Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 698
1
.
วันเทคโนโลยีของไทย
วันที่ 19 ตุลาคม
.
ฝนหลวง
.
โพสโดย Thin Thin Chinnapha
วันที่ 19 ตุลาคม 2563 เวลา 9.49 น.
.
โพสต์นี้จะว่าด้วยคำกล่าวหาที่ว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ “ก๊อป” ฝนเทียมนะครับ
.
“ฝนหลวง” คือกรรมวิธีในการทำให้ฝนตก
สิทธิบัตรคือ “กรรมวิธี” ไม่ได้บอกว่าเป็นผู้คิดค้น “ฝนเทียม” คนแรก
แปลสั้น ๆ คือโมเดลของพระองค์เพิ่มประสิทธิภาพครับ
.
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศมาขอศึกษาและนำไปใช้เพราะวิธีของพระองค์ท่านค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เช่น จอร์แดน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกา เป็นต้น
.
การพูดว่า “ก๊อป” คือคิดไปเองครับ
.
................
.
1. ต้องเล่าที่มาก่อนว่าผู้ที่คิดค้น “ฝนเทียม” คือ ฝรั่งสองคนที่ชื่อวินเซนต์ เชฟเฟอร์ และเออร์วิง ลองมัวร์ โดยเริ่มในปี ค.ศ.1946/2489
.
2. โดยพวกเขาเชื่อว่าสามารถกระตุ้นให้เกิดฝนได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พวกเขาเติม Silver Iodide แทนน้ำแข็งแห้งซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กทำให้เมฆเย็นเหนือจุดเยือกแข็งและโปรยอนุภาคนี้ลงมาจากเครื่องบินหรือปล่อยให้ลมหอบขึ้นไปซึ่งสารนี้ก็จะไปทำให้เกิดการควบแน่นขึ้นและหนักมากพอจนตกลงมาเป็นฝน
.
3. ซึ่งย่อยอย่างง่าย ๆ ก็คือเป็นการระหว่าง “ปล่อยให้ลมหอบไป” กับ “ลงไปปล่อยลงมา” ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้เข้มาเป็นกษัตริย์ในระบอบใหม่อย่างเต็มตัวและโตแล้ว ในระหว่างที่เสด็จเยือนที่ภาคอีสานตอนปี พ.ศ.2498 จึงเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ “ฝนตกลงสู่พื้นที่แห้งแล้ง” แต่ไม่ใช่นึกแล้วทำปุ๊บจดสิทธิบัตรปั๊บนะครับ เพราะการทดลองครั้งแรกของการทำ “ฝนหลวง” คือในปี พ.ศ.2512 โดยเริ่มที่นครราชสีมาโดยการโรยน้ำแข็งแห้งก็ปรากฏว่ามีฝนตก ต่อมาเปลี่ยนที่ทดลองไปที่ประจวบฯ
.
4. โดยการพ่นละอองน้ำพร่อมโปรยน้ำแข็งแห้งและใช้เครื่องบินอีกชุดพ่นจากพื้นดิน สังเกตนะครับว่าใช้วิธีแบบที่ผมกล่าวไปข้างบนตอนแรกร่วมกัน ต่อมาพระองค์ยังได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสูตรที่ใช้อีกหลายครั้งจนในปี พ.ศ. 2516 พระองค์ก็คิดค้นวิธีการทำ “แซนด์วิช” ได้สำเร็จ มันคือ คือ ก่อกวน เลี้ยงอ้วน และโจมตี เป็นสามขั้นตอนในการทำให้ฝนไปตกในพื้นที่เป้าหมายอย่างหวังผลแม่นยำ แต่อย่างไรก็ตามพระองค์มีพระราชกระแสต่อว่าจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปอีก เพราะการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด
.
5. ซึ่งตรงนี้ควรกล่าวด้วยว่าประเทศไทยเราโชคดีที่สภาพภูมิอากาศมีความชื้นสูงและจะกลายเป็นเหตุผลอีกอย่างที่ทำให้เกิดการจดสิทธิบัตรสำเร็จเพราะมันทำได้ผลกว่า
.
6. ต่อมาหลังจากใช้เวลาพัฒนากว่า 40 ปี ในปีพ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภาวะแล้งอย่างหนักพระองค์จึงกลับมาปัดฝุ่นเรื่อง “ฝนหลวง” อีกรอบโดยครั้งนี้ปรับปรุงจากการที่ ก่อกวน เลี้ยงอ้วน และโจมตีขึ้นมาอีกเป็น 6 ขั้นตอน คือเพิ่ม การเสริมโจมตี โจมตีแบบเมฆเย็น และโจมตีแบบซูเปอร์แซนด์วิช (ผมขอละเว้นเรื่องทางเทคนิคไว้นะครับ) ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือ Super Sandwich อันสุดท้ายนี่แหละครับ ซึ่งตรงนี้ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญไม่ใช่การโปรยสารอย่างเดียว
.
7. มันคือเทคนิคการโจมตีเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกันในกลุ่มเมฆเดียวกัน (เดิมทีทำกับเมฆอุ่นอย่างเดียว) หลังจาก “ฝนหลวง”ถูกใช้ช่วยภัยแล้งในปี พ.ศ. 2542 พระองค์จึงเห็นว่าการพัฒนามาเกือบ 50 ปี นี้เอาไปจดสิทธิบัตรดีกว่า ซึ่ง Super Sandwich คือสิ่งที่พระองค์คิดนะครับ ไม่ได้มีใครทำมาก่อนหน้า
.
8. ดังนั้นการยื่นจดสิทธิบัตรจึงเริ่มในช่วงนั้น และได้รับในปี พ.ศ.2545 ทีนี้แล้วทำไมถึงจดได้ในเมื่อมีคนทำมาก่อนนี่นา? คำตอบก็คือมันเป็น “กรรมวิธี” ครับ และกรรมวิธีนี้คือกรรมวิธีใหม่ ผมจะขอเล่าถึงกระบวนการจดสิทธิบัตรก่อน ในการจดสิทธิบัตรนั้นจะมีอยู่สามแบบ คือ ผลิตภันฑ์ (product) กรรมวิธี (process) และการทำให้อย่างใดอย่างหนึ่งดีขึ้น (improvement of known product or process) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น “สิทธิบัตร” และ “อนุสิทธิบัตร” แบบสิทธิบัตรมีเงื่อนไขคือต้องประดิษฐ์ขึ้นใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
.
9. และสามารถปรยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม ส่วนอนุสิทธิบัตรนั้นก็เหมือนกันแต่ตัดขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นออกไป สิ่งที่พระองค์คิดมาเป็น “กรรมวิธี” ซึ่งยื่นจดได้ โดยในตอนแรกพระองค์จดกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ต่อมาพระองค์ได้จดทะเบียในสหรัฐฯ ด้วย
.
10. หมายเลขการจัดสิทธิบัตรในไทยคือ 13898 การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) จดในสหรัฐฯ คือ Weather modification by royal rainmaking technology (รหัส US20050056705A1) และต่อมาสำนักสิทธิบัตรยุโรปก็ถวายสิทธิบัตรให้ (ไม่ได้ไปจดนะครับ ยุโรปถวายให้) รหัส EP1491088B1 เทคนิคของพระองค์ได้รับการเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับในหมู่นักวิทยาศาสตร์ องค์กรและสถาบันที่มีกิจกรรมการดัดแปรสภาพอากาศวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาทั้งในระดับนานาชาติและระดับโลก และร่วมจัดแสดงในงานนิทรรศการ Brussels Eureka 2001
.
11. การยื่นคำขอจดสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรทั้งใน และต่างประเทศดังกล่าวต่างมีขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบ และค้นหากับสำนักงานสิทธิบัตรทั่วโลกว่ามีการซ้ำซ้อนหรือมีการจดสิทธิบัตรมาก่อนหรือไม่ เป็นนวัตกรรมใหม่หรือเป็นแนวคิดใหม่หรือไม่
.
12. ฉะนั้นสิทธิบัตรที่ได้รับจากสำนักงานสิทธิบัตรต่างประเทศ จึงได้รับการกลั่นกรองและเผยแพร่สู่การรับรู้ของสำนักงานสิทธิบัตรทั่วโลกโดยปริยาย โดยเฉพาะประเทศสมาชิกขององค์กรการอุตุตนิยมวิทยาโลก 181 ประเทศ
.
13. สหรัฐฯ เองก็มีความสนใจในสิ่งที่พระองค์ทำนะครับ โดยกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ จัดทำรายงาน Thailand Applied Atmospheric Research Program ขึ้นมาศึกษาอย่างจริงและยังมีงานวิจัย เช่น Results of the Thailand Warm-Cloud Hygroscopic Particle Seeding Experiment ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เช่น Journal of Applied Meteorology and Climatology ซึ่งระบุว่า “ The evaluation of the Thailand warm-rain enhancement experiment has provided statistically significant evidence and supporting physical evidence that the seeding of warm convective clouds with calcium chloride particles produced more rain than was produced by their unseeded counterparts. An exploratory analysis of the time evolution of the seeding effects resulted in a significant revision to the seeding conceptual model.”
.
ที่มา Jitta O. Tunho
.


2
.
พุทธประวัติตอน ๑๔ ประวัติพระเทวทัต
.
ประวัติพระเทวทัต
.

สมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาเสด็จจาริกไปประทับ ณ เมืองโกสัมพี
ครั้งนั้น ลาภสักการะบังเกิดแก่พระองค์กับทั้งภิกษุสงฆ์สาวกเป็นอันมาก
คนทั้งหลายถือสักการะ มีจีวร บิณฑบาต เภสัช อัฎฐบาน เป็นต้น เข้ามาสู่วิหาร
ถวายแก่พระสงฆ์สาวกเป็นเนืองนิตย์
ส่วนมากทุก ๆ คนที่มา ย่อมถามถึงแต่พระอัครสาวกทั้งสอง
และพระสาวกองค์อื่น ๆ ว่า ท่านอยู่ ณ ที่ใด
แล้วพากันไปเคารพนบไหว้สักการะบูชา ไม่มีใครถามถึงพระเทวทัตแม้แต่ผู้เดียว . พระเทวทัตเกิดความโทมนัสน้อยใจ
ตามวิสัยของปุถุชนจำพวกที่มากด้วยความอิจฉา ฤษยา
คิดว่า เราเป็นกษัตริย์ศากยะราชสกุลเหมือนกัน
ออกบรรพชากับด้วยกษัตริย์ขัตติวงศ์นั้น ๆ แต่ไม่มีใครนับถือ ถามหา น่าน้อยใจ
เมื่อคิดดังนี้แล้ว ก็เกิดตัณหาในลาภสักการะ เข้าครอบงำจิต
คิดใคร่จะได้ลาภสักการะ สัมมานะ เคารพนับถือ
แล้วก็คิดต่อไปว่า เราจะทำบุคคลผู้ใดให้เลื่อมใส กราบไหว้บูชาดีหนอ
จึงจะบังเกิดลาภสักการะ ครั้นคิดต่อไปก็มองเห็นอุบายทันทีว่า
พระอชาตศัตรูราชกุมาร พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสารนั้น ยังทรงพระเยาว์
ยังไม่รอบรู้คุณและโทษแห่งบุคคลใด ๆ ควรจะไปคบหาด้วยพระราชกุมารนั้นเถิด
ลาภสักการะก็จะพลันบังเกิดเป็นอันมาก . ครั้นดำริดังนั้นแล้ว ก็หลีกจากเมืองโกสัมพีไปสู่เมืองราชคฤห์
แล้วนิรมิตกายเป็นกุมารน้อย เอาอสรพิษ ๔ ตัว ทำเป็นอาภรณ์ประดับมือและเท้า
ขดทำเป็นเทริดบนศรีรษะ ๑ ตัว ทำเป็นสังวาลย์พันกาย ๑ ตัว
สำแดงปาฎิหาริย์ปุถุชนฤทธิ์ของตนเหาะไปยังพระราชนิเวศน์
ลอยลงจากอากาศ ปรากฎกายอยู่เฉพาะหน้าพระอชาตศัตรูราชกุมาร
.
ครั้นพระราชกุมารตกพระทัยกลัว ก็ทูลว่า “อาตมา คือพระเทวทัต”
แล้วเจรจาเล้าโลมให้พระราชกุมารหายกลัว
สำแดงกายเป็นพระทรงไตรจีวรและบาตร ยืนอยู่ตรงพระพักตร์พระราชกุมาร
เมื่อพระราชกุมารเห็นปาฎิหาริย์เช่นนั้น ก็ทรงเลื่อมใส เคารพนับถือ
ถวายลาภสักการะบูชาเป็นอันมาก . ภายหลัง พระเทวทัตเกิดบาปจิตคิดใฝ่สูงด้วยอำนาจตัณหา
มานะครอบงำจิตคิดผิดไปว่า เราสมควรจะเป็นผู้ครองพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง
พอดำริดังนั้น ปุถุชนฤทธิ์ของตนก็เสื่อมสูญพร้อมกับจิตตุบาท
ครั้นคิดดังนั้นแล้ว ก็เดินทางมาเฝ้าพระพระบรมศาสดาซึ่งประทับอยู่ที่พระเวฬุวันวิหาร ณ เมืองราชคฤห์
ในเวลาที่พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมแก่มวลพุทธบริษัท
ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารมหาราชประทับเป็นประธานอยู่ เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว
พระเทวทัตได้กราบทูลว่า
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค บัดนี้พระองค์ทรงชราภาพแล้ว
จงเสวยทิฎฐธรรมสุขวิหารสำราญพระกมล
มีความขวนขวายน้อยเถิด ข้าพระองค์จะรับภาระธุระช่วยว่ากล่าวครอบครองภิกษุสงฆ์ทั้งปวง
ขอพระองค์จงมอบเวรพระภิกษุสงฆ์สาวกทั้งสิ้นให้แก่ข้าพระองค์เถิด
ข้าพระองค์จะได้ว่ากล่าวสั่งสอนแทนพระองค์สืบไป”
.
พระเทวทัตคิดการณ์ใหญ่ อยากเป็นประมุขสงฆ์
. ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสดับ จึงตรัสห้ามว่า “ไม่ควร”
ไม่ทรงอนุญาตให้เป็นไปตามความปรารถนาของพระเทวทัต ๆ ก็โทมนัส
ผูกอาฆาตในพระบรมศาสดา จำเดิมแต่นั้นมา
พระบรมศาสดาได้ทรงประกาศความประพฤติอันไม่ดีอันไม่งามของพระเทวทัต
ซึ่งเกิดขึ้นด้วยจิตลามกให้พระสงฆ์ทั้งหลายทราบ
เพื่อให้ภิกษุที่ยังเป็นปุถุชนอยู่ จะได้สังวรระวังจิตมิให้วิปริตไปตาม
. ต่อมาพระเทวทัตคิดการใหญ่ ปรารถนาจะทำอันตรายแก่พระผู้มีพระภาค
จึงเข้าไปเฝ้าพระอชาตศัตรูราชกุมาร แล้วด้วยอุบายทูลว่า
แต่ก่อนมนุษย์ทั้งหลายมีอายุยืน บัดนี้อายุของมนุษย์น้อยถอยลง
หากพระองค์สิ้นพระชนม์เสียก่อนพระราชบิดา
แต่เวลายังหนุ่มอยู่แล้ว ไฉนพระองค์จะได้รับราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์
เสวยพระราชสมบัติสมดังพระทัยที่ปรารถนาไว้เล่า
ฉะนั้น พระองค์จงปลงพระชนม์ชีพพระราชบิดา
จัดการสถาปนาพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ เสวยราชสมบัติเสียตั้งแต่บัดนี้เถิด
แม้อาตมาก็จะฆ่าพระสมณะโคดมเสีย
จะได้เป็นพระบรมศาสดา ปกครองพระสงฆ์ทั้งปวงเช่นเดียวกัน. . เมื่อพระอชาตศัตรูราชกุมาร ยังเยาว์พระวัย พระทัยเบา
หลงเชื่อถ้อยคำของพระเทวทัต จึงทำปิตุฆาต
ปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์พระเจ้าพิมพิสาร
พระชนกนาถ ให้อภิเษกพระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สำเร็จดังปราถนา .
พระเทวทัตลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าด้วยวิธีต่าง ๆ
.
พระเทวทัตได้พยายามทำร้ายพระบรมศาสดา
โดยคบคิดกับพระเจ้าอชาติศัตรูเป็นการใหญ่ ครั้งที่หนึ่ง
ได้ใช้ให้นายขมังธนูทั้งหลาย เข้าไปทำอันตรายยิงพระบรมศาสดา
แต่นายขมังธนูกลับมีจิตศรัทธา สดับพระธรรมเทศนา ให้บรรลุโสดาปัตติผลด้วยกันสิ้น.
.
ครั้งที่สอง พระเทวทัตลอบขึ้นไปบนภูเขาคิชฌกูฎ กลิ้งก้อนหินศิลาใหญ่ลงมาหวังจะให้ประหารพระบรมศาสดา
ขณะเสด็จขึ้น ถึงสะเก็ดศิลาได้กระทบพระบาทจนห้อพระโลหิต
นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นนาถะของโลก
เป็นพระบรมครูขอเทพยดาและมวลมนุษย์
ต้องประสบอันตรายถึงเสียพระโลหิตจากพระกาย เพราะพระเทวทัตกระทำอนันตริยกรรมพุทธโลหิตุบาท.
.
ครั้งที่สาม พระเทวทัตให้ปล่อยช้างนาฬาคีรี
ช้างพระที่นั่งกำลังซับมันดุร้าย
เพื่อให้ทำอันตรายพระชนม์ชีพพระบรมศาสดา
ในเวลาเสด็จออกบิณฑบาต แต่ช้างนาฬาคีรีก็ไม่ทำร้ายพระองค์
.
ครั้งนั้น พระอานนท์เถระเจ้า มากด้วยความกตัญญู สละชีวิตถวายเป็นพุทธบูชา
โดยกลัวว่าช้างนาฬาคีรีจะทำร้ายพระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงได้ออกไปยืนกั้นหน้าช้างนาฬาคีรีไว้ เพื่อให้ช้างทำลายชีวิตท่าน
ปรารถนาจะป้องกันพระบรมศาสดา
ในทันใดนั้น พระบรมศาสดาได้ทรงช้างนาฬาคีรีให้หมดพยศอันร้ายกาจ
หมอบยอบกายเข้าไปถวายบังคมพระบรมศาสดา
ฟังพระบรมศาสดาตรัสสอนแล้วเดินกลับเข้าสู่โรงช้าง ด้วยอาการอันสงบ
ปรากฎแก่มหาชนที่ประชุมกันดูอยู่เป็นอันมาก เป็นมหัศจรรย์
.
ครั้นพระผู้มีพระภาค พาพระสงฆ์เสด็จกลับยังพระเวฬุวันวิหาร
มหาชนก็พากันแซ่ซ้องร้องสาธุการ ติดตามไปยังพระเวฬุวันวิหาร
จัดมหาทานถวายครั้นเสร็จภัตตกิจแล้วพระบรมศาสดาได้ตรัสอนุปุพพิกกถาอนุโมทนา
เมื่อได้ทรงสดับคำพรรณนาถึงคุณของพระอานนท์เถระเจ้าที่ได้สละชีวิตออกไปยืนกั้นช้างนาฬาคีรี
สมเด็จพระชินสีห์ จึงประทานพระธรรมเทศนามหังสชาดก และจุลลหังสชาดก
ยกคุณของพระอานนท์เถระเจ้าที่ได้สละชีวิตถวายพระองค์แม้ในอดีตชาติ . แท้จริง การที่พระเทวทัตเกิดมีจิตบาปหยาบช้าลามก
ทำร้ายพระบรมศาสดามาก่อนนั้นก็ดี
แนะนำให้พระเจ้าอชาตศัตรู ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารก็ดี
มิสู้จะปรากฎแพร่หลายนัก
ต่อเมื่อปล่อยช้างนาฬาคีรี ให้ประทุษร้ายพระบรมศาสดาครั้งนั้นแล้ว
ความชั่วร้ายแต่หนหลังของพระเทวทัตก็ปรากฎทั่วไป
ชาวพระนครราชคฤห์พากันโพนทนากันโกลาหลว่า
พระเทวทัตคบคิดด้วยพระเจ้าอชาติศัตรูปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสาร
ทำร้ายพระสัมมาพุทธเจ้า ทำกรรมชั่วช้าลามกสิ้นดี . ครั้นพระเจ้าอชาติศัตรูได้ทรงสดับข่าวติฉินร้ายแรงเช่นนั้น ก็ละอายพระทัย
จึงเลิกโรงทานที่จัดอาหารบำรุงพระเทวทัตและศิษย์เสียสิ้น
ทั้งไม่เสด็จไปหาพระเทวทัตเหมือนแต่ก่อน
แม้ชาวเมืองทั้งหลายก็ไม่ศรัทธาเลื่อมใส ไม่พอใจให้การบำรุง
แม้พระเทวทัตไปสู่บ้านเรือนใด ๆ ก็ไม่มีใครต้อนรับ
เพียงแต่อาหารทัพพีหนึ่งก็ไม่ได้ พระเทวทัตได้เสื่อมเสียจากลาภสักการะทั้งปวง.
.
พระเทวทัตขอวัตถุ ๕ อย่าง (ที่เคร่งเกินพอดี)
.
ภายหลัง พระเทวทัตปรารถนาจะเลี้ยงชีพด้วยโกหัญญกรรม
การหลอกลวงสืบไป เพื่อจะเเสดงว่าตนเป็นผู้เคร่งครัด
ได้เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ทูลขอวัตถุ ๕ ประการ
เพื่อให้พระบรมศาสดาบัญญัติให้ภิกษุทั้งหลายปฎิบัติโดยเคร่งครัด คือ… .

    ให้อยู่ในเสนาสนะป่า เป็นวัตร
    ให้ถือบิณฑบาต เป็นวัตร
    ให้ทรงผ้าบังสุกุล เป็นวัตร
    ให้อยู่โคนไม้ เป็นวัตร
    ให้งดฉันมังสาหาร เป็นวัตร

. ในวัตถุทั้ง ๕ ภิกษุรูปใด จะปฎิบัติข้อใด ให้ถือข้อนั้นโดยเคร่งครัด
คือให้สมาทานเป็นวัตร ปฎิบัติโดยส่วนเดียว . พระบรมศาสดาไม่ทรงอนุญาต ตรัสว่า “ไม่ควร ควรให้ปฎิบัติได้ตามศรัทธา”
ด้วยทรงเห็นว่า ยากแก่การปฎิบัติ เป็นการเกินพอดีไม่เป็นทางสายกลางสำหรับบุคคลทั่วไป
พระเทวทัตโกรธแค้น ไม่สมประสงค์ กล่าวยกโทษพระบรมศาสดา ประกาศว่า
คำสอนของตนประเสริฐกว่า ทำให้ภิกษุที่บวชใหม่ มีปัญญาน้อยหลงเชื่อ ยอมทำตนเข้าเป็นสาวก
ครั้นพระเทวทัตได้ภิกษุยอมเข้าเป็นบริษัทของตนแล้ว
ก็พยายามทำสังฆเภท แยกจากพระบรมศาสดา . เมื่อพระบรมศาสดาทรงทราบ
ก็โปรดให้หาพระเทวทัตมาเฝ้า รับสั่งถาม พระเทวทัตก็ทูลตามความสัตย์
จึงทรงตรัสพระพุทธโอวาทห้ามปรามว่า
“ดูก่อนเทวทัต ท่านอย่าพึงทำเช่นนั้น อันสังฆเภทนี้เป็นครุกรรมใหญ่หลางนัก”
พระเทวทัตมิได้เอื้อเฟื้อในพระโอวาท ไปจากที่นั้น พบพระอานนท์ ในพระนครราชคฤห์
ได้บอกความประสงค์ของตนว่า
“ท่านอานนท์ จะเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าเลิกจากพระบรมศาสดา
ข้าพเจ้าเลิกจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง ข้าพเจ้าจะทำอุโบสถสังฆกรรมเป็นการภายในแต่พวกของเราเท่านั้น”
พระอานนท์ได้นำความนั้นมากราบทูลพระบรมศาสดา เมื่อทรงทราบแล้วก็บังเกิดธรรมสังเวช
ทรงพระดำริว่า
“พระเทวทัตจะกระทำอนันตริยกรรม อันจะนำตัวให้ไปทนทุกข์อยู่ในอเวจีมหานรก”
แล้วทรงอุทานว่า
“กรรมใดไม่ดีด้วย ไม่เป็นประโยชน์ด้วย กรรมนั้นทำได้ง่าย
ส่วนกรรมใดดีด้วย มีประโยชน์ด้วย กรรมนั้นทำได้ยากยิ่งนัก”
.
พระเทวทัตทำสังฆเภท (ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน)
. ในที่สุด พระเทวทัตก็ประชุมภิกษุ ส่วนมากเป็นชาววัชชี บวชใหม่ ในโรงอุโบสถ
ประกาศทำสังฆเภท จักระเภท แยกออกจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง
แล้วพาภิกษุเหล่านั้นไปยังตำบลคยาสีสะประเทศ . ครั้นพระบรมศาสดาได้ทรงทราบเหตุนั้นแล้ว
ทรงดำรัสให้พระสารีบุตรเถระและพระโมคคัลลานะเถระ
ไปนำภิกษุพวกนั้นกลับ อัครสาวกทั้งสองรับพระบัญชาแล้วไปที่คยาสีสะประเทศนั้น
แนะนำพร่ำสอนภิกษุเหล่านั้น ให้กลับใจ
ด้วยอำนาจเทศนาปาฎิหาริย์และอิทธิปาฎิหาริย์ต่างๆ ให้ภิกษุเหล่านั้นได้บรรลุอมตธรรม
แล้วพาภิกษุเหล่านั้นกลับมาเฝ้าพระบรมศาสดา
.
พระโกกาลิกะ ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ของพระเทวทัต มีความโกรธ
กล่าวโทษแก่พระเทวทัต ที่ไปคบค้าด้วยพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ
ให้พระอัครสาวกทั้งสองพาภิกษุทั้งหลายกลับไปหมดสิ้น
แล้วประหารพระเทวทัตที่ทรงอก ด้วยเท้าอย่างแรงด้วยกำลังโทสะ เป็นเหตุให้พระเทวทัตเจ็บปวดอย่างสาหัส ถึงอาเจียนเป็นโลหิต ได้รับทุกข์เวทนากล้า
.
พระเทวทัตอาพาธและสำนึกผิด
. เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จจากพระนครราชคฤห์
ไปประทับยังพระเชตวันวิหารพระนครสาวัตถีแล้ว
ต่อมาพระเทวทัตก็อาพาธหนักลง ไม่ทุเลาถึง ๙ เดือน
กลับหวลคิดถึงพระบรมศาสดา ใคร่จะเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
ด้วยแน่ใจในชีวิตสังขารของตนคงจะดับสูญในกาลไม่นานนั้นเป็นแน่แท้
จึงได้ขอร้องให้ภิกษุที่เป็นสาวกของตนให้ช่วยพาไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ภิกษุพวกนั้นกล่าวว่า
“ท่านอาจารย์เป็นเวรอยู่กับพระบรมศาสดาหนักนัก
ข้าพเจ้าทั้งหลาย หาอาจพาไปเฝ้าได้ไม่”
พระเทวทัตจึงกล่าวว่า
“ท่านทั้งปวงอย่าให้เราพินาศฉิบหายเสียเลย
แม้เราจะได้ทำเวรอาฆาตในพระผู้มีพระภาค แต่พระผู้มีพระภาคจะได้อาฆาตตอบเราแม้แต่น้อยหนึ่งก็มิได้มี
เราจะไปขมาโทษ ขอให้พระองค์อดโทษให้สิ้นโทษ
ด้วยน้ำพระทัยพระผู้มีพระภาคเปี่ยมด้วยพระกรุณา
ทรงพระการุญในพระเทวทัตก็ดี ในองคุลีมาลโจรก็ดี
ในช้างนาฬาคีรีก็ดี ในพระราหุลผู้เป็นพระโอรสก็ดี เสมอกัน”
เหตุนั้น พระเทวัตจึงขอร้อง วิงวอนแล้ว ๆ เล่า ๆ
ให้ภิกษุผู้เป็นศิษย์ ช่วยนำตัวไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
บรรดาภิกษุผู้เป็นศิษย์มีความสงสาร
จึงพร้อมกันยกพระเทวทัตขึ้นนอนบนเตียงแล้วช่วยกันหามมา
ตั้งแต่เมืองราชคฤห์ จนถึงเมืองสาวัตถี
.
ครั้นพระสงฆ์ทั้งหลายรู้ข่าว จึงเข้าไปกราบทูลพระบรมศาสดา
พระองค์ตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตได้ทำกรรมหนัก
ไม่อาจเห็นตถาคตในอัตตภาพนี้ได้เลย”
แม้ภิกษุทั้งหลายจะได้เข้ากราบทูลให้ทรงทราบเป็นระยะ ๆ หลายหน
 ถึงครั้งสุดท้าย พระเทวทัตได้ถูกหามมาใกล้พระเชตวันวิหารแล้ว
พระผู้มีพระภาค ก็ยังทรงรับสั่งเช่นเดิมอยู่อย่างนั้นอีกว่า
“ภิกษุทั้งหลาย แม้พระเทวทัต จะเข้ามาในพระเชตวัน
พระเทวทัตก็จะไม่ได้เห็นตถาคตเป็นแน่แท้” .
พระเทวทัตโดนแผ่นดินสูบในวาระสุดท้าย
.
เมื่ออันเตวสิกทั้งหลาย หามพระเทวทัตมาถึงสระโบกขรณี
ซึ่งอยู่นอกพระเชตวันวิหาร จึงวางเตียงลงในที่ใกล้สระ
แล้วก็ชวนลงอาบน้ำในสระนั้น ส่วนพระเทวทัตก็ลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียง
ห้อยเท้าทั้งสองถึงพื้นดิน ประสงค์จะเหยียบยันกายขึ้นบนพื้นปฐพี
ในขณะนั้น พื้นปฐพีก็แยกออกเป็นช่อง
สูบเอาเท้าทั้งสองของพระเทวทัตลงไปในแผ่นดินโดยลำดับ
พระเทวทัตได้จมหายไปในภาคพื้น ตราบเท่าถึงคอ และกระดูกคาง วางอยู่บนพื้นปฐพี . ในเวลานั้น พระเทวทัตได้กล่าวคาถาสรรเสริญบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
“พระผู้มีพระภาค เป็นอัครบุรุษ ยอดแห่งมนุษย์และเทพดาทั้งหลาย
พระองค์เป็นสารถีฝึกบุรุษอันประเสริฐ พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยบุญญลักษณ์ถึงร้อย
และบริบูรณ์ด้วยสมันตจักษุญาณ หาที่เปรียบมิได้ ข้าพระองค์
ขณะนี้ มีเพียงกระดูกคางและศรีษะ กับลมหายใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ขอถึงพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ”
.
พอสิ้นเสียงแห่งคำนี้เท่านั้น
ร่างพระเทวทัตก็จมหายลงไปในแผ่นพื้นปฐพีไปบังเกิด ในอเวจีมหานรก
ด้วยบาปไม่เคารพในพระรัตนตรัย ประทุษร้ายในพระบรมศาสดา
ทำสังฆเภทอันเป็นอนันตริยกรรม ข่าวพระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ
เป็นข่าวใหญ่เกรียวกราว ได้แพร่สะพัดไปในชาวนครสาวัตถี
ไม่นานก็รู้กันทั่วกรุง โจษจันกันไปทั่วชุมนุมชน
ด้วยเพิ่งจะรู้จะได้ยิน เพิ่งจะปรากฎ ผู้หนักในธรรมก็สังเวชสลดใจ
คนใจบุญก็สดุ้งต่อปาบ เห็นบาปเป็นภัยใหญ่หลวง
คนที่เกลียดชังพระเทวทัต ก็พากันดีใจ โลดเต้นสาปแช่ง สมน้ำหน้าพระเทวทัตหนักขึ้น
. ภิกษุทั้งหลายทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
“บัดนี้ พระเทวทัตไปบังเกิดในที่ไหน?”
พระบรมศาสดาตรัสว่า ไปบังเกิดในอเวจีมหานรก
ภิกษุทั้งหลาย คนทำบาป ย่อมเดือดร้อนในโลกนี้
เมื่อละจากโลกนี้ไป ก็ย่อมทวีความเดือดร้อนยิ่งขึ้น . ภายหลัง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงรู้สึกในความผิดของพระองค์
ทรงเดือดร้อนพระทัย โปรดให้หมอชีวกโกมารภัจจ์
พาพระองค์เฝ้าพระผู้มีพระภาค ซึ่งประทับอยู่ที่พระวิหารกลม
ในชีวกัมพวนาราม
ครั้นสดับพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาแล้วทรงเลื่อมใส
ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นกำลังอุปถัมภ์บำรุงพระศาสนาต่อมา.
.
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ กุฎาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครไพศาลี
ทรงทราบว่า พระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา
ซึ่งประทับอยู่กบิลพัสดุ์นคร ทรงประชวรหนัก
อาศัยที่ทรงสมบูรณ์ด้วยพระกตัญญูกตเวทีตาธรรม
จึงเสด็จไปเยี่ยมพระพุทธบิดา พร้อมด้วยพระสาวกเป็นอันมาก
ทรงบำเพ็ญปิตุปัฏฐานธรรมถวายการพยาบาลตามพุทธวิสัย
.
เขียนโดย Dhamma for Lerner
https://dhammaforlearner.blogspot.com/2015/09/BuddhaHistoryEp14.html
.

3
.
นมัสการ พระมหาอาคม ครับ
.
ผมขอถวาย พระบรมสารีริกธาตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนาม สมเด็จพระพุทธสิขีทศพลญาณที่ 1 (สมเด็จองค์ปฐม) เพื่อบรรจุในพระประธานของวัดไหล่ดุม
.
ผมขอถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมมะบูชา สังฆบูชา  ถวายเป็นสมบัติของสงฆ์ที่ไม่สามารถชำระหนี้สงฆ์ได้
.
.
.
และขอถวายมวลสารที่สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ คณะพระวังหน้า ที่ร่วมกันถวายเพื่อร่วมหล่อพระประธานที่วัดไหล่ดุม ดังนี้
.
มวลสารที่ผมได้จัดส่งถวายพระมหาอาคม มีดังนี้
.
.
.
หมายเลข 1.
.
แผ่นทองเหลือง 2 แผ่น , แผ่นเงิน 2 แผ่น และ แผ่นทองแดง 2 แผ่น
.
ที่ผมเคยนำไปร่วมในงานพิธีพุทธาภิเษก ผ้ายันต์ครอบจักรวาล ที่บ้านท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ในปี 2550
(ที่พระอาจารย์นิล ท่านเป็นผู้ให้จัดสร้างในปี 2550 และ นำไปมอบให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดงภาคใต้)
.
องค์ผู้อธิษฐานจิต ( มี 3 กลุ่ม)
.
กลุ่มที่ 1
คณะพระธรรมทูต คณะโสณะอุตระ
(คณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร)
1.พระอุตระเถระเจ้า
2.พระโสณะเถระเจ้า
3.พระมูนียะเถระเจ้า
4.พระฌาณียะเถระเจ้า
5.พระภูริยะเถระเจ้า
.
กลุ่มที่ 2
1.หลวงปู่โพนสะเม็ก (หรือ พระครูขี้หอม)
2.สำเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์
.
กลุ่มที่ 3
1.พระครูวิหารกิจจานุการ  (หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค)
2.พระราชพรหมยาน  (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
.
.
.
หมายเลข 2
.
ตะกรุดวังหน้า เนื้อตะกั่ว ที่หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านจารและอธิษฐานจิต
.
.
.
หมายเลข 3
แผ่นทองเหลือง(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น , แผ่นเงิน(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น และ แผ่นทองแดง(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น
.
องค์ผู้อธิษฐานจิต คือ หลวงปู่สุภา กันตสีโล
.
สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ สมาชิกคณะพระวังหน้า ขอถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมมะบูชา สังฆบูชา  ถวายเป็นสมบัติของสงฆ์ที่ไม่สามารถชำระหนี้สงฆ์ได้
.
ขอโมทนาบุญกับทุกๆท่าน
มาร่วมโมทนาบุญกันครับ
.

4
.
.
.
ขอเชิญร่วมงานบุญ
.
การจัดทำประวัติหลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า และ ประวัติหลวงปู่พระโสณะเถระเจ้า
พี่สิทธิพร เป็นผู้ที่ดำเนินการไปจัดทำ โดยทำเป็นแผ่นสแตนเลส ตัวอักษรใช้กรดกัดเจาะเป็นรู
(ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการจัดสร้าง)
.
โดยคณะผมจะนำไปถวายและประดิษฐานที่ พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม
.
สามารถร่วมทำบุญได้ที่
.
บช.ออมทรัพย์เลขที่ 678 - 8 - 89192 - 3
ชื่อบัญชี นายสิทธิพงศ์ สงวนศักดิ์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาบิ๊กซี บางปะกอก
.
เริ่มต้น วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 (เวลาในปัจจุบัน)
.
สิ้นสุด การร่วมทำบุญ วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 (เวลา 12.00 น.)
.
โอนเงินร่วมทำบุญแล้วแจ้งผมด้วยครับ
.
หากมีการโอนเงินร่วมทำบุญหลังจากเวลาที่สิ้นสุด
ถือว่ามอบให้ผมเป็นผู้นำเงินไปทำบุญอะไรก็ได้
.
เมื่อครบกำหนดการร่วมทำบุญแล้ว
ผมจะดำเนินการโอนเงินไปให้กับพี่สิทธิพรอีกครั้ง
.
.--------------------------------------------------------------.
.
ป้ายที่ 1
.
พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงกระทำตติยสังคายนาพระไตรปิฎก แล้วอาราธนาพระมหาโมคคัลลีปุตตติสสเถระเป็นประธานคัดเลือกพระธรรมทูต และได้เลือกพระโสณะ พระอุตระ พระมูนิยะ พระฌาณิยะ พระภูริยะ อีกทั้งพรามณ์ , อุบาสก และอุบาสิกา รวม 38 คน เป็นคณะพระธรรมทูตมายังสุวรรณภูมิประเทศ
.
พระอุตระ เป็นชาวเนปาล (พระมหาโมคคัลลีปุตตติสสเถระ เป็นพระพระอุปัชฌาย์) เป็นพี่ชายของพระโสณะ บุคลิกภาพและจริต ลักษณะรูปร่างสันทัดผิวกายค่อนข้างดำคล้ำ เชี่ยวชาญวิชาแพทย์และเภสัชกรรม ใจดีประกอบด้วยเมตตา อารมณ์ขัน
.
ที่มา หนังสือพุทธสาสนสุวรัณณภูมิปกรณ ผู้เขียน ท่านเจ้าคุณพระราชกวี วัดโสมนัสวิหาร
.
และ หนังสือบรมครูพระเทพโลกอุดร ผู้เขียน ประถม อาจสาคร
.
.--------------------------------------------------------------.
.
ป้ายที่ 2
.
พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงกระทำตติยสังคายนาพระไตรปิฎก แล้วจึงอาราธนาพระมหาโมคคัลลีปุตตติสสเถระเป็นประธานคัดเลือกพระธรรมทูต และได้เลือกพระโสณะ พระอุตระ พระมูนิยะ พระฌาณิยะ พระภูริยะ อีกทั้งพรามณ์ , อุบาสก และอุบาสิกา รวม 38 คน เป็นคณะพระธรรมทูตมายังสุวรรณภูมิประเทศ
.
พระโสณะ เป็นชาวเนปาล (พระมหาโมคคัลลีปุตตติสสเถระ เป็นพระอุปัชฌาย์) เป็นน้องชายของพระอุตระ บุคลิกภาพและจริต ลักษณะรูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำ ใจดี เยือกเย็น ชอบผาดโผนเหินฟ้านภาลัยโขดเขินเนินไศลเป็นที่สัญจร
.
ที่มา หนังสือพุทธสาสนสุวรัณณภูมิปกรณ ผู้เขียน ท่านเจ้าคุณพระราชกวี วัดโสมนัสวิหาร
.
และ หนังสือบรมครูพระเทพโลกอุดร ผู้เขียน ประถม อาจสาคร

.
.--------------------------------------------------------------.
.

.
คณะพระธรรมทูต คณะโสณะอุตระ (หรือ คณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร)
ท่านมีพระคุณต่อประเทศไทย เป็นอย่างมาก
ท่านเป็นคณะพระธรรมทูตแรกที่เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา
ท่านมีภาระกิจอีกมากมายในเรื่องที่ท่านได้รับมอบหมายมา
และท่านยังคงกระทำต่อจนครบ 5,000 ปี ตามภาระกิจของท่าน
.
ขอโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยครับ
.
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
#หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ดำ
.
#หลวงปู่พระโสณะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ตีนโต
.
#หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เทพโลกอุดร หรืออีกชื่อ #บรมครูมูนียะโลกอุดร หรืออีกชื่อ #หลวงปู่อิเกสาโร หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เดินหน หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ในดง หรืออีกชื่อ #หลวงปู่โพรงโพธิ์
.
#หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อกบวัดเขาสาริกา #วัดเขาสาริกา ลพบุรี
.
#หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่หน้าปาน หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อโอภาสี #วัดโอภาสี กรุงเทพ
.
#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร5พระองค์
.
#หลวงปู่เทพโลกอุดร
.
#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
#คณะพระธรรมทูตคณะโสณะอุตระ
.
#สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
.
#หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ
.
#พระเจ้าอโศกมหาราช
.
#ชมรมพระวังหน้า
.
#พระวังหน้า
.
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/1461903883995993
.

5
วันนี้ เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ อุปราชวังหน้าองค์สุดท้ายของราชวงศ์จักรี

กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ใน “พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประสูติแต่ “เจ้าคุณจอมมารดาเอม” เมื่อวันพฤหัสบดี แรม 2 คำ เดือน 10 ตรงกับวันที่ 6 กันยายน 2381

รำลึกถึงหลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ครับ

ส่วนวันทิวงคต ที่ระบุในประวัติศาสตร์ในวันที่ 28 สิงหาคม 2428

ไม่ใช่วันที่วงคตจริง  หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า ท่านเสกของแทนตัวกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ แล้วหลวงปู่ฯท่านนำกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ออกไปในป่า

หลังจากนั้น  หลวงปู่พระอุตระเถระเจ้า ท่านได้บวชให้กับ กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ในป่า

ปัจจุบัน หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ท่านมรณะภาพในผ้าเหลืองแล้ว  และ ท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ปฏิสัมภิทาญาณ ครับ

https://www.facebook.com/Noom.Wangna11122553/posts/2548742905416296?__tn__=K-R

6
เรียน พระมหาอาคม วัดไหล่ดุม
ในวาระงานบุญ (ที่ได้บอกบุญด้านล่าง)
.
ขอร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐม (พระประธานที่วัดไหล่ดุม) และ ร่วมสร้างพระอุโบสถ วัดไหล่ดุม
แล้วแต่พระมหาอาคม จะจัดสรรเงิน แต่ขอให้ไปทำทั้ง 2 งาน ครับ
.
สมาชิกชมรมพระวังหน้า และ สมาชิกคณะพระวังหน้า และ น้องๆในที่ทำงาน
และสมาชิกเพจฯ หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร & พระวังหน้า ได้ร่วมทำบุญกันมา
ผมได้ดำเนินการโอนเงินที่ทุกท่านร่วมทำบุญมาในครั้งนี้
โอนเข้าบัญชีเลขที่ 7580123680 ชื่อบัญชี วัดไหล่ดุม
บมจ.ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส กันทรลักษ์
.
ขอโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยครับ
มาร่วมโมทนาบุญกันครับ
.
พระมหาอาคม แจ้งว่า ท่านได้รับมวลสารชุดนี้เรียบร้อยแล้วในวันที่ 20 สิงหาคม 2563ผมเรียนท่านว่า เวลาที่หล่อองค์พระ ให้ใส่ลงไปทั้งหมดได้เลยการหล่อสมเด็จองค์ปฐม (พระประธาน) ที่วัดไหล่ดุม จะหล่อในวันที่ 18 ตุลาคม 2563

และท่านได้ให้พรมาดังนี้
.
วัดไหล่ดุม จ.ศรีสะเกษ
.
ขออนุโมทนาคุณโยมสิทธิพงษ์ และคณะ สายบุญของท่าน ขออนิสงค์ในการสร้างสมเด็จองค์ปฐม และอุโบสถ ขอให้คุณโยมและคณะสายบุญนี้ จงประสบแต่ความสุขความเจริญ อย่าเจ็บอย่าป่วย ร่ำรวยๆๆ ทุกๆท่าน
ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็ญใจ คำว่าไม่มีไม่ได้ ขอจงอย่าปรากฏแก่คุณโยมทุกภพทุกชาติ เป็นปัจจัยให้ทุกท่านเข้าถึงพระนิพพานใชชาติปัจจุบันนี้เทอญ

.
.-----------------------------------------------------------------------------
.
มีวาระงานบุญ มาบอกบุญ ครับ
.
ท่านใดสนใจที่จะร่วมทำบุญบูชามวลสารที่ใช้ในการหล่อพระประธาน ที่วัดไหลดุม
โดยถวายมวลสารกับพระมหาอาคม เจ้าอาวาสวัดไหล่ดุม
เพื่อนำไปสร้างพระประธาน (ประดิษฐานในพระอุโบสถวัดไหล่ดุม)
.
พระประธานในพระอุโบสถวัดไหล่ดุม

สร้างเป็นรูปสมเด็จองค์ปฐม
(พระพุทธเจ้าองค์แรก ของจักรวาลเรา)

ให้ตั้งจิตในการร่วมสร้าง ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา และ เพื่อชำระหนี้สงฆ์ตั้งแต่ในอดีตชาติทุกๆชาติจนถึงปัจจุบัน ครับ
.
(วันที่ 15 สิงหาคม 2563 ผมได้จัดส่งมวลสารไปถวายพระมหาอาคม ทางไปรษณีย์ เรียบร้อยแล้ว)
.
สามารถร่วมทำบุญได้ที่
.
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 014-1-36530-7
ชื่อบัญชี นายสิทธิพงศ์ สงวนศักดิ์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนตากสิน
.
เริ่มต้นทำบุญได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สิ้นสุดในวันพฤหัสที่ 20 สิงหาคม เวลา 12.00 น.
.
เงินที่ทุกท่านร่วมทำบุญมาในครั้งนี้ ผมนำไปร่วมงานบุญในการสร้างพระอุโบสถ วัดไหล่ดุม และ สร้างพระประธาน ที่วัดไหล่ดุม ทั้งหมด
.
หากมีการโอนเงินร่วมทำบุญมาหลังเวลาที่สิ้นสุดการร่วมทำบุญ
ถือว่า ท่านได้ให้เงินผมมา และให้ผมเป็นผู้ที่ตัดสินใจเองว่า ผมจะนำเงินไปทำบุญที่ไหนก็แล้วแต่ผมจะตัดสินใจ
.
.
.
มวลสารที่ผมได้จัดส่งถวายพระมหาอาคม มีดังนี้
.
.
.
หมายเลข 1.
แผ่นทองเหลือง 2 แผ่น , แผ่นเงิน 2 แผ่น และ แผ่นทองแดง 2 แผ่น
.
ที่ผมเคยนำไปร่วมในงานพิธีพุทธาภิเษก ผ้ายันต์ครอบจักรวาล ที่บ้านท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ในปี 2550
(ที่พระอาจารย์นิล ท่านเป็นผู้ให้จัดสร้างในปี 2550 และ นำไปมอบให้กับทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดงภาคใต้)
.
องค์ผู้อธิษฐานจิต ( มี 3 กลุ่ม)
.
กลุ่มที่ 1
คณะพระธรรมทูต คณะโสณะอุตระ
(คณะหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร)
1.พระอุตระเถระเจ้า
2.พระโสณะเถระเจ้า
3.พระมูนียะเถระเจ้า
4.พระฌาณียะเถระเจ้า
5.พระภูริยะเถระเจ้า
.
กลุ่มที่ 2
1.หลวงปู่โพนสะเม็ก (หรือ พระครูขี้หอม)
2.สำเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์
.
กลุ่มที่ 3
1.พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค)
2.พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
.
.
.
หมายเลข 2
.
ตะกรุดวังหน้า เนื้อตะกั่ว ที่หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านจารและอธิษฐานจิต
.
.
.
หมายเลข 3
แผ่นทองเหลือง(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น , แผ่นเงิน(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น และ แผ่นทองแดง(ขนาดเล็ก) 2 แผ่น
.
องค์ผู้อธิษฐานจิต คือ หลวงปู่สุภา กันตสีโล
.
ขอโมทนาบุญกับทุกๆท่าน
มาร่วมโมทนาบุญกันครับ


7
ปล้นร้านทอง ผลจากพนันออนไลน์ #เรือนจำพิเศษกรุงเทพ l [KoBoyKrush]

https://www.youtube.com/watch?v=8h2yCvYd8l4

KoBoyKrush
7 ส.ค. 2020

8
ปล้นร้านทอง ผลจากพนันออนไลน์ #เรือนจำพิเศษกรุงเทพ l [KoBoyKrush]

https://www.youtube.com/watch?v=8h2yCvYd8l4

KoBoyKrush
7 ส.ค. 2020

9
ปล้นร้านทอง ผลจากพนันออนไลน์ #เรือนจำพิเศษกรุงเทพ l [KoBoyKrush]

https://www.youtube.com/watch?v=8h2yCvYd8l4

KoBoyKrush
7 ส.ค. 2020

10
.
ความชิบหายจากพนันออนไลน์ l [KoBoyKrush]
.
https://www.youtube.com/watch?v=rbV87KxSols
.
KoBoyKrush
29 เม.ย. 2020
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 698

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham