Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 700
1
.
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตส่วนตัว
.
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน
.
เรื่องที่เป็นอันดับ 1 ก็คือ การปฎิบัติตนตามหลักธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
ต้องเริ่ม คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ในการอ่านเรื่องราวต่างๆ
.
#อย่าไปบ้าอำนาจ  เพราะ #อำนาจไม่เคยจีรังยั่งยืนเลย
.
#อย่าไปหลงตำแหน่ง  เพราะ #ตำแหน่งก็คือหัวโขนที่มีคนมอบมาให้ใช้ในการทำงาน
.
#อย่าไปใช้อำนาจในตำแหน่งข่มขู่คนอื่น
.
ถ้าทำ  ให้ทำเลย  ทำมาเป็นลายลักษณ์อักษร  แล้วค่อยว่ากันในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง
.
เรื่องที่เพิ่มเติมคือ ไปพิสูจน์เรื่องกฎแห่งกรรมด้วยตัวเอง  ว่า  สิ่งที่กระทำมานั้น ถูกต้องตามกฎแห่งกรรมหรือไม่
.
#ของจริงต้องพิสูจน์ได้ด้วยตนเองเท่านั้น
.
เคยมีเจ้าของกิจการที่มีอำนาจมากที่สุด และ ใหญ่ที่สุดในองค์กรนั้นๆ
.
ปัจจุบันคนนี้ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว
.
อาจารย์ผมเคยถอดจิตไปนรก  ไปพบกับวิญญาณของคนๆนี้
อาจารย์ผมท่านบอกต่อไปว่า  วิญญาณตนนี้  ยังต้องรับผลกรรมที่กระทำไว้ในอดีต
กรรมส่วนหนึ่งที่กระทำไว้ก็คือ การใช้อำนาจที่ตนเองมีอยู่ ไปสร้างกรรมกับคนอีกเป็นจำนวนมาก
ถึงแม้ว่า พระศรีอาริยเมตตรัย มาประสูติ , ตรัสรู้ และ ปรินิพพานแล้ว
วิญญาณตนนี้ ยังไม่ขึ้นมาจากขุมนรกขุมนั้นเลย
.
ถ้าอ่านแล้ว  อย่าเชื่อ  ให้ทำไปเรื่อยๆ  ทำไปเยอะๆ  ทำไปมากๆ
แล้วไปพิสูจน์ว่า ผลที่กระทำนั้น จะได้รับผลอย่างไร
.
รวมทั้งไปพิสูจน์ว่า #ระยะเวลาในนรก  มีเวลาที่นานแค่ไหน
#ของจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเองเท่านั้น
.
.
.-------------------------------------.
.
.
ว่าด้วยเรื่อง ระยะเวลาที่เรียกว่ากัป
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๕. ปัพพตสูตร
.
             [๔๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ฯลฯ เมื่อภิกษุรูปนั้นนั่งเรียบร้อย
แล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่ง นาน
เพียงไรหนอแล
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัป
นั้นว่าเท่านี้ปี เท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๐] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุ
เหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง
ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบ บุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น
๑๐๐ ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไป สิ้นไป เพราะความ
พยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไป สิ้นไป กัปนาน
อย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้ว มิใช่หนึ่งกัป มิใช่
ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้
กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้
พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย ในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะ
หลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๕
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
.
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๖. สาสปสูตร
.
             [๔๓๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่งนานเพียงไรหนอแล ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัป
นั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๒] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุ
เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวโยชน์ ๑ กว้างโยชน์ ๑ สูงโยชน์ ๑
เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน บุรุษพึงหยิบ
เอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด
เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้น พึงถึงความสิ้นไป หมดไป เพราะความพยายาม
นี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป หมดไป กัปนานอย่างนี้แล
บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้วมิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่
พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้อง
ต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๖
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
.

2
.
โจโฉนัวนางเจ๋าซือ : ออกนอกเมือง ปกปิดไทม์ไลน์ วอดวายทั้งกองทัพ
.
โพสโดย คุยสามก๊ก ถกไซ่ฮั่น
9 เมษายน 2564
.
เป็นเรื่องธรรมดาที่ยอดขุนศึกย่อมคู่กับหญิงงาม แต่ก็เพราะหญิงงามนี่เองที่ทำขุนศึกเสียท่ามานักต่อนัก ในยุคสามก๊ก แม้โจโฉจะได้ชื่อว่าเป็นนักรบนักรักตัวฉกาจ ยังพลาดท่าเสียทีให้แก่ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างนางเจ๋าซือ
.
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อครั้งโจโฉยกทัพไปตีมืองอ้วนเซีย ที่เตียวสิ้วปกครองอยู่ เตียวสิ้วเชื่อกาเซี่ยงที่ปรึกษา ว่าให้ยอมแพ้แก่โจโฉ เพราะมีกำลังมากกว่า เตียวสิ้วเห็นดีด้วย จึงยอมสวามิภักดิ์ เชิญโจโฉเข้ามาในเมืองอ้วนเซีย
.
โจโฉเมื่อเข้ามาในเมืองได้ ก็พักผ่อนอย่างสำราญใจ วันหนึ่งขณะเสพสุรากรึ่ม ๆ ก็ถามคนรับใช้ในเมืองว่า เมืองนี้หญิงใดงามขึ้นชื่อที่สุด คนรับใช้ก็แจ้งว่า หญิงงามที่สุดในเมืองนี้เห็นจะเป็นนางเจ๋าซือ ภรรยาม่ายของเตียวเจผู้ล่วงลับ อาของเตียวสิ้ว เจ๋าซือแม้จะเป็นอาสะใภ้ของเตียวสิ้ว แต่ก็ยังอายุน้อยและโฉมสะคราญอยู่ โจโฉจึงส่งให้โจอันปิ๋นหลานชายนำนายทหารไปรับตัวนางมา
.
เมื่อนางเจ๋าซือมาถึง โจโฉก็ตะลึงในความงาม ยิ่งเป็นแม่ม่ายด้วยแล้ว ยิ่งเข้าสเปกของโจโฉ ถึงขนาดหยอดว่าที่ไม่ประหารเตียวสิ้วกับครอบครัวเนี่ย ก็เพราะเห็นแก่แม่นางหรอกนะจ๊ะ แล้วคืนนั้นโจโฉก็หาความสำราญกับนางเจ๋าซือยันเช้า
.
ครั้นตื่นขึ้นมา นางเจ๋าซือเห็นว่าถ้าเสพสุขกันในเมืองอ้วนเซีย ชาวบ้านชาวเมืองรู้เข้าจะครหาเอาได้ เกิดหน้าบางขึ้นมา ไม่อยากแสดงออกให้โจ่งแจ้งมากนัก โจโฉผู้ยึดเมืองได้แล้ว จึงให้ยกทหารออกไปตั้งค่ายอยู่นอกเมืองตามที่นางเจ๋าซือเสนอ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมืองซุบซิบได้ว่าผู้มาใหม่แอบกินกับอาสะใภ้ม่ายของเจ้าเมือง
.
นับแต่นั้นมาไทม์ไลน์ของโจโฉก็ขาดช่วง โจโฉก็ไม่ออกว่าราชการ ซ้ำยังไม่ยกทัพกลับเมืองหลวง เตียวสิ้วรู้ข่าวว่าโจโฉเอาอาสะใภ้ไปกกกอด ก็โมโหมาก ทั้งอายทั้งแค้น แต่กาเซี่ยงห้ามไว้ก่อนว่าอย่าใจร้อน
.
ทั้งสองจึงวางอุบายว่ามีทหารหนีทัพไปเป็นอันมาก ขอยกทหารออกมาตั้งค่ายข้าง ๆ ค่ายโจโฉด้วย เผื่อทหารทั้งหลายจะได้เกรงบารมีโจโฉและไม่กล้าหลบหนี โจโฉที่อุตส่าห์แอบมากินกันนอกเมืองแล้วไม่ทันได้พินิจพิจารณาว่าเป็นอุบาย ก็ตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้
.
คืนหนึ่งเมื่อสบโอกาส เตียวสิ้วให้กาเซี่ยงลวงเตียวอุย องครักษ์ผู้เฝ้าหน้ากระโจมโจโฉมากินเลี้ยงมอมเหล้า ตัวเขานำทหารบุกเข้าปล้นค่ายกลางดึก หวังสังหารโจโฉ เหตุการณ์ชุนลมุนวุ่นวายอย่างมาก โจอันบิ๋นหลานชาย โจงั่งบุตรชายคนโต และเตียนอุยองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ เอาชีวิตเข้าแลก ทำให้โจโฉรอดตายหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
.
กองทัพโจโฉเสียหายจากศึกครั้งนี้ไปเป็นอันมาก ทั้งลูกชาย หลานชาย และนายทหารผู้ภักดี พร้อมทั้งทหารหาญ ต้องมาตายเพราะความประมาทของผู้นำ เมื่อกลับมาถึงบ้านติงฮูหยินเมียเอกของโจโฉ แม่ของโจงั่ง (โจงั่งเกิดแต่นางเล่าฮูหยิน ต่อมานางเล่าฮูหยินตาย ติงฮูหยินไม่มีบุตรจึงรับโจงั่งมาเลี้ยง) โกรธมาก ถึงขนาดขอหย่ากับโจโฉไม่คืนดีชั่วชีวิต
.
บ่อยครั้งความเสียหายในวงกว้างก็อาจจะเกิดได้จากความประมาทเพียงครั้งคราว
แม้แต่คนขี้ระแวงอย่างโจโฉก็ยังอาจประมาทจากกิเลสของตัวเองได้
.
หากเป็นคนธรรมดาความเสียหายเฉพาะตัวคงไม่เท่าไหร่
แต่หากยิ่งคนเป็นผู้นำประมาทด้วยแล้ว ยิ่งสร้างกระทบต่อส่วนรวมไม่น้อยเลยทีเดียว
.
Cr.ภาพ ซีรีย์ สามก๊ก 1994
.
https://www.facebook.com/.../a.58696638.../1185927911854407/
.

3
.
ขอเพิ่มเติม เรื่องที่สำคัญที่สุด
.
ให้ระมัดระวัง สำหรับ Email หรือ ข้อความที่เข้ามาหาเราในทุกช่องทาง เช่น SMS , Line หรืออื่นๆ
.
********** หากจะให้ให้เรา บันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น เลขที่บัตรประชาชน , รหัสผ่านต่างๆ  , Email ของเรา , เลขที่บัญชี เป็นต้น **********
.
********** ห้ามเด็ดขาด********** ครับ
.
.
.
.
.
7 วิธีเพิ่มความปลอดภัย ตัวตนออนไลน์ ไม่ให้หลุดเป็นสาธารณะ
.
โพสโดย Anti-Fake News Center Thailand
.
14 มีนาคม 2564
.
1. ตั้งรหัสผ่านที่เดายาก ไม่ใช้ซ้ำ และหมั่นเปลี่ยนอยู่เสมอ : รหัสควรมีความยาวอย่างน้อย 12-14 ตัวอักษร ประกอบไปด้วย ตัวอักษรใหญ่ ตัวอักษรเล็ก ตัวเลข และไม่ควรใช้ซ้ำกับ Online Account อื่น ๆ ที่สำคัญควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำทุก 3- 6 เดือน เพื่อป้องกันกรณีที่มีการรั่วไหลของข้อมูลโดยที่เราไม่รู้ตัว
.
2. หมั่น Update ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ : การที่เราหมั่น Update แพทซ์ ก็จะช่วยปิดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถเข้ามายังระบบได้ และ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้มีความปลอดภัยระบบมากขึ้นหรือหากระบบปฏิบัติการผิดพลาดจนไม่สามารถใช้งานได้ เราจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที
.
3. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะ : ทางที่ดีควรใช้อินเทอร์เน็ตเครือข่ายมือถือของตัวเอง หากไม่มีทางเลือกควรใช้ VPN (Virtual Private Networks) ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมออนไลน์ทั้งหมดจะปลอดภัยตั้งแต่ ธนาคารออนไลน์ไปจนถึงข้อความส่วนตัว
.
4. อย่าแชร์ทุกอย่างที่คิด ก่อนแชร์ให้คิดก่อนเสมอ : การแชร์ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดแบบสาธารณะ แชร์ Location ที่อยู่อาศัยของตัวเอง ฯลฯ อาจเป็นการแบ่งปันข้อมูลให้กับแฮกเกอร์ หรือ คนแปลกหน้าก็ได้ ทางทีดีควรคิดก่อนแชร์เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
.
5. จดบันทึกประวัติการใช้งานทางการเงิน : การจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงแม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น เพื่อป้องกันยอดเงินแปลกๆ ที่หักเงินในบัตรเครดิตเราแบบที่ไม่รู้ตัว และที่สำคัญไม่ควรผูกเลขบัตรเครดิต เลขบัญชีธนาคารลงในเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ เว็บไซต์ Social ต่าง ๆ เพราะหากโดนแฮกบัญชี สิ่งพวกนี้คือเป้าหมายแรกของแฮกเกอร์ในการขโมยข้อมูล
.
6. ตรวจสอบประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตเสมอ : เพื่อป้องกันการติดตามต่างๆ และป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลบนโลก Social (ข้อมูลส่วนตัวที่คุณโชว์ไว้บน Profile Digital ต่าง ๆ) ของเราเพื่อรักษาตัวเองให้ปลอดภัยจากการติดตามออนไลน์ที่ถูกคุกคามโดยโฆษณาออนไลน์ต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม
.
7. ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยในทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อออนไลน์ : ถ้าคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ชิ้นนั้น สามารถออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ ต้องป้องกันทั้งหมด เพราะทุกการเชื่อมต่อมีภัยแฝงเสมอ การเลือกระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
.
ที่มา : กสท โทรคมนาคม
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ความปลอดภัย #ออนไลน์ #รหัสผ่าน
.

4
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / วันช้างไทย
« เมื่อ: มีนาคม 13, 2021, 12:09:25 PM »
.
13 มีนาคม วันช้างไทย วันที่คกก.คัดเลือกสัตว์ประจำชาติ ให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของไทย
.
โพสโดย ศิลปวัฒนธรรม (silpa-mag)
เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2564
.
วันช้างไทย เริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง และให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น
.
คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา (คลิกอ่านเพิ่มเติม ด้านล่าง อะไรทำให้ “เข้าใจผิด” ว่า “วันยุทธหัตถี” ตรงกับวันที่ “25 มกราคม” พ.ศ. 2135 )
.
แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทย จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย
.
จึงได้นำเสนอมติตามลำดับเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย
ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541
.
ที่มาข้อมูล : เว็บไซต์ วิกิพีเดีย  “วันช้างไทย”.
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ.2562
.
.
.******************************************.
.
.
อะไรทำให้ “เข้าใจผิด” ว่า “วันยุทธหัตถี” ตรงกับวันที่ “25 มกราคม” พ.ศ. 2135
.
ผู้เขียนเมฆา วิรุฬหก
โพสโดย ศิลปวัฒนธรรม (silpa-mag)
เผยแพร่วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ.2564
.
วันกองทัพไทย ซึ่งทางการไทยให้ยึดเอาวันยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาเป็นวันเฉลิมฉลองกิจการของกองทัพนั้น เคยใช้วันที่ 25 มกราคม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เพิ่งจะมีการเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 18 มกราคม ตามมติคณะรัฐมนตรีที่มีขึ้นในปี พ.ศ. 2549 นี่เอง
.
แต่ความจริง นักวิชาการได้ติดตามทักท้วงการยึดเอาวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2135 เป็นวันยุทธหัตถีว่าเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด อย่างน้อยๆ ก็ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ดังที่ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ปราชญ์เมืองเพชรท่านเล่าว่าได้อ่านหนังสือเถลิงศก 5285 ปี ของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว ในปีดังกล่าว ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า
.
“เพราะการอ้างอย่างผิดหลักวิชาของนายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ และทางราชการกลาโหมเอาไปใช้เป็นวันกองทัพบก ซึ่งจะเป็นเหตุให้เป็นที่ถูกดูหมิ่นจากชาวต่างประเทศทั่วโลกว่า คนไทยแม้แต่วันประวัติศาสตร์ก็ยังคิดไม่ถูก แล้วจะทำอะไรได้”
.
และอีกตอนหนึ่งว่า
.
“วันชนช้างตามประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎเกรกอเรี่ยนแบบอังกฤษ คือวันที่ 8 มกราคม ไม่ใช่วันที่ 25 มกราคม ตามที่นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ อ้างแก่ทางราชการกลาโหมแน่ เพราะผิดทั้งกฎสุริยยาตร์ กฎเกรกอเรี่ยน”
.
ด้วยเหตุนี้อาจารย์ล้อมจึงเห็นว่า วันกระทำยุทธหัตถีเป็นเรื่องที่จะต้องนำมาถกเถียงให้กระจ่างกันเสียที โดยท่านได้นำเอาวันที่ตามที่ระบุไว้ในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ ที่นักประวัติศาสตร์เห็นตรงกันว่ามีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดมาเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งพงศาวดารฉบับนี้ได้ระบุเอาไว้ว่าวันยุทธหัตถีตรงกับ วันจันทร์เดือนยี่แรมสองค่ำ ของ ปีมะโรง จุลศักราชที่ 954
.
วิธีการหาวันที่ตามบันทึกเดิมให้ตรงกับปฏิทินปัจจุบันนั้น อาจารย์ล้อมกล่าวว่า วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำปฏิทินเทียบวันเดือนปีของจันทรคติและสุริยคติขึ้นมา ก็จะรู้ได้ว่า เดือนยี่แรมสองค่ำนั้นตรงกับวันจันทร์หรือไม่ และตรงกับวันที่เดือนใดในระบบสุริยคติ
.
และจากการคำนวณของอาจารย์ล้อมพบว่า วันยุทธหัตถีตามบันทึกของพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐแท้จริงแล้วตรงกับวันที่ 18 มกราคม ตามปฏิทินปัจจุบันที่เป็นระบบเกรกอเรี่ยน แต่หากไปเทียบกับปฏิทินแบบเก่าที่เป็นระบบจูเลี่ยนก็จะตรงกับวันที่ 8 มกราคม ตามที่อาจารย์ทองเจือได้คำนวณไว้
.
ส่วนวันที่ 25 มกราคมในปีเดียวกันนั้น ตรงกับวันจันทร์เช่นกันแต่เป็นวันแรม 9 ค่ำ คลาดเคลื่อนไป 7 วัน หาใช่วันยุทธหัตถีไม่
.
ซึ่งสุดท้ายข้อมูลตามที่อาจารย์ล้อมได้เคยเสนอไว้ก็ได้รับการยอมรับจากทางกองทัพ แม้จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานไปสักนิด โดยทางกระทรวงกลาโหมได้ยื่นเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เปลี่ยนแปลงวันกองทัพไทยจากวันที่ 25 มกราคม มาเป็น 18 มกราคม และทางคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ถือตามข้อเสนอดังกล่าว ตามมติลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนการรัฐประหารในปีเดียวกัน
.
อ้างอิง: ล้อม เพ็งแก้ว. “วันยุทธหัตถี พ.ศ. 2135 ตรงกับวันที่ 25 มกราคม จริงหรือ?”. ใน เจดีย์ยุทธหัตถี มีจริงหรือ?, ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ. พิมพ์ครั้งแรก : มกราคม 2539
.
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 18 มกราคม พ.ศ.2561
.

5
หยาดฝนแห่งธรรม / วันกตัญญูแห่งชาติ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2021, 05:57:59 PM »
.
วันกตัญญูแห่งชาติ
.
#ว่าด้วยเรื่องความกตัญญู
คณะรัฐมนตรี ในปีพ.ศ.2549 กำหนดให้วันมาฆะบูชา เป็นวันกตัญญูแห่ง่ชาติเพิ่มเติมขึ้นมาอีกวัน
.
.
.***************************************.
.
.
รัตนะที่หาได้ยาก
.
เจ้าลิจฉวีทั้งหลาย !  ความปรากฏขึ้นแห่งรัตนะ ๕ ประการ หาได้ยากในโลก.
๕ ประการ อย่างไรเล่า ? คือ :-
.
(๑) ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ
(๒) บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว
(๓) บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว อันผู้อื่นแสดงแล้ว
(๔) บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว อันผู้อื่นแสดงแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
(๕) กตัญญูกตเวทีบุคคล
.
เจ้าลิจฉวีทั้งหลาย !  ความปรากฏขึ้นแห่งรัตนะ ๕ ประการนี้แล หาได้ยากในโลก.
.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๖๖/๑๙๕.
.
.
.***************************************.
.
.
[๒๗๗]
.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เราจักแสดงภูมิอสัตบุรุษและสัตบุรุษแก่เธอทั้งหลาย  เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
.
 ภิกษุทั้งหลายนั้น ทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคแล้ว
.
 พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภูมิอสัตบุรุษเป็นไฉน  อสัตบุรุษย่อมเป็นคนอกตัญญูอกตเวที  ก็ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวทีนี้  อสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ
.
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวทีนี้  เป็นภูมิอสัตบุรุษทั้งสิ้น
.
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสัตบุรุษย่อมเป็นคนกตัญญูกตเวที ก็ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีนี้  สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ . ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีทั้งหมดนี้ เป็นภูมิสัตบุรุษ ฯ
.
 พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง
เล่มที่ ๒๐ หน้าที่ ๕๘ ข้อที่ ๒๗๗.
.
.
.***************************************.
.
.
ความกตัญญู
.
โพสโดย Baan Ananya บ้านอนัญญา
.
11 เมษายน 2019
.
#ความกตัญญู คือ การรู้สึกสำนึกในคุณ ด้วยแสดงความเคารพ นับถือ เชื่อฟัง และช่วยเหลือในกิจการงานต่าง ๆ การกระทำเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน
.
#ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
.
การที่เยาวชนไทยได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีในเรื่องของความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม การเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยอบรมและส่งเสริมพฤติกรรมของเยาวชนให้มีคุณลักษณะของการเป็นคนมีความกตัญญู ความตระหนักรู้ในคุณของบุคคล สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อตนเองทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
.
ปัจจุบันมีกระแสความเจริญทางเทคโนโลยีอย่างไร้ขีดจำกัด สิ่งยั่วยุให้เกิดการเบี่ยงเบนของพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเยาวชน ตลอดจนการสร้างความเจริญทางวัตถุที่มากไป จนลืมคำนึงถึงความเจริญทางด้านจิตใจ ตลอดจนความต้องการทางด้านวัตถุเพื่อมาสนองความต้องการทางกาย ทางใจในการดำรงชีวิตประจำวันของสมาชิกในสังคมนั้น ทำให้เกิดการแย่งชิงโอกาส เพื่อการประกอบการเลี้ยงชีพ โดยลืมคำนึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในจิตใจ ลืมคำนึงถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนไทยที่มีความกตัญญู รู้จักตอบแทนบุญคุณ ซึ่งความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยรักษาและพยุงสังคมไทย
.
ผู้ที่มีความกตัญญู คือ มีจิตสำนึกในคุณท่านและคิดตอบแทน ส่วนผู้ที่ไม่มีความกตัญญูคือคนอกตัญญู ไม่รู้คุณ ย่อมถูกประณามว่า เป็นคนไม่ดี ไม่น่าคบหา ความกตัญญูเป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ในสังคมมนุษย์ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นและสิ่งอื่น ชีวิตด้านกายภาพดำรงอยู่ได้เพราะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบุคคลต่างๆ มีพ่อแม่ ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง เป็นต้น
.
ความกตัญญูนี้เป็นคุณธรรมที่มนุษย์ควรปฏิบัติไม่เฉพาะต่อมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่รวมไปถึงต่อสัตว์และพืชด้วย ผู้ที่มีความกตัญญูย่อมจะทำตนเองให้มีความสุขและทำผู้อื่นให้มีความสุขด้วย
.
ลักษณะของคนมีความกตัญญูตามหลักพระพุทธศาสนา มี 2 ลักษณะ ได้แก่
.
1. #กตัญญูชั้นสามัญ คือ กตัญญูอย่างสามัญทั่วไป หมายถึง รู้อุปการคุณที่บุคคลอื่นทำให้เรา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดกตเวที คือ การตอบแทนคุณ ซึ่งเด็กจะยอมรับว่าใครมีคุณก็ต่อเมื่อเขาทำอะไรให้กับตนเท่านั้น เช่น ยอมรับว่าพ่อแม่มีพระคุณ เพราะได้เลี้ยงดูมา ยอมรับว่าครูมีพระคุณ เพราะได้อบรมสั่งสอน ยอมรับว่าญาติพี่น้องมีบุญคุณ เพราะเคยให้ข้าวให้ขนม
.
2.#กตัญญูชั้นสัตบุรุษ เป็นความกตัญญูชั้นสูง หมายถึง การรู้จักคุณธรรมความดีที่มีอยู่ในตัวบุคคลอื่น ใครมีความดีก็รู้ว่าเขาเป็นคนดี ไม่ว่าจะทำอะไรให้เราหรือไม่ก็ตาม ไม่ยึดเอาตัวเองเป็นเครื่องวัดความดีของคนอื่น เป็นการตัดสินความดีด้วยความดี และรู้จนกระทั่งว่าธรรมทั้งหลายมีคุณค่าอย่างไร และพยายามถ่ายทอดคุณลักษณะที่ดีนั้นมาใส่ตัวเรา เพื่อจะได้ทำความดีเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนเขา
.
ส่วนการแสดงออกต่อผู้มีพระคุณมีลักษณะ ดังนี้
.
- ประกาศคุณท่าน คือ การประกาศว่าผู้มีพระคุณของเราดีอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็นพ่อแม่ ทำโดยพูดถึงพ่อแม่ให้คนอื่นฟังได้ว่า ท่านดีกับเราอย่างไร กิจกรรมที่นิยมทำกันมากคือ การทำบัตรอวยพรวันพ่อและวันแม่ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ประกาศที่ตัวเอง เพราะเป็นลูกและได้รับการอบรมมาจากพ่อแม่ ฉะนั้น ความประพฤติของเด็กจะเป็นตัวประกาศคุณพ่อแม่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
.
ตอบแทนคุณท่าน คือ เมื่อรู้ว่าท่านมีคุณหรือมีอุปการะ ต้องตอบแทน เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็นพ่อแม่ ก็ต้องตอบแทนคุณ โดยกระทำตนเป็นบุตร ธิดาที่ดี
.
#ความกตัญญูมีความสำคัญอย่างไร?
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมที่สำคัญสำหรับมนุษยชาติ เป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ ทำให้มีความสัมพันธ์กันในสังคมมนุษย์และเป็นบ่อเกิดแห่งความรับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์ และเป็นคุณธรรมเบื้องตนของมนุษยธรรมทั้งหลาย เพราะเป็นเครื่องทำลายความเห็นแก่ตัวซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของความดี เป็นเหตุให้เกิดความสุขุม รอบคอบ ความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ จำแนกความสำคัญของความกตัญญูกตเวทีได้ดังนี้
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้สอดแทรกความกตัญญูกตเวทีไว้เกือบทุกเรื่อง เช่น การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย การบวช วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง เป็นต้น
.
ความกตัญญูกตเวที ทำให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์รู้จักการกระทำหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบันครอบครัว โดยบิดามารดาทำหน้าที่ในฐานะบุพการี และบุตรธิดาปฏิบัติหน้าที่ต่อบิดามารดาในฐานะผู้มีความกตัญญูกตเวที อันจะขยายผลในระดับสังคมที่กว้างออกไป ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดไม่มีปัญหา ปัญหาคนชราไม่มีคนเลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ ก็จะหมดไป
.
สภาวะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะสมดุลไม่ถูกทำลาย คนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ำ ลำธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ฯลฯ ช่วยกันอนุรักษ์ บำรุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุลและกลมกลืน
.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
.
ความกตัญญูทำให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์รู้จักการกระทำหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบันครอบครัว โดยพ่อแม่ทำหน้าที่เป็นบุพการี และลูกปฏิบัติหน้าที่ต่อพ่อแม่ในฐานะผู้มีความกตัญญู ซึ่งจะขยายผลในระดับสังคมที่กว้างออกไป
.
ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดปลอดภัย ปัญหาสังคม เช่น ปัญหาคนชราไม่มีคนเลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจจะหมดไป สภาวะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะไม่ถูกทำลาย เพราะคนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ำ ลำธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ช่วยกันอนุรักษ์ บำรุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุล การที่เด็กเป็นคนกตัญญูกตเวที ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเด็กมีดังนี้
.
- ได้รับคำสรรเสริญจากสังคมส่วนรวม
.
- กระทำการใดๆที่ดีก็จะสำเร็จเนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากสังคม
.
- ได้รับการยกย่องจากสังคม
.
- เป็นคนที่สังคมต้องการและยอมรับ
.
#ประโยชน์ของความกตัญญู และโทษของการไม่มีความกตัญญูทั้งต่อตนเองและต่อสังคม
.
บุคคลผู้มีความกตัญญูเป็นคนดีและรักษาความดีไว้ได้ เป็นผู้น่าคบค้าสมาคม ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ความกตัญญูยังทำให้คนในสังคมช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยอยู่กันด้วยดี มีความร่มเย็นเป็นสุข
.
ส่วนโทษของการไม่มีความกตัญญู ย่อมทำให้ตนเองและสังคม มีแต่ความทุกข์ ความเดือดร้อน ความเสื่อม หาคนคบค้าสมาคมได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งตนเองและสังคม ย่อมจะได้รับโทษของการไม่มีความกตัญญู
.

6
.
#การหักลดหย่อนภาษี  #กรณีใบอนุโมทนาบัตร
#กรมสรรพากร
.
คำพิพากษาฎีกาที่ 7700/2548 
.
นาย วุฒิวาร วาระศิริ โจทก์
กรมสรรพากรจำเลย
.
เรื่อง การหักลดหย่อน กรณีใบอนุโมทนาบัตร
.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29
.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 ตรี , 47(7)
.
คดีนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพียงว่า ใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์สามารถนำไปหักลดหย่อนเงินบริจาคได้หรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ไม่มีใบอนุโมทนาบัตรของวัดมาแสดง แต่โจทก์พิสูจน์พยานบุคคลว่ามีการบริจาคจริง โจทก์ก็ย่อมนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 แม้คู่ความจะหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
.
มาตรา 47 (7) แห่ง ป. รัษฎากร ให้สิทธิผู้มีเงินได้พึงประเมินนำเงินที่ตนบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ โดยหักได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่หักรายจ่ายแล้ว เมื่อใบอนุโมทนาบัตรที่โจทก์นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์จึงมีสิทธินำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้
.
การที่ใบอนุโมทนาบัตรระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาคก็เพื่อเหตุผลทางด้านจิตใจและความเชื่อทางศาสนาว่า บุคคลในครอบครัวของโจทก์ทุกคนได้ร่วมกันทำบุญกุศล เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อระบุในใบอนุโมทนาบัตรเพียงคนเดียวโดยไม่มีชื่อบุคคลอื่นร่วมด้วย โจทก์จึงมีสิทธินำเงินบริจาคทั้งจำนวนตามที่ปรากฏในใบอนุโมทนาบัตรพิพาท มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์ได้
.
การขอคืนภาษีอากรที่นำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสีย หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ผู้เสียภาษีจะต้องยื่นคำร้องขอคืนภาษีต่อเจ้าพนักงานของจำเลย ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 27 ตรี การที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 21,806 บาท ที่โจทก์นำไปชำระแก่จำเลยตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีแล้วจึงไม่ชอบ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
.
ที่มา เว็บไซด์กรมสรรพากร ( rd.go.th )
https://www.rd.go.th/36246.html
.

7
.
#การหักลดหย่อนภาษี  #กรณีใบอนุโมทนาบัตร
#กรมสรรพากร
.
คำพิพากษาฎีกาที่ 7700/2548 
.
นาย วุฒิวาร วาระศิริ โจทก์
กรมสรรพากรจำเลย
.
เรื่อง การหักลดหย่อน กรณีใบอนุโมทนาบัตร
.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29
.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 ตรี , 47(7)
.
คดีนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพียงว่า ใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์สามารถนำไปหักลดหย่อนเงินบริจาคได้หรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ไม่มีใบอนุโมทนาบัตรของวัดมาแสดง แต่โจทก์พิสูจน์พยานบุคคลว่ามีการบริจาคจริง โจทก์ก็ย่อมนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 แม้คู่ความจะหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
.
มาตรา 47 (7) แห่ง ป. รัษฎากร ให้สิทธิผู้มีเงินได้พึงประเมินนำเงินที่ตนบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ โดยหักได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่หักรายจ่ายแล้ว เมื่อใบอนุโมทนาบัตรที่โจทก์นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์จึงมีสิทธินำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้
.
การที่ใบอนุโมทนาบัตรระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาคก็เพื่อเหตุผลทางด้านจิตใจและความเชื่อทางศาสนาว่า บุคคลในครอบครัวของโจทก์ทุกคนได้ร่วมกันทำบุญกุศล เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อระบุในใบอนุโมทนาบัตรเพียงคนเดียวโดยไม่มีชื่อบุคคลอื่นร่วมด้วย โจทก์จึงมีสิทธินำเงินบริจาคทั้งจำนวนตามที่ปรากฏในใบอนุโมทนาบัตรพิพาท มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์ได้
.
การขอคืนภาษีอากรที่นำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสีย หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ผู้เสียภาษีจะต้องยื่นคำร้องขอคืนภาษีต่อเจ้าพนักงานของจำเลย ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 27 ตรี การที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 21,806 บาท ที่โจทก์นำไปชำระแก่จำเลยตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีแล้วจึงไม่ชอบ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
.
ที่มา เว็บไซด์กรมสรรพากร ( rd.go.th )
https://www.rd.go.th/36246.html
.

8
.
หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
โลกุตตะโร ปัญจะมหาเถโร อะหังวันทามิ ตังสะทา
เมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทโธ
.
.
.
มีใครหลายๆคนที่รู้จักหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร (หลวงปู่เทพโลกอุดร) เป็นอย่างดี
แต่มีอีกหลายๆคนที่ไม่เคยรู้จักหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
ผมขอมาเล่าให้ฟังโดยย่อ จากประสบการณ์ตรงที่ได้รับมา
.
สมัยก่อนผมเองเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ  ชอบถึงขนาดที่ต้องพกกล้องถ่ายรูป (กล้องใหญ่ที่ใช้ฟิล์ม) มาที่ทำงานทุกวัน  และในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่ออกไปที่ไหนก็ตาม ก็พกกล้องไปด้วยเสมอ
.
เมื่อประมาณปี 2538  ตอนนั้นผมทำงานในสถานที่แห่งหนึ่ง  มีอยู่วันหนึ่งที่รุ่นพี่ได้รับรูปพระสงฆ์จากลูกค้า  โดยลูกค้าท่านนั้นแจ้งว่า รูปนี้คือ รูปหลวงปู่เทพโลกอุดร
.
วันนั้น  ผมจึงได้ขอถ่ายรูป จากรูปที่พี่ท่านนั้นได้รับมา
ตอนที่ผมนำรูปขึ้นไปบนดาดฟ้า  ปรากฎว่า ฟ้าครึ้มมาก  (ตอนอยู่ในสำนักงาน ผมเองไม่ได้ดูท้องฟ้าว่า ฝนกำลังจะตกลงมา
ผมนำรูปขึ้นไปยังดาดฟ้า เพื่อที่จะถ่ายรูป โดยใช้แสงแดดช่วยในการถ่ายรูปให้ชัด แต่เมื่อขึ้นไปแล้ว ฟ้าครึ้มมาก ไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย  ผมจึงยกมือขึ้นพนม แล้วอธิษฐานว่า หากหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดรมีจริง ขอให้ฟ้าเปิด เพื่อผมจะขอถ่ายรูปหลวงปู่ฯไว้บูชา
.
หลังจากที่อธิษฐานจบ  ปรากฎว่า ฟ้าเปิด เมฆแหวกในบริเวณที่ดวงอาทิตย์อยู่  เมื่อผมเห็นดังนั้น ผมจึงได้รีบดำเนินการถ่ายรูป (ถ่ายไว้หลายรูป) จนเสร็จเรียบร้อย เมื่อผมแกะรูปออกจากผนัง  เมฆได้ขยายตัวปิดดวงอาทิตย์ทันที และเมื่อผมเก็บรูปและเดินเข้าไปในอาคาร  ฝนก็ได้ตกลงมาอย่างนัก
.
หลังจากวันนั้น ผมได้ตามหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร  ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มไหนๆ ผมหาซื้อมาอ่านจนหมด และมีความพยายามค้นหาว่า ผมสามารถไปกราบหลวงปู่ฯได้ที่ไหนบ้าง แต่ก็ยังหาข้อมูลที่คิดว่า "ใช่" ไม่ได้เลย
.
ต่อมาเมื่อปี 2548  น้องชายผม ได้ชวนผมไปหา ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร โดยบอกผมว่า ท่านอาจารย์ประถม ท่านเก่งในเรื่องของพระกรุวัดพระแก้ว ผมจึงตอบตกลง และไปหาท่านอาจารย์ประถมฯ  เมื่อไปพบท่านอาจารย์ประถมฯแล้ว ผมจึงได้ขออนุญาตท่านว่า ผมจะกลับมาหาท่านใหม่
.
ต่อมาผมก็ได้ไปหาท่านอาจารย์ประถมฯ อีก ท่านจึงได้ให้หนังสือประวัติหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร มาให้ท่าน และผมจึงได้เริ่มศึกษาในเรื่องประวัติของหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร และ เรื่องพระวังหน้า ว่ามีความเป็นมาอย่างไร และเรียนรู้พระวังหน้า (ในช่วงแรกๆ ท่านได้นำพระวังหน้าของท่านมาให้ผมได้เห็น ได้ศึกษา ต่อมาผมจึงได้ไปหาพระวังหน้า แล้วนำมาให้ท่านช่วยสอนให้ ส่วนสถานที่ที่ผมไปหาพระวังหน้าที่ผมได้มาจากใคร ผมขอปิดไว้เป็นความลับ )
.
เมื่อผมได้พบกับท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร  ผมจึงได้เรียนรู้ในเรื่องที่ถูกต้อง เรื่องประวัติหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร และ พระวังหน้า  ส่วนข้อมูลอื่นที่เคยได้อ่านมาจากในหนังสือที่เคยได้ซื้อมาก่อนหน้า(ที่จะได้พบกับอาจารย์ประถมฯ) ผมก็ไม่ได้นำมาใช้ในการเผยแพร่ประวัติของหลวงปู่ฯและพระวังหน้า อีกเลย
.
ต่อมาเมื่อประมาณเดือน มกราคม 2550 ผมเองได้รับการยืนยันในเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างพระวังหน้า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ อัศจรรย์ และ มหัศจรรย์ สำหรับตัวผมเอง  โดยท่านผู้ให้สร้างก็คือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ท่านมาหาผม ณ สถานที่แห่งหนึ่ง  ท่านมาในรูปของ พระภิกษุ  ท่านมายืนยันในเจตนาที่ท่านให้สร้างพระวังหน้าขึ้น (เรื่องนี้ผมเคยเล่าไปแล้ว)
.
ความรู้เดิมที่ผมเคยได้รับทราบมา เวลาที่กราบไหว้หลวงปู่ฯ จะใช้คำไหว้ ดังนี้
โลกุตตะโร จะมหาเถโร อะหังวันทามิ ตังสะทา
เมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทโธ
.
แต่ท่านอาจารย์ประถมฯ ท่านบอกผมว่า หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร ท่านไม่ได้มาองค์เดียว แต่ท่านมาเป็นคณะ นั่นก็คือ คณะพระธรรมทูต คณะโสณะอุตระ ที่เป็นคณะพระธรรมทูตที่มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิเป็นคณะแรก และแกนหลักของคณะโสณะอุตระ มีพระภิกษูสงฆ์ 5 รูป  ดังนั้น เวลาที่กราบไหว้หลวงปู่ฯ  ให้กราบหลวงปู่ฯที่เป็นแกนหลักทั้ง 5 รูป จะดีที่สุด
.
พระเจ้าอโศกมหาราช  ได้ทรงกระทำตติยสังคายนาพระไตรปิฎก แล้วอาราธนาพระมหาโมคคัลลีปุตตติสสเถระเป็นประธานคัดเลือกพระธรรมทูต และได้เลือกพระโสณะ พระอุตระ พระมูนิยะ พระฌาณิยะ พระภูริยะ อีกทั้งพรามณ์ , อุบาสก และอุบาสิกา รวม 38 คน เป็นคณะพระธรรมทูตมายังสุวรรณภูมิประเทศ
.
ผมจึงใช้คำไหว้หลวงปู่ ตามคำไหว้ ดังนี้
โลกุตตะโร ปัญจะมหาเถโร อะหังวันทามิ ตังสะทา
เมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทโธ
.
หลังจากที่ผมได้พบกับท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ที่ผมเคารพท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ และ เป็นครูบาอาจาย์ ผมการันตีได้ว่า ท่านเป็นผู้ที่รู้เรื่องประวัติที่ถูกต้องของ หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร และ ท่านเป็นผู้ที่รู้เรื่องพระวังหน้ามากที่สุด ที่ผมการันตีได้ว่า ท่านเป็นผู้รู้อันดับ 1 ของโลกในปัจจุบันนี้ และท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว)  ทำให้ผมได้พบกับ บุคคลที่ผมนับถือเป็นครูบาอาจาย์ ที่ผมสามารถการันตีได้ว่า ท่านเป็นผู้รู้อันดับ 2 ของโลกในปัจจุบัน (ปัจจุบันท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อ)
.
ผมได้พบกับ พระภิกษุ 2 รูป ที่ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
รูปแรก คือ พระอาจารย์ณริชธันร์ ศรีอิทธิมนต์ (ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาส วัดป่าภัทรปิยาราม ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี)  ตอนที่ผมรู้จักท่านครั้งแรก ท่านเป็นฆราวาส  แต่ต่อมาท่านได้บวชเป็นพระภิกษุ  ผมเองได้ติดตามและร่วมทำบุญในวาระงานบุญต่างๆของท่านอยู่เสมอ อีกทั้งถ้ามีโอกาส ผมเดินทางไปกราบท่านอยู่บ่อยครั้ง
.
รูปที่สอง คือ พระอาจารย์ธวัชชัย ชาครธมฺโม (หลวงพี่นิล) (ปัจจุบันท่านอยู่ที่ อาศรมศรีชัยรัตนโคตร ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร  ตอนที่ผมรู้จักท่านครั้งแรก  ท่านไปหาผมที่บ้านท่านอาจารย์ประถมฯ  ท่านไป 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้เจอกับผม เนื่องจากวันที่ท่านไป  ผมไม่ได้ไปหาท่านอาจารย์ประถมฯ  แต่ท่านได้อธิษฐานขอให้ได้พบกับผม  ในครั้งที่ 3 ผมได้พบกับหลวงพี่นิล ที่บ้านท่านอาจารย์ประถมฯ  ท่านบอกว่า ให้ผมไปช่วยบอกบุญในวาระการสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ  ผมจึงได้ไปช่วยท่านบอกบุญ และร่วมทำบุญ จนกระทั่งการสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้งจนเสร็จ
.
แต่ในระหว่างที่บอกบุญการสร้างพระเจดีย์ศรีชัยผาผึ้ง  ได้มีงานบุญอื่นๆ ที่ผมได้ช่วยท่านบอกบุญ  เช่น งานกฐินตกค้างพระราชทาน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ งานกฐินพระราชทาน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่เป็นงานบุญที่ใหญ่มาก โดยงานครั้งแรกเริ่มในปี 2553  จนถึงปี 2559  (และโอกาสที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้วในชีวิต คือ ปี 2557 , 2558 และ 2559 ผมได้มีโอกาสถือผ้าไตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (หรือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) ) เป็นต้น
.
ต่อมาเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2558 ผมได้ไปช่วยหลวงพี่นิล ในการสร้างอาศรมศรีชัยรัตนโคตร  ที่ปัจจุบัน ผมยังคงช่วยบอกบุญและร่วมทำบุญในวาระงานบุญต่างๆของอาศรมศรีชัยรัตนโคตร
.
อีกเรื่องที่สำคัญก็คือ  ผมได้พบกับ กัลยาณมิตรที่ดี ที่ร่วมทำบุญกันในหลายๆงานบุญ  ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดมา และ ได้ร่วมกันเผยแพร่ประวัติที่ถูกต้องของหลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร และ พระวังหน้า
.
ผมและกัลยาณมิตร  ได้ร่วมกันตั้งชมรมพระวังหน้าขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องราวที่ถูกต้องของพระวังหน้า โดยตั้งชมรมพระวังหน้าขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2553
.
sithiphong
Noom Wangna
20 กุมภาพันธ์ 2564
.
#พระอุตระเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ดำ
.
#พระโสณะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ตีนโต
.
#พระมูนียะเถระเจ้า  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เทพโลกอุดร  หรืออีกชื่อ #บรมครูมูนียะโลกอุดร หรืออีกชื่อ #หลวงปู่อิเกสาโร  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่เดินหน  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ในดง  หรืออีกชื่อ #หลวงปู่โพรงโพธิ์
.
#พระฌาณียะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อกบวัดเขาสาริกา #วัดเขาสาริกา ลพบุรี
.
#พระภูริยะเถระเจ้า หรืออีกชื่อ #หลวงปู่หน้าปาน หรืออีกชื่อ #หลวงพ่อโอภาสี #วัดโอภาสี กรุงเทพ
.
#หลวงปู่บรมครูพระเทพโลกอุดร
.
#หลวงปู่เทพโลกอุดร
.
#คณะพระธรรมทูตคณะโสณะอุตระ
.
#หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
.
#อาจารย์ประถมอาจสาคร
.
#ชมรมพระวังหน้า
.
#พระวังหน้า
.
ที่มาของรูป
รูปคณะพระธรรมทูต คณะโสณะอุตระ ผู้วาดคือ คุณสุกิจ เยี่ยงอร่ามกุล
รูป(วาด)หลวงปู่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ผู้วาดไม่ทราบชื่อ เป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งของพันเอกชม สุคันธรัตน์
ขอขอบพระคุณท่านผู้วาดทั้งสองท่าน
.

9
คุยสบาย นานาสาระ / สวัสดีวันแห่งความรัก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2021, 09:57:09 AM »
.
*****สวัสดีวันแห่งความรัก*****
ไม่ว่าจะเป็นการ
รักบิดามารดา
รักครูบาอาจารย์
รักพี่ รักน้อง
รักเพื่อน
รักสามี / ภรรยา
และรักอื่นๆอีกมากมาย
แต่รักที่สำคัญที่สุดก็คือ รักในการทำความดีทั้งปวง ครับ
.
.
.
.
.
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ Valentine's Day
.
ที่มา / โพสโดย  sanook
.
กุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความสุขของการแสดงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่เราปรารถนาดีและอยากให้เขามีความสุข เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็น "วันแห่งความรัก" หรือ Valentine's Day และวันนี้ยังมีคิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส แต่ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของคิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จักก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบันคิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ภาพจำของคิวปิดคือการยิงศรรักระหว่างหัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด และวันนี้เราจึงอยากจะมาเล่าสู่กันฟังถึงประวัติความเป็นมาและความสำคัญของวันแห่งความรักกันค่ะ
.
ประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine's Day)
.
เทศกาลวาเลนไทน์ (Valentine's Day) เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
.
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องจากไม่อยากจากคู่รักและครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง
.
และขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับ และระหว่างนั้นเขาก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เชื่อกันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า "From Your Valentine"
.
หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัสผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดรและมิตรภาพอันสวยงาม ถึงแม้ว่าเบื้องหลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะเป็นตำนานที่มืดมัว แต่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความกล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่าในช่วงยุคกลาง วาเลนไทน์นับเป็นนักบุญที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส
.
ต่อมานักบวชในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลวันแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ (Valentine's Day) สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
.
วันวาเลนไทน์ หรือ Valentine's Day ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วจะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึงความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้านการพิมพ์ จึงมีการพิมพ์บัตรอวยพรแทนที่จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่งบัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ช่วยให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใยถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
.
ประวัติวันวาเลนไทน์นี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ เรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนม และการ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน...
.
.
.
เนื้อเพลง My heart will go on เพลงไททานิค
ศิลปิน: Celine Dion, Release Date: 1997
.
ที่มา / โพสโดย educatepark
.
Every night in my dreams
ทุกคืนค่ำในความฝันของฉัน
I see you, I feel you,
ฉันเห็นและรู้สึกถึงคุณได้
That is how I know you go on
รับรู้อยู่ในใจว่าคุณนั้นยังอยู่
.
Far across the distance
หนทางแสนไกลห่าง
And spaces between us
ช่องว่างระหว่างสองเรา
You have come to show you go on
คุณเฝ้าแสดงตัวตนให้เห็นว่ายังอยู่ตรงนี้
.
Near, far, wherever you are
ใกล้หรือไกล หนแห่งใดที่คุณอยู่
I believe that the heart does go on
ฉันเชื่อว่าดวงใจดวงน้อยก็ยังคงดํารงอยู่
Once more you open the door
เมื่อเวลาที่คุณได้เปิดประตูใจ
And you’re here in my heart
คุณได้เข้ามาอยู่ในหัวใจฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
.
Love can touch us one time
เพียงได้สัมผัสสักหนึ่งครั้ง
And last for a lifetime
ความรักของเราจะอยู่ไปชั่วนิรันดร์
And never let go till we’re gone
และไม่มีวันจางหายไปจนกว่าจะสิ้นลม
.
Love was when I loved you
เมื่อฉันได้รักคุณแล้ว
One true time I hold to
ฉันรู้ว่าคือรักแท้ที่จะยึดมั่น
In my life we’ll always go on
ความรักของเราจะคงอยู่เสมอชั่วชีวิตฉัน
.
Near, far, wherever you are
ใกล้หรือไกล หนแห่งใดที่คุณอยู่
I believe that the heart does go on
ฉันเชื่อว่าดวงใจดวงน้อยก็ยังคงดํารงอยู่
Once more you open the door
เมื่อเวลาที่คุณได้เปิดประตูใจ
And you’re here in my heart
คุณได้เข้ามาอยู่ในหัวใจฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้ก็จะดำเนินต่อไป..
.
You’re here, there’s nothing I fear,
ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเมื่อคุณอยู่เคียงข้างฉัน
And I know that my heart will go on
และฉันรู้ว่าดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
We’ll stay forever this way
เราจะอยู่ด้วยกันตลอดกาลนาน
You are safe in my heart
จะปกป้องให้คุณปลอดภัยด้วยหัวใจของฉัน
And my heart will go on and on
และดวงใจดวงนี้จะดำเนินต่อไป..
.
.
.
เพลงสากลแปลไทย #47# My Heart Will Go On ~ Celine Dion (Lyrics & ThaiSub)
.
https://www.youtube.com/watch?v=xIe-XbrKh40
.
โพสโดย Andromeda June
23 พ.ย. 2013
.
รูป happyvalen_5pgap46G
ที่มาของรูป phoneky
.

10
.
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 (ปีหน้า) ทำใบขับขี่ และ ต่ออายุใบขับขี่  ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยครับ
.
.
.-------------------------------------------
.
.
ขนส่งลั่น เริ่ม 19 ก.พ.ปีหน้า ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ทำใบขับขี่-ต่ออายุใบขับขี่ ทุกประเภท – บิ๊กไบก์ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม
.
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564
ที่มา khaosod Online
.
ขนส่งลั่นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ – นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2563 ลงประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 19 ก.พ. 2564
.
โดยสาระสำคัญนอกจากเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (บิ๊กไบก์) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมแล้วนั้น
.
ยังมีสาระสำคัญในเรื่องของใบรับรองแพทย์ที่ต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินการ ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถตามที่แพทยสภากำหนด
.
ซึ่งในส่วนนี้กรมการขนส่งทางบกจะประสานความร่วมมือกับแพทยสภาในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถ และจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาให้เรียบร้อยก่อนกฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ
.
นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งแต่เดิมการต่ออายุใบอนุญาตขับรถไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยข้อเท็จจริงสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้นและอาจมีโรคประจำตัว หรือมีสมรรถภาพของร่างกายที่บกพร่องจนไม่สามารถขับรถได้ จึงกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิดทุกประเภทต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการด้วย
.
นายยงยุทธ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อบรมและทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ หรือรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
.
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการกำหนดหัวข้อหลักสูตรการอบรมและทดสอบ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะ สภาพแวดล้อม เป็นต้น การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์อย่างปลอดภัย และการทดสอบขับรถ เพื่อคัดกรองให้การออกใบอนุญาตขับรถมีความเหมาะสมกับประเภทของยานพาหนะเกิดความปลอดภัยต่อผู้ขับรถ และได้มาตรฐานของการออกใบอนุญาตขับรถ นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะผู้ขับรถ (บิ๊กไบก์) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องใช้ทักษะการขับรถสูงกว่าปกติ สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 700

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham