ใต้ร่มธรรม

ประชาสัมพันธ์ => 108 โทรโข่ง => การเตือนภัยสังคมและกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 10, 2013, 10:24:17 PM

หัวข้อ: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 10, 2013, 10:24:17 PM
ผมจะรวบรวม เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน 

เพื่อเป็นอุทาหรณ์ 

เพื่อเป็นบทเรียน

เพื่อเป็นเรื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตนเอง

ให้พ้นภัยจากพวกเดนคน  พวกหนักแผ่นดิน

.---------------------------------------------------------------------------

มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
-http://www.pavenafoundation.or.th/index.php?lang=th-


มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

84/14 หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7) ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110

โทรศัพท์ : 02-577-0500-1 , 02-577-0496-8

แฟกซ์ : 02-577-0499

สายด่วน : 1134

ตู้ ปณ. 222 ธัญบุรี

(http://www.pavenafoundation.or.th/images/stories/map_th.jpg)

-http://www.pavenafoundation.or.th/index.php?option=com_chronocontact&Itemid=99-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 10, 2013, 10:25:19 PM
หนุ่มหื่นติดใจสาวแม่ลูกอ่อน ปีนบ้านฆ่าข่มขืนต่อหน้าเด็ก

-http://news.sanook.com/1190695/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81/-


ตำรวจระยองจับ หนุ่มรับจ้างสักลาย ออกอาการติดใจ สาวแม่ลูกอ่อนเพิ่งมาสักรูปหัวใจ ย่องเบาปีนขึ้นบ้าน ขอมีเซ็กซ์ สาวขัดขืนบีบคอดับ ข่มขืนต่อหน้าลูก

(10 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ได้เปิดแถลงข่าวการจับกุมตัว นายอนุชา ศรีมันตระ อายุ 32 ปี ชาว จ.อำนาญเจริญ ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงสาวแม่ลูกอ่อน เจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในตำบลแกลง ก่อนจะนำศพไปทิ้งอำพรางคดี พร้อมกับลักพาตัวลูกสาวของผู้เสียชีวิตไปด้วย

สำหรับเหตุดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรม นำมาทิ้งไว้ในป่าละเมาะในซอยกรูน 2 ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ น.ส.ทัตพิชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ก่อนจะสืบสวนตามรอยกลับไปยังที่พักของผู้เสียชีวิต พบร่องการต่อสู้และข่มขืนกระทำชำเรา อีกทั้งยังพบว่าลูกสาววัยขวบเศษของผู้เสียชีวิตหายตัวไป จนกระทั่งติดตามสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายอนุชา ให้การว่า เป็นช่างรับจ้างสักลายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ผู้เสียชีวิตเคยจ้างให้ไปสักลายเป็นรูปหัวใจสีแดงให้ที่บ้านพักที่ก่อเหตุ ส่วนตนรู้สึกแอบชอบผู้เสียชีวิต จึงหาจังหวะกลับมาหาและต้องการขอร่วมหลับนอนมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ที่ด้านหลังบ้านพักผู้เสียชีวิต ปีนบันไดหนีไฟของอาคารขึ้นไปและงัดประตูเข้าไปหา

นายอนุชา ให้การต่ออีกว่า ตนย่องเข้าไปผู้เสียชีวิตที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่กับลูกสาวแบเบาะ พร้อมกับปลุกให้ น.ส.ทัตพิชา ตื่น ก่อนจะออกปากขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ผู้เสียชีวิตขัดขืนพยายามกัดตน ตนจึงจับล็อคคอเอาไว้ในท่านอน จนผู้เสียชีวิตนอนแน่นิ่งไปและข่มขืนกระทำชำเราลงสำเร็จความใคร่ 2 ครั้งซ้อน ก่อนจะพบว่า น.ส.ทัตพิชา เสียชีวิตแล้ว

ตนจึงกลับไปเอารถปิกอัพและทำการใช้ผ้าห่อศพ น.ส.ทัตพิชา ก่อนจะแบกศพขึ้นรถและนำไปโยนทิ้งอำพรางที่ป่าละเมาะดังกล่าว ส่วนลูกสาววัยขวบเศษของผู้เสียชีวิตได้นำไปฝากไว้กับคนรู้จักที่ อ.ปลวกแดง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอนุชา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา แต่ก็ถูกกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตต้องการจะมาเข้ามารุมประชาทัณฑ์ จึงได้รีบนำตัวกลับอย่างชุลมุนวุ่นวาย ทั้งนี้ยังพบว่า นายอนุชา เคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์และพยายามฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพิ่งออกจากเรือนจำได้แค่ 3 เดือน

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 10, 2013, 10:27:03 PM
แท็กซี่หื่นฉุดนักศึกษาสาว สารภาพข่มขืนมาแล้ว 3 คน

-http://news.sanook.com/1190731/%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-3-%E0%B8%84%E0%B8%99/-


โชเฟอร์แท็กซี่หื่น ฉุดชิงทรัพย์นักศึกษาสาว ขับออกนอกเส้นทาง หวังเข้าโรงแรมพาไปข่มขืน ตำรวจตามจับได้โดยละม่อม สารภาพเคยข่มขืนมาแล้ว 3 ครั้ง

(10 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เปิดแถลงข่าวการจับกุมตัว นายทวีศักดิ์ ปรีชานนท์ อายุ 30 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาพาผู้อื่นไปกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ที่ห้องเช่าของผู้ต้องหา ภายในซอยอิสรภาพ 27 พร้อมกับของกลางรถยนต์แท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทล-5511 กทม.

สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก น.ส.จอย (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ระบุว่า โบกแท็กซี่จากย่านเอกมัย ให้ไปส่งที่บ้านย่านสาธุประดิษฐ์ แต่ระหว่างทางคนขับแท็กซี่ได้ล็อคประตูรถและขู่ชิงทรัพย์ จนเอาโทรศัพท์มือถือไป และหวังจะพาเข้าไปโรงแรมม่านรูด แต่ น.ส.จอย อาศัยจังหวะทีเผลอโดดหนีลงจากรถ และจำหมายเลขทะเทียนรถคันก่อเหตุได้

ภายหลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย จนพบว่า นายทวีศักดิ์ เป็นผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ซึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยนอยู่แท็กซี่บ่อยๆ จึงได้รวบรวมหลักฐานและขออนุมัติหมายจับและนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว แต่ นายทวีศักดิ์ เกิดขัดขืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายและจับได้โดยละม่อม

นายทวีศักดิ์ ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์และหวังจะพา น.ส.จอย ไปข่มขืนจริง เนื่องจากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมากะทันหันและขับรถออกนอกเส้นทาง แต่เหยื่อสาวเปิดประตูรถโดดหนีลงมาได้ ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ ได้สารภาพว่า ขับรถแท็กซี่มากกว่า 7 ปีแล้ว เคยก่อเหตุมาประมาณ 5-6 ครั้ง ข่มขืนผู้โดยสาร 3 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อที่เป็นนักศึกษาสาว

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 11, 2013, 06:05:17 AM
ตะลึง! ครูลวนลามนักเรียนพุ่ง ชี้ วิชาพละ-นาฏศิลป์-คอมพ์ เยอะสุด
-http://education.kapook.com/view64221.html-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เผยมียอดร้องเรียนครูลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวิชาพลศึกษา นาฏศิลป์ และคอมพิวเตอร์ ไม่เพียงลวนลามเพศตรงข้าม กลับลวนลามเพศเดียวกันด้วย

          เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะประธานคณะกรรมอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญ วินัยและการออกจากราชการ เผยว่า พบมีเรื่องร้องเรียนกรณีครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเพิ่มมากขึ้น และได้พิจารณาโทษเกี่ยวกับวินัยรวมทั้งออกจากราชการ นอกจากนี้ไม่เฉพาะครูชายลวนลามทางเพศนักเรียนหญิงเท่านั้น กลับพบว่ามีกรณีใหม่ คือ ครูชายลวนลามนักเรียนชาย ครูผู้หญิงลวนลามนักเรียนหญิง หรือกระทั่งครูผู้หญิงลวนลามนักเรียนชาย

          อีกทั้ง กรณีอนาจารจะเกิดกับเด็กชั้นประถมศึกษามากกว่าชั้นมัธยมศึกษา แต่การล่วงละเมิดทางเพศจะเกิดกับนักเรียนชั้นมัธยมมากกว่า ดังนั้น ผู้บริหารของโรงเรียนควรสอดส่องพฤติกรรมระหว่างครูและนักเรียนให้มากขึ้น โดยส่วนใหญ่เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดกับครูที่สอนวิชาที่มีความใกล้ชิดกับนักเรียน เช่น วิชาพลศึกษา วิชานาฏศิลป์ และวิชาคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ครูโรงเรียนต่างจังหวัดจะถูกร้องเรียนมากกว่ากรุงเทพฯ

          สำหรับการพิจารณาลงโทษนั้น อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ วินัยและการออกจากราชการ มีมติลงโทษข้าราชการครูที่ทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยให้ออกจากราชการ ทั้งเสนอให้คุรุสภา ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู เพื่อไม่ให้ไปสมัครเป็นครูโรงเรียนเอกชนแทน นอกจากนั้น ยังมีข้อร้องเรียนกรณีครูค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้นด้วย หากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจะได้รับโทษออกจากราชการทันที เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01EZzBPVGM0TUE9PQ==&subcatid=-



ยอดครูกามพุ่ง-ทั้งเพศเดียวกัน-ครูหญิงนักเรียนชาย
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01EZzBPVGM0TUE9PQ==&subcatid=-

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะประธานคณะกรรมอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญ วินัยและการออกจากราชการ เปิดเผยว่า จากการทำหน้าที่เป็นประธานอ.ก.ค.ศ. วิสามัญ พิจารณาโทษเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ พบว่ามีเรื่องร้องเรียน กรณีครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเพิ่มมากขึ้น และไม่ได้มีเฉพาะครูชายลวนลามทางเพศนักเรียนหญิงเท่านั้น แต่ยังมีกรณีใหม่ คือครูชายลวนลามนักเรียนชาย ครูผู้หญิงลวนลามนักเรียนหญิง หรือครูหญิงลวนลามนักเรียนชาย

ประธานอ.ก.ค.ศ.วิสามัญ กล่าวต่อว่า โดยส่วนใหญ่แล้วเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดกับครูที่สอนในวิชาที่ใกล้ชิดกับนักเรียนทั้งในเวลาเรียน และชั่วโมงกิจกรรมพิเศษนอกเวลาเรียน อาทิ วิชาพลศึกษา นาฏศิลป์ และล่าสุดที่มีร้องเรียนเข้ามาใหม่คือวิชาคอมพิวเตอร์  ทั้งนี้ส่วนใหญ่ครูที่ถูกร้องเรียนจะสอนในโรงเรียนต่างจัดหวัด มากกว่าในเขต กทม. สำหรับการพิจารณาโทษนั้นหากพบว่า เป็นการล่วงละเมิดทางเพศจริง โทษคือไล่ออก หรือปลดออกทันที แต่ถ้าเป็นกรณีทำอนาจารเด็ก ก็ต้องดูว่าถึงขั้นไหน กระทำอย่างไรกับนักเรียน  และเคยกระทำความผิดกรณีอื่นมาหรือไม่ หากพบว่าขาดคุณสมบัติก็สามารถไล่ออกได้ทันที

“ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ วินัยและการออกจากราชการ เพิ่งมีมติลงโทษข้าราชการครูคนหนึ่งที่ทำอนาจารเด็ก โดยให้ออกจากราชการ และเสนอให้คุรุสภายกเลิกใบประกอบวิชาชีพด้วย เพื่อไม่ให้ไปสมัครเป็นครูโรงเรียนเอกชนแทน  ทั้งนี้ส่วนใหญ่กรณีอนาจารจะเกิดกับเด็กประถม มากกว่ามัธยมเพราะยังเด็ก ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศจะเกิดกับนักเรียนมัธยมมากกว่า  จึงอยากฝากผู้บริหารโรงเรียนให้ช่วยสอดส่อง และสังเกตพฤติกรรมของครูกับนักเรียนให้มากขึ้น เพราะเรื่องลักษณะนี้สังเกตได้ไม่ยาก นอกจากนั้นยังมีข้อร้องเรียนว่าครูขายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งหากเป็นกรณีดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดร้ายแรงมีโทษไล่ออกทันที” เลขาธิการ กกอ.กล่าว

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 15, 2013, 09:55:57 AM
รวบ นศ.ภัยสังคม ตั้งแก๊งไฟช็อตอุ้มเหยื่อสาวสวยสนองอารมณ์
-http://www.dailynews.co.th/crime/212070-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/212070.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/212070/0.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/212070/1.jpg)

hh (http://www.youtube.com/watch?v=BcjQNZHJTsk#)

hh (http://www.youtube.com/watch?v=BcjQNZHJTsk#)

-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=BcjQNZHJTsk-

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สุรพจน์ พิสุทธิวงษ์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายวรชิต หรือแชมป์ ม่วงงาม อายุ 24 ปี และนายเอ (นามสมมุติ)  อายุ 17 ปี  นศ.มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน กทม. พร้อมของกลาง รถฮอนด้า ฟรีดสีขาว ทะเบียน 1 กว 6455 กทม. อาวุธปืน วิทยุสื่อสาร สเปรย์พริกไทย กุญแจมือ บัตรเจ้าหน้าที่พนักงาน

 

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 17.30 น. น.ส.เชอรี่ (นามสมมุติ) สัญชาติลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ซึ่งเป็นนักศึกษา ม.มหิดล พร้อมด้วย น.ส.หญิง (นามสมมุติ ) อายุ 22 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีต นักศึกษา ม.มหิดล เช่นกัน ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล

 

โดย น.ส.เชอรี่ ให้การว่า ขณะกำลังเดินอยู่บริเวณริมถนนภายในซอย 9 หมู่บ้านศาลายาวิลล่า หมู่ 6 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล ได้ถูกคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่กางเกงขายาว สวมเสื้อแจ็กเก๊ตสีดำ ได้วิ่งลงมาจากรถฮอนด้า ฟรีด ก่อนจะใช้มือทุบช่วงไหล่อย่างรุนแรง รวมทั้งใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ช็อตที่ลำตัวจนร่างกายรู้สึกชา แม้จะพยายามร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่เป็นผล เนื่องจากมีอาการชาที่ปากจนพูดไม่ออก แต่จังหวะนั้นโชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงเข้าช่วยเหลือไว้ทัน ส่วนคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถหนีไป

 

ขณะที่ น.ส.หญิง ให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังจอดรถยนต์ส่วนตัว เพื่อจะลงไปซื้อของภายในหมู่บ้านเดียวกัน จู่ๆก็มีคนร้ายเป็นชายสวมใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสีดำเข้ามากระชากตัวลงจากรถ ด้วยความตกใจจึงใช้ร่มตีเพื่อป้องกันตัวเอง กระทั่งโชคดีที่สะบัดตัวหนีได้ ก่อนดึงตัวเองเข้ามาในรถและกดล็อกทันที จากนั้นคนร้ายก็เดินหายไป ไม่นาน คนร้ายอีกคนก็ขับรถฮอนด้า ฟรีด เข้ามาจอดขนาบข้าง ก่อนทำทีเดินมาเคาะกระจก คล้ายจะแสดงว่าเป็นพลเมืองดี รวมทั้งสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้พาไปแจ้งความหรือไม่ ซึ่งตนตอบปฏิเสธไปและสตาร์ทเครื่องออกรถทันที

 

ด้าน พล.ต.ต.เพชรัตน์ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้ง ทางชุดสืบสวนไดเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบรถคันที่ก่อเหตุ จากนั้นได้ตรวจสอบจนทราบว่ามี นายวรชิต เป็นเจ้าของ จึงเข้าควบคุมตัวไว้ ก่อนจะจับกุม นายเอ ได้อีกในเวลาต่อมา ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ต้องการจะอุ้มเหยื่อเพื่อไปชิงทรัพย์เท่านั้น ไม่ได้หวังจะข่มขืนกระทำชำเรา และยังไม่เคยทำสำเร็จเลยสักรายเดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาที่มีฐานะดี จึงเชื่อว่าน่าจะลักพาตัวไปสนองอารมณ์ส่วนตัวมากกว่า รวมทั้งยังเลือกเหยื่อที่หน้าตาสระสวยด้วย จึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และพยายามชิงทรัพย์ ต่อไป.


.-------------------------------------------------------------------------------------





ไอ้พวกนี้  ครอบครัว , วงศ์ตระกูล และ สถาบันการศึกษา ไม่ได้อบรมสั่งสอนมา  จึงมาทำกันแบบนี้

พวกภัยสังคม อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน  ไม่มีประโยชน์อย่างใดเลย  หญ้าที่ขึ้นริมทาง ยังมีประโยชน์มากกว่าคนเหล่านี้


.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 17, 2013, 10:19:46 PM
โจ๋อยุธยาสุดเถื่อน! ไล่ยำสองสามีภรรยา เหตุฉุนเข้าขวางลวนลามสาว

-http://news.sanook.com/1192071/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7/-



(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/238/1192071/7.jpg)


สองสามีภรรยาพลเมืองดีขับจักรยานยนต์ ผ่านมาพบหญิงสาวถูกลวนลามและเข้าช่วยเหลือ แต่ถูกกลุ่มวัยรุ่นเรียกพวก พร้อมไล่ตีฝ่ายชายจนบาดเจ็บสาหัส

วานนี้(16 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีชายถูกกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ในพื้นที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รุมตีด้วยขวดเบียร์ และเหล็กแป๊ป จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องถูกนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช จึงรุดหน้าไปตรวจสอบ ทราบชื่อคือนายวทัญญู ธัญพันธ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.3 ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ในสภาพถูกตีได้รับบาดเจ็บหน้าผาก หัว แขน ข้อศอก และข้อ เท้า แตกจากการถูกตี เย็บรวม 21 เข็ม โดยเบื้องต้นปลอดภัยแล้ว

จากการสอบถามนายวทัญญู ธัญพันธ์ ทราบว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับจากตัวเมืองอยุธยา โดยมี น.ส.วิไลวรรณ บุญยอ อายุ 31 ปี ภรรยานั่งซ้อนท้ายมาด้วย มุ่งหน้าบ้านพักที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะขับรถมาตามถนนสายเอเชีย ถึงจุดที่เกิดเหตุบริเวณ ศาลาพักผู้โดยสารริมถนนแยกเข้า อ.นครหลวง พบหญิงสาวถูกวัยรุ่นจำนวน 2 คน ลวนลามยืนร้องขอความช่วยเหลือจึงจอดรถเข้าช่วย ทำให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองคนไม่พอใจ และตะโกนด่าทอเข้าใส่ จากนั้นวัยรุ่นทั้ง 2 คนจึงวิ่งหายไป ตนเองกับภรรยาจึงได้รีบพาหญิงสาวขึ้นรถพยายามจะพาหลบหนี แต่ปรากฏว่าไม่ทันวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้กลับมาพร้อมพวกรวม 5 คน ได้ขี่จักรยานยนต์ไล่กวดตาม โดยมีอาวุธเป็นเหล็กแป๊ป และขวดเบียร์ ตนจึงตัดสินใจจอดรถและวิ่งหลบหนีกันไปคนละทิศ

นายวทัญญู กล่าวต่อว่า แต่กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ได้วิ่งกรูตามตนมาติดๆ ตนจึงได้ตัดสินใจวิ่งข้ามป่าริมถนน เข้ามาขอความช่วยเหลือที่ร้านขายต้มเลือดหมูบริเวณใกล้เคียง แต่กลุ่มวัยรุุ่นยังตามมาและใช้ไม้เหล็กแป๊ป และขวดเบียร์ ไล่ตีกระหน่ำไม่ยั้ง โดยตนได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนั้นเจ้าของร้านได้พยายามเข้ามาห้าม แต่ไม่เป็นผล แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจึงหันความสนใจเข้าไปทำร้ายเจ้าของร้านต้มเลือดหมูจนได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้เจ้าของร้านคนดังกล่าวได้ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อทำให้กลุ่มวัยรุ่นหลบหนีไป

ด้าน น.ส.วิไลวรรณ บุญยอ ภรรยานายวทัญญู เผยว่า ตนไม่คิดว่าจะมาพบกับเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน โดยตนก็ดีใจที่ทุกคนไม่เป็นอันตรายมาก พร้อมกันนี้ได้วอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ฐาณภิสม์ พิมพาภูวัชส์ สารวัตรเวร สภ.นครหลวง เจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งตนได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาข่าวแล้ว คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้




.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 17, 2013, 10:22:56 PM
ข่มขืนสาว ม.3 ปล่อยทิ้งริมถนนในสภาพเลือดโชก

-http://news.sanook.com/1191978/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%A1.3-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%81/-


สาว ม.3 แม่ใช้ให้ปั่นจักรยานออกไปซื้อของที่ตลาดใกล้บ้าน ถูกคนร้าย 2 คน ใช้มีดจี้พาไปข่มขืน ก่อนปล่อยทิ้งริมถนนในสภาพเลือดท่วมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 มิ.ย.) ตำรวจสมุทรสงครามรับแจ้งเหตุนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ถูกคนร้ายใช้มีดจี้บังคับให้ซ้อนท้ายรถจยย. แล้วพาไปข่มขืนที่ป่าหญ้า ก่อนนำตัวมาปล่อยทิ้งที่ริมถนนบริเวณ ต.บ้านปรก หมู่ 6 อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

จากการสอบสวนผู้ปกครองของ ด.ญ.เก๋ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ให้ลูกสาวปั่นจักรยานออกไปซื้อของในตลาดวัดช่องลม ซึ่งห่างจากบ้านพักไม่มากนัก ระหว่างทางมีชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจยย.ตามประกบและใช้มีดจี้ลูกสาวให้นั่งซ้อนท้ายรถจยย.ไปด้วย จากนั้นพาไปข่มขืนที่บริเวณริมป่าหญ่าใกล้กับวัดดาวโด่ง ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อนจะพาลูกสาวที่อยู่ในสภาพเลือดท่วมตัวมาปล่อยทิ้งที่ริมถนน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม และจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 17, 2013, 10:24:03 PM



ไอ้พวกระยำ 
ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม 
เสียเงินภาษีอากรไปเลี้ยงพวกมัน   
จับตายให้หมด 
อยู่ไปก็รกแผ่นดิน

.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 18, 2013, 06:31:35 AM
โจ๋อยุธยาสุดเถื่อน! ไล่ยำสองสามีภรรยา เหตุฉุนเข้าขวางลวนลามสาว

-http://news.sanook.com/1192071/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7/-



([url]http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/238/1192071/7.jpg[/url])


สองสามีภรรยาพลเมืองดีขับจักรยานยนต์ ผ่านมาพบหญิงสาวถูกลวนลามและเข้าช่วยเหลือ แต่ถูกกลุ่มวัยรุ่นเรียกพวก พร้อมไล่ตีฝ่ายชายจนบาดเจ็บสาหัส

วานนี้(16 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีชายถูกกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ในพื้นที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รุมตีด้วยขวดเบียร์ และเหล็กแป๊ป จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องถูกนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช จึงรุดหน้าไปตรวจสอบ ทราบชื่อคือนายวทัญญู ธัญพันธ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.3 ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ในสภาพถูกตีได้รับบาดเจ็บหน้าผาก หัว แขน ข้อศอก และข้อ เท้า แตกจากการถูกตี เย็บรวม 21 เข็ม โดยเบื้องต้นปลอดภัยแล้ว

จากการสอบถามนายวทัญญู ธัญพันธ์ ทราบว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับจากตัวเมืองอยุธยา โดยมี น.ส.วิไลวรรณ บุญยอ อายุ 31 ปี ภรรยานั่งซ้อนท้ายมาด้วย มุ่งหน้าบ้านพักที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะขับรถมาตามถนนสายเอเชีย ถึงจุดที่เกิดเหตุบริเวณ ศาลาพักผู้โดยสารริมถนนแยกเข้า อ.นครหลวง พบหญิงสาวถูกวัยรุ่นจำนวน 2 คน ลวนลามยืนร้องขอความช่วยเหลือจึงจอดรถเข้าช่วย ทำให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองคนไม่พอใจ และตะโกนด่าทอเข้าใส่ จากนั้นวัยรุ่นทั้ง 2 คนจึงวิ่งหายไป ตนเองกับภรรยาจึงได้รีบพาหญิงสาวขึ้นรถพยายามจะพาหลบหนี แต่ปรากฏว่าไม่ทันวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้กลับมาพร้อมพวกรวม 5 คน ได้ขี่จักรยานยนต์ไล่กวดตาม โดยมีอาวุธเป็นเหล็กแป๊ป และขวดเบียร์ ตนจึงตัดสินใจจอดรถและวิ่งหลบหนีกันไปคนละทิศ

นายวทัญญู กล่าวต่อว่า แต่กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ได้วิ่งกรูตามตนมาติดๆ ตนจึงได้ตัดสินใจวิ่งข้ามป่าริมถนน เข้ามาขอความช่วยเหลือที่ร้านขายต้มเลือดหมูบริเวณใกล้เคียง แต่กลุ่มวัยรุุ่นยังตามมาและใช้ไม้เหล็กแป๊ป และขวดเบียร์ ไล่ตีกระหน่ำไม่ยั้ง โดยตนได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนั้นเจ้าของร้านได้พยายามเข้ามาห้าม แต่ไม่เป็นผล แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจึงหันความสนใจเข้าไปทำร้ายเจ้าของร้านต้มเลือดหมูจนได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้เจ้าของร้านคนดังกล่าวได้ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อทำให้กลุ่มวัยรุ่นหลบหนีไป

ด้าน น.ส.วิไลวรรณ บุญยอ ภรรยานายวทัญญู เผยว่า ตนไม่คิดว่าจะมาพบกับเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน โดยตนก็ดีใจที่ทุกคนไม่เป็นอันตรายมาก พร้อมกันนี้ได้วอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ฐาณภิสม์ พิมพาภูวัชส์ สารวัตรเวร สภ.นครหลวง เจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งตนได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาข่าวแล้ว คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้




.


ผมเสียดายเงินภาษีอากรที่จ่ายให้รัฐบาลไป หากนำไปเลี้ยงพวกหนักแผ่นดิน พวกรกแผ่นดิน ตอนที่พวกมันไปอยู่ในคุก 

พวกที่เป็นเด็ก  หากพ่อแม่มัน  มาบอกว่า เป็นเด็ก  ต้องจับพ่อแม่มันด้วยในข้อหา ให้การสนับสนุน

ไอ้พวกระยำพวกนี้  ต้องตั้งข้อหาพยายามฆ่า  ไม่ใช่ทำร้ายร่างกายตามที่ตำรวจอยุธยาตั้งข้อหา



เวรกรรมมีจริง  หากทำงานไม่ถุกต้อง  ผู้ที่ทำกรรม  ต้องได้รับกรรม


.

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 22, 2013, 07:06:50 AM
ตำรวจจับคนขับรถตู้แสบ ลวงผู้โดยสารสาวไปข่มขืน
-http://hilight.kapook.com/view/87563-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


         คนขับรถตู้โดยสารสายอำนาจเจริญลวงผู้โดยสารสาวไปข่มขืนที่บ้านพัก เหยื่อใช้ไหวพริบหนีออกมาโทรศัพท์แจ้งตำรวจจนตามรวบตัวไว้ได้ พบปัสสาวะเป็นสีม่วง แจ้งข้อหาเสพยาเพิ่ม

         เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวฟ้า (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ได้โทรศัพท์แจ้งต่อ ร.ต.ท.ทะนงศักดิ์ ปราบริปู ร้อยเวร สภ.เมืองอำนาจเจริญ ว่า ถูกคนขับรถตู้โดยสาร สายอำนาจเจริญ-อุบลราชธานี ลวงมาบังคับขืนใจที่บ้านเลขที่ 147 ม.1 ต.โนนโพธิ์ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที

         เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ นางสาวฟ้า ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการหวาดผวา ว่า เมื่อวานนี้ ได้นั่งรถตู้เดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อจะกลับบ้านใน อ.คำสะอี จ.มุกดาหาร โดยรถตู้ได้มาจอดที่ บขส.อุบลราชธานี เวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งตรงนั้นก็มีรถตู้สายอำนาจเจริญ-อุบลราชธานี จอดรอรับคนอยู่ที่ บขส. ด้วย และเป็นเที่ยวสุดท้าย ทางคนขับรถตู้คันดังกล่าว ทราบชื่อว่า นายทัก (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ได้บอกตนว่าอาสาจะนำรถไปส่งถึงสถานีขนส่งอำนาจเจริญ ตนจึงยอมโดยสารไปด้วย

         ผู้เสียหาย เล่าต่อว่า หลังจากขึ้นรถมากับนายทัก ก็ได้พาตนมาถึง จ.อำนาจเจริญ กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. นายทักได้ออกอุบายว่าจะขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อน แต่เมื่อถึงบ้าน นายทักกลับใช้กำลังบังคับข่มขืนตนเอง ต่อมา ตนพยายามพูดจาหว่านล้อมและออกอุบายขอมาเข้าห้องน้ำ แล้วรีบวิ่งหลบหนีมาโทรศัพท์แจ้งตำรวจ กระทั่งตำรวจมาช่วยเหลือในที่สุด

         ทั้งนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงที่เกิดเหตุ นายทัก ได้ขับรถตู้หลบหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับ จนสามารถจับกุมนายทักได้ที่บริเวณถนนอรุณประเสริฐทางเข้าวัดสระเกษ ในตัวเมืองอำนาจเจริญ พร้อมกับควบคุมตัวไปสอบสวน แต่นายทักได้ปฏิเสธ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำตัวไปตรวจปัสสาวะและพบว่าเป็นสีม่วงด้วย จึงตั้งข้อหาเสพยาบ้า และข่มขืนหญิงอื่นซึ่งไม่เป็นภรรยาของตน ก่อนจะส่งตัวดำเนินคดีต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01UYzVOekkwTmc9PQ==&subcatid=-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 22, 2013, 07:57:09 PM
อดีตครูสุโขทัยคลั่งปีนเสาโทรศัพท์ ร้องผู้ว่าฯ ช่วยเมียถูก 4 ตร.ชั่วฉุดข่มขืน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    22 มิถุนายน 2556 18:46 น.
-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000075801-

(http://pics.manager.co.th/Images/556000007949901.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/556000007949904.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/556000007949905.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/556000007949906.JPEG)

สุโขทัย - อดีตครูวิทยาลัยเกษตรฯ สายลับนำจับยาเสพติด คลั่งปีนเสาโทรศัพท์ข้างจวนผู้ว่าฯ สุโขทัย ร้องขอความเป็นธรรม หลังเมียถูก 4 ตำรวจชั่วฉุดไปข่มขืนกลางวันแสกๆ ที่เชียงราย บอกทั้งแจ้งความ ร้องเรียนระดับจังหวัด ยันนายกฯปู เรื่องกลับเงียบ
       
       วันนี้ (22 มิ.ย.) ร.ต.ท.เอกชัย ภาควัฒนา ร้อยเวร สภ.เมืองสุโขทัย ได้รับแจ้งว่า มีเหตุชายไทยสูงอายุปีนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ติดกับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และเรียกร้องขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เพื่อจะขอความเป็นธรรมกรณีภรรยาของตัวเองถูก 4 ตำรวจชั่วฉุดไปข่มขืน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
       
       จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี นำอุปกรณ์เตรียมช่วยเหลือ โดยมีนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รอง ผวจ.สุโขทัย กับนายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี เดินทางไปช่วยเจรจาอยู่ประมาณ 40 นาที แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมลงมา
       
       กระทั่ง นางสุมิตรา ศรีสมบัติ ผวจ.สุโขทัย เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และได้ขอร้องให้ลงมาพูดคุยกัน ชายคนดังกล่าวจึงยอมปีนลงมาจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์อย่างปลอดภัย ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมากที่คอยลุ้นอยู่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายศุภชัย เหมือนรอดดี อายุ 59 ปี ชาว อ.เมืองสุโขทัย
       
       นายศุภชัย เปิดเผยว่า อดีตเคยเป็นครูสอนที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย และเคยเป็นสายลับทำงานร่วมกับทหาร-ตำรวจนครบาล 6 เมื่อในปี 2547 เคยร้องเรียนขอสินบนนำจับยาบ้า 8 แสนเม็ด แต่เขาจ่ายให้แค่เคสเดียว 1.2 แสนเม็ด ต่อมา ปี 2553 ตนเองได้มีความขัดแย้งกับตำรวจกลุ่มหนึ่ง และเคยจะถูกอุ้มไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งปี 2554 มีตำรวจ 4 นาย ฉุดภรรยาบนถนนที่จังหวัดเชียงรายกลางวันแสกๆ ไปข่มขืนกันหลายรอบ พร้อมยัดข้อหายาเสพติดให้เพื่อเป็นการแก้แค้น
       
       ตนกับภรรยาได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่สาย และร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมทั้งเคยร้องเรียนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งมาประชุมที่ จ.เชียงใหม่ ปี 2555 เพื่อขอความเป็นธรรม แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า
       
       “ผมเป็นคนสุโขทัย หากจะต้องตายก็จะขอตายอยู่ที่นี่ การปีนเสาร้องเรียนกับผู้ว่าฯ สุโขทัย ครั้งนี้ ก็แค่อยากจะได้ความเป็นธรรม เพราะท่านเป็นผู้หญิง คงจะเข้าใจความรู้สึกของเมียผม ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับเมียผมด้วย เขาไม่รู้เรื่องอะไร” นายศุภชัยกล่าวทั้งน้ำตา
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 22, 2013, 09:31:39 PM
ตำรวจรวบ ลุงข่มขืนหลานสาว 8 ขวบ

-http://news.sanook.com/1193027/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A-%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-8-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A/-

INN
(http://news.sanook.com/1193027/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A-%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-8-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A/)


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/238/1193027/news04-1.jpg)

ตำรวจลำปาง รวบลุงข่มขืนหลาน 8 ขวบ ขณะผู้ต้องหายังปากแข็ง ให้การปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสริมงาม จ.ลำปาง นำหมายศาลจังหวัดลำปาง พร้อมหลักฐานทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เข้าจับกุมตัว นายสมศักดิ์ ฟั่นกาศ อายุ 52 ปี ชาว อ.เสริมงาม มาดำเนินคดี หลังก่อเหตุข่มขืนหลานสาวตนเอง วัย 8 ขวบ โดยก่อนเกิดเหตุ อาจารย์ประจำชั้นเรียน เห็นผิดสังเกตว่า ด.ญ.จอย (นามสมมุติ) นั่งเรียนในห้อง แต่นั่งไม่เรียบร้อย โดย ด.ญ.จอย ยอมรับกับครูว่า เหตุที่นั่งไม่เรียบร้อยเพราะตนเองเจ็บอวัยวะเพศ เพราะถูก
ลุงข่มขืนมา จากนั้นอาจารย์พา ด.ญ.จอย ไปแจ้งความ และพาไปตรวจร่างกายที่ ร.พ.เสริมงาม

โดยพบว่า อวัยวะเพศมีร่องรอยการถูกข่มขืนจริง ทั้งนี้สอบถาม ด.ญ.จอย ทราบว่า พ่อของเด็กไปทำงานที่ จ.ระยอง ส่วนแม่ไปทำงานประเทศเกาหลี ด้าน นายสมศักดิ์ ลุงแท้ ๆ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา ยังคงให้การปฏิเสธ พร้อมอ้างว่าไม่ได้เป็นคนข่มขืน ด.ญ.จอย แต่อย่างใด
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 22, 2013, 09:32:27 PM
หึงโหด! สาดน้ำกรดใส่สาว 1 ลิตร แค้นถูกบอกเลิก

-http://news.sanook.com/1193021/%E0%B8%AB%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%94-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-1-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81/-


หนุ่มใหญ่คลั่งรัก!! ดักสาดน้ำกรดใส่อดีตเมียสาว บาดเจ็บสาหัส น้ำกรดกัดเกือบถึงเส้นเลือดใหญ่ แค้นถูกบอกเลิก-ความแตกรู้ว่ามีเมียอยู่แล้ว

(22 มิ.ย.) ความคืบหน้ากรณีสาดน้ำกรดใส่หญิงสาว จ.สระแก้ว เนื่องจากปมปัญหาการหึงหวง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว แต่เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.มาลัยพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ถูกคนร้ายก่อเหตุสาดน้ำกรดขนาด 1 ลิตรใส่ร่างกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาเบาะแสคนร้าย จนทราบว่าเป็น นายไพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี อดีตสามีที่เคยอาศัยอยู่กินด้วยกัน จึงได้อนุมัติออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้แล้ว เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.)

น.ส.มาลัยพร ที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังคงมีสติและให้การได้ ระบุชัดเจนว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายไพรัตน์ เคยอาศัยอยู่กินด้วยกันมาก่อน แต่ต่อมาตนพบว่า นายไพรัตน์ มีครอบครัวอยู่แล้ว จึงยอมรับไม่ได้และต้องเลิกรากัน แต่ นายไพรัตน์ ก็ยังคงตามมาง้อคืนดีอยู่ตลอด ประกอบกับหลังที่เลิกรากันก็มีผู้ชายคนอื่นๆ เข้ามาคุยบ้าง ทำให้ นายไพรัตน์ เกิดโมโหและหึงหวง จึงตามมาก่อเหตุสาดน้ำกรดใส่ดังกล่าว

สำหรับอาการบาดเจ็บของ น.ส.มาลัยพร ทางแพทย์โรงพยาบาลได้ชี้แจงว่า อาการปลอดภัยแต่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีบาดแผลสาหัสหลายแห่ง บริเวณแผ่นหลังและตามลำตัวถูกน้ำกรดกัดเสียหาย ไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ ส่วนบริเวณลำคอ น้ำกรดกัดผิวหนังจนเกือบถึงเส้นเลือดใหญ่ ต้องส่งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการรักษาต่อไป

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 25, 2013, 10:03:09 PM
ดาราสาวปากีสถาน ถูกสาดน้ำกรด หลังปฏิเสธคำขอแต่งงาน
-http://hilight.kapook.com/view/87752-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/Politics/asgwgw3.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก STR / AFP

            ดาราสาวชาวปากีสถาน ถูกลอบสาดน้ำกรดใส่จนเกิดแผลเผาไหม้รุนแรง ด้านครอบครัวมั่นใจ น่าจะเป็นฝีมือของโปรดิวเซอร์ที่ถูกหญิงสาวสลัดรัก

            เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2556 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ มีรายงานว่า เกิดเหตุ บุชรา ไวซ์ นักแสดงสาวชาวปากีสถาน วัย 18 ปี ถูกชายคนหนึ่งลอบบุกเข้ามาสาดน้ำกรดใส่หน้าของเธอ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่บุชรานอนอยู่ภายในบ้าน ที่นาวเชอรา จังหวัดไคเบอร์-ปัคตุนควา เป็นผลให้เธอได้รับบาดแผลถูกเผาไหม้ขั้นรุนแรง ที่บริเวณใบหน้าซีกขวา ดวงตาข้างขวา แขนขวา และขาขวา

            ด้านครอบครัวของบุชรา เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือของโปรดิวเซอร์คนหนึ่ง ที่บุกเข้ามาสาดน้ำกรดใส่เธอหลังจากที่บุชราปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขา

            โดยที่น้องชายของบุชรา เผยว่า ตอนที่เกิดเหตุนั้นมืดมากเกินกว่าจะเห็นว่ามีใครบุกเข้ามาในบ้าน แต่พวกเขาแน่ใจว่าต้องเป็น เชาคัท คาน โปรดิวเซอร์ของบุชราอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้พี่สาวของเขาเพิ่งจะทิ้งเชาคัทซึ่งทำงานร่วมกับเธอในการถ่ายทำละครไป และในตอนนั้นเขาก็ดูเกรี้ยวกราดมากด้วย

            และทั้งน้องชายและแม่ของบุชราต่างระบุว่า สาเหตุที่ทำให้บุชราไม่ยอมแต่งงานกับโปรดิวเซอร์คนนั้น เพราะเขาไม่สามารถที่จะจ่ายเงินให้แก่เธอได้นั่นเอง โดยแม่ของบุชรา เผยว่า "ลูกสาวของฉันเป็นนักแสดง และถูกโปรดิวเซอร์ที่ชื่อ เชาคัท คาน จ้างให้มาแสดงในละครของเขา แต่เขาไม่สามารถที่จะจ่ายเงินให้เธอได้ และนั่นทำให้พวกเขาโต้เถียงกันบ่อยครั้งหลังจากที่เธอขอเลิกกับเขา"

            ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาหลังฐานที่ชี้ว่าเชาคัทได้พยายามบังคับให้ดาราสาวแต่งงานกับเขา ก่อเป็นเหตุนำไปสู่คดีอาชญากรรมนี้


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 30, 2013, 08:58:10 AM

รวบพ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนมาราธอนลูกกว่า 6 ปี
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 เวลา 17:58 น.
-http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/215555.jpg-

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/215555.jpg)

ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี รวบตัวพ่อเลี้ยงวัยดึกสุดหื่น ใช้อาวุธปืนข่มขู่ขืนใจมาราธอนลูกเลี้ยงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ยาวนานร่วม 6 ปี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ ( 29 มิ.ย.) ที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง รอง ผกก. พ.ต.ท.ณกฤช บุญศักดิ์ สว.กก.ดส. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว นายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 518/2556 ในความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ กระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี และอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า นางเอ ได้นำตัว ด.ญ.บี (ทั้งสองนามสมมุติ) บุตรสาว วัย 14 ปี เข้ามาขอความช่วยเหลือ หลังทราบความจริงจากบุตรสาวว่า ถูก นายชัยรัตน์ผู้ต้องหา ที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง กระทำการข่มขืนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบัน รวมเวลากว่า 6 ปี จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ณกฤช  บุญศักดิ์ สว.กก.ดส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. ประสานทาง สน.บางกอกน้อย และรีบดำเนินการสืบสวนจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตามจับกุม นายชัยรัตน์ ได้ที่บ้านพักย่านบางกอกน้อย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า กระทำการดังกล่าวจริง จากการตรวจค้นบ้านพักของ นายชัยรัตน์ ยังพบอาวุธปืน ซึ่งผู้เสียหายให้การว่ามีไว้ใช้ข่มขู่ด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.ดส. ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 01, 2013, 07:00:35 AM
วิจัยชี้คนท้องยังโดนลวนลาม ฉวยเบียดบนรถเมล์ งัดของลับดุน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    1 กรกฎาคม 2556 03:10 น.
-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000079418-

  วิจัยพบกระเป๋ารถเมล์สาวถูกลวนลามดวยคำพูดมากสุด ทั้ง “นุ่งสั้น ดันทรง อึ๋มอย่างนี้ ได้สักทีจะไม่ลืมพระคุณ” หรือ “เด็กใหม่น่าฟันว่ะ” ส่วนผู้โดยสารหญิงก็ถูกผู้ชายใช้ของลับดัน ไม่เว้นแม้แต่คนท้อง สสส.ผุดโครงการตาสับปะรดช่วยแก้ปัญหา
       
       น.ส.นัยนา พึ่งสุภา ผู้จัดการแผนสุขภาวะผู้หญิง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการจัดอบรมตาสับปะรดเรื่อง “การคุกคามทางเพศและการทำงาน : แนวทางการทำงานและการแก้ไข” ว่า หลายหน่วยงานมีปัญหาการคุกคามทางเพศ แต่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้และไม่มีหลักฐาน เช่น การลวนลามด้วยวาจา สายตา หรือถูกเนื้อต้องตัวแบบทีเล่นทีจริง ซึ่งบางครั้งผู้ถูกกระทำรู้สึกถูกคุกคามทางเพศโดยไม่รู้ตัว และจากผลการวิจัยพนักงาน ขสมก. 6,000 คน พบว่า วิธีการคุกคามทางเพศที่พบบ่อยที่สุด คือ การใช้คำพูด เช่น “นุ่งสั้น ดันทรง อึ๋มอย่างนี้ ได้สักทีจะไม่ลืมพระคุณ” หรือ “กระเป๋ารถเมล์มีแต่แก่ๆ ไม่มีสาวๆ เลยหรอ” “เด็กใหม่น่าฟันว่ะ” ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้หญิงเกิดความรู้สึกอึดอัดแต่ผู้ชายกลับรู้สึกการแซวแบบนี้เป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ ยังเกิดกรณีคุกคามทางเพศบนรถเมล์ ขสมก.กับผู้โดยสารทุกเพศ ทุกวัย
       
       น.ส.นัยนา กล่าวอีกว่า แผนงานสุขภาวะผู้หญิงจึงเข้ามาให้ความรู้ ความเข้าใจ กับพนักงาน ขสมก.จาก 8 เขตการเดินรถ ทั่วกทม.และปริมณฑล โดยจัดอบรมตาสับปะรด 4 รุ่น จำนวน 120 คน สำหรับครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 1 เพื่อสร้างแกนนำในการเป็นหูเป็นตาป้องกันไม่ให้เกิดการคุกคามทางเพศทั้งในองค์กร ขสมก.และบนรถโดยสาร

นางยงค์ ฉิมพลี พนักงานเก็บค่าโดยสาร ขสมก.ในฐานะคณะกรรมการป้องปรามและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในการทำงาน ขสมก.กล่าวว่า การคุกคามทางเพศเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ โดยบนรถโดยสาร ส่วนใหญ่ผู้หญิงทุกวัยจะเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งนั่งอยู่บนรถก็ถูกชายสูงวัยเข้ามาประกบและใช้อวัยวะเพศเบียดไหล่ หรือกรณีที่พบเห็นบ่อยๆ ผู้หญิงยืนโหนรถเมล์ และมีผู้ชายลักษณะตั้งใจมายืนประกบข้างหลัง และอาศัยจังหวะเบรกเพื่อสัมผัสร่างกายผู้หญิง โดยที่ผ่านมา หากกระเป๋ารถเมล์พบเห็น ก็จะใช้วิธีส่งเสียงดังว่าให้เกิดความอับอาย ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผล บางกรณีรุนแรงถึงขั้นโชว์ของลับ คนขับรถเมล์ก็จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการปิดประตูรถและขับไปยังสถานีตำรวจหรือป้อมตำรวจในจุดที่ใกล้ที่สุด อย่างไรก็ตาม กระเป๋ารถเมล์ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ก็ถูกคุกคามทางเพศ เช่น จับมือ ลูบแขนขณะทอนเงิน หรือถูกลวนลามขณะเบียดเก็บค่าโดยสาร แต่มักไม่ได้รับความเห็นใจ เนื่องจากเป็นอาชีพบริการ และองค์กรให้ความสำคัญกับผู้โดยสารมากกว่า
       
       “สำหรับกรณีการล่วงละเมิดภายในองค์กร มักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของการเอาเรื่องเซ็กซ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น หรือการถูกคุกคามเนื่องจากสถานที่ปฏิบัติไม่ปลอดภัย เปลี่ยว แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือช่วงเวลาการทำงานแบ่งเป็นกะ เช่น ต้องเข้างานตี 3 ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศจากเพื่อนร่วมงาน ส่งผลต่อการทำงาน ความไม่ปลอดภัย และก่อให้เกิดปัญหาชู้สาวได้อีกด้วย ดังนั้น ทางคณะกรรมการฯ จึงได้จัดทำสติกเกอร์ข้อความ อาทิ “ใช้เสียงของท่าน หยุดการคุมคามทางเพศ” เพื่อรณรงค์การคุกคามทางเพศบนรถเมล์และที่ทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาวิธีนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศได้เป็นอย่างดี” นางยงค์ กล่าว
       
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 06:18:16 AM
ฆาตกรสุดโหด ! ฆ่าบีบคอคนพิการ โยนศพทิ้งร่องน้ำ
-http://hilight.kapook.com/view/88131-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/463486-01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/463486-02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/logo/463486-03.jpg)


ฆาตกรสุดโหด! ฆ่าบีบคอหญิงพิการวัยชรา นำศพโยนทิ้งร่องน้ำทางต่างระดับพุทธมณฑลสาย 4 (ไอเอ็นเอ็น)

          เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญมี แพงศรี อายุ 42 ปี ชาว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นเด็กท้ายรถบรรทุกที่มาจอดรถบริเวณใต้ทางต่างระดับ ถนนสายบรมราชชนนี สาย 4 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แล้วได้ลงไปปลดทุกข์ ได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากศพเน่าอย่างรุนแรง จึงเดินสำรวจพบมีผ้านวมสีเทา-ขาว ขนาดใหญ่ห่อหุ้มอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน โดยมีเชือกไนลอนมัดไว้อย่างแน่นหนาทิ้งอยู่ในร่องน้ำ จึงแน่ใจว่าอาจเป็นคนที่ถูกฆ่าแล้วห่อศพมาทิ้งไว้อย่างแน่นอน จึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

          โดย พ.ต.อ.สุรพจน์ พิสุทธิวงส์. ผกก.สภ.พุทธมณฑล พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิษณุ สมนึก ร้อยเวร ได้เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊ง นายแพทย์วัฒนา เทียมประถม ผอ.ร.พ.พุทธมณฑล และ นายณัฐวัฒน์ ปริยะพาณิชย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศาลายา มาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย หลังได้นำห่อผ้าปริศนาขึ้นมาเปิดออกดู ก็ต้องตกตะลึงเมื่อภายในผ้านวมที่ห่อหุ้มอยู่ กลายเป็นศพหญิงชรา สูงประมาณ 155 เซนติเมตร สวมเสื้อคอกระเช้าสีเทาลายดอกน้ำตาล ซึ่งมีผ้าอ้อมสำเร็จรูปสีขาวเบอร์ M สวมใส่อยู่ และแขนด้านขวาเล็กลีบคล้ายคนเป็นอัมพาต หลังแพทย์ทำการตรวจศพเบื้องต้น ก็พบที่บริเวณลำคอเขียวช้ำ คล้ายถูกบีบคอ จนลิ้นและตาถลนออกมา ส่วนหลักฐานอื่น ๆ ไม่พบ โดยจะนำศพไปทำการชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาเบาะแสของการฆ่าโหดในครั้งนี้ต่อไป

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/logo/inn_logo.jpg)
INN



--------------------------------------------------------------

รวบหนุ่มสังหารโหดสาวพิการแม่ลูกอ่อน หลังขอประนอมหนี้ไม่ได้
-http://hilight.kapook.com/view/88158-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/news01_30.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ Lakornhd Thaitv สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ตำรวจรวบหนุ่มโหดใช้มีดใบเลื่อยปาดคอสาวพิการโปลิโอแม่ลูกอ่อนดับคาห้องพัก เผยทนไม่ไหวขอประนอมหนี้ แต่ถูกผู้ตายด่าบุพการี

            สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดเหตุ น.ส.จารุณี อายุ 23 ปี แม่ลูกอ่อนซึ่งเป็นโปลิโอ ถูกคนร้ายฆาตกรรมโดยใช้อาวุธมีดปาดคอ คาห้องพักในอาคารเอื้ออาทร พื้นที่ ม.2 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (4 กรกฎาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสมุทรปราการได้แถลงผลการจับกุม นายประวัช ภู่ประกิจ อายุ 21 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว

            โดยการจับกุมคนร้ายครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบพิรุธจาก นายประวัช ภู่ประกิจ ภายหลังจากที่ได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อม โดยนายประวัชพยายามให้ข้อมูลกรณีผู้ตายมีรายได้ส่วนหนึ่งจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และยังเป็นพยานรายเดียวที่พยายามให้ข้อมูลเบี่ยงประเด็นและให้ข้อมูลลูกหนี้ของผู้ตายซึ่งพักอยู่ในอาคารเอื้ออาทรดังกล่าว นอกจากนี้ พยานรายอื่นยังได้ให้การว่า พบเห็นนายประวัชเข้าไปหาผู้ตายที่ห้องพักก่อนเสียชีวิตไม่นาน จึงเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม หลังจากที่สอบปากคำอย่างหนักในที่สุดนายประวัชจึงยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือสังหารผู้ตายโดยใช้มีดใบเลื่อยที่พกติดตัวไว้ตลอดในการทำงานช่างเป็นอาวุธสำหรับลงมือ ก่อนหลบหนีไป

            จากการสอบสวน นายประวัช ให้การว่า ตนเป็นเพื่อนบ้านพักอยู่ในอาคารเอื้ออาทรมากว่า 2 ปี รู้จักกับผู้ตายมานาน ก่อนหน้านี้ราว 1 เดือนเศษ ได้ไปกู้เงินนอกระบบจากผู้ตายจำนวน 4,000 บาท แล้วทำสัญญาส่งคืนวันละ 200 บาท เป็นเวลา 24 วัน แต่มาภายหลังตนประสบปัญหาออกจากงาน และเตรียมจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อไปทำไร่ จึงติดต่อขอพูดคุยกับผู้ตายเพื่อเคลียร์หนี้สิน แต่เมื่อไปถึงห้องพักผู้ตายกลับด่าทอหาว่า ตนจะมาขอประนอมหนี้และหลบหนีแบบลูกหนี้รายอื่น อีกทั้งยังด่าทอไปถึงบุพการี จึงบันดาลโทสะ ใช้มีดใบเลื่อยปาดคอฆ่าผู้ตาย ส่วนลูกเล็กของผู้ตายวัย 1 ขวบเศษที่ถูกขังอยู่ในห้องนั้น ตนเป็นคนอุ้มเด็กนำไปไว้เอง เพราะไม่อยากให้หนูน้อยเห็นภาพสยองขวัญสะเทือนใจ

            อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาขลา เพื่อดำเนินคดีและทำแผนประทุษกรรมตามขั้นตอนต่อไป


โจรสุดเลว ฆ่าปาดคอหญิงพิการ คาห้องพัก (http://www.youtube.com/watch?v=z1zqnKXp4mE#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=z1zqnKXp4mE-

โจรสุดเลว ฆ่าปาดคอหญิงพิการ คาห้องพัก (http://www.youtube.com/watch?v=z1zqnKXp4mE#ws)
คลิป โจรสุดเลว ฆ่าปาดคอหญิงพิการ คาห้องพัก : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ Lakornhd Thaitv



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01qa3hPVFV3TlE9PQ==&subcatid=-



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 11:00:10 PM
หนุ่มจีนหื่น ! ยืนใช้เจ้าโลกถูก้นสาวบนรถเมล์ ไม่แคร์สายตาชาวบ้าน
-http://hilight.kapook.com/view/88211-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc/news01_1.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc/news02_1.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ eric K สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ทำเอาสังคมออนไลน์ในจีนวิจารณ์กันสนั่น กับคลิป ๆ หนึ่งที่กำลังถูกแชร์ต่อกันอย่างมาก เพราะเป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งพยายามลวนลามหญิงสาวที่ยืนเบียดกันอยู่บนรถเมล์ด้วยการใช้เป้ากางเกงของตัวเองไปถูก้นหญิงสาวข้างหน้าเสียอย่างนั้น

            ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวถูกสมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม นามว่า "eric K" โพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทูบ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 ระบุว่าเป็นคลิปที่ถ่ายได้จากบนรถเมล์ในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ชายคนหนึ่งพยายามยืนเข้าไปชิดตัวผู้หญิงที่โหนรถเมล์อยู่ข้างหน้า จากนั้นก็ใช้เป้ากางเกงของเขาถูไปกับก้นของผู้หญิง โดยไม่แคร์สายตาของผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งและยืนอยู่เต็มคันรถเมล์เลยสักนิด

            กระทั่งเหตุการณ์ดำเนินไปได้สักพักหนึ่ง หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อก็เหมือนจะเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น จึงพยายามหันมามองชายหนุ่มข้างหลังอยู่หลายครั้ง และค่อย ๆ กระเถิบตัวออก แต่ชายหนุ่มที่ไม่สามารถระงับความหื่นไว้ได้ยังเดินตามไปประชิดตัวและลวนลามเธออีก ก่อนที่ภาพในคลิปจะถูกตัดไปในที่สุด

            อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้หรือไม่ หรือมีใครกล้าเข้าไปเตือนชายคนดังกล่าวหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ นักท่องเน็ตชาวจีนต่างส่งต่อคลิปนี้ให้เพื่อน ๆ ดูกันเพียบ พร้อมกับวิจารณ์สนั่นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชายคนนี้


[偷拍] 廣州公交車上,猥褻男用下體緊貼"磨"女孩臀部 (http://www.youtube.com/watch?v=9SYx-OkYXdE#)

[偷拍] 廣州公交車上,猥褻男用下體緊貼"磨"女孩臀部 (http://www.youtube.com/watch?v=9SYx-OkYXdE#)

-http://www.youtube.com/watch?v=9SYx-OkYXdE-

คลิป หนุ่มจีนหื่น ยืนใช้เจ้าโลกถูก้นสาวบนรถเมล์ โพสต์โดย คุณ eric K

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 09:05:22 PM
สาวใหญ่โร่แจ้งความถูก "ร.ต.ต." เพื่อนสามีหลอกพาเข้าโรงแรม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    7 กรกฎาคม 2556 18:42 น.
-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000082824-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000008692201.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000008692202.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000008692203.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000008692204.JPEG)

อ่างทอง - สาวใหญ่เมืองโร่แจ้งความ หลังถูกตำรวจยศ "ร.ต.ต." ซึ่งเป็นเพื่อนสามีหลอกพาเข้าโรงแรมปล้ำข่มขืน
       
       เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ (7 ก.ค.) นางเรียม (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.ราษฎรพัฒนา อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.สิริชัย สีนิล ร้อยเวร สภ.เมืองอ่างทอง ขอให้ช่วยติดตามจับกุมนายตำรวจยศ ร.ต.ต.คนหนึ่งชื่อ "หมวดเสือ" ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เป็นตำรวจอยู่ สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ที่หลอกลวงตนเข้าไปทำอนาจารในโรงแรมบัว หลัง ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา
       
       โดยนางมาเรียม ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ตนได้มาเฝ้าดูแลน้องสาว ซึ่งป่วยนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ 2 จนกระทั่งช่วงเย็น "หมวดเสือ" ซึ่งเป็นนายตำรวจระดับรองสารวัตรที่โรงพักสามโก้ ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับตนและคนในครอบครัว ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องสาวตน จากนั้นออกอุบายชวนตนไปซื้อยาให้น้องสาว ตนหลงเชื่อจึงออกมากับหมวดเสือ
       
       แต่ปรากฎว่าหมวดตัวแสบ กลับขับรถเก๋งสีดำพาตนไปที่ห้อง 402 ในโรงแรมบัวหลวง ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง พร้อมทั้งฉุดกระชากตนเข้าไปปลุกปล้ำข่มขืน แต่ตนไม่ยอมจึงดิ้นรนต่อสู้ พร้อมทั้งพูดอ้อนวอนว่า มีสามีเป็นเพื่อนกับหมวดเสือ ทำให้ตำรวจหื่นยอมปล่อยตัวและพากลับมาส่งที่โรงพยาบาลก่อนเดินทางกลับไป จนกระทั่งวันนี้ หลังจากตนกลับไปบ้านและเล่าเรื่องให้พี่ชาย ซึ่งเป็นทหารและสามีฟัง ก่อนพากันมาแจ้งความดังกล่าว
       
       หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.สิริชัย จึงให้พาไปนำชี้ห้องที่เกิดเหตุและส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.อ่างทอง เพื่อเป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการต่อไป


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000082824 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000082824)
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 13, 2013, 12:05:34 AM
ฮือประชาทันฑ์โจรข่มขืนฆ่าสาว17
-http://www.youtube.com/watch?v=FU_txOuoMoM-

ฮือประชาทันฑ์โจรข่มขืนฆ่าสาว17 (http://www.youtube.com/watch?v=FU_txOuoMoM#)



ฮือประชาทันฑ์โจรข่มขืนฆ่าสาว17 (http://www.youtube.com/watch?v=FU_txOuoMoM#)


-----------------------------------------------------------------------------------------


ตำรวจจะไปกันพวกหนักแผ่นดินทำไม

ต้องปล่อยให้โดนกระทืบตายดีกว่า

ไม่ต้องเปลืองภาษีอากร ไปเลี้ยงพวกนี้


.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 13, 2013, 12:34:55 AM
จับไอ้โหด ฆ่าข่มขืนเผาศพ นร.ม.4
-http://www.youtube.com/watch?v=CJrY-U_yrjM-

จับไอ้โหด ฆ่าข่มขืนเผาศพ นร.ม.4 (http://www.youtube.com/watch?v=CJrY-U_yrjM#)

จับไอ้โหด ฆ่าข่มขืนเผาศพ นร.ม.4 (http://www.youtube.com/watch?v=CJrY-U_yrjM#)



----------------------------------

ทำแผนไอ้หื่นฆ่าข่มขืน สาว ป.โท
-http://www.youtube.com/watch?v=LFNLYAvoTVU-

ทำแผนไอ้หื่นฆ่าข่มขืน สาว ป.โท (http://www.youtube.com/watch?v=LFNLYAvoTVU#)

ทำแผนไอ้หื่นฆ่าข่มขืน สาว ป.โท (http://www.youtube.com/watch?v=LFNLYAvoTVU#)


.


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 20, 2013, 06:43:18 PM

แม่โร่แจ้งความ ลากคอเพื่อนบ้านแสบหลอกข่มขืนลูกสาวพิการ

-http://news.sanook.com/1198322/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/-


-http://www.springnewstv.tv/-
สนับสนุนเนื้อหา


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/239/1198322/1.jpg)

สาวพิการ ชาว จ.นครราชสีมา ถูกเพื่อนบ้านผู้หญิงหลอกชวนไปกินข้าวที่บ้าน ก่อนจะโดนชายในบ้านดังกล่าวข่มขืนจนสำเร็จความไคร่ และหลบหนีลอยนวล

วันนี้ (20 ก.ค. 56) เวลา 12.30 น. นางแวว (นามสมมติ) อายุ 56 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.บุญส่ง ขุนแขวง ผกก.สภ.พิมาย ให้ดำเนินคดีกับนายพีรศักดิ์ ปุราธานี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/7 ม.2 ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ในข้อหาข่มขืน น.ส. ปู (นามสมมติ) อายุ 35 ปี บุตรสาวที่เป็นผู้พิการเป็นใบ้

จากการสอบสวน นางแวว (นามสมมติ) มารดาผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อต้นเดือน ก.ค. น.ส. ปู (นามสมมติ) ลูกสาวของตนอยู่บ้านคนเดียว ได้มีเพื่อนบ้านผู้หญิงเข้ามาชวนลูกสาวของตนไปกินข้าวที่บ้าน และช่วงจังหวะที่ น.ส. ปู (นามสมมติ) กำลังทำอาหารอยู่ในครัว นายพีรศักดิ์อยู่ในอาการมึนเมาได้ดึงตัว น.ส. ปู (นามสมมติ) เข้าไปในห้องนอน และบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมขู่ว่าห้ามบอกใครโดยเด็ดขาด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวนายพีรศักดิ์ แต่ได้หลบหนีไปอยู่กับบ้านญาติที่ อ.ปักธงชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย จึงประสานงานไปยัง สภ.ปักธงชัย ให้ช่วยติดตามจับกุมนายพีรศักดิ์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี หรือหากใครพบเห็นนายพีรศักดิ์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 044-471884

---------------------------------------------------------------




จับพ่อเลี้ยงข่มขืนเด็กหญิงตั้งแต่ 5 ขวบ

-http://news.sanook.com/1198285/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88-5-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A/-


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/239/1198285/c0c0f650136d6d56575c0c557d5a4494.jpg)

จับหนุ่มก่อสร้างภูเก็ต ข่มขืนลูกเลี้ยง ด.ญ.วัย 13 ปี ตั้งแต่ 5 ขวบ พร้อมขู่ฆ่าหากนำความไปบอกคนอื่น

นายสมพงศ์ คงหนุ่ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นำ นางเอ มารดา พร้อมด้วย ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าพบ ร.ต.ท.ธานี เพชรสวี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรถลาง เพื่อให้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายนิตยา อายุ 40 ปี อาชีพคนงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.บี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

ภายหลังจากเมื่อช่วงค่ำวานนี้ นางเอ ผู้เป็นแม่ได้พบเห็นพฤติกรรมของ นายนิตยา พ่อเลี้ยง ซึ่งอยู่กินกันในฐานะสามีภรรยามากว่า 10 ปี แอบร่วมหลับนอนกับ ด.ญ.บี จากนั้น นางเอ จึงสอบถามความจริงกับ ด.ญ.บี จึงพบว่า ลูกสาวของตน ถูกพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวข่มขืนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนถึงปัจจุบันและยังข่มขู่ว่า ห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกให้ใครรับทราบมิเช่นนั้นจะฆ่าปิดปาก

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญ นายนิตยา พ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 21, 2013, 06:48:26 PM
แม่สุดทนแจ้งความจับพ่อและตาแท้ๆ ผลัดกันข่มขืนลูกสาวนาน 5 ปี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    20 กรกฎาคม 2556 20:05 น.    
-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000089312-



(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009386001.JPEG)
โฉมหน้า 3 ตาแท้ๆ ข่มขืนหลานสาวในไส้นานนับ 5 ปี

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000009386002.JPEG)
พ่อสุดชั่วร่วมข่มขืนลูกสาวตัวเอง

ศูนย์ข่าวศรีราชา - สุดสลดยุคสังคมทราม.. แม่โร่แจ้งตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้ช่วยเหลือบุตรสาววัย 14 ที่ถูกพ่อ และตาแท้ๆ รวม 4 คน ผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรามานานถึง 5 ปี ซ้ำข่มขู่ไม่ให้บอกแม่ บางครั้งต้องการร่วมหลับนอนเด็กหญิงเคราะห์ร้ายในเวลาเดียวกัน ถึงขั้นเปิดศึกชิงนางใช้อาวุธเข้าทำร้ายกันระหว่างพ่อและตาแท้ๆ
       
       นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง ได้สนธิกำลังระหว่างชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด และชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ บุกเข้าช่วยเหลือ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ตรงข้ามโรงเรียนบ้านเขาชีจรรย์ ม.11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังผู้เป็นแม่ได้เข้าแจ้งต่อนายอำเภอสัตหีบ ว่า บุตรสาวในไส้ได้ถูกพ่อแท้ๆ และตาเวียนเทียนข่มขืนกระทำชำเรา
       
       จากการสอบถาม ด.ญ.เอ ทราบว่า ได้ถูกผู้เป็นตา ซึ่งก็คือ นายสมศักดิ์ วรรณจันทร์ อายุ 52 ปี เข้าลวนลามข่มขืนมาตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี ซ้ำยังข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ด้วยความที่ยังเด็กจึงกลัวจะถูกตี หลังจากนั้น น้องชายของตาแท้ๆ ซึ่งก็คือ นายสุรชัย วรรณจันทร์ อายุ 44 ปี ได้อาศัยจังหวะช่วงที่พ่อ และแม่ไม่อยู่บ้านเข้าข่มขืนซ้ำ
       
       เมื่อเรื่องดังกล่าวรู้ถึงหูน้องชายคนสุดท้องของตา ซึ่งก็คือ นายโกดอย วรรณจันทร์ อายุ 38 ปี ก็ได้เข้ามาข่มขู่ว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปบอกให้พ่อกับแม่ของตนทราบหากไม่ยอมให้ข่มขืน
       กระทั่งมีอายุได้ 10 ปี ก็ถูกผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า ซึ่งก็คือ นายเด็จ หรือยักษ์ ผิวอ่อน อายุ 38 ปี ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และได้ข่มขืนเรื่อยมาไม่เว้นแม้ขณะแม่นอนหลับอยู่ข้างกาย
       
       นายภควัต กล่าวว่า สิ่งอัปยศนี้ได้ถูกเก็บเป็นความลับอยู่ในใจของผู้เป็นพ่อ และตาทั้ง 3 คนมานานหลายปี และเมื่อทุกคนต้องการที่จะหลับนอนกับลูก และหลานในสายเลือดก็จะเปิดศึกชิงนางขึ้นในครอบครัวหลายครั้ง
       
       โดยล่าสุด ตัวผู้เป็นพ่อ และตาได้เปิดศึกชิงนางถึงขั้นใช้มีดไล่ฟันกัน ทำให้เด็กหญิงเคราะห์ร้ายเกิดความหวาดกลัวจนนำเรื่องมาเปิดเผยให้ผู้เป็นแม่ได้รับทราบ ทำให้ผู้เป็นแม่สุดทนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงนำบุตรสาว เข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้การช่วยเหลือ
       
       ผู้เป็นแม่ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ใส่ใจแต่เรื่องของการทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้อง และลูกอีก 5 คน โดยทิ้งให้ลูกสาวคนโตเลี้ยงน้องเพียงลำพัง จนต้องพบกับชะตากรรมอันเลวร้าย และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับครอบครัวตนเอง
       
       ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกติดตามบุคคลทั้ง 4 จนสามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว แต่จากการสอบปากคำทุกคนยังให้การปฏิเสธ เบื้องต้นจึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.เอกชัย มูลลี ร้อยเวรเจ้าของคดีทำสำนวนไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวส่งตรวจร่างกายยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดีเอาผิดผู้ต้องหาทั้ง 4 คนต่อไป




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 22, 2013, 09:48:28 AM
แม่ร้อง “ปวีณา”ลูกสาวถูกหลอกขายบริการให้ ผอ.ร.ร.

-http://news.sanook.com/1198507/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-%E0%B8%9C%E0%B8%AD.%E0%B8%A3.%E0%B8%A3/-

แม่พาลูกสาววัย 12 ปี ร้องขอความช่วยเหลือ "ปวีณา" เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมและความปลอดภัยในคดีที่ลูกสาวถูกหลอกไปขายบริการทางเพศ แต่ตำรวจกลับให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่มาซื้อบริการ ซึ่งเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง

ที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี นางเพ็ญ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาว จ.สระแก้ว พา ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ลูกสาว เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่ลูกสาวถูกหลอกไปขายบริการทางเพศ

นางเพ็ญ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวถูกเพื่อนชื่อ ด.ญ.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หลอกให้ไปขายบริการทางเพศ โดยบอกว่าเป็นงานสบาย ได้เงินดี โดยโทรศัพท์มาบอกให้ไปทำหลายครั้ง แต่ลูกสาวได้ปฏิเสธไปทุกครั้ง เมื่อตนทราบเรื่องจึงพาลูกสาวเข้าแจ้งความที่ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งตำรวจก็ได้วางแผนล่อซื้อเพื่อจับกุมผู้มาใช้บริการ จนสามารถจับกุมชายอายุประมาณ 50 ปี ทราบภายหลังว่า มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว และผู้ต้องหาดังกล่าวตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ได้อนุญาตให้ประกันตัวออกไปหลังถูกจับกุม ตนและลูกสาวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ปลอดภัย จึงมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิฯ

ด้านนางปวีณา กล่าวว่า จะประสานไปยังนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ และประสานกับ พล.ต.ต.อุฬาร อเนกบุญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เพื่อพิจารณาถอนการประกันตัวผู้ต้องหา และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการค้าประเวณี รวมทั้งขยายผลจับกุมผู้ที่เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีแก๊งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ - สำนักข่าวไทย


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 06:42:45 PM
ผงะ ! หนุ่มโรคจิต ช่วยตัวเองกลางแจ้ง ข้างหอพักหญิง
-http://hilight.kapook.com/view/89137-

(http://www.springnewstv.tv/upload/news/picture/ade4cab2090a5a41bfa00883710.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ springnewschannel สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           ชาวเน็ต อึ้ง ! เจอคลิปผู้ชายสำเร็จความใคร่ ใกล้หอพักหญิง ม.ดัง ก่อนขับรถยนต์ออกไป

           เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม  2556 ได้ปรากฏคลิปวิดีโอชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นคลิปของชายคนหนึ่งถูกแอบถ่าย
ขณะที่กำลังยืนสำเร็จความใคร่แบบกลางวันแสก ๆ โดยที่ไม่สนใจว่าจะมีใครเห็นหรือเปล่า
และสถานที่ที่ชายคนนั้นสำเร็จความใคร่ ก็อยู่ข้างหอพักนักศึกษาหญิงด้วย

          ทั้งนี้ ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นภาพของชายผมสั้นเกรียน สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ
กำลังยืนสำเร็จความใคร่ใกล้ ๆ กับเสาไฟฟ้า ข้างหอพักนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
ของจังหวัดชลบุรี หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวก็เดินไปขึ้นรถยนต์ที่จอดไว้ข้าง ๆ ก่อนที่จะขับรถออกไป

         เหตุการณ์ดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก
ถึงความไม่เหมาะสมที่มีผู้ชายมาช่วยตัวเองใกล้กับสถานที่ที่มีผู้หญิงอยู่เป็นจำนวนมาก
พร้อมกับทำให้เกิดคำถามว่า ชายคนนี้เป็นใครกันแน่



http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GNMpfs7rJ-M#at=11 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GNMpfs7rJ-M#at=11)

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GNMpfs7rJ-M#at=11 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GNMpfs7rJ-M#at=11)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GNMpfs7rJ-M#at=11-

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://news.springnewstv.tv-

-http://news.springnewstv.tv/33107/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%8C%-
-E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9
-%88%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0-
-%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1--%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8-
-%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0-
-%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4-
-%E0%B8%87-%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B-

.


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 09:18:13 PM
พ่อร้องตำรวจลูกสาวถูกข่มขืนในรพ.ดัง
วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2556 เวลา 16:20 น.
-http://www.dailynews.co.th/thailand/222820-


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/222820.jpg)
พ่อขอนแก่นจูงลูกสาวบุญธรรมวัย 18 แจ้งตำรวจดำเนินดคี หลังลูกสาวเข้าบำบัดติดสารระเหยที่โรงพยาบาลดัง กลับถูกข่มขืน



เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายสมาน  (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี  นำน.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี บุตรบุญธรรม เข้าพบพ.ต.ท.ประเสริฐ  ปุ้มฉิม  พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น  ให้ติดตามคนร้ายที่ลงมือข่มขืนลูกสาว  หลังเข้ารับการบำบัดอาการติดสารระเหยที่รพ.แห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น
 

สอบสวนนายสมาน ทราบว่า ลูกเข้ารับการบำบัดสารระเหยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา  โดยทางรพ.ฯให้พักอยู่ในอาคารที่มีกลุ่มผู้บำบัดชายอยู่ด้วย โดยมีกฎห้ามน.ส.บีออกนอกห้องในช่วงกลางคืน  กระทั่งคืนวันที่ 29 พ.ค. 56 ลูกสาวออกจากห้องมาดื่มน้ำ  เมื่อกลับเข้าไปในห้องก็พบนายปลั๊ก (ขอสวนชื่อนามสกุลจริง)  อายุ 23 ปี นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะชวนสูบบุหรี่  และฉุดเข้าไปขืนใจในห้องน้ำภายในห้องพัก  และขู่ห้ามบอกใคร กระทั่งเมื่อเดือนมิ.ย. ได้ไปเยี่ยมลูกสาวก็พบว่ามีอาการซึมเศร้า จึงคาดคั้นและยอมเล่าเรื่องตราบาปนี้ให้ตนฟัง  ตนจึงนำเรื่องไปแจ้งผอ.รพ.ดังกล่าว ให้ดำเนินการอีกทางหนึ่ง แต่ไม่คืบหน้า 

เบื้องต้นตำรวจ  ทราบผู้ก่อเหตุชัดเจนแล้ว แต่ต้องรอผลการตรวจสภาพร่างกาน.ส.บี ที่จะทราบผลในวันที่31 ก.ค. นี้  เพื่อเชิญตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราบุคคลที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเอง


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 02, 2013, 09:15:59 PM
รวบหนุ่มก่อสร้างข่มขืน ด.ญ. วัย 14 คาห้องนอน
-http://hilight.kapook.com/view/89290-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/469826-01.jpg)

รวบหนุ่มก่อสร้างข่มขืนดญ.วัย14คาห้องนอน (ไอเอ็นเอ็น)
 
            ตำรวจลำปาง บุกรวบหนุ่มก่อสร้าง ข่มขืนนักเรียนชั้น ม.1 วัย 14 ปี คาห้องนอนเหยื่อ

            วันนี้ (2 สิงหาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าไปจับกุมตัว นายวีระพล กล่ำแก้วกล้า อายุ 32 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี เป็นคนงานก่อสร้าง ไปดำเนินคดี หลังรับแจ้งจากพ่อและแม่ของ ด.ญ.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ว่า นายวีรพล เข้ามาข่มขืนบุตรสาวของตนเองในบ้าน ซึ่งจากการสอบถามพ่อของเด็กหญิงทราบว่า ระยะหลังที่ผ่านมาบุตรสาวเก็บตัวอยู่ในห้องนอน ไม่ยอมพูดจากับใคร พ่อแม่เด็กเกิดความสงสัยจึงตรวจค้นในห้องพบยาเม็ดคุมกำเนิด ก่อนจะมาพบว่า กลางดึกที่ผ่านมามีชายคนงานก่อสร้างบุกปีนเข้ามาในห้อง

            ทั้งนี้ บุตรสาว บอกว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน ขณะนอนดูทีวีอยู่ในบ้าน นายวีระพล บุกเข้ามาในบ้าน แล้วใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืน และบังคับห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกกับใคร จนกระทั่งมาก่อเหตุอีกครั้ง


ไอเอ็นเอ็น
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: rain.... ที่ สิงหาคม 03, 2013, 04:57:37 PM
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันข่าวสารดีๆคัฟ
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 03, 2013, 08:52:58 PM
สาว 17 ช่วยหนุ่มรถจยย.เสีย แต่หวิดถูกข่มขืน

-http://news.sanook.com/1200893/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-17-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2.%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/240/1200893/3.jpg)

สาว 17 ใจดี จอดช่วยหนุ่มจยย.เสีย แต่ถูกหลอกพาไปที่เปลี่ยวหวังข่มขืน บอกเห็นใส่ขาสั้นเลยเกิดอารมณ์หื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 ส.ค.) สภ.เมืองอุดรธานี แถลงข่าวจับกุมนายเท่ห์ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุ 19 ปี ข้อหาทำร้ายร่างกาย น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมของกลางเป็นรถจยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวแดง ทะเบียน คขว 166 อุดรธานี จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแบล๊คเบอรี่ สีดำ

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.เก๋ ขี่จยย.ผ่านไปเจอนายเท่ห์จอดรถเสียขอความช่วยเหลือ จึงจอดรถให้ความช่วยเหลือ โดยให้นายเท่ห์ขี่รถจยย.ของตัวเอง และใช้เท้ายันรถจยย.ที่เสียของนายเท่ห์ ซึ่งมี น.ส.เก๋ ขี่อยู่ เพราะเห็นว่ากลับบ้านเส้นทางเดียวกัน ก่อนที่จะขับไปถึงบริเวณที่เปลี่ยวและมืดมาก ผู้ต้องหาก็จอดรถลงมากระชาก น.ส.เก๋ ให้เข้าไปในป่าข้างทาง แต่ผู้เสียหายไม่ยอม จังหวะเดียวกับที่มีแสงไฟรถวิ่งผ่านมา คนร้ายจึงวิ่งออกไปดู น.ส.เก๋ จึงไปขอความช่วยเหลือบ้านที่อยู่ห่างออกไป 500 เมตร

ทั้งนี้ จากการสอบสวนคนร้ายรับสารภาพว่า เห็นผู้เสียหายหน้าตาดี สวมกางเกงขาสั้น ทำให้เกิดอารมร์ทางเพศ จึงออกอุบายตั้งแต่ น.ส.เอ จอดให้การช่วยเหลือ

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 05, 2013, 10:06:17 PM
นศ.สาวโร่แจ้งความ ถูกคนร้ายแอบถ่ายขณะอาบน้ำ ที่หอพัก หวั่นถูกเอาภาพแพร่เน็ต

-http://news.sanook.com/1201186/%E0%B8%99%E0%B8%A8.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2/-



เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ร.ต.ท.สงคราม สีสังข์ ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจาก นางสาวเม (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นศ.ชั้นปีที่ 4 ม.ราชภัฏอุดรธานี ซึ่งได้มาเช่าห้องพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักในเขตเทศบาลนครอุดรฯ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา ถูกคนโรคจิตใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายตนเองขณะอาบน้ำ ตนจึงได้ใช้ขันตักน้ำสาดไปที่โทรศัพท์ดังกล่าว

จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนร้ายวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังหอพัก คาดว่าคนร้ายคงมาเพียงคนเดียว ตนกลัวคนร้ายจะนำภาพของตนไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนทำให้ได้รับความเสียหายได้และไม่ทราบว่าคนร้ายโรคจิตรายนี้ แอบถ่ายคลิปตนมากี่ครั้งแล้ว จึงมาแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 16, 2013, 10:05:57 PM
เตือนภัย! โรคจิตหอมแก้มผู้หญิงบนรถตู้

-http://news.sanook.com/1203109/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89/-

โรคจิตแอบหอมแก้มบนรถตู้ (http://www.youtube.com/watch?v=hkvxb1xMFjI#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=hkvxb1xMFjI&feature=youtu.be-

ชาวเน็ตเตือนภัย! โรคจิตทำเป็นหลับ แอบหอมแก้มสาวบนรถตู้จากมหาชัย เผยมีเหยื่อแล้ว 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ส.ค.) ในเว็บไซต์ยูทูป ได้มีผู้ใช้ชื่อว่า BlurayDiscSale เข้ามาโพสต์คลิปวิดิโอ "โรคจิตหอมแก้มบนรถตู้" โดยเป็นเหตุการณ์ชายคนหนึ่งทำท่ามองว่ามีใครสังเกตอยู่หรือไม่ เมื่อได้จังหวะที่คิดว่าไม่มีใครมองอยู่ ก็ทำทีเป็นนอนหลับ ก่อนจะหอมแก้มหญิงสาวที่หลับสนิทอยู่ด้านข้าง โดยผู้โพสต์คลิปยังโพสต์ข้อความระบุว่า

"ขอเตือนภัยผู้หญิงหลายๆ คนที่กำลังนั่งรถตู้ เหตุเกิด ณ บนรถตู้ครับซึ่งมีอยู่ว่า ผมได้ขึ้นรถตู้จากมหาชัยเพื่อมาลงรังสิตได้มีพวกโรคจิต เป็นชายคนหนึ่งซึ่งมองหาสาวและเข้าไปนั่งใกล้พอสาวหลับ ไอ้โรคจิตคนนี้มันจะแกล้งหลับและแอบห้อมแก้มท่าน ผมสังเกตพฤติกรรมแล้ว 2 คนนี้ไม่ใช่แฟนกันนะครับ กรุณามองให้ดีจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่โรคจิตนั้น มองดูคนอื่นว่ามองดูตัวเองอยู่ไหมก่อนจะจัดการเหยื่อ ผมไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ เพราะผมไม่แน่ใจว่า เขามีอาวุธหรือไม่ เพราะผู้หญิงบนรถตู้โดนมาแล้ว 2 คนครับ ผมจึงฝากเตือนอีกใครหลาย ๆ คนที่อาจจะเป็นเหยื่อของพวกโรคจิต"

โรคจิตแอบหอมแก้มบนรถตู้ (http://www.youtube.com/watch?v=hkvxb1xMFjI#ws)
ขอขอบคุณข้อมูลจากคลิปวิดิโอ คุณBlurayDiscSale

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 18, 2013, 08:34:10 PM

รวบแท็กซี่หื่น! ข่มขืน ด.ญ.วัย12 ปี บนรถแท็กซี่ (ไอเอ็นเอ็น)
-http://hilight.kapook.com/view/89899-

          รวบแท็กซี่หื่น! ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี บนรถแท็กซี่ พยายามซิ่งรถหนี แต่ไม่รอด

          เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน รับแจ้งจากพลเมืองดี เกิดเหตุคนขับรถแท็กซี่ สีม่วงคาดฟ้า ทะเบียน 7404 กรุงเทพมหานคร กำลังพยายามข่มขืนเด็กหญิงอายุ 12 ปี บริเวณเบาะที่นั่งด้านหลัง ริมถนนย่านเตาปูน ก่อนขับรถหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานสกัดจับแท็กซี่คันดังกล่าว โดยสามารถสกัดจับได้ ขณะกำลังขับรถหลบหนี บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน ทราบชื่อ นายสุทัน โทสระเนิน อายุ 48 ปี จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ พร้อมทั้งตรวจสอบภายในรถ พบกางเกงชั้นในของ นายสุทิน อยู่ที่ช่องเก็บของข้างประตูคนขับ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบเงิน 300 บาท อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเด็ก

          ขณะที่ นายสุทิน ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า รู้จักกับเด็กหญิงคนดังกล่าว และเอ็นดูเหมือนลูกหลาน จึงพามานั่งรถเล่นและจะให้เงินเป็นประจำ รวมทั้งบ้านพักอยู่ใกล้กัน ส่วนกางเกงชั้นในที่พบ นายสุทิน ได้อ้างว่าถอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้เบื้องต้นตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์และนำเด็กหญิงคนดังกล่าวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลต่อไป



ไอเอ็นเอ็น
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 28, 2013, 09:26:51 PM
ชายโรคจิตจับก้นสาวจีน บนรถไฟฟ้า ฉาวไกลถึงจีนแล้ว
-http://world.kapook.com/pin/521da78838217a8062000001-

地鐵內直擊變態佬摸下體,那個女的沒感覺嗎? (http://www.youtube.com/watch?v=sf3_s-HfCtA#)
地鐵內直擊變態佬摸下體,那個女的沒感覺嗎?

地鐵內直擊變態佬摸下體,那個女的沒感覺嗎? (http://www.youtube.com/watch?v=sf3_s-HfCtA#)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=sf3_s-HfCtA-

คลิป ชายโรคจิตจับก้นสาวจีน บนรถไฟฟ้า BTS บ้านเรา ตอนนี้ฉาวไกลไปเมืองจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คลิปนี้เลยอยากเอามาเตือนภัย!! กันอีกสักรอบนึง สาวๆขึ้นรถไฟฟ้า หากต้องยืน ให้พึงระวังพวกโรคจิตเอาไว้ให้ดู ถ้าเกิดโดนลวนลามอย่างในคลิปนี้ ทางที่ดีหันมาตบมันเลยก็ดี แล้วต่อด้วยด่าดังๆ รับรองป้ายต่อไปมันลงแน่นอน

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 30, 2013, 10:50:47 PM
อุทธรณ์แก้สั่งจำคุก "พ.ต.ท.สมิง" 4 ปี พร้อมพวก 3 คน คดีอุ้มสาวใหญ่ข่มขืน-บังคับให้สารภาพคดียาเสพติด
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377854255&grpid=00&catid=&subcatid=-

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 802 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกคนละ 4 ปี พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ ผกก.สน.ประชาสำราญ (อดีต สว.สส.สน.พญาไท) พ.ต.ท.พรรณศักดิ์ วรบูลย์สวัสดิ์ สวญ. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี บก.ตม.3 สตม. (อดีตรอง สว.สส.สน.พญาไท), จ.ส.ต.บุญเรือง บุตรวงศ์ และ จ.ส.ต.วันเผด็จ แท่นรัตน์ อดีตฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท จำเลยที่ 1, 2, 7 และ 10 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯตาม ป.อาญา มาตรา 157  และพิพากษาจำคุกคนละ 3 ปี จ.ส.ต.รุ่ง ทิพย์ขำ และ ส.ต.ท.สุธรรม แย้มช่วย อดีตฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท จำเลยที่ 8, 11 ในความผิดฐานเดียวกัน และพิพากษายกฟ้อง พ.ต.ท.กิตติพงษ์ สิมมาลี สวป. สน.ร่มเกล้า, ด.ต.ภิญโญ แสงทิพย์, ด.ต.อภิทักษ์ แก้วเกลื่อน, ด.ต.อวยชัย ทับสุรีย์ และ จ.ส.ต.หญิงศศิธร ทับสุรีย์ ทั้งหมดเป็นอดีตฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท


โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 14  มิถุนายน 2548 จำเลยทั้งหมดได้วางแผนจับกุมนางชลลดา ณ เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 114,000 เม็ด และรถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน ศน 4851 กทม. ของโจทก์ ที่นางชลลดาขอยืมใช้ ที่บริเวณถนนมอเตอร์เวย์  โดยจำเลยเชื่อว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวต้องมีส่วนร่วมในการค้ายาเสพติดด้วย จำเลยจึงให้นางชลลดา โทรศัพท์หาโจทก์เพื่อให้มาหา โดยอ้างว่ารถยนต์ที่ยืมมาเกิดอุบัติเหตุ ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2548 โจทก์จึงได้นั่งเครื่องบินจาก จ.เชียงใหม่มาที่สนามบินดอนเมือง จากนั้นจำเลยที่ 2 พร้อมพวกได้เข้าทำการจับกุมโจทก์ก่อนจะพาขึ้นรถยนต์ โดยมีจำเลยอื่นนั่งมาด้วย โดยนำถุงดำคลุมศีรษะและมัดมือโจทก์

 

จากนั้นพาโจทก์ไปยังค้นห้องพักภายในคอนโดรีเจนท์ ศรีนครินทร์ และห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบยาเสพติด ต่อมาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าได้เดินทางมาข่มขู่โจทก์เพื่อให้บอกเบาะแสที่ซ่อนยาเสพติด ส่วนจำเลยคนอื่นๆ ได้พูดเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับสารภาพจากนั้นพาโจทก์ไปที่ สน.พญาไท เพื่อลงบันทึกจับกุมคดีครอบครองยาบ้าจำนวน 100 เม็ด ซึ่งไม่เป็นความจริง และได้นำตัวจำเลยส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.


พิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงน่าเชื่อได้ว่าจำเลยไม่มีหมายจับ แต่กลับนำตัวโจทก์ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับให้รับสารภาพ ซึ่งจำเลยไม่ได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เพียงแต่จำเลยเชื่อว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยจึงต้องการขยายผล แต่ตามกฎหมายนั้นจำเลยไม่สามารถกระทำการดังกล่าวได้ แม้จำเลยจะมั่นใจว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่การนำตัวโจทก์มาสอบสวนต้องกระทำตามกฎหมาย แต่การกระทำของจำเลยนอกจากไม่ได้กระทำตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วยังเป็นการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง

 

โดยขณะที่นำโจทก์ไปตรวจค้นที่ห้องพักก็ไม่ได้มีการปิดตาและเป็นเวลากลางวัน โจทก์จึงสามารถมองเห็นใบหน้าจำเลยได้อย่างชัดเจน โดยจำเลยที่ 2 และ 7 เกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพ และจับกุมใส่กุญแจมือนอนในห้องพักเดียวพร้อมกับจำเลยคนอื่นๆ โจทก์จึงย่อมมองเห็นหน้าจำเลยได้อย่างชัดเจน เห็นว่าจำเลยที่ 2, 7, 8, 10, 11 ได้ร่วมข่มขืนใจโจทก์ให้กระทำการใดๆ และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ปราศจากเสรีภาพ ส่วนจำเลยไม่อาจนำสืบหักล้างพยานโจทก์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่คนคนหนึ่งจะปั้นแต่งเรื่องใส่ร้ายจำเลยหลายคน


จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2-11 ย่อมต้องรู้เห็นด้วยกับการกระทำของจำเลย โดยจำเลยที่ 1 ถือเป็นตัวการ จำเลยที่ 1, 2, 7, 8, 10, 11 จับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับ และใช้อาวุธปืนบังคับข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยวกักขัง จึงมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 แม้ว่าจำเลยอ้างว่าระหว่างเกิดเหตุติดเวรรับเสด็จแต่ก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

 

ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1, 2, 7, 8, 10, 11 ที่ว่าทำตามหน้าที่ราชการ มีความขยันขันแข็งไม่เคยต้องโทษมาก่อน ขอให้ศาลรอการลงโทษสถานเบาหรือให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แต่จำเลยกลับละเมิดกฎหมายเสียเอง โดยมุ่งหวังผลงานและความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงจึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยที่ 3, 4, 5 ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย


พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1, 2, 7, 8, 10, 11 มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 7, 10 คนละ 4 ปี และจำคุกจำเลยที่ 8, 11 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3, 4, 5, 6 และ 9 ให้ยกฟ้อง ดังกล่าว


คดีนี้ นางกรองกาญจน์ ถิ่นอ่อน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.830/2549 สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2548 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 11 คน มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญา ตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิด อันเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับของศาล จับกุมโจทก์ไปจากท่าอากาศยานกรุงเทพดอนเมือง โดยใช้กำลังและอาวุธบังคับโจทก์ให้ขึ้นรถไปกับจำเลย ในระหว่างอยู่บนรถจำเลยกับพวกใช้ถุงดำคลุมศีรษะและรัดคอโจทก์ไว้ในระหว่างที่นั่งรถยนต์ จำเลยกับพวกได้ข่มขู่ให้โจทก์รับสารภาพ

 

โดยตั้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 100 เม็ด โจทก์ได้ปฏิเสธ จำเลยไม่ยอมปล่อยตัวโจทก์ และไม่นำส่งพนักงานสอบสวนหรือพาไปยังสถานีตำรวจ ต่อมาจำเลยกับพวกได้ให้โจทก์พาไปที่สถานที่พักของโจทก์เพื่อตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำเอกสารการจับกุมและเอกสารอื่นๆ อันเป็นเท็จโดยบังคับให้โจทก์ลงลายมือชื่อ โดยเอกสารดังกล่าวได้จัดพิมพ์ไว้แล้ว และมีข้อความว่ารับสารภาพ เหตุเกิดที่แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162, 172, 309, 310 ทวิ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 09:51:50 AM
แม่ช็อก! ลูกสาว 4 ขวบ โดนรุมโทรมในสถานสงเคราะห์

-http://news.sanook.com/1205830/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-4-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C/-



แม่ต้องโทษติดคุก พาลูกสาว 4 ขวบ ส่งเลี้ยงสถานสงเคราะห์ แม่รับลูกกลับ ช็อก! ลูกบอกโดนรุ่นพี่ผู้ชายรุมโทรม

(30 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเด็กหญิงถูกทำร้ายและข่มขืนกระทำชำเรา ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางละมุง แพทย์ตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการถูกข่มขืนจริง เด็กหญิงมีรอยฟกช้ำตามร่างกายและอาการหวาดกลัว เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปสอบถาม น.ส.จอย (นามสมมติ) อายุ 41 ปี แม่ของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเอง เบื้องต้นให้การว่า ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียง 2 คน ก่อนหน้านี้ตนถูกจับในข้อหายาเสพติด ได้รับโทษติดคุก ตนจึงได้นำ ด.ญ.หวาน (นามสมมติ) อายุ 4 ปี ลูกสาวไปฝากเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง

ภายหลังจากตนพ้นโทษออกมา จึงได้ติดต่อกับสถานสงเคราะห์ เพื่อรับตัวลูกสาวกลับมาเลี้ยงดูเหมือนเดิม ต่อมามีเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.หวาน มาส่ง ตนก็สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป มีอาการเศร้าซึมและพบรอยฟกช้ำตามร่างกาย จนกระทั่งกลางดึกพบว่าลูกสาวมีอาการเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศและทวารหนัก จึงได้พยายามเค้นสอบถามความจริงกับลูกสาว

น.ส.จอย เปิดเผยต่ออีกว่า ลูกสาวได้เล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่พักอยู่บ้านพักเด็กฯ ถูกรุ่นพี่ผู้ชายที่สถานสงเคราะห์หลายคน รุมโทรมข่มขืนกระทำชำเรา หากไม่ยินยอมขัดขืนก็จะถูกทำร้ายร่างกาย แม้กระทั่งก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาตัวมาส่งกลับไปหาแม่ ก็เพิ่งถูกรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งข่มขืนมาหมาดๆ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์ระบุว่า ด.ญ.หวาน มีร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง อวัยวะเพศมีอาการปูดบวม ช่องทวารหนักฉีกขาด มีแผลและรอยฟกช้ำต่างจุดตามร่างกาย สภาพจิตใจค่อนข้างย่ำแย่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังบ้านพักเด็กฯ ดังกล่าว เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------

รวบอดีตตร.สันติบาลพิการข่มขืน ด.ญ.4 ขวบ

-http://news.sanook.com/1206023/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%94.%E0%B8%8D.4%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A/-

(http://pe1.s1sf.com/ns/0/ud/241/1206023/untitled-5_copy.jpg)

กรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 30 ส.ค.56 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี พา ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 4 ขวบ แจ้งความกับ พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า ถูกชายพิการข่มขืนกระทำชำเราภายในบ้านพักเด็กและครอบครัวแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก. พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ได้นำเด็กไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัว อ.บางละมุง พร้อมกับประสาน น.ส.เสาวนีย์ โขมพัตร ผอ.สำนักป้องกันและแก้ปัญหาการค้าหญิงและเด็ก หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ พาไปชี้ตัวชายพิการซึ่งนอนอยู่บนเตียงในหอพักชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายน้อย คำศรี อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/91 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เด็กระบุว่าเป็นคนที่ข่มขืนกระทำชำเรา ตำรวจจึงคุมตัวมาที่ สภ.บางละมุง โดยนายน้อยให้การว่าระหว่างที่พักอยู่ ตนก็ได้รู้จักกับเด็กหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ โดยเกือบทุกคนก็มักจะมาเล่นกับตนและช่วยเข็นรถวีลแชร์ให้ ตนเองก็ไม่เคยคิดอะไรในแง่นั้นกับเด็ก และขอปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอนาจารหรือข่มขืนกระทำชำเราเด็กแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ จึงได้ควบคุมตัวไว้เพื่อรอ นางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป


--------------------------------------------------------------------------------------------------


รับไม่ได้จริงๆ  แบบนี้ต้องจับตาย อย่าไปเก็บไว้ในคุก
เสียดายเงินภาษีที่ต้องไปจ่ายเลี้ยงพวกหนักแผ่นดินและพวกรกแผ่นดิน


.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 07, 2013, 09:18:31 AM
สลด ! แม่พาลูกสาว 5 ขวบ ค้ากามกับลูกค้าเก่า แลกเงิน-ยาบ้า
-http://hilight.kapook.com/view/90769-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc3/news_59.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            แม่วัย 35 ปี แยกทางกับพ่อเด็กไปอยู่กับสามีใหม่ แต่กลับพาลูกสาว 5 ขวบ ไปขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าเก่าของตัวเอง เพื่อแลกเงิน 800 บาท กับยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง

            เมื่อวานนี้ (5 กันยายน 2556) นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า มีป้าของเด็กรายหนึ่งได้เข้ามาร้องกับทางมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่า หลานสาววัย 5 ขวบ ถูกแม่แท้ ๆ วัย 35 ปี พาไปขายบริการทางเพศ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากขณะนี้กำลังอาศัยอยู่กับสามีใหม่ แต่เงินไม่พอใช้

            ทั้งนี้ ป้าของเด็กเล่าว่า หลานสาวอาศัยอยู่กับตนและผู้เป็นพ่อ ส่วนบ้านของแม่เด็กอยู่ไม่ไกลจากกันเท่าใดนัก กระทั่งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 แม่เด็กไปรับหลานที่โรงเรียน เมื่อหลานสาวมาถึงบ้านก็บอกกับตนว่า เจ็บที่อวัยวะเพศ และเวลาปัสสาวะ หลานสาวก็เจ็บมาก จนกระทั่งร้องไห้ออกมา เมื่อพบว่า อวัยวะเพศของหลานสาวบวมแดงผิดปกติ จึงไปสอบถามแม่ของเด็ก จนทราบว่า หลานสาวถูกพาไปหาชายคนหนึ่งที่แม่ของเด็กเรียกว่า ป๋า โดยแม่ของเด็กเห็นป๋าทาครีมที่อวัยวะเพศของหลานสาว ก่อนใช้นิ้วสอดใส่เข้าไป จากนั้นป้าของเด็กจึงรีบพาหลานสาวไปร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ ทันที

            เมื่อนางปวีณาทราบเรื่อง ก็รีบพาป้ากับหลานสาวไปแจ้งความ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนทั้งคู่ได้ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2556 ภายหลังทราบชื่อชายคนดังกล่าวว่า นายอมร (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 48 ทำงานแถวปทุมธานี

            นอกจากนี้ แม่ของเด็กยังเล่าว่า ได้แยกทางกับสามีเก่ามาอาศัยอยู่กับสามีใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ของเด็กก็ขายบริการทางเพศมาก่อน จนกระทั่งได้รู้จักกับนายอมรและค้าบริการกันบ่อย ๆ จนวันหนึ่งนายอมรถามว่า มีลูกสาวหรือไม่ เมื่อแม่ของเด็กบอกว่ามี นายอมร จึงบอกให้พาลูกสาวมา แล้วจะให้เงินกับยาบ้าเป็นค่าตอบแทน แม่ของเด็กเลยพาลูกสาวมาหานายอมร เพื่อแลกเงิน 800 บาท กับได้ยาบ้ามาเสพ


สลด! ตร.จับแม่ขายลูกสาว 5 ขวบบำเรอกาม (http://www.youtube.com/watch?v=jKG3kshoMZ0#)
คลิป สลด! ตร.จับแม่ขายลูกสาว 5 ขวบบำเรอกาม : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV

สลด! ตร.จับแม่ขายลูกสาว 5 ขวบบำเรอกาม (http://www.youtube.com/watch?v=jKG3kshoMZ0#)
-http://www.youtube.com/watch?v=jKG3kshoMZ0-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 04, 2013, 10:49:53 PM
หนุ่มใหญ่ใจบุญอุปการะเด็กชาวเขา ที่แท้ลวงข่มขืน ถ่ายคลิปไว้เพียบ !
-http://hilight.kapook.com/view/91882-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/News/02_2.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/News/03_4.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการคลุกวงข่าว โพสต์โดยคุณ DuangAestheticII สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           เสี่ยใหญ่ทำทีใจบุญอุปการะเด็กชาวเขา ที่แท้หลอกไปข่มขืน มอมยากระทำชำเรากว่า 20 คน ถ่ายคลิปไว้เพียบกว่า 50 คลิป

           เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร 5 จ.เชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีภาค 5 พร้อมด้วย สภ.พบพระ จ.ตาก ได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ที่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งว่า เด็กหญิงและเด็กชายกว่า 20 คน ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่บ้านหลังดังกล่าว

           ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ปกครองท่านหนึ่งได้ร้องทุกข์ให้แจ้งจับ นายกรไกรวิทย์ นาควิไล อายุ 55 ปี โดยระบุว่า นายกรไกรวิทย์ได้ลักพาตัวเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 3 คน จาก จ.ตาก เพื่อไปกระทำอนาจารและถ่ายคลิปเก็บไว้

           อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบชุดนักเรียนชายและหญิงจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังพบฮาร์ดดิสก์ที่บรรจุคลิปวิดีโอขณะที่ผู้ต้องหาละเมิดทางเพศเด็กกว่า 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาวเขา รวมทั้งเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ที่นายกรไกรวิทย์ได้ขออุปการะมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

           และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนมีฐานะดี ทำทีเป็นคนใจบุญขออุปการะเด็กจากโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาวเขาหรือเด็กกำพร้า โดยหลอกให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่ฐานะยากจนหลงเชื่อ จนรู้สึกยินดีที่ผู้ต้องหาเข้ามาอุปถัมภ์เลี้ยงดูลูก

           สำหรับการตรวจสอบภาพจากคลิปวิดีโอที่ผู้ต้องหาบันทึกเอาไว้ พบว่ามีกว่า 50 คลิปด้วยกัน ซึ่งเมื่อดูแล้วพบว่าเด็กถูกละเมิดทางเพศในลักษณะท่าทางที่ไม่มีสติ และเมื่อถามเด็ก ๆ ก็ไม่ทราบว่าถูกข่มขืนกระทำชำเรา จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะมอมยาก่อนจะที่ข่มขืนเด็กแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ไปกระทำอนาจาร พร้อมนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามว่าคลิปวิดีโอเหล่านั้น ได้ถูกนำไปจำหน่ายหรือเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตหรือไม่ต่อไป


(http://www.youtube.com/watch?v=hUm4IKw9GqY&feature=player_embedded)
ตะลึง ! พบคลิปกระทำอนาจารเด็กชายและเด็กหญิงจำนวนมาก จากรายการคลุกวงข่าว โพสต์โดยคุณ DuangAestheticII สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ตะลึง! พบคลิปกระทำอนาจารดช.และดญ.จำนวนมาก (http://www.youtube.com/watch?v=hUm4IKw9GqY#)
-http://www.youtube.com/watch?v=hUm4IKw9GqY&feature=player_embedded-

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1EYzNPVEUxTXc9PQ==&sectionid=-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 04, 2013, 10:51:40 PM
เปิดผลวิจัยวัยรุ่นไทย อึ้ง ทำแท้งกว่าแสนราย ติดเกม-ติดเหล้านับล้านคน
-http://education.kapook.com/view72862.html-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ผลวิจัย อึ้ง ! เด็กอายุ 10-19 ปี ท้องและทำแท้งกว่า 1 แสนราย กระทบเศรษฐกิจกว่า 3 พันล้านบาท ขณะที่มีเด็กเจอปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษามากกว่า 3 ล้านคน ติดเกมกว่า 2 ล้านคน ติดเหล้าอีกกว่า 5 ล้านคน ทำสูญเงินนับหมื่นล้านบาทต่อปี

          เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้เผยผลการศึกษาที่จัดทำร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่อง "อนาคตไทย" เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กอายุ 6-25 ปี และพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบันนี้มีปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพ 3 เรื่อง คือ ปัญหาท้องในวัยรุ่นและติดเชื้อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์, ปัญหาความรุนแรงในเด็ก และปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชน ซึ่งเกิดจากปัจจัยแวดล้อม ทั้งปัจจัยบุคคล ครอบครัว และสังคม

          โดย ภญ.ปฤษฐพร กิ่งแก้ว นักวิจัยโครงการ เปิดเผยถึงปัญหาแรกคือปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ว่า พบว่าปัจจุบันนี้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้น มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนหลายคน แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องการป้องกันและการคุมกำเนิด ทำให้เกิดโรคติดต่อ และเสี่ยงต่อการทำแท้งด้วย

          ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานกลางสารสนเทศ พบว่า ผู้หญิงอายุ 15-19 ปี มีอัตราการคลอดบุตรและจดทะเบียนมากกว่า 50 ต่อ 1,000 คน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมจำนวนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นทั้งหมดและการทำแท้งผิดกฎหมาย ขณะนี้การศึกษาของสหรัฐอเมริกาพบว่า ในประเทศมีแม่ที่อายุ 10-19 ปี คลอดบุตรราว 125,000 ราย และทำแท้งถึง 100,000 ราย ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้นอกจากกระทบต่อสุขภาพของวัยรุ่นแล้ว ยังกระทบต่อระบบเศรษฐกิจด้วย เพราะเด็กเหล่านี้ต้องขาดการศึกษา ขาดต้นทุนสวัสดิการ เสียโอกาสการทำงาน ทำให้ไม่มีรายได้ เมื่อไม่มีรายได้ก็ไม่สามารถจ่ายภาษีได้ คิดแล้วกระทบต่อระบบเศรษฐกิจกว่า 3,088 ล้านบาท

          ด้วยเหตุนี้ ภญ.ปฤษฐพร จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องร่วมกันพัฒนาศักยภาพเด็กและวัยรุ่นให้มีความรู้ทักษะการใช้ชีวิต รวมทั้งควรลงทุนพัฒนาระบบฐานข้อมูลการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้ครอบคลุมทุกจังหวัด และติดตามประเมินอยู่ตลอดเวลา

          ส่วนปัญหาที่ 2 คือ ปัญหาความรุนแรงในเด็กนั้น ผู้วิจัยระบุว่า สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบมาจากปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัว ถูกเพื่อนและสื่อต่าง ๆ ชักจูง โดยตัวเลขปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในสถานศึกษาถึง 3,723,000 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 8,500 คน เป็นผู้กระทำผิดด้วยคดีทางร่างกายต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจฯ 5,000 คน และเป็นผู้กระทำผิดคดีทางเพศต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจฯ 7,600 คน ดังนั้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต้องเร่งพัฒนาระบบ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนให้ความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดความรุนแรงซ้ำ

          นอกจากนี้ ยังพบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ติดยาเสพติดเกิดจากอยากรู้อยากลอง และส่วนหนึ่งมาจากปัญหาครอบครัว โดยจากการประเมินพบว่า ในแต่ละปีมีเด็กติดยาเสพติดกว่า 900,000 คน ติดแอลกอฮอล์ 5,247,000 คน สูญเงินไปกว่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ได้ จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 20,000-360,000 บาทต่อราย

          ขณะที่ปัญหาด้านสุขภาพจิตนั้น ภญ.ปฤษฐพร ระบุว่า จากการสำรวจพบเด็กติดเกมมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งได้ส่งผลให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น มีปัญหาทางอารมณ์ และมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ตามมา บางคนเป็นเด็กออทิสติก ทำให้ผู้ปกครองต้องเสียเงินค่าเลี้ยงดูไม่ไปน้อย ทั้งนี้ ปัญหาเด็กติดเกมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ต้องสูญเงินจากค่าใช้จ่ายในการเล่นเกมไป 1,106 บาทต่อคนต่อเดือน เท่ากับว่าใน 1 ปีต้องสูญเงินไปกว่า 30,000 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขจะต้องพัฒนาระบบคัดกรองโรคสมาธิสั้น ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ และออทิสติกในโรงเรียน รวมทั้งเชื่อมต่อกับสถานพยาบาล เพื่อติดตามผลการรักษาด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.komchadluek.net/detail/20131003/169698/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B21%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html#.Uk7kfBAh-AK-

-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380789516&grpid=03&catid=&subcatid=-

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 09, 2013, 06:26:13 AM
มานะ เลิศรักษา รปภ. แชทเฟซบุ๊กลวงสาววัย 17 ถูกจับแล้ว
-http://hilight.kapook.com/view/92021-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc2/BWBGQzaCMAAdJKu.jpg%20large.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pattamaporn/0901.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ ‏@MorningNewsTV3

            นายมานะ เลิศรักษา รปภ. แชทเฟซบุ๊กลวงสาววัย 17 หลอกไปบ้าน-ข้ามคืนเป็นศพ หลบหนีไปได้แล้ว โดยอาศัยจังหวะน้ำท่วมลุยน้ำออกหลังโรงพยาบาล ด้านแม่ของผู้ต้องหาวอนให้ลูกมอบตัว ล่าสุด นายมานะ ถูกจับแล้ว รับลงมือฆ่าเพราะกลัวฝ่ายหญิงรับไม่ได้ที่แก่และไม่รวยจริง

            จากกรณีที่แม่น้องบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ ว่าลูกสาวถูกผู้ชายชื่อ "นายมานะ เลิศรักษา" วัย 52 ปี ที่รู้จักกันในเฟซบุ๊กล่อลวงไป และพบอีกทีลูกสาวก็เป็นศพบนเตียงนอนของฝ่ายชาย สภาพศพน้ำลายไหลปนเลือด ส่วนหลังเกิดเหตุนายมานะก็กินน้ำยาล้างห้องน้ำ จนแพทย์ต้องทำการล้างท้อง ยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
   
            ความคืบหน้าล่าสุด (8 ตุลาคม 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า นายมานะที่นอนรักษาตัวเนื่องจากดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำไปนั้น ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยอาศัยจังหวะที่ญาตินำเสื้อมาเปลี่ยน เดินลุยน้ำออกทางด้านหลังโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือน้ำท่วมอยู่ พอไปตรวจสอบที่กล้องวงจรปิดก็พบว่ากล้องเสีย

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามแม่ของนายมานะ ซึ่งระบุว่า วันนั้นให้น้องชายไปตามนายมานะที่ห้อง ก็พบว่ามีคนตายอยู่ในห้อง ส่วนนายมานะก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ทราบเพียงว่าเป็น รปภ. อยู่ จ.สมุทรปราการ ล่าสุดนายมานะกลับมาร่วมงานศพพ่อ จากนั้นก็หายไปพักหนึ่ง จนกระทั่งกลับมาและก่อเหตุดังกล่าว โดยตนอยากจะบอกลูกชายว่าให้เข้ามอบตัว อย่างน้อยโทษหนักจะได้เป็นเบาและตนจะได้เบาใจด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากบอกถึงนายมานะว่า อย่าคิดจะหนีอีกและอยากให้เข้ามอบตัวเพราะความผิดจะได้เบาบางลง

            ส่วนทางด้าน นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ลงพื้นที่ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายมานะ เพื่อตรวจสอบความคืบหน้า นอกจากนี้ได้ตรวจสอบผลชันสูตรศพ พบว่าลักษณะของศพตรงคิ้วขวามีรอยแตก โดยเชื่อว่าน่าจะถูกจับกรอกยา เพราะสถาบันนิติเวชระบุว่า หลอดลมน้องบีมีรอยไหม้และพบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำตกอยู่

            พร้อมกันนี้ เมื่อตรวจสอบยังเฟซบุ๊กของน้องบีพบว่าการมีสนทนากับนายมานะประมาณ 2 เดือน ส่วนนายมานะนั้นก็ได้ใช้รูปตัวเองแต่เป็นสมัยอายุประมาณ 30 ปี ช่วงทำงานในประเทศอินโดนีเซียเป็นรูปโปรไฟล์ ซึ่งการสนทนานั้น นายมานะบอกว่ารักน้องบีมาก และอยากจะส่งเสียเลี้ยงดู

            ขณะเดียวกัน แม่น้องบีเชื่อว่าลูกสาวไม่ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน เพราะน้องบีเป็นเด็กร่าเริง ส่วนสาเหตุการตายนั้นอยากรู้ว่านายมานะฆ่าน้องบีอย่างไร และใช้วิธีไหนชักชวนน้องบีออกมา สำหรับตนนั้นรู้เพียงว่านายมานะเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊กเพียงเท่านั้น ซึ่งอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และอยากฝากเตือนผู้ปกครองทุกคนให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องเล่นเฟซบุ๊ก เพราะไม่อยากให้ลูกคนอื่นโดนหลอกเหมือนน้องบีอีก

             อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายมานะ ได้แล้ว หลังจากที่หลบหนีไปอยู่ที่บ้านญาติ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยมานะ ให้การว่า ตนคบหากับผู้ตายมาประมาณ 8 เดือน ผ่านเฟซบุ๊กและยังไม่เคยเจอหน้ากัน ซึ่งในวันที่ 3 ตุลาคม วันเกิดเหตุ ตนได้บอกกับน้องบีว่าให้มาพบตนที่ริมถนน 331 ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม โดยตนบอกว่าจะพาน้องบีไปไหว้คุณแม่ที่บ้าน จากนั้นก็พาน้องบีเข้าห้องและมีเพศสัมพันธ์กัน

             ต่อมา ช่วงดึกของวันนั้น ตนถามน้องบีว่ารักตนจริงหรือไม่ แต่น้องบีกลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไร ตนจึงบันดาลโทสะ ใช้แขนรัดคอผู้ตายจนสลบแน่นิ่งไป ก่อนที่จะหยิบน้ำยาล้างห้องน้ำมากรอกปากน้องบี ส่วนตนก็พยายามจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำตายตามไปด้วย สำหรับบาดแผลที่คิ้วของน้องบีนั้น เกิดระหว่างที่ตนใช้แขนรัดคอน้องบีทำให้คิ้วไปชนที่ขอบเตียง

             นอกจากนี้ นายมานะ กล่าวถึงสาเหตุที่ลงมือฆ่าน้องบีว่า กลัวน้องบีจะรับไม่ได้ที่ตนแก่และไม่เหมือนในภาพ อีกทั้งยังกลัวว่าทางบ้านของน้องบีจะรับไม่ได้เพราะตนไม่ได้รวยมีการงานดีตามที่ได้บอกเอาไว้

             ส่วนล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายมานะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ซึ่งแม่ของน้องบีได้เดินเข้ามาตบหน้าผู้ต้องหา 1 ครั้ง พร้อมเข้ามาถามว่ามาฆ่าลูกของเธอทำไม


รปภ. ลวงสาว 17 ไปพบ ข้ามคืนกลายเป็นศพ หลบหนีแล้ว (http://www.youtube.com/watch?v=vmnQTG7fv10#)
คลิป รปภ. ลวงสาว 17 ไปพบ ข้ามคืนกลายเป็นศพ หลบหนีแล้ว : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD ThaiTV

รปภ. ลวงสาว 17 ไปพบ ข้ามคืนกลายเป็นศพ หลบหนีแล้ว (http://www.youtube.com/watch?v=vmnQTG7fv10#)
-http://www.youtube.com/watch?v=vmnQTG7fv10-
รปภ. ลวงสาว 17 ไปพบ ข้ามคืนกลายเป็นศพ หลบหนีแล้ว


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://morning-news.bectero.com/post.php?pml=3141-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 12, 2013, 09:17:35 AM
รวบหมอดูออนไลน์สุดหื่น อ้างพาไปสะเดาะเคราะห์ ที่แท้หลอกข่มขืน
-http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/crime%20news/486330-01.jpg-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          รวบหมอดูออนไลน์สุดหื่น อ้างเป็นพาสะเดาะเคราะห์ ที่แท้หลอกเข้าโรงแรม ก่อนบังคับขืนใจ เผยทำมาแล้ว 5 ราย

          วันนี้ (11 ตุลาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาคิณ ธนวัสวัสวงษ์ หรือโอ อายุ 32 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บวรมงคล จับกุมที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า หลังจากหลอกลวงสาวอายุ 20 ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อกระทำชำเรา

          ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผู้เสียหายแจ้งว่า นายภาคิณได้ใช้วิธีลงประกาศรับดูดวงในโซเชียลมีเดีย และหากว่าสนใจก็จะมีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 2 พันบาท จากนั้นก็นัดพบกันที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ก่อนที่จะหลอกผู้เสียหายไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ที่โรงแรมม่านรูดย่านจรัญสนิทวงศ์ จากนั้นก็ใช้กำลังข่มขืนผู้เสียหาย และหยิบเงินของผู้เสียหายหลบหนีไป

          อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนรับดูดวงในลักษณะดังกล่าวมากว่า 1 ปีแล้ว โดยมีค่าดูตั้งแต่ราคา 500-2,000 บาท นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีพบว่า มีการโอนเงินจากบัญชีต่าง ๆ ผ่านเข้ามาถึง 10 ครั้ง ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเงินที่ใช้ในการดูดวง รวมถึงเจ้าตัวยังสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมากกว่า 5 ครั้งแล้ว

INN
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 12, 2013, 09:19:07 AM
ล้วงกระเป๋าสาวหลับ ภัยร้ายบนรถเมล์ ที่คุณต้องระวัง
-http://world.kapook.com/pin/5257accb38217a2264000000-

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NUEu6O-C8DI#t=20 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NUEu6O-C8DI#t=20)
คลิป ล้วงกระเป๋าสาวหลับ ภัยร้ายบนรถเมล์ ที่คุณต้องระวัง คลิปนี้เอามาเตือนภัยกันสักหน่อยครับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง เวลาโดยสารรถประจำทาง ทั้งรถไฟ รถเมล์ หากง่วงนอนจะหลับบนรถ กระเป๋าของคุณกอดไว้ให้ดีๆ ไม่งั้นจะโดนเหมือนสาวคนนี้

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NUEu6O-C8DI#t=20 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NUEu6O-C8DI#t=20)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NUEu6O-C8DI#t=20-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 12, 2013, 09:27:57 AM
เตือนภัย อย่าชะล่าใจว่าอยู่ที่สูง สาวเกือบถูกข่มขืน เหตุไม่ล็อกหน้าต่างคอนโดฯ
-http://hilight.kapook.com/view/92197-


   
เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณสมาชิกหมายเลข 769647 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม


            อันตรายมีมาทุกรูปแบบ... โดยเฉพาะอันตรายที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ที่ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจและระมัดระวังว่าภัยจะไม่มาถึงตัวแล้ว แต่ถ้าเราชะล่าใจเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ ดังเช่นเหตุการณ์ที่ คุณสมาชิกหมายเลข 769647 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  (10 ตุลาคม 2556) ที่ได้นำประสบการณ์การช่วยชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอถูกคนร้ายเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศและหวังจะข่มขืน เนื่องจากเธอไม่ได้ล็อกประตูและหน้าต่าง เพราะเธอคิดว่าคอนโดของเธออยู่สูงแล้ว....

            เตือนภัยสาวๆ อยู่หอ อยู่คนโดคนเดียว ต้องล็อกประตูหน้าต่างดีๆ เเม้จะอยู่สูงก็ตาม โดย คุณสมาชิกหมายเลข 769647 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

            "มีเรื่องระทึกใจเตือนภัยสาว ๆ อยู่หอ อยู่คอนโดคนเดียว ต้องล็อกประตูหน้าต่างดี ๆ เเม้จะอยู่สูงก็ตาม...

            เราขอใช้อันที่เเฟนเราพิมพ์ใว้ในเฟซนะคะ (เหตุเกิดเมื่อหลายเดือนมาเเล้วค่ะ )

            วันนี้มาเที่ยวเเละมาพักคอนโดเเถว ๆ พัทยา (ซื้อไว้รอขาย)  เมื่อราว ๆ เที่ยงคืน ที่ผ่านมา  มีผู้หญิงวิ่งมาเคาะตามห้องขอความช่วยเหลือ จนมาถึงห้องผม ผมเเง้มประตูถามเค้าว่า 'มีอะไรครับ' เค้าบอกมีคนปีนเข้าห้องพยายามข่มขืน ผมจึงเปิดไฟเรียกแฟนตื่นเเละเปิดประตูรับเค้าเข้าห้อง

            ก่อนที่จะออกไปหาตัวคนร้าย จากที่สอบถาม คนร้ายไม่มีอาวุธปีนเข้าหาจากระเบียงห้องข้าง ๆ ที่กำลังปรับปรุง ไม่ล็อคประตู ณ ตอนนี้ ตำรวจมาบันทึก มาตรวจ แต่ไม่เจอคนร้าย คุณผู้หญิงต้องระวังให้มาก ๆ ครับ

            ที่น่าเห็นใจเค้าเคาะตามห้องขอความช่วยเหลือมาสองชั้นไม่มีใครกล้าเปิดเลย จนผมกับ รปภ. และตำรวจเดินขึ้นไปสำรวจหาคนร้าย ห้องอื่น ๆ ถึงได้แง้มประตูออกมาดู

            ผมพิจารณาให้การช่วยเหลือเพราะเค้าตะโกนดัง เคาะตามห้อง (ผิดวิสัยมิจฉาชีพ)  ตอนแง้มถามเค้า ดูซ้ายดูขวา ว่าไม่มีใครแอบอยู่ คิดได้สองมุม  แต่จากที่เค้าตะโกนตัดข้อนี้ไป  อีกข้อที่ต้องระวัง คือ เค้าเข้าห้องเรา คดีอาจพลิกได้ง่าย ๆ แต่กรณีนี้ผมมีแฟนกับเพื่อนแฟนเป็นพยาน

            หาทุกชั้นไม่เจอ รปภ. ด้านล่างยืนยันไม่มีคนออก คิดว่าเป็นคนใน ที่สำคัญจากรูปการน้องเค้าโดนล่วงละเมิดแล้ว เพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชาย น้องเค้าจึงไม่กล้าบอก ที่น่าเป็นห่วงคือ หลักฐานทางกายภาพมันอยู่ได้ประมาณ แค่ 48 ชั่วโมง ถ้าไม่ไปตรวจร่างกายก็ตกไปเรื่องคดี

            ตอนนี้น้องเค้ายอมพูดกับแฟนผม  เลยพากันมาแจ้งความเพิ่มเติม กำลังตรวจร่างกายครับ คดีก็จะแรงขึ้น ส่วนเรื่องรายละเอียดก็จะเป็นความลับครับ

            สิ่งหนึ่งที่สำคัญ หากมีคนร้องขอความช่วยเหลือ หรือมีเสียงตึงตัง โปรดสละเวลาซักนิดหยิมโทรศัพท์โทรแจ้ง 191 หรือ โทรแจ้ง สน. พื้นที่ ก็ยังดีครับ เพราะการที่เรานิ่งเฉยนั่นอาจหมายถึงชีวิตของคนอีกคนหนึ่งครับ

            ** หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะคะ **"
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 13, 2013, 10:42:59 AM
รวบหนุ่มอ้างตัวเป็นดารา คุยไลน์ลวงสาวมาข่มขืนก่อนลักทรัพย์
-http://hilight.kapook.com/view/92218-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          รวบหนุ่มอ้างตัวเป็นดารา คุยไลน์ลวงสาวมาข่มขืนก่อนลักทรัพย์ ก่อเหตุมาร่วม 7 ครั้งแล้ว เจ้าหน้าที่เตือนประชาชน อย่าหลงเป็นเหยื่อมิจฉาชีพใช้สังคมออนไลน์ทำผิดกฎหมาย

          เมื่อเวลา 14.00 น.วานนี้ (12 ตุลาคม 2556) พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมชุดสืบสวนแถลงจับกุม นายฐิติ แก้วสว่าง อายุ 39 ปี อดีตช่างไฟฟ้าเทศบาลเมืองคลองหลวง ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและฉ้อโกง พร้อมของกลางเป็นกระเป๋า 10 ใบ, โทรศัพท์ซัมซุงกาแล็กซี่ 1 เครื่อง, ไอโฟน 5 จำนวน 2 เครื่อง, ไอโฟน 4 จำนวน 2 เครื่อง และเงินสดอีกจำนวน 38,000 บาท โดยมีผู้เสียหาย 4 คนแจ้งความกับ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ว่ามีทรัพย์สินหายไป 12 รายการ รวมราคา 125,700 บาท

          โดย นายฐิติ ผู้ต้องหาสารภาพว่า ใช้วิธีแชทในระบบไลน์ โดยใช้รูปภาพและชื่อของ นายเกียรติศักดิ์ จรัสมาส หรือ บิ๊ก ดารานายแบบ แล้วเลือกจากสาว ๆ ที่หน้าตาดีโดยเฉพาะนักศึกษา ใช้วิธีชวนพูดคุยจนเหยื่อตายใจก่อนนัดพบโดยออกอุบายว่าจะให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นกะเทยไปพบก่อน เมื่อผู้จัดการตรวจดีแล้วว่าไม่มีกล้องถ่ายรูปหรือเครื่องบันทึกเสียงก็จะเข้าไปพบ ซึ่งตนจะหลอกเหยื่อไปตามโรงแรมต่าง ๆ ลวงให้เหยื่อถอดเสื้อผ้าแล้วก็ลวนลามและข่มขืน ต่อมาก็บอกให้เหยื่อรอโดยตนจะเก็บกระเป๋าและโทรศัพท์ไว้ก่อนแล้วจึงหลบหนี ทั้งนี้ได้ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 7 ครั้ง

          ด้าน พ.ต.อ.ตระกูล เผยว่า พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้เป็นภัยต่อสังคมมาก เมื่อหลอกผู้เสียหายจนมาพบแล้วจะลงมือลวนลามและลักทรัพย์ทุกคน จึงขอฝากถึงประชาชนว่าในสังคมออนไลน์ จะมีคนร้ายแอบใช้เป็นเครื่องมือในการทำผิด กฎหมาย อย่าไปหลงเชื่อ เพราะอาจจะเสียทรัพย์สินหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1381624344&grpid=03&catid=&subcatid=-


จับหนุ่มแสบอ้างเป็นดารา 7 สี หลอกฟัน-ลักทรัพย์นักศึกษานับสิบ
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1381624344&grpid=03&catid=&subcatid=-

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ต.ค. พ.ต.อ ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก. สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมชุดสืบสวนแถลงจับกุม นายฐิติ แก้วสว่าง อายุ 39 ปี อดีตช่างไฟฟ้าเทศบาลเมืองคลองหลวง อยู่บ้านเลขที่ 51/11ม16 ต.คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและฉ้อโกง พร้อมของกลางเป็นกระเป๋า 10 ใบ โทรศัพท์ซัมซุงกาแล็กซี่ 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน 5 จำนวน 2 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน 4 จำนวน 2 เครื่อง เงินสดอีกจำนวน 38000 บาท โดยมีผู้เสียหาย 4 คนแจ้งความกับ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ว่ามีทรัพย์สินหายไป 12 รายการ รวมราคา125,700 บาท

นายฐิติ ผู้ต้องหาสารภาพว่า ใช้วิธีแชตในระบบไลน์โดยเลือกจากสาวๆ ที่หน้าตาดีโดยเฉพาะนักศึกษาโดยใช้รูปภาพและชื่อของนายเกียรติศักดิ์ จรัสมาส หรือ บิ๊ก ดารานายแบบ ใช้วิธีชวนพูดคุยจนเหยื่อตายใจจึงนัดพบโดยออกอุบายว่าจะให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นกะเทยไปพบก่อนเมื่อผู้จัดการตรวจดีแล้วไม่มีกล้องถ่ายรูปหรือเครื่องบันทึกเสียง ตัวดาราจะเข้าไปพบซึ่งตนจะหลอกเหยื่อไปตามโรงแรมต่างๆ โดยให้เหยื่อถอดเสื้อผ้าเมื่อสบโอกาสจะลวนลามและข่มขืน ต่อมาก็บอกให้เหยื่อรอโดยตนจะเก็บกระเป๋าและโทรศัพท์ไว้ก่อนแล้วจึงหลบหนี โดยก่อเหตุมาประมาณ 7 ครั้ง

ด้าน พ.ต.อ ตระกูล กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้เป็นภัยต่อสังคมมากเมื่อหลอกผู้เสียหายจนมาพบแล้วจะลงมือลวนลามและลักทรัพย์ทุกคน จึงขอฝากถึงประชาชนว่าในสังคมออนไลน์ จะมีคนร้ายแอบใช้เป็นเครื่องมือในการทำผิด กฎหมาย อย่าไปหลงเชื่อ เพราะอาจจะเสียทรัพย์สินหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  (ที่มา:ข่าวสดออนไลน์)


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 17, 2013, 09:48:16 PM
ลุงแท้ๆ ข่มขืนหลานสาววัย 7 ขวบพร้อมเพื่อน ป.2 คาเปลใต้ถุนบ้าน

-http://news.sanook.com/1264333/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B9%86-%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-7-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%9B.2-%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/-



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (16 ตุลาคม) เกิดเหตุสะเทือนใจคนทั้งหมู่บ้านที่ ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย จากกรณีลุงข่มขืนหลานสาวแท้ๆ อายุแค่ 7 ขวบ พร้อมกับเพื่อนนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน โดยล่าสุดญาติของเด็กหญิงทั้ง 2 ราย ได้พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พร้อมขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว

ญาติเด็กหญิงรายหนึ่ง เปิดเผยว่า คนก่อเหตุชื่อนาย ป. อายุ 48 ปี รูปร่างอ้วนใหญ่มีลูกแล้ว 2 คน เป็นลุงแท้ๆของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 ส่วนเหยื่ออีกรายเป็นเพื่อนกับน้องเอ ชื่อ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนเดียวกันและมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กัน โดยน้องเออาศัยอยู่กับปู่ย่าและพ่อที่เลิกกับแม่แล้ว ส่วนน้องบีอาศัยอยู่กับย่าเพียงลำพัง พ่อแม่ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว นาย ป. ได้ไปดักรอเรียกน้องบีระหว่างทางไปโรงเรียน แล้วใช้เงินหลอกล่อมาข่มขืนจนถึงปัจจุบันรวม 9 ครั้ง ส่วนน้องเอหลานสาวแท้ๆ ถูกกระทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือนตุลาคม นาย ป. ได้ลงมือข่มขืนเด็กหญิงทั้ง 2 คนพร้อมกันในเปลใต้ถุนบ้านของน้องเอ ทั้งที่มีปู่กับย่าอยู่บนบ้านด้วย

ญาติน้องเอเล่าอีกว่า เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย หลังจากครูในโรงเรียนสังเกตเห็นน้องบีมีเลือดไหลเปื้อนที่หว่างขา และน้องบีได้เล่าความจริงให้นักเรียนรุ่นพี่ ป.6 ฟัง จนข่าวแพร่สะพัดมาถึงผู้ปกครองเด็ก จึงได้พากันไปตรวจร่างกายและแจ้งความไว้ที่โรงพัก ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด

"ตอนนี้นาย ป. ก็อาศัยอยู่ที่บ้าน ไม่ได้หลบหนีไปไหน แล้วยังพูดอย่างไม่สะทกสะท้านด้วยอีกว่า ก็ทำไปแล้วจะให้ทำยังไง" ญาติ ด.ญ.เอ เผย

-----------------------------------------------------



ต้องรุมกระทืบ ให้นอนที่ไอซียู

แล้วบอกว่า "ก็ทำไปแล้วจะให้ทำยังไง"

แล้วต้องนำรูปไอ้เห้ ออกมาให้คนเขารู้กัน

.


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 18, 2013, 11:12:24 PM
รวบแล้ว! หนุ่มใหญ่มอมยารูดทรัพย์คนไข้รพ.รามา

-http://news.sanook.com/1264588/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%9E.%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2/-


(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/252/1264588/67389731b3bf6ff01e15bba531bb04fd.jpg)


นครบาล ลั่น รวบแล้วหนุ่มใหญ่มือมอมยารูดทรัพย์คนไข้ ร.พ.รามาฯ พร้อมแถลงสื่อพรุ่งนี้ 10.00 น.
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุมอมยารูดทรัพย์คนไข้ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้แล้ว
โดยสามารถจับกุมได้ที่ จ.ตราด และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะที่จากการสอบถามไปยัง พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดการจับกุมครั้งนี้ โดยระบุเพียงว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการแถลงข่าวร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามา วันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คนร้ายได้เข้าไปตีสนิทคนไข้ภายในโรงพยาบาลรามา จากนั้นได้ใช้สารไซลาซีน มอมยาหญิงชราวัย 69 ปี และรูดทรัพย์มูลค่ากว่า 14,000 บาท แล้วหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว




-http://news.sanook.com/1264588/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%9E.%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2/-



-----------------------------------



น่าจะกระทืบก่อนเอาเข้าคุก พวกระย...แบบนี้
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 19, 2013, 08:51:21 AM
พ่อม่ายเมาหื่น ลวงเพื่อนลูกสาววัย 14 ข่มขืน

-http://news.sanook.com/1264625/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-14-%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-


(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/252/1264625/d4t.jpg)

(18 ตุลาคม) พ.ต.ท.ประเสริฐ ธรรมชัย สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เข้าจับกุม นายสมควร แสนมาตย์ อายุ 36 ปี ชาว จ.อุดรธานี ได้ที่หน้าบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในตัวเมือง ข้อหา "กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม" โดยจับตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ต.ค.ที่บ้านของนายสมควร ฯ โดยมี ด.ญ.หน่อย นามสมมติ เหยื่อวัย14 ปี ชี้ให้จับกุม

พ.ต.ท.ประเสริฐ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 3 ต.ค. นางนิด นามสมมุติ อายุ 36 ปี ราษฎรตำบลหนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นำ ด.ญ.หน่อย บุตรสาวเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.บรรจง ชาสังข์ พงส.ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี ว่าลูกสาวตนถูกนายสมควรฯ พ่อของเพื่อน ที่เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกันในตัวเมืองอุดรฯ ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราในห้องนอน ที่บ้านของนายสมควรฯ

นางนิด ให้การว่า ด.ญ.หน่อย ลูกสาวตนมาเรียนหนังสือและพักอยู่กับป้าในตัวเมืองอุดรฯ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ลูกสาวตนได้ไปเที่ยวเล่นที่บ้านกับลูกสาวนายสมควร และขณะที่ ลูกสาวของนายสมควรออกไปซื้อของที่ตลาด ปล่อยให้ด.ญ.หน่อยนอนเล่นอยู่ในห้องคนเดียว นายสมควรที่เมาเหล้าขาวและเบียร์เดินมาถึงบ้าน และเมื่อเห็นลูกสาวอยู่คนเดียวก็เกิดอารมณ์หื่นจึงได้ใช้อุบายหลอกให้ ด.ญ.หน่อยไปเอาโทรศัพท์มือถือของนายสมควรในห้องนอนให้

ขณะที่ ด.ญ.หน่อย เข้าไปในห้องนอน นายสมควรก็บุกจู่โจมเข้าแล้วใช้มือปิดปาก ด.ญ.หน่อยไม่ให้ร้องส่งเสียงดัง ก่อนลงมือข่มขืนแต่ไม่สำเร็จความใคร่เพราะเด็กหญิงร้องด้วยความเจ็บปวดและต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ และอาศัยจังหวะคว้าเสื้อผ้าวิ่งหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมตำรวจชุมชนหนองขอนกว้าง ผลตรวจร่างกายแพทย์ระบุว่า มีเลือดไหลออกทางช่องคลอด ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมนายสมควรมาดำเนินคดี

จากการสอบสวนนายสมควร ให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นกรรมกรแบกหามส่งสินค้าของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรฯ เป็นพ่อม่ายเมียทิ้งมาร่วม 10 ปี ก่อนเกิดเหตุ หลังจากเลิกงานได้ดื่มเหล้าขาว และเบียร์กับเพื่อนร่วมงานจนเมา และเมื่อกลับบ้านเห็น ด.ญ.หน่อยฯ อยู่ตามลำพัง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนใช้อุบายลวงเพื่อข่มขืน หลังจากเกิดเหตุตนได้เดินทางไปส่งสินค้าที่ จ.เลย และจังหวัดใกล้เคียงไม่ค่อยได้กลับบ้านพัก กระทั่งขณะนั่งดื่มสุรากับเพื่อนร่วมงานที่หน้าบริษัท ก็มาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

(ขอบคุณที่มาจาก ข่าวสดออนไลน์)

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 01, 2013, 10:25:34 PM
รวบร่างทรงเก๊ ทำทีเป็นกะเทย ลวงนักศึกษาสาวข่มขืนกว่า 20 ราย
-http://hilight.kapook.com/view/93015-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/inn/0938fa74b7dbb4df2fb35489a79.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

           ชายวัย 30 ปี แสดงตนเป็นกะเทย อ้างเป็นร่างทรง-แมวมอง ล่อลวงนักเรียนและนักศึกษาหญิงกว่า 20 ราย ไปช่วยทำพิธีบายศรี ก่อนฉวยโอกาสลงมือข่มขืน

           เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันนี้ (1 พฤศจิกายน 2556) พล.ต.ต.กริช กิตติลือ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายยุทธชัย หรือ ยุทธพงษ์ หงส์หิรัญ อายุ 30 ปี ชาว จ.พะเยา ผู้ต้องหาก่อคดีพรากผู้เยาว์ และข่มขืนนักศึกษาหญิง หลังจากนักเรียนชั้น ม.6 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีหญิงสาวเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ถึง 3 คน

           สำหรับพฤติกรรมของ นายยุทธชัย พบว่า มักแสดงตนเป็นกะเทย อ้างว่ามีอาชีพเป็นแมวมองเพื่อชักชวนหญิงสาวไปเป็นดารา-นักแสดง หรือบางครั้งก็แสร้งทำเป็นร่างทรง เพื่อหลอกเหยื่อซึ่งเป็นนักเรียน-นักศึกษาหญิงที่ค่อนข้างเรียบร้อย มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด หรือเป็นเด็กที่ต้องการหาเงินเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน โดยชักชวนให้มาทำงานบายศรี ก่อนออกอุบายว่าจะดูดวงให้ แต่ต้องมีพิธีสำรวจร่างกายและลงนะหน้าทองก่อน ซึ่งเหยื่อหลายคนก็หลงเชื่อ เพราะคิดว่า นายยุทธชัย เป็นกะเทย

           โดยในตอนทำพิธีและทำท่าว่ากำลังเข้าทรงอยู่นั้น นายยุทธชัยจะฉวยโอกาสทำการล่วงละเมิดทางเพศกับเหยื่อจนสำเร็จความใคร่ โดยหลังจากนั้นก็จะอ้างกับเหยื่อว่า ไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นความต้องการของเทพเจ้า แต่เหยื่อหลายคนรู้สึกอับอาย จึงไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี นายยุทธชัยที่รู้สึกย่ามใจ ได้ล่อลวงให้เหยื่อไปทำพิธีต่อเรื่อย ๆ โดยอ้างเรื่องภยันอันตราย เคราะห์ร้ายต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อเกรงกลัว รวมทั้งเรียกร้องเงินตามที่ต้องการ

           ทั้งนี้ มีนักเรียนและนักศึกษาหญิงตกเป็นเหยื่อ ไม่ต่ำกว่า 20 ราย เหยื่อบางรายถึงขั้นต้องไปทำแท้ง และติดกามโรค หากเหยื่อรายไหนไม่ยอมจนเกิดเป็นคดีความขึ้นมา นายยุทธชัยก็จะต่อสู้คดี จนหลุดคดีข่มขืน ทว่าหากคดีไหนมีแนวโน้มว่าจะสู้ไม่ได้ นายยุทธชัยก็จะย้ายสำนักไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในครั้งนี้


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE16STNOekUxTXc9PQ==&subcatid=-

(http://www.khaosod.co.th/online/2013/11/13832771531383277389l.jpg)

-http://news.springnewstv.tv/38057/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%99%E0%B8%A8-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99-



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 09, 2013, 06:04:24 PM
จับหนุ่มพม่าดักทำร้ายสาววัย 17 ลงบ่อน้ำ หวังข่มขืน
-http://hilight.kapook.com/view/93348-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/Kanistha/news_2.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

           จับหนุ่มพม่าดักทำร้ายสาววัย 17 ลงบ่อน้ำ ต่อย-บีบคอหวังข่มขืน ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 รายหลบหนีไปได้

           เมื่อคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556  เกิดเหตุสองหนุ่มดักทำร้าย น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี โดยเหตุเกิดที่ป่าบริเวณถนนเชียงราก-บางขัน ม.7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โชคดีที่มีชาวบ้านช่วยไว้ทัน และจับคนร้ายได้ 1 คน คือ นายโจเนะ อายุ 26 ปี สัญชาติพม่า ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปได้ จึงแจ้งให้ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับทราบ

           ต่อมา ร.ต.อ.วัชรพงษ์ เทียนประถัมภ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลอง พร้อมชุดไฟสว่างและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พบ น.ส.บี (นามสมมติ) มีร่องรอยการถูกทำร้าย ส่วนที่คอมีรอยเขียวช้ำทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

           ขณะที่ น.ส.บี กล่าวว่า ตนกำลังกลับบ้านเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นคนร้ายจำนวน 2 คนเดินตามมา และบอกกับตนว่าจะไปส่งที่บ้าน แต่ตนบอกว่าไม่เป็นไร แต่คนร้ายก็ไม่ฟังกลับกระชากตนลงไปในบ่อน้ำข้างทาง และเอามือมาบีบที่คอ พร้อมกับต่อยเข้าที่ใบหน้า ตนจึงได้ร้องเรียกให้คนช่วยและมีชาวบ้านช่วยทัน

           ขณะที่ นายโจเนะ ตอนแรกยังให้การไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่ในอาการมึนเมา แต่ต่อมาก็ยอมรับสารภาพว่าพยายามจะข่มขืนผู้เสียหายจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ข่าวสด
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 20, 2013, 09:59:56 PM
รวบหนุ่มแชทเฟซบุ๊ก ลวงเด็ก ม.ต้น ข่มขืนในม่านรูด รับทำหลายครั้ง
-http://hilight.kapook.com/view/93756-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pailin_p/news-01/495731-01.jpg)



รวบหนุ่มพนง.รร.ลวงเด็กม.ต้นข่มขืนม่านรูดปี55 (ไอเอ็นเอ็น)

          รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม แชทเฟซบุ๊ก ลวงเด็ก ม.ต้น ข่มขืนม่านรูดปี 55 สารภาพทำหลายครั้ง อ้างให้สินบนเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกจับ

          เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว นายคมสันต์ นนทกลิ่น อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี โดยจับกุมได้ที่ปากซอยนวมินทร์ 141 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม

          สืบเนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ผู้ต้องหาซึ่งทำงานเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เล่นเฟซบุ๊ก ทำความรู้จักกับ ด.ญ.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม. จากนั้น ได้นัด ด.ญ.เอ๋ โดยอ้างว่า อยากเจอและพาไปเลี้ยงข้าวในวันคล้ายวันเกิด และพาเข้าโรงแรมม่านรูดบังคับข่มขืน ก่อนหลบหนีไปอาศัยอยู่กับญาติเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น นายญาณวุฒิ เมืองมูล เข้าทำงานเป็นเซลล์ขายรถแท็กซี่ที่ย่านนวมินทร์ กระทั่งมาถูกชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

          เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง โดยอาศัยการเล่นเฟซบุ๊กอยู่เป็นประจำ และหลอกลวงเหยื่อลักษณะเดียวกันหลายครั้ง ส่วนคดีนี้อ้างว่าได้ให้สินบนเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้ถูกออกหมายจับด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

ไอเอ็นเอ็น
(http://hilight.kapook.com/img_cms2/logo/inn_logo.jpg)


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 23, 2013, 03:51:05 PM
บัดซบมาก


---------------------------------------------------------------

แม่ใจสลาย! ผัวข่มขืนลูกแท้ๆ ความแตกคืนลอยกระทง

-http://news.sanook.com/1332979/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B9%86-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%87/-



(23 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว นายศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง อายุไม่เกิน 15 ปี หลังภรรยาเข้าแจ้งความให้จับสามี เพราะความแตกทราบว่าข่มขืนลูกแท้ๆ ของตัวเอง

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (22 พ.ย.) นางก้อย (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการจับกุมสามี เนื่องจากสามีก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.เนย (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ลูกสาวแท้ๆ และเพิ่งมาทราบว่า ข่มขืนมาแล้วกว่า 3 ปีเต็ม

นางก้อย ได้ให้การว่า อาศัยอยู่กินกับ นายศักดิ์ มากว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ด.ญ.เนย เป็นลูกสาวคนโต และมีลูกชายอีกคน เมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา หลังจากครอบครัวกลับจากไปลอยกระทง นายศักดิ์ ได้ขอร่วมหลับนอนด้วย แต่ตนปฏิเสธ เพราะรู้สึกไม่สบาย สามีไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมง ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเสียงดังว่า "พ่อ!!" ตนจึงลุกขึ้นไปดูที่ห้องลูกสาว ปรากฎว่าพบเห็นสามีกำลังพยายามลวนลามลูกสาวอยู่ นางก้อย จึงได้พา ด.ญ.เนย ไปอยู่ที่บ้านตายาย คาดคั้นให้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง และก็ต้องตกใจ เมื่อทราบว่า ลูกสาวถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนและล่วงเกินในลักษณะนี้มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทุกครั้งพ่อจะขู่ทำร้ายและสั่งห้ามไปบอกใคร ส่วนผลการตรวจร่างกายของ ด.ญ.เนย พบร่องรอยก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศ อวัยวะเพศบวมแดงและฉีกขาด

ขณะที่ทางด้าน นายศักดิ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันที่จะให้การแต่ในชั้นศาลเท่านั้น ก่อนที่ทางญาติฝ่ายของนายศักดิ์จะนำหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัว แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการข่มขู่คู่กรณีและมีผลต่อรูปคดี จึงได้นำตัวฝากขังศาลต่อไป
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 08, 2013, 10:46:35 AM
รวบหนุ่มหื่นบุกข่มขืนหญิงเจ้าของหอพัก เหยื่อฮึดสู้กัดลิ้นเลือดอาบ

-http://hilight.kapook.com/view/94437-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/13862926051386292839l.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/13862926051386292847l.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด
 
            หนุ่มหื่นพยายามก่อเหตุข่มขืนหญิงเจ้าของหอพัก แม้ถูกรวบคาหนังคาเขาและมีร่องรอยถูกกัดลิ้นจนเลือดอาบ แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับสารภาพ

            เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันนี้ (6 ธันวาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากสายตรวจว่า ชาวบ้านได้ร่วมกันจับกุมตัวคนร้ายก่อเหตุพยายามข่มขืนไว้ได้ เหตุเกิดที่ซอยพหลโยธิน 83 หมู่ที่ 13 ต.คูคต อ.ลำลูกกา เป็นห้องเช่าประมาณ 10 ห้อง

            จากการสอบสวน นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเช่าดังกล่าว เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ตนกับเพื่อน ๆ ได้นั่งดื่มเหล้าแก้หนาวกันที่บ้านหลังนี้ ต่อมาในช่วงเวลา 02.30 น. เพื่อนของตนได้เรียกผู้ต้องหาเข้ามาดื่มด้วย ตนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเคยเห็นผู้ต้องหาอยู่ในละแวกนี้ แต่ไม่ทราบว่าทำงานอะไร พอนั่งดื่มกันจนถึงเวลาประมาณ 03.00 น. ก็พากันแยกย้ายกลับ โดยไม่ทราบว่าผู้ต้องหาลุกไปตอนไหน

            จากนั้นตนได้ปิดบ้านและขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอน แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินคนเรียกชื่อตน 2 ครั้ง จึงลงมาดูที่ชั้นล่าง จนพบผู้ต้องหาเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ และพยายามข่มขืนตนด้วย เมื่อตนร้องขอความช่วยเหลือ ผู้ต้องหาพูดแค่ว่า ผมขอ พร้อมจูบที่ปาก ตนจึงกัดลิ้นผู้ต้องหาจนเลือดออก ส่วนลูกบ้านได้ยินเสียงร้องก็เข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา และโทรแจ้งตำรวจเพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน จนทราบชื่อ คือ นายศักดิ์ชัย คำเงิน อายุ 36 ปี เป็นชาวเชียงราย

            ทั้งนี้ นายสรพงค์ สายสิน อายุ 30 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ลูกบ้านที่ให้ความช่วยเหลือนางน้อย เล่าว่า ตนได้ยินเสียงเจ้าของบ้านเช่าร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้ขึ้นมาดู จนพบผู้ต้องหากำลังคร่อมร่างนางน้อยและใช้มือบีบลำคอนางน้อยอยู่ ซึ่งขณะนั้นผู้ต้องหาไม่ได้สวมเสื้อ ตนจึงวิ่งมาบอกเพื่อนที่เช่าห้องอยู่ด้วยกัน ก่อนช่วยกันจับกุมผู้ต้องหา และโทรแจ้งตำรวจ

รวบหนุ่มหื่นบุกข่มขืนหญิงเจ้าของหอพัก เหยื่อฮึดสู้กัดลิ้นเลือดอาบ

            ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ทั้งที่ลิ้นมีรอยถูกกัดและมีเลือดออก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้ง 3 ข้อหา คือ บุกรุกเคหสถานในยามวิกาล กระทำอนาจาร และทำร้ายร่างกาย พร้อมส่งตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qSTVNall3TlE9PQ==&subcatid=-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2013, 08:07:42 AM
งามหน้า! หนุ่มไทยข่มขืนสาวออสซี่ อาสามูลนิธิสัตว์ชื่อดัง

-http://news.sanook.com/1353330/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87/-


(9 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้รับแจ้งประสานงานจาก นายเอ็ดวิน วิค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ซึ่งพา น.ส.เอ็มม่า (นามสมมติ) อายุ 27 ปี อาสารสมัครมูลนิธิฯ ชาวออสเตรเลีย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกข่มขืนกระทำชำเราระหว่างทางกลับที่พัก

นายเอ็ดวิน เปิดเผยว่า น.ส.เอ็มม่า เป็นอาสาสมัครเข้ามาดูแลสัตว์ภายในศูนย์อนุรักษ์ ป่าเขาลูกช้าง ทำงานมาได้ 2 เดือนกว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์งานวันเกิดของตน เมื่องานเลี้ยงเลิก น.ส.เอ็มม่า ได้เดินเท้ากลับที่พัก แต่ออกไปศูนย์อนุรักษ์ไปได้ 300 เมตร ปรากฏว่าถูกพนักงานชายไทยในศูนย์อนุรักษ์ ใช้กำลังทำร้ายและบังคับข่มขืนกระทำชำเรา จนสำเร็จความใคร่ ต่อมาทราบว่าคือ นายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี

ทั้งนี้ นายเอ็ดวิน ยังให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ นายยงยุทธ หายตัวไปช่วงเดียวกันที่ น.ส.เอ็มม่า เดินกลับที่พัก อีกทั้งได้รับแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์จอดซุ่มดูบางอย่างแบบผิดปกติ ตนกับอาสาสมัครคนอื่นๆ จึงได้ออกไปตรวจสอบ ก่อนจะพบเห็น นายยงยุทธ วิ่งเปลือยล่อนจ้อนหายเข้าไปในป่าและหลบหนีหายไป

ภายหลังจากเกิดเหตุ น.ส.เอ็มม่า ตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย จึงได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนจะให้กลับมาสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อตามหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นทราบว่า นายยงยุทธ เข้ามาทำงานกับมููลนิธิได้ราวๆ 7 เดือน หลังเกิดเหตุได้หายตัวไปจากศูนย์อนุรักษ์ฯ คาดว่าน่าจะยังพบหนีอยู่ในพื้นที่

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา สภ.ท่าไม้รวก ได้เปิดเผยว่า นายยงยุทธ ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง จึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินการสอบสวน เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายผู้อื่น ก่อจะนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดเพชรบุรีอีกครั้งต่อไป

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 10, 2013, 05:18:02 PM
จับโจ๋วัย 18 ปีนห้องบุกปล้ำทีมงานสาวรายการทีวี ที่ จ.ลำปาง
-http://hilight.kapook.com/view/94593-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/13865674361386567461l.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

            โจ๋วัย 18 ปี บุกปล้ำทีมงานสาวรายการทีวีดังที่ จ.ลำปาง แต่ไม่สำเร็จ มีคนช่วยเหลือได้ทัน คนร้ายหนีไป ก่อนถูกจับกุมในสภาพเปลือย

            เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (9 ธันวาคม 2556) มีรายงานเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักเลขที่ 111 ของแมนชั่นแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ก่อนก่อเหตุพยายามข่มขืนหญิงสาวผู้พักอยู่ในห้องดังกล่าว โดยมีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน คนร้ายจึงหลบหนีไปทางถนนชุมชนบ้านดงไชยในสภาพเปลือยกาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้บริเวณสนามบาสเกตบอล โดยชายคนดังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่มสีน้ำเงินคลุมร่างกาย บริเวณลำตัวมีบาดแผลหลายแห่ง และมีเลือดไหลโดยเฉพาะบริเวณขาทั้งสองข้าง

            ต่อมาทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี อยู่ ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ระหว่างที่จับกุมนายเอ ได้ขัดขืนและร้องเรียกหาแม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยังที่เกิดเหตุ น.ส.พิม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย ก็ยืนยันว่า นายเอ คือชายที่บุกเข้าไปในห้องของตนจริง พร้อมเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนเดินทางจาก กทม. มาถึงลำปาง เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. และเข้าพักที่ห้องดังกล่าว จากนั้นเวลาประมาณ 05.00 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นแอบปีนระเบียงและเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก โดยเมื่อเธอรู้ตัวคนร้ายก็เปลือยกายขึ้นมานั่งคร่อมและบีบคอเธออยู่ จึงพยายามดิ้นและร้องให้คนช่วย จากนั้นคนร้ายก็เอาเสื้อมาอุดจมูก เธอจึงเอาศอกกระแทกน้องชายซึ่งนอนคลุมโปงอยู่ข้าง ๆ เมื่อน้องชายเห็นก็เข้ามาช่วยจนเกิดการชกต่อยกันกับคนร้าย แล้วคนร้ายก็วิ่งหนีออกไปในสภาพเปลือยกาย พวกเธอจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

            ด้าน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งเดินทางมาร่วมตรวจที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ที่ตนมาดูที่เกิดเหตุ เพราะผู้เสียหายเป็นทีมงานของรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาเป็นแขกของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอเคยต้องคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมประพฤติ ทั้งนี้ เรื่องความผิดก็คงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย


รวบไอ้หื่น!! บุกข่มขืน สาวฮึดสู้ วิ่งหนี ล่อนจ้อน (http://www.youtube.com/watch?v=D0gcNodeOpU#ws)
คลิป รวบไอ้หื่น!! บุกข่มขืน สาวฮึดสู้ วิ่งหนี ล่อนจ้อน : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD Thaitv (Official)


รวบไอ้หื่น!! บุกข่มขืน สาวฮึดสู้ วิ่งหนี ล่อนจ้อน (http://www.youtube.com/watch?v=D0gcNodeOpU#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=D0gcNodeOpU-

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qVTJOelF6Tmc9PQ==&catid=04-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 30, 2013, 10:28:08 AM
ล่าไอ้แบงค์! แชตเฟซบุ๊กลวงสาว 17 หายจากบ้าน

-http://news.sanook.com/1392089/%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-17-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/-


(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/278/1392089/6.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

วันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.บรรจง ชาสังข์ พงส.ผนพ.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากแม่วัย 51 ปี ชาว อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ว่าลูกสาววัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกนายแบงค์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊กล่อลวงออกจากบ้านพักไปตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นไม่สามารถติดต่อกันได้

ผู้ปกครองรายดังกล่าวให้การว่า ลูกสาวบอกเพียงว่าจะไปหานายแบงค์ที่ห้างบิ๊กซีสาขาอุดรธานี โดยแต่งตัวด้วยชุดกางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีส้ม คลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีเขียวอ่อน สวมรองเท้าแตะรัดข้อมีส้นสูง สวมแหวนทองที่มือซ้าย สะพายกระเป๋าสีชมพู โดยในช่วงเย็นยังติดต่อกันทางโทรศัพท์มือถือได้ โดยลูกสาวบอกว่านายแบงค์และเพื่อนบังคับให้ไปอยู่ในหอพักหลังตลาดผ้าโบ๊เบ๊ ถนนรอบเมือง ห่างจากบิ๊กซีประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้นโทรศัพท์มือถือถูกปิดเครื่องไป ทำให้เชื่อว่าลูกสาวถูกล่อลวงไปทำอนาจาร จึงรีบเข้าแจ้งความดังกล่าว

ต่อมาร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ พิมพ์กิรติ และร.ต.ท.คมกริช ศรีหริ่ง รอง สว.สส. นำกำลังพร้อมภาพถ่ายของนักเรียนสาววัย 17 ปี รายดังกล่าว ไปตรวจสอบตามหอพักหลังตลาดผ้าโบ๊เบ๊ ตามคำให้การของผู้ปกครอง เบื้องต้นยังไม่พบตัว แต่สอบปากคำพยานในพื้นที่ให้การว่า พบเห็นนายแบงค์และเพื่อนอายุใกล้เคียงกันอีก 2 คน ขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนมารับนักเรียนสาวคนดังกล่าวไปตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์เผยว่า เบื้องต้นนำข้อมูลที่ได้รับจากผู้ปกครองนักเรียนสาวที่เข้า เป็นชื่อในเฟซบุ๊กว่า ′ชายแบงค์โสด′ ไปตรวจสอบพบข้อมูลระบุในเฟซบุ๊กดังกล่าวว่า เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.กำแพงเพชร ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงราย และมาจาก จ.ชลบุรี ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นข้อมูลจริง หรือเป็นข้อมูลที่ใช้สำหรับล่อลวงหญิงสาวทางเฟซบุ๊ก

ร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นำภาพของนายแบงค์ประสานไปตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบประวัติ เนื่องจากมีใบหน้าคล้ายแก๊งทวงหนี้จาก จ.ชลบุรี ซึ่งเข้ามาหากินอยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี และมีพฤติกรรมล่อลวงหญิงสาวไปเพื่อทำอนาจาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใช่รายเดียวกันหรือไม่ นอกจากนั้นยังจะประสานไปยังทางท้องที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร ที่นายแบงค์ระบุว่าเป็นนักศึกษาอยู่ที่นั่นด้วย เพื่อดำเนินการเร่งสืบสวนหาตัวนักเรียนสาวที่ถูกล่อลวงไปกลับมาให้เร็วที่สุด

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสด
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE9ESXpNVEV4TVE9PQ==&subcatid=-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 02, 2014, 08:46:56 PM
สุดโคตรบัดซบมาก

แบบนี้ ต้องจับตาย

-----------------------------------------------------------------------

เพื่อนหื่นหลอกแฟนสาวพระเพิ่งบวช มอมยา-ลากไปข่มขืน

-http://hilight.kapook.com/view/95587-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/news_89.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD Thaitv (Official) สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ชายหื่นวางยา-ข่มขืนแฟนสาวเพื่อนซึ่งกำลังบวชพระแก้บน หลวงพี่เอะใจตามมาช่วย โร่แจ้งความตามจับคนร้ายทันที

            เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ถูกวางยาแล้วข่มขืน จนเกิดอาการชักน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว

            จากการสอบถามพระสราวุฒิ แฟนหนุ่มของ น.ส.บี เล่าว่า ตนเป็นแฟนของ น.ส.บี โดยเมื่อ 3 วันก่อน ได้ไปบวชพระที่วัดใกล้บ้านเพื่อแก้บน และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนอยู่ที่วัดก็พยายามโทรหา น.ส.บี แต่ไม่เจอ และทราบว่า นายประหยัด สุระเกตุ หรือ นายใหญ่ เพื่อนสนิทของตนซึ่งก็รู้จักกับ น.ส.บี มารับตัว น.ส.บี ไป โดยอ้างว่าให้ไปช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดอ่างทอง ตนเอะใจจึงรีบตามมาดูที่บ้านของนายใหญ่ ซึ่งเมื่อไปถึงพบบ้านปิดสนิท เรียกเท่าไรก็ไม่มีใครเปิดประตู จึงตัดสินใจถีบประตูพังเข้าไป เมื่อเข้าไปได้ก็ต้องผงะเมื่อเห็นนายใหญ่กำลังข่มขืนแฟนของตนที่นอนสะลึมสะลืออยู่ภายในบ้าน

            จากนั้นนายใหญ่ได้คว้าเสื้อผ้าวิ่งหลบหนีไป ตนจึงรีบนำ น.ส.บี พร้อมนางน้อย (นามสมมติ) ซึ่งเป็นยายมาแจ้งความที่ สภ.เมืองอ่างทอง โดยจากการสอบถามได้ความว่า นายใหญ่หลอกให้ดื่มน้ำอัดลมที่นายใหญ่ไปซื้อมาแต่เปิดขวดมาแล้ว และมีลักษณะเกล็ด ๆ อยู่ก้นขวด ซึ่งเมื่อดื่มไปก็เกิดอาการสะลึมสะลือตลอดเวลา ซึ่งระหว่างที่กำลังให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่นั้น จู่ ๆ น.ส.บี มีอาการชักน้ำลายฟูมปาก จนทางเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อช่วยชีวิต


เพื่อนเลว! หลอกเมียพระเพิ่งบวช มอมยาลากไปข่มขืน (http://www.youtube.com/watch?v=UufMTJYDj4I#ws)

เพื่อนเลว! หลอกเมียพระเพิ่งบวช มอมยาลากไปข่มขืน (http://www.youtube.com/watch?v=UufMTJYDj4I#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=UufMTJYDj4I-
คลิป เพื่อนเลว! หลอกเมียพระเพิ่งบวช มอมยาลากไปข่มขืน : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD Thaitv (Official)


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE9EVTRNREV6Tnc9PQ==&subcatid=-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 12, 2014, 09:38:47 AM
สลด สาว 17 ถูกข่มขืนมาราธอนตั้งแต่ 9 ขวบ จนตั้งครรภ์

-http://hilight.kapook.com/view/95948-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pichaya/hot%20news/507403-01.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          แม่โร่แจ้งความ ลูกสาว วัย 17 ปี ถูกข่มขืนมาราธอนตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนตั้งครรภ์และคลอดลูก โดยคนร้ายเป็นลูกพี่ลูกน้องกับยายของเด็ก
 
          เมื่อเวลา 07.30 น. ของวันนี้ (9 มกราคม 2557) พ.ต.ท.อัมรินทร์ ถ่ายสูงเนิน พนักงานสอบสวน สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้ควบคุมตัว นายสมัย พุฒบุรี อายุ 57 ปี ชาว จ.นครราชสีมา มาสอบสวน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม เวลา 16.30 น. นางสงวน อายุ 45 ปี ได้นำ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บุตรสาว เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องลูกสาวถูกนายสมัยบังคับข่มขืนจนตั้งครรภ์และคลอดลูกได้ 1 เดือนแล้ว ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปควบคุมตัวนายสมัยที่บ้านพัก

          ทั้งนี้ นางสงวน เล่าว่า ตนมีลูก 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ส่วนสามีเสียชีวิตตั้งแต่ลูกสาว อายุ 4 ขวบ หลังจากสามีเสียชีวิต ตนได้เดินทางไปทำงานอยู่ที่ จ.ปทุมธานี โดยปล่อยให้ลูกทั้ง 2 คน อาศัยอยู่กับปู่และย่า ส่วนตนก็จะส่งเงินมาให้ทุกเดือน และกลับมาเยี่ยมลูกในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

          สำหรับลูกชายคนโตได้ไปเป็นทหารเกณฑ์ ส่วนลูกสาวซึ่งมีลักษณะนิสัยคล้ายทอม เมื่อเรียนจบชั้น ม.3 ก็ไม่ได้เรียนต่อ จนเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2556 ลูกสาวได้เดินทางไปหาตนที่ จ.ปทุมธานี และบอกว่า อยากจะมาหางานทำอยู่กับแม่ ตนจึงนำไปฝากให้ทำงานในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยระหว่างที่ลูกพักอาศัยอยู่ด้วย ตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะลูกเป็นคนที่มีรูปร่างอวบ

          กระทั่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ลูกสาวของตนเกิดมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ตนจึงพาไปโรงพยาบาล ปรากฏว่า ลูกสาวของตนได้คลอดลูกออกมาเป็นเพศชาย ตนจึงพยายามสอบถามความจริง จนทราบว่า ลูกสาวถูกนายสมัยซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับยายลงมือข่มขืน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.3 ซึ่งขณะนั้นลูกสาวมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น และนายสมัยได้ลงมือข่มขืนอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมทั้งขู่ว่า ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะทำร้ายร่างกาย และไม่ให้เงินใช้จ่าย กระทั่งลูกสาวตนตั้งท้องดังกล่าว

          จากการสอบสวน นายสมัย ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวอายุไม่เกิน 18 ปี และจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนเด็กสาวอายุไม่เกิน 13 ปีต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก  INN
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1389241480&grpid=00&catid=&subcatid=-


--------------------------------------------------------


ฆ่าโหด 3 ศพ สยองวันเด็ก!! หนุ่มหื่นจะข่มขืนสาว 19 น้องชายตื่นมาเจอ ถูกปาดคอตายหมู่

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE9UUXlNamM1Tmc9PQ==&sectionid=-

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2014/01/13894227961389423065l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2014/01/13894227961389423074l.jpg&width=260&height=260)


 เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.อ.ธีทัต ดรุณจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย 3 ศพ เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 245/194 หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก. พ.ต.ต.สิริบัญชา ขอบใจ สว.สส. ร.ต.อ.กรณ์พงษ์ สุขวิสิฏฐ์ รอง สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 (ชลบุรี) และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 3 ห้องนอน พื้นที่กว่า 60 ตร.ว. ภายในบ้านบริเวณห้องโถงพบศพ เด็กชาย อายุ 2 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในสภาพสวมเสื้อและกางเกงสีเขียวลายการ์ตูน ลำคอถูกรัดด้วยผ้าขนหนูสีขาว ส่วนในห้องนอนบริเวณปลายเตียงพบศพ เด็กชาย อายุ 7 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนมารีวิทย์ สภาพสวมชุดสไปรเดอร์แมน ลำคอและชายโครงขวา ถูกของมีคมแทงจนเป็นแผลฉกรรจ์ ศีรษะด้านขวามีร่องรอยถูกทุบจนกะโหลกแตก

 บนเตียงพบศพ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นอนหงายอยู่ในสภาพเปลือยกาย ถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ 4 แผล และแทงเข้าที่หน้าท้อง 3 แผล จนเหวอะหวะเลือดไหลอาบร่างเป็นที่น่าสยดสยอง โดยมีนางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี มารดาของ 2 เด็กชาย และน้าสาวของ น.ส.บี นั่งร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจ

 ตรวจสอบภายในบ้านพบมีร่องรอยการรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย และคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณ นอกจากนี้ที่หน้าบ้านพบขวดสุรายี่ห้อหนึ่งตกแตกอยู่ที่พื้น ใกล้กันมีสร้อยคอทองเค ตกอยู่ 1 เส้น ส่วนข้างกำแพงตรงข้ามบ้าน พบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กวางอยู่ในป่า 1 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 สอบปากคำนางวิไลวรรณ ให้การว่า ตนมีสามีเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน และมีลูกชายด้วยกัน 2 คน และปัจจุบันสามีทำงานอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ตนจึงไปรับ น.ส.บี หลานสาว มาจาก จ.สกลนคร เพื่อให้ช่วยดูแลลูก ก่อนหน้านี้ น.ส.บวรรัตน์ หรือ มิ้ล สุขศรี อายุ 17 ปี ที่พักอยู่บ้านหลังติดกัน ได้พา น.ส.ป๊อบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุประมาณ 17 ปี เพื่อนสาว กับแฟนหนุ่มชื่อนายนายออฟ อายุประมาณ 30 ปี ชาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มาทำความรู้จักและให้ช่วยหางานทำ ตนจึงฝาก น.ส.ป๊อบ ให้เข้าทำงานเป็นพนักงานโคโยตี้ที่บาร์แห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้

 โดยก่อนเกิดเหตุตอนเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ตนได้พา น.ส.ป๊อบ นั่งรถยนต์ไปทำงาน กระทั่งกลับมาบ้าน ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 11 ม.ค. พบนายออฟ นั่งคร่อมรถ จยย. รอรับแฟนสาวอยู่หน้าบ้านของตน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเข้ามาในบ้านหัวใจแทบสลาย เมื่อพบศพลูกชายทั้ง 2 คน และหลานสาว ถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง ส่วนสร้อยทองเคกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กที่คนร้ายทิ้งไว้นั้นเป็นของตน

 ด้านนายประสิทธิ์ สิทธิ์ อายุ 36 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน ให้การว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.45 น. นายออฟ ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ได้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน ขมม-251 สุพรรณบุรี เข้ามาในหมู่บ้านแล้วกลับออกไป จนเวลาประมาณ 03.00 น. นายออฟ ขับ จยย.เข้ามาอีกครั้งพร้อมกับถือขวดสุราติดมือมาด้วย ตนพยายามขอให้แลกบัตรแต่นายออฟ ไม่ยอมให้ จึงเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้เข้ามา จากนั้นนายออฟ จึงมาจอดรถนั่งรออยู่ที่หน้าบ้านเกิดเหตุ กระทั่งแฟนสาวกลับมาพร้อมกับนางวิไลวรรณ จึงซ้อนท้ายพากันขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภจว.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องจรปิดที่อยู่บริเวณป้อมยาม สามารถจับภาพของผู้ต้องสงสัยไว้ได้อย่างชัดเจน เช็คประวัติพบว่ามีหมายจับในคดีพยายามฆ่าและลักทรัพย์รวม 2 หมาย และเพิ่งเดินทางมาพัทยาได้เพียง 3 วัน ส่วนสาเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ คาดว่าคนร้ายน่าจะโกรธแค้นนางวิไลวรรณ ที่พาแฟนสาวไปทำงานเป็นสาวโคโยตี้แล้วกลับผิดเวลา จึงไปซื้อสุรามานั่งดื่มย้อมใจและรออยู่หน้าบ้านเกิดเหตุ

 ก่อนบุกเข้าไปพยายามจะปลุกปล้ำข่มขืน น.ส.บี แต่เด็กตื่นขึ้นมาเลยถูกฆ่าตายทั้ง 3 คน จากนั้นจึงรื้อค้นเอาทรัพย์สินภายในบ้านแล้วหลบหนีไป เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนติดตามไปที่บ้านเพื่อนของผู้ต้องสงสัยในซอยหนองไม้แก่น 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง พบว่านายณัฐวุฒิ กับแฟนสาว ขนเสื้อผ้าหลบหนีไปแล้ว อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน เพราะคนร้ายลงมือฆ่าเด็กอย่างโหดเหี้ยม ทั้งๆ ที่วันนี้ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 12, 2014, 10:53:35 AM
อย่าเก็บไว้  อยู่ไปรกแผ่นดิน และเสียดายเงินภาษีที่ต้องเลี้ยงมัน

แบบนี้ ต้องจับตาย


----------------------------------------------------------


ไอ้หื่นหวังข่มขืนสาว 19 เด็กตื่นมาเจอ ฆ่า 3 ศพรวด

-http://news.sanook.com/1394295/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-19-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD-%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2-3-%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%94/-

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/278/1394295/6.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 ม.ค.) สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย 3 ศพ ที่บ้านเลขที่ 245/194 หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุในบ้านพบศพ ด.ช.ไมเคิล (ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 2 ขวบ  ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน สภาพศพลำคอถูกรัดด้วยผ้าขนหนู ในห้องนอนพบศพ ด.ช.โจเซฟ (ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 7 ปี สภาพศพลำคอและชายโครงถูกของมีคมแทงจนเป็นแผลฉกรรจ์ ศีรษะด้านขวามีร่องรอยถูกทุบ บนเตียงพบศพ น.ส.วิภาวี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นอนอยู่ในสภาพเปลือย ถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ 4 แผล และแทงที่หน้าท้อง 3 แผล ตรวจสอบบ้านพบร่องรอยการรื้อค้นและคราบเลือด ข้างกำแพงตรงข้ามบ้านพบโน้ตบุ๊ควางอยู่ในป่า 1 เครื่อง ที่หน้าบ้านพบสุราตกแตกอยู่ที่พื้น และสร้อยคอทองเค 1 เส้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี มารดาของ ด.ช.ไมเคิล และ ด.ช.โจเซฟ ทราบว่า ปัจจุบันสามีทำงานอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จึงให้หลานสาว น.ส.วิภาวี มาช่วยดูแลลูก โดยก่อนหน้านี้มีคนรู้จักพา น.ส.ป๊อบ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 17 ปี พร้อมแฟนหนุ่มชื่อ นายออฟ อายุประมาณ 30 ปี มาทำความรู้จักและให้ช่วยหางาน จึงพา น.ส.ป๊อบ ให้เข้าทำงานที่บาร์เบียร์พัทยาใต้ ก่อนเกิดเหตุวันนี้ (11 ม.ค.) เวลา 04.00 น. ตนได้พา น.ส.ป๊อบ นั่งรถยนต์กลับจากทำงาน โดยมีนายออฟ ขี่จยย. มารอรับที่หน้าบ้าน แต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อเข้ามาในบ้านก็ตกใจสุดขีด เมื่อพบศพหลานสาวและลูกชาย 3 ศพในบ้าน

ด้านนายประสิทธิ์ สิทธิ์ อายุ 36 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน ให้การว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.45 น. นายออฟ ได้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน ขมม-251 สุพรรณบุรี เข้ามาในหมู่บ้านแล้วกลับออกไป จนเวลาประมาณ 03.00 น. นายออฟ ขับ จยย.เข้ามาอีกครั้งพร้อมกับถือขวดสุราติดมือมาด้วย ตนพยายามขอให้แลกบัตรแต่นายออฟ ไม่ยอมให้จึงเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้เข้ามา จากนั้นนายออฟ จึงมาจอดรถนั่งรออยู่ที่หน้าบ้านเกิดเหตุ กระทั่งแฟนสาวกลับมาพร้อมกับนางวิไลวรรณ จึงซ้อนท้ายพากันขับออกไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายณัฐวุฒิ แซ่เตี๊ยะ หรือ ออฟ อายุ 30 ปี เมื่อเช็คประวัติพบว่ามีหมายจับในคดีพยายามฆ่าและลักทรัพย์รวม 2 หมาย คาดว่าคนร้ายน่าจะมานั่งดื่มสุรารอแฟนสาว ก่อนบุกเข้าไปข่มขืน น.ส.วิภาวี แต่เด็กๆ ตื่นมาเห็นเลยฆ่าพร้อมกัน 3 ศพ ก่อนรื้อค้นสิ่งของในบ้านและหลบหนีไป


http://news.sanook.com/1394295/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-19-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD-%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2-3-%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%94/ (http://news.sanook.com/1394295/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-19-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD-%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2-3-%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%94/)
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 15, 2014, 08:34:34 PM
รวบแล้ว! หนุ่มอาสาฯหื่นลวนลามสาวพีอาร์จนต้องโดดน้ำตาย
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    15 มกราคม 2557 17:52 น.

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000005527-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000000575202.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000000575201.JPEG)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.บางพลี คุมตัวนายธวัชชัย หรือ เต้ แซ่ซิ้ม อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีพยายามข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญด้วยประการใด




สมุทรปราการ - สภ.บางพลี ติดตามจับกุมหนุ่มอาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่ง สารภาพหมายข่มขืนสาวประชาสัมพันธ์ แต่เหยื่อฟื้นฮึดสู้ตาย หนีลงรถก่อนวิ่งไปโบก จยย.สองสามีภรรยาที่ขับผ่านมา ก่อนขอลงจากรถกลางทาง แล้ววิ่งไปกระโดดน้ำตายหนีความอับอาย
       
       เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (15 ม.ค.) พล.ต.ต.ธัชชัย หงส์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก. พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.ท.พ.ต.ท.เชาว์ ป้อมงาม รอง ผกก.ส. พ.ต.ต.ภูวนาถ แก่นจันทร์ สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี คุมตัว นายธวัชชัย หรือ เต้ แซ่ซิ้ม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2133 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.มาชี้จุดที่ น.ส.ชนัญชิดา เสือซิว อายุ 28 ปี สาวประชาสัมพันธ์บริษัทแห่งย่านทองหล่อ กระโดดลงจากรถหลังถูกลวนลาม บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าถนนสุขุมวิท สายเก่า กม.5 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อนจมน้ำเสียชีวิต
       
       พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวจมน้ำเสียชีวิต โดยตามร่างกายพบรอยช้ำคล้ายรอยกัดบริเวณแขนด้านขวา ในตัวไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใคร จึงได้เผยแพร่รูปหญิงสาวคนดังกล่าวลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อตามหาญาติ จนกระทั่งมี นางศรัญญา เสือซิว มารดาของผู้เสียชีวิตเข้าติดต่อว่าเป็นบุตรสาวและหายไปจากบ้านตั้งแต่คืนวันที่ 12 ม.ค.และได้รับการประสานจากอดีตเพื่อนชายคนสนิทของบุตรสาวเช้าวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า มีคนพบบุตรสาวของตน นอนหมดสติอยู่ที่ฟู๊ดแลนด์ สาขารามคำแหง ซ.รามคำแหง 9 และได้ติดต่อให้อาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัย นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.รามคำแหง ตนจึงไปรอแต่ไม่พบ จึงไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.หัวหมาก จนกระทั่งมาพบเป็นศพแล้ว
       
       ผกก.สภ.บางพลี กล่าวต่อว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการฝ่ายสืบสวนเรียกพยานที่เห็นในที่เกิดเหตุก่อนจมน้ำมาสอบปากคำ รวมทั้งติดต่อไปยังฟู๊ดแลนด์ เพื่อตรวจสอบกล้อง วงจรปิด ก็พบนายธวัชชัย เดินทางเข้าไปรับตัวผู้เสียชีวิตที่อยู่ในสภาพหมดสติ นั่งรถเข็นมาขึ้นเบาะหน้าข้างคนขับ พร้อมกับรับกระเป๋าสะพายแบบผู้หญิงของผู้เสียชีวิตจากพนักงานห้างฟู๊ดแลนด์ ก่อนขับรถออกไป แต่กล้องวงรจรปิดของ รพ.รามคำแหง บันทึกภาพเห็นนายธวัชชัย ขับรถมูลนิธิหมายเลขทะเบียน 6ฎ-8928 กทม.เข้ามาแต่ไม่ลงและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อทางตำรวจและหัวหน้าติดต่อไปในเบื้องต้นไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งมีคนพบกระเป๋าและเอกสารระบุชื่อผู้เสียชีวิตบริเวณวัดลาดพร้าว เจ้าหน้าที่จึงบุกไปยังห้องพักซึ่งอยู่ใกล้พบตัวนายธวัชชัย จึงควบคุมตัวมาสอบสวน เนื่องจากเชื่อว่านายธวัชชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.ชนัญชิดา ที่กระโดดลงน้ำฆ่าตัวตาย
       
       เบื้องต้นนายธวัชชัย ให้การปฏิเสธ และให้การวกไปวนมาคล้ายคนเสพยา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ก็พบว่ามีสีม่วง รวมถึงเมื่อเค้นสอบอย่างหนัก จึงให้การรับสารภาพว่า ทำการลวนลามอนาจารผู้เสียชีวิตจริง แต่ไม่ได้ข่มขืนและฆ่า โดยเมื่อไปรับผู้เสียชีวิตที่ฟู๊ดแลนด์ไปส่ง รพ.รามคำแหง แต่เห็นสภาพสลึมสลือไม่มีสติ และหน้าตาดี ประกอบกับตนเองเพิ่งเสพยาบ้ามา จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงเปลี่ยนใจขับรถออกทางประตูด้านหลังของ รพ.ไปตามถนนหัวหมาก เลี้ยวขวาเข้าถนนศรีนครินทร์ วิ่งตามถนนมอเตอร์เวย์ ออกบางนา-ตราด ลงด่วนบูรพาวิถี แถวบางพลี และกลับรถยูเทิร์นเกือกม้า วิ่งตามถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ
       
       นายธวัชชัย ให้การต่อว่า ระหว่างทางก็ได้ล่วงละเมิดทางเพศ จับรูปคลำหน้าอก อวัยวะเพศ มาตลอดทาง พอถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่เปลี่ยว จึงคิดจะข่มขืน จึงได้ลงมือถอดเสื้อผ้า แต่ผู้เสียชีวิตมีสติขึ้นมา พยายามต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยผู้เสียชีวิตหันไปเห็นมีดที่อยู่ในรถ จึงหยิบมาขู่ตน ตนจึงคว้าไว้และกัดเข้าไปที่แขนเพื่อให้ปล่อยมีด แต่ผู้เสียชีวิตใช้เท้าถีบและเตะตน จนสามารถแย่งมีดกลับคืนไปได้ และเคาะที่กระจกด้านหน้าคนขับ จนตนเกิดความกลัว จึงยอมเปิดล็อกประตูให้ผู้เสียชีวิตวิ่งลงไป ก่อนจะรีบขับรถหนีไป แล้วนำเอาแหวนทองรูปหัวใจมีเพชร 2 วง ไปขายในราคาไม่เกิน 5,000 บาท ก่อนนำไปซื้อยาบ้าเสพ ส่วนกระเป๋าก็เอาไปทิ้งไว้แถววัดลาดพร้าว กทม.เนื่องจากใกล้ที่พักของตนเอง
       
       ด้าน พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า คดีดังกล่าวได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นอาสาของมูลนิธิแห่งหนึ่ง (ร่วมกตัญญู ขอสงวนชื่อ) ประจำจุดหนองจอก เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน แต่ยอมรับว่าทำการลวนลามอนาจารจริง และเสพยาบ้าด้วย พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา พยายามข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญด้วยประการใด, ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป, มีเครื่องวิทยุสื่อสารคมนาคมใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยา ส่วนผู้เสียชีวิตจะถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ต้องรอผลการชันสูตรเพื่อยืนยันอีกครั้ง หากพบว่ามีก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 07, 2014, 10:41:07 PM
นศ.สาว โดนแท็กซี่ลวนลาม โทรแจ้ง 1584 เจอย้อนถามทำยังไงให้เขาจับ

-http://hilight.kapook.com/view/98974-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/capture/page_2.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

          3 นักศึกษาสาว ถูกลุงแท็กซี่หื่นลวนลามด้วยการจับขา ถ่ายรูปเจ้าตัวเอาไว้ได้ จึงโทรไปร้องเรียน 1584 กลับถูกตำหนิกลับมาว่าไปทำยังไงให้เขาจับ

          วันที่ 7 มีนาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ นำเสนอข่าว 3 นักศึกษาสาว ขึ้นรถแท็กซี่สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ชพ 9610 เพื่อจะไปยังอาคารมาลีนนท์ แต่กลับถูกคนขับรถแท็กซี่ซึ่งเป็นชายมีอายุ พยายามจะลวนลาม และเอื้อมมือมาจับขาของนักศึกษาสาวทั้ง 3 คน จึงถ่ายรูปคนขับรถเอาไว้ได้แล้วขอลงจากรถ โดยขณะที่จ่ายเงินก็ยังถูกลวนลามด้วยการจับมือซ้ำอีก

          ทั้งนี้ นักศึกษาจึงโทรไปร้องเรียนที่ สายด่วน 1584 แต่กลับถูกโอเปอเรเตอร์ถามกลับมาว่า ไปทำอย่างไรให้เขาจับ ไปพูดกวนอะไรเขาก่อนหรือเปล่า จึงมีการแจ้งข่าวมายังรายการเรื่องเล่าเช้านี้แทน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://morning-news.bectero.com/social-crime/07-Mar-14/13249-



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 08, 2014, 09:55:37 PM
ผู้หญิง-เด็กไทยถูกปู้ยี่ปู้ยำมากขึ้น “ข่มขืน-ทุบตี” จากคนใกล้ชิด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    8 มีนาคม 2557 15:12 น.

-http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9570000026708-


  ผู้หญิงและเด็กไทยถูกปู้ยี่ปู้ยำมากขึ้น พบปี 56 พุ่ง 31,000 ราย เป็นเด็ก 60% ถูกข่มขืนมากที่สุด เหตุเสพสื่อลามก ส่วนผู้หญิงถูกทุบตีจากเหตุหึงหวง โดยคู่สมรส แฟนมากที่สุด สธ.เร่งขยายศูนย์พึ่งได้ลง รพ.สต.จัดอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.เฝ้าระวัง 7 กลุ่มเสี่ยงถูกทำร้ายใกล้ชิดขึ้น


       วันนี้ (8 มี.ค.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า วันที่ 8 มี.ค.ทุกปีเป็นวันสตรีสากล (International Women's Day) ซึ่งการดูแลปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรีนั้น สธ.ได้ตั้งศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลในสังกัดตั้งแต่ปี 2542 จัดบริการแบบสหวิชาชีพ ช่วยเหลือดูแลครบวงจรร่วมกันหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการรักษาพยาบาลร่างกายและจิตใจ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านกฎหมาย จนปัญหายุติ ขณะนี้ดำเนินการในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปครบ 96 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลชุมชนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว 631 แห่งจากทั้งหมด 734 แห่ง ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์การให้บริการพบว่า เด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยปี 2550 ให้การช่วยเหลือ 19,067 ราย เฉลี่ยวันละ 52 ราย ปี 2556 เพิ่มเป็น 31,866 ราย เฉลี่ยวันละ 87 ราย หรือถูกทำร้าย 1 คนในทุกๆ 15 นาที ซึ่งร้อยละ 60 เป็นเด็ก โดย 9 ใน 10 เป็นเด็กหญิง พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 10-15 ปี ร้อยละ 46 อายุ 15-18 ปี ร้อยละ 40 และต่ำกว่า 5 ขวบ ร้อยละ 5 หรือ 1,000 ราย
       
       “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอันดับ 1 คือ ล่วงละเมิดทางเพศร้อยละ 72 รองลงมาเป็นการทำร้ายร่างกาย ร้อยละ 21 ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่เด็กรู้จัก ไว้วางใจ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น เพื่อน แฟน ส่วนความรุนแรงในเด็กที่อายุมากขึ้นผู้กระทำมักเป็นแฟนมากที่สุด สาเหตุเกิดมาจากสภาพแวดล้อม ที่สำคัญคือการเสพสื่อลามก ความใกล้ชิดและโอกาสเอื้ออำนวย โดยสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านของผู้กระทำและบ้านที่เด็กอยู่อาศัย สถานที่เปลี่ยว เป็นต้น” ปลัด สธ.กล่าว
       
       นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ส่วนความรุนแรงในสตรี พบมากที่สุดอยู่ในกลุ่มอายุ 35-45 ปี ร้อยละ 39 รองลงมาคืออายุ 18-25 ปี ปัญหาอันดับ 1 คือถูกกระทำรุนแรงทางร่างกาย เช่น ทุบตี จำนวน 9,699 ราย ถูกกระทำทางเพศ จำนวน 2,226 ราย โดยผู้กระทำรุนแรงคือคู่สมรสมากที่สุดร้อยละ 52 สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนอกใจ หึงหวง ทะเลาะวิวาท คาดว่าแนวโน้มของปัญหาดังกล่าวจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ มาจากหลายปัญหา เช่น การใช้สารเสพติด โดยเฉพาะสุรา ทำให้ขาดสติสัมปชัญญะ การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ขาดการคัดกรองอย่างรอบคอบ
       
       นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ในปี 2557 สธ.ตั้งเป้าตั้งศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง และเร่งขยายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อดูแลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังผู้ที่มีความเสี่ยงถูกกระทำรุนแรงในพื้นที่ 7 กลุ่ม ได้แก่ เด็กผู้หญิง ผู้หญิงที่มีความพิการทางสติปัญญา ผู้พิการทางกาย ครอบครัวผู้ที่ติดยาเสพติด ดื่มสุรา พ่อแม่เป็นโรคจิต ครอบครัวแตกแยก เพื่อป้องกันไม่เกิดปัญหา และจัดระบบการทำงานประสานเชื่อมโยงเครือข่ายร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจัดอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำ รพ.สต.และ อสม.ให้มีความรู้ ตรวจคัดกรองผู้ที่มีปัญหาหรือมีความเสี่ยง และจัดบริการส่งต่อเพื่อรับบริการดูแลเยียวยา ลดปัญหาทางกายและทางจิตใจในเบื้องต้นได้
       
       “หากพบปัญหารุนแรงจะส่งดูแลต่อในโรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้นไป จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลความปลอดภัยและมีที่พึ่งใกล้บ้าน และในอนาคตจะเร่งพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการบริการให้ความช่วยเหลือเด็กและสตรี ของสถานพยาบาลต่างๆให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นผู้หญิงหรือเด็กถูกกระทำรุนแรง สามารถโทรศัพท์แจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้โรงพยาบาลทุกแห่งหรือ รพ.สต.ทั่วประเทศ” ปลัด สธ.กล่าว

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 09, 2014, 12:14:39 PM
นศ.สาว โดนแท็กซี่ลวนลาม โทรแจ้ง 1584 เจอย้อนถามทำยังไงให้เขาจับ

-http://hilight.kapook.com/view/98974-

([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/capture/page_2.jpg[/url])


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

          3 นักศึกษาสาว ถูกลุงแท็กซี่หื่นลวนลามด้วยการจับขา ถ่ายรูปเจ้าตัวเอาไว้ได้ จึงโทรไปร้องเรียน 1584 กลับถูกตำหนิกลับมาว่าไปทำยังไงให้เขาจับ

          วันที่ 7 มีนาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ นำเสนอข่าว 3 นักศึกษาสาว ขึ้นรถแท็กซี่สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ชพ 9610 เพื่อจะไปยังอาคารมาลีนนท์ แต่กลับถูกคนขับรถแท็กซี่ซึ่งเป็นชายมีอายุ พยายามจะลวนลาม และเอื้อมมือมาจับขาของนักศึกษาสาวทั้ง 3 คน จึงถ่ายรูปคนขับรถเอาไว้ได้แล้วขอลงจากรถ โดยขณะที่จ่ายเงินก็ยังถูกลวนลามด้วยการจับมือซ้ำอีก

          ทั้งนี้ นักศึกษาจึงโทรไปร้องเรียนที่ สายด่วน 1584 แต่กลับถูกโอเปอเรเตอร์ถามกลับมาว่า ไปทำอย่างไรให้เขาจับ ไปพูดกวนอะไรเขาก่อนหรือเปล่า จึงมีการแจ้งข่าวมายังรายการเรื่องเล่าเช้านี้แทน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://morning-news.bectero.com/social-crime/07-Mar-14/13249-



สุกิจ เกษมดวงจิตต์ แท็กซี่ลวนลามนักศึกษาสาว ถูกจับแล้ว

-http://hilight.kapook.com/view/99033-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/khaosod/13942694281394271764l.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

          สุกิจ เกษมดวงจิตต์ แท็กซี่ลวนลามนักศึกษาสาว ถูกจับแล้ว และตำรวจแจ้งระงับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ นายสุกิจ เกษมดวงจิตต์ แล้ว

          เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 หลังจากที่เกิดกรณี 3 นักศึกษาสาวขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อไปยังอาคารมาลีนนท์ แต่กลับถูกชายสูงอายุลวนลามพยายามจะจับขา จากนั้นนักศึกษาคนนั้นจึงถ่ายรูปเอาไว้และลงจากรถ และขณะที่จ่ายเงินยังถูกจับมือซ้ำอีก เมื่อแจ้งไปยังสายด่วน 1584 กลับถูกถามว่า ไปทำอย่างไรให้เขาจับ ไปพูดกวนอะไรเขาก่อนหรือเปล่า

          ต่อมาผู้เสียหายทั้ง 3 คนและตำรวจ ได้เดินทางไปแจ้งความและสามารถหาตัวคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวมาสอบสวนได้แล้ว หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และถอนใบอนุญาตขับรถรับจ้างสาธารณะ

          ล่าสุด ตำรวจจับคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวได้แล้ว คือ นายสุกิจ เกษมดวงจิตต์ อยู่บ้านเลขที่ 807/1 ตึก 7 อาคารเอื้ออาทร โครงการ 14 บางปู  ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาส่งที่ สภ.สำโรงเหนือ และทางผู้เสียหายได้มาชี้ตัวยืนยันว่าแท็กซี่เป็นคนกระทำผิดจริง เบื้องต้นจะมีโทษในข้อหาอนาจาร จำคุกไม่เกิน 10 ปี

          จากการตรวจสอบใบอนุญาตของ นายสุกิจ เกษมดวงจิตต์ ปรากฏว่า นายสุกิจได้รับอนุญาตขับรถประเภทชนิดที่ 2 หมดอายุเมื่อ 29 สิงหาคม 2556 และนายสุกิจได้ไปขอต่อใบอนุญาตที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ จึงมีการแจ้งระงับใบอนุญาตขับรถเอาไว้

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/natthida/khaosod/13942694281394293705l.jpg)


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5ESTJPVFF5T0E9PQ==&subcatid=-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 14, 2014, 08:53:20 PM
บุกจับ อาจารย์การเวก หมอมนตร์ดำหลอกสาวร่วมประเวณี

-http://hilight.kapook.com/view/99319-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/sutasinee/news/13947885971394788749l.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/sutasinee/news/13947885971394791175l.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

          อาจารย์การเวก เทพหน้าทอง มอญแปลงรูป หรือ นายธนวรรณ อัศวพลสุวรรณ ถูกตำรวจบุกจับพร้อมทลายสำนักไสยศาสตร์มนตร์ดำ หลังพบหลอกลวงชาวบ้าน และยังบังคับให้หญิงสาวร่วมประเวณีให้ดูด้วย

          วันที่ 14 มีนาคม 2557 นางปวีณา หงสกุล และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้บุกเข้าไปยังสำนักอาจารย์การเวก หมู่บ้านพรธิสาร 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุมตัว นายธนวรรณ อัศวพลสุวรรณ อายุ 43 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ "อาจารย์การเวก เทพหน้าทอง มอญแปลงรูป" ซึ่งอ้างตัวเป็นหมอไสยศาสตร์ที่มีการเลี้ยงผีผูกมนตร์เทวดา โดยจะใช้พลังมนตร์ดำคุ้มครองให้ร่ำรวย และมีคนรักคนหลง โดยเรียกค่าครูเป็นทรัพย์สินเงินทอง

          ทั้งนี้ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เล่าว่า ตนเองมีปัญหาสุขภาพ และสามีก็เริ่มทำตัวห่างเหิน จึงไม่รู้จะทำอย่างไร พอได้เห็นสำนักอาจารย์การเวกในอินเทอร์เน็ต จึงหลงเชื่อและเดินทางไปและพบคนมากมายมานั่งรอ พอถึงคิวตนก็ได้พูดคุยในห้องสลัว ๆ โดยให้ตนเองไปซื้อทองคำเพื่อมาใส่หุ่น โดยอ้างว่าจะทำให้มีพลัง และให้ตนเองถวายเงินพร้อมกับบังคับให้ร่วมประเวณีโดยอ้างว่าจะทำให้ขลังมากขึ้น ต่อมาก็ส่งรูปโป๊เปลือยมาให้ดูและเรียกเงินอยู่หลายครั้ง แต่อาการป่วยของตนก็ไม่ดีขึ้น และยังต้องเลิกกับสามีด้วย

          ต่อมา น.ส.บี กับผู้เสียหายอีก 6 คน โดนหลอกในลักษณะเดียวกัน จึงรวมตัวกันเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าจับกุม เพราะไม่อยากให้ใครโดนหลอกอีก ซึ่งทราบว่ามีคนถูกหลอกอีกจำนวนมากแต่ไม่อยากทำอะไรเพราะอับอายและกลัวอันตราย

          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว อาจารย์การเวก พร้อมพวกอีก 5 คน และแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พร้อมทั้งนำตัวไปดำเนินคดี


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EYzRPRFU1Tnc9PQ==&subcatid=-



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 14, 2014, 08:59:47 PM
เรื่องจริงของสาวซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรัก 4 ปี กับความทุกข์ทรมาน

-http://hilight.kapook.com/view/99302-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/etc%20news/3219-3230.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณหมอหมีผู้เหี้ยมโหด

          เรื่องจริงของหญิงสาวที่ซดน้ำยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตายประชดคนรัก ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพร่างกายที่กลืนอาหารไม่ได้ ผ่าตัดหลายต่อหลายครั้ง อยู่กับสภาพร่างกายที่บอบช้ำเป็นเวลากว่า 4 ปี

          เวลาที่เราได้ยินข่าวหญิงสาวซดน้ำยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตายประชดชีวิตที่ไม่ได้ดังใจ แม้ว่าสุดท้ายหมอจะช่วยล้างท้องให้จนรอดชีวิต แต่ข่าวก็จบแต่เพียงแค่นั้น เราแทบไม่เคยรู้เลยว่า ผู้ที่กลืนกินน้ำยาล้างห้องน้ำลงไปนั้นได้รับความทุกข์ทรมานจากพิษของน้ำยาล้างห้องน้ำมากมายขนาดไหน และมีชีวิตอยู่ในสภาพเช่นไร

          คุณหมอหมีผู้เหี้ยมโหด ได้นำชีวิตจริงของ "ส้ม" หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นคนไข้ของคุณหมอ มาบอกเล่าไว้ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดใครก็ตามด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้รับรู้ เพราะถึงแม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ความทุกข์ทรมานที่ต้องเผชิญกับชีวิตที่เหลืออยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็นเลย

          อย่าง "น้องส้ม" เอง ได้รับความเจ็บปวดจากการที่น้ำยาล้างห้องน้ำไปกัดกร่อนเนื้อเยื่อในหลอดอาหารและกระเพาะจนไหม้ดำ ทำให้เธอไม่สามารถกลืนอาหาร หรือแม้แต่บ้วนน้ำลายได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่มีน้ำลายก็ต้องบ้วนทิ้ง เวลาอยากทานอาหารอร่อย ๆ เธอก็จะซื้อมาเคี้ยวให้ลิ้นได้รับรู้รสชาติ ก่อนจะตัดใจคายทิ้ง และหลังจากนั้น เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง จนร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก กระทั่งมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และสิ้นลมอย่างสงบ

          ลองอ่านเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และแชร์บอกต่อ ๆ กัน เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจไม่ให้ใครต้องเผชิญความทุกข์เหมือนกับ "น้องส้ม" เป็นคนต่อไป

         น้ำยาล้างห้องน้ำ เวลาสี่ปี กับหญิงสาวที่ชื่อส้ม โดย หมอหมีผู้เหี้ยมโหด

          "น้องส้มลองเขียนหนังสือดูไหมครับ พี่รู้จักสำนักพิมพ์อยู่หลายที่"

          …คำพูดของผมที่พยายามให้กำลังใจ "น้องส้ม" คนไข้คนหนึ่งของผมให้ลุกขึ้นมาเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจตัวเองอย่างเช่นเคย

          "หนูเขียนไม่ได้หรอกค่ะหมอ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง"

          …ไม่เป็นไรครับส้ม วันนี้พี่เขียนให้ส้มเองครับ...

          ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว ตอนที่ผมเพิ่งเข้ามาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม หญิงสาวสวยคนหนึ่งวัย 25 ปี มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนหนุ่มด้วยเรื่องที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟัง การทะเลาะครั้งนั้นลงเอยที่ห้องน้ำของเธอ

          ส้มตัดสินใจทำสิ่งที่เธอต้องย้อนมองกลับมาเสียใจภายหลัง ดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อดังสีม่วงเข้าไป...

          แม้ความแสบร้อนของน้ำยาที่ดื่มเข้าไปจะทรมานสักแค่ไหน แต่ก็ไม่เท่ากับความทุกข์ในใจของเธอ ส้มฝืนทนกลืนน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไปหลายอึกด้วยความเสียใจคิดประชดแฟนหนุ่ม

          น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทำร้ายร่างกายของเธอจนบอบช้ำ กัดกร่อนเนื้อเยื่อตั้งแต่ช่องปาก หลอดอาหารจนถึงกระเพาะ สร้างความเจ็บปวดแสบร้อนในอกตลอดระยะทางที่เธอถูกนำส่งโรงพยาบาล

          เมื่อถึงโรงพยาบาลกระบวนการช่วยชีวิตต่าง ๆ สามารถช่วยให้สัญญาณชีพของเธอคงที่ ปลอดภัยเพียงพอที่จะส่งตัวไปส่องกล้องเพื่อตรวจดูความรุนแรงของการบาดเจ็บในหลอดอาหารและกระเพาะ

          จากการส่องกล้องเข้าไปดู เนื้อเยื่อในหลอดอาหารและกระเพาะถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดกร่อนจนไหม้ดำ แต่ยังไม่มีลักษณะที่บ่งชี้ว่าทะลุ จึงให้การรักษาแบบประคับประคอง รอเวลาให้ร่างกายแข็งแรงฟื้นตัวเพื่อการผ่าตัดรักษาในภายหลัง

          แม้การอักเสบของหลอดอาหารและกระเพาะเริ่มดีขึ้น หลอดอาหารที่เคยทำหน้าที่ส่งผ่านอาหารจากปากลงสู่กระเพาะ ก็มีอาการตีบจากพังผืดซึ่งเป็นผลพวงของการอักเสบ แค่การกลืนน้ำลายยังเป็นความลำบากในชีวิตของเธอ ต้องคอยบ้วนน้ำลายทิ้งตลอดเวลา การกลืนอาหารที่ง่ายดายสำหรับคนธรรมดาอย่างเราก็กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเธอ ทำให้ต้องรับอาหารเหลวทางสายยางที่ต่อตรงเข้าสู่ลำไส้เล็ก เฝ้ารอความหวังว่าการผ่าตัดจะช่วยให้เธอกลับมาเป็นหญิงสาวที่ร่าเริงตามเดิม

          เมื่อออกจากโรงพยาบาลไป เธอก็ยังพยายามใช้ชีวิตของหญิงสาววัยรุ่นตามปกติ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ และลิ้มลองรสชาติอาหาร แม้จะไม่สามารถกลืนได้เพราะหลอดอาหารตีบ น้องส้มก็ใช้วิธีเคี้ยวเพื่อรับรู้รสชาติแสนอร่อย ก่อนที่จะคายทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

          จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เธอได้เข้ารับการผ่าตัด เพื่อนำเอาหลอดอาหารที่ตีบตันและใช้งานไม่ได้ออกทั้งหมด รวมถึงกระเพาะอาหารที่โดนเผาไหม้จากน้ำยาล้างห้องน้ำ และตัดส่วนลำไส้ใหญ่โยกย้าย ผ่านทางช่องในทรวงอกขึ้นมาต่อที่คอ เพื่อทำงานทดแทนหลอดอาหารเดิม...และมีชีวิตอย่างเช่นคนปกติ

          หลังผ่าตัดเธอนอนพักฟื้นในห้องผู้ป่วยวิกฤต หรือ ICU อยู่นานเป็นสัปดาห์ มีปัญหาเรื่องหายใจเองไม่ได้ ต้องหายใจผ่านท่อช่วยหายใจที่ต่อกับเครื่องอยู่นาน จนต้องทำการเจาะคอเพื่อให้หายใจทางคอได้

          แต่ความฝันทุกอย่างที่จะกลับมามีชีวิตปกติก็มาพังทลายลง เมื่อลำไส้ใหญ่ที่โยกย้ายขึ้นมาต่อที่คอ กลับมีการตีบและรั่วเนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง มีภาวะขาดสารอาหาร และมีการติดเชื้อร่วมด้วย

          พลังชีวิตวัยสาวของเธอถูกใช้ไปอย่างมากมาย เพื่อให้เธอรอดชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด แม้จะรุนแรงและอันตราย แต่ด้วยความที่ยังมีอายุน้อย ร่างกายสามารถต่อสู้กับภาวะที่วิกฤตเช่นนี้จนผ่านมันมาได้ แต่สภาพร่างกายก็ทรุดโทรมซูบผอมลง ต้องหายใจทางรูเจาะคอ ไม่สามารถกลืนอาหารได้ เพราะลำไส้ใหญ่ที่โยกย้ายขึ้นมาต่อที่คอตีบตันไปหมดแล้ว ต้องได้รับอาหารทางสายยางให้อาหารที่ท้องอยู่เป็นหลัก

          ซ้ำร้ายยิ่งกว่า เมื่อน้องส้มมีของเหลวปนอาหารไหลซึมออกมาที่รูแผลหน้าท้องแห่งใหม่ คาดว่าเกิดจากลำไส้เล็กอีกแห่งหนึ่งที่รั่วจนเกิดทางเชื่อมต่อที่หน้าท้อง ของเหลวปนอาหารเหล่านี้ไหลซึมออกมาทางแผลที่หน้าท้องตลอดเวลาจนทำให้ผิวหนังรอบ ๆ แดงแสบ ต้องเอาถุงครอบลำไส้มาปิดเอาไว้เพื่อกักเก็บของเหลวเหล่านี้

          ด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องนอนโรงพยาบาลยาวนานนับปี เพื่อรักษารูรั่วจากลำไส้ที่หน้าท้อง และให้น้ำและสารอาหารทางเส้นเลือด

          ภาพคุ้นตาที่พวกเรามักจะเห็น คือ หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ยิ้มร่าเริง เดินไปมาทักทายหมอและพยาบาลทุกคนในหอผู้ป่วย เพราะสนิทและคุ้นเคยกันมานาน น้องส้มมักจะซื้ออาหารที่เธอชอบ เช่น พิซซ่า ซาซิมิปลาแซลมอน และไก่ทอด KFC มารับประทานด้วยการเคี้ยวรับรสชาติแล้วคายทิ้ง

          ผมชักชวนเธอหลายต่อหลายครั้งให้เขียนหนังสือในระหว่างที่นอนโรงพยาบาล บอกเล่าเหตุการณ์ในชีวิตของเธอ เพื่อเตือนใจคนอีกหลายคนบนโลกใบนี้ถึงความร้ายกาจของน้ำยาล้างห้องน้ำ ผมแอดเฟซบุ๊กและไลน์ของน้องส้มเพื่อกระตุ้นบอกให้เธอเขียนหนังสือเล่าเรื่อง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ น้องส้มได้แต่ตอบผมเสมอว่า ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนอย่างไรดี

          ตลอดมาช่วงเวลาที่น้องส้มนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเคยเห็นเพื่อนของน้องส้มมาเยี่ยมเยียนไม่บ่อยนัก แต่คนที่มาเยี่ยมน้องส้มอย่างสม่ำเสมอที่สุด คือคุณแม่ของเธอ

          น้องส้มผ่านการผ่าตัดซ่อมแซมลำไส้อีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อตัดส่วนลำไส้ที่รั่วมีปัญหาอันเดิมออกไป ก็จะมีลำไส้รั่วใหม่เกิดขึ้นทุกครั้ง จนล่าสุดการผ่าตัดไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกต่อไป

          ภายในช่องท้องที่ผ่านการผ่าตัดมาหลายต่อหลายครั้ง เกิดผังพืดรัดลำไส้ทุกส่วน จนไม่สามารถแยกได้ว่าส่วนใดต่อกับส่วนใด คล้ายกับสายยางที่คดพันไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้ ยิ่งพยายามจะแยกก็ยิ่งมีเลือดออก ครั้งนี้มีส่วนของลำไส้ที่รั่วออกมา ทำให้ของเหลวปนอาหารบางส่วนรั่วออกมาอยู่ในท้อง ทำให้เธอติดเชื้อในกระแสเลือดอีกครั้ง

          …และมันก็เป็นการติดเชื้อครั้งสุดท้าย ร่างกายที่ทรุดโทรมลง พลังชีวิตทั้งหมดถูกใช้ไปจนหมด การติดเชื้อทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ร่างกายของเธอร้อนดุจไฟด้วยไข้ที่ไม่เคยลดลง

          วันหนึ่งที่ผมเข้าห้องผ่าตัดอยู่ เธอส่งข้อความมาหาผมว่า เธอปวดมาก อยากได้ยาแก้ปวดแบบฉีด ซึ่งผมก็สั่งยาให้เธอตามที่ร้องขอ คาดว่าอาการติดเชื้อในช่องท้องเริ่มเป็นมากขึ้น ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการของเธอได้บ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมด เย็นวันนั้นเธอส่งข้อความในไลน์มาหาผมอีกครั้ง ขึ้นบนจอมือถือแบบที่สามารถอ่านได้แม้จะไม่ต้องกดเข้าไปอ่านก็ตาม

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/crime%20news/3840_584697448265564_184827368_n.png)

          " …หนูเครียดอยากกลับบ้าน"

เรื่องจริงของสาวซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรัก กับความทุกข์ทรมานก่อนสิ้นลม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก คุณหมอหมีผู้เหี้ยมโหด

          ข้อความสุดท้ายที่น้องส้มส่งมาหาผม เหมือนเป็นนัยที่สื่อถึงเหตุการณ์ที่จะตามมาภายหลัง ผมไม่เคยกดเปิดอ่านข้อความนี้เลย อาจเพราะผมสามารถอ่านได้จาก Preview อยู่แล้ว หรือเพราะความสงสารน้องส้มจนไม่อยากเปิดอ่านข้อความ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจ

          ร่างกายที่บอบช้ำ ผ่านการผ่าตัดมาหลายต่อหลายครั้ง ลมหายใจที่รวยรินอ่อนแรง กับหัวใจดวงหนึ่งที่ต่อสู้มาตลอดสี่ปี กำลังอ่อนล้าจนเต้นไม่เป็นจังหวะ บีบสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วทั้งร่างอย่างสุดกำลัง เพื่อจะประคองความดันโลหิตที่กำลังลดต่ำลงทุกขณะนาที จนในที่สุดคืนนั้นหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอก็หยุดนิ่ง น้องส้มได้หลับพักผ่อนจากการต่อสู้อันยาวนานหลายปี

          ...น้องส้มถูกรับตัวกลับบ้านอย่างสงบในวันต่อมา ไม่เจ็บปวดและทุกข์ทรมานอีกต่อไป

          ผมนำเรื่องนี้มาถ่ายทอดแทนน้องส้มผู้ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนอย่างไร เพื่อบอกเล่าถึงความร้ายกาจของการกลืนกินน้ำยาล้างห้องน้ำ และความทุกข์ทรมานของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องเผชิญมาตลอดระยะเวลาสี่ปี หลังจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปเพียงชั่ววูบ

          หากคุณพบคนรู้จักของคุณคิดตัดสินใจผิดพลาดแบบน้องส้ม โปรดอย่าทำให้อาเจียน เพราะจะทำให้น้ำยาล้างห้องน้ำไหลย้อนกลับมากัดกร่อนและเสี่ยงต่อการสำลักลงปอด อย่าให้ดื่มน้ำ, นม หรือไข่ขาวใด ๆ รีบล้างทำความสะอาดคราบน้ำยาบนเสื้อผ้าและลำตัว แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

          และหากบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับใครสักคน ได้โปรด "แชร์" บทความนี้ออกไป เพื่อเตือนใจใครหลาย ๆ คนเหล่านั้นไม่ให้ตัดสินใจผิดอย่างเช่นน้องส้มอีกเลย
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 19, 2014, 09:25:46 PM
เชอร์รี่แอน คดีเหยื่ออยุติธรรม รอยด่างพร้อยของวงการตำรวจไทย

-http://hilight.kapook.com/view/99535-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc4/410676-01.jpg)




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            เชอร์รี่แอน ดันแคน จากคดีสะเทือนขวัญช็อกคนไทย สู่การจับแพะรับบาป และรอยด่างพร้อยในวงการตำรวจ

            หากย้อนไปเมื่อในช่วงปี 2529 คดีการหายตัวไปของนางสาว เชอร์รี่แอน ดันแคน ดูจะเป็นที่สนอกสนใจของผู้คนในสมัยนั้น เนื่องจากเป็นการฆาตกรรมเด็กสาวลูกครึ่งผู้บริสุทธิ์อย่างเลือดเย็น นำไปสู่การจับกุม 5 ผู้ต้องหาที่ชาวบ้านร่วมประณามให้นำไปประหารชีวิต แต่แล้วคดีกลับพลิก !!! เมื่อพบว่าผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมมานั้น เป็นผู้บริสุทธิ์ พวกเขาเป็นเพียงแพะรับบาปที่ต้องมารับโทษจากสิ่งที่ไม่ได้ก่อ ซ้ำร้ายสภาพหลังออกจากคุกยังน่าเวทนา บางคนติดโรคร้ายจนเสียชีวิต จนทำให้คดีนี้ กลายมาเป็นคดีแพะรับบาปชิ้นใหญ่ และกลายเป็นตราบาปครั้งสำคัญของวงการตำรวจไทย วันนี้ กระปุกดอทคอม จะมาย้อนรอยคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เชอร์รี่แอน กันค่ะ

            ในช่วงเย็นของวันที่ 22 กรกฎาคม 2529 น.ส.เชอร์รี่แอน ดันแคน เด็กสาวลูกครึ่งไทย-สหรัฐอเมริกา วัย 16 ปี ได้ขึ้นรถแท็กซี่ที่หน้าโรงเรียนพระกุมารเยซูวิทยา ซอยสุขุมวิท 101 เพื่อกลับบ้าน แต่เธอเองกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ สร้างความกังวลใจให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก จนต้องไปแจ้งความคนหายไว้กับตำรวจ

            กระทั่งวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 นางสงัดกับนางสายหยุด ศรีเมือง ชาวบ้านในละแวกตำบลบางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ ได้ไปช่วยกันจับปูแถวป่าชายเลนเพื่อนำไปขาย แต่ปรากฏว่า ในวันนั้นทั้งสองคนเจอศพของผู้หญิงคนหนึ่งในร่องน้ำบริเวณป่าชายเลน ทั้งสองคนจึงรีบไปแจ้งความกับตำรวจ สภอ.สมุทรปราการ ซึ่งในตอนแรกตำรวจคาดว่าอาจเป็นสาวโรงงานในละแวกนั้น แต่เมื่อสืบไปสืบมากลับพบว่า ศพของหญิงสาวคนนั้น คือ น.ส.เชอร์รี่แอน ดันแคน
   
            เมื่อตำรวจเริ่มสืบสวน จึงมีการคาดการณ์ว่า น.ส.เชอร์รี่แอน ถูกฆาตกรรมอย่างเลือดเย็น โดยการบีบคอ และสภาพศพนั้นไม่พบบาดแผลใด ๆ ตำรวจจึงเริ่มสอบสวน มิสเตอร์โจ และนางกลอยใจ ดันแคน พ่อแม่ของ น.ส.เชอร์รี่แอน ก่อนจะสอบสวน นายวินัย ชัยพานิช เจ้าของธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเป็นผู้ให้การอุปการะ น.ส.เชอร์รี่แอน

            ทั้งนี้ จากการสอบสวนเพื่อนสนิทของ น.ส.เชอร์รี่แอน เจ้าหน้าที่ก็พบว่า น.ส.เชอร์รี่แอน ได้เดินขึ้นแท็กซี่ที่มาจอดรับเธอหน้าโรงเรียน แต่ไม่มีใครจำรูปพรรณสัณฐานและทะเบียนของแท็กซี่ได้เลย ทำให้ตำรวจได้รับความกดดันอย่างหนัก เนื่องจากหาหลักฐานและพยานไม่ได้ ขณะที่หนังสือพิมพ์ในขณะนั้นก็กัดข่าวนี้ไม่ปล่อย เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน ตำรวจจึงต้องเร่งปิดคดีให้เร็วที่สุด

            ทีมสอบสวนใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการสืบคดี ก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ โดยมีพยานปากสำคัญคือ นายประเมิน โพชพลัด สามล้อรับจ้างที่ได้เข้ามาให้การว่า วันเกิดเหตุเห็นนายวินัย ชัยพานิช และพรรคพวก ได้แก่ นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย, นายพิทักษ์ ค้าขาย, นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม, นายธวัช กิจประยูร ทั้งหมดเป็นลูกน้องของนายวินัย ได้ลงมาจากรถแท็กซี่ โดยที่นายรุ่งเฉลิม และนายพิทักษ์ กำลังประคองเหยื่อออกมาในสภาพสลบ ส่วนนายวินัย นายกระแสร์ นายธวัช เดินตามมาข้างหลัง ตนจึงเข้าไปถามว่า มีอะไรให้ช่วยหรือไม่ แต่ทั้งหมดก็ปฏิเสธ ซึ่งเมื่อนายประเมินได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ก็เริ่มจำได้ เพราะเด็กผู้หญิงที่ถูกประคองนั้นหน้าตาสวยเป็นลูกครึ่ง เขาจึงเดินทางมาเพื่อเป็นพยานในคดีนี้

            จากปากคำของนายประเมิน คนขับสามล้อรับจ้าง ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนโดยทันที ในวันที่ 21 สิงหาคม 2529 พร้อมกับแถลงข่าวการจับกุม ซึ่งเมื่อข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ก็มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้ประหารชีวิตฆาตกรกลุ่มนี้ เพราะมีพฤติกรรมที่โหดร้าย

            และเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา นายวินัยกลับถูกปล่อยตัวออกมา ในวันที่  6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วว่า หลักฐานและสำนวนนั้นอ่อนเกินไป ส่วนจำเลยที่เหลือ ได้แก่ นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย, นายพิทักษ์ ค้าขาย, นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม, นายธวัช กิจประยูร ถูกศาลชั้นต้นสั่งตัดสินประหารชีวิต

            ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 4 คน ได้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ และศาลอุทธรณ์ได้รับไว้พิจารณา แต่ระหว่างที่พวกเขาถูกคุมขังอยู่นั้น พวกเขากลับต้องเจอสภาพที่เลวร้ายภายในคุก ทั้งการทุบตีทำร้ายจากเจ้าหน้าที่ สุขอนามัย โรคระบาด และทำให้นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2534 ขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำบางขวาง ระหว่างที่รอศาลอุทธรณ์พิจารณาคดี

            ต่อมานายวินัย และญาติพี่น้องของผู้เสียหาย ได้รวมตัวกันร้องเรียน พล.ต.อ.เภา สารสิน อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น เพื่อขอความเป็นธรรม จึงมีการมอบหมายให้กองปราบปรามเร่งสืบคดีนี้ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่ตำรวจเจ้าของคดีมองข้าม มาร่วมสืบสวนใหม่ รวมทั้งภายหลังได้มีการสืบทราบว่า นายประเมิน คนขับรถสามล้อที่ให้การเป็นพยานว่าเห็นกลุ่มคนร้ายประคองผู้ตายออกมานั้น แท้จริงแล้วคือพยานเท็จที่ได้รับการว่าจ้างจากตำรวจ สภอ.เมืองสมุทรปราการ มาในราคา 500 บาท

            จากข้อมูลการสืบสวนใหม่ ก็ทำให้ในวันที่ 21 มกราคม 2535 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง นายพิทักษ์ ค้าขาย, นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม, นายธวัช กิจประยูร แต่ให้ขังไว้พิจารณาขณะที่คดีอยู่ในศาลฎีกา และวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2536 ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วยืนคำสั่งตามศาลชั้นอุทธรณ์ สั่งยกฟ้องคดีดังกล่าว จึงทำให้นายพิทักษ์ ค้าขาย, นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม, นายธวัช กิจประยูร ถูกปล่อยตัวออกมารับอิสรภาพ หลังจากที่ทั้ง 3 คนต้องเป็นแพะรับบาปชดใช้กรรมในคุกมาเนิ่นนาน

            อย่างไรก็ตาม อิสรภาพที่พวกเขาแลกมา ก็มาพร้อมกับความขมขื่น เพราะนายพิทักษ์ ค้าขาย เสียชีวิตเมื่อปลายปี พ.ศ. 2536 หลังจากที่ติดโรคร้ายมาจากในคุก ขณะที่นายธวัช กิจประยูร เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไม่นานหลังจากนั้น

            ส่วนนายกระแสร์ พลอยกลุ่ม ผู้เหลือรอดจากคดีนี้เพียงคนเดียว ได้ออกมาเล่าให้ฟังว่า ชีวิตหลังได้รับอิสรภาพของเขาก็เหมือนกับตายทั้งเป็น ในตอนนั้นเขาบอกกับตำรวจว่าไม่ได้ฆ่า แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ นักข่าวเองก็ประโคมข่าว ระหว่างที่อยู่ในคุกก็ถูกซ้อมเพื่อให้รับสารภาพ ถูกซ้อมจนกระดูกสันหลังร้าว ซึ่งในตอนนั้นเป็นช่วงที่รอให้ศาลชั้นต้นตัดสิน เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินแล้วก็เข้าคุกเลย พอออกมากลับไปหาฟิล์มเอกซเรย์ก็ไม่มี หมอก็หาย เวลาเดินเร็ว ๆ ก็ไม่ได้ นอนหงายก็ไม่ได้ ก่อนที่ตนจะเข้าคุกไปก็มีครอบครัว มีภรรยา ลูกชายและลูกสาวอย่างละ 1 คน แต่ในระหว่างที่อยู่ในคุกนั้น ภรรยาเองก็เครียดจนเสียชีวิต ส่วนลูกสาวก็ถูกฆ่าข่มขืน ทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นลูกสาวกำลังจะสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น และพอออกมาจากคุกแล้ว ตำรวจกลับบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเวรกรรม

            จากนั้น ตำรวจจึงเริ่มสอบสวนคดีนี้ใหม่ทั้งหมด และมาทราบว่า นายวินัย ชัยพานิช หรือ เสี่ยแจ็ค ซึ่งในขณะนั้นมีภรรยาคือ น.ส.สุวิบูลย์ หรือ กุ้ง ที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงานกัน โดยนายวินัยเองเป็นคนที่เจ้าชู้ เมื่อมาพบกับ น.ส.เชอร์รี่แอน ก็รู้สึกหลงใหลได้ปลื้ม และแอบเลี้ยง น.ส.เชอร์รี่แอน เอาไว้อย่างลับ ๆ โดยความยินยอมของคุณแม่ของ น.ส.เชอร์รี่แอน เนื่องจากคุณแม่ของ น.ส.เชอร์รี่แอน ทนไม่ได้ที่พ่อมีพฤติกรรมในเชิงชู้สาวกับลูกหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนเมา
   
            จากนั้น ตำรวจได้เข้ารื้อคดีเชอร์รี่แอนขึ้นมาใหม่ โดยสืบเสาะจากนิสัยเจ้าชู้ของนายวินัย และเริ่มแกะรอยคู่ขาแต่ละคนของนายวินัยไปเรื่อย ๆ จนสามารถจับกุมฆาตกรคือ นายสมัคร ธูปบูชาการ ได้เป็นรายแรก และนายสมัคร ก็ได้ซักทอดไปถึงทีมสังหารและผู้บงการ ได้แก่

            นางสาวสุวิบูลย์ พัฒน์พานิช ภรรยาของนายวินัย (ผู้บงการ)
            นายสมใจ บุญญฤทธิ์ (ผู้รู้เห็น)
            นายสมพงษ์ บุญญฤทธิ์ (ผู้ลงมือ)
            นายสมัคร ธูปบูชาการ (ผู้ลงมือ)
            นายพีระ ว่องไววุฒิ (ผู้รู้เห็น)

            ทั้งนี้ คดีนี้ได้ถูกไขไปสู่ความกระจ่าง เมื่อตำรวจผู้สืบคดีนี้ใหม่ ได้รู้ว่า น.ส.สุวิบูลย์ หรือ กุ้ง ภรรยาของนายวินัย เกิดอาการหึงหวง น.ส.เชอร์รี่แอน ที่นายวินัยเลี้ยงเอาไว้ จึงสั่งลูกน้องให้ไปฆ่า น.ส.เชอร์รี่แอน นายสมพงษ์และนายสมใจเอง ก็มีความสนิทสนมกับ น.ส.เชอร์รี่แอน จึงได้ให้นายพีระ ว่องไววุฒิ โชเฟอร์มรณะ ขับรถไปรับ น.ส.เชอร์รี่แอนที่โรงเรียน จากนั้นจึงใช้อุบายอ้างชื่อนายวินัย จน น.ส.เชอร์รี่แอน เชื่อสนิท แล้วจึงหลอกขับรถไปที่บางปู ระหว่างทางเมื่อ น.ส.เชอร์รี่แอน พบความผิดปกติ ก็พยายามขัดขืน กลุ่มฆาตกรจึงบีบคอเธอจนหมดสติ และนำร่างไปทิ้งไว้ที่ร่องน้ำจนจมน้ำตาย ก่อนที่จะพบศพในอีก 2 วันต่อมา

            จากนั้น ในอีก 2 ปีต่อมา วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งประหารชีวิต นางสาวสุวิบูลย์ พัฒน์พานิช ผู้จ้างวาน รวมทั้งนายสมพงษ์ บุญญฤทธิ์ และนายสมัคร ธูปบูชาการ และศาลอุุทธรณ์ได้พิจารณายืนตามศาลชั้นต้น แต่ในชั้นศาลฎีกานั้น นางสาวสุวิบูลย์ ถูกตัดสินให้ปล่อยตัว เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่มีประจักษ์พยานว่าเป็นผู้จ้างวาน ส่วนนายสมพงษ์และนายสมัครนั้น ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากนายสมัคร ให้การรับสารภาพกับตำรวจในชั้นสอบสวนและจับกุม ขณะที่นายสมใจ ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว

            ส่วนฝั่งตำรวจ สภอ. เมืองสมุทรปราการ ที่สืบสวนคดีนี้และปั้นพยานเท็จนั้น ศาลตัดสินว่า นายตำรวจ 5 คน ทำไปตามหน้าที่ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับเรื่องนี้ มีเพียง พ.ต.ท.มงคล ศรีโพธิ์ รอง ผกก. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ไล่ออกจากราชการ

            ในส่วนของผู้บริสุทธิ์นั้น ได้มีการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 10 ปี ทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งศาลแพ่งชั้นต้นได้พิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายในคดีนี้กว่า 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมเป็น 38 ล้านบาท

            เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งใจจะอุทธรณ์คดี แต่ นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม หนึ่งในแพะรับบาป ได้ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เพื่อขอร้องไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอุทธรณ์คดีดังกล่าว โดยในหนังสือขอความเป็นธรรมระบุว่า นายกระแสร์และพวกได้รับความเสียหายมาเป็นเวลานาน แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากหน่วยงานราชการ ซึ่งคดีนี้มีข้อยุติแล้วว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ศาลแพ่งจึงได้มีคำสั่งพิพากษาให้ชดใช้เงิน เมื่อเทียบกับความเสียหายแล้วก็ไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ แต่ก็เพียงพอที่จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและครอบครัว จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาขอความเห็นใจและสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้

            ถือได้ว่าเรื่องนี้คืออีกหนึ่งบทเรียนของสังคมไทย และคดีนี้ได้กลายมาเป็นคดีตัวอย่างในการออก พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ในที่สุด


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 20, 2014, 09:41:58 PM
กทม. ครองแชมป์คดีข่มขืนมากที่สุด เหยื่อเด็กสุดวัยเพียง 1 ขวบ

-http://hilight.kapook.com/view/99583-




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          รายงานสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศ ปี 2556 เผย กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์คดีข่มขืนมากที่สุด รองลงมา จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ และนนทบุรี สลดพบเหยื่อเด็กสุดวัยเพียง 1 ขวบ และทุก ๆ 15 นาที จะมีเด็กและผู้หญิงถูกทำร้าย 1 คน

          เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันนี้ (20 มีนาคม 2557) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนาเรื่อง รายงานสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศ ปี 2556 โดยมีนางญาณี เลิศไกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวเปิดการสัมมนาว่า สถานการณ์ความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยในหลาย ๆ อย่าง เช่น ปัญหาทางครอบครัว ความเครียด โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงและเด็ก จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2556 เกิดการกระทำความรุนแรงจำนวน 31,866 ราย หรือเฉลี่ยทุก ๆ 15 นาที จะมีเด็กและผู้หญิงถูกทำร้าย 1 คน และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ เหยื่อเด็กหญิงถูกข่มขืนอายุน้อยที่สุดอายุเพียง 1 ขวบ 9 เดือน ส่วนอายุผู้ถูกกระทำที่มากที่สุด อายุ 85 ปี

          น.ส.จรีย์ ศรีสวัสดิ์ ฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศปี 2556 จากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก และมติชน พบว่า ข่าวการกระทำความรุนแรงทางเพศ มีทั้งหมด 169 ข่าว มีผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศทั้งสิ้น 223 ราย เสียชีวิต 29 ราย  โดย 1 ใน 3 มีอาการหวาดผวา ระแวง และซึมเศร้า ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศในปี 2554 พบว่า ปี 2556 มีจำนวนข่าวความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้น สำหรับประเภทข่าวที่ครองแชมป์อันดับ 1 ยังคงเป็นข่าวข่มขืน รองลงมา ข่าวอนาจาร และข่าวพยายามข่มขืน โดยจังหวัดที่พบว่ามีคดีข่มขืนมากเป็นอันดับ 1 คือ กรุงเทพมหานคร รองลงมา จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ และ นนทบุรี

          โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศ ได้แก่

          ร้อยละ 37.70 มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
          ร้อยละ 24.50 มีปัญหาการควบคุมยับยั้งอารมณ์ทางเพศ
          ร้อยละ 20.80 ต้องการชิงทรัพย์

          อายุผู้ที่ถูกกระทำ ได้แก่

          ร้อยละ 35.10 อายุ 11-15 ปี
          ร้อยละ 22.00 อายุ 16-20 ปี
          ร้อยละ 10.10 อายุ 26–30 ปี

          ความสัมพันธ์ของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำคือ

          ร้อยละ 47.50 เป็นคนแปลกหน้า
          ร้อยละ 41.80 เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกัน
          ร้อยละ  05.60 เป็นคนในครอบครัว/เครือญาติ
          ร้อยละ  05.10 เป็นคนที่รู้จักผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

          พบว่าเหยื่อที่ถูกกระทำมากที่สุด คือ

          ร้อยละ 59.20 นักเรียน/นักศึกษา
          ร้อยละ 06.60 เด็กเล็ก
          ร้อยละ 05.40 พนักงานบริษัท

          พบว่าผู้กระทำมากที่สุด คือ

          ร้อยละ 19.20 ลูกจ้าง/รับจ้าง
          ร้อยละ 14.30 ว่างงาน
          ร้อยละ 12.80 นักเรียน/นักศึกษา
          ร้อยละ 08.50 ครู/อาจารย์
          ร้อยละ 07.80 ขับรถตู้/รถแท็กซี่

          ในขณะที่ น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล  กล่าวว่าสำหรับปัญหาที่พบคือ กระบวนการส่วนใหญ่ยังปกป้องผู้กระทำ หลายกรณีเอาผิดไม่ได้ คดีล่าช้า การให้ยอมความหรือแม้กระทั่งผู้เสียหายเข้าแจ้งความแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบางที่อ้างเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติบอกให้รอไว้ก่อน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USTVOREV6TUE9PQ==&subcatid=-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 05, 2014, 09:13:59 AM


ศาลอินเดียสั่งประหารแก๊งทรชนรุมโทรมหญิงที่มุมไบ

*-http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/228102/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9A-


ศาลเมืองมุมไบมีคำตัดสินให้ชาย 3 คนรับโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ จากความผิดร่วมกันข่มขืนและทำร้ายร่างกายหญิงสาว 2 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อปีที่แล้ว
วันเสาร์ 5 เมษายน 2557 เวลา 08:19 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่าศาลเมืองมุมไบมีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ ให้ชาย 3 คนรับโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ฐานเจตนาร่วมกันก่อเหตุร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายหญิงสาววัย 18 ปี เมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ชายทั้ง 3 คนยังรวมอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 5 คน ซึ่งก่อเหตุร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายหญิงสาววัย 22 ปี ในเมืองมุมไบ เมื่อเดือนส.ค ปีเดียวกัน ซึ่งศาลพิพากษาฎีกาแล้ว ให้ผู้ต้องหา 4 คนรับโทษแขวนคอประหารชีวิต ส่วนอีกคนซึ่งเป็นผู้เยาว์ให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต

ประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรีเป็นที่สนใจและจุดชนวนเรียกร้องให้เกิดการปรับแก้บทลงโทษตามกฎหมายให้รุนแรงสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หลังเกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คนรุมข่มขืนและทำร้ายร่างกายนักศึกษาหญิงวัย 23 ปี บนรถประจำทางในกรุงนิวเดลี เมื่อเดือนธ.ค. 2555 ซึ่งศาลพิพากษาแล้วให้ผู้ต้องหา 4 คนรับโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ขณะที่คนที่ 5 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ให้รับโทษในสถานพินิจเป็นเวลา 3 ปี ส่วนอีกคนฆ่าตัวตายในเรือนจำ

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 07, 2014, 06:47:26 AM
รวบคนร้ายถีบรถนักศึกษาหญิงชิงทรัพย์ อ้างหาเงินเลี้ยงพ่อ

-http://hilight.kapook.com/view/100391-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


               เจ้าหน้าที่บุกรวบคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถนักศึกษาหญิงก่อนถีบรถล้ม เข้าชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ อ้างหาเงินเลี้ยงพ่อป่วยอัมพฤกษ์

                  เมื่อเวลา 00.50 น. ของวันนี้ (6 เมษายน 2557) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจาก น.ส.ศศิประภา เหล่าจำปา อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ว่าถูกคนร้ายใช้กำลังทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดเสียอยู่ในซอยกังวาน 4 หน้าหอพักสงบสุขสบาย ซึ่งคาดว่าเป็นของคนร้ายที่จอดทิ้งไว้และหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะด้านหลังหอพัก
 
                  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมกำลังเข้าค้นหาคนร้าย กระทั่งพบนายชาญณรงค์ ศรีตะ อายุ 25 ปี ที่หลบซ่อนตัวอยู่ จึงเข้าค้นตัวพบว่ามีโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย และเมื่อตรวจค้นรถจักรยานยนต์ของนายชาญณรงค์ ยังพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ตั๋วรับจำนำของโรงรับจำนำ 3 ใบ ใบเสร็จขายโทรศัพท์มือถือ 10 ใบ เครื่องชาร์ตไฟสำรอง 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 6 ใบ

                   เบื้องต้นจากการสอบสวน ทราบว่า นายชาญณรงค์ ได้ใช้รถจักรยานยนต์ขับตระเวนไปในซอยเปลี่ยวและเมื่อพบผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงขับรถจักรยานยนต์มาคนเดียว จึงขับรถเข้าประกบพร้อมกับใช้เท้าถีบผู้เสียหายจนล้มและเข้าตบตี ก่อนชิงทรัพย์สินในตัวไปทั้งหมด ซึ่งนายชาญณรงค์ มีพฤติกรรมดังกล่าวกับผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงที่เป็นนักศึกษาในเขต อ.เมืองขอนแก่นมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 คน โดยนายชาญณรงค์อ้างว่าที่ทำไปเพื่อต้องการนำเงินไปรักษาพ่อที่ประสบอุบัติเหตุและเป็นอัมพฤกษ์
 
                  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมนายชาญณรงค์ พร้อมของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น และแจ้งไปยังผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายขโมยมากว่า 30 ราย ให้มาดูตัวนายชาญณรงค์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายชาญณรงค์ ในข้อหาลักทรัพย์ผู้อื่นต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396763296&grpid=03&catid=&subcatid=-

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 13, 2014, 09:21:17 AM
เล่นสงกรานต์ถูกลวนลาม "แจ้งเอาผิดตามกฎหมาย"ได้นะจ๊ะ

-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1397347921&grpid=03&catid=&subcatid=-

การออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ในที่ต่างๆ แล้วโดนลวนลามทางร่างกาย ไม่ว่าจะกอด จูบ ลูบ คลำโดยเจ้าตัวไม่ได้ยินยอม ถือว่าเข้าข่ายความผิดฐานอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้

หากโดนกอด จูบ ลูบคลำ ตามร่างกาย โดนจับของลับ สามารถเอาผิด ตามมาตรา 278 "ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นไม่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถ ขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นคนอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

แต่หากไกล่เกลี่ยลงตัว ผู้เสียหายยอมความ สามารถทำได้ ตามมาตรา 281 "การกระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรคแรก และ มาตรา 278 นั้น ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือ ถึงแก่ความตาย หรือมิได้เป็นการ กระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ใน มาตรา 285 เป็นความผิดอันยอมความได้" และที่สำคัญผู้เสียหายต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีด้วย

ไม่ว่าเพศใดๆ ต้องรู้เท่าทันกฎหมาย เมื่อออกไปเล่นน้ำแล้วโดนลวนลามร่างกาย ต้องไม่ปล่อยเฉย จบด้วยคำขอโทษ หรือติดป้ายประจาน เพราะสามารถเอาผิดผู้กระทำตามกฎหมายได้ ชนิดติดคุกหัวโตนานนับ 10 ปีได้

คดีอนาจารไม่ใช่ปรับเงินเพียง 500 บาท แล้วปล่อยกลับบ้านเหมือนที่หลายคนเข้าใจ


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 19, 2014, 06:43:43 PM
คนร้ายสะกดรอยข่มขืนสาว หลังเล่นสงกรานต์พัทยา

-http://news.sanook.com/1556541/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2/-

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

สาวกาฬสินธุ์เที่ยวเล่นวันไหลพัทยา หลังเลิกเล่นเดินทางกลับห้องพักถูกคนร้านสะกดรอยตามยันห้องข่มขืนยับ

วันนี้ (19 เม.ย.) เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.ท. สุชาติ แย้มศักดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ว่าได้ถูกคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 25-30 ปี ใช้กำลังขู่บังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ เหตุเกิดที่อพาร์ทเม้น แห่งหนึ่งในซอยหมู่บ้านร้อยหลัง หลังรับแจ้งจึงได้ทำการสอบสวน

จากการสอบสวน น.ส.เอ ให้การว่า ตนมาเที่ยวเล่นน้ำวันไหลพัทยาและนาเกลือ เล่นน้ำจนมาถึงบริเวณชายหาดพัทยา หลังจากเลิกเล่นแล้ว ตนกับเพื่อนก็แยกย้ายกันเดินทางกลับห้องพักที่ซอยร้อยหลัง โดยได้นั่งรถสองแถวกลับ หลังจากที่ลงรถ ก็เดินเข้าซอยเพื่อไปยังอพาร์ทเมนท์ ตนเดินขึ้นห้องพักที่ชั้น 3 เห็นคนร้ายเดินตามมา ซึ่งจำได้ว่าลงจากรถสองแถวมาด้วยกัน แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนที่พักอยู่ที่เดียวกัน จึงไม่เอะใจอะไร

จนกระทั่งตนเดินจนถึงห้องพัก คนร้ายก็ยังคงเดินตามมาอยู่ เมื่อตนไขกุญแจเปิดห้อง คนร้ายได้ใช้มือผลักตนเข้าไปในห้องก่อนที่จะทำการบีบคอตนไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ตนพยายามจะต่อสู้และร้องให้คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ตนพยายามหลอกคนร้ายให้หยิบน้ำในตู้เย็น โดยแกล้งทำทีเป็นหิวน้ำ ก่อนจะใช้จังหวะที่คนร้ายหยิบน้ำ วิ่งหลบหนีแต่ไม่เป็นผล คนร้ายดึงรั้งกระชากตนจนล้มลงกับพื้น จนตนสู้แรงไม่ไหว จึงถูกคนร้ายข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเพื่อนและเข้าแจ้งความดังกล่าว

ภายหลังจากการสอบสวนในเบื้องต้นแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งส่งตัวไปทำการตรวจร่างกายที่ รพ.เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเบาะแสจากที่เกิดเหตุหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก พัทยาเดลินิวส์


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 22, 2014, 10:43:05 PM
รวบแล้ว! แฝดนรกถีบจยย.สาวท้อง 5 เดือน ลากข่มขืน

-http://news.sanook.com/1579355/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%9D%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-5-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-

(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/315/1579355/1.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ขอขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์คุณ @SuchatPK

จากกรณีที่วานนี้ (21 เม.ย.) หญิงสาวตั้งครรภ์ 5 เดือน สาวแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจยย.ตามประกบก่อนถีบรถจยย.ของเหยื่อจนล้มคว่ำขาซ้ายหัก และลากไปข่มขืนในป่าละเมาะข้างทาง แม้เหยื่อจะบอกว่าท้องก็ตาม หลังก่อเหตุได้ฉกเงินสดและโทรศัพท์มือถือไป เหตุเกิดบริเวณถนนใกล้กับวัดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รวบตัวผู้ต้องหา 2 ราย อายุ 17 ปี เป็นฝาแฝดกัน จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้ตั้งใจข่มขืน



----------------------------------------------

ไม่น่าเก็บไว้ ออกจากคุก ก็เป็นโจรต่ออีก

การกระทำ เกิดจากสันดานโดยแท้
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 23, 2014, 09:43:18 PM
ใจหมาฝุดๆ ! หนุ่มปล่อยแม่ไม้มวยไทย ใส่สาวไม่ยั้ง

แมนมาก !! เตะได้แม้กระทั่งผู้หญิง ถึงจะเป็นแฟนมึงก็เถอะนะ แต่ผู้หญิงเค้าก็มีหัวใจนะเฟ้ย... อย่าให้ด่านะว่าเป็นผู้ชายที่ใจสุนัข เรียกได้ว่า ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากมาย กับใจของผู้ชายคนนี้

-http://world.kapook.com/pin/5357862238217a7967000000-


http://www.youtube.com/watch?v=denI1tAaoOU#t=21 (http://www.youtube.com/watch?v=denI1tAaoOU#t=21)
-http://www.youtube.com/watch?v=denI1tAaoOU#t=21-

แมนมากเตะผู้หญิง ถึงจะเป็นแฟนมึงก็เถอะนะ


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 17, 2014, 08:45:54 AM
.

ต้องป้องกันภัยกันไว้  พวกนี้ต้องจับตาย 
เก็บไว้เปลืองข้าวในคุก



-----------------------------------------------------------------------

แชร์ว่อน! ชาวร้อยเอ็ดผวา ตามล่าฆาตกรโรคจิต

-http://news.sanook.com/1595275/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95/-


(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/319/1595275/d3f4fr.jpg)


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(17 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ข่าวเตือนภัย เกี่ยวกับคนร้ายคดีฆาตกรรม ที่อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ซึ่งชาวบ้านอ.เกษตรวิสัยและพื้นที่ใกล้เคียง ต่างมีความหวั่นวิตกว่าคนร้ายอาจก่อเหตุซ้ำ โดยระบุว่าคนร้ายรายนี้ชื่อ นายบุญถัน โพธิกาวิน อายุ 44 ปี

ทั้งนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊ก Roi-Et city ของจ.ร้อยเอ็ด ได้ประกาศเตือนภัยไปยังประชาชน ระบุข้อความดังนี้

"ข่าวด่วน!!! สภ.เกษตรวิสัย ร่วมกับสภ.ข้างเคียงจะทำการปิดล้อมตรวจค้น หาคนร้ายคดีฆ่า ทั้งทางพื้นดินและอากาศ ที่วัดป่าเหล่าหลวง บ้านคุยผง เบื้องต้นคนร้ายเคยก่อเหตุฆ่าผู้อื่นฯ 13 ศพหนีมาบวช และก่อเหตุฆ่าผู้อื่นอีกเมื่อ 12 พ.ค.ที่บ้านคุยผง เขตอ.เกษตรวิสัย ถือว่าเป็นคนร้ายสำคัญและอันตรายมาก!"

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (16 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกษตรวิสัย สนธิกำลังกับ สภ.ข้างเคียง พร้อมเฮลิคอปเตอร์ ทำการปิดล้อมจับคนร้ายคดีฆาตกรรมทั้งทางพื้นดินและอากาศ ซึ่งขณะนี้ยังตามจับคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน และพื้นที่หลบหนีเป็นป่ารก

ทั้งนี้ คดีล่าสุดที่คาดว่าเป็นฝีมือคนร้ายรายนี้คือ คดีฆาตกรรมหญิงชรา อายุ 57 ปี ที่บ้านคุยผง-ดงน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยพบศพเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 24, 2014, 08:45:57 AM
ผู้หญิงต้องรู้ ภัยจากกล้องแอบถ่าย

-http://club.sanook.com/32521/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81/-


ห้องข่าว 7 สี  ผู้หญิงต้องรู้  ภัยจากกล้องแอบถ่าย

รายการห้องข่าว 7 สี รายงานว่า จากกรณีมีข่าวการแอบถ่าย ซ่อนกล้องในห้องน้ำ มีผู้หญิงหลายคนตกเป็นเหยื่อ เราจึงอยากจะให้ทุกคนรู้จักหน้าตากล้องเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร จะมีวิธีการตรวจสอบได้อย่างไรบ้าง เราได้มีการเชิญผู้มีความรู้ด้านกล้องมาให้ข้อมูล และผู้หญิงอย่างเราเองจะป้องกันตัวเองในเบื้องต้นได้อย่างไร  รวมถึงหากเราตกเป็นเหยื่อแล้ว จะทำอย่างไร ติดตามกันเลย


ติดตามชมคลิป จากลิงค์ครับ

http://club.sanook.com/32521/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81/ (http://club.sanook.com/32521/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81/)
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 31, 2014, 07:03:13 AM
รวบแล้ว 2 หนุ่มปล่อยคลิปแอบถ่ายนักศึกษาทำธุระในห้องน้ำ

-http://hilight.kapook.com/view/102974-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/news_39.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @MorningNewsTV3
       
            รวบแล้ว 2 หนุ่มมือปล่อยคลิปแอบถ่ายนักศึกษาทำธุระในห้องน้ำ รับร่วมมือกันเปิดเว็บอนาจาร ข่มขู่เงินเหยื่อ หากไม่ให้จะนำไปปล่อยในเว็บ เรียกค่าสมาชิกเข้าชมคนละ 300 บาท

            เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุม นายภาณุวัฒน์ ลิ้มพัทยา อายุ 26 ปี ชาวอ่างทอง และนายสันติภาพ สิงสาด อายุ 27 ปี ชาวพิษณุโลก ฐานแอบถ่ายนักศึกษาสาวขณะทำธุระในสุขา โดยผู้ต้องหาโดนดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายลามกอนาจาร

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาและพนักงานบริษัทกว่า 20 ราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (บก.ปอท.) ว่ามีคนร้ายเอากล้องไปแอบถ่ายขณะที่ทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แล้วนำเอาไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายและเสียชื่อเสียง จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน โดย นายภาณุวัฒน์ หนึ่งในผู้ต้องหา ได้หลบไปบวชเป็นพระที่วัดดังแห่งหนึ่ง ใน จ.อ่างทอง และเพิ่งสึกออกมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

            ขณะที่ นายสันติภาพ ผู้ต้องหาอีกรายหนึ่ง รับสารภาพว่า ตนและนายภาณุวัฒน์รู้จักกันผ่านอินเทอร์เน็ตและได้ร่วมกับเปิดเว็บอนาจารเพื่อเผยแพร่คลิปโป๊ต่าง ๆ โดยตนมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลเว็บ ขณะที่นายภาณุวัฒน์เป็นฝ่ายการตลาด เพื่อติดต่อกับผู้เสียหายและข่มขู่เรียกเงิน หากใครไม่ยอมก็จะนำภาพไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ ส่วนใครที่จะชมภาพอนาจารก็ต้องจ่ายค่าสมาชิกคนละ 300 บาท ซึ่งตนยอมรับเพียงแค่เผยแพร่คลิปเท่านั้น แต่เรื่องของการติดกล้องแอบถ่าย พวกตนไม่ได้ทำ

            อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองราย เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://siamdara.com/hotnews/140529_91235.html-




ปอท.รวบแล้ว 2 หนุ่มมือบอนแอบถ่ายคนดังทำธุระในสุขา
29 พฤษภาคม 2557 19:45 น.
-http://siamdara.com/hotnews/140529_91235.html-

(http://siamdara.com/Picture_News/140529bt429120.jpg)


หลังคนบันเทิงและคนดีๆต้องเดือดร้อนเมื่อเจอคนโรคจิตซุ่มตั้งกล้องถ่ายผู้เสียหายขณะทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำแล้วนำมาแบล็คเมล์ ตลอดจนนำไปเผยแพร่และลอยนวลมานาน ตามที่มีข่าวฮือฮาชวนผวานั้น


        ล่าสุด..คนชั่วถูกรวบแล้วและวันนี้(29 พ.ค.) เวลาประมาณ 17.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (บก.ปอท.)  พ.ต.อ. สมพร เเดงดี รอง ผบก.ปอท. แถลงข่าวจับกุมนายภาณุวัฒน์ ลิ้มพัทยา อายุ 26 ปี ชาวจ.อ่างทอง  และ นายสันติภาพ สิงสาด อายุ 27 ปี ชาวจ.พิษณุโลกตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามก เเละข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เเละเผยเเพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายลามกอนาจารพ.ต.อ.สมพร กล่าวว่า  สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้เสียหายซึ่งมีหน้าตาคล้ายนางเอกชื่อดัง รวมถึงนักศึกษาเเละพนักงานบริษัทจำนวนกว่า 20 ราย เข้าเเจ้งความร้องทุกข์ต่อ ปอท. ว่ามีคนร้ายนำกล้องไปติดตั้งในห้องน้ำ เพื่อเเอบถ่ายผู้เสียหาย ขณะทำธุระส่วนตัว เเล้วนำไปเผยเเพร่ทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายเสียชื่อเสียง จึงมีการสืบสวนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เเอบถ่ายได้ 1 ราย เเละสามารถขยายผลกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ จากการตรวจสอบพบว่านายภาณุวัฒน์ หนึ่งในผู้ต้องหา ระหว่างที่กระทำความผิดนั้น ได้บวชเป็นพระในวัดเเห่งหนึ่งที่จ.อ่างทอง เเละเพิ่งสึกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม

           ด้านนายสันติภาพรับสารภาพว่า ตนเเละนายภาณุวัฒน์รู้จักกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตเเล้วจึงร่วมกันเปิดเว็บไซต์เผยเเพร่ภาพเเละคลิปลามกอนาจาร กับนายภาณุวัฒน์  โดยตนจะมีหน้าที่เป็นผู้ดูเเลเว็บ ขณะที่นายภาณุวัฒน์ เป็นฝ่ายการตลาด เพื่อติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อข่มขู่ เรียกเงิน เเละหากใครไม่ยินยอมจะนำเผยแพร่ในเว็บไซต์ ทั้งนี้จะมีการเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิกไอดีละ300บาท ซึ่งทั้งสองขอปฏิเสธว่าเพียงเเต่เผยเเพร่คลิปเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้นำกล้องไปติดตั้งเพื่อเเอบถ่ายเเต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองราย เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 01, 2014, 10:08:12 AM
ช็อค! แอบถ่ายห้องน้ำนักศึกษาม.ดัง หลุดเป็นร้อยคลิป


-http://news.sanook.com/1599477/%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84-%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A1.%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพ เข้าไปติดกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นห้องน้ำหญิง ซึ่งเมื่อถ่ายแล้วบุคคลเหล่านี้จะรวบรวมออกขาย ซึ่งกรณีนี้ มีดารา นักแสดง หลายคนที่ตกเป็นเหยื่อรวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้ล่าสุด หลายมหาวิทยาลัยได้แจ้งเตือน และเข้มงวดในการตรวจตราห้องน้ำหญิงมากขึ้น เช่น สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประกาศผ่านเฟชบุ๊คว่าจากที่สภานักศึกษาได้รับการร้องเรียนเรื่องมีคนติดกล้องวงจรปิดในห้องน้ำ SC (อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์)  ทางสภาได้ตรวจสอบเเล้วว่าในเว็บดังกล่าวมีการเเอบถ่ายจริง เเต่ไม่ใช่ห้องน้ำของธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งตอนนี้ทางสภานักศึกษาจะเเจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยนั้นทราบ เเละจะดำเนินมาตรการขั้นต่อไป ทั้งนี้สภานักศึกษาจะเร่งกำชับให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัย เเละเเม่บ้านดูเเลอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามดู ผศ.ศิริวัฒน์ หงส์ทอง หัวหน้าภาควิชา เทคโนโลยีวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เคยให้ความเห็นถึงกล้องแอบถ่ายที่มิจฉาชีพนิยมว่า ส่วนใหญ่เป็น กล้องธรรมดาแบบไร้สาย โดยถ่ายภาพวิดีโอได้เมื่อพื้นที่นั้นมีแสงสว่าง กระบวนการทำงานใช้ถ่านไฟฉายหรือถ่านนาฬิกาจ่ายไฟให้กับตัวกล้อง และส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับที่แปลสัญญาณเป็นภาพบนจอทีวี ซึ่งระยะการทำงานของเครื่องส่งและรับจะไม่ไกลกว่า 15 เมตร ขณะเดียวกันกล้องชนิดนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสายไฟรับส่งข้อมูลไปยังปลายทางในระยะที่คนร้ายได้โยงสายไฟ

ที่ผ่านมากล้องธรรมดาที่ใช้ในการแอบถ่ายส่วนใหญ่มีการดัดแปลงถอดชิ้นส่วนตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ออกเหลือเพียงตัวกล้องเพื่อง่ายแก่การหลบซ่อน แต่ขณะนี้ มีกล้องแอบถ่ายดัดแปลงเป็นนาฬิกา กระดุม ปากกา และไฟแช็ก ซึ่งแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น

อีกประเภทเป็นกล้องอินฟราเรด มีกระบวนการทำงานด้วยการยิงแสงอินฟราเรดไปยังวัตถุเป้าหมายแล้วแสงเหล่านั้นจะสะท้อนกลับมาที่กล้อง ภาพที่ออกมามีลักษณะขาวดำ แต่จะพิเศษกว่ากล้องทั่วไปตรงที่สามารถส่องเห็นวัตถุแม้ไม่มีแสง กลุ่มของนักแอบถ่ายมักไม่นิยมใช้กล้องแบบนี้เนื่องจากไม่มีสี แต่ในบางกรณีกล้องบางรุ่นออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งกล้องธรรมดาที่มีสีกับกล้องอินฟราเรดที่ใช้ได้เมื่อเวลาไม่มีแสง

ด้านการสังเกตกล้องแอบถ่าย ผศ.ศิริวัฒน์ ให้ความคิดเห็นว่า ค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากกล้องมีขนาดเล็ก ขณะเดียวกันวิธีการสำรวจที่ว่า หากมีกล้องแอบถ่ายแบบไร้สาย เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือจะไม่มีสัญญาณหรือไม่สามารถโทรฯออกได้ ซึ่งเป็นไปได้ยากเนื่องจากกล้องแอบถ่ายส่วนใหญ่ใช้คลื่นความถี่ในการส่งสูงกว่าคลื่นมือถือ ในบางกรณีที่คลื่นของกล้องแอบถ่ายกับมือถือมีความถี่ชนกัน จึงทำให้โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณหรือโทรฯออกไม่ได้

ส่วนอีกกรณีที่ให้ทดสอบด้วยการนำกล้องมือถือถ่ายตรงจุดต้องสงสัยว่ามีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่หรือใช้รีโมตเครื่องใช้ไฟฟ้ากดปุ่มใดก็ได้ตรงบริเวณที่สงสัย ซึ่งเมื่อภาพที่ถ่ายออกมาจะมีจุดสีแดง ในทางวิชาการจะไม่สามารถใช้ได้กับกล้องธรรมดาทั่วไป แต่สามารถช่วยได้ในกรณีเป็นกล้องแอบถ่ายแบบอินฟราเรด

ขณะที่กล้องแอบถ่ายที่มีการเดินสายไฟ เหยื่อต้องใช้การสังเกตสิ่งผิดปกติโดยรอบ เช่น การเดินสายไฟที่พวกนี้จะเดินสายไฟทีหลังและไม่มีความเรียบร้อย ซึ่งหากให้ดีควรไล่สายไฟแต่ละเส้นว่าได้รับการต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ ด้านในพื้นที่สาธารณะต้องสำรวจวัตถุต้องสงสัยที่วางอยู่ในระยะ 2 เมตร เนื่องจากกล้องพวกนี้จับระยะได้ไกลสุด

"ด้วยความที่กล้องแอบถ่ายเหล่านี้หาซื้อได้ง่าย ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถหาอุปกรณ์มาสนองความต้องการที่มีให้เลือกได้หลายรูปแบบ คนไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีก็สามารถนำมาดัดแปลงใช้ได้ จึงเป็นอีกปัญหาสังคมที่ต้องจับตามอง ดังนั้นเหยื่อควรสำรวจมุมห้องเช่น ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เป็นจุดล่อแหลมของการแอบถ่ายหรือกระจกที่ลองเสื้อผ้าซึ่ง มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มคนเหล่านี้จะนำกล้องไปซ่อนไว้หลังกระจกที่ด้านในสามารถมองเห็นคนด้านนอกได้ ดังนั้นผู้ที่ใช้ห้องลองเสื้อผ้าสาธารณะควรมีเสื้อผ้าปกปิดจุดสำคัญไว้บ้าง" ผศ.ศิริวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 07, 2014, 10:33:32 AM
จับทนายหื่น ! แอบถ่ายใต้กระโปรงอดีตพิธีกรช่อง 3 กลางห้าง

-http://hilight.kapook.com/view/103404-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

            จับ นายเมธา อายุ 59 ปี  ทนายความหื่น  แอบถ่ายใต้กระโปรงอดีตพิธีกรช่อง 3 กลางห้าง ตำรวจสั่งปรับ 1 พัน ก่อนปล่อยตัว

               วันที่ 6 มิถุนายน 2557 รองผกก สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์, สว.สส.สน.ทองหล่อ  ร.ต.อ.ภาณุภัทร กิตติพันธ์, ร.ต.อ.ทองเปลว หาญไพบูลย์ และ ร.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ ร่วมกันจับกุมนายเมธา อายุ 59 ปี อาชีพทนายความ ได้ที่วิลล่า มาร์เก็ต ภายในโครงการ เจ อเวนิว ซอยทองหล่อ 15 หลังก่อเหตุแอบถ่ายใต้กระโปรงอดีตพิธีกรสาวช่อง 3

               ผู้เสียหายอายุ 25 ปี เป็นอดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์ของช่อง 3 เผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ตนได้เดินทางไปที่วิลล่า มาร์เก็ต ขณะที่กำลังเลือกซื้อหนังสืออยู่สังเกตเห็นชายคนนี้เดินเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยทีท่าแปลก ๆ เมื่อมองไปจึงพบว่าเขาใช้กล้องวิดีโอขนาดเล็กติดมากับปลายเสาอากาศ แล้วสอดเข้ามาใต้ประโปรงของตน จึงได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าจับกุม

               จากการตรวจค้นตัวนายเมธี เจ้าหน้าที่พบของกลางคือ กล้องวิดีโอขนาดเล็ก เมมโมรี่การ์ดยี่ห้อโซนี่ซ่อนไว้ในถุงเท้า และเสาอากาศ 1 อัน

               ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า พยายามถ่ายภาพใต้กระโปรงผู้เสียหายจริง เพราะอยากเห็นและจะนำไปสนองความต้องการส่วนตัว ไม่ได้ถ่ายเพื่อการค้าแต่อย่างใด ในเบื้องต้น ร.ต.อ.ภาณุภัทร จึงแจ้งข้อกล่าวหากระทำการให้ผู้อื่นเดือดร้อนในสถานที่สาธารณะและกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น แล้วส่งต่อ ร.ต.ท.ชาคริต บุญเพิ่ม พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท ก่อนปล่อยตัวไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก  -http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd01qQTJPRGt6T0E9PQ==&subcatid=-

จับทนายวัย 59 แอบถ่ายใต้กระโปรงอดีตพิธีกรสาวรายการดัง

วันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รองผกก สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ภาณุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ทองเปลว หาญไพบูลย์ ร.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ ร่วมกันจับกุม นายเมธา อายุ 59 ปี อาชีพ ทนายความ ได้ที่ วิลล่า มาร์เก็ต เจเอเวอร์นิว ก่อเหตุแอบถ่ายใต้กระโปรงพิธีกรสาว

ผู้เสียหาย อายุ 25 ปี เป็นอดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ตนได้เดินทางไปที่ วิลล่า มาร์เก็ต เจเอเวอร์นิว ขณะที่ตนกำลังเลือกเดินซื้อหนังสืออยู่นั้นสังเกตุว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ๆ มีท่าทีแปลกๆ รู้สึกผิดสังเกต จึงหันไปมองก็พบว่าชายคนดังกล่าว ใช้กล้องวีดีโอขนาดเล็ก ติดกับเสาอากาศแล้วยื่นเข้าใต้กระโปรงของตน จึงได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างและจับคอเสื้อเอาไว้ เพื่อไม่ให้หลบหนีโดยมีประชาชนชนที่เดินอยู่ภายในห้างได้ช่วยล้อมไว้ ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงได้ตรวจพบของกลาง 1.กล้องวีดีโอและเมมโมรี่การ์ด ยี่ห้อโซนี่ จำนวน 1 อัน (ซ่อนไว้ในถุงเท้า) 2. เสาอากาศ จำนวน 1 อัน จึงนำตัวผู้ต้องหามามาที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนอยากเห็นภาพใต้กระโปรงของผู้เสียหายและจะบันทึกข้อมูลเพื่อไปสนองตัณหาส่วนตัว ไม่ได้กระทำเป็นการค้าแต่อย่างใด โดย ร.ต.อ.ภาณุภัทร กล่าวว่าเบื้องต้นจะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาว่า กระทำการให้ผู้อื่นเดือดร้อนในสถานที่สาธารณะและกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ก่อนนำตัวส่ง ร.ต.ท.ชาคริต บุญเพิ่ม พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาทก่อนปล่อยตัวไป

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 07, 2014, 10:51:12 AM
โคตรแมนจริงๆ กับหนุ่มคนนี้ที่เล่นรัวหมัดต่อยใส่ผู้หญิงแบบไม่ไว้หน้ากันเลย
ไม่รู้ว่าไปโกรธอะไรมามากขนาดนั้น แถมคนอื่นแทนที่จะห้ามดันยืนดูเฉย งามไส้จริงๆ นะพวกนาย

-http://www.youtube.com/v/J7yHbQQhpRc?version=3&autohide=1-
-http://world.kapook.com/pin/5391616b38217ada05000000-



http://www.youtube.com/v/J7yHbQQhpRc?version=3&autohide=1 (http://www.youtube.com/v/J7yHbQQhpRc?version=3&autohide=1)
-http://www.youtube.com/v/J7yHbQQhpRc?version=3&autohide=1-



-----------------------------------------------------
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 07, 2014, 12:31:27 PM
เรื่องด้านล่าง  ไม่รู้ว่าจะป้องกันได้อย่างไร

อ่านแล้ว  อนาถใจ 



-------------------------------------------------------------------------------


พ่อหื่นข่มขืนลูกในไส้นานกว่า 2 ปี

-http://news.sanook.com/1607465/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-2-%E0%B8%9B%E0%B8%B5/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com


ลูกสาวสุดทนพ่อบังเกิดเกล้า ข่มขืนมาราธอน นานกว่า 2 ปี พร้อมทั้งยังดุด่า ตบตี ขังไว้ในบ้าน ก่อนตัดสินใจหนี โทรแจ้งตำรวจ

พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รักษาการ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ควบคุมตัว นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี มาทำการสอบสวนหลังถูกจับกุมตัวในข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี

พ.ต.อ.สุภากร กล่าวว่า ผู้ต้องหาลงมือข่มขืน น้องน้ำ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ มานานกว่า 2 ปี ทั้งยังคงดุด่า ทุบตีและขังไว้ในบ้าน จนกระทั่ง น้องน้ำ ทนไม่ไหวหลบหนีออกจากบ้านมาโทรศัพท์แจ้งตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากพ่อและแม่น้องน้ำแยกทางกัน จึงอาศัยอยู่กับพ่อ แม่เลี้ยง และย่าตามลำพัง ก่อนจะถูกพ่อข่มขืนเรื่อยมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2556 อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา


.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2014, 08:20:52 AM
หนุ่มหื่นช็อตไฟฟ้าใส่ นศ.สาวข้างห้อง จ้องจะข่มขืน

-http://news.sanook.com/1607929/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88-%E0%B8%99%E0%B8%A8.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com



(7 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายชูชัย นาพายัพ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุบุกรุกและทำร้ายร่างกาย หลังบุกเข้าไปก่อเหตุพยายามข่มขืนนักศึกษาที่หอพักแห่งหนึ่ง โดยใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำร้ายเหยื่อ

สำหรับเหตุดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.โบ (นามสมมติ) นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองขอนแก่น ถูกคนร้ายบุกเข้ามาภายในห้อง ก่อนจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย คนร้ายพยายามข่มขืน แต่เหยื่อสาวได้ต่อสู้และขัดขืนจนหลุดออกมาได้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนทันที ขณะที่เหยื่อสาวจดจำใบหน้าคนร้ายได้ว่าพักอยู่ที่พอพักเดียวกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชูชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้เช่าห้องพักอยู่ที่หอพักเดียวกันกับ น.ส.โบ ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ชอบเดินผ่านห้องเหยื่อสาวเพื่อแอบมองดู เพราะเป็นนักศึกษารูปร่างหน้าตาดี มักใส่กางเกงขาสั้นอยู่ห้องเป็นประจำ แม้ว่าตัวเองจะพักอยู่ที่ห้องกับภรรยาก็ตาม

นายชูชัย ยังเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปส่งภรรยาทำงาน เมื่อกลับมาที่หอพัก เห็น น.ส.โบ พักผ่อนอยู่ในห้องพักเพียงลำพังจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ กลับเข้าห้องไปหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าและบุกเข้าไปห้อง ช็อตไฟฟ้าใส่ต้นคอ แต่เหยื่อสาวต่อสู้และวิ่งหนีออกไปขอความช่วยเหลือได้ดังกล่าว

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2014, 10:07:48 AM
รวบหลานทรพี ข่มขืนยายแท้ ๆ วัย 82 ฉุนโดนด่าเปิดพัดลมทั้งคืน

-http://hilight.kapook.com/view/103435-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

          รวบหลานทรพี ข่มขืนยายแท้ ๆ อายุ 82 ปี เหตุเมาและโมโหที่ถูกด่า ยายชี้หลานเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดก่อนก่อเหตุซ้ำ

          เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2557 นายประสิทธ์ ขุนอินทร์ อายุ 35 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้พา นางคำ วัย 82 ปี ลูกบ้าน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.พัชรพล พาเหมาะ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสัชนาลัย หลังนางคำได้ถูก นายวันชัย เครือไม้ อายุ 23 ปี หลานแท้ ๆ บุกเข้าบ้านไปข่มขืนจนสำเร็จในช่วงดึกคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับและควบคุมตัวนายวันชัยได้ในเวลาต่อมา จากบริเวณที่ทำงาน ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเล็กน้อย

          จากการสอบสวนนายวันชัย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองอยู่อาศัยกับยายเพียงสองคน ส่วนพ่อกับแม่ไปทำงานที่ต่างจังหวัด โดยก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นหลังเลิกงานได้นั่งดื่มสุรากับหัวหน้างานจนเมาได้ที่ หลังจากกลับบ้านพบยายรออยู่และถูกดุด่าเรื่องเปิดพัดลมไว้ทั้งคืนทุกวัน ตนไม่พอใจจึงพยายามเข้าไปคุยกับยายให้รู้เรื่อง แต่ก็ยังถูกด่าอยู่เหมือนเดิม จึงกลับออกมาทำทีเข้านอนแล้วย้อนกลับเข้าห้องยายอีกครั้งในช่วงกลางดึก ด้วยความเมาและโมโหที่ถูกดุด่า ประกอบกับเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงลงมือถลกผ้าถุงข่มขืนยายจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง โดยยายที่อายุมากขัดขืนไม่ไหว จากนั้นจึงกลับมาเข้านอนแล้วออกมาทำงานปกติ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ดังกล่าว

          ด้านนางคำเปิด เผยกับเจ้าหน้าที่ทั้งน้ำตาว่า เสียใจที่หลานทำแบบนี้ ที่ผ่านมาได้สั่งสอนหลานให้เป็นคนดีมาตลอดแต่หลานกลับไม่รักดี ก่อนหน้านี้นายวันชัยก็มีประวัติติดยาเสพติดจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไปไว้ที่เรือนจำคลองเปรมระยะหนึ่ง และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาก่อนที่จะก่อเหตุกับตนอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรานำตัวดำเนินคดีต่อไป

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/709874.jpeg)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เรื่องเล่าเช้านี้ และ
-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/243057/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2+82-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 29, 2014, 08:15:53 AM
ครูพละหื่น ลวงเด็กป.2 ทำอนาจารในห้องน้ำ อ้างอยากลอง



-http://news.sanook.com/1620821/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9B.2-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87/-



(http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/324/1620821/e34fgtrt.jpg)




นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(27 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่าตำรวจ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา คดีพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารฯ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายพัสกร ปรมาวัชราภูมิ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นอดีตครูสอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยกล่าวหาว่าได้พยายามกระทำอนาจาร ด.ญ.มุก (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ขณะแอบหลบซ่อนตัวบริเวณบ้านพักของภรรยาในเขตพื้นที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำตัวมาสอบสวนการจับกุม

จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้น นายพัสกร ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ก่อนหน้าได้เดินทางมารับจ้างสอนหนังสือที่โรงเรียนเอกชนแห่งนี้ ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่กำลังสอนวิชาว่ายน้ำภายในบริเวณสระว่ายน้ำของโรงเรียน เมื่อนักเรียนลงสระครบหมดทุกคน ตนได้เรียก น้องมุก (นามสมุติ) ให้เดินตามไปเข้าห้องน้ำและจับให้มานั่งที่ตักทั้งชุดว่ายน้ำ เอามือลูบไล้กอดเอวจับโยกถูไปมา แต่เด็กบ่นว่าเจ็บจึงเลิกทำและเปิดประตูห้องน้ำปล่อยตัวออกไป

หลังสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาจริงว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรกเพราะต้องการอยากจะลองพฤติกรรมเช่นนี้ดู โดยหลังจากการสอบสวนแล้วได้นำตัวผู้ต้องหาอดีตครูโรงเรียนเอกชนรายนี้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เพื่อสอบสวนดำเนินคดี พร้อมสอบสวนประวัติว่าเคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาแล้วกี่ราย

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 29, 2014, 08:55:57 AM
ตร.บางซื่อจับหนุ่ม จยย.รับจ้าง วิ่งราวทรัพย์
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    28 มิถุนายน 2557 15:24 น.


-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000072891-




(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000007531301.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000007531302.JPEG)

ผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงหลายราย เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา




ตำรวจบางซื่อ จับกุมหนุ่ม จยย. รับจ้าง วิ่งราวทรัพย์ ในซอยอารีย์ พร้อมของกลางหลายรายการ เป็นกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และ นาฬิกายี่ห้อดัง เหยื่อแห่ชี้ตัวที่โรงพัก
       
       วันนี้ (28 มิ.ย.) พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิชัย ธัญญบาล, พ.ต.ต.นาถนริศ รัตนบุรี สว.สส.สน.บางซื่อ แถลงข่าวจับกุม นายสมยศ อยู่ป้อม ชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลาง ทรัพย์สินหลายรายการ เช่น นาฬิกาเรือนทอง ยี่ห้อจาคอป นาฬิกายี่ห้อลูมิน็อก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสตรี และ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำแดง ทะเบียน 2กฎ 5452 กทม. โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 150/1 ซอยประดู่ ถนนเตชะวณิช แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียหายเป็นผู้หญิงหลายราย เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหาที่ สน.บางซื่อ
       
       พ.ต.ท.วาสุเทพ กล่าวว่า ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมีอาชีพประจำเป็นพนักงานขับรถรับส่งคนย่านประดิษฐมนูธรรม และมีอาชีพเสริมขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เบอร์ 21 วินซอยประดู่ โดยขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนก่อเหตุกับเหยื่อทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเพศหญิง ในช่วงเวลามืดค่ำ เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน และมักจะก่อเหตุบ่อยที่บริเวณซอยอารีย์ เพราะเป็นแหล่งชุมชนค่อนข้างมีฐานะ เมื่อสบโอกาสก็จะกระชากเป๋าจากเหยื่อทันที ก่อนนำทรัพย์สินที่ได้ไปขาย แล้วนำเงินมาซื้อกัญชา เที่ยวเตร็ดเตร่ รวมทั้งเล่นพนันฟุตบอล
       
       จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุมาแล้วหลายสิบครั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค. 2556 ถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีประวัติอาชญากรรมเคยต้องโทษคดี วิ่งราวทรัพย์ และรับของโจร เมื่อปี 2546
       
       เบื้องต้นตำรวจจึงแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2014, 02:07:32 AM


หน้าตาไม่น่าหื่น แต่โคตรหื่น

-http://world.kapook.com/pin/53b4f45738217a7d77000000-


http://www.youtube.com/v/7SYORlUAZ8E?autohide=1&version=3 (http://www.youtube.com/v/7SYORlUAZ8E?autohide=1&version=3)
-http://www.youtube.com/v/7SYORlUAZ8E?autohide=1&version=3-

.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2014, 10:20:40 PM
สังคมเสื่อม - 8 นร.ชายหัวเกรียนจับสาวร่วมห้องหวังขยี้กาม !

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd05EUTFOREF4TkE9PQ==&sectionid=-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 3 ก.ค.57 ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.เอกชัย มูลลี ร้อยเวรสอบสวน สภ.สัตหีบ ว่าบุตรสาวได้ถูกเพื่อนร่วมห้องกักขังหน่วงเหนี่ยว หมายจะรุมโทรมข่มขืน ภายในห้องเรียน

สอบถาม ด.ญ.เอ ให้การว่า วานนี้ ขณะที่ไปเรียนหนังสือตามปกติ จนถึงเวลา 14.00 น.หลังจากเลิกเรียนสุขศึกษาที่ห้องพยาบาล จึงกลับมาเก็บของที่ห้องเรียน ขณะนั้น อาจารย์ได้สั่งให้นักเรียนทุกคนลงจากห้องเรียน เพื่อไปช่วยกันทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ตนได้ลงไปช้าเพราะมัวเก็บของ เป็นขณะเดียวกันกับที่เพื่อนชายร่วมห้อง 8 คน ยังอยู่ในห้อง

จากนั้น ได้มีคนเดินไปปิดประตูห้องไม่ยอมให้ตนออกไปไหน 2 คน ยืนคุมเชิงดูลาดราว ส่วนอีก 6 คน จำชื่อได้เพียง 5 คน คือ บอม โจ้ หมูอ้วน หมู และต้อย ได้จับตนเหวี่ยงเข้ากับกำแพงห้องจนล้มลงกับพื้น ทันใดนั้น ทั้งหมดได้กรูกันเข้ามารุมจับแขนจับขาขึงพืดกดลงกับพื้น และได้พยายามล่วงละเมิดทางเพศหมายข่มขืน ตนจึงร้องให้คนช่วย แต่ถูกอุดปาก ปิดตา จึงได้ดิ้นหนีสุดชีวิตจนหลุด ก่อนจะกัดเข้าที่แขนของ ด.ช.หมู ทำให้ทุกคนยอมปล่อย เป็นจังหวะเดียวกับที่มีอาจารย์เดินผ่านมาพอดี จึงเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน และยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีเพื่อนในชั้นเรียนโดนลักษณะเช่นนี้มาแล้ว แต่ไม่กล้าบอกครู หรือแจ้งความเนื่องจากอับอาย

ด้าน ผู้ปกครองเด็ก เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าพบลูกสาว พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาดูแลคดี โดยพร้อมจะเอาเรื่องกับผู้ปกครองนักเรียนที่ก่อเหตุ และทางผอ.โรงเรียน จนถึงที่สุด ฐานปล่อยปละละเลย จนทำให้เด็กไม่เกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ประกอบกับถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ จะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับบุตรสาวตนเอง และเด็กคนอื่น ๆ อีกเป็นอันขาด ส่วนทางโรงเรียนยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 05, 2014, 10:18:02 AM
แม่แจ้งจับโชเฟอร์ขับรถโรงเรียน ปล้ำลูกสาว 9 ขวบ

-http://news.sanook.com/1624829/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-9-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(5 ก.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ทำการควบคุมตัวโชเฟอร์ขับรถรับส่งนักเรียน หลังได้รับแจ้งร้องทุกข์จากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่งระบุว่า ลูกสาวเรียนชั้น ป.3 ถูกคนขับรถลวนลามและกระทำอนาจาร จนไม่ยอมไปโรงเรียน

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ได้พาลูกสาว ด.ญ.ปราย (นามสมมติ) อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับระบุว่า ด.ญ.ปราย ถูก นายกำพล ยะสะวุฒิ อายุ 50 ปี คนขับรถรับส่งนักเรียนพยายามล่วงละเมิดทางเพศ

น.ส.พลอย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้พาลูกสาว ด.ญ.ปราย ส่งขึ้นรถรับส่งไปโรงเรียนตามปกติในช่วงเช้า ต่อมาในช่วงสาย นายกำพล ได้ขับรถพาลูกสาวกลับมาส่งที่บ้าน ระบุว่าเด็กร้องไห้ไม่ยอมเข้าโรงเรียน ซึ่งลูกสาวเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นและไม่อยากไปโรงเรียนอีก ตนจึงได้เค้นสอบถามลูกสาว จนยอมเปิดเผยว่า เพิ่งถูกคนขับรถลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศ ลูกสาวยังบอกว่าโดนคนขับรถจับที่หน้าอกและอวัยวะเพศหลายครั้ง ตนจึงได้พาลูกสาวมาแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับคนขับรถรับส่งนักเรียนรายนี้ เกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุอนาจารกับลูกหลานคนอื่นๆ อีก

ภายหลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวน พร้อมกับเรียกตัว นายกำพล มาชี้แจงและสอบสวนเกี่ยวกับกรณีที่ถูกกล่าวหา ซึ่งต่อมา นายกำพล ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงกลางดึก พร้อมกับให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้กระทำอนาจารเด็กนักเรียน พร้อมกับยืนขอประกันตัวและอาจจะแจ้งความกลับ เนื่องจากถูกกล่าวอย่างเสื่อมเสียชื่อเสียง


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 08, 2014, 08:54:10 PM
.

ไม่รู้ว่า จะเก็บไว้แบบเป็นๆทำไม 

น่าจะจับตาย  อยู่ไปรกแผ่นดินเปล่าๆ


---------------------------------------------------------------------------------------

ข่าวน้องแก้ม ล่าสุด พบศพแล้ว นายวันชัย แสงขาว สารภาพข่มขืน


-http://hilight.kapook.com/view/104774-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/fr.jpg)
โฉมหน้า "วันชัย แสงขาว" พนง.ปูเตียง รฟท.หื่นข่มขืนฆ่าน้องแก้ม (เสื้อดำ) : ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @Palm_RescueClub


เรื่องเล่าเช้านี้ จับแล้วลูกจ้างรฟท.ฆ่า-ข่มขืนด.ญ.วัย 13 ขณะโดยสารมากับครอบครัว (8ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=x36g2exkmfA#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=x36g2exkmfA-
เรื่องเล่าเช้านี้ จับแล้วลูกจ้างรฟท.ฆ่า-ข่มขืนด.ญ.วัย 13 ขณะโดยสารมากับครอบครัว (8ก.ค.57)



สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก จส 100

          ข่าวน้องแก้ม หายตัวไปบนรถไฟสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ล่าสุด พบศพแล้ว ลูกจ้างการรถไฟ รับสารภาพข่มขืนแล้วฆ่า น้องแก้ม ก่อนโยนร่างที่ยังไม่เสียชีวิตทิ้งหน้าต่างรถไฟ

          วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ น้องแก้ม อายุ 13 ปี ขณะที่เดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร ซึ่งโดยสารมากับขบวนรถไฟ (ตู้นอนที่ 3) เที่ยวที่ 174 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด มีรายงานว่า น้องแก้ม ได้ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงที่เข้ามาทำงานได้ไม่นาน
         
          จากการสอบสวน นายวันชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้เฝ้ามองน้องแก้มมาตลอด ตั้งแต่ขึ้นรถไฟที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระทั่งสบโอกาสที่น้องแก้มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก จึงลากตัวไปข่มขืนที่ห้องพักพนักงานบนรถไฟ 2 ครั้ง จากนั้นได้ลงมือฆ่าปิดปาก โดยผลักน้องแก้มตกจากรถไฟ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิต ช่วงระหว่างสถานีวังก์พง อ.ปราณบุรี กับสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับนำปลอกหมอนและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของน้องแก้มโยนทิ้งข้างทางด้วย

          โดยภายหลังที่คนร้ายรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังพร้อมญาติ ได้ลงพื้นที่ อ.หัวหิน เพื่อค้นหาร่างและเสื้อผ้าน้องแก้มทันที ซึ่งได้พบหลักฐานเป็นผ้าปูที่นอนของรถไฟ และเสื้อยืดเปื้อนเลือด ที่บริเวณริมทางรถไฟสถานีหนองแก และพี่สาวยืนยันว่า เสื้อตัวดังกล่าวเป็นของน้องแก้มจริง เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการค้นหาร่างน้องแก้มอีกครั้ง จนกระทั่งเวลา 03.50 น. ก็พบร่างไร้วิญญาณของน้องแก้ม ใกล้สถานีวังก์พง พื้นที่ อ.ปราณบุรี ผลชันสูตรเบื้องต้นพบกะโหลกศีรษะแตก

          ขณะที่ นางลักขณา อายุ 48 ปี มารดาน้องแก้ม เมื่อทราบข่าวถึงกับเป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เข้าปฐมพยาบาลทันที
 
          อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนได้นำตัว นายวันชัย แสงขาว ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุในวันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) เวลา 09.00 น.

          ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จะมีการแถลงคดีน้องแก้ม วันนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 11.00 น. ที่ สภ.ปราณบุรี


------------------------------------------------------------------------------


ผลชันสูตร น้องแก้ม เผยขาดอากาศหายใจ ตายก่อนถูกโยน

-http://hilight.kapook.com/view/104820-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

        ข่าวน้องแก้ม ผลชันสูตรศพน้องแก้ม เผยขาดอากาศหายใจตาย ก่อนถูกโยนร่างออกนอกหน้าต่าง พบปลายนิ้วมีสีเขียว ไม่แน่ใจว่าโดนหมอนกดทับหรือบีบคอจนตาย

          ช่วงบ่ายวันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ นายวันชัย แสงขาว พนักงานการรถไฟข่มขืนแล้วฆ่า น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ขณะหลับอยู่ในรถไฟตู้นอน ก่อนโยนร่างเหยื่อออกทางหน้าต่างรถไฟนั้น [อ่านข่าว น้องแก้ม ถูกลูกจ้างรถไฟสารภาพ ข่มขืน-โยนทิ้งข้างทาง]

          ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้แถลงผลการชันสูตรพลิกศพของน้องแก้ม ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตของน้องแก้ม เนื่องจากขาดอากาศหายใจ บริเวณลำตัวมีแผลฟกช้ำและถลอกจำนวนมาก เชื่อว่าเกิดจากการต่อสู้ เนื่องจากศพเปลี่ยนแปลงสภาพจากการเสียชีวิตมานานกว่า 24 ชั่วโมง ทำให้การตรวจสอบค่อนข้างยาก

          นอกจากนี้ พล.ต.ต.พรชัย ยังตรวจพบร่องรอยการข่มขืน ส่วนที่ปลายนิ้วมือเขียวคล้ำ ทำให้สันนิษฐานว่า ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต ก่อนที่ถูกนำร่างออกจากตู้รถไฟ จึงเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการถูกทำให้ตายตั้งแต่อยู่บนรถไฟ แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตายโดยวิธีไหน อาจจะใช้หมอนกดหรือมือบีบคอก็ได้ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

          ทั้งนี้ ทางแพทย์ได้เก็บเนื้อเยื่อแฝงที่เล็บไปตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งตรวจหาคราบอสุจิว่ามีมากกว่า 1 คนหรือไม่ ซึ่งคาดว่าภายใน 2 วัน น่าจะทราบผลตรวจ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404806745&grpid=&catid=19&subcatid=1905-


----------------------------------------------------------------------------------


โทษคดีข่มขืน เบาไป ชาวเน็ตจี้แก้กฎหมายเพิ่มโทษ หลังมีข่าวน้องแก้ม

-http://hilight.kapook.com/view/104800-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/X-file/10404322_891461694202880_6636164350992523002_n.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก  พวกเราต้องการเปลี่ยนกฏหมาย คดีข่มขืนให้ลงโทษประหารชีวิตเท่านั้น

           ชาวเน็ตร้องเพิ่มโทษคดีข่มขืน ป้องกันปัญหาคุกคามทางเพศ หลังมีข่าวน้องแก้มถูกข่มขืนบนรถไฟ ด้านผลสำรวจเผยปี 2556 พบข่าวข่มขืนมีแนวโน้มสูงขึ้น เฉลี่ยสูงถึงวันละ 87 ราย !

           จากข่าวสุดสะเทือนขวัญของน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี เสียชีวิตเนื่องจากถูกพนักงานปูเตียงบนรถไฟข่มขืนและฆ่าน้องแก้ม พร้อมโยนร่างที่ยังไม่เสียชีวิตทิ้งหน้าต่างรถไฟบนขบวนรถไฟที่ 174 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

           ล่าสุด วันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กยังคงถกเถียงประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษคดีข่มขืนมากขึ้น รวมถึงการประหารชีวิตผู้ต้องหา เพื่อจะได้เป็นเยี่ยงอย่างและลดปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

           ทั้งนี้ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เปิดเผยสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศปี 2556 ว่า จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศปี 2556 จากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก และมติชน พบว่า ข่าวการกระทำความรุนแรงทางเพศ มีทั้งหมด 169 ข่าว ประเภทข่าวที่พบมากที่สุด คือ

              ข่าวข่มขืน 51.5%

              ข่าวอนาจาร 17.1%

              ข่าวพยายามข่มขืน 13.6%

              ข่าวรุมโทรม 7.1%

              ข่าวพรากผู้เยาว์ 2.4%

           และจากสถิติการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก มีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2556 มีจำนวน 31,866 ราย เฉลี่ยวันละ 87 ราย หรือทุก ๆ 15 นาที มีผู้หญิงและเด็กถูกทำร้าย 1 คน ซึ่งผู้ที่กระทำส่วนใหญ่เป็นบุคคลใกล้ชิดที่เด็กไว้วางใจ


สำหรับบทลงโทษคดีข่มขืน มีดังนี้

              ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท

              ถ้าข่มขืนโดยมีอาวุธ หรือใช้อาวุธ เช่น ปืน หรือวัตถุระเบิด หรือร่วมกันข่มขืนในลักษณะโทรมหญิง ต้องรับโทษหนักขึ้น คือ จำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000-40,000 บาท ข่มขืนเด็กหญิงต้องรับโทษหนักขึ้นและหากได้ข่มขืนโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันข่มขืนในลักษณะโทรมหญิงต่อเด็กหญิงที่อายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ยินยอม ผู้ข่มขืนต้องรับโทษหนัก คือ จำคุกตลอดชีวิต

              ถ้าข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ใช่ภริยาของผู้กระทำ แม้เด็กนั้นยินยอม ก็ยังถือว่าเป็นความผิด ต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท

              ถ้าข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ต้องรับโทษหนักกว่าข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คือ ต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี และปรับตั้งแต่ 14,000-40,000 บาท หรืออาจต้องรับโทษหนักถึงขนาดถูกจำคุกตลอดชีวิต

              ผลของการข่มขืนทำให้หญิงผู้ถูกข่มขืนบาดเจ็บสาหัสหรือตาย ต้องรับโทษหนักขึ้นอาจถึงขั้นถูกประหารชีวิต


ฆ่าแล้วข่มขืน กับ ข่มขืนแล้วฆ่า แตกต่างกันอย่างไร

           การข่มขืนแล้วฆ่า คือ การข่มขืนตอนที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ได้ทำการข่มขืน พอกระทำการข่มขืนเสร็จแล้วจึงจะทำการฆ่าเหยื่อ แต่การฆ่าแล้วข่มขืน คือการที่เหยื่อผู้ถูกกระทำได้เสียชีวิตไปแล้ว จึงได้มีการกระทำทางเพศทีหลัง ซึ่งความผิดก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

กรณีข่มขืนแล้วฆ่า

              ถือว่าผู้กระทำมี 2 เจตนา คือ เจตนาข่มขืนกระทำชำเรา กับ เจตนาฆ่า (ฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำของตน ป.อ.ม.289(7))

              เป็นเรื่องความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องเรียงกระทงลงโทษ ป.อ.ม.91

กรณีฆ่าแล้วข่มขืน

              ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาฆ่า (ป.อ.ม.289(6))

              ผู้กระทำมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่ต้องรับผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เพราะผู้ถูกกระทำไม่มีสภาพบุคคล (เป็นเรื่องขององค์ประกอบภายนอก)


โทษคดีข่มขืนในต่างประเทศ

           หากเปรียบเทียบบทลงโทษคดีข่มขืนในต่างประเทศ จะเห็นได้ว่ามีความรุนแรงกว่าในประเทศไทย อาทิ

               ประเทศลาว คาดโทษคดีกระทำชำเราเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นจำคุก 7-15 ปี ปรับเป็นเงินประมาณ 20,000-60,000 บาท แต่กรณีฆ่าข่มขืน จะต้องรับโทษหนักโดยมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

               ประเทศบรูไน มีบทลงโทษสูงสุดในคดีข่มขืน คือประหารชีวิต

              เกาหลีใต้ลงโทษผู้กระทำชำเราเด็ก ด้วยสารเคมีลดฮอร์โมนและความต้องการทางเพศ ซึ่งถือเป็นชาติแรกในเอเชีย เช่นเดียวกับกฎหมายในสหรัฐอเมริกา (บางรัฐ) เยอรมนี สวีเดน และนอร์เวย์

              ประเทศส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง ลงโทษโดยยึดเจ้าโลกของกลางและตัดทิ้งแบบไม่ต้องรอศาลลงอาญา

              ประเทศจีน ยื่นคำขาดโทษประหารชีวิตสถานเดียวให้แก่ผู้ก่อคดีข่มขืน

              ประเทศรัสเซีย คาดโทษข่มขืนเด็กต่ำกว่า 18 ปี เป็นจำคุก 8-15 ปี ส่วนการข่มขืนเด็กต่ำกว่า 14 ปี ระวางโทษตั้งแต่ 12-20 ปี

              ประเทศฝรั่งเศส คาดโทษคดีกระทำชำเราเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นจำคุก 20 ปี และในกรณีฆ่าข่มขืน หรือทำให้เหยื่อถึงแก่ความตายมีโทษจำคุก 30 ปี

           ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงเป็นที่มาให้มีการลุกฮือทุกครั้งที่มีข่าวคดีข่มขืนสะเทือนขวัญในบ้านเรา แต่ดูเหมือนเสียงเล็ก ๆ จากโลกไซเบอร์จะยังคงไม่ดังพอ ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาสนใจกับเรื่องนี้มากนัก เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ ข่าวน้องแก้ม ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมต่อบทลงโทษของคดีข่มขืนขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุด (8 กรกฎาคม 2557) มีการนัดรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกฎหมายลงโทษคดีฆ่าข่มขืน ผ่านเฟซบุ๊ก  พวกเราต้องการเปลี่ยนกฏหมาย คดีข่มขืนให้ลงโทษประหารชีวิตเท่านั้น โดยนัดรวมตัวกันในวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ที่ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งข้อความระบุว่า...

           มารวมตัวกันเป็นพลังเสียง ร่วมเปลี่ยนกฎหมายคดีโทษข่มขืนกันเถอะค่ะ อย่าให้มีเหยื่อสังเวยความกามมากกว่านี้ ทุกกระบอกเสียงสำคัญ ร่วมกันแชร์รวมตัวกันค่ะ ตัวแอดมินเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายมากนัก แต่อยากให้มีอะไรมาเปลี่ยนให้มันดีขึ้น ไม่งั้นก็เกิดเหตุแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะรวมตัวกันที่ ลานพาร์คพารากอน เวลา 11.00 อยากให้ทุกคนใส่ชุดสีดำ เพื่อไว้ทุกข์ให้แก่เหยื่อ แอดมินไม่ทราบหรอกนะคะว่าทำแบบนี้จะเปลี่ยนได้ไหมแต่คิดว่าดีกว่าเรานิ่งดูดายกัน ทุกเสียงสำคัญร่วมกันแก้ไข

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 08, 2014, 09:01:00 PM
ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย 

ถ้าใครจะเดินทางโดยทางรถไฟ  ต้องระมัดระวังกันให้มาก  เพราะการรถไฟไม่มีการรับผิดชอบใดๆเลย

--------------------------------------------------------




ย้อนคดีลูกจ้างการรถไฟข่มขืนนักศึกษา ป.โท บนตู้นอน

-http://hilight.kapook.com/view/104822-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          เหตุการณ์ผู้โดยสารถูกข่มขืนบนรถไฟอย่างกรณีข่าวน้องแก้ม วัย 13 ปี ไม่ใช่รายแรกที่เคยเกิดขึ้น ย้อนรอยคดีดังเมื่อปี 2544 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อนแล้ว

          สืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญของน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกพนักงานปูเตียงบนรถไฟข่มขืนและฆ่า ก่อนโยนร่างของเธอทิ้งหน้าต่างรถไฟขณะเดินทางจากสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น ก็ทำให้ชาวเน็ตต่างตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะว่ามีเพียงพอหรือยัง และที่สำคัญคดีน้องแก้ม ก็ไม่ใช่คดีข่มขืนคดีแรกที่เกิดขึ้นบนรถไฟ เหตุใดการรถไฟจึงปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุซ้ำรอยแบบนี้ได้

          สำหรับคดีลูกจ้างการรถไฟข่มขืนผู้โดยสารบนรถไฟนั้น ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2544 ลูกจ้างการรถไฟข่มขืนนักศึกษา ป.โท เกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ซึ่งในคืนเกิดเหตุนั้น นักศึกษาสาวปริญญาโท ได้ใช้บริการตู้นอนรถไฟชั้นสอง สายใต้ สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ แต่กลับถูกลูกจ้างการรถไฟข่มขืนกระทำชำเรา และยังกักขังหน่วงเหนี่ยวนักศึกษาสาวปริญญาโทซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ให้ลงจากขบวนรถไฟดังกล่าว จนกระทั่งเวลาต่อมา เมื่อผู้เสียหายสามารถลงจากขบวนรถไฟได้ ก็เข้าแจ้งความและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด แต่ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี โดยอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมหลับนอนกับเขาเอง

          ต่อมา ศาลฎีกาได้มีคำตัดสินว่า ผู้ต้องหาในคดีมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา สั่งจำคุกเป็นเวลา 9 ปี ขณะที่ผู้เสียหายได้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับทางการรถไฟ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยทางการรถไฟให้เหตุว่า คดีความดังกล่าว "เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยและผู้เสียหาย" ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการรถไฟ

          หลังจากนี้ สังคมคงจับตาดูว่า ทางการรถไฟ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะออกมาตรการอะไรเพื่อป้องกันมิให้เกิดคดีสะเทือนขวัญเช่นนี้อีก เพราะแม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ดูช้าจนเกินไป แต่ก็คงดีว่าการปล่อยให้มีเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศบนรถไฟอีกเป็นรายต่อ ๆ ไป




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404802626-

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 09, 2014, 06:06:38 AM
.

ไหนครับ  พวกองค์กรสิทธิมนุษยชน 

หายหัวไปไหนหมด  ทำไมไม่ออกมาดำเนินการอะไรเลย  ส่วนใหญ่ออกมาให้เป็นข่าว เพื่อจะได้ดัง 






.

ไม่รู้ว่า จะเก็บไว้แบบเป็นๆทำไม 

น่าจะจับตาย  อยู่ไปรกแผ่นดินเปล่าๆ


---------------------------------------------------------------------------------------

ข่าวน้องแก้ม ล่าสุด พบศพแล้ว นายวันชัย แสงขาว สารภาพข่มขืน


-http://hilight.kapook.com/view/104774-


([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/fr.jpg[/url])
โฉมหน้า "วันชัย แสงขาว" พนง.ปูเตียง รฟท.หื่นข่มขืนฆ่าน้องแก้ม (เสื้อดำ) : ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @Palm_RescueClub


เรื่องเล่าเช้านี้ จับแล้วลูกจ้างรฟท.ฆ่า-ข่มขืนด.ญ.วัย 13 ขณะโดยสารมากับครอบครัว (8ก.ค.57) ([url]http://www.youtube.com/watch?v=x36g2exkmfA#ws[/url])
-http://www.youtube.com/watch?v=x36g2exkmfA-
เรื่องเล่าเช้านี้ จับแล้วลูกจ้างรฟท.ฆ่า-ข่มขืนด.ญ.วัย 13 ขณะโดยสารมากับครอบครัว (8ก.ค.57)



สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก จส 100

          ข่าวน้องแก้ม หายตัวไปบนรถไฟสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ล่าสุด พบศพแล้ว ลูกจ้างการรถไฟ รับสารภาพข่มขืนแล้วฆ่า น้องแก้ม ก่อนโยนร่างที่ยังไม่เสียชีวิตทิ้งหน้าต่างรถไฟ

          วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ น้องแก้ม อายุ 13 ปี ขณะที่เดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร ซึ่งโดยสารมากับขบวนรถไฟ (ตู้นอนที่ 3) เที่ยวที่ 174 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด มีรายงานว่า น้องแก้ม ได้ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงที่เข้ามาทำงานได้ไม่นาน
         
          จากการสอบสวน นายวันชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้เฝ้ามองน้องแก้มมาตลอด ตั้งแต่ขึ้นรถไฟที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระทั่งสบโอกาสที่น้องแก้มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก จึงลากตัวไปข่มขืนที่ห้องพักพนักงานบนรถไฟ 2 ครั้ง จากนั้นได้ลงมือฆ่าปิดปาก โดยผลักน้องแก้มตกจากรถไฟ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิต ช่วงระหว่างสถานีวังก์พง อ.ปราณบุรี กับสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับนำปลอกหมอนและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของน้องแก้มโยนทิ้งข้างทางด้วย

          โดยภายหลังที่คนร้ายรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังพร้อมญาติ ได้ลงพื้นที่ อ.หัวหิน เพื่อค้นหาร่างและเสื้อผ้าน้องแก้มทันที ซึ่งได้พบหลักฐานเป็นผ้าปูที่นอนของรถไฟ และเสื้อยืดเปื้อนเลือด ที่บริเวณริมทางรถไฟสถานีหนองแก และพี่สาวยืนยันว่า เสื้อตัวดังกล่าวเป็นของน้องแก้มจริง เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการค้นหาร่างน้องแก้มอีกครั้ง จนกระทั่งเวลา 03.50 น. ก็พบร่างไร้วิญญาณของน้องแก้ม ใกล้สถานีวังก์พง พื้นที่ อ.ปราณบุรี ผลชันสูตรเบื้องต้นพบกะโหลกศีรษะแตก

          ขณะที่ นางลักขณา อายุ 48 ปี มารดาน้องแก้ม เมื่อทราบข่าวถึงกับเป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เข้าปฐมพยาบาลทันที
 
          อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนได้นำตัว นายวันชัย แสงขาว ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุในวันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) เวลา 09.00 น.

          ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จะมีการแถลงคดีน้องแก้ม วันนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 11.00 น. ที่ สภ.ปราณบุรี


------------------------------------------------------------------------------


ผลชันสูตร น้องแก้ม เผยขาดอากาศหายใจ ตายก่อนถูกโยน

-http://hilight.kapook.com/view/104820-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

        ข่าวน้องแก้ม ผลชันสูตรศพน้องแก้ม เผยขาดอากาศหายใจตาย ก่อนถูกโยนร่างออกนอกหน้าต่าง พบปลายนิ้วมีสีเขียว ไม่แน่ใจว่าโดนหมอนกดทับหรือบีบคอจนตาย

          ช่วงบ่ายวันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ นายวันชัย แสงขาว พนักงานการรถไฟข่มขืนแล้วฆ่า น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ขณะหลับอยู่ในรถไฟตู้นอน ก่อนโยนร่างเหยื่อออกทางหน้าต่างรถไฟนั้น [อ่านข่าว น้องแก้ม ถูกลูกจ้างรถไฟสารภาพ ข่มขืน-โยนทิ้งข้างทาง]

          ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้แถลงผลการชันสูตรพลิกศพของน้องแก้ม ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตของน้องแก้ม เนื่องจากขาดอากาศหายใจ บริเวณลำตัวมีแผลฟกช้ำและถลอกจำนวนมาก เชื่อว่าเกิดจากการต่อสู้ เนื่องจากศพเปลี่ยนแปลงสภาพจากการเสียชีวิตมานานกว่า 24 ชั่วโมง ทำให้การตรวจสอบค่อนข้างยาก

          นอกจากนี้ พล.ต.ต.พรชัย ยังตรวจพบร่องรอยการข่มขืน ส่วนที่ปลายนิ้วมือเขียวคล้ำ ทำให้สันนิษฐานว่า ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต ก่อนที่ถูกนำร่างออกจากตู้รถไฟ จึงเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการถูกทำให้ตายตั้งแต่อยู่บนรถไฟ แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตายโดยวิธีไหน อาจจะใช้หมอนกดหรือมือบีบคอก็ได้ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

          ทั้งนี้ ทางแพทย์ได้เก็บเนื้อเยื่อแฝงที่เล็บไปตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งตรวจหาคราบอสุจิว่ามีมากกว่า 1 คนหรือไม่ ซึ่งคาดว่าภายใน 2 วัน น่าจะทราบผลตรวจ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404806745&grpid=&catid=19&subcatid=1905-


----------------------------------------------------------------------------------


โทษคดีข่มขืน เบาไป ชาวเน็ตจี้แก้กฎหมายเพิ่มโทษ หลังมีข่าวน้องแก้ม

-http://hilight.kapook.com/view/104800-

([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thitima/X-file/10404322_891461694202880_6636164350992523002_n.jpg[/url])


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก  พวกเราต้องการเปลี่ยนกฏหมาย คดีข่มขืนให้ลงโทษประหารชีวิตเท่านั้น

           ชาวเน็ตร้องเพิ่มโทษคดีข่มขืน ป้องกันปัญหาคุกคามทางเพศ หลังมีข่าวน้องแก้มถูกข่มขืนบนรถไฟ ด้านผลสำรวจเผยปี 2556 พบข่าวข่มขืนมีแนวโน้มสูงขึ้น เฉลี่ยสูงถึงวันละ 87 ราย !

           จากข่าวสุดสะเทือนขวัญของน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี เสียชีวิตเนื่องจากถูกพนักงานปูเตียงบนรถไฟข่มขืนและฆ่าน้องแก้ม พร้อมโยนร่างที่ยังไม่เสียชีวิตทิ้งหน้าต่างรถไฟบนขบวนรถไฟที่ 174 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

           ล่าสุด วันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กยังคงถกเถียงประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษคดีข่มขืนมากขึ้น รวมถึงการประหารชีวิตผู้ต้องหา เพื่อจะได้เป็นเยี่ยงอย่างและลดปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

           ทั้งนี้ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เปิดเผยสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศปี 2556 ว่า จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศปี 2556 จากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก และมติชน พบว่า ข่าวการกระทำความรุนแรงทางเพศ มีทั้งหมด 169 ข่าว ประเภทข่าวที่พบมากที่สุด คือ

              ข่าวข่มขืน 51.5%

              ข่าวอนาจาร 17.1%

              ข่าวพยายามข่มขืน 13.6%

              ข่าวรุมโทรม 7.1%

              ข่าวพรากผู้เยาว์ 2.4%

           และจากสถิติการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก มีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2556 มีจำนวน 31,866 ราย เฉลี่ยวันละ 87 ราย หรือทุก ๆ 15 นาที มีผู้หญิงและเด็กถูกทำร้าย 1 คน ซึ่งผู้ที่กระทำส่วนใหญ่เป็นบุคคลใกล้ชิดที่เด็กไว้วางใจ


สำหรับบทลงโทษคดีข่มขืน มีดังนี้

              ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท

              ถ้าข่มขืนโดยมีอาวุธ หรือใช้อาวุธ เช่น ปืน หรือวัตถุระเบิด หรือร่วมกันข่มขืนในลักษณะโทรมหญิง ต้องรับโทษหนักขึ้น คือ จำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000-40,000 บาท ข่มขืนเด็กหญิงต้องรับโทษหนักขึ้นและหากได้ข่มขืนโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันข่มขืนในลักษณะโทรมหญิงต่อเด็กหญิงที่อายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ยินยอม ผู้ข่มขืนต้องรับโทษหนัก คือ จำคุกตลอดชีวิต

              ถ้าข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ใช่ภริยาของผู้กระทำ แม้เด็กนั้นยินยอม ก็ยังถือว่าเป็นความผิด ต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท

              ถ้าข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ต้องรับโทษหนักกว่าข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คือ ต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี และปรับตั้งแต่ 14,000-40,000 บาท หรืออาจต้องรับโทษหนักถึงขนาดถูกจำคุกตลอดชีวิต

              ผลของการข่มขืนทำให้หญิงผู้ถูกข่มขืนบาดเจ็บสาหัสหรือตาย ต้องรับโทษหนักขึ้นอาจถึงขั้นถูกประหารชีวิต


ฆ่าแล้วข่มขืน กับ ข่มขืนแล้วฆ่า แตกต่างกันอย่างไร

           การข่มขืนแล้วฆ่า คือ การข่มขืนตอนที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ได้ทำการข่มขืน พอกระทำการข่มขืนเสร็จแล้วจึงจะทำการฆ่าเหยื่อ แต่การฆ่าแล้วข่มขืน คือการที่เหยื่อผู้ถูกกระทำได้เสียชีวิตไปแล้ว จึงได้มีการกระทำทางเพศทีหลัง ซึ่งความผิดก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

กรณีข่มขืนแล้วฆ่า

              ถือว่าผู้กระทำมี 2 เจตนา คือ เจตนาข่มขืนกระทำชำเรา กับ เจตนาฆ่า (ฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำของตน ป.อ.ม.289(7))

              เป็นเรื่องความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องเรียงกระทงลงโทษ ป.อ.ม.91

กรณีฆ่าแล้วข่มขืน

              ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาฆ่า (ป.อ.ม.289(6))

              ผู้กระทำมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่ต้องรับผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เพราะผู้ถูกกระทำไม่มีสภาพบุคคล (เป็นเรื่องขององค์ประกอบภายนอก)


โทษคดีข่มขืนในต่างประเทศ

           หากเปรียบเทียบบทลงโทษคดีข่มขืนในต่างประเทศ จะเห็นได้ว่ามีความรุนแรงกว่าในประเทศไทย อาทิ

               ประเทศลาว คาดโทษคดีกระทำชำเราเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นจำคุก 7-15 ปี ปรับเป็นเงินประมาณ 20,000-60,000 บาท แต่กรณีฆ่าข่มขืน จะต้องรับโทษหนักโดยมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

               ประเทศบรูไน มีบทลงโทษสูงสุดในคดีข่มขืน คือประหารชีวิต

              เกาหลีใต้ลงโทษผู้กระทำชำเราเด็ก ด้วยสารเคมีลดฮอร์โมนและความต้องการทางเพศ ซึ่งถือเป็นชาติแรกในเอเชีย เช่นเดียวกับกฎหมายในสหรัฐอเมริกา (บางรัฐ) เยอรมนี สวีเดน และนอร์เวย์

              ประเทศส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง ลงโทษโดยยึดเจ้าโลกของกลางและตัดทิ้งแบบไม่ต้องรอศาลลงอาญา

              ประเทศจีน ยื่นคำขาดโทษประหารชีวิตสถานเดียวให้แก่ผู้ก่อคดีข่มขืน

              ประเทศรัสเซีย คาดโทษข่มขืนเด็กต่ำกว่า 18 ปี เป็นจำคุก 8-15 ปี ส่วนการข่มขืนเด็กต่ำกว่า 14 ปี ระวางโทษตั้งแต่ 12-20 ปี

              ประเทศฝรั่งเศส คาดโทษคดีกระทำชำเราเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นจำคุก 20 ปี และในกรณีฆ่าข่มขืน หรือทำให้เหยื่อถึงแก่ความตายมีโทษจำคุก 30 ปี

           ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงเป็นที่มาให้มีการลุกฮือทุกครั้งที่มีข่าวคดีข่มขืนสะเทือนขวัญในบ้านเรา แต่ดูเหมือนเสียงเล็ก ๆ จากโลกไซเบอร์จะยังคงไม่ดังพอ ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาสนใจกับเรื่องนี้มากนัก เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ ข่าวน้องแก้ม ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมต่อบทลงโทษของคดีข่มขืนขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุด (8 กรกฎาคม 2557) มีการนัดรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกฎหมายลงโทษคดีฆ่าข่มขืน ผ่านเฟซบุ๊ก  พวกเราต้องการเปลี่ยนกฏหมาย คดีข่มขืนให้ลงโทษประหารชีวิตเท่านั้น โดยนัดรวมตัวกันในวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ที่ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งข้อความระบุว่า...

           มารวมตัวกันเป็นพลังเสียง ร่วมเปลี่ยนกฎหมายคดีโทษข่มขืนกันเถอะค่ะ อย่าให้มีเหยื่อสังเวยความกามมากกว่านี้ ทุกกระบอกเสียงสำคัญ ร่วมกันแชร์รวมตัวกันค่ะ ตัวแอดมินเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายมากนัก แต่อยากให้มีอะไรมาเปลี่ยนให้มันดีขึ้น ไม่งั้นก็เกิดเหตุแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะรวมตัวกันที่ ลานพาร์คพารากอน เวลา 11.00 อยากให้ทุกคนใส่ชุดสีดำ เพื่อไว้ทุกข์ให้แก่เหยื่อ แอดมินไม่ทราบหรอกนะคะว่าทำแบบนี้จะเปลี่ยนได้ไหมแต่คิดว่าดีกว่าเรานิ่งดูดายกัน ทุกเสียงสำคัญร่วมกันแก้ไข
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 09, 2014, 06:12:25 AM
.

สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย 
มันไม่เคยทำอะไรเลย  ทุกๆท่านที่จะใช้บริการกับการรถไฟ ให้ระมัดระวังตนเองกันให้มากๆ
หากเกิดอะไรขึ้น  การรถไฟฯ  ไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลย




ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย 

ถ้าใครจะเดินทางโดยทางรถไฟ  ต้องระมัดระวังกันให้มาก  เพราะการรถไฟไม่มีการรับผิดชอบใดๆเลย

--------------------------------------------------------




ย้อนคดีลูกจ้างการรถไฟข่มขืนนักศึกษา ป.โท บนตู้นอน

-http://hilight.kapook.com/view/104822-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          เหตุการณ์ผู้โดยสารถูกข่มขืนบนรถไฟอย่างกรณีข่าวน้องแก้ม วัย 13 ปี ไม่ใช่รายแรกที่เคยเกิดขึ้น ย้อนรอยคดีดังเมื่อปี 2544 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อนแล้ว

          สืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญของน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกพนักงานปูเตียงบนรถไฟข่มขืนและฆ่า ก่อนโยนร่างของเธอทิ้งหน้าต่างรถไฟขณะเดินทางจากสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น ก็ทำให้ชาวเน็ตต่างตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะว่ามีเพียงพอหรือยัง และที่สำคัญคดีน้องแก้ม ก็ไม่ใช่คดีข่มขืนคดีแรกที่เกิดขึ้นบนรถไฟ เหตุใดการรถไฟจึงปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุซ้ำรอยแบบนี้ได้

          สำหรับคดีลูกจ้างการรถไฟข่มขืนผู้โดยสารบนรถไฟนั้น ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2544 ลูกจ้างการรถไฟข่มขืนนักศึกษา ป.โท เกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ซึ่งในคืนเกิดเหตุนั้น นักศึกษาสาวปริญญาโท ได้ใช้บริการตู้นอนรถไฟชั้นสอง สายใต้ สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ แต่กลับถูกลูกจ้างการรถไฟข่มขืนกระทำชำเรา และยังกักขังหน่วงเหนี่ยวนักศึกษาสาวปริญญาโทซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ให้ลงจากขบวนรถไฟดังกล่าว จนกระทั่งเวลาต่อมา เมื่อผู้เสียหายสามารถลงจากขบวนรถไฟได้ ก็เข้าแจ้งความและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด แต่ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี โดยอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมหลับนอนกับเขาเอง

          ต่อมา ศาลฎีกาได้มีคำตัดสินว่า ผู้ต้องหาในคดีมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา สั่งจำคุกเป็นเวลา 9 ปี ขณะที่ผู้เสียหายได้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับทางการรถไฟ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยทางการรถไฟให้เหตุว่า คดีความดังกล่าว "เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยและผู้เสียหาย" ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการรถไฟ

          หลังจากนี้ สังคมคงจับตาดูว่า ทางการรถไฟ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะออกมาตรการอะไรเพื่อป้องกันมิให้เกิดคดีสะเทือนขวัญเช่นนี้อีก เพราะแม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ดูช้าจนเกินไป แต่ก็คงดีว่าการปล่อยให้มีเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศบนรถไฟอีกเป็นรายต่อ ๆ ไป




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404802626-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 06:06:24 AM
.

เดนสังคม   





-------------------------------------------------------------------

เตรียมฝากขัง "ไอ้เกม" ฆ่าข่มขืน "น้องแก้ม" พรุ่งนี้

-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000077678-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008026101.JPEG)


 ประจวบคีรีขันธ์ - ตำรวจเตรียมฝากขังผลัดแรก "ไอ้เกม" มาตกรโหดฆ่าข่มขืน "น้องแก้ม" ที่ศาลจังหวัดหัวหินพรุ่งนี้ " ผบก.ประจวบฯ" เผยตั้งแต่รับราชการตำรวจมาจนถึงปัจจุบันไม่เคยพบผู้ต้องหาที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมเช่นนี้
       
       วันนี้ (9 ก.ค.) พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนนายวันชัย แสงขาว หรือ "ไอ้เกม" อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนฆ่า ด.ญ.กชกร พิทักษ์จำนงค์ หรือน้องแก้ม อายุ 13 ปี บนรถไฟสายสุราษฏร์ธานี-กรุงเทพ ขบวน 174 ว่า วันนี้ผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ที่ สภ.ปราณบุรี ผลการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่า ลงมือฆ่าข่มขืนจริง และไม่ได้มีทีท่าแสดงอาการวิตกกังวลแต่ยังใด
       
       "วันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) ก็จะมีการนำต้องหาฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดหัวหิน ก่อนควบคุมตัวไปเข้าเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผมไม่ได้เป็นห่วงว่าเมื่อผู้ต้องหาเข้าสู่เรือนจำแล้วจะปฏิกิริยาจากผู้ต้องขังภายในเรือนจำหรือไม่ เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เรือนจำประจวบฯต่อไป" พล.ต.ต.ธเนษฐ กล่าว
       
       พล.ต.ต.ธเนษฐ กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบสวนจะให้เสร็จภายในวันอังคารที่ 15 กรกฏาคมนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้ทำการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องและพยานไปแล้วหลายปาก ซึ่งผู้ต้องหาในคดีนี้จำนนต่อหลักฐานถึงยอมรับสารภาพ แต่ก็ยังพบว่าในการสอบสวนนั้นยังพบว่า ผู้ต้องหายังให้การโกหกบางส่วน นอกจากนั้นในเรื่องไอแพดก็มีเพื่อนของผู้ต้องหานำมาให้
       
       ส่วนคดีก่อนหน้านี้ที่มีการก่อเหตุบนรถไฟแต่ไม่ได้ลงมือฆ่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม และขณะที่ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าข่มขืนน้องแก้ม
       
       "ผมยอมรับว่า ตั้งแต่ผมรับราชการตำรวจมาจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่เคยพบผู้ต้องหาที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมเช่นนี้"
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการประชุมร่วมกับทีมอัยการของศาลจังหวัดหัวหินถึงการสอบสวนผู้ต้องหา และเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี เพื่อทำการสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมและต้องหาทนายให้กับผู้ต้องหาด้วยตามกฎหมาย



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 06:07:59 AM
แจ้งจับพ่อเลี้ยงขืนใจลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบ ในที่พักกลางสวนยางเมืองตรัง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    9 กรกฎาคม 2557 18:50 น.

-http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000077637-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008022302.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008022301.JPEG)


ตรัง - พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบคาที่พักในสวนยาง ก่อนที่เหยื่อจะบอกครูที่โรงเรียนให้รับรู้ แล้วประสานผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความ ขณะที่ผู้ต้องหาปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้ลงมือกระทำ
       
       เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (9 ก.ค.) พ.ต.ต.สมยศ สมบัติมาก หัวหน้า สภ.บ้านหนองตรุด อ.เมืองตรัง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชาญณรงค์ กลอนสม พนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองตรุด ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายประสิน หรือสิน นุ่นแก้ว อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 1 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.แพ็ค อายุ 7 ปี มาทำการสอบสวน หลังจากได้ถูก น.ส.เจริญ จันดำ อายุ 40 ปี ผู้เป็นภรรยาแจ้งความร้องทุกข์ว่า สามีได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.แพ็ค ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง เหตุเกิดภายในกงสีที่พักในสวนยางพารา หมู่ที่ 6 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา
       
       สืบเนื่องจากในวันเวลาดังกล่าว นายประสิน หรือสิน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ได้บังคับให้ ด.ญ.แพ็ค ดูดหัวนม และอวัยวะเพศของตัวเอง ก่อนที่ต่อมาจะนำอวัยวะเพศของตนเองสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของ ด.ญ.แพ็ค จนสำเร็จความใคร่ จำนวน 1 ครั้ง กระทั่งต่อมาหนูน้อยได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกให้ครูที่โรงเรียนรับทราบ แล้วประสานแม่ของ ด.ญ.แพ็ค เพื่อนำตัวเข้าแจ้งความดังกล่าว
       
       อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวน นายประสิน หรือสิน ยังคงให้การปฏิเสธ ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองตรุด ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นไม่ยินยอม แล้วควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 06:17:56 AM
นักโทษข่มขืน เลือกเหยื่ออย่างไร พร้อมวิธีเอาตัวรอด

-http://hilight.kapook.com/view/104859-


เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก iurban

           นักโทษข่มขืน 100 คน เลือกเหยื่ออย่างไร ? ชี้ส่วนมากเลือกผู้หญิงผมยาว เดินทางคนเดียว ถอดเสื้อผ้าง่าย และเดินคุยโทรศัพท์ พร้อมวิธีเอาตัวรอดในเวลาคับขัน

           เป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ทราบ สำหรับ “เหตุการณ์ข่มขืน” ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งปัจจัยของเหตุร้ายดังกล่าวมีอยู่มากมาย บ้างก็เพราะคนร้ายดื่มสุราของมึนเมา บ้างก็เพราะเสพยาเสพติด แต่เคยสงสัยกันไหมว่า คนร้ายเลือกลักษณะเหยื่อที่จะลงมือข่มขืนอย่างไร.. แล้วสถานการณ์ไหน สถานที่ใด ที่เป็นใจให้ก่อเหตุร้ายดังกล่าว วันนี้ (9 กรกฎาคม 2557) เราขอนำบทความของ คุณ Jiraz Pipatwasin ที่ได้รวบรวมไอเดียในการเอาตัวรอดสำหรับผู้หญิง และข้อมูลจากผลวิจัยที่ถามนักโทษข่มขืน 100 คนว่า พวกเขาเลือกเหยื่ออย่างไรมาฝากกัน ถึงแม้สมัยนี้สังคมอาจจะโหดร้าย มีอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่หากเราดูแลตัวเองในเบื้องต้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว

           “นักโทษข่มขืน 100 คนเลือกเหยื่อยังไง จากภาควิชาอาชญวิทยา (และไอเดียเอาตัวรอด)

           ในสังคมที่เราไม่สามารถควบคุมให้สื่อลดความรุนแรงทางการยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ หลายสื่อเองก็เห็นแก่เรตติ้งมากกว่าสังคมจนกลายเป็นเรื่องปกติ อาจไม่มีประโยชน์เมื่อเรามาเรียกร้องความยุติธรรมภายหลังเกิดเหตุ ผู้หญิงจึงควรจะเรียนรู้และรู้จักดูแลตัวเอง ไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในภาวะความเสี่ยง ผมลองรวบรวมบทความที่เห็นว่ามีประโยชน์กับผู้หญิงทุกคน อย่างน้อยจะได้เป็นไอเดียในการเอาตัวรอด เมื่อจำเป็น

           จาก นางสาวอลิสา แสงขำ นักศึกษาปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ ภาควิชาอาชญวิทยา เก็บข้อมูลจากนักโทษข้อหาข่มขืนจากคุกบางขวางและลาดยาว จำนวน 100 คน พบว่าการเลือกเหยื่อของนักโทษได้ผลดังนี้

84% เลือกผู้หญิงที่เดินไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย

             มือถือสามารถนำไปขายต่อได้ หรืออ่านการ์ตูน หรือหนังสืออื่นขณะเดินเพราะไม่ได้ระวังตัว

87% เลือกผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าถอดง่าย

             แต่หากพบผู้หญิงถูกใจแต่สวมเสื้อผ้าที่ต้องใช้เวลา ถอดนาน เขาจะกลับมาดักรอเป็นครั้งที่สองพร้อมกรรไกรหรือคัตเตอร์

90% เลือกผู้หญิงผมยาว

             คือหางเปีย หางม้าปล่อยตามธรรมชาติ เพราะกระชากจากข้างหลังได้ง่าย

96%  เลือกผู้หญิงที่เดินทางไปไหนมาไหนเวลากลางคืน

             เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ มีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกตอนกลางคืนโดยไม่คำนึงว่าต้อง เป็นผู้หญิงสวยหรือหุ่นดี ขอให้มี..เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ มีนักโทษบางขวางคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าหากเวลานั้นเป็นเวลา ที่เขาต้องการปลดปล่อยแล้ว เขาไม่เลือกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย วัว ควาย

99% เลือกผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว

             มีนักโทษบางขวางคนหนึ่งทำทีเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับผู้หญิงคนที่ถูกใจจากกลุ่ม เพื่อนของเธอที่เดินด้วยกันไปข่มขืน

80%  สามารถข่มขืนได้ในการกระทำครั้งแรกโดยใช้อุปกรณ์ของผู้หญิงนั่นเอง

             เป็นอุปกรณ์ช่วยประกอบการกระทำผิด เช่น เข็มขัด ลูกกุญแจ กระจกส่องหน้า (ต้องทุบให้แตกเป็นแหลมคมก่อน)

70% เลิกล้มความตั้งใจ

             หากผู้หญิงคนนั้นจ้องหน้าเขาแล้วเริ่มต้นสนทนาสั้น ๆ กับเขาก่อน ขณะที่เขาเข้าประชิดตัว เช่น โทษค่ะ กี่โมงแล้ว

วิธีป้องกันตัวหากโดนหื่นลากลงข้างทาง

           1. ร้อยละ 90 ผู้หญิงหมดสิทธิ์ใช้ศิลปะป้องกันตัว เพราะคนร้ายจะซุ่มรอทีเผลอ ที่โดนบ่อย ๆ คือล็อกแขนไขว้หลัง มืออุดปากแล้วกระชากหรือลากเข้าข้างทาง ถ้าคนร้ายเตรียมตัวมาดี ก็จะมีอาวุธจี้ไม่ให้เหยื่อขัดขืน แน่นอนว่าน้อยคนที่เห็นมีด ปืนแล้วจะกล้าใช้วิชาที่เรียนมา

           2. เมื่อโดนลากเข้าข้างทาง คุณก็จะโดนต่อยท้องเพื่อให้จุกจนไม่มีแรงดิ้นและตบปากหรือต่อยหน้าเพื่อให้กลัว, เจ็บหรือกึ่ง ๆ หมดสติ จากนั้นถ้าคนร้ายหื่นแบบชาญฉลาดก็จะหาของมาอุดปากคุณไว้ ถ้าคุณนุ่งกระโปรงมา มันอาจถอด ก.ก.น. มาอุดปาก…ซวยแท้ ๆ

           3. เมื่อคนร้ายเห็นคุณไม่มีแรงดิ้น ก็จะทำการถลกส่วนล่างคุณออกโดยท่าที่นิยมคือนั่งคร่อมเอว เอาเข่ากดแขนส่วนบนคุณไว้ ทำให้ไม่มีแรงมากพอจะผลักแถมยังจุกอยู่อีกต่างหาก

           4. จากนั้นเมื่อฐานยิงโล่งโจ้ง คนร้ายก็จะงัดจรวดออกมาเตรียมปฏิบัติการ จังหวะนี้ถ้าคุณโชคดียังมีสติอยู่ให้พยายามเซฟแรงไว้รอข้อต่อไป

           5. เมื่อคนร้ายพยายามสอดใส่ ให้คุณรวบรวมพลังที่มี “ขมิบ” ไว้ครับ ตะบองแข็งหรือจะสู้แรงโล่เนื้อ คนร้ายก็จะเริ่มเสียสมาธิเพราะจ้องจะลงรู อย่างเดียว ให้คุณอาศัยจังหวะนี้ซึ่งคนร้ายมักจะเผลอลืม กดแขนให้คว้าลูกป๋องแป๋งเลยคับ โดนลูกเดียวไม่เป็นไร อย่าตกใจปล่อยมือเพื่อกำใหม่ ให้ได้ 2 ลูก จากนั้นบีบให้เต็มที่เลยคับ เอาเล็บจิกด้วยยิ่งดี ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครคิด จะฆ่าคุณในตอนนี้หรอก รับรองร้องเสียงหลง ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง

           6. หลังจากนั้น อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งคิดหนี พิจารณาดูคนร้ายให้ดีก่อน ประเมินสถานการณ์ว่าที่เราทำไปหยุดมันได้ หรือยัง ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ตายตอนโดนข่มขืนแต่จะมาตายตอนนี้ล่ะ เพราะจะหนีอย่างเดียว ตัวเองก็วิ่งไม่ไหว คนร้ายก็ยังลุกขึ้นมาตามทุบหัวเอาได้ ดังนั้นหาก เห็นว่าคนร้ายหมดสภาพแน่ ๆ และชุมชนอยู่ไม่ไกลจึงค่อยหนี

           7. ทีนี้ถ้าคนร้ายแค่เสียจังหวะ คืออาจจะลงไปนอนงอก่องอขิงอยู่แป๊บเดียวและมีทีท่าจะลุกขึ้นมาสิ่งที่ คุณต้องทำคือ รีบหาอาวุธให้เร็วที่สุด ได้แก่ ไม้ ก้อนหิน ปากกา คัตเตอร์ สเปรย์ ปืน ฯ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็ ส้นตรีน นี่แหละ ถีบเข้าไปที่บริเวณต่อไปนี้

           ที่เดิม (นั่นแหละ) แต่ส่วนใหญ่จะทำไม่ได้เพราะคนร้ายมักจะกุมไว้

           หน้าแข้งหรือกลางแสกหน้าคนตัวโต ๆ ตาย เพราะส้นตรีนผู้หญิง ๆ มีเยอะ ยิ่งใส่ส้นสูงด้วย อูย

           กกหู ขมับทุบรัว ๆ เลยครับ (ไม่แนะนำ ท้ายทอยหรือคาง เพราะโดนยาก)

           ถ้ามีก้อนหินโต ๆ ทุบกลางหน้าแข้งเลยครับ รับรองเดี้ยง ร้องลั่น

           ที่สุดท้าย อาจจะโหดหน่อยแต่ถ้าทำได้ เวิร์คแน่นอน ทุบ ”นิ้วเท้า” โดยเฉพาะนิ้วเล็ก ๆ ตั้งแต่นิ้วกลางถึงนิ้วก้อยนี่ล่ะ ทุบผัวะเข้าไปอย่าใจอ่อน เอาให้เละไปเลย ถ้าทำดีคนร้ายอาจจะเจ็บถึงสลบ

           …จากนั้นรีบจัดเครื่องแต่งกาย คว้าสิ่งของมีค่าวิ่งให้เร็วที่สุด รอดแล้วเจ้าข้าเอ๊ย..

           ด้านบนนี้เป็นบทความที่รวบรวมจากในอินเทอร์เน็ต โดยหวังว่าอย่างน้อยจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงที่ได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้เพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดมากขึ้นครับ
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 06:24:12 AM
เปิดจดหมายถึง คสช.-รฟท. จากเหยื่อถูกข่มขืนบนรถไฟ 13 ปีก่อน

-http://hilight.kapook.com/view/104840-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            สาว ป.โท เหยื่อที่ถูกพนักงานการรถไฟข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีก่อน ร่อนจดหมายถึง คสช. และ รฟท. ถามความรับผิดชอบและเรียกร้องให้มีมาตรการลงโทษคนร้ายคดีข่มขืนอย่างจริงจัง

            เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ได้มีการนำเสนอจดหมายเปิดผนึกจากผู้เสียหายที่ถูกพนักงานการรถไฟฯ ข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีก่อน ส่งตรงจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถึง หัวหน้า คสช. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการลงโทษคนร้ายคดีข่มขืนอย่างจริงจัง รวมถึงถามหาความรับผิดชอบจากการรถไฟที่คดีของเธอยังไม่สิ้นสุด และไม่ได้รับการเยียวยาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก โดยมีข้อความทั้งหมด ดังนี้   

            เรียน ท่านสื่อมวลชน ผ่านไปยัง หัวหน้า คสช./การรถไฟแห่งประเทศไทย     
 
            เรื่อง ความรับผิดชอบต่อผู้โดยสาร ในคดีข่มขืนบนรถไฟ
     
            วันนี้ ดิฉันได้รับข่าวสารจากทางเมืองไทย แค่ได้อ่านหัวข้อข่าวว่า มีเหตุข่มขืนแล้วฆ่าบนรถไฟสายใต้ ดิฉันก็รู้สึกเจ็บและปวดที่หัวใจผู้ถูกกระทำอย่างรุนแรง "มันเกิดขึ้นอีกแล้วหรือ ?" "ทำไมฉัน ไม่เป็นคนสุดท้าย ? ทำไมต้องเป็นน้องเขา ? ทำไม ?"
     
            เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง เมื่อ 13 ปีที่แล้ว หากท่านยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 เกิดคดีข่มขืนหญิงสาวปริญญาโทบนตู้นอน บนขบวนรถไฟสายใต้ คดีนี้เป็นข่าวครึกโครม การรถไฟฯ ได้ไล่ผู้กระทำผิดออกจากงาน และศาลอาญาได้ตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 9 ปี ส่วนในคดีแพ่ง ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินให้การรถไฟฯ และจำเลย ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดให้แก่โจทก์ นับจากวันนั้นถึงวันนี้ 13 ปีผ่านไปแล้ว แต่คดีก็ยังไม่ถึงที่สุด ดิฉันก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย เพราะการรถไฟฯ ได้ยื่นฎีกาขอทุเลาคดี และทำให้การเยียวยาของดิฉันได้รับความล่าช้าออกไปเรื่อย ๆ
     
            หลายท่านคงไม่รู้ว่า หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนชีวิต และสุขภาพดิฉันไปตลอดกาลอย่างสิ้นเชิง ท่านรู้หรือไม่? ดิฉันต้องถูกบีบบังคับให้ออกจากงานที่กำลังไปได้ดี เพราะในสายตาของผู้บริหาร ดิฉันได้นำความเสื่อมเสียมาสู่องค์กร เพราะในการเดินทางครั้งนั้น ดิฉันไปทำงานในนามของบริษัท ดิฉันต้องเข้าโรงพยาบาลทางจิตติดต่อกันมาหลายปี มีอาการประสาทหลอน ควบคุมสติไม่ได้ ต้องเข้าบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ทุกคืนวัน ดิฉันมีอาการฝันร้าย ผวาและหวาดกลัวคนรอบข้าง ไม่ไว้วางใจผู้คน

            วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า นานนับหลายปี ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีอาการสั่นของมือ และเมื่อมีเหตุการณ์อะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจ แม้แต่เพียงเล็กน้อย ดิฉันจะมีภาวะตระหนก ควบคุมตนเองไม่ได้ และหลายต่อหลายครั้งถึงกับหน้ามืดเป็นลมหมดสติ ซึ่งอาการเหล่านี้แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานถึง 13 ปี ดิฉันก็ยังประสบความยากลำบากที่จะมีชีวิตเยี่ยงคนปกติ ด้วยความอ่อนแอทางสุขภาพจิตและการต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การต้องประสบกับความอับอายในสังคม ทำให้ดิฉันต้องระเห็จมาตั้งต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศอย่างยากลำบาก และรอคอยกระบวนการยุติธรรมที่ถูกทำให้ล่าช้า อย่างไม่เห็นแก่มนุษยธรรมของท่าน
     
            หลังจากอ่านหัวข้อข่าว ดิฉันรู้สึกแย่มาก น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าหัวใจถูกบีบอย่างแรง มันเหมือนเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว เพิ่งเกิดขึ้น และมันได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ดิฉันไม่สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนี้เป็นตัวอักษรได้ เพราะมันเจ็บปวดเกินกว่าที่จะพูดออกมาได้ ดิฉันทราบข่าวเวลา 3 ทุ่มของประเทศกรีซ หลังจากนั้น ดิฉันหมดสติ มาเริ่มรู้สึกตัวประมาณเที่ยงคืน แต่ดิฉันก็พยายามฝืนที่จะพิมพ์จดหมายฉบับนี้ เพราะต้องการสื่อสารถึงคนในสังคมไทย ว่าถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สังคมนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องคอยระแวงว่า "ใคร คือรายต่อไป"
     
            จากคดีของดิฉัน ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทางการแพทย์ ทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม แต่นั่นก็ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เพราะคดีข่มขืนก็ยังเกิดขึ้นอีกแทบทุกวัน
     
            ดิฉันคาดหวังให้มีบทลงโทษที่รุนแรง ในคดีข่มขืน และมีการป้องกัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นจริงจัง เพราะมันอาจจะเป็นหนทางที่ทำให้เหตุนี้เกิดขึ้นน้อยลง จนไม่เกิดขึ้นเลย........จะเป็นไปได้มั้ยคะ ขอฝากไปถึงท่านผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่จะสามารถทำให้เกิดบทลงโทษที่รุนแรงมากกว่านี้ หรือว่าต้องรอให้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของท่านก่อน
     
            ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับบิดาและมารดาของน้องที่เสียชีวิต ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสีย เพราะดิฉันก็ได้เสียมารดา เนื่องจากผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดิฉันเช่นกัน ดิฉันอยากจะบอกว่าน้องเขาไปดีแล้ว น้องเขาโชคดีกว่าดิฉันเยอะ เพราะทุกวันนี้ดิฉันมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น 10 กว่าปีที่ผ่านมา ดิฉันไม่เคยนอนหลับตอนกลางคืนเลย มันยากที่จะลืม
     
            สุดท้ายนี้ ดิฉันขอฝากข้อความไปถึงท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมือง, ผู้ว่าการการรถไฟฯ คนปัจจุบัน ว่า ท่านมั่นใจเหรอคะ ว่า 117 ปี ของการรถไฟฯ ไม่เคยมีคดีร้ายแรง มีแต่อนาจาร ดิฉันไม่ทราบว่า ท่านมาบริหารองค์กรนี้ได้อย่างไร ท่านไม่เคยทราบเลยหรือคะ ว่า องค์กรของท่านเคยเกิดเหตุคดีข่มขืนบนรถไฟสายใต้ ขณะที่รถไฟยังวิ่ง โดยผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานขององค์กรของท่านเอง ท่านไม่เคยทราบเลยหรือคะ ท่านคิดว่า ท่านสมควรที่จะเป็นผู้บริหารองค์กรนี้ต่อไปหรือคะ คดีของดิฉัน 13 ปีแล้วค่ะ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรคะ ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างตลอดกาลของดิฉัน การรถไฟฯ เห็นว่า การเยียวยาชดใช้ช่วยเหลือความเสียหายมันตีเป็นตัวเงินเมื่อเทียบกับชีวิตของดิฉันได้หรือคะ ทำไมต้องใช้เวลาเตะถ่วงถึง 13 ปี จนบัดนี้ ดิฉันมีลูกชายวัยเด็กที่ดิฉันต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู ด้วยสุขภาพทั้งกายทั้งจิตที่บอบช้ำอย่างหนัก แต่สำหรับท่าน เงินเพียงเล็กน้อยเท่านี้เท่าที่ศาลท่านสั่งให้ชดใช้ ท่านคิดว่ามากไปหรือคะ ช่วยกรุณาตอบดิฉันด้วย

            และเหตุการณ์ของน้องแก้มที่เพิ่งเกิดขึ้น ท่านจะพูดว่าอะไรคะ ท่านจะดำเนินการอย่างไร ไล่พนักงานคนนั้นออก แล้วก็จบ เหมือนคดีของดิฉันใช่มั้ยคะ คำว่า "ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" ที่ท่านผู้ว่าฯ คนก่อนโน้นเคยกล่าวกับดิฉัน ท่านก็กำลังจะกล่าวคำนี้เช่นกัน กับมารดาของน้องแก้มใช่มั้ยคะ .....ดิฉันอยากถามว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของท่าน ท่านจะกล่าวคำว่าอะไร ????????????


เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้เสียหายคดีพนง.รถไฟล่วงละเมิดปี44 ส่งจม.เปิดผนึกวอนเพิ่มบทลงโทษ (9ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=nrKZ-XhF8W8#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=nrKZ-XhF8W8-

คลิป เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้เสียหายคดีพนง.รถไฟล่วงละเมิดปี44 ส่งจม.เปิดผนึกวอนเพิ่มบทลงโทษ (9ก.ค.57) โพสต์โดยคุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 06:32:59 AM
.

ไม่มีหลักประกันอะไรที่เมื่อติดคุกแล้วออกมา  จะไม่กระทำผิดอีก
ถ้าไม่อย่างนั้น ต้องเดิมพันกัน  หากผู้ที่ข่มขืนทุกคนออกมาจากคุกแล้ว กระทำผิดแบบเดิมคือไปข่มขืนอีก 
ต้องให้นักสิทธิฯยิงตัวตายไป




ขอภาวนาให้ผู้ที่ถูกข่มขืน  เป็นคนที่รักของนักสิทธิฯทุกๆคน

แล้วก็ไม่ต้องจับผู้ที่ข่มขืน




-------------------------------------------------------


นักสิทธิฯ ไม่เห็นด้วย ข่มขืนต้องประหาร ชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด

-http://hilight.kapook.com/view/104853-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          นักสิทธิฯ ไม่เห็นด้วย ข่มขืนต้องประหาร ชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด ยกตัวอย่างฆ่าตัดตอน มองให้โอกาสกลับตัวสร้างโอกาสมากกว่า

          จากกระแสสังคมที่เรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษ "ข่มขืนต้องประหาร" กรณีพนักงานรถไฟ "วันชัย แสงขาว" ลงมือฆ่าข่มขืนน้องแก้ม เหยื่อสาววัย 13 ปี ขณะหลับใหลบนรถไฟ ก่อนที่จะนำร่างของเหยื่อสาวพาดตรงหน้าต่างและผลักออกไปอย่างไม่ไยดี..

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวในวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 ว่า ส่วนตัวนั้นไม่เห็นด้วยกับการประหารชีวิตเพื่อลงโทษผู้กระทำ เพราะไม่อยากให้สังคมมีมุมมองว่าคนที่ผิดต้องตายตกตามกันไป และการฆ่าคนคนหนึ่งก็ไม่ใช่ว่าปัญหาจะถูกแก้ไข

          โดยนางอังคณา ได้ยกตัวอย่างกรณีที่สมัยรัฐบาลในอดีตสมัยหนึ่ง เคยประกาศทำสงครามกับยาเสพติด ทำให้มีการฆ่าตัดตอนกันอย่างมากมาย มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 ศพ สนองนโยบายดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ทำปัญหายาเสพติดหมดไปหรือลดลงเลย ตนมองว่าการให้โอกาสผู้กระทำผิดได้กลับตัวเป็นคนดี ยังมีโอกาสสร้างประโยชน์ได้มากกว่า

          ทั้งนี้ หากเราศึกษาคดีข่มขืนที่เกิดขึ้น จะพบว่ามีสาเหตุที่นำไปสู่การก่อเหตุข่มขืนซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่เรื่องเมาสุรา ก็เรื่องยาเสพติด ซึ่งถ้าเราปรับทัศนคติคนในสังคมให้รู้สึกถึงคุณค่าของผู้หญิงหรือความเสมอภาคทางเพศ ต่อไปทุกคนก็คงอยู่ร่วมกันโดยให้เกียรติซึ่งกันและกัน

          ขณะเดียวกัน ในหลายประเทศมองว่าการฆ่าข่มขืนเข้าลักษณะความผิดเดียวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต้องโทษประหารเท่านั้น แต่ก่อนที่ประเทศต่าง ๆ จะลงโทษผู้ต้องหาในอัตราสูงสุดนั้น ต้องผ่านการไต่สวนในกระบวนการยุติธรรมจนชัดเจนว่าเป็นการกระทำโดยสันดานจริง ๆ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก กรุงเทพธุรกิจ



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 10, 2014, 10:31:01 PM
ถูกใจมาก 

ตอนที่มันมองหน้า

น่าจะต่ออีกชุดใหญ่

 :25: :25: :25: :25: :25:

-----------------------------------------------


วันชัย แสงขาว โดนโบก คลิปตำรวจตบกะโหลกสั่งสอน

-http://hilight.kapook.com/view/104890-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/151.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/200.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ poy oa สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           วันชัย แสงขาว โดนโบก คลิปชอตเด็ด ตำรวจตบกะโหลกคนร้ายฆ่าน้องแก้ม ชาวเน็ตแห่กดไลค์และแชร์เป็นจำนวนมาก

           เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแฟนเพจ "Princessof Rain‎" ได้แชร์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตบกะโหลก นายวันชัย แสงขาว หรือเกม ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี จนเสียชีวิต ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ จุดเกิดเหตุที่สถานีรถไฟวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

           อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวปรากฏว่าชาวเน็ตเข้าไปกดไลค์และร่วมแสดงความคิดเห็นถูกอกถูกใจกันอย่างมากมายทีเดียว


จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" (http://www.youtube.com/watch?v=3ohw071zLYE#)
-http://www.youtube.com/watch?v=3ohw071zLYE-
คลิป จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" โพสต์โดยคุณ poy oa


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ทีนิวส์
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 09:51:49 AM
.

สมควรตาย  เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์
เทียบกับหญ้าข้างทาง  ไอ้ระยำตัวนี้ มีประโยชน์น้อยกว่าหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างทาง



แจ้งจับพ่อเลี้ยงขืนใจลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบ ในที่พักกลางสวนยางเมืองตรัง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    9 กรกฎาคม 2557 18:50 น.

-http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000077637-

([url]http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008022302.JPEG[/url])

([url]http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008022301.JPEG[/url])


ตรัง - พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบคาที่พักในสวนยาง ก่อนที่เหยื่อจะบอกครูที่โรงเรียนให้รับรู้ แล้วประสานผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความ ขณะที่ผู้ต้องหาปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้ลงมือกระทำ
       
       เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (9 ก.ค.) พ.ต.ต.สมยศ สมบัติมาก หัวหน้า สภ.บ้านหนองตรุด อ.เมืองตรัง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชาญณรงค์ กลอนสม พนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองตรุด ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายประสิน หรือสิน นุ่นแก้ว อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 1 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.แพ็ค อายุ 7 ปี มาทำการสอบสวน หลังจากได้ถูก น.ส.เจริญ จันดำ อายุ 40 ปี ผู้เป็นภรรยาแจ้งความร้องทุกข์ว่า สามีได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.แพ็ค ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง เหตุเกิดภายในกงสีที่พักในสวนยางพารา หมู่ที่ 6 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา
       
       สืบเนื่องจากในวันเวลาดังกล่าว นายประสิน หรือสิน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ได้บังคับให้ ด.ญ.แพ็ค ดูดหัวนม และอวัยวะเพศของตัวเอง ก่อนที่ต่อมาจะนำอวัยวะเพศของตนเองสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของ ด.ญ.แพ็ค จนสำเร็จความใคร่ จำนวน 1 ครั้ง กระทั่งต่อมาหนูน้อยได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกให้ครูที่โรงเรียนรับทราบ แล้วประสานแม่ของ ด.ญ.แพ็ค เพื่อนำตัวเข้าแจ้งความดังกล่าว
       
       อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวน นายประสิน หรือสิน ยังคงให้การปฏิเสธ ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองตรุด ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นไม่ยินยอม แล้วควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




พ่อเลี้ยงขืนใจลูก 7 ขวบ ถูกนักโทษกระทืบดับคาเรือนจำตรัง

-http://hilight.kapook.com/view/104918-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้, ข่าวสด

          พ่อเลี้ยงตรังข่มขืนลูกสาว 7 ขวบ ถูกนักโทษกระทืบดับคาเรือนจำตรัง หลังถูกส่งเข้าเรือนจำได้เพียงคืนเดียว เหตุ ไปนั่งทับที่เจ้าถิ่นเลยชกต่อยกัน สุดท้ายสู้ไม่ได้

          จากกรณีหญิงคนหนึ่งในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พาลูกสาว อายุ 7 ขวบ เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ลูกสาวถูก นายประสิน หรือ สิน นุ่นแก้ว มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง ล่วงละเมิดทางเพศในที่พักกลางสวนยางพารา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัว นายประสิน เอาไว้ได้เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แล้วนำตัวส่งฝากขังเรือนจำจังหวัดตรังในวันเดียวกันนั้น

          ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 กรกฎาคม 2557) ร.ต.อ.เมธี ภิญโญประการ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งว่า ได้เกิดเหตุ นายประสิน ถูกผู้ต้องหาด้วยกันทำร้ายร่างกายกลางดึกจนเสียชีวิตภายในเรือนนอนผู้ต้องหาแดน 1 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบห้อง 1/1 ที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวรพงษ์ สุวรรณวิจิตร ผู้ต้องหาคดีวางเพลิง ได้ลงมือกระทืบนายประสินจนเสียชีวิต

          ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ ตุลปันโต ผอ.ส่วนควบคุมเรือนจำจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึก หลังรับตัวนายประสินเข้ามาฝากขังที่ห้อง 1/1 แต่นายประสินเข้าไปนั่งในที่นั่งของนายวรพงษ์ จนมีปากเสียงและชกต่อยกัน สุดท้าย นายประสินสู้ไม่ได้ จึงถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้นำศพนายประสินออกจากเรือนจำเพื่อส่งชันสูตรตามขั้นตอนแล้ว


***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 14.53 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2557

เรื่องเล่าเช้านี้ จับพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดลูกเลี้ยงวัย7ขวบ กลางสวนยางเมืองตรัง( 10 ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=huG7ezdehM0#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=huG7ezdehM0-
เรื่องเล่าเช้านี้ จับพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดลูกเลี้ยงวัย7ขวบ กลางสวนยางเมืองตรัง( 10 ก.ค.57)


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 09:55:30 AM
นักโทษเตรียมจัดหนัก"ไอ้เกม"รุมตุ๋ยให้สาสมกับความผิด


ชี้ช่วงแรกอยู่ในสายตาผู้คุมรอดไปก่อน ผ่านไปสักพักเผลอเมื่อไหร่ถูกรับน้องชุดใหญ่แน่นอน เหตุคนคุกถือว่าฆ่าข่มขืนเด็กเป็นเรื่องน่ารังเกียจ จำเป็นต้องถูกสั่งสอนด้วยการรุมตุ๋ยให้เข็ดหลาบ
วันพฤหัสบดี 10 กรกฎาคม 2557 เวลา 21:28 น.

เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 10 ก.ค. พ.ต.ท.เจิญ ชลประเสริฐพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ควบคุมตัว นายวันชัย หรือเกมแสงขาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ไปขออำนาจศาลจังหวัดหัวหินฝากขังเป็นผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน หลังยื่นฟ้องนายวันชัยคดีฆ่าข่มขืนกระทำชำเราอำพรางซ่อนเร้นศพ คดีเสพยาเสพติดและคดีลักทรัพย์ ซึ่งไม่ปรากฎว่ามีญาติหรือทนายความของผู้ต้องหามาติดต่อขอประกันตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้ต้องหา ถูกควบคุมอยู่ในห้องขังใต้ถุนศาลจังหวัดหัวหิน เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนคำร้องขอฝากขัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราณบุรี ได้ดูแลนายวันชัยซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างใกล้ชิด โดยศาลได้พิจารณาคำร้องประกอบพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งให้นำตัวนายวันชัยไปฝากขังเป็นผัดแรก

ต่อมาเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์จากเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ควบคุมผู้ต้องหาออกจากศาลจังหวัดหัวหินเดินทางไปเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระทั่งเวลา 12.20 น. รถควบคุมผู้ต้องขังเดินทางถึงบริเวณด้านหน้าเรือนจำ จ.ประจวบคีรขันธ์ ผู้คุมเรือนจำได้เปิดประตู 1 ด้านหน้า โดยพนักงานขับรถได้นำรถเข้าไปภายใน และปิดประตูทันทีพร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันรอบบริเวณ โดยไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพทำข่าวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันบรรดาญาติผู้ต้องขังจำนวนมาก ที่มารอเยี่ยมนักโทษด้านหน้าเรือนจำเนื่องจากตรงกับวันเยี่ยมญาติ หลังจากทราบข่าวว่ามีการคุมตัวนายวันชัยมาคุมขังต่างกรูเข้ามามุงดูอยู่บริเวณภายนอก ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวนายวันชัยเข้าควบคุมตัวเข้าห้องควบคุมที่จัดไว้เป็นกรณีพิเศษ ร่วมกับผู้ต้องหาสูงอายุ อีก 4 คน ซึ่งจากเดิมรถขนส่งผู้ต้องขังจะเดินทางมาศาลจังหวัดหัวหินหลัง 16.30 น. แต่กรณัของนายวันชัยหลังจากศาลพิจาณาให้ฝากขัง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวขึ้นรถควบคุมมาทันที

โดยนายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจผู้ต้องหาคดีนี้เป็นอย่างมากและมีคำสั่งให้ตนรายงานแผนคุมขังให้กรมราชทัณฑ์ทราบ โดยเน้นย้ำในการรักษาความปลอดภัยและหลังจากนำผู้ต้องหาเข้าคุมขังภายในเรือนจำ เนื่องจากเป็นคดีที่มีสำคัญจึงต้องมีการตีตรวนขณะคุมขัง และมีการปฎิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปโดยอยู่ในการดูแลเป็นกรณีพิเศษ

ขณะที่อดีตผู้ต้องหาขังรายหนึ่งในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า หลังนายวันชัยเข้าไปควบคุมตัวสิ่งแรกคือจะมีการนำตัวไปตัดผมสั้น และสวมชุดนักโทษส่วนกรณีที่หลายฝ่ายหวั่นวิตกกันว่าจะมีการรุมทำร้าย แม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างดีนั้น ต้องบอกว่าในเรือนมีผู้ต้องขังชายกว่า 2,200 คน มากกว่าผู้คุมหลายเท่า โดยขณะที่นำตัวไปตัดผม ไปรับประทานอาหารหรือ ไปอาบน้ำรวมอาจจะถูกเพื่อนนักโทษที่ไม่พอใจเข้ามาประชิดตัวเพื่อรุมทำร้าย ช่วงแรกน่าจะยังไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะเป้าหมายอยู่ในความดูแลของผู้คุมเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว นายวันชัยต้องโดนรับน้องใหม่อย่างแน่นอน ประเด็นอยู่ที่ว่าจะโดนยำของหนักหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าคงจะโดนหนักแน่นอนเตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยโดยเฉพาะประตูหลังถูกลวงละเมิดแน่ สาเหตุใหญ่เพราะไปฆ่าข่มขืนเด็ก ถือเป็นสิ่งที่คนในคุกแสดงความรังเกียจอย่างรุนแรง.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/251346/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81_%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1_%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94-







ถูกใจมาก 

ตอนที่มันมองหน้า

น่าจะต่ออีกชุดใหญ่

 :25: :25: :25: :25: :25:

-----------------------------------------------


วันชัย แสงขาว โดนโบก คลิปตำรวจตบกะโหลกสั่งสอน

-http://hilight.kapook.com/view/104890-

([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/151.jpg[/url])

([url]http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/200.jpg[/url])


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ poy oa สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           วันชัย แสงขาว โดนโบก คลิปชอตเด็ด ตำรวจตบกะโหลกคนร้ายฆ่าน้องแก้ม ชาวเน็ตแห่กดไลค์และแชร์เป็นจำนวนมาก

           เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแฟนเพจ "Princessof Rain‎" ได้แชร์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตบกะโหลก นายวันชัย แสงขาว หรือเกม ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี จนเสียชีวิต ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ จุดเกิดเหตุที่สถานีรถไฟวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

           อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวปรากฏว่าชาวเน็ตเข้าไปกดไลค์และร่วมแสดงความคิดเห็นถูกอกถูกใจกันอย่างมากมายทีเดียว


จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" ([url]http://www.youtube.com/watch?v=3ohw071zLYE#[/url])
-http://www.youtube.com/watch?v=3ohw071zLYE-
คลิป จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" โพสต์โดยคุณ poy oa


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ทีนิวส์
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 10:01:43 AM
พ่อ"ไอ้เกม"ยันลูกมีพฤติกรรมหมกมุ่นเรื่องเพศ

-http://www.dailynews.co.th/Content/crime/251495/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD_%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1_%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8-


ตำรวจคุมเพื่อน "ไอ้เกม" สอบเพิ่ม กันเป็นพยาน ด้าน พ่อผู้ต้องหาให้ปากคำเพิ่ม ชี้ก่อนเกิดเหตุ หนึ่งอาทิตย์เกี้ยวสาวเข้าบ้านเสพสมนับสิบราย
วันพฤหัสบดี 10 กรกฎาคม 2557 เวลา 20:40 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่ สน.นพวงษ์ บิดาของนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุข่มขืนและฆ่าน้องแก้ม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ประเทือง สุภารัตน์ พงส.ผนพ.สภ.สามกระทาย จ.ประขวบคีรีขันธ์ ในฐานะชุดพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดย พ.ต.ท.ประเทือง เปิดเผยว่า ทางพ่อและแม่ของนายวันชัยได้เข้าให้ปากคำถึงพฤติกรรมนิสัยของนายวันชัย ทำนองว่า บุตรชาย มีนิสัยเงียบ ไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใคร หลังเกิดเหตุนั้น ได้นำโทรศัพท์ไอโฟนมาใช้ จึงได้ถามว่าไปได้โทรศัพท์มาอย่างไร ผู้ต้องหาเล่าเพียงว่า "ไปเจอมา"

พ.ต.ท.ประเทือง กล่าวอีกว่า ในส่วนของพยานหลักฐานอื่น ๆ จำพวกผลการตรวจรอยนิ้วมือแฝง ผลเลือด ดีเอ็นเอที่พบที่เกิดเหตุรวมทั้งผลการตรวจนิติเวชจะออกมาในวันนี้ ในส่วนของแท็บเล็ตนั้น จากการสอบถามทราบว่า เป็นของ"น้องแก้ม" และหลังเกิดเหตุ นายวันชัยได้ฝากไว้ที่เพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งวานนี้ได้นำมามอบคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เป็นที่น่าตกใจ เมื่อทางพ่อของผู้ต้องหา เปิดเผยข้อมูลว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุ นายวันชัย ได้พาผู้หญิงเข้าบ้านกว่าสิบสองคนไม่ซ้ำหน้ากัน รวมทั้งนายวันชัยมีพฤติกรรมเก็บตัวเงียบหมกมุ่นชอบดูหนังลามกอีกด้วย

ต่อมา เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ได้นำตัว "นายหนึ่ง" นามสมมุติ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของพนักงานที่อยู่บนรถไฟขบวน 174 ในวันเกิดเหตุ มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งนำหลักฐานที่ค้นได้ที่บ้านพักของนายวันชัย อาทิ รองเท้า เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว มาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน เบื้องต้นนายหนึ่งให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้กินเบียร์กับพนักงานที่อยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าวร่วมกัน โดยหนึ่งในนั้นมีนายเกมหรือ นายวันชัยร่วมด้วย โดยนายวันชัยเล่าให้ฟังว่าแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่บนรถไฟ และได้แอบมองมาตั้งแต่ขึ้นขบวนจากจังหวัดสุราษฎธานี

จากนั้นนายวันชัยได้เดินไปที่โบกี้ที่ 3 ก่อนจะหายไป หลังจากนั้นไม่นานนายเกมก็ได้เดินกลับมาหาตน ตนถามว่าเด็กซึ่งคือน้องแก้มหายไปไหน นายเกม ตอบว่าโยนน้องแก้มทิ้งไประหว่างสถานีวังก์พงกับเขาเต่า จากนั้นตนก็ได้สังเกตเห็นว่านายเกมมีโทรศัพท์ไอโฟน จึงถามว่าของใคร นายเกมบอกเพียงว่าเก็บมาได้ และเมื่อถึงกรุงเทพก็จะนำไปขายเอาเงินมาแบ่งให้ตน จนกระทั้งถึงกรุงเทพนายเกมก็ได้นำโทรศัพท์ไปขาย และก็ไม่ได้นำเงินให้ตน

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ฐิติราข หนองหารพิทักษ์ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจรถไฟ ได้เดินทางมาสอบปากคำนายหนึ่ง อายุ 19 ปี นามสมมุติ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำตัวนายหนึ่งมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในฐานะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยนายหนึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้กันตัวนายหนึ่งไว้เป็นพยาน

ทั้งนี้ในตอนแรกนายหนึ่งยังไม่กล้าพูดเนื่องจากกลัว แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มาพูดคุยปรับความเข้าใจกับนายหนึ่ง ซึ่งก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และถือเป็น พยานชั้นดีเพราะเป็นเพื่อนร่วมงานและให้การเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ศาลเชื่อและมีน้ำหนัก อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน รวมทั้งการสืบสวนต้องมีความรัดกุมที่จะนำไปสู่ชั้นอัยการในชั้นศาลได้ ซึ่งหากจะจับใครเพิ่มต้องมีพยานหลักฐานให้เพียงพอเพื่อที่จะไปขอหมายจับจากศาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้พบว่า นายวันชัยก่อเหตุเพียงลำพัง สำหรับผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมฝักใฝ่หมกมุ่นกับเรื่องเพศ รวมทั้งมีประวัติในการเสพยา เจ้าหน้าที่จะได้กันตัวนานหนึ่งกันไว้เป็นพยาน ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปให้พนักงานสอบสวนสภ.ปราณบุรีสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป.


---------------------------------------------------------------------

ตำรวจคุมเพื่อนไอ้หื่นข่มขืนน้องแก้มสอบเครียด ส่อรู้เห็นเป็นใจ อีกรายโผล่มอบ “แท็บเล็ต” ให้ ตร.
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    10 กรกฎาคม 2557 17:58 น.

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000078119


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008071001.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000008071002.JPEG)


ตำรวจควบคุมตัวเพื่อน “ไอ้เกม” ผู้ต้องหาข่มขืน “น้องแก้ม” บนรถไฟสอบเครียด เผยไอ้หื่นวางแผนก่อเหตุระหว่างทางบนรถไฟ เล็งน้องแก้มตั้งแต่ขึ้นรถไฟ ปัดไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ด้านเพื่อนอีกรายโผล่มอบหลักฐาน “แท็บเล็ต” น้องแก้มให้ตำรวจอ้างไอ้หื่นนำมาฝากไว้แต่ไม่มีส่วนรู้เห็น
       
       เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (10 ก.ค.) ที่ สน.นพวงษ์ นายสุวัฒน์ แสงขาว บิดาของ นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ประเทือง สุภารัตน์ พงส.ผนพ.สภ.สามกระทาย จ.ประขวบคีรีขันธ์ ในฐานะชุดพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม
       
       พ.ต.ท.ประเทือง กล่าวว่า โดยทางพ่อของนายวันชัยได้ เล่าว่า นายวันชัยเป็นคนที่เงียบ ไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใครทั้งนี้ หลังเกิดเหตุนั้น ทางนายวันชัยได้นำโทรศัพท์ไอโฟนมาใช้ ซึ่งก็ได้ถามว่าไปได้โทรศัพท์มาได้อย่างไร ซึ่งนายวันชัย เล่าเพียงว่าเก็บได้ นอกจากนี้ นายวันชัย ยังเล่าอีกว่า ในวันนั้นมีผู้โดยสารหายไปจากรถไฟ แต่ตนไม่เอะใจอะไร ในส่วนของพยานหลักฐานอื่นๆ นั้น จำพวกผลการตรวจรอยนิ้วมือแฝง ผลเลือดดีเอ็นเอที่พบที่เกิดเหตุรวมทั้งผลการตรวจนิติเวชจะออกมาในวันนี้ ในส่วนของแท็บเล็ตนั้นจากการสอบถามทราบว่าเป็นของน้องแก้ม และหลังเกิดเหตุนายวันชัยได้ฝากไว้ที่เพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งวานนี้ได้นำมามอบคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้นำตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
       
       นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวอีกว่า ทางพ่อและแม่ เล่าว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อเกิดเหตุ นายวันชัยได้มีพาผู้หญิงเข้าบ้านกว่าสิบสองคนไม่ซ้ำหน้ากัน รวมทั้งนายวันชัยมีพฤติกรรมเก็บตัวเงียบหมกมุ่นชอบดูหนังลามก
       
       จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ได้นำตัวนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของพนักงานที่อยู่บนรถไฟขบวน 174 ในวันเกิดเหตุ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมรวมทั้งนำหลักฐานที่ค้นได้ที่บ้านพักของนายวันชัย อาทิ รองเท้า เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว มาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน
       
       เบื้องต้นนายสมชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้กินเบียร์กับพนักงานที่อยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าวร่วมกัน โดยหนึ่งในนั้นมีนายวันชัยร่วมด้วย ซึ่งนายวันชัยได้เล่าให้ฟังว่าได้แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่บนรถไฟโบกีที่ 3 เตียงที่ 28 และได้แอบมองมาตั้งแต่ขึ้นขบวนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้วางแผนว่าจะไปข่มขืน จากนั้นนายวันชัยก็ได้เดินไปที่โบกีที่ 3 ก่อนจะหายไป หลังจากนั้นไม่นาน นายวันชัยก็ได้เดินกลับมาหาตน ตนก็เลยถามว่าเด็กซึ่งคือน้องแก้มได้หายไปไหน นายเกมก็ได้ตอบไปว่าได้โยนน้องแก้มทิ้งไประหว่างสถานีวังก์พงกับเขาเต่าแล้ว จากนั้นตนก็ได้สังเกตเห็นว่านายวันชัยมีโทรศัพท์ไอโฟน ก็ได้ถามว่าของใคร นายวันชัย บอกเพียงว่าเก็บมาได้ และเมื่อถึงกรุงเทพฯก็จะนำไปขายเอาเงินมาแบ่งให้ตนจนกระทั่งถึงกรุงเทพฯนายวันชัยก็ได้นำโทรศัพท์ไปขาย แต่ก็ไม่ได้นำเงินให้ตน
       
       วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. กล่าวเพิ่มเติมคดีของ “แก้ม” ว่า ขณะนี้ได้วัตถุพยานสำคัญเพิ่มเติม คือ แท็บเล็ต ของ “น้องแก้ม” โดยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายวันชัย โทรศัพท์หานายมาร์ค บอกว่าจะมาหา เช้าวันรุ่งขึ้นนายวันชัย มาหานายมาร์คที่บ้าน ย่านซอยระนอง และถือแท็บเล็ตกับไอโฟน 5 มาด้วย แล้วบอกว่าทะเลาะกับแฟน ไม่อยากให้แฟนรู้ว่าซื้อแท็บเล็ตใหม่ จึงขอฝากไว้ ส่วนนายวันชัยเก็บไอโฟนไว้ที่ตัว ซึ่งนายมาร์คไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่นายวันชัย ก่อเหตุฆ่าข่มขืน “น้องแก้ม”
       
       พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบแท็บเล็ต เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นของ “น้องแก้ม” เพราะด้านหลังแท็บเล็ตมีข้อความเขียนว่า โครงการเพื่อการศึกษา ตัวย่อ น.บ. คงย่อมาจาก “สตรีนนทบุรี” ขณะนี้อยู่ระหว่างติดต่อสอบปากคำอาจารย์โรงเรียนสตรีนนทบุรี เพื่อเป็นพยานและหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา ว่า ทรัพย์สินของผู้ตายมาอยู่ที่ผู้ต้องหาได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ ชุดสืบสวนติดตามไอโฟน 5 ของผู้ตายได้ หลังจากนายวันชัย นำไปขายที่ร้านโทรศัพท์ย่านศรีย่าน โดยเจ้าของร้านมีหลักฐานสำเนาบัตรประชาชนของนายวันชัย ที่เป็นผู้นำมาขาย พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด
       
       ส่วนเพื่อนอีก 3 คน ที่นั่งกินเบียร์ด้วยกัน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดมาสอบสวน แต่ยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี รวมถึงนายมาร์ค ที่นำแท็บเล็ตมาคืน ได้มีการสอบปากคำเพิ่มเติม โดยอ้างว่า ทราบข่าว จึงเกิดความกลัว แล้วไปปรึกษาลุงที่รู้จักกับตำรวจ และนำแท็บเล็ตไปคืนตำรวจรถไฟนพวงศ์
       
       ทั้งนี้ นายวันชัย ให้การว่า เคยก่อคดีข่มขืนผู้เสียหายพนักงานรถไฟในห้องน้ำบนรถไฟมาแล้ว 2 ราย พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า อยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายอยู่ขณะนี้ยังไม่พบและไม่มีการแจ้งความ
       
       ด้านผู้สื่อข่าวถามว่า นายวันชัย ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือไม่ พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าว ขณะนี้จากการสืบสวนสอบสวนจากหลักฐานเบื้องต้นนั้น นายวันชัย ก่อเหตุเพียงคนเดียว พร้อมทั้งรับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าจากสถานีต้นทาง 2 เม็ด จนถึง จ.สุราษฎร์ธานี ได้กินยาบ้าอีก 1 เม็ด จากนั้นก็กินเบียร์ โดยแอบมองจ้องเหยื่ออยู่ก่อนแล้ว ก่อนลงมือฆ่าข่มขืนเหยื่อเนื่องจากเกิดอารมณ์ เพราะเห็น “น้องแก้ม” ยืนเอื้อมหยิบเอาของก่อนจะเข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำ


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 10:03:49 AM
สหรัฐประหารนักโทษข่มขืน-ฆ่าเด็ก

-http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/251532/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81+%28%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%29-



นายเอ็ดดี เวย์น เดวิส ผู้ต้องหาคดีข่มขืนและฆ่าเด็กหญิงอายุ 11 ปี เมื่อ 20 ปีที่แล้วในรัฐฟลอริดา รับโทษประหารชีวิตแล้วด้วยการฉีดสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด
วันศุกร์ 11 กรกฎาคม 2557 เวลา 09:06 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางรัฐฟลอริดาทำการประหารชีวิตนายเอ็ดดี เวย์น เดวิส วัย 45 ปี ด้วยการฉีดสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด หลังศาลฎีกาพิพากษายืนโทษประหาร จากความผิดฐานก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศและฆาตกรรมด.ญ.คิมเบอร์ลีย์ วอเทอร์ส วัย 11 ปี เมื่อปี 2537

สำนวนคดีของอัยการระบุ คิมเบอร์ลีย์เป็นบุตรสาวของหญิงที่เดวิสคบหาด้วยไม่นาน ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาบุกรุกเข้าไปในรถเทรลเลอร์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเด็กหญิงกับมารดาในช่วงกลางดึก โดยเดิมทีเดวิสต้องการเพียงปล้นทรัพย์สิน แต่เมื่อพบเด็กหญิงจึงลงมือข่มขืนด้วย ก่อนลักพาตัวเธอไปยังกระท่อมร้างแห่งหนึ่ง แล้วทำร้ายร่างกายเหยื่อด้วยการตบตีก่อนสังหารเธอ ด้วยการใช้ถุงพลาสติกครอบรัดศีรษะจนขาดอากาศหายใจ

เดวิสถือเป็นนักโทษคนที่ 6 ของรัฐฟลอริดาตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งรับโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต และเป็นคนที่ 13 ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/756113.jpeg)

Convicted murderer prepares for execution (http://www.youtube.com/watch?v=wMcXUYx2s7U#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=wMcXUYx2s7U-
Convicted murderer prepares for execution




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 10:29:09 AM
 สุดหดหู่! คดีสลดใจบน ‘ตู้นอน’ รถไฟ วอนไม่ให้ลดโทษประหารคดีข่มขืนฆ่า

-http://www.dailynews.co.th/Content/Article/251054/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%88!+%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%99+%E2%80%98%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E2%80%99+%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F+%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2-


นับเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญสังคมและสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก กับเรื่องราวสุดรันทดของเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ต้องมาจบชีวิตอย่างน่าสงสาร ขณะโดยสารมากับรถไฟ!


นับเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญสังคมและสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก กับเรื่องราวสุดรันทดของเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ต้องมาจบชีวิตอย่างน่าสงสาร ขณะโดยสารมากับรถไฟ!

ไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางกลับไปเยี่ยมคุณยายใน อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ ธานี ของเด็กสาวจะกลายเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายที่ไม่มีโอกาสได้กลับมาพบหน้ากับครอบครัวอีกตลอดกาล เมื่อเธอต้องมาพบกับเรื่องราวเลวร้ายแบบไม่คาดฝันบนตู้นอนรถไฟที่โดยสารกลับบ้าน

หากย้อนกลับไปช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 5 ก.ค. เด็กหญิงวัย 13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.2 ได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร มากับพี่สาว, น้องสาว วัย 10 ขวบ และมีเพื่อนชายของพี่มาด้วยอีกคน รวมทั้งหมด 4 คน ออกเดินทางจากสถานีรถไฟพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เวลา 17.00 น. (วันที่ 5 ก.ค.) รถไฟขบวนที่ 174 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพมหานคร ตู้นอนชั้น 2 แบบพัดลม ที่นั่ง 28 โบกี้ที่ 3โดยมีกำหนดถึงปลายทางช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค.

สภาพรถไฟแบบตู้นอน ชั้น 2 ซึ่งเป็นพัดลม ไม่มีประตูกั้นระหว่างโบกี้ ส่วนที่นอนเป็นแบบ 2 ชั้น มีเพียงแค่ม่านรูดกั้นไว้เฉย ๆ เด็กสาวนอนอยู่ที่ชั้นล่าง โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเธอแต่อย่างใด

ช่วงประมาณ ตี 2 (วันที่ 6 ก.ค.) ระหว่างถึงสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่สาวได้งีบหลับไปสักพักใหญ่ กระทั่งราวตี 4 ตื่นขึ้นมา รถไฟวิ่งถึงสถานีจังหวัดนครปฐม พลันก็ต้องตกใจเมื่อไม่เห็นน้องนอนอยู่ที่เตียง พยายามออกเดินตามหาตามโบกี้ต่างๆก็ไม่เจอ เมื่อรถวิ่งถึงสถานีบางซื่อ มารดามารอรับที่นัดหมาย เมื่อทราบเรื่องดังกล่าวก็ไม่นิ่งนอนใจ รีบพากันไปแจ้งความตำรวจรถไฟ ที่สถานีนพวงศ์ ช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ค.

การตรวจสอบบริเวณเตียงนอนของเด็ก พบว่ามีร่องรอยคล้ายการต่อสู้ ผ้าปูเตียงไม่มี นอกจากนี้กระเป๋าเสื้อผ้าและโทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน 5 เอส” ก็ได้สูญหายไป

แต่เรื่องราวทั้งหมดสื่อมวลชนมาทราบในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.ค. เมื่อข้อมูลเรื่องเด็กหญิงหายไปจากตู้นอนรถไฟ อย่างเป็นปริศนากระจายออกไปทางโลกโซเชียลมีเดีย สื่อหลากหลายแขนงจึงได้เริ่มเกาะติดข้อมูล ขณะที่ พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผบก.รฟ. ได้รีบประสานงานกับ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเป็นการด่วนทันที รวมทั้งมีการประสานงานไปยัง พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่อง จากเป็นจุดที่พี่สาวยืนยันว่างีบหลับไปตอนที่ถึงสถานีหัวหิน ช่วงนั้นเด็กยังอยู่ จึงเป็นไปได้ว่าเด็กน่าจะหายตัวไปเมื่อผ่านสถานีหัวหินมาแล้ว ทำให้ทั้งทางตำรวจและทางเจ้าหน้าที่รถไฟต่างช่วยกันระดมออกค้นหาตั้งแต่สถานีหัวหิน-เพชรบุรี มีการประสานข้อมูลกันทั้งส่งรูปภาพออกติดตามหาตัว

คดีนี้นอก จากตำรวจรถไฟแล้ว พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รอง ผบช.ภ.7 ยังได้ส่งทีมสืบสวน บช.ภ.7 ร่วมกันเข้าไปช่วยตรวจสอบแล้ว ขณะที่ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. มอบหมายให้ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. นำกำลังตำรวจ ดส. เข้าไปร่วมตรวจสอบด้วยอีกทางหนึ่ง เนื่องจากค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญสืบสวนเกี่ยวกับคดีเด็กและสตรี ทำให้มีการควานหาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบ

โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานและลูกจ้างบนรถไฟประจำขบวนรถไฟดังกล่าวมีใครบ้าง?

การสอบปากคำเบื้องต้นทำให้ตำรวจ ได้เป้าหมาย กลุ่มผู้ต้องสงสัยชุดแรก 4 คนเป็นชายฉกรรจ์ ที่น่าสนใจคือมีผู้โดยสารเห็น พฤติกรรมทั้งหมดจับกลุ่มกินเบียร์อยู่บริเวณทางเดินระหว่างโบกี้ช่วงกลางดึก ทางพนักงานสอบสวนจึงรีบประสานกับทางการรถไฟติดตามตัวทั้งหมดมาสอบปากคำ ตรวจร่างกายอย่างละเอียดทันที พบ 1 ใน 4 มีร่องรอยเหมือนถูกขีดข่วนร่างกาย แต่ทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใดทั้งสิ้น ส่วนร่องรอยถูกขีดข่วนก็อ้างว่ามาจากการขนของ

อย่างไรก็ดีเมื่อนำผลตรวจปัสสาวะส่งไปตรวจ พบว่าบางคนมีสีม่วง ทำให้ตำรวจยังไม่ค่อยปักใจเชื่อในคำให้การเท่าไรนักจึงได้แยกตัวไปสอบคนละห้องเพื่อจับพิรุธคำให้การของแต่ละบุคคล ขณะที่การทำงานของตำรวจหลายหน่วยทั้ง บช.ก., บช.ภ.7 และบช.น. ที่แยกย้ายกันไปทำงานมีทั้งลงไปในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟฯ นอกจากนี้ทางนายประภัสร์ ผู้ว่าการการรถไฟฯก็ตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ในการชี้เบาะแสหาตัว

ตลอดทั้งวันที่ 7 ก.ค. เมื่อมีการเผยแพร่ภาพเด็กไปทางโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือไลน์ จึงมีข้อมูลเข้ามามากมาย บ้างก็ว่ามีแม่ค้าที่ชะอำ พบเด็กรูปร่างใกล้เคียงกันมากินข้าวกับชายหนุ่ม แต่เมื่อตำรวจ ภ.จว.เพชรบุรี กระจายกำลังไปตรวจสอบก็ไม่พบ

รายละเอียดแต่อย่างใด

คดีนี้ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็มีความสำคัญต่อการสืบสวนขยายผล เมื่อทีม ตร.สืบสวนนครบาล ตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคจากโทรศัพท์มือถือที่สูญหาย ก็ทำให้สามารถช่วย “ไขกุญแจปริศนา” ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. ตำรวจสามารถแกะรอยติดตามไปจนเจอมือถือถูกนำไปขายเอาไว้ที่ร้านมือถือแห่งหนึ่ง ย่านตลาดศรีย่าน

ที่สำคัญทางร้านได้บันทึกภาพผู้ที่นำมือถือมาขายเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องสงสัย คือ นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี หรือ เกม พนักงานปูเตียงบนขบวนรถไฟดังกล่าว เมื่อจนมุมต่อพยานหลักฐานสุดท้ายยอมเปิดปากสารภาพว่าได้ลงมือข่มขืนฆ่าเด็กจริง ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าไป 3 เม็ด และดื่มเบียร์จนมึนเมา จึงฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุในช่วงรถไฟวิ่งผ่านสถานีหัวหิน บุกเข้าไปก่อเหตุบีบคอเหยื่อจนสลบแล้วลงมือข่มขืน จากนั้นโยนร่างทิ้งออกมาทางหน้าต่างขณะรถไฟกำลังวิ่งผ่านสถานีวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ แล้วรีบทำความสะอาด เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว รวมถึงผ้าปูที่นอนที่เปรอะคราบเลือด โยนทิ้งออกนอกหน้าต่างพร้อมหยิบมือถือเหยื่อเอาไปขายในวันรุ่งขึ้น

ภายหลังนายวันชัย เปิดปากสารภาพตำรวจจึงระดมกำลังพร้อมหน่วยกู้ภัยฯ ช่วยกันออกค้นหาร่างทันที ประมาณเวลา ตี 4 (วันที่ 8 ก.ค.) จึงพบร่างเด็กเสียชีวิตไปแล้วอย่างน่าสงสาร ร่างอยู่ในพงหญ้าห่างจากรางรถไฟเพียงแค่ 2 เมตร บรรดาคนในครอบครัวญาติพี่น้องที่ทราบข่าวพบศพแทบหัวใจสลายร่ำไห้ปานจะขาดใจ รวมไปถึงผู้คนที่ติดตามข่าวต่างก็เสียใจไม่แพ้กัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้บนรถไฟ จะเรียกว่ากลายเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้าง ’ช็อกสังคม“ อย่างมาก ทำให้มีกระแสสังคมติดมามากมายหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะมาตรการรักษาความปลอดภัยบนขบวนรถไฟในช่วงดึกสงัด รวมไปถึงประเด็นสำคัญ การเสนอไม่อยากให้มีการลดโทษประหาร “คดีข่มขืนฆ่า” ให้กับผู้กระทำความผิด ถึงขั้นมีการเตรียมออกมารณรงค์ให้เพิ่มโทษอีก ดังนั้นต้องจับตาดูจากบทเรียนนี้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องต่าง ๆ จะออกมาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเช่นไรบ้าง!!.

ทีมข่าวเฉพาะกิจ : รายงาน
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 05:17:44 PM
ช่วยๆกัน อย่าให้มันตายเร็ว

และต้องเผยแพร่กันให้มากๆ  จะได้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติไม่ให้คนที่กำลังคิด กระทำความผิด  ให้เลิกคิด

ต้องตามจับคนที่ร่วมกระทำผิดให้ได้

รวมทั้งคนที่ฝากไอ้ชั่วให้เข้าทำงาน อีกทั้งคนที่เกี่ยวข้องที่ให้มันเข้าทำงาน ต้องรับผิดชอบด้วย



------------------------------------------------------------------------------


วันชัย แสงขาว เครียดจัด เจ้าหน้าที่คุมเข้ม หวั่นฆ่าตัวตาย

-http://hilight.kapook.com/view/104957-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/10447863_10152606781028254_7882501065833610062_n.jpg)




'วันชัย' เครียด ผบ.คุกประจวบฯ ส่ง จนท.คุมเข้ม (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

            วันชัย แสงขาว เครียดจัด ผู้คุมหวั่นฆ่าตัวตาย ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายคุมเข้ม ขณะที่คดีฆ่า น้องแก้ม เร่งสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

            วันนี้ (11 กรกฎาคม 2557) นายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืน น้องแก้ม มาอยู่ที่เรือนจำตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) โดยทางเรือนจำมีมาตรการคุมเข้มสูงสุด เพราะเมื่อสังเกตพฤติกรรมของผู้ต้องขังรายอื่น แสดงออกชัดเจนว่าอยากจะเข้ามาทำร้าย นายวันชัย ซึ่งในวันนี้ จะไม่มีการให้ นายวันชัย ลงมาทานอาหารเหมือนผู้ต้องขังตามปกติ แต่จะมีการจัดอาหารนำไปให้รับประทานในห้องขัง ที่อยู่ในแดนต้องขังพิเศษของทางเรือนจำ ที่มีผู้ต้องขังประมาณ 4-5 คน นอกจากนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย ติดตามดูพฤติกรรมของ นายวันชัย อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง และยังได้มีพยาบาลเตรียมพร้อมตลอดเวลาเช่นกันหากเกิดกรณีที่จะฆ่าตัวตาย เพราะ นายวันชัย มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ คงต้องคุมเข้มในลักษณะนี้ ไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะตอนนี้กระแสความโกรธแค้นยังรุนแรง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น

            ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงกรณีในการรวบรวมหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีของ นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้มนั้น ตนได้พยายามเร่งรัดในการสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อจะส่งสำนวนคดีให้ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

            พล.ต.ต.ธเนษฐ กล่าวอีกว่า สำหรับ นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าน้องแก้มนั้น หลังจากที่ได้มีการฝากขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปขังในห้องเล็ก ที่มีนักโทษอยู่ 4 - 5 คน เป็นแดนพิเศษ ซึ่งไม่สามารถนำมาขังเดี่ยวได้ เพราะเรือนจำไม่มีห้องขังเดี่ยว


ไอเอ็นเอ็น



-------------------------------------------------------------------------------------


น้องแก้ม เข้าฝันคุณแม่ ชี้คนข่มขืนไม่ได้มีแค่คนเดียว

-http://hilight.kapook.com/view/104953-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ข่าวน้องแก้ม น้องแก้ม เข้าฝันคุณแม่ ชี้ คนข่มขืนไม่ได้มีแค่คนเดียว ตอนนี้ยังอาฆาต วิญญาณยังอยู่บนรถไฟ

            เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า เมื่อคืนวันก่อน คุณแม่ของน้องแก้ม เด็กสาวที่ถูกฆ่าข่มขืนในขบวนรถไฟ ได้ออกมาเปิดเผยว่า น้องแก้มได้มาเข้าฝัน พร้อมกับชี้ว่า คนที่ข่มขืนนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว วิญญาณของน้องยังคงอยู่ในรถไฟ


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/BsOjZYoCUAALflj.jpg)
โบกี้ 1026 จุดเกิดเหตุคดีน้องแก้ม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @Bell_Rakung

            ทั้งนี้ แม่ของน้องแก้ม เผยว่า น้องแก้มมาเข้าฝัน บอกว่าน้องเพิ่งรู้ตัวว่าเสียชีวิต บอกว่าหนาว ตนจึงเอาเสื้อผ้าและของใช้อื่น ๆ ทำบุญไปให้ในตอนเช้า น้องแก้มเองบอกว่าจะไม่ไปไหน เพราะมีคนร่วมกันฆ่าน้องอีกหลายคน น้องเองดูยังอาฆาต และน้องบอกว่าตอนนี้ยังอยู่บนรถไฟ ตู้นอนที่เกิดเหตุ ญาติ ๆ จึงจะประสานไปที่การรถไฟ เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณออกมา และส่งน้องไปสู่สุคติ และที่สำคัญ ก็อยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพ เพื่อไม่ให้วิญญาณเกิดความเคียดแค้น

            นอกจากนี้ คุณแม่ของน้องแก้มยังเผยว่า ปกติน้องแก้มนอนกับแม่ทุกคืน ตอนที่ส่งลูกไปโรงเรียนก็มีลูกนั่งไปด้วยกัน 2 คน ตอนนี้เหลือแค่พี่สาวของน้องแก้มคนเดียวแล้ว


เรื่องเล่าเช้านี้ แม่ด.ญ.13ระบุลูกสาวมาเข้าฝัน บอกฆาตกรไม่ได้มีคนเดียว (11ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=VQsriDWYrW0#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=VQsriDWYrW0-
คลิป แม่ด.ญ.13ระบุลูกสาวมาเข้าฝัน บอกฆาตกรไม่ได้มีคนเดียว (11ก.ค.57) : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร



-------------------------------------------------------------------------------------

พ่อวันชัย แสงขาว เปิดใจ ลูกชายหมกมุ่น ชอบดูหนังโป๊

-http://hilight.kapook.com/view/104951-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/10245526_374108762729777_4622471494034779678_n_1.jpg)




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            พ่อของนายวันชัย แสงขาว เปิดใจ ลูกชายชอบเก็บตัว หมกมุ่นดูหนังโป๊ เอาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า

            เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 บิดาของนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มบนรถไฟ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ โดยที่พ่อของนายวันชัยเปิดเผยว่า บุตรชายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เมื่อหลังเกิดเหตุนายวันชัยเอาโทรศัพท์ไอโฟนมาใช้ เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า นายวันชัยไปเจอมา และพ่อของนายวันชัยยังเผยว่า ลูกชายมักจะพาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้ากัน อีกทั้งนายวันชัยยังชอบเก็บตัว หมกมุ่นกับการดูหนังโป๊ด้วย

            ด้าน พ.ต.ท.ประเทือง กล่าวว่า ในส่วนหลักฐานอื่น ๆ เช่น รอยนิ้วมือแฝง ผลเลือด ดีเอ็นเอที่พบ รวมทั้งผลนิติเวชนั้น จะออกมาในวันนี้ และแท็บเล็ตของน้องแก้ม นายวันชัยก็ได้เอาไปฝากไว้ที่เพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งตำรวจได้แท็บเล็ตนั้นไปแล้ว


เรื่องเล่าเช้านี้ พ่อ เกม วันชัย พบตร. ระบุลูกเป็นคนเก็บตัว ชอบหมกมุ่นดูหนังลามก (11ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=L47Cuc0hhOc#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=L47Cuc0hhOc-
คลิป พ่อ เกม วันชัย พบตร. ระบุลูกเป็นคนเก็บตัว ชอบหมกมุ่นดูหนังลามก (11ก.ค.57) : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 05:21:16 PM
.


จัดเต็มให้ด้วยครับ

ขอบคุณล่วงหน้า


-----------------------------------------------------------


วันชัย แสงขาว เจอจัดหนักในคุกแน่ อดีตนักโทษ ชี้ไม่พ้นโดนตุ๋ย

-http://hilight.kapook.com/view/104933-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/Crime/July/noo.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

        วันชัย แสงขาว เจอจัดหนักในคุกแน่ อดีตนักโทษ ชี้ ไอ้เกม คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องแก้ม ไม่พ้นโดนถูกล่วงละเมิดประตูหลัง บอกคดีฆ่าข่มขืนเด็กเป็นสิ่งที่คนในคุกแสดงความรังเกียจอย่างรุนแรง

          วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ควบคุมตัว นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไปขออำนาจศาลจังหวัดหัวหินฝากขังเป็นผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน หลังยื่นฟ้องนายวันชัยคดีฆ่าข่มขืนกระทำชำเราอำพรางซ่อนเร้นศพ คดีเสพยาเสพติด และคดีลักทรัพย์ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีญาติหรือทนายความของผู้ต้องหามาติดต่อขอประกันตัวแต่อย่างใด

          โดยนายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจผู้ต้องหาคดีนี้เป็นอย่างมากและมีคำสั่งให้ตนรายงานแผนคุมขังให้กรมราชทัณฑ์ทราบ โดยเน้นย้ำในการรักษาความปลอดภัยและหลังจากนำผู้ต้องหาเข้าคุมขังภายในเรือนจำ เนื่องจากเป็นคดีที่มีสำคัญจึงต้องมีการตีตรวนขณะคุมขัง และมีการปฎิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปโดยอยู่ในการดูแลเป็นกรณีพิเศษ

          ขณะที่อดีตผู้ต้องขังรายหนึ่งในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า หลังนายวันชัยเข้าไปในคุก สิ่่งแรกคือจะมีการนำตัวไปตัดผมสั้นและสวมชุดนักโทษ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายหวั่นวิตกกันว่าจะมีการรุมทำร้าย แม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างดีนั้น ต้องบอกว่าในเรือนมีผู้ต้องขังชายกว่า 2,200 คน มากกว่าผู้คุมหลายเท่า โดยขณะที่นำตัวไปตัดผม ไปรับประทานอาหาร หรือไปอาบน้ำรวม อาจจะถูกเพื่อนนักโทษที่ไม่พอใจเข้ามาประชิดตัวเพื่อรุมทำร้าย

          ทั้งนี้ ช่วงแรกน่าจะยังไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะเป้าหมายอยู่ในความดูแลของผู้คุมเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว นายวันชัยต้องโดนรับน้องใหม่อย่างแน่นอน ประเด็นอยู่ที่ว่าจะโดนยำของหนักหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าคงจะโดนหนักแน่นอน เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย โดยเฉพาะประตูหลังถูกล่วงละเมิดแน่ สาเหตุใหญ่เพราะไปฆ่าข่มขืนเด็ก ถือเป็นสิ่งที่คนในคุกแสดงความรังเกียจอย่างรุนแรง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/251346/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81_%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1_%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94-



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 05:33:01 PM
.


เจ้าหน้าที่การรถไฟที่เกี่ยวข้องทุกตำแหน่ง

ต้องรับผิดชอบกันทั้งหมด

ขั้นต่ำต้องตัดเงินเดือน อย่างน้อย 15%

เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี






++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สอบเพื่อน “เกม วันชัย“ รับรู้จ้องข่มขืนเหยื่อ

-http://news.sanook.com/1628285/%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเพื่อนพนักงาน ที่ร่วมวงดื่มสุรากับนายวันชัย แสงขาว หรือ เกม อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้ม คือ นายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เอามาสอบสวนที่ปราณบุรี โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมสอบด้วยอย่างเคร่งเครียด

นายหนึ่ง เพื่อนของนายเกม กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเบียร์กับพนักงานที่อยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าวร่วมกัน โดยหนึ่งในนั้นมีนายเกมร่วมอยู่ นายเกมได้เล่าให้ฟังว่าได้แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่บนรถไฟตู้นอน โบกี้ที่ 3 เตียงที่ 28 แอบมองมาตั้งแต่ขึ้นขบวนจาก จ.สุราษฎร์ธานี และวางแผนว่าจะไปข่มขืน จากนั้นนายเกมก็ได้เดินไปที่โบกี้ชั้นที่ 3 ก่อนหายตัวไป จากนั้นไม่นาน นายเกมเดินกลับมาในสภาพไม่สวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานรถไฟแล้ว แต่สวมกางเกงในบ็อกเซอร์ตัวเดียว มีเลือดติดอยู่ด้วย ตนก็เลยถามว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน นายเกมก็ได้ตอบไปว่าได้โยนน้องแก้มทิ้งไประหว่างสถานีวังก์พงกับเขาเต่า ตนสังเกตเห็นว่านายเกมมีโทรศัพท์ไอโฟน ก็ได้ถามว่าของใคร นายเกมบอกเพียงว่าเก็บมาได้ เมื่อถึงกรุงเทพฯก็จะนำไปขายเอาเงินมาแบ่งให้ตน จนกระทั่งถึงกรุงเทพฯนายเกมก็ได้นำโทรศัพท์ไปขาย แต่ก็ไม่ได้นำเงินให้ตน

ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า แท็บเล็ตของน้องแก้ม เพื่อนของนายเกม ชื่อนายมาร์ค (นามสมมุติ) อ้างว่า ตอนเช้าเมื่อรถไฟมาถึงกรุงเทพฯ นายเกมมาหาที่บ้าน ย่านซอยระนอง และถือแท็บเล็ตกับไอโฟน 5 มาด้วย บอกว่าทะเลาะกับแฟน ไม่อยากให้แฟนรู้ว่าซื้อแท็บเล็ตใหม่ขอฝากไว้ ส่วนนายเกมเอาแต่ไอโฟนไป ดูด้านหลังแท็บเล็ตมีข้อความเขียนว่า โครงการเพื่อการศึกษา ตัวย่อ น.บ. คงย่อมาจากสตรีนนทบุรี ตำรวจได้สอบปากคำอาจารย์เพื่อเป็นพยานและหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา ว่าทรัพย์สินของผู้ตายมาอยู่ที่ผู้ต้องหาได้อย่างไร ขณะที่ไอโฟน 5 ของผู้ตายมาจากร้านโทรศัพท์ย่านศรีย่าน โดยนายเกมนำมาขาย เจ้าของร้านมีหลักฐานสำเนาบัตรประชาชนของนายเกมที่เป็นผู้นำมาขาย พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด

รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า นายหนึ่งถือว่าให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าช่วงแรกจะไม่กล้าเปิดปากพูด เนื่องจากยังกลัว ตำรวจจึงปรับความเข้าใจ จนยอมให้ความร่วมมือ และถือเป็นพยานชั้นดี อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมงาน คำให้การมีน้ำหนักต่อรูปคดีในชั้นศาล จากนี้ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานให้ละเอียด เพื่อให้หลักฐานแน่นหนา จากนี้เป็นต้นไปถ้ามีหลักฐานไปถึงใครเพิ่มเติม ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับจับกุมอย่างแน่นอน


-------------------------------------------------------------------------------------


ตร.ตั้งข้อหาพนง.รถไฟอีก 1 รู้เห็น วันชัย ฆ่าข่มขืน น้องแก้ม

-http://news.sanook.com/1628385/%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%87.%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-1-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A1/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ตำรวจแจ้งข้อหา พนักงานรถไฟอีก 1 คน ร่วมรู้เห็น วันชัย ข่มขืนน้องแก้ม หลังสารภาพเป็นคนดูต้นทาง-คุมตัวฝากขังศาลหัวหิน ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำฯ

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้า การสืบสวนคดี นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืน เด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟ ว่า หลังจากคุมตัวพนักงานรถไฟ ซึ่งเป็นเพื่อนของ นายวันชัย มาสอบสวน ล่าสุด พบว่า ชายคนดังกล่าว มีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตของ น้องแก้ม

ทางด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้ คือ นายณัฐกร หรือ หนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี เป็นพนักงานรถไฟ ทำหน้าที่ส่งของบนรถไฟ และเป็นเพื่อนของ นายวันชัย อยู่ในวงที่ร่วมกันนั่งดื่มเบียร์ ในวันเกิดเหตุด้วย ซึ่งจากการสอบปากคำ นายณัฐกร ให้การอ้างว่า ตนเองทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทางให้ นายวันชัย ไปข่มขืนน้องแก้ม

ซึ่งภายหลังจากสอบปากคำ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้ผู้อื่นข่มขืน พร้อมกับส่งตัว นายวันชัย ไปขออำนาจศาลจังหวัดหัวหิน เพื่อทำการฝากขัง และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดประจวบคีรัขันธ์แล้ว

สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.30 น. รอง ผกก.สภ.ปราณบุรี ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ควบคุมตัว หนึ่ง ณัฐกร ผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งในคดีดังกล่าวเอาไว้แล้ว

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 06:31:29 PM
.


 พลิกแฟ้ม...5นักโทษประหารคดีฆ่าข่มขืน : ทีมข่าวอาชญากรรม

-http://www.komchadluek.net/detail/20140711/188005.html-

               หลัง ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนหญิงชั้น ม.2 ถูก นายวันชัย แสงขาว พนักงานของการรถไฟฆ่าข่มขืนแล้วโยนศพออกจากขบวนรถไฟ ทำให้ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะเหล่าดารา มีการใช้โซเชียลมีเดียและร่วมเคลื่อนไหวให้มีการแก้กฎหมายลงโทษสถานหนักกับคนร้ายที่ก่อคดี โดยแสดงสัญลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ข่มขืน=ประหารชีวิต บางรายถึงขนาดรวมตัวกันชูป้ายสนับสนุนให้นักโทษในเรือนจำรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาทันทีที่เข้าสู่ประตูเรือนจำ

               ทีมข่าวเนชั่นทวี ได้ตรวจสอบคดีข่มขืนย้อนหลัง พบว่า ในอดีตมีการลงโทษประหารชีวิตผู้ก่อเหตุน้อยมาก ซึ่งเท่าที่ตรวจพบมีเพียง 5 คดีที่ท้ายที่สุดแล้วคนร้ายถูกประหารชีวิต คดีแรก สมศักดิ์ พรนารายณ์ ก่อคดีข่มขืนแล้วใช้สายไฟรัดคอเด็กหญิงวัย 15 ปี เสียชีวิต เหตุเกิด ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2538

               คนร้ายนี้เป็นเพื่อนกับอาของผู้ตาย เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเหยื่อหลังจากออกจากคุก ได้อาศัยจังหวะฝนตก สมาชิกในครอบครัวกำลังหลับ จึงกระทำกับเหยื่อแล้วพยายามหลบหนี แต่ถูกตำรวจเชียงคานจับกุมได้ระหว่างรอรถโดยสารใน อ.เชียงคาน หลังถูกจับกุมนายสมศักดิ์ รับสารภาพว่า นอกจากเด็กหญิงวัย 15 ปี รายนี้แล้ว ก่อนหน้านั้นเพียง 1 เดือนได้ก่อเหตุข่มขืนและพยายามฆ่าคนขับรถสามล้อเครื่องในเขต อ.เมือง จ.เลย คดีของนายสมศักดิ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลนาน 4 ปี หลังคดีสิ้นสุดเขาถูกประหารชีวิตไปเมื่อปี 2542

               รายต่อมา คือ นายพันธุ์ หรือแหล่ สายทอง วัย 34 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ภายในโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งย่านบางพลัด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 โดยคนร้ายรายนี้ได้ลอบเข้าไปแอบอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนฉวยโอกาสที่เด็กเข้าห้องน้ำลงมือ โดยคนร้ายรายนี้เพิ่งพ้นโทษจากคดียาเสพติด ออกมาจากคุกไม่ทันครบเดือนก็ก่อคดีฆ่าข่มขืนเหยื่อรายนี้

               นายพันธ์ ถูกตำรวจชนะสงครามจับกุมได้หลังก่อเหตุเพียง 1 วัน ในข้อหาซ่องโจร ก่อนที่ตำรวจบางพลัดจะประสานขออายัดตัวมาให้เพื่อนนักเรียนของเหยื่อชี้ตัว ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพในเวลาต่อมาหลังจำนนต่อหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุ คดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลนาน 4 ปี ก่อนที่คนร้ายรายนี้จะถูกประหารชีวิตไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2542

               ถัดมาคือ นายเดชา สุวรรณสุก วัย 49 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรสาวของตัวเอง เหตุเกิดที่โรงไม้แห่งหนึ่งย่านสุวินทวงศ์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 ตำรวจจับกุมคนร้ายรายนี้หลังจากตรวจพบตามร่างกายมีรอยขีดข่วน แต่นายเดชากลับอ้างว่า บุตรชายซึ่งเป็นพี่ชายของผู้ตายน่าจะเป็นคนกระทำแต่ต้องจำนนต่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คืออสุจิที่พบในตัวเด็ก ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอแล้วตรงกันกับดีเอ็นเอของนายเดชา

               นายเดชา เคยต้องคดีลักทรัพย์ถูกจับกุม 2 ครั้ง มีพฤติการณ์ดื่มสุรามึนเมา และมักทำร้ายคนในครอบครัวเป็นประจำ โดยวันเกิดเหตุนายเดชาดื่มสุราจนเมา แล้วอ้างว่าก่อเหตุข่มขืนลูกสาวเพราะต้องการระบายความแค้นที่ภรรยาหนีไปอยู่กับชายอื่น

               นายเดชา ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต และถูกส่งคุมขังในเรือนจำบางขวาง ซึ่งผ่านกระบวนการในศาลอุทธรณ์ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต และถูกประหารชีวิตไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2542 หลังก่อเหตุ 4 ปี

               รายที่ 4 ต่อมา คือ นายอำไพ ใสโพธิ์ วัย 26 ปี เป็นคนร้ายในคดีข่มขืนฆ่าอีกรายที่ถูกประหารชีวิต โดยคนร้ายรายนี้ลงมือกระทำกับเหยื่อซึ่งเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 2 ขวบ 3 เดือน เหตุเกิดใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เมื่อปลายเดือนเมษายน 2541 คนร้ายรายนี้ได้ขโมยเด็กจากร้านค้าในหมู่บ้าน โดยหลอกจะซื้อขนมให้เด็กแล้วพาไปกระทำในป่าท้ายหมู่บ้าน โดยอ้างว่า ก่อเหตุเพราะเมาสุรา เมื่อล่วงละเมิดแล้วได้ใช้ไม้ตีเด็กจนเสียชีวิต คดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี 3 ปี ก่อนศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นประหารชีวิตคนร้ายรายนี้ไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2544

               รายสุดท้ายคือ นายเก้า ปั้นหยัด วัย 29 ปี ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ในเขต อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อเดือนเมษายน 2539 โดยคนร้ายรายนี้ได้ฉวยโอกาสขณะเหยื่อออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้แม่ ผ่านคลองชลประทาน ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว จึงถูกคนร้ายรายนี้ที่อาบน้ำอยู่ในคลองลงมือ เสร็จแล้วได้โยนศพลงน้ำอำพรางการตายเบี่ยงเบนคดีให้เชื่อว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิต นายเก้าต่อสู้คดีในชั้นศาลอยู่นานเกือบ 4 ปี ก่อนถูกประหารชีวิตไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2542

................

(หมายเหตุ : พลิกแฟ้ม...5นักโทษประหารคดีฆ่าข่มขืน : ทีมข่าวอาชญากรรม)


.

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 12, 2014, 01:09:14 AM
เผยโฉม วันชัย แสงขาว กับ ณัฐกร ชำนาญ ผู้ต้องหาคดีน้องแก้ม

-http://hilight.kapook.com/view/104971-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/rape_9.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

          เผยโฉม วันชัย แสงขาว กับ ณัฐกร ชำนาญ ผู้ต้องหาคดีน้องแก้ม หลังถูกฝากขังในเรือนจำประจวบคีรีขันธ์ คาด สรุปสำนวนคดีนี้เสร็จ 15 กรกฎาคม 2557

          เมื่อวานนี้ (11 กรกฎาคม 2557) พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร (รอง ผบก.ภ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีน้องแก้ม เปิดเผยว่า หลังจากสอบสวนนายณัฐกร ชำนาญ พนักงานทำความสะอาดบนโบกี้รถไฟคันดังกล่าว วัย 19 ปี หรือ ไอ้หนึ่ง เจ้าตัวให้การสารภาพว่า เป็นคนดูต้นทางให้นายวันชัย แสงขาว หรือ ไอ้เกม อายุ 22 ปี ลงมือข่มขืนน้องแก้มจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ร่วมกันดื่มเบียร์กับพวกพ้อง ก่อนลงมือก่อเหตุดังกล่าว ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึตั้งข้อหา ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวน และช่วยให้ผู้อื่นกระทำผิดโดยไม่ต้องรับโทษ อย่างไรก็ตาม ไอ้หนึ่ง ได้ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ร่วมข่มขืนน้องแก้ม ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวฝากขังผลัดแรก ที่เรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์

          พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้สำนวนการสอบสวน มีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 90 คาดว่าจะสรุปสำนวนได้วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ และจะส่งฟ้องได้ทันที เพราะหลักฐานแน่นหนา ขณะเดียวกัน การสอบปากคำนายณัฐวัฒน์ จุลขุนทด วัย 22 ปี ผู้ที่ร่วมตั้งวงดื่มเบียร์กับนายวันชัยและนายณัฐกร ยังให้การปฏิเสธว่ารู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวออกมา

          ด้านนายสุทิต ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้นำนายณัฐกรขังรวมกับนายวันชัย และผู้ต้องหาสูงอายุคดียาเสพติดรายใหญ่อีก 4 ราย มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดติดตามพฤติกรรมตลอด 24 ชั่วโมง และให้รับประทานอาหาร อาบน้ำภายในห้องเท่านั้น ไม่ปะปนกับนักโทษรายอื่น เพื่อรักษาความปลอดภัย ส่วนอาการนายวันชัยหลังถูกคุมขังคืนแรง ยังไม่มีอาการเครียด และสีหน้าแจ่มใส่

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd05UQTRPVE01Tnc9PQ%3D%3D&sectionid-

.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 13, 2014, 07:42:06 AM
ต้องแบบนี้ 

ต้องให้มีในเมืองไทย



----------------------------------------------------------------------------------------------

บทลงโทษที่สาสมที่สุดครับสำหรับความเลวระยำที่มันทำกับผู้หญิง
รีบดูครับก่อนถูกบล็อก

https://www.facebook.com/photo.php?v=662102297205904&set=vb.556625641086904&type=2&theater (https://www.facebook.com/photo.php?v=662102297205904&set=vb.556625641086904&type=2&theater)
หลอกผู้หญิงมาข่มขืน และฆ่าปิดปาก สุดท้ายโดนแขนคอทั้งแก๊ง


.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 15, 2014, 06:33:25 AM
.



เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังกับคนเหล่านี้ให้ดีๆ

ระวังคนที่สร้างเฟซบุ๊กแฟนคลับ และคนที่กดไลค์

คนพวกนี้ เป็นพวกที่ทำผิดแล้วไม่รู้สึกผิด เพราะถูกอบรมสั่งสอนมาแบบนี้



------------------------------------------------------------------------------------------------------

เฟซบุ๊กแฟนคลับ เกม วันชัย แสงขาว ให้กำลังใจฆาตกรเฉย

-http://hilight.kapook.com/view/105069-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pisitta/2557/07/14/Untitled-1_1.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก เกม วันชัย แสงขาว Fanclub

        ชาวเน็ตจวกยับ หลังมีเฟซบุ๊ก เกม วันชัย แสงขาว Fanclub โผล่โพสต์ให้กำลังใจ อ้างฆาตกรก็เป็นคนเหมือนกัน

          หลังเกิดเหตุฆ่าข่มขืน น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟตู้นอน และจับตัว นายวันชัย แสงขาว หรือ เกม อายุ 22 ปี พนักงานรถไฟที่ลงมือก่อเหตุได้ พร้อมมีกระแสสังคมเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุด วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 กลับพบว่ามีการสร้าง เฟซบุ๊ก เกม วันชัย แสงขาว Fanclub ขึ้นมาสวนกระแสสังคม พร้อมกับโพสต์ข้อความให้กำลังใจผู้ต้องหา พร้อมกับอ้างว่า เกม วันชัย ก็เป็นคนเหมือนกัน อย่างน้อยไม่ต้องให้ถึงกับต้องรับโทษประหารก็ได้ ส่วนเรื่องของเหยื่อทางเพจจะไม่มีการขุดคุ้ยขึ้นมาอีก

          ด้านชาวเน็ตที่ได้เห็นเฟซบุ๊กดังกล่าว ส่วนใหญ่ก็เกิดความไม่พอใจและเข้าไปโพสต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อเวลา 18.08 น. (วันที่ 14 กรกฎาคม) เฟซบุ๊กดังกล่าวก็มีคนกดไลค์กว่า 2,090 คนแล้ว และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 26, 2014, 04:36:52 PM
สำหรับคนที่เคยติดคุก แล้วยังทำผิดอีก 

แล้วมาทำแบบนี้  อย่าไปจับเป็น

จับตาย  อย่างเดียว




-----------------------------------------------------------------------------------------------------



รอดหวุดหวิด! นักศึกษาสาวฮึดสู้ คนขับสองแถวพยายามข่มขืน


-http://news.sanook.com/1637301/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AE%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-


(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/327/1637301/df4rgtr.jpg)

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และ พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้กำกับการ สน.ลำผักชี เขตหนองจอก กทม. เพื่อขอให้เร่งติดตามคดีคนร้ายซึ่งเป็นคนขับรถสองแถว พยายามจะข่มขืน น.ส.เอ

ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้นั่งรถสองแถววิ่งระหว่างหัวตะเข้-ฮอนด้า แขวงลำปลาทิว เมื่อรถวิ่งก่อนจะถึงซอยฮอนด้า บนรถสองแถวเหลือตนเพียงคนเดียว จู่ๆรถสองแถวก็ขับออกนอกเส้นทางและขับด้วยความเร็ว ตนจึงกระโดดลงจากรถช่วงสะพานลำปลาเน่า แต่คนขับก็จอดและเข้ามาบังคับให้ตนขึ้นไปนั่งหน้ารถ ตนไม่ยอมจึงเกิดการยื้อยุดต่อสู้กัน เคราะห์ดีที่ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงให้การช่วยเหลือจนปลอดภัย จึงได้บอกผู้ปกครองให้พาเข้าแจ้งความ สน.ลำผักชี และร้องมูลนิธิปวีณาเพื่อให้การช่วยเหลือ

ด้าน พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับ นายศตวรรษ แก้วสุขโข อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังและกระทำอนาจาร ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า นายศตวรรษ เคยมีประวัติเสพยาบ้า และถูกจับกุมในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อปี 2554 ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณภาพประกอบจาก @Namsifa1844
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 26, 2014, 07:41:58 PM
จนท.เอกซเรย์ข่มขืนคนไข้วัย 70 คา รพ.ทุ่งสง

-http://news.sanook.com/1637417/%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%97.%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-70-%E0%B8%84%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%9E.%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87/-





นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ ข่มขืนคนไข้วัย 70 ปี ใน รพ.ทุ่งสง ตำรวจขอศาลออกหมายจับเร่งจับกุมแล้ว

ร.ต.อ.หญิงทัศน์มน สงฆ์แก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปที่ รพ.ทุ่งสง ทำการสอบปากคำ นางปอ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี ซึ่งพักรักษาตัว ที่โรงพยาบาล หลังจากที่ถูก นายชัชริน ไกรวัฒนพงศ์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ข่มขืนในห้องเอกซเรย์ แล้วหลบหนีไปโดยไม่กลับเข้ามาทำงานอีก ล่าสุดพบว่าไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งและได้สึกหลบหนีไปแล้ว ทางด้าน ร.ต.อ.วินิจ คงอินทร์ เจ้าของคดี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะได้ขอหมายศาลจากศาลจังหวัดทุ่งสงเพื่อที่จะติดตามจับกุมตัวนายชัชรินมาดำเนินคดีต่อไป

ด้าน น.พ.จรัส จันทร์ตระกูล ผอ.รพ.ทุ่งสง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับ นายชัชริน ผู้ก่อเหตุไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล โดยตรง แต่เป็นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของบริษัทเอกชนที่มารับเหมางานเอกซเรย์ของโรงพยาบาล ซึ่งทางต้นสังกัดของ นายชัชริน ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลก็ได้ให้จิตแพทย์ไปดูแล นางปอ และทางโรงพยาบาลจะเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้นเพื่อที่จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 28, 2014, 10:05:44 PM


แบบนี้ ต้องจับตาย 

อย่าไปเก็บไว้  ต่อไปมันยิ่งชั่วหนักขึ้น


-----------------------------------------------------------



จับ 3 โจ๋เมาคึก ขับรถไล่ชน จยย. ก่อนฉุดสาวขึ้นรถหวังข่มขืน

-http://hilight.kapook.com/view/105783-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/suwanna/500_30.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/suwanna/5001_1.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

          แก๊งกระบะซิ่งเมาคึกคะนอง ไล่ชนมอเตอร์ไซค์เหยื่อจนล้ม ก่อนลงไปซ้อมแฟนหนุ่มแล้วฉุดหญิงสาวหวังข่มขืนแต่ไม่สำเร็จ ยังไม่สำนึกลงมืออีก 2 ครั้ง แต่ไปไม่รอดโดนตำรวจจับ

          วันนี้ (28 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มคนร้าย 3 คน ทราบชื่อคือ นายณัฐพล แก้วแดง อายุ 20 ปี นายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะแต่งซิ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า-เทา ทะเบียน บบ-2800 เพชรบุรี ไล่ชนผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาว แถว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ก่อนที่คนร้ายจะพยายามฉุดขึ้นรถเพื่อพาไปกระทำชำเรา

          ทั้งนี้ คนร้ายทั้งสามคน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มสุราด้วยกันทั้ง 3 คน จำนวน 3 ขวด ก่อนที่นายณัฐพลจะขับรถยนต์กระบะออกมาส่งรุ่นน้องที่บ้านพัก จนกระทั่งมาถึงหน้าโรงแรมวิจิตรา พบผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนหนุ่ม ด้วยความเมาและคึกคะนอง จึงได้ขับรถยนต์ชนท้าย ก่อนที่จะลงไปทำร้ายร่างกายฝ่ายชาย และพยายามฉุดผู้หญิงขึ้นรถ แต่มีคนผ่านมาจึงได้รีบขึ้นรถยนต์ขับหลบหนี จนกระทั่งมาพบเหยื่อรายที่สองเป็นผู้หญิงสองคน ที่บริเวณหน้าร้านอาหารไทยฟอร์ยู จึงได้ก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ด้วยการขับรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจนล้ม และลงมาทำร้ายร่างกาย ลวนลาม แต่ก็ไม่สำเร็จ

         จนกระทั่งมาถึงรายสุดท้าย ได้ขับรถยนต์ชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียหายอีกเช่นกัน และลงไปทำร้ายร่างกายฝ่ายชายและฉุดแฟนสาวขึ้นรถ พยายามจะข่มขืนในรถ แต่รถยนต์เกิดเสียหลักตกลงข้างทางเสียก่อน จึงทำให้ผู้เสียหายอาศัยจังหวะชุลมุน วิ่งหลบหนีออกมา กระทั่งพวกตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจับกุมตัวได้ในที่สุด

          นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด ยังรวมกันเป็นแก๊งรถยนต์กระบะแต่งซิ่ง ที่มีสัญลักษณ์แก๊งเป็นรูปถุงยางอนามัยอีกด้วย

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย ส่วนคดีกระทำชำเรานั้น ต้องรอให้แพทย์ลงความเห็นอีกครั้ง พร้อมทั้งได้ให้ผู้เสียหายมาทำการชี้ตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd05qVXpPVGc1Tnc9PQ==&subcatid=-

.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 28, 2014, 10:10:22 PM
อันตรายจริงๆ  คนสมัยนี้  น่ากลัว

ไม่รู้ว่า พ่อ แม่ มีการอบรมกันบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้กันเยอะ

ไอ้พวกที่ชอบกระทำย่ำยีผู้หญิง  ระยำจริงๆ

เวรกรรมมีจริง

----------------------------------------------------------


ผู้ปกครอง ม.1 ถูกข่มขืน ขอตำรวจคุ้มครอง หลัง 4 รุ่นพี่โฉดได้ประกันตัว

-http://hilight.kapook.com/view/105755-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/500_50.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

          ผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.1 จากจังหวัดชัยนาท ที่ถูกกลุ่มรุ่นพี่ ม.3 จำนวน 4 คน ฉุดไปข่มขืนที่บ้านพักครู ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยดูแลความปลอดภัย หลังเด็กนักเรียนชายผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ราย ได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว

          จากกรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท ถูกกลุ่มรุ่นพี่นักเรียนชายชั้น ม. 3 จำนวน 4 คน ร่วมกันฉุดไปข่มขืนในบ้านพักครูระหว่างช่วงเปลี่ยนคาบเรียน โดยมี 1 คน ดูต้นทาง และอีก 3 คน ผลัดกันข่มขืน และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า แม่และป้า รวมทั้งตัวเหยื่อ ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่ โดยฝ่ายผู้ปกครองร้องขอให้มีกำลังเจ้าหน้าตำรวจเข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัย เนื่องจากทราบมาว่าเด็กนักเรียนชายผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ราย ได้รับการประกันตัวออกมาหมดแล้ว เพราะยังเป็นเยาวชน (อายุ 14 ปี 1 ราย และ 15 ปี 3 ราย) เกรงว่าจะถูกทำร้าย เนื่องจากหลังก่อเหตุแล้วทั้ง 4 คน ได้ขู่ลูกสาวของตนว่าจะทำร้ายและไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร โดยรองผู้กำกับโรงพักหันคา ก็รับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปช่วยดูแลทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

          ด้านผู้ปกครองเหยื่อยังบอกอีกว่า ตอนนี้น้องเอ (นามสมมติ) ไม่กล้าไปโรงเรียนแล้ว เพราะถูกเด็กคนอื่นล้อ บางคนมาพูดใส่ว่า "ให้ 500 ไปมั้ย ?" ทำให้น้องเอรู้สึกอับอาย โดยในตอนนี้ได้ให้น้องหยุดเรียนแล้วและอาจจะให้ย้ายโรงเรียนด้วย

          นอกจากนี้ ผู้ปกครองเด็กยังแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการเรื่องของผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย เพราะนอกจากปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ในโรงเรียนแล้ว เมื่อทราบเรื่องแทนที่จะรีบจัดการเด็กที่ทำผิด กลับเรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาคุยไกล่เกลี่ยกัน แถมห้ามไม่ให้นำเรื่องไปแจ้งตำรวจ เพราะกลัวโรงเรียนจะเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โชคดีที่ได้ไปแจ้งให้ทหารที่เข้ามาดูแลในพื้นที่นี้ทราบ จึงนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีและจับตัวเด็กที่กระทำผิดได้


เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้ปกครองร้องทหาร คดี4นร.ม.3รุมข่มขืนรุ่นน้องม.1 (28 ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=9dC1-whQA1g#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=9dC1-whQA1g-
คลิป เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้ปกครองร้องทหาร คดี4นร.ม.3รุมข่มขืนรุ่นน้องม.1 (28 ก.ค.57) โพสต์โดย เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร





หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 01, 2014, 09:13:20 PM
ต้องมีในเมืองไทยด้วย ถึงจะดีครับ



---------------------------------------------------------------------------------


อินเดียจับคนร้ายข่มขืนแก้ผ้ามัดเสา ให้ผู้หญิงรุมประชาทัณฑ์

-http://hilight.kapook.com/view/106025-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thachapol/1/v7173.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/thachapol/1/v7174.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Kanendath.com สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          คลิปชาวอินเดียจับคนร้ายข่มขืนแก้ผ้า มัดเสาประจาน ให้ผู้หญิงรุมประชาทัณฑ์ ดูซิยังกล้าทำอีกไหม ?

          วันที่ 28 กรกฏาคม 2557 ผู้ใช้ชื่อ Kanendath.com สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ได้เผยแพร่คลิปกลุ่มสตรีชาวอินเดียในหมู่บ้านหนึ่งของรัฐอานธรประเทศ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย กำลังรุมประชาทัณฑ์คนขับแท็กซี่ 2 ราย ที่พยายามก่อเหตุรุมโทรมหญิงสาวในหมู่บ้าน

          โดยจากคลิปดังกล่าว คนขับแท็กซี่ทั้ง 2 รายได้ถูกคนในหมู่บ้านจับถอดเสื้อผ้า ผูกประจานไว้ที่เสา ก่อนปล่อยให้ผู้หญิงสูงวัยในหมู่บ้านเข้ามาตบตีและด่าทอเป็นการลงโทษ ต่อหน้าคนในหมู่บ้านที่มายืนล้อมดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสะใจและส่งเสียงเชียร์ให้ทำโทษคนร้ายหนักขึ้น ซึ่งแม้ว่าการลงโทษดังกล่าวจะไม่เป็นการกระทำรุนแรงจนถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ชายคนร้ายได้รับความอับอายอย่างมาก

          ทั้งนี้ เจ้าของคลิปเปิดเผยว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลอินเดียไม่มีมาตรการที่รุนแรงมากพอในการหยุดการก่อคดีข่มขืน และผู้ก่อเหตุอาจต้องคิดหนักก่อนลงมือ หากทุก ๆ คนทำการลงทัณฑ์โจรข่มขืนในลักษณะนี้ทุกราย ขณะที่ไม่มีการเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากนี้หรือไม่


Auto drivers who tried to rape a woman in AP. (http://www.youtube.com/watch?v=dXOpytKwJfo#)
-http://www.youtube.com/watch?v=dXOpytKwJfo-

คลิป Auto drivers who tried to rape a woman in AP. โพสต์โดยคุณ  Kanendath.com สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม







หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 01, 2014, 09:45:28 PM

น่าจะใช้ M16 จับ






--------------------------------------------------------------------


โจ๋ฉุดสาว16 ข่มขืนยับ ล่อเพื่อนอีกคนมาไถ่ตัวหวังรุมโทรมซ้ำ

-http://news.sanook.com/1641105/%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A716-%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(1 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งว่ามีเหตุวัยรุ่น 2 คนฉุดนักเรียนหญิงขึ้นรถจักรยานยนต์ คาดว่าน่าจะพาไปทำมิดีมิร้าย เหตุเกิดบนถนนทางหลวง 401 สายนคร-สุราษฎร์ ม.6 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา ตำรวจสภ.ท่าศาลา จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสายตรวจและชุดสืบสวน รีบรุดไปที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบนายโหน่ง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี สาวประเภทสองเพื่อนของเด็กนักเรียนหญิงที่โดนฉุด ให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับ น.ส.หมวย (นามสมมติ) อายุ 16 เพื่อนนักเรียนระดับชั้น ปวช. ขับขี่รถ จักรยานยนต์มาจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช จะไปหาเพื่อนที่ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ปรากฏว่ามีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสี ยี่ห้อ ทะเบียน ไล่ตามประกบรถของตน แล้วใช้อาวุธปืนจี้บังคับไม่ให้ขัดขืนต่อสู้ ก่อนให้จอดที่ริมถนน จากนั้นคนร้ายก็ได้ฉุด น.ส.หมวย เพื่อนของตนไปขึ้นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายพาหลบหนีหายไปทันที ตนจึงโทรศัพท์แจ้งญาติและเพื่อนๆ และโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาช่วยเหลือเพื่อนของตนดังกล่าว

จากนั้นกำลังตำรวจได้ออกไล่ล่าคนร้ายทันที และได้รับแจ้งประสานจากน.ส.ก้อย เพื่อนนักเรียนหญิงของน.ส.หมวย ว่า มีโทรศัพท์จากคนร้าย บอกให้นำเงิน 1,000 บาทไปไถ่ตัว น.ส.หมวย จึงนำกำลังตำรวจไปดักซุ่มแล้ววางแผนให้น.ส.ก้อยเอาเงินไปให้ ปรากฏว่ามีวัยรุ่นชาย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มายังที่นัดหมาย โดยมี น.ส.หมวย มาด้วย

จากนั้นคนร้ายวัยรุ่นก็ใช้อาวุธปืนจี้บังคับนักเรียนเพื่อน น.ส.หมวย ขึ้นรถจักรยานยนต์ขับออกไปทันที กำลังตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงรีบออกไล่ติดตาม เมื่อคนร้ายทั้งสองเห็นตำรวจไล่ติดตาม ได้ไหวตัวรีบปล่อยนักเรียนหญิงทั้งสองคนทิ้งไว้ริมถนน แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ น.ส.หมวย ผู้เสียหาย ให้การว่าหลังจากถูกคนร้ายฉุดไปแล้ว คนร้ายได้พาตนไปที่ป่าละเมาะริมถนนห่างออกไปประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แล้วคนร้ายทั้งสองได้รุมข่มขืนตน จนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั้ง ก่อนโทรศัพท์ลวงให้น.ส.ก้อย นำเงินมาไถ่ตัว เพื่อวางแผนที่จะฉุดเพื่อนของตนไปข่มขืนอีกคน

เบื้องต้นตำรวจได้สืบทราบว่าคนร้ายทั้งสอง นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และนายสมบูรณ์ สัจจารัก อายุ 20 ปี จึงนำภาพประวัติของทั้ง 2 คน มาให้ผู้เสียหายดู และยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่รุมข่มขืนจริง กำลังตำรวจจึงบุกเข้าจับกุมนายเอไว้ได้ที่บ้านพัก ส่วนนายสมบูรณ์ไหวตัวหลบหนีไปได้

จากการสอบปากคำนายเอ ให้การรับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าจนเมาและเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนขับรถจักรยานยนต์มาพบเหยื่อผู้เสียหาย จึงได้ฉุดไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นตนและเพื่อนได้วางแผนโทรศัพท์ล่อให้ให้เพื่อนผู้เสียหายมาไถ่ตัว เพื่อฉุดทั้ง 2 สาวไปให้กลุ่มวัยรุ่นแก๊งยาเสพติดในหมู่บ้านจำนวนประมาณ 5 คนรุมโทรมอีกรอบ เพื่อแลกกับยาบ้าจำนวน 5 เม็ด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจฉี่ พบฉี่ม่วง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และจะได้ออกติดตามตัวนายสมบูรณ์ เพื่อนร่วมแก๊งอีกคนหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 03, 2014, 10:09:13 AM
ถ้าหลักฐานชัดเจน 

ผมว่า ให้มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว

ดีที่สุดครับ



-------------------------------------------------------------------------------


การข่มขืนครั้งสุดท้าย?

-http://icare.kapook.com/content_detail.php?t_id=0&id=3481-


          เหตุการณ์ข่มขืนเด็กหญิงวัย ๑๓ ปีบนรถไฟไทยถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งความโหดร้ายของผู้กระทำความผิด และความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวเด็กหญิง จนมีคนจำนวนไม่น้อยอยากให้เกิดการตัดสินประหารชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อปลอบขวัญครอบครัวผู้สูญเสียและชดเชยชีวิตให้แก่ผู้ที่ถูกข่มขืน

           

          ประเด็นการตัดสินประหารชีวิตตกเป็นข้อถกเถียงจากหลายฝ่ายว่า การประหารชีวิตจะสามารถยุติการข่มขืนครั้งต่อไปได้แน่หรือ  หรือจะยิ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการ “ปิดปาก” ผู้ถูกข่มขืน

           

          ข้อถกเถียงดังกล่าวยังไม่อาจได้ข้อสรุปในตอนนี้ว่า หากต้องการให้คดีข่มขืนครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย  เราจะต้องทำอย่างไร จะต้องแก้ไขที่ใดบ้าง


          บางทีเหตุการณ์ข่มขืนครั้งนี้อาจไม่ต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  รอเวลาได้รับรายงานการข่มขืนครั้งใหม่ในจอโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง


            icon แต่…เราจะยอมให้เป็นเช่นนั้น จริงๆ หรือ icon


          นักวิชาการและผู้ที่ขับเคลื่อนงานด้านสตรีหลายคนกล่าวคล้ายกันว่า  การประหารชีวิตเป็นเพียงการกำจัด “ผู้ที่กระทำความผิด” ออกไปจากสังคมเท่านั้น แต่ผู้ที่กำลังคิดหรือคิดจะใช้ความรุนแรงทางเพศเหนือผู้อื่นในอนาคตยังคงอยู่ในสังคม การประหารชีวิตจึงอาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะแนวคิดเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศระหว่างชายและหญิงยังคงฝังลึกในสังคมไทย และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการข่มขืนทุกวันนี้

           

          แนวคิดบทบาทเรื่องเพศของผู้ชายไทยมักถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังอำนาจเหนือเพศอื่น ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำที่มี “ความเชี่ยวชาญ” ในเรื่องเพศ  ความเชื่อดังกล่าวนี้ถูกตอกย้ำจากสื่อต่างๆ ทั้งละครโทรทัศน์ ข่าวหนังสือพิมพ์ หรือกระทั่งหนังสือนวนิยาย จนก่อให้เกิดมายาคติว่า ผู้ชายมีอำนาจที่จะใช้กำลังข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่าได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจว่า การใช้อำนาจของผู้ชายเหล่านั้นเป็นเรื่องที่น่ายกย่องในหมู่ผู้ชายด้วยกันเอง

           

          ขณะที่ผู้ชายถูกพร่ำสอนให้เป็นผู้นำนั้น ผู้หญิงไทยเองก็ถูกอบรมให้เป็นผู้ตามที่ดี  โดยเฉพาะในเรื่องเพศว่า  หญิงที่ดีจะต้องรักนวลสงวนตัว เหนียมอายในเรื่องเพศ และไม่พูดเรื่องเพศในที่สาธารณะ เมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือกระทั่งข่มขืนจึงไม่กล้าบอกกล่าว เพราะแม้ในความสัมพันธ์แบบสมยอมบางกรณี ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก

           

          icon แล้วนับประสาอะไรกับการถูกข่มเหงที่ไม่ยินยอมแม้สักนิดเดียว  icon

           

          หรือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนนั้น ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากจะทำ เพราะการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่ละครั้ง แทบไม่ต่างจากการถูกข่มขืนครั้งที่สอง สาม และสี่ และยังอาจเสี่ยงกับการถูกกล่าวหาว่า ต้นเหตุของการถูกข่มขืนนั้นคือตัวเธอเองที่ “แต่งกายยั่วยุอารมณ์ผู้ชาย”

             

          การหยุดการข่มขืนจึงไม่อาจแก้ไขด้วยการตัดสินประหารชีวิตผู้กระทำความผิด หรือเตือนผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวว่า อย่านุ่งสั้นเอวลอย และเดินไปไหนคนเดียวในยามวิกาล


          การแก้ปัญหาข่มขืนอย่างจีรังคงต้องมองย้อนกลับไปที่การบ่มเพาะเรื่องความเท่าเทียมกันของผู้ชายและผู้หญิง หน่วยทางสังคมที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลหล่อหลอมบุคคลมากที่สุด อย่างโรงเรียนและครอบครัวน่าจะมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจในเรื่องค่านิยมและความเชื่อเรื่องเพศที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกันสื่อมวลชน ในฐานะผู้มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในสังคม น่าจะทบทวนตนเองด้วยว่า พวกเขาอาจกำลังเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงทางเพศในครั้งนี้และครั้งที่แล้วมาหรือไม่

             

          ครูคงไม่อาจสอนนักเรียนเพียงเรื่องทักษะชีวิตในเรื่องเพศ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเท่านั้น การเคารพความเท่าเทียมกันในเนื้อตัวร่างกายของตนเองและผู้อื่น โดยไม่แบ่งแยกเพศสภาพก็เป็นเรื่องที่นักเรียนควรมีครูเป็นผู้ชี้แนะ เช่นเดียวกับพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว การปลูกฝังและเป็นตัวอย่างที่ดีในความเสมอภาคของบุคคลทุกเพศทุกวัยควรเริ่มจากที่บ้าน และน่าจะถึงเวลาที่สื่อไทยจะให้ความเป็นธรรมและปกป้องเรื่องเพศของทุกเพศในสังคมเสียที

             

          เหตุการณ์ข่มขืนครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น  แต่นั่นก็ดีกว่าการที่เราได้แต่รอเวลาได้รับรายงานข่าวข่มขืนครั้งต่อไป

             

          icon เพราะเราจะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว.....ใช่ไหม icon


 
ลงประกาศ ณ วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557   

Kapook iCare


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 10, 2014, 12:10:37 PM
ช็อกรับวันแม่! ลูกสาวบอกแม่ โดนพ่อเลี้ยงข่มขืน 3 ปี

-http://news.sanook.com/1646221/%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99-3-%E0%B8%9B%E0%B8%B5/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ศูนย์พึ่งได้ เด็กและสตรี โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดอุดรธานี ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางหวาน (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ซึ่งพา ด.ญ.ผึ้ง (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้ามาขอความช่วยเหลือและตรวจร่างกายลูกสาว เนื่องจากเพิ่งสืบทราบว่า สามีใหม่ก่อเหตุข่มขืนลูกสาวตอนที่แม่ไม่อยู่บ้าน เป็นเวลากว่า 3 ปี

น.ส.ไขศรี ศิรินำบุญทวี อายุ 43 ปี หัวหน้าศูนย์พึ่งได้ฯ ได้พูดคุยสอบถามกับ ด.ญ.ผึ้ง ซึ่งเปิดเผยว่า ถูก นายถาวร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี พ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเรา ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือราวๆ 3 ปีแล้ว ตนจำไม่ได้ว่าถูกข่มขืนมาแล้วกี่ครั้ง แต่ช่วงที่แม่ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด พ่อเลี้ยงจะเรียกเข้าไปหาในห้องนอน ก่อนจะลวนลามและสอดใส่อวัยวะเพศ เมื่อก่อนตนยังไม่รู้เรื่องอะไร คิดว่าพ่อเอ็นดูลูกเฉยๆ จนกระทั่งถูกทำแบบนี้เรื่อยมา

ด.ญ.ผึ้ง เปิดเผยอีกว่า ต่อมาตนจึงมาทราบว่า ตัวเองถูกพ่อเลี้ยงลวนลามและข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากที่ได้เรียนเรื่องเพศศึกษา ทราบว่าการกระทำนั้นเป็นการมีเพศสัมพันธ์ของชายหญิง ซึ่งสามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้ ตนจึงเกิดความกลัว เพราะพ่อเลี้ยงจะสวมใส่ถุงอนามัยเวลาก่อเหตุเพียงแค่บางครั้งเท่านั้น

ขณะที่ทางด้าน นางหวาน ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยแต่งงานอยู่กินกับสามีเก่าและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แต่ได้เลิกลากันไปตั้งแต่ ด.ญ.ผึ้ง ยังแบเบาะ ต่อมาได้มาแต่งงานอยู่กินกับ นายถาวร ที่ผ่านมาตนไม่ค่อยมีเวลาให้ทั้งสามีใหม่และลูกสาว เนื่องจากต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ไม่คาดคิดว่าสามีจะหันไประบายความใคร่กับลูกของตนแทน ตนเพิ่งทราบเรื่องจากลูกสาว หลังไปร่วมกิจกรรมวันแม่ที่โรงเรียน จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนและแจ้งความดังกล่าว

เบื้องต้นทางศูนย์พึ่งได้ฯ ได้นำ ด.ญ.ผึ้ง เข้ารับตรวจร่างกาย แต่ไม่พบคราบอสุจิหรือร่องรอยการถูกข่มขืนชัดเจนนัก เนื่องจากเด็กหญิงเปิดเผยว่า ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนครั้งล่าสุดเมื่อประมาณเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้ดำเนินการจับกุมตัว นายถาวร ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เอาไว้ได้แล้ว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก อุดรนิวส์


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2014, 06:58:35 AM
ด.ญ.วัย 11 ปี วิ่งเปลือยเตลิดเข้ารพ. ถูกอาลวงข่มขืน

-http://news.sanook.com/1647081/%E0%B8%94.%E0%B8%8D.%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-11-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E.-%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. (11 ส.ค.) สภ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของ รพ.คลองลาน ว่าเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 10 ส.ค. ได้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาขอความช่วยเหลือ ในสภาพร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนด้านล่างมีผ้าสีเหลืองห่อพันปิดของสงวนไว้ เจ้าหน้าที่จึงรีบให้ความช่วยเหลือและนำตัวมาตรวจร่างกาย พบว่าที่อวัยวะเพศมีร่องรอยฉีกขาด ศีรษะและใต้ตา 2 ข้างมีรอยเขียวช้ำ รวมถึงแผ่นหลังก็มีรอยฟกช้ำ คาดว่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ เด็กยังมีอาการหวาดผวาขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบด้วย

จากการสอบสวน ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี ให้การว่า นายสมพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ได้โทรมาหาและบอกให้ไปอยู่เป็นเพื่อนกับอาสาวที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว เมื่อมาถึงก็เห็นนายสมพงษ์นั่งดูทีวีอยู่และอาสาวก็อยู่ในบ้าน จึงเข้าไปนั่งดูทีวีด้วย จากนั้นนายสมพงษ์ออกอุบายชวนไปซื้อขนมที่ร้านค้าข้าง รพ.คลองลาน ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร โดยตนนั่งซ้อนท้ายจักรยานไป กระทั่งระหว่างทางผ่านไร่มันสำปะหลัง นายสมพงษ์ได้จอดรถและตรงเข้าฉุดกระชาก ก่อนจะปลุกปล้ำและทุบตีที่ใบหน้าและศีรษะ แถมเตะเข้าที่ท้องอีก 3 ครั้ง และกระทืบอีกครั้ง ตนเองได้แต่ร้องขอว่าอย่าทำอะไรเลย จากนั้นได้ขัดขืนและผลักนายสมพงษ์จนเสียหลัก ก่อนรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุนายสมพงษ์กับภรรยาได้หลบอยู่ในเพิงร้างกลางไร่มันสำปะหลัง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่สุด โดยนายสมพงษ์รับสารภาพว่า ดื่มเหล้าจนเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น พร้อมนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 22, 2014, 08:49:30 PM
คลิปจับโจรโรคจิต ลวนลามนักเรียนหญิงบนรถเมล์

-http://hilight.kapook.com/view/106929-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/1932351_10152585079965516_2721286471541222550_n.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก "Chindanai Wicheankittisakul"

          แชร์ว่อน คลิปจับโจรโรคจิต ลวนลามเด็กนักเรียนหญิงบนรถเมล์ คนร้ายอ้างเป็นลูกตำรวจไม่รับผิดท่าเดียว ก่อนพลเมืองดีช่วยต้อนจนจับส่งตำรวจได้

          วานนี้ (21 สิงหาคม 2557) ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการแชร์คลิปของพลเมืองดีที่ช่วยกันจับโจรโรคจิต ลวนลามเด็กนักเรียนหญิงบนรถเมล์ จากการเปิดเผยของเจ้าของเฟซบุ๊ก "Chindanai Wicheankittisakul"  ผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวและเป็นผู้ที่เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนรายนี้

          โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปทั้ง 5 นี้ เริ่มตั้งแต่ขณะที่เจ้าของคลิปและเด็กผู้เสียหายจะเอาเรื่องกับชายเสื้อสีชมพู หลังจากพบว่าชายเสื้อสีชมพูรายนี้เป็นคนโรคจิต รูดซิปควักอวัยวะเพศของตัวเองออกมาถูบริเวณบั้นท้ายของเด็กนักเรียนหญิง แต่คนร้ายยังคงไม่ยอมรับผิดและอ้างตัวเป็นลูกหลานตำรวจ ขณะที่ฝ่ายเจ้าของคลิปก็ไม่ยอมเช่นกันเพราะเขาเป็นพยานได้ว่าชายคนร้ายจงใจเขยิบตัวเข้ามาใกล้เด็กนักเรียนหญิงเพื่อลวนลาม อย่างไรก็ตาม คนร้ายยังไม่ยอมรับผิด ก่อนจะสบโอกาสวิ่งหนีลงจากรถเมื่อรถเมล์จอด ฝ่ายผู้เสียหายและเจ้าของคลิปจึงรีบตามลงไปในทันที

          ต่อมาเป็นคลิปที่ถ่ายบริเวณใจกลางตลาด ขณะที่เจ้าของคลิปยังคงตามไปเอาเรื่องคนร้ายที่พยายามเดินหนี ท่ามกลางชาวบ้านและคนเดินถนนที่เริ่มสนใจสิ่งที่เกิดขึ้น โดยคนร้ายยังพยายามอ้างว่าจะโทรศัพท์หาตำรวจหากอีกฝ่ายยังไม่เลิกแล้ว ด้านฝ่ายผู้เสียหายก็ไม่เกรงกลัวและท้าให้ไปคุยกันที่โรงพัก ซึ่งในคลิปต่อจากนั้นคือเหตุการณ์เผยให้เห็นว่าคนร้ายพยายามจะหนีออกไปหลายครั้ง แต่ต้องจนมุมเพราะมีชาวบ้านและพ่อค้าหลายรายที่ทราบเรื่อง เข้ามาล้อมปิดทางหนีคนร้าย โดยแต่ละคนต่างก็อยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธและไม่พอใจกับพฤติกรรมเสื่อมทรามของคนร้ายที่รังแกเด็กผู้หญิง จนเมื่อคนร้ายจนมุมก็พยายามจะขอเจรจากับผู้เสียหาย ก่อนเหตุการณ์จะจบลงเมื่อตำรวจมาถึงและนำตัวคนร้ายไปที่โรงพักในที่สุด

          ด้านเจ้าของคลิปยังเปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุ (21 สิงหาคม) ตนซึ่งขึ้นรถเมล์สาย 75 ได้พบกับชายโรคจิตควักอวัยวะเพศออกมาเล่นและถูที่ด้านหลังของเด็กนักเรียนหญิง วัย 17 ปี จึงได้ช่วยกันจับคนร้ายส่งตำรวจ โดยที่ทั้งเด็กผู้เสียหายและคนร้ายต่างก็เป็นลูกหลานตำรวจทั้งคู่ แต่เป็นที่น่าเจ็บใจและโกรธเคืองอย่างยิ่งเมื่อคนโรคจิตรายนี้ถูกลงโทษตามกฎหมายเพียงแค่การปรับเงิน 500 บาท ฐานอนาจารเท่านั้น พร้อมทั้งมีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พ่อของคนร้ายซึ่งเป็นสารวัตรจราจรได้รีบมาแสดงความเสียใจและขอโทษเป็นการใหญ่ เพราะไม่ทราบเช่นกันว่าลูกชายมีพฤติกรรมเช่นนี้



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 23, 2014, 06:26:51 AM
พ่อข่มขืนลูกเลี้ยง ลูกแท้ๆ เด็กร่ำไห้ขอให้ประหารพ่อ


-http://news.sanook.com/1653733/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B9%86-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD-/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ส.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี แถลงข่าวกรณีเมื่อวันที่ 20 ส.ค. มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี โทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนขอความช่วยเหลือหลังจากรับทราบเรื่องจากผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ถูกพ่อข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งผู้เป็นแม่ไม่กล้าดำเนินการอะไร เพราะหวาดกลัว

จากการสอบถาม นางเกด (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนมีลูกติดกับสามีเก่า 1 คน คือ ด.ญ.เอ อายุ 11 ปี ต่อมามีสามีใหม่ และอยู่กินด้วยกันจนมีลูกสาว คือ ด.ญ.บี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ลูกชาย 2 คน วัย 5 และ 6 ขวบ มาบอกว่าเห็น นายเก่ง (นามสมมุติ) ข่มขืนลูกสาว ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะสามีมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และมักทำร้ายร่างกายตนเป็นประจำทำให้ตนหวาดกลัว จึงนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาครู

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอนุมัติขอหมายจับจากศาลจังหวัดปัตตานี พร้อมได้ควบคุมตัวนายเก่งแล้ว โดยรับเด็กและมารดาเข้ารับการคุ้มครอง จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่สอบสหวิชาชีพเด็กทั้ง 2 คน ต่างเล่าเหตุการณ์พร้อมร่ำไห้ตลอดเวลา โดยขอร้องให้เจ้าหน้าที่ลงโทษประหารชีวิตนายเก่ง เพราะการกระทำของนายเก่ง มีความโหดร้าย ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานแสนสาหัส แม้จะร้องขอความเมตตา ก็ไม่ยอมหยุด ซ้ำร้ายทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา และเห็นนายเก่งทุบตีทำร้ายแม่เกือบทุกวัน
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 24, 2014, 07:17:01 AM
รวบพ่อข่มขืนลูก 2 คน สลด เด็กปล่อยโฮขอให้ประหารชีวิตพ่อ

-http://hilight.kapook.com/view/106965-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/Crime/August/dad.jpg)

รวบพ่อข่มขืนลูก 2 คน สลด เด็กปล่อยโฮขอให้ประหารชีวิตพ่อ

 เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก morning-news.bectero.com

           พ่อข่มขืนลูกสาว 2 คน ทั้งลูกแท้ ๆ วัย 9 ปี และลูกเลี้ยงวัย 11 ปี สุดสลด สองหนูน้อยร้องขอให้ประหารชีวิตพ่อ อึ้ง เด็ก 1 ใน 2 คนอาจตั้งครรภ์

          วันที่ 22 สิงหาคม 2557 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากนางเอ (นามสมมติ) ว่า ลูกสาวคือ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และ ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ถูกพ่อแท้ ๆ ข่มขืนกระทำชำเรา โดยนางเอ เปิดเผยว่า ตนมีลูกติดกับสามีเก่า 1 คน คือ ด.ญ.บี ต่อมาได้อยู่กินกับนายดำ (นามสมมติ) สามีใหม่และมีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.ซี ซึ่งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา บุตรชาย 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 6 ขวบ ได้มาบอกกับตนว่า เห็นนายดำลงมือข่มขืนลูกสาวทั้งสองคน แต่ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากตนมักถูกสามีที่ติดยาเสพติดทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ทำให้ตนหวาดกลัว จึงนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับครู ซึ่งครูได้ติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ

          หลังทราบเรื่องนางปวีณา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ. กัมปนาท พานิชประเสริฐ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมกับ นางอัจฉรา ถนัดอัปสร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปัตตานี ให้เดินทางไปรับตัวเด็กทั้ง 2 คน และมารดาเด็ก เข้าแจ้งความตรวจร่างกาย เร่งสอบ ป.วิอาญา ดำเนินคดีกับนายดำทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปัตตานีและควบคุมตัวนายดำ มาฝากขังที่ศาลปัตตานี

          ทั้งนี้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่สอบสหวิชาชีพ เด็กทั้ง 2 คน ต่างเล่าเหตุการณ์พร้อมร่ำไห้ตลอดเวลาและขอร้องให้เจ้าหน้าที่ลงโทษประหารชีวิตนายดำ เพราะนายดำทำให้เกิดความทุกข์ทรมานแสนสาหัส แม้จะร้องขอความเมตตาก็ยังไม่ยอมหยุด โดยบอกว่าถูกข่มขืนมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2556 รวมแล้วกว่า 20 ครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะของ ด.ญ.บี พบว่า อาจตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนขาดไปแล้ว 1 เดือน

          จากการสอบสวนนายดำ ให้การรับสารภาพว่า ได้อยู่กินกับภรรยามานานกว่า 13 ปี ซึ่งภรรยามีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน โดยตนยอมรับว่าในระหว่างที่เมายาเสพติดได้ลงมือข่มขืนลูกเลี้ยงจริง ในขณะที่ภรรยาไปทำงานกรีดยาง แต่ไม่เคยลงมือข่มขืนลูกสาวแท้ ๆ ของตนเอง นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ในครั้งแรกยอมรับว่าข่มขืนเด็กจริงแต่ครั้งถัดไปเด็กเป็นคนเข้ามาหาตนเอง



***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2557



http://youtu.be/yCKvNSvwklk (http://youtu.be/yCKvNSvwklk)
-http://youtu.be/yCKvNSvwklk-
คลิป เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รวบพ่อข่มขืนลูกสาว-ลูกเลี้ยง 2ด.ญ.ร่ำไห้ขอให้ประหารชีวิต (23 ส.ค.57) โพสต์โดย เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09EY3dNVGN3T1E9PQ==&subcatid=-
-http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=560745-





หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 26, 2014, 04:39:59 AM

สุดเสื่อม! เด็กวัย 16 ถูกคนรอบบ้านข่มขืน 4 ปีจนท้อง-แถม จนท.ขู่ห้ามแจ้งความ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    25 สิงหาคม 2557 14:22 น.

-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000097100-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000010031901.JPEG)


  อุตรดิตถ์ - เด็กหญิงอายุ 16 ปีถูก “พ่อเลี้ยง, น้า, ตา, น้าชาย, ลุงข้างบ้าน และคนค้ายา” รุมโทรมมานานกว่า 4 ปี ตอนนี้ท้อง 2 เดือน ถูกเจ้าหน้าที่ปกครองข่มขู่ห้ามแจ้งความอ้างทำให้ภาพลักษณ์หมู่บ้านเสียหาย
       
       วันนี้ (25 ส.ค.) นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 69 ปี ชาวบ้าน ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ และ น.ส.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลท่าปลาชุมชนร่วมจิต เข้าพบนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ห้องทำงาน ชั้น 5 อาคารศูนย์ราชการ จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กสตรีและคนชรา จ.อุตรดิตถ์
       
       ทั้งนี้ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูก นายสมศักดิ์ เกตุมีชัย พ่อเลี้ยง, นายซอน เพชรสุวรรณศรี ตาข้างบ้าน, นายจุ๋ม ลุงข้างบ้าน, นายหั้ม น้องชายแม่เลี้ยง และนายตู่ รุมข่มขืนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และขณะนี้กำลังตั้งท้อง 2 เดือน ล่าสุดออกจากโรงเรียนแล้ว
       
       น.ส.ไก่กล่าวว่า พ่อแม่ที่ให้กำเนิดเลิกกันและต่างมีครอบครัวใหม่และได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ตอนนี้อาศัยอยู่กับยายเพียง 2 คน ตอนอายุ 12 ปี ถูกนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงบังคับและข่มขู่พยายามข่มขืนหลายครั้ง
       
       จากนั้นไม่นานนายหั้มก็ข่มขืนและบังคับห้ามบอกใคร ไม่นานนายจุ๋ม และนายซอนก็ข่มขืนและขู่ห้ามบอกใครหากไม่เชื่อฟังจะทำร้ายร่างกายหรือฆ่าให้ตาย ตลอดเวลากว่า 4 ปีทั้ง 4 คนก็ข่มขืนเรื่อยมา บางครั้งก็ใช้วิธีการรุมโทรมพร้อมกัน บางครั้งก็มาคนเดียว ทุกคนที่ข่มขืนจะให้เงิน 200 บาท ยายที่อาศัยอยู่ด้วยก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟังเพราะเกรงว่าทั้ง 4 คนจะทำร้าย
       
       “เมื่อไม่นานมานี้นายตู่ก่อนที่จะบวชเป็นพระสงฆ์ก่อนเข้าพรรษาก็ข่มขืนอีกเป็นคนที่ 5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปวดท้องมีชาวบ้านพาไปตรวจที่โรงพยาบาลท่าปลา หมอบอกว่ากำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนแล้ว มั่นใจว่านายตู่เป็นพ่อของลูกในท้อง แต่ล่าสุดทราบว่านายตู่ถูกตำรวจจับคดียาบ้าช่วงก่อนที่จะเข้าบวช เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคนหนึ่งใน ต.ร่วมจิต ซึ่งรู้เรื่องนี้ดีบังคับให้ไปเอาเด็กออก และให้เรื่องจบๆ กันไป” น.ส.ไก่กล่าว
       
       นางน้อยกล่าวว่า ไม่เคยทราบเรื่องว่าหลานสาวถูกข่มขืนและกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนมาก่อนเลย เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคนหนึ่งมาหาที่บ้านพร้อมกับเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด พร้อมกับเกลี้ยกล่อมว่าให้ไปเอาเด็กในท้องหลานออก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ ต.ร่วมจิตเสียหาย เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง และเป็นเรื่องร้ายแรงมากจึงนำตัวหลานสาวมาร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยเหลือ
       
       นายสมชัยกล่าวว่า รู้สึกสงสาร น.ส.ไก่ เพราะเด็กน่าจะได้เรียนหนังสือ กลับถูกผู้ใหญ่ข่มขืนและข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย จะให้การช่วยเหลือ และดูแลอย่างเต็มที่ จะกำชับให้ พมจ.และบ้านพักเด็กสตรีและคนชราดำเนินการอย่างจริงจัง ขอให้สบายใจได้ คนผิดจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำไปอย่างแน่นอน



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 08, 2014, 06:06:54 AM
ผวา! โรคจิตโดดขวางจนรถล้ม บังคับสาวอมนกเขา

-http://news.sanook.com/1663125/%E0%B8%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2/-


(7 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นางสาวสิริวรรณ สุขกระโทก อายุ 19 ปี ชาว จ.บึงกาฬ พาลูกชายหนูน้อยเพศชายวัย 11 เดือน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.สนิท คำชมภู ร้อยเวร สภ.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ในสภาพบาดแผลที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ตามข้อมือและข้อศอก โดยลูกชายก็มีแผลที่แก้มด้านขวาด้วย โดยผู้เสียหายเล่าว่า ขณะที่ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนลาดยางสายบ้านโนนจำปาทอง-บ้านหาดคำสมบูรณ์ อีกประมาณ 700 เมตรจะถึงบ้าน เห็นชายรูปร่างสูง ใบหน้าสีแดงคล้ายคนเมาหรือตากแดดมาก ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงวอร์มสีดำ ที่กำลังเดินอยู่ข้างทางด้านหน้า และได้หันหน้ากลับหลังมองมาหา ตนก็ไม่ได้คิดระแวงอะไร แต่เมื่อตนขับรถเข้าไปใกล้ ชายคนดังกล่าวได้กระโจนเข้ามาหา ทำให้ตกใจจนรถจักรยานยนต์เสียหลักหกล้มกลางถนน

ขณะที่ตนได้ร้องโอดโอย แต่พยายามไขว่คว้าหาลูกชายที่หลุดจากมือ อยู่ๆ ชายคนดังกล่าวได้วิ่งมานั่งคร่อมที่ร่างของตน พร้อมกับควักเอาอวัยวะเพศออกมาแล้วสั่งให้ตนอม สำเร็จความใคร่ให้ ถ้าไม่ทำจะบีบคอให้ตาย ขณะที่ตนลังเลใจอยู่นั้นก็โชคดีที่มีคนปั่นจักรยานผ่านมา ชายบ้ากามคนนั้นจึงลุกขึ้นวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป ก่อนพลเมืองดีแจ้งหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลพามาส่ง ร.พ.บึงโขงหลงให้หมอทำความสะอาดบาดแผลให้ จึงได้มาแจ้งความ

ต่อมา พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.หลังได้รับรายงาน จึงได้สั่งการให้นำกำลังออกตามล่าชายบ้ากามรายนี้ทันที แต่ไม่พบตัวในที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง จากพฤติการณ์ เบื้องต้นนี้พอรู้ตัวคนร้ายรายนี้แล้วว่าเป็นใคร ภายใน 3 วันจะจับกุมมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคดีเขย่าขวัญ หญิงสาวที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 09, 2014, 02:32:55 AM
สาว 16 ถูกบังคับค้ากาม ปีนหนีจนตกตึกแขนหัก


-http://news.sanook.com/1663589/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7-16-%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(8 ก.ย.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา นำเด็กสาววัย 16 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านอาหารและคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ย่านสะพานนวลฉวี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หลังเด็กสาว สมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่กลับถูกบังคับให้ค้าประเวณี จนเด็กทนไม่ไหว หลบหนีออกจากร้านดังกล่าว แต่ทางร้านส่งคนออกตาม จนนำตัวกลับไปคุมขังที่ร้าน และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อ ให้การว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนวัย 17 ปี ซึ่งเป็นพนักงานอยู่ในร้านได้มาชักชวนให้ตนไปสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ โดยขอให้น้าสาวพาไปสมัคร และทางร้านได้ตกลงอัตราค่าจ้างวันละ 100 บาท ต่อมาไม่นานกลับถูกทางร้านพูดจาโน้มน้าวให้ค้าประเวณี ซึ่งจะได้รับค่าตัวครั้งละ 2,000 บาท โดยจะได้ส่วนแบ่ง 700 บาท แต่หลังจากทำครั้งแรก ก็ถูกบังคับให้รับแขกอีกสองครั้ง ด้วยความไม่เต็มใจ จึงหลบหนีออกมาเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางร้านกลับส่งคนออกตามหาและลากตัวกลับไปทำร้ายร่างกายจนหัวแตก และขังไว้ในห้องพักชั้น 3 ของร้าน พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์มือถือของตนกันไม่ให้โทรหาญาติ แต่ด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกายอีก ตนจึงตัดสินใจหลบหนีอีกโดยพยายามปืนหน้าต่างห้องพักหวังปืนลงมาชั้นล่างแต่พลาดตกลงมาแขนหัก ทางร้านจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี

โดยในระหว่างที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลวันแรก เจ้าของร้านส่งคนเฝ้าตลอดเวลา แต่ในวันที่ 2 คนคุมไม่อยู่ ตนจึงหลบหนีอีกครั้ง หวังกลับไปหาน้าสาว แต่ทางโรงพยาบาลจับได้ ตนจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฟัง ทางโรงพยาบาลจึงส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กไปหาน้าสาวให้มารับและเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านและพนักงานที่ สภ.เมืองปทุมธานี

อย่างไรก็ตามหลังแจ้งความ เจ้าของร้านได้โทรศัพท์ขอเจราจายอมความ โดยขอให้ตนกลับคำให้การ จึงเกิดความกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อมทั้งยืนยันจะดำเนินการกับเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวให้ถึงที่สุด


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 09, 2014, 09:49:55 PM
ผวา! โรคจิตโดดขวางจนรถล้ม บังคับสาวอมนกเขา

-http://news.sanook.com/1663125/%E0%B8%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2/-


(7 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นางสาวสิริวรรณ สุขกระโทก อายุ 19 ปี ชาว จ.บึงกาฬ พาลูกชายหนูน้อยเพศชายวัย 11 เดือน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.สนิท คำชมภู ร้อยเวร สภ.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ในสภาพบาดแผลที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ตามข้อมือและข้อศอก โดยลูกชายก็มีแผลที่แก้มด้านขวาด้วย โดยผู้เสียหายเล่าว่า ขณะที่ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนลาดยางสายบ้านโนนจำปาทอง-บ้านหาดคำสมบูรณ์ อีกประมาณ 700 เมตรจะถึงบ้าน เห็นชายรูปร่างสูง ใบหน้าสีแดงคล้ายคนเมาหรือตากแดดมาก ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงวอร์มสีดำ ที่กำลังเดินอยู่ข้างทางด้านหน้า และได้หันหน้ากลับหลังมองมาหา ตนก็ไม่ได้คิดระแวงอะไร แต่เมื่อตนขับรถเข้าไปใกล้ ชายคนดังกล่าวได้กระโจนเข้ามาหา ทำให้ตกใจจนรถจักรยานยนต์เสียหลักหกล้มกลางถนน

ขณะที่ตนได้ร้องโอดโอย แต่พยายามไขว่คว้าหาลูกชายที่หลุดจากมือ อยู่ๆ ชายคนดังกล่าวได้วิ่งมานั่งคร่อมที่ร่างของตน พร้อมกับควักเอาอวัยวะเพศออกมาแล้วสั่งให้ตนอม สำเร็จความใคร่ให้ ถ้าไม่ทำจะบีบคอให้ตาย ขณะที่ตนลังเลใจอยู่นั้นก็โชคดีที่มีคนปั่นจักรยานผ่านมา ชายบ้ากามคนนั้นจึงลุกขึ้นวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป ก่อนพลเมืองดีแจ้งหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลพามาส่ง ร.พ.บึงโขงหลงให้หมอทำความสะอาดบาดแผลให้ จึงได้มาแจ้งความ

ต่อมา พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.หลังได้รับรายงาน จึงได้สั่งการให้นำกำลังออกตามล่าชายบ้ากามรายนี้ทันที แต่ไม่พบตัวในที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง จากพฤติการณ์ เบื้องต้นนี้พอรู้ตัวคนร้ายรายนี้แล้วว่าเป็นใคร ภายใน 3 วันจะจับกุมมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคดีเขย่าขวัญ หญิงสาวที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก




หนุ่มบึงกาฬ 2 เป๊กทำหื่น โดดขวางแม่ลูกอ่อน อ้อนอมนกเขา

-http://news.sanook.com/1664041/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC-2-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(9 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงโขงหลง และ สภ.โสกก่าม จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุกระโดดขวางทางสาวแม่ลูกอ่อน ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์อุ้มลูกเด็กทารกกลับบ้าน จนเป็นเหตุทำให้รถล้ม ก่อนจะขึ้นนั่งคร่อมฝ่ายหญิง บังคับให้อมอวัยวะเพศเพื่อสนองตัณหา

สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุ ชายบ้ากามกระโดดขวางรถจักรยานยนต์สาวแม่ลูกอ่อน ที่กำลังอุ้มลูกขับรถกลับบ้านพัก ก่อนจะพยายามบังคับให้ช่วยเหลือเพื่อสำเร็จความใคร่ให้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบ น.ส.ออย (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ อยู่ในสภาพตื่นตกใจกลัว โดยยังคงอุ้มลูกชายวัย 11 เดือนไว้ในอ้อมอก พร้อมกับให้การว่า ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุอีกไม่ถึง 1 กิโลเมตร มือหนึ่งอุ้มลูกเอาไว้ ส่วนอีกมือบังคับรถ ก่อนจะมีชายใส่เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน สวมกางเกงวอร์มสีดำ สีผิวดำคล้ำ ใบหน้าแดงก่ำเหมือนคนเมาสุรา กระโดดกางแขนขวางทาง จนต้องหักเลี้ยวหลบอย่างกะทันหัน รถจักรยานยนต์จึงล้มคว่ำ

น.ส.ออย เล่าต่อว่า หลังจากรถล้ม ชายคนดังกล่าวได้ขึ้นมานั่งคร่อมทับร่าง ก่อนจะควักอวัยวะเพศออกมาจากกางเกงวอร์ม บังคับให้อมอวัยวะเพศเพื่อช่วยสำเร็จความใคร่ แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่มีชาวบ้านปั่นจักรยานผ่านมา จึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ ชายคนดังกล่าวตกใจจึงรีบวิ่งหลบหนีไป

ล่าสุดในวันนี้ (9 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายสมเพชร แก้วบริบัตร อายุ 29 ปี เบื้องต้นให้การยอมรับสารภาพ แต่ยังพูดจาวกวนสับสนอยู่ตลอด นายสมเพชร บอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเหล้าขาว 2 เป๊ก ระหว่างเดินกลับบ้าน เกิดมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมา เมื่อเห็นผู้เสียหายเป็นผู้หญิงขับรถผ่านมา จึงกระโดดเข้าไปขวางทาง โดยไม่ทันเห็นว่าอุ้มลูกมาด้วย ก่อนจะเข้าไปต้องการให้ผู้เสียหายช่วยสำเร็จความใคร่ให้ แต่มีคนผ่านมาพอดี จึงวิ่งหลบหนีเข้าไปช่วยเหลือตัวเองจนสำเร็จความใคร่อยู่ในป่าและกลับบ้านใช้ชีวิตตามปกติ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล พร้อมเตรียมแจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพิ่ม แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายสมเพชร เคยเข้ารับการรักษาโรคประสาทที่โรงพยาบาลมาก่อนหน้านี้ด้วย



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 09, 2014, 09:50:40 PM

ร้องกองปราบฯ แจ้งจับครูขอมีเซ็กซ์ แลกเกรดให้นักศึกษา

-http://news.sanook.com/1664081/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ พร้อมเอาผิด คลิปฉาวเสียงเซ็กซ์โฟนครูขอมีเพศสัมพันธ์กับนักศึกษา เพื่อแลกเกรดวิชาภาษาอังกฤษ ระบุเป็นคลิปเมื่อ 1-2 ปีก่อน สั่งห้ามเด็กแจ้งความ

(9 ก.ย.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปรามให้สอบสวนข้อเท็จจริงและขอให้จับกุมชายในคลิปเสียงอื้อฉาว ครูหื่นเซ็กส์โฟนกับลูกศิษย์สาว ระบุว่าเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษสนทนากับนักศึกษาหญิง เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์แลกกับเกรดผลการเรียน ซึ่งคลิปได้มีการแชร์ส่งต่อในโลกออนไลน์

นายสงกรานต์ เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดแถบภาคอีสานประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว ชายที่ระบุอ้างว่าเป็นอาจารย์นั้น เป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในพื้นที่มากพอสมควร หลังจากที่เกิดเรื่องก็ได้ถูกย้ายไปประจำอยู่อีกโรงเรียนหนึ่งในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งห่างจากโรงเรียนเดิมเพียงไม่กี่กิโลเมตร

ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า ผู้บริหารโรงเรียนที่อาจารย์รายนี้สังกัดอยู่ได้พูดคุยกันภายใน โดยไม่มีการเอาผิดหรือสอบสวนทางวินัยร้ายแรง รวมไปถึงยังพยายามไม่ให้นักเรียนไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จึงเห็นว่าการกระทำของชายคนดังกล่าวเป็นการใช้วิชาชีพครูปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีความพยายามพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยเตรียมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์นี้

สำหรับกรณีนี้ดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 1-2 วันก่อน มีการเผยแพร่และแชร์คลิปเสียงกันในโลกออนไลน์ คลิปเสียงความยาวประมาณ 10 นาที เป็นเสียงสนทนาที่อ้างว่าเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษกับนักศึกษาหญิง ฝ่ายชายพูดจาหว่านล้อมขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย อีกทั้งยังต่อรองว่า หากออกมาพบคืนนี้จะเพิ่มเกรดข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษให้เป็นพิเศษ แต่นักศึกษาหญิงยังคงปฏิเสธไปอยู่หลายครั้ง ฝ่ายชายยังคงพูดเล้าโลม เชิงอนาจารอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีเสียงลักษณ์คล้ายการเล่นเซ็กซ์โฟนออกมาด้วย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก สปริงนิวส์




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 13, 2014, 05:47:44 PM
ผอ. สุดหื่น ลวงข่มขืน-อนาจาร นักเรียนหญิง 5 คน


-http://hilight.kapook.com/view/107968-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/rungtip/1a/260_26_1410504445.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพปนะกอบจาก รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

            ผอ.พะเยา ลวงข่มขืน-อนาจาร นักเรียนหญิง 5 คน  ทำทีให้ไปช่วยยกของก่อนลูบคลำของสงวน เจ้าตัวยอมรับผิด ขอชดใช้ตามเรียกร้อง แต่ผู้ปกครองไม่สน ลั่นจะตามแฉทุกที่ที่ไป ขณะ สพป. พะเยา สั่งย้ายทันที

            วานนี้ (12 กันยายน 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนหญิง อายุ 8-11 ปี จำนวน 5 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ที่ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยระบุว่า เด็กนักเรียนหญิงทั้งหมดถูกนายสุพัฒน์ ไชยวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.เชียงคำ จ.พะเยา กระทำอนาจาร โดยหนึ่งในนั้น คือเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี ถูกกระทำชำเรา

            ทั้งนี้ เด็กหญิงคนหนึ่ง หนึ่งในเหยื่อที่ถูกลวนลาม กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาตนถูกนายสุพัฒน์เรียกให้ช่วยถือของไปส่งที่ห้องทำงาน และเมื่อวางของเสร็จนายสุพัฒน์ก็เข้ามากอดจากด้านหลัง และใช้มือจับหน้าอกและจับของสงวนเล่น ตนก็วิ่งหนีและไปเล่าให้ครูฟัง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าฟ้องครูไปแล้ว แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่าถูกนายสุพัฒน์ทำแบบนั้นเหมือนกัน จนมีเพื่อนคนหนึ่ง ถูกผู้นายสุพัฒน์ข่มขืน จึงเล่าให้พ่อแม่ฟัง และจึงเข้าแจ้งความดังกล่าว

            ขณะที่ นางแก้ว (นามสมมติ) แม่ของเหยื่อ เล่าว่า ตนรู้สึกตกใจและเสียใจมาก เมื่อรู้ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนที่ตนนับถือ ยกมือไหว้ทุกครั้งที่พบจะมีจิตใจต่ำทรามเช่นนี้ ทำได้แม้กระทั่งเด็กประถม โดยตอนนี้ผู้ปกครองทุกคนไม่มีใครยอมความและจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด แล้วหาก ผอ.คนนี้ย้ายไปที่ไหนก็จะตามไปแฉพฤติกรรมที่นั่นให้หมด
 
            ส่วนทางด้าน ผอ.สุพัฒน์ กล่าวว่า ตนขอยอมรับผดทั้งหมดและยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ปกครองเรียกร้อง ตอนนี้รู้สึกสับสนมากไม่รู้จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพียงแค่อยากขอความเห็นใจจากส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะถูกสั่งย้ายไปที่โรงเรียนอีกแห่ง แต่ก็เชื่อว่าจะต้องโดนกระแสต่อต้านอย่างแน่นอน

            ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ศศิภัทรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา 2 (สพป.พะเยา) รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พะเยา 2  กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เราได้ทราบเรื่องจากตำรวจและได้สั่งย้าย ผอ. คนดังกล่าวให้ออกจากพื้นที่ทันที เพราะเราจะไม่ปกป้องครูที่กระทำความผิดต่อเด็ก โดยเฉพาะกรณีคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/education/20140912/604393/%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84!%E0%B8%9C%E0%B8%AD.%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%995%E0%B8%84%E0%B8%99.html-




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 20, 2014, 07:05:58 AM
สาวใหญ่วัย 54 เข้าแจ้งความ! หลังถูกเด็กจี้บังคับข่มขืน



-http://news.sanook.com/1670261/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-54-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99/-




นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(16 ก.ย.) ร.ต.ท.สุกรี พรหมมาศ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรลานสกา ได้รับแจ้งความจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 54 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ว่า ถูกคนร้ายซึ่งเข้าไปแอบอยู่ในห้องน้ำที่บ้าน ใช้เหล็กแหลมจี้บังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ โดยคนร้ายเป็นเด็กในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมติดยา ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุคนร้ายได้มาขอเงินตนเอง แต่ตนเองไม่ให้จึงอาจจะเป็นเหตุให้คนร้ายโกรธแค้นจึงได้วางแผนก่อเหตุ

พ.ต.อ.วีระชาติ คูหามุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลานสกา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังไปจับกุมคนร้ายทันที แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอยู่บ้านญาติที่ อ.ทุ่งสง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อไปทางญาติพี่น้อง ให้นำผู้ต้องหามามอบตัว โดยในวันนี้ (18 ก.ย.) ทางพ่อแม่ผู้ต้องหาได้นำมามอบตัว และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ข่มขืนจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของผู้ต้องหาจะติดยาเสพติดหรือไม่ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์ก่อน



หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กันยายน 30, 2014, 09:51:09 PM
สมควรตายสถานเดียว

อยู่ไปก็เป็นเสนียดของสังคม และ หนักแผ่นดิน

บัดซบมาก

ที่สำคัญไม่แพ้กัน

การรถไฟแห่งประเทศไทย  ต้องทำอย่างไร  กับเรื่องนี้

ถ้าผู้หญิงที่ถูกกระทำย่ำยี เป็นแม่ เป็นพี่สาว เป็นน้องสาว เป็นญาติที่เป็นผู้หญิง ของเจ้าหน้าที่การรถไฟที่มีตำแหน่งสูงๆ 
จะทำแบบเดียวกันกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ โดยไม่สนใจว่า เกิดเหตุอัปยศแบบนี้

-------------------------------------------------





สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

-http://hilight.kapook.com/view/108852-
 

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/14087127741408712975l_1.jpg)

          คดีน้องแก้ม ล่าสุด ศาลพิพากษาประหารชีวิต เกม วันชัย แสงขาว ฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 บนรถไฟ ชี้สารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่ได้สำนึกผิด

          วันที่ 30 กันยายน 2557 ศาลจังหวัดหัวหิน นัดอ่านคำพิพากษาคดีสะเทือนขวัญ กรณีที่ นายวันชัย แสงขาว หรือ เกม อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บุกข่มขืนน้องแก้ม ด.ญ. วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี ขณะกำลังนอนหลับบนรถไฟตู้นอน ขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ (ขาขึ้น) ก่อนจับร่างโยนทิ้งหน้าต่างทั้งที่เหยื่อยังมีลมหายใจ จนตกลงไปกระแทกพื้นเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

          ทั้งนี้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต นายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 เนื่องจากมีความผิดตามฟ้อง และเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม สมควรลงโทษสถานหนัก มีความผิดหลายกระทงดังนี้

          - ฐานฆ่าผู้อื่น ให้ลงโทษประหารชีวิต
          - ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ลงโทษจำคุก 9 ปี
          - ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี
          - ฐานซ่อนเร้นศพ ให้จำคุก 1 ปี ฐานเสพยาบ้า ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน

          เมื่อรวมความผิดแล้ว ให้ลงโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนที่นายวันชัย อ้างว่า รับสารภาพเพราะสำนึกผิดนั้น ศาลเห็นว่า นายวันชัย จำนนต่อหลักฐาน ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ซึ่งเจ้าตัวหลังได้ฟังคำพิพากษาแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวกลับเรือนจำ

          ส่วนจำเลยที่ 2 นายณัฐกร ชำนาญ หรือ หนึ่ง อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดบนรถไฟขบวนเดียวกัน มีความผิดฐานให้การสนับสนุน จำคุก 6 ปี สารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี


ไอเอ็นเอ็น
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 05, 2014, 08:31:13 AM
ตำรวจภาค 2 ตามลากคอหนุ่มหื่นที่ลวงนักท่องเที่ยวสาวชาวเดนมาร์ก วัย 23 ปี ไปข่มขืนกลางไร่มันสำปะหลัง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ได้ถึงบ้านพักใน จ.จันทบุรี แต่ยังคงปากแข็งปฏิเสธ อ้างวันเกิดเหตุอยู่กับลูกเมีย ส่วนตำรวจยันมีหลักฐานมัดแน่น แถมผู้เสียหายยังชี้ตัวยืนยันได้

วันเสาร์ 4 ตุลาคม 2557 เวลา 00:24 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/271395/%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5
%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B9%88
%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80
%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81-

จากกรณีคนร้ายในคราบของพลเมืองดี อาสาพานักท่องเที่ยวสาวชาวเดนมาร์ก วัย 23 ปี นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.จะไปส่งยังที่พัก แต่กลับพาตัวไปข่มขืนภายในมันสำปะหลัง
พื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2
นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายบรรเลง ฮวดเจริญ หรืออาร์ต อายุ 29 ปี ได้ที่บ้านพักเลขที่ 66/4 หมู่ 11 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี
หลังจากมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวเดนมาร์ก โดย นายบรรเลง ยังคงให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณที่เกิดขึ้น
และอ้างว่าในช่วงวันเกิดเหตุได้อยู่กับภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกที่ จ.จันทบุรี ขณะที่ พล.ต.ท.ธเนตร์ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีเข้าหารือ ก่อนเปิดเผยว่า
จากหลักฐานหลายอย่างที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ รวมทั้งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันชัดว่า นายบรรเลงคือผู้ต้องหา ประกอบกับผู้เสียหายสามารถจำใบหน้าผู้คนร้าย
และสามารถชี้ยืนยันได้ ส่วนที่ นายบรรเลง จะให้การปฏิเสธนั้น ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลต่อไป
ขณะที่ญาติของผู้เสียหายได้ติดต่อขอมอบสินน้ำใจ จำนวน 100,000 บาท ให้ชุดจับกุม  ตามที่เคยได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับไว้ก่อนหน้านี้
แต่ทาง ผบช.ภ.2 ปฏิเสธไม่รับ โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องจับกุมคนร้าย.


-------------------------------------------------------------------



รวบผู้ต้องหาข่มขืนสาวเดนมาร์กวัย 23 ในไร่มัน - ผู้เสียหายจำได้ยืนยันชัด แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ

-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE1qTTVOVEExT1E9PQ==&subcatid=-


(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2014/10/14123950591412395078l.jpg&width=260&height=260)


จากกรณีคนร้ายล่อลวงนักท่องเที่ยวสาวชาวเดนมาร์กวัย 23 ปี ไปข่มขืนกระทำชำเราภายในมันสำปะหลังในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
และผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2557 ก่อนเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลพัทยาเพื่อติดตามตัว
โดยทางญาติของผู้เสียหายได้ตั้งรางวัลนำจับคนร้ายจำนวน 50,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 3 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายบรรเลง หรืออาร์ต อายุ 29 ปี มาทำการสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม
ภายหลังจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ทั้งเส้นผม เสื้อ และภาพวงจรปิด ทำให้ทราบว่าคนร้ายคือ นายบรรเลง เป็นผู้ก่อเหตุ และทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัว
ได้ที่บ้านพักในต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี จ.จันทบุรี นายบรรเลง ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณที่เกิดขึ้น
เพราะในช่วงวันเกิดเหตุได้อยู่กับภรรยาที่จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากลูกเพิ่งคลอด จึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และพร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาลตามกระบวนการของกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย กองบังคับการสืบสวน ภ.2 กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี
สภ.เมืองพัทยา สภ.บางละมุง สภ.ห้วยใหญ่ สภ.หนองปรือ สภ.นาจอมเทียน และตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาเข้าร่วม ก่อนเปิดเผยว่า
ในชั้นสอบสวนจากหลักฐานหลายอย่างที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดว่านายบรรเลงคือผู้ต้องหา
ประกอบกับผู้เสียหายสามารถจำหน้าผู้ก่อเหตุและยืนยันว่าใช่

ส่วนที่นายบรรเลงจะอ้างเหตุผลในการปฏิเสธนั้นก็เป็นเรื่องของกระบวนการต่อสู้ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลต่อไป
ทั้งนี้ ตามที่ญาติของผู้เสียหายได้ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 50,000 บาท
หลังจากทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ได้ติดต่อขอมอบสินน้ำใจจำนวน 100,000 บาทเพื่อเป็นกำลังให้ชุดจับกุม
แต่ทาง ผบช.ภ.2 ปฏิเสธไม่รับ พร้อมบอกว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องทำอยู่แล้ว
ข่าวรายงานด้วยว่า นายบรรเลง ผู้ต้องหาที่ทางเจ้าน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้นั้น เคยติดคุกในข้อหาพยายามฆ่าเมื่อปี 2548 ระวางโทษจำคุก 6 ปี 9 เดือน
และได้พ้นโทษออกมา





.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 05, 2014, 07:07:35 AM
.


เสียดายเงินภาษีอากร ที่ต้องนำไปเลี้ยงมัน



-----------------------------------------------------------------------------------


จำเลยคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ.บนรถไฟ ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2

-http://news.sanook.com/1710521/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%94.%E0%B8%8D.%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-2/-


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

4 พ.ย. - จำเลยคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ. 13 ปีบนขบวนรถไฟสายใต้ ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งที่ 2 อีก 30 วัน ศาลหัวหินขีดเส้นยื่นอุทธรณ์ภายใน 26 ธ.ค.นี้ ด้านทนายแม่ผู้เสียหายยอมรับไม่ติดใจ

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนร่างเหยื่อทิ้งป่าละเมาะข้างทางรถไฟในพื้นที่ ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังศาลจังหวัดหัวหินมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.57 ที่ผ่านมา ให้ประหารชีวิต นายวันชัย หรือ เกมส์ แสงขาว จำเลยที่ 1 พนักงานปูเตียงบนรถไฟ และลงโทษจำคุก 4 ปี นายณัฐกรณ์ หรือ หนึ่ง ชำนาญ จำเลยที่ 2 พนักงานทำความสะอาดตู้รถไฟขบวนเดียวกัน ที่มีส่วนรู้เห็นสนับสนุนการกระทำผิด

ล่าสุด จำเลยทั้ง 2 คน ให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลขอขยายเวลาอุทธรณ์คดีออกไปอีก 30 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยการขอขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2 นี้ ศาลจังหวัดหัวหินพิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ตามคำร้องขอ แต่กำหนดให้จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 26 ธ.ค.นี้

ด้าน นายวันชัย บุนนาค ทนายความของมารดา ด.ญ.ผู้เสียหาย กล่าวว่า ในฐานะทนายโจทก์ร่วมในคดีนี้ ไม่ติดใจเรื่องการขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ของจำเลยทั้งสอง เพราะคดีนี้มีโทษสูง พยานเอกสารมีจำนวนมาก พยานบุคคลในคดีมีหลายปาก การจัดทำคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต้องจัดส่งให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ตรวจ ทำให้จำเลยอาจขอถ่ายเอกสารต่างๆ ได้ล่าช่าไปบ้าง เชื่อว่าศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมเป็นธรรม เพื่อให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีได้อย่างเป็นธรรม - สำนักข่าวไทย

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/342/1710521/news10-1.jpg)

.

หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 05, 2014, 07:18:41 AM
รปภ. บุกปล้ำนักศึกษาสาวในหอพัก ทำทีเคาะห้องเอาข้าวมาส่ง

-http://hilight.kapook.com/view/112368-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime2/14176240741417624106l.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด
 
            รวบ รปภ. หื่น แอบฟังเลขห้องนักศึกษาสาวขณะสั่งอาหารใกล้อพาร์ทเม้นท์ ก่อนทำทีเคาะห้องเอาข้าวมาส่ง เมื่อสาวเปิดประตูอ้างเป็นทหาร บุกปลุกปล้ำ ถ่ายคลิปแบล็กเมล์

            เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายชิษณุพงศ์ สอ้อนกลาง อายุ 32 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากที่เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ไปที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านซอยเพชรเกษม 20 เพื่อไปหาแฟนสาว ซึ่งขณะนั้นผู้ต้องหาได้เจอกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) กำลังเดินไปร้านอาหารตามสั่งใกล้กับอพาร์ทเม้นท์ จึงเกิดความชอบพอ เลยเดินตามไปและเห็นว่า น.ส.เอ เข้าไปสั่งข้าวและบอกหมายเลขห้องกับทางร้านข้าว ผู้ต้องหาจึงรู้หมายเลขห้องของ น.ส.เอ

            จากนั้นผู้ต้องหาก็ทำทีเดินไปสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งดังกล่าว แล้วขึ้นไปที่ห้องของ น.ส.เอ พร้อมเคาะเรียกและบอกว่า “มีข้าวมาส่ง” เมื่อ น.ส.เอ เปิดประตูออกมาผู้ต้องหาก็เข้าไปแล้วอ้างว่าเป็นทหารขอให้อยู่เฉย ๆ จากนั้นผู้ต้องหาได้จับ น.ส.เอ ใส่กุญแจมือไพล่หลังก่อนลงมือข่มขืน ระหว่างนั้นก็ได้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดเสื้อผ้าของ น.ส.เอ และหลังจากข่มขืนเสร็จผู้ต้องหายังได้นั่งกินข้าวกล่องที่สั่งมาภายในห้องของ น.ส.เอ อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังได้ถ่ายคลิปไว้เพื่อที่จะเอาไปลงยูทูบ จากนั้นก็ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของ น.ส.เอ ไป และพา น.ส.เอ ลงมาข้างล่าง อ้างว่าจะพาไปปลดกุญแจมือ ซึ่งขณะที่กำลังลงไปข้างล่างนั้น น.ส.เอ ก็ได้วิ่งหลบหนีไปได้

            หลังจากเกิดเหตุ น.ส.เอ ได้เข้าไปแจ้งความ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกแกะรอยจนพบกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพของผู้ต้องหาไว้ได้ ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มีอาชีพเป็น รปภ. อยู่ในหมู่บ้านพุทธตาล ซ.เพชรเกษม 81 จึงติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

            จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และอ้างว่าเพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งวันเกิดเหตุมารอแฟนแต่ไม่เจอ กระทั่งมาพบ น.ส.เอ และตามไปข่มขืนดังกล่าว

            อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก และถ้ามีผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกผู้ต้องหากระทำการเช่นนี้ ขอให้มาแจ้งความและดูตัวได้ที่ สน.ภาษีเจริญ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE56WXlOREEzTkE9PQ==&subcatid=-


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 13, 2014, 08:39:39 AM
ช่วยด้วย! ฉันถูกคุกคามทางเพศ

-http://women.sanook.com/12895/-


การถูกคุกคามทางเพศ เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงสาว ชายหนุ่ม หรือเพศใดก็ตาม และหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในที่ทำงานซึ่งคุณต้องไปเป็นประจำทุกวัน ความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็จะยิ่งทวีค่าความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการปัญหาดังกล่าว Secret ปักษ์นี้ จึงขอเสนอวิธีแก้ไข สำหรับผู้ที่เป็น "เหยื่อ" ของการถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ในแบบที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริง



ลองถามใจคุณเองว่า คุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้บ้างหรือเปล่า

- คุณมักถูกลวนลามทางสายตา ทั้งที่แต่งตัวสุภาพมิดชิดแล้ว
- มักจะมีอีเมลที่เขียนข้อความอีโรติกส่งมาหาคุณเสมอ
- เมื่อสนทนากัน เขามักไม่ค่อยสบสายตา แต่กลับมองมาที่หน้าอกหน้าใจ หรืออวัยวะต้องห้ามส่วนอื่นของคุณแทน
- คุณเคยถูกแตะต้องของสงวนบ่อยครั้ง โดยที่อีกฝ่ายบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ
- ใครบางคนมักพูดจาล่อแหลมกับคุณ ทั้งต่อหน้าและลับหลังบุคคลอื่น
- คุณเคยถูกเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานชวนให้ไปสถานที่ลับตาคน แบบสองต่อสอง
- คุณเคยได้ฟังจากเพื่อนร่วมงานว่า มีบางคนพูดถึงคุณไปในทางอนาจารลับหลังเสมอ
- หัวหน้างานของคุณ มักใช้อำนาจข่มขู่ทางเพศ ซึ่งทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจเสมอ
- หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานของคุณคุกคามทางเพศ แล้วขู่บังคับไม่ให้คุณบอกใคร
- คุณเคยถูกเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานขู่บังคับให้สมยอมในเรื่องเพศ
- คุณเคยได้รับคำพูด กิริยา รังเกียจ เหยียดหยาม หรือกีดกัน ในความเป็นเพศที่สามของคุณ
- คุณเคยถูกบังคับให้ฟังเรื่องเพ้อฝันเกี่ยวกับเรื่องเพศ
- มีบางคนนำสัดส่วนของคุณมาล้อเลียน หรือติชม โดยไม่สมควร
- คุณเคยถูกเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายพยายามจะข่มขืนกระทำชำเรา

หากตรงกับใจของคุณตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป นั่นหมายความว่า คุณกำลังเข้าข่ายเป็น "เหยื่อ" ของการคุกคามทางเพศในที่ทำงานแล้วล่ะคะ

เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว Secret จึงได้เชิญ แพทย์หญิงเบญจพร ปัญญายง ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำกรมสุขภาพจิต มาให้ความกระจ่างเรื่องการแก้ปัญหา เมื่อถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน เพื่อให้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

Step 1 พูดตรงๆ คุณควรรวบรวมความกล้าทั้งหมด แล้วเดินเข้าไปพูดตรงๆ กับผู้ที่คุกคามคุณ โดยบอกให้ทราบว่าคุณรู้สึกไม่พอใจ รวมทั้งบอกให้เขาหยุดการกระทำเหล่านั้นได้แล้ว โดยอาจใช้คำพูดว่า "ฉันไม่ชอบ คุณจะมาทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้" หรืออาจบอกว่า "อย่า" "ไม่" โดยพูดออกมาทันทีที่คุณกำลังถูกคุกคามอยู่ และจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากคุณพูดในที่สาธารณะให้ผู้อื่นได้ยินด้วย

Step 2 หลบ หลีก เลี่ยง คุณควรเดินหนี ออกห่าง หรือเลี่ยงการปะทะทุกวิถีทาง อาทิ หากคนนั้นพยายามเดินตามคุณออกมา คุณก็ควรวิ่งไปในที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงที่เขาจะเข้ามาคุกคามคุณ หรือในกรณีที่คุณถูกคุกคามทางโทรศัพท์เป็นประจำ คุณอาจให้เพื่อนร่วมงานช่วยรับสายแทน เพื่อลดทอนอันตรายที่อาจเกิดโดยตรงกับคุณได้

Step 3 เพียงกระซิบบอก การเล่าให้ใครสักคนฟังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คุณควรระบายความรู้สึกให้เพื่อนสนิทฟัง หรือเล่าให้เพื่อนร่วมงานที่คุณไว้วางใจฟัง โดยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตามลำดับ พร้อมทั้งอธิบายความรู้สึกอึดอัดภายในใจของคุณด้วย เพราะเพื่อนอาจจะช่วยหาแนวทางแก้ไขให้คุณได้ และเพื่อนจะได้ช่วยดูแลป้องกันคุณหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

อย่างไรก็ดี หากคุณไม่มีเพื่อนที่ไว้วางใจได้ คุณก็ควรเข้าไปขอรับคำปรึกษาอย่างจริงจังกับหัวหน้างานของคุณ หรืออาจเข้าไปขอรับคำปรึกษาจากองค์กรสตรีต่างๆ เพื่อหาทางจัดการกับปัญหานี้

Step 4 ดูแลรักษาจิตใจตัวเอง คุณควรหาโอกาสรักษาสภาพจิตใจให้ตัวเอง โดยการหากิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจของคุณ อาทิ จัดกิจกรรมสันทนาการให้เด็กด้อยโอกาส ดูภาพยนตร์ เดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือกิจกรรมอื่นๆที่คุณชื่นชอบ เพื่อคุณจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน หรือคิดซ้ำซ้อน รวมทั้งไม่คิดโทษตัวเองว่า ต้นเหตุอาจจะเกิดจากตัวคุณด้วย เพราะแท้จริงแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากคนกิเลสหนาบางจำพวกเท่านั้น

Step 5 ร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดี การถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ทำให้จิตใจของคุณเศร้าหมอง และทุกข์ทรมาน คุณจะรู้สึกสูญเสียคุณค่าในตัวเอง ซึ่งจะส่งผลกระทบสืบเนื่องไปถึงงานที่ทำ ฐานะทางเศรษฐกิจ รวมถึงความสัมพันธ์ภายในที่ทำงานอีกด้วย คุณควรแจ้งให้ผู้บริหารขององค์กรทราบ เพื่อลงโทษตามความเหมาะสม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น คุณก็สามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีได้เช่นกัน


Tips for Safety First

- ตั้งสติ และไม่ประมาทในทุกสถานการณ์
- พกเศษเหรียญ หรือเงิน เพื่อโทรศัพท์หรือเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ติดตัวไว้เสมอ
- พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่อโคจร หรือแหล่งมั่วสุม
- บอกให้คนที่คุณไว้วางใจทราบ เมื่อคุณต้องอยู่ตามลำพังกับคนที่ไม่คุ้นเคย

Hot Line

- ฮอตไลน์คลายเครียดของกรมสุขภาพจิต โทรศัพท์ 1667
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0-2246-8006
- ศูนย์บริการข้อมูลและฝึกอบรมแรงงาน โทรศัพท์ 0-2972-7035, 0-2972-6385
- มูลนิธิเพื่อนหญิง โทรศัพท์ 0-2513-2780, 0-2513-1001

เนื้อหาโดย นิตยสาร Secret
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 13, 2014, 10:15:37 AM
แชร์ว่อน กระทู้เตือนภัย สาวถูกลวนลามบนรถไฟฟ้า BTS

-http://hilight.kapook.com/view/112747-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

            ชาวเน็ตแห่แชร์ กระทู้เตือนภัย สาวไทยถูกชายชาวต่างชาติลวนลามบนรถไฟฟ้า BTS โดยการนำอวัยวะเพศถูบั้นท้าย ก่อนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

            เรื่องราวล่าสุดที่เราจะนำมาเตือนภัยกันในวันนี้ (13 ธันวาคม 2557) เป็นเรื่องที่หญิงสาวหลายคนอาจเคยประสบพบเจอกับการถูกลวนลามบนสถานที่สาธารณะ แต่ไม่กล้าที่จะแจ้งความหรือร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ วันนี้เราก็ขอนำเรื่องราวของ คุณนางพญาแห่งนิทรานคร สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่โดนชายชาวต่างชาติวัย 40 ปี นำอวัยวะเพศมาถูบั้นท้ายบนรถไฟฟ้าบีทีเอส ก่อนจะพบว่ามีหญิงสาวอีก 2 คน ที่โดนเช่นเดียวกัน มาให้ได้ทราบถึงวิธีการรับมือหากถูกลวนลาม

            "เมื่อฉันถูกลวนลามบนรถไฟฟ้าบีทีเอส"

            เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11/12/57 เวลา 19.00 น. ขณะที่เดินทางจากเพลินจิตไปบางหว้า ต้องมีการเปลี่ยนสายที่สถานีสยาม ตลอดการเดินทางปกติทุกอย่าง ไม่มีคนเดินตาม ไม่มีสัญญาณใด ๆ จนกระทั่งช่วงที่อยู่บนตัวรถเมื่อขึ้นจากสถานีสยาม ช่วงที่ยืนคือ ช่วงหัวขบวน โดยยืนติดประตูด้านใน ยืนหันหน้าเข้าประตู ตลอดเส้นทางจากสยามไปสู่สถานีต่าง ๆ ดูปกติดี จนกระทั่งช่วงใกล้ถึงสถานีตากสิน รู้สึกด้านหลังเหมือนมีของแข็งมาโดน

            ครั้งแรกเข้าใจเอาเองว่าคนเบียด เลยพยายามขยับเดินหน้า จนโดนครั้งที่สองรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว จึงหันไปมอง พบว่าผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง พยายามเอาอวัยวะเพศตัวเองมาสีที่บั้นท้าย พอรู้ตัวว่าถูกลวนลาม เลยหันก้นไปชิดประตู แล้วหันหน้าไปเผชิญ

            เป้าผู้ชายโด่สู้ชี้หน้า เลยยิ่งมั่นใจว่า มันโรคจิต จึงมองหน้ามัน ขณะนั้นยอมรับว่ากลัวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่รู้ว่าต้องถ่ายหน้ามันไว้ ขณะเดียวกันมันพยายามเอากระเป๋ากดทับไปที่เป้าตัวเอง เพื่อให้เป้าสงบไม่ชี้หน้า ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนด้านหน้าได้หันมาเตือนว่า

            ผู้หญิง 1 : น้องคะ ระวังนะ มันเล่นน้องผู้หญิงอีกคนไปแล้วเมื่อกี้ แล้วนี่มันก็หันมาทางน้อง

            เรา : ใครโดนคะ

            ผู้หญิง 1 : พูดพร้อมชี้ไปทางน้องผู้หญิง 2

            เรา : น้องโดนเหรอคะ

            ผู้หญิง 2 : ค่ะพี่ มันมาสีตะกี้ แล้วหนูตกใจเลยหันหน้ามาดูมัน หันหลังติดกำแพงแล้วมันก็ไปทางพี่ ก่อนหน้ามีผู้หญิงคนหนึ่งโดนไปแล้วด้วย เค้าหลบไปยืนที่ประตูอีกฝั่งค่ะ

            ทุกคำพูดพูดเป็นภาษาไทย ขณะที่มันก็ดูลุกลี้ลุกลนมองมือถือ มองรถไฟเมื่อไรจะถึง สุดท้ายตัดสินใจว่า ทันทีที่ประตูเปิดจะแหกปากร้อง เพราะถ้าร้องตอนนี้สถานที่มันแคบไม่รู้มันจะพุ่งมาทำร้ายหรือเปล่า

            ทันทีที่ประตูเปิด ก็แหกปากร้องลั่นรถว่า "ช่วยด้วย ๆ ๆ ๆ ช่วยด้วยค่ะ จับมันที ชั้นถูกลวนลาม" ...."ยาม ๆ ยามอยู่ไหน มาเอาตัวมันที ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย" ผลคือคนแตกฮือ ออกไปยืนล้อมหน้าประตู กันมันไว้ ผู้หญิงที่ถูกลวนลามคนแรกคือหญิงจีน เธอแสดงตัวว่าเธอโดนมันกระทำคนแรก แล้วเธอก็หลบไปไม่คิดว่า คนอื่นจะโดนต่อจากเธออีก สุดท้ายผู้หญิงสามคนรวมทั้งเรายืนชี้หน้าด่ามัน มันพยายามแทรกตัวหลบออกจากขบวนรถผู้ชายคนนึงพุ่งมาขวางไว้ พร้อมจะลุยให้ถ้ามันสู้แล้วหันมาถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น เราเล่าเรื่องทั้งหมดแล้วเจ้าหน้าที่ก็มาเอาตัวมันไป

            ขณะที่เดินออกจากตัวรถ ยามมารับตัวไปงง ๆ แล้วปล่อยมันเดินลอยชายไม่ประกบ เราเลยตัดสินใจเดินออกจากตัวรถ แล้วตะโกนบอกยามว่า จับมันไว้เราต้องการแจ้งความมันลวนลามเรา พร้อมหันไปถามน้องผู้หญิง 2 ว่าไปเป็นพยานได้ไหม คนฟ้องคือเราเอง คนจีนหายไปแล้ว

            เจ้าหน้าที่บีทีเอสดีมาก มาสอบถามถ่ายรูปขอรายละเอียด พร้อมแจ้งตำรวจให้ น้องผู้หญิงสอง มาแสดงหลักฐานให้ดูคือรูปถ่ายตอนที่เราถูกลวนลาม น้องเค้าถ่ายไว้ทั้งหมด ซึ่งเห็นว่ามันประกบหลังเราจริง

            เมื่อถึงสถานี พบว่าเป็นชาวเยเมน อายุ 40 ปี ไม่ได้ถือ passport ตัวจริง วีซ่าหมดอายุตั้งแต่ ตุลาคม 2014 สุดท้ายมันติดต่อเอเจนท์ที่เป็นคนถือ passport มันไว้ อ้างว่าถือเพื่อต่ออายุอยู่ ทางเอเจนท์สอบถามรายละเอียดพร้อมอ้างว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ดูแลมัน แค่ถือ passport ไว้เฉย ๆ แต่ยังไงต้องแจ้งบอสที่อยู่ต่างประเทศ ว่ามันมีเรื่องขึ้น

            ตำรวจสอบถามว่ามันมาทำอะไรในไทย พักที่ไหน ตอบไม่ได้สักอย่างอ้ำอึ้ง จุดหมายปลายทางจะไปไหนก็งงตลอดเวลา มันพยายามหันมายกมือไหว้ขอโทษ พร้อมบอกว่า ตบหน้ามันแทนได้มั๊ยแล้วจบกัน มันพยายามอ้อนวอนเรา พร้อมบอกตำรวจว่า Give her a money. Give her a money. สุดท้ายตอนนี้อยู่ในห้องขัง รอเอเจนท์มันมาเคลียร์

            1. มันค่อนข้างย่ามใจอย่างหนัก เพราะมีผู้หญิงสามคนถูกกระทำแบบเดียวกันในเวลาเดียวกัน รถขบวนเดียวกัน

            2. มันคิดว่าผู้หญิงที่ถูกกระทำจะไม่กล้าโวยวาย แล้วบางคนแค่ตบหน้าแล้วจบกัน

            3. มันคิดว่าเงินสามารถจบได้ทุกอย่างในเมืองไทย

            4. เท่าที่ประสบด้วยตัวเอง พบว่าผู้หญิงหลายคนไม่กล้าที่จะเอ่ยปากเวลาถูกกระทำ แล้วไม่กล้าที่จะช่วยเหลือคนข้างเคียงเมื่อเห็นว่าถูกกระทำ ทุกคนพร้อมใจกันมองหน้าเงียบ ๆ เหมือนคนก้มหน้ารับกรรม หรือคิดว่าช่างมันเถอะเดี๋ยวก็ลงแล้ว

            5. ถามว่าอายมั๊ย ตอบได้ว่าไม่อายเพราะเป็นคนถูกกระทำ มันสิต้องอาย

            จากสิ่งที่เราพบเจอ เราเลยอยากเขียนมาเพื่อเล่าเรื่องของเราให้คนทั่วไปได้รู้ได้เป็นอุทาหรณ์ได้เป็นแนวทาง ถ้าเรื่องของเราสามารถช่วยคนอื่นให้คิดให้ระวังตัวได้เราก็ยินดี

            เราแจ้งความแล้วมีหลักฐานครบ ภาพถ่าย passport ที่เหลือรอตำรวจติดต่อกลับว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แล้วขอบคุณเจ้าหน้าที่บีทีเอสทุกท่านที่ช่วยประสานงานแล้วติดตามสอบถามความเคลื่อนไหว

            ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
คุณนางพญาแห่งนิทรานคร สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม




หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 27, 2014, 07:32:04 PM
เปิดช่องทางใหม่ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านไลน์ patrolcop0191

-http://hilight.kapook.com/view/113322-



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191

             เปิดตัวโครงการ You'll never walk alone เพิ่มช่องทางให้ประชาชนแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย ผ่านไลน์ patrolcop0191 ได้ นอกเหนือจากโทร 191 ที่อาจติดต่อยาก

             เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ต่อไปนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านทางระบบ Line ได้แล้ว ที่ ID : patrolcop0191 นอกเหนือจากการโทรแจ้งสายตรง 191 ที่อาจโทรติดยาก

             โดยโครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า You'll Never Walk Alone เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใบ้บริการตำรวจ ซึ่งการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทางระบบไลน์นี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ไม่มีความผิดพลาดจากการจด

(http://www.tairomdham.net/index.php?action=dlattach;topic=10147.0;attach=3508;image)

http://hilight.kapook.com/view/113322 (http://hilight.kapook.com/view/113322)
.
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 11, 2015, 11:16:41 AM
เก็บคนพวกนี้ไว้ทำไม

จับตายให้หมด

เสียดายเงินภาษีอากร ที่ไปเลี้ยงคนชั่วระยำแบบนั้น


---------------------------------------------------------------


รวบแล้ว ฆาตกรฆ่าข่มขืนเด็ก 9 ขวบทิ้งน้ำ รับทำไปเพราะเมา

-http://hilight.kapook.com/view/113939-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/Untitled-1_305.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/Untitled-2_246.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

                ตำรวจรวบฆาตกรฆ่าข่มขืนเด็ก 9 ขวบ ทิ้งหนองน้ำได้แล้ว สารภาพทำไปเพราะเมาและเกิดอารมณ์ทางเพศ

                เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2558 สำนักข่าวไทยรายงานว่า ตำรวจนครพนมจับฆาตกรข่มขืนเด็กหญิง 9 ขวบ ทิ้งลงหนองน้ำได้แล้ว สารภาพทำไปเพราะเมา ด้านชาวบ้านรุมดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เล็งรุมประชาทัณฑ์

                โดยพล.ต.ต.ธนพล บริบูรณ์ ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุคนร้ายฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ทิ้งหนองน้ำใน อ.ปากปลา จ.นครพนม เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด ตำรวจก็ได้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว คือนายรัตพล หรือนายดำ วัย 19 ปี และเขาก็ให้การรับสารภาพแต่โดยดีว่า เป็นผู้ลงมือข่มขืนแล้วฆ่าเด็กหญิงวัย 9 ขวบ โดยเขาเองรู้จักกับเด็กอยู่แล้ว เพราะเป็นคนที่อยู่ละแวกเดียวกัน ในวันเกิดเหตุเขาได้ดื่มสุราจนมึนเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา จึงหลอกเด็กหญิงว่าจะพาไปซื้อขนม ก่อนจะก่อเหตุและนำศพไปทิ้งหนองน้ำ

                หลังจากรับสารภาพแล้ว ตำรวจก็ได้นำตัวนายดำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งทางตำรวจก็ต้องใช้กำลังกว่า 200 นายในการคุ้มกันนายดำ เพราะมีประชาชนจำนวนมากมาดูการทำแผนครั้งนี้ และเตรียมจะรุมประชาทัณฑ์ เพราะสิ่งที่นายดำทำนั้นโหดเหี้ยมเกินกว่าจะรับได้


เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ตร.นครพนมจับหนุ่ม19ฆ่าข่มขืนด.ญ.9ขวบ โยนศพทิ้งน้ำ (10ม.ค.58) (http://www.youtube.com/watch?v=_1NenJYu_dM#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=_1NenJYu_dM-

คลิปเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ตร.นครพนมจับหนุ่ม19ฆ่าข่มขืนด.ญ.9ขวบ โยนศพทิ้งน้ำ (10ม.ค.58) โพสต์โดย รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://www.tnamcot.com/2015/01/10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0
%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99
%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-9/-




---------------------------------------------------------------------------------------



ชาวบ้านรุมยำ 2 พม่า ฉุดเด็กหญิงกลางตลาด หวังข่มขืน
โพสต์เมื่อ : 11 มกราคม 2558 เวลา 09:54:35


-http://hilight.kapook.com/view/113969-

รวบ 2 หนุ่มพม่าฉุดเด็กหญิงหวังข่มขืน ชาวบ้านจับทัน (ไอเอ็นเอ็น)


               ตำรวจรวบ 2 หนุ่มพม่า พยายามฉุดเด็กหญิงกลางตลาดที่จัดงานวันเด็กย่านบางโพ หวังพาไปข่มขืน ชาวบ้านจับทัน เจอรุมกระทืบ

               วันที่ 11 มกราคม 2558 ร.ต.ต. ไมตรี ขันธจันทร์ รอง สวป.สน.บางโพ รับแจ้งเหตุมีชายชาวต่างด้าว 2 คน พยายามข่มขืนเด็กหญิงสาว แต่ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส สามารถจับตัวไว้ได้ที่ภายในซอยสีน้ำเงิน ตลาดศรีเขมา แขวงและเขตบางซื่อ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ

               ที่เกิดเหตุเป็นภายในตลาดดังกล่าว พบชาวบ้านจำนวนนับร้อยกำลังรุมล้อมประชาทัณฑ์ชายชาวต่างด้าวสองราย ทราบชื่อภายหลังว่า นายวาน วง (Van Voeng) อายุ 23 ปี ชาวพม่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้าปูดบวมและฟกช้ำตามลำตัวจนหมดสติไป ส่วนอีกรายชื่อ นายชิต เอิร์น (Chit Oeurn) อายุ 21 ปี ชาวพม่า ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและลำตัวเช่นกัน แต่ยังมีมีสติสามารถถามตอบรู้เรื่อง โดยทั้งสองอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตำรวจจึงเข้าระงับเหตุและนำตัวทั้งสองคนส่งวชิรพยาบาล โดยทั้งสองคนยังไม่สามารถให้การกับทางตำรวจได้ ตรวจสอบหนึ่งในสองคนร้ายพบเชือกฟางสีเขียวความยาวประมาณ 5 เมตร ไว้ที่กางเกงด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

               จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภายในตลาดดังกล่าวมีการจัดงานวันเด็ก 2558 มีบรรดาครอบครัวพ่อแม่ชักชวนลูกมาเที่ยวเล่นกันอยู่นั้น ต่อมาขณะที่ทางพ่อค้าแม่ค้าอยู่ระหว่างเก็บของ พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้เดินเข้าไปเที่ยวเล่นในตลาดดังกล่าว จากนั้นได้พยายามฉุดเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุประมาณ 10 ขวบ เพื่อไปข่มขืนกระทำชำเรา แต่ตัวเด็กได้ส่งเสียงร้องเรียกหาผู้เป็นแม่ให้ช่วย แม่เด็กได้ยินแล้วพบว่าลูกสาวกำลังถูกคนร้ายพยายามฉุดตัวไปจึงตะโกนให้ชาวบ้านช่วยเหลือ หลังจากนั้นชาวบ้านในละแวกนั้นได้กรูกันเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหาทั้งสองใช้เวลากว่า 30 นาที ก่อนสามารถช่วยเหลือเด็กรายดังกล่าวไว้ได้

               ด้าน ร.ต.ต. ไมตรี กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายทั้งสองพยายามจะลักพาตัวเด็กไปทำอนาจาร เนื่องจากมีการเตรียมการนำเชือกฟางมาเป็นอย่างดี แต่ทว่าโชคยังดีที่ถูกชาวบ้านจับได้ไว้ก่อนดังกล่าว หลังจากนี้ทางตำรวจจะเรียกผู้เสียหายและพยานแวดล้อมมาทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาข้อเท็จจริง รวมทั้งรอผู้ต้องหารักษาตัวจนสามารถให้ปากคำได้





.


หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 25, 2015, 09:38:52 AM
รวบแล้ว ไอ้หื่นช็อตไฟฟ้าข่มขืนสาว อึ้ง ทิ้งทวนก่อนติดคุกคดีเก่า
โพสต์เมื่อ : 24 มกราคม 2558 เวลา 08:31:35

-http://hilight.kapook.com/view/114697-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/594242-01.jpg)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

                 รวบตัวได้แล้ว ไอ้หื่นช็อตไฟฟ้านักศึกษาสาวหวังลวนลามแต่ไม่สำเร็จ ก่อนไปช็อตไฟฟ้าข่มขืนสาวอีกรายแทน สุดเหิม ก่อเหตุก่อนขึ้นศาลอุทธรณ์ตัดสินคดีเก่าเมื่อปี 2557 ตำรวจ เชื่อ การข่มขืนสาวรายล่าสุดเป็นการทิ้งทวน เพราะรู้ว่าศาลต้องตัดสินจำคุกแน่ ๆ

                 ความคืบหน้ากรณี นางสาวเอ (นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ถูกชายคนร้ายสวมหมวกกันน็อกใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ที่ร่างกาย ขณะกำลังจอดรถจักรยานยนต์ภายในหอพัก เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 20 มกราคม 2558 แต่โชคดีมีคนผ่านมาเห็นก่อน คนร้ายจึงวิ่งหนีไปนั้น

                 ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 พล.ต.ต. ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และตรวจสอบข้อมูลก็พบว่า คนร้ายคือนายศักดิ์นรินทร์ ประดิษฐ์จา อายุ 25 ปี ซึ่งเมื่อปี 2557 นายศักดิ์นรินทร์ เคยก่อเหตุพยายามข่มขืนหญิงสาววัยรุ่น และถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี แต่ได้ประกันตัวออกมาสู้คดี กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2558 ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามชั้นต้น โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมกับส่งตัวเข้าคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปประสานขอดูตัวผู้ต้องสงสัย โดยนางสาวเอได้ชี้ตัวนายศักดิ์นรินทร์เป็นผู้ก่อเหตุจริง ซึ่งนายศักดิ์นรินทร์ก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

                 พล.ต.ต. ฐากูร ยังกล่าวด้วยว่า คนร้ายรายนี้ได้ก่อเหตุติดกันถึง 2 ครั้ง ในช่วงประกันตัวออกมา โดยเมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม หลังจากพยายามลวนลามนางสาวเอ แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นในวันที่ 22 มกราคม เวลา 02.00 น. ก็ยังไปก่อเหตุข่มขืนนางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ด้วยการใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตเหยื่อเช่นกัน ซึ่งจากการสอบประวัติพบว่า คนร้ายมีพฤติกรรมเป็นโรคจิต เมื่อเห็นคนสวยจะต้องเข้าไปลวนลาม หรือล่วงละเมิดทางเพศ

                 อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนที่นายศักดิ์นรินทร์จะมาขึ้นศาลในวันที่ 22 มกราคม นายศักดิ์นรินทร์คงรู้ว่าตัวเองต้องติดคุกแน่ ๆ จึงได้ก่อเหตุข่มขืนนางสาวบีเป็นการทิ้งทวนก่อนมารับฟังคำตัดสินในคดีที่ก่อขึ้นเมื่อปี 2557 ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งอายัดตัวไว้ เพื่อสั่งฟ้องดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

รวบแล้ว ไอ้หื่นช็อตไฟฟ้าข่มขืนสาว อึ้ง ทิ้งทวนก่อนติดคุกคดีเก่า



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/296067/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88-

-http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=594242-
หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มกราคม 25, 2015, 10:10:02 AM
สนับสนุนให้จับตาย

เสียดายเงินภาษีอากร

แทนที่จะเอาไปเลี้ยงพวกนี้

นำไปพัฒนาประเทศ มีประโยชน์กว่าเยอะ




-----------------------------------------------------------------------------


ตำรวจวุ่น เร่งล่าฆาตกรต่อเนื่อง ข่มขืนหญิงชรา 9 ราย ฆ่าตาย 2

-http://hilight.kapook.com/view/114735-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/z-1_89.jpg)


ตำรวจวุ่น เร่งล่าฆาตกรต่อเนื่อง ข่มขืนหญิงชรา 9 ราย ฆ่าตาย 2
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์  @jeed_nbc

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

                    ตำรวจประชุมเครียด เร่งล่าตัวฆาตกรต่อเนื่อง ข่มขืนผู้หญิง 9 ราย ฆ่าตาย 2 ส่วนใหญ่เลือกเหยื่อเป็นหญิงชรา อยู่บ้านเพียงลำพัง อึ้ง ก่อเหตุโชกโชนย่านนครปฐม สมุทรสงคราม มาตั้งแต่ปี 2553 แต่ยังลอยนวลอยู่

                    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557 เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายบุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยปีนรั้วขึ้นไปบนห้องนอนของหญิงชราวัย 70 ปี แต่ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวมาพบก่อน จึงถูกคนร้ายข่มขืน ก่อนหลบหนีไป ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นางสาวเอ มาตรวจร่างกายและเก็บดีเอ็นเอของคนร้าย จึงพบว่า ดีเอ็นเอของผู้ก่อเหตุตรงกับคนร้ายที่เคยก่อเหตุข่มขืนหญิงชรา อายุระหว่าง 50-70 ปี มาแล้วถึง 8 ราย ในพื้นที่นครปฐม และสมุทรสงคราม เหตุเกิดเมื่อปี 2553-2557 ซึ่งในจำนวนนี้มีหญิงชรา 2 คน ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตด้วยนั้น

                    ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2558 พล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เข้าประชุมวางแนวทางสืบสวนจับกุมฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชราแล้ว โดยสั่งการให้นำกำลังไปตรวจจุดเกิดเหตุต่าง ๆ พร้อมตรวจสภาพแวดล้อม เพื่อหาเส้นทางเข้าก่อเหตุและหลบหนี

                    ขณะที่ พ.ต.อ. อัคราเดช พิมลศรี รักษาการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า คนร้ายรายนี้จะก่อเหตุกับเหยื่อที่มีอายุ 50-70 ปีขึ้นไป และอยู่บ้านเพียงลำพัง ทั้งนี้พบหลักฐานหลายอย่างในคดีนี้แล้ว มั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน

                    ทั้งนี้จากปากคำผู้เสียหายทราบว่า คนร้ายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ร่างกายบึกบึน มีกล้ามเนื้อซิกแพคบริเวณท้อง นอกจากนี้ยังทราบว่า คนร้ายเคยก่อเหตุลักษณะนี้กับหญิงชราอีก 2 ราย อายุ 70-78 ปี ในช่วงปี 2554 แต่ทั้งสองรายไม่ได้เข้าแจ้งความ

                    สำหรับการก่อเหตุของคนร้ายรายนี้นั้น

                    1.  เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2553 เวลา 23.00 น. คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 70 ปี ที่อยู่บ้านคนเดียว ท้องที่ สภ.บ้านแพ้ว จ.นครปฐม

                    2. เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา 02.00 น. คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 71 ปี ท้องที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
 
                    3. เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2555 เวลา 01.00 น. คนร้ายฆ่าข่มขืนหญิงชราอายุ 61 ปี ที่อยู่บ้านเพียงคนเดียวเสียชีวิตที่บ้านพักใน ต.บางยี่รงค์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

                    4. เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555 เวลา 03.00 น. คนร้ายบุกข่มขืนหญิงวัย 59 ปี  ท้องที่ สภ.บางคนที

                    5. เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 เวลา 03.00 น. คนร้ายข่มขืนหญิงชราอายุ 70 ปี ในบ้านกลางสวนผลไม้ ท้องที่ สภ.บางคนที

                    6. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555 เวลา 03.40 น. คนร้ายบุกข่มขืนหญิงวัย 47 ปี ท้องที่ สภ.บางคนที

                    7. เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2556 เวลา 23.00 น.คนร้ายบุกข่มขืนหญิงชราวัย 75 ปี ท้องที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม

                    8. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 เวลา 00.30 น. คนร้ายบุกข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชราวัย 78 ปี ท้องที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
 
                    9. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงวัย 39 ปี ที่อยู่กับแม่อายุ 70 ปี ท้องที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037 (http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037)
http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037 (http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037)
-http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037-


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://www.springnews.co.th/local/central/181549-

-http://morning-news.bectero.com/social-crime/24-Jan-2015/31037-









หัวข้อ: Re: เตือนใจ ให้ระมัดระวังและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันตนเองสำหรับผู้หญิง
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2015, 06:41:09 AM
น่าจะจับตาย  ไอ้พวกเดนคนที่พ่อแม่,ครอบครัว,วงษ์ตระกูล,โรงเรียนที่มันเรียน ได้อบรมสั่งสอนมาแบบนี้ ถึงได้ทำพฤติกรรมแบบนี้





------------------------------------------------------------------------------------


หนุ่มวินหื่นเดินปรี