วน ถ้าเราได้เอกสารนี้แล้ว ก็เป็นอันสบายใจได้เลย ว่าสายการบินจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าของเรา
.
การซอ่มกระเป๋า สามารถทำได้หลายรูปแบบครับ ส่วนมากแล้ว สายการบินจะนัดเวลาเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามารับกระเป๋าของเราไปซ่อม และนำกลับมาคืนให้ หรือถ้าเราไม่สะดวก ก็สามารถเจรจาว่า เราจะหาร้านซ่อมกระเป๋าเอง และนำบิลค่าซ่อมมาเบิกก็ได้ทำได้เช่นกัน
.
หากกระเป๋ามีความเสียหายเกินกว่าที่ร้านจะซ่อมได้ (เช่นแตกทั้งใบ) ทางสายการบินก็จะมีตัวเลือกของการชดเชยกระเป๋าใบใหม่ให้ หรือชดเชยมาเป็นเงินครับ ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขและวงเงินรับประกันความเสียหายส่วนนี้อยู่ แต่ละสายการบินอาจจะมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เท่ากันครับ
.
เดินทางครั้งหน้า แล้วกระเป๋าพัง ไม่ต้องตกใจนะครับ โดยส่วนมากแล้ว สายการบินคุ้มครองในส่วนนี้ครับ
.
ขอให้สนุกกับการเดินทางทุกท่าน
.
บทความโดย:
อู๋ spin9
https://spin9.me/2019/03/21/how-to-claim-damaged-luggage/?fbclid=IwAR37mDBal9257-zK8lFnX6YCvP60kCY3arSYnkh1Vbt-pkCcx9LBcZD5NAE
.
.
-------------------
.
.
แนะวิธีคอมเพลนต่อโรงแรมและสายการบิน
.
เดินทางกันบ่อยๆ ก็ต้องมีบ้างแหละครับ ที่ต้องเจอกับการบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐานของบรรดาสายการบิน และโรงแรมต่างๆ บล็อกวันนี้ผมจะเขียนถึงวิธีคอมเพลน ที่จะเป็นประโยชน์ที่สุด เมื่อเราได้รับการบริการอย่างไม่เป็นธรรม ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือเกิดข้อผิดพลาดจากผู้ให้บริการ ซึ่งจะทำให้เราได้รับการชดเชยต่อเหตุการณ์นั้นค่อนข้างแน่นอน
.
ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนครับ ว่าบทความนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านไปหาช่องทางหรือหาเรื่องคอมเพลนนะครับ แต่เขียนขึ้นเพื่อเป็นคำแนะนำในการปฏิบัติเมื่อเราได้รับการบริการอย่างไม่เป็นธรรมเท่านั้น  และในบทความนี้ ผมจะขอเน้นเฉพาะกลุ่มสายการบิน กับโรงแรมนะครับ (หรือใครจะประยุกต์ไปหาผู้ให้บริการกลุ่มอื่นๆ ก็ไม่ว่ากัน)
.
อะไรคือการบริการไม่เป็นธรรม หรือต่ำกว่ามาตรฐาน?
.
ไม่มีผู้ให้บริการรายไหน ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน หรือโรงแรม ที่อยากจะโดนคอมเพลนหรอกครับ แต่ข้อผิดพลาดก็มักจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความประมาทเลินเล่อของพนักงาน, การจัดการที่ล่าช้า หรือ อาจจะเป็นระบบที่แย่เองก็เป็นได้ พอเกิดข้อผิดพลาด ก็จะส่งต่อประสบการณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นมาถึงลูกค้าแบบพวกเรา ซึ่งโดยส่วนมาก พวกเราก็อาจจะยอมๆ ปล่อยผ่านๆ ไปบ้าง เพราะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือไม่อยากจะไปถกเถียงอะไรด้วย หรือในบางกรณี เราก็อาจจะใช้อารมณ์ในการไปคอมเพลน ด่าทอ ต่อว่าพนักงาน เสียอารมณ์กันทุกฝ่าย โดยไม่ได้ทำให้เกิดการชดเชยอะไรขึ้นมาอย่างเป็นธรรมอยู่ดี
.
