Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 179
1
.
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตส่วนตัว
.
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน
.
เรื่องที่เป็นอันดับ 1 ก็คือ การปฎิบัติตนตามหลักธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
ต้องเริ่ม คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ในการอ่านเรื่องราวต่างๆ
.
#อย่าไปบ้าอำนาจ  เพราะ #อำนาจไม่เคยจีรังยั่งยืนเลย
.
#อย่าไปหลงตำแหน่ง  เพราะ #ตำแหน่งก็คือหัวโขนที่มีคนมอบมาให้ใช้ในการทำงาน
.
#อย่าไปใช้อำนาจในตำแหน่งข่มขู่คนอื่น
.
ถ้าทำ  ให้ทำเลย  ทำมาเป็นลายลักษณ์อักษร  แล้วค่อยว่ากันในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง
.
เรื่องที่เพิ่มเติมคือ ไปพิสูจน์เรื่องกฎแห่งกรรมด้วยตัวเอง  ว่า  สิ่งที่กระทำมานั้น ถูกต้องตามกฎแห่งกรรมหรือไม่
.
#ของจริงต้องพิสูจน์ได้ด้วยตนเองเท่านั้น
.
เคยมีเจ้าของกิจการที่มีอำนาจมากที่สุด และ ใหญ่ที่สุดในองค์กรนั้นๆ
.
ปัจจุบันคนนี้ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว
.
อาจารย์ผมเคยถอดจิตไปนรก  ไปพบกับวิญญาณของคนๆนี้
อาจารย์ผมท่านบอกต่อไปว่า  วิญญาณตนนี้  ยังต้องรับผลกรรมที่กระทำไว้ในอดีต
กรรมส่วนหนึ่งที่กระทำไว้ก็คือ การใช้อำนาจที่ตนเองมีอยู่ ไปสร้างกรรมกับคนอีกเป็นจำนวนมาก
ถึงแม้ว่า พระศรีอาริยเมตตรัย มาประสูติ , ตรัสรู้ และ ปรินิพพานแล้ว
วิญญาณตนนี้ ยังไม่ขึ้นมาจากขุมนรกขุมนั้นเลย
.
ถ้าอ่านแล้ว  อย่าเชื่อ  ให้ทำไปเรื่อยๆ  ทำไปเยอะๆ  ทำไปมากๆ
แล้วไปพิสูจน์ว่า ผลที่กระทำนั้น จะได้รับผลอย่างไร
.
รวมทั้งไปพิสูจน์ว่า #ระยะเวลาในนรก  มีเวลาที่นานแค่ไหน
#ของจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเองเท่านั้น
.
.
.-------------------------------------.
.
.
ว่าด้วยเรื่อง ระยะเวลาที่เรียกว่ากัป
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๕. ปัพพตสูตร
.
             [๔๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ฯลฯ เมื่อภิกษุรูปนั้นนั่งเรียบร้อย
แล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่ง นาน
เพียงไรหนอแล
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัป
นั้นว่าเท่านี้ปี เท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๐] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุ
เหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง
ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบ บุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น
๑๐๐ ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไป สิ้นไป เพราะความ
พยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไป สิ้นไป กัปนาน
อย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้ว มิใช่หนึ่งกัป มิใช่
ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้
กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้
พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย ในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะ
หลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๕
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
.
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๖. สาสปสูตร
.
             [๔๓๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่งนานเพียงไรหนอแล ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัป
นั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๒] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุ
เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวโยชน์ ๑ กว้างโยชน์ ๑ สูงโยชน์ ๑
เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน บุรุษพึงหยิบ
เอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด
เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้น พึงถึงความสิ้นไป หมดไป เพราะความพยายาม
นี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป หมดไป กัปนานอย่างนี้แล
บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้วมิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่
พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้อง
ต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๖
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
.

2
.
โจโฉนัวนางเจ๋าซือ : ออกนอกเมือง ปกปิดไทม์ไลน์ วอดวายทั้งกองทัพ
.
โพสโดย คุยสามก๊ก ถกไซ่ฮั่น
9 เมษายน 2564
.
เป็นเรื่องธรรมดาที่ยอดขุนศึกย่อมคู่กับหญิงงาม แต่ก็เพราะหญิงงามนี่เองที่ทำขุนศึกเสียท่ามานักต่อนัก ในยุคสามก๊ก แม้โจโฉจะได้ชื่อว่าเป็นนักรบนักรักตัวฉกาจ ยังพลาดท่าเสียทีให้แก่ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างนางเจ๋าซือ
.
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อครั้งโจโฉยกทัพไปตีมืองอ้วนเซีย ที่เตียวสิ้วปกครองอยู่ เตียวสิ้วเชื่อกาเซี่ยงที่ปรึกษา ว่าให้ยอมแพ้แก่โจโฉ เพราะมีกำลังมากกว่า เตียวสิ้วเห็นดีด้วย จึงยอมสวามิภักดิ์ เชิญโจโฉเข้ามาในเมืองอ้วนเซีย
.
โจโฉเมื่อเข้ามาในเมืองได้ ก็พักผ่อนอย่างสำราญใจ วันหนึ่งขณะเสพสุรากรึ่ม ๆ ก็ถามคนรับใช้ในเมืองว่า เมืองนี้หญิงใดงามขึ้นชื่อที่สุด คนรับใช้ก็แจ้งว่า หญิงงามที่สุดในเมืองนี้เห็นจะเป็นนางเจ๋าซือ ภรรยาม่ายของเตียวเจผู้ล่วงลับ อาของเตียวสิ้ว เจ๋าซือแม้จะเป็นอาสะใภ้ของเตียวสิ้ว แต่ก็ยังอายุน้อยและโฉมสะคราญอยู่ โจโฉจึงส่งให้โจอันปิ๋นหลานชายนำนายทหารไปรับตัวนางมา
.
เมื่อนางเจ๋าซือมาถึง โจโฉก็ตะลึงในความงาม ยิ่งเป็นแม่ม่ายด้วยแล้ว ยิ่งเข้าสเปกของโจโฉ ถึงขนาดหยอดว่าที่ไม่ประหารเตียวสิ้วกับครอบครัวเนี่ย ก็เพราะเห็นแก่แม่นางหรอกนะจ๊ะ แล้วคืนนั้นโจโฉก็หาความสำราญกับนางเจ๋าซือยันเช้า
.
ครั้นตื่นขึ้นมา นางเจ๋าซือเห็นว่าถ้าเสพสุขกันในเมืองอ้วนเซีย ชาวบ้านชาวเมืองรู้เข้าจะครหาเอาได้ เกิดหน้าบางขึ้นมา ไม่อยากแสดงออกให้โจ่งแจ้งมากนัก โจโฉผู้ยึดเมืองได้แล้ว จึงให้ยกทหารออกไปตั้งค่ายอยู่นอกเมืองตามที่นางเจ๋าซือเสนอ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมืองซุบซิบได้ว่าผู้มาใหม่แอบกินกับอาสะใภ้ม่ายของเจ้าเมือง
.
นับแต่นั้นมาไทม์ไลน์ของโจโฉก็ขาดช่วง โจโฉก็ไม่ออกว่าราชการ ซ้ำยังไม่ยกทัพกลับเมืองหลวง เตียวสิ้วรู้ข่าวว่าโจโฉเอาอาสะใภ้ไปกกกอด ก็โมโหมาก ทั้งอายทั้งแค้น แต่กาเซี่ยงห้ามไว้ก่อนว่าอย่าใจร้อน
.
ทั้งสองจึงวางอุบายว่ามีทหารหนีทัพไปเป็นอันมาก ขอยกทหารออกมาตั้งค่ายข้าง ๆ ค่ายโจโฉด้วย เผื่อทหารทั้งหลายจะได้เกรงบารมีโจโฉและไม่กล้าหลบหนี โจโฉที่อุตส่าห์แอบมากินกันนอกเมืองแล้วไม่ทันได้พินิจพิจารณาว่าเป็นอุบาย ก็ตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้
.
คืนหนึ่งเมื่อสบโอกาส เตียวสิ้วให้กาเซี่ยงลวงเตียวอุย องครักษ์ผู้เฝ้าหน้ากระโจมโจโฉมากินเลี้ยงมอมเหล้า ตัวเขานำทหารบุกเข้าปล้นค่ายกลางดึก หวังสังหารโจโฉ เหตุการณ์ชุนลมุนวุ่นวายอย่างมาก โจอันบิ๋นหลานชาย โจงั่งบุตรชายคนโต และเตียนอุยองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ เอาชีวิตเข้าแลก ทำให้โจโฉรอดตายหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
.
กองทัพโจโฉเสียหายจากศึกครั้งนี้ไปเป็นอันมาก ทั้งลูกชาย หลานชาย และนายทหารผู้ภักดี พร้อมทั้งทหารหาญ ต้องมาตายเพราะความประมาทของผู้นำ เมื่อกลับมาถึงบ้านติงฮูหยินเมียเอกของโจโฉ แม่ของโจงั่ง (โจงั่งเกิดแต่นางเล่าฮูหยิน ต่อมานางเล่าฮูหยินตาย ติงฮูหยินไม่มีบุตรจึงรับโจงั่งมาเลี้ยง) โกรธมาก ถึงขนาดขอหย่ากับโจโฉไม่คืนดีชั่วชีวิต
.
บ่อยครั้งความเสียหายในวงกว้างก็อาจจะเกิดได้จากความประมาทเพียงครั้งคราว
แม้แต่คนขี้ระแวงอย่างโจโฉก็ยังอาจประมาทจากกิเลสของตัวเองได้
.
หากเป็นคนธรรมดาความเสียหายเฉพาะตัวคงไม่เท่าไหร่
แต่หากยิ่งคนเป็นผู้นำประมาทด้วยแล้ว ยิ่งสร้างกระทบต่อส่วนรวมไม่น้อยเลยทีเดียว
.
Cr.ภาพ ซีรีย์ สามก๊ก 1994
.
https://www.facebook.com/.../a.58696638.../1185927911854407/
.

3
.
ขอเพิ่มเติม เรื่องที่สำคัญที่สุด
.
ให้ระมัดระวัง สำหรับ Email หรือ ข้อความที่เข้ามาหาเราในทุกช่องทาง เช่น SMS , Line หรืออื่นๆ
.
********** หากจะให้ให้เรา บันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น เลขที่บัตรประชาชน , รหัสผ่านต่างๆ  , Email ของเรา , เลขที่บัญชี เป็นต้น **********
.
********** ห้ามเด็ดขาด********** ครับ
.
.
.
.
.
7 วิธีเพิ่มความปลอดภัย ตัวตนออนไลน์ ไม่ให้หลุดเป็นสาธารณะ
.
โพสโดย Anti-Fake News Center Thailand
.
14 มีนาคม 2564
.
1. ตั้งรหัสผ่านที่เดายาก ไม่ใช้ซ้ำ และหมั่นเปลี่ยนอยู่เสมอ : รหัสควรมีความยาวอย่างน้อย 12-14 ตัวอักษร ประกอบไปด้วย ตัวอักษรใหญ่ ตัวอักษรเล็ก ตัวเลข และไม่ควรใช้ซ้ำกับ Online Account อื่น ๆ ที่สำคัญควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำทุก 3- 6 เดือน เพื่อป้องกันกรณีที่มีการรั่วไหลของข้อมูลโดยที่เราไม่รู้ตัว
.
2. หมั่น Update ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ : การที่เราหมั่น Update แพทซ์ ก็จะช่วยปิดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถเข้ามายังระบบได้ และ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้มีความปลอดภัยระบบมากขึ้นหรือหากระบบปฏิบัติการผิดพลาดจนไม่สามารถใช้งานได้ เราจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที
.
3. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะ : ทางที่ดีควรใช้อินเทอร์เน็ตเครือข่ายมือถือของตัวเอง หากไม่มีทางเลือกควรใช้ VPN (Virtual Private Networks) ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมออนไลน์ทั้งหมดจะปลอดภัยตั้งแต่ ธนาคารออนไลน์ไปจนถึงข้อความส่วนตัว
.
4. อย่าแชร์ทุกอย่างที่คิด ก่อนแชร์ให้คิดก่อนเสมอ : การแชร์ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดแบบสาธารณะ แชร์ Location ที่อยู่อาศัยของตัวเอง ฯลฯ อาจเป็นการแบ่งปันข้อมูลให้กับแฮกเกอร์ หรือ คนแปลกหน้าก็ได้ ทางทีดีควรคิดก่อนแชร์เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
.
5. จดบันทึกประวัติการใช้งานทางการเงิน : การจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงแม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น เพื่อป้องกันยอดเงินแปลกๆ ที่หักเงินในบัตรเครดิตเราแบบที่ไม่รู้ตัว และที่สำคัญไม่ควรผูกเลขบัตรเครดิต เลขบัญชีธนาคารลงในเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ เว็บไซต์ Social ต่าง ๆ เพราะหากโดนแฮกบัญชี สิ่งพวกนี้คือเป้าหมายแรกของแฮกเกอร์ในการขโมยข้อมูล
.
6. ตรวจสอบประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตเสมอ : เพื่อป้องกันการติดตามต่างๆ และป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลบนโลก Social (ข้อมูลส่วนตัวที่คุณโชว์ไว้บน Profile Digital ต่าง ๆ) ของเราเพื่อรักษาตัวเองให้ปลอดภัยจากการติดตามออนไลน์ที่ถูกคุกคามโดยโฆษณาออนไลน์ต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม
.
7. ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยในทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อออนไลน์ : ถ้าคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ชิ้นนั้น สามารถออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ ต้องป้องกันทั้งหมด เพราะทุกการเชื่อมต่อมีภัยแฝงเสมอ การเลือกระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
.
ที่มา : กสท โทรคมนาคม
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ความปลอดภัย #ออนไลน์ #รหัสผ่าน
.

4
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / วันช้างไทย
« เมื่อ: มีนาคม 13, 2021, 12:09:25 PM »
.
13 มีนาคม วันช้างไทย วันที่คกก.คัดเลือกสัตว์ประจำชาติ ให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของไทย
.
โพสโดย ศิลปวัฒนธรรม (silpa-mag)
เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2564
.
วันช้างไทย เริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง และให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น
.
คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา (คลิกอ่านเพิ่มเติม ด้านล่าง อะไรทำให้ “เข้าใจผิด” ว่า “วันยุทธหัตถี” ตรงกับวันที่ “25 มกราคม” พ.ศ. 2135 )
.
แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทย จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย
.
จึงได้นำเสนอมติตามลำดับเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย
ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541
.
ที่มาข้อมูล : เว็บไซต์ วิกิพีเดีย  “วันช้างไทย”.
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ.2562
.
.
.******************************************.
.
.
อะไรทำให้ “เข้าใจผิด” ว่า “วันยุทธหัตถี” ตรงกับวันที่ “25 มกราคม” พ.ศ. 2135
.
ผู้เขียนเมฆา วิรุฬหก
โพสโดย ศิลปวัฒนธรรม (silpa-mag)
เผยแพร่วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ.2564
.
วันกองทัพไทย ซึ่งทางการไทยให้ยึดเอาวันยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาเป็นวันเฉลิมฉลองกิจการของกองทัพนั้น เคยใช้วันที่ 25 มกราคม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เพิ่งจะมีการเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 18 มกราคม ตามมติคณะรัฐมนตรีที่มีขึ้นในปี พ.ศ. 2549 นี่เอง
.
แต่ความจริง นักวิชาการได้ติดตามทักท้วงการยึดเอาวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2135 เป็นวันยุทธหัตถีว่าเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด อย่างน้อยๆ ก็ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ดังที่ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ปราชญ์เมืองเพชรท่านเล่าว่าได้อ่านหนังสือเถลิงศก 5285 ปี ของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว ในปีดังกล่าว ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า
.
“เพราะการอ้างอย่างผิดหลักวิชาของนายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ และทางราชการกลาโหมเอาไปใช้เป็นวันกองทัพบก ซึ่งจะเป็นเหตุให้เป็นที่ถูกดูหมิ่นจากชาวต่างประเทศทั่วโลกว่า คนไทยแม้แต่วันประวัติศาสตร์ก็ยังคิดไม่ถูก แล้วจะทำอะไรได้”
.
และอีกตอนหนึ่งว่า
.
“วันชนช้างตามประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎเกรกอเรี่ยนแบบอังกฤษ คือวันที่ 8 มกราคม ไม่ใช่วันที่ 25 มกราคม ตามที่นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ อ้างแก่ทางราชการกลาโหมแน่ เพราะผิดทั้งกฎสุริยยาตร์ กฎเกรกอเรี่ยน”
.
ด้วยเหตุนี้อาจารย์ล้อมจึงเห็นว่า วันกระทำยุทธหัตถีเป็นเรื่องที่จะต้องนำมาถกเถียงให้กระจ่างกันเสียที โดยท่านได้นำเอาวันที่ตามที่ระบุไว้ในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ ที่นักประวัติศาสตร์เห็นตรงกันว่ามีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดมาเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งพงศาวดารฉบับนี้ได้ระบุเอาไว้ว่าวันยุทธหัตถีตรงกับ วันจันทร์เดือนยี่แรมสองค่ำ ของ ปีมะโรง จุลศักราชที่ 954
.
วิธีการหาวันที่ตามบันทึกเดิมให้ตรงกับปฏิทินปัจจุบันนั้น อาจารย์ล้อมกล่าวว่า วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำปฏิทินเทียบวันเดือนปีของจันทรคติและสุริยคติขึ้นมา ก็จะรู้ได้ว่า เดือนยี่แรมสองค่ำนั้นตรงกับวันจันทร์หรือไม่ และตรงกับวันที่เดือนใดในระบบสุริยคติ
.
และจากการคำนวณของอาจารย์ล้อมพบว่า วันยุทธหัตถีตามบันทึกของพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐแท้จริงแล้วตรงกับวันที่ 18 มกราคม ตามปฏิทินปัจจุบันที่เป็นระบบเกรกอเรี่ยน แต่หากไปเทียบกับปฏิทินแบบเก่าที่เป็นระบบจูเลี่ยนก็จะตรงกับวันที่ 8 มกราคม ตามที่อาจารย์ทองเจือได้คำนวณไว้
.
ส่วนวันที่ 25 มกราคมในปีเดียวกันนั้น ตรงกับวันจันทร์เช่นกันแต่เป็นวันแรม 9 ค่ำ คลาดเคลื่อนไป 7 วัน หาใช่วันยุทธหัตถีไม่
.
ซึ่งสุดท้ายข้อมูลตามที่อาจารย์ล้อมได้เคยเสนอไว้ก็ได้รับการยอมรับจากทางกองทัพ แม้จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานไปสักนิด โดยทางกระทรวงกลาโหมได้ยื่นเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เปลี่ยนแปลงวันกองทัพไทยจากวันที่ 25 มกราคม มาเป็น 18 มกราคม และทางคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ถือตามข้อเสนอดังกล่าว ตามมติลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนการรัฐประหารในปีเดียวกัน
.
อ้างอิง: ล้อม เพ็งแก้ว. “วันยุทธหัตถี พ.ศ. 2135 ตรงกับวันที่ 25 มกราคม จริงหรือ?”. ใน เจดีย์ยุทธหัตถี มีจริงหรือ?, ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ. พิมพ์ครั้งแรก : มกราคม 2539
.
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 18 มกราคม พ.ศ.2561
.

5
หยาดฝนแห่งธรรม / วันกตัญญูแห่งชาติ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2021, 05:57:59 PM »
.
วันกตัญญูแห่งชาติ
.
#ว่าด้วยเรื่องความกตัญญู
คณะรัฐมนตรี ในปีพ.ศ.2549 กำหนดให้วันมาฆะบูชา เป็นวันกตัญญูแห่ง่ชาติเพิ่มเติมขึ้นมาอีกวัน
.
.
.***************************************.
.
.
รัตนะที่หาได้ยาก
.
เจ้าลิจฉวีทั้งหลาย !  ความปรากฏขึ้นแห่งรัตนะ ๕ ประการ หาได้ยากในโลก.
๕ ประการ อย่างไรเล่า ? คือ :-
.
(๑) ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ
(๒) บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว
(๓) บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว อันผู้อื่นแสดงแล้ว
(๔) บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว อันผู้อื่นแสดงแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
(๕) กตัญญูกตเวทีบุคคล
.
เจ้าลิจฉวีทั้งหลาย !  ความปรากฏขึ้นแห่งรัตนะ ๕ ประการนี้แล หาได้ยากในโลก.
.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๖๖/๑๙๕.
.
.
.***************************************.
.
.
[๒๗๗]
.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เราจักแสดงภูมิอสัตบุรุษและสัตบุรุษแก่เธอทั้งหลาย  เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
.
 ภิกษุทั้งหลายนั้น ทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคแล้ว
.
 พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภูมิอสัตบุรุษเป็นไฉน  อสัตบุรุษย่อมเป็นคนอกตัญญูอกตเวที  ก็ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวทีนี้  อสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ
.
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวทีนี้  เป็นภูมิอสัตบุรุษทั้งสิ้น
.
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสัตบุรุษย่อมเป็นคนกตัญญูกตเวที ก็ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีนี้  สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ . ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีทั้งหมดนี้ เป็นภูมิสัตบุรุษ ฯ
.
 พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง
เล่มที่ ๒๐ หน้าที่ ๕๘ ข้อที่ ๒๗๗.
.
.
.***************************************.
.
.
ความกตัญญู
.
โพสโดย Baan Ananya บ้านอนัญญา
.
11 เมษายน 2019
.
#ความกตัญญู คือ การรู้สึกสำนึกในคุณ ด้วยแสดงความเคารพ นับถือ เชื่อฟัง และช่วยเหลือในกิจการงานต่าง ๆ การกระทำเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน
.
#ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
.
การที่เยาวชนไทยได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีในเรื่องของความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม การเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยอบรมและส่งเสริมพฤติกรรมของเยาวชนให้มีคุณลักษณะของการเป็นคนมีความกตัญญู ความตระหนักรู้ในคุณของบุคคล สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อตนเองทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
.
ปัจจุบันมีกระแสความเจริญทางเทคโนโลยีอย่างไร้ขีดจำกัด สิ่งยั่วยุให้เกิดการเบี่ยงเบนของพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเยาวชน ตลอดจนการสร้างความเจริญทางวัตถุที่มากไป จนลืมคำนึงถึงความเจริญทางด้านจิตใจ ตลอดจนความต้องการทางด้านวัตถุเพื่อมาสนองความต้องการทางกาย ทางใจในการดำรงชีวิตประจำวันของสมาชิกในสังคมนั้น ทำให้เกิดการแย่งชิงโอกาส เพื่อการประกอบการเลี้ยงชีพ โดยลืมคำนึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในจิตใจ ลืมคำนึงถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนไทยที่มีความกตัญญู รู้จักตอบแทนบุญคุณ ซึ่งความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยรักษาและพยุงสังคมไทย
.
ผู้ที่มีความกตัญญู คือ มีจิตสำนึกในคุณท่านและคิดตอบแทน ส่วนผู้ที่ไม่มีความกตัญญูคือคนอกตัญญู ไม่รู้คุณ ย่อมถูกประณามว่า เป็นคนไม่ดี ไม่น่าคบหา ความกตัญญูเป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ในสังคมมนุษย์ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นและสิ่งอื่น ชีวิตด้านกายภาพดำรงอยู่ได้เพราะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบุคคลต่างๆ มีพ่อแม่ ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง เป็นต้น
.
ความกตัญญูนี้เป็นคุณธรรมที่มนุษย์ควรปฏิบัติไม่เฉพาะต่อมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่รวมไปถึงต่อสัตว์และพืชด้วย ผู้ที่มีความกตัญญูย่อมจะทำตนเองให้มีความสุขและทำผู้อื่นให้มีความสุขด้วย
.
ลักษณะของคนมีความกตัญญูตามหลักพระพุทธศาสนา มี 2 ลักษณะ ได้แก่
.
1. #กตัญญูชั้นสามัญ คือ กตัญญูอย่างสามัญทั่วไป หมายถึง รู้อุปการคุณที่บุคคลอื่นทำให้เรา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดกตเวที คือ การตอบแทนคุณ ซึ่งเด็กจะยอมรับว่าใครมีคุณก็ต่อเมื่อเขาทำอะไรให้กับตนเท่านั้น เช่น ยอมรับว่าพ่อแม่มีพระคุณ เพราะได้เลี้ยงดูมา ยอมรับว่าครูมีพระคุณ เพราะได้อบรมสั่งสอน ยอมรับว่าญาติพี่น้องมีบุญคุณ เพราะเคยให้ข้าวให้ขนม
.
2.#กตัญญูชั้นสัตบุรุษ เป็นความกตัญญูชั้นสูง หมายถึง การรู้จักคุณธรรมความดีที่มีอยู่ในตัวบุคคลอื่น ใครมีความดีก็รู้ว่าเขาเป็นคนดี ไม่ว่าจะทำอะไรให้เราหรือไม่ก็ตาม ไม่ยึดเอาตัวเองเป็นเครื่องวัดความดีของคนอื่น เป็นการตัดสินความดีด้วยความดี และรู้จนกระทั่งว่าธรรมทั้งหลายมีคุณค่าอย่างไร และพยายามถ่ายทอดคุณลักษณะที่ดีนั้นมาใส่ตัวเรา เพื่อจะได้ทำความดีเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนเขา
.
ส่วนการแสดงออกต่อผู้มีพระคุณมีลักษณะ ดังนี้
.
- ประกาศคุณท่าน คือ การประกาศว่าผู้มีพระคุณของเราดีอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็นพ่อแม่ ทำโดยพูดถึงพ่อแม่ให้คนอื่นฟังได้ว่า ท่านดีกับเราอย่างไร กิจกรรมที่นิยมทำกันมากคือ การทำบัตรอวยพรวันพ่อและวันแม่ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ประกาศที่ตัวเอง เพราะเป็นลูกและได้รับการอบรมมาจากพ่อแม่ ฉะนั้น ความประพฤติของเด็กจะเป็นตัวประกาศคุณพ่อแม่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
.
ตอบแทนคุณท่าน คือ เมื่อรู้ว่าท่านมีคุณหรือมีอุปการะ ต้องตอบแทน เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็นพ่อแม่ ก็ต้องตอบแทนคุณ โดยกระทำตนเป็นบุตร ธิดาที่ดี
.
#ความกตัญญูมีความสำคัญอย่างไร?
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมที่สำคัญสำหรับมนุษยชาติ เป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ ทำให้มีความสัมพันธ์กันในสังคมมนุษย์และเป็นบ่อเกิดแห่งความรับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์ และเป็นคุณธรรมเบื้องตนของมนุษยธรรมทั้งหลาย เพราะเป็นเครื่องทำลายความเห็นแก่ตัวซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของความดี เป็นเหตุให้เกิดความสุขุม รอบคอบ ความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ จำแนกความสำคัญของความกตัญญูกตเวทีได้ดังนี้
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้สอดแทรกความกตัญญูกตเวทีไว้เกือบทุกเรื่อง เช่น การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย การบวช วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง เป็นต้น
.
ความกตัญญูกตเวที ทำให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์รู้จักการกระทำหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบันครอบครัว โดยบิดามารดาทำหน้าที่ในฐานะบุพการี และบุตรธิดาปฏิบัติหน้าที่ต่อบิดามารดาในฐานะผู้มีความกตัญญูกตเวที อันจะขยายผลในระดับสังคมที่กว้างออกไป ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดไม่มีปัญหา ปัญหาคนชราไม่มีคนเลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ ก็จะหมดไป
.
สภาวะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะสมดุลไม่ถูกทำลาย คนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ำ ลำธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ฯลฯ ช่วยกันอนุรักษ์ บำรุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุลและกลมกลืน
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
.
ความกตัญญูทำให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์รู้จักการกระทำหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบันครอบครัว โดยพ่อแม่ทำหน้าที่เป็นบุพการี และลูกปฏิบัติหน้าที่ต่อพ่อแม่ในฐานะผู้มีความกตัญญู ซึ่งจะขยายผลในระดับสังคมที่กว้างออกไป
.
ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดปลอดภัย ปัญหาสังคม เช่น ปัญหาคนชราไม่มีคนเลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจจะหมดไป สภาวะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะไม่ถูกทำลาย เพราะคนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ำ ลำธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ช่วยกันอนุรักษ์ บำรุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุล การที่เด็กเป็นคนกตัญญูกตเวที ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเด็กมีดังนี้
.
- ได้รับคำสรรเสริญจากสังคมส่วนรวม
.
- กระทำการใดๆที่ดีก็จะสำเร็จเนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากสังคม
.
- ได้รับการยกย่องจากสังคม
.
- เป็นคนที่สังคมต้องการและยอมรับ
.
#ประโยชน์ของความกตัญญู และโทษของการไม่มีความกตัญญูทั้งต่อตนเองและต่อสังคม
.
บุคคลผู้มีความกตัญญูเป็นคนดีและรักษาความดีไว้ได้ เป็นผู้น่าคบค้าสมาคม ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ความกตัญญูยังทำให้คนในสังคมช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยอยู่กันด้วยดี มีความร่มเย็นเป็นสุข
.
ส่วนโทษของการไม่มีความกตัญญู ย่อมทำให้ตนเองและสังคม มีแต่ความทุกข์ ความเดือดร้อน ความเสื่อม หาคนคบค้าสมาคมได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งตนเองและสังคม ย่อมจะได้รับโทษของการไม่มีความกตัญญู
.

6
คุยสบาย นานาสาระ / สวัสดีวันแห่งความรัก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2021, 09:57:09 AM »
.
*****สวัสดีวันแห่งความรัก*****
ไม่ว่าจะเป็นการ
รักบิดามารดา
รักครูบาอาจารย์
รักพี่ รักน้อง
รักเพื่อน
รักสามี / ภรรยา
และรักอื่นๆอีกมากมาย
แต่รักที่สำคัญที่สุดก็คือ รักในการทำความดีทั้งปวง ครับ
.
.
.
.
.
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ Valentine's Day
.
ที่มา / โพสโดย  sanook
.
กุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความสุขของการแสดงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่เราปรารถนาดีและอยากให้เขามีความสุข เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็น "วันแห่งความรัก" หรือ Valentine's Day และวันนี้ยังมีคิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส แต่ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของคิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จักก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบันคิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ภาพจำของคิวปิดคือการยิงศรรักระหว่างหัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด และวันนี้เราจึงอยากจะมาเล่าสู่กันฟังถึงประวัติความเป็นมาและความสำคัญของวันแห่งความรักกันค่ะ
.
ประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine's Day)
.
เทศกาลวาเลนไทน์ (Valentine's Day) เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
.
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องจากไม่อยากจากคู่รักและครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง
.
และขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับ และระหว่างนั้นเขาก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เชื่อกันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า "From Your Valentine"
.
หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัสผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดรและมิตรภาพอันสวยงาม ถึงแม้ว่าเบื้องหลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะเป็นตำนานที่มืดมัว แต่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความกล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่าในช่วงยุคกลาง วาเลนไทน์นับเป็นนักบุญที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส
.
ต่อมานักบวชในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลวันแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ (Valentine's Day) สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
.
วันวาเลนไทน์ หรือ Valentine's Day ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วจะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึงความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้านการพิมพ์ จึงมีการพิมพ์บัตรอวยพรแทนที่จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่งบัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ช่วยให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใยถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
.
ประวัติวันวาเลนไทน์นี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ เรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนม และการ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน...
.
.
.
เนื้อเพลง My heart will go on เพลงไททานิค
ศิลปิน: Celine Dion, Release Date: 1997
.
ที่มา / โพสโดย educatepark
.
Every night in my dreams
ทุกคืนค่ำในความฝันของฉัน
I see you, I feel you,
ฉันเห็นและรู้สึกถึงคุณได้
That is how I know you go on
รับรู้อยู่ในใจว่าคุณนั้นยังอยู่
.
Far across the distance
หนทางแสนไกลห่าง
And spaces between us
ช่องว่างระหว่างสองเรา
You have come to show you go on
คุณเฝ้าแสดงตัวตนให้เห็นว่ายังอยู่ตรงนี้
.
Near, far, wherever you are
ใกล้หรือไกล หนแห่งใดที่คุณอยู่
I believe that the heart does go on
ฉันเชื่อว่าดวงใจดวงน้อยก็ยังคงดํารงอยู่
Once more you open the door
เมื่อเวลาที่คุณได้เปิดประตูใจ
And you’re here in my heart
คุณได้เข้ามาอยู่ในหัวใจฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
.
Love can touch us one time
เพียงได้สัมผัสสักหนึ่งครั้ง
And last for a lifetime
ความรักของเราจะอยู่ไปชั่วนิรันดร์
And never let go till we’re gone
และไม่มีวันจางหายไปจนกว่าจะสิ้นลม
.
Love was when I loved you
เมื่อฉันได้รักคุณแล้ว
One true time I hold to
ฉันรู้ว่าคือรักแท้ที่จะยึดมั่น
In my life we’ll always go on
ความรักของเราจะคงอยู่เสมอชั่วชีวิตฉัน
.
Near, far, wherever you are
ใกล้หรือไกล หนแห่งใดที่คุณอยู่
I believe that the heart does go on
ฉันเชื่อว่าดวงใจดวงน้อยก็ยังคงดํารงอยู่
Once more you open the door
เมื่อเวลาที่คุณได้เปิดประตูใจ
And you’re here in my heart
คุณได้เข้ามาอยู่ในหัวใจฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้ก็จะดำเนินต่อไป..
.
You’re here, there’s nothing I fear,
ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเมื่อคุณอยู่เคียงข้างฉัน
And I know that my heart will go on
และฉันรู้ว่าดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
We’ll stay forever this way
เราจะอยู่ด้วยกันตลอดกาลนาน
You are safe in my heart
จะปกป้องให้คุณปลอดภัยด้วยหัวใจของฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
.
.
.
เพลงสากลแปลไทย #47# My Heart Will Go On ~ Celine Dion (Lyrics & ThaiSub)
.
https://www.youtube.com/watch?v=xIe-XbrKh40
.
โพสโดย Andromeda June
23 พ.ย. 2013
.
รูป happyvalen_5pgap46G
ที่มาของรูป phoneky
.

7
.
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 (ปีหน้า) ทำใบขับขี่ และ ต่ออายุใบขับขี่  ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยครับ
.
.
.-------------------------------------------
.
.
ขนส่งลั่น เริ่ม 19 ก.พ.ปีหน้า ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ทำใบขับขี่-ต่ออายุใบขับขี่ ทุกประเภท – บิ๊กไบก์ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม
.
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564
ที่มา khaosod Online
.
ขนส่งลั่นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ – นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2563 ลงประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 19 ก.พ. 2564
.
โดยสาระสำคัญนอกจากเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (บิ๊กไบก์) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมแล้วนั้น
.
ยังมีสาระสำคัญในเรื่องของใบรับรองแพทย์ที่ต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินการ ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถตามที่แพทยสภากำหนด
.
ซึ่งในส่วนนี้กรมการขนส่งทางบกจะประสานความร่วมมือกับแพทยสภาในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถ และจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาให้เรียบร้อยก่อนกฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ
.
นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งแต่เดิมการต่ออายุใบอนุญาตขับรถไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยข้อเท็จจริงสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้นและอาจมีโรคประจำตัว หรือมีสมรรถภาพของร่างกายที่บกพร่องจนไม่สามารถขับรถได้ จึงกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิดทุกประเภทต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการด้วย
.
นายยงยุทธ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อบรมและทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ หรือรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
.
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการกำหนดหัวข้อหลักสูตรการอบรมและทดสอบ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะ สภาพแวดล้อม เป็นต้น การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์อย่างปลอดภัย และการทดสอบขับรถ เพื่อคัดกรองให้การออกใบอนุญาตขับรถมีความเหมาะสมกับประเภทของยานพาหนะเกิดความปลอดภัยต่อผู้ขับรถ และได้มาตรฐานของการออกใบอนุญาตขับรถ นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะผู้ขับรถ (บิ๊กไบก์) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องใช้ทักษะการขับรถสูงกว่าปกติ สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
.

8
.
#ต้องรู้ทันคำโฆษณา
#อย่าตกเป็นเหยื่อทางการตลาด
.
.
.
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
.
 
16 มกราคม 2564
.
'โทรมาตอนนี้ 50 สายแรก รับไปเลยจ้าของแถมสุดพิเศษจากทางเรา'
.
คำชวนแบบนี้มันช่างเย้ายวนใจจริง ๆ เลยใช่มั้ยคะ
แต่ อย่า หลง เชื่อ เด็ด ขาด !!!
.

เราน่ะเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องรู้ทันคำโฆษณาเหล่านี้
เขาจะมาหลอกให้ผู้บริโภคอย่างเราไปซื้อ ไม่มีวันหรอกนะ
แต่ ๆๆ ถ้าโปรโมชันมันน่าซื้อจริงๆ เลยนะเนี่ย
อันดับแรกเลย คือ การตั้งสติก่อนกดสั่งของ หรือ โทรสั่งของ
และควรต้องศึกษารายละเอียด อ่านรีวิวประกอบหน่อย
หรือลองเปรียบเทียบราคาหรือคุณภาพกับของในลักษณะเดียวกันดูด้วย
.
อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายคุณสั่งของมาแล้ว และ พบว่า
โอ๊ะ... ไม่เห็นเป็นไปตามที่พูดไว้เลย อย่าลืมว่า 'คุณคือผู้บริโภค'
ที่มีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง
และเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
.
หากเกิดเหตุการณ์ข้างต้นขึ้น ควรตั้งสติ - แล้วเก็บหลักฐานตัวจริง
ที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าไว้ และนำไปถ่ายสำเนา
จากนั้นนำไปร้องเรียนกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อขอชดเชยค่าเสียหายนั่นเอง
.
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม ได้ที่ เว็บไซด์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (ลงอยู่ด้านล่าง)
.
.
#โฆษณาเกินจริง
#มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
.
.
.
รู้ทันคำโตของโฆษณาเกินจริง
.
เขียนโดย มัลลิษา คำเฟย วันที่ 25 พฤษภาคม 2560
.
ที่มา consumerthai
ที่มา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
.
“โทรมาตอนนี้ 50 สายแรก ได้ส่วนลดทันที จาก 3,000 บาท เหลือ 1,500 บาท และยังมีของแถมอีกจำนวนมาก”
.
คำโฆษณาชวนให้ผู้ที่ชมรายการขายสินค้าหน้าจอทีวี ได้ฟัง เกิดจิตใจหวั่นไหว จนต้องโทรสั่งซื้อทันที จะใช้ไม่ใช้ว่ากันอีกรอบหลังจากซื้อมาแล้ว สินค้าหลายตัวที่ผู้บริโภคซื้อมาแล้วมักเจอปัญหาไม่เป็นไปตามที่โฆษณา เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องทำความสะอาด กระทะ ชุดชั้นในกระชับสัดส่วน
.
ครั้นซื้อมาแล้วพบว่าไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณา ชุดชั้นในกระชับสัดส่วน แต่ไม่ได้กระชับจริงใส่แล้วม้วนเป็นก้อนกองอยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่ง หรือไม่พอดีสัดส่วนแน่นมากจนหายใจไม่ออก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้างสรรพคุณว่าทานแล้วจะทำให้ผิวขาว แต่เมื่อผู้บริโภคซื้อรับประทานก็พบว่าขาวจริงในช่วงที่กินผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่เมื่อหยุดทานก็กลับมาดำเหมือนเดิม แถมอาจมีโรคไตตามมาจากสารกลูต้าไธโอนในผลิตภัณฑ์นั้น ครีมบำรุงผิว ทาแล้วขาวภายใน 5 นาที แต่พบเมื่อซื้อทาแล้วผิวแตกลาย
.
การโหมกระหน่ำโฆษณาโดยใช้ดาราเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อตอกย้ำว่าสินค้าชิ้นนั้นคุณภาพดี ใช้แล้วขาวใส จริง ซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริง และโดยแท้จริงตามสิทธิผู้บริโภคข้อแรกเลย จะกล่าวไว้คือ “สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภครวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม” แต่กลับพบว่าการโฆษณาที่ผ่านมาไม่ได้เป็นอย่างที่สิทธิที่ผู้บริโภคควรจะได้รับ
หากเกิดเหตุการณ์ที่พบว่า มีโฆษณาสินค้าเกินจริง หรือซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์แล้วเจอปัญหา ผู้บริโภคอย่านิ่งนอนใจ อย่าใช้คำว่า “ช่างมันเถอะเงินไม่เยอะมาก” นั่นหมายถึงคุณกำลังเปิดช่องทางให้มีผู้ประกอบการโฆษณาเกินจริงทำผิดต่อผู้บริโภคไปเรื่อยๆ
.
5 เคล็ดลับซื้อของ
.
1. ตั้งสติอย่าหลงเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อที่ได้เห็น ได้ยิน มา ให้ค้นหาข้อมูล ตามแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หรือการรีวิวของผู้บริโภครายอื่นที่ซื้อสินค้าแล้วใช้ได้ดีหรือไม่
.
2. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระบุเจ้าของผลิตภัณฑ์ชัดเจน เช่น ผลิตโดยบริษัทฯ จำหน่ายโดยบริษัทฯ ที่จดทะเบียนถูกต้อง เพื่อป้องกันการถูกหลอกให้ซื้อสินค้าปลอม
.
3. เก็บหลักฐานการสั่งซื้อ ควรเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้ กรณีซื้อผ่านออนไลน์ (ให้บันทึกหน้าจอใบสั่งซื้อไว้) หรือหากสั่งซื้อทางโทรศัพท์ ให้เก็บหลักฐานใบโอนเงิน และใบเสร็จไว้ทุกครั้ง
.
4. ตรวจสอบสินค้า เมื่อได้รับสินค้าแล้วพบว่าสินค้าชำรุด หรือไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ ให้ติดต่อทางร้านทันที หากทางร้านบ่ายเบี่ยง ให้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจใกล้บ้านไว้เป็นหลักฐาน
.
5. ร้องเรียนเมื่อได้รับอันตรายจากการใช้สินค้า กรณีที่ใช้สินค้าแล้วได้รับอันตราย เช่นกรณีใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุง หรืออาหารเสริม ให้ถ่ายรูปบริเวณที่เสียหาย แล้วร้องเรียนที่ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค” มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 02-2483737   “ร้องทุกข์หนึ่งครั้ง ดีกว่าบ่นพันครั้ง”
.
.
.
“ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค”
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร.0-2248-3737
.
.
.

9
.
พ่อแม่ไม่ใช่อรหันต์ของลูก
.
มารดาบิดาเปรียบดังพรหมของบุตรทั้งหลาย วันที่ 18/08/2012   20:35:40
ที่มา watsaladaeng
.
พรหมสูตร ว่าด้วย มารดาบิดาเปรียบดังพรหมของบุตร   
.
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกกนิบาต ปฐมปัณณาสก เทวทูตวัคควัณณา
.
พระศาสดา ตรัสว่า
.
         ดูกรภิกษุทั้งหลาย สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนของตน สกุลนั้นมีพรหม
สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนของตน สกุลนั้นมีบุรพาจารย์
สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนของตน สกุลนั้นมีอาหุไนยบุคคล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมนี้ เป็นชื่อของมารดาและบิดา
คำว่าบุรพาจารย์นี้ เป็นชื่อของมารดาและบิดา
คำว่าอาหุไนยบุคคลนี้ เป็นชื่อของมารดาและบิดา
.
ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง และแสดงโลกนี้แก่บุตร ฯ
ดังนี้แล้วได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า
.
 มารดาบิดาผู้อนุเคราะห์บุตร ท่านเรียกว่าพรหม
 ท่านเรียกว่าบุรพาจารย์ และท่านเรียกว่าอาหุไนยบุคคล
  เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงนมัสการและสักการะมารดาบิดานั้น
  ด้วยข้าว ด้วยน้ำ ด้วยผ้า ด้วยที่นอน ด้วยการอบกลิ่น ด้วยการให้อาบน้ำ
  และด้วยการล้างเท้าทั้งสอง เพราะการปรนนิบัติในมารดาบิดา นั้นแล
  บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาในโลกนี้เอง เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์ ฯ(ปฐยาวัตร)
.
อรรถาธิบาย1
.
         คำว่า มารดาบิดานั้น ได้แก่ ผู้ให้กำเนิดแก่บุตร หรือผู้ยังบุตรให้เกิด คือผู้ให้ดื่มเลือดอันเกิดแต่อก ก็หรือว่าเป็นผู้แสดงอ้างอารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ และน่าพอใจอันเป็นไปในโลกนี้แก่บุตร ชื่อว่าเป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร
.
         คำว่า ผู้อนุเคราะห์บุตร ได้แก่ เป็นผู้บำรุงเลียง คือเฝ้าประคบประหงมบุตร  จำเดิมแต่กาลที่บุตรยังอยู่ในครรภ์ ย่อมให้เครื่องบริหารครรภ์ตลอดเดือนทั้งหลาย ๑๐
.
         คำว่า พรหม ได้แก่ มารดาบิดานั้น ท่านเปรียบดังพรหมของบุตร ด้วยว่าท้าวมหาพรหมย่อมไม่ละภาวนา ๔  คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาอันเป็นไปในสัตว์ทั้งหลายฉันใด มารดาบิดาทั้งหลายย่อมเป็นผู้ไม่ละจากภาวนาทั้ง ๔ อันเป็นไปในบุตรทั้งหลายฉันนั้นเหมือนกัน ก็เพราะเหตุใดเล่า มีอรรถาธิบายดังนี้
.
         ในกาลที่บุตรยังอยู่ในท้อง มารดาบิดาย่อมเกิดเมตตาจิตอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจักได้เห็นบุตรน้อยปลอดภัย มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบบริบูรณ์ ดังนี้ชื่อว่ามารดาบิดาทั้งหลายประกอบด้วยเมตตาจิตอันเป็นไปในบุตรทั้งหลาย
.
         ในกาลใดบุตรน้อยนั้นยังเยาว์ นอนแบเบาะ มีเลือดไรไต่ตอมหรือนอนกระสับกระส่าย ส่งเสียงร้องจ้าอยู่ ในกาลนั้น มารดาบิดาครั้นได้ยินเสียงบุตรนั้นย่อมเกิดความกรุณาที่จะปกป้องปัดเป่าความไม่สะบายกายความไม่สะบายใจนั้นแก่บุตร ดังนี้ชื่อว่ามารดาบิดาทั้งหลายประกอบด้วยกรุณาจิตอันเป็นไปในบุตรทั้งหลาย
.
         ในกาลใดบุตรไปได้ด้วยเท้าวิ่งเล่นไปมาอยู่บ้าง ก็หรือว่าในกาลใดบุตรทั้งหลายตั้งอยู่ในวัยหนุ่มวัยสาวท่องเที่ยวไปอยู่บ้าง ในกาลนั้นมารดาบิดามองดูบุตรทั้งหลายแล้ว ย่อมมีจิตอ่อนไหว บันเทิง รื่นเริงใจ เหมือนกับสำลีและปุยนุ่นที่เขายีตั้ง ๑๐๐ ครั้ง หย่อนลงในฟองเนยใส ดังนี้ชื่อว่ามารดาบิดาทั้งหลายประกอบด้วยมุทิตาจิตอันเป็นไปในบุตรทั้งหลาย
.
         อีกอย่างหนึ่ง ในกาลใดแลบุตรทั้งหลายเป็นผู้มีครอบครัวแล้ว แยกเรือนออกไปอยู่  ในกาลนั้นมารดาบิดาทั้งหลายย่อมเกิดความวางใจว่าอย่างนี้ว่า บุตรของเราอาจจะสามารถเพื่ออันจักเป็นอยู่ได้ตามลำพังตามธรรมดาแห่งตนแล้ว ดังนี้ ชื่อว่ามารดาบิดาเป็นผู้ประกอบด้วยอุเบกขาในบุตรทั้งหลาย
.
         คำว่าบุรพาจารย์นั้น อธิบายความว่า แท้จริง คือความจริง มารดาบิดาทั้งหลาย จำเดิมแต่บุตรเกิดแล้ว ย่อมให้บุตรเล่าเรียนบ้าง ให้บุตรสำเหนียกบ้าง อย่างนี้ว่า เจ้าจงนั่งอย่างนี้ จงยืนอย่างนี้ จงเดินอย่างนี้ จงนอนอย่างนี้ จงเคี้ยวอย่างนี้ จงกินอย่างนี้ คนนี้เจ้าควรเรียกว่าพ่อ คนนี้ควรเรียกว่าพี่ คนนี้ควรเรียกว่าน้อง เจ้าควรทำสิ่งนี้ ไม่ควรทำสิ่งนี้ ควรเข้าไปหาคนชื่อโน้น คนชื่อโน้นไม่ควรเข้าไปหาเป็นต้น
.
         แต่นั้นในกาลอันเป็นส่วนอื่นอีก อาจารย์ทั้งหลายแม้เหล่าอื่นจึงให้ศึกษาศิลปะในเพราะเรื่องช้าง เรื่องม้า เรื่องรถ เรื่องธนูและการนับด้วยนิ้วมือเป็นต้น แต่นั้นอาจารย์เหล่าอื่นจึงให้สรณะ ให้ตั้งใจอยู่ในศีล ให้บรรพชา ให้เรียนพุทธพจน์ ให้อุปสมบท ให้บรรลุโสดาปัตติมรรคเป็นต้น  ก็แล อาจารย์เหล่านั้นแม้ทั้งหมดนี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นปัจฉาจารย์  ส่วนมารดาบิดาย่อมเป็นอาจารย์ก่อนกว่าอาจารย์เหล่าอื่นนี้ทั้งหมด จึงได้ชื่อว่า บุรพาจารย์ของบุตรทั้งหลาย
.
         คำว่าอาหุเนยยบุคคลนั้น อธิบายความว่า มารดาบิดาย่อมเป็นผู้สมควร แก่วัตถุสิ่งของมีข้าวและน้ำเป็นต้นที่บุตรจัดมาเพื่อบูชา เพื่อต้อนรับ เช่นเดียวกับพระอรหันต์ทั้งหลาย ที่เป็นผู้สมควรแก่วัตถุสิ่งของที่บุคคลทั้งหลายพึงนำมาบูชา พึงนำมาสักการะ เป็นต้น ดังนี้ จึงได้ชื่อว่า อาหุเนยยบุคคลแห่งบุตรทั้งหลาย
.
         คำว่าเพราะฉะนั้น ได้แก่ การแสดงเหตุผลยืดยาว
         คำว่าบัณฑิต ได้แก่ บุตรผู้ฉลาด คือรู้เหตุอันเจริญ และเหตุอันไม่เจริญ หรือผู้ประกอบด้วยกตเวทีบุคคล คือผู้เป็นดังสัตตบุรุษ
         คำว่านมัสการ ได้แก่ การอ่อนน้อมเคารพโดยธรรมอันเป็นไปในโลกนี้
         คำว่าสักการะ ได้แก่ การให้วัตถุสิ่งของเช่น ข้าวบ้าง น้ำบ้าง ผ้าบ้าง ที่นอนอันดีบ้าง ให้อบกลิ่นบ้าง ให้อาบบ้าง เป็นต้น
         คำว่าข้าวเป็นต้นนั้น คือวัตถุสิ่งของที่บุตรพึงนำมาสักการะมารดาบิดาด้วยความเคารพโดยธรรมตามธรรม
         คำว่าการปรนนิบัติ หมายถึง การบำรุงเลียงท่านตราบเท่าที่ท่านยังไม่สิ้นชีวิต คือ ยังมีชีวิตดำรงอยู่ คือเที่ยวไปได้ด้วยตาบ้าง ด้วยหูบ้าง ด้วยเท้าทั้งสองบ้าง เป็นต้น
         คำว่าแล เป็นเพียงนิบาต ทำเนื้อความให้ไพเราะ คือให้เต็ม อธิบายว่า กระทำให้ไม่มีช่อง
         คำว่าบัณฑิตทั้งหลาย หมายถึง พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย  และพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นต้น
         คำว่าย่อมสรรเสริญ ได้แก่ ยกย่อง คือชมเชย ได้แก่แสดงคุณให้ปรากฎ คือให้ทราบชัด ให้เป็นดังทองอันไหลออกจากเบ่า
         คำว่าเขา ได้แก่ บุคคลผู้บำรุงเลี้ยงปรนนิบัติ คือ บุตรผู้บำรุงเลี้ยงปรนนิบัติ ในมารดาบิดา คือผู้เช่นนั้น กล่าวคือ กตัญญูกตเวทีบุคคลนั้น
         คำว่าในโลกนี้ ได้แก่ มนุษย์โลก ทั้งเป็นไปกับด้วยสัตว์ทั้งหลาย ที่มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด คือผู้เกิดจากครรภ์บ้าง คือผู้เกิดจากไข่บ้าง ชื่อว่าในโลกนี้
         คำว่าละไปแล้ว ได้แก่ ถึงแก่มรณาภัย คือ มีชีวิตออกแล้ว กล่าวคือมีตนดำรงอยู่ด้วยทั้งอัตตภาพในโลกหามิได้
         คำว่าย่อมบันเทิง ได้แก่ เพลิดเพลิน ยินดี พอใจด้วย ฐานะอันเป็นทิพย์ทั้งสิบประการคือ ด้วย อายุอันเป็นทิพย์ วรรณะอันเป็นทิพย์ สุขอันเป็นทิพทย์ ยศอันเป็นทิพย์ ความเป็นใหญ่อันเป็นทิพย์  รูปอันเป็นทิพย์ เสียงอันเป็นทิพย์  กลิ่นอันเป็นทิพย์ รสอันเป็นทิพย์  และโผฏฐัพพะอันเป็นทิพย์ ชื่อว่าย่อมบันเทิง คือ เพลิดเพลิน
         คำว่าในสวรรค์ ได้แก่ เทวโลกทั้ง หก ชั้นอันได้แก่ จาตุมมหาราชิกา ดาวดึง ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัสตี ชื่อว่าเป็นสถานที่อันไม่ปราศจากความสุข เพราะเปรียบด้วยสุขอันเป็นของมีอยู่ในโลก เป็นเช่นเดียวกับหยาดน้ำค้าง แต่สุขอันเป็นไปในทิพย์โลก ย่อมเปลียบได้ด้วยน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่
.
พระคุณของพ่อแม่
.
          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอุปมาว่าถ้าบุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตน ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านนั้นป้อนข้าวป้อนน้ำและให้ท่านถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้นเสร็จ แม้บุตรจะมีอายุถึง ๑๐๐ปี และปรนนิบัติท่านไปจนตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด (ลูกไม่สามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ให้หมดสิ้นได้ ด้วยการทำในลักษณะเช่นนี้)
.
         ยังมีผู้อุปมาไว้ว่า หากเราใช้ท้องฟ้าแทนกระดาษยอดเขาพระสุเมรุแทนปากกาน้ำในมหาสมุทรแทนหมึก เขียนบรรยายคุณของพ่อแม่จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยอักษร ภูเขาสึกกร่อนจนหมดน้ำในมหาสมุทรเหือดแห้งก็ยังบรรยายคุณของพ่อแม่ไม่หมด((เพราะการตอบแทนคุณมารดาบิดาไม่สามารถให้สำเร็จได้ด้วยการทำในลักษณะเช่นนี้) คือด้วยการเขียนดังกล่าวแล้ว)(อุปมาข้อนี้เป็นบัญญัติของมนุษย์โลก ไม่ได้เกิดแต่คำสอนในพระศาสนา
.
ความหมายของอุปมาข้อนี้ หมายถึง ถ้าบุตร หรือลูกคนใดใช้ความพยามตามอุปมาข้อนี้เพื่อแสดงคุณของมารดาบิดา ด้วยความคิดว่า เราจะตอบแทนบุญคุณของท่านให้หมดสิ้นด้วยการทำลักษณะดังนี้ ความพยายามถึงเพียงนั้น แห่งบุตร หรือลูกคนนั้นเป็นอันไม่ตอบแทนบุญคุณแห่งมารดาบิดาให้หมดสิ้นได้เลย) (เพราะคุณแห่งมารดาบิดาไม่สามารถทำให้หมดสิ้นไปได้ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้ แล้วเท่าไหนถึงจะหมดสิ้น)อย่างนี้คือ ทำมารดาบิดา ผู้มีความเห็นผิด ให้เห็นถูก ไม่มีศีล ให้มีศีล ไม่เลื่อมใส่ในพระพุทธศาสนา ให้เลื่อมใส่ในพระพุทธศาสนา ทำมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยการบริจาค ผู้ยังไม่ถึงมรรค ให้ถึงทางแห่งอริยมรรค เป็นต้น ในเหตุทั้งหลายเหล่านี้ แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นอันบุตร คือว่าลูกทั้งหลาย อาจทำ อาจสามารถ ตอบแทนบุญคุณท่านให้หมดสิ้นได้  การตอบแทนบุญคุณมารดาบิดาทั้งหลาย ย่อมเป็นอันบุตรทั้งหลาย ตอบแทนแล้ว และตอบแทนแล้ว ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ด้วยเหตุอื่นนอกจากนี้ ใคร ๆ อย่าชอบใจเลยที่จะทำหรือจะจัด ด้วยความคิดว่า เราจักอาจหาญโดยประการอื่นจากนี้
.
บิดามารดาเป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของบุตร สรุปโดยย่อคือ
.
         ๑. เป็นต้นฉบับทางกาย แบบเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำให้ของทั้งหลายในโลกมีค่าสูงขึ้นตัวอย่างเช่นก้อนดินเหนียวธรรมดาถ้าหากนำมาใส่แบบพิมพ์แล้วพิมพ์เป็นตุ๊กตาก็ทำให้ดินก้อนนั้นมีค่าขึ้นมาเป็นเครื่องประดับบ้านเรือนได้ดินเหนียวก้อนเดียวกันนี้หากได้แบบที่ดีกว่าขึ้นมาอีกเช่นแบบเป็นพระพุทธรูปก็จะเห็นได้ว่าคุณค่าของดินเหนียวก้อนนี้ทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้นผู้คนได้กราบไหว้บูชา จะเห็นได้ว่าคุณค่าของดินเหนียวก้อนนี้ขึ้นอยู่กับแแบบที่พิมพ์นั่นเอง ในทำนองเดียวกัน การเกิดของสัตว์ เช่นเป็นช้าง มัา วัว ควาย ฯลฯแม้จะมีปัญญาติดตัวมามากสักปานใดก็ไม่สามารถทำความดีได้เต็มที่โชคดีที่เราได้แบบเป็นคน ซึ่งเป็นโครงร่างที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลายเหมาะในการทำความดีทุกประการ พระคุณขงอพ่อแม่ในการเป็นต้นแบบทางกายให้เราก็นับว่ามีมากเหลือหลายแล้วยิ่งท่านอบรม เลี้ยงดูเรามาเป็นต้นแบบทางใจให้ด้วยก็ยิ่งมีพระคุณมากเป็นอเนกนันต์
.
         ๒. เป็นต้นแบบทางใจให้ความอุปการะเลี้ยงดู ฟูมฟัก ทะนุถนอมอบรมสั่งสอน ปลูกฝังกิริยามารยาทให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมแก่ลูก
.

สมญานามของพ่อแม่
.
         สมญานามของพ่อแม่นั้น กล่าวกันว่าท่านเป็นทั้งพรหมของลูก เป็นเทวดาคนแรกของลูก เป็นครูคนแรกของลูก และเป็นพระอรหันต์ของลูก ซึ่งอธิบายได้ดังนี้
.
         -พ่อแม่เป็นพรหมของลูก เพราะเหตุที่มีพรหมธรรม ๙ ประการได้แก่
             ๑. มีเมตตาคือมีความปรารถนาดีต่อลูกไม่มีที่สิ้นสุด
             ๒. มีความกรุณาคือ หวั่นใจในความทุกข์ของลูกและคอยช่วยเหลือเสมอไม่ทอดทิ้ง
             ๓. มีมุทิตาคือ เมื่อลูกมีความสุขสบาย ก็มีความปลาบปลื้มยินดีด้วยความจริงใจ
             ๔. มีอุเบกขา คือ เมื่อลูกมีครอบครัวสามารถเลี้ยงตนเองได้แล้วก็ไม่วุ่นวายกับชีวิตครอบครัวลูกจนเกินงาม และหากลูกผิดพลาดก็ไม่ซ้ำเติมแต่กลับคอยเป็นที่ปรึกษา ให้เมื่อลูกต้องการ
         -พ่อแม่เป็นเทวดาคนแรกของลูกเพราะคอยปกป้องคุ้มกันภัยเลี้ยงดูลูกมาก่อนผู้มีความปรารถนาดีคนอื่น ๆ
         -พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก เพราะสั่งสอนอบรม คำพูดและกิริยามารยาทให้ลูกก่อนคนอื่นๆ
         -พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกเพราะมีคุณธรรม ๔ ประการได้แก่
             ๑. เป็นผู้มีอุปการะมากแก่ลูก ท่านได้ทำภารกิจอันทำได้แสนยากได้แก่การอุปการะเลี้ยงดูลูก ซึ่งยากที่จะหาคนอื่นทำแก่เราได้อย่างท่าน
             ๒. เป็นพระเดชพระคุณมาก ปกป้องอันตราย ให้ความอบอุ่นแก่ลูกมาก่อน
             ๓. เป็นเนื้อนาบุญของลูกมีความบริสุทธิ์ใจต่อลูกอย่างแท้จริงเป็นผู้ที่ลูกควรทำบุญต่อตัวท่าน
             ๔. เป็นอาหุไนยบุคคล เป็นผู้ควรแก่การรับของคำนับ และการนมัสการของลูก
.
คุณธรรมของลูก
.
         เมื่อพ่อแม่มีพระคุณมากมายปานนี้ลูกจึงควรมีคุณธรรมต่อท่านคุณธรรมของลูกเริ่มที่รู้จักคุณพ่อแม่คือรู้ว่าท่านดีต่อเราอย่างไร สูงขึ้นไปอีกคือตอบแทนคุณท่านในทางศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสบรรยายคุณธรรมของลูกไว้อย่างสั้นๆแต่จับความไว้ได้อย่างครบถ้วน คือคำว่า "กตัญญูกตเวที"คุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นลูกรวมอยู่ใน ๒คำนี้
.
         กตัญญูหมายถึงเห็นคุณท่านคือเห็นด้วยใจ ด้วยปัญญาว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่ว่าปากท่องพระคุณพ่อแม่ปาวๆไปเท่านั้น
.
          คุณของงพ่อแม่ดูได้จากอุปการะคือประโยชน์ที่ท่านทำแก่เรามีอะไรบ้างที่แตกต่างจากคนอื่น ตามธรรมดาของคนทั่ว ๆ ไปเมื่อจะอุปกาะใครเขาต้องเห็นทางได้ เช่น เห็นหลักทรัพย์ หรือดูนิสัยใจคอต่อเมื่อแน่ใจแล้วว่าอุปการคุณของเขาจะไม่สูญเปล่า จึงลงมือช่วยเหลือแต่ที่พ่อแม่อุปการะเรานั้นเป็นการอุปการะโดยบริสุทธิ์ใจจริง ๆไม่ได้มองถึงหลักประกันใด ๆ เลยเราเองก็เกิดมาตัวเปล่าไม่มีหลักทรัพย์แม้แต่เข็เล่มเดียวยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าอวัยวะร่างกายจะใช้ได้ครบถ้วนหรือไม่ยิ่งนิสัยใจคอแล้วยิ่งรู้ไม่ได้เอาทีเดียวโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไรจะเป็นคนอกตัญญูหรือไม่ไม่รู้ทั้งนั้นหนังสือสัญญาการรับปากสักคำเดียวระหว่างเรากับท่านก็ไม่มีแต่ทั้ง ๆที่ไม่มีท่านทั้งสองก็ได้โถมตัวเข้าช่วยเหลือเราจนสุดชีวิตที่ยากจนก็ถึงกับกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาช่วยเรื่องเหล่านี้ต้องคิดดูด้วยเหตุผลอย่าสักแต่คิดด้วยอารมณ์เท่านั้นการพิจารณาให้เห็นคุณของพ่อแม่ด้วยใจอย่างนี้แหละเรียกว่า"กตัญญู"เป็นคุณธรรมเบื้องต้นของผู้เป็นลูก ยิ่งพิจารณาเห็นคุณท่านมากเท่าไรแสดงว่าใจของเราเริ่มใสและสว่างมากขึ้นเท่านั้น
.
         กตเวทีหมายถึงการทดแทนพระคุณของท่าน ซึ่งมีงานที่ต้องทำ ๒ ประการ คือ
         ๑. ประกาศคุณท่าน
         ๒. ตอบแทนคุณท่าน
.
         การประกาศคุณท่านหมายถึงการทำให้ผู้อื่นรู้ว่า พ่อแม่มีคุณแก่เราอย่างไรบ้าง มากน้อยเพียงใดเรื่องนี้มีคนคิดทำอยู่มากเหมือนกัน แต่ส่วนมากไปทำตอนงานศพคือเขียนประวัติสรรเสริญคุณพ่อแม่ในหนังสือแจกการกระทำเช่นนี้ก็ถูกแต่ถูกเพียงเปลือกนอกผิวเผินนักถ้าเป็นการกินผลไม้ก็แค่เคี้ยวเปลือกเท่านั้นยังมีทำเลที่จะประกาศคุณพ่อแม่ที่สำคัญกว่านี้ คือ ที่ตัวเรานี่เอง
.
คนเราทุกคนคือตัวแทน ของพ่อแม่ตนทั้งนั้นเลือดก็แบ่งมาจากท่านเนื้อก็แบ่งมาจาท่านตลอดจนนิสัยใจคอก็ได้รับการอบรมถ่ายทอดมาจากท่านความประพฤติของตัวเรานี่แหละจะเป็นเครื่องประกาศคุณพ่อแม่อย่างโจ่งแจ้งที่สุดหากพิมพ์ข้อความไว้ในหนังสือแจกว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนตั้งอยู่ในศีลในธรรมแต่ตัวเราเองประพฤติสำมะเลเทเมาคอร์รัปชั่นทุกครั้งที่มีโอกาสศีลข้อเดียวก็ไม่สนใจรักษา ก็ผิดที่ไปสดุดีคุณพ่อแม่ว่าเป็นคนดีสุภาพเรียบร้อยแต่ตัวเราผู้เป็นลูกกลับประพฤติตัวเป็นนักเลงอันธพาลอย่างนี้คุณค่าของการสรรเสริญพ่อแม่ก็ลดน้ำหนักลงกลายเป็นว่ามอบหน้าที่ในการกตเวทีประกาศคุณพ่อแม่ให้หนังสือทำแทน ให้กระดาษให้เครื่องพิมพ์ ให้ช่างเรียงพิมพ์แสดงกตเวทีแทนแล้วตัวเรากลับประจานพ่อแม่ของตัวเองอย่างน้อยที่สุดก็ประจานแก่ชาวบ้านว่าพ่อแม่ของเราเลี้ยงลูกไม่เป็นประสา
.
          พ่อแม่ของใครใครก็รักเมื่อรัท่านก็ประกาศคุณความดีของท่านซิประกาศด้วยความดีของตัวเราเองตั้งแต่เดี๋ยวนี้ยิ่งท่านยังมีชีวิตอยู่ การประกาศคุณของเราจะทำให้ท่านมีความสุขใจอย่างยิ่งส่วนใครจะประพันธ์สรรเสริญคุณพ่อแม่พิมพ์แจกเวลาท่านตายแล้วนั่นเป็นประเด็นเบ็ดเตล็ดจะทำก็ได้ไม่ทำก็ไม่เสียหายอะไร
.
ไม่ว่าเราจะตั้งใจประกาศคุณท่านหรือไม่ความประพฤติของเราก็เป็นตัวประกาศคุณท่านหรือประจานท่านอยู่ตลอดเวลาคิดเอาเองก็แล้วกันว่าเราจะประกาศคุณพ่อแม่ของเราด้วยเกียรติยศชื่อเสียงหรือจะใจดำถึงกับประจานผู้บังเกิดเกล้าด้วยการทำตัวเป็นพาลเกเรและประพฤติต่ำทราม
.
การตอบแทนคุณท่าน แบ่งเป็น ๒ ช่วงคือ
.
         ๑. เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่านเลี้ยงดูท่านตอนเมื่อยามท่านชราดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่านให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือเมื่อท่านเจ็บป่วย
         ๒. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศพให้ท่านและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ
แม้เราจะตอบแทนพระคุณท่านถึงเพียงนี้แล้วก็ยังนับว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพระคุณอันยิ่งใหญที่ท่านมีต่อเรา ดังนั้นผู้ที่มีความ
.
กตัญญูกตเวทีต้องการจะสนองพระคุณท่านให้ได้ทั้งหมดพึงกระทำดังนี้       
         ๑. ถ้าท่านยังไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็พยายามชักนำให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธาให้ได้
         ๒. ถ้าท่านยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทานก็พยายามชักนำให้ท่านยินดีในการบริจาคทานให้ได้
         ๓. ถ้าท่านยังไม่มีศีลก็พยายามชักนำให้ท่านรักษาศีลให้ได้
         ๔. ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนาก็พยายามชักนำให้ท่านทำสมาธิภาวนาให้ได้
.
         เพราะว่าการตั้งอยู่ในศรัทธาการให้ท่าน การรักษาศีล การทำสมาธิภาวนาเป็นประโยชน์โดยตรงและเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ตัวบิดามารดาผู้ประพฤติปฏิบัติเองทั้งในภพนี้ ภพหน้าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือ เป็นหนทางไปสู่พระนิพพาน
.
อานิสงส์การบำรุงบิดามารดา
          ๑. ทำให้เป็นคนมีความอดทน (อดทนต่ออักโกสกวัตถุ 10 อย่าง)
          ๒. ทำให้เป็นคนมีสติรอบคอบ (ถึงพร้อมด้วย สติ และ สัมปัชชัญญะ)
          ๓. ทำให้เป็นคนมีเหตุผล (เป็นสัมมาทิฎฐิบุคคล)
          ๔. ทำให้พ้นทุกข์ (หาทุกข์ในภพเสียดแทงไม่ได้ อีกนัยหนึ่ง ทำให้ถึงฝั่ง)
          ๕. ทำให้พ้นภัย (หาภัยแต่ที่ไหน ๆ ในภพไม่ได้ อีกนัยหนึ่ง ย่อมพ้นจากภัยในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อในที่ ที่เที่ยวไปแล้วและดำรงอยู่แล้ว)
          ๖. ทำให้ได้ลาภโดยง่าย (เป็นผู้ไม่ลำบากในโภชนาหาร ย่อมหาได้โดยง่าย แม้ในน้ำ บนดิน และในป่า หรือในที่มิใช้บ่เกิดทั้งหลาย)
          ๗. ทำให้แคล้วคลาดภัยในยามคับขัน (เมื่อมรณาภัยแห่งชีวิตยังไม่มาถึง ความผิดเพี้ยนแห่งเหตุย่อมเกิดมี)
          ๘. ทำให้เทวดารักษา (หมายถึง ค่อยปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปห่าง ๆ หรือ ไม่ให้ไปพบเจอ)
          ๙. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ (บัณฑิตทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมยกย่องสรรเสริญ เหตุเป็น ปุราณธรรม ของสัตตบุรุษ และ ของพระมหาบุรุษทั้งหลายได้อบรมมา)
        ๑๐. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า (ไม่ตกต่ำ เที่ยวไปในสถานที่ใด  ๆ ย่อมมีคนเคารพนับถือ หรือต้อนรับเป็นต้น)
        ๑๑. ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี (เป็น อภิชาตบุตร หรือ เป็นอนุชาตบุตร คือไม่เป็น อวชาตบุตร (ลูกที่มีคุณเลวกว่ามารดาบิดา)
        ๑๒. ทำให้มีความสุข (ดำรงชีวิต อยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่ ปัญจกามรสในมนุษย์โลก)
        ๑๓. ทำให้เป็นตัวอย่างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง (เป็นสิ่งที่ควรทำตาม คือน่าเอาเป็นแบบอย่าง)
.
อีกโสตหนึ่ง (ยังไม่ได้ชำระข้อความ)
.
ขยายความมงคลข้อที่ ๑๑  การบำรุงมารดาเป็นอุดมมงคล  และ  ๑๒  การบำรุงบิดา  เป็นอุดมมงคล
.
         ในอรรถกถาท่านแยกการบำรุงมารดาออกจากการบำรุงบิดา  เพื่อให้ครบมงคล  ๓๘  แต่ตามความเป็นจริงแล้ว  บุตรพึงบำรุงมารดาบิดาให้เป็นสุขเท่าเทียมกัน  เพราะมารดาบิดาเป็นผู้ให้ชีวิตแก่บุตร  ให้บุตรได้มีโอกาสเกิดมาดูโลกนี้  ถ้าปราศจากมารดาบิดาแล้ว  บุตรจะมีโอกาสเกิดขึ้นมาดูโลกนี้ได้อย่างไร  เพียงเท่านี้ก็นับว่าท่านทั้งสองมีบุญคุณแก่ลูกอย่างล้นเหลือแล้ว  ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงการให้การอุ้มชู  อุปการะ  เลี้ยงดู  ป้อนนม  ป้อนข้าว  ป้อนน้ำ  มาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่  อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี  ให้มีการศึกษา  มีการงานเป็นหลักฐาน  ช่วยตนเอง
ได้  บางครั้งก็ยังหาสามีและภรรยาที่เหมาะสมให้ด้วย  เพียงเท่านี้ก็นับเป็นพระคุณล้นฟ้า   ยากที่ลูกจะตอบแทนคุณได้หมด  ยิ่งกว่านั้นบางท่านยังต้องเลี้ยงดูหลานๆ  อันเป็นลูกของลูกชายลูกหญิงของท่านอีกด้วย
.
  พระพุทธองค์ตรัสว่า  การที่บุตรจะตอบแทนบุญคุณของมารดาบิดา  นั้นไม่ใช่ง่าย  คือ  ยากที่จะตอบแทนให้หมดสิ้นได้  หากว่าจะประคองมารดาไว้บนบ่าข้างหนึ่ง  ประคองบิดาไว้บนบ่าอีกข้างหนึ่ง  ตลอดเวลา  ๑๐๐  ปีที่ลูกมีชีวิตอยู่  ปรนนิบัติท่านด้วยความรัก  ความเอาใจใส่  ยอมให้มารดาบิดาถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ  ถึงกระนั้นก็ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย  หรือ แม้บุตรจะสถาปนาแต่งตั้งมารดาบิดาไว้ในตำแหน่งพระเจ้าจักรพรรดิ   เป็นใหญ่ในแผ่นดิน   บุตรก็ยังไม่ได้ชื่อว่าทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย   เพราะมารดาบิดามีอุปการะมากแก่บุตร   แต่ถ้าบุตรคนใดได้กระทำมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา  ให้มีศรัทธา  ไม่มีศีล  ให้มีศีล  ไม่มีจาคะ  ให้มีจาคะ  ไม่มีปัญญา  ให้มีปัญญา  การกระทำอย่างนี้เท่านั้นจึงจะได้ชื่อว่า  บุตรได้ทำตอบแทนมารดาบิดาแล้วอย่างแท้จริง
 พระพุทธเจ้าตรัสว่า  มารดาบิดาเป็นพรหมของบุตร  เพราะประกอบไปด้วยคุณธรรมของพรหม
คือเมตตา  กรุณา  มุทิตา  และอุเบกขา
.
          มารดาบิดาเป็นบุรพเทพ  คือเป็นเทวดาก่อนกว่าเทวดาทั้งปวง  ก็เทวดาหรือเทพนั้นมี  ๓  พวกคือ
.
สมมติเทพ  เทวดาโดยสมมติ  ได้แก่พระราชา  พระราชินี  พระราชโอรส  และพระราชธิดา ๑  อุปปัตติเทพ
.
เทวดาโดยอุบัติ  คือเกิดป็นเทวดาโดยกำเนิดในเทวโลก  ๖  ชั้นมีจาตุมหาราชิกา  เป็นต้น  กับพรหมโลกอีก  ๒๐  ชั้นรวมเป็น  ๒๖ ชั้นที่จัดเป็นเทวดาโดยกำเนิด ๑  วิสุทธิเทพ  เทวดาผู้บริสุทธิ์หมดจดจากอาสวะกิเลสทั้งปวงซึ่งได้แก่พระอรหันตขีณาสพพวกเดียวอีก ๑
.
          วิสุทธิเทพคือพระอรหันต์นั้นประเสริฐกว่าเทวดาทั้งปวง  เพราะปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนทั้งปวง  เป็นผู้ประกอบด้วยพรหมวิหาร ๔  ควรแก่การเคารพสักการะบูชา  มารดาบิดาก็เช่นกัน  เป็นเทวดาประจำบ้าน  ที่บุตรควรให้ความเคารพสักการะก่อนผู้อื่น  ด้วยเหตุนั้นมารดาบิดาจึงชื่อว่าบุรพเทพหรือบุรพเทวดา  คือเป็นเทวดาก่อนกว่าเทวดาทั้งปวง  บุตรรู้จักเทพอย่างอื่นได้   ก็เพราะรู้จักบุรพเทพ  คือมารดาบิดาก่อนนั่นเอง  เทวดาประเภทอื่นจึงชื่อว่า  มาทีหลังมารดาบิดา
.
          มารดาบิดาชื่อว่าบุรพาจารย์  เพราะเป็นครู  เป็นอาจารย์ก่อนกว่าครูอาจารย์ทั้งปวง  เริ่มแต่ลูกยังเล็กก็สอนให้รู้จัก  พ่อแม่  พี่ ป้า น้า อา  สิ่งโน้นสิ่งนี้  ชื่อโน้นชื่อนี้  คนโน้นคนนี้ ตลอดจนแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรรู้  ควรทำและไม่ควรทำ  นานาประการ  เพราะฉะนั้นมารดาบิดา จึงชื่อว่าบุรพาจารย์  อาจารย์คนแรกของลูก มารดาบิดาชื่อว่าอาหุเนยยบุคคล  คือบุคคลผู้ควรรับของที่บุตรนำมาให้  แม้จากที่ไกล  มีข้าว  น้ำ อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น  ทั้งนี้เพราะมารดาบิดาเป็นผู้มีอุปการคุณแก่บุตร  มีการให้อาหาร เป็นต้น  เป็นผู้มุ่งประโยชน์แก่บุตรเทียบเท่ากับพระอรหันต์ทั้งหลาย  กล่าวคือพระอรหันต์ท่านเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาบูชา  เคารพสักการะ  ฉันใด  มารดาบิดาก็เป็นผู้ควรแก่ของที่บุตรนำมาบูชา  มาเคารพสักการะ  ฉันนั้น
.
มารดาบิดาจึง เป็นพระอรหันต์ประจำบ้านที่บุตรควรให้การอุปการะเลี้ยงดูด้วยข้าวน้ำ  เป็นต้น ด้วยเหตุนั้นมารดาบิดาจึงชื่อว่าอาหุเนยยบุคคล  บุคคลผู้ควรแก่ของที่เขาคือบุตรนำมาบูชา นอกจากนั้นพระพุทธเจ้ายังตรัสว่า  มารดาเป็นมิตรในเรือนตน   ซึ่งรวมทั้งบิดาด้วย   เพราะมารดาบิดาเป็นคู่คิดของบุตร  เป็นที่ปรึกษาของบุตร  เป็นที่บำบัดทุกข์ของบุตร  ขอเพียงให้บุตรได้ไว้ใจท่านปรึกษาหารือท่านเท่านั้น
.
           มารดาบิดาพร้อมอยู่เสมอที่จะช่วยลูกทั้งในด้านความคิดและโภคทรัพย์  หากเกินกำลังของท่าน  ท่านก็เสาะหาผู้ที่มีกำลังกว่าให้ช่วยแทน  ท่านไม่เคยทอดทิ้งลูกแม้ในยามยาก  ท่านจึงเป็นมิตรแท้ของลูกยิ่งกว่ามิตรคนใด  มารดาบิดาจึงเป็นผู้มีอุปการะมาก  หาผู้เสมอเหมือนมิได้  เป็นผู้สมควรที่ลูกๆ  จะได้อุปการะตอบแทนคุณท่านจนถึงที่สุด  โดยเฉพาะในเวลาแก่เฒ่า ดูแลเอาใจใส่รักษาพยาบาลท่านในยามเจ็บไข้  แม้ท่านล่วงลับไปแล้ว  ก็ยังเพิ่มบุญให้ด้วยการทำบุญอุทิศให้ท่านได้ชื่นชมอนุโมทนา
.
           การเลี้ยงดูมารดาบิดา  ตลอดจนตอบแทนคุณท่านโดยประการอื่น  มีการช่วยทำกิจการงานแทนท่าน  ช่วยรักษาวงศ์ตระกูลไว้ให้ดี   ประพฤติตนให้สมควรที่จะรับทรัพย์มรดกต่อจากท่าน   ตลอดจนทำบุญอุทิศไปให้ท่านเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว  เหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของบุตรที่ดีจะพึงกระทำต่อมารดาบิดา  บุตรคนใดทำได้อย่างนี้  บุตรคนนั้นชื่อว่าได้ตอบแทนคุณมารดาบิดาที่ท่านให้ชีวิตมา  จัดเป็นกตัญญูกตเวทีบุคคล  ผู้หาได้ยากในโลก  และเป็นผู้ที่บัณฑิตทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญ  แม้ละโลกนี้ไปแล้ว  ก็ย่อมบันเทิงในสวรรค์
.
  ลูกที่ดูแลเลี้ยงดูมารดาบิดาด้วยความรักความเมตตา  กตัญญูกตเวที  ย่อมได้รับผลที่น่าพอใจทั้งในโลกนี้และโลกหน้า  ฉันใด   ลูกที่ประพฤติผิดในมารดาบิดา   ก็ย่อมได้รับผลที่ตรงกันข้าม  ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า  ถึงความเป็นผู้ถูกนินทาในโลกนี้  เป็นผู้เกิดในอบายในโลกหน้า  ยิ่งทำผิดร้ายแรงถึงกับฆ่ามารดาบิดา  ยิ่งโทษหนักมาก  เทียบเท่ากับฆ่าพระอรหันต์ทีเดียว  เพราะการฆ่าพระอรหันต์เป็นอนันตริยกรรม ให้ผลนำเกิดในอเวจีนรกทันทีที่ตายลง  ฉันใด  การฆ่ามารดาบิดาก็จัดป็นอนันตริยกรรม  ที่ให้ผลนำเกิดในอเวจีนรกทันทีที่ตายลง ฉันนั้น ไม่มีกรรมอื่นจะสามารถแซงให้ผลก่อนได้  แม้จะสำนึกผิดและทำกุศลมหาศาลเพื่อทดแทนความผิดนั้น  ก็ไม่อาจปิดกั้นอนันตริยกรรมที่จะให้ผลก่อนได้
.
           การเลี้ยงดูมารดาบิดา  เป็นคุณธรรมข้อหนึ่งใน  ๗  ข้อที่ทำให้เกิดเป็นพระอินทร์เป็นใหญ่กว่าเทวดาทั้งปวงในภพดาวดึงส์   เป็นพระราชาของเทวดาในภพนั้น  เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า  การบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดาเป็นอุดมมงคล  เป็นเหตุให้เกิดความเจริญ  ลองสังเกตุดูเถิดลูกคนใดที่กตัญญู  รู้คุณมารดาบิดา  ลูกคนนั้นย่อมมีความสุขความเจริญไม่ตกต่ำจนตลอดชีวิต
.
           พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ธรรมะ  ๔  ประการคือ  อายุ  วรรณะ  สุขะ  พละย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้  อ่อนน้อมต่อผู้เจริญคือผู้ใหญ่เป็นนิตย์  ผู้ที่กระทำการกราบไหว้  อ่อนน้อมต่อมารดาบิดาเป็นนิตย์ก็ย่อมได้รับพร  ๔  ประการนี้เช่นกัน
.
1 อรรถาธิบายโดย เว็บมาสเตอร์ปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไขให้เข้าใจยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้ต่างจากที่อื่นบ้าง ผู้อ่านจะได้เข้าใจเพิ่มเติมอีก
.

10
คุยสบาย นานาสาระ / คิด วิเคราะห์ แยกแยะ
« เมื่อ: ธันวาคม 31, 2020, 10:06:02 AM »
.
มาเล่าเรื่องให้ฟังกัน  พอได้รับทราบเรื่องราว  ต้องนำมาโพสให้ได้มีความเห็นที่ถูกต้อง
.
ว่าด้วยเรื่อง ค.ว.ย.
.
ค. คือ คิด
ว. คือ วิเคราะห์
ย. คือ แยกแยะ
.
มีสถานที่ทำงานที่หนึ่ง คือ บริษัท เกรียงไกร จำกัด(มหาชน)
.
ในที่ทำงานแห่งนี้ มี 3 แผนก  คือ
1.แผนกถีบหัว
2.แผนกเกื้อกูล
3.แผนกบักบื้อ
.
แต่เนื่องจากเกิด  Covid19  ทางบริษัทฯ ก็เลยมีการจัดทำแผนการทำงานขึ้น  โดยแบ่งคนไปทำงานอีกสถานที่หนึ่ง  หากเกิดการระบาดที่บริษัทฯ   ก็ยังคงมีพนักงานที่ทำงานอีกสถานที่หนึ่ง  ยังสามารถทำงานได้
.
วันที่  30 ธันวาคม 2563  เป็นวันที่มีการเลี้ยงปีใหม่  แต่เนื่องจากเกิด Covid19  ขึ้นมา ก็เลยมีการสั่งอาหาร โดยสั่งมาเป็นกล่องแล้วนำไปแจกเป็นรายคน   โดยมีการเลี้ยงกลางวัน
.
ปรากฎว่า  มีการนำอาหาร(กล่อง) ไปส่งยังสถานที่ทำงานอีกแห่งหนึ่ง  โดยไปถึงตอน 13.00  น.  (ย้ำว่า เลี้ยงอาหารกลางวัน)   แต่เนื่องด้วยทางแผนกถีบหัว  ต้องมีการนำส่งเอกสารไปยังอีกบริษัทฯ จึงทำให้ส่งอาหารไปช้า
.
มีพนักงานคนหนึ่งที่ทำงาน(อีกสถานที่หนึ่ง) โยนอาหารกล่องที่ทางสำนักงานใหญ่ทิ้งลงถังขยะ
.
โดยทั่วๆไป   น่าด่าพนักงานคนที่โยนอาหารกล่องลงถังขยะ  คนนี้นิสัยไม่ดี หรือ โมโหหิว   แต่ที่ทราบมา อยากจะบอกว่า พนักงานที่โยนอาหารกล่องลงถังขยะ    มีตังหากินอาหารอร่อยๆ กินเองได้
.
มาขยายความ
.
แผนกถีบหัว   ที่ต้องส่งเอกสารไปยังอีกบริษัทฯ  เอกสารชุดนี้ทางแผนกถีบหัว  ทราบอย่างละเอียดด้วยว่า ต้องส่งเอกสารชุดนี้ไปยังอีกบริษัท  ที่ถูกต้อง   ต้องจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวาน หรือในตอนเช้า   พอบริษัทฯเปิดทำงาน หรืออาจจะเป็นเวลาไม่เกิน 9 โมงเช้า  ก็สามารถให้พนักงานไปส่งเอกสารได้ทันที  และพนักงานสามารถกลับมารับอาหารกล่อง ไปส่งให้พนักงานอีกแห่งหนึ่งได้  จะได้เป็นขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานที่เสียสละ ?????
.
และรู้ทั้งรู้ว่า  วันนี้มีการเลี้ยงอาหารกลางวัน  ที่ต้องมีการส่งอาหาร(กล่อง)  ที่บริษัทฯเลี้ยง ไปให้กับพนักงานที่อยู่อีกสถานที่ ในเวลา 12.00 น.  ไม่ควรเกิน 12.30 น. และต้องมีการสื่อสารกันโดยผ่านไลน์กลุ่ม
.
อีกทั้งพนักงานที่ต้องไปทำงานยังสถานที่อีกแห่ง  ต้องนับว่า เป็นคนที่เสียสละเพื่อบริษัทฯ ,  เป็นคนที่มีความสำคัญมากกว่าคนที่อยู่ที่บริษัทฯ  เพราะต้องเดินทางไกลขึ้น ,  มีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น  ถ้าไม่ ค. ว. ย. ( คือ คิด , วิเคราะห์ , แยกแยะ)  แล้ว  สับเปลี่ยนตัวคนทำงานได้
.
แต่ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสารก็ตาม  หรือ การสื่อสารในเรื่องต่างๆผ่านไลน์ ไม่ได้มีการ ค. ว. ย. (คือ คิด ,  วิเคราะห์ และ แยกแยะ)  ตามที่บอกไปข้างต้น
.
ดังนั้น  การทำงานกันเป็นทีม  ต้องใช้มาก  ยิ่งมีตำแหน่งที่สูงมากเท่าไหร่   ต้องมองรอบด้านมากเท่านั้น  อีกอย่าง  แค่เก่งงาน ยังไม่พอ  ต้องเก่งคนด้วย
.
ที่ว่าเก่งงาน ก็คือ มีความรอบรู้ในงานที่ทำอย่างชำนาญ , การทำงานถูกต้องตามระเบียบของบริษัท
.
ที่ว่าเก่งคน เรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ ต้องปกป้องลูกน้องที่ทำงานอย่างทุ่มเท ไม่ให้ใครมาระราน
.
ค. คือ คิด  หมายถึง การเริ่มคิดวางแผนในการทำงานให้ดี  ไม่ให้กระทบกับบุคคลอื่น ให้เป็นไปตามธรรม
ว. คือ วิเคราะห์ หมายถึง การเริ่มต้นการวิเคราะห์ความสำคัญต่างๆ ให้ถูกต้องตามธรรม
ย. คือ แยกแยะ หมายถึง การเริ่มต้นการแยกแยะ ในหัวโขนที่สวมไว้  หัวโขนไม่สามารถนำไปในนรกได้
.
จบแล้วสำหรับนิทานในวันนี้ ที่ผมได้รับทราบมา
.
ไม่มีที่มา แต่มีที่ไปเสมอ สำหรับคนที่กระทำถูกต้องกับ กฎระเบียบ , กฎหมาย และ กฎแห่งกรรม
.
#ต่อให้ไปไหว้พระพุทธรูปทั่วโลก
#ต่อให้ไปไหว้พระสงฆ์ทั่วโลก
#ต่อให้ไปไหว้รูปปั้นองค์เทพเทวาทั่วโลก
#แต่กระทำผิดหลักกฎแห่งกรรมต้องรับกรรมเสมอ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน  #ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด #ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 179

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham