Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - นวลปราง

หน้า: [1]
2
เทศกาลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นครั้งที่ 2
    ข่าวเมื่อวันที่ : 08 กรกฎาคม 2553
    หนึ่งศตวรรษหลังยุคสยามใหม่ จากมุมมองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 25 – 1 ธันวาคม 2553
 
พบกับเทศกาลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่บอกเรื่องราววิถีชีวิตชุมชนคนท้องถิ่น เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ การทำงานของชุมชน คนคอเดียวกันเรื่องสังคมวัฒนธรรม กว่าห้าสิบแห่งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยที่จะมาบอกเล่าพัฒนาการสังคมวัฒนธรรมสยามใหม่ในมุมมองคนท้องถิ่น ที่บางแง่มุมอาจไม่พบเจอในประวัติศาสตร์ ร่วมเสวนาเรื่องราวคนพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะ “ก้าวไปด้วยกัน” และร่วมรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการ
 
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th

แผนที่และการเดินทาง

งานเทศกาลครั้งนี้จัดที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร


1. การเดินทางโดย รถยนต์

จากฝั่งพระนคร ข้ามสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ลงจากสะพานกรุงธน ตรงมาตามถนนสิรินธร ขึ้นสะพานลอยข้ามแยกถนนจรัลสนิทวงศ์-สิรินธร ผ่านห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ขึ้นสะพานลอยข้ามทางแยกต่างระดับถนนบรมราชชนนี เมื่อลงสะพาน ให้ออกเส้นทางคู่ขนานที่ทางออกแรก (สังเกตป้าย “ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ๕๐๐ เมตร”)ตรงมาตามถนนบรมราชชนนี ศูนย์ฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ

จากฝั่งพระนคร ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ลงจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ตรงมาตามถนนบรมราชชนนีระดับดินโดยไม่ขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้า แต่ให้ขึ้นสะพานลอยข้ามแยกถนนจรัลสนิทวงศ์-บรมราชชนนี ผ่านห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขึ้นสะพานลอยข้ามทางแยกต่างระดับ (ซึ่งจะเป็นทางบังคับเลี้ยวซ้าย เพื่อไปทางพุทธมณฑล) เมื่อลงสะพาน ให้ออกเส้นทางคู่ขนานที่ทางออกแรก (สังเกตป้าย “ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ๕๐๐ เมตร ”) ตรงมาตามถนนบรมราชชนนี ศูนย์ฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ

2. การเดินทางโดย รถประจำทาง

รถประจำทางที่ผ่านหน้าศูนย์ฯ
รถปรับอากาศ – ปอ.๖๖, ปอ.๕๑๑,  ปอ.๕๑๕, ปอ.๕๑๖, ปอ.๕๓๙
รถธรรมดา – สาย ๑๙, ๔๐, ๕๗, ๑๒๓, ๑๒๔, ๑๒๕, ๑๒๗, ๑๔๖,๑๔๙


3
ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น / เซนแห่งวะบิ ซะบิ
« เมื่อ: ตุลาคม 09, 2010, 10:40:49 PM »

ความงามของตำหนิและการแลเห็นความสมบูรณ์ของความไม่สมบูรณ์ในสรรพสิ่ง คือแก่นแท้ของศิลปะแบบวะบิ-ซะบิ
วะบิ-ซะบิ คือความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่คงทนถาวร และไม่เสร็จสมบูรณ์ คือความงามของสรรพสิ่งที่สงบเสงี่ยมและอ่อนน้อม อย่างไม่ยึดติดในแบบแผนตายตัว...นี่คือความงามในทัศนะของเซน

...ในความหมายหนึ่ง วะบิ-ซะบิคือเซนของสรรพสิ่ง ผู้ที่เกี่ยวพันกับวะบิ-ซะบิในญี่ปุ่น ถ้าไม่เป็นอาจารย์แห่งพิธีชา ก็เป็นนักบวช หรือไม่ก็เป็นนักรบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ฝึกฝนเซน และดื่มด่ำในเจตนารมณ์ของเซนอย่างลึกซึ้งทั้งสิ้น