ตัวอย่างของการได้รับบริการอย่างไม่เป็นธรรม หรือต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น ก็อย่างเช่น
.

    อุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ครบตามที่โฆษณาไว้ หรืออุปกรณ์ชำรุด
    ห้องโรงแรมไม่สะอาด, ที่นั่งบนเครื่องบินไม่สะอาด (แบบต่ำกว่ามาตรฐานนะครับ ไม่ใช่แค่มีฝุ่นนิดหน่อย)
    มีเสียงดังรบกวนจากบรรยากาศภายนอก, จากห้องข้างเคียง จนไม่สามารถพักผ่อนได้
    สิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างของโรงแรมปิดปรับปรุง โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจอง
    ระบบเอนเตอร์เทนเม้นต์บนเครื่องบินเสีย ไม่สามารถรับชมได้เป็นระยะเวลานานกว่าครึ่งของเที่ยวบิน
    ถูก downgrade ไปยังชั้นโดยสารที่ต่ำกว่า หรือ ถูกเปลี่ยนห้องโรงแรมไปยัง type ที่ด้อยลงกว่าที่ทำจองมา
    พนักงานไม่สุภาพ

.
อันนี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้น แบบเล็กๆ น้อยๆ ที่ปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดกับใครก็ได้นะครับ หลายคนอาจปล่อยผ่าน หรือบางปัญหาก็อาจจะขอให้โรงแรม/สายการบินแก้ไขได้ทันท่วงที (ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนห้อง เปลี่ยนที่นั่ง หรืออัปเกรดไปยังห้องที่ดีกว่าเดิม อัปเกรดไปชั้นโดยสารที่สูงกว่าเดิม) แต่หากปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้ถูกแก้ไข หรือไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น ห้องเต็ม หรือพนักงานไม่ใส่ใจที่จะแก้ไข อันนี้ต้องมาดูต่อครับ ว่าเราควรจะต้องทำยังไง
.
โดยปกติแล้ว ถ้าเราไม่สามารถให้พนักงานหรือผู้จัดการแก้ไขปัญหา ณ ตอนนั้นได้ และเราต้องทนรับกับการไม่บริการที่ไม่เป็นธรรม หรือการบริการที่แย่ลงกว่าที่ควรจะเป็น ผู้ให้บริการทุกราย มักจะมีขั้นตอนของการรองรับกรณีพวกนี้อยู่แล้ว ผมแนะนำให้ทำตามขั้นตอนนี้ครับ
.

    เก็บหลักฐานของการได้รับบริการแย่ๆ เหล่านั้นไว้ เช่น ภาพถ่าย วันเวลาที่ได้รับ หลักฐานการจอง บอดดิ้งพาส หรือ ชื่อพนักงาน
    ส่งอีเมล ไปยังฝ่ายดูแลลูกค้าของสายการบิน หรือโรงแรมนั้นๆ ภายหลังจากการเข้ารับบริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งโดยปกติจะมีแบบฟอร์มให้กรอกอยู่ในหน้าเว็บของผู้ให้บริการ
    ระบบคอมเพลนพวกนี้ จะมีขั้นตอนของมันอยู่ครับ กรอกไป ก็จะมีตอบกลับมา ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายในกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน ตรงนี้ ต้องรอหน่อยครับ เพื่อให้ทางสายการบิน/โรงแรม ตอบกลับ และ เสนอการชดเชยมาให้
    ไม่โพสคอมเพลนดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้ความเสียหายเกิดเป็นวงกว้างขึ้น และทำให้การเจรจาชดเชยยากขึ้น เว้นเสียแต่ศูนย์บริการลูกค้าปฏิเสธที่จะดูแลอย่างเป็นธรรม

.
ตัวอย่างจริง (1)
.
เหตุการณ์: ผมกลับมาที่ห้องโรงแรมตอนเย็นแล้ว พบว่าพนักงานลืมทำความสะอาดห้องพัก เมื่อกดเรียก ก็ใช้เวลาอีกกว่า 2 ชั่วโมงจึงจะมีพนักงานมาทำความสะอาดให้ นอกจากนี้ ยังได้รับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องน้ำไม่ครบ ตอนกลางคืนกดเรียกไปทั้งหมด 4 ครั้ง ไม่มีคนรับสายทุกเบอร์ ทั้งๆ ที่เขียนไว้ว่ากดเรียกได้ 24/7
สถานที่เกิดเหตุ: โรงแรมแห่งหนึ่งในกลุ่ม Starwood
.
ผมส่งอีเมลอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากเชคเอ้าท์มาแล้ว และได้รับการติดต่อจากศูนย์บริการลูกค้าของ SPG (Starwood) เพื่อขออภัยและส่งเรื่องต่อไปยังผู้จัดการโรงแรมแห่งนั้น เพื่อเจรจาการชดเชยจากการบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยผู้จัดการเสนอชดเชยเป็นคะแนน Starpoints จำนวน 6,000 คะแนน จากข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้
.
ผมตอบกลับ ขอเจรจาได้รับคะแนน Starpoints จำนวน 12,000 คะแนน เพราะเป็นจำนวนคะแนนที่จะสามารถแลกห้องพักได้ฟรี 1 คืนในโรงแรมแบรนด์เดียวกับที่เข้าพัก เพื่อเป็นการชดเชย (และก็น่าจะดูสมเหตุสมผลกว่าการได้รับ 6,000 คะแนน ซึ่งเป็นเพียงแค่ครึ่งเดียวของคะแนนที่สามารถแลกห้องพัก 1 คืนได้)
.
ผู้จัดการตอบตกลง จบเคส ได้รับการชดเชยเป็นคะแนน Starpoints 12,000 คะแนน (ถ้าไม่ต่อรอง อาจะได้แค่ครึ่งเดียว)
.
ตัวอย่างจริง (2)
.
เหตุการณ์: ผมใช้บริการสายการบิน United ชั้นธุรกิจ และเกิดปัญหาขณะเครื่องบินขึ้น มีน้ำแอร์หยดลงมาที่ไหล่จากแผงแอร์ด้านบน เป็นจำนวนมาก (ชนิดที่เอาหนังสือพิมพ์มารอง ก็ถึงกับชุ่มไปทั้งเล่ม) แม้ว่าเมื่อเครื่องรักษาระดับได้แล้ว น้ำแอร์จะหยดน้อยลง แต่เจ้าหน้าที่สายการบิน United ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ผมได้ พูดจาไม่สุภาพ และบอกกับผมว่าจะให้ย้ายไปนั่ง Coach (Economy) ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่รับไม่ได้ ในเที่ยวบินที่ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง
.
ผมเจรจากับผู้จัดการเที่ยวบิน ได้รับโค้ดสำหรับคอมเพลนบนหน้าเว็บไซต์ของ United ซึ่งต้องนำโค้ดนี้ ไปกรอกและอธิบายเหตุการณ์ด้วยตัวเองอีกครั้ง จากนั้นจึงจะมีเจ้าหน้าที่ตอบกลับ ว่ากรณีดังกล่าว จะสามารถชดเชยเป็นอะไรให้เราได้บ้าง
.
จบเคส ได้รับการชดเชยเป็นเงินจำนวน $200 พร้อมเสนอว่าสามารถนำค่าซักรีดเสื้อผ้าในการเดินทางครั้งนั้นมาเบิกได้เพิ่มเติม (จริงๆ ผมถือว่าชดเชยน้อยมากครับในเคสนี้ ควรได้เยอะกว่านี้พอสมควร)
.
ตัวอย่างจริง (3)
.
เหตุการณ์: รับกระเป๋าที่สายพานสนามบินต่างประเทศแห่งหนึ่ง และพบว่ากระเป๋าถูกโยนจนเกิดความเสียหาย (ล้อเบี้ยวไปข้างนึง)
.
กรณีนี้เป็นกรณีที่หลายคนเข้าใจผิดและปฏิบัติผิดครับ หากเกิดเหตุการณ์กระเป๋าเสียหายจากการเดินทาง ต้องทำการเคลมทันที ที่สนามบินแห่งนั้น โดยให้ไปยังเคาน์เตอร์บริการของสายการบิน (มักจะอยู่ใกล้กับสายพานรับกระเป๋า) และแจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อขอรับเอกสาร Damage Report จากสายการบิน ณ สนามบินที่เกิดเหตุ จึงจะสามารถนำไปเคลมได้ ซึ่งหลักฐานที่ต้องใช้คือ บอดดิ้งพาส และแท็กกระเป๋าของไฟลต์นั้นๆ
.
หลักการของการเคลมกระเป๋าเสียหาย คือเมื่อเราได้รับเอกสาร Damage Report แล้ว สายการบินมักจะให้เราเอากระเป๋าไปหาร้านซ่อมเอง และนำใบเสร็จค่าซ่อมมาเบิกเป็นเงินคืนในภายหลังครับ แต่ก็จะมีกรณีที่สายการบินรับกระเป๋าไปซ่อมให้เช่นกัน อันนี้ต้องติดต่อกับแต่ละสายการบินเพื่อดูตามขั้นตอนอีกครั้ง
.
หากเราไม่ได้เคลมกระเป๋าในสนามบินที่เกิดเหตุ เช่นล้อหลุดไปข้างนึง แล้วปล่อยผ่านไป พอจะเดินทางอีกที ถ้านำกระเป๋าล้อหลุดใบนั้นไปเช็กอินเพื่อโหลดกระเป๋าอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จะระบุว่ากระเป๋าเสียหายตั้งแต่ก่อนโหลด ดังนั้น จะไปเคลมที่สนามบินปลายทางไม่ได้แล้วนะครับ อันนี้ต้องระวังให้ดี
.
จบเคส ซ่อมกระเป๋าฟรี
.
.
อันนี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ให้คุณผู้อ่านได้พอเห็นภาพครับ ว่าหากทำการขั้นตอนและหลักการในการคอมเพลน ก็จะได้รับการชดเชยกลับมาในระดับที่น่าจะพึงพอใจกันทุกฝ่าย โดยไม่เสียอารมณ์มากนัก และไม่มีความจำเป็นต้องไปด่าทอต่อว่าพนักงานในจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด เพราะหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ใช่ความผิดที่พนักงานคนใดคนนึง รวมถึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาด้วย
.
สายการบิน และโรงแรมส่วนมาก จะมีนโยบายในการชดเชยให้กับเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว โดยจะมีการชดเชยกลับมาในรูปแบบของเงินชดเชย, voucher, หรือคะแนนสะสม โดยให้เราระลึกไว้เสมอครับ ว่าเราสามารถต่อรองได้ หากคิดว่าตัวเลขนั้นยังไม่เหมาะสมเพียงพอ หรือหากทางโรงแรม/สายการบิน ไม่เสนอการชดเชยใดๆ มาให้ เราก็สามารถเรียกร้องตามสิทธิที่เหมาะสมได้ครับ เช่น ผมเคยส่งอีเมล แจ้งขอการชดเชยจากสายการบิน กรณีระบบ entertainment บนเครื่องบินพังตลอดทั้งไฟลต์ และได้รับการชดเชยมาเป็นไมล์สะสมจำนวน 5,000 ไมล์ ซึ่งผู้โดยสารนับร้อยคนในไฟลต์เดียวกันนั้น อาจจะมีคนขอชดเชยเพียงไม่กี่คนก็ได้ (ใครขอ ก็ได้ชดเชย ใครปล่อยผ่าน ก็เสียสิทธิ์ตรงนี้ไป)
.
ในทางกลับกัน ไม่ใช่แค่เรื่องคอมเพลนเท่านั้น แต่หากเราได้รับการบริการที่ประทับใจเป็นพิเศษ ก็อย่าลืมที่จะส่งต่อคำชมไปยังศูนย์บริการลูกค้าได้เช่นกันนะครับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อการทำงาน ทั้งของพนักงานคนนั้นๆ และขององค์กรโดยรวมครับ ผมมักจะส่งคำชมไปยังสายการบินและโรงแรม โดยระบุชื่อพนักงานที่ให้บริการอยู่เสมอ หากสามารถทำให้เราประทับใจในการรับบริการได้
.
พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ
.
บทความโดย:
อู๋ spin9
https://spin9.me/2018/03/18/how-to-complain-an-unfair-treatment/
.


หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 691

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham