ใต้ร่มธรรม

ประชาสัมพันธ์ => 108 โทรโข่ง => การเตือนภัยสังคมและกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2013, 06:04:29 PM

หัวข้อ: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2013, 06:04:29 PM
สำหรับกระทู้ที่ตั้งนี้  เจตนาตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสิ่งเตือนใจ  อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  ไม่ว่าจะเป็น ยาบ้า , ยาไอซ์ , เฮโรอีน , ฝิ่น , ใบกระท่อม หรือ กลุ่มที่ปรุงแต่ง เช่น 4 คูณ ร้อย เป็นต้น

หากเข้าไปหลง  เข้าไปเสพติด  ที่สุดจะเข้าไปสู่วงจรการขายยาเสพติด ซึ่งโทษทางกฎหมายที่สูงสุดก็คือการประหารชีวิต 

ไม่คุ้มค่ากันเลยกับการเสพยาเสพติด หรือ การขายยาเสพติด

สุดท้ายผู้ที่เสียใจก็เป็นครอบครัวของท่านเอง

แล้วเราจะเนรคุณกับ คุณพ่อ , คุณแม่ หรือครอบครัวเรา หรือ  ท่านลองคิดดู

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2013, 06:06:38 PM
การประหารชีวิต
-http://www.tairomdham.net/index.php/topic,8836.0.html-

ในกระทู้ การประหารชีวิต  จะมีตัวอย่างของผู้ที่อยู่ในวงจร "ค้า ยาเสพติด"

http://www.tairomdham.net/index.php/topic,8836.0.html (http://www.tairomdham.net/index.php/topic,8836.0.html)

.----------------------------------------------------------


กำเนิดยาบ้า
-http://www.youtube.com/watch?v=32nKididQTg-

กำเนิดยาบ้า (http://www.youtube.com/watch?v=32nKididQTg#)

กำเนิดยาบ้า (http://www.youtube.com/watch?v=32nKididQTg#)

-http://www.youtube.com/watch?v=32nKididQTg-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 08, 2013, 06:07:17 PM
ข่าว ข่มขืนแม่
-http://www.youtube.com/watch?v=j0b3z3eMYcQ-


ข่าว ข่มขืนแม่ (http://www.youtube.com/watch?v=j0b3z3eMYcQ#ws)


ข่าว ข่มขืนแม่ (http://www.youtube.com/watch?v=j0b3z3eMYcQ#ws)



.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 15, 2013, 10:36:45 AM
เซ็งชีวิต-เมียทิ้ง หนุ่มขี้คุกค้ายาบ้า รอให้ตำรวจจับ


-http://news.sanook.com/1191635/%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A/-


(http://p3.s1sf.com/ns/0/ud/238/1191635/news03-1.jpg)

(15 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายอัครพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พร้อมกับยึดของกลางเป็นยาบ้า ประมาณ 200 เม็ด หลังทำการบสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมค้ายาเสพติดอยู่ที่ย่านชุมชนคลองทับนาง

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ย่านชุมนุมคลองทับนาง มีกลุ่มวัยรุ่นมัวสุมและค้ายาเสพติดกันอย่างชุกชุม จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน โดยมีเบาะแสพบว่า มีชายแปลกหน้าอายุประมาณ 20-25 ปี แวะเวียนเข้ามาในชุมชนอย่างน่าสงสัยอยู่บ่อยๆ

เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว จนทราบว่าเป็น นายอัครพงษ์ ก่อนเกิดเหตุพบชายคนดังกล่างทำตัวน่าสงสัย นั่งอยู่ใกล้ร้านขายของชำของชุมชมในช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวตรวจค้น ก่อนจะพบยาบ้า ประมาณ 200 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้า ซุกอยู่ในเป้ากางเกง

จากการสอบสวน นายอัครพงษ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำกลางจังหวุดอยุธยา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยติดคุกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่พอออกจากคุกมาก็ไม่รู้จะทำอะไร แฟนสาวที่เคยคบกันก็หนีไปคบกับชายอื่น ตนจึงประชดชีวิต ติดต่อซื้อยาบ้ามาจาก นายกอล์ฟ ที่เคยติดคุกมาด้วยกัน และมีผู้หญิงวัยกลางคนนำยาบ้า 200 เม็ดมาส่งให้ ในราคา 17,500 บาท และขายต่อให้วัยุรุ่นคลองทับนางอีกต่อ ในราคา 19,000 บาท นำเงินไปใช้และเที่ยวเตร่ เพราะไม่มีอะไรทำ



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 07:55:57 AM
ตร.รวบแก๊ง “แอล โอรส“ พร้อมสมุน หลังโชว์คลิปพกปืน-เสพยาโชว์

(http://p4.s1sf.com/ns/0/ud/238/1191570/5.jpg)

ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เข้าจับกุมแอล โอรส พร้อมพวกนับ 10 ราย หลังโชว์คลิปพกพาอาวุธและเสพยาผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เข้าจับกุมตัวนายศราวุธ ศรีกำเนิด หรือแอล โอรส พร้อมด้วยพวกนับ 10 คน  ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณบ้าน ย่านซอยวัดหงษ์ พร้อมยึดของกลางปืนเถื่อน 1 กระบอก หลังนายศราวุธ หรือแอล โอรส ได้โชว์คลิปพกอาวุธและเสพยาผ่านทางโซเชียลมีเดีย

สำหรับแก๊งโอรสนั้น เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นย่านฝั่งธนบุรี พื้นที่บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่ และบางยี่ขัน โดยมีนายพัชชวัตร บุญมาดี หรือ ตี๋ โอรส ซึ่งเป็นหัวหน้าของแก๊ง ที่ปัจจุบันถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด และจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า สมาชิกแก๊งนี้ส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 16, 2013, 11:03:50 AM
ตร.รวบหนุ่มกู้ภัยค้ายานรก
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    15 มิถุนายน 2556 23:41 น.

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000072378-


(http://pics.manager.co.th/Images/556000007585901.JPEG)
นายวิรัชร์ หรือโล้น นุชสุข อายุ 31 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคาชุดกู้ภัย



รวบหนุ่มกู้ภัยค้ายานรก พร้อมของกลางไอซ์ 42.3 กรัม ยาบ้า 197 เม็ด สารภาพทำมาแล้ว 3 ครั้ง ระบุนำเงินไปเที่ยวเตร่
       
       วันนี้ (15 มิ.ย.) เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.บก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.ต.คมกฤช เอกโพธิ์ สว.สส.บก.น.5 พ.ต.ต.สุทธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ สว.สส.บก.น.5 ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 จับกุมตัว นายวิรัชร์ หรือโล้น นุชสุข อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287/151 ซอยรามคำแหง 21 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 42.3 กรัม ยาบ้า 1 ถุง จำนวน 197 เม็ด โทรศัพท์โนเกีย สีขาว 1 เครื่อง รถ จยย. ยามาฮ่า มีโอ สีขาวแดง ทะเบียน ษจข 222 กทม.โดยจับกุมตัว ได้ที่บริเวณริมถนน ภายในซอยสุขุมวิท 50 ก่อนถึงแยกถนนทางรถไฟสายเก่า แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม.
       
       พ.ต.ต.คมกฤช เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบขายยาเสพติดให้แก่วัยรุ่นตามย่านพระโขนง และย่านคลองเตย โดยมักจะสวมใส่ชุดเครื่องแบบของมูลนิธิแห่งหนึ่ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการวางแผนเพื่อจับกุมตัวคนร้ายโดยใช้วิธีให้สายลับติดต่อขอซื้อยาไอซ์ และนัดหมายให้มาส่งของบริเวณซอยสุขุมวิท 50 ในช่วงกลางดึกของวันที่ 14 มิ.ย. จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ไปดักซุ่มดูบริเวณที่นัดหมายส่งยา ต่อมา ไม่นานพบว่านายโล้นได้สวมชุดเครื่องแบบมูลนิธิดังกล่าวขับ จยย.เข้ามาส่งยาตามที่นัดหมาย ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวทำการตรวจค้น แต่นายโล้น ตกใจเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงพยายามหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา และพบยาเสพติดจำนวนดังกล่าวภายในตัว จึงควบคุมตัวสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.5
       
       จากการสอบสวน นายวิรัชร์ ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตน และทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยยาไอซ์รับมาจากชาวต่างชาติผิวสี ที่พักอยู่ย่านอ่อนนุช ในราคากรัมละ 1,200 บาท มาขายต่อในราคากรัมละ 1,400 บาท ส่วนยาบ้านั้นรับมาจาก นายโต๊ด ที่พักอยู่ย่านสุขุมวิท 93 รับมาในราคาถุงละ 17,000 บาท นำมาขายต่อในราคา 19,000 บาท จากนั้นเอาเงินที่ได้ไปใช้เที่ยวเตร่ และนำยาบางส่วนมาเสพเอง ทั้งนี้เหตุผลที่ต้องสวมใส่ชุดมูลนิธิเนื่องจากขณะนี้ตนอยู่ในช่วงฝึกงานของเจ้าหน้าที่ น.เขต (กู้ชีพ) ซึ่งทำมาไม่นานนี้ สามารถทำให้รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ทุกครั้งแต่กลับมาถูกจับกุมในที่สุด เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 23, 2013, 07:43:30 AM
“ตร.ท่าแพ”รวบแก๊งมั่วสุม 4คูณ 100
วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556 เวลา 19:40 น.
-http://www.dailynews.co.th/thailand/213902-



(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/213902.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/213902/0.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/213902/1.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/213902/3.jpg)

“สืบท่าแพ” เมืองสตูล ระดมกวาดล้างแก๊งมั่วสุ่ม 4 คูณ 100 ยึดของกลางเพียบ



วันนี้( 22 มิ.ย.)   พ.ต.ต. ธีระชาติ  รักษสกุล  ปฏิบัติราชการแทน สว.สส.สภ.ท่าแพ จ.สตูล  ร.ต.ต.เกียรติศักดิ์  เผือกผ่อง  ร.ต.ต. สืบศักดิ์  หลังยาหน่าย รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 72 หมู่ 10 ต.ท่าแพ จับกุม นายอาบีดีน  หมาดเต๊ะ อายุ 21 ปี นายนพดล (แม็ก) เหมซะ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางกากกระเศษพืชกระท่อมต้มแล้วอยู่ในภาชนะพลาสติกสีเหลือง ขนาดกว้าง 6นิ้ว น้ำหนักรวม 100 กรัม  นอกจากนั้นเข้าจับกุม  นายฮะริหยา  เตาวโต อายุ 21ปี นายเชษฐา  สาเก  อายุ 31 ปี นายอับดุลอาหมีด  เหมซะ อายุ 26 ปี นายสาธิต  สาเก อายุ 23ปี พร้อมของกลางยาแก้ไอ 14 ขวด  ใบพืชกระท่อม 6 มัด น้ำหนัก 400 กรัม น้ำอัดลม 1 ขวด ยางเส้น 20 เส้น น้ำใบกระท่อม 1 หม้อ รวมน้ำหนัก 1 ลิตร  กระป๋องสแตนเลส 1 ใบ ยาแก้ไอที่บรรจถุในถุงพลาสติกใส่ 3 ถุง รวม 90 มิลลิต  โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 10 ต.ท่าแพ   จึงควบคุมตัวส่ง ร.ต.ท.ปัญญาวัฒน์ หนูชูสุก  พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแพ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 29, 2013, 09:36:38 PM
ตำรวจกระนวนจับเยาวชนค้ายาบ้า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    28 มิถุนายน 2556 19:52 น.
-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078834-


(http://pics.manager.co.th/Images/556000008273101.JPEG)
พ.ต.อ.โผนชัย ครองยุทธ ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น แถลงจับเยาวชนค้ายาบ้า

(http://pics.manager.co.th/Images/556000008273102.JPEG)


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ตำรวจอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น จับเยาวชนค้ายาบ้ากว่าหมื่นเม็ด อ้างถูกจ้างให้นั่งเฝ้าได้ค่าแรงวันละเม็ดไว้เสพ ขณะที่ประวัติญาติพี่น้องโดนจับคดียาเสพติดยกครัว
       
       พ.ต.อ.โผนชัย ครองยุทธ ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น นำตัว นายไพรวัลย์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 4 บ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมยาบ้า จำนวน 11,800 เม็ด กระสุนปืน .357 จำนวน 38 นัด
       
       หลังจากสืบสวนทราบว่า นายไพรวัลย์ พร้อมพวกที่หลบหนี คือ นายคะนอง คำสิทา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 4 บ้านห้วยเชือก ต.หนองโก อ.กระนวน นายสุนิตย์ ชินทวรรณ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 3 บ้านคำไฮ ต.หนองโก อ.กระนวน และนายอธิวัฒน์ สมบูรณ์ทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 13 บ้านทรัพย์คำไฮ ต.หนองโก อ.กระนวน แก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่อำเภอกระนวน และใกล้เคียง โดยนำยาบ้ามาฝังไว้ข้างกระท่อมนา บ้านนามูล จึงเข้าทำการตรวจค้น และจับกุมจนได้ของกลางดังกล่าว
       
       สำหรับแนวทางการสอบสวนของตำรวจยังทราบอีกว่า นายคะนอง เป็นหัวหน้าแก๊งที่หลบหนี ได้จ้างให้นายไพวัลย์ เป็นผู้เฝ้ายาบ้าไว้โดยจะได้ค่าจ้างวันละ 1 เม็ด เพื่อให้เสพ และให้เงินใช้พร้อมทั้งหากจำหน่ายยาบ้า 1 คอก หรือ 10 เม็ด จะจ่ายเป็นยาบ้าเพิ่มให้เสพอีก 2 เม็ด
       
       นอกจากนี้ ครอบครัวของนายไพวัลย์ ยังต้องโทษคดียาเสพติดทั้งครอบครัว เหลือตัวคนเดียว กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ส่วนผู้หลบหนีเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวขยายผลต่อไป


-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตร.สระบุรี วิสามัญแก๊งค้ายาบ้า และโจรกรรมรถ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    28 มิถุนายน 2556 19:49 น.
-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078863-

  สระบุรี - ตำรวจสระบุรี ปิดล้อมบ้านแก๊งค้ายาบ้า และโจรกรรมรถ แต่คนร้ายไหวตัวหนีออกทางหลังบ้าน และมีการยิงเปิดทางหนี ทำให้โดนตำรวจวิสามัญไป 1 ศพ
       
       วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อช่วงประมาณ 12.00 น. พ.ต.อ. ณรงค์ แสวงจิตร ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรเขต บุรีรักษ์ ผกก.สส.จว.สระบุรี นำกำลังเข้าจับกุมแก๊งค้ายาบ้า และโจรกรรมรถ ที่บ้านเลขที่ 34/1 ม.5 ต. เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านเช่า
       
       เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบริเวณบ้าน และแจ้งให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ในบ้านออกมาด้านนอก แต่
       กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดทราบว่า มีผู้หญิง 1 คน รวมเป็น 6 คน ได้วิ่งหนีออกมาทางด้านหลังทางประตูหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำไร่ข้าวโพด
       
       ขณะเดียวกัน หนึ่งในคนร้ายได้ชักอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 นัด เพื่อเป็นการเบิกทางหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ล้อมอยู่แล้วจึงยิงตอบโต้คนร้ายเสียชีวิตไป 1 คน ทราบชื่อ นายชาญชัย วงษ์เส อายุ 25 ปี ฉายาชาร์ปเกษมราษฎร์ เดิมอยู่บ้านเลขที่ 22 ม.3 ต.ปากข้าวสาร อ.เมืองสระบุรี ในตัวผู้ตายพบยาไอซ์ 2 ถุง เงิน 240 บาท ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ทั้งหมด เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน เจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อไว้เพื่อขยายผล
       
       การตรวจบริเวณรอบบ้าน และในบ้านพักดังกล่าวยังพบกระสุนปืนขนาด .765 ม.ม. รวม 7 นัด , กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 5 นัด ปืนสั้นอัดลม 1 กระบอก ยาบ้า 2 ถุง รวมจำนวน 500 เม็ด และที่บริเวณหน้าบ้านพบจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยมาอีก 10 คัน พร้อมอุปกรณ์การทำรถ และชิ้นส่วนรถที่ถูกถอดจำนวนมาก
       
       สำหรับแก๊งค้ายา และโจรกรรมรถกลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 1 ได้ส่งชุดสืบสวนออกติดตามมานานแล้ว เมื่อสบโอกาสจึงเข้าทำการจับกุม พร้อมนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง ร.ต.ท สุทิน ศรีอ่อน พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 30, 2013, 09:17:59 AM
รวบแม่ค้ายาบ้าอดีตนศ.สถาบันดัง พร้อมของกลาง-ปืน หาเงินเลี้ยงสามี-กิ๊กหนุ่ม
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01qTTRNekEwTVE9PQ==&subcatid=-

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/06/13723830411372383195l.jpg&width=260&height=260)

(http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=online/2013/06/13723830411372383207l.jpg&width=260&height=260)

 เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่พักสายตรวจตู้ยามบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.พงศ์รพี ลอยสายออ สวป.สภ.ศรีราชาพร้อมด้วยร.ต.ต.ชัยณรงค์  จิตต์สุนทร รองสว.จร.ทำหน้าที่หัวหน้าชุดจับกุม แถลงผลการจับกุมแม่ค้ายาบ้า โดยการล่อซื้อของสายข่าวยาเสพติด ก่อนการจับกุมนั้นได้รับแจ้งจากสายข่าวยาเสพติดว่ามีแม่ค้ายาบ้าจำหน่ายยาบ้าให้แก่ผู้ใช้แรงงาน และนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ โดยพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 6 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จึงได้ให้สายข่าวติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 3 เม็ด ในราคา 600 บาท โดยใช้ธนบัตรใบละ 100 บาท ถ่ายเอกสารไว้ก่อนนำไปล่อซื้อ ซึ่งนัดหมายกันที่ห้องเช่าดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำกำลังตำรวจสายตรวจตู้ยามบางพระและตำรวจอาสา เดินทางไปที่ห้องดังกล่าว เมื่อสายลับเดินไปห้องแล้วส่งเงินให้กับแม่ค้ายาบ้าแล้วรับยาบ้ามา 3 เม็ด ทางตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมและแสดงเอกสารธนบัตรที่ถ่ายไว้ตรวจค้นในกระเป๋าถือสีเหลืองที่นางสาวกรรญจนพรรษชาญชัยศรี อายุ 23 ปี แม่ค้ายาบ้าถืออยู่ ก็พบธนบัตรใบละ100บาทที่ใช้ล่อซื้อยาและ พบยาบ้าอีก 4 เม็ด อาวุธปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด อยู่ในกระเป๋าถือด้วย

 หลังจากนั้นจึงนำตัวมาสอบสวนนางสาวกรรญจนพรรษ ให้การว่า เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในชลบุรี แต่ติดยาบ้าก็เลยขอดร็อปการเรียนไว้ชั่วคราวและหันมายึดอาชีพค้ายาบ้าเพื่อเลี้ยงสามีและกิ๊ก ซึ่งทำงานมีรายได้น้อย จึงค้ายาบ้าเพื่อนำเงินส่งเสียทั้งสามีและกิ๊กหนุ่มอีกคน ที่พักอยู่ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์หนองขาม โดยยาบ้าที่รับมานั้นรับมาจากเอเย่นต์คนหนึ่งในพื้นที่บางพระ ส่วนอาวุธปืนที่เจอนั้นนำไว้ติดตัวเพื่อป้องกันตัวจากคู่แข่งยาบ้าในพื้นที่จะลอบทำร้าย

 ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหาจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และทางตำรวจยังได้ติดตามจับกุมนายนันทชัย ขั้วขจัด อายุ 21 ปี และนายเสกสรร กั่วกำจัด อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นเครือข่ายยาบ้าของนางสาวกรรญจนพรรษ เมื่อนำตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดจึงแจ้งข้อหาว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนส่งพนักงานสอบสวนสภ.ศรีราชาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 06, 2013, 08:07:26 PM
ปส. ร่วมกับ นอภ.บ้านโป่ง บุกรวบครอบครัวเอเย่นต์ยาบ้า พบทรัพย์สินค่าหลายล้าน
-http://www.dailynews.co.th/thailand/217233-
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 17:36 น.


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/217233.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217233/1.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217233/3.jpg)

clip1 (http://www.youtube.com/watch?v=6AW2kHnaW2I#)
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=6AW2kHnaW2I-

ปส.ร่วมกับ นอภ.บ้านโป่ง บุกรวบครอบครัวเอเย่นต์ยาบ้า พบทรัพย์สินค่าหลายล้าน โดยต้องส่งคนปลอมตัวเป็นคนงานสืบหาข่าวอยู่นาน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ก.ค.  พ.ต.ท.เชิงศักดิ์ เอิบอาบ  รอง.ผกก.1 บก.ปส.1  ได้มาประสานขอความร่วมมือกับนายรุจน์ประทีป  ธรรมรพีภัทร์  นายอำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี  วางแผนล่อซื้อยาบ้าจากนายเอกชัย แก้วทองขาว  อายุ 30 ปี  ที่บ้านเลขที่ 97 (บ้านหนองอ้อไทย) หมู่.4 ต.หนองอ้อ  อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  โดยให้สายลับเข้าล่อซื้อและนัดมอบยาบ้ากันภายในบ้านดังกล่าว   จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งซุ่มรออยู่ ได้แสดงตัวเข้าจับกุมตัว นายเอกชัยไว้ได้ พร้อมกับญาติอีก 3 คน คือ นางพจนา แก้วทองขาว อายุ 51 ปี  ซึ่งเป็นแม่  น.ส.นนทิยา เจียมคำ อายุ 29 ปี ภรรยา  และนายปัญจะ สิโนทก  อายุ 51 ปี  พี่เขย  พร้อมกับของกลางยาบ้า 2,000 เม็ด และเงินสดใช้ล่อซื้อ 200,000 บาท       

จากการตรวจค้นยังพบยาบ้าอีก 200 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตรงศาลเจ้าหน้าบ้าน  นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจทรัพย์ของผู้ต้องหาทั้งหมด พบสมุดเงินฝากธนาคาร  6 เล่ม มีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า  1 คัน หมายทะเบียน ท 1269 กาญจนบุรี  รถกระบะ 2 คัน ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บ 1529 ราชบุรี และ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน บม 6205 ราชบุรี  รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ 1 คัน หมายเลขทะเบียน 81-7514 ราชบุรี และรถจักรยานยนต์อีก 7 คัน จากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบ ทรัพย์สินเป็นห้องแถวเพิ่งปลูกใหม่ให้เช่าพร้อมที่ดิน 20 ห้อง และวัวลานที่เลี้ยงไว้สำหรับแข่ง 11 ตัว  ซึ่งทรัพย์สินที่พบได้ยึดไว้ตรวจสอบครั้งนี้มูลค่าหลายล้านบาท         

ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะจับกุม เจ้าหน้าที่ ปส. สืบทราบว่า นายเอกชัยพร้อมญาติ ที่ถูกจับกุมนอกจากจะประกอบอาชีพเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์  รับทำโต๊ะจีน  มีห้องแถวให้เช่า และเลี้ยงวัวลานแล้ว  เบื้องหลังทั้งหมดยังเป็นเอเย่นต์ยาบ้ารายใหญ่ใน อ.บ้านโป่ง อีกด้วย  จึงได้วางแผนส่งสายลับ ปลอมตัวเข้ามาสมัครเป็นคนงานเลี้ยงวัวเกือบ 4 เดือน  จนนายเอกชัย และญาติไว้วางใจ  สายลับจึงