ใต้ร่มธรรม

ประชาสัมพันธ์ => 108 โทรโข่ง => การเตือนภัยสังคมและกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:01:43 AM

หัวข้อ: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:01:43 AM
รวมรวม บทความต่างๆที่เกี่ยวกับการดื่มสุราแล้วขับรถยนต์
แล้วทำให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องได้รับความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน

เพื่อเป็นความรู้ในการป้องกันตนเอง


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:03:19 AM
มูลนิธิเมาไม่ขับ

-http://www.ddd.or.th/-


ตามลิงค์ครับ

http://www.ddd.or.th/ (http://www.ddd.or.th/)


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:06:17 AM

กระบะเมาซิ่งลอยข้ามเลนชนวีออส หงายท้องพังยับ หนุ่มสาวตายเกลื่อน 2 ศพ
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM016YzJPVE0yTmc9PQ==&subcatid=-

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/07/13737693661373769563l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/07/13737693661373769584l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/07/13737693661373769604l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/07/13737693661373769613l.jpg&width=260&height=260)


 เมื่อเวลา 03.30 วันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท. ประภาส นาศา ร้อยเวร สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุ ว่ามีอุบัติเหตุ รถชนกันหลายคับบริเวณปากซอย สุขสวัสดิ์ 35 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง

 ที่เกิดเหตุ บนถนนสุขสวัสดิ์ ซึ่งมี 5 ช่องทาง มุ่งหน้าพระประแดงก่อนถึงปากซอยสุขสวัสดิ์ 35 พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชฮ3719 จอดอยู่กลางถนนเลนที่ 3 ในสภาพด้านหน้าเสียหาย ห่างกันเลนที่ 2 พบรถกระบะ อีซูซุ ทีเอฟอาร์ สีดำ ทะเบียน บน 343 ประจวบคีรีขันธ์ ในสภาพหงายท้องพังยับเยิน และ รถเก๋งโตโยต้า วิช สีขาว ทะเบียน ชท 259 กรุงเทพมหานคร เสียหายเล็กน้อย

 ในที่เกิดเหตุพบศพนายกิตติพงษ์ กลิ่นจันทร์หอม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.8 ต.คำสะอาด อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และน.ส.สินี ทุยเจริญ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 43/530 ม.2 แขวงบางมด เขตจอมทอง เสียชีวิตใกล้กับรถเก๋งวีออสคันดังกล่าว ทั้งนี้ยังพบกองเลือดอีกหลายจุดในบริเวณที่เกิดเหตุ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.ราษฏร์บูรณะและ ร.พ.บางปะกอก 1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว

 จากการสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ พ.ต.ท.กมล นุ่มหอม พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.บุคคโล ขับรถโตโยต้า วิช มาจอดริมถนนเพื่อรับประทานอาหาร ส่วนนายเอ ศรีบัวเอี่ยม อายุ 36 ปี ขับรถโตโยต้า วีออส มาจากถนนพระราม 2 มุ่งหน้า ถนนพระปะแดง ในช่องทางที่ 3 และรถกระบะมีคนนั่งมาเต็มกระบะท้าย มุ่งหน้าถนนพระราม 2 ด้วยความเร็วสูง แล้วเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางมาชนรถ โตโยต้า วีออส จนทำให้คนที่นั่งมาในกระบะท้ายกระเด็นออกจากรถได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกระจายเกลื่อนถนน

 นายปิยะณัฐ แสงปก อายุ 19 ปี โชเฟอร์ขับรถกระบะ ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.ราษฏร์บูรณะ ให้การด้วยอาการมึนเมาว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนอีกประมาณ 10 คนชวนกันไปเที่ยวที่ร้าน พ.พระนคร ย่านพระปะแดง หลังจากผับปิด ตนได้ชวนเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้กันกลับมาด้วย และให้นั่งกระบะท้ายจนเต็ม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณแยกไฟแดง ตรงข้ามปากซอย สุขสวัสด์ 35 ขณะที่สัญญาณไฟกำลังจะเปลี่ยนจากไฟเหลืองเป็นไฟแดง ตนได้เร่งเครื่องเพื่อจะให้พ้นไฟแดง เมื่อพ้นมาได้ด้วยความเร็วสูง ได้มีแท็กซี่ที่จอดอยู่พุ่งออกมาจากเลนซ้ายสุดทำให้ตนตกใจหักหลบและเสียหลักชนและข้ามเกาะกลางไปชนรถคันที่ส่วนมา
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 01, 2013, 09:56:59 AM
10 วิธีแก้อาการเมาค้างแบบง่ายๆ

-http://men.sanook.com/1575/10-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%86/-


หลายคนชอบความสนุกสนาน และก็ไม่พ้นการดื่มพวกของมึนเมา จนบางครั้ง ดื่มมากจนเกิดอาการเมาไม่รู้เรื่อง จนไม่อยากจะกินในครั้งต่อไป แต่หมดกังวลไปเลยเพราะเรามีวิธีแก้อาการเมาค้างแบบง่าย ๆ มาแนะนำ

1. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ
ดื่มน้ำเปล่ามากๆ ทั้งวัน เพื่อให้ความเป็นพิษหมดไปโดยเร็ว

2. ดื่มน้ำหวาน
ดื่มน้ำหวาน เช่น น้ำส้ม (น้ำอัดลม) เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำหวานต่างๆ เพื่อชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไป และช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น

3. ดื่มน้ำผลไม้
ดื่มน้ำผลไม้คั้นที่มีรสเปรี้ยวจัด แก้ไขการอาเจียน เช่น น้ำส้ม หรือน้ำมะนาว

4. ดื่มน้ำผลไม้สดๆ
ดื่มน้ำผลไม้สดๆ หรือผลไม้สดแช่เย็นฉ่ำ ช่วยล้างและแก้อาการ เพื่อชดเชยวิตามินซี เพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด ชดเชยพลังงานที่ร่างกายต้องการ อันจะทำให้ร่างกายสดชื่น (ควรใช้เครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกากยกเว้นบางชนิดที่ควรใช้เครื่องปั่น)

5. สูดกลิ่นหอม
สูดกลิ่นหอม โดยใช้น้ำมันหอมระเหย ว่างไว้ในห้องเผื่อผ่อนคลาย จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

6. ดื่มนมอุ่นๆ
ดื่มนมอุ่นๆ ทีเดียวให้หมดแก้ว แต่ไม่ควรดื่มมากอาจจะอาเจียนหนักขึ้นได้

7. ค่อยจิบเครื่องดื่มร้อนๆ
ค่อยจิบเครื่องดื่มร้อนๆ เช่น น้ำชา ชามะนาว ส่วนกาแฟอย่าดื่ม ขณะเมาค้าง เนื่องมาจากกาแฟมีคาเฟอีน เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

8. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง
อย่าปล่อยให้ท้องว่าง พยายามรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมัน หรือมีรสจัดมากเกินไป เพราะจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียนมากขึ้น

9. ไม่ควรนอนจมอยู่บนเตียงทั้งวัน
ไม่ควรนอนจมอยู่บนเตียงทั้งวัน ควรจะลุกขึ้นมา สูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะออกซิเจนจะช่วยให้เกิดกระบวนการเมตะบอลิซึมมากขึ้น ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงจนรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า มากขึ้น

10. ควรนอนหลับ
ควรนอนหลับ นอนพักผ่อนให้ได้อีกสักระยะหนึ่ง ก่อนไปทำงานประเภทขับรถหรือทำงานเครื่องจักรกล

ที่มา : http://www.toptenthailand.com/ (http://www.toptenthailand.com/)

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 05, 2013, 08:43:36 AM
‘เกียร์ออโต้‘ อันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?

-http://auto.sanook.com/6183/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%89-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD/-



    เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องของรถที่พุ่งลงแม่น้ำ หรือตกลงมาจากตึก จนเป็นเหตุสลดตามหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบ่อยครั้งที่มักลงเอยด้วยการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ 'เกียร์อัตโนมัติ' ได้อย่างไร

   

     รถตกน้ำ-ตกตึก สาเหตุเกิดจากอะไร

     ผู้ขับขี่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากเราขยับคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D รถจะสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เอง โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ซึ่งปกติรถจะทำความเร็วได้ประมาณ 10 กม./ชม. และอาจมากกว่านั้นหากเป็นทางลาด

     สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการเข้าเกียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะคันเกียร์สามารถขยับจากตำแหน่งว่าง (N) มาเป็น D ได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม การเอี้ยวตัวไปหยิบสิ่งของในรถ อาจทำให้อวัยวะบางส่วนของร่างกาย ไปเลื่อนตำแหน่งคันเกียร์จาก N ไปยัง D โดยไม่ตั้งใจ รถจึงเคลื่อนที่ได้เองโดยไม่รู้ตัว

     หากผู้ขับขี่มีความชำนาญก็จะเหยียบเบรคในทันที ทำให้ไม่เกิดความเสียหายใดๆ แต่ผู้ขับขี่ที่ไม่ชำนาญ อาจตัดสินใจในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ถูก และเผลอไปเหยียบคันเร่งซ้ำเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเบรค ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเกิดอุบัติเหตุตามมา

       
(http://p4.isanook.com/au/0/ud/1/6183/news08-1.jpg)

      อีกกรณีหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุคล้ายๆกัน นั่นคือ การจอดรถในตำแหน่งเกียร์ D โดยไม่เหยียบเบรค แต่ใช้ทางเนินลาดชัน หรือร่องถนน หรือที่ห้ามล้อใดๆก็แล้วแต่ (ลองนึกถึงขอบปูนสำหรับถอยหลังเข้าซองตามห้างสรรพสินค้า) เป็นตัวยับยั้งไม่ให้รถเคลื่อน โดยหารู้ไม่ว่าการตัดต่อของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์ มีผลทำให้กำลังของรถเพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อแอร์ตัด รถจะสามารถเคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวางเหล่านั้นได้เอง โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง

     อันตรายขนาดนี้วิธีป้องกันทำอย่างไร

     จริงๆแล้วการใช้เกียร์อัตโนมัติไม่ได้อันตรายขนาดนั้น เพียงแต่ผู้ขับต้องไม่ประมาท และปฏิบัติขั้นตอนการขับขี่อย่างถูกวีธี

     หากผู้ขับจำเป็นต้องเอื้อมหรือหันตัวไปทางด้านข้างหรือด้านหลัง ควรใส่เกียร์ที่ตำแหน่ง P เสียก่อน เพื่อป้องกันการเข้าเกียร์โดยไม่ตั้งใจ และไม่ควรใช้ขอบปูน หรือที่ห้ามล้อใดๆเป็นตัวช่วยไม่ให้รถเคลื่อนโดยไม่เหยียบเบรค เนื่องจากรถยังมีแรงส่งตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

     สำคัญที่สุดคือการใช้รถอย่างชำนาญ เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ถูกวิธี การสับสนกันระหว่างแป้นคันเร่งและเบรคอาจดูเป็นเรื่องตลกสำหรับผู้ชำนาญ แต่เกิดขึ้นจริงกับมือใหม่หัดขับทั้งหลาย ซึ่งต้องได้รับการเรียนรู้จนเกิดเป็นความเคยชิน


ขอบคุณภาพจาก Matichon Online
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 14, 2013, 08:46:09 AM
เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับ เมาแล้วขับรถ

แต่ควรรู้ไว้ป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งร่างกาย และ ทรัพย์สินครับ


---------------------------------------------------------------------------



กระทู้: เจอตำรวจตั้งด่านจนเกิดอุบัติเหตุ ที่ถนนบรมฯ มีคลิป!

-http://webboard.auto.sanook.com/forum/?topic=3777307-

ดูตำรวจทำ!!!!ผมเกือบโดนชนท้าย (http://www.youtube.com/watch?v=J8aTBh1miVY#)

ตั้งด่านจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ!!

"นาทีที่ 1.50 ในคลิป ตำรวจน่าจะเป็น สน.ตลิ่งชัน หรือไม่ก็จราจรก­ลาง กระโดดออกมาจะจับมอเตอร์ไซค์ในระยะกระชั้น­ชิด Taxi เบรค ผมเบรคตอนความเร็วที่ 90 เกือบชน Taxi ดีนะหักหลบมาอยู่เลนกลางทัน (ABS ทำงานเ­ต็มระบบ) ปรากฎว่ารถที่ตามหลังผมมาเป็น Swift ป้ายแดง (คันสีแดง)โดนกระบะ Navara ชนท้ายอย่­างแรง เสียหายเยอะมาก ถ้าผมยังอยู่ในเลนขวาผมคงจะโดน Swift ป้ายแดง (คันสีแดง) ที่ตามหลังมา พุ่งมาชนผมก็ได้ จากการกระทำของตำรวจที่จะดักจับมอเตอร์ไซคค์ ด้วยความสะเพร่าจริงๆ ระวังนะครับ ใครจะวิ่งเส้นบรมราชชนนีขาออก­ ตำรวจชอบดักรถเลนเร็ว แล้วก็กระโดดออกมาอย่­างที่เห็นในคลิปนี้แหละ อันตรายจริงๆ สรุปรถชนท้ายกัน 3 คันในเหตุการณ์ครั้งนี้"

เนื้อหาและวีดีโอจากเพจ เรารักด่านตรวจครับ

ดูตำรวจทำ!!!!ผมเกือบโดนชนท้าย (http://www.youtube.com/watch?v=J8aTBh1miVY#)

ดูตำรวจทำ!!!!ผมเกือบโดนชนท้าย (http://www.youtube.com/watch?v=J8aTBh1miVY#)
-http://www.youtube.com/watch?v=J8aTBh1miVY-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 17, 2013, 09:19:31 PM
ภาพสยองจากกล้องวงจรปิด เวบข่าวตำรวจศรีสะเกษ ในรูปแบบที่แตกต่าง

ภาพสยองจากกล้องวงจรปิด เวบข่าวตำรวจศรีสะเกษ ในรูปแบบที่แตกต่าง (http://www.youtube.com/watch?v=sZAoE1Sv50s#)

ภาพสยองจากกล้องวงจรปิด เวบข่าวตำรวจศรีสะเกษ ในรูปแบบที่แตกต่าง (http://www.youtube.com/watch?v=sZAoE1Sv50s#)

-http://www.youtube.com/watch?v=sZAoE1Sv50s-

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 26, 2014, 08:10:19 AM
ช็อกกันทั่ว! หนุ่มเมาขับรถชนคนตายเป็นศพติดกระจกหน้ารถไม่รู้ตัว นึกว่าเป็น′ตุ๊กตา′

-http://auto.sanook.com/6331/%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%99%E0%B8%B6/-

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 มกราคม ว่า เกิดเหตุระทึกขวัญ หนุ่มบราซิลรายหนึ่งซึ่งมีอาการเมา ได้ขับรถโดยมีคนตายติดหน้ากระจกหน้ารถยนต์โดยเจ้าตัวคิดว่าเป็นตุ๊กตา ก่อนจะรู้ว่าจะเป็นศพคน และได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ประชาชนทั่วไปที่พบเห็น ขณะที่ตำรวจได้จับกุมหนุ่มใหญ่รายนี้ซึ่งเชื่อว่าได้ขับรถยนต์ชนคนตายโดยไม่รู้ตัว

(http://p4.isanook.com/au/0/ud/1/6331/unnamed_qq_screenshot20140125134705.jpg)

รายงานระบุว่า หนุ่มดังกล่าวซึ่งชื่อว่า นายโจเซ่ อาดิล ซิมิโอนิ วัย 58 ปี ซึ่งเมาได้ขับรถเป็นระยะทางกว่า 5 ไมล์โดยมีศพติดกระจกหน้ารถของเขาชนิดเจ้าตัวไม่รู้ คิดว่าเป็นตุ๊กตา แม้ว่าศพดังกล่าวจะกระจกหน้ารถเขาแตกร้าวก็ตาม ก่อนที่เขาจะรู้ความจริง และรีบโทรศัพท์หาตำรวจ โดยตำรวจได้ควบคุมตัวเขาใส่กุญแจมือ ขณะที่ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะลึงกับภาพที่เห็น ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ประหลาด และพากันถ่ายรูป ในขณะที่รถพยาบาลยังมาไม่ถึงที่เกิดเหตุ

     ด้านชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งได้ช่วยหยุดรถคันนี้บอกว่า ตอนแรกผู้คนคิดว่า สิ่งที่ติดหน้ากระจกหน้ารถคันนี้เป็นตุ๊กตา แต่เมื่อรู้ว่าเป็นศพคน เขาก็ได้ตะโกนบอกคนขับ และฝ่ายหลังหวิดจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ฐานขับรถยนต์คนตายโดยไม่รู้เรื่อง ขณะที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนุ่มรายนี้ว่าขับรถขณะมึนเมา และฆ่าคนตาย ด้านน้องสาวเหยื่อบอกว่า เธอจะไม่ให้อภัยให้แก่หนุ่มใหญ่เมารายนี้เลย


http://www.youtube.com/watch?v=ScrnfyoVXco#t=21 (http://www.youtube.com/watch?v=ScrnfyoVXco#t=21)

http://www.youtube.com/watch?v=ScrnfyoVXco#t=21 (http://www.youtube.com/watch?v=ScrnfyoVXco#t=21)

-http://www.youtube.com/watch?v=ScrnfyoVXco#t=21-


.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 08, 2014, 10:06:02 PM
เมาแล้วขับ โดนใส่กำไลข้อเท้า 7 วัน ห้ามออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม


-http://news.springnewstv.tv/44530/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2-7-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87-4-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1-


(http://www.springnewstv.tv/upload/news/picture/d2f25e9c231383195cfac7dec57.jpg)


 ศาลแขวงพระนครเหนือ หาแนวทางลงโทษผู้กระทำผิด เมาแล้วขับ ยกเลิกให้บำเพ็ญประโยชน์ แล้วใช้วิธีคุมประพฤติด้วยการใส่กำไลข้อเท้า 7 วัน และห้ามออกจากบ้านตั้งแต่ 22.00-04.00 น.

นายสุรจิตร ศรีบุญมา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลแขวงพระนครเหนือได้จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง แนวทางปฏิบัติการใช้กฎหมายเพื่อการพิจารณาคดีอย่างมีประสิทธิภาพ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมและคณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ มีความเห็นด้วยที่จะใช้เครื่องมือควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EM) กับผู้กระทำความผิด และจะนำร่องใช้กับศาลแขวงพระนครเหนือเป็นแห่งแรก ในคดีเมาแล้วขับ

แต่เดิมคดีในลักษณะนี้ ศาลจะพิพากษาให้จำคุก แต่ให้รอลงอาญาเอาไว้ก่อน พร้อมกับควบคุมความประพฤติด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ แต่จะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขการคุมประพฤติใหม่ ให้ผู้กระทำผิดสวมใส่กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์แทนเป็นเวลา 7 วัน และห้ามออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. สืบเนื่องมาจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้กระทำผิดที่เคยถูกให้รอลงอาญาและคุมประพฤติ พบว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่บ้านกับครอบครัว แต่จะออกไปเที่ยวสถานบันเทิงในยามวิกาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงมีความเห็นที่จะให้ควบคุมประพฤติแบบใหม่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าดังกล่าว จะมีเครื่องมือรับ-ส่งสัญญาณส่งไปยังกรมคุมประพฤติ ถ้าจำเลยฝ่าฝืนออกนอกบ้านในเวลาต้องห้าม หรือทำลายอุปกรณ์ดังกล่าวก็จะต้องได้รับโทษตามคำพิพากษาที่รอลงอาญาไว้ และในเบื้องต้นจะเริ่มใช้ก่อน 200 เครื่องในเร็วๆ นี้
 
ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวสปริงนิวส์
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 09, 2014, 10:27:47 AM
เด็กแว้นขอนแก่น รุมยำรอง ผกก. เจ็บหนักถึงขั้นผ่าตัดสมอง

-http://hilight.kapook.com/view/99011-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pisitta/03-57/08/521751-03.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

             เด็กแว้น ขับมอเตอร์ไซค์พุ่งชน รอง ผกก.ขอนแก่น หัวฟาดพื้น ก่อนรุมทำร้ายเจ็บสาหัส หลังถูกเรียกเนื่องจากไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถย้อนศร ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
 
             เมื่อคืนที่ผ่านมา (7 มีนาคม 2557) พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจทางหลวง และตำรวจท่องเที่ยว กว่า 100 นาย เพื่อกวดขันปราบปรามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดปัญหาอาชญากรรมยาเสพติดและเด็กแว้น หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัด กวดขันจับกุมโดยรอบเขตเทศบาลนครขอนแก่น รวมกว่า 10 จุด ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
 
             ทั้งนี้ ระหว่างที่ พ.ต.ท.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจบริเวณสี่แยกโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เรียกตรวจกลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก แล้วยังขับรถย้อนศร แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นขับรถพุ่งชน พร้อมกับรุมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน ซึ่งเมื่อเช้าวันที่ 8 มีนาคม พ.ต.ท.อนุศักดิ์ ได้เข้ารับการผ่าตัดสมอง เนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นหลังจากถูกรถชน ทำให้อาเจียนอยู่หลายรอบ ซึ่งหลังจากผ่าตัดเสร็จสิ้น อาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว
 
             ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำตัวกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป


เด็กแว้น ขอนแก่น รุมยำ รองผกก. ขณ (http://www.youtube.com/watch?v=elcFsVYzhno#ws)
คลิป เด็กแว้น ขอนแก่น รุมยำ รอง ผกก. โพสต์โดยคุณ FullThaiLakorn สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

เด็กแว้น ขอนแก่น รุมยำ รองผกก. ขณ (http://www.youtube.com/watch?v=elcFsVYzhno#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=elcFsVYzhno-

--------------------------------------------------------------------------


แบบนี้ต้องจับตาย  อย่าเก็บไว้ จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 16, 2014, 07:34:18 AM
เจ้าของร้านมินิมาร์ทดวงกุด ถูกรถเมล์สาย 145 ชนดับคาที่ระหว่างยืนรอข้ามถนน คนขับสารภาพดื่มสุราก่อนมาขับ เผยหักหลบมอเตอร์ไซด์จนเกิดอุบัติเหตุ
วันเสาร์ 15 มีนาคม 2557 เวลา 23:18 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/crime/223213/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%94+%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2+145+%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-


(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/598758.jpeg)

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/598760.jpeg)


เมื่อวันที่ 15 มี.ค.เวลา 20.30 น. ร.ต.ท.หญิง วรรณิศา พิทักษ์คีรี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถประจำทาง ขสมก.สาย 145 ที่วิ่งระหว่าง ปากน้ำ – หมอชิตชนเสาไฟฟ้าและเสาป้ายบอกทางที่บริเวณถนนพุทธรักษา ปากซอยเทศบาลบางปู31 ตำบลแพรกษาอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุได้พบรถประจำทาง ขสมก.สาย145สีขาวคาดแดงทะเบียน11-8628กรุงเทพมหานครที่วิ่งระหว่างปากน้ำ-หมอชิต 2จอดอยู่บริเวณป้ายรถประจำทางในสภาพด้านหน้าพังยับเยินกระจกหน้าแตกโดยมีนายอำนวย ทัศกุล อายุ59ปีอยู่บ้านเลขที่1หมู่6ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้ขับขี่อยู่บนรถ ชาวบ้านหลายคนพยามจะเข้ารุมประชาทัณฑ์คนขับ เจ้าหน้าที่ต้องกันออกมาพร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจพาตัวออกจากที่เกิดเหตุพาไปที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ

ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ได้พบร่างของนายพงษ์ธร แจ่มแจ้ง อายุ35ปี ซึ่งเป็นเจ้าของมินิมาร์ใกล้ที่เกิดเหตุ นอนจมกองเลือดเสียชีวิต ถูกเสาเหล็กป้ายบอกทางทับอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งรายถูกหามส่ง รพ.เมืองสมุทรปากน้ำไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อนางหนูคล้าย จันทร์ปัญญา อายุ48ปีได้รับบาดเจ็บกระดูกเชิงกรานหัก แพทย์ได้นำเข้ารักษาในห้องไอซียู

จากการสอบสวนนายอำนวย โชเฟอร์ ขสมก. ให้การว่าก่อนเกิดเหตุ ตนได้ดื่มสุรากับพวกที่ร้านค้าหน้าอู่รถเมล์แพรกา จนถึงเวลาออกรถ จึงได้ขึ้นรถซึ่งในขณะนั้นมีผู้โดยสารอยู่ ประมาณ 6 คนก่อนจะขับรถออกจากอู่ ระหว่างทางได้มีรถจักรยานยนต์วิ่งตีคู่มา ก่อนที่รถจักรยานยนต์จะเลี้ยวตัดหน้ารถอย่างกระชั้นชิด ด้วยความตกใจจึงได้ตัดสินใจหักหลบเข้ามาทางด้านซ้ายทำให้รถเสียหลักพุ่งขึ้นไปบนฟุตบาทชนป้ายบอกทางและเสาไฟฟ้าจนล้มลงไปฟาดชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ในขณะเดียวกันนายอรุณ ฉายา อายุ47 ปี หนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยอุ่นอารีย์ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุในระหว่างที่นั่งรอลูกค้าอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 150 เมตรก็ได้ยิงเสียงคล้ายรถชนกันเสียงดังสนั่น จึงได้หันไปมองได้พบว่ารถประจำทางสาย145 ได้พุ่งชนเสาเหล็กป้ายบอกทางและเสาไฟฟ้าจนหักโค่นลงมาทับร่างของนายพงษ์ธรเจ้าของร้านมินิมาร์ท ที่ยืนรอจะข้ามถนนจนเสียชีวิต ส่วนนางหนูคล้าย ถูกชนจนกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่รถเมล์คันดังกล่าวจะวิ่งไปจอดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ตนเองได้เข้าไปช่วยเปิดประตูให้ผู้โดยสารทั้งหมดที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยออกมาได้อย่างปลอดภัยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 24, 2014, 05:54:35 AM
เรื่องนี้ไม่ได้เมา แต่ขับแย่มากเป็นประจำ



และคนขับ จยย.  ยังไม่มีใบขับขี่ พ่อแม่ปล่อยออกมาให้ขับได้อย่างไร 



--------------------------------------------------------------------


รถเมล์สาย 8 ซิ่งชน จยย. ถ.ลาดพร้าว 64 ทำด.ช.วัย 13 เสียชีวิต

-http://hilight.kapook.com/view/99732-


รถเมล์สาย8ซิ่งชนจยย.ลาดพร้าวตาย1เจ็บ1 (ไอเอ็นเอ็น)

          รถเมล์สาย 8 ซิ่งทับ จยย. เด็กชายวัย 13 ปี เสียชีวิตคาที่ บาดเจ็บ 1 ราย ถ.ลาดพร้าว 64

          วันนี้ (23 มีนาคม 2557) ร้อยเวรสอบสวน สน.โชคชัย รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถโดยสารประจำทางสาย 8 ทับรถจักรยานยนต์ โดยเหตุเกิดบริเวณ ถ.ลาดพร้าว ช่วง ซอย 64 ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย  จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเมล์สาย 8 ที่วิ่งระหว่าง แฮบปี้แลนด์-สะพายพุทธ สีชมพู ทะเบียน13-7382กทม. ส่วนรถจักรยานยนต์ ที่ประสบเหตุ เป็นรถฮอนด้าคลิ๊ก ทะเบียน สพส-702 กทม.

          สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า จุดเกิดเหตุอยู่ช่วงแยกไฟแดง ขณะนั้นรถจักรยานยนต์กำลังจะกลับรถ ส่งผลให้รถเมล์สาย 8  ที่ขับมาทางตรง ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่มีผู้ขับขี่มาด้วยกัน 2 คน รถเมล์สาย 8 ได้ทับคนขับ ทราบชื่อ คือ ด.ช.นภพล นาเมือง อายุ 13 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณล้อหลังด้านขวา ส่วนคนเจ็บทราบชื่อ คือ นายไชยยุทธ คอนรัม อายุ 15 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว

          ขณะที่การจราจรบริเวณถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก มีท้ายแถวยาวกว่า 7 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง




หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 01, 2014, 06:10:21 AM
เสื่อม! แท็กซี่ไทยโดนชาวญี่ปุ่นจวกยับ

-http://auto.sanook.com/6620/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A/-


(http://p3.isanook.com/au/0/ud/1/6620/news04-1.jpg)

เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการบริการของแท็กซี่ไทยในสายตาของคนญี่ปุ่น ถึงความไม่เต็มใจในการให้บริการ พาอ้อมเส้นทาง โก่งค่าโดยสารเกินราคา และปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยคนขับแท็กซี่และอื่นๆ ผิดกับในญี่ปุ่นลิบลับ


     ผู้ใช้เฟซบุ๊คชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า Koki Aki ได้โพสข้อความแสดงความอัดอั้นตันใจที่มีต่อบริการรถแท็กซี่ในประเทศไทย โดยได้กล่าวเชิงตัดพ้อว่า เขามักถูกแท็กซี่เอาเปรียบด้วยการโกงเงินค่าโดยสารเป็นประจำ โดยการไม่กดมิเตอร์บ้าง การหลอกเรียกค่าโดยสารแสนแพงบ้าง โดยเมื่อแท็กซี่เห็นว่าเขาเป็นคนต่างชาติ ก็มักมีพฤติกรรมดังกล่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

     นอกจากนั้นยังมีกรณีที่แท็กซี่พาอ้อมนอกเส้นทาง เพื่อเพิ่มราคาค่าโดยสาร ขณะที่เขากำลังรีบเดินทางไปยังสนามบิน และเมื่อเขาตัดสินใจลงจากแท็กซี่กลางทาง เนื่องจากการจราจรติดขัดและผิดเส้นทาง  แท็กซี่คันดังกล่าวกลับแสดงความไม่พอใจทันที นอกจากนั้นเขายังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยคนขับแท็กซี่อีกด้วย

     เขายังได้ทิ้งท้ายถึงมาตรฐานการคัดเลือกคนขับรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นมาเปรียบเทียบกันด้วย โดยเขากล่าวว่า การที่จะได้ใบอนุญาตขับรถแท็กซี่นั้นยากเย็นกว่ามาก อาจต้องผ่านการทดสอบมากกว่า 15 ครั้งเลยทีเดียว

     ขณะที่แท็กซี่ของไทยมีมาตรฐานการคัดเลือกผู้ขับขี่ในระดับต่ำ อีกทั้งยังไม่มีสวัสดิการใดๆรองรับ ทำให้อาชีพขับรถแท็กซี่นั้น ต้องดิ้นรนเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารทั้งไทยและเทศ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แท็กซี่ไทยยังคงมีปัญหาอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 01, 2014, 08:52:18 AM
เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่อง "เมาแล้วขับ"  แต่เป็นเรื่อง "จับตังคนขับเข้ากระเป๋า"  ลองอ่านดู




----------------------------------------------------------------------


คลิปชัดๆ ตร.จราจรโบกจับ-รับเงินปล่อย !

-http://auto.sanook.com/6792/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%86-%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2/-


(http://p3.isanook.com/au/0/ud/1/6792/police.jpg)

ขณะนี้ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปตำรวจ เรียกผู้ขับขี่รถยนต์ และจักรยานยนต์ ที่ทำผิดกฎจราจรเพื่อเขียนใบสั่ง แต่ตร.ไม่ได้เขียนใบสั่งและรับเงินจากผู้ขับขี่ก่อนปล่อยไป


 เพจ The Irrawaddy (Burmese Version) ได้โพสต์คลิปความยาว 4:03 นาที เป็นคลิปเหตุการณ์ตำรวจนายหนึ่ง เรียกผู้ขับขี่รถยนต์ และจักรยานยนต์ ที่ทำผิดกฎจราจรเพื่อเขียนใบสั่ง แต่ตร.ไม่ได้เขียนใบสั่งและรับเงินจากผู้ขับขี่ก่อนปล่อยไป โดยตำรวจนายนี้สวมหมวกหมายเลข 6636 สน.บางนา ภายในระยะเวลา 4 นาทีมีการเรียนรถยนต์ 1 คัน รถแท็กซี่ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

คลิปตำรวจรับเงินเห็นจะๆชัดๆ ปรับปรุงสำนักงานตำรวจแห่งชาติด่วน (http://www.youtube.com/watch?v=jAY2W9hS7Z0#)
-http://www.youtube.com/watch?v=jAY2W9hS7Z0-


(http://auto.sanook.com/gallery/gallery/6792/59592/)

(http://auto.sanook.com/gallery/gallery/6792/59591/)

(http://auto.sanook.com/gallery/gallery/6792/59590/)

(http://auto.sanook.com/gallery/gallery/6792/59589/)

(http://auto.sanook.com/gallery/gallery/6792/59588/)

 (ขอบคุณเนื้อหาจาก VoiceTV และคลิปจากเฟซบุ๊ค IrrawaddyBurmese)


(http://p4.isanook.com/au/0/ui/1/6792/unnamed_qq_screenshot20140531050552_1401487873__thumb.jpg)

(http://p4.isanook.com/au/0/ui/1/6792/unnamed_qq_screenshot20140531050339_1401487872__thumb.jpg)

(http://p4.isanook.com/au/0/ui/1/6792/unnamed_qq_screenshot20140531050313_1401487872__thumb.jpg)

(http://p4.isanook.com/au/0/ui/1/6792/unnamed_qq_screenshot20140531050223_1401487871__thumb.jpg)

(http://p4.isanook.com/au/0/ui/1/6792/unnamed_qq_screenshot20140531050118_1401487871__thumb.jpg)


http://auto.sanook.com/6792/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%86-%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2/ (http://auto.sanook.com/6792/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%86-%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2/)


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 01, 2014, 08:55:38 AM
เรื่องนี้ ก็ไม่ใช่เรื่อง เมาแล้วขับ  ผมขออนุญาตลงไว้ครับ


---------------------------------------------------------------------------



5 อันดับรถหายมากที่สุด

-http://auto.sanook.com/6685/5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94/-

   'รถหาย' ถือเป็นภัยใกล้ตัวของเจ้าของรถมากกว่าที่คิด ซึ่งการจะได้ครอบครองรถยนต์สักหนึ่งคัน ต้องแลกกับหยาดเหงื่อแรงกายอย่างหนัก ไหนจะต้องเสียค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาสารพัด แต่กลับต้องมาถูกขโมยหายไปในเพียงพริบตาเพราะมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในสังคม พร้อมสารพัดวิธีในการโจรกรรม

     วันนี้ Sanook!Auto มี 5 อันดับรถยนต์ที่เสี่ยงต่อการโจรกรรมมากที่สุดมาฝากกัน


   ก่อนอื่นเรามาดูกันถึงสถิติที่สำคัญเกี่ยวกับการขโมยรถยนต์ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาล่าสุด นับตั้งแต่เดือน เม.ย.56 จนถึง เม.ย.57 พบว่า

    มี ผู้เสียหายที่ถูกโจรกรรมเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนสูงถึง 2,952 คดี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวแบ่งออกเป็นรถยนต์ 369 คดี และรถจักรยานยนต์ 2,583 คดี

    จากตัวเลขทั้งหมด มีคดีที่สามารถจับกุมตัวผู้โจรกรรมได้เพียง 298 คดี ซึ่งไม่ถึงร้อยละ 10 ของคดีทั้งหมดด้วยซ้ำ

    ช่วงเวลาที่รถหายมากที่สุด คือ ตั้งแต่ 18.00 น. ไปจนถึง 24.00 น.

     ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนับรวมทั้งสถิติของรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมกัน เนื่องจากมอเตอร์โชค์จะมีความเสี่ยงถูกโจรกรรมช่วงที่เจ้าของไปจอดไว้ตาม ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ต่างๆหลังจากเลิกงาน หรือระหว่างทางกลับบ้าน ขณะที่รถยนต์จะมีความเสี่ยงมากที่สุดตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เนื่องจากการขโมยรถยนต์มักใช้เวลานานกว่า และเทคนิคที่ซับซ้อนกว่า ทำให้ผู้ร้ายเลือกใช้เวลาที่เจ้าของรถนอนหลับไปแล้ว เพื่อความสะดวกในการลงมือนั่นเอง

 5 อันดับรถยนต์ที่ถูกขโมยมากที่สุด

     1. Toyota Altis
     2. Toyota Vios
     3. Toyota Fortuner
     4. Toyota Vigo
     5. Isuzu D-Max

     จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็นรถยอดนิยมในตลาดบ้านเราทั้งสิ้น โดย 'โตโยต้า อัลติส' นำมาเป็นอันดับ 1 เนื่องจากอัลติส เป็นรุ่นยอดนิยมโดยเฉพาะการนำมาเป็นรถแท็กซี่ จึงมีโอกาสสูญหายเนื่องจากถูกนำมาถอดชิ้นส่วนแยกเป็นอะไหล่ขายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนำไปขายแบบทั้งคัน

     ขณะที่รถกระบะทั้ง 'โตโยต้า วีโก้' และ 'อีซูซุ ดีแมกซ์' มีอัตราการหายใกล้เคียงกัน แต่วีโก้อาจมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าเล็กน้อย

     เห็นแบบนี้แล้ว ใครกำลังใช้รถยอดฮืตติดอันดับดังกล่าว ก็คงมีหวั่นๆกันบ้าง แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้รถยี่ห้อที่ว่ามา ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากรถทุกคันมีโอกาสเสี่ยงต่อการโจรกรรมทั้งนั้น เพียงแต่ขโมยอาจนำไปขายได้ราคาต่ำกว่ารถตลาดยอดนิยมเท่านั้นเอง

 

     ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์

-http://auto.sanook.com/6685/5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94/-

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 07, 2014, 10:44:54 AM
บอกตัวเองไม่ผิด ยังไม่ได้หาเรื่องใคร แต่เมาขนาดนี้ ขับรถได้ยังไง อันตรายคนอื่น โดนตำรวจจับมาเป่าแอลกอฮอล์ ก็ไม่ยอมเป่า วุ่นวายแค่ไหน ติดตามได้จากในคลิป

-http://world.kapook.com/pin/539147e238217af26b000000-

http://www.youtube.com/v/c8eeV4J9GUE?version=3&autohide=1 (http://www.youtube.com/v/c8eeV4J9GUE?version=3&autohide=1)
-http://www.youtube.com/v/c8eeV4J9GUE?version=3&autohide=1-


---------------------------------------------------------------------


พวกนี้  น่าจะทำปืนลั่น 

จะไปไม่ต้องอยู่รกแผ่นดิน


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 01, 2014, 03:30:09 PM
เรื่องนี้  ไม่ได้เมาแล้วขับ แต่ การขับรถในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม 
ต้องระมัดระวังสำหรับท่านที่ขับรถ  มิฉะนั้น  จะเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น
ทำให้ครอบครัว ลำบาก


----------------------------------------------------------------


ขับเก๋งหลับในพุ่งชนข้างทางเต็มแรงเมืองชุมพรดับ 3 ราย

-http://news.sanook.com/1622273/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-3-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

1 ก.ค. - เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งชนชนเสาไฟฟ้าและร้านค้าริมถนนสายเมืองชุมพร ต.วังไผ่ หลังกลับจากท่องราตรีในตัวเมือง เสียชีวิต 3 ราย คาดคนขับหลับใน

ร.ต.ท.นรินทร์ รอดชู ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร ประสานหน่วยกู้ภัยและแพทย์โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าริมถนนสายเมืองชุมพร ต.วังไผ่ ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ (1 ก.ค.) เป็นรถยนต์ทะเบียน กก 3428 ชุมพร อยู่ในสภาพพังยับเยิน ประตูด้านหลังเกือบฉีกขาดจากกัน มีผู้เสียชีวิต 1 คน ชื่อ นายอภิวัฒน์ เมฆพะโยม อายุ 22 ปี และบาดเจ็บอีก 4 คน คือ นายโกญจนาท ตติยวิวัฒน์ อายุ 23 ปี คนขับ นายณัฐวุฒิ รอดอยู่ อายุ 23 ปี นายทรงพล เมฆพะโยม อายุ 17 ปี และนายอลงกรณ์ หิมวังทอง อายุ 22 ปี เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ล่าสุด เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน คือ นายโกญจนาท กับนายอลงกรณ์ เบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวแล่นมาด้วยความเร็วหลังจากท่องราตรีในตัวเมืองมุ่งหน้าสี่แยกปฐมพร แล้วเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าและชนร้านรับจัดงานวิวาห์ ก่อนกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าอีกต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุมาจากคนขับหลับใน - สำนักข่าวไทย


(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/324/1622273/news01-1.jpg)

.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2014, 01:53:48 AM
แก๊งค์คนเห็นแก่ตัว แก๊งค์มารแท็กซี่

----------------------------------------------------



แบบนี้ใครผิด แท๊กซี่ขอทาง เบียดมาโดนชน
-http://world.kapook.com/pin/53b52c3738217a7913000002-

http://www.youtube.com/v/YGoInsQD558?version=3&autohide=1 (http://www.youtube.com/v/YGoInsQD558?version=3&autohide=1)
-http://www.youtube.com/v/YGoInsQD558?version=3&autohide=1-


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2014, 01:54:51 AM
นี่ก็แก๊งค์มินิบัส  ทยานแบบบัดซบ


-------------------------------------------------

ปัญหานี้ แบบว่า ซ้ำซาก จำเจ

มีกันหลายแนวสำหรับ มินิบัส

ต้องมีบทลงโทษผู้ประกอบการให้หนักด้วย

ในฐานะที่รับคนเข้ามาทำงาน โดยไม่ดูอะไรเลย

ไม่งั้น  ไม่มีความรับผิดชอบเลย

---------------------------------------------------



รถเมล์สาย 34 ชนรถที่กำลังติดไฟแดงอย่างสยอง
-http://world.kapook.com/pin/53b5026538217a227c000002-


-http://www.youtube.com/v/U5YlEoZ8WUY?autohide=1&version=3-

 (http://www.youtube.com/watch?v=U5YlEoZ8WUY#ws[/url)
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 07:16:48 PM
ว่อนเน็ต คลิปรุมตื้บโจรขโมยมอเตอร์ไซค์ ขณะก่อเหตุ

-http://hilight.kapook.com/view/104946-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/motor01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/motor02.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก คลิปรายวัน

            คลิปรุมตื้บโจรขโมยมอเตอร์ไซค์ว่อนเน็ต หลังถูกผู้พบเห็นจับตัวได้จะจะ ขณะที่กำลังก่อเหตุ

            เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2557) ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีการแชร์คลิปวิดีโอกันอย่างแพร่หลาย โดยในคลิปดังกล่าว ชื่อว่า พวกขโมยรถต้องเจอแบบนี้  เป็นภาพวิดีโอของชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังขโมยรถจักรยานยนต์หน้าอาคาร ก่อนที่จะขับรถคันดังกล่าว ทันใดนั้นเอง ก็ได้มีบุคคลหนึ่งในสำนักงาน พุ่งเข้าชาร์จไปที่รถคันดังกล่าว ทำให้รถที่กำลังออกตัวนั้น ล้มลง คนร้ายถูกตะครุบตัวเอาไว้ได้ จากนั้นก็ได้มีชายอีก 2 คน ออกมาจากอาคาร มาร่วมรุมประชาทัณฑ์จนคนร้ายน่วม ท่ามกลางการมุงดูของประชาชนบริเวณนั้น


https://www.facebook.com/photo.php?v=1439943129603989 (https://www.facebook.com/photo.php?v=1439943129603989)
คลิป พวกโขมยรถต้องเจอแบบนี้ โพสต์โดย เฟซบุ๊ก คลิปรายวัน



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 26, 2014, 04:50:09 PM
กรณีนี้  แย่มาก

------------------------------------------


ว่อนเน็ต! ภาพรถตู้ บขส.ไม่ยอมให้รถพยาบาลแซง


-http://auto.sanook.com/7549/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AA.%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%87/-

(http://p4.isanook.com/au/0/ud/1/7549/1.jpg)


 เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากคุณ  ซึ่งได้บอกเล่าเรื่องราวของรถตู้ บขส.ที่ไม่ยอมให้รถพยาบาลแซง และยังปาดซ้าย ปาดขวา ซึ่งกว่ารถพยาบาลจะแซงได้เกือบสุดถนนเส้นนี้ นอกจากนี้ผู้โพสต์ยังได้ตั้งคำถามว่า หากบิดาคุณนอนอยู่ในรถพยาบาลแล้วจะรู้สึกเช่นไร

โดยคุณ เดียร์ ฅนอาสาประสานเหตุฉุกเฉิน ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

     "เส้นทาง วังน้ำเย็น-คลองหาด จ.สระเเก้ว
     มีรถพยาบาลคันหนึ่ง ใช้ความเร็วมา เปิดสัญญานไฟ
     เพื่อขอทาง แต่ปรากฏว่า มีรถตู้รถร่วมร่วม บขส
     ไม่ยอมให้แซง ปาดซ้าย ปาดขวา กว่ารถพยาบาล
     จะแซงได้ เกือบสุดถนนเส้นนี้
     ตามรายงาน ทราบว่า พอไปติดไฟแดง รถตู้คันนี้ยังไม่พอใจ แอบแซงไปอีกฝั่งเพื่อขวางรถพยาบาล"
 
     "คำถามคือ ถ้า..บิดาคุณ นอน ในรถ จะรู้สึกแบบไหน"

     "ความรู้สึกคุณทำเพื่อความสนุกหรอ กับ เล่นกับชีวิตหรอ ถ้าสักวันคุณเจอกับตัว อย่าร้องหารถฉุกเฉินละกัน"

 

     ที่มา VoiceTV // รูปภาพจากเพจ เดียร์ ฅนอาสาประสานเหตุฉุกเฉิน


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 03, 2014, 08:02:52 AM
คลิปนี้  ไม่รู้ว่า เกี่ยวข้องหรือไม่

แต่เป็นภัยสังคมครับ


--------------------------------------------------------------------



เอาอีกแล้วแข่งกันบนถนน กลางกรุงเทพ



-http://world.kapook.com/pin/53dc5b0738217a8c35000002-



รถขับแข่งกันบนถนน ชนเต็มๆ บ้านเรานี่เอง (http://www.youtube.com/watch?v=wLYKstK2lns#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=wLYKstK2lns-

ดูกันชัดๆ รถสองคันนี้กำลังขับมาด้วยความเร็วแข่งกันบนถนนทั่วไปที่ใช้กันอยู่และมีรถหลายคันบนถนน แต่พี่แกก็ไม่สนใครเลย จนท้ายที่สุดก็เบรกแบบเร็วมากจนมอเตอร์ไซค์ตามมาข้างหลังชนเอาอย่างแรง และพี่เขาก็ไม่จอดมาดูเลย ขับต่อเฉย ฝากแชร์กันด้วยอย่าปล่อยให้คนแบบนี้หลุดรอดไป






หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2014, 08:22:39 AM

เตือนภัย!...แก๊งโจรกรรมรถ ติดชิพจีพีเอสตามรถเป้าหมาย

-http://www.komchadluek.net/detail/20140812/189989.html-

สายตรวจระวังภัย : เตือนภัย!...แก๊งโจรกรรมรถ ติดชิพจีพีเอสตามรถเป้าหมาย : โดย...ปฏิญญา เอี่ยมตาล
 
                         ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อความเตือนภัยการโจรกรรมรถรูปแบบใหม่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ระบุข้อความ "เตือนภัยด่วนที่สุดอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อแผนประทุษกรรมคนร้าย หลอกลวงให้รับของแจกตามสถานบริการปั๊มน้ำมัน ร้านคาร์แคร์ล้างรถและบริเวณที่สาธารณะที่มีการจัดงานมหกรรมรถต่างๆ โดยการนำพวงกุญแจที่มีรูปแบบสวยงามมาจ่ายแจกฟรีให้ผู้ใช้รถ โดยให้ระมัดระวังอย่างเด็ดขาด อย่าได้รับของแจกนั้นเพราะคนร้ายได้ฝังชิพเครื่องมือติดตามรถไว้เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กเมื่อเราลืมวางไว้ในรถ หรือนำไปคล้องกับพวงกุญแจกลายเป็นจุดอ่อนในการบอกสถานที่ที่เราเดินทางไปและจอดรถไว้แก่คนร้ายอย่างง่ายดาย หรือคนร้ายสามารถติดตามเราไปถึงบ้านได้ในทันที" ซึ่งหลังข้อความนี้ถูกเผยแพร่ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก
 
                         ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย ได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษศูนย์สืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปกจร.น.) ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในต่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องอันตรายสำหรับผู้ครอบครองรถ แต่ในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากการตรวจสอบยังไม่พบการกระทำเช่นนี้
 
                         "ตรวจสอบแล้วยังไม่พบการแจกกุญแจหรือสิ่งของที่ระลึกที่มีการฝังชิพเล็กๆ ไว้ด้านใน ซึ่งอาจเป็นตัวจีพีเอสติดตามรถ แต่เพื่อความไม่ประมาทผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามคำเตือนต่างๆที่โพสต์แชร์กันเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง เพราะปัจจุบันคนร้ายทำกันเป็นขบวนการ เป็นมืออาชีพ ทำงานกันเป็นระบบ มีนายทุนดำเนินการเป็นธุรกิจมืดที่มีความต้องการรถจำนวนมากซึ่งไม่ธรรมดา แต่การนำจีพีเอสมาฝังลงในอุปกรณ์ที่นำมาแจกจ่ายนั้น หากเป็นจริง จะมีต้นทุนประมาณ 5,000-10,000 บาท เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งซับซ้อนเกินไป ไม่น่าเป็นไปได้ที่แก๊งโจรกรรมรถในไทยจะนำมาใช้ในขณะนี้" พ.ต.อ.อรรถพร กล่าว
 
                         สำหรับวิธีการป้องกันการโจรกรรมรถให้ได้ผลดี พ.ต.อ.อรรถพร แนะนำว่า ห้ามจอดในที่เปลี่ยว ที่มืด และติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมย หรือติดตั้งอุปกรณ์ล็อกนิรภัย เพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง และไม่ควรวางทรัพย์สินของมีค่าไว้ในรถลักษณะล่อตาล่อใจให้คนร้ายประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน
 
                         ส่วนการติดตามจับกุมขบวนการโจรกรรมรถ พล.ต.ต.ชายเทพ เสสะเวช รองผบช.น. ซึ่งกำกับดูแล ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กำชับให้ตำรวจชุดสืบสวน แกะรอยติดตามเครือข่ายคนร้ายอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีกระแสข่าวเกี่ยวกับคนร้ายใช้วิธีการฝังชิพอุปกรณ์ติดตามรถในของที่ระลึกและนำแจกจ่ายให้เจ้าของรถเพื่อใช้ในการติดตามรถยนต์เป้าหมาย มีการแจ้งเตือนให้ตำรวจตรวจสอบอย่างเคร่งครัดแล้ว
 
                         "แนวโน้มการโจรกรรมรถยนต์สูงขึ้น เพราะคนร้ายมีวิธีโจรกรรม และฉ้อฉลหลากหลายวิธี ทั้งเรื่องของการแยกชิ้นส่วนอะไหล่รถที่ถูกโจรกรรมมาสวมซากรถเกิดอุบัติเหตุ การเช่าซื้อ การรับจ้างเช่าซื้อ รวมถึงเป็นแหล่งรับจำนำรถ โจรกรรมไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน ซึ่งชุดสืบสวนจะติดตามจับกุมให้ได้" พล.ต.ต.ชายเทพ กล่าว
 
 
 
 -http://www.komchadluek.net/detail/20140812/189989.html-
 
-----------------------
 
(สายตรวจระวังภัย : เตือนภัย!...แก๊งโจรกรรมรถ ติดชิพจีพีเอสตามรถเป้าหมาย : โดย...ปฏิญญา เอี่ยมตาล)
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2014, 06:11:13 PM
จอก ! ขับรถไร้น้ำใจ หวังให้รถคันอื่นชนประสานงาน


จอก ! ขับรถไร้น้ำใจ หวังให้รถคันอื่นชนประสานงาน (http://www.youtube.com/watch?v=0AhMG0qg3xQ#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=0AhMG0qg3xQ-


-----------------------------------------------------------

แย่มากกกกก


.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 16, 2014, 08:25:11 AM
เรื่องนี้ไม่ได้เมาแล้วขับ

แต่การขับอย่างไม่ได้รับการอบรมมา


--------------------------------------------------------------------------


ไอซ์ วีออสป้ายแดงปาดรถตู้ เข้ามอบตัวแล้ว โดน 3 ข้อหา


-http://hilight.kapook.com/view/106607-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร-บก02

          คลิปวีออสป้ายแดงขับปาดหน้ารถตู้ ล่าสุด ไอซ์ รณกฤต สุขเกษม  นักศึกษาวัย 19 คนขับรถวีออสป้ายแดง ปาดหน้ารถตู้ที่มีเด็กอยู่ เข้ามอบตัวแล้ว โดยตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา

           เป็นคลิปที่สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ที่พบเห็นไม่น้อย สำหรับคลิปวีออสป้ายแดงขับปาดหน้ารถตู้ ซึ่งคลิปดังกล่าวได้บันทึกภาพเหตุการณ์ของรถวีออสที่พยายามจะปาดซ้าย ปาดขวา ขับกั้นหน้าไม่ให้รถตู้ขับต่อ ส่วนรถตู้นั้นเป็นรถตู้ธรรมดา ๆ ไม่ใช่รถตู้โดยสาร มีคนนั่งมาด้วยจำนวนหนึ่งและมีเด็กอยู่ในรถ 2 คน โดยคนขับระบุว่า ที่รถวีออสมาหาเรื่องเป็นเพราะคิดว่าตนไปมองหน้า

           ทั้งนี้ เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนก็สืบทราบจนพบว่า คนขับรถวีออสชื่อ "ไอซ์" อายุ 19 ปี ซึ่งเมื่อเรื่องนี้เป็นข่าว คนขับวีออสก็ได้ออกมาขอโทษรถตู้ต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าเข้าใจผิด คิดว่าฝ่ายรถตู้ยิงไฟใส่ ส่วนทางด้านคนขับก็ให้อภัย เพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังเด็กอยู่ อาจจะทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และอารมณ์ชั่ววูบ

           แต่ทว่าดูเหมือนเรื่องยังไม่จบลงง่าย ๆ เพราะคลิปดังกล่าวได้ถึงมือตำรวจ โดยล่าสุด (14 สิงหาคม 2557) ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 มีการโพสต์ข้อความว่า เตรียมดำเนินคดีกับทางวีออสป้ายแดงแล้ว เพราะการขับรถที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นแบบนี้จะมายอมความกันเองมันไม่ได้ โดยมีข้อความระบุว่า..
 
           การขับรถในลักษณะนี้ เป็นการขับรถที่ก่ออันตรายให้แก่คนอื่น บนถนนกลางเมืองหลวง กลางวันแสก ๆ ยิ่งรถคันอื่นมีเด็กอยู่ด้วย ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง และการขับขี่รถแบบนี้ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ที่ตำรวจต้องจับกุมดำเนินคดีและต้องสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้สนับสนุนทุกคนจนกว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดที่ขับรถในลักษณะนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ครับ

         โดยความผิดนี้เป็นความผิดต่อรัฐ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43 บนถนนในเมืองหลวง กลางวันแสก ๆ ยอมความกันไม่ได้ครับ โดยคนที่เกี่ยวข้องที่ต้องตรวจสอบคนแรก คือภาพจากเฟซบุ๊ก Pongrut Bunnak ส่งให้ตำรวจ สน.บางเขน ไปตรวจสอบจัดการแล้ว โดยขอขอบคุณเฟซบุ๊ก Pongrut Bunnak มาก ที่ใส่รายละเอียดไว้ให้เยอะ จนทราบชื่อ อายุ ที่อยู่ กันทั้งบ้าน นายคนนี้ ชื่อ พงษ์รัตน์ บุนนาค อายุ 19 ปี อยู่ที่ 1*/*** หมู่ 1* แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ส่งตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านพักเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามคนขับและรถมาดำเนินคดีต่อไปให้ได้ จะเอาคลิปอะไรมาอ้างก็ไม่มีผลครับ ขับรถแบบนี้ เป็นอันตรายต่อคนทั่วไป เป็นความผิดต่อแผ่นดิน ยอมความกันเองไม่ได้ มีโทษทั้งปรับทั้งจำคุกตามกฎหมาย

          อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ก็ได้โพสต์ข้อความและภาพว่า นายรณกฤต สุขเกษม หรือ ไอซ์ อายุ 19 ปี หนุ่มผู้ขับขี่รถโตโยต้า วีออส ป้ายแดง ต 2451 มารายงานตัวที่ สน.โคกคราม แล้ว และขอโทษสำหรับการขับรถที่กระทำไปตามคลิป ดังข้อความต่อไปนี้..

          "งานนี้ต้องขอขอบคุณชาวโซเซียลเน็ตเวิร์กที่ช่วยกันหาตัวผู้ขับขี่รถวีออส ป้ายแดง ต 2451 ตามคลิป โดยส่งข้อมูลที่เกี่ยวกับรถป้ายแดงคันดังกล่าว จนสามารถกดดันและได้ตัวผู้ขับขี่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังคลิปนี้แพร่กระจายไป เพราะตามปกติรถป้ายแดงเป็นป้ายที่ตรวจสอบลำบากและใช้เวลานานมาก จนในที่สุดผู้ขับขี่รถตัวจริงก็มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและดำเนินคดีไปตามความผิดที่ได้กระทำขึ้น โดยดำเนินคดีนายรณกฤต ใน 3 ข้อหา

          1. ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
          2. ขับรถยนต์ที่มีไว้เพื่อขายหรือซ่อม (ป้ายแดง) ไม่บันทึกรายการตามทีกฎหมายกำหนด
          3. เครื่องอุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์ (ไม่มีเครื่องระงับเสียง)

           และทำการยึดใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 15 วัน ครับ ส่วน นายพงษ์รัตน์ บุนนาค หรือ เอ อายุ 19 ปี ที่โพส รูปภาพรถคันนี้หลายครั้ง จนคนทั่วไปคิดว่าเป็นรถของนายพงษ์รัตน์นั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของรถหรือขับขี่รถคันดังกล่าวตามคลิปเลย โดยรถคันดังกล่าวเป็นของนายรณกฤต หรือ ไอซ์ เพื่อนของนายพงษ์รัตน์และนายรณกฤตเป็นคนขับขี่รถในวันเกิดเหตุ


วีออสสีดำป้ายแดง ต 2451 ขับรถหาเรื่องชาวบ้าน ช่วยกันแชร์ประจาน !! (http://www.youtube.com/watch?v=jaFTJWqZo2I#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=jaFTJWqZo2I-

คลิป วีออสสีดำป้ายแดง ต 2451 ขับรถหาเรื่องชาวบ้าน ช่วยกันแชร์ประจาน !! โพสต์โดย คุณ Manamzaa สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



เรื่องเล่าเช้านี้ Share of the day: วัยรุ่นซิ่งเก๋งปาดหน้ารถตู้ ยอมรับผิด ขอโทษคู่กรณี(15ส.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=G6j6zRm5DT8#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=G6j6zRm5DT8-

คลิป เรื่องเล่าเช้านี้ Share of the day: วัยรุ่นซิ่งเก๋งปาดหน้ารถตู้ ยอมรับผิด ขอโทษคู่กรณี (15ส.ค.57) โพสต์โดย เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 16, 2014, 09:36:11 AM


นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี






-----------------------------------------------------


ผู้ปกครองเจอล็อกล้อแล้วไม่พอใจแปะข้อความด่าทั่วรถ

-http://hilight.kapook.com/view/106654-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/capture/2545179747-1.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/2545179747-4.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02

           ผู้ปกครองโวย จอดรถหน้าขวางโรงเรียน เจอล็อกล้อแล้วไม่พอใจ แปะข้อความด่าทั่วรถ ชี้เข้มงวดไม่เข้าเรื่อง หลังตำรวจจราจรลุย นโยบาย 5 จริง

           เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยจะต้องหันมาใส่ใจในข้อกฎหมายและมีวินัยทางจราจรกันเสียที หลังตำรวจจราจรได้เริ่มลุยปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนวินัยจราจร ตามนโยบาย 5 จริง ยกจริง ล็อกจริง จับจริง ขังจริง สุภาพจริง กันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะยังมีผู้ใช้รถบางรายที่ไม่พอใจกับความเข้มงวดในการทำหน้าที่ของตำรวจจราจร เมื่อรถถูกล็อกล้อ ต้องไปเสียค่าปรับ ทั้ง ๆ ที่เธอก็จอดรถกีดขวางการจราจรเช่นนี้อยู่ทุกวัน

           โดยในวันนี้ (16 สิงหาคม 2557) เฟซบุ๊ก "ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02" ได้ชุดภาพของเจ้าของรถรายดังกล่าว พร้อมระบุว่า "ประมวลภาพ เจ้าของรถ วอลโว่ v70  (ใส่เสื้อสีเหลือง กระโปรงสีเทา ใส่แว่นดำ สะพายกระเป๋าหลุยส์) จอดรถผิดกฎหมาย คาไว้หน้าโรงเรียนอุดมศึกษา กีดขวางการจราจร เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 15 ส.ค.57 และถูกตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง ล็อกล้อ ปรากฎเมื่อเจ้าของรถกลับมาที่รถ ไม่พอใจ ได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเขียนข้อความติดที่รถของตนตามภาพ"

           โดยมีข้อความที่เจ้าของรถรายดังกล่าวเขียนเพื่อต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น

           "พยายามจะอธิบายแต่กลับถูกปฏิเสธไล่ให้ไปเสียค่าปรับ"

           "ฉันไม่มีเงินค่าปรับต้องจอดอยู่อย่างนี้อีกนานไหม ?"

           "ฉันเดือดร้อนมากกับความเข้มงวดไม่เข้าเรื่องของคุณ"

           "ขับมารับลูกอยู่ทุกวันเหมือนคนอื่น ๆ แล้ว ??"

           ขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนมาก ได้เข้ามาแสดงความเห็นถึงพฤติกรรมของเจ้าของรถรายดังกล่าว โดยบ้างก็ว่า เจ้าของรถรายดังกล่าวทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด แล้วเช่นนี้จะสอนลูกได้อย่างไร บางรายเชียร์ให้เธอทิ้งรถไว้จนเจ้าหน้าที่นำรถมายกรถของเธอออกไป เพื่อให้จ่ายค่ายกรถควบค่าปรับด้วย ขณะที่บางกลุ่มมองว่าเจ้าของรถรายนี้มีการแต่งตัวที่ดี ไม่น่าจะแสดงพฤติกรรมเห็นแก่ตัวเช่นนี้

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/2545179747-3.jpg)

.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 16, 2014, 11:02:50 AM
เสี่ยขับเบนซ์เมาหนัก ไล่ชนรถบนถนน 4 คันรวด


-http://hilight.kapook.com/view/106661-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/khaosod/.js100.com-1.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก js100.com

           เสี่ยขับเบนซ์เมาหนัก ไล่ชนรถบนถนน 4 คัน ผู้เสียหายโร่แจ้งความ ก่อนวัดปริมาณแอลกฮอลล์ในร่างกาย พบสูงถึง 204 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

           วันที่ 15 สิงหาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน ที่บริเวณแยกเพชรพระราม ถนนพระราม 9 ฝั่งขาเข้า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง โดยที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์สปอร์ต ซีคลาส 200 สีขาว ทะเบียน ญถ 7439 กทม. พุ่งชนรถยนต์สปอร์ตโตโยต้า เอ็มอาร์ทู สีฟ้า ทะเบียน ฉง 2522 กทม. ใกล้กันพบรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว ทะเบียน ฒฎ 6862 กทม. สภาพถูกชนท้ายได้รับความเสียหาย

          ทั้งนี้ นายศรายุทธ วงศ์สิทธิชัยกุล อายุ 36 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว เจ้าของรถเบนซ์สปอร์ตดังกล่าว มีสภาพเมาสุรา นั่งไม่ได้สติอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปวัดปริมาณแอลกฮอลล์ในร่างกาย พบสูงถึง 204 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงนำตัวเข้าไปควบคุมไว้ในห้องขัง

          ด้าน นายคมกริช สานนอก อายุ 26 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะดังกล่าว เล่าว่า ตนได้ขับรถมาจอดติดไฟแดงอยู่คันแรก โดยมีรถยนต์สปอร์ตโตโยต้า ขับมาต่อท้าย จากนั้นรถเบนซ์ก็ขับเข้ามาพุ่งชนรถของพวกตน ได้รับความเสียหาย

          ต่อมา น.ส.วลัยพร แสงจันทร์ ผู้ขับขี่รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศว 5724 กทม. เล่าว่า บนถนนพระรามเก้าฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าแยกรามคำแหง เมื่อตนขับมาถึงทางขึ้นทางด่วนพระรามเก้า ได้ถูกรถเบนซ์ของนายศรายุทธเฉี่ยวชน ก่อนจะจอดหลับไม่ได้สติ ตนจึงลงไปเคาะกระจกเรียก แต่ปรากฏว่านายศรายุทธตื่นขึ้นมาเปิดกระจกพูดขอโทษ แล้วยังขับรถเฉี่ยวท้ายรถหลบหนีไป จากนั้นยังไปเฉี่ยวรถฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียน ญฮ 4183 กทม. ที่ขับอยู่ด้านหน้าอีก 1 คัน

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานายศรายุทธ ข้อหาขับขี่รถในขณะมึนเมาสุรา ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และขับรถโดยไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09ERXhORGN6T1E9PQ==&subcatid=-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2014, 08:02:55 AM
ไม่ใช่เมาแล้วขับ

แต่กลับเป็นเรื่องที่อันตรายสำหรับเจ้าของรถครับ



--------------------------------------------------------



แชร์คลิปเตือนภัยไม่ถึง 30 วินาที โจรชิงรถดื้อๆ
วันเสาร์ 16 สิงหาคม 2557 เวลา 17:47 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/259840/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87+30+%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5+%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%86-


เมื่อวันที่ 16 ส.ค. เตือนภัยสำหรับผู้ขับรถในเวลาค่ำคืน หลังจากผู้ที่ใช้ชื่อเพจว่า @อย่าขี้โม้ดีกว่า โพสต์คลิปเหตุการณ์ชิงทรัพย์ โดยเป็นภาพที่หนุ่มสาวซึ่งคาดว่าเป็นแฟนกันกำลังจอดรถเก๋งส่วนตัวบริเวณริมฟุตปาธ โดยฝ่ายหญิงเป็นคนขับ ส่วนฝ่ายชายนั่งข้าง จากนั้นหลังจอดเสร็จทั้งคู่ได้เปิดประตูลงมาจากรถ ทันใดนั้นเหตุร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อคนร้าย 2 ราย ได้ขับรถยนต์พุ่งเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างกะทันหัน ก่อนคนร้ายที่นั่งข้างคนขับลักษณะสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าจะเปิดประตูรถและปรี่ชักมีดขึ้นมาข่มขู่หญิงสาวให้ส่งกุญแจรถ ด้วยความตกใจทำให้เหยื่อทำกุญแจรถตกพื้น

จากนั้นคนร้ายได้หยิบและรีบนำไปสตารืทเครืองขับหนีไปอย่างง่ายดาย ใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาที โดยคนร้ายอีกคนที่จอดรถรออยู่จะรีบขับหนีตามไป ซึ่งช่วงที่โดนก่อเหตุหญิงสาวมีท่าทางตื่นกลัวแต่ก็สียดายรถจึงพยายามขอความเห็นใจจากคนร้าย ทำให้แฟนหนุ่มที่เกรงว่าแฟนจะโดนทำร้ายต้องเข้าดึงตัวห้ามปรามไว้ กระทั่งจำเป็นต้องปล่อยให้รถถูกชิงไปต่อหน้าต่อตา แม้จะมีรถพลเมืองดีขับติดตามไป แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งคลิปดังกล่าวมีการแชร์ไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ระมัดระวังเตือนภัยใกล้ตัว พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นถึงวิธีการป้องกันหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ถูกต้องกันไปต่างๆนานา ตามวิจารณญาณของแต่ละคน.


เตือนภัย ชิงรถดื้อๆ (http://www.youtube.com/watch?v=IQ-DB7EnYjc#)
-http://www.youtube.com/watch?v=IQ-DB7EnYjc-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2014, 08:22:59 AM
ไม่ได้เมาแล้วขับ

แต่กลับเป็นสิ่งที่ไร้วินัยจราจร และ มารยาท

เนื่องจากขาดการอบรมมาจากครอบครัวและสถานศึกษาที่ผู้ขับรถเรียนมา


-------------------------------------------------------------------------


รุมจวกรถตู้โดยสารไม่หลีกทางให้รถนำส่งผู้ป่วย


-http://www.dailynews.co.th/Content/crime/259866/%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%28%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%29-




กลายเป็นคลิปที่เรียกเสียงวิจารณ์อย่างมาก เมื่อรถตู้โดยสารสายต.71 A อนุสารีย์-เคหะธนาบุรี (ทางด่วน) ไม่หลบทางให้รถกู้ชีพที่กำลังนำส่งผู้ป่วยวิกฤติ
วันเสาร์ 16 สิงหาคม 2557 เวลา 14:56 น.

 แชร์ว่อนโลกโซเซียลมีเดียหลังเจ้าของเฟซบุ๊ก "กู้ชีพบูรณะ ศูนย์ สาม" เผยคลิปวิดีโอขณะที่รถกู้ชีพราษฎร์บูรณะกำลังนำส่งผู้ป่วยวิกฤติจากโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะไปส่งยังศูนย์มะเร็งกรุงเทพฯ ซอยอารีย์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา  โดยใช้ทางด่วนสุขสวัสดิ์มุ่งหน้าทางลงพหลโยธินด้วยความเร่งด่วน แต่เมื่อมาถึงด่านอุรุพงษ์กลับมีรถตู้โดยสารสาย ต.71 A อนุสารีย์-เคหะธนาบุรี (ทางด่วน)  ที่กำลังวิ่งอยู่ในช่องทางขวาโดยไม่ยอบหลบทางให้ จนเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถแซงขึ้นได้ช่วงก่อนถึงทางลงพหลโยธินเล็กน้อย เมื่อตีข้างขึ้นไปพบว่าบนรถตู้มีโดยสารเต็มคันอีกทั้งคนขับรถตู้ใส่หูฟังโทรศัพท์ทั้ง 2 ข้าง

จากการสอบถามเจ้าของคลิปดังกล่าวได้ชี้แจงว่า ไม่ได้ต้องการเอาผิดต่อรถตู้คันดังกล่าวแต่อย่างใด แต่อยากให้ผู้ใช้ทางช่วยหลีกทางเมื่อมีรถกู้ชีพหรือรถพยาบาลเปิดสัญญาณฉุกเฉิน เพราะทุกวินาทีมีค่าสำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้คลิปดังกล่าวได้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นอย่างมาก บางคนวิจารณ์ว่า รถคันนี้แย่มากๆ ทำให้ชื่อเสียงรถตู้คันอื่นๆเสียไปด้วย มีศีลธรรมไหม เห็นผู้อื่นทุกข์ คงมีความสุข บางคนบอกว่า ไม่รู้วัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน หรือไงว่าควรหลบหรือไม่.




รถตู้ (http://www.youtube.com/watch?v=sPaMRhuRQNs#)
-http://www.youtube.com/watch?v=sPaMRhuRQNs-



(http://www.dailynews.co.th/imagecache/429x490/cover/797211.jpeg)

.




หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2014, 10:28:10 AM
แชร์สนั่น! คนพิการทวงคืนพื้นที่ ที่จอดรถห้างชื่อดัง

-http://news.sanook.com/1650081/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(16 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาเรื่องที่จอดรถตามศูนย์การค้า หรือ ห้างสรรพสินค้า ที่มีจำนวนไม่เพียงพอ แม้จะเพียงพอแต่มีการอนุโลมเปิดพื้นที่พิเศษให้ลูกค้าคนสำคัญพิเศษได้จอดรถ ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาสังคมที่มีการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งในโลกออนไลน์ ล่าสุดมีคลิปวิดีโอหนึ่งถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก ชายหนุ่มพิการนั่งรถวีลแชร์ไปทวงถามพื้นที่จอดรถสำหรับคนพิการ ซึ่งกลายเป็นที่จอดรถพิเศษของลูกค้าวีไอพีของห้าง

ตามรายงานระบุว่า คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 2 นาทีเศษ ของผู้ใช้ชื่อ saba image ซึ่งโพสต์ไว้ในเว็บไซต์ยูทูปกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ คลิปดังกล่าวพบชายพิการนั่งรถวีลแชร์ เข้าไปสอบถามและตรวจสอบพื้นที่จอดรถที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะพื้นที่จอดรถที่ไว้เฉพาะให้คนพิการได้จอด ซึ่งระบุสัญลักษณ์คนพิการอย่างชัดเจน แต่ปรากฏว่ามีแต่รถสปอร์ตและรถเก๋งป้ายแดงจอด

ชายหนุ่มพิการอธิบายว่า ลานจอดรถชั้นนี้ยังมีช่องจอดรถว่างอยู่พอสมควร แต่ทุกครั้งที่มาห้างแห่งนี้ พื้นที่จอดรถของคนพิการ มักมีรถถเก๋งคันหรูจอดเต็มอยู่เสมอ ขณะที่ในคลิปวิดีโอยังเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง ซึ่งประจำลานจอดรถได้เข้ามาชี้แจง พร้อมกับอธิบายและกราบขอโทษเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มพิการก็ระบุว่าไม่ได้กล่าวโทษใดๆ เนื่องจากภาพที่เกิดขึ้น หากไม่ได้รับคำสั่งคงไม่เปิดให้รถเก๋งคันหรูเหล่านี้มาจอดในพื้นที่สำหรับคนพิการ พร้อมกับกล่าวว่าเจ้าของรถเหล่านี้ไม่มีจิตใต้สำนึกและถ่ายป้ายทะเบียนรถเอาไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ภายหลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ตำหนิภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงห้างชื่อดังที่ปรากฏในคลิป แต่ยังมีกรณีนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายๆ ห้างทั่วประเทศ ที่ปล่อยให้รถเก๋งคันหรูหรือรถของลูกค้าวีไอพี จอดรถในพื้นที่สำหรับคนพิการ จนทำให้คนที่พิการจริงๆ ไม่ได้รับความสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่วิจารณ์แบบเหน็บแนม โดยระบุว่าเจ้าของรถเก๋งคันหรูต่างๆ ที่จอดอยู่ในที่จอดของคนพิการ อาจจะเป็นคนพิการจริงๆ ก็ได้ แม้จะไม่ได้พิการทางร่างกาย แต่พวกเขาก็คงพิการทางสมองหรือจิตใจไปแล้ว



Central Pattaya Beach/1 (http://www.youtube.com/watch?v=2v7nLc_8sMs#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=2v7nLc_8sMs-
Central Pattaya Beach/1

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2014, 06:40:47 PM
.


เรื่องนี้ไม่ได้เมา


อ่า  ไม่ได้มีสำนึกอะไรเลยเวลาขับรถ



--------------------------------------------------------------------


มนุษย์ป้า ย้อนศรYouTube

มนุษย์ป้า ย้อนศรYouTube (http://www.youtube.com/watch?v=h8xzt6Uefsc#)
-http://www.youtube.com/watch?v=h8xzt6Uefsc-


.


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 17, 2014, 06:45:36 PM
แท็กซี่ลงมาหาเรื่องแถมบอกอีกกุส์มีปืน

-http://world.kapook.com/pin/53f064fc38217afa1e000019-

ในโลกสังคมออนไลน์ กำลังมีการแชร์คลิปวิดิโอ ภาพเหตุการณ์ของชายรายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว เหตุ เพราะไม่พอใจการขับรถของคู่กรณีที่ขับในลักษณะจี้ท้าย จึงเกิดบันดาลโทสะเดินเข้าไปเคาะกระจกและตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง พร้อมเรียกให้คู่กรณีลงจากรถมาชกต่อย อีกทั้งยังข่มขู่ด้วยว่า มึงมีมีดกูก็มีปืน คิดว่าตำรวจช่วยมึงได้เหรอ ขณะที่คู่กรณีก็ไม่กล้าลงจากรถ งานนี้จะเป็นไงต่อ อยากรู้จริงๆ


แท็กซี่ กุส์มีปืน (http://www.youtube.com/watch?v=9UvYFW7nuIc#)
-http://www.youtube.com/watch?v=9UvYFW7nuIc-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 22, 2014, 08:44:42 PM
นักวิชาการเมาขับกระบะพุ่งข้ามเลน ชน 2 นักเรียนดับคู่

-http://hilight.kapook.com/view/106913-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime2/newws2.jpg)
นักวิชาการเมาขับกระบะพุ่งข้ามเลน ชน 2 นักเรียนดับคู่

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            นักวิชาการเมาขับกระบะแหกโค้ง พุ่งข้ามเลนชนนักเรียน 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ดับทั้งคู่ ที่ จ.ลำปาง แม่เด็กกอดศพลูกร่ำไห้จนเป็นลม

            วันที่ 22 สิงหาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์
บริเวณถนนสายลำปาง-เมืองปานเขต บ้านแม่ก๋ง หมู่ 3 ต.บ้านเป้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

นักวิชาการเมาขับกระบะพุ่งข้ามเลน ชน 2 นักเรียนดับคู่

            โดยที่เกิดเหตุพบศพ นายสุรศักดิ์ สอนใจ๋ อายุ 16 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.รุ่งรัตนา จวนตัว อายุ 16 ปี
นอนหายใจรวยรินรอการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนนั้นเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ของโรงเรียนวิชานารี อ.เมือง จ.ลำปาง ส่วนผู้ขับรถกระบะคือ ว่าที่ ร.ต. สุทิศ โพธิ์สวัสดิ์มณี อายุ 61 ปี ตำแหน่งเป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ
สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองปาน ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุรายืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

            จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ว่าที่ ร.ต. สุทิศ ได้ขับรถกระบะคันดังกล่าว ออกจากงานเลี้ยงที่ อ.เมืองปาน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.ห้างฉัตร
มาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถเกิดเสียการควบคุมส่ายไปมาก่อนพุ่งแหกโค้งชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งเพิ่งเลิกจากเรียนพิเศษแล้วจะกลับเข้าบ้านที่ อ.เมืองปาน
โดยรถปิกอัพได้ลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 20 เมตร ก่อนพุ่งชนกับต้นไม้

นักวิชาการเมาขับกระบะพุ่งข้ามเลน ชน 2 นักเรียนดับคู่

            ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรพลิกศพผู้ตายอยู่นั้น แม่ของผู้ตายซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
เมื่อเห็นศพของบุตรชายก็ถึงกับทรุดถลาเข้ากอดศพร่ำไห้อย่างน่าเวทนาจนเป็นลมล้มพับไป

            เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานแพทย์เวร รพ.ลำปาง เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐาน
และจะได้นำตัวว่าที่ ร.ต. สุทิศ ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้และจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 
http://youtu.be/vWO1ssb2_fE (http://youtu.be/vWO1ssb2_fE)
-http://youtu.be/vWO1ssb2_fE-
คลิป นักวิชาการขับกะบะพุ่งข้ามเลนชนเด็กนร.ดับคาที่2ศพ (22ส.ค.57) : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/261193/%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94!+%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9
%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0
%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0
%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A+2+%E0%B8%A8%E0%B8%9E+%28%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8
%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%29-

------------------------------------------------------------------------------------------



ด้านบน เมาแล้วขับรถ  ไม่เข้าใจว่า จะขับรถทำไม เมื่อรู้ว่าจะไปกินเหล้า

ด้านล่าง  ไม่มีวินัยการจราจร  แบบนี้ต้องตั้งข้อหา พยายามฆ่า ครับ

คนพวกนี้  กริยาส่อสกุล

----------------------------------------------------------------------------


รถบัสแซงไม่พ้น เบียดบัสอีกคันจนเสียหลักพลิกตะแคง เจ็บอื้อ

-http://hilight.kapook.com/view/106935-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime2/14086776751408677863l.jpg)
รถบัสแซงไม่พ้น เบียดบัสอีกคันจนเสียหลักพลิกตะแคง

บัสพนักงานบ.ฟูจิโคคิเสียหลักพลิกตะแคงเจ็บ20 (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

            รถบัสพนักงาน บริษัท ฟูจิโคคิ ถูกรถบัสอีกคันที่แซงไม่พ้นมาเบียดจนต้องหักหลบเสียหลักพลิกตะแคง เจ็บระนาว กว่า 20 ราย

            วันที่ 22 สิงหาคม 2557 เวลาประมาณ 07.30 น. เกิดเหตุรถบัสรับ-ส่งพนักงาน บริษัท ฟูจิโคคิ จำกัด หมายเลขทะเบียน 30-1181 เสียหลักพลิกตะแคง
บนถนนท่าเรือ-ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้พนักงานที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว บาดเจ็บกว่า 20 ราย
ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ทั้งนี้จากการสอบถามพนักงานบริษัทดังกล่าว ให้การว่า รถบัสได้ขับไปรับพนักงานที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจะไปส่งพนักงานที่โรงงาน ใน อ.หนองแค จ.สระบุรี
แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถบัสพนักงานอีกบริษัทวิ่งมาพยายามจะแซง แต่แซงไม่พ้น มีรถสิบล้อวิ่งสวนเลนมา ทำให้รถบัสคันดังกล่าวขับมาเบียดรถบัสที่ตนนั่ง
คนขับรถบัสของตนจึงหักหลบจนรถเสียหลักพลิกตะแคงกลางถนน ส่วนรถบัสคันที่ขับมาเบียดนั้น ขับรถต่อไปเลย โดยไม่มีการลงมาช่วยเหลือแต่อย่างใด

            อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนคนขับรถบัสที่พลิกคว่ำที่ยังได้รับบาดเจ็บ รวมถึงสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อติดตามรถบัสคู่กรณีมาดำเนินคดีต่อไป









หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 24, 2014, 09:35:56 AM
คลิปรถเบนซ์วิ่งขวาไม่ยอมหลบรถฉุกเฉิน ชาวเน็ตจวกไร้น้ำใจ

-http://hilight.kapook.com/view/106994-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)

            โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กแชร์ว่อน คลิปรถเบนซ์วิ่งเลนขวา ไม่ยอมหลบรถฉุกเฉินโรงพยาบาลเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดนชาวเน็ตจวกยับขับรถแพงแต่ไร้น้ำใจไม่มีจิตสำนึก

            วันนี้ (24 สิงหาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมีการแชร์คลิปที่มีชื่อว่า "วิ่งขวาตลอด... ไม่หลบรถโรงพยาบาล (22/08/57)" ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถูกโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง YouLike (คลิปเด็ด) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยในคลิปดังกล่าวปรากฎภาพของรถฉุกเฉินที่เปิดสัญญาณขอทาง โดยที่หน้ารถเป็นรถเบนซ์คันหนึ่งที่วิ่งอยู่เลนขวาแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้รถฉุกเฉิน โดยผู้ถ่ายคลิประบุว่า ได้ขับตามรถเบนซ์คันดังกล่าวมาประมาณ 1 กิโลเมตรเเล้ว แต่รถคันดังกล่าวก็ไม่ยอมหลบรถฉุกเฉินเลย

            ทั้งนี้จากการโพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ อยากให้คนขับรถเบนซ์คนนั้นมีจิตสำนึกบ้าง ถ้าคนที่นอนอยู่ในรถฉุกเฉินเป็นพ่อแม่หรือญาติพี่น้องของคุณล่ะ พร้อมฝากบอกทุกคนว่าถ้าได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนที่เค้าเปิดขอความกรุณาช่วยหลบหน่อยเถอะ อย่าทำตัวไร้น้ำใจเช่นนี้เลย นี่ถ้าเป็นต่างประเทศเขาจะจอดรถชิดข้างทางเลย ไม่ขวางหน้ารถฉุกเฉินที่กำลังช่วยชีวิตคนหรอก

https://www.facebook.com/photo.php?v=830258243761514&set=vb.221317851322226&type=3&theater (https://www.facebook.com/photo.php?v=830258243761514&set=vb.221317851322226&type=3&theater)
-https://www.facebook.com/photo.php?v=830258243761514&set=vb.221317851322226&type=3&theater-
คลิป วิ่งขวาตลอด... ไม่หลบรถโรงพยาบาล (22/8/57) โพสต์โดย เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 25, 2014, 06:21:16 AM
เรื่องนี้ก็แย่มาก







---------------------------------------------------




คลิปหนุ่มขี่บิ๊กไบค์เป็นงง วิ่งซ้ายแท้ ๆ แต่ตำรวจเรียกจับ

-http://hilight.kapook.com/view/107014-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Art Surong

            โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กแชร์ว่อน คลิปหนุ่มขี่รถบิ๊กไบค์เป็นงง หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ พร้อมแจ้งว่าวิ่งขวาทั้งที่ขี่มาในเลนซ้ายตลอด

            วันนี้ (24 สิงหาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมีการแชร์คลิปที่มีชื่อว่า "ต้องซ้ายแค่ไหน ถึงจะถูก (ใจ) ไม่เข้าใจ" ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถูกโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Art Surong เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยคลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องติดหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์คนหนึ่งที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาในเลนซ้าย จนเจอด่านตรวจและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจโดยบอกว่าขี่รถเลนขวา ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะบอกว่าขี่มาเลนซ้ายตลอดพร้อมถามกลับว่าจะดูกล้องหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวจึงบอกว่าไปได้

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/hitnews/news2_4.jpg)

ทั้งนี้จากการโพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ ขอแนะนำว่าถ้าเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบนี้ให้ถามชื่อ ถามยศและสังกัด ให้ชัดเจนแล้วขอดูบัตรประจำตัวด้วย เพราะสังคมของตำรวจต้องเสื่อมเสียเพราะคนแบบนี้ และบอกว่าอย่าไปยอม เพราะเห็นอยู่แล้วว่าเราไม่ผิด พร้อมบอกว่าเดี๋ยวนี้รถทุกคันควรมีกล้องติดไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากถูกแจ้งข้อหามั่่ว ๆ เช่นนี้



http://www.kapook.com/webout.php?url=https://www.facebook.com/photo.php?v=10204119745610922 (http://www.kapook.com/webout.php?url=https://www.facebook.com/photo.php?v=10204119745610922)
คลิป ต้อง "ซ้าย" แค่ไหน ถึงจะ "ถูก(ใจ)" ไม่เข้าใจ โพสต์โดย เฟซบุ๊ก Art Surong

http://hilight.kapook.com/view/107014 (http://hilight.kapook.com/view/107014)
.



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 28, 2014, 09:02:46 PM
นี่แสดงถึง จิตสำนึก , มารยาท และ การได้รับการอบรมมา

การที่ไปเอาเปรียบ ผู้พิการ  ของคนที่นำรถส่วนตัว ที่ไม่ได้เป็นคนพิการ  อีกทั้งผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าที่ไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฎิบัติในสิ่งที่ต้องปฎิบัติครับ


----------------------------------------------------------------

หนุ่มวีลแชร์ ปล่อยคลิปรอบ 2 ทวงสิทธิ์ที่จอดรถคนพิการย่านบางนา

-http://hilight.kapook.com/view/107240-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/variety/wheelchair.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ saba image สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          หนุ่มวีลแชร์ ปล่อยคลิป สำรวจที่จอดรถคนพิการ ห้างดังย่านบางนา คนปกติอ้างเจ็บขา จำเป็นต้องใช้สิทธิ์

          ถือเป็นเรื่องที่ฮือฮาไม่น้อย เมื่อคนพิการรายหนึ่ง ได้ปล่อยคลิปวิดีโอทวงสิทธิ์ที่จอดรถคนพิการในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งที่จอดรถตรงนั้น มักจะมีคนธรรมดาไปจอดอยู่เสมอ ล่าสุด (28 สิงหาคม 2557) หนุ่มวีลแชร์คนดังกล่าว ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอรอบ 2 สำรวจห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางนา ที่มีคนปกติมาจอดรถในพื้นที่คนพิการ โดยอ้างว่า เจ็บขาบ้าง ปวดเข่าบ้าง จึงต้องจอดรถในบริเวณดังกล่าว

          ทั้งนี้ คุณ saba image สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ที่ได้ไปสำรวจที่จอดรถคนพิการที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่านบางนา พบว่า พื้นที่ที่ระบุว่าเป็นพื้นที่จอดรถของคนพิการนั้น มีรถเข้ามาจอดอยู่เต็มแล้ว โดยบางคันเป็นรถหรูมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งเมื่อจอดรถเต็มตรงพื้นที่ส่วนนั้น ก็จะทำให้ไม่เหลือพื้นที่ให้ผู้พิการ สามารถเอาวีลแชร์ลงมาจากรถได้สะดวก แต่โชคดีที่มีรถคันหนึ่งจอดเฉียง ทำให้รถวีลแชร์ของคุณ saba image สามารถลงได้พอดี

          จากนั้น หนุ่มวีลแชร์คนดังกล่าว ก็ได้ร้องขอให้ รปภ. ช่วยตามเจ้าของรถของผู้ที่จอดรถในพื้นที่คนพิการ พบว่ารถคันแรก เป็นรถของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่อ้างว่าต้องใช้สิทธิ์จอดรถในพื้นที่คนพิการ เนื่องจากแฟนสาวของเขาเจ็บขา จึงทำให้หนุ่มวีลแชร์คนดังกล่าว อธิบายว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่จอดรถของคนพิการ หากคนธรรมดามาจอด คนพิการก็ไม่สามารถใช้ได้ และรายที่ 2 นั้น เป็นรถของคุณป้าคนหนึ่ง ที่คุณป้าอ้างว่าเจ็บเข่า จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์จอดรถในพื้นที่คนพิการ จึงทำให้หนุ่มวีลแชร์ฝากเตือนคุณป้าว่า หากสามารถนำรถไปจอดที่อื่นได้ก็ควรทำ

          นอกจากนี้ พื้นที่ตรงช่องดังกล่าว ยังมีรถจอดถึง 4 คัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว พื้นที่ตรงนั้น หากเป็นการจัดสรรพื้นที่จอดรถเพื่อคนพิการจริง ควรจอดรถ 3 คันมากกว่า

          ภายหลังจากที่คลิปวิดีโอดังกล่าวแพร่ออกไป ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่จอดรถคนพิการ ควรสงวนให้คนพิการที่มีความจำเป็นต้องใช้เท่านั้น ไม่ใช่คนที่มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จะต้องมาใช้พื้นที่ตรงส่วนนั้น



24-08-2014 Parking Lot Survey : Central Bangna#1 (http://www.youtube.com/watch?v=ZwXKV14ZcI4#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=ZwXKV14ZcI4&feature=player_embedded-


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 01, 2014, 03:17:28 AM
สาววัย 25 ปี แต่งตัววาบหวิว สวมเสื้อชั้นในสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นกุด เมาซิ่งเก๋งโตโยต้า อัลติส พุ่งชนตอม่อสะพานลอยเมืองพัทยา นักข่าวที่จะเข้าไปบันทึกภาพเหตุการณ์และตำรวจที่พยายามจะเข้าช่วยเหลือกลับถูกด่าทอและใช้เท้าถีบพัลวัน
วันอาทิตย์ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 14:30 น.

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ร.ต.ท.ขวัญชัย นัมคณิตสรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาตอม่อสะพานลอย บริเวณเกาะกลางถนนสุขุมวิท พัทยากลาง ฝั่งขาเข้าสัตหีบ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เทา จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพุ่งชนเข้ากับเสาสะพานลอยบริเวณเกาะกลางถนนจนพังยับเยิน โดยมี น.ส.กบ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี เจ้าของรถ ที่อยู่ในชุดวาบหวิว สวมเสื้อชั้นในสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นกุด ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก เมื่อเห็นตำรวจจึงรีบเปิดประตูลงจากรถวิ่งหนีข้ามถนนไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเจ้าหน้าได้ตามไปพบตัว น.ส.กบ ที่หน้าปั้มน้ำมันบางจาก ห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย จึงพยายามจะเข้าช่วยเหลือและคุมตัวไปสอบปากคำ แต่ น.ส.กบ กลับโวยวายด่าทอตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนที่จะใช้เท้ากระโดดถีบใส่เป็นพัลวัน และยังด่าทอปัดกล้องของผู้สื่อข่าวในขณะที่กำลังบันทึกภาพ สุดท้ายทางตำรวจจึงจับ น.ส.กบ ใส่กุญแจมือ และรีบหาเสื้อผ้ามาคลุมร่างกายให้ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น.ส.กบ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงแจ้งข้อหา เมาสุราแล้วขับรถ และทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/263296/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%A3.-%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7-

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/811999.jpeg)

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/811996.jpeg)

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 06, 2014, 10:11:26 AM
.

แบบนี้ แย่มาก  ต้องจับอย่างเดียว ข้อหาพยายามฆ่า ครับ


------------------------------------------------------

สิบล้อจอมตบ คัมแบ็ค! ขับอย่างโหดเลย

-http://world.kapook.com/pin/54092d2e38217a943f000000-

สิบล้อจอมตบ คัมแบ็ค! มาคราวนี้จัดหนักความโหดเลย เหตุการณ์จากในคลิประบุว่าเกิดวันที่ 4 เดือนกันยานี้นี่เอง รถสิบล้อที่ขับมาอย่างเร็ว เข้าปาดหน้ารถเก๋งแบบกระทันหันว่าถ้าพลาดนิด มีกลิ้งตกข้างทางแน่นอน เกิดอันตรายกับคนขับได้เลยนะเนี่ย น่ากลัวจริงจัง ลองดูกันมันมาอีกแล้วกับ สิบล้อจอมตบ


สิบล้อ..จอมตบ !! (4/9/57) (http://www.youtube.com/watch?v=D0CVVIBWeWg#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=D0CVVIBWeWg-

สิบล้อ..จอมตบ !! (4/9/57)

.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 20, 2014, 07:22:06 AM
เรื่องนี้ก็ไม่ได้เมา

แต่ควรรู้ไว้


---------------------------------------------------------



ตร.รวบแก๊งลักรถใช้ “แจมเมอร์” ตัดสัญญาณรีโมต เตือน ปชช.หลังล็อกรถให้ตรวจเช็กทุกครั้ง
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    19 กันยายน 2557 15:09 น.


-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000107946-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011151801.JPEG)
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) โชว์เครื่องรบกวนสัญญาณ หรือ แจมเมอร์ ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ


ตำรวจภาค 1 รวบ 4 สมาชิกแก๊งโจรกรรมรถยนต์ออกตระเวนลักรถย่านปริมณฑล ใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ หรือ แจมเมอร์ รุ่นใหม่ รัศมีทำการ 200 เมตร ตัดสัญญาณรีโมตรถยนต์ ขณะที่รอง ผบ.ตร. เตือน ปชช. หลังล็อกรถให้ตรวจเช็กทุกครั้ง

 วันนี้ (19 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิรุฬห์ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถยนต์ ผู้ต้องหาจำนวน 4 คน คือ นายพิชิตชัย บุญมี หรือ ต้น อายุ 29 ปี ชาว จ.ปทุมธานี นายสาธร ม่วงสี หรือ เก่ง อายุ 32 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสมชาย ชื่นชม หรือ เมฆ อายุ 42 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ นายสายชล พึ่งอยู่ หรือ ตุ่น อายุ 30 ปี ชาว จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กน 4367 สระบุรี รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 1 กส 9608 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน กต 5952 ราชบุรี จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง กล่องอีซียู ใช้ติดเครื่องรถยนต์แทนกุญแจ 1 กล่อง รีโมตตัดสัญญาณ 1 อัน ตัวตัดสัญญาณ 1 อัน ประแจและไขควงอีกหลายรายการ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก กม.66 (มุ่งหน้าอำเภอบางปะอิน) ต.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา18.00 น. ของวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา
       
       พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีแก๊งโจรกรรมรถยนต์ ตระเวนก่อเหตุติดต่อกันในหลายพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนจนกระทั่งพบว่ามีภาพของ นายพิชิตชัย ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดหลายท้องที่ที่เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงติดตามสอบสวนจนทั่งสามารถจับกุมตัวนายพิชิตชัยได้พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน กต 5952 ราชบุรี ซึ่งเป็นรถที่ถูกขโมยมาจากห้างเทสโก้ โลตัส อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อเวลา 15.00 น.วานนี้ (18 ก.ย.) จากแนวทางการสอบสวนทราบว่าคนร้ายกลุ่มนี้มักจะไปดักรออยู่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าต่างๆ เมื่อพบรถที่ต้องการจะใช้รีโมตตัดสัญญาณกุญแจรถของผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายล็อกรถของตนเองได้ โดย นายสาธร จะทำหน้าที่ติดตามผู้เสียหายเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า เพื่อคอยบอกความเคลื่อนไหว จากนั้นนายพิชิตชัย จะเข้าไปในรถเพื่อใช้อุปกรณ์สตาร์ทรถยนต์ และให้ นายสายชล ทำหน้าที่ขับรถยนต์ของผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุเพื่อนำไปขายต่อให้นายหน้า
       
       จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมามากกว่า 10 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ซึ่งจะเลือกก่อเหตุในห้างสรรพสินค้า โดยรถที่ได้รับความนิยม คือรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ และรุ่นฟอร์จูนเนอร์ เมื่อได้รถมาแล้วจะนำไปขายให้กับนายหน้าในราคาคันละกว่า 100,000 บาท ก่อนจะนำเงินมาแบ่งกัน
       
       พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากที่ทางตำรวจได้เคยแจ้งเตือนประชาชนไปแล้วว่าปัจจุบันมีการใช้วิธีโจรกรรมรถแบบใหม่แพร่ระบาด โดยจะใช้เครื่องตัดสัญญาณรถก่อกวนสัญญาณ เมื่อเจ้าของรถเดินห่างออกไปก็จะลักลอบโจรกรรมรถทันที ซึ่งวันนี้ที่จับได้ก็เป็นการยืนยันว่ามีการใช้วิธีนี้ในการลักรถจริงๆ แต่ที่น่าตกใจคือจากการจับกุมครั้งนี้พบว่าเครื่องแจมเมอร์ที่ใช้ในการตัดสัญญาณรถนั้น เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่สามารถรบกวนสัญญาณได้ไกลถึง 200 เมตร ผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องมาอยู่ใกล้รถประชาชนขณะก่อเหตุ ทั้งนี้ อยากขอประชาสัมพันธ์อีกครั้งว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้รถด้วย เมื่อจอดรถและทำการล็อครถขอให้ตรวจเช็กดูอีกครั้งว่ารถท่านได้ล็อคเรียบร้อยแล้วเพื่อเป็นการป้องกันอีกขั้น หรือขณะกดล๊อกรถให้สังเกตุดูสัญญาณไฟกระพริบว่าขึ้นหรือไม่ และขออภัยที่ไม่สามารถบอกวิธีการในการโจรกรรมรถได้อย่างละเอียด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ทำให้มีคนเลียนแบบพฤติกรรมได้
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้ไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนนำตัวไปสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 20, 2014, 07:56:06 AM
สาวอยุธยาเป็นงง ต่อทะเบียนรถเก๋ง ดันเจอรถฝาแฝด เข้าแจ้งความด่วน


-http://hilight.kapook.com/view/108315-



(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/phatchara_N/news/14111162581411116388l.jpg)
สาวอยุธยาเอารถมาต่อทะเบียน แต่ดันเจอรถฝาแฝด

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

             สาวอยุธยาแจ้งความด่วน หลังนำรถเก๋งไปต่อทะเบียน แต่ทำไม่ได้ เพราะมีรถฝาแฝดมาต่อทะเบียนก่อนแล้ว คาดถูกสวมทะเบียนปลอม

             เมื่อช่วงสายวันที่ 19 กันยายน 2557 มีรายงานว่า นางวรัทยา ตรีสินธุ์ อายุ 46 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎศ 7222 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นรถที่มีความเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงที่ล้อแม็กซ์ มาที่กองพิสูจน์หลักฐาน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ารถยนต์คันใดเป็นรถที่ถูกต้องตามทะเบียนขนส่งกันแน่

           โดยนางวรัทยา เผยว่า ได้นำรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน ฎศ 7222 กรุงเทพมหานคร ของตนเองไปต่อภาษีและ พ.ร.บ. ประจำปี ที่ขนส่งฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 แต่ถูกปฏิเสธ เพราะมี นางรื่นรมย์ ใสสด ชาว จ.กาญจนบุรี นำรถเก๋งยี่ห้อและทะเบียนเดียวกัน เข้ามาต่อภาษีและ พ.ร.บ. ก่อนแล้วในวันที่ 9 มิถุนายน 2557 เธอจึงได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปราม ด้วยเชื่อว่ารถของเธอน่าจะถูกสวมทะเบียนปลอม

            ต่อมาเมื่อเธอได้นำรูปรถและทะเบียนไปแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งเป็นผู้จัดสินเชื่อให้นางรื่นรมย์ ติดต่อมาขอตรวจสอบรถทั้งสองคัน จึงพบว่า รถทั้งสองคันมีหมายเลขทะเบียนเดียวกัน สีเดียวกัน เลขตัวเครื่อง ตัวถังเหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างแค่ที่ซีเรียลบาร์โค้ดเท่านั้น

             ทั้งนี้นางวรัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เธอและสามีได้ออกรถคันดังกล่าวมาจากศูนย์ฮอนด้า จ.สมุทรปราการ ในชื่อสามี โดยเมื่อสามีเสียชีวิต รถคันดังกล่าวก็ตกทอดมาถึงเธอ โดยธนาคารที่ทำสินเชื่อเป็นผู้โอนให้ ซึ่งเธอก็ได้ทำการต่อภาษีและ พ.ร.บ. มาตลอด 2 ปี แต่มาปีนี้กลับถูกปฏิเสธ เพราะมีผู้นำรถที่เหมือนกับของเธอมาต่อภาษีไปแล้ว ซึ่งเมื่อขอตรวจสอบเอกสารจากไฟแนนซ์ของรถอีกคัน พบว่ามีเอกสารการโอนลอย ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของเธอ แต่ในเอกสารกลับเป็นลายเซ็นของใครก็ไม่รู้

            ทางด้านนายสมจิตร เจ้าของเต็นท์รถใน จ.สุพรรณบุรี ผู้นำรถฮอนด้า ซีวิค อีกคันเข้ามาตรวจสอบ ได้เผยว่า น้องชายของเขาได้ติดต่อซื้อรถคันนี้มาจาก นายวัฒนพล เจริญภักดี ชาว จ.ราชบุรี โดยก่อนที่จะซื้อขาย ได้ตรวจสอบไปที่กรมการขนส่งฯ แล้วว่า รถคันดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย มีการเซ็นสัญญาโอนลอยกัน ต่อมาก็ได้ขายรถให้นางรื่นรมย์ ซึ่งในขั้นตอนการต่อทะเบียนก็ไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่ามีรถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน ทะเบียนเดียวกัน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้นำรถเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเขาถูกหลอกขายรถมาหรือไม่

            อนึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 ได้รับรถทั้งสองคันไว้ตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนตามเอกสารทะเบียนขนส่ง ว่าคันไหนมีรายละเอียดหมายเลขตามอุปกรณ์และเครื่องยนต์ที่แท้จริง ก่อนจะดำเนินการกับรถคันที่ผิดกฎหมายต่อไป



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE1URXhOakkxT0E9PQ==&subcatid=-

.





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 20, 2014, 08:59:06 PM
ยกย่องตำรวจที่ทำหน้าที่ที่ถูกต้องครับ

และต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับคนขับชั่วๆแบบนี้

------------------------------------------------------------------



คลิปตำรวจจับรถตู้คิดเกินราคา ไล่สาวท้องแก่ลงจากรถ คนแชร์ว่อน

-http://hilight.kapook.com/view/108345-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime2/page_2.jpg)


คลิปตำรวจจับรถตู้คิดเกินราคา ไล่สาวท้องแก่ลงจากรถ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)

            โลกโซเชียลฯ แห่แชร์คลิปนายตำรวจตัวอย่าง จับคนขับรถตู้คิดเงินเกินราคา ไล่คนท้องลงจากรถ โดยไม่สนที่คนขับอวดเบ่งว่ารู้จักนายตำรวจยศใหญ่

            วันนี้ (20 กันยายน 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมีการแชร์คลิปที่มีชื่อว่า "ตำรวจตัวอย่าง จับรถตู้คิดเกินราคา (19/09/57)" ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถูกโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง YouLike (คลิปเด็ด) โดยผู้ถ่ายคลิป ระบุว่า คนขับรถตู้คันดังกล่าวคิดเงินเกินราคา โดยคิดเงินจากศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิล์ด สำโรงไป จ.ชลบุรี 120 บาท จะลงตรงไหนก็คิดราคาเดียวกัน ซึ่งต่อมามีหญิงท้องแก่ขึ้นรถและถามว่า ทำไมไม่คิดราคาตามระยะทาง คนขับรถตู้ก็โวยวายและขู่ว่าเถ้าแก่เคลียร์กับผู้กำกับท้องที่ต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ขนส่งไว้แล้ว พร้อมไล่คนท้องลงจากรถจนล้มลงริมฟุตบาท แต่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจคนในคลิปเห็นจึงเข้ามาช่วยเหลือทันที

            ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคันดังกล่าว ได้กล่าวกับคนขับรถตู้ว่า ตนเองไม่สนว่าใครจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่เกี่ยว คุณจะไล่ผู้โดยสารลงจากรถตู้ไม่ได้ จากนั้นได้เขียนใบสั่งทันที และจะประสานงานกรมขนส่งเพื่อดำเนินคดีกับคนขับรถตู้ต่อไป

            จากการโพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ ตนเจอบ่อยมากรถตู้ที่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ซึ่งตนคิกว่าน่าจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับรถตู้ทั่วประเทศ ถ้าเป็นไปได้ควรจะมีการทำตารางค่าโดยสารตามระยะทางติดไว้บนรถเพื่อความยุติธรรมให้กับผู้โดยสารด้วย นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่ปรากฎอยู่ในคลิปมีชื่อว่า ผู้กองตั้ม หรือ ร.ต.ท. ศฐา สัตยวาที สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมบอกว่า ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของตำรวจไทย


https://www.facebook.com/video.php?v=898712820249389 (https://www.facebook.com/video.php?v=898712820249389)
-https://www.facebook.com/video.php?v=898712820249389-
คลิป ตำรวจตัวอย่าง จับรถตู้คิดเกินราคา! (19/9/57) โพสต์โดย เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 05, 2014, 07:13:01 AM
.

เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง





----------------------------------------------------------------------------------


ญาติ-เพื่อนวงการแข่งรถ รับศพแชมป์แรลลี่ชื่อก้องโลก เหยื่อเมาซิ่งชนด่าน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    4 ตุลาคม 2557 11:48 น.

-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000114154-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796401.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796402.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796403.JPEG)


ศูนย์ข่าวศรีราชา - ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงในวงการแข่งรถยนต์ร่วมเดินทางรับศพแชมป์รถยนต์แรลลี่หฤโหดชื่อก้องโลกไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเขากระโดน ต.สองสลึง อ.แกลง หลังเสียชีวิตจากเหตุขี้เมาขับระบะชนด่านตรวจ 3 คันรวดที่ชลบุรี
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเสียชีวิตของแชมป์รถยนต์แรลลี่หฤโหดชื่อก้องโลก จากอุบัติเหตุคนเมาแล้วขับซิ่งกระบะชนรถยนต์ 3 คันรวด ที่กำลังรอเข้าด่านตรวจของสถานีตำรวจภูธรเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นักแข่งรถชื่อก้องโลกและครอบครัวถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในรถว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (4 ต.ค.) บรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และคนสนิทของครอบครัว นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ อายุ 56 ปี ได้พากันเดินทางไปรับศพที่ห้องโรตารี่ โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเขากระโดน ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
       
       โดยนางนันทา บุญช่วยเหลือ น้องสาวที่กำลังอยู่ในอาการเศร้าโศก ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดระยอง พร้อมบิดา และญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนสนิทในวงการรถแข่ง ได้เดินทางมารับศพตั้งแต่ช่วงเช้า แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้นำศพออกไปได้ เพราะต้องทำการชันสูตรศพทั้ง 3 ประกอบด้วย นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ นางกมลพรรณ ภรรยาวัย 38 ปี และลูกสาว น้องข้าวหอม อายุ 9 ขวบ ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าช่วงบ่ายจึงจะนำศพกลับไปได้
       
       ทั้งนี้ นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ อยู่ในวงการแข่งขันรถยนต์มานานกว่า 30 ปี จนได้รับฉายาว่า ป๋าวอ ซึ่งเพื่อนฝูงในวงการรถแข่งบอกว่า นายวรพจน์ มักสอนการขับแข่งรถให้แก่คนรู้จักกัน และรักการแข่งรถอย่างจริงจัง จนมีลูกศิษย์ลูกหาเต็มเมือง ซึ่งการจากไปของนายวรพจน์ ทำให้วงการแข่งรถขาดคนดีมีฝีมือที่จะทำชื่อเสียงสู่ประเทศไทยไปอีกคน โดยล่าสุด นายวรพจน์ เพิ่งได้รับ 9 รางวัล จากการแข่งขันแรลลี่ในประเทศออสเตรเลีย



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 05, 2014, 08:45:11 AM
ตั้ง 2 ข้อหาหนุ่มเมาซิ่งชนรถนักแข่งรถชื่อดังดับอนาถ-แจ้งขนส่งเพิกถอนใบอนุญาต

-http://crime.tnews.co.th/content/109624/-


ตร.ตั้ง 2 ข้อหาหนุ่มเมาแล้วซิ่ง ชน 3 คนรวดหน้าด่านตรวจคร่าชีวิตนักแข่งรถชื่อดังเสียชีวิตพร้อมครอบครัว แจ้งสำนักงานขนส่ง เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.ระยองแล้ว
     

วันนี้ (4 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถชน 3 คันรวดขณะจอดรอเข้าด่านตรวจค้น สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุให้ นายวรพจน์ นางกมลพรรณ (ดาราธร) บุญช่วยเหลือ  ภรรยา และน้องข้าวหอม หรือ ด.ญ.พัทยาธรณ์ บุญช่วยเหลือ บุตรสาววัย 9 ขวบเสียชีวิตทั้งครอบครัวเนื่องจากการถูกไฟคลอก ล่าสุด พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.เสม็ด ได้มอบมอบหมายให้ พ.ต.ท.วุฒิพงศ์ นามแสง พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี เดินทางไปแจ้งข้อหากับ นายสิวาวุฒิ มุขทระโทสา อายุ 26 ปี พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร  2 ข้อหาด้วยกันคือ ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถในขณะมึนเมาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
     

นอกจากนั้นยังแจ้งไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ โดยหลังการแจ้งข้อกล่าวหายังจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวัง หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ว่าผู้ก่อเหตุมีอาการดีขึ้นจากการเจ็บหน้าอก เพื่อเตรียมนำตัวมาดำเนินตามกฎหมาย
     

ขณะที่บรรยากาศการรับศพครอบครัวนายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีบรรดาญาติพี่น้องและกรรมการบริษัท สมาร์ท โปรโมชั่น จำกัด กลุ่มน้ำมันเครื่อง เอลฟ์ ผู้สนับสนุนหลัก เดินทางมารับศพอย่างเนื่องแน่น โดยจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดเขาชากกระโดน ต.ชากกระโดน อ.แกลง จ.ชลบุรี เป็นเวลา 7 วัน



--------------------------------------------


.

เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง





----------------------------------------------------------------------------------


ญาติ-เพื่อนวงการแข่งรถ รับศพแชมป์แรลลี่ชื่อก้องโลก เหยื่อเมาซิ่งชนด่าน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    4 ตุลาคม 2557 11:48 น.

-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000114154-

([url]http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796401.JPEG[/url])

([url]http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796402.JPEG[/url])

([url]http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000011796403.JPEG[/url])


ศูนย์ข่าวศรีราชา - ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงในวงการแข่งรถยนต์ร่วมเดินทางรับศพแชมป์รถยนต์แรลลี่หฤโหดชื่อก้องโลกไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเขากระโดน ต.สองสลึง อ.แกลง หลังเสียชีวิตจากเหตุขี้เมาขับระบะชนด่านตรวจ 3 คันรวดที่ชลบุรี
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเสียชีวิตของแชมป์รถยนต์แรลลี่หฤโหดชื่อก้องโลก จากอุบัติเหตุคนเมาแล้วขับซิ่งกระบะชนรถยนต์ 3 คันรวด ที่กำลังรอเข้าด่านตรวจของสถานีตำรวจภูธรเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นักแข่งรถชื่อก้องโลกและครอบครัวถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในรถว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (4 ต.ค.) บรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และคนสนิทของครอบครัว นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ อายุ 56 ปี ได้พากันเดินทางไปรับศพที่ห้องโรตารี่ โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเขากระโดน ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
       
       โดยนางนันทา บุญช่วยเหลือ น้องสาวที่กำลังอยู่ในอาการเศร้าโศก ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดระยอง พร้อมบิดา และญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนสนิทในวงการรถแข่ง ได้เดินทางมารับศพตั้งแต่ช่วงเช้า แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้นำศพออกไปได้ เพราะต้องทำการชันสูตรศพทั้ง 3 ประกอบด้วย นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ นางกมลพรรณ ภรรยาวัย 38 ปี และลูกสาว น้องข้าวหอม อายุ 9 ขวบ ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าช่วงบ่ายจึงจะนำศพกลับไปได้
       
       ทั้งนี้ นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ อยู่ในวงการแข่งขันรถยนต์มานานกว่า 30 ปี จนได้รับฉายาว่า ป๋าวอ ซึ่งเพื่อนฝูงในวงการรถแข่งบอกว่า นายวรพจน์ มักสอนการขับแข่งรถให้แก่คนรู้จักกัน และรักการแข่งรถอย่างจริงจัง จนมีลูกศิษย์ลูกหาเต็มเมือง ซึ่งการจากไปของนายวรพจน์ ทำให้วงการแข่งรถขาดคนดีมีฝีมือที่จะทำชื่อเสียงสู่ประเทศไทยไปอีกคน โดยล่าสุด นายวรพจน์ เพิ่งได้รับ 9 รางวัล จากการแข่งขันแรลลี่ในประเทศออสเตรเลีย
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 07, 2014, 07:20:40 AM
เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หากคนขับรถ
รู้จักและเคารพในกฎจราจร

และได้รับการอบรมจากครอบครัว , สถาบันการศึกษา และ วัด มาเป็นอย่างดี

จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

.-------------------------------------------------------------------------------


ศาลสั่งจำคุก 1 เดือน หนุ่มขับรถเก๋งมิตซูฯ ซิ่งปาดหน้า

-http://hilight.kapook.com/view/110800-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/belle/10407332_282791441909693_2432130783996717648_n.jpg)


รู้ตัวแล้ว หนุ่มขับรถเก๋งมิตซูฯ ซิ่งปาดหน้า จอดท้าชกคู่กรณี

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02

        ตำรวจรู้ตัวแล้ว กรณีคลิปหนุ่มขับรถเก๋งมิตซูฯ ซิ่งปาดหน้า แข่งกันที่ ถ.บางนา-ตราด พร้อมท้าชกคู่กรณี บุกรวบตัวได้ที่คอนโดในย่านอุดมสุข ก่อนศาลสั่งจำคุก 1 เดือน

        หลังจากที่มีกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ รถเก๋งคันหนึ่งขับรถด้วยความเร็ว และปาดหน้ากันไม่ลดละกับรถเก๋งอีกคันที่ติดกล้อง ซึ่งรถเก๋งคันนี้ มีเด็กและผู้หญิงนั่งอยู่ในรถด้วย แม้ว่าฝ่ายหญิงจะเตือนให้ฝ่ายชายหยุดขับรถแข่งกับรถเก๋งอีกคัน แต่ฝ่ายชายก็ไม่ลดละ ยังต้องการเอาชนะ จนถึงขั้นมีการเปิดไฟกะพริบและชะลอกันจนรถชนกัน พร้อมกับมีเสียงสนทนาให้ลงมาเคลียร์กันตัวต่อตัว ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวได้มีการแชร์กันมากมาย และมีการตั้งคำถามถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ล่าสุด (6 พฤศจิกายน 2557) กองบังคับการตำรวจจราจร ก็ได้ออกมาเผยว่า รู้แล้วว่าจอมปาดคนนั้นคือใคร

        ล่าสุด ศาลจังหวัดพระโขนง ได้พิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา และนำตัวส่งเข้าเรือนจำต่อไป

        ขณะที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่า...

        "จากคลิปรถ ฆถ-2238 กทม ที่ขับรถ ถนนบางนาตราด กม.2 ที่ส่งมา และแชร์กันอย่างแพร่หลาย ตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว เป็นทะเบียนรถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา รถจดทะเบียน มิ.ย. 55 เครื่อง 1798 ซีซี เจ้าของรถเป็นสุภาพสตรี อายุ 32 ปี อยู่แถวซอยอุดมสุข* บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่คนขับรถตามคลิป โดยต้องขอขอบคุณ นักสืบโซเชียลทั้งหลาย โดยเฉพาะ เพจ The Dark Knights II แอดมิน หัวหน้ากิล ที่สืบหาจนได้ตัวผู้ขับขี่ผู้ชายที่ขับขี่รถในวันเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว ก่อนที่จะปิดเฟซหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ได้ไปติดตามตัวผู้ขับขี่พร้อมรถ ที่คอนโดในซอยอุดมสุขและที่ทำงาน จับกุมมาแล้วจะรายงานให้ทราบต่อไปครับ ส่วนข้อหา ตามที่ลงข้อกฎหมายให้ทราบในเพจที่ผ่านมาครับ โดยขณะนี้ ผกก.สน.บางนา ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทุกข้อหาที่ทำผิดครับ"

        ส่วนในโลกออนไลน์นั้น ได้มีการสืบเสาะและพบว่า รถเก๋งมิตซูฯ คันนี้เป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผู้ชายที่เป็นคนขับในคลิปนั้นอาจจะเป็นแฟนของผู้หญิงเจ้าของรถ และตำรวจจราจร สน.บางนา จะเข้าไปดำเนินการต่อไป

        ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ได้เข้าจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้ที่คอนโดมีเนียม ในซอยอุดมสุขแล้ว พร้อมกับตั้งข้อหาตามความผิด ดังนี้

        มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ

        (1) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
        (3) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
        (4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
        (5) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
        (6) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
        (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

        มาตรา 157 ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 43 วรรค 3 4 7 6 หรือ 9 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 400 - 1,000 บาท

        มาตรา 160 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตราย สาหัสถึงตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 วรรค 1 5 หรือ 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


http://www.youtube.com/watch?v=2sV7WoSS3CI (http://www.youtube.com/watch?v=2sV7WoSS3CI)
-http://www.youtube.com/watch?v=2sV7WoSS3CI-


http://www.youtube.com/watch?v=Jd3G-e674iA (http://www.youtube.com/watch?v=Jd3G-e674iA)
-http://www.youtube.com/watch?v=Jd3G-e674iA-
เรื่องเล่าเช้านี้ รู้ตัวแล้ว หนุ่มในคลิปขับรถปาดหน้าสุดอันตรายบน ถ.บางนา-ตราด (6 พ.ย.57)









หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 08, 2014, 04:37:52 PM
หากขับรถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์

รู้จักการปฎิบัติตามกฎจราจร 

เหตุการณ์นี้ ไม่เกิดขึ้น


---------------------------------------------


คลิป ขับรถเดือด ปาดหน้า แกล้งเบรก แต่คราวนี้โดนด่ายับทั้งคู่
-http://hilight.kapook.com/view/110910-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/belle/oADgUA0SiXM-2.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Neko As สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           หวิดมีเรื่อง ชาวเน็ตเผยคลิป ขับรถเดือด ! ปาดหน้า แกล้งเบรก เผยให้เห็นผู้ใช้รถที่โมโหถูกบีบแตรใส่ แกล้งชับรถปาดหน้าแล้วเบรกหลายครั้ง จนหวิดจะเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ชาวเน็ตวิจารณ์ ผิดทั้งคู่

           ความปลอดภัยบนท้องถนน คงจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากหากผู้ขับขี่ใช้อารมณ์ในการขับขี่ และไม่รู้จักรักษามารยาทบนท้องถนน ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิป "ขับรถเดือด! ปาดหน้า แกล้งเบรก" ที่ผู้ใช้ชื่อ Neko As ได้นำมาเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ยูทูบในวันนี้ (8 พฤศจิกายน 2557)

           จากคลิปความยาว 6.30 นาทีนี้ เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าของรถคันหนึ่งต้องบันดาลโทสะ เมื่ออยู่ดี ๆ ก็ถูกรถคันสีขาวที่ขับอยู่เบื้องหน้าปาดหน้า ทั้งยังแกล้งเบรกในระยะกระชั้นชิดจนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเมื่อผู้ขับขี่รายนี้พยายามเปลี่ยนเลนออกไป รถคันที่ขับอยู่เบื้องหน้าก็ยังไม่แล้วเลิก ยังแกล้งเบียดรถเข้ามาปาดหน้าซ้ำอีกหลายครั้งจนหวิดจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น และสิ่งที่ทำให้เขาโมโหมากที่สุดก็คือภายในรถของทั้งตัวเขาและคู่กรณีต่างก็มีเด็กอยู่ในรถด้วยกันทั้งคู่

           ด้านผู้ขับรถที่โมโหเป็นอย่างมากจึงพยายามขับตามไปประกบด้านข้าง และโบกให้รถของอีกฝ่ายจอดลงมาพูดคุยกัน ซึ่งพบว่าฝ่ายคู่กรณีเป็นชายมีอายุและต่อว่าฝั่งผู้ถ่ายคลิปทันทีว่าขับรถอย่างนี้ได้อย่างไรกัน จนเกิดการโต้เถียงกันเนื่องจากต่างฝ่ายต่างโมโหในพฤติกรรมการขับรถของอีกฝ่าย ขณะที่คู่กรณีพยายามอ้างว่าตนขับรถอยู่ในเลนของตน จะเบียดอีกฝ่ายได้อย่างไร

           จนกระทั่งคนที่ขับรถตามมาได้ลงไปชี้แจงว่า รถของเขาถูกแท็กซี่คันหนึ่งขั้บเบียดเข้ามาจากใต้สะพาน เขาจึงบีบแตรเพื่อตำหนิคนขับแท็กซี่ที่เบียดรถเข้ามา แต่ทันใดนั้นกลับถูกรถยนค์คันนี้ขับเบียดเข้ามาปาดหน้า ทั้งยังแกล้งเบรกอีกหลายครั้งจนหวิดจะเกิดอุบัติเหตุ

           ในตอนนี้เองที่คู่กรณีได้ยอมรับว่า ฝ่ายเขาเองนึกว่าฝั่งนี้บีบแตรเพื่อไล่เขา จึงไม่พอใจแล้วแกล้งขับรถปาดหน้าดังกล่าว ซึ่งนั่นทำให้อีกฝ่ายตำหนิว่าเขาไม่ควรจะทำเช่นนี้ เพราะในรถต่างก็มีเด็กทั้งคู่ หากว่าฝ่ายตนเบรกไม่ทันแล้วเกิดชนกันขึ้นมาจะทำอย่างไร ทั้งนี้เรื่องจบลงด้วยการที่ฝ่ายคู่กรณีกล่าวคำขอโทษเพื่อให้เรื่องจบ ก่อนจะขับรถหนีออกไป

           อย่างไรก็ตาม ด้านผู้ที่ได้ชมคลิปดังกล่าวต่างมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าของคลิปที่ใจร้อนเกินไป ไม่ควบคุมอารมณ์ตนเอง และฝ่ายคู่กรณีที่ขับรถได้แย่และกวนอารมณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นหากทั้ง 2 ฝ่ายควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ บางคนยังมองว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนสมัยนี้ไร้น้ำใจ โมโหอีกฝ่ายเพราะถูกบีบแตรใส่ จนลืมนึกถึงชีวิตน้อย ๆ ที่อยู่ภายในรถ แล้วมาขับขี่รถเช่นนี้

ในขณะที่บางคนยังตำหนิด้วยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะขับรถเข้าไปจอดเพื่อตกลง เจรจากันภายในปั๊มน้ำมันหรือที่้ข้างทาง ไม่ใช้จอดทะเลาะกันกลางถนนเช่นนี้ เพราะอาจทำให้รถคันอื่นที่ไม่รู้เรื่องด้วยประสบอุบัติเหตุจากการกระทำดังกล่าวได้



-http://www.youtube.com/watch?v=oADgUA0SiXM&feature=player_embedded-
 
คลิป ขับรถเดือด! ปาดหน้า แกล้งเบรค  โพสต์โดย Neko As สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

.



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 16, 2014, 09:47:58 AM
ไอ้พวกเมาแล้วขับรถ

วงศ์ตระกูลอบรมมาแบบนี้

ถึงได้เมาแล้วขับรถ


พวกเมาแล้วขับรถ

ต่อให้ตายเพื่อใช้ความผิด

แล้วกลับมาเกิดใหม่

แล้วตายเพื่อใช้ความผิด

อีก 100 ชาติ  ก็ไม่เพียงพอกับการชดใช้ความผิด



ขอภาวนาให้คนเมาแล้วขับรถชน
กลุ่มคนที่สารพัดอ้างคำพูดที่ช่วยแก๊งค์เมาแล้วขับ


-----------------------------



ตำรวจเตะคนเมาขับรถชน พ่อเหยื่อถามกลับ ทำผิดตรงไหน

-http://hilight.kapook.com/view/111319-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/hitnews/poli_1.jpg)


ตำรวจเตะคนเมาขับรถชน พ่อเหยื่อถามกลับ ทำผิดตรงไหน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)

            ตำรวจเตะคนเมาถูกสั่งย้ายฟ้าผ่า พ่อของเด็กหญิงที่ถูกคนเมาขับรถชนบาดเจ็บ ถามกลับ ตำรวจทำผิดตรงไหน แล้วคนเมาขับรถชนคนอื่นไม่ทำเกินกว่าเหตุหรือ ขณะที่ชาวเน็ตมองสองฝั่ง ทั้งเห็นใจตำรวจ และระบุว่าตำรวจก็ทำผิดจริง

            จากกรณีที่มีชายคนหนึ่งดื่มสุราจนเมาแล้วไปขับรถชนคนอื่น รวมทั้งเฉี่ยวชนรถยนต์อีกหลายคันในจังหวัดนครสวรรค์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสกัดจับอยู่นาน กว่าจะสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และก็ทำให้นายตำรวจคนหนึ่งใช้เท้าเตะชายคนนี้ที่ถูกจับใส่กุญแจมือไพล่หลังจนสลบเหมือด ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่ยืนมองอยู่ ดังที่ปรากฏเป็นคลิปแชร์ว่อนในสังคมออนไลน์ เป็นเหตุให้นายตำรวจคนดังกล่าวถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

            อีกด้านหนึ่ง มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ระบายความในใจว่า เป็นพ่อของเด็กหญิงที่ถูกชายเมาคนดังกล่าวขับรถชน โดยชายคนนี้นอกจากจะขับรถชนลูกสาวของเขาแล้ว ยังไปชนรถคันอื่นอีก 6 คัน ตนจึงสงสัยว่าตำรวจเตะคนกระทำผิดเช่นนี้ถือว่าผิดตรงไหน แต่กลับถูกสั่งย้ายเพราะทำเกินกว่าเหตุ แล้วคนที่เมาแล้วขับรถชนคนอื่นไม่ทำเกินกว่าเหตุหรืออย่างไร

          "ช่วยแชร์หน่อยเพื่อน ใครได้ดูคลิปตำรวจ นว. เตะคนเมาไอ้เ-ย คนขับมันชนลูกกูแล้วหนีและไปชนรถคนอื่นอีก 6 คัน ตำรวจเตะคนผิดมันผิดตรงไหน มันเมาแล้วขับรถชนคน ตอนนี้ตำรวจที่จับมันได้โดนย้าย เนื่องจากทำเกินกว่าเหตุ แล้วคนเมาขับรถชนคนอื่นแม่งไม่ทำเกินกว่าเหรอ"


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/hitnews/page_20.jpg)
เด็กหญิงที่ถูกชายเมาขับรถชน



            ทั้งนี้ก็มีคนแชร์ข้อความนี้ต่อกันมากมาย โดยส่วนหนึ่งก็เข้ามาให้กำลังใจคุณพ่อ พร้อมให้กำลังใจตำรวจที่ช่วยระงับเหตุไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นคนเมาอาจขับรถไปชนคนอื่นจนเกิดเหตุน่าสลดกว่านี้ ขณะที่อีกส่วนก็มองว่า เรื่องนี้ตำรวจถือว่ามีความผิดจริง เพราะไปทำร้ายผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหาคนนั้นก็มีความผิดอยู่แล้ว ดังนั้นต้องแยกให้ออกด้วยเช่นกัน และในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ควรใช้อารมณ์เช่นนี้

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 16, 2014, 06:26:30 PM
ไม่เห็นด้วยกับการไล่ออก

ทีเวลาที่ตำรวจทำผิดกฎหมาย เช่น รับเงิน  ไม่เห็นไล่ออก

แต่กับการเตะพวกเมาแล้วขับ ทำให้ผู้ที่ไม่รู้เรื่อง เกิดการบาดเจ็บ (บางครั้งทำให้พิการ) หรือ เสียชีวิต 


-------------------------------------------------------------------------------------------


ตำรวจเตะคนเมาถูกให้ออกแล้ว ผู้เสียหายวอนทบทวนบทลงโทษ


-http://hilight.kapook.com/view/111378-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร
 
             ตำรวจเตะคนเมามีความผิดจริง มีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว ด้านผู้บาดเจ็บเล่านาทีถูกชน พร้อมวอนทบทวนบทลงโทษตำรวจ ชี้ ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

             สืบเนื่องจากคดี ดาบตำรวจ ภรเดช เดชโชติ ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ใช้เท้าเตะ นายไกรสิทธิ์ วรเชษฐ์ ผู้ต้องหาเมาสุราที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเหตุให้ถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการ เนื่องจากทำเกินกว่าเหตุดังที่ปรากฏในคลิปว่อนโลกไซเบอร์ ก่อนที่พ่อของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ถูกคนเมาคนดังกล่าวขับรถชนได้รับบาดเจ็บออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถามหาความเป็นธรรม ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

             ความคืบหน้าวันนี้ (16 พฤศจิกายน 2557) รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ช่อง 3 รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม นายทิพากร สอนกิจ บิดาของน้องน้ำฟ้า ที่ถูกคนเมาขับรถชนได้รับบาดเจ็บว่า ขณะนี้น้องน้ำฟ้ายังมีร่องรอยถลอกที่บริเวณแขนและขา ต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน ที่ผ่านมาหลังจากน้องถูกรถชนก็ไม่เคยมีใครมาเหลียวแล มีแต่ตำรวจชุดที่จับกุมคนชนมาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับตำรวจที่ถูกสั่งย้ายก็ให้กำลังใจเช่นกัน ต่างกับคนก่อเหตุที่ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว แต่ไม่เคยมาเยี่ยมหรือสอบถามอะไรทั้งสิ้น

             คุณพ่อบอกว่าที่โพสต์เฟซบุ๊กลงไป เพราะไม่พอใจที่ตำรวจคนดังกล่าวโดนสั่งย้าย จึงอยากบอกให้สังคมรับรู้ถึงที่มาที่ไปที่ตำรวจต้องทำเช่นนั้น เพราะหากคนเมาขับรถพ้นจากหน้าโรงเรียนที่ชนลูกสาวไป โดยไม่ถูกตำรวจจับไว้ได้ก่อน ก็อาจเกิดเรื่องใหญ่กว่านี้ เพราะข้างหน้าเป็นตลาดสดที่มีคนพลุกพล่าน ตนจึงมองว่าสิ่งที่ตำรวจทำไปนั้นไม่เกินกว่าเหตุเลย อยากให้ทบทวนการสั่งย้ายตำรวจคนนี้โดยพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านก่อน

             ขณะที่พยานอีกคนคือ นางอนงค์นาถ นีลเซ่น ซึ่งบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์จอดรถไฟเขียวอยู่ โดยมีเด็กนั่งมาด้วย เมื่อสัญญาณไฟเขียวปรากฏขึ้น ตนก็ออกตัวขับรถออกไป แต่กลับเห็นรถของนายไกรสิทธิ์ขับฝ่าไฟแดงออกมา และมาเฉี่ยวชนรถตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ 3 คน ก่อนจะขับรถหนีไป ภายหลังทราบว่านายไกรสิทธิ์ถูกตำรวจจับกุมตัวไว้ได้ แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่มีการติดต่อมาขอโทษหรือสอบถามอาการอะไรทั้งสิ้น

             อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า พ.ต.อ. คณากร รุ่งขจรกลิ่น ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ระบุว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้เสร็จสิ้นแล้ว พบว่า ดาบตำรวจ ภรเดช มีความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว และจะมีการดำเนินคดีด้านอาญาและวินัยต่อไป

             ด้าน ดาบตำรวจ ภรเดช ได้ออกมากล่าวขอโทษที่กระทำเช่นนั้น โดยระบุว่า ในเวลานั้นผู้ต้องหาอยู่ในสภาพที่เมาสุราอย่างหนัก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนไปสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน และทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย

             ทั้งนี้ ดาบตำรวจ ภรเดช ยังได้เล่าถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าโรงเรียน ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์ขับย้อนศรเฉี่ยวชนและหลบหนี จึงได้ออกติดตาม และพยายามสกัดจับ แต่ผู้ต้องหายังพยายามหลบหนี จนไปเฉี่ยวชนรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มอีก ทำให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีก 3 ราย ก่อนจะขับรถมาเบียดตน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่แขนและขาด้วย กระทั่งผู้ต้องหาเจอรถติด ไม่สามารถขับรถต่อไปได้ จึงถูกจับกุมได้ในที่สุด ทั้งนี้ตนยอมรับว่าหลังจากใส่กุญแจมือเกิดบันดาลโทสะ จึงเตะเข้าที่หน้าอกผู้ต้องหา 1 ครั้ง และขอยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

             อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า โทษที่ดาบตำรวจ ภรเดช ได้รับนั้นหนักไปหรือไม่ รวมทั้งผู้เสียหายก็ได้วอนให้ทบทวนบทลงโทษครั้งนี้ด้วย


 http://www.youtube.com/watch?v=xIkW5tNdYTE&index=3&list=UU5wKpLWxAZBZrunls3mzwEw (http://www.youtube.com/watch?v=xIkW5tNdYTE&index=3&list=UU5wKpLWxAZBZrunls3mzwEw)
-http://www.youtube.com/watch?v=xIkW5tNdYTE&index=3&list=UU5wKpLWxAZBZrunls3mzwEw-
เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ชาวเน็ตโพสต์ภาพ 'เณรคำ' ล่าสุด ยังกบดานสหรัฐฯ (16พ.ย. 57)
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 22, 2014, 07:22:30 PM

คดีน้องการ์ตูน ชาวเน็ตแห่ประโคมข่าว พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือ


-http://hilight.kapook.com/view/111738-



(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/aa.jpg)
ชาวเน็ตแห่ประโคมข่าว พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือ คุณแม่น้องการ์ตูน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก The Dark Knights ll, รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

          ชาวเน็ตร่วมใจ บริจาคเงินช่วยเหลือ น้องการ์ตูน และคุณแม่ เหยื่อนักซิ่ง พร้อมทวงความยุติธรรมคืนแก่แม่ลูก หลังคดีไม่คืบ ยังไม่ได้รับการเยียวยา

          วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2557) จากกรณี นางสาวน้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม ขับรถกระบะพุ่งชนสองพ่อลูกที่หน้าร้านสเต๊กลุงใหญ่ ปากซอยเอกชัย 119 จนเป็นผลให้ผู้เป็นพ่อเสียชีวิต ขณะที่ น้องการ์ตูน ลูกสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุได้เกิดตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2557 แต่แม้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายเดือน จนถึงบัดนี้ทางครอบครัวของผู้เสียหายยังคงไม่ได้รับความยุติธรรมจากฝั่งนักซิ่ง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลน้องการ์ตูนที่อีกฝ่ายสัญญาว่าจะรับเป็นภาระให้จนกว่าน้องจะหาย แต่จนบัดนี้ค่ารักษาน้องการ์ตูนทะลุ 1.5 ล้านบาทแล้ว อีกฝ่ายก็ยังคงไม่จ่าย แถมยังขอต่อรองลดค่าเสียหายในการซ่อมรถจาก 3.5 แสนบาท เหลือเพียงแค่ 2.5 แสนบาทอีกด้วยนั้น

          จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ของครอบครัวน้องการ์ตูนมีแค่ผู้เป็นแม่เพียงคนเดียวที่รับภาระในการหาเลี้ยงครอบครัว ประคองธุรกิจร้านอาหาร และหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาล แถมยังต้องถูกซ้ำเติมจากช่องว่างทางกฎหมาย ทำให้ทางครอบครัวเดือนร้อนอย่างหนัก แถมค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นก็ยังไม่ได้รับจากคู่กรณีอีกด้วย ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแสดงความต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวดังกล่าว

  ขณะที่ทางเพจ The Dark Knights ll ก็ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งสื่อกลางที่ร่วมแชร์ต่อเรื่องราว เพื่อหวังเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของน้องการ์ตูน พร้อมกันนี้ยังได้นำเลขบัญชีของคุณแม่น้องการ์ตูนมาเปิดเผย เพื่อเปิดรับเงินบริจาคสำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือน้องการ์ตูนต่อไป

        และนับจากนั้นก็ได้มีกระแสน้ำใจจากชาวเน็ต หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย มีผู้ร่วมสมทบทุนบริจาคเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวดังกล่าวมากมาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเงินที่มากหรือน้อยก็ตาม แต่นั่นก็ถือเป็นเส้นทางน้ำใจที่ช่วยพยุงชีวิตน้อย ๆ ของน้องการ์ตูนไว้ได้ โดยที่คุณแม่ของน้องการ์ตูนก็ได้ยืนยันว่า เงินบริจาคทั้งหมดที่ได้ จะใช้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลน้องการ์ตูนเท่านั้น

          ทั้งนี้ทางเพจ The Dark Knights ll ยังได้ทิ้งท้ายว่า "เครดิต ในนามของแอดมิน The Dark Knights ทั้งหมด พวกเราเป็นแค่กลุ่มคนร่วมอุดมการณ์ มีทั้ง หมอ หมอฟัน พระ ทนาย เภสัช นักธุรกิจพันล้าน นักธุรกิจ นักเขียนโปรแกรม นักบิน นักทำงาน นักอยู่ต่างประเทศ นักศึกษา นักเรียน เลขา ล่าม มือปืน ตำรวจ ทหาร และมีเครือข่ายอีกมากมาย ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยพลัง social network โดยไม่หวังชื่อเสียงหรือเงินทองใด ๆ"

          และสำหรับผู้ประสงค์ดีรายใดที่ต้องการให้การช่วยเหลือแก่ครอบครัวของน้องการ์ตูน สามารถร่วมสมทบทุนได้ผ่านทาง เลขบัญชี 978-2-19066-8 ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี ศรัญญา ชำนิ หรือแวะไปอุดหนุน ร้านสเต๊กลุงใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ ถนนราษฎร์บูรณะ 



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 27, 2014, 09:48:46 PM
คน "ป้า"

คนกันให้วุ่น


--------------------------------------

คลิปมนุษย์ป้าจอดรถข้างถนน ทำรถติดยาว คนด่ายังเถียง ชาวเน็ตสุดจะเพลีย

-http://hilight.kapook.com/view/112024-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)

         คลิปมนุษย์ป้าจอดรถข้างถนนเฉย ทำรถข้างหลังติดยาวเป็นกิโล คนลงไปเคาะกระจกบอกก็ยังเฉย ไม่สนใจ แถมบอกจะเอาเรื่องคนด่าอีก ชาวเน็ตวิจารณ์เละ สามัญสำนึกมีไหม

         ชาวเน็ตถึงกับของขึ้นเลยทีเดียว เมื่อเจอคลิปวิดีโอ "#มนุษย์ป้า โดนดี ทำรถติดเป็นกิโล! <--::" ที่แฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด) แชร์ให้ดูกันเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 เผยให้เห็นภาพของหญิงวัยกลางคนรายหนึ่งจอดรถแช่อยู่เลนซ้ายสุด เป็นเหตุให้รถคันอื่นที่ขับตามมาด้านหลังต้องเบี่ยงออก จนเกิดปัญหารถติดยาวเป็นกิโล และก็ทำให้หลายคนอดรนทนไม่ไหวต้องลงจากรถมาเคาะกระจกบอกให้หญิงคนดังกล่าวไปจอดรถที่อื่นที่ไม่ใช่บนถนน ซึ่งเป็นที่ห้ามจอด เพราะตอนนี้รถติดยาวเป็นแถวแล้ว

         แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าหญิงคนนี้จะไม่สนใจกับเสียงด่า ซ้ำบอกด้วยว่าเธอจะจอด ก่อนจะปิดกระจกรถไม่คุยด้วย เล่นเอาคนที่มาเคาะกระจกถึงกับเงิบที่หญิงคนนี้ไม่มีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนเอาเสียเลย ขนาดรถหลายคันบีบแตรไล่ก็ยังเฉย


  - ชายเสื้อฟ้าชี้ให้ประชาชนดูว่าจอดรถอย่างนี้ได้อย่างไร อายเขาไหม ทำให้หญิงคนดังกล่าวบอกว่า "ชั้นจะเอาเรื่อง" ท่ามกลางเสียงบีบแตรไล่ของรถด้านหลัง

         และแน่นอนว่าเมื่อคลิปนี้ถูกแชร์กันไป ชาวเน็ตต่างก็วิพากษ์วิจารณ์หญิงคนนี้ว่าไม่มีจิตสำนึก ขนาดคนลงมาไล่แล้วก็ยังเฉย เหมือนกับตัวเองไม่ได้ทำผิด พร้อมมอบฉายา "มนุษย์ป้า" ให้ตามระเบียบ ขณะเดียวกันก็มีชาวเน็ตหยิบคลิปมนุษย์ป้าคนหนึ่งที่เคยด่าตำรวจจราจรที่มาจับกุมเมื่อหลายปีก่อน มาเปรียบเทียบกับหญิงในคลิปล่าสุด โดยหลายคนวิเคราะห์ว่าอาจจะเป็นคนเดียวกัน เพราะหน้าตา ท่าทาง และน้ำเสียงคล้ายกันมาก เพียงแต่ขับรถคนละคันเท่านั้น


มนุษย์ป้า เจอแบบนี้ถึงกับ เงิบ (http://www.youtube.com/watch?v=AB9u6wqxZ0g#)
-http://www.youtube.com/watch?v=AB9u6wqxZ0g-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 30, 2014, 09:27:26 PM
คันเร่งค้าง เรื่องอันตรายถึงชีวิต กับวิธีรับมือเอาตัวรอด

-http://car.kapook.com/view105717.html-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก sheilasguide

          คันเร่งค้างแก้ไขอย่างไร วิธีรับมือคันเร่งค้างเหตุอันตราย

          เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีข่าวที่ได้ความสนใจจากสังคมอยย่าง รถเก๋งตกอาคารจอดรถชั้น 7 (3A) ของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ โดยเหตุการณ์นี้มีประเด็นสาเหตุการเกิดอุบัติที่ยังต้องพิสูจน์สาเหตุกันต่อไป

          ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ออกมาให้ข้อมูลว่ากรณีนี้อาจเกิดจาก คันเร่งค้าง ทำให้รถนั้นเร่งตลอดจนเกิดอุบัติเหตุพุ่งตกลงมาข้างล่างและปัญหาด้านเบรก ซึ่งแบ่งออกได้ 2 สาเหตุหลัก คือความผิดพลาดของตัวผู้ขับเอง (Human Error) หรือปัญหาจากตัวรถ

          โดยนายปรีดา ตันเต็มทรัพย์ ประธานฝ่ายเทคนิคราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และนายสุรชัย ศิริสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์  ให้ความเห็นกรณีนี้น่าสนใจและสรุปประเด็นได้ว่า




ปัญหาคันเร่งค้าง

          อาการตกใจเวลาเจอเรื่องกะทันหัน อาจไปเหยียบคันเร่งแทนเบรก

          ใส่รองเท้าส้นสูงขับรถ เนื่องจากคนขับเป้นผู้หญิง อาจทำให้ส้นรองเท้าไปขัดกับคันเร่ง กว่าจะถอนจากคันเร่งมาเหยียบเบรกก็ไม่ทันแล้ว

          รถอาจเกิดปัญหาคนเร่งจมค้าง ทำให้แป้นเบรกแข็งจนไม่สามารถใช้เบรก เป็นปรกติของตัวรถเพื่อป้องกันการเหยียบเบรกพร้อมคันเร่งอยู่แล้ว






เบรกมีปัญหา

          เบรกจม (เบรกแตก) ทำให้ห้ามล้อไม่ได้

          หม้อเบรกมีปัญหา ทำให้เบรกแข็งเกินไปจนหยุดรถไม่ทัน

          มีขวดน้ำหรือรองเท้าไปยันเบรกไว้

          ทั้งหมดนี้คือข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยวิธีการรับมือปัญหาเบรกและคันเร่งค้าง ที่ควรเรียนรู้ดังนี้

          ตั้งสติให้ดีให้ใส่เกียร์ว่างทันที ทำให้รถไม่เร่งความเร็ว หลังจากนั้นให้เหยียบเบรกแรง ๆ แม้จะไม่รู้สึกเหมือนว่าเบรกก็ต้องเหยียบเบรกไว้ จนรู้สึกว่ารถชะลอตัว

          กรณีที่เบรกไม่ทันให้ รีบประคองรถเข้าไปหาจุดที่คิดว่าแข็งแรง ในกรณีเป็นลานจอดรถจุดที่แข็งแรงที่สุดคือเสา อย่าพุ่งไปที่ผนังหรือกำแพง และเลือกฝั่งที่ไม่มีคนนั่งชนกับเสา เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

          ทั้งนี้สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด คือการดับเครื่องยนต์ เพราะถ้าดับเครื่องยนต์จะทำให้พวงมาลัยล็อก และเราจะไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้

          แต่ถ้าเป็นกรณีมีทางยาวให้ดับเครื่องยนต์ได้ทันที จะทำให้เครื่องยนต์ไม่ขึ้นรอบสูงจนเสีย และประคองรถเข้าข้างทางได้ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือดึงเบรกมือ เพราะรถจะหมุนเสียการควบคุมทันที

          ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องในการรับมือคันเร่งค้างและเบรกมีปัญหา ที่สำคัญ "สติ" จะช่วยได้แก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 03, 2014, 09:25:19 PM
นี่ก็ขับรถแย่มาก

คงไม่ได้รับการอบรมมาแน่นอน

เพราะว่า อ้างเรื่องคนอื่นต้องมีน้ำใจให้ เพื่อประโยชน์ของความเห็นแก่ตัว


------------------------------------------------

คลิปสด ๆ คนขับรถย้อนศร เบียดแซงคิวคันอื่น งานนี้ต้องแชร์ !


-http://hilight.kapook.com/view/112349-





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Sath Lert สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           แพร่สนั่น คลิปสด ๆ คนขับรถย้อนศร แล้วไปเบียดแซงคิวรถคันอื่น ปาดเข้าหน้าไฟแดง 2 นาทีเจอมากถึง 4 คัน

           มารยาทเรื่องการขับรถบนท้องถนนนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนพึงระลึกไว้เสมอ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยเท่านั้น ยังว่าด้วยเรื่องของการไม่เบียดบังสิทธิของผู้อื่นอีกด้วย ล่าสุด (3 ธันวาคม 2557) คุณ Phalanx สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ได้เผยภาพขณะที่ขับรถยนต์ไปบริเวณแยกเหม่งจ๋าย เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งเขาบอกว่าบริเวณนี้มักจะมีรถบางคัน ที่เบียดย้อนศรเลนอื่น ปาดเข้าหน้าตรงไฟแดง หรือเบียดตรงคอสะพาน ไม่ยอมต่อแถว โดยไม่มีความเกรงใจผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับอยู่อีกเลน และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเลย

           ทั้งนี้ในคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นถึงภาพของรถบางคัน ที่พยายามเบียดแทรกเลน ด้วยการขับย้อนศรขึ้นมา และจะไปแซงคิวรถคันอื่นตรงคอสะพานหรือไฟแดง ซึ่งในระยะเวลาเพียงแค่ 2 นาที มีคนขับสวนเลนแบบนี้มากถึง 4 คัน ทั้งรถบริการสาธารณะอย่าง แท็กซี่ และรถยนต์ส่วนตัว รถบางคันไม่สนใจ ถึงขั้นแยกไปอีกเลนหนึ่ง สร้างความอิดหนาระอาใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

คลิป คนขับรถย้อนศร เบียดแซงคิวคันอื่น

           สำหรับข้อความในกระทู้ "พวกคนขับรถนิสัยเสีย ชอบวิ่งสวนเลนมาเบียดคนอื่นหน้าไฟแดง วันนี้เก๊าไม่ยอมแล้วนะ" ระบุไว้ดังนี้

           “ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้รถใช้ถนนแทบทุกวัน และมักพบเจอกับเหตุการณ์ที่โดนโจรปล้นเวลาบนท้องถนนแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นพวกเบียดคอสะพาน ปาดเข้าหน้าไฟแดง หรือแม้กระทั่งวิ่งย้อนศรเพื่อไปเบียดเข้าข้างหน้า

           คนขับรถพวกนี้เขาไม่รู้สึกบ้างเลยหรือไง ว่าความมักง่ายของเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้คนขับรถคนอื่นที่เขาต่อแถวอยู่อย่างมีวินัยต้องไปช้ากว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่เขามาก่อน กลับโดนคนสันดานเลวพวกนี้ปล้นเวลาของเขาไป

คลิป คนขับรถย้อนศร เบียดแซงคิวคันอื่น

           ผมอยากให้พวกเราช่วยกันกำจัดคนพวกนี้ให้หมดไปครับ ที่พวกเขายังทำแบบนี้อยู่เป็นเพราะพวกเราส่วนใหญ่นิ่งเฉย ปล่อยผ่านไป ในเมื่อไม่มีใครต่อต้านพวกเขา เขาก็จะทำแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ คนที่อดทนรออย่างมีวินัยก็จะต้องถูกเบียดเบียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันไม่แฟร์ครับ เดี๋ยวอีกหน่อยเมื่อคนที่เคารพกฎโดนเอาเปรียบไปเรื่อย ๆ คงมีไม่น้อยที่จะรู้สึกว่าทำไมจะต้องมาต่อคิวให้ไอ้พวกนี้แซงตลอดด้วย มันทำได้เราก็ทำได้ งั้นเราก็ทำแบบมันบ้างดีกว่า ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะเสียคนขับรถดี ๆไ ปหนึ่งคน และได้คนขับรถเลว ๆ เพิ่มมาอีกคนครับ

           "สิ่งที่จะทำให้คนชั่วชนะ คือการที่คนดีนิ่งเฉย"

           ป.ล. หากมีเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องต้องการไฟล์ที่ชัดกว่านี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการ ผมมีไฟล์ HD อยู่นะครับ หลังไมค์มาขอได้เลย"

           ซึ่งในกระทู้นี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่าไม่ยอมให้คนเหล่านี้แทรกขึ้นสะพานเช่นกัน บ้างก็แชร์ประสบการณ์คนที่เปิดเลนเอง บ้างก็ให้กำลังใจเจ้าของกระทู้ เป็นต้น


http://www.youtube.com/watch?v=pecg58zYnJ0#t=61 (http://www.youtube.com/watch?v=pecg58zYnJ0#t=61)
-http://www.youtube.com/watch?v=pecg58zYnJ0#t=61-
คนขับรถนิสัยเสีย วิ่งสวนเลนจะมาปาดเข้าหน้าไฟแดง ตำรวจตามมาดำเนินการด้วยนะครับ



(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/surattana/Untitled-4_15.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/surattana/Untitled-4a_1.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/surattana/Untitled-5_6.jpg)

.



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 06, 2014, 04:56:58 PM
เมื่อไม่ได้รับ............................ ก็เลยขับรถกันแบบนี้



----------------------------------------------------


มาอีกแล้ว คลิปเตือนภัย ซีวิคนักปาด ขับรถกวนอารมณ์-แกล้งเบรกขวาง


-http://hilight.kapook.com/view/112469-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/4_5.jpg)
   มาอีกแล้ว ! คลิปเตือนภัย ซีวิคนักปาด ขับรถกวนอารมณ์-แกล้งเบรกขวาง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Mr. Lek สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปดอทคอม

            ชาวเน็ตโพสต์ คลิประวังภัย Honda Civic Coupe แฉพฤติกรรมขับรถปาดหน้า สุดอันตราย แกล้งปาดซ้ายปาดขวาขวางทาง-แกล้งเบรกกะทันหัน

            แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งจะออกมาจัดการกับพวกหนุ่มนักปาดในตำนานแห่งโลกออนไลน์ไป แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังมีคนอีกมากที่ยังไม่เข็ด ยังคงมีพฤติกรรมไร้มารยาท ขับปาดหน้ากวนอารมณ์ผู้อื่นอย่างน่าหวาดเสียวและเป็นอันตรายอย่างมาก ดังเช่นภาพที่ปรากฏในคลิป "ระวังภัย Honda Civic Coupe XXXX กทม" ที่คุณ Mr. Lek สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปดอทคอม นำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 เผยให้เห็นพฤติกรรมการขับรถสุดอันธพาลของเจ้าของรถฮอนด้า ซีวิค สีดำคันหนึ่ง เพื่อเตือนภัยชาวเน็ตทั้งหลาย พร้อมฝากไปถึงครอบครัวของเจ้าของรถคันดังกล่าวให้หันมาดูพฤติกรรมการขับรถที่เป็นขยะและเป็นภัยร้ายบนท้องถนนของตัวเองด้วย


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/1_3.jpg)
            - โดยคลิปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรถฮอนด้า ซีวิค คันนี้ จอดรถขวางช่องทางเลี้ยวซ้าย จากถนนพระราม 9 เข้ารามคำแหง ซึ่งเป็นช่องจราจรสำหรับเลี้ยวซ้ายเท่านั้น


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/2_5.jpg)
            - แต่เมื่อบีบแตรเพื่อให้รถคันดังกล่าววิ่งออกไป เพราะถนนด้านหน้าก็โล่ง ไม่ได้มีรถจอดขวางทาง รถฮอนด้า ซีวิค ก็ขยับขึ้นหน้าไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเบรกกะทันหัน ปิดทาง


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/3_3.jpg)
            - เมื่อบีบแตรเพื่อขอช่องทางอีกครั้ง รถฮอนด้า ซีวิค ก็ขับออกไป แต่แกล้งเบรกกระทันหัน ขับขวางเลนไม่ให้แซงออกไป


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/4_5.jpg)
            - หลังจากนั้นเมื่อเจ้าของรถพยายามจะแซงออกข้าง รถฮอนด้า ซีวิค คันนี้ก็รีบเร่งเครื่องมากปาดหน้า ขวางไม่ให้แซง


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/5_7.jpg)
            - และยังคงปาดอีกครั้ง จนผู้ที่ขับตามมาเกือบจะชนท้าย


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/6_7.jpg)
            - รถฮอนด้า ซีวิค ยังคงขับมาปาดหน้าทุกครั้งที่เจ้าของรถพยายามจะแซง

            ขณะที่ชาวเน็ตได้ออกมาร่วมตำหนิพฤติกรรมการขับขี่ของรถในคลิป พร้อมสนับสนุนให้นำเรื่องแจ้งไปยัง  ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เพื่อให้มีการตามเรื่องดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งต่อมาเจ้าของคลิปก็ได้เผยว่าได้ส่งเรื่องดังกล่าวส่งไปยัง บก.02 และรายการข่าวแล้ว


ระวังภัย Honda Civic Coupe พฮ 3580 กทม (http://www.youtube.com/watch?v=FYCXCdvuylk#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=FYCXCdvuylk-
คลิป "ระวังภัย Honda Civic Coupe XXXX กทม" ที่คุณ Mr. Lek สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปดอทคอม
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2014, 03:55:08 PM
ข้างบน ต้องปรับให้เยอะๆ

ส่วนข้างล่าง ต้องปรับให้เยอะและห้ามขันรถ โดยกำหนดระยะเวลา เนื่องจากมีความเกี่่ยวข้องในความปลอดภัยของผู้โดยสาร



-----------------------------------------------------------------------


คลิปคนขับรถตู้ซิ่งรถสุดเสียว พอถูกเตือนกลับถาม แล้วตายหรือยัง ?

-http://hilight.kapook.com/view/112511-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/surattana/unnamed-horz.jpg)




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  คุณ complain van สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           ชาวเน็ตแฉคลิป คนขับรถตู้กรุงเทพฯ-ชลบุรี จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขับขี่แย่ ปาดซ้ายปาดขวา ขับเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมถูกเตือนก็ไม่สำนึกผิด ถามกลับหน้าตาเฉย แล้วตายหรือยัง

           คาดว่าคงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการรถตู้สาธารณะคงพบเจอกันมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคนขับรถที่มีพฤติกรรมแย่ ขับรถเร็ว ทั้งยังปาดซ้ายปาดขวาจนน่าหวาดเสียว ดังเช่นที่ปรากฏในคลิปที่ชาวเน็ตชื่อ complain van นำมาเผยผ่านโลกออนไลน์เมื่อวานนี้ (6 ธันวาคม 2557) เผยให้เห็นพฤติกรรมของคนขับรถตู้รายหนึ่งที่มีพฤติกรรมการขับขี่แย่ มุ่งแต่จะทำความเร็วโดยไม่สนใจชีวิตของผู้โดยสาร แถมเมื่อถูกผู้โดยสารตักเตือนก็ยังไม่ยอมสำนึกด้วย โดยมีเหตุการณ์ดังนี้


   - ในขณะที่เจ้าของคลิปใช้บริการรถตู้สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ซึ่งมีท่ารถอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็พบว่าคนขับรถคันดังกล่าวขับขี่ได้อย่างน่าหวาดเสียว ขับด้วยความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเธอเอ่ยปากเตือนเรื่องความเร็ว กลับถูกคนขับรถตู้สวนกลับมาว่า "คุณกำหนดผมไม่ได้ รถผมทำเวลาครับ"

   - เจ้าของคลิปพยายามถามว่าคนขับรถตู้มีใบขับขี่หรือไม่ ซึ่งคนขับรถตู้ก็ตอบมาว่ามี พร้อมบอกให้ผู้โดยสารเลิกถาม เพราะเขาต้องทำเวลา โดยย้ำว่าตัวเองมีฝีมือ รับประกันได้

 - จากนั้นเมื่อผู้ถ่ายพยายามเตือนว่าการวิ่งรถเลนขวาตลอด แถมจี้ท้ายรถคันหน้า เป็นการขับขี่อันตรายนั้น คนขับรถตู้ก็ตอบกลับว่าว่า "คุณไม่มีสิทธิ์ถามผมครับ ผมรู้"

       - จากนั้นคนขับรถตู้ที่เริ่มมีอารมณ์โมโหก็ถามกลับผู้ถ่ายคลิปว่า คุณเป็นเจ้าหน้าที่หรือเปล่า เพราะขนาดมีเจ้าหน้าที่มานั่งรถตนยังไม่สนใจเลย ตนมั่นใจว่าขับได้ดี มีใบขับขี่ มีสติ พร้อมย้ำว่าก็ขับรถเช่นนี้มาตลอด

    - และเมื่อถูกถามถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสารที่นั่งรถมาด้วย คนขับรถตู้รายนี้ก็ตอบกลับมาว่า "แล้วตายหรือเปล่าครับ ตอนนี้ตายหรือยัง"

 - คนขับรถตู้ที่มีอารมณ์หงุดหงิดยังท้าให้อัดคลิปอัดเสียงของตนได้ พร้อมชี้ว่าผู้โดยสารมีหน้าที่นั่งก็นั่งไป เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่สนใจ เขารู้จักแค่ความเร็วกับไม่เร็วเท่านั้น

   - จากนั้นเมื่อถูกผู้อัดคลิปจี้ถามเซ้าซี้มาก ๆ คนขับรถตู้รายนี้ก็ไล่ให้ผู้โดยสารไปคุยกับเจ้าของวินเอาเอง เพราะเขามีหน้าที่ทำเวลาเท่านั้น แถมยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าลูกค้าของเขาไม่ได้มีเพียงเจ้าของคลิปรายเดียว

           อย่างไรก็ดี ชาวเน็ตก็แสดงความคิดเห็นถึงคลิปนี้ต่าง ๆ นานา บ้างก็บอกว่า คนขับรถนิสัยแย่ ควรจะมีหน่วยงานควบคุมอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ-ชลบุรี ที่มีข่าวมานักต่อนัก ส่วนบางคนก็บอกว่า คนถามกวนอารมณ์และการขับรถก็ต้องใช้สมาธิ


คนขับรถตู้นิสัยแย่ ถ่ามมาได้"ขับแบบนี้แล้วตายหรือยัง" (http://www.youtube.com/watch?v=inhMtEGlm40#)
-http://www.youtube.com/watch?v=inhMtEGlm40-
คนขับรถตู้นิสัยแย่ ถ่ามมาได้"ขับแบบนี้แล้วตายหรือยัง"





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2014, 11:44:50 AM
.

โชเฟอร์รถตู้ขาซิ่ง ยอกย้อนผู้โดยสาร ถูกปรับ 5 พัน-ห้ามขับ 7 วัน

-http://hilight.kapook.com/view/112587-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ complain van สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          โชเฟอร์ซิ่งรถตู้เร็ว ย้อนถามผู้โดยสาร แล้วตายหรือยัง ล่าสุดถูกสั่งห้ามเดินรถ 7 วัน พร้อมปรับ 5,000 บาท ตรวจพบไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ เจ้าหน้าที่คุมตัวสอบสวนต่อ

          สืบเนื่องจากกรณีที่ชาวเน็ตผู้ใช้ชื่อว่า complain van ออกมาแฉคลิปบันทึกบทสนทนาระหว่างตนเองและคนขับรถตู้รายหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมการขับขี่แย่ ปาดซ้ายปาดขวา ขับเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมเมื่อถูกเตือนก็ไม่สำนึกผิด ย้อนกลับผู้โดยสารว่า แล้วตายหรือยัง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นั้น

          ล่าสุด (8 ธันวาคม 2557) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นรถของวินรถตู้ อนุสาวรีย์-บ่อวิน จ.ชลบุรี ส่วนคนขับรถตู้รายดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกเชิญตัวมาสอบสวนพอดี

          โดย นายวีระ จารึกกลาง คนขับรถตู้ที่ปรากฏในคลิป ยอมรับว่านำสติกเกอร์สีดำมาติดทับเครื่อง RFID ซึ่งเป็นตัวจับสัญญาณความเร็วของรถตู้ และหากขับเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ทางขนส่งกำหนด เครื่องก็จะบันทึกเอาไว้เพื่อลงโทษทีหลัง

          ส่วนเรื่องที่ปรากฏในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยขับรถออกมาจากชลบุรีตอนเวลา 14.00 น. ได้รับหญิงสาวคนที่บันทึกคลิปมาลงที่ อ.บางวัว จึงตัดสินใจวิ่งด้านบนทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อทำเวลาให้มาถึงกรุงเทพฯ ไม่เกิน 17.30 น. ซึ่งหากมาเร็วก็จะได้พักเร็ว จึงต้องรีบทำเวลา ส่วนสาเหตุที่พูดจาไม่สุภาพเพราะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จริง ๆ

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกได้สั่งระงับการวิ่งรถ 7 วัน พร้อมปรับ 4,000 บาท ส่วน บขส. สั่งปรับอีก 1,000 บาท ในข้อหากิริยาวาจาไม่สุภาพ และจากการตรวจสอบยังพบว่านายวีระไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนและตรวจสภาพรถอย่างละเอียดอีกครั้ง

          ทั้งนี้รถตู้คันดังกล่าว เป็นรถตู้โดยสารประจำทางเอกชน ของ บขส. วิ่งจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปบ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีรถตู้ในวิน 15 คัน อนุญาตให้วิ่งรับส่งระหว่างเวลา 05.00-20.00 น. โดยเจ้าของวินเผยว่า หากรถคันไหนที่ขยัน ออกรถตั้งแต่ 05.00 น. ก็สามารถวิ่งได้วันละ 4 เที่ยว หากใครออกสายจะวิ่งได้เพียง 2-3 เที่ยว ซึ่งหากวิ่งตามที่กฎหมายกำหนด 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงต้องออกรถเลย ไม่ได้พัก คนขับรถบางคนจึงต้องทำเวลาเพื่อให้ได้พัก และส่วนใหญ่จะปิดเครื่อง RFID จับความเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด


-http://www.tnamcot.com/2014/12/08/%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C/-

.

ข้างบน ต้องปรับให้เยอะๆ

ส่วนข้างล่าง ต้องปรับให้เยอะและห้ามขันรถ โดยกำหนดระยะเวลา เนื่องจากมีความเกี่่ยวข้องในความปลอดภัยของผู้โดยสาร



-----------------------------------------------------------------------


คลิปคนขับรถตู้ซิ่งรถสุดเสียว พอถูกเตือนกลับถาม แล้วตายหรือยัง ?

-http://hilight.kapook.com/view/112511-


([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/surattana/unnamed-horz.jpg[/url])




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  คุณ complain van สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           ชาวเน็ตแฉคลิป คนขับรถตู้กรุงเทพฯ-ชลบุรี จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขับขี่แย่ ปาดซ้ายปาดขวา ขับเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมถูกเตือนก็ไม่สำนึกผิด ถามกลับหน้าตาเฉย แล้วตายหรือยัง

           คาดว่าคงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการรถตู้สาธารณะคงพบเจอกันมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคนขับรถที่มีพฤติกรรมแย่ ขับรถเร็ว ทั้งยังปาดซ้ายปาดขวาจนน่าหวาดเสียว ดังเช่นที่ปรากฏในคลิปที่ชาวเน็ตชื่อ complain van นำมาเผยผ่านโลกออนไลน์เมื่อวานนี้ (6 ธันวาคม 2557) เผยให้เห็นพฤติกรรมของคนขับรถตู้รายหนึ่งที่มีพฤติกรรมการขับขี่แย่ มุ่งแต่จะทำความเร็วโดยไม่สนใจชีวิตของผู้โดยสาร แถมเมื่อถูกผู้โดยสารตักเตือนก็ยังไม่ยอมสำนึกด้วย โดยมีเหตุการณ์ดังนี้


   - ในขณะที่เจ้าของคลิปใช้บริการรถตู้สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ซึ่งมีท่ารถอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็พบว่าคนขับรถคันดังกล่าวขับขี่ได้อย่างน่าหวาดเสียว ขับด้วยความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเธอเอ่ยปากเตือนเรื่องความเร็ว กลับถูกคนขับรถตู้สวนกลับมาว่า "คุณกำหนดผมไม่ได้ รถผมทำเวลาครับ"

   - เจ้าของคลิปพยายามถามว่าคนขับรถตู้มีใบขับขี่หรือไม่ ซึ่งคนขับรถตู้ก็ตอบมาว่ามี พร้อมบอกให้ผู้โดยสารเลิกถาม เพราะเขาต้องทำเวลา โดยย้ำว่าตัวเองมีฝีมือ รับประกันได้

 - จากนั้นเมื่อผู้ถ่ายพยายามเตือนว่าการวิ่งรถเลนขวาตลอด แถมจี้ท้ายรถคันหน้า เป็นการขับขี่อันตรายนั้น คนขับรถตู้ก็ตอบกลับว่าว่า "คุณไม่มีสิทธิ์ถามผมครับ ผมรู้"

       - จากนั้นคนขับรถตู้ที่เริ่มมีอารมณ์โมโหก็ถามกลับผู้ถ่ายคลิปว่า คุณเป็นเจ้าหน้าที่หรือเปล่า เพราะขนาดมีเจ้าหน้าที่มานั่งรถตนยังไม่สนใจเลย ตนมั่นใจว่าขับได้ดี มีใบขับขี่ มีสติ พร้อมย้ำว่าก็ขับรถเช่นนี้มาตลอด

    - และเมื่อถูกถามถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสารที่นั่งรถมาด้วย คนขับรถตู้รายนี้ก็ตอบกลับมาว่า "แล้วตายหรือเปล่าครับ ตอนนี้ตายหรือยัง"

 - คนขับรถตู้ที่มีอารมณ์หงุดหงิดยังท้าให้อัดคลิปอัดเสียงของตนได้ พร้อมชี้ว่าผู้โดยสารมีหน้าที่นั่งก็นั่งไป เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่สนใจ เขารู้จักแค่ความเร็วกับไม่เร็วเท่านั้น

   - จากนั้นเมื่อถูกผู้อัดคลิปจี้ถามเซ้าซี้มาก ๆ คนขับรถตู้รายนี้ก็ไล่ให้ผู้โดยสารไปคุยกับเจ้าของวินเอาเอง เพราะเขามีหน้าที่ทำเวลาเท่านั้น แถมยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าลูกค้าของเขาไม่ได้มีเพียงเจ้าของคลิปรายเดียว

           อย่างไรก็ดี ชาวเน็ตก็แสดงความคิดเห็นถึงคลิปนี้ต่าง ๆ นานา บ้างก็บอกว่า คนขับรถนิสัยแย่ ควรจะมีหน่วยงานควบคุมอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ-ชลบุรี ที่มีข่าวมานักต่อนัก ส่วนบางคนก็บอกว่า คนถามกวนอารมณ์และการขับรถก็ต้องใช้สมาธิ


คนขับรถตู้นิสัยแย่ ถ่ามมาได้"ขับแบบนี้แล้วตายหรือยัง" ([url]http://www.youtube.com/watch?v=inhMtEGlm40#[/url])
-http://www.youtube.com/watch?v=inhMtEGlm40-
คนขับรถตู้นิสัยแย่ ถ่ามมาได้"ขับแบบนี้แล้วตายหรือยัง"
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2014, 02:32:41 PM
รถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้าที่ชลบุรี หลังเจอรถพ่วงพุ่งข้ามเกาะ ดับ 1

-http://hilight.kapook.com/view/112617-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          รถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้า หลังเจอรถบรรทุกฝั่งตรงข้ามเสียหลักข้ามเกาะกลางถนน บริเวณทางเลี่ยงเมืองชลบุรี ส่งผลให้ดับ 1 เจ็บ 3

          เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 เกิดเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ได้เสียหลักข้ามเกาะกลางถนน มาชนเสาไฟล้มลง ซึ่งอยู่ในจังหวะที่รถตู้โดยสารแล่นสวนมาพอดี ส่งผลให้รถตู้โดยสารเกิดเบรกไม่ทัน จึงชนเสาไฟที่ล้มมา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรี ขาเข้าไปยังกรุงเทพฯ สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้โดยสารหญิงไม่ทราบชื่อ

          ด้านนายสมยศ บุตรไชย คนขับรถพ่วง 18 ล้อ เปิดเผยว่า ตนกำลังขับรถนำของไปส่งที่ จ.ระยอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถบรรทุกที่ขับตีคู่กันเกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน ตนจึงรีบหักรถหลบ จนชนกับเสาไฟฟ้า และเกิดเหตุการณ์นี้ในที่สุด


รถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้า ผู้โดยสารเสียชีวิต1 เจ็บ3 ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง ชลบุรี (http://www.youtube.com/watch?v=Yr5gI0x-tcY#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=Yr5gI0x-tcY-
รถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้า ผู้โดยสารเสียชีวิต1 เจ็บ3 ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง ชลบุรี



.


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 12, 2014, 09:05:12 PM
อุทาหรณ์! สาวซิ่งกระบะพลิกคว่ำดับคารถ พบส้นสูงขัดใต้เบรก

-http://news.sanook.com/1713905/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96-%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%81/-

(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/342/1713905/untitled-1.jpg)


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เมื่อคืนวานนี้ (11 ธ.ค.)เกิดอุบัติเหตุรถรถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำอยู่ข้างถนนวงแหวนกาญจนามุ่งหน้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบว่าหญิงสาวคนขับได้เสียชีวิตแล้วเมื่อตรวจสอบภายในรถพบว่ามี รองเท้าส้นสูงขัดอยู่ที่แป้นเบรก

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า "รองเท้าส้นสูง" จะเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตถอดรองเท้าส้นสูงก่อนขับรถ และวางไว้กับพื้นที่นั่งด้านคนขับ แต่รองเท้าส้นสูงเลื่อนไปขัดกับแป้นเบรกเข้าจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ ต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง
เพราะรองเท้าส้นสูงอาจกระเด็นเข้าไปขัดกับแป้นเบรกหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊ก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หัวหน้ารถกู้ภัยและรองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ขับขี่รถ ระบุว่า...

"ดูไว้เป็นอุทาหรณ์กันครับ..!!

เมื่อคืนวานนี้ศูนย์วิทยุพระนคร
"มูลนิธิร่วมกตัญญู"ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุมีคนติดอยู่ในรถที่หน้าร้านอาหารบึงมารวย ถนนวงแหวนกาญจนา หลักกม. 59 มุ่งหน้า บางปะอิน ช่องทางด่วนพื้นที่สทล.9จึงส่งรถน.เขตนคร68,71แระกำลังอาสาสมัครไปร่วมตรวจสอบให้การช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุพบรถยนต์นั่งสีดำตกลงไปข้างทางเพียงคันเดียว ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง1ราย จากการตรวจสอบร่วมจนท.ตำรวจพบภายในรถตรงที่เหยียบเบรคพบมีรองเท้าส้นหนาเข้าไปติดอยู่จนท.จึงบันทึกและจะส่งรถไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอีกที...

ขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้ และขอนำเหตุการณ์มาให้ดูเตือนสติกันเพื่อความปลอดภัยถ้าใครชอบถอดรองเท้าขับรถครับ...


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 13, 2014, 09:38:57 AM
ผู้ที่เกี่ยวข้อง  ไม่มีความรับผิดชอบ

ทำไมไม่หาวิธีป้องกันให้ดีกว่านี้



-----------------------------------------------------




2 แม่ลูกขับรถตกถนนที่กำลังซ่อมที่ภูเก็ต-ลูกสาววัย 8 ปี โคม่า

-http://hilight.kapook.com/view/112734-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/10858358_733444386750425_7148777856615003992_n.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Variety/10392452_733444286750435_942447419278263342_n.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เฟซบุ๊ก Phuketandamannews Fanclub

          2 แม่ลูกขับรถตกร่องกลางถนนสายม่าหนิก-บางโจ จ.ภูเก็ต ที่กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม หลังถูกน้ำกัดเซาะจนถนนขาด ด้านลูกสาววัย 8 ปี อาการโคม่า

          จากกรณีที่ผู้โพสต์ข้อความในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเกี่ยวกับ 2 แม่ลูก ซึ่งขับรถกระบะตกลงในร่องถนนสายม่าหนิก-บางโจ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนถนนขาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อซ่อมแซมจนได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งเกาะภูเก็ตและในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

          ล่าสุด วันที่ 12 ธันวาคม 2557 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงยังจุดเกิดเหตุ คือ บริเวณถนนสายม่าหนิก-บางโจ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ใกล้กับเรือนจำชั่วคราวบ้านบางโจ เมื่อเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่า มีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กจ 1057 ภูเก็ต สภาพที่พังเสียหาย ยังอยู่ภายในร่องกลางถนนที่ถูกขุดเป็นร่องขนาดใหญ่ ขณะที่บริเวณใต้ท้องรถกระบะคันเกิดเหตุ ยังพบรถจักรยานยนต์ถูกทับอยู่อีก 1 คัน

จากการสอบถามประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ทราบว่า ก่อนรถกระบะจะตกลงไปในร่องกลางถนนดังกล่าว ได้มีคนขับรถจักรยานยนต์มาประสบอุบัติเหตุในจุดนี้เช่นเดียวกัน

          และบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุผู้สื่อข่าวยังพบแผงเหล็กติดป้ายเตือนว่า "ห้ามผ่าน" ถูกวางไว้ก่อนถึงจุดที่รถตกลงไป แต่ปรากฏว่าแผงเหล็กดังกล่าวได้เลื่อนออกมาติดกับแผงเหล็กอีก 1 อันที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ทำให้มีร่องทางให้รถสามารถผ่านเข้าไปได้ ประกอบกับตรงบริเวณดังกล่าวก็ไม่มีการติดตั้งไฟที่ให้เห็นป้ายเตือนอย่างชัดเจนด้วย

          สำหรับ 2 แม่ลูกที่ประสบอุบัติเหตุขับรถตกร่องกลางถนนสายม่าหนิก-บางโจ ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นางภัคคมน ดวงฉายาเต็มจรัส อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บแขนด้านซ้ายหัก อาการปลอดภัยแล้ว ส่วน ด.ญ.มอลลี่แอน เบลลี่ อายุ 8 ปี บุตรสาวของนางภัคคมน สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ทีมแพทย์ต้องเร่งผ่าตัด เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยทีมแพทย์ ระบุว่า อาการของ ด.ญ.มอลลี่แอน มีโอกาสรอดเพียง 1% เท่านั้น

          ด้าน พ.ต.ท. ยงยุทธ กรองมาลัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ถลาง กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยจะเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความผิดของใคร และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

          ขณะที่นายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร กล่าวภายหลังเดินทางมาเยี่ยมดูอาการของ ด.ญ.มอนลี่แอน ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที และรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง

          และในการเดินทางมาเยี่ยมดูอาการของ ด.ญ.มอนลี่แอน ครั้งนี้ ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับนางภัคคมน ทำให้ทราบว่า โดยปกติแล้ว นางภัคคมนขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ และก่อนเกิดเหตุเมื่อขับรถมาถึงจุดดังกล่าวก็ไม่เห็นแผงเหล็กกั้นบริเวณถนน จึงขับรถไปบนถนนตามปกติ เพราะคิดว่าถนนมีการซ่อมแซมเสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่า ถนนยังซ่อมแซมไม่เสร็จ เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุรถที่ขับมาก็หล่นลงไปในร่องกลางถนนอย่างแรง



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE9ETTRNVE0xTkE9PQ%3D-


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 13, 2014, 10:02:20 AM
พบตัวโชเฟอร์ใช้เข่าขับแท็กซี่แล้ว ขนส่งฯ สั่งปรับ 500

-http://hilight.kapook.com/view/112740-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ chochat nasongkhla สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            กรมการขนส่งทางบกสั่งลงโทษโชเฟอร์ใช้เข่าบังคับพวงมาลัยขับแท็กซี่แล้ว ปรับ 500 บาท หลังปรากฏภาพสุดหวาดเสียวในคลิปที่ผู้โดยสารถ่ายมา แนะช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนหากพบรถโดยสารสาธารณะทำไม่เหมาะ

            สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีการแชร์คลิปคนขับแท็กซี่รายหนึ่งขับรถสุดหวาดเสียวด้วยการเอนเบาะนอน แล้วใช้หัวเข่าบังคับพวงมาลัยแทนมือมาตลอดทาง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ประมาทและอันตรายมาก ทำให้ชาวเน็ตเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

            ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่ารถแท็กซี่คันเกิดเหตุ หมายเลขทะเบียน ทษ 8742 กรุงเทพมหานคร มีนายชูศักดิ์ รัตนโภคา เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งมีใบอนุญาตขับรถถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกจึงได้ติดตามตัวนายชูศักดิ์มารับฟังข้อกล่าวหา พร้อมตักเตือน และเปรียบเทียบปรับ 500 บาท ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เนื่องจากมีพฤติกรรมขับรถประมาทหวาดเสียว เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังได้กำชับไปยังสหกรณ์แท็กซี่ให้กวดขันวินัยของผู้ขับรถในสังกัดด้วย โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

            ทั้งนี้ นายธีระพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมไม่ดีของรถโดยสารสาธารณะ และให้จดจำรายละเอียดของรถ เช่น ทะเบียนรถ ชื่อ-สกุลผู้ขับรถ วัน เวลา สถานที่ที่ใช้บริการ ฯลฯ เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ โดยสามารถร้องเรียนมายังช่องทางต่าง ๆ ได้คือ

            ทางโทรศัพท์สายด่วน กรมการขนส่งทางบก โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
            ทางเว็บไซต์ ins.dlt.go.th
            ทางอีเมล dlt_1584complain@hotmail.com,
            ทางแอพพลิเคชั่น ชื่อว่า "ร้องเรียนรถสาธารณะ" ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android
            ทางเฟซบุ๊ก กตส กรมการขนส่งทางบก
            ทาง LINE ID ในชื่อ "1584dlt"
            เดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ณ กรมการขนส่งทางบก



http://www.youtube.com/watch?v=1jek5LVszbQ#t=17 (http://www.youtube.com/watch?v=1jek5LVszbQ#t=17)
-http://www.youtube.com/watch?v=1jek5LVszbQ#t=17-
คลิป "แท็กซี่มหันตภัย! เอนเบาะนอนใช้เข่าขับแทน โพสต์โดย คุณ chochat nasongkhla สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE9ETTRNak15T0E9PQ==&subcatid=-
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 14, 2014, 08:51:34 AM
คลิปตำรวจฉุน ถูกประชาชนถ่ายคลิป ถามลั่น มึงถ่ายทำไม !?


-http://hilight.kapook.com/view/112770-



(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/phatchara_N/news/page0.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Thanapol Chaiyawetsirikul

            คลิปตำรวจฉุน ถูกประชาชนถ่ายคลิป หลังตรวจจับคนขับรถท่อดัง แต่ไม่ยอมออกใบสั่งให้ ถามลั่น ถ่ายทำไม พร้อมขู่หักโทรศัพท์

            เป็นอีกหนึ่งคลิปร้อนในโลกออนไลน์ แฉคนในเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีพฤติกรรมคุกคามประชาชน เมื่อถูกถ่ายคลิป โดยเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2557 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ Thanapol Chaiyawetsirikul ได้โพสต์คลิป "คลิปตำรวจฉุน มึงถ่ายทำไม" พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า เขาไปนครปฐม ขากลับเจอตำรวจนั่งอยู่คนเดียว การจราจรในบริเวณดังกล่าว มีทั้งคนที่ใส่หมวกกันน็อคและไม่ใส่ คนซ้อน 3 ก็มี แต่ที่เขาเจอกับตัวเอง คือตำรวจคนนี้เดินดิ่งมาหา บอกว่าท่อดัง แล้วให้เขาเข็นรถเข้าข้างทาง

            จากนั้นก็ได้คุยกัน ตำรวจบอกจะยึดท่อ ยึดรถ เขาจึงได้ถ่ายคลิปนี้ไว้ ตอนนั้นตำรวจเขียนใบกระดาษเปล่า ๆ สีชมพู เขาจึงถามถึงใบสั่ง ซึ่งตำรวจก็บอกว่า "ออกไม่ได้ ท่อไอเสียเสียงดัง ให้ไปเสียค่าปรับเลย" เขาจึงถามว่าทำไมออกไม่ได้ จากนั้นเมื่อตำรวจเห็นโทรศัพท์มือถือที่เขาถืออยู่ จึงได้ตบเขาอย่างแรง แล้วพยายามกระชากมือถือออกจากมือเขา บิดมือเขาอย่างแรงเพื่อให้ลบคลิปที่อัดเอาไว้ เขาจึงได้นำคลิปนี้มาให้ทุกคนดูเป็นอุทาหรณ์ไว้ เพราะมีทั้งตำรวจที่ดีและไม่ดี แต่เขาคงโชคร้ายที่เจอตำรวจไม่ดี


 โดยภาพจากคลิปดังกล่าว เริ่มสะดุด หลังจากที่ตำรวจหันมาแล้วถามว่า "ถ่ายอะไร ถ่ายทำไม !?" และ "ถ่ายทำไมเนี่ย เหอ ? เดี๋ยวกูหักเลยนะ ถ่ายทำไม ลบออกดิ๊ เอาออกก่อน ลบออก" ซึ่งคนถ่ายก็บอกว่า ให้ตำรวจปล่อยก่อน เดี๋ยวลบให้ดู โทรศัพท์ผมเครื่องเป็นหมื่นอะพี่ ก่อนจะมีเสียงตอบกลับว่า "จะลบมั้ย จะถ่ายทำไมล่ะ เดี๋ยวเอาข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รู้เปล่าเนี่ยมันผิดเนี่ย" คนถ่ายได้ตอบกลับว่า "คือว่าพี่ละเมิดผมอยู่เนี่ย ตอนนี้" เสียงตำรวจจึงบอกว่า "ก็คุณถ่ายผมทำไมอะ ผมจะเอามาเป็นของกลางไง ผมจับคุณเนี่ย ผมผิดเหรอ จะลบมั้ย !?"

            ทั้งนี้ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวมากมาย บ้างก็สงสัยว่า คนในคลิปใช่ตำรวจจริงหรือไม่ เพราะมีการติดสติ๊กเกอร์แปลก ๆ ที่หมวกด้วย เหมือนไม่ใช่เครื่องแบบที่ถูกต้อง บ้างก็ตำหนิตำรวจในคลิป ในขณะที่บางส่วนก็ถามว่าเจ้าของคลิปทำผิดจริงหรือไม่ ท่อดังจริงหรือเปล่าถึงได้โดนเรียก แล้วตำรวจที่เรียกนั้นได้ใช้เครื่องวัดระดับเสียงหรือไม่ บ้างก็แนะนำว่าให้เจ้าของคลิปเอาเรื่องให้ถึงที่สุด อย่าไปยอม

            หลังจากนั้นเจ้าของคลิปดังกล่าว ก็ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ดังนี้ "ผมเคยเจอทั้ง ตำรวจที่ดีมาก ๆ กับไม่ดี แต่ผมก็ไม่เคยอคติกับตำรวจ เพราะเจอตำรวจดี ๆ แต่มาวันนี้ ผมอยากเรียกร้องความยุติธรรม ผมผิดที่ท่อดัง แต่ทำไมใบสั่งออกไม่ได้ แต่กลับบอกไปเสียค่าปรับที่โรงพัก ที่เจ็บมากที่สุดคือ โดนบีบมือ หักข้อมือ แล้วจะหักโทรศัพท์อีก ผมว่ามันไม่ถูกต้อง สิ่งที่ผมเก็บภาพบันทึก วิดีโอไป ไม่เคยรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะต้องมาทำร้ายร่างกาย แต่ที่บันทึกวิดีโอก็คือ ทำไม เขาถึงออกใบสั่งให้ผมไม่ได้ ซึ่งเขียนไรไม่รู้ใบ สีชมพู ผมก็ไม่รู้ เห้อออ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้.... แต่ขอให้สังคมได้รับรู้ถึงการกระทำที่ขาดสติของตำรวจนายนี้ ที่มาทำกับผมเช่นนี้ ก็เท่านั้นเอง"


คลิปตำรวจฉุน..ประชาชนถ่ายคลิป..."มึงถ่ายทำไม" (http://www.youtube.com/watch?v=ppuWPf7gSDM#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=ppuWPf7gSDM-
คลิปตำรวจฉุน..ประชาชนถ่ายคลิป..."มึงถ่ายทำไม" โพสต์โดย Social Clip







หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 19, 2014, 06:12:27 AM
ผู้ที่ได้รับการ"อบรม"จากครอบครัว
สถาบันการศึกษา และ วัด
ต้องเป็นผู้ที่"ปฎิบัติตามกฎจราจร"
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 19, 2014, 10:37:44 PM
กาญจน์ภัสร์ ศิริประทุม หรือ วิเวียน สองสาวเล่าเรื่อง ถูกรถชนดับ คนขับสารภาพเสพยามาก่อนขับรถ


-http://hilight.kapook.com/view/113018-




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02, สปริงนิวส์, ช่อง one

          กาญจน์ภัสร์ ศิริประทุม หรือ วิเวียน ครีเอทีฟ สองสาวเล่าเรื่อง ถูกรถชนหน้าตึกแกรมมี่เสียชีวิต ล่าสุดคนขับรถบรรทุกสารภาพเสพยาบ้ามาก่อนขับรถ สุดสลด ผู้ตายเพิ่งแต่งงานเมื่อ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ด้านญาติรับศพแล้ว เตรียมนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น

          จากอุบัติเหตุรถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งชน นางสาวกาญจน์ภัสร์ ศิริประทุม หรือ วิเวียน อายุ 28 ปี ครีเอทีฟรายการสองสาวเล่าเรื่อง ในเครือแกรมมี่ ที่กำลังเดินข้ามทางม้าลายหน้าตึกแกรมมี่ บนถนนอโศกมนตรี ก่อนร่างจะถูกลากไปไกลกว่า 5 เมตร สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนที่เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก กระทั่งในที่สุด นางสาวกาญจน์ภัสร์ ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 รายการข่าวคืนนี้ ช่อง ONE ในเครือแกรมมี่ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอรายงานข่าวดังกล่าว โดยมีการสัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งระบุว่า รถบรรทุกวิ่งมาด้วยความเร็วมาก เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงปัง ซึ่งตอนแรกคิดว่าอาจจะชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ แต่ก็ได้ยินเสียงคนกรี๊ดกัน ก็รู้แล้วว่าต้องชนคนแน่ ๆ ซึ่งจากจุดที่ผู้ตายเดินลงมา จนถึงจุดที่รถหยุด ก็ประมาณ 10 เมตรได้ วินาทีนั้นก็เดินเข้าไปดูก็เห็นเป็นน้องผู้หญิงถูกชน แล้วเห็นเลือดไหลออกมา

          ทั้งนี้ รายการข่าวคืนนี้ ระบุว่า นางสาวกาญจน์ภัสร์ เพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่กลับมาเกิดเหตุสลดขึ้นขณะเดินข้ามทางม้าลายหน้าตึกแกรมมี่

          ขณะที่วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้โพสต์เอกสารแบบรายงานเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญคดีดังกล่าว โดยมีการระบุว่า ผลการตรวจปัสสาวะของ นายสุริยา สุขบัว อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถบรรทุกทะเบียน บม 9367 สระบุรี พบว่ามีสารเสพติดประเภท 1 (แอมเฟตามีน) ซึ่งคนขับรถได้ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อนขับรถจริง

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเป็นผู้ขับขี่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนคนเดินเท้า ถึงแก่ความตาย

          ต่อมาในช่วงบ่าย นางทองปัน โฮงคำอุด มารดา พร้อมด้วยนายณัฐวัฒน์ ภาอเนกพันธุ์กุล สามีของนางสาวกาญจน์ภัสร์ และเพื่อน ๆ ได้เดินทางมารับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า จากั้นได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประชาสามัคคี อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิด

          ทั้งนี้ นายณัฐวัฒน์ ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าโศกและร่ำไห้ตลอดเวลา กล่าวว่า ตนกับนางสาวกาณจน์ภัสร์ เพิ่งแต่งงานกันเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้วางแผนจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 26 ธันวาคม ครั้งนี้จึงจะพาภรรยากลับบ้าน ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

          ด้าน นางอิสรีย์ ภาอเนกพันธุ์กุล แม่สามีของนางสาวกาณจน์ภัสร์ กล่าวว่า กรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าลูกสะใภ้ตนกำลังตั้งครรภ์นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตนอยากฝากให้นายจ้างที่ให้ลูกจ้างขับรถ ตรวจสอบให้ดีว่าลูกจ้างติดยาเสพติดหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยมาขับรถเช่นนี้จะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นมาก


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/ETC/o2.jpg)


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/ETC/o1.jpg)





http://www.youtube.com/watch?v=0-8BKvgnNmk#t=10 (http://www.youtube.com/watch?v=0-8BKvgnNmk#t=10)
-http://www.youtube.com/watch?v=0-8BKvgnNmk#t=10-
คลิป รถชนพนักงานสาวแกรมมี่ เสียชีวิตหน้าตึก GMM แม้จะข้ามถนนบนทางม้าลาย ตามสัญญาณไฟจราจร ก็ไม่ปลอดภัย โพสต์โดย ช่อง one สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม









หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 21, 2014, 12:28:22 PM
เรื่องนี้ ผมว่า ต้องปรับทั้งเจ้าของรถ และ คนขับ 

ปรับให้หนัก  ,ห้ามคนขับรถ ขับรถเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพราะหากขับรถต่อไป อาจจะไม่ได้เกิดเหตุแค่นี้  อาจจะมีคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บได้ 



---------------------------------------------------------------------------


สิบล้อไล่ฟัด! 3 คันซิ่งเบียดท้าทาย ถ.บางนา-ตราด

-http://news.sanook.com/1718363/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนสายบางนา-ตราด รถบรรทุกสิบล้อ 3 คัน ขับปาดกันไปมา อย่างไม่เกรงใจผู้ร่วมใช้เส้นทาง สร้างความหวาดเสียวกับผู้ที่ผ่านมาเป็นเส้นทางดังกล่าว บ้างก็ระบุว่าเป็นกรณีที่รถบรรทุกสิบล้อหาเรื่องกันเอง

ตามรายงานระบุว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดังและเว็บไซต์ต่างๆ กำลังเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาวไม่ถึงนาที ที่มีชื่อว่า "ใหญ่ฟัดใหญ่ บนถนนบางนา-ตราด" แสดงให้เห็นมุมภาพจากกล้องติดหน้ารถคันหนึ่ง ซึ่งกำลังขับมาตามถนน ก่อนจะเริ่มชะลอลง เนื่องจากข้างหน้ามีรถบรรทุกสิบล้อขับปาดช่องจราจรและขวางทาง ในลักษณะขับจี้ละปาดกันไปมา โดยที่มุมภาพระบุวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ภาพจากคลิปยังเผยให้เห็นว่า มีรถบรรทุกสิบล้อถึง 3 คัน ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว คันหนึ่งขับเบียดขวางทางอยู่ข้างหน้า ส่วนอีกคันดังกล่าวขับจี้ท้ายรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เอาไว้ในลักษณะประกับหัวท้าย ก่อนที่รถบรรทุกคอนเทนเนอร์จะจนมุมและเข้าเกียร์ถอยหลังมาชน รถบรรทุกทั้ง 3 คัน จอดขวางเส้นทางจราจรอยู่ช่องขวาสุด สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ที่สัญจรไปมา

อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวยังถูกนำไปโพสต์แชร์ต่อบนแพจเฟซบุ๊ก "ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02" ด้วย โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะเห็นประจำตามถนนเส้นที่มีรถบรรทุกสัญจรไปมา บ้างก็แนะนำว่าให้ยึดใบอนุญาตรถบรรทุกทั้ง 3 คัน ที่สร้างความเดือดร้อน อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่นด้วย

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/343/1718363/news01-1.jpg)



http://www.youtube.com/watch?v=cxrLIGxtJWk#t=31 (http://www.youtube.com/watch?v=cxrLIGxtJWk#t=31)
-http://www.youtube.com/watch?v=cxrLIGxtJWk#t=31-
ใหญ่ฟัดใหญ่ บนถนนบางนา-ตราด truck VS truck






หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 28, 2014, 09:35:52 AM
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ เมาแล้วขับ

กลับเป็นเรื่องที่ดี ที่ยังมีความรู้สึกที่รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทำไม่ดี


------------------------------------------------------------------------------------

 :46: :46: :46: :46: :46:

------------------------------------------------------------------------------------


หนุ่มรู้สึกผิดตั้งกระทู้ขอโทษ หลังจอดรถซ้อนคันทำคนเดือดร้อน

-http://hilight.kapook.com/view/113343-


(http://www.tairomdham.net/index.php?action=dlattach;topic=9070.0;attach=3512;image)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1966825 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

            หนุ่มรู้สึกผิด สมัครพันทิปขอโทษ หลังไปจอดรถซ้อนคันไม่ปลดเกียร์ว่าง ทำคนเดือดร้อนต้องยกเลิกนัด

            เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมรายหนึ่ง ถึงกับต้องตั้งกระทู้ขอโทษยกใหญ่ หลังไปจอดรถซ้อนคันแล้วไม่ปลดเกียร์ว่าง จนทำให้เจ้าของรถที่เขาไปจอดซ้อนคันนั้นเคลื่อนรถไปไหนไม่ได้ จนต้องยกเลิกนัด กลายเป็นอุทาหรณ์ให้เจ้าของรถทั้งหลายรู้ว่าการจอดซ้อนคันโดยไม่ปลดเกียร์ว่างนั้นสร้างความเดือดร้อนแค่ไหน ขณะเดียวกันก็มีสมาชิกพันทิปหลายรายเข้ามาชื่นชมที่ทำผิดแล้วหาทางออกมาขอโทษเช่นนี้

            จากกระทู้ "ฝากถึงเจ้าของลายมือนี้ด้วยครับ" ของสมาชิกหมายเลข 1966825 ที่โพสต์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าของกระทู้ได้บอกเล่าผ่านภาพถ่ายว่า เขาได้ไปจอดรถซ้อนคันโดยไม่ปลดเกียร์ว่าง ทำให้ผู้หญิงเจ้าของรถที่เขาไปจอดซ้อนคันนั้น เขียนกระดาษโน้ตถึงเขาเพื่อบอกว่าเธอเดือดร้อนมากแค่ไหน โดยข้อความในกระดาษระบุว่า

            "ทีหลังจอดซ้อนคันต้องปลดเกียร์นะคะ ไม่งั้นจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนมาก ๆ รอเป็นชั่วโมง ๆ แล้ว รปภ. 3-4 คนต้องมาช่วยยกอีก นัดที่มีก็ต้องแคนเซิล เดือดร้อนมากค่ะ ! "

            หลังจากที่เจ้าของกระทู้รู้ตัวว่าเขาได้ทำให้ใครบางคนเดือดร้อนเพราะการจอดรถของเขาแล้ว ก็ได้สมัครสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เพื่อที่จะส่งคำขอโทษถึงเจ้าของรถที่ได้รับความเดือดร้อนว่า

            "ผมไม่สบายใจเลย ผมตั้งใจสมัครมาเพื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษครับ" ผมไม่รู้จะไปบอกขอโทษคุณได้ที่ไหน ยังไงผมก็ขอพูดผ่านกระทู้นี้ละกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าคุณจะเห็นมันหรือเปล่า ผมขอโทษจริง ๆ ครับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล. อย่าลืมใส่เกียร์ว่างทุกครั้งที่จอดซ้อนคันนะครับ ถ้าลืมอาจจะทำให้คนคนหนึ่งเดือดร้อนได้"

            แน่นอนว่าแม้เจ้าของกระทู้จะทำผิดจริงที่จอดรถซ้อนคันโดยไม่ยอมปลดเกียร์ว่าง แต่หลังจากที่เขาออกมาขอโทษผ่านกระทู้ พร้อมกับเตือนให้เหตุการณ์ที่เขาเจอเป็นบทเรียนให้กับคนขับรถรายอื่น ๆ แล้ว ก็ได้รับการชื่นชมจากหลายความคิดเห็น ขณะที่อีกหลายความเห็นก็บอกว่า เจ้าของกระทู้เจอแค่กระดาษโน้ตเตือนแบบนี้ถือว่าโชคดีมาก ๆ เพราะบางรายอาจเจอวิธีตักเตือนที่รุนแรงมากกว่านี้ เช่น กรีดรถ เจาะลมยาง เป็นต้น





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 30, 2014, 02:40:48 AM
คลิปลุงโวยใส่ตำรวจด่านตรวจแอลกอฮอล์ บอก เอากับพี่มั้ย

-http://hilight.kapook.com/view/113431-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  คุณ Social clip สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           ชาวเน็ตแห่คลิปลุงโวยใส่ตำรวจด่านตรวจแอลกอฮอล์ บอก เอากับพี่มั้ย แต่สุดท้ายก็ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยดี แถมยังพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่ากฎหมายกำหนด

           วันที่ 29 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คแห่แชร์คลิปลุงโวยใส่ตำรวจด่านตรวจแอลกอฮอล์ บอก เอากับพี่มั้ย กันอย่างกว้างขวาง โดยเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวคือ ภาพเหตุการณ์ที่ตำรวจจราจรจังหวัดพิษณุโลกกำลังปฏิบัติหน้าที่ และขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญผู้ขับขี่รถรายหนึ่งมาตรวจวัดหาปริมาณแอลกอฮอล์ ปรากฏว่า ชายวัยกลางคนดังกล่าวได้พูดจาส่งเสียงดังโวยวายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อะไรกันหนักกันหนา บ้านพี่อยู่แค่นี้ ตำรวจก็ให้เป่าหลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบบอกให้ชายคนดังกล่าวใจเย็น ๆ และขอให้นั่งรอก่อน

           แต่ชายคนดังกล่าวกลับพูดจาเสียงดังว่า "จะยังไงต่อก็ว่ากันมา" และใช้มือทุบที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างดัง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ทำเอาพี่ ๆ ตำรวจต้องรีบเอาน้ำเย็นเข้าลูบด้วยการบอกให้ใจเย็น ๆ จนสุดท้ายชายคนดังกล่าวก็ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่า ผลตรวจพบแอลกอฮอล์ 90 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญมาที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมตั้งข้อหาเมาแล้วขับแล้ว ก่อนที่จะได้ประกันตัว



มนุษย์ลุง กร่าง ใส่ด่านเป่า แอลกอฮอล ตำรวจ โวย เอากับพี่มั๊ย..!?? @พิษณุโลก (http://www.youtube.com/watch?v=_cgKltAiZ5s#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=_cgKltAiZ5s-
คลิป มนุษย์ลุง กร่าง ใส่ด่านเป่า แอลกอฮอล ตำรวจ โวย เอากับพี่มั๊ย..!?? @พิษณุโลก
โพสต์โดย คุณ Social clip สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-phitsanulokhotnews.com-
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 31, 2014, 06:05:25 PM
กฎหมายใหม่ ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ โดนโทษเท่ากับเมาแล้วขับ

-http://hilight.kapook.com/view/113498-


กฎหมายใหม่ ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ โดนโทษเท่ากับเมาแล้วขับ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02

            กฎหมายใหม่ ! ชี้ชัดฝ่าฝืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ให้สันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ และสามารถดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับได้เลย

            วันนี้ (31 ธันวาคม 2557) ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02  ได้มีการเผยแพร่ ราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2557 ระบุว่า.. ถ้าผู้ขับไม่ยอมตรวจแอลกอฮอล์ เท่ากับเมาแล้วขับและดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับได้ ดังข้อความต่อไปนี้..

            โปรดทราบ..ไม่ยอมตรวจแอลกอฮอล์...เท่ากับเมาแล้วขับ

            พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่10) พ.ศ. 2557 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีการแก้ไข 2 ประเด็นสำคัญคือ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 เกี่ยวกับกำหนดข้อสันนิษฐานในกรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบว่าหย่อนความสามารถในการขับขี่โดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ จะให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ารถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ และในกรณีที่ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่

            กฎหมายใหม่ระบุอำนาจเจ้าพนักงานจราจรว่า สามารถสั่งให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยวางตั้งไว้ ให้ไขกระจกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์เข้าไปในรถได้ หรือเรียกให้ผู้ขับขี่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ รวมทั้งสั่งให้ลงจากรถเพื่อดูว่าร่างกายสามารถรักษาสมดุลของการเดินได้หรือไม่ หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นเมาสุรา เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้

            สำหรับบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนตามกฎหมายใหม่ กรณีผู้ขับขี่ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานในการทดสอบ เดิมระวางโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท กรณียินยอมให้ทดสอบแต่พบว่าเมาสุราขณะขับรถ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบขับขี่ แต่กฎหมายใหม่ได้ปรับเพิ่มความเข้มงวดในการเอาผิดทางกฎหมาย โดยกรณีไม่ยินยอมให้ทดสอบให้สันนิษฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าเมาไว้ก่อนจะ มีบทลงโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาไปสืบพยานหักล้างในศาลได้

            เหตุผลที่ต้องเพิ่มบทลงโทษ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ขับขี่มักปฏิเสธให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งการขับรถขณะเมาสุรามีโทษน้อยมาก จึงมักละเลยขับรถโดยประมาท ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมจึงถือเป็นมาตรการป้องปรามและขอความร่วมมือ จากประชาชนเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ทางหนึ่ง


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc6/14-page-001-vert.jpg)

.



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 02, 2015, 08:18:52 AM
อย่าให้คนผิดลอยนวล

แต่ที่แน่ๆ  กฎแห่งกรรม  ไม่ปล่อยแน่นอน

แต่ก่อนที่กฎแห่งกรรม จะทำงาน

ต้องให้กฎหมายบ้านเมือง ทำงานก่อน



-----------------------------------------------------------




“น้องการ์ตูน” อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือความจริงที่ “นักซิ่ง” บิดเบือน!!? (มีคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน    
   
13 พฤศจิกายน 2557 22:27 น.

-http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9570000131169-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548601.JPEG)



กระบะเครื่องแรง เหยียบมิดไมล์เสียหลักเข้าชนครอบครัวหาเช้ากินค่ำ สิ้นเสียงสนั่น คุณแม่วิ่งออกมาดู ปรากฏภาพสามีนอนกระอักเลือดกอดลูกน้อยวัย 5 ขวบไว้แน่น ขณะนี้ ผู้เสียหายเสียเสาหลักของครอบครัวอย่างไม่อาจยื้อไว้ได้ เหลือเพียง “น้องการ์ตูน” นอนอาการร่อแร่อยู่ที่โรงพยาบาล
       
       ผ่านไป 2 เดือน ฝั่งผู้ก่อเหตุเริ่มบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ จึงออกมาร้องขอความเป็นธรรมจนกลายเป็นประเด็น ชาวเน็ตช่วยสืบกระทั่งพบข้อสงสัยหลายจุดในคดีนี้ว่า อาจไม่ใช่อุบัติเหตุจากการขับขี่ธรรมดา แต่คือความประมาทจากน้ำมือแก๊งซิ่งรถที่บิดเบือนความจริง!!?
       
       
       ไม่ใช่รถซิ่ง ไม่ได้ขับแข่ง แต่เครื่องแรงเกินพิกัด!!
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548602.JPEG)
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548611.JPEG)

(น้องการ์ตูน ในวันที่ยังไม่เกิดโชคร้าย)

        น้องการ์ตูนวัย 5 ขวบ จากที่เคยเป็นเด็กสดใส จ้ำม่ำ น่ารัก ตอนนี้ต้องนอนสมองเบลออยู่โรงพยาบาล โดยมีค่ารักษาตัวพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท จากอุบัติเหตุรถปิกอัพพุ่งชนร้าน “สเต็กลุงใหญ่” ย่านบางบอน จนเป็นเหตุให้คุณพ่อเสียชีวิตและเด็กน้อยสูญเสียสมองไป 25 เปอร์เซ็นต์ ผู้เป็นแม่ซึ่งต้องเผชิญชะตากรรมอันหนักหนานี้แต่เพียงผู้เดียวอย่าง “ศรัญญา ชำนิ” จึงทนต่อสภาวะที่จำต้องแบกรับต่อไปอีกไม่ไหว เพราะถึงแม้ผู้ก่อเหตุจะช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นเกี่ยวกับค่าเสียหายในด้านต่างๆ แต่ทว่า กลับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เธอต้องสูญเสียไป
       
        ที่สำคัญ เธอยังคงแคลงใจมาตลอดว่าคดีนี้อาจมีเงื่อนงำในหลายๆ จุด เนื่องจากรถปิกอัพที่ขับมาชนนั้น มีผู้ก่อเหตุนั่งมาด้วยกัน 2 คน คือ “น้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม” กับชายวัย 19 หลังเกิดเหตุชนอึกทึกครึกโครม รถกระบะคันนั้นก็ตะแครงขวาอยู่บนท้องถนน ผู้ก่อเหตุอ้างว่าฝ่ายชายพาตัวออกมาจากรถได้ก่อน จากนั้นไปดึงผู้หญิงออกมา แต่สิ่งที่เห็นและชวนให้ครอบครัวเหยื่ออุบัติเหตุครั้งนี้สงสัยคือ น้ำผึ้งรีบตรงดิ่งมายังคุณแม่ผู้สูญเสียแล้วประกาศตัวว่า “ฉันขับเองๆ” ซึ่งดูผิดวิสัยไปจากปกติ คุณแม่ศรัญญาจึงต้องข้อสงสัยเอาไว้ว่า อาจมีการสับเปลี่ยนตัวคนขับเกิดขึ้น
       
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548603.JPEG)
       
        "คิดว่าทางตำรวจน่าจะช่วยสอบสวนได้หรือหากล้องได้ค่ะว่าจริงๆ แล้วใครขับ เพราะความเป็นจริงผู้หญิงไม่น่าขับรถได้แรงขนาดนี้ค่ะ ไมล์มันน่าจะอยู่ที่ 100 กว่า แต่ถ้าเขาขับจริงก็โอเค แต่ถามว่าเราอยากได้ความกระจ่างจากตรงนี้มากกว่า” นอกจากนี้ยังต้องการให้มีการตรวจสอบหลักฐานให้แน่ใจอีกครั้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากการแข่งรถหรือไม่ เพราะจากกล้องวงจรปิดที่เก็บภาพได้ จะเห็นว่ามีรถ 2 คันที่แข่งกันมาบนท้องถนนสาย เอกชัย-บางบอน แข่งกันมาตลอดทางตั้งแต่บริเวณโรงพักบางบอนจนมาถึงจุดเกิดเหตุ
       
        จากนั้นกล้องวงจรปิดอีกตัวที่จับภาพได้ จึงเผยให้เห็นภาพรถปิกอัพคันก่อเหตุ พุ่งชนร้านสเต๊กอย่างจัง จึงสงสัยว่าอาจเป็นรถที่อยู่ร่วมกระบวนการแข่งรถเดียวกันนี้ เนื่องจากลักษณะการขับมาเร็วและแรงมากเกินกว่าจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดาทั่วไป คือนอกจากจะชนเข้ากับร้านสเต๊กของครอบครัวเข้าอย่างจัง ยังไถลไปไกลจนสร้างความเสียหายอีกกว่า 5 ห้อง แต่ทางผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่าไม่ได้สับเปลี่ยนคนขับ และไม่ได้ขับรถซิ่งแข่งใคร แต่ที่เกิดอุบัติเหตุเป็นเพราะขับรถไม่ค่อยคล่อง แต่วันนั้นอยากกลับบ้านเร็วจึงแซงรถ 2 คันนั้นที่กำลังแข่งกันอยู่ขึ้นไป จนเป็นเหตุให้เสียหลักและคุมรถไม่อยู่
       
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548604.JPEG)   

        ที่น่าสนใจคือ หลักฐานบนโลกออนไลน์หลายๆ อย่างกลับขัดแย้งกับคำให้การของผู้ก่อเหตุของน้ำผึ้ง ตั้งแต่ที่บอกว่าน้องผู้ชายที่นั่งรถมาด้วยกันขับไม่เป็น และรถที่ทำให้เกิดเหตุก็ไม่ใช่รถแต่งเพื่อเอาไว้ซิ่ง แต่เป็นแค่รถเอาไว้ขนของขายเท่านั้น แต่ภาพที่ชาวเน็ตขุดมาได้ กลับเต็มไปด้วยภาพผู้ชายคนหนึ่งถ่ายรถปิกอัพป้ายทะเบียน "ฒฒ 7108" ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนเดียวกับที่ทำให้เกิดเหตุ โพสต์เกี่ยวกับการแต่งรถเครื่องแรงแบบจัดเต็ม ซ้ำยังมีภาพชายหนุ่มคนนั้นขับรถคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยตลอด โดยชาวเน็ตคาดการณ์กันไว้ว่าอาจเป็นชายคนเดียวกับที่นั่งมากับน้ำผึ้งในคืนวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม นี่คือปากคำของน้ำผึ้งที่บอกตำรวจเอาไว้ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้
       
        "หนูเป็นคนขับค่ะ รถคว่ำ หนูอยู่ข้างล่าง น้องชายหนูอยู่ข้างบน ไม่เป็นอะไรเลย แขนหนูก็ยังเป็นแผลอยู่ หนูไม่ได้โกหกจริงๆ ค่ะ... หนูไม่ได้ขับรถเก่งน่ะค่ะ เพิ่งหัดขับ กะจะแซงแต่มันเสียหลัก รถมันหนักน่ะค่ะและมันข้อสูง ก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลน้องมาตลอดเลย เซ็นรับผิดชอบเป็นเจ้าของไข้ รับภาระหนี้สินของโรงพยาบาล และร้านที่เขาเสียหายทุกร้าน รวมทั้งร้านสเต๊กก็จ่ายหมดแล้ว
       
        วันแรกที่มาคุย เรียกศูนย์มาดู ตีราคาไว้ 80,000 บาท ดูแต่ภายนอกนะคะยังไม่ได้ดูภายใน แต่พอครั้งต่อมา มาตกลงเรื่องร้าน หนูก็จ่ายหมดเลยแล้ว แต่มาทีหลัง เขามาบอกอีกว่าตกลงเรื่องรถว่าตกลงแล้วราคา 350,000 หนูเลยบอกหนูจ่ายไม่ไหว เพราะหนูไม่มีเงินขนาดนั้น หนูเอาเงินมาจ่ายให้น้องและจ่ายค่าเสียหายไปหมดแล้ว ไม่ได้มีเงินเป็นของตัวเองด้วยค่ะ ยืมญาติพี่น้องมาด้วย
        รถภายในเราก็แต่งให้มันสวยๆ ได้ แต่จริงๆ มันเป็นรถขายของน่ะค่ะ มันไม่ใช่รถแข่ง เราก็ขายของทุกวัน หนูก็ไม่รู้จักรถ 2 คันนั้นที่แข่งมาด้วยค่ะ ช่วงจังหวะที่แซงคือใกล้จะถึงบ้านแล้วก็เลยแซง จังหวะมันไม่น่าจะแซงหรอกค่ะ แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ด้านขับรถมาก พอแซงแล้วไม่พ้นเลยเอารถไม่อยู่ ก็ยอมรับว่าขับเร็วแต่ไม่ได้ขับแข่งค่ะ
       
        เรื่องค่าเสียหายหนูชดใช้อยู่แล้ว แต่ต้องใจเย็นๆ เรื่องนี้ หนูก็เสียใจค่ะ ไม่ได้อยากให้เกิด เข้าใจค่ะว่าคนเป็นแม่เสียใจแค่ไหน ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ยกมือไหว้ขอโทษเลย วันนี้ก็ทำเป็นทางการเลยแล้วกัน (ยกมือไหว้ผู้เสียหาย) ก็ขอโทษด้วยค่ะ"
       
       

       ครอบครัวสูญเสีย ไม่มีคำว่า “เรียกร้องมากเกินไป”
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548605.JPEG)

        เมื่อมีปัญหาแคลงใจจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์กันขนาดนี้ พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 จึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้ จากการสอบปากคำกรณีสงสัยว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่จริงหรือไม่ พยานยืนยันว่าฝ่ายชายปีนออกจากประตูรถก่อนเพื่อช่วยฝ่ายหญิงออกจากรถ จึงยืนยันได้ว่าน้ำผึ้งเป็นผู้ขับขี่รถจริง ไม่ใช่ชายวัย 19 อย่างที่คุณแม่สันนิษฐานเอาไว้ ส่วนเรื่องคดีจะสรุปสำนวนฟ้องภายในอาทิตย์นี้ โดยได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บไป
       
        ส่วนเรื่องอาการของน้องการ์ตูน คุณแม่บอกว่าล่าสุดน้องลืมตาได้แล้ว เมื่อคุณแม่ไปกระซิบข้างหูว่าคดีคืบหน้าไปมาก น้องก็น้ำตาซึมแสดงอาการรับรู้ ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาล ล่าสุดพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ช่วยชดเชยจ่ายไปเบื้องต้นให้ 175,000 บาท ส่วนต่างหลังจากนั้น คุณแม่เป็นผู้ดูแลเองทั้งหมด
       
        “คุณหมอให้คำตอบไม่ได้ว่าน้องจะฟื้นมั้ย จะเป็นเจ้าหญิงนิทราหรือเปล่า จะรับรู้ได้แค่ไหน บอกไม่ได้เลยทุกอย่าง คุณหมอบอกให้รอเวลาอย่างเดียวค่ะ ทางคุณแม่ก็หวังว่ายังไงน้องน่าจะกลับมาเหมือนเดิม ไม่มากก็ยังถือว่ารับรู้ได้ นั่งได้ ก็ยังดีกว่าไม่รับรู้อะไรเลย ตอนแรกคุณหมอกลัวเป็นเจ้าหญิงนิทราด้วยซ้ำค่ะ แต่ตอนหลังน้องลืมตาขึ้นมา พยายามกระตุ้นตัวเองให้รู้ว่าได้ยิน" เธอให้สัมภาษณ์ไปพลางกะพริบตาถี่ขณะเล่า
       
        ได้ทราบรายละเอียดเช่นนี้ เป็นใครก็อดเห็นใจไม่ได้ เช่นเดียวกับ นพดล สุวรรณกำจาย ผู้บริหาร บริษัท ไทยเซอร์เวย์เยอร์ แอนด์ ลอว์ จำกัด ซึ่งเป็นทนายและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องประกันภัยรถยนต์ จึงขอแสดงความคิดเห็นเอาไว้เกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องค่าเสียหายที่ครอบครัวผู้สูญเสียควรได้รับ
       
        “ในกรณีความเสียหายแบบนี้ เรียกเงินชดเชยยังไงก็ “ไม่มีคำว่า มากเกินไป” เพราะเขาเสียหายเยอะเหลือเกิน อันนี้ก็น่าเห็นใจทางผู้หญิงเขานะ เขาเสียหายเต็มๆ เลย ไหนจะลูก ไหนจะสามี เขามีสิทธิเรียกเต็มที่ได้เลย ส่วนจะได้เท่าไหร่เป็นอีกเรื่องนึง คือถ้าผมเป็นทนายว่าความให้ ผมก็จะเรียกเต็มที่เหมือนกันครับ
       
        ส่วนจะเรียกได้แค่ไหน มันต้องมาดูที่องค์ประกอบอีก ต้องดูว่าสามีเขาเคยมีรายได้วันละเท่าไหร่ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาน่าจะสามารถทำรายได้ได้ถึงอายุเท่าไหร่ ต้องมานั่งคำนวณดู สมมติว่าอยู่ได้ถึงสัก 60 ปี ควรจะได้ค่าชดเชยเท่าไหร่ ต้องคิดเผื่อไว้ครับ เพราะทางผู้เสียหายต้องกินต้องอยู่ต่อไป และตอนนี้ลูกสาวก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ค่ารักษาพยาบาลก็ควรจะให้แพทย์ประเมินให้ก่อนว่าตกเดือนละเท่าไหร่ ของแบบนี้จะมาตัดสินกันลอยๆ ไม่ได้ครับ แนะนำให้ผู้เสียหายลองไปพึ่งสภาทนายความเลย
       
        กรณีแบบนี้ เราอย่าไปฟังคนคนเดียว หรือฟังผมคนเดียวก็ไม่ถูก เราควรคำนึงประโยชน์สูงสุดของเรา อย่าลืมว่าเราเป็นผู้ถูกละเมิดนะ ถ้าเป็นความเสียหายด้านทรัพย์สิน เราซ่อมได้ แต่ถ้าเป็นความเสียหายเกี่ยวกับชีวิตคน มันซ่อมไม่ได้นะ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาภาระนี้ใหญ่หลวงเลยนะ มันไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกเองนะ แต่ต้องอยู่กับสภาวะแบบนี้ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ อันนี้เรื่องใหญ่เลย
       
        แต่ผมแนะนำว่าเรายังมีทางออกอีก ค่อยๆ ดูทางออกก่อน อย่าเพิ่งไปหวังว่าคนที่ขับรถหรือแข่งรถซิ่งจะมารับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กครับ มันเรื่องใหญ่ ฟังแล้วก็น่าเห็นใจ เพราะเรื่องมันเกิดกับชาวบ้านทำมาหากินธรรมดา อนาคตของเด็กจะเป็นยังไงก็ไม่จบ ถ้าน้องต้องนอนโรงพยาบาลระยะยาวมันก็ยิ่งแย่
       
        ถ้าฝ่ายผู้เสียหายมีคนเสียชีวิต โดยพื้นฐาน จะต้องจ่ายขั้นต่ำ 300,000 บาท ส่วนจะเจรจาให้ได้ชดเชยในอัตราที่สูงกว่านี้ หรือให้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลน้องในระยะยาวได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ทางศาลเขาก็จะพิจารณาโทษของฝ่ายก่อเหตุว่า คุณมีความพยายามที่จะช่วยบำบัดปัดเป่าในเหตุที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร ถ้าเขาได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอยู่บ้าง ศาลก็จะมองว่า เอ้อ...ก็ยังมีความดีอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่พยายามทำอะไรเลยศาลก็จะตัดสินโทษตามนั้น แต่เรื่องนี้ ถ้าให้ศาลดู ตั้งแต่ผมมีชีวิตทางด้านทนายมา ถ้ามีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุแข่งซิ่งรถมาชนนี่ ศาลท่านไม่เคยเว้นสักที”
       
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548607.JPEG)
       
(อ้างว่ารถไม่ได้แต่ง แต่หลักฐานออนไลน์กลับขัดแย้ง)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548608.JPEG)

        ลองให้พิจารณาในมุมบทลงโทษบ้าง หากท้ายที่สุดแล้ว ผลการสืบสวนปรากฏออกมาว่าข้อสันนิษฐานเรื่องการสับเปลี่ยนคนขับและการซิ่งรถเป็นเรื่องจริง ความผิดที่เคยตัดสินเอาไว้ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
       
        “ความผิดระหว่างรถที่แข่งมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ กับรถที่ขับแล้วพลาดโดยประมาท ต่างกันนะครับ ถ้าเกิดรถเอามาแข่งซิ่งในถนนหลวงเนี่ย มันค่อนข้างเป็นความผิดที่ศาลท่านดูแล้ว จะมองไปในลักษณะว่าค่อนข้างร้ายแรง ก่อให้เกิดอันตราย แต่ถ้าขับธรรมดาแล้วเกิดอุบัติเหตุ ศาลท่านก็จะพิจารณาไปตามนั้น อาจจะเกิดเพราะความไม่ชำนาญ ก็ต้องชั่งน้ำหนักและตัดสินตามนั้น แต่ถ้าเหตุเกิดเพราะซิ่งรถมา ผมเชื่อได้เลยว่าศาลท่านลงโทษหนักแน่ โดยเฉพาะกรณีที่มีคนตาย โทษตามกฎหมายขับขี่โดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี แล้วถ้ายิ่งตั้งใจขับซิ่งขับแข่งมา โทษก็น่าจะยิ่งหนักขึ้นอีก”
       
        อีกประเด็นที่สังคมวิจารณ์อย่างหนักไม่น้อยกว่ากรณีอื่นคือ รถปิกอัพคันดังกล่าวไม่มี พ.ร.บ. ซึ่งถือว่าช่วยสะท้อนอะไรๆ ได้อีกหลายมุมเหมือนกัน
       
        “ผมเห็นว่ามีความสำคัญนะครับ เพราะว่าสมัยก่อนที่รถยังไม่มี พ.ร.บ. ภาระทั้งหลายจะไปตกอยู่กับรัฐ เพราะรัฐต้องรับผิดชอบด้านสาธารณสุข มีเรื่องประชาสงเคราะห์ซึ่งรัฐจะต้องเจียดเงินงบประมาณมาให้ตรงนี้ เวลาคนถูกรถชนมาก็ต้องมาเบิกตรงนี้ ทำให้รัฐต้องรับภาระ เลยทำให้เกิด พ.ร.บ.ตรงนี้เกิดขึ้นเพื่อให้คนที่ใช้รถได้ช่วยเหลือสังคมในงบประมาณตรงนี้
       
        เพราะฉะนั้น การมี พ.ร.บ.ย่อมเป็นผลดีกว่า มันเป็นการรองรับในชีวิตของคน จากสมัยก่อนจะมีคำพูดที่ว่า “หมาตัวนึงถูกชน ได้รับค่าเสียหายมากกว่าชีวิตคนคนนึงเสียอีก” เพราะตอนนั้นไม่มีใครดูแล แต่สมัยนี้มี พ.ร.บ. ก็ยังมีคนรองรับตรงนี้อยู่ ให้คนใช้รถได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ไม่ใช่รัฐต้องรับภาระตรงนี้ฝ่ายเดียว ส่วนคนที่ไม่มี พ.ร.บ.หรือไม่ต่อภาษีนี่ ก็สามารถมองได้ว่าบุคคลนั้นไม่รับผิดชอบต่อสังคมได้เหมือนกัน”
       
       
       
       ความหวังสุดท้าย “กล้องวงจรปิด”
        ประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์อย่างหนักคือ “มีการสับเปลี่ยนคนขับจริงหรือไม่?” เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนาย “นพดล” บอกว่าแท้จริงแล้วสามารถตรวจสอบได้ ดังต่อไปนี้
       
        “ประการที่หนึ่ง ตรวจสอบจากตัวผู้ขับขี่ได้ครับ ที่นั่งข้างหน้า เข็มขัดนิรภัยมันจะมี 2 ข้างใช่มั้ยครับ ถ้าเกิดเหตุแล้วใครจะอ้างว่าใครเป็นคนขับขี่ก็ตาม เราสามารถดูที่รอย Safety Belt ได้ เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุจะเกิดแรงกระชาก ทำให้เกิดร่องรอยบาดแผลหรือร่องรอยฟกช้ำขึ้นมา ให้มองเห็นพอจะชี้ได้ว่าสรุปแล้วใครคือผู้ขับขี่
       
        ประการที่สอง สามารถถามพยานบริเวณใกล้เคียง ข้างทางแถวนั้นว่าขณะเกิดเหตุมีใครเห็นมั้ยว่าใครขับขี่ เท่านี้ก็พอจะช่วยชี้ได้ และประการที่สาม ดูว่าร่อยรอยความเสียหายของรถกับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่ในรถขณะนั้น มันสัมพันธ์กันแค่ไหน เพราะตำแหน่งที่นั่งอยู่กับคนที่นั่งข้าง จะมีร่องรอยลักษณะหัวโหม่งกระจกบ้างมั้ย ถ้ามีการโหม่ง คนที่โหม่งจะต้องมีบาดแผลบ้าง ก็พอจะจับได้ แต่ผมเชื่อว่าจากที่ดูในกล้อง น่าจะมีพยานที่พอจะมองเห็นได้ว่าใครเป็นคนขับ”
       
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548609.JPEG)
       
(ชาวเน็ตตามสืบ น่าจะเป็นคนเดียวกับชายวัย 19 ที่อ้างว่าขับรถไม่เป็น)

       
        นอกจากนี้ พ.ต.อ.วันชัย อยู่แสง รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังช่วยเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องกล้องวงจรปิดว่าสามารถขอดูจากทางกรุงเทพมหานครได้ โดยอาจต้องพิจารณาก่อนว่าจุดเกิดเหตุมีกล้องประเภทใดติดตั้งเอาไว้บ้าง
       
        “กล้องในส่วนนี้จะมีเฉพาะของกรุงเทพมหานครที่เขาติดตั้งไว้ให้ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท โดยประเภทที่หนึ่งคือ กล้องที่ติดตั้งไว้ดูการจราจร มีอยู่ประมาณ150-160 ตัว กล้องพวกนี้จะอยู่ตามทางแยกใหญ่ๆ ในรอบในหรือถนนสายสำคัญต่างๆ ปากซอยจะไม่มี และกล้องประเภทที่สองคือ กล้องที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดูในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรม ตามปากซอยต่างๆ ก็น่าจะมีกล้องพวกนี้จะอยู่ในความดูแลของทางกรุงเทพมหานครเหมือนกัน ก็ต้องดูว่าบริเวณนั้นมีกล้องอยู่หรือไม่ ถ้ามีต้องไปติดต่อที่สถานีตำรวจในท้องถิ่นที่เกิดเหตุ บางโรงพักทางกรุงเทพมหานครจะเชื่อมสัญญาณ CCTV ให้แล้ว แต่บางโรงพักยังไม่ได้เชื่อมให้
       
        เราอาจจะไปขอดูที่สำนักงานเขตได้ ถ้ามีการเชื่อมสัญญาณมาที่โรงพักแล้ว ส่วนใหญ่สำนักงานเขตมีเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าไม่มีจริงๆ สะดวกที่สุดไปดูได้ที่ศูนย์ CCTV ของกรุงเทพมหานครแถวเสาชิงช้า เราสามารถขอย้อนกลับไปดูได้น่าจะประมาณ 15-30 วัน เราต้องดูว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นนานหรือยัง ถ้านานแล้วก็อาจจะถูกลบไปแล้ว
       
        ถ้าดูกล้องCCTV แล้วมีข้อเท็จจริงปรากฎก็นำไปให้พนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนจะมีพยานหลักฐานใหม่ที่สามารถดำเนินคดีกับคนที่ทำความผิดจริงได้ ในส่วนที่ขอดูกล้องวงจรปิดไม่ต้องใช้หลักฐาน อาจให้ทางกรุงเทพมหานครคัดสำเนาให้หรือเอาใบแจ้งความบันทึกประจำวันเพื่อไปขอคัดสำเนาไปทางพนักงานสอบสวน
       
        คนชนคนขับขี่จะมีความผิดในเรื่องของการขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสมีโทษจำคุก เกิดการสลับตัวจริงมีความผิดฐานให้ความเท็จต่อเจ้าพนักงานมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา คนที่ให้ความเท็จก็รับโทษไปในขณะที่คนขับถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถประมาททำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตครับ”
       
        แม้ขณะนี้จะยังมีเรื่องค้างคาภายในใจ แต่คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวอย่าง “ศรัญญา” ก็พยายามทำใจแข็งและสู้ต่อไป เพื่อลูกน้อยวัย 5 ขวบที่พยายามต่อสู้กับตัวเองอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน แม้หนูน้อยจะยังมีไข้ตลอดเวลา บวกกับมีอาการชักเกร็งเพราะในสมองบวมน้ำ แต่หนูน้อยก็ยังสู้ต่อไป และแม้ไม่รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะทดแทนสิ่งที่ครอบครัวนี้สูญเสียไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่คุณแม่ใจเด็ดรายนี้ก็ยังคงสู้กับชะตาชีวิตต่อไป ด้วยการเปิดร้านสเต๊กร้านใหม่โดยใช้ชื่อเดิม “สเต๊กลุงใหญ่” มาตั้งร้านแถวราษฎร์บูรณะ เพราะไม่อาจทนความเจ็บปวดตั้งร้านที่เดิมได้อีกต่อไป เนื่องจากภาพสามีกระอักเลือดกอดลูกในวันนั้นยังติดตามาจนถึงตอนนี้...
       
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000013548610.JPEG)
       
(คุณแม่ใจแกร่งยังคงสู้ต่อไป)


http://www.youtube.com/watch?v=IASn_N79hp8#t=12 (http://www.youtube.com/watch?v=IASn_N79hp8#t=12)
-http://www.youtube.com/watch?v=IASn_N79hp8#t=12-
เรื่องเล่าเช้านี้ แม่น้องการ์ตูนติดใจ สงสัยมีการสลับตัวคนขับกระบะแต่งซิ่งชนสามีดับ (12 พ.ย.57)

       
       ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live
       ขอบคุณภาพ: รายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" และ แฟนเพจ "The Dark Knights ll"

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 11, 2015, 01:00:59 PM

ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พวกนี้มันระยำเกินเยียวยา


------------------------------------------------------------------------------------

สลด! ดาบตำรวจยืนดักจับแก๊งซิ่ง เด็กแว้นจงใจพุ่งชนดับ

-http://news.sanook.com/1729057/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com


(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/345/1729057/dfceds.jpg)

(11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.50 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.ต.ชูเกียรติ แก้วอาจ พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเด็กแว้นรวมตัวกันแข่งรถตามถนนต่างๆ ในตลาดอรัญประเทศ ส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อน จึงสั่งการให้ชุดสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกสกัดจับ ขณะนำกำลังเข้าสกัดจับบนถนนสุวรรณศร สายอรัญ-ตลาดโรงเกลือ บริเวณทางเข้าสวนกาญจนาภิเษก ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 กว่าคน แข่งรถจักรยานยนต์กันมา

ดาบตำรวจวิชัย รักศิลป์ สายตรวจรถยนต์ กำลังเตรียมตัวที่จะออกเวรกลับบ้าน เมื่อได้รับการประสาน ก็ได้ไปดักรอกลุ่มแก๊งซิ่งแล้วใช้ไฟฉายโบก เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นจอด แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับเร่งเครื่อง พุ่งเข้าชนนายดาบวิชัยเต็มแรง จนร่างกระเด็นไปกว่า 10 เมตร สลบแน่นิ่ง นายดายชาญชัย จันทร์ประโคน เพื่อนสายตรวจที่ไปด้วยกัน จึงวิ่งเข้าไปอุ้มร่างของนายดาบวิชัย ส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ

โดยหลังแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลอรัญประเทศ ได้ช่วยปั๊มหัวใจแล้วอาการไม่ดีขึ้น จึงรีบนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เนื่องจากอาการหนักมาก และเสียชีวิตในที่สุด

สำหรับวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ หลังจากชนนายดาบวิชัยแล้ว รถจักรยานยนต์ของคนร้ายได้เสียหลักล้มลง ตำรวจที่เหลือจึงได้กรูกันเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ทั้ง 2 คน ผู้ขับขี่ คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี บ้านพักอยู่ในค่ายทหารสุรสิงหนาท อรัญประเทศ ส่วนคนซ้อนท้ายชื่อนายบี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ตำรวจได้นำตัวคนร้ายทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศเช่นเดียวกัน เนื่องจากรถล้มบาดเจ็บ

ขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 11, 2015, 06:23:13 PM

ดูเอาครับ อยู่ๆก็โผล่มา คลิปที่ตำรวจต้องดู



http://www.youtube.com/watch?v=IsWq2a5NFDk (http://www.youtube.com/watch?v=IsWq2a5NFDk)
-http://www.youtube.com/watch?v=IsWq2a5NFDk-



.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 16, 2015, 10:06:27 PM
เรื่องนี้ เป็นเรื่องการขับรถที่ประมาทมาก เกือบถึงแก่ชีวิต



--------------------------------------------------------------


รอดได้ไงฟร๊ะ


http://www.youtube.com/watch?v=RzFJjRSEJuo#t=30 (http://www.youtube.com/watch?v=RzFJjRSEJuo#t=30)
-http://www.youtube.com/watch?v=RzFJjRSEJuo#t=30-


.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 19, 2015, 09:38:34 PM
โหดร้ายมาเกินไป



-----------------------------------------------------------------



ขสมก.ตามล่า กระเป๋ารถเมล์ 203 คลิปฉาวผลักเด็กตกรถ

-http://news.sanook.com/1733769/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(19 ม.ค.) กลายเป็นประเด็นดังในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อปรากฏคลิปภาพเด็กชายคนหนึ่ง อยู่ในสภาพตกใจและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าของคลิปวิดีโอระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าวถูกพนักงานบนรถโดยสารประจำทางทำร้ายและผลักตกลงมาจากรถ เนื่องจากไม่มีค่าโดยสาร

เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง YouLike (คลิปเด็ด) ได้แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ต้น รัก" คลิปวิดีโอที่กำลังพูดคุยสอบถามเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "เข้าใจนะว่า ว่าน้องมันไม่มีตัง..หรือมี..หรือว่าน้องมันอาจจะขึ้นแล้วทำแบบนี้กะมึ-ประจำ..ไม่รู้หรอก...แต่มึ-ดูหัวมันด้วย...ไอ้สั-..หัวมันไม่ได้บากตามเทรนชัปปุยส์นะ..มันผ่าสมองมา...แค่น้องมันไม่มีเงินค่าตั๋ว..มึ-ตบแล้วผลักมันลงจากรถเลยหรอ...สั้นๆ นะ..เงินมึ-ตายมึ-เอาไปได้ไหม..."

ซึ่งภายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนต้องการทราบรายละเอียดของรถโดยสารประจำทางคันดังกล่าว เพื่อประสานงานดำเนินการกับพนักงานผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว จากข้อมูลเท่าที่ทราบ พบเพียงว่าเป็นรถโดยสารสาย 203 คันสีส้ม

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทวิตเตอร์ของวิทยุ จส.100 ได้โพสต์ข้อความประกาศว่า "ขสมก. เรียกพนักงานเก็บค่าโดยสาร รถเมล์ร่วมสาย 203-35 เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีคลิปทำร้ายเด็กชายและไล่ลงจากรถ เหตุไม่มีค่าโดยสาร วอนให้ผู้เสียหายติดต่อ ขสมก. ด้วย"


.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 24, 2015, 07:14:10 AM
ไม่ยากหากคิดจะแก้ไข

เว้นแต่ไม่คิดจะทำ

เพราะอาจมีบางอย่างปิดตา ปิดหูไว้




-------------------------------------------------------



สุดทน หนุ่มอัดคลิปแฉแท็กซี่ไทย รอไปชาติหน้า

-http://hilight.kapook.com/view/114669-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ SocialME สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
 
                หนุ่มอัดคลิปวิดีโอ แท็กซี่ไทย โบกชาตินี้ ไปชาติหน้า แฉพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร

                เรียกได้ว่าตกเป็นประเด็นใหญ่ ให้ประชาชนพูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับปัญหาเกี่ยวกับแท็กซี่ที่มักจะไม่รับผู้โดยสาร
ทั้ง ๆ ที่ปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารก็ยังไม่วาย มีแท็กซี่ที่ไม่รับผู้โดยสารอีกจนได้ ซึ่งแท็กซี่ก็จะมีข้ออ้างต่าง ๆ
เช่น แก๊สหมด ส่งรถ ระยะทางไกลเกินไม่ไป ฯลฯ และอีกหลากหลายเหตุผลที่จะเอามาเป็นข้ออ้างในการไม่รับผู้โดยสาร..

                ส่วนเมื่อวานนี้ (22 มกราคม 2558) ที่โลกออนไลน์ก็ได้มีการแชร์เรื่องราวของพี่โชเฟอร์แท็กซี่อีกเช่นเดียวกัน
โดยเป็นคลิปของชายคนหนึ่ง ซึ่งยืนโบกแท็กซี่เพื่อจะไปรัชดา 18 แต่เรียกแล้วเกือบ 10 คันก็ไม่มีคันไหนไป จนอดรนทนไม่ได้
ขออัดคลิปแฉพฤติกรรมของพวกพี่โชเฟอร์ พร้อมข้ออ้างสารพัดมาให้ได้ดูกัน ซึ่งเพียงเวลาแค่ 2 นาที เขาก็ถูกแท็กซี่ปฏิเสธแล้วถึง 6 คันเลยทีเดียว
แถมเหตุผลก็เดิม ๆ ไม่ว่าง ว่างไม่ไป ส่งรถ แก๊สหมด ทั้ง ๆ ที่ชายคนนั้นยืนอยู่หน้าปั๊มแก๊สเสียด้วย

             อย่างไรก็ดี ล่าสุดวันนี้ (23 มกราคม 2558) ทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 ได้ไปสอบถามหนุ่มที่อัดวิดีโอคลิปดังกล่าว
ทราบชื่อคือ นายนพพร ระบุว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา
โดยตนเองได้ยืนเรียกรถแท็กซี่ที่หน้าปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งบนถนนศรีนครินทร์ เพื่อจะไปทำงานที่ ซอยรัชดาฯ 18
ซึ่งนายนพพร กล่าวว่า ตนเลือกยืนเรียกแท็กซี่ที่หน้าปั๊มแก๊ส ด้วยความหวังจะได้ขึ้นแท็กซี่เร็ว
และคิดว่าคนขับคงไม่ปฏิเสธว่าแก๊สหมดเพราะตนยืนดักอยู่หน้าปั๊มแก๊ส

                อย่างไรก็ตาม ขณะที่ตนยืนเรียกอยู่นั้นกลับถูกคนขับรถแท็กซี่ปฏิเสธไปเกือบ 10 คัน
จึงตัดสินใจถ่ายคลิปวิดีโอไว้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ว่าถูกคนขับปฏิเสธว่าอย่างไรบ้าง และตั้งใจถ่ายไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ขึ้นตามที่ปรากฎในคลิปวิดีโอ
สรุปวันนั้นตนถูกแท็กซี่ปฏิเสธรวม 15 คันเลยทีเดียว

                ทั้งนี้ นายนพพร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหากับการปรับขึ้นราคามิเตอร์รถแท็กซี่เพราะหวังว่าจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น
แต่ที่ตนได้ถ่ายคลิปไว้เพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่จริง ๆ จึงหวังว่าคลิปวิดีโอนี้จะเป็นสื่อสะท้อนสังคม
เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังขึ้น



เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้โดยสารสุดทน อัดคลิปแฉ แท็กซี่ไทย รอไปชาติหน้า (23 ม.ค.58) (http://www.youtube.com/watch?v=tzcVivbdxyQ#ws)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=84503534&v=tzcVivbdxyQ&x-yt-ts=1421914688-


โบกแท็กซี่ไทย รอไปชาติหน้า (http://www.youtube.com/watch?v=6cPZ0nXlum4#ws)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=84503534&v=6cPZ0nXlum4&x-yt-ts=1421914688-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 25, 2015, 09:26:20 AM
แฉกลโกงแท็กซี่ นั่งจากดุสิตไปเลียบด่วนรามอินทรา 435 บาท

-http://hilight.kapook.com/view/114734-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ poopup Channel สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            สาวโวยมิเตอร์แท็กซี่วิ่งเร็วจี๋ โบกรถจากดุสิตไปแถวเลียบทางด่วนรามอินทรา ค่าเสียหาย 435 บาท

            เป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงได้ทุกวี่ทุกวันจริง ๆ สำหรับเรื่องของแท็กซี่ไทย เมื่อวานเพิ่งมีข่าวว่าโอดครวญเวลารับผู้โดยสารต่างชาติ
แล้วสัมภาระเยอะ วันนี้ก็มีอีกประเด็นให้อึ้งกันต่อเนื่อง เมื่อสาวรายหนึ่งใช้บริการแท็กซี่จากดุสิตไปแถวเลียบทางด่วนรามอินทรา
แต่ปรากฏว่าราคาบนมิเตอร์วิ่งเร็วจี๋จนปาเข้าไป 435 บาท ทั้งที่ปกติแค่ 100 กว่าบาทเท่านั้น

            หญิงสาวต้นเรื่องคือคุณหยิน ผู้มีอาชีพนักร้องกลางคืน เธอได้บอกเล่าว่า เธอโบกแท็กซี่จากดุสิต เพื่อไปลงที่แถวเลียบทางด่วนรามอินทรา
โดยใช้บริการแท็กซี่ทะเบียน ทศ 7115 สีชมพู และหลังจากที่เธอนั่งอยู่บนแท็กซี่ไปสักพักก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า มิเตอร์วิ่งเร็วผิดปกติ
เธอจึงทักท้วงคนขับแท็กซี่ขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นผล โดยจากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าคนขับแท็กซี่เองก็พยายามอธิบายให้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องปกติ
แต่เธอเองก็ยืนยันว่ามันไม่ผิดปกติลูกเดียว และกรี๊ดกับราคามิเตอร์ที่ขึ้นเอา ๆ อยู่ภายในรถ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

            "กรี๊ดค่ะ ! ค่ารถปรับราคาละคะกูอยากกรี๊ดทะเบียน ทศ 7115 สีชมพู
ค่ารถจากดุสิตไปเลียบด่วน 435 บาทค่ะ" และนี่ก็คือคำอธิบายคลิปวิดีโอของเธอ

            แน่นอนว่าหลังจากที่คลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียล ก็ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว
โดยหลายความเห็นฟันธงไปในทางเดียวกันว่า รถแท็กซี่คันนี้ได้มีการปรับแต่งมิเตอร์ให้วิ่งเร็วกว่าปกติหลายเท่า เพื่อโกงราคาแท็กซี่จากผู้โดยสารนั่นเอง

http://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1421914688&v=co9QZqMdeDI&x-yt-cl=84503534#t=16 (http://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1421914688&v=co9QZqMdeDI&x-yt-cl=84503534#t=16)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1421914688&v=co9QZqMdeDI&x-yt-cl=84503534#t=16-
คลิป แท็กซี่ปรับราคา แพงขนาดนี้ใครจะขึ้น โพสต์โดย คุณ สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 25, 2015, 10:00:51 AM
.

คนที่เลี้ยว หรือ กลับรถ 

ต้องหยุดรถก่อนทุกครั้ง

ทางตรงต้องชลอรถ ถึงแม้จะถูกกฎจราจรในด้านของทางตรง

ที่เคยเจอมา  พวกกลับรถ  มีเยอะมากที่จะกลับก็กลับรถทันที

ไมสนใจรถทางตรงเลย


------------------------------------------------------------------------------------


พวกที่ไม่เคารพกฎจราจร

ปกติเป็นพวกที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจา่กครอบครัว , สถาบันการศึกษา และวัด

ว่า  "ไม่ต้องเคารพกฎจราจร หรือ มารยาทในสังคม  ให้เห็นแก่ตัว"


------------------------------------------------------------------------------------


คลิปกระบะเลี้ยวจุดกลับรถ เจอรถทางตรงเบรกไม่ทันพุ่งชนยับ


-http://hilight.kapook.com/view/114718-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/Untitled-2_262.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

                  แห่แชร์คลิปเตือนใจ รถกระบะเลี้ยวรถ ณ จุดกลับรถ จ.พิจิตร เจอรถทางตรงเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจัง ชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บ 6 ราย

                  วันนี้ (24 มกราคม 2558) รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 รายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมีการแชร์คลิปที่มีชื่อว่า กระบะเบรกไม่ทันพุ่งชนกระบะเลี้ยวกลับรถที่พิจิตร เจ็บ 6 ราย ซึ่งถูกโพสต์โดยเฟซบุ๊ก ยี่สิบเก้า มกรา ภายในคลิปปรากฏภาพของรถกระบะสีดำกำลังเลี้ยวในจุดกลับรถ แต่ถูกรถกระบะที่วิ่งมาทางตรงเบรกไม่ทันพุ่งชนเข้าอย่างจังกลางคัน โดยมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในบริเวณดังกล่าวโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปอีก 6 ราย เหตุเกิดที่ จ.พิจิตร

                  ซึ่งทาง ร.ต.ท. ณัฐพล ชุ่มบัวตอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทรายพูน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ที่บริเวณแยกวังทรายพูน เนินหัวโล้ ถนนเขาทราย-วังทอง จ.พิจิตร มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต สำหรับคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดี


http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=84503534&v=-jVz4pRqX4c&x-yt-ts=1421914688#t=55 (http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=84503534&v=-jVz4pRqX4c&x-yt-ts=1421914688#t=55)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=84503534&v=-jVz4pRqX4c&x-yt-ts=1421914688#t=55-
คลิปเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คลิปกระบะเบรกไม่ทันพุ่งชนกระบะเลี้ยวกลับรถที่พิจิตร เจ็บ6ราย (24ม.ค.58)  โพสต์โดย รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร









คลิปกระบะเลี้ยวจุดกลับรถ เจอรถทางตรงเบรกไม่ทันพุ่งชนยับ





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 31, 2015, 08:26:41 AM
เรื่องนี้ ไม่ใช่เมาแล้วข้บ

กลับเป็นการโกง


--------------------------------------------------------



โชเฟอร์แท็กซี่โก่งราคามิเตอร์ พบขนส่งยอมรับผิด-โดนปรับ 3 พัน


-http://hilight.kapook.com/view/115053-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Politics/Untit6000.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  ครอบครัวข่าว 3

           โชเฟอร์แท็กซี่โก่งราคามิเตอร์กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เข้ารายงานตัวต่อกรมการขนส่งแล้ว ยอมรับผิด ก่อนโดนปรับ 3,000 บาท รับปากจะไม่ทำผิดอีก

           จากกรณีที่มีการโพสต์คลิปแฉแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิใช้ผ้าบังมิเตอร์ แล้วบอกกับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นว่าค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 75 บาท โดยอ้างว่าเป็นกฎหมายใหม่ ก่อนยอมลดราคาเมื่อเห็นผู้โดยสารพยายามติดต่อสอบถาม เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงกับบุคคลอื่น

           ล่าสุด วันที่ 30 มกราคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ส.อ. อุดร ศาสนะสุพินธ์ คนขับรถแท็กซี่ฉาวคันดังกล่าว ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก พร้อมยอมรับผิด ทั้งนี้ทางผู้ตรวจการกรมขนส่ง ได้เปรียบเทียบปรับ 3,000 บาท พร้อมบันทึกปากคำยืนยันไม่กระทำผิดซ้ำ ซึ่งหาก จ.ส.อ. อุดร ทำผิดอีกจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B9%88%E0
%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B8%95%E0

%B8%AD%E0%B8%99/118/48103/01/2015/Flash-News---%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%
B8%B3-%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8A-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3
%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99--%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8
%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0
%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C
%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-3-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%
B8%99--%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%9E
%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8
%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C.html-

.

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 31, 2015, 07:47:58 PM
เครื่องกั้นฯไม่ได้ทำให้คุณรอดตาย ถ้าไม่มีวินัย YouLike คลิปเด็ด


เครื่องกั้นฯไม่ได้ทำให้คุณรอดตาย ถ้าไม่มีวินัย YouLike คลิปเด็ด (http://www.youtube.com/watch?v=H2VdUg7G9q0#ws)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1422579428&v=H2VdUg7G9q0&x-yt-cl=85114404-


-----------------------------------------------------------------

สาวเงิบ พูดภาษาอังกฤษใส่ตำรวจหวังรอดใบสั่ง แต่สุดท้าย...


-http://hilight.kapook.com/view/115086-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/0_todayinfo/page_6.jpg)
สาวเงิบ พูดภาษาอังกฤษใส่ตำรวจหวังรอดใบสั่ง แต่สุดท้าย...

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก II โซเชียล คลิป II สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            สาวเงิบ พูดภาษาอังกฤษใส่ตำรวจจราจร หลังจะถูกเขียนใบสั่งเพราะจอดในที่ห้ามจอด แต่ตำรวจกลับพูดภาษาอังกฤษได้ สุดท้ายรับใบสั่งไปตามระเบียบ

            นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งสำหรับกลุ่มผู้ขับขี่ที่ขับรถผิดกฎจราจร และได้ถูกตำรวจเรียกให้จอดเพื่อพูดคุยด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะพยายามหาข้ออ้างหรือกลวิธีต่าง ๆ นานามาเพื่อโน้มน้าวให้ตำรวจยอมปล่อยตัวเองไปโดยไม่โดนใบสั่ง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในคลิป "เงิบไปสิ โดนตำรวจจับพูดอังกฤษใส่ แต่ ตำรวจพูด อังกฤษได้" ที่ผู้ใช้ชื่อ "II โซเชียล คลิปII" ได้นำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 ดังเหตุการณ์ต่อไปนี้

            จากคลิป ตำรวจจราจรได้เดินมาหาเจ้าของรถที่จอดอยู่ข้างทางพร้อมกับใบสั่ง



            สาวรายนี้จึงพูดเป็นภาษาอังกฤษปนไทยกับตำรวจว่า "แค่จอดรถไม่กี่นาที ทำไมคะ เป็นอะไรคะ มันผิดอะไรคะ"


            และนั่นทำให้ตำรวจตอบมาเป็นภาษาอังกฤษทันทีว่า เพราะตรงนี้เป็นที่ห้ามจอด



            สาวรายนี้พยายามพูดภาษาอังกฤษกับตำรวจอีก โดยอ้างว่าแค่จอดเพียงไม่กี่นาทีเอง ซึ่งตำรวจก็ได้ย้ำว่าจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามจอด


            แม้ว่าสาวคนนี้จะพยายามเถียง แต่ตำรวจก็ได้ว่าบอกจะให้ใบสั่งแก่เธอ


            จากนั้นตำรวจถามเธอว่ามาจากสหรัฐอเมริกาหรือเปล่า ซึ่งเธอก็พูดสั้น ๆ ว่า "ใช่"


            แต่สุดท้ายก็ต้องรับใบสั่งไปตามระเบียบ


            งานนี้ก็เล่นเอาชาวเน็ตบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี่้เงิบไปเต็ม ๆ หลังกะเล่นมุกพูดภาษาอังกฤษใส่ตำรวจ แต่ตำรวจกลับโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษกลับมาได้ แถมยังทำให้ตัวเองกลายเป็นที่ขำขันของคนอื่น ๆ อีกด้วย


https://www.youtube.com/watch?v=MSN7gH42gaY&x-yt-cl=85114404&x-yt-ts=1422579428 (https://www.youtube.com/watch?v=MSN7gH42gaY&x-yt-cl=85114404&x-yt-ts=1422579428)
-https://www.youtube.com/watch?v=MSN7gH42gaY&x-yt-cl=85114404&x-yt-ts=1422579428-
 
คลิป เงิบไปสิ โดนตำรวจจับพูดอังกฤษใส่ แต่ ตำรวจพูด อังกฤษได้ โพสต์โดย II โซเชียล คลิป II สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 31, 2015, 08:49:07 PM
คนถ่อย และ ใจสัตว์ สำหรับคนที่ขับรถกะบะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

​เหยื่อตีนผี !

ภาพที่หวาดเสียว ภาพที่ดูแล้วสลดหดหู่ เป็นภาพที่ทางรายการของเราไม่อยากจะนำมาให­้คุณผู้ชมได้ชมเลย แต่ทุกภาพเหตุการณ์คือภาพจริง เสียงจริง และเกิดขึ้นจริงในการดำเนินชีวิตของเราในแ­ต่ละวัน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น­ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยกล้องวงจรปิดตรงสี่แยกสามารถบันทึกไว้ไ­ด้ เป็นอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เกิดอะไรขึ้น ไปติดตามชมได้ในรายการเรื่องจริงผ่านจอ

http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=85114404&v=8PUXKcobeU0&x-yt-ts=1422579428#t=12 (http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=85114404&v=8PUXKcobeU0&x-yt-ts=1422579428#t=12)
-http://www.youtube.com/watch?x-yt-cl=85114404&v=8PUXKcobeU0&x-yt-ts=1422579428#t=12-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2015, 05:09:48 AM
เปิดคลิปอุทาหรณ์ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศร เจอเก๋งชนกระเด็น ดับคาอุโมงค์เชียงใหม่


-http://hilight.kapook.com/view/115116-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Tertom Prasong สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           เปิดคลิปอุทาหรณ์ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศร เจอเก๋งชนกระเด็น ดับคาอุโมงค์ศาลากลางเชียงใหม่ เตือนคนใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎ อย่าประมาท

           วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2558) เมื่อเวลา  08.30 น. ที่ผ่านมา กรมการขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำภาพกล้องวงจรปิดภายในบริเวณทางลอดอุโมงค์ หน้าศาลากลางจังหวัดมาเปิดให้ชม โดยพบภาพของผู้ใช้รถจักรยานยนต์รายหนึ่ง ขับย้อนศร เป็นเหตุให้รถเก๋งชนเข้าเต็มแรง จนมีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทางขนส่งให้นำคลิปมาเสนอเป็นอุทาหรณ์ เพื่อให้เห็นถึงความสูญเสีย หากไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร

           สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (31 มกราคม 2558) เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งอุบัติเหตรถชนกันบนถนนสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี ทางลอดอุโมค์ หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ จึงประสานส่วนที่เกี่ยวข้องรุดไปตรวจสอบ

           ทั้งนี้เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบศพของนายสุรชัย ปัญญา อายุ 37 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ และห่างไป 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง ทะเบียน งมธ-605 เชียงใหม่ ล้มอยู่ในสภาพพังเสียหาย ส่วนคู่กรณีคือ นางสาวไพจิตร หินขาว อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา ทะเบียน กอ-7288 เชียงใหม่ ซึ่งด้านหน้าซ้ายเสียหายจากการชนอย่างรุนแรง

           โดยภาพเหตุการณ์บันทึกให้เห็นรถของนางสาวไพจิตร ขับไปตามถนนเส้นทางสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี (เส้นทางจากทิศตะวันออกมุ่งหน้าถนนข้างศาล) และเมื่อถึงบริเวณทางลอดอุโมงค์ ปรากฏว่า นายสุรชัยขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรลงอุโมงค์มาแล้วไปชนกับรถยนต์ เป็นเหตุให้นายสุรชัยเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว


https://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1422579428&v=ZJ-wazFuaMc&x-yt-cl=85114404 (https://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1422579428&v=ZJ-wazFuaMc&x-yt-cl=85114404)
-https://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1422579428&v=ZJ-wazFuaMc&x-yt-cl=85114404-

เชียงใหม่**หนุ่มขี่ จยย.ลอดอุโมงค์ย้อนศรประสานงาเก๋งดับคาที่


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:52:45 PM
ลูกตำรวจเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี ขับเก๋งพาน้องชายและภรรยามาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ จ.นครปฐม ก่อนนั่งดื่มสุรากันจนเมามาย ขากลับเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เลยตัดสินใจขับรถแหกด่าน จนเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้ภรรยาคอหักเสียชีวิตคาที่

วันพฤหัสบดี 19 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 09:49 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/302156/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-



เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พ.ต.ต.ปิยะชัย มั่นคง สวป.สภ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวานนี้ (18 ก.พ.) ขณะที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจบนถนนเพชรเกษม ขาเข้าเมืองนครปฐม ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขานครปฐม ต.ห้วยจระเข้ ได้มีรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 4 ษ 7257 กรุงเทพมหานคร ขับแหกด่านตรวจค้นของตำรวจ มุ่งหน้าไปทาง จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงขับรถยนต์สายตรวจไล่ติดตาม กระทั่งมาถึงหน้าร้านอาหารกุ้งอบภูเขาไฟ ต.สนามจันทร์ รถเก๋งคันดังกล่าวได้เสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทางแล้วพลิกคว่ำ จากการตรวจสอบภายในรถพบ นายพรสวรรค์ ไถ้บ้านกรวย อายุ 32 ปี คนขับ ที่อยู่ในอาการมึนเมาสุรา และ พบศพ น.ส.เจนจิรา อินทรเนตร อายุ 27 ปี สภาพกระดูกคอหักเสียชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุม นายนิวัฒน์ ไถ้บ้านกรวย อายุ 27 ปี ที่ทิ้งรถวิ่งหลบหนีเข้าไปในแขวงการทางนครปฐม ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุเอาไว้ได้ในสภาพเมาสุรา

จากการสอบสวน นายพรสวรรค์ ให้การรับสารภาพว่า มีบิดาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุตนได้ยืมรถคันดังกล่าวซึ่งเป็นของบิดา ขับไปหาเพื่อนที่ ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมี นายนิวัฒน์ น้องชาย และ น.ส.เจนจิรา ภรรยา นั่งมาด้วย จากนั้นได้นั่งดื่มสุรากันที่บ้านเพื่อนจนเมา ขณะที่กำลังขับรถเพื่อจะเดินทางกลับ จ.ราชบุรี ก็มาพบกับด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ จึงกลัวว่าจะถูกจับตรวจแอลกอฮอล์ จึงตัดสินใจขับแหกด่านหลบหนี แต่เนื่องจากมึนเมาสุรา เลยทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทางแล้วพลิกคว่ำ จนทำให้ภรรยาเสียชีวิต หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายพรสวรรค์ ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป..
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2015, 09:05:24 PM
เรื่องนี้หนัก  บัดซบจริงๆ

น่าจะออกกฎหมาย ให้จำคุกสถานเดียว  น่าจะดี

---------------------------------------------------------------------


รวบพระเมาแล้วขับ พบโหลยาดอง-สีกานั่งรถมาด้วย

-http://hilight.kapook.com/view/116207-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/Untitled-2_289.jpg)


  จับกุมพระเมาแล้วขับ มีสีกานั่งรถมาด้วย ตำรวจตรวจในรถพบโหลยาดอง-กล้องถ่ายรูป มีภาพโป๊เปลือยของผู้หญิง

          วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 รายงานว่า ได้เกิดเหตุพระภิกษุเมาสุรา ขับรถมากับหญิงสาว ตรวจสอบภายในรถพบโหลยาดองและกล้องถ่ายรูปที่มีภาพหญิงโป๊เปลือยจำนวนมาก จึงได้คุมตัวไปสึกและตั้งข้อหาเมาแล้วขับ

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากรถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีแดง จึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในรถ พบคนขับคือ พระสำราญ สิริภัทโท อายุ 64 ปี มีอาการเมาสุรา พูดจาวกไปวนมา นอกจากนี้ยังพบว่ามีหญิง 1 คน และเบาะด้านหลังมีสาวประเภทสอง อีก 1 คนโดยสารมาในรถด้วย  ซึ่งสาวประเภทสองมีอาการเมา และส่งเสียงโวยวาย อ้างว่าตัวเองถูกพระสำราญด่าทอด้วยคำหยาบคาย และไม่จอดให้ตนลงจากรถ

          ทางด้าน พระสำราญ ให้การว่า ตนบวชมา 6 พรรษา เป็นพระลูกวัดในวัดแห่งหนึ่งที่ อ.คง จ.นครราชสีมา ก่อนหน้านี้ตนได้ขับรถไปเชียร์มวยที่ต่างอำเภอ ในระหว่างที่ขับก็ดื่มยาดองจนเมา ระหว่างทางพบหญิงคนหนึ่งกับสาวประเภทสอง ได้ขอให้ตนช่วยไปส่งที่บ้าน เนื่องจากเป็นทางผ่านกลับวัดพอดี

          พระสำราญเปิดเผยว่า ในระหว่างทาง จู่ ๆ สาวประเภทสองได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งตำรวจมาควบคุมตัวดังกล่าว


https://www.youtube.com/watch?v=a41zLNUJ6s8 (https://www.youtube.com/watch?v=a41zLNUJ6s8)
-https://www.youtube.com/watch?v=a41zLNUJ6s8-

ภาพจาก  รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 03, 2015, 09:48:40 PM
ถ้าพ่อแม่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล

อบรมสั่งสอนมา

คงไม่ประพฤติแบบนี้

----------------------------------------------------

ขอชมเชย ท่านที่ขี่จักรยาน

ที่ยังมีน้ำใจ

โมทนา

-----------------------------------------------------


แชร์สนั่น แว้นขี่ประกบถีบคนปั่นจักรยาน แต่พลาดล้มเอง ไถลเข้าใต้รถแท็กซี่

-http://hilight.kapook.com/view/116810-


 หนุ่มนักปั่นแชร์ภาพเหตุการณ์เตือนภัย บริเวณใต้สะพานซังฮี้ ตรงแยกบางพลัด หลังถูกเด็กแว้นขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน 3 ถีบตนเองขณะปั่นจักรยานให้ล้ม แต่ดันเป็นเด็กแว้นที่ล้ม ไถลเข้าใต้ท้องรถแท็กซี่ เจ็บหนัก

                   วันที่ 3 มีนาคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กเพจ Flash Fixed GU s'Dad  ที่บอกเล่าเหตุการณ์เตือนภัยสำหรับนักปั่นจักรยานที่ชอบปั่นในช่วงเวลากลางคืนให้ระวังเอาไว้ โดยมีข้อความระบุว่า...

                    "ผมปั่นจักรยาน แล้วโดนเด็กแว้นทำร้าย"

                   คือผมปั่นจักรยานกลับจากที่ทำงาน แล้วมาเจอเหตุการณ์ตรงใต้สะพานซังฮี้ ตรงแยกบางพลัด เขาขับกันมา 1คัน ซ้อน 3 แล้วน่าจะมีคนหนึ่งถีบมาที่แถวก้นผม เต็มแรง ย้ำ !!! เต็มแรงงง เพราะผมลงมายืนยังรู้สึกนิด ๆ แต่ผมไม่ล้มครับ บังคับจักรยานกลับมาอยู่ แต่พวกเขาล้มเอง แล้วไหลไปกระแทกใต้ท้องรถแท็กซี่ ผมโมโหมาก วิ่งไปหาเค้าแล้ว แต่เห็นสภาพนี้ ผมเลยแค่คุยกับตำรวจ และก็ไม่ได้เอาเรื่องเขา น่ากลัวจริง ๆ ครับ ผมปั่นไป-กลับ ทำงานมา 3-4 ปี เพิ่งเจอครั้งแรก ต่อไปนี้คงปั่นซ้อมเช้าอย่างเดียว เตือน ๆ นักปั่นทั้งหลายครับ...

แชร์สนั่น แว้นขี่ประกบถีบคนปั่นจักรยาน แต่พลาดล้มเอง ไถลเข้าใต้รถแท็กซี่


                   ทั้งนี้หลังจากภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็แห่เข้ามาแชร์กันต่อ ๆ กัน เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนระวังภัย รวมถึงได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับความใจดีของคนปั่นจักรยานท่านนี้ ว่าควรจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากจะได้เป็นตัวอย่างและบรรทัดฐานที่ถูกต้องของสังคม และบอกอีกว่าลองคิดกลับกัน ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณล้มและมุดไปใต้รถแท็กซี่ คนที่รอคุณทางบ้านจะรู้สึกอย่างไร

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/z-2_309.jpg)

ภาพจาก เฟชบุ๊ก Flash Fixed GU s'Dad



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 20, 2015, 10:31:16 PM
คนขับแท็กซี่ เมาความระยำ


-----------------------------------------

แท็กซี่ไทยไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ลงบนทางด่วน หลังขับรถเลย

-http://hilight.kapook.com/view/117791-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Variety/g4626.jpg)

   แชร์ว่อนเน็ต ภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถูกแท็กซี่ไทยปล่อยลงบนทางด่วน หลังขับเลยทางลง ชาวเน็ตจี้หาตัวคนขับแท็กซี่มาลงโทษ หวั่นปล่อยไว้ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย

           แท็กซี่ไทย ตกเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์อีกแล้ว ล่าสุด วันที่ 20 มีนาคม 2558 เฟซบุ๊ก สุรชัย หิรัญประดิษฐกุล ได้แชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน และเด็กทารกอีก 1 คน หอบเป้ และกระเป๋าอยู่บนทางด่วน

           โดยผู้โพสต์ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า ภาพที่ตนเองนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้น ได้รับภาพนี้จากเพื่อนที่เป็นตำรวจทางด่วน และจากการที่เพื่อนของตนสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ทราบว่า ก่อนเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบครัวนี้เดินทางมาจากสุวรรณภูมิ เพื่อไปลงพระราม 9 แต่ปรากฏว่า รถแท็กซี่ขับเลยทางลง จึงไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติลงบนทางด่วน

           ทั้งนี้ เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวสังคมออนไลน์ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามหาตัวโชเฟอร์แท็กซี่ผู้ก่อเหตุรายนี้มาลงโทษ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างชัดเจน และหากปล่อยปละละเลยอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในอนาคตได้


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก สุรชัย หิรัญประดิษฐกุล


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 10, 2015, 06:09:53 AM
เพลง เมาแล้วขับ

https://www.youtube.com/watch?v=wlt-5wCa2uQ#t=25 (https://www.youtube.com/watch?v=wlt-5wCa2uQ#t=25)
-https://www.youtube.com/watch?v=wlt-5wCa2uQ#t=25-

.
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 14, 2015, 07:56:52 AM
7 คดีน่าเศร้า...เหยื่อเมาแล้วขับ

-http://health.kapook.com/view116796.html-


ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการตายจากอุบัติเหตุสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมาแล้วขับ  นับเป็น 1 ใน 4 ของอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมดของประเทศไทย ในทุก ๆ ปี มีเหยื่อผู้ต้องสังเวยชีวิตให้กับผู้ดื่มเครื่องดื่มน้ำเมา มากถึง 2,800-3,500 คน/ปี และคงเป็นเรื่องน่าเศร้า หากใครคนหนึ่งคนใดในนั้น เป็นคนที่คุณรักหรือคนในครอบครัวของคุณ

          เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ "เหยื่อ" เมาแล้วขับ ที่ได้บอกเล่าประสบการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของตน พวกเขาทุกคนต้องเผชิญกับชะตากรรมที่พลิกผันและถูกดับฝันไปตลอดกาล

1. เรื่องราวของ "น้องแอ๊ด" หรือ ด.ช.อดิศักดิ์ ขาวพู่

          เด็กชายตัวน้อยผู้ต้องประสบอุบัติเหตุจากเหตุคนขับรถโดยสารที่มีอาการเมาสุราขับรถพุ่งชนรถซาเล้งที่มีพ่อเป็นคนขับ โดยมีแม่และน้องแอ๊ดในวัยเพียง 2 ขวบนั่งอยู่ที่รถ เหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้พ่อและแม่ของน้องแอ๊ดเสียชีวิตคาที่ ขณะที่น้องแอ๊ดกระเด็นออกจากรถ หลังกระแทกกับทางเท้า ลำไส้ทะลุ ม้ามแตก และทำให้น้องแอ๊ดกลายเป็นคนพิการไม่สามารถเดินได้นับแต่นั้นมา

          หลังสูญเสียทั้งพ่อและแม่จากเหตุการณ์ในคราวเดียว ทำให้น้องแอ๊ดเหลือเพียงแค่ตาคนเดียว ซึ่งไม่มีความรู้ในการดูแลเด็กพิการ ประกอบกับความยากจนทำให้บางครั้งน้องแอ๊ดถูกตาพาไปนั่งขอทานตามถนน เนื้อตัวมีแผลเต็มตัวและเริ่มเป็นหูน้ำหนวก

          น้องแอ๊ดเล่าว่า "ผมเดินไม่ได้มาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะมีคนเมาขับรถมาชนพ่อกับแม่จนเสียชีวิต ตอนนั้นจำความไม่ได้เพราะยังเด็กมาก แต่ตอนนี้ผมช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน และเข็ญรถเข็ญไปไหนมาไหน เวลาว่างผมจะชอบวาดภาพ เช่น การ์ตูน ภูเขา ต้นไม้ หรือภาพพ่อกับแม่ตามจินตนาการ บางทีก็ไปดูเพื่อน ๆ เล่นฟุตบอล ว่ายน้ำ บางครั้งก็อยากเล่นกับเพื่อน แต่ก็รู้ว่าเดินไม่ได้ รู้สึกเสียใจอยากเดินได้ ถ้าขอพรได้อยากขอให้เดินได้เหมือนคนอื่น และถ้าโตขึ้นก็จะไม่ดื่มเหล้า เพราะไม่ชอบคนเมา คนเมาทำให้พ่อกับแม่ต้องตาย"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/Untitled-1_255.jpg)
อุทาหรณ์สลด...2 ครอบครัวเศร้า เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ ไร้ซึ่งการเยียวยา
ภาพจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

2. คดี "น้องน้ำมนต์" หรือ น.ส.พิมลรัตน์

          หนึ่งในเหยื่อจากเหตุการณ์รถกระบะพุ่งชนร้านทองเซ่งเฮงหลี เยาวราช สาขาสะพานใหม่ โดยในวันเกิดเหตุน้องน้ำมนต์นั่งอยู่ในร้านขายทองกับคุณแม่ หลังจากเหตุการณ์น้องน้ำมนต์ต้องเจอกับอาการกระดูกหักหลายจุด ทั้งสะโพกหัก ขาซ้ายหัก กระดูกเชิงกรานหัก ข้อแขนซ้ายเคลื่อน เส้นเอ็นขาดที่ไหล่ขวา กระดูกคอเคลื่อน กรามหัก 3 ท่อน เลือดออกในช่องอกข้างขวา ซี่โครงข้างขวาซี่ที่ 4 หัก เป็นเหตุให้ขณะนี้น้องน้ำมนต์เดินไม่ได้ และต้องใช้ของเหลวดูดกินอาหาร

          แม้น้องน้ำมนต์จะกลับมาพักที่บ้านได้แล้วแต่ก็ยังบาดเจ็บอยู่มาก และเนื่องจากอพาร์ทเม้นท์ของครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 3 แถวสะพานควาย ไม่มีลิฟต์ ทำให้ต้องมาเช่าห้องอยู่ด้านนอกที่สะดวก เนื่องจากน้องน้ำมนต์เดินไม่ได้ เงินทองที่เก็บมาจึงร่อยหรอ และครอบครัวต้องไปกู้เงินนอกระบบร้อยละ 20 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรักษา สิ่งที่ได้รับจากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีเพียงค่าชดเชยจากบริษัทประกันภัยในจำนวน 10,000 บาท

3. เหตุการณ์ของ "ธัญวรัฎท์ หิรัณท์ยะคุปต์" เหยื่อเมาแล้วขับที่อาการสาหัสที่สุดในประเทศไทย

          ชีวิตที่ไม่คาดคิดของธัญวรัฎท์ เริ่มต้นในคืนวันที่ 28 ส.ค. 2542 เวลา 20.30 น. หลังกลับไปเยี่ยมบิดาที่โรงพยาบาล ขณะที่กำลังขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านอยู่นั้น เมื่อถึงพระราชวังไกลกังวล ได้เกิดเหตุรถคนเมาสุราไม่ได้สติพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของธัญวรัฎท์

          ขณะเดียวกันรถที่วิ่งตามหลังมาอีกคันเบรกไม่ทัน ชนซ้ำเข้าไปอีก เป็น 3 คันรวด แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้ร่างของธัญวรัฎท์ ลอยขึ้นแล้วตกลงเอาหน้าฟาดกับฟุตปาธข้างทาง เหงือกช่องหนึ่งและฟันอีก 4 ซี่หลุดออกไป กระดูกหักไปทั้งตัว ไหปลาร้าหัก กระดูกซี่โครงหักข้างละ 3 ซี่ และกระดูกเชิงกรานหัก รวมทั้งใบหน้าที่แหลกไปหมด เนื่องจากกระดูกภายในร่างกายแตกละเอียด ต้องนอนพักเป็นเวลา 2 เดือนเพื่อให้กระดูกประสานตัว ส่วนที่ใบหน้าต้องผ่าตัดทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นผลให้ใบหน้ามีเหล็กอยู่ 100 กว่าชิ้น มีนอตอยู่ 38 ตัว และภายในปากหมอเอาลวดร้อยกับเหงือกเพื่อดึงฟันเอาไว้

          หลังจากนั้นเธอต้องเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลหลายรอบ เพราะเกิดการติดเชื้อ จนแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราชต้องผ่าตัดด่วนอีกครั้ง เพราะมีเหล็กที่ใต้ตาติดเชื้อและมีฟันอีกหลายซี่ที่ฝังตามใบหน้า ซึ่งใบหน้าในขณะนั้นแยกออกเป็น 2 ส่วน บนล่าง จมูกแยกเป็น 4 ส่วน ต้องใส่เหล็กบริเวณหางคิ้วทั้งสองข้างเพื่อยึดหน้าเข้าหากัน จากนั้นทางโรงพยาบาลได้ส่งต่อไปรักษาที่อื่น ซึ่งธัญวรัฎท์ ก็ได้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายแห่ง

          โดยระหว่างการรักษาใบหน้าให้กลับมาเหมือนเดิมนั้น จิตใจเริ่มสับสนเกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและคดีความ ต้องพบจิตแพทย์ และได้ผ่าตัดใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยการผ่ากระโหลกเปิดหน้าเพื่อเข้าไปเรียงกระดูกใหม่ แต่เมื่อทำจริงแล้วทำได้เพียงข้างเดียว เพราะยากมากต้องระวังการติดเชื้อ จึงหยุดไป ก่อนเริ่มผ่าตัดใหม่อีกครั้งโดยนำเนื้อที่ขาและท้องมาปะที่ใบหน้า

          โดยระหว่างการรักษาเริ่มมีอาการผิดปกติทางสมองและควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเรื่องคดีความ ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้ธัญวรัฎท์ชนะคดีได้ค่าเสียหาย 2.5 ล้าน แต่สำนักงานตำรวจฯ ก็ยังอุทธรณ์ต่อ ซึ่งศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ชนะความในเวลาต่อมา

          ธัญวรัฎท์ได้กล่าวไว้ว่า "ไม่โกรธที่เขามาชนแล้วทำให้เราเป็นแบบนี้ แต่โกรธที่เขาไม่มีน้ำใจ ขณะที่เราเจ็บอยู่ ได้โทร.ไปบอกให้ช่วยเรื่อง พ.ร.บ. เขากลับบอกว่ายุ่ง และอีกเรื่องที่เสียใจคือ ทั้ง ๆ ที่เขาผิด เขายังจ้างทนายมาสู้กับเรา เขาเห็นสภาพเราแล้วบอกว่า ไม่ได้เจ็บจริง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่ในขณะที่ศาลสั่งให้เราเป็นคนพิการไปแล้ว เขายังสู้คดีอีก"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Politics/pam0021.jpg)
เศร้า รถเก๋งจอดซื้อนมให้ลูกกิน กระบะยางแตกเสียหลักพุ่งชนตาย 1 เจ็บ 3
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ข่าวท่าศาลา นครศรีธรรมราช ThasalaNews

4. ครอบครัวนายอุดมพงศ์ สุขสมบูรณ์

          เหตุการณ์ล่าสุด เมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา ขณะที่ครอบครัวนายอุดมพงศ์ สุขสมบูรณ์ กำลังขับรถล่องใต้เพื่อเยี่ยมญาติ ๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้น เมื่อผู้เป็นแม่จอดรถริมทางเพื่อเปิดท้ายรถเก๋งยืนชงนมให้ลูกน้อยที่ร้องหิว ริมถนนสายนครศรีฯ-สุราษฎร์ธานี ถูกรถกระบะที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ชนท้ายอัดก๊อบปี้ดับอนาถ ในขณะที่ลูกชายได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนขับรถกระบะซึ่งอยู่ในอาการเมาสุราได้แอบหลบหนีไป โดยหลังจากเกิดเหตุผู้เป็นแม่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และสิ้นใจตายที่โรงพยาบาล

          โดย "น.ส.เกศรินทร์ กิ่งถาวร" อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ มีสภาพคอหัก กระดูกซี่โครงหัก ขาหักทั้งสองข้าง และผู้บาดเจ็บ และลูกชายของผู้ตาย ชื่อ ด.ช.กรณัฐ สุขสมบูรณ์ อายุ 3 ขวบ ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกบริเวณลำตัวและใบหน้า

          เหตุการณ์ในครั้งนั้น นายอุดมพงศ์ สุขสมบูรณ์ อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังขับรถเก๋งคันดังกล่าวออกจากบ้านจังหวัดนนทบุรี ลงใต้เพื่อเยี่ยมญาติ ๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมี น.ส.เกศรินทร์ ภรรยา และลูกชายนั่งมาในรถ

          เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ด.ช.กรณัฐ ลูกชายวัย 3 ขวบ ได้ร้องหิวนม ตนจึงจอดรถริมถนน แล้วให้ น.ส.เกศรินทร์ เดินลงจากรถไปเปิดกระโปรงท้ายรถ แล้วยืนชงนมให้ลูกชาย โดยมีการเปิดไฟกะพริบตลอดเวลา ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีรถกระบะขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างจัง ทำให้ชนอัดร่างภรรยาจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา และลูกชายของตนที่นอนเบาะหลังได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

          ส่วนคนขับรถกระบะ พบว่าเป็นชายวัยกลางคน มีอาการเมาสุราอย่างหนัก ได้เดินหลบหนีหายไปในช่วงจังหวะชุลมุนนั่นเอง


5. เรื่องราวของคุณบุญชู พวงมาลา และภรรยา ซึ่งเป็นหน่วยอาสาสมัครกู้ภัยปอเต็กตึ้ง

          โดยในขณะที่ทีมงานกู้ภัยทุกคนกำลังปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือตำรวจขนรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกคนร้ายนำมาทิ้งไว้ขึ้นรถกระบะเพื่อจะนำไปไว้ที่โรงพักอย่างขะมักเขม้น ได้เกิดเหตุการณ์รถจิ๊ปเชอโรกีที่มีคนเมาแล้วขับพุ่งเข้าชนกลุ่มอาสาสมัครอย่างแรง มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย เป็นอาสาสมัคร 4 ราย และผู้ช่วยช่างภาพโทรทัศน์ 1 ราย

          สองรายที่บาดเจ็บสาหัสคือ คุณบุญชูซึ่งถูกอัดติดระหว่างรถทั้งสองคัน และภรรยาซึ่งกระเด็นไถลไปพร้อมกัน ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือ ในเวลาเดียวกัน ลูกชายของคุณบุญชูซึ่งยืนอยู่อีกฝั่งถนนกำลังจะเตรียมข้ามฟากไปหาพ่อกับแม่ ถึงกับยืนตะลึงกับเหตุการณ์อันน่ากลัวที่เกิดขึ้น ที่ต้องเห็นพ่อกับแม่ถูกรถอัดร่างต่อหน้าต่อตา

          ทันทีที่เหตุการณ์วุ่นวายสงบลง ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกรูกันเข้าไปดึงตัวคนขับรถคันนั้นออกมา คนขับรถหรูคันนั้นได้แต่เดินส่ายไปส่ายมา แอ่นหน้าแอ่นหลัง พูดจาไม่รู้เรื่อง โดยหากใครได้เห็นภาพในขณะนั้นก็คงเชื่อได้เลยว่าไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายคนนี้ "เมาแล้วขับ" นั่นเอง

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/14123942471412394367l.jpg)
นักแข่งแรลลี่ชื่อดังถูกรถชนไฟคลอกดับ พร้อมลูกเมีย
ภาพจาก ข่าวสด

6. ครอบครัวของนายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ

          ในวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ครอบครัวของ "นายวรพจน์ บุญช่วยเหลือ" อดีตนักแข่งแรลลี่ผู้คว้าแชมป์เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ 3 สมัย ต้องสูญเสียนายวรพจน์และครอบครัวให้กับเหตุการณ์เมาแล้วขับอย่างน่าสลดใจ โดยในคืนวันเกิดเหตุ เวลา 01.10 น. นายวรพจน์ขับรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ จิมนี่ รุ่นคาริเบียนขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ ได้ชะลอความเร็วลง เพื่อรอการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งจุดตรวจสกัดอยู่

          ทันใดนั้น นายศิวาวุธ มุขธระโกษา อายุ 26 ปี ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สภาพโหลดเตี้ย ขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง ได้พุ่งเข้าชนท้ายอย่างจังโดยไม่ได้เบรกแต่อย่างใด แรงกระแทกเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมเกิดไฟลุกไหม้ที่ด้านท้ายรถยนต์ของนายวรพจน์อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุพยายามใช้น้ำยาเคมีเข้าฉีดสกัดเพลิง แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จนเวลาผ่านไปกว่า 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

          ตรวจสอบภายในรถพบศพพ่อแม่ลูกถูกไฟคลอกเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่ชะลอการตรวจค้นอีก 2 คัน ที่ขับอยู่ด้านหน้าได้รับความเสียหายและมีผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ นับว่าเป็นการสูญเสียบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติอย่างมาก และเป็นอุบัติเหตุเศร้าสลดอีกครั้งที่เกิดจากน้ำมือคนเมาแล้วขับอีกแล้ว

7. เมาแล้วขับชนมอเตอร์ไซค์

          เหตุการณ์ล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อพี่สะใภ้พาน้องสามีวัย 13 ปีไปสอบเข้าเรียน ม.1 และพาไปเที่ยวงานรถไฟ-รถม้าลำปางหลังสอบเสร็จ แต่กลับเคราะห์ร้าย ในขณะที่ทั้งคู่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านอยู่นั้น กลับถูกคนเมาขับรถกระบะพุ่งชนรถของทั้งคู่พังยับ ขณะที่รถคู่กรณียังพุ่งชนกำแพงบ้านเสียหายกว่า 6 เมตร และหลังเกิดเหตุคนขับได้หลบหนีไปและทิ้งเพื่อนเมาค้างไว้ในรถ

          จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดสนิท พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สเปซี่ไอ ทะเบียน ลำปาง ล้มอยู่ข้างทางในสภาพพังยับเยินทั้งคัน ใกล้กันพบศพ ด.ช.นรเชรษฐ์ เป็งราช อายุ 13 ปี เสื้อผ้าขาด ใบหน้าป็นแผลเหวอะหวะ และห่างไปประมาณ 20 เมตรพบศพ น.ส.นุชธิดา เป็งราช อายุ 26 ปี ต้นขาขวาเกือบขาด และมีสภาพใบหน้าเละ

          ทั้งนี้ นายทวีวัฒน์ คำเรือง อายุ 21 ปี เพื่อนผู้ขับให้การว่า ตนเองและเพื่อนดื่มเหล้าออกมาจากบ้านและกำลังจะไปเที่ยวต่อในตัวเมือง โดยตนนั่งหลับมาในรถ จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุจึงรู้สึกตัว แต่ก็ไม่พบเพื่อนคนขับรถและไม่ทราบว่าหายไปไหนแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายทวีวัฒน์เพื่อทำการสอบสวนต่อไป

          จะเห็นได้ว่า เรื่องราวน่าเศร้าจากเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิตของ "เหยื่อ" ผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงครอบครัวหรือบุคคลรอบข้างที่ล้วนแต่ตกเป็น "เหยื่อร่วม" หลังอุบัติภัยเลวร้ายที่เกิดขึ้น

          ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่มาตรฐานสากลบนท้องถนนที่ควรกำหนดร่วม อาจไม่ใช่ตัวบทกฎหมายอันเป็นเพียงบทลงโทษที่รอการบังคับใช้หลังเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น หากแต่ควรเป็นมาตรฐานทางจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่จะต้องประเมินถึงศักยภาพและความสามารถของตนก่อนที่จะขับขี่ทุกครั้ง

          และคงไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า การ "ดื่มแล้วขับ" เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะหากวันนี้คุณยังเป็นคนหนึ่งที่ดื่มแล้วยังกล้าขึ้นขับจับพวงมาลัยไปต่อได้ คุณควรรู้ไว้ว่า วันที่คุณจะไม่ดื่มแล้วขับนั้น อาจเป็นวันที่คุณได้สูญเสียดวงตา แขนขาหรือร่างกายของคุณไปเสียแล้ว

          ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เกิดขึ้นกับคนที่คุณ เชิญร่วมกด Like กด Share คลิปวีดีโอในโครงการ "ดื่มไม่ขับ" ได้ที่ socialmarketingth.org 





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 14, 2015, 08:00:07 AM
เห็นด้วยอย่างมาก

หากเมาแล้วขับ

ไปทำให้ผู้อื่น  บาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต

ให้เป็นข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา หรือ พยายามฆ่า


-----------------------------------------------------


เมาแล้วขับชนคนตาย ... ประมาทหรือเจตนาฆ่า !

-http://health.kapook.com/view116801.html-


(http://img.kapook.com/u/patcharin/NEWS/alcoholdead.jpg)


"เมาแล้วขับ ชนคนตาย" โศกนาฏกรรมซ้ำซากในสังคมไทย เหตุการณ์เศร้าสลดต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้น ถูกผลิตซ้ำวนเวียนและดูเหมือนว่าจะไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ แม้ล่าสุด จะได้มีการแก้ไขกฎหมาย (พ.ร.บ. จราจร 2522, แก้ไข พ.ศ. 2551) ให้ "เพิ่มโทษ" คนเมาแล้วขับรถชนคนตาย ติดคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ 

          แต่ก็ดูเหมือนว่า โทษทัณฑ์หลังคำตัดสินที่ได้รับ จะไม่เพียงพอต่อสำนึกของเหล่านักดื่มเท่าไหร่นัก ประเทศไทย จึงจัดเป็นประเทศที่มีตัวเลขของความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีคอเหล้า “ เมาแล้วขับ ” เป็นผู้นำขบวน ด้วยสถิติอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตต่อวันที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะช่วงเทศกาลพบว่า สัดส่วนผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีอาการมึนเมาสูงกว่าในช่วงเวลาปกติถึงกว่า 40 % คำถามจึงมีว่า เราจะทำอย่างไรกับการดื่มแล้วขับที่กลายเป็นวิสัยธรรมดาของคนไทย ? ซึ่งในทางสากล “ การเมาแล้วขับรถชนคนตาย ” จะถูกพิจารณาว่า เป็น “ เจตนา ” และมีความผิดร้ายแรง จนทำให้สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้หรือไม่ ?

          เพราะมุมมองของผู้ออกกฎหมายคือ ทุกคนที่ดื่มย่อมรู้ดีว่า การดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีผลต่อการควบคุมสติสัมปชัญญะและมีผลต่อความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะ ดังนั้น การที่มีผู้ฝ่าฝืนโดยการดื่มแล้วมาขับ จึงถือเป็นความเจตนาและไตร่ตรองมาแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องมีบทลงโทษร้ายแรง โดยมีกรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น ต่อการจัดการปัญหาและปราบปรามป้องกันปัญหา " เมาแล้วขับ " ดังนี้

          ในอดีต ปัญหาการขับรถชนคนตายในประเทศญี่ปุ่น ยังถูกพิจารณาว่าเป็นเรื่อง “ ประมาท ” มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 5 แสนเยน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1999 ได้เกิดกรณีมีคนเมาขับรถบรรทุก (มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 126 mg %) ชนรถเก๋งบนทางด่วนโทลล์เวย์ ทำให้รถเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้ลูกสาววัย 1 ขวบและ 3 ขวบเสียชีวิตทันที เช่นเดียวกับในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2006 เกิดคดีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมาแล้วขับชนท้ายรถเก๋งครอบครัวที่อยู่บนสะพานตกลงไปในอ่าวฮานาตะ เมืองฟูกูโอกะ เป็นเหตุให้เด็กที่นั่งมาในรถทั้ง 3 คนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่คนนี้ได้ขับหนีและขอให้เพื่อนช่วยหลอกว่าเป็นผู้ขับขี่แทน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สังคมญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายเพิ่มโทษ โดยต่อมา กฎหมายเมาแล้วขับ ตามมาตรา 65 พ.ร.บ. การจราจรของญี่ปุ่น ได้ถูกยกร่างขึ้นใหม่และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2007 โดยบทบัญญัติครอบคลุมตั้งแต่ ห้ามขับขี่ยานพาหนะในขณะที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย, ห้ามให้ยืมหรือให้ใช้ยานพาหนะแก่ผู้ที่น่าวิตกว่าจะกระทำผิด, ห้ามร้องขอหรือไหว้วานให้ผู้อื่นขับขี่ยานพาหนะไปส่งตนเองโดยที่รู้อยู่แล้วว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย อีกทั้งห้ามร่วมโดยสารไปในยานพาหนะที่ขับขี่โดยบุคคลที่กระทำผิดตามที่กำหนด และที่สำคัญ “ บทลงโทษ ” ผู้ขับขี่เมาแล้วขับ จะรุนแรงและครอบคลุมผู้เกี่ยวข้อง โดยมีหัวใจสำคัญว่า การเมาแล้วขับและทำให้มีผู้เสียชีวิตจะมีโทษรุนแรง รองจากความผิดฐานฆ่าคนตายเลยทีเดียว เช่นนี้แล้ว

          ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่สังคมไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับบทลงโทษที่เข้มงวดและจริงจังเสียทีถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เกิดขึ้นกับคนที่คุณ เชิญร่วมกด Like กด Share คลิปวีดีโอในโครงการ “ ดื่มไม่ขับ ” ได้ที่ http://socialmarketingth.org (http://socialmarketingth.org)


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 15, 2015, 07:54:53 AM
.

เพราะความเมา

เพราะอารมณ์ชั่ววูบ


-----------------------------------------------------


เซียนพระหนุ่ม เลือดร้อนทำร้ายคนแก่มอบตัวแล้ว

-http://hilight.kapook.com/view/118991-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Politics/Undd-3.jpg)

จ๊อด ระยอง เซียนพระหนุ่ม เข้ามอบตัวแล้ว สารภาพเป็นหนุ่มเลือดร้อน ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชายชราเมาสุราในคลิป

           จากกรณีที่มีการแห่แชร์คลิปวิดีโอที่มีชื่อว่า "นักเลงโต" เผยให้เห็นภาพชายหนุ่มเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยู ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชายชราที่อยู่ในอาการมึนเมาเดินข้ามถนนล้มลง บริเวณตลาดสตาร์ จ.ระยอง ด้วยการเตะเข้าที่ใบหน้าซ้ำหลายครั้ง และจะลงมาเอาเรื่องต่อผู้ที่เข้าห้ามปราม จนถูกชาวเน็ตประณามการกระทำดังกล่าวอย่างหนักนั้น

           ล่าสุด วันที่ 14 เมษายน 2558 นายสิทธิชัย สาระธณะ หรือ จ๊อด ระยอง เซียนพระชื่อดัง ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับว่าตนเองเป็นชายที่อยู่ในคลิปทำร้ายร่างกายชายชราเอง โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า วันเกิดเหตุชายชราอยู่ในอาการมึนเมาและยืนขวางหน้ารถ ตนจึงบีบแตรไล่แต่ชายคนดังกล่าวกลับทำท่าจะใช้มือทุบรถ จึงบันดาลโทสะลงไปทำร้ายร่างกายดังที่ปรากฎในคลิป อย่างไรก็ตามขอยอมรับผิดและขอโทษคู่กรณีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=O-dhfVfLqUE (https://www.youtube.com/watch?v=O-dhfVfLqUE)
-https://www.youtube.com/watch?v=O-dhfVfLqUE-

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.naewna.com/local/153752-



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 19, 2015, 08:00:42 AM
ตำรวจไทย กับ กรมการขนส่งทางบก  ไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ถึงทำให้เกิดปัญหานี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ต้องลงโทษทั้งผู้ขับขี่  ลงโทษทั้งเจ้าของรถแท็กซี่


แล้วแก๊งสิทธิมนุษยชน อยู่ไหน  ทำไมไม่ออกมาเคลื่อนไหว

เพราะเรื่องนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียง



ไอ้แท็กซี่ที่เห็นแก่ตัวแบบนี้  มันคงไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากครอบตรัวและวงศ์ตระกูลแน่เลย


---------------------------------------------------------------------------------


หนุ่มญี่ปุ่นแฉซ้ำ ผ่านไป 2 เดือน แท็กซี่สุวรรณภูมิยังโกงค่าโดยสารเหมือนเดิม

-http://hilight.kapook.com/view/119178-


   หนุ่มญี่ปุ่นแฉซ้ำ สนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย หลังผ่านไป 2 เดือน แท็กซี่สุวรรณภูมิ ก็ยังเก็บค่าโดยสารเกินจริงเหมือนเดิม

            จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Koki Aki (โกกิ อากิ) หรือ นายอากิฮิโระ โทมิคาว่า นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ผู้เดินทางมาเมืองไทยเป็นประจำ เพื่อแจกขนมและของเล่นให้กับเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาส ได้โพสต์ข้อความแฉว่า สนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอับอายของประเทศไทย ทั้งการบริการที่แย่ เจ้าหน้าที่ไม่เต็มใจให้บริการ และยังถูกแท็กซี่โกง จนกลายเป็นข่าวฮือฮา และนำมาซึ่งการจัดระเบียบแท็กซี่สุวรรณภูมิ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

            แต่เมื่อกระแสข่าวดังกล่าวซาลงไปได้ราว 2 เดือน เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมอีกจนได้ โดยล่าสุด (18 เมษายน 2558) นายอากิฮิโระ โทมิคาว่า หรือ โกกิ อากิ ได้โพสต์ข้อความแฉ สนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย ลงในเฟซบุ๊ก Koki Aki อีกครั้ง ดังนี้

            "ผมขอบอกอีกครั้งนะครับว่าสนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย

            ครั้งนี้เพื่อน ๆ ของผมมาจากญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยเด็กในชุมชนประเทศไทย พวกเขามาทำขนมญี่ปุ่นให้เด็ก ๆ ในชุมชนทาน

            แต่ครั้งนี้พวกเขาก็โดนแท็กซี่สนามบินเก็บค่าโดยสารเกินจริงอีก

            เพื่อนผม คุณ A มากัน 11 คน มาถึงเมื่อวันที่ 14 เมษายน เวลา 18.00 น. พวกเขาขึ้นรถคันใหญ่ 2 คัน แต่คนขับไม่กดมิเตอร์ และเรียกราคา 600 และ 750 บาท ไม่รวมค่าทางด่วน

            ครั้งนี้คนขับก็ขอเก็บบัตรคิวแท็กซี่จากพวกเขาด้วย

            และคุณ A บอกอีกว่าเจ้าหน้าที่ที่กดบัตรคิวก็มัวแต่เล่นกัน

            ผมพูดเรื่องนี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเดือนมกราคม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

            กระทรวงที่รับผิดชอบและผู้ที่ดูแลสนามบินควรจะทราบว่า แท็กซี่สนามบินและเจ้าหน้าที่บางคนได้สร้างความอับอายให้ประเทศไทย

            พวกเขาจะรู้ไหมว่าเรื่องนี้ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย และทำให้ประเทศสูญเสียหลายสิ่ง

            ครั้งที่แล้วที่ผมพูดเรื่องนี้ไป ก็มีคนขับแท็กซี่มาต่อว่าผม มีแม้กระทั่งข่มขู่

            บางคนก็เอารูปที่ไม่ใช่รูปผมมาอ้าง

            แต่ลองคิดดูนะครับ ถึงรายได้จะน้อย ถึงประสิทธิภาพจะไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาหลอกเอาเงินจากนักท่องเที่ยว

            การที่คนขับบ่นต่อว่ากับผู้โดยสาร พวกเขาน่าจะไปพูดกับกระทรวง หรือผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่านักท่องเที่ยวนะครับ

            ครั้งนี้กลุ่มของคุณ A มาทำจิตอาสาให้เด็ก ๆ ในชุมชนในไทย โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรเลย

            พอเกิดเรื่องครั้งก่อนก็มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจรถแท็กซี่ ผู้บริหารสนามบินก็ขอโทษผม แต่พอผ่านมาแค่ 2 เดือนทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิมอีก

            ผมพูดหลายครั้งแล้วนะครับว่าสนามบินคือประตูสู่ประเทศ นักท่องเที่ยวควรจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยครับ
           
            และสนามบินก็คือหน้าตาของประเทศเช่นกันครับ

            ผมอยากจะบอกว่า ผู้ที่รับผิดชอบควรจะยอมรับว่าความน่าอายก็คือความน่าอายครับ

            ช่วยทำให้สนามบินเป็นสนามบินที่ปกติสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยนะครับ ผมอยากจะฝากบอกกับรัฐบาลด้วยครับ"

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/hitnews/index.png)


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Koki Aki

.


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 19, 2015, 09:26:23 AM
ไม่ใช่เรื่องเมา เหล้า


แต่ไม่รู้ว่า แก๊งที่ออกแบบ ทางม้าลาย

คิดอย่างไร

ถ้าให้ดี  ต้องให้แก๊งที่ออกแบบ  มาข้ามทุกวัน



-------------------------------------------------------------


เตือนภัย ออกแบบทางม้าลายสุดชุ่ย หลุดโค้ง ต้นไม้บัง คนข้ามถูกรถชนดับ


-http://hilight.kapook.com/view/119195-


หญิงจูงจักรยานข้ามทางม้าลายถูกรถชนดับ ชาวเน็ตวิจารณ์เละคนออกแบบทางม้าลายสุดชุ่ย อยู่หลังทางโค้ง คนในพื้นที่กลัวเสี่ยงตายไม่กล้าข้าม

              เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 เมษายน 2558 ได้เกิดเหตุรถยนต์ ทะเบียนป้ายแเดง ร-3607 กทม. พุ่งชนผู้หญิงรายหนึ่งที่กำลังจูงจักรยานข้ามทางม้าลาย บริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 37 ถนนสุขสวัสดิ์ ขาออก เป็นเหตุให้หญิงรายนี้เสียชีวิต โดยร่างกระเด็นไปไกลกว่าจุดเกิดเหตุหลายเมตร ขณะที่คนขับรถยืนรอมอบตัวในที่เกิดเหตุ

              อย่างไรก็ตามจากข่าวนี้ได้ทำให้ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรเป็นประจำ เข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการออกแบบทางข้ามม้าลายที่ไม่เหมาะสมด้วย ดังเช่นที่คอมเม้นท์กันใน เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro ระบุว่า ถนนเส้นดังกล่าวเป็นทางโค้ง เมื่อหมดทางโค้งกลับเป็นทางม้าลายเลย ถ้ารถขับมาเร็ว ๆ ไม่ระวังก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้

              อีกทั้งยังมีพุ่มไม้บนเกาะกลางถนนมาบดบังทัศนวิสัย โดยเฉพาะคนขับเลนขวา เมื่อหลุดโค้งมาก็แทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีทางม้าลายอยู่ข้างหน้า ทำให้คนในพื้นที่หลายคนจะไม่ค่อยกล้าข้าม เพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ จึงอยากให้ทำป้ายเตือนติดไว้ให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังทางม้าลายข้างหน้าบ้าง เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้น

              ขณะที่คุณ ปอ.2 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  ก็ได้ตั้งกระทู้ถึงเรื่องนี้ เพื่อไม่อยากให้เป็นเพียงอุบัติเหตุเงียบ ๆ แล้วจบไป หากแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งแก้ไขปัญหา เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าการออกแบบทางม้าลายที่ไม่เหมาะสม นำมาซึ่งเหตุสลดใจเช่นนี้ พร้อมกับยังเตือนให้ผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันต้องหูไวตาไว และประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง



ภาพจาก  เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro โดย คุณนิรันทร์ กู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสราษฎร์บูรณะ 29



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 03, 2015, 04:59:51 PM
สาวขับเก๋งสารภาพสิ้น เมาแฮงค์-วูบหลับ พุ่งชนนักปั่น 3 ศพ

-http://news.sanook.com/1790026/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เหตุสลดรับอรุณ สาวขับเก๋งพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยาน 3 ศพ สารภาพยังเมาแฮงค์ จากปาร์ตี้เมื่อคืน วูบหลับ-เสียหลักชน

(3 พ.ค.) จากกรณีรถเก๋งพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย พื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นเหตุทำให้มีนักปั่นเสียชีวิตทันที 3 คน ได้รับบาดเจ็บอีก 5-6 คน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน น.ส.ภัทร์ชุดา อายุ 24 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ที่ก่อเหตุ ยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนนี้ได้ไปเที่ยวสังสรรค์กับกลุ่มที่เมืองเชียงใหม่ และได้นอนพักประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก่อนจะขับรถกลับบ้าน แต่ยังคงมีอาการแฮงค์อยู่

เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนยังรู้สึกง่วงอยู่ ก่อนจะเกิดอาการวูบไป เป็นทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานพอดี และยังทำให้รถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำกลางถนนอีกด้วย ทั้งนี้จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ น.ส.ภัทร์ชุดา พบว่ามีปริมาณ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย จึงได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 05, 2015, 05:27:17 PM
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน โพสต์เตือน “เมา+ขับ=ฆาตกร“

-http://news.sanook.com/1790778/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/358/1790778/5.jpg)

จากกรณีเมื่อเช้าตรู่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดกรณี นักศึกษาสาวขับรถเก๋งพุ่งชนกลุ่มผู้สูงอายุปั่นรถจักรยานออกกำลังกาย อยู่บริเวณริมถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเจ้าตัวกลับจากดื่มกินกับเพื่อนๆ คาดอาจเกิดจากอาการมึนเมาสุรา หรือไม่อาจหลับในหญิงสาวขับขี่รถเก๋งพุ่งชนนักปั่นจักรยานจนเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 2 คนขณะมีอาการเมาสุรา

ล่าสุด ดาราหนุ่มและไฮโซชื่อดัง "ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา" ได้โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรม @nutt_devahastin แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า

"โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนถนนที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งที่เกี่ยวข้องกับคนเดินถนน รวมถึงคนที่ร่วมแบ่งปันใช้ถนนไม่ว่าจะเป็นพาหนะอะไรก็ตาม แต่ในฐานะคนที่เคยใช้พาหนะเกือบทุกประเภท ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์(ซึ่งผมเลิกขี่แล้วเนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุล้มด้วยตัวเอง) รวมถึงจักรยาน จึงทำให้เกิดความเข้าใจถึงความสะดวกปลอดภัย รวมถึงความเสี่ยงที่มากับทุกพาหนะที่มีอยู่บนท้องถนน

ในความเป็นจริงเราทุกคนคงต้องยอมรับว่าทุกพาหนะมีความเสี่ยง แต่สิ่งที่ทุกคนที่ร่วมแบ่งปันพื้นที่บนท้องถนนไม่ว่าคุณจะใช้พาหนะอะไรก็ตามต้องมี คือความรับผิดชอบต่อชีวิตตนเองรวมถึงผู้อื่นที่ร่วมแชร์พื้นที่ "สาธารณะ"นี้ด้วย

แน่นอนกฏหมายบ้านเราเกี่ยวกับการเมาแล้วขับอาจยังไม่รุนแรงเท่ากับต่างประเทศแต่เราก็ได้เห็นการพัฒนาในความเข้มงวดกวดขันที่เพิ่มขึ้นของผู้รักษากฏหมายรวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีมากขึ้นทุกครั้งที่เกิดความสูญเสีย ซึ่งก็ถือเป็นเป็นเรื่องดี แต่เราควรถามตัวเองหรือไม่ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งแรก และการแก้ปัญหาของเราเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (โดยการแก้กฏหมายหรือคาดโทษลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดให้มากขึ้น) ในทางกลับกันผมกลับมองว่าเป็นหน้าที่เราทุกคนที่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเรา "คนไทย" ควรเริ่มกลับมามองตนเองและพิจารณาว่าเราได้ตระหนักถึงปัญหาในการเมาแล้วขับขนาดไหน

ผมเชื่อว่าเราเกือบทุกคนเคยดื่มแล้วขับด้วยเหตุผลที่คิดว่าเราขับได้ ไม่เมามาก ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ หรือไม่ไว้ใจบริการขนส่งมวลชนและบริการอื่นๆที่เริ่มมีมากขึ้นในสังคมสำหรับคนที่ดื่มและมีพาหนะส่วนตัว ดังนั้นผมจึงอยากให้เราทุกคนเริ่มสร้าง"ค่านิยม"ใหม่ๆกับตัวเองและคนรอบข้างโดยการ "หยุดขับ" ถ้าคุณคิดจะดื่ม และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนขาดสติ เพราะครั้งที่คุณล้วงกระเป๋าแล้วหยิบกุญแจรถขึ้นมาหลังจากที่คุณดื่มเหล้า(ต่อให้เป็นปริมาณมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม) คุณก็ไม่ต่างอะไรจากฆาตกรที่รอก่อเหตุ เพียงแต่ไม่รู้ว่า "เหยื่อ" ของคุณจะเป็นใครแค่นั้นเอง...ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า "ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ" ผมมักจะตอบกลับไปเสมอในเชิงหยิกแกมหยอกว่า "ไม่เป็นไร คราวหน้าก็ขอให้ตั้งใจนะ จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก

ขอแสดงความเสียใจกับทุกชีวิตและครอบครัวที่สูญเสียคนรักไปครับ หวังว่าพวกเราจะได้ตื่นจากการหลอกตัวเองแล้วเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้ซะที เริ่มต้นจากตัวคุณและคนรอบข้าง เพราะการสร้าง "จิตสำนึก" ให้เด็กรุ่นใหม่จะไร้ค่าหากผู้ใหญ่อย่างเรายังทำไม่ได้และใช้คำพูดมักง่ายว่า ไม่เป็นไร"

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @nutt_devahastin

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 05, 2015, 10:00:25 PM
.

เพื่อนนศ.เมาชนจักรยาน โพสต์แรง ฉุนเพื่อนถูกด่า

-http://news.sanook.com/1790894/-

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/358/1790894/dsasdw.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(5 พ.ค.) จากกรณี น.ส.ภัทร์ชุดา อายุ 24 ปี นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ขับรถชนคนขับจักรยานจนเสียชีวิต 3 ศพ โดยยอมรับว่า ตนเองเมาและมีอาการหลับใน จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แต่ต่อว่าอย่างรุนแรงที่เมาแล้วขับ ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

ล่าสุด เพจ The Dark Knights lll เปิดเผยข้อความจากเพื่อนของ น.ส.ภัทร์ชุดา ที่ออกมาระบายถึงคนที่ด่าเพื่อนของตนเองเรื่องเมาสุรา ทั้งๆที่คนที่มาด่าก็เป็นนักดื่มทั้งนั้น พร้อมระบุว่าเพื่อนไม่ได้ตั้งใจและขณะนี้สภาพจิตใจแย่มาก ...

"แต่ละคนที่มาด่า มาว่า มาแช่ง ก็สาวกสุราทั้งนั้น ระวังซักวันจะถึงคราวตัวเอง แล้วจะพูดไม่ออก แล้วจะโดนย่ำอีกที คือเข้าใจ เห็นใจ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นคนในครอบครัวเราทำไง แล้วลองนึกอีกมุม ถ้าคนที่ขับรถชนเป็นเราล่ะ จะทำไง เราก็ไม่ได้ตั้งใจ จะทำไง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอบ ! ตอนนี้สภาพจิตใจเพื่อนเหมือนตายทั้งเป็น #โลกสวยใจหมา"

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวยิ่งสร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนักขึ้นไปอีก เพราะการเมาสุราไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีจิตสำนึก เพราะการเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะนั้นผิดทั้งกฎหมาย และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม สืบเนื่องจากเหตุการณ์ชนนักปั่นจักรยานดับ 3 ศพเหตุการณ์เดียวกันนี้ เมื่อวาน (4 พ.ค.) มีกรณีที่หนุ่มรายหนึ่งโพสต์ข้อความด่านักปั่นจักรยานด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม ทำให้ถูกบริษัทไล่ออกเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม (อ่านข่าว : หนุ่มโพสต์ด่านักปั่นจักรยาน สุดท้ายถูกบริษัทไล่ออก)

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/358/1790894/xdbff.jpg)


-----------------------------------------------------------------

หนุ่มโพสต์ด่านักปั่นจักรยาน สุดท้ายถูกบริษัทไล่ออก

-http://news.sanook.com/1790614/-

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/358/1790614/dedfrf.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

จากเหตุการณ์นักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เมาแล้วขับรถชนกลุ่มนักปั่นจักรยานที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้นักปั่นจักรยาน และต่างเรียกร้องหาความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถจักรยาน พร้อมทั้งขอให้ลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับอย่างเด็ดขาด

แต่อย่างไรก็ตาม กลับมีหนุ่มรายหนึ่ง โพสต์ข้อความด่ากลุ่มนักปั่นจักรยานว่าเป็นพวกชอบโชว์ ปั่นขวางถนน แถมยังขู่ว่าถ้าเจอจะขับรถชนให้หมด จนข้อความดังกล่าวได้ถูกแชร์ต่อพร้อมกับเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรง

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/358/1790614/dsfddd.jpg)

ล่าสุด (4 พ.ค.) ทางบริษัทต้นสังกัดของหนุ่มคนดังกล่าวได้มีหนังสือไล่ออก ระบุว่า หนุ่มคนดังกล่าวเพิ่งเริ่มงานในบริษัทแห่งนี้ได้ 1 เดือน และอยู่ในช่วงทดลองงาน ยังไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่เนื่องจากใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม แม้จะเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ทางบริษัทฯ จะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการพิจารณาให้พนักงานคนดังกล่าวไม่ผ่านการทดลองงาน

ต่อมาหนุ่มรายนี้ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ได้ทำลงไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้มีอคติต่อนักปั่นจักรยานแต่อย่างใด ตอนนี้สำนึกและยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอรับรองว่าจะไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกต่อไป และการกระทำดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางบริษัทแต่อย่างใด




-----------------------------------------------------------------

สาวขับเก๋งสารภาพสิ้น เมาแฮงค์-วูบหลับ พุ่งชนนักปั่น 3 ศพ

-http://news.sanook.com/1790026/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เหตุสลดรับอรุณ สาวขับเก๋งพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยาน 3 ศพ สารภาพยังเมาแฮงค์ จากปาร์ตี้เมื่อคืน วูบหลับ-เสียหลักชน

(3 พ.ค.) จากกรณีรถเก๋งพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย พื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นเหตุทำให้มีนักปั่นเสียชีวิตทันที 3 คน ได้รับบาดเจ็บอีก 5-6 คน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน น.ส.ภัทร์ชุดา อายุ 24 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ที่ก่อเหตุ ยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนนี้ได้ไปเที่ยวสังสรรค์กับกลุ่มที่เมืองเชียงใหม่ และได้นอนพักประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก่อนจะขับรถกลับบ้าน แต่ยังคงมีอาการแฮงค์อยู่

เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนยังรู้สึกง่วงอยู่ ก่อนจะเกิดอาการวูบไป เป็นทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานพอดี และยังทำให้รถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำกลางถนนอีกด้วย ทั้งนี้จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ น.ส.ภัทร์ชุดา พบว่ามีปริมาณ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย จึงได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 05, 2015, 10:01:49 PM
สาวซิ่งเก๋งทะลุกำแพงบ้าน สารภาพเมาแล้วขับ

-http://news.sanook.com/1791070/-

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/358/1791070/bgdfd.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(5 พ.ค.) เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่งขับรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน กท 6912 กาญจนบุรี พุ่งชนรั้วบ้านของชาวบ้านที่ริมถนนกำแพงเพชร 7 จนพังเสียหาย สอบสวนคนขับ ซึ่งอาการยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ทราบชื่อคนขับต่อมาคือ น.ส.พจมาน อายุ 29 ปี

ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจ สน.มักกะสัน ตั้ง 2 ข้อหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และ ขับรถขณะมึนเมาสุราโดยให้การว่าเครียดจากเรื่องความรักกับแฟนหนุ่มต่างชาติ ก่อนเกิดเหตุไปดื่มสุราจนมึนเมาและมาขับรถชนดังกล่าว ซึ่งเมื่อตำรวจนำตัวมาโรงพักก็คงยังมีอาการโวยวายอยู่ ล่าสุดกำลังเร่งตามญาติมาเพื่อให่สงบสติอารมณ์ก่อนที่จะแจ้งข้อหาต่อไป



หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 06, 2015, 05:41:13 AM
โทษ! การดื่มสุรา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    
   
6 พฤษภาคม 2558 02:41 น

-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9580000051134-

ศ.คลินิก นพ.ปรีชา ศิริทองถาวร
       ภาควิชาศัลยศาสตร์
       
       หลายคนรู้ถึงการดื่มสุรามีโทษ แต่ทำไมคนยังดื่มกัน
       
       สุรา จัดเป็นสิ่งเสพติด หากดื่มเข้าไปแล้ว นอกจากไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ยังส่งผลเสียและอันตรายในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญ ขาดสติยับยั้งชั่งใจ และหากดื่มเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคร้ายเกี่ยวกับสุราตามมามากมาย เช่น โรคทางระบบประสาท หัวใจ และมะเร็ง เป็นต้น
       
       ส่วนสาเหตุด้านอื่นๆ เช่น ก่อโรคทางระบบประสาท จะทำให้นอนไม่หลับ กระบวนการรับรู้ความเข้าใจบกพร่อง ขาดสติ จิตหลอน ประสาทหลอน การทำหน้าที่ของสมองผิดปกติ ส่งผลถึงการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย อาจทำให้กล้ามเนื้อส่วนปลายแขน ขาอ่อนแรง ปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นอาการของเหน็บชา
       
       ด้านสมอง เมื่อดื่มสุราใหม่ๆ จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น และเมื่อดื่มมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิก เกิดอาการมึนง่วง นอนหลับ หมดสติ และถ้าดื่มสุราเป็นประจำ จะทำให้สมองและความจำเสื่อม ความคิดเลอะเลือน เดินไม่ตรงทาง
       
       เมื่อเอกซเรย์สมองจะพบว่า ขนาดของสมองเล็กลง ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อม บางครั้งจะซึมเศร้า หรือบางครั้งมีประสาทหลอนระแวงว่า มีคนมาทำร้าย ไม่เพียงเท่านี้ ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทรุดโทรม มีกลิ่นตัว ขาดสติ ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย
       
       ยิ่งถ้าขับรถ นอกจากจะทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อนแล้ว คนอื่นก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งจะมีแต่ความสูญเสียที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิด เพราะฉะนั้นอย่าดื่มสุราเป็นการดีที่สุด

        ด้วยขั้นตอน ลด ละ เลิก


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 10, 2015, 09:19:10 AM
.


กรรม

ให้ความยุติธรรมได้แน่นอน

ตนทำดี ต้องได้ดี

คำทำชั่ว ต้องได้ชั่ว

ส่วนบริษัทประกัน  ก็อย่าไปทำกับบริษัทนี้

......................................................................



เปิดรูปคดีชนนักปั่นชิลี สุดแสบ!!ตีนผีจ่ายแสนเดียว ทนายแผนชั่วปิดปากฟ้องแพ่ง-อาญา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


-http://www.manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9580000053054-

แฉเลห์คดีชนนักปั่นรอบโลกชิลี ตีนผีจ่าย1แสน ทนายมัดมือชกอาศัยความไม่รู้ภาษาไทยให้ภรรยาผู้เสียชีวิตเซ็นไม่เอาผิด-ไม่เรียกค่าชดเชยอีก ด้านประกันรวมยอดชดเชยครอบจักรวาลให้ 630,000 บาท เจ้าทุกข์เผยใช้เงินเก็บสะสม 20 ปี เพื่อเติมความฝันด้วยการเดินทางด้วยจักรยานรอบโลกครั้งนี้ หวังบ.ประกันเห็นใจจ่ายเต็มวงเงิน
       
       สืบเนื่องจากกรณี นายทิวารัตน์ ชัยพิเดช ขับรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานพ่วงของ Mr. JUAN FRANGISGO GUILLERMO ชาวชิลี อายุ 48 ปี นักปั่นจักรยานทำสถิติลงกินเนสส์เวิลด์เรกคอร์ด 5 ทวีป เสียชีวิต ส่วน Mrs. NG- POH LENG อายุ 40 ปี (ภรรยา) ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก บนถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21ก.พ. ที่ผานมา
       
       เมื่อวันที่ 8 พ.ค. คุณประกอบ โพสต์กระทู้ในพันทิพ อ้างว่าได้ติดตามเรื่องนี้ โดยภรรยาของผู้เสียชีวิตได้เล่าถึงเรื่องการเซ็นสัญญาและเงินชดเชยที่เธอได้รับ ให้ฟังว่า
       
       เจนเนลได้รับเงินชดเชยเบื้องต้น 200,000 บาทจากกรุงไทยพานิชประกันภัย บริษัทเอาเงินมาให้ในวันงานศพของฟรานเซสโกพร้อมกับแผ่นบอร์ดใหญ่ๆ รูปเช็คเพื่อจะทำข่าวถ่ายรูปการมอบเงินยังกับว่าเจนเนลเป็นผู้ได้รับรางวัล เธอปฏิเสธที่จะถ่ายรูปแบบไร้รสนิยมเช่นนั้น เธอถามกลับมาว่าบริษัทคิดว่าเธอได้รับรางวัลอย่างนั้นหรือ
       
       นอกจากนี้ ระหว่างอยู่ใน รพ.ที่บัวใหญ่ ตีนผีมาพร้อมล่ามและกลุ่มคนอีกกลุ่มที่เธอไม่รู้จักว่าใครเป็นใครมาเสนอจ่ายค่าชดเชย ซึ่งในเบื้องต้นเธอปฏิเสธ ในวันที่ 5 มีนาคม การสอนสวนของตำรวจยังไม่เสร็จ งานศพของสามีก็ยังไม่ได้ทำ ล่ามเอาเอกสารข้อตกลงเป็นภาษาไทยมาให้เธอเซ็น มีการบอกให้เพื่อนของเธอออกไปนอกห้อง ทุกอย่างกระทำด้วยความรวดเร็วไม่ให้เธอได้ตั้งตัวและไม่มีเวลาคิด ล่ามให้เธอเซ็นชื่อในเอกสาร แต่ล่ามไม่ได้อธิบายข้อความในสัญญาให้เธอเข้าใจกระจ่างโดยเฉพาะ 2 ข้อความสำคัญ อย่างแรกคือเธอจะไม่ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากตีนผีอีก อย่างที่สอง เธอจะไม่ติดใจผลการตัดสินของศาล ขณะที่รายงานอย่างเป็นทางการระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นความผิดของตีนผีอย่างเดียว ที่แซงซ้ายบนไหล่ทางด้วยความเร็วสูงมากกว่า 80 กม/ชม มาชนฟรานเซสโกและครอบครัวที่ปั่นจักรยานอยู่บนไหล่ทาง
       
       เธอเล่าต่อว่า ช่วงที่เธออยู่ในโรงพยาบาล มีใครต่อใครมาพบเธอมากมายรวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ และ เธอต้องเซ็นเอกสารเมื่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้นมา ดังนั้นเอกสารที่บอกว่าเธอไม่เรียกร้องค่าชดเชยและไม่ประสงค์จะติดใจเอาความ เป็นลูกเล่นชั่วๆ ของตีนผีที่จะแค่จ่ายเงินให้เธอแสนเดียวสำหรับความสูญเสีย และตัดตอนไม่ให้เธอเรียกร้องความยุติธรรมเพิ่มเติมได้ทั้งทางแพ่งทางอาญา โดยใช้ข้อจำกัดด้านภาษา และความไม่รู้ว่าเธอกำลังเซ็นเอกสารอะไร
       
       เธอยังได้เล่าเรื่องการพูดคุยกับตัวแทนจากกรุงไทยพานิชประกันภัยที่ตีนผีทำประกันรถไว้ ตัวแทนประกันมาหาเธอที่ รพ บัวใหญ่สองครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายเป็นระดับผู้จัดการ เธอได้ถามตัวแทนไปว่าวงเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่(หมายถึงวงเงินต่ำสุด - สูงสุดที่บริษัทจะจ่าย) เพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะได้รับเงินชดเชยเท่าไหร่ เธอประเมินไม่ได้ว่าเธอควรจะเรียกร้องเท่าใด เธอไม่ได้รับคำตอบ ตัวแทนแค่โชว์เอกสารให้เธอประเมินเอาเอง
       
       เธอจึงถามต่อเพื่อให้ตอบง่ายขึ้น ว่าบริษัทเคยจ่ายสำหรับอุบัติเหตุแบบนี้เป็นเงินมากที่สุดเท่าไหร่ เธอก็ไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน แม้ว่าเธอจะได้ถามย้ำไปหลายครั้ง ตัวแทนบอกว่าการบาดเจ็บของเธอไม่รุนแรง ดังนั้นบริษัทจะไม่จายเพิ่ม ทั้งที่แม้แต่ปัจจุบันเธอยังต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดินเพราะขาหัก ลูกชายวัย 14 เดือนเสียพ่อไป และเนื่องจากฟรานเซสโก้ต้องการเดินทางรอบโลกด้วยจักรยาน จึงปิดกิจการโรงเรียนสอน lifeguard ที่ชิลี ใช้เงินเก็บที่สะสมมา 20 ปี เพื่อเติมความฝันด้วยการเดินทางด้วยจักรยานรอบโลกครั้งนี้
       
       บริษัทประกันเสนอจะจ่ายทั้งหมดเท่านี้ และไม่ยอมเจรจาเพิ่มเติมกับเธออีก
       
       1. ค่าเสียหายทางด้านทรัพย์สิน บริษัทจะจ่าย 150,000 บาท (สัญญารับผิดชอบสูงสุด 600,000 บาท) เจนเนลเล่าว่า เฉพาะจักรยานที่เธอและฟรานซิสโกใช้เดินทาง ราคาประมาณคันละ 80,000 บาท (นักปั่นทัวร์ริ่งระยะไกล จะเลือกใช้จักรยานที่แข็งแรงและมีสมรรถนะดี ซึ่งราคาจะแพง และที่ฟรานเซสโกเลือกใช้จักรยานราคาแพงเพราะต้องการจะทำสถิติโลก เพื่อจะได้รับเงินรางวัลจากGuinness book of Records US$200,000 ) นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ต่างๆ
       
       2. ชดเชยการตายของฟรานเซสโก 300,000 บาท เจนเจลเข้าใจว่านี่คือจำนวนเงินสูงสุดในกรมธรรน์ น่าบอกว่าน่าเศร้าที่ค่าชีวิตของใครซักคนในไทยมีเท่านี้เอง
       
       3. ค่าชดเชยการบาดเจ็บของเธอและลูกชาย บริษัทต้องการจ่าย 180,000 บาท ในขณะที่สัญญาในกรมธรรน จะจ่าย 300,000 บาทต่อราย เจนเนลอยากจะให้บริษัทจ่ายเต็มวงเงินให้เธอและลูก เป็นเงิน 600,000 บาท เพราะเธอต้องใช้ชีวิตต่อไปในสิงคโปร์
       
       วีซ่าของเจนเนลจะหมดวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ และเธอต้องกลับสิงคโปร์ เพื่อสมาชิกท่านใดยินดีจะให้ความช่วยเหลือเธอ โดยเฉพาะในทางกฏหมายและการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม ติดต่อเธอได้เลยตาม email jennelng@yahoo.com นี้


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000005491402.JPEG)
ภรรยาและลูก ของ Mr.JUAN FRANGISGO GUILLERMO ชาวชิลี อายุ 48 ปี นักปั่นจักรยานรอบโลก เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถกระบะชน ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000005491403.JPEG)
นายทิวารัตน์ ชัยพิเดช อายุ 64 ปี คนขับกระบะคู่กรณี ผู้ต้องหา


http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000005491401.JPEG (http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000005491401.JPEG)


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 10, 2015, 10:23:47 AM
เรื่องนี้ ไม่ใช้เมาแล้วขับ

กลับเป็นเรื่อง ภัยที่ต้องระมัดระวังกัน


------------------------------------------------------




อุกอาจ 2 โจรขโมยรถพยาบาลสาว ทั้งที่แม่ยังนั่งอยู่ในรถ ถามจะตายหรือจะลง !

-http://hilight.kapook.com/view/120171-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/klangjai/kai1.jpg)

          คนร้ายลงมืออุกอาจ ขโมยรถพยาบาลสาว ทั้งที่แม่เจ้าของรถยังนั่งอยู่ในรถ ก่อนถาม จะตายหรือจะลง ตำรวจเร่งตามจับต่อไป

          เมื่อเวลา 11.30 น. วานนี้ (9 พฤษภาคม 2558) เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถยนต์โดยมีแม่เจ้าของรถติดอยู่ในรถด้วย บริเวณริมถนนเชียงราก-บางขันธ์ หน้าร้านรับซื้อของเก่า ม.7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบ นางสาววัชรินทร์ โปธาเมือง อายุ 40 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งให้การว่า ตนเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนเกิดเหตุได้พาแม่ไปหาหมอและกำลังจะกลับบ้านพร้อมเพื่อนอีกคนหนึ่ง จากนั้นได้มาแวะวอดอยู่ข้างถนนโดยเพื่อนได้เดินไปร้านคาร์แคร์ ส่วนตนเดินไปซื้อไก่ย่าง มีแม่นั่งอยู่บนรถตามลำพัง ระหว่างนั้นเองได้มีคนร้าย 2 ราย ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอด ก่อนที่คนขับจะลงมาเปิดประตูรถของเธอและขับหลบหนีไป ทั้งที่มีแม่อยู่บนรถด้วย

อุกอาจ 2 โจรขโมยรถพยาบาลสาว ทั้งที่แม่ยังนั่งอยู่ในรถ ถามจะตายหรือจะลง !

          ด้าน นางสมหมาย โปธาเมือง อายุ 64 ปี แม่ของนางสาววัชรินทร์ เผยว่า ตนเห็นแล้วว่าจะมีคนร้ายเดินมาที่รถ จึงพยายามจะล็อกประตู แต่ก็ไม่ทัน คนร้ายเปิดประตูรถได้และขับออกไปเสียก่อน โดยระหว่างที่อยู่ในรถนั้น คนร้ายได้ถามตนว่าจะตายหรือจะลง ตนจึงบอกว่าจะลง คนร้ายจึงปล่อยตนลงหน้าหอพักทียูโดม ก่อนที่ตนจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหอพักทียูโดม ให้ช่วงแจ้งตำรวจเพื่อสกัดจับคนร้ายที่ชิงรถของลูกสาวไป
 
อุกอาจ 2 โจรขโมยรถพยาบาลสาว ทั้งที่แม่ยังนั่งอยู่ในรถ ถามจะตายหรือจะลง !

          ด้าน พ.ต.ท. จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่าคนร้ายเป็นชาย 2 คน ก่อนลงมือก่อเหตุได้ขับรถย้อนศร มาวนหาเหยื่อประมาณ 2 รอบ เมื่อสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุทันที ซึ่งนับว่าโชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายคุณป้าที่นั่งอยู่ภายในรถและปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตามคดีนี้คนร้ายอุกอาจมากที่มาขโมยรถซึ่งมีคนอยู่ในรถด้วย ส่วนคนร้ายจะเป็นแก๊งตระเวนลักรถหรือตระเวนชิงทรัพย์หรือไม่นั้น ต้องสืบกันอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวและเส้นทางการหลบหนีคนร้ายแล้ว แม้จะมีเส้นทางหลบหนีได้หลายทาง แต่เจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์ดูกล้องวงจรปิดเพื่อหาเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมต่อไป

ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1431165973-

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 12, 2015, 05:32:20 AM
ใครผิด  หรือ  ผิดร่วม

รถยนต์ กลับรถในที่ห้ามกลับ

มอเตอร์ไซด์ วิ่งขวา   วิ่งแล้วชน  โดยไม่ได้แตะเบรค  อีกทั้งอายุคนขับ



-----------------------------------------------

รถยนต์กลับรถในที่ห้ามกลับ มอเตอร์ไซค์วิ่งขวาพุ่งชนอย่างจัง งานนี้ใครผิด ?


-http://hilight.kapook.com/view/120228-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/page_126.jpg)


ชาวเน็ตตั้งคำถาม สรุปแล้วใครกันแน่เป็นคนผิด หลังมีการแชร์คลิปรถยนต์กลับรถในที่ห้ามกลับ ถูกรถจักรยานยนต์วิ่งเลนขวาพุ่งชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้คนขับรถจักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัส

              วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า มีชาวเน็ตแชร์คลิปชื่อ "กลับรถในที่ห้ามกลับ ทำคนอื่นเกือบตาย" เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ในคลิปปรากฏภาพรถยนต์เลี้ยวในพื้นที่ห้ามเลี้ยว ทั้งที่มีป้ายกำกับชัดเจน ก่อนจะมีรถจักรยานตร์ขับพุ่งชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้เด็กนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บกระดูกนิ้วมือแตก ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

              จากการสอบถามไปยังดาบตำรวจ ไพโรจน์ พันธุรี สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตอนนี้ในส่วนของคดียังอยู่ในระหว่างการดำเนินการต้องรอผู้บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาล มาให้ปากคำเพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

              ทั้งนี้เมื่อมีการแชร์คลิปออกไปทำให้ชาวเน็ตที่ได้ชมคลิป ต่างตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ระหว่างคนขับรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ใครเป็นคนผิดกันแน่ ?

http://hilight.kapook.com/view/120228 (http://hilight.kapook.com/view/120228)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

http://goo.gl/LAoD11 (http://goo.gl/LAoD11)
-http://goo.gl/LAoD11-


-http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/125355/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94--%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B-%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96.html-

.


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 12, 2015, 05:43:20 AM
ย้อนรอย “คดีสาวซีวิค“ สู่บทสรุปสุดท้าย ที่คนไทยจับตามอง

-http://news.sanook.com/1794154/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 กรณีสาวซีวิคพุ่งชนท้ายรถตู้โดยสาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต-จตุจักร ซึ่งกำลังวิ่งบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ จากรังสิต มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ทำให้เสียหลัก พุ่งชนกับเสาไฟฟ้าและขอบทาง เป็นเหตุให้ประตูรถตู้เปิดออก และผู้โดยสารที่อยู่ในรถถูกเหวี่ยงออกไปคนละทิศละทาง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 9 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้มีกระแสวิพากษณ์วิจารณ์อย่างมากถึงความไม่เดือดเนื้อร้อนใจขณะที่มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บนับสิบ เพราะได้มีรูปภาพหญิงสาวที่ขับรถฮอนด้าซีวิคยืนเล่นโทรศัพท์ข้างรถ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกสอบสวนและดำเนินคดีดังกล่าวก็พบว่าเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิผล ส่งผลให้ชาวออนไลน์ลุกฮือเรียกร้องให้มีการรับโทษเด็ดขาด!

17 กุมภาพันธ์ 2554 ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ระบุว่า จะฟ้องผู้ปกครองเด็ก และผู้ให้ยืมรถในความผิดทางอาญาด้วยโดยใช้ทฤษฎีการกระทำผิดคู่ขนาน ผิดฐานประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายรวมถึงฐานที่พ่อแม่ไม่ดูแลบุตร ปล่อยให้ทำความผิดทางอาญา เป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งเป็นความผิดสถานเบาพร้อมทั้งย้ำเตือนว่านี้เป็นตัวอย่างสังคม

ต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ทีมกฎหมายตัวแทนของครอบครัวของผู้ต้องหา ได้ส่งแถลงการอ้างที่ผ่านมาข่าวคลาดเคลื่อนความจริง แล้วรถซีวิคไม่ได้ชนรถตู้ไม่เช่นนั้นคนขับคงตายแล้วเพราะรถเก๋งเล็กกว่ารถตู้ และยังแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมฝากถึง "ทีมกฎหมายธรรมศาสตร์" ให้พิจารณาคดีให้รอบคอบก่อนฟ้อง

ส่วน นางสาวยุวดี เยี่ยงยุกดิ์สากล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 เนื่องจากเป็นพนักงานอัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้องในคดีนี้ กล่าวว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีข้อเสนอให้ทั้งสองฝ่ายใช้วิธีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าสินไหมทดแทน ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา 132 โดยจะนัดทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 2 กรกฎาคม 2555 ซึ่งการนำ พ.ร.บ.ฉบับนี้มาใช้เนื่องจากเป็นการช่วยไกล่เกลี่ยและเยียวยาผู้เสียหายด้วย และหากการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จจะมีการพิพากษาต่อไป

วันที่ 2 ก.ค.2555 ศาลนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเพื่อเข้าพบนักจิตวิทยา ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการไกล่เกลี่ย แต่ยังวี่แววว่าสาวซีวิคจะออกมา ซึ่งทำให้การเจรจาครั้งนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ทั้งนี้ได้มีข้อมูลเปิดเผยข้อมูลว่า สาวซีวิคไม่รับสารภาพ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลคดีแพ่งเรียก 120 ล้านบาท จนทำให้ไม่สามารถจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยียวยาได้

ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เป็นเวลา 3 ปี คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนข้อหาใช้โทรศัทพ์มือถือขณะขับรถ โจทก์ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจำเลยกระทำการดังกล่าวจริง จึงพิพากษายกฟ้อง

จนเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้ไขจากที่รอลงอาญา 3 ปี ให้ระยะเวลารอลงอาญาเป็น 4 ปี และให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลารวม 4 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาต่อสู้คดี

และล่าสุด 11 พฤษภาคม 2558 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เนื่องจากคำร้องฎีกาไม่มีสาระสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลล่างที่ไม่รับฎีกา

"เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นอุทาหรณ์ให้สังคมไทยกฎหมายไทย และเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตผู้คนหรือไม่ ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันตระหนักสิ่งนี้เอง"

หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 06, 2015, 06:17:10 AM
เมื่อคืนนี้ (ประมาณ 3 ทุ่ม 5/6/2558) ขับรถกลับบ้าน ผ่านดาวคนอง มีการตั้งด่าน (เลนขวา มีการตั้งกรวย เพื่อบังคับให้รถวิ่งเข้าเลนกลาง) ผมขับมาด้านขวา เปิดกระจก มีนายดาบโบกรถผมให้จอดด้านขวา นายดาบเข้ามาถามผมว่า ดื่มมากี่กระป๋อง ถามสอง-สามรอบ แถมเอาหัวเข้ามาเกือบครึ่งศีรษะ เหมือนกับว่า ไม่ได้ยินที่ผมจะตอบ (ที่ชะโงกหัวเข้ามาเกือบครึ่งหัวในรถ จะพยายามดมว่า มีกลิ่นเหล้าหรือเบียร์ หรือเปล่า) ผมก็เลยถามไปว่า รู้ได้อย่างไรว่า ผมดื่มมา นายดาบตอบว่า เห็นเปิดกระจกรถ สงสัยว่า ดื่มมา แล้วก็ให้ผมขับรถเข้าด้านซ้าย ขอให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอร์

ต่อมามีสารวัตรจราจร เข้ามา มาขอให้เป่า ก่อนที่ผมจะเป่า ผมก็เลยบอกว่า ผมเลิกกินเหล้ามาเป็น 10 ปีแล้ว พอเป่าครั้งแรก ผมก็เลยเป่าแบบกวนๆ เป่าไม่แรง ทางตำรวจที่ถือเครื่องเป่า ก็เลยให้เป่าใหม่ พอผมเป่าใหม่ ตำรวจคงเห็นว่า ตัวเลขขึ้นมาว่า เลขอะไร พยามยามเขย่าเครื่อง(สงสัยว่า พอเขย่าแล้วตัวเลขจะขึ้นมาบ้าง) ปรากฎว่า ตัวเลขขึ้นมา 0 ผมก็เลยบอกว่า อย่าลุแก่อำนาจให้มาก เวลาทำงานให้ใช้(ผมชี้ไปที่ศีรษะผม (หมายถึง ให้ใช้สมอง ไม่รู้คิดยังไง คนกินเหล้า มันคงไม่เปิดกระจกหรอก) และผมลืมบอกไปว่า คนกินเหล้าแล้วขับรถ ส่วนใหญ่ขับรถเก๋งเยอะมากกว่าขับรถกะบะเก่าๆ สุดท้ายสารวัตรจราจร มาขอโทษ มาเคลียร์ ผมเองก็บอกไปว่า ผมเป็นคนนึงที่ต่อต้านการเมาแล้วขับรถ ครับ

ก็ทำงานแบบนี้ เรื่องเมาแล้วขับ ถึงไม่ลดลงเลย มันเจ็บใจตรงนี้ สักๆแต่ทำงาน ไม่ใช้สมองทำงาน ครับ

ปล.ผมได้ถ่ายคลิปไว้ แต่ขอไม่นำมาลงครับ
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2015, 05:55:06 PM
แจ้ง 3 ข้อหาหนักทหารเมาซิ่งกระบะชนมอเตอร์ไซค์แม่ลูก-แพทย์ต้องตัดขาเด็ก
-http://hilight.kapook.com/view/123137-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime3/Acci04.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime3/Acci02.jpg)


 จ่าทหารเรือเมาขับกระบะชนมอเตอร์ไซค์แม่ลูกล้ม ก่อนรีบเผ่นหนี ลากรถไปไกลกว่า 2 กิโลเมตรทิ้งคนเจ็บนอนกลางถนน ล่าสุดเจอ 3 ข้อหาหนัก ส่งขังศาลทหาร ค้านประกัน ขณะที่แพทย์ต้องตัดขาเด็กหญิงเพื่อรักษาชีวิต

            เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า มีรถกระบะพุ่งชนจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนนเส้นระหว่างสวัสดิการห้องเย็น-แยกระยอง หน้าสวนกรมหลวงชุมพร และผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน

            ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บทั้งสอง มีชื่อว่า นางปราณี จิตวงศ์ถาวร นอนแน่นิ่งมีแผลทั่วกาย ขณะที่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร มี ด.ญ.ปฐิตา จิตวงศ์ถาวร ลูกสาววัย 4 ขวบ กำลังร้องครางด้วยความเจ็บปวด เพราะกระดูกขาซ้ายทิ่มออกมาด้านนอก โดนล้อรถทับเละ ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บได้ถูกรถกระบะลากไปด้วย หลังจากคนขับรถกระบะขับรถหลบหนีไป

 ต่อมามีผู้แจ้งว่า รถกระบะคันก่อเหตุ ไปจอดเสียหน้าทางเข้าโรงเรียนสิงห์สมุทร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบว่าเป็นรถกระบะวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน กบ 6032 ระยอง ส่วนรถจักรยานยนต์ทะเบียน จยร 651 ชลบุรี ยังคาอยู่ใต้ท้องรถด้านหน้า อยู่ในสภาพไฟลุกท่วม ดังนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันใช้ถังดับเพลิงฉีดสกัดเอาไว้ พร้อมกับควบคุมตัวผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ จ.อ.สมเกียรติ อมรมุกดากุล สังกัดกองการฝึกกองเรือยุทธการ มามอบแก่เจ้าหน้าที่

           ทั้งนี้จากการตรวจสอบในรถ พบกระป๋องเบียร์วางอยู่ตรงที่วางของข้างพวงมาลัยคนขับด้วย

สำหรับผลการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ จ.อ. สมเกียรติ ขับรถชนผู้บาดเจ็บ ก็ได้ขับรถหนีไปเพราะตกใจ

            ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 มีรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ ได้แจ้ง 3 ข้อหาแก่ จ.อ. สมเกียรติ คือ เมาแล้วขับ, ชนแล้วหนี และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมส่งตัวไปฝากขังยังศาลทหาร มทบ.14 ชลบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว

            ขณะที่อาการล่าสุดของ นางปราณี จิระวงษ์ถาวร พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนลูกสาวนั้น แพทย์จำเป็นต้องตัดขาซ้ายท่อนล่างตั้งแต่ส่วนหัวเข่าลงไป เพื่อรักษาชีวิตไว้



แอพแรกที่คุณเลือก
คลิปที่เกี่ยวข้อง

    ตอนทดสอบกับหุ่นก็เบรกทันนะ แต่พอทดสอบกับคนเท่านั้นแหละ
    สลดใจ ! คลิปสุนัขถูกรถชน แต่คนชนดันขับหนี
    โกรธกันมารึป่าว ? ถอยชนโหดแล้วขับหนีอย่างนี้
    ทะเลาะกันอยูดีๆ รถมาจากไหนฟร้า เก็บเรียบเลย
    โหดสาดรัสเซีย มาเฟียซิ่งเก๋งเลกซัสชนคนตาย 1 เจ็บ 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    สั่งสอบ ! คลิปอัยการเมาเบ่ง ขู่ตำรวจเตรียมดาวหลุด
    คลิปข้าราชการเมากร่าง ขู่ตำรวจคาด่าน แถมเบ่ง เตรียมดาวหลุด !
    จับสาวเลือดร้อนขับเก๋งชนพนักงานตัดไฟ อ้างถูกด่า-จะถูกทำร้ายก่อน
    แอนนา รีส บวชชีพราหมณ์ หวังอุทิศบุญให้ตำรวจที่เสียชีวิต

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

    หมูเเฮม กัณฑ์พิทักษ์ รอดคุก หลังขับรถชนคนตายปี 50
    นางสาวนันทภัชร์ อินทรศิริพงษ์ ดาราสาวตัวประกอบ ขับรถชนพระ มรณภาพคาถนน
    อุบัติเหตุใหญ่ รถชนกว่า 100 คัน บนสะพานเอียงจอง เกาหลี
    13 ภาพ กรณีสี่ล้อชนสองล้อ ที่อาจไม่เป็นอย่างที่คุณคิด

แจ้ง 3 ข้อหาหนักทหารเมาซิ่งกระบะชนมอเตอร์ไซค์แม่ลูก-แพทย์ต้องตัดขาเด็ก

58,450
อ่าน

78
แสดงความเห็น
1,848
51

ทหารเรือขับรถชนคน

ทหารเรือขับรถชนคน

            จ่าทหารเรือเมาขับกระบะชนมอเตอร์ไซค์แม่ลูกล้ม ก่อนรีบเผ่นหนี ลากรถไปไกลกว่า 2 กิโลเมตรทิ้งคนเจ็บนอนกลางถนน ล่าสุดเจอ 3 ข้อหาหนัก ส่งขังศาลทหาร ค้านประกัน ขณะที่แพทย์ต้องตัดขาเด็กหญิงเพื่อรักษาชีวิต

            เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า มีรถกระบะพุ่งชนจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนนเส้นระหว่างสวัสดิการห้องเย็น-แยกระยอง หน้าสวนกรมหลวงชุมพร และผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน

            ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บทั้งสอง มีชื่อว่า นางปราณี จิตวงศ์ถาวร นอนแน่นิ่งมีแผลทั่วกาย ขณะที่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร มี ด.ญ.ปฐิตา จิตวงศ์ถาวร ลูกสาววัย 4 ขวบ กำลังร้องครางด้วยความเจ็บปวด เพราะกระดูกขาซ้ายทิ่มออกมาด้านนอก โดนล้อรถทับเละ ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บได้ถูกรถกระบะลากไปด้วย หลังจากคนขับรถกระบะขับรถหลบหนีไป

ทหารเรือขับรถชนคน

            ต่อมามีผู้แจ้งว่า รถกระบะคันก่อเหตุ ไปจอดเสียหน้าทางเข้าโรงเรียนสิงห์สมุทร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบว่าเป็นรถกระบะวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน กบ 6032 ระยอง ส่วนรถจักรยานยนต์ทะเบียน จยร 651 ชลบุรี ยังคาอยู่ใต้ท้องรถด้านหน้า อยู่ในสภาพไฟลุกท่วม ดังนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันใช้ถังดับเพลิงฉีดสกัดเอาไว้ พร้อมกับควบคุมตัวผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ จ.อ.สมเกียรติ อมรมุกดากุล สังกัดกองการฝึกกองเรือยุทธการ มามอบแก่เจ้าหน้าที่

           ทั้งนี้จากการตรวจสอบในรถ พบกระป๋องเบียร์วางอยู่ตรงที่วางของข้างพวงมาลัยคนขับด้วย
 
ทหารเรือขับรถชนคน

            สำหรับผลการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ จ.อ. สมเกียรติ ขับรถชนผู้บาดเจ็บ ก็ได้ขับรถหนีไปเพราะตกใจ

            ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 มีรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ ได้แจ้ง 3 ข้อหาแก่ จ.อ. สมเกียรติ คือ เมาแล้วขับ, ชนแล้วหนี และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมส่งตัวไปฝากขังยังศาลทหาร มทบ.14 ชลบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว

            ขณะที่อาการล่าสุดของ นางปราณี จิระวงษ์ถาวร พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนลูกสาวนั้น แพทย์จำเป็นต้องตัดขาซ้ายท่อนล่างตั้งแต่ส่วนหัวเข่าลงไป เพื่อรักษาชีวิตไว้



ทหารเรือขับรถชนคน

ทหารเรือขับรถชนคน

*หมายเหตุ อัพเดทข้อมูลล่าสุดวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 13.57 น.

ภาพจาก เฟซบุ๊ก แมว mangpor, เฟซบุ๊ก อิน ดี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.dailynews.co.th/regional/334102-
 
เฟซบุ๊ก ณัฐภูมินทร์ ปานรักษ์





หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 01, 2015, 09:07:25 AM
บัดซบจริงๆ



--------------------------------------------------------------


หนุ่มเมาเข้าพรรษา ซิ่งเก๋งชนป้ายทางหลวง-พุ่งเข้าบ้านเละ

-http://news.sanook.com/1839942/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

หนุ่มก่อสร้างเมาแอ๋รับวันเข้าพรรษา ซิ่งรถเก๋งพุ่งชนเสาป้ายบอกทางกรมทางหลวงพัก เข้าบ้านข้างทางพังเสียหายหนัก

(31 ก.ค.) ร.ต.ท.ดุสิต ผ่องพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.พังงา เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุที่บริเวณทางตรง บ้านตากแดด อ.เมือง จ.พังงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลพังงา และหน่วยกู้ภัยวัดเก่าเจริญธรรม หน่วยกู้ภัยพังงา

จุดเกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า สีเทา อยู่ในสภาพพลิกคว่ำ เสียหายทั้งคัน มี นายดวง อายุ 36 ปี เป็นคนขับ กู้ชีพพังงาได้นำตัวออกมาจากรถ มีบาดแผลตรงบริเวณหน้าผากและร่างกายหลายแห่ง หัวไหล่ซ้ายหลุด จึงนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายดวง นั่งดื่มเหล้าอยู่ภายในซอยวัดถ้ำสุวรรณคูหา อ.ตะกั่วทุ่ง จากนั้นได้ขับรถ เพื่อกลับบ้านพัก ที่อยู่ด้านหลัง สภ.เมืองพังงา ระหว่างทางได้เกิดเหตุ ขับชนป้ายบอกทางของกรมทางหลวง จนเสาป้ายดังกล่าวติดรถไปพร้อมพุ่งชนบ้านละแวกใกล้เคียง ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 15, 2015, 09:22:48 PM
คลิปหนุ่มเมากร่างจอดมอเตอร์ไซค์ขวางรถบรรทุก ตีหน้ามึนไล่เท่าไรก็ไม่ไป !

-http://hilight.kapook.com/view/126462-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/settawoot/aug3/new2/page_3.jpg)

 ว่อนเน็ต ! คลิปหนุ่มเมากร่าง จอดมอเตอร์ไซค์ขวางรถบรรทุก ที่ต่อให้ถูกไล่ยังไงหนุ่มขี้เมารายนี้ ก็ไม่ยอมไปไหน ขอยืนมึน ๆ แบบเอียง ๆ ขวางหน้ารถบรรทุกต่อแบบไม่สนว่าจะถูกรถชนหรือไม่

          วันที่ 15 กันยายน 2558  ชาวโซเชียลกำลังให้ความสนใจกับคลิปหนุ่มเมากร่าง จอดมอเตอร์ไซค์ขวางรถบรรทุก  ซึ่งถูกโพสต์โดย คุณ Like Clip สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปนั้น เป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าอยู่ในอาการมึนเมา ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดขวางกลางถนน แบบไม่สนใจรถที่สัญจรไปมา จนกระทั่งมีรถบรรทุกคันหนึ่งขับผ่านมา แต่ไม่สามารถเดินทางต่อได้ เพราะถูกมอเตอร์ไซค์จอดขวาง คนขับรถบรรทุกพยายามเจรจาขอให้ขยับมอเตอร์ไซค์ออกไปจากถนน ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจลงมาขยับมอเตอร์ไซค์ไปหลบข้าง ๆ ให้

          แต่งานนี้ หนุ่มขี้เมาเจ้าของมอเตอร์ไซค์ไม่ยอมจบง่าย ๆ ยังคงเดินหน้าราวีต่อ ด้วยการมายืนขวางหน้ารถบรรทุกแบบมึน ไม่สนใจว่าจะโดนผลัก โดนไล่อย่างไร ก่อนที่คลิปจะจบลง จึงไม่มีใครรู้ว่า สุดท้ายแล้วตอนจบของเรื่องนี้ ทั้งคู่จากกันด้วยดี หรือจบกันแบบเจ็บ ๆ กันแน่

เมาแล้วกร่าง จอดมอเตอร์ไซค์ขวางรถบรรทุก
https://www.youtube.com/watch?v=z0NH3Y5woxw#t=23 (https://www.youtube.com/watch?v=z0NH3Y5woxw#t=23)
-https://www.youtube.com/watch?v=z0NH3Y5woxw#t=23-

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก คุณ Like Clip สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 23, 2015, 09:27:25 PM
กินเหล้า อย่าขับรถกันน๊ะครับ


----------------------------------------------------------------

คสช. คุมเข้มปีใหม่ 2559 เมาแล้วขับ ยึดรถ-คุมตัวจนกว่าจะหายเมา
-http://hilight.kapook.com/view/130714-

   คสช. เอาจริง สั่งคุมเข้มช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ระบุห้ามดื่มสุราขณะขับขี่ หากพบอาจยึดรถ คุมตัวจนกว่าจะหายเมา และพักใบขับขี่ หวังลดอุบัติเหตุและอัตราการบาดเจ็บ-เสียชีวิต

          วันที่ 22 ธันวาคม 2558 พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ว่า ทางกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำลังประชาชน ในการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยการตั้งจุดตรวจร่วมและจุดบริการประชาชนบริเวณหน้าค่ายทหาร ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่สำคัญทั่วประเทศ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมเป็นต้นไป จนหมดช่วงเทศกาล

          นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือรถตู้สาธารณะ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า ผู้ขับขี่เมาแล้วขับ อาจจะพิจารณายึดรถและคุมตัวไว้ก่อนจนกว่าจะหายเมา และในส่วนของผู้ขับขี่รถโดยสาร อาจจะต้องพักใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ เพื่อหวังลดอุบัติเหตุและอัตราการบาดเจ็บ-เสียชีวิตของพี่น้องประชาชนในช่วงหยุดยาวนี้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://www.tnamcot.com/content/362014-
หัวข้อ: Re: รวบรวมเตือนภัย และการต่อต้าน แก๊ง เมาแล้วขับรถ
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 18, 2016, 09:22:20 PM
ย้ำ ! กฎหมายใหม่ ฝ่าฝืนตรวจวัดแอลกอฮอล์ โทษเทียบเท่าเมาแล้วขับ
-http://hilight.kapook.com/view/134294-

(http://kp.thaibuffer.com/o/img_cms2/user/surattana/2016/march/18/002-horz.jpg)

ย้อนอ่านประกาศปรับแก้ พ.ร.บ.จราจรทางบก เพิ่มเติม ระบุชัด บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ต้องโทษเทียบเท่าเมาแล้วขับ จำคุก 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท

          วันที่ 18 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2557 ประกาศแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 โดยมีการแก้ไขในส่วนของมาตรา 142 กรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบว่าหย่อนความสามารถในการขับขี่โดยไม่มีเหตุอันควร คือให้อำนาจสิทธิเจ้าพนักงานจราจรสามารถสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ารถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ และในกรณีที่ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร
-https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=303703039818533&id=152824254906413-

- บก.02, เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro
-https://www.facebook.com/trafficradiofm91/posts/1204009696276225-

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://social.tnews.co.th/content/122934/-