ซะบิ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “ร่วงโรย”
วะบิ ในความหมายดั้งเดิม หมายถึง ความทนทุกข์ของการใช้ชีวิตเพียงลำพังในธรรมชาติ ไกลห่างจากสังคม และชวนให้นึกถึงสภาวะความรู้สึกที่ท้อแท้ ซึมเศร้า ชวนหดหู่ใจ
 

แต่วะบิ-ซะบิ ที่ใช้เรียกควบรวมในความหมายแห่งยุคปัจจุบันกลับมีความหมายในเชิงบวก ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงแห่งชีวิตที่เรียบง่าย ชีวิตที่รุ่มรวยทางจิตวิญญาณแม้จะอยู่อย่างสมถะโดยสมัครใจ วิธีการมองสรรพสิ่งที่ล่วงพ้นไปจากคติแบบแผนที่สังคมตกลงยอมรับและยึดถือสืบต่อกันมาการมุ่งมีประสบการณ์เชิงศิลปะที่น่าตื่นใจอย่างสงัด การเอาชนะความอลังการ ความหรูหรา ด้วยความเรียบง่ายอย่างติดดินและไม่สมบูรณ์แบบ แต่ทำให้จิตจดจ่อมีสมาธิอยู่กับ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอยู่ และปรากฏอยู่จริง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเข้าถึงอย่างบูรณาการสู่ธรรมชาติ ในขั้นสูงสุดของการดำรงอยู่ จนกระทั่งเข้าสู่ความศักดิ์สิทธิ์เชิงจิตวิญญาณได้อย่างเป็นไปเองโดยธรรมชาติ

การสัมผัสประสบการณ์วะบิ-ซะบิ จึงไม่อาจพบหรือสัมผัสได้ในธรรมชาติ ณ ชั่วขณะของความบานสะพรั่งและเขียวชอุ่ม แต่จะพบวะบิ-ซะบิได้ ณ ชั่วขณะของภาวะเริ่มแรก หรือการทรุดตัวพังพาบลงไป คือจะพบได้ในสิ่งที่ชั่วคราว ไม่แน่นอน และไม่เที่ยงแท้ เช่น บุปผาร่วง หิมะโปรย ฝนกระหน่ำ เมฆคลุ้มคลั่ง รวมทั้งสิ่งที่ยากจะมองเห็น เปราะบาง พร้อมที่จะสลายตัวไป อันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาที่หยาบกระด้าง


ผู้ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์วะบิ-ซะบิได้ คือผู้ที่สามารถชะลอความเร็วในการเร่งรีบใช้ชีวิตลงได้ สามารถมีความใจเย็น มีความอดทน และใส่ใจพอที่จะมองอย่างใกล้ชิด ฝึกฝนศิลปะต่างๆ อันสุขุมประณีตได้เท่านั้น

วะบิ-ซะบิ คือความซาบซึ้งและแลเห็นคุณค่าในความไม่จีรังของชีวิต... ต้นไม้ยามฤดูหนาวที่เหลือเพียงกิ่งก้านแห้งเหี่ยวโรยรา หรือซากสันฐานของอาคารที่แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยหัก และถูกปกคลุมไปด้วยตะไคร่และวัชพืชต่างๆ

วะบิ-ซะบิยังหมายถึงการเหยียบย่างบนโลกใบนี้อย่างแผ่วเบา และรู้ถึงวิธีที่จะซาบซึ้งในคุณค่ากับสิ่งใดก็ตามที่เข้ามาเผชิญหน้ากับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม เพราะวะบิ ซะบิจะบอกให้เราหยุดความหมกมุ่นของเราที่มีต่อความสำเร็จทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง สถานะทางสังคม อำนาจ และความหรูหรา แต่ให้เราหันมาเบิกบานกับชีวิตที่นี่และเดี๋ยวนี้เลย โดยไม่ถูกฉุดรั้งด้วยความยึดติดใดๆ


วะบิ ซะบิจึงเป็นเรื่องของดุลยภาพอันละเอียดอ่อน ระหว่างความรื่นรมย์ที่เราได้รับจากสิ่งต่างๆ กับความรื่นรมย์ที่เราได้รับจากความเป็นอิสระจากสิ่งทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

แม้วะบิ ซะบิจะเป็นเพียงกระบวนทัศน์ทางสุนทรียภาพชนิดหนึ่ง แต่ผู้ที่นับถือในกระบวนทัศน์ทางสุนทรียภาพชนิดนี้ ย่อมสามารถใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะแบบเซนได้ อย่างไม่ถูกพันธนาการด้วยลัทธิวัตถุนิยมและบริโภคนิยมอันฉาบฉวยและตื้นเขิน

การจะทำอย่างนั้นได้ คนผู้นั้นจะต้องมีความพากเพียรและความมุ่งมั่นในการใช้ชีวิต ที่จะกล้าตัดสินใจเลือกที่จะไม่กระทำสิ่งต่างๆ เพื่อปล่อยให้สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามครรลองของมัน เมื่อถึงเวลาจำเป็นและสมควรแก่กาล

สังคมเราในทุกวันนี้กำลังขาดแคลนประสบการณ์ตรงทางศิลปะ ที่สามารถหยั่งลึกสู่ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณได้ด้วย ชีวิตที่ขาดความสง่างามของศิลปะที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ จึงกลายเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความสับสน ฟุ้งซ่าน ปราศจากพลัง

วะบิ-ซะบิจึงเป็นวิถีแห่งศิลปะแบบเซนที่คนสมัยนี้ไม่ควรมองข้าม!


..............................



เรียบเรียงจาก วิถีแห่งฟ้าของนักกลยุทธ์ สำนักพิมพ์ openbook โดย สุวินัย ภรณวลัย


4
หยาดฝนแห่งธรรม / บันทึกของกฤษณมูรติ
« เมื่อ: ตุลาคม 08, 2010, 03:56:48 PM »
บันทึกของกฤษณมูรติ..#1..


บรอควู๊ด ปาร์ค แฮมป์ไชร์
14 กันยายน 1973

วันก่อนกลับมาจากเดินเล่น ผ่านท้องทุ่งและแมกไม้ ยังเดินผ่านดงไม้แห่งหนึ่ง* (เป็นดงไม้ที่เต็มไปด้วยไม้หายาก รวมทั้งต้นเรดาวู๊ด ขึ้นอยู่ในสวนป่าบรอควู๊ด) ใกล้ๆกับบ้านขาวหลังใหญ่ ปีนบันไดข้ามรั้วเข้าไปในดงไม้ เรารู้สึกได้ในทันที ถึงความสงบสันติอย่างลึกล้ำ นิ่งสงัด ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว การเดินเข้าไปคล้ายเป็นสิ่งต้องห้าม เท้าที่ก้าวเหยียบลงบนดิน คล้ายจะทำลายบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ลง เสียงพูดคุยดูยิ่งจะทำลายบรรยากาศ แม้แต่เสียงลมหายใจ ไม้เรดวู๊ดต้นมหึมานั้น แลดูสงบอย่างยิ่ง ชาวอเมริกันอินเดียนเรียกมันว่า ผู้สงบเงียบ และมันก็ดูเงียบสงบจริงๆ แม้แต่สุนัขก็หยุดวิ่งไล่กระต่าย เธอคงได้แต่ยืนอยู่กับที่ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เธอคงจะต้องรู้สึกคล้ายกับตนเองเป็นผู้รุกล้ำ ด้วยเหตุว่าเธอกำลังหยอกล้อและหัวร่อ และเดินเข้ามาในดงไม้โดยหารู้ไม่ว่ามีสิ่งใดดำรงอยู่ สิ่งนั้นย่อมทำให้ประหลาดใจและตระหนกเมื่อค้นพบตระหนกต่อความรู้สึกลึกล้ำดื่มดำที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน หัวใจก็จะเต้นแผ่วเบาลง นิ่งอึ้ง อับจนถ้อยคำด้วยความพิศวง ณ ที่แห่งนี้คือใจกลางของบริเวณทั้งหมด ทุกครั้งที่เธอเข้ามา ก็จะพบความงามและความสงบงัน ความสงบอันแสนประหลาด จงเข้ามาเมื่อเธอปราถนา และก็จะพบมันดำรงอยู่ที่นั่นเสมอ เต็มเปี่ยม ทรงคุณค่า และอยู่เหนือถ้อยคำใดๆ

ทุกรูปแบบของการทำสมาธิ อย่างจงใจ หาใช่ของจริงไม่ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ความพยายามที่จะฝึกสมาธิโดยจงใจ หาใช่สมาธิไม่ มันจะต้องกำเนิดขึ้นเอง หาใช่เชื้อเชิญมันมา สมาธิไม่ใช่การเล่นของจิตใจ ทั้งมิใช่ความปราถนาและปิติสุข ความพยายามทุกประการที่จะฝึกสมาธิก็คือ การขับไล่มันไป มีเพียงการตระหนักรู้ในสิ่งที่เธอกำลังคิดกำลังทำอยู่เท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่นนอกไปจากนี้ ตัวการมองเห็นและการได้ยินก็คือการทำนั่นเอง เป็นการทำที่ ปราศจากผลได้หรือผลเสีย ความสามารถในการทำ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเห็นหรือได้ยิน สมาธิตามแบบแผนล้วนนำไปสู่ความหลงผิด สิ่งลวงและมายา เพราะความปราถนานั่นเองที่ทำให้พร่ามัวหลงทาง

นี่เป็นยามเย็นอันน่าอภิรมย์ แสงสนธยาอันนิ่มนวลแห่งฤดูใบไม้ผลิ ทออาบไล้แผ่นดิน


บันทึกของกฤษณมูรติ..#2 ..


บรอควู๊ด ปาร์ค แฮมป์ไชร์
15 กันยายน 1973

เป็นการดีที่จะอยู่เพียงลำพัง ไกลห่างจากหนทางของโลก เพราะการเดินบนทางสายนั้นก็คือการเดินเพียงลำพัง เพียงลำพังเดินลัดเลาะได้ตามทางข้างธารน้ำเชี่ยว ซึ่งส่งเสียงอึกทึก หลากล้นไปด้วยสายน้ำแห่งฤดูใบไม้ผลิและหิมะที่หลอมละลาย รับรู้ถึงความโดดเดี่ยวของแมกไม้ งดงามอยู่ในความวิเวก ความโดดเดี่ยวของผู้คนตามท้องถนน คือความเจ็บปวดของชีวิตเขาไม่เคยเข้าถึงความหมายของการอยู่เพียงลำพังเลย ห่างไกลและยากจะสัมผัสถึง การเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้นั้น ก่อให้เกิดทุกข์มิรู้จบสิ้น มีความปราถนาที่จะแสดงออกพร้อมด้วยความสับสน สิ้นหวัง ความเจ็บปวดนั่นแหละคือสิ่งที่ผู้คนที่เดินตามถนนหนทางเป็นกัน เขาไม่เคยได้อยู่เพียงลำพังเลย ความทุกข์ คือลีลาของความโดดเดี่ยวชนิดนั้น

ธารน้ำจากขุนเขาสายนั้น เต็มเปี่ยมหลากล้นไปด้วยหิมะที่หลอมละลายผสมรวมกับสายฝนต้นฤดูกาล เธอยังอาจได้ยินเสียงก้อนหินใหญ่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดพาผลักดัน มีต้นสนสูงตระหง่าน ซึ่งมีอายุห้าสิบปีหรือกว่านั้น หักโค่นลงในธารน้ำ หนทางก็ถูกน้ำพัดขาดหายไป สายน้ำขุ่นข้นด้วยโคลนตมเป็นสีฟ้า-เทา ในทุ่งหญ้าเบื้องบนดารดาษด้วยดอกไม้ป่า อากาศสดบริสุทธิ์เต็มไปด้วยความเบิกบานรื่นรมย์ บนสันเขาสูงขึ้นไปยังปกคลุมด้วยหิมะ บนธารน้ำแข็งและบนยอดเขายังปกคลุมด้วยหิมะคราวล่า มันจะยังคงขาวโพลนอยู่เช่นนั้นตลอดฤดูร้อน

นี่เป็นยามเช้าอันพิเศษสุด ซึ่งเธออาจเดินเที่ยวเล่นไปอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ไม่ทันรู้ถึงความชันของลาดเขาด้วยซ้ำ มีกลิ่นหอมอ้อยอิ่งอยู่ในบรรยากาศ หอมชัดและเข้ม ในหนทางไร้ผู้คน ไม่ว่าจะเดินขึ้นหรือเดินลงก็มีเธออยู่เพียงลำพังกับหมู่สนสีดำ และสายน้ำเชี่ยว ท้องฟ้าส่องประกายความเจิดจ้า มีเพียงขุนเขาเท่านั้นที่อาจมีสีชนิดนี้ ซึ่งเธอสามารถมองเห็นลอดผ่านพุ่มไม้และลำต้นสน ไม่มีใครมาให้สนทนาด้วย ทั้งไม่มีการหยอกล้อของจิต วิหกแมคบี้ลายขาวดำบินมาและหายลับไปในป่า หนทางซึ่งนำเราผ่านพ้นลำธารอึกทึกและความเงียบ คือทางอันสูงสุด มันไม่ใช่ความเงียบหลังจากที่กระแสเสียงสงบลง ไม่ใช่ความเงียบที่มากับอาทิตย์ยามอัศดง ทั้งไม่ใช่ความเงียบเมื่อดวงจิตดับลง ไม่ใช่ความเงียบในพิพิธภัณฑ์หรือโบสถ์ แต่เป็นบางสิ่งบางอย่างซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเวลาและสถานที่ มันไม่ใช่ความเงียบที่จิตพยายามสร้างขึ้นเอง ดวงอาทิตย์นั้นร้อนแรง และร่มไม้นั้นเย็นสบาย

เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ว่า ไม่มีความคิดใดๆ ผุดขึ้นมาระหว่างการเดินเลย ไม่ว่าจะเป็นถนนคับคั่งจอแจในเมื่องหรือในทางสายเปลี่ยวล้วนเป็นเฉกเช่นกัน ตั้งแต่เด็กมาแล้วที่เขาเป็นดังนี้ ไม่มีความคิดผุดขึ้นมาในดวงจิตเขาเพียงแต่เฝ้ามองและสดับฟัง ไม่มีอะไรอื่นมากไปกว่านี้ ความคิดและกระบวนการต่อเนื่องของมันไม่เคยเกิดขึ้นมาเลย ไม่มีทั้งจินตภาพ อยู่มาวันหนึ่งเขาเกิดตระหนักขึ้นได้ถึงลักษณะพิเศษประการนี้ เขาพยายามที่จะคิด แต่ไม่มีความคิดใดๆ ปรากฏขึ้นในการเดินกับใครหรือเพียงลำพัง ล้วนปราศจากกระแสความคิด นี่คือการอยู่เพียงลำพัง

เหนือยอดเขาหิมะ หมู่เมฆกำลังก่อตัวขึ้น หนาหนักและทึบทะมึนบางที ฝนอาจตกในไม่ช้านี้ แต่ในขณะนี้ดวงอาทิตย์ยังสว่างไสวและเงาบนพื้นยังคมชัด ในอากาศยังมีกลิ่นหอมผสานอยู่ และฝนจะนำกลิ่นหอมอย่างใหม่ปะปนมาด้วย จากที่นี้ไป หนทางยังห่างไกลจากกระท่อมคนเลี้ยงสัตว์



พจนา จันทรสันติแปล


5
เมื่อคืนประมาน1-2ทุ่ม ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากพระอ.จที่นับถือท่านหนึ่งคือ "พระมหาแผน" ท่านโทรมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวลมาก ได้ความว่าตอนนี้สามเณรที่ท่านดูแลอยู่90รูปกำลังจะลำบากเพราะอาหารที่มีอยู่กำลังจะหมดไปของใหม่ก็ไม่มีมาเพราะอยู่ไกลจากชุมชน ข้าพเจ้าเคยค่อนท่านหลายครั้งว่าทำไมต้องเอาลูกเค้ามาเลี้ยง ท่านก็ตอบเหมือนๆกันทุกครั้งไปว่า “เด็กพวกนี้เป็นคนยากจนพ่อไปทางแม่ไปทางเป็น โจร ก็มี” ท่านว่า “ฉันเอาเค้ามาเลี้ยงอย่างน้อยๆก็สั่งสอนให้เค้าเป็นคนดีในสังคมได้ เหลือท่าเด็กมันมีบุญมีวาสนาก็จะได้เป็น*เนื้อนาบุญ* สืบต่อพระศาสนาต่อไป” ข้าพเจ้าก็จนแต้มอีกตามเคย

มีอยู่ครั้งนึงพระอ.จท่าน เล่าให้ฟังว่าท่านได้เรืยกประชุมเณรเพราะท่านหมดกำลังที่จะดูแลเณรน้อยทั้งหลายต่อไป ท่านทั้งหลายทราบไหมเกิดอะไรขึ้น? สามเณรพร้อมใจกันกราบแทบเท้าท่านแล้วพูดว่า “หลวงพ่อกินเกลือพวกผมก็ขอกินเกลือแต่ถ้าท่านอดพวกผมก็ยอมอด” ข้าพเจ้าฟังแล้วก็น้ำตาไหล มีเด็กจำนวนหนึ่งข้าพเจ้าได้เป็นเจ้าภาพบวชให้ จำได้ว่ามีเด็กอยู่คนหนึ่งอายุประมาน10-11ขวบไม่ได้แจ้งข้าพเจ้ามาก่อนว่าต้องการบวชเธออุตส่าห์โกนหัวมาเส็ดสับมาแต่เช้าตู่เธอหลบอยู่ใต้ถุนศาลาพอเห็นข้าพเจ้าก็ตรงมากราบเท้าข้าพเจ้าแล้วบอกว่า “คุณน้าผมอยากเป็นคนดี คุณน้าช่วยผมด้วย” ในที่สุดก็เป็นเจ้าภาพบวชให้เธอ ข้าพเจ้ามานั่งคิดๆว่าถ้าอาหารหมดทีก็หาให้ทีมันจะเป็นเหมือน “เบี้ยต่อไส้” เลยอยากจะตั้ง “กองทุน” เพื่ออาหารพระ-เณรขึ้นมาสักกองจะได้เป็นทุนสำรองต่อไป วันนี้ข้าพเจ้าได้ให้พี่สาวไปเปิดบัญชีไว้และได้กราบเรียนท่านพระอ.จ ท่านดีใจใหญ่ และได้ซื้อ ข้าวสาร50ถุง น้ำปลา2ลัง ขนมปัง6ปีบ น้ำแดง1ลัง น้ำมัน1ลัง น้ำตาล10ถุง เกลือ10ถุง มาม่า4กล่องไว้ใช้ก่อนชั่วคราว จึงขอเรียนเชินทุกท่านผู้ใจบุญทั้งหลายมาช่วยกันก่อตั้งกองทุนในครั้งนี้ เพื่อสืบต่ออายุพระสงฆ์สามเณรและพระพุทธศาสนา ท้ายสุดนี้ข้าพเจ้าขอกราบอาราธนาบารมี พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และ พระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย ขอให้ทุกท่านผู้เป็นกำลังใหญ่ในการสืบต่ออายุบวรพระพุทธศานาจงมีความสุขสวัสดีตรอดตราบเท่าเข้าสู้พระนิพานเทิด….สาธุ สาธุ สาธุ

สิ่งของที่รับบริจาคสงเคราะห์พระภิกษุสามเณร ( 01-9408541 พระมหาแผน)

ข้าวสารอาหารแห้ง เช่น กะปิ น้ำปลา ซอส เครื่องแกง เครื่องปรุงแต่งอาหาร ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น
อุปกรณ์การศึกษา เช่น สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด เป็นต้น
หนังสือเรียนนักธรรมตรี-โท-เอก พระบาลีและสายสามัญ

“ อาตมาภาพขอบิณฑบาตเป็นอาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร-เครื่องปรุงรสแกงต่างๆ ตลอดถึงผัก-ปลา-หมู-ไก่ เป็นต้น เพราะเมื่อโรงเรียนย้ายที่ตั้งใหม่ ระยะการเดินทางไกลถ้าเป็นอาหารปรุงเสร็จแล้ว จะไม่ทันฉันเพล และอาหารแห้งสามารถเก็บไว้จัดภัตตาหารถวายภิกษุ-สามเณร ในวันต่อไปได้
เพราะสถานที่ย้ายโรงเรียนไปเป็นทุ่งท้องนาห่างไกลตลาดที่จะจัดซื้อภัตตาหารถวายมื้อเพลได้ ในปัจจุบันมีพระภิกษุ-สามเณรประมาณ 90 กว่ารูป โยมที่ถวายอาหารแห้งได้มีโอกาสทำบุญกับพระ-เณรเป็นจำนวนมาก”

(01-9408541 พระมหาแผน)
สำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทองประเภทบัญชี : ออมทรัพย์
หมายเลขบัญชี : 203-0-06304-5
ธ.กรุงไทย สาขาพนมสารคาม
ชื่อบัญชี : ร.ร.ปริยัติธรรมบ่อเงินบ่อทอง


http://board.palungjit.com/f179/ขอความเมตตาช่วยต่อชีวิต-พระเณร-21733.html

6


สิ่งที่ทางวัดรับบริจาค :

1. หนังสือธรรมะหรือหนังสือทั่วไปที่มีประโยชน์ ที่ท่านมีอยู่แล้ว ต้องการ ให้ปัญญาต่อกับผู้อื่น.
2. หนังสือใหม่ ซื้อจากร้านขายหนังสือทั่วไป / หรือ หนังสือมือ 2 ก็ได้
3. ซีดีธรรมะที่ท่านต้องการบริจาค.
4. เครื่องคอมพิวเตอร์เก่า เพื่อใช้เป็นสื่อเรียนรู้ของนักเรียน ร.ร.พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (วัดเกาะ)


การส่งหนังสือ,ซีดี,อุปกรณ์คอมพ์ฯ.

- ส่งถึง ห้องสมุดวัดเกาะวาลุการาม ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง 52000
- หนังสือถ้าซื้อจากร้าน ในบางแห่งมีบริการส่งทางไปรษณีย์ถึงผู้รับต่างจังหวัดได้ (สอบถามเงื่อนไขการส่งได้ที่ร้านนั้นๆ)

ท่านเขียนชื่อผู้บริจาคด้านในปกหนังสือได้ตามต้องการ.

วัดเกาะฯ โทร. 054-323426 , 054-217528


หากท่านไม่สดวกในการบริจาคหลายๆเล่ม ท่านสามารถบริจาคได้ 1 เล่มก็พอ หรือจะ ให้ทานธรรมะเดือนละ 1 เล่มก็ได้

ด่วนบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธ.ค. 2570


http://www.watkoh.com/data/library/view.asp
 

หน้า: [1]

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham