Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 176
1
อย่าริคิดเป็นหัวหน้า “แจ๊ค หม่า” เผย เพราะว่าชีวิตจะไม่มีความสุข
.
ถือเป็นอีกหนึ่งบทความสร้างแรงบรรดาลใจและให้แง่คิดกับตัวเอง และเชื่อได้ว่าหลายๆคนคงจะคุ้นหน้าคุณตา และคุณชื่อกับชายที่มีนามว่า “แจ๊ค หม่า” เป็นอย่างดี เพราะเขาได้เป็นมหาเศรษฐี ระดับโลก ในหลายๆครั้งแจ๊ค หม่า ได้ถูกเชิญให้เดินทางไปตามประเทศต่างๆ เพื่อไปพูดคุยทางด้านการค้าการลงทุน รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจให้ผู้คนมากมายได้ฟัง และนำไปปรับใช้ให้ได้เกิดประโยชน์มากที่สุด
.
แจ๊ค หม่า ในครั้งหนึ่งได้ให้บรรยายเกี่ยวกับในเรื่องของการ เป็นผู้นำหรือการเป็นหัวหน้า ว่าการเป็นผู้นำและการเป็นหัวหน้านั้นแท้จริงแล้วควรมีบุคลิกและบทบาทหน้าที่ที่สำคัญอย่างไร มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง คุณเหมาะสมที่จะเป็นหรือไม่
.
1. คุณต้องมีความรัก
.
การเป็นหัวหน้าควรมี 3 สิ่งด้วยกันประกอบด้วย IQ EQ และ LQ เชื่อว่า ณ ที่นี้คงรู้จัก IQ กับ EQ เป็นอย่างดี
.
ส่วน LQ นั้นคือ “ความรัก” การที่เราเป็นหัวหน้าคนนั้น คุณจะต้องมีความรักให้กับลูกทีมให้กับพนักงานของคุณ พร้อมที่จะทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์มากที่สุด เพราะพวกเขาเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นการที่มีความรักเป็นสิ่งที่สำคัญ
.
ในหลายๆครั้งหัวหน้ามักไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากคนภายในทีม เนื่องจากขาดความรักความใส่ใจและความเข้าใจ จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จและความราบรื่นก็เป็นไปได้ยาก
.
2. การเป็นผู้นำไม่ได้สนุกอย่างที่คิด
.
แจ๊ค หม่า มีพนักงานในบริษัทนับหมื่นๆ คน แม้ว่าเขาจะมีการบริหารที่ดูเหมือนง่ายในสายตาคนทั่วไป แต่ชีวิตของเขาไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด จนมีประโยคเด็ดออกมาว่า “หากอยากมีชีวิตที่มีความสุข อย่าริคิดเป็นหัวหน้า
.
เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความกดดัน หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา คุณต้องรีบแก้ไขโดยทันทีแม้ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ก็ตาม”
.
3. คุณต้องคอยผลักดันผู้คน
.
เมื่อถึงเวลาที่ต้องแก้ปัญหาที่มีความยากลำบาก แจ๊ค หม่า มีคำแนะนำ ให้กำลังใจว่า “แม้วันนี้มันจะแย่ และพรุ่งนี้จะยิ่งแย่ลงไปอีก แต่วันข้างหน้ามันจะกลายเป็นสิ่งสวยงาม ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นจากวันเวลาที่ผ่านมา
.
และที่สำคัญการเป็นผู้นำ คุณต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอัน เ ล ว ร้ า ย ไปได้ โดยการไม่ยึดติด ทำให้รู้ว่าพรุ่งนี้ก็สามารถทำให้เป็นวันที่ดีสำหรับเราได้”
.
การเป็นหัวหน้าคนไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ใช่แค่เดินไปวันๆชี้นิ้วสั่งลูกน้องไปวันๆ แต่คุณต้องมีความรู้และความสามารถ มีความใส่ใจกับลูกทีมของคุณทุกคน เพื่อที่จะให้งานของคุณนั้นทำงานให้เกิดผลประโยชน์และประสิทธิภาพมากที่สุด
.
http://ruangjringwannee.net/archives/19507
.

2
ช่วงหน้าร้อน ระมัดระวังสุขภาพกันด้วย
#กินร้อน #ช้อนกลาง #ล้างมือ
#กินร้อนช้อนกลางล้างมือ
.
.****************************
.
กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ป้องกัน 5 โรค ฤดูแล้ง
.
โดย Prawpan Suriwong|วันที่ 21 มกราคม 2559
.
แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กรุงเทพมหานครห่วงใยสุขภาพอนามัยของประชาชน แจ้งเตือนระมัดระวังสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก 0-4 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง
.
แนะนำประชาชนป้องกันโรคโดยยึดหลักปฏิบัติ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ปราศจากโรค" ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อน รับประทานอาหาร ก่อนเตรียมอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง กินอาหารที่ปรุงสุกสะอาดใหม่ และอุ่นอาหารให้ร้อนก่อน รับประทาน ดื่มน้ำสะอาดและเลือกซื้อน้ำแข็งที่สะอาด รวมถึง กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลให้ถูกต้องในที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรค
.
โดยกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย แนะนำข้อมูล 5 โรคติดต่อที่มากับภัยแล้ง ได้แก่
.
1.โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ผู้ป่วยอาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย
.
2.โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจาก รับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อโรค มักพบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารกระป๋อง อาหารทะเล น้ำนมที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารที่ทำล่วงหน้าไว้นานและไม่ได้อุ่นร้อนก่อน ผู้ป่วยจะมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย
.
3.โรคอหิวาตกโรค เกิดจากรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้ออหิวาตกโรคปนเปื้อน ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเป็น น้ำซาวข้าวไม่มีอาการปวดท้อง อาเจียน หากเสียน้ำมากอาจหมดสติและเสียชีวิตได้
.
4.โรคบิด เกิดจากรับประทานอาหาร ผักดิบ หรือน้ำที่มีเชื้อบิดปนเปื้อน
.
5.โรคไข้ รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์ เกิดจาก รับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน เชื้อไทฟอยด์จากอุจจาระหรือปัสสาวะของ ผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะ ผู้ป่วยหรือพาหะควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหารให้ผู้อื่นรับประทานอาจทำให้เกิดการระบาดได้ ซึ่งหากพบผู้ป่วย กองควบคุมโรคจะส่งทีมสอบสวนไปหาต้นตอของอาการป่วย หากพบว่าเป็นสถานที่ใดก็จะเร่งทำความสะอาดแก้ไขปรับปรุง ซึ่งหากร้านค้าใด ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบความสะอาดและสารปนเปื้อน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่าง เคร่งครัดต่อไป
.
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์ว่าในปี 2559 อหิวาตกโรค จะเป็นโรคที่ยังพบผู้ป่วยต่อเนื่องโดยแบ่งความเสี่ยงเป็น 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ 1.จังหวัดที่พบการเกิดโรค ต่อเนื่อง คือ สงขลา ตาก และระยอง 2.จังหวัดเสี่ยงสูง คือ จังหวัดชายแดนไทย-ตอนกลางและตอนล่างของพม่า, จังหวัดชายฝั่งทะเล และจังหวัดใหญ่ที่ เป็นจุดกระจายอาหารทะเล และ 3.จังหวัด อื่นๆ ที่อาจเกิดโรคได้หากประชาชน ยังรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยใน ปี 2558 พบผู้ป่วยอหิวาตกโรค 166 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยพบผู้ป่วยใน 13 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลและ จังหวัดชายแดน
.
ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.thaihealth.or.th/…/30519-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%…
.
.*******************************
.
“กินร้อน...ช้อนกลาง...ล้างมือ” ป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ
.
อาหารและน้ำเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง หากรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีเข้าไป ก็จะทำให้เป็นโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ เช่น อุจจาระร่วงเฉียบพลัน อหิวาตกโรค บิด ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบเอ เป็นต้น

การป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ก็คือการมีพฤติกรรมในการบริโภคที่ถูกต้อง คือ “กินร้อน...ช้อนกลาง...ล้างมือ”
.
“กินร้อน...กินอย่างไร”
.
1) กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่
กินอาหารทันทีหลังจากปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน
.
2) ปรุงอาหารด้วยความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึง
อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ต้องใช้ความร้อนเพื่อทำให้อาหารสุกทั่วถึงทุกส่วน ไม่ปรุงอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ
.
3) เก็บอาหารปรุงสุกอย่างเหมาะสม
อาหารที่เหลือจากการกิน เก็บไว้นานเกินกว่า 4 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนอย่างทั่วถึงก่อนนำมากินอีกครั้ง
“ช้อนกลาง...สำคัญอย่างไร”
.
ช้อนกลาง เป็นช้อนที่มีไว้ในสำรับกับข้าว เพื่อใช้ตักแบ่งอาหารมาใส่จานของผู้กิน โดยอาจเป็นอุปกรณ์อื่นที่เหมาะสมกับประเภทของอาหารนั้นๆ ก็ได้ เช่น ส้อม ที่คีบ ซึ่งต้องมีการจัดวางไว้ในจานของอาหารทุกจาน
.
ช้อนกลาง ช่วยป้องกันโรคที่ติดต่อผ่านทางน้ำลาย ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ คางทูม วัณโรค โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบ ไม่ให้แพร่กระจายระหว่างบุคคลได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันน้ำลายของผู้กินไม่ให้ลงไปปนเปื้อนอาหารทำให้บูดเสียง่ายอีกด้วย ทั้งยังเป็นการสร้างพฤติกรรมอนามัยที่ถูกต้องให้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการกินอาหารร่วมกัน
.
“ล้างมือ...ทำไมต้องล้างมือ”
.
มือ เป็นอวัยวะที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เรามีโอกาสที่จะใช้มือสัมผัสสิ่งของรอบๆ ตัว ที่อาจปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า โทรศัพท์ ราวบันได ซึ่งจะทำให้มือสกปรก และได้รับเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ โดยเชื้อจะเข้าทางเยื่อบุจมูก ตาและปาก
.
ฉะนั้น จึงต้องดูแลมือให้สะอาด เพื่อไม่ให้มือเป็นสื่อนำเชื้อโรค โดยการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง
.
ก่อนรับประทานอาหาร
ก่อนและหลังการเตรียมปรุงอาหาร
หลังเข้าห้องส้วม
หลังสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น หลังการไอ จาม สั่งน้ำมูก จับต้องขยะ
หลังการสัมผัสสัตว์ทุกชนิด
.
การล้างมือให้สะอาด ต้องล้างด้วยน้ำและสบู่ โดยวิธีการ 7 ขั้นตอน ทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง คือ
.
1. ฝ่ามือถูกัน
.
2. ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว
.
3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว
.
4. หลังนิ้วถูฝ่ามือ
.
5. ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ
.
6. ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ
.
7. ถูรอบข้อมือ
.

นอกจากการมีพฤติกรรมในการบริโภคที่ถูกต้องแล้ว ควรมีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้อง (ส้วม ขยะ สัตว์แมลงนำโรค) ร่วมด้วย ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อได้อย่างยั่งยืน
.
วัน/เดือน/ปี : 16 ก.พ. 2560
.
เจ้าของข้อมูล : สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย
.
หน่วยงาน : กรมอนามัย
.
ประเภท : ความรู้สุขภาพ
.
หมวด : การป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพ
.
http://healthydee.moph.go.th/blog?HTID=48
.

3
ที่มาของ "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ"
.
1. ณ แดนหิมวันตประเทศ มีเทือกเขาชื่อว่า สาตาคิรี เป็นที่ร่มรื่น รมณียสถาน เป็นที่อยู่ของพวกยักษ์ที่เป็นภุมมเทพยดา อันมีนามตามที่อยู่ว่า สาตาคิรียักษ์
.
มีหน้าที่เฝ้าทางเข้าป่าหิมวันต์ ทางทิศเหนือ เป็นบริวารของท้าวเวสสุวัณ สาตาคิรียักษ์ได้มีโอกาสสดับพระสัทธรรมจากพระบรมศาสดา จนมีจิตเลื่อมใสศรัทธา เปล่งคำยกย่องบูชาด้วยคำว่า
.
"นะโม" หมายถึง ขอบูชา ขอนอบน้อม ขอนมัสการ
.
2. กล่าวฝ่ายอสุรินทราหู เมื่อได้สดับพระกิตติศัพท์ของพระบรมศาสดา ก็มีจิตปรารถนา ที่จะได้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาบ้าง แต่ด้วยกายของตนใหญ่โตเท่ากับโลก จึงคิดดูแคลนพระบรมศาสดาว่า มีพระวรกายเล็กดังมด จึงอดใจรั้งรออยู่ พอนานวันเข้า พระเกียรติคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ยิ่งขจรขจายไปทั้งสามโลก จนทำให้อสุรินทราหูอดรนทนอยู่มิได้ จึงเหาะมาในอากาศ ตั้งใจว่าจะร่ายเวทย่อกาย เพื่อเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอฟังธรรม แต่พอมาถึงที่ประทับ อสุรินทราหู กลับต้องแหงนหน้าคอตั้งบ่า เพื่อจะได้ทัศนาพระพักตร์พระบรมศาสดา
.
พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงพระสัทธรรม ชำระจิตอันหยาบกระด้าง ของอสุรินทราหู ให้มีความเลื่อมใสศรัทธา แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถือพระรัตนตรัยตลอดชีวิต แล้วกล่าวสรรเสริญพระบรมศาสดาว่า
.
"ตัสสะ" แปลว่า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ เทพยดา พราหมณ์ มาร ยักษ์ และสัตว์ทั้งปวง
.
3. เมื่อครั้งที่ท้าวจาตุมหาราช ทั้ง ๔ ผู้ดูแลปกครองสวรรค์ชั้นแรก มีชื่อเรียกว่า ชั้น กามาวจร มีหน้าที่ปกครองดูแลประตูสวรรค์ทั้ง ๔ ทิศ พร้อมบริวาร ได้พากันเข้ามาเฝ้าพระบรมศาสดา แล้วทูลถามปัญหา พระบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมตอบปัญหา แก่มหาราชทั้งสี่พร้อมบริวาร จนยังให้เกิดธรรมจักษุแก่มหาราชทั้งสี่ และบริวาร ท่านทั้ง ๔ นั้น จึงเปล่งคำบูชาสาธุขึ้นว่า
.
"ภะคะวะโต" แปลว่า พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้จำแนกธรรมอันยิ่ง อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
.
4. ท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ เจ้าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ชั้นที่ ๒ ท่านสถิตอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท้าวสักกเทวราชได้ทูลถามปัญหาแด่พระผู้มีพระภาค พระพุทธองค์ทรงตรัสปริยายธรรม และ ทรงตอบปัญหา จนทำให้ท้าวสักกเทวราช ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาปัตติผล จึงเปล่งอุทานคำบูชาขึ้นว่า
.
"อะระหะโต" แปลเป็นใจความว่า อรหันต์ เป็นผู้ไกลจากกิเลส ไกลจากเครื่องข้องทั้งปวง
.
5. "สัมมาสัมพุทธัสสะ" เป็นคำกล่าวยกย่องสรรเสริญ ของท้าวมหาพรหม หลังจากได้ฟังธรรม จนบังเกิดธรรมจักษุ จึงเปล่งคำสาธุการ
.
"สัมมาสัมพุทธัสสะ" หมายถึง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
.
ดังนั้น การตั้งนะโมจึงเป็นการไหว้ครู สรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมครูของสามโลก จึงขอนำคาถาฎีกานะโมมาไว้ให้ท่านทั้งหลายได้สวดท่องป้องกันภัยในทุกทิศ ประสิทธิทุกศาสตร์ ดังคำกล่าวที่ว่า "ท่องนะโมโตเต็มโลก"
.
นะโม สาตาคิริยักโข ตัสสะ อะสุรินโท ปะวุจจะติ
ภะคะวะโต จาตุมมะหาราชา อะระหะโต สักโก ตะถา
สัมมาสัมพุทธัสสาติ มะหาพรัหเมหิ ปะวุจจะติ ฯ
.
การเปล่งวาจาว่าบทนมัสการ ต้องว่า ๓ จบเสมอ มีเหตุผลดังนี้
.
จบที่ ๑ เพื่อนมัสการพระวิริยาธิกพุทธเจ้า ระยะกาลบำเพ็ญพระบารมี ๑๖ อสงไขย ๑ แสนกัป
.
จบที่ ๒ เพื่อนมัสการพระสัทธาธิกพุทธเจ้า ระยะกาลบำเพ็ญพระบารมี ๘ อสงไขย ๑ แสนกัป
.
จบที่ ๓ เพื่อนมัสการพระปัญญาธิกพุทธเจ้า ระยะกาลบำเพ็ญพระบารมี ๔ อสงไขย ๑ แสนกัป
.
อีกมติหนึ่งให้เหตุผลว่า.-
.
จบที่ ๑ เป็นบริกรรม
.
จบที่ ๒ เป็นอุปจาร
.
จบที่ ๓ เป็นอัปปนา
.
ที่มา คำสอน พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
https://www.facebook.com/paputtajaw/?__tn__=kC-R&eid=ARA0YMXVcuZt_zWngMg1V9GenLH6I3YnXBmrUiaEZn22TeiDE5JmLZ_rW9ZnhmlGt2BjLXrt3VXfK-qa&hc_ref=ARRo_bo31KJSL_4joxb2iIAmZKrEyVggxBHFzrveOrFGGbfKvkuWAocw60iktNAxR2o&fref=nf

4
ผมขออนุญาตแนะนำ #เทคนิคการทำบุญ ที่ผมทำบุญ มาเล่าสู่กันฟัง
.
1.ก่อนทำบุญ ตัวของท่านต้องมีศีล 5 ครบบริบูรณ์
.
2.มีเจตนาในการทำบุญ ในงานบุญนั้นๆอย่างเต็มเปี่ยม
.
3.เงินที่ท่านนำมาทำบุญ ต้องเป็นเงินที่ท่านหามาได้ด้วยความบริสุทธิ์ ต้องไม่เป็นเงินที่ได้จากการทุจริตไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม
.
4.ผู้รับ(หมายถึงพระภิกษุ หรือ องค์กรต่างๆ) เป็นผู้บริสุทธิ์ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปบำรุงรักษา , ช่วยเหลือ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และเงินที่ผู้รับ รับไปนั้นต้องไปทำตามวัตถุประสงค์ที่บอกบุญมา
.
5.ก่อนทำบุญจะให้ก็ตั้งใจว่าจะให้ ขณะทำบุญที่ให้ก็ดีใจ และหลังจากทำบุญแล้วก็เกิดความเลื่อมใส
.
6.ของที่นำไปทำบุญ ต้องเป็นของที่ดี มีความปราณีตในสิ่งนั้นๆ
.
7.เมื่อทำบุญแล้วให้อธิษฐาน และกรวดน้ำ (หากท่านที่เคยมีวิธีกรวดน้ำตามสไตล์Sithiphong ท่านสามารถนำมาใช้ได้)
.
8.เวลาที่ทำบุญกับพระสงฆ์ ให้เราตั้งจิตว่า เราขอทำบุญต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (ถ้าพระสงฆ์องค์นั้นๆ หรือคณะพระสงฆ์คณะนั้นๆ ไม่ปฏิบัติดีจริงๆ ท่านจะลงนรกไปเอง)
.
*****************************************
.
เรื่องการทำบุญ ปกติ ผมเองทำบุญเกือบทุกวัน หากวันไหนผมออกจากบ้านไปทำงาน หรือ ไปทำธุระนอกบ้าน ผมเองจะทำบุญโดยการหยอดเหรียญ 5 บาท หรือ 10 บาท ใส่ในกล่องไว้ เมื่อเงินในกล่องมากพอ ผมจะนำเงินนั้นไปเข้าบัญชีไว้ เพื่อรอการร่วมทำบุญในวาระงานบุญต่างๆ
.
กล่องที่ผมนำเงินใส่ มี 3 กล่อง และบัญชีที่ผมนำเงินทั้ง 3 กล่องไปเข้าบัญชี ก็มี 3 บัญชีเช่นกัน
.
กล่องและบัญชี ที่ 1 ผมเจตนาในการทำบุญทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับพระสงฆ์และพระพุทธศาสนา
.
กล่องและบัญชีที่ 2 ผมเจตนาในการทำบุญกับมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ในรัชกาลที่ 9 หรือ รัชกาลที่ 10 หรือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น มูลนิธิสภากาชาดไทยฯ , มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ , มูลนิธิรามาธิบดีฯ , ศิริราชมูลนิธิ เป็นต้น
.
กล่องและบัญชีที่ 3 ผมเจตนาในการทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสัตว์ เช่น การซื้อสัตว์ไปปล่อยในที่ๆเหมาะสม หรือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เป็นต้น
.
เมื่อทำบุญปร่ะจำวันในกล่องแล้วก็กรวดน้ำ
.
และหากเมื่อนำเงินในบัญชีไปทำบุญตามวาระต่างๆ แล้วก็กรวดน้ำอีกรอบครับ
.
ในเรื่องทำบุญที่ผมบอกไปในส่วนนี้ เป็นการทำบุญของผม หากท่านใดเห็นว่าดี สามารถนำไปใช้ได้ครับ
.
*****************************************
.
การกรวดน้ำ ผมมาแนะนำการกรวดน้ำที่ผมใช้อยู่ #กรวดน้ำตามสไตล์Sithiphong

วันนี้ข้าพเจ้า (,สามี และ/หรือ ภรรยา) และครอบครัว ได้...(ทำบุญอะไร).....
.
ขออาราธนาพระบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ,พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ , คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรทุกๆพระองค์ ,พระอรหันต์ทุกๆพระองค์,พระมหาโพธิสัตว์และพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ ,ทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ,องค์ผู้อธิษฐานจิตพระพิมพ์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ทุกพระองค์ ,เทวดาผู้รักษา , เจ้าของและผู้สร้างพระพิมพ์หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร-พระพิมพ์สมเด็จเจ้าคุณกรมท่าทุกท่าน-พระพิมพ์ของวังหน้า,พระกรุวัดพระแก้วและวัตถุมงคลหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรทุกประเภทที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ทุกท่าน , พระบารมีพระมหากษัตริย์ทุกๆพระองค์ , พระบารมีกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ,พระบารมีกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ,พระบารมีพระสยามเทวาธิราช ,พระยาพิชัยดาบหัก , เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา พระเพลิง พระพาย แม่พระโพสพ , แม่นางกวัก, พระมหาฤาษีและพระฤาษีทุกๆตน , พระพิรุณ , พยายมราช , นายนิริยบาลทุกๆท่าน , ยมทูตทุกๆท่าน , ท้าวจตุโลกะบาลทั้งสี่ ศิริพุทธอำมาตย์ ชั้นจาตุมะหาราชิกาเบื้องบนจนถึงที่สุด พรหมาเบื้องต่ำตั้งแต่มนุษย์โลก โดยรอบสุดขอบจักรวาลอนันตะจักรวาล และเทพยดาทั้งหลายตลอดทั้งอินทร์ พรหม ยม ยักษ์ คนธรรพ์ นาคา ขอให้มาอนุโมทนาและเป็นพยานบุญในบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้ด้วยเทอญ
.
ขออาราธนา บิดา , มารดา , ผู้มีพระคุณ , ญาติกาครูอุปัชฌาย์อาจารย์ , ญาติสี่สกุลเจ็ดชั่วโคตรของข้าพเจ้า , เจ้ากรรมนายเวร , ปู่ , ย่า , ตา , ยาย , เทวดาประจำตัวข้าพเจ้า ,เทวดาประจำองค์พระพิมพ์ทุกองค์ , แม่ย่านางรถของข้าพเจ้า,ผู้ที่เสียสละให้กับแผ่นดินไทยทุกท่าน, พระภูมิ-เจ้าที่ ที่บ้านข้าพเจ้า , พระภูมิ-เจ้าที่ ที่บ้านคุณพ่อ-คุณแม่ข้าพเจ้า พระภูมิ-เจ้าที่ บ้านที่ข้าพเจ้าเคยอยู่ทุกๆที่ ,พระภูมิ-เจ้าที่ ที่ทำงานของข้าพเจ้าทุกๆแห่ง ขอให้มาอนุโมทนาในบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้ด้วยเทอญ
.
อิมินาปุญญะกัมเมนะ ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้า, สามีหรือภรรยา และครอบครัว ได้ ...(ทำบุญอะไร)..... ขอน้อมถวายบุญกุศลแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ,พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ,คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรทั้งหมด ,พระอรหันต์ทุกๆพระองค์ ,พระมหาโพธิสัตว์และพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์
.
ขอถวายบุญกุศลแด่บิดา มารดา ,องค์ผู้อธิษฐานจิตพระพิมพ์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ทุกพระองค์ , เทวดาผู้รักษา , เจ้าของและผู้สร้างพระพิมพ์หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร-พระพิมพ์สมเด็จเจ้าคุณกรมท่าทุกท่าน-พระพิมพ์ของวังหน้า,พระกรุวัดพระแก้วและวัตถุมงคลหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรทุกประเภทที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ,ตัวข้าพเจ้าและทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน , ผู้มีพระคุณ , ญาติกาครูอุปัชฌาย์อาจารย์ , ญาติสี่สกุลเจ็ดชั่วโคตรของข้าพเจ้า , เจ้ากรรมนายเวร , ปู่ , ย่า , ตา , ยาย , เทวดาประจำตัวข้าพเจ้า ,เทวดาประจำองค์พระพิมพ์ทุกองค์ ,พระมหากษัตริย์ทุกๆพระองค์ ,กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท,กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ,พระสยามเทวาธิราช ,พระยาพิชัยดาบหัก
.
ขอถวายบุญกุศลแด่พระภูมิ-เจ้าที่ ที่บ้านข้าพเจ้า , พระภูมิ-เจ้าที่ ที่บ้านคุณพ่อ-คุณแม่ข้าพเจ้า พระภูมิ-เจ้าที่ บ้านที่ข้าพเจ้าเคยอยู่ทุกๆที่ ,พระภูมิ-เจ้าที่ ที่ทำงานของข้าพเจ้าทุกๆแห่ง ,แม่ย่านางรถของข้าพเจ้า,ผู้ที่เสียสละให้กับแผ่นดินไทยทุกท่าน, เจ้ากรุงพาลี , แม่พระธรณี , แม่พระคงคา , พระเพลิง , พระพาย , แม่พระโพสพ , แม่นางกวัก ,พระมหาฤาษีและพระฤาษีทุกๆตน , พระพิรุณ , พยายมราช , นายนิริยบาลทุกๆท่าน , ยมทูตทุกๆท่าน , แม่พระธรณีทั่วโลก , พระแม่คงคาทั่วโลก , แม่พระโพสพทั่วโลก , องค์เทพเทวาทั่วโลก , ท้าวจตุโลกะบาลทั้งสี่ ศิริพุทธอำมาตย์ ชั้นจาตุมะหาราชิกาเบื้องบนจนถึงที่สุด พรหมาเบื้องต่ำ และเทพยดาทั้งหลายตลอดทั้งอินทร์ พรหม ยม ยักษ์ คนธรรพ์ นาคา
.
ขออุทิศส่วนบุญกุศล ให้กับเพื่อนสนิทมิตรสหายทั้งหลาย เพื่อนสาราสัตว์น้อยใหญ่ ตั้งแต่อเวจีขึ้นมาจนถึงมนุษย์โลก โดยรอบสุดขอบจักรวาลอนันตะจักรวาล ท่านทั้งหลายที่ต้องทุกข์ ขอให้พ้นจากทุกข์ ท่านทั้งหลายที่ท่านได้สุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป
.
ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้าน้อมถวาย ,ถวายและอุทิศไปให้นี้ จงเป็นอุปนิสัยปัจจัยให้ถึงพระนิพพานในปัจจุบันและอนาคตเบื้องหน้าอันใกล้นี้ด้วยเทอญ ฯ
.
ข้าพเจ้าขอพระเมตตาองค์พระแม่ธรณี ได้โปรดนำบุญที่ข้าพเจ้าได้น้อมถวายทุกๆพระองค์ ,น้อมถวายทุกๆองค์ ,ถวายบุญให้กับทุกๆท่าน และอุทิศบุญให้กับทุกๆท่าน ไปถึงทุกๆพระองค์ , ทุกๆองค์ และทุกๆท่าน ตามที่ข้าพเจ้าได้น้อมถวายทุกๆพระองค์ ,น้อมถวายทุกๆองค์ ,ถวายบุญให้กับทุกๆท่าน และอุทิศบุญให้กับทุกๆท่าน ตามที่ข้าพเจ้าได้บอกไปในเบื้องต้นด้วยเทอญ
.
ข้าพเจ้าขอพระเมตตาองค์พระแม่ธรณี ได้โปรดนำบุญที่ข้าพเจ้าได้น้อมถวายทุกๆพระองค์ ,น้อมถวายทุกๆองค์ ,ถวายบุญให้กับทุกๆท่าน และอุทิศบุญให้กับทุกๆท่าน ไปถึง แม่พระธรณีทั่วโลก , พระแม่คงคาทั่วโลก , แม่พระโพสพทั่วโลก , องค์เทพเทวาทั่วโลก ตามที่ข้าพเจ้าได้ถวายบุญแม่พระธรณีทั่วโลก , พระแม่คงคาทั่วโลก , แม่พระโพสพทั่วโลก , องค์เทพเทวาทั่วโลก ตามที่ข้าพเจ้าได้บอกไปในเบื้องต้นด้วยเทอญ
.
ด้วยเดชะบุญแห่งข้าพเจ้าน้อมถวาย ,ถวายและอุทิศนี้ไปให้ทุกๆพระองค์ ,ทุกๆองค์ ,ทุกๆท่านตามที่ข้าพเจ้าได้มีเจตนาในการน้อมถวายบุญแด่ทุกๆพระองค์ , ทุกๆองค์ และทุกๆท่านข้างต้นนี้ ข้าพเจ้าขออธิษฐานว่า ...........(ตามแต่อธิษฐาน)................. และ ตราบใดที่ยังไม่ถึงพระนิพพาน ขอให้ข้าพเจ้าอธิษฐานในทุกๆชาติที่เกิดมาเป็นมนุษย์ว่า ...........(ตามแต่อธิษฐาน)................. จนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาลัง สังฆังนิพพานัง ปัจจโยโหนตุ
.
โมทนาบุญ สาธุครับ
.
บทความที่ผมเขียนนี้ เป็นเทคนิคการทำบุญของผม หากท่านใดเห็นว่าดี สามารถนำไปใช้ได้เลยครับ
สาธุ สาธุ สาธุ
.
#เทคนิคการทำบุญตามสไตล์sithiphong
#กรวดน้ำตามสไตล์sithiphong

5
ผมขอความกรุณา อย่าลงลิงค์ของเว็บการพนัน และ เว็บโป๊
.
เนื่องจากเว็บฯนี้ เป็นเว็บฯที่เกี่ยวกับธรรมะต่างๆ 
.
ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
.
หากผมเห็น ในเบื้องต้นผมจะลบลิงค์ดังกล่าวก่อน
แต่หากยังทำต่อไป ผมอาจจะให้พัก ไม่ให้เข้าเว็บฯสักพักครับ
.
ขอบคุณครับ

6
“หยวกกล้วย-โฟม-ขนมปัง-กรวยไอติม” ทำกระทงแบบไหนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม?
.
เผยแพร่ 25 พ.ย. 2558,15:21น.
.
ปรับปรุงล่าสุด 2 พ.ค. 2560,00:23น.
.
ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเผยลอยกระทงหยวกกล้วยดีสุด ชี้ย่อยสลาย-กำจัดง่าย แนะลอยร่วมกัน 1 กระทงต่อ 1 ครอบครัว ลดผลกระทบต่อน้ำ เตือนกรวยไอติมไม่ควรนำมาใช้ลอยกระทง! เหตุค่าบีโอดีสูง
.

ในอดีตเราจะเห็นว่ากระทงจะทำมาจากหยวกกล้วยและใบตองเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่ากระทงมีหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทงโฟม กระทงกะลามะพร้าว กระทงเทียนหอม กระทงหัวปลี กระทงผัก และกระทงกรวยไอติม แล้วทุกคนรู้กันหรือเปล่าว่ากระทงที่เรานิยมนำมาลอยกันส่วนใหญ่นั้น ทุกชนิดมีผลกระทบต่อน้ำทั้งสิ้น
.
ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยกับทีมข่าว "PPTV HD" ว่าปัจจุบันนี้กระทงที่เป็นที่นิยมจะมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ กระทงหยวกกล้วย กระทงขนมปัง และกระทงโฟม ซึ่งกระทงแต่ละชนิดนั้นส่งผลกระทบต่อน้ำหมด แต่จะดูเพียงผลกระทบอย่างเดียวไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าลอยที่ไหน ถ้าเป็นสระปิด เวลาลอยกระทงเสร็จ เจ้าของสระเขาก็จะต้องเก็บกระทงขึ้น พอเก็บกระทงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบพอๆกัน คือ กระทงทุกรูปแบบถูกเก็บขึ้นหมด แต่ว่าประเด็นจริงๆแล้วคือต้องดูการย่อยสลายหลังจากการทิ้ง
.
กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด?
.
ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า ถ้าเทียบระหว่างใบตองกับโฟม จะเห็นได้ว่า หากเศษขยะของโฟมมาก โฟมก็จะใช้เวลาย่อยสลายนาน แต่ว่าโฟมสามารถรีไซเคิลได้ แต่ข้อดีก็จะสู้กระทงหยวกกล้วยไม่ได้ เพราะกระทงหยวกกล้วยจะย่อยสลายได้ง่ายกว่า
.
ดร.ขวัญฤดี กล่าวต่อว่า ส่วนกระทงขนมปัง ถ้าใช้ลอยในแหล่งน้ำไม่ว่าจะเปิดหรือปิด ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วมีบ่อปลา ก็จะสามารถใช้ได้ จะมีประโยชน์ เพราะปลาสามารถกินขนมปังได้ แต่ถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วไม่มีบ่อปลา จะอันตรายต่อสภาพน้ำ เพราะขนมปังจะเกิดการยุ่ย และทำให้น้ำมีค่าบีโอดี หรือค่าสารอินทรีย์สูง ไม่สมควรนำมาลอย
.
ถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดหรือตามแม่น้ำ หากมีคนเก็บกระทงขึ้น ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า กระทงหยวกกล้วยจะดีกว่ากระทงโฟมตรงที่เวลาเก็บขึ้นมาแล้วจะย่อยสลายง่ายกว่า ส่วนข้อดีของกระทงโฟมคือสามารถนำไปรีไซเคิลได้ โดยกระบวนการคือแกะออกมาแล้วเอาไปหลอมเป็นพลาสติกได้ใหม่ เป็นเม็ดโฟม ส่วนกระทงขนมปัง ถ้าไปเป็นกระทงอยู่ในสระปลา จะมีประโยชน์กับปลา แต่ถ้าเป็นสระน้ำปกติก็ไม่มีประโยชน์อะไร
.
เกร็ดความรู้
.
บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand, BOD) หมายถึง ปริมาณของออกซิเจนที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ในเวลา 5 วัน ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส มีหน่วยเป็น มิลลิกรัม/ลิตร ค่าบีโอดีเป็นค่าที่มีความสำคัญอย่างมากในการออกแบบและควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ โดยใช้บ่งบอกถึงค่าภาระอินทรีย์ (Organic Loading) ใช้ในการหาประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ
.
เวลาในการย่อยสลายของกระทงแต่ละชนิด?
.
ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า เวลาในการย่อยสลาย ขนมปังจะเร็วสุด ใบตองจะช้าหน่อย โฟมจะใช้เวลาย่อยสลายนานมาก ซึ่งขนมปังประมาณ 3 วันก็จะเห็นเป็นรูปของน้ำที่เริ่มมีสารอินทรีย์สูง เหยือกกล้วยเป็นเดือนขึ้นไป ซึ่งทุกรูปแบบจะทำให้น้ำมีค่าบีโอดีสูงและทำให้น้ำเสียได้ แต่ในรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งเหยือกกล้วยจะเก็บง่ายสุด
.
นอกจากนี้ยังมีกระทงอีกรูปแบบที่คนเริ่มนิยมนำมาลอยมากขึ้นคือกระทงกรวยไอติม ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า กระทงกรวยไอติมจะคล้ายกับกระทงขนมปัง แต่กระทงกรวยไอติมจะส่งผลให้ค่าบีโอดีในน้ำสูง ก็จะเน่าเสียเร็วขึ้น ไม่เหมาะเอามาลอยเลย ยกเว้นลอยในอ่างปลา ปลาสามารถกินได้ ส่วนกระทงผักหรือหัวปลีก็เหมือนกับหยวกกล้วย
.
ส่วนกระทงเทียนหอม ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เป็นเทียนหรือก็คือน้ำมัน
.
"จริงๆ คือนำกระทงหยวกกล้วยมาลอยจะดีที่สุด เพราะย่อยสลายง่ายและนำไปกำจัดได้ง่าย แต่ทางที่ดีสุดคือลอยร่วมกัน คือ 1 ครอบครัวต่อ 1 กระทง เพราะจะเป็นการลดทำลายทรัพยากรน้ำได้ดีที่สุด" ดร.ขวัญฤดี กล่าว
.
ข้อมูลเพิ่มเติม
.
ในปี 2553 นางประพิมพ์ บริสุทธิ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาย่อยสลายกระทงแต่ละประเภท โดยมีรายละเอียดดังนี้

– กระทงที่ทำจากต้นกล้วย ใบตอง กะลามะพร้าว (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 14 วัน)

– กระทงที่ทำจากขนมปัง โคนไอศกรีม (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 3 วัน)

– กระทงที่ทำจากขนมปัง (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 3 วัน)

– กระทงที่ทำจากกระดาษ (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 2 – 5 เดือน)

– กระทงที่ทำจากโฟม (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 50 ปี)

– กระทงมันสำปะหลัง (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง )
.
ที่มา https://www.pptvhd36.com/sport/news/19051
.

7
ชอบมากครับ
เรื่องนี้ สอนหลายๆเรื่อง รวมทั้งเรื่อง #พ่อแม่รังแกฉัน
ขอบคุณบทความดีๆ ครับ
*******************************
พอลล่า พอลล่าไวท์
14 พฤศจิกายน เวลา 18:56 น.
.
#บ้านติดกันที่ฉันเห็นมา...
.
บ้านหลังแรก...
ขายอาหารตามสั่ง
บ้านอีกหลังติดกัน ให้เช่าวีดีโอ
.
บ้านอาหารตามสั่งมีลูกคนนึง
บ้านให้เช่าวีดีโอ ก็มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกัน
.
หลังเลิกเรียน
ลูกบ้านตามสั่ง จะมาช่วยแม่ขายอาหาร
เก็บจาน เสริฟอาหารให้ลูกค้าถึง3ทุ่มทุกวัน
.
บ้านให้เช่าวีดีโอ
ลูกนั่งเล่นเกมส์อยู่ชั้นสอง
เวลาหิวขาว ตะโกนลงมาสั่งให้ป๊ะป๋า
ไปซื้อข้าวร้านติดกันมาให้ถึงห้อง
.
ลูกร้านตามสั่ง
อยากได้ มอร์ไซค์
จะขับไปโรงเรียน กว่าจะได้
ปาเข้าไป ม.6เทอมสุดท้าย
.
เพราะแม่ ให้ค่าแรง
วันละ100ที่ช่วยงานที่ร้าน
อีก40 ให้ค่าขนมไปโรงเรียน
.
อยากได้เก็บเงินซื้อเอา
.
ลูกร้านวีดีโอ
โทรศัพท์ วันทูคอล ออกมาใหม่ๆ
แค่ขอแม่ให้ซื้อ เขาก็มีถือไปโรงเรียนคนแรก
มีก่อนครูด้วยซ้ำ
.
ลูกร้านตามสั่ง
เสาร์อาทิตย์ ต้องไปตลาดแทนพ่อ
ไปซื้อของด้วยตัวเอง มาที่ร้าน
.
ลูกร้านวิดีโอ
เสาร์อาทิตย์หยิบเงินในเก๊ะ
ไปดูหนังเดินห้างกับเพื่อน
.
วันนึง...
.
สองบ้านไปทอดผ้าป่าต่างจังหวัด
ขากลับพ่อแม่ทั้งสองคนรถคว่ำตาย
.
ลูกร้านตามสั่งเรียนจบ ม.6ได้
ใช้มอร์ไซค์ที่หามาจากค่าแรงตัวเอง
ไปตลาด ซื้อของมาขาย
เปิดร้านตามสั่งเลี้ยงน้อง
.
ลูกร้านวิดีโอ
จบ ม.6ได้ ใช้เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้จนหมด
ในไม่กี่ปี สุดท้ายบอกขายตึก
.
ลูกร้านตามสั่งเห็นลูกร้านวีดีโอติดป้ายขาย
เขาเอากำไรและเงินเก็บของพ่อแม่
ไปซื้อตึกติดกันไว้
.
ลูกร้านวีดีโอ
ได้เงินไปหลายล้าน ผลาญจนสนุก
.
ลูกร้านตามสั่ง
ทุบผนังให้เป็นร้านเดียวกัน
ขยายโต๊ะ มากขึ้น ทำให้ลูกค้ามากขึ้น
ขายดีกว่าเดิม
.
ไม่กี่ปีลูกร้านตามสั่งมีชีวิตดีขึ้น
เพราะขายของดี
.
ส่วนลูกร้านวีดีโอ
ใช้เงินหมดจนต้องไปรับจ้าง
.
คนนึงเคยสุขสบายไปลำบาก
จากคนเคยลำบาก กลายเป็นสุขสบาย
.
คนนึงเคยอยากได้ทุกอย่าง
แค่เพียงชี้นิ้ว
.
อีกคนกว่าจะได้อะไรมา
ต้องทำและสร้างมันด้วยตัวเอง
.
สุดท้าย
.
หลังจากพ่อแม่ตาย
แต่ละคนก็มีชีวิตตามที่พ่อแม่เลี้ยงมา
.
#ทนเห็นลูกลำบากวันนี้ไม่ได้
#ก็อย่าหวังว่าลูกจะสบายในวันที่คุณจากลา
.
ตราบใดที่เรามีอายุไม่ถึงพันปี
ต้องสอนลูกให้รู้ผิดชอบชั่วดี
รู้จักความยากลำบากของชีวิตตั้งแต่วันนี้
.
คุณก็รู้ดีไม่มีใคร
อยู่หาเงินให้ใครใช้ไปตลอดชีวิตได้
.
แล้วทำไม่...ไม่สอนเขาหาเงินใช้เอง
ตั้งแต่วันนี้...?
.
cr.สิริทัศน์ สมเสงี่ยม????????
.
เป็นบทความที่ดีที่แบ่งปันแก่สังคม

8
คลายปมสงสัย! ทำไมศาสนาพุทธ "กินเจ" ถึงไม่ได้บุญ!
.
ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเทศกาลกินเจ ปี 2561 ซึ่งตรงกับวันที่ 8-17 ตุลาคมนี้ โดยชาวจีนในประเทศไทย โดยเฉพาะย่านเยาวราช มีการจัดงานกินเจ อย่างยิ่งใหญ่ทุกปี มีการขายอาหารเจมากมาย โดยวัตถุประสงค์ของการกินเจ คือ การละเว้นเนื้อสัตว์ นั่นเอง
.
ทำไม ในศาสนาพุทธ กินเจ ถึงไม่ได้บุญ กินเนื้อ ถึงไม่เป็นบาป การกินเจ จาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
.
          (ตั้งใจไม่กินเนื้อสัตว์)จริงๆไม่ได้บุญอธิบาย คือ เราไม่กินข้าวขาหมู แล้วคิด(จินตนาการ) ว่า หมูจะไม่ถูกฆ่า เปรียบได้กับเรานั่งอยู่บ้านเฉยๆแล้วคิด(จินตนาการ) ว่า เราไปช่วยสอนหนังสือคนอนาถา บุญที่เราไปสอนหนังสือคนอนาถานั้น ไม่มี ไม่เกิด เพราะเรา นึกๆคิดๆไปเองไม่ได้ทำ ไม่ได้กระทำจริง
.
ถ้าอยากได้บุญ เราต้องช่วยชีวิตสัตว์ มี 2 ข้อ คือ
.
1.ช่วยชีวิตมันโดยการไถ่ชีวิต ซื้อสัตว์ที่กำลังถูกฆ่านำมาปล่อย
.
2.เมตตาสัตว์ไม่ทำร้ายมัน อย่างนี้เป็นบุญ
.
แต่การกินเจ บุญไม่เกิด เพราะเราไม่ได้ลงมือกระทำจริง(ช่วยชีวิตสัตว์) เป็นเพียงแต่คิดไปเอง พระเทวทัตเคย มาเสนอให้ชาวพุทธไม่กินเนื้อสัตว์พระพุทธเจ้าปฏิเสธ พร้อมให้เหตุผลว่า
.
1. เนื้อสัตว์ไม่ใช่ของเหม็น อกุศลกรรมต่างหากที่เป็นของเหม็น
.
2. พระต้อง ควรเป็นผู้เลี้ยงง่าย
.
3. อนุญาตในการกินเนื้อสัตว์ที่ -ไม่เห็น -ไม่รู้ -ไม่ใช่เนื้อ ที่ฆ่าโดยเฉพาะให้ตน
.
4. อาหารเป็นแค่ของเลี้ยงกายไม่ให้ตาย อย่าสนใจมาก
.
การรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นบุญหรือไม่ ?

การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำอะไร เป็นบุญหรือไม่เป็นบุญนั้น ต้องอาศัยกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า  ที่ว่าด้วย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง คือ
.
1. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
.
2. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
.
3. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา
.
4. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยประพฤติ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
.
5. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการ ช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ
.
6. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ
.
7. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ
.
8. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม
.
9. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม
.
10.ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความคิดเห็นของตนให้ตรง
.
เมื่อเทียบเคียงกับบุญกิริยาวัตถุ 10 วิธี แล้ว ไม่พบว่าการรับประทานอาหารมังสวิรัติ คือ รับประทานแต่พืชผักเป็นวิธีทำบุญข้อใดเลย จึงไม่นับว่าเป็นวิธีทำบุญในพระพุทธศาสนา ลองคิดดูว่าถ้าการกินพืช เช่น ผัก หญ้า ได้บุญ แล้วสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ก็ต้องได้บุญมากกว่ามนุษย์ เพราะสัตว์พวกนี้กินพืชตลอดชีวิตไม่กินเนื้อสัตว์เลย
.
การกินเนื้อสัตว์ บาป หรือ ไม่ ? การที่จะวินิจฉัยว่าบาปหรือไม่บาปนั้น ต้องพิจารณาว่า การกินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เป็นการผิดศีลข้อปาณาติบาต หรือไม่ ศีลข้อปาณาติบาต คือ งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ นั้นจะผิดศีลก็ต่อเมื่อประกอบด้วย องค์ ๕ คือ

1. ปาโณ สัตว์มีชีวิต
2. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์มีชีวิต
3. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า
4. อุปกฺกโม พยายามที่จะฆ่า
5. เตนมรณํ สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
.
เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อ จึงถือว่าเป็นการฆ่าสัตว์ ผิดศีลข้อที่ 1 เป็นบาป แต่ถ้าไม่ได้ลงมือฆ่าเอง และไม่ได้ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ก็ไม่เป็นบาป ตัวอย่าง เราไปจ่ายตลาด ซื้อกุ้งแห้ง ปลาดุกย่าง ปลาทู เนื้อหมู ฯลฯ เราได้มีส่วนร่วมในการฆ่าสัตว์เหล่านั้นหรือไม่ สัตว์เหล่านั้นย่อมตายก่อนที่เราจะไปซื้อมาเป็นอาหาร ถึงเราจะซื้อหรือไม่ซื้อ สัตว์เหล่านั้นก็ตายอยู่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนทำให้ตาย
.
มีพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า“นตฺถิปาปํอกุพฺพโต”แปลได้ความว่า“บาป ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ”การกินผักก็อาจจะต้องฆ่าสัตว์ทางอ้อมไปด้วยเช่นกัน เพราะต้องไถดิน ใส่ปุ๋ย ใช้ยากำจัดแมลง อาจทำให้แมลงต่างๆ ไส้เดือนตายได้ ถ้าแบบนี้บาปก็คงไม่ต้องทำสัมมาอาชีพกันเลย
.
หลวงปู่แหวนท่านบอกว่า ”ไอ้วัวควายกินหญ้าอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นเป็นพระอรหันต์ซักตัว”
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
.
เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ
.
https://www.partiharn.com/contents/bg/12312
.
#ศาสนาพุทธ
#กินเจ
#มังสวิรัติ
#ถึงไม่ได้บุญ
#สมเด็จพระญาณสังวร
#สมเด็จพระสังฆราช
#บุญกิริยาวัตถุ ๑๐
#ปาณาติบาต

9
คุยสบาย นานาสาระ / บิทคอยน์ กับ ลิง
« เมื่อ: กันยายน 01, 2018, 02:55:12 PM »
#ความโลภ
ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร ต้อง #ศึกษา ให้ #ลึกซื้ง และ #รู้จริง
#สำคัญที่สุดห้ามโลภ
.
.*****______________*****
.
.
มีลิงจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้ๆตามหมู่บ้าน
วันหนึ่ง..มีพ่อค้ามาถึงหมู่บ้านเพื่อซื้อลิงเหล่านี้ !

เขาประกาศว่า เขาจะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 5,000 บาท
ชาวบ้านคิดว่า ผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนบ้าแน่

คนปกติที่ไหน จะซื้อลิงในป่าตัวละตั้ง 5,000 บาท
เพื่ออะไร ?

แต่ก็มีใครบางคนจับลิงบางตัวมา แล้วนำมันไปยังร้านของพ่อค้าคนนี้ และเขาก็ได้เงินมา 5,000 บาทจริงๆ
.
.
ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวไฟไหม้ป่า แล้วผู้คนก็พากัน เข้าไปจับลิง นำมาขายให้ที่ร้านพ่อค้า

หลังจากผ่านไปสองสามวันพ่อค้าก็ประกาศว่า จะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 10,000 บาท !

ชาวบ้านแห่กันเข้าป่า เข้าไปหาจับลิงที่ยังมีเหลือ
และพวกเขาได้ขายลิงที่จับมาได้ทั้งหมด
ที่ราคาตัวละ 10,000 บาทจริง !

จากนั้น..พ่อค้าก็ประกาศว่า จะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 50,000 บาท !

ชาวบ้านไม่เป็นอันกินอันนอน ! ... พวกเขาจับลิงคนละ 6 - 7 ตัว ซึ่งเป็น "ลิงที่เหลือทั้งหมดในป่า" และขายได้ราคาตัวละ 50,000 บาทจริง !

ชาวบ้านกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ..สำหรับการประกาศรับซื้อในครั้งต่อไป...

และแล้ว...พ่อค้าก็ประกาศว่า เขาจะขอกลับบ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และเมื่อเขากลับมา เขาจะซื้อลิงในราคาใหม่ "ตัวละ 100,000 บาท "

เขาสั่งให้ลูกจ้างดูแลลิงที่เขาซื้อมาทั้งหมด..ลูกจ้างมีเพียงคนเดียว ต้องดูแลลิงทั้งหมดในกรง
.
.
.
พ่อค้ากลับบ้านไป..

ชาวบ้านรู้สึกเสียดายมากที่ไม่มีลิงให้จับขายอีกในครั้งนี้ เพื่อจะเอาไว้ขายให้ได้ในราคา 100,000 บาท

จากนั้น ลูกจ้างได้บอกพวกเขาว่า เขาจะแอบขายลิงบางตัวให้ก็แล้วกัน ที่ราคาตัวละ 70,000 บาท

ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างไฟไหม้ป่าอีก เนื่องจากพ่อค้าจะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 100,000 บาท ในครั้งต่อไปซึ่งคิดดูแล้ว ก็ยังมีกำไรถึง 30,000 บาท สำหรับลิงแต่ละตัว ..ก็ซื้อสิครับ..

วันรุ่งขึ้น ชาวบ้านมาเข้าคิวหน้าร้านค้า..
ลูกจ้างขายลิงทั้งหมดที่ตัวละ 70,000 บาท คนรวยก็ซื้อลิงไว้เป็นจำนวนมาก คนจนก็ยืมเงินจากผู้ที่มีเงินให้กู้ เพื่อนำมาซื้อลิง !

ชาวบ้านซื้อมาแล้ว ก็ดูแลลิงของพวกเขาอย่างดี และรอให้พ่อค้ากลับมา...
.
.
แต่ไม่มีใครกลับมา ! ...

ชาวบ้านทั้งหลาย รีบวิ่งไปตามหาลูกจ้าง ...
แต่ลูกจ้างก็หนีหายไปแล้วเช่นกัน !

ชาวบ้านจึงรู้ว่า พวกเขาได้ซื้อลิงที่ไม่มีประโยชน์ตัวละ 70,000 บาท และไม่สามารถเอาไปขายใครได้อีก

บิทคอยน์.. จะเป็นธุรกิจแบบลิงตัวต่อไป

มันจะทำให้คนจำนวนมากล้มละลาย และมีไม่กี่คน (ที่สกปรก) ก็จะร่ำรวยด้วยธุรกิจลิงนี้

Fwdมา

ที่มา #หลวงพ่อสอนไว้

.

10
หยาดฝนแห่งธรรม / บริจาคโลหิต
« เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2018, 05:54:46 PM »
มาเชิญชวนทุกๆท่าน ที่สามารถไปบริจาคเลือดได้

.

ไปบริจาคเลือดกัน  ครับ

.-------------------------------------------------.

อานิสงส์บริจาคโลหิตเป็นทาน

หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม


ผู้ถาม :- “ทีนี้การ บริจาคโลหิตเป็นทาน นั้น อยากจะเรียนถามว่าเป็นทานขั้นไหนครับ…?”


หลวงพ่อ :- “เขาเรียกว่า ทานภายใน นะ จะถือว่าเป็นปรมัตถทานก็ยังไม่ได้ เขาเรียกทานภายใน คือให้ของภายในกายนี่เป็น ทานภายใน ให้ของนอกกายเขาเรียก ทานภายนอก นะ ยังจะถือว่าเป็นปรมัตถทานไม่ได้นะ ถ้าเป็นปรมัตถทานต้องอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านทำ”


ผู้ถาม :- “เป็นยังไงครับหลวงพ่อ…?”


หลวงพ่อ :- “เชือดเนื้อเอาไปเลี้ยงเขาเลย”


ผู้ถาม :- “ถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ…?”


หลวงพ่อ :- “ใช่ นั่นเป็น ปรมัตถทาน เราถือว่าเป็นปกติทานก็แล้วกัน แต่เป็นทานภายในเพราะอานิสงส์สูงมาก อาจจะสูงกว่าทานภายนอกสักหน่อยหนึ่งนะ”


ผู้ถาม :- “แล้ว การบริจาคโลหิต กับ การอุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาล เป็นทาน อันไหนมีอานิสงส์มากกว่ากันครับ…?”


หลวงพ่อ :- “อุทิศเลือดให้ขณะยังไม่ตายมีอานิสงส์สูงกว่าเมื่อตายแล้ว ตายแล้วเหมือนของเขาทิ้งแล้ว ร่างกายใช้อะไรไม่ได้ มีประโยชน์เพียงแค่วัตถุทาน จะให้มีอานิสงส์สูงเท่ากับให้เลือดตอนมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้แน่ ใช่ไหม…


ดูอย่างพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระเวสสันดร ตอนนั้นที่คนเขามาขอช้างหรือของต่าง ๆ พระองค์ก็คิดว่าทำไมไม่ขอดวงตา ถ้าขอท่านก็จะให้ ไม่ว่าจะเป็นแขนซ้ายหรือแขนขวาก็จะให้ นี่ท่านตั้งใจให้ตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ตอนตายแล้ว ฉะนั้นถ้าให้ได้ก็เป็นปรมัตถบารมี


ผู้ถาม :- “ทีนี้ถ้าจะบริจาคร่างกายให้นักศึกษาแพทย์เขาศึกษาต่อเมื่อเราตายแล้ว แต่อธิฐานไว้ว่า “ตายเมื่อไรขอพ้นจากวัฏฏสงสาร” อย่างนี้จะมีโอกาสไม่ให้มาเกิดอีกใช่หรือเปล่าครับ…?”


หลวงพ่อ :- “ถ้าเวลาจะตายนะ จิตตัดกิเลสแน่นอน ไม่อยากมาเกิดอีก หรือเมื่อนั้นเมื่อเวลาจะตาย จิตตัดความรักในระหว่างเพศ ตัดความโกรธ ก็ไม่มาเกิดอีก มันไม่แน่นะ เดาส่งไม่ได้ มันเฉพาะจิตใช่ไหม…จะเดาไม่ได้ แต่บังเอิญก่อนที่จะตาย เวลานี้ทรงอารมณ์ของพระโสดาบันได้นะ และก็ตัดสินใจไว้เสมอทุกเช้าว่า “ร่างกายนี้ตายเมื่อไร ขอไปนิพพานเมื่อนั้น” อันนี้จิตทรงตัวแน่นอน อย่างนี้ไปได้ทันที”


จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๗๖-๗๗

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

ที่มา https://luangporblog.wordpress.com/2014/08/02/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87/

------------------------------

ทานที่ยิ่งใหญ่!! "การบริจาคโลหิต" อานิสงส์ของการที่ได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถือเป็นทานขั้นสูง ได้ผลบุญมากนักแล!!!

การบริจาคโลหิตนั้นถือเป็นการทำทานให้แก่เพื่อนมนุษย์ เป็นการแบ่งปันที่ได้ผลกุศลที่ยิ่งใหญ่ อานิสงส์ของการบริจาคโลหิตนั้นมากมายแค่ไหนมาดูกัน


      การบริจาคโลหิตหรือการให้เลือดนั้น ถือเป็นการทำทานในขั้นอุปบารมี ที่ทำได้ยากกว่าการสร้างทานบารมีแบบปกติทั่วไป เพราะการให้เลือดเนื้อของตัวเองเป็นทาน ถือเป็นทานขั้นสูงที่มีผลมาก ซึ่งผู้บริจาคจะได้รับอานิสงส์ ดังต่อไปนี้


ประการแรก ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง 32 ประการ ร่างกายจะสมส่วนเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่มีส่วนใดขาดส่วนใดเกิน และจะไม่เจ็บป่วยไข้ด้วยโรคภัยใดๆ



ประการที่สอง ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย และไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งใด ก็จะมีแต่คนรัก มีแต่คนเมตตา และเป็นที่ต้อนรับในทุกที่ทุกสถาน จะเหยียบย่างไป ณ ที่แห่งหนตำบลใด ก็จะแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง


ประการที่สาม ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมมากกว่ามนุษย์ทั่วไป อีกทั้งจะทำให้เป็นผู้ที่มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์มากกว่าคนทั่วไป



ประการที่สี่ ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีดวงตาเห็นธรรม และทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่ายอีกด้วย


ถ้าเราอ่านเรื่องโบราณๆ จะพบว่าบางคนมีแรงมาก ขนาดชักคะเย่อกับช้างได้ หรือแม้ที่สุดกับคนหนุ่มฉกรรจ์ประเภททหารเกณฑ์ขนาด 1 ต่อ 100 ก็ยังชักคะเย่อชนะ ให้ปล้ำต่อสู้กับเสือ ยังหักคอเสือได้ พวกที่แข็งแรงอย่างนี้เป็นเพราะกำลังบุญจากอดีตที่เคยบริจาคโลหิตเป็นทานนั่นเอง


หมายเหตุ สำหรับอานิสงส์ทั้งสี่ประการที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ถือเป็นการกล่าวอานิสงส์เพียงคร่าวๆเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงแล้ว ยังมีรายละเอียดมากกว่านี้อีกมากมาย แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด คงต้องยกเอาอานิสงส์หลักๆมาให้ทราบกันแต่เพียงเท่านี้


 


ที่มาจาก : เพจ พระศรีอาริยเมตไตรย


    เรียบเรียงโดย

    เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ที่มา http://www.tnews.co.th/contents/319186

.----------------------------------------------.

การบริจาคเลือด ได้บุญและมีผลดีอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=4zTfu2EnvUE

.

อานิสงส์การบริจาคโลหิต จากตอบปัญหา หลวงพ่อฤาษี ลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี

https://www.youtube.com/watch?v=U9qAIQL4pmQ

.

สร้างกุศล ส่งบุญ ด้วยการบริจาคโลหิต - โตโยต้า บัสส์

https://www.youtube.com/watch?v=U23C3Ur7HBk

.

หนึ่งคนให้ หลายคนรับ (บริจาคเลือด)

https://www.youtube.com/watch?v=MRMUN-u9jOU

.

5 กรรม บริจาคโลหิต

https://www.youtube.com/watch?v=aNomYDQyK2Y

.
ประโยชน์ของการบริจาคโลหิต - Animation

https://www.youtube.com/watch?v=HsbVy0t5ONI

.

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังบริจาคโลหิต งานธนาคารเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

https://www.youtube.com/watch?v=btS1dn33IqY

.

บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน

https://www.youtube.com/watch?v=1sEnkYCKG3s

.

อยากบริจาคเลือด ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

https://www.youtube.com/watch?v=JurPFO0wFE8

.

Social Scan ต้องงดอาหาร...ก่อนบริจาคโลหิต ชัวร์หรือมั่ว ? - Springnews

https://www.youtube.com/watch?v=h6blxDXB80k

.

กาชาดแจงสิทธิประโยชน์ผู้บริจาคโลหิต

https://www.youtube.com/watch?v=rYia8VDegA4

.

ผู้รอดชีวิตจากการรับบริจาคเลือด

https://www.youtube.com/watch?v=waoUcFrh4UA

.

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 1/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=j7WpP9ipBCU

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 2/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=9eCXv1d2W7o

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 3/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=OZL4oiDdruY

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 4/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=23QdQD7Oy9Q

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 176

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham