Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - บัวผ่อง

หน้า: [1] 2 3 4
1
:keemo: เฮ้ย ! ช่วยคิดหน่อยดิ ว่า ...นักปะติบัดอย่าง นุ้งนี ควรจะทำยังไงดี อ่ะ
ถ้า...เจออิพวกพุดมันแจกซองผ้าป่าให้เค้าเอาไปแจกต่อ ตั้งเป็็น 10 ซอง

เรื่องของเรื่องคือ ที่ทำงานเค้า มันโหนกระแสเจ้าสิ้น
เอามาทำมาหากินด้วยการจัดผ้าป่าการกุศล
เพื่อหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ให้คนไข้ยากไร้ อ่ะ
แถมจัดกองผ้าป่าแล้ว ก้อมีการเกณฑ์หั้ย จนท. เอาซองไปเรี่ยไรต่ออีกคนละ ปึก


แน่นอนว่า ญิ๋งเดียรถีย์อย่างนุ้งนีก้อ โดนยัดเยียดซองผ้าป่าให้เอามาช่วยแจกด้วย ปึกนึง นะ ก้อ ประมาณ 10 ซองได้
พอได้รับซองเท่านั้นแหล่ะ ปรี๊ดแตกเรยตรู  :moho2:
ถึงขนาดพูดเปรยๆ เหน็บอิพวกเพื่อนร่วมงาน ที่อยู่รอบข้างเลยนะ
ปะมานว่า...เฮ้อ...นี่ขนาดตรูเลิกนับถือสาดหนาพุดแล้ว นะ
ยังจะต้องเอาซองผ้าป่ามาเป็นภาระเอาไปแจกชาวบ้านอีกหรอ

เนี่ย...จะบริจาคอยู่แล้ว ตั้ง xxxxx บาท ยังจะให้เอาซองไปแจกอยู่หรอ  ?

:mohomak::  :mohomak::  :mohomak::

ไอ้น้องที่ทำงานด้วย มันเลยบอกเสียงอ่อยๆ ว่า...
 ก้อเค้าให้เอามาแบ่งกันเอาไปช่วยกันแจก

แต่น้องมันคงเห็นเค้าทำหน้าบอกบุญไม่รับมั้ง
มันเรย รีบหยิบ ซองผ้าป่าปึกที่วางตรงหน้าเราไป
แล้วบอก อย่างเกรงใจว่า เด๋วพวกมันเอาไปแจกเองก้อได้  :ss:


หะแรกเค้าก้อหน้าหงิก ว่าจะผลักภาระให้พวกรุ่นน้องพวกนั่นแระอ่ะ
แต่ไปๆ มาๆ ก้อรู้สึกตะขิดตะขวงใจว่ะ
เพราะ ตะละคนก้อถูกยัดเยียดให้ต้องรับผิดชอบเป็นภาระกะซองผ้าป่า คนละ สิบซองอยู่แระ ขืนให้น้องๆมันเอาปึกซองผ้าป่าในส่วนของค้าไปแจก
มันก้อเหมือนเป็นการลอยตัวอยู่เหนือปันหา ผลักภาระไปให้คนอืนอ่ะ

เค้าเรยตัดสินใจ เรียกคืนซองผ้าป่าปึกนั้น มารับผิดชอบเองทั้งหมด
แต่ก้อไม่ได้กะจะเอาไปแจกต่อให้ใครหรอกนะ
กะว่าจะใส่ซองทั้งสิบซองนั่นเองอ่ะ นี่ครึ้ม ๆ ยังแกล้งเปรยๆ ให้ชาวบ้านมันได้ยินเลยว่า...

"เด๋วจะใส่ซองละ หนึ่งบาท ทุกซองเรย...
เอ...ไม่ดิซองละ 50 สตางค์ ไม่ก้อสลึงเดว ดีกว่า"  :soodyod:

แบ่บ อยากดูดิ๊ว่า อิตอนอิพวกคนพุดมันเปิดซองมานับเงิน
แล้วเจอ ซองละหนึ่งสลึง สิบซอง พวกมันจาทำหน้ายังไง  :krikri:

อ้อ อีกไอเดียคือ ไม่ใส่เงินเลยซักบาท แต่ใส่กระดาษเปล่า เขียนข้อความปะมานว่า

" ได้บริจาคไปแล้ว xxxxx บาท ขออนุยาดไม่ใส่ซองอีกแล้ว ฮ่ะ
เพราะถือศีลอยู่ จึงไม่สนับสนุนการแจกซองเรี่ยไรเงินทอง จากชาวบ้าน"


เฮ้ย ! ช่วยคิดหน่อยดิ ว่า ...นักปะติบัดอย่าง นุ้งนี ควรจะทำยังไงดี อ่ะ  :drink:


2


ญิ๋งเดียรถีย์ อย่างเรา ไม่เต็มใจจะให้ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ทุกท่าน แม้แต่สมเด็จพระสังฆราชของพวกคุณ เอาเงินภาษีของเรา ไปใช้เป็นค่านิตยภัต


อนึ่ง เมื่อก่อนถ้า พระท่านไม่รู้ก้อย่อมไม่ผิด
แต่เมื่อเราโพสแจ้งในเวบบอร์ดสาธารณะ
และ ฝากบรรดา พุทธบริษัท 4เป็นธุระไปบอกให้พระ ทราบ
แล้วถ้าพระท่านยังเห็นแก่ได้รับค่านิตภัต กันอยู่ ก้อจงรับรับรู้ไว้ด้วยว่า …
ท่านมีเจตนา และได้กระทำการ ต้องอาบัติปราชิก เรียบร้อยแล้ว
เพราะ เรามั่นใจว่า ในค่านิตยภัต ที่ท่านได้รับนั้น
มีเงินภาษีของเรา และคนที่ไม่เต็มใจจะให้ รวมๆ กันแล้วเกิน 5 มาสก แน่ๆ


หมายเหต 1
รบกวน เหล่าพุทธบริษัท 4 ไปแจ้งเตือนพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในศาสนาคุณด้วยนะคร๊ะ
ไม่เช่นนั้น เราจะถือว่า คุณมีเจตนาจะช่วยกันปกปิดซ่อนเร้น และ สนับสนุนให้สมณะในศาสนาของคุณ กระทำการ ต้องอาบัติปราชิก !


หมายเหตุ 2
ุคืนนี้ ไปตั้งมู้ ในเวบพันทิป เสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องภาษีศาสนา
แต่ดันมีคนแจ้งลบมู้ เรยรู้สึกเคืองๆ อ่ะค่ะ
ในเมื่อ ตั้งมู้คุยกันดี ๆเยี่ยงวิญญูชน  ดันเจื๋อกลบมู้เค้า
งั้นก้อคงต้องเล่นใช้ไม้แข็งกันแระ





หมายเหตุ 3

เอ่อ...ลู้จักค่า นิตภัต ไหมคะ ? ( ประมานเงินเดือนพระชั้นผู้ใหญ่ อ่ะ )
นั่นน่ะ รัฐบาลใช้เงินภาษีของคนไทยทุกคนนะคะ ไม่ได้ใช้เฉพาะเงินภาษีของพวกคนพุทธ


สิ่งนี้ถ้า ที่มาที่ไปของเงินสนับสนุนยังดูคลุมเครือ
ไมมีการ่แจกแจงให้เคลียร์ๆมันก้อสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาคาใจ

พระชั้นผู้ใหญ่ของพวกคนพุดอย่างคุณ อาจจะโดนฟ้องข้อหา อาบัติปราชิก

เพราะ รับเอาเงินที่เค้าไม่เต็มใจจะให้ ผ่านค่านิตภัต ไปเกิน 5 มาสก ด้วยอ่ะนะ
ถึงทางกดหมายและทางโลก จะหลุดคดี
แต่ในทางธรรมแล้ว...ก้อคิดดูแล้วกัน
 ว่า การที่พระไปรับเอา ทรัพย์ ที่มีคนออกมา บอกว่า
ีีที่มาที่ไป ของทรัพย์ นั้น เจ้าของทรัพย์(ที่อยู่ต้นทาง )เขาไม่เต็มใจจะให้
ถามหน่อยว่า ภาพลักษณ์ของ สมณะชั้นผู้ใหญ่ และ ศาสนาของพวกคุณจะเป็นอย่างไร  ?

อย่าลืมนะ ว่า บางศาสนา เขาก้อห้าม ไม่หั้ยศาสนิกของตน เอาเงินไปทำนุบำรุงศาสนาอื่นเพราถือว่าเป็นบาป
แล้วไปเอาเงินภาษีเขา มาเป็นค่านิตภัต เช่นนี้ มันไม่ตะขิดตะขวงใจอะรัยบ้างหรือ
ทำให้มันเคลียร์ ๆ กระจ่างชัด ด้วยการกำหนดเรื่องกดหมายภาษีศาสนา สไตล์เยอรมันนี  แบบช้อยส์ ที่เรา เสนอแนะ  ไม่ดีกว่า หรือ ?



ที่มา

http://www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=13453&p=179119&sid=9838af7410086da8c3c7597c8f751d94#p179119




3


:keemo: ตะคืนนึกครึ้ม เลยเปิด ไทยเธียเตอร์ ช่อง ไทยพีบีเอส ดู
แล้วเจอ หนังเรื่องนี้อ่ะ  :tl:


http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:zSmkWwqRHMsJ:www.zabaydee.com/manderlay-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA-hd/&num=1&client=tablet-android-asus&hl=th&gl=th&strip=1&vwsrc=0





ตอนแรกก้อดูไปงั่นๆแหล่ะ ยังคิดในใจเล๊ยยยยย
ว่า หนัง 5 ไรฟระ ดูจืดๆชืดๆ เดินเรื่องเนิบ ๆเรื่อยๆมาเรียงๆ ยังก๊ะละครเวทีเรยวุ้ย
แต่พอดูถึงฉากสุดท้ายเท่านั้นแหล่ะ เค้าสะอึกเลยวุ้ย

กดหมายของแหม่มที่ดูกดขี่ข่มเหงพวกนิกก้า
จนนุ้งเกรซนางเอกรับไม่ได้ แล้วพยามล้มล้างกดหมายเฮงซรวยนั่น
ดันมีที่มาจากการยินยอมพร้อมใจของพวกนิกก้าเอง หาใช่ริเริ่มโดยคนขาวไม่

อืม...จำได้ว่า พอหนังเฉลยมาถึงตรงที่...

อ้างถึง
วิลเฮล์สมาชิกคนโตของชุมชน เฉลยว่า
ตนเป็นคนเขียน กดหมายของแหม่ม
 พร้อมบอกเหตุผลว่า มัน เป็นวิธีการรักษาสภาพที่เป็นอยู่หลังจากการเลิกทาสและเป็นการป้องกันคนผิวดำจากโลกภายนอกที่ไม่เป็นมิตร


เราก้อนึกคล้อยตามเลยอ่ะ  :ss:
นั่นสินะ คนเรามันมีต้นทุนชีวิต และ ความพรักพร้อมต่างกันนี่
กดหมายแหม่มนั่น ถึงจะดูโหดร้ายไร้ความเป็นธรรม ในสายตาของคนนอก
แต่มันก้อช่วยโอบอุ้มปกป้องเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับผู้ที่มีสถานะด้อยกว่าในสังคมได้
และ สิ่งนี้ มันคงจะมีความหมาย/ความสำคัญ ต่อคนพวกนั้น มากกว่า การได้รับอิสระภาพเสรีภาพทีืมาพร้อมกับความเสี่ยงต่อการอดตายไม่มีจะกิน



เฮ้อ...จะว่าไป วิลเฮล์ ในหนังเรื่องนี้ ก้อเหมือนอิพวกสลิ่ม กปปส. ล่ะ้ง
ส่วนพวกควายแดง มันก้อเหมือนกับ นุ้งเกรซ นางเอกในเรื่องนั่นแหล้ะ
ริเบอรัลจ๋า บ้าสิทธิมนุษยชน  แล้วก้อคลั่งไคล้ประชาธิปไตยจนไม่เห็นหัวใคร
ดันทุรัง ชอบทึกทักเจ้ากี้เจ้าการ บงการชีวิตคนอื่น โดยไม่ได้สำเหนียกถึงความพร้อม ของชาวบ้าน ว่ามันจะรับการ ปป. อย่างกะทันหันได้ไหม


ไม่รู้ดิ หนังเรื่องนี้ ทำให้เรา เกิดคำถามกับตัวเองนะว่า

เฮ้ยยยย การที่เราคิดว่า ระบอบประชาธิปไตย เหมาะสมกับตัวเรา เนี่ย?
ชาวบ้านมันมีต้นทุนชีวิตเพียงพอ พร้อมที่จะอยู่ในระบอบนี้ เหมือน ที่กับเราไหม ?

แล้วทำไม ตรูต้องไปเจ้ากี้เจ้าการ ให้คนอื่นมันฟินกะระบอบ ประชาธิปไตยเหมือนกะตรูด้วยฟระ  :ss:
ผิดตรงไหน ? ถ้าอิพวกสลิ่ม และ นิกก้า นั่นมันอยากอยู่ในโลกของ เดอะ เมทริกซ์




เราควรจะเข้าใจ คนพวกนี้ เหมือน ๆ กับที่ มอร์เฟียส เข้าใจพวกมัน





แต่เมื่อเราเห็นต่างจากพวกมัน สิ่งที่เราควรจะทำ ไม่ใช่การพยามทำลายล้างโลกแห่งเมทริกซ์ เหมือน ๆ กับที่ นีโอ กะ มอร์เฟียส พยามจะทำ
ทว่าเราควรจะยอมรับชะตากรรมที่ไม่เป็นดั่งหวัง แล้วตัดสินใจเดินออกมาจากตรงนั่น แบบ เกรซ กับ แมนเดอร์เลย์ มากกว่านะ






ปอลิง

หลังดูหนัังเรื่อง แมนเดอร์เลย์ เค้าก้อเกิดอาการอยากรู้อยากเห็น
แล้วไปเสิร์ อากู๋ เจอว่า หนังเรื่องนี้ เป็น หนังไตรภาค ต่อจาก ด๊อก วิลล์
เค้าเรย ตามไปขุดคุ้ยหนังของ ผู้กำกับขาโหด lars von trier ต่อ
แล้วพอได้อ่านเรื่องย่อของ ด๊อก วิลล์ แล้ว...

https://iizitem.wordpress.com/2013/10/02/dogville2003/

เค้าก้อชักลังเลว่ะ ว่า ถ้าเลือกได้ เค้าควรจะจัดการกะ อิพวกสลิ่ม
แบบที่ นุ้งเกรซ หันหลังให้ พวกนิกก้าแห่งแมนเดอเลย์
หรือว่า จะใช้มาตรการเดวกะที่ นุ้งเกรซ ฉะกะ อิพวกที่อยู่หมู่บานด๊อก วิลล์ ดีวะ 


 :tl:  :tl:  :tl:

 :fk_dog:  :fk_dog:  :fk_dog:
 



4


1.ณ เวบแห่งนี้ สัมพเวสี อย่างมานี สามารถ...
แสดงความ "เห็นต่าง" ทางการเมือง ได้ไหมคร้าาาา ?
หรือว่า ต้อง อวยเหลือง ได้เท่านั้น อวยแดง ไม่ได้
หรือว่า ด่าเหลือง ได้อย่างเดียว ด่า แดงไม่ได้ ?




2.แล้ว การที่ มอดเวบฯ บางแห่ง จะ พิณา แบน ใครสักคน
การจะ เฉดหัว สมาชิกในบอร์ด ให้ ออกไปอยู่ กระท่อมน้อยปลายนา นั้น
มันมี หลักการ ยังไงบ้างคะ  แล้วต้อง อาศัยตัวบทกฏหมาย  มาตราไหน ?
หรือว่า สักแต่ว่า ใช้แค่ พจนานุกรม มาตีความ แบบเดียวกับ คดีนายกทำกับข้าว ?

- ถ้า มานี พูดจาดีมีมารยาท ไม่เคย ผรุสวาท ไประราน ด่าใครหยาบ ๆ คาย ๆ
พิจารณา ได้จาก กระทู้ที่ เคยตั้งไว้

http://webboard.serithai.net/topic/46159-ผิดตรงไหน-ถ้าไม่รักชาติ

http://webboard.serithai.net/topic/46157-ขอเชิญชวน-ทั่น-ไทยเฉย-ไทยอดทน

http://webboard.serithai.net/topic/46181-ในภาวะบ้านเมืองร้อนระอุเช่น



- ถ้า มานี มี ล็อกอิน เพียงแค่ อันเดียว มาตลอด
  แต่ดันโดน ไอ้เจ้าโตหมาหมู่ กับพวก มันมาเห่าใบตองแห้ง
  ใส่ร้ายป้ายสี  หาว่า มานี แอบอวตาร มาหลายล็อกอิน   แบบเนี๊ยะ

http://webboard.serithai.net/topic/46798-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97/page-3#entry1057052


มานี สมควรจะโดน มอดเวบฯ ที่นู่น ยัดเยียดให้ รับประทานแบรนด์
แล้ว เฉดหัว ให้ไปอยู่กระท่อมน้อยปลายนา ไหมคะ ?


เฮ้อออ เจองี้ แล้ว เข้าใจหัวอกของ อาเฮีย ทักกี้ เลยอ่ะ
ว่า เฮียเขาจะรู้สึกยังไง เมื่อ ต้องเจอ กับ ความ อยุติธรรม เช่นนั้น ... :ss:





5
เมื่อไม่นานมานี้ เห็น มีคนเขียน กระทู้นี้ ขึ้นมา ที่ ลานธรรมจก

ศีล 5 โสดาบัน

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=47124


ไอ้เรา อ่านแล้วก็นึกครึ้ม เลยโพสถาม ในกระทู้ นู้น ไปว่า

อ้างถึง

งั้น รบกวนสอบถาม ทั่น จขกท. และผู้รู้ ในห้องนี้
เกี่ยวกับเรื่อง ศีล 5 ของโสดาบัน ที่ อ่านแล้ว คาใจ มานานแล้ว หน่อยค่ะ
ก็ ไอ้เรื่อง โสดาบัน เมียนายพราน ที่ยื่นธนู ให้ผัว เอาไปล่าสัตว์ อ่ะค่ะ  s006

ตกลง ไอ้ที่ เจ้าหล่อนทำอยู่ นั้น
มันเป็นการสนับสนุน การฆ่าการเบียดเบียน ชีวิตอื่นไหมคะ ?
แล้ว การกระทำเช่นนี้ จัดเป็น สัมมาฯ หรือคะ ?
แล้วงี้ ศีลของ โสดาบัน นางนี้ จะไม่ ถลอก หรอคะ


คือ ถ้า ไม่รู้ว่า เอาไป ล่าสัตว์ แล้ว ยื่นให้ ก็ว่าไปอย่าง
แต่นี่ ดูจาก อายุสมองแล้ว เจ้าหล่อน ก็  คงไม่ ไร้เดียงสา
จนไม่รู้ว่า ผัวตัวเอง จะเอาอาวุธไปทำอะไร หรอกนะ
และ หากเอา หลัก สัมมัปปทาน 4 มาจับ มันก็ แม้ง ๆ อยู่นะ 

เนี่ย ขนาดอิฉัน ภูมิศีล น่าจะ ต่ำกว่ายายโสดาบัน คนนั้น มากมาย
แต่ แค่คิดจะซื้อ หุ้นเกี่ยวกับการทำธุรกิจเบางประเภท
ที่เกี่ยวข้องกับ การเลี้ยงสัตว์แล้วฆ่ามาขายเป็นอาหาร
หรือ เดินเหยียบหญ้า เบียดเบียนชีวิตสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย
อิฉันยังตะขิดตะขวงใจที่จะทำเลย

แล้วทำไมยัยโสดาบันนั่น ถึง ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยล่ะ
(หรือว่า เค้า สะกดคำว่า หิริโอตตัปปะ ไม่เป็น คะ  :b21: )






อนึ่งหลังจากโพส ไปได้ไม่นาน
เก๊าะ มี เจ้ากรรมนายเวร มาทวงหนี้ร้ากกก ทันที
เก๊าะ เลยต้องมีการตบตีกัน ไปตามเรื่อง
ว่าแล้วก็ เอา วิวาทะ เหล่านั้น มาแปะไว้ ให้อ่านเล่น แระกัน
แบ่บว่า เสียดาย ตัวหนังสือ อ่ะ  เขียนตั้งนาน อยู่ได้ไม่เท่าไรเล๊ยย  :24:


อ้างถึง



asoka ว่า

เจอกับแม่ช้อยนางรำเข้าแล้วงานนี้

มีคำถามที่ดีและคมคายด้วย

พอจะยกเรื่องนี้ที่มีแสดงในพระสูตรหรือที่ใดมาให้พิจารณากันก่อนสักหน่อยดีไหมครับก่อนที่จะวิตกวิจารณ์กันต่อไป

แต่ถ้าจะว่าตามธรรม

นางพราหมณี....ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีให้ถึงพร้อม........ไม่มีองค์ 3 ของการฆ่าอยู่ในจิตของนาง จึงมิได้ล่วงศีลข้อที่ 1

กรรมของนายพรานคือ ฆ่าสัตว์มาเลียงชีพ ผิดศีลข้อที่ 1 แน่นอน

กรรมของภรรยาคือ ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด......

ที่อ้างว่าเป็นการสนับสนุนการฆ่านั้น มันก็จะเหมือนกับที่ทุกวันนี้มีคนถกเถียงกันว่า คนที่กินเนื้อสัตว์นั่นแหละสนับสนุนการทำผิดศีลข้อที่ 1 ถ้าไม่มีคนกินเนื้อสัตว์ ก็จะไม่มีคนฆ่าสัตว์มาขาย แล้วก็โมเมว่า คนที่กินเนื้อสัตว์ก็ผิดศีลข้อที่ 1 ด้วยเพราะเป็นผู้มีส่วนร่วม.....ถ้าอย่างนั้นพระอริยเจ้าที่กินหรือฉันเนื้อสัตว์ที่หามาหรือบิณฑบาตมาได้ ก็ผิดศีลข้อที่ 1 ด้วยนะซิ

คิดอย่างนี้ก็จะพากันวุ่นไปใหญ่ มีข้อถกเถียงกันอีกเยอะและชักชวนกันให้หลงทาง

เรื่องของศีลนี่สำคัญที่ เจตนา

ถ้าไม่มีเจตนาที่จะฆ่า .......ไม่ประกอบกรรมเพื่อจะฆ่า....สัตว์นั้นมิได้ตายเพราะเจตนานั้น ก็ไม่นับว่าผิดศีลข้อที่ 1 ใครค้นพระสูตรเก่งลองไปค้นอ่านดูเรื่องพระอรหันต์ตาบอดเดินจงกรมเหยียบมดปลวกตาย......แล้วมีผู้ไปโจทย์ฟ้องพระพุทธเจ้า.....คำตอบน่าจะอยู่ในนั้น

เรื่องนางพราหมณี โสดาบัน ภรรยานายพรานก็น่าจะมีคำตอบในพระสูตรหรือคัมภีร์อัตถกถาจารย์ ลองถามผู้เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์ดูนะครับ
:b16: :b16: :b16: :b16:
เตือนสติ สัมปชัญญะแม่ช้อยหน่อยนะครับว่า

อริยุวาตันตราย........การประมาทจ้วงจาบพระอริยเจ้า แม้แต่พระโสดาบัน ก็อาจกั้นมรรค ผลนิพพาน ของตน ปฏิบัติธรรมเจริญธรรมไม่ขึ้นนะครับ แก้ไขได้ด้วยการน้อมใจ จริงใจขอขมา จึงจะหลุดได้
:b43: :b43:







นู๋บี ว่า

ขอบคุณเจ้าค่ะ ที่(อุส่า) เตือน อิฉันต้องกลัวดีไหมน๊อออ  :b9:
เอ่อ...อิฉันขอ อนุญาต ไปปรึกษา กูรู้ประจำบอร์ด อย่าง ไอ้ตี๋โฮฮับ ก่อนนะเจ้าคะ
ว่า ควรจะมี ท่าทีไงดี ไอ้ตี๋ นี่มันเป็น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ของอิฉันอ่ะเจ้าค่ะ

เฮ้ย ๆๆๆ นี่ ๆๆๆๆ ไอ้ตี๋โฮ ถ้าลื้อโผล่หัวมาแถวนี้
ไงก็ ช่วยชี้แนะทางสว่าง ต่อข้อกังขา ของเจ้ ในกระทู้นี้ ให้ทีดิ
เผื่อฟังแล้ว เจ้จะ เงิบ... เอ๊ย...จะเงยหน้าอ้าปากมองเห็นดวงตาธรรมขึ้นมามั่ง 
แล้วลื้อเองก็จะได้ สำแดงภูมิศีล ภูมิธรรม ให้ชาวบ้านได้เห็นชัด ๆ แจ่ม ๆ
ลื้อ จะได้หลุดจากข้อครหาที่โดนชาวบ้านเขา มันนินทา
หาว่า  เป็นไอ้ตี๋โตหื่น ด้วยไงจ๊ะ :b9:





อ้างถึง

โฮฮับ ว่า

ศีล๕เป็นข้อห้าม  นั้นหมายความว่า  ห้ามไม่ให้เกิดการกระทำทาง...กายและวาจา
พระโสดาบันท่านไม่ได้รักษาศีล๕หรือสมาทานศีล๕  ศีลของท่านเรียกว่า...ศีลพรหมจรรย์
ศีลพรหมจรรย์ เป็นหลักในการปฏิบัติของเหล่าอริยชน  ในศีลพรหมจรรย์ยังมีส่วยย่อยอีก
นั้นก็คือ  สัมมัปปทาน๔
 
ถ้าเราเอาพุทธพจน์ที่ว่าด้วย"ศีล"  มาอธิบายความ  ศีลหมายถึงความปกติของกายและวาจา
พระพุทธองค์ไม่ได้สอนในเรื่องของศีลข้อห้าม  แต่พระพุทธองค์สอนแต่ศีลที่เป็นการปฏิบัติ

เรื่องที่พระพุทธองค์ทรงสอน  ล้วนเป็นเรื่องของจิตใจ 
การกระทางกายและวาจา  มันเกิดจากใจ  ดังนั้นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงเน้นก็คือ
การปฏิบัติเพื่อละอกุศลและกุศลให้เกิด  กุศลและอกุศลเป็นเรื่องของจิตใจ

การทำให้จิตใจให้เป็นกุศล  การกระทำทางกายและวาจา
ย่อมต้องเป็นกุศลไม่ว่าจะเกิดในลักษณะใด   
จิตใจที่เป็นอกุศลก็เช่นกัน เมื่อจิตเป็นอกุศลกายและวาจาย่อมเป็นอกุศล
นี่แหล่ะจึงเรียกศีลว่า..."ความปกติ"  ทางจิตอกุศล กายและใจก็อกุศล
ถ้าจิตเป็นกุศลกายและใจก็เป็นกุศล  ท่านเรียกว่าความปกติของเหตุปัจจัย
:b13:

 การเอาเรื่องของเมียนายพรานที่เป็นโสดาบัน  ไปพิจารณาว่าผิดศีลในข้อปาณาฯหรือไม่
มันเป็นเรื่องที่บ่งบอกถึงระดับความเข้าใจธรรม 
นั้นหมายความว่า.....มันไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ย   ยิ่งถ้าใครบอกว่า....เมียนายพรานผิดศีลข้อห้าม
ได้ยินแล้วอยากเอาพระไตรปิฎกฟาดกระบาลจริงๆ

โสดาบันจะกระทำใดๆ  การกระทำย่อมต้องเกิดจาก จิตที่เป็นกุศล
เพราะท่านยึดความเพียรในเรื่องสัมมัปปทาน๔ 
ถ้ายังไม่เข้าใจว่า จิตของเมียนายพรานเป็นกุศลอย่างไร  ก็ดูจากการที่นาง
หยิบธธนูหน้าไม้ส่งให้สามี  ในฐานะที่เป็นภรรยา  ภรรยามีหน้าที่ช่วยเหลือสามี
จิตของนางเป็นเพียงการทำหน้าที่ของภรรยา  คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่นายพรานแต่เป็นสามี






นู๋บี ว่า


เกริ่นนำก่อนเดี๋ยวจะงง สมุฐานความเป็นมา
มันก็เป็นเรื่องของ ญาติธรรม ท่านหนึ่ง
ที่เข้าไปสนทนาธรรมในเว็บแห่งหนึ่ง แต่การสนทนาเป็นไปอย่างติดขัด
และด้วยเหตุผลบางประการ (ก็จะอะไรซะอีก ก็ไม่ถูกกับผู้ดูแล)
จึงได้ไหว้วานให้เรา รับหน้าเสื่อ เป็น นอมินีให้

เราเห็นว่า ไหน ๆ เราก็ หลับนอนเตียงเดียวกับนาง
กินข้าวโต๊ะเดียวกับนาง แถมยังใช้ คอมพ์ เครื่องเดียวกับนาง อีกตะหาก
ฉะนั้น จึงไม่ปฏิเสธ ที่จะ เป็น นอมินี ให้นาง
เพราะยังไงเสีย นางก็เป็น สหายร่วมจิตวิญญาณ ของเรา มาทั้งชีวิต นินะ  s007



เอาเป็นว่า ถ้าเรา พูดอะไร ออกไป ก็ถือเสียว่า
เราเป็นบุคคลที่ คุณโฮฯ มีเหตุกับเขาก็แล้วกัน.................  :b20:

อนึ่ง ก่อนที่จะ สนทนาธรรมตามกาล ขอ อนุญาต แปะ ลิงค์ สัก หน่อย
เห็นคุณโฮฯ เคยไป แร่ด แถว ลานดำ มาบ้าง
เลย อยากจะทราบว่า คุณโฮ ฯ เคยได้ อ่านกระทู้นี้ไหม ?

http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002330.htm

เราชอบ ความเห็นนี้ ของคุณ ปอ นะ


อ้างถึง

ผมคิดว่าคำถามนี้มีลักษณะคล้ายกับ  กฏหมายในปัจจุบันนี้มากครับ
เช่นว่า นักการเมืองฟ้องร้องถึงศาล  ศาลรับฟ้องว่ามีมูล
ดั้งนั้นสังคมก็ว่าเขาผิด  แต่ในด้านกฏหมายยังว่าเข้ายังบริสุทธิ์อยู่
ดังนั้นนางที่ฆ่าสัตว์ให้สามี  พูดหลักหน้าที่ที่ควรกระทำ ก็ไม่ผิด
แต่หากไปมองสิทธิการอยู่ด้วยกันก็ผิด
เป็นทหารผมก็คิดว่าเหมือนกัน 


ดังนั้นควรประพฤติอย่างไรผมว่าคนดีจริง ๆ ย่อมนำไปสู่ความสว่างเสมอครับ





แล้ว ไอ้ที่พล่ามมาเนี่ย มัน โอเค แล้วจริงอ๊ะ ?
ไม่รู้ดิ อ่านแล้ว เหมือน ฉี่ไม่สุด ไงก็ไม่รู้ ว่ะ
เหมือน ไอ้พวกหัวหมอจ้อความ ที่พยาม หาประโยชน์ ช่องว่าง ทางกฏหมาย เลยว่ะs004


อืม.....ถ้าเราเป็น อาจารย์ที่สอน วิชากฏหมาย ให้ คุณโฮฯ
หาก คุณโฮฯ ตอบ งี้ เราก็คงจะให้ D ด๊อก อะนะ เพราะตอบได้ไม่ตรงประเด็นกับคำถาม
แต่ถ้า เราเป็นหลงตาไต๋ อ่ะนะ ถ้าไอ้ลูกศิษย์คิดล้างครู มาตอบงี้ กรูถีบตกกุฏิ !  Onion_R


เฮ้อออ จริงอยู่ ถ้า พิณา เรื่อง "ผิดศีล"
เมียนายพราน มันก็ไม่ผิดศีล อยู่แระ
เพราะถึง เรื่องนี้ จะมีมูล แต่หากไต่สวนแล้ว
องค์ประกอบของการกระทำความผิด ในเรื่อง ศีลข้อ 1
มันไม่ครบ องค์ประชุม นี่หว่า

แต่อย่าลืมว่า แม่ช้อย แก ถาม ในประเด็น "ศีลถลอก" หรือ หรือว่า ศีลขาด ?
และ ถ้า เอา คำว่า ศีลถลอก ไปให้ ตลก. เอ๊ย แม่ช้อย ตีความ
แม่ช้อย มันก็จะให้ คำนิยาม ของ คำว่า "ศีลถลอก" ในมุมมองของมัน
โดยไม่ใช่ ประเมิน แค่ SQ (Spiritual Quotient) ว่า
ทำด้วยจิตอันเป็น กุศล เป็น ปกติ ( มีสมดุลใจ ) เท่านั้น
แต่ แม่ช้อย มัน ดูลึก ถึงระดับ MQ (Moral Quotient) ของโสดาบัน คนนั้นด้วย

ดูที่ สมควรกระทำ หรือไม่ ไม่ใช่ ผิดศีล หรือไม่


เฮ้ย ! ถาม ไอ้เด็กกฏหมาย ที่ มืดมา แล้ว ตะเกียกตะกาย จะ สว่างไป หน่อย ดิ
ว่า ระหว่าง สัจจะ หน้าที่ และ ความ ยุติธรรม ถ้าจำเป็นต้องเลือก

อะไร คือ สิ่ง ที่คุณ สมควร เลือก มากที่สุด เพราะอะไร ?

ไหนลอง ใช้ สามัญสำนึกเฉกเช่น วิญญูชนพึงมี มาตอบให้ฟัง หน่อยเด๊ะ


จริงอยู่ การรักษาสัจจะ การรับผิดชอบต่อหน้าที่ มันเป็นเรื่องที่ดี
แต่ มันต้องมี ความ ยุติธรรม กำกับ ด้วย

ยุติธรรม ในที่นี้ คือ การรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้โดยชอบธรรม ของทุกชีวิต
คือ การ ไม่เบียดเบียน ละเมิดหรือ ไป สนับสนุน ให้ ใคร เบียดเบียน หรือ ละเมิด สิทธิ อันพึงมีพึงได้โดยชอบธรรม ของทุกชีวิต


บ่องตง ว่า ผิดหวัง กับ คำตอบของคุณโฮฯ มากว่ะ
เสียแรงที่ เมื่อก่อน ไอ้เรา หรือ ก็แอบปลื้ม  s007
เนี่ ตอนที่ ไอ้ทึ้งเมียทิ้ง มัน ไป คุยกับชาวบ้านเรื่อง หนอนกับแมงมุม
แล้วก็ตอนที่ ไอ้ตี๋บุญพิลึก ไปตบตีกับ อิเจ้บัวหลวง ที่ เวบพลังบิด ด้วย
ตอนนั้น คุณตอบ ด้วย มุมมองที่ ละเอียดละออมาก
ถ้าเป็น วงปฏิจฯ ก็เรียกว่า อธิบาย ในลักษณะของ วงปฏิจฯ ในหลายระนาบ
ไม่ใช่ ตอบแบบกาก ๆ อธิบายเฉพาะ วงปฏิจ ระนาบเดียวเช่นนี้
นี่ คุณ เห็น ปูชนียบุคคล อย่างแม่ช้อยฯ เป็น นักปฏิบัติ ชั้น ธรรมานุบาล หรือไงกันยะ


เฮ้ออ แต่จะว่าไป จะโทษ ว่า เป็นความชุ่ย ของคุณโฮ แต่เพียง ฝ่ายเดียว คงไม่ถูก
เอา เป็นว่า คงต้องโทษ ความเป็น เปอร์เฟคชั่นนิสต์ แบบ นาร์ซิซัส ของ แม่ช้อยมันด้วย
สรุปง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ มาตรฐานของภูมิศีล (MQ) ที่สมควรจะเป็น ของแม่ช้อยนั้น
มันสูงจนสุดสอย เกินกว่า ที่ หยุดอยู่ที่ ภูมิศีล ระดับกระจอก ๆ อย่าง ภูมิศีลของโสดาบัน ในวิถีพุทธ อ่ะ


ที่สำคัญ สัมมา - กุศล ในความหมายของแม่ช้อยนั้น
มันไม่ใช่ ดูเพียง ลักษณะ ของ สภาวะจิต ของตน เท่านั้น
แต่ มันดูไป ถึง ผลกระทบในแง่ของ การให้คุณให้โทษ ต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

ให้คุณ ในที่นี้ คือ สนับสนุนสิ่งที่เป็น กุศล
ให้โทษ คือ ไปละเมิดผู้อื่น

ถ้าโสดาบัน คนไหน มัน หยิบอาวุธ ให้ ผัว ไปล่าสัตว์
โดยที่ รู้ดีว่า ผัวมันจะเอาไปทำอะไร แต่ก็ยังทำตัวเป็นเมียที่ดี หยิบให้อยู่

เราก็รู้สึกว่า โสดาบันนางนี้ มันตื้นเขินเกินไปนะ
จริงอยู่ นางกำลังทำหน้าที่ของ เมียที่ดี ตามหลักทิศ 6
แต่ ในโลกนี้ มัน ยึดหลักทิศ 6 อย่างเดียวได้ หรือไงกันวะ
ทำไมนางโสฯ นี่ ถึงไม่รู้จักใช้ สติปัญญา
และ สามัญสำนึก เฉกเช่น วิญญูชนพึงมี มาโยนิโส วะ
สงสัย จะหลงผัวจนลืมศีลธรรม และ ขาดสติ ไม่รู้จักคิด
ว่า สิ่งใดสมควรกระทำ สิ่งใดไม่สมควรกระทำ
( แมร่ง ขาดแคลนสัมมาสติ  สิ้นดี ! )


เฮ้ออ จะว่าไป มันก็เหมือน เรื่อง ขงเบ้ง รักษา สัจจะ
เหมือนเรื่อง ทหาร เข่นฆ่า อริราชศัตรู นั่นแหล่ะ
ถ้ามองแบบโลก ๆ ก็ย่อม บอกได้ว่า ถูกต้องทางโลก เพราะ รักษาสัจจะ
เพราะ ทำตามหน้าที่ ที่โลก ยอมรับให้กระทำได้

แต่ถามว่า ถ้ามองให้ลึก ถึงทางธรรม นั้น
การละเมิด สิทธิ ในการมีชีวิตอยู่โดยปกติสุข โดยชอบธรรม  ของผู้อื่น นั้น
มันเป็นเรื่องที่ สมควร หรือไม่ เราถึงได้ถามไง
ว่า  สัจะ หน้าที่ และ ความ ยุติธรรม สิ่งไหน สำคัญกว่ากัน




อ้างถึง
มันเป็นคนล่ะเรื่องว่อย! ผัวเมียมันเป็นคนล่ะคนกัน การกระทำที่เกิดจากจิตมันก็เป็นคนล่ะจิต
การกระทำของผัวเป็นปุถุชน นั้นคือการฆ่า มันผิดศีล
แต่การกระทำของเมียเป็นโสดาบัน นั้นคือการปรนนิบัติสามี
เป็นสัมมาศีล(สัมมาอาชีวะและสัมมากัมมันตะ)

มองในมุมกลับกัน ถ้าสามีที่เป็นปุถุชนยื่นหน้าไม้ ให้ใครก็ได้เพื่อให้เขาไปล่าสัตว์
สามีก็ผิดศีลในข้อปาณาฯ


อันนี้ ก็อีก อ่านแล้ว ดับเบิ้ลสแตนดราด ชิบเป๋ง
นึก ถึง ตอนที่ แม่ช้อย มันโดนไอ้ตี๋ปากหมา มัน ด่า
หาว่า แม่ช้อย สงสาร อิเจ้วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ที่ ไป ฟ้อง หมอ
เพียงเพราะว่า เอาความรู้สึกของคนเป็นแม่ ที่มีต่อลูก มาดราม่า

งั้น กับเรื่อง โสดาบัน ยื่นอาวุธให้ผัว นี่
แม่ช้อยมันก็ฝากบอกว่า ที่ไอ้โซ๊ยตี๋ มันชื่นชม นางโสฯ นี่
ก็เพราะว่า มันเอา ความรู้สึก ของคนเป็นผัว มาดราม่า เหมือนกัน
เฮ้ย ถามจริงเหอะ สนับสนุนให้ผัว ตัวเองไปสู่ทางแห่งอบาย ด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
นี่มัน เป็นกุศล เป็น สัมมา 5เหว ที่ตรงไหนวะ ไอ้มหาแหวนทองเก๊ เอ๊ยยยย


เคยได้ยินเรื่อง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว แบบลอจิสติก ของ ฮิตเลอร์ ป่ะ
คนงาน ที่ทำงานในแต่ละขั้นตอน ในกระบวนการฆ่าล้าโคตร ไม่เคยรู้เลย
ว่า ตนเป็นส่วนหนึ่ง ในวงจรการเข่นฆ่านั่น

ถ้า พิณา คดีนี้ใน ศาล คนงานพวกนี้ ก็ คงหลุด จาก ข้อหาสมรู้ร่วมคิด
เพราะ ทำตามหน้าที่ โดยไม่รู้ไม่เห็น ว่า อะไรเป็น อะไร
อารมณ์ ประมาณ มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ไงก็ไม่ติดคุก
แต่ เราว่า ไง การกระทำของคนงานเหล่านี้
ก็จัดเป็น การประมาทเลินเล่อ ที่ไม่สมควรจะเกิด นะ
ถ้าคนงานเหล่านี้ มีสัมมาสติ รู้จักฉุกคิด ไม่ใช่สักแต่ว่า ทำตามหน้าที่


เอาล่ะ ตานี้ มาถึง นางโสฯ นั่นบ้าง
ถามว่า นางโสฯ นั่น รู้ไหม ว่า อาวุธที่ ยื่นให้ผัว นั่น มันจะเอาไปล่าสัตว์
แน่นอน ถ้าไม่รู้ ก็ ปัญญาอ่อน เกินไปล่ะ
อันนี้ ถ้า นางโสฯ นั่นขึ้นศาล ก็ คงโดนข้อหา สมรู้ร่วมคิด
ฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองเอาไว้ล่วงหน้า ว่ะ

เป็นถึงโสดาบัน ทำไมไม่รู้จักคิด
แทนที่จะสนับสนุนผัวตัวเอง ให้ ประกอบสัมมาอาชีวะ
ดั๊น หลงผัวจนหน้ามืด ปรนนิบัติกัน ตะพืดตะพือ
แทนที่จะ ตะล่อม ชวนผัวไปปลูกผักปลูกหญ้ากิน
ดัน เห็นดีเห็นงาม ช่วยกัน ประกอบ มิจฉาอาชีพ ซะงั้น


อืม...บางที โจทย์ เรื่อง นางโสฯหยิบอาวุธให้ผัว ไปฆ่าสัตว์ นี่
อาจจะ ยากไป สำหรับไ้อ้เด็กกฏหมาย ชั้นปลายแถว อย่าง คุณโฮ กระมัง
งั้น เอางี้ ถ้าเปลี่ยนจาก เคส ผัวนายพราน ให้นางโสฯ หยิบอาวุธให้ เพื่อ เอาไปฆ่าสัตว์
ไปเป็น เคสผัวขี้เมา ให้ นางโสฯ หยิบ ขวดเหล้า ให้ เอาไปก๊ง ก็แล้วกัน
เฮ้ย ถามหน่อยดิ ว่า นางโสฯ มันจะผิดศีล ข้อ 5 ป่ะ ?
แน่นอน ไม่ผิดอยู่แระ เพราะ ไม่ได้นั่งก๊งเป็นเพื่อนผัว


แต่ถามว่า ในกรณีนี้ นางโสฯ นั่น สมควร กระทำเช่นไร จึงจะเรียกว่า เป็นสัมมา
ระหว่าง

A.รินเหล้าใส่แก้ว พร้อม เตรียมสำรับคับค้อน ให้ผัว ตามหน้าที่ศรีภรรยา ที่ดี


B.รินเหล้า ทิ้ง ต่อหน้า ผัวตัวเอง พร้อมกับร้องเพลง เหล้าจ๋า ให้ผัวฟัง


เฮ้ออออ จะบอก อะไรให้นะ ที่ แม่ช้อย มันหมั่นไส้ กระทู้ นี้น่ะ
มันก็เป็น เพราะ มัน เห็น อะไร บางอย่าง
แพลมออกมา จาก ตัวหนังสือ ที่ชาวบ้านโพส ในกระทู้ มั้ง
ก็เลยอดไม่ได้ ต้องรี่เข้ามาหาเรื่อง ชำแหละหาเนื้อนาบุญ ซะหน่อย อิอิ


ไม่รู้ดิ รู้สึกคันปาก ยิบ ๆ นะ  ไอ้เรื่อง การเอาคุณงามความดีของโสดาบัน มาโปรโมท เนี่ย
ฟังทีไร ก็รู้สึกว่า พวกคนพุทธ อย่างคุณโฮ มีธงในใจ อยู่แล้ว ว่า จะตัดสินไง
โดยไม่ได้ใช้ สามัญสำนึกเฉกเช่นวิญญูชนพึงมี เลยสงสัยจะไม่เคยอ่าน กาลามสูตร กระมัง
เลย เชื่อ แต่ ถ้อยคำที่สั่งสอนไว้ใน ตะกร้า 3 ใบ
ไว้ใจกับ คำสอน ของ สมณโคดม จนไม่รู้จักโยนิโส
สมณะโคดม บอกว่าไง ก็พร้อมจะเอออวย ตามทั้งหมด
แบบนี้ มันไม่ผิด กับ ลิงในห้องแคบ นั่นแหล่ะว้าาาา


ก็ไม่ใช่ว่า คำสอนของ สมณะโคดม ในเรื่อง นางโสฯ นี่ จะไม่ถูก นะ
แต่ มันถูกต้อง เฉพาะ กับบางบริบท เท่านั้น มันไม่ได้ถูกต้อง ในทุกสถานะการณ์
และที่ มักจะเจอบ่อย ๆ ก็คือ การเอาคำสอนเหล่านี้ มาเลี่ยงบาลี
เอาธรรมมะ มาใช้แบบศรีธนนชัย มาเป็นข้ออ้าง เพื่อ สร้างความรู้สึก ชอบธรรมให้กับตัวเอง


เวลา ที่มีคนถาม ว่า กินเนื้อสัตว์ บาปไหม ?
ทำงานใน อุตสาหกรรม ปศุสัตว์ บาปไหม ? ก็จะมีคนเฮโล
หยิบยก เรื่องนางโสฯ คนนี้ มาเป็น ไม้กันหมา
มาพูด ปลอบใจ ให้ การกระทำของคนถาม มีความถูกต้องชอบธรรม มากขึ้น
ซึ่ง ลึก ๆ ตามหลักจิตวิทยา คนตอบมันก็ต้องการจะเยียวยา ความรู้สึกผิด ลึก ๆ ในใจตัวเอง ด้วยมั้ง ก็ตามประสา พวกมืดมา แต่ ตะเกียกตะกาย จะสว่างไป
ที่มักจะมี ปมในใจ หรือ ชนักติดหลัง นั่นแหล่ะ


เห็นแล้วก็ขำ ตลกดี อยากจะเอา มะเหงก มาเขกหัวไอ้พวกนี้ เจง ๆ
แล้วก็อยากจะถามกลับไปเหมือนกัน ว่า
ก็ในเมื่อ เวลา ทำงานในอุตสาหกรรมการฆ่าสัตว์ แล้ว มีกำไร
ก็จะขอ แบ่งเอา โบนัส แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ไง๋ เวลา มีบาป เกิดขึ้น จากอุตสาหกรรมการฆ่าสัตว์ บ้าง
ทำไม กระมิดกระเมี้ยน ไม่แอ่นอกรับ อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เหมือน ตอนแจกโบนัส  มั่งฟระ ?





อ้างถึง

โฮฮับ ว่า

อิเจ้! เป็นเพราะเอาสิ่งที่ห้ามทำและสิ่งที่ต้องทำ มาปนกัน

ก่อนอื่นเจ้ต้องรู้เสียก่อนว่า....การกระทำทางกายมันเกิดจาก จิตเป็นผู้สั่ง
อย่างที่ว่า....จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ดังนั้นความดีความชั่ว...ในพุทธศาสนาไม่ให้ค่า
เพราะมันให้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความพอใจส่วนบุคคล

แต่ในพุทธศาสนา ท่านเน้นเรื่องจิตใจที่เป็นกุศลและอกุศล
การกระทำบางอย่าง ทำไปด้วยใจที่เป็นกุศล แต่คนส่วนใหญ่เขาไม่ชอบ
เขาก็บอกว่า...เป็นความชั่ว
ตรงข้ามการกระทำที่มาจากจิตที่เป็นอกุศล แต่คนเขาพอใจ เขาก็บอกว่า เป็นความดี

ตัวอย่างก็มีให้เห็นในลานธรรมนี้ พูดจาหวานหู แต่โดนจี้ใจดำหน่อย แช่งชักหักกระดูกเขาเสียแล้ว
หรือบางคน พูดธรรมะกับเด็กสาวๆในนี้ แต่ลับหลังแสดงอาการโคแก่อยากกินหญ้าอ่อน :b32:

อิเจ้กลับมาดูที่ว่า ห้ามทำกับให้ทำ.....มันมีสองสิ่งที่เป็นธรรมปัจจุบันของโสดาบัน
นั้นคือการฆ่าสัตว์และการปรนนิบัติสามี....ถ้าท่านปรนนิบัติสามี ศีลที่เป็นข้อห้าม
มันก็เป็นแค่ความปกติของจิตท่านโสดาบัน ท่านไม่ได้ไปคิดเรื่องการฆ่า ท่านคิดแต่เรื่อง
การปรนนิบัติสามีเท่านั้น.....

อิเจ้บี ผมขี้เกียจคุยกับเจ้แล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรน่ะครับ
แต่อยากจะอธิบาย.. เจ้เปลี่ยนศาสนาไปแล้ว ผมให้เกียรติ์ศาสนาทุกศาสนาครับ
ผมมีคติว่าจะไม่คุยกับคนศาสนาอื่น เพราะเห็นว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไร
และเพื่อเป็นการไม่ให้ไปกระทบกับศาสนาของคนอื่น
วันหลังถ้าจะคุยเรื่องสัพเพเหระกับผมได้ครับ แต่เรื่องศาสนาผมไม่คุยด้วยครับ
หวังว่าคงเข้าใจ :b13:



6
อืม...สมัยเรียน คูบาอาจาน เคยบอกไว้ว่า
อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
ล้วนแล้วแต่เป็น 4 ปัจจัย ที่มีความจำเป็นต่อการ ดำรงชีวิต


ก็เลยสงสัยอ่ะเจ้าค่ะ  ว่า
ศาสนา นี่มันเป็น ปัจจัยที่ 5
ในการดำรงชีวิตหรือไม่เจ้าคะ ?
เพราะเห็นหลายคนทำท่าเหมือนกับว่า
จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าปราศจากมัน


โดยส่วนตัวแล้ว อิฉันคิดว่า
ถ้า นิยามของศาสนา คือ ที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
ศาสนา มันก็ไม่ต่างอะไรกับ ไม้เท้า ละมั้ง
เคยเห็น ไม้เท้า ป่ะ ? มัน เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์
แค่เพียง เอาไว้เป็นหลักยึด คอยช่วยพยุง
สำหรับพวกคนเฒ่าคนแก่ และพวกพิการ เท่านั้น

และถ้าเราไม่ใช่คนอ่อนแอ
หรือว่าเป็นพวกพิการทางใจเหมือนชาวบ้านเขา
ศาสนาก็ไม่มีความจำเป็น สำหรับ เรา ใช่ไหมคะ

ถ้าบังเอิญว่า เราเกิดมา วาสนาดีมีปัญญา
เพียบพร้อม ไปด้วย 6 Q 

ยกตัวอย่าง อาทิเช่น  ตัวอิฉันเอง ก็ได้อ่ะ

ถ้าใช้โยนิโส ฯ มา พิณา ดูแล้ว ก็พบว่า ตนนั้น

มีเชาว์ปัญญา หรือ IQ (Intelligence Quotient)
ถึงจะไม่ถึงขั้น อัจฉริยะ แต่ก็อยู่ในระดับที่ใช้สมอง
มาตรึกตรองช่วยเหลือตัวเองได้สบาย ๆ



มีเชาว์ทางอารมณ์ หรือ EQ (Emotional Quotient)
ในระดับที่ สามารถอยู่ร่วมในสังคม กับคนอื่น ได้ แบบชิล ๆ


มีเชาว์ความอึดหรือความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส หรือ AQ (Adversity Quotient)
ในระดับที่ เอาตัวรอดในสังคมได้ ในระดับที่ ดีมาก ถึงมากที่สุด


มีเชาว์ด้านจริยธรรม หรือ MQ (Moral Quotient)
ในระดับที่ รักษาศีล 6 เล่น ๆ ได้ อย่างเป็นปกติ
ครึ้ม ๆ ก็บริจาคทรัพย์เพื่อเป็นทาน อยู่เป็นประจำ
ปีนึง ๆ ก็เกือบ ๆ ครึ่งหนึ่งของเงินที่เสียภาษี ละมั้ง



มีเชาว์สุขภาพ หรือ HQ (Health Quotient)
ที่สร้างความเข็งแรง ไม่มีปัญหาอะไร
และ ถึงมีปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บก็ คิดว่า เอา อยู่ อ่ะ
เพราะ ค่อนข้างเชี่ยวฯ เรื่องการ แยกเวทนาทางกาย ออกจากเวทนา ทางใจ

ส่วน เชาว์ด้านจิตวิญญาณ หรือ SQ (Spiritual Quotient)
ที่เป็นอัจฉริยภาพสูงสุดที่พัฒนาจิตวิญญาณ เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่เป็นการพัฒนาความสมดุลให้กับชีวิต เข้าใจตัวเองและใช้สมองทุกส่วนในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นี่ในชีวิตประจำวัน ก็เจริญสติปัฏฐาน 4 เล่นเป็นงานอดิเรก สามารถ รับมือกับความทุกข์ อันเป็น ยถาสภาวะ ณ ปัจจุบันขณะ ได้แบบชิล ๆ
ถ้าเป็น หมาดกาย กับ เวทนา นุปัสนา นี่ ชำนาญมาก
ส่วน ในระดับ จิต-ธรรมานุปัสนา ก็เข้าถึง อนิจจังลงใจ
และ ตถตาลงใจ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
และ คิดว่า ตัวเอง มีศักยภาพในเรื่องแนวนี้
มากกว่าบรรดาพวกพุทธมามกะจ๋า แบบไทย ๆ หลาย ๆ คนด้วยอ่ะ


อืม...ถ้าเกิดมาโชคดีมีชีวิตที่เปอร์เฟค ขนาดนี้แล้ว
ศาสนา มีความจำเป็น อะไร ที่อิฉันจะต้อง รับมันไว้
เป็น ปัจจัยที่ 5 ให้เกะกะรุงรัง ในการดำรงชีวิต ไหม เจ้าคะ ?  :12:



หมายเหตุ

เอา กระทู้ ที่เคยโพส ไว้ มาแปะ ในนี้ เล่น ๆ
เผื่อ ชาวบ้านจะได้รู้ได้เห็น ว่า "อะไร " เป็น "อะไร" ซ้าาาา ที  :12:

http://webcache.googleusercontent.com/search?q=










7
ทำไมปฏิบัติมา ก็หลายปีอยู๊
แต่ก็ยัง ไม่มีความรู้สึก ศรัทธา ใน ไตรสรณะ เลย ?





ขอความสันติสุข จงมีแด่ท่าน




เห็นชาวบ้านชาวช่อง เขาปฏิบัติธรรม
แล้วก็ยิ่งเกิดศรัทธาใน ไตรสรณะ มากขึ้น ตามลำดับ
ไง๋ พอถึงตา อิฉัน ปฏิบัติดูมั่ง กลับ ไม่ยัก กะเกิด ความรู้สึก พวกนี้ เลยก็ไม่รู้แฮะ
แต่ ปฏิบัติไปปฏิบัติมา กลับไพล่ไปมองเห็นความงดงาม ตามวิถีของศาสนาอื่น (อิสลาม) ขึ้นมาซะงั้น - -"


จะว่า ปฏิบัติ มาไม่ถูกทาง หรือ ก็ไม่น่าจะใช่นะ
เพราะ ถ้า สอบทวนสภาวะ เพื่อหาระดับ ภูมิธรรม ของตนแล้ว
ก็พบว่า รัก โลภ โกรธ หลง ในตัว มันก็ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญนะ
ก็ อยู่ในระดับที่ สามารถรักษาถือศีล 6 ได้อย่างชิล ๆ จนเป็นปกติ
เจริญสติปัฏฐาน 4 เล่นเป็นงานอดิเรกได้ แถม ยังเห็น การเกิดดับของไตรลักษณะ
แล้วก็ เกิด สภาวะ ตถตาลงใจ อยู่บ่อยครั้ง ด้วยอ่ะ


เฮ้ออออ แต่สิ่งที่ทำให้ อิฉัน รู้สึก นึกฉงนสนเท่ห์ ก็คือ
ทำไมยิ่งปฏิบัติธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ อิฉัน กลับรู้สึก ว่า ในเรื่อง ธรรมมะ ก๊ะ อิสลาม นั้น
มันมี ปฏิปทาในการปฏิบัติ(ในแง่ของการฝึกตนเพื่อลดกิเลสตัณหา )
ที่มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องต้องกัน มากเลยอ่ะ


เอ่อ...ไม่ทราบว่า มีใคร ปฏิบัติธรรม แล้ว เจอเคสแบบอิฉันมั่งเจ้าคะ
ถ้าปฏิบัติธรรม แล้วกลายเป็นงี้ ถือว่า อิฉันปฏิบัติมา ผิดที่ผิดทาง อ๊ะปล่าวคร้าาา  Kiss


8
ขอเชิญชวน ทั่น ไทยเฉย & ไทยอดทน ทั้งหลาย
"เข้าคูหา กาบัตรเสีย"









อืม...ถ้าจำไม่ผิดอ่ะนะ นู๋บีมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก ตอน ปี 2544 มั้ง
จำได้ว่าครั้งนั้น นู๋บี ขึ้นรถโดยสาร ถ่อสังขารข้ามจังหวัด
เพื่อกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้ที่ บ้านเกิด ใช้เวลาเกือบ 3 ชม. แหน่ะ
แล้วที่ น่าขัน ยิ่งกว่านั้น คือ  ไอ้ที่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งในครั้งนั้น เนี่ย
ก็เพียงแค่ เข้าคูหา เพื่อ ไป กา โหวต โน อีก ตะหาก  :06:



เฮ้ออออ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ตอนนั้น ตรูจะ บร้าาาา ยอมเสียทั้งเงินค่ารถ
เสียทั้งเวลาเล่นเนต เพียงเพื่อไปแสดงสิทธิ ให้ชาวบ้านชาวช่องรู้ว่า
ตรูจะใช้ "สิทธิ"  เข้าคูหา กา โหวตโน  ไปจะทำติ้ง อะไร

ตอนนั้นน่ะ กระแส การ การ โหวต โน ยังไม่ได้ ฟีเวอร์
แบบตอนที่ มีพรรคคนดี บางพรรค มา รณรงค์ ให้ กา อิช่อง โหวต โน  ด้วยซ้ำ
แต่ที่ นู๋บี เลือกที่จะ กา โหวต โน  ก็เพราะ มันเป็นความตั้งใจแต่แรก ของนู๋บี ด้วยล่ะมั้ง
 
ก็ในเมื่อ รู้ไส้  ดีว่า  ความสุจริตใจ นั้นหนา
มันหาไม่ได้ในตัวนักการเมืองแท้แบบไทย ๆ
น้องนู๋บีรจนา เก๊าะเลย ทำใจลำบาก ไม่กล้า เสี่ยง พวงมาลัย
แล้ว หน้ามืดไปเลือก ใครมาเป็น นักการเมืองในดวงใจ
ก็ยึด คอนเซปต์ กอดหลักการ นี้มาโดยตลอด ๆ อ่ะนะ
แถม เลือกตั้ง ครั้งหลัง ๆ มานี่ ผีขี้เกียจ มันเข้าสิง
ยังแอบ นอนหลับทับสิทธิ์ อยู่บ่อย ๆ ด้วยว่ะ
แหม ? เก๊าะ เข้าคูหาทีไร ไอ้เราเก๊าะ กา โหวต โน นี่หว่า
ฉะนั้น ไป หรือ ไม่ไป มันก็ ไม่ได้มีผล อะไร เท่าไร
เลยคิดว่า งั้น ตรูนอน กระดิกตรีนดิ๊ก ๆ เล่น เนต อยู่ที่ บ้าน น่าจะเวิร์ค กว่า วุ้ย


จนกระทั่ง การเลือกตั้ง ครั้งล่าสุด  (2 ก.พ.57) ที่จะถึงนี้ นี่แหล่ะ
เห็น ม็อบคนดี ทั้งหลาย ไปร้อง เย้ว ๆ ต่อต้านการเลือกตั้ง กันเอิกเกริก
เลยทำให้ นู๋บี เริ่มต้องมาทบทวน ท่าที ของตัวเองใหม่อีกครั้ง
ว่าจะยัง นอนกระดิกตรีนดิ๊ก ๆ เล่นเนต อยู่ที่บ้านเหมือนเช่นเคย
หรือว่า จะ ถ่อ สังขาร ออกไปเลือกตั้ง ดีว้าาาาาาาาาาาาาาาาาา


หะแรก หมั่นไส้ อิม็อบคนดี พวกนี้มาก ๆ
ก็ว่าจะ สลัดผีขี้เกียจออกจากหัว
แล้ว แสดงตัวไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งซะหน่อย
จะได้ ไม่มี อิพวก ม็อบคนดีที่ไหน มาสวมรอย
ฉวยโอกาส หาประโยชน์  จากความขี้เกียจของนู๋บี
แล้ว กล่าวตู่ ว่า ตรู เป็น มวลมหาประชาคุย ที่สนับสนุนพวกมัน


นี่ครึ้ม ๆ ยังว่าจะ หาเรื่องหลับหูหลับตา
กาเบอร์ 15 ให้พรรคของอิเจ้บัะวเกี๋ยง ด้วยซ้ำ
เหตุผล ก็ไม่มีอะรัยมาก ก็แค่ ทำแล้ว มัน "สะใจ" ดีว่ะ
( เพราะ ตรูเองก็หมั่นไส้ ลุงกำนันเทือก มานานแว้ววววววว )
นี่ยังแอบ เม้าส์มอยด์ ก๊ะ อิน้องที่ทำงานเล๊ยยยยยยยยยย
ประมาณ ว่า คอยดูนะว้อย ถ้า พรรคเพื่อไทย ได้รับ เสียงข้างมาก จากชาวบ้าน
ให้กลับมาเป็น รัฐบาล ตรูจะ หัวเราะ อิพวก มวลมหาประชาคุย ให้ฟันร่วงเยยยย อิอิ :12:


เนี่ย อุส่า ยอมละทิ้ง ปณิธาน โหวต โน ตามคอนเซปต์เดิม
พอ ขมีขมัน จะ หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว
เตรียมจะไป กา เบอร์ 15 ให้สาแก่ใจได้ไม่เท่าไร
แต่ คิดไปคิดมา ก็ทำไม่ลงซะงั้น

เฮ้ออออออออออ โดน "อินังคิตตี้" มาตามมาเฉ่ง ว่ะ 
มัน สะแหล๋นแจ๋น มา ประกาศ กฏ อัยการ ศึก ซะงั้น
มันบอกว่า นู๋บีจ๋าาาา นู๋บีจะ รับเงินหมา กาเพื่อไทย
หรือว่า จะปิ้งปลาประชดแมว บ่ ได้ น้าาาาาาาาาาาา

อย่าลืมดิ กฏมณเฑียรบาล อีกข้อ ของการเป็นนักปฏิบัติ ก็คือ
แม้จะยอมรับ ฉันทามติ ไม่คัดค้าน คะแนนโหวตของเสียงส่วนใหญ่
แต่ ไอ้การ โหวต เลือก พรรคการเมืองสักพรรค
ทั้ง ๆ ที่ เราเองก็ไม่ มั่นใจ 100 % ว่า พรรคของมัน จะไม่โกง เนี่ย
ทำงี้ มัน ผิดกฏมณเฑียรบาลของการ ของการเป็นนักปฏิบัติ นะว้อยยยย  :20:


ที่สำคัญ การ สนับสนุน คนโกงเข้าไปบริหารประเทศ เนี่ย
ถือว่าเป็นการ ทำ ผิดศีล ข้อ อทินาทานาฯ ด้วยนะ
ฉะนั้น ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่า พรรคการเมืองนั้น ๆ มัน ผุดผ่องเป็นยองเป็นใย
ก็ เข้าคูหา กา โหวต โน ดีกว่าอ่ะ ปลอดภัยที่ซู๊ดดดดด
จะได้ไม่สุ่มเสี่ยงกับการทำศีลถลอกโตยยย ฯลฯ  :35:


เฮ้ออ จริง ๆ ก็ เห็นด้วย กับ อิ คิตตี้ มันนะ
แต่ ถ้า กา โหวต โน จริง ๆ เด๋วก็ โดน อิพวก มวลมหาประ
มัน ชุบมือเปิบ ฉวยโอกาส หาประโยชน์จาก การใช้สิทธิของตรูอี๊กกก
( ตรูไม่อยาก ถูกเหมารวมเป็น มวลมหาประชาคุย ของพวกเมิงนะว้อยยย ) :30:


พอ ไปบ่นเรื่องนี้ ให้ น้องชายฟัง
มั๊น ก็ พูด หยัน ๆ ใส่หน้า ประมาณว่า

" นู๋บี คิดว่า เสียงแค่ 1 เสียง ของนู๋บี นี่
มันจะมีผลเปลี่ยนแปลง ประเทศ ได้เลยหราาา
(เมิงถึงได้ วิตกจริต นะกหนา ? ฯลฯ )"  :28:


นู๋บี จึงบอก ไอ้น้องจาก บังเกิดเกล้า ประมาณ ว่า

" ถึงเสียงแค่เสียงเดียว ของตรู มันจะไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงประเทศได้
แต่ ตรูก็จะไม่ยอม ให้ ใครมา หาประโยชน์ จาก การใช้สิทธิออกเสียง ของตรูเด็ดขาด
ถ้า ตรู ต้องการ โหวต โน  นั่นก็เป็นเพราะ ตรูต้องการ เป็น กลางอย่างงั้นจริง ๆ
ไม่ได้ ต้องการแสดง นัยยะ ทางการเมือง  ว่า ตรู เลือกข้างเป็น สาวกนกหวีด นะว้อยย ฯลฯ "


อิน้องชาย ฟังแล้ว ก็ทำท่า รำคาญมากมาย ก็จะตัดสินใจ ชี้ทางสว่างให้ว่า

"ถ้างั้น นู๋บี ก็ เข้าคูหา กาบัตรเสีย ดิ"

เออ เฮ้ยยย ฟังมันพูด แล้วก็รู้สึกว่าเข้าท่าดีวุ้ยยย
แต่ อิการ์ฟิลด์ มันรู้เข้า มันก็ บ่นกระปอดกระแปด
ออกโรงมาเตือน นู๋บี อีกแระ มันบอกว่า
ขืน ทำอะไรบ้องตื้น อย่างที่น้องชายนู๋บี แนะนำ
ก็คงจะขายขี้หน้า ประชาชีตาย 5 ค่าที่ การศึกษาก็ออกจะสูงจนสุดสอย
ยังโง๊ โง่ เป็นพวก ตาสีตาสาด้อยการศึกษา
กาบัตรเลือกตั้งง่าย ๆ แค่นี้ก็ยัง ทำบัตรเสียซะได้
เนี่ย รู้ถึงไหน อายถึงนั่น แหง๋ ๆ เลยว่ะฯลฯ :30:


ทว่า ไป ๆ มา ๆ  ไม่รู้ ทำอิท่าไหน
สุดท้าย อิการ์ฟิลด์ มันก็ ปิ๊ง ไอเดียใหม่ อีแย้วววว
มันบอกว่า เออเฮ้ยยยย นู๋บี กาเลือกใคร ก็ไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงจะทำศีลถลอก
โหวต โน ก็ไม่ได้ เพราะ จะเข้าทาง ม็อบคนดี กับ พรรคดีแต่ปาก
ครั้นจะทำ บัตรเสียแบบไร้รสนิยม หรือ ก็ผิดคอนเซปต์ เสียงคุณภาพ
งั้นเอางี้ดีไหม หล่อนก็กาช่อง โหวต โน แล้ว แอบเอาปากกา เขียนตัวโต ๆ
ข้าง ๆ ช่อง โหวต โน ในบัตรเลือกตั้งไปเลยดิว่า

" อยาก ใช้สิทธิกา  โหวต  โน แต่ก็ไม่ต้องการให้ กปปส. ฉกฉวยโอกาส
แล้วแอบอ้าง เอาสิทธิของฉัน ไปใช้ประโยชน์ จึงขออนุญาต ทำบัตรเสีย อ่ะ ! "  :10:

เนี่ย แค่เนี๊ยะ รับรอง ถึง บัตรที่ลงคะแนน จะกลายเป็นบัตรเสีย
แต่ ก็ไม่ต้องเสียหน้า และเสียฟอร์ม ว่า โง่เป็นตาสีตาสา
แถม คะแนน ที่กาไป ก็ยังไม่กลายเป็น เสียงด้อยคุณภาพ
ถูกใคร แอบบฉวยโอกาส เอาไปใช้ประโยชน์ ได้ด้วยอ่ะ
ที่สำคัญ เผลอ ๆ อาจจะได้ออก สะเก็ดข่าว ทางช่อง 7 อีกด้วย นะว้อยยย :25:

เออ เฮ้ยยยยยยย ฟัง อิการ์ฟิลด์ มัน ขุด ไอเดียแหล่ม ๆ มานำเสนอ แบบนี้
นู๋บีก็ชักคล้อยตาม แฮะ  แต่เพื่อความไม่ประมาท คงต้องปรึกษา กุนซือ คู่กายก่อน
ว่าแล้ว นู๋บี เก๊าะ รี่เข้าไป แง้ว ๆ ปรึกษา พี่ ป. พี่ หน.ฝ่ายคู่บุญบารมี
โดย กระลิ้มกระเหลี่ย ถามพี่แก ประมาณ ว่า

" พี่ ป. คะ ถ้าเรา เข้าคูหา แล้ว จงใจกาบัตรเสีย เนี่ย
จะมีจับมือใครดมได้ ไหมคะ ว่า คนไหน เป็นคนทำบัตรเสีย
แบ่บว่า เลือกตั้งครั้งนี้ บีอยากทำบัตรเสีย อ่ะค่ะ
แต่  บีขี้เกียจ จะติดคุก ข้อหา มีเจตนาทำให้ บัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยตั้งใจ
เดี๋ยวจะต้องไป นั่งจ่ายยา ในคุก แทน โรงพยาบาล  "

พี่ ป. ฟังแล้ว ก็ทำหน้า ทะแม่ง ๆ กับคำถามพิลึกพีลั่นของ อิลูกน้อง
แต่ ตะแก ก็ยัง อุส่า ชี้ทางสว่างให้ โดยบอกว่า

ถ้า เขาจะตามจริง ๆ เขาก็ตามได้นะ
เพราะ บัตรเลือกตั้งมัน รัน นัมเบอร์ ไว้ ตามลำดับคิวที่รับ ฯลฯ

อ้าวววววเฮ้ยยยย ฟัง พี่ ป. ตอบแล้ว นู๋บีก็ใจแป้วขึ้นมาตะหงิด ๆ
แล้วงิ ตรูจะทำไงดีเนี่ย ถ้าได้ออก สะเก็ดข่าว
แล้ว ต้องไป เดินจงกรมในคุกต่อ ก็คง ไม่สนุก แหง๋ ๆ เยยยย :16:
ว้าา แย่ชะมัดเลย เฮ้อออ แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
โทษมันคงไม่ร้ายแรง จนต้อง ติดคุกหัวโต ขนาดนั้นหรอกน่า

แต่เพื่อ ความไม่ประมาท เกีาะเลย ต้อง ออกมา เชิญชวน

ทั่น ไทยเฉย&ไทยอดทน ทั้งหลาย
"เข้าคูหา กาบัตรเสีย"   เป็นเพื่อนกันหน่อย อ่ะจร้าาา
  :25:

เผื่อว่า  ถ้า มีเหตุให้ ต้อง ไป เดินจงกรม ในคุก เพราะเรื่องนี้ ขึ้นมาจริง ๆ
นู๋บีจะได้มีเพื่อน ร่วมเดิน จงกรม ทำวิปัสสนา ในคุก ด้วยกัน ไงจ๊ะ แหะ ๆ  :06:















9
ศีล ที่ถือไว้จะ "ถลอก" ไหมเจ้าคะ ?
ถ้าต้องแปลงร่างเป็น สาวก"นกหวีด" ?




ศ.พญ.สุจิตรา ประสานสุข  ผู้อำนวยการศูนย์การได้ยินฯ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เคยให้ข้อมูล  ประมาณว่า 

อ้างถึง

ควรระมัดระวัง เมื่ออยู่ท่ามกลางเสียงนกหวีด
เพราะเป็นเสียงหวีดแหลม คนเป่ามักไม่ค่อยรู้สึก
แต่คนยืนติดกันหรืออยู่ใกล้มากๆ จะทรมาน

ตอนที่เด็กๆ ได้ยินหรือเป่านกหวีดช่วงแรกอาจจะรู้สึกสนุกสนาน
แต่ถ้าต่อเนื่องหลายชั่วโมง เด็กอาจไม่รู้ตัวว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นในหู
อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็เป็นเหมือนกัน
โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคความดัน เบาหวาน หัวใจ

ถ้าได้ยินเสียงนกหวีดหรือเสียงดังแหลมมากๆ ต่อเนื่อง
จะทำอันตรายต่อหูชั้นในอย่างแน่นอน     
อาทิเช่น อาการของปลายประสาทหูชั้นในเสื่อมชั่วคราว
( ซึ่งอาจกลายเป็นเสื่อมถาวรได้ ถ้าไม่รีบรักษาให้ถูกต้อง )

สำหรับอัตราความดังของเสียงนั้น
หูมนุษย์ทนฟังเสียงดังได้ไม่เกิน 100 เดซิเบล 
ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษระบุว่า เสียงดังจากนกหวีด
เป็นเสียงก่อให้เกิดอันตรายต่อหูได้ง่าย
เนื่องจากมีความดังถึง 120 เดซิเบล
ขณะที่มาตรฐานระดับเสียงในสิ่งแวดล้อม
กำหนดให้เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 70 เดซิเบล
และระดับเสียงดังสูงสุดที่ได้ยินต้องไม่เกิน 115 เดซิเบล

ดังนั้น ผู้มีอาชีพที่ต้องเป่านกหวีด เช่น ตำรวจจราจร
จึงมักมีอาการหูตึงก่อนวัยอันควร 



อนึ่ง อ่านข้อมูลที่คุณหมอท่านให้ไว้ แล้วก็เลยให้สงสัยว่า
การสร้าง มลพิษทางเสียง เช่น การสวดมนต์ดังกังวานไป 3 บ้าน 8 บ้าน
หรือ การเป่านกหวีด /การร้อง คาราโอเกะ เสียงลั่นสนั่นซอย นั้น

มันเข้าข่าย การ เบียดเบียนทำร้าย จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ผู้อื่น
ซึ่ง ถือเป็นการก้าวล่วง ไป กระทำผิดศีล ข้อ 1 หรือไม่ ?
 







10
คุณเคย ตั้งกระทู้เพื่อ " สนทนาธรรมตามกาล" บ้างหรือไม่ ?

ที่มา

http://webcache.googleusercontent.com

คุณเคย ตั้งกระทู้เพื่อ " สนทนาธรรมตามกาล" บ้างหรือไม่ ?
และ คุณ เคย ถูก ขัดขวาง การ " สนทนาธรรมตามกาล" ไหม ?   :29:

คุณคิดว่า อะไร คือเหตุปัจจัย ที่ทำให้ ...
มี คนมาขัดขวาง การ "สนทนาธรรมตามกาล" ของคุณ อยู่บ่อย ๆ   :30:

และ ถ้า คุณ ไป ขัดขวางการ สนทนาธรรมตามกาลของบุคคลอื่น
คุณจะเกิดความรู้สึก ละอายแก่ใจ บ้างไหม ?   :14:





หมายเหตุ

การ การสนทนาธรรมกันตามกาล
คือการสนทนาเพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้รู้ว่า


อ้างถึง

สิ่งใดเป็นอกุศลธรรมความชั่ว จะได้ละเว้นเสีย
สิ่งใดเป็นกุศลธรรมความดี จะได้ตั้งใจทำให้มาก
และสิ่งใดเป็นอัพยากตธรรม คือความจริงตามธรรมชาติ ไม่ดีไม่ชั่ว
ก็รู้เท่าทันทุกประการ จะได้ไม่หลงเข้าใจผิดให้เกิดทุกข์







หมายเหตุ

( ขออนุญาต เปลี่ยนแปลงรูปประกอบใหม่ นะ
จะได้ ถูกพระราชหฤทัย ไอ้ตี๋โฮฮับ ( มันจะได้เลิก งอแง ซะที )
ขืนไม่ตามใจมัน ประเดี๋ยวมันหาเรื่อง ...ยึดเก้าอี้ "ปูชนียบุคคล" ที่เคยยกให้ คืนไป
ไอ้เราก็คงเสียดายแย่  :27:

หน้า: [1] 2 3 4

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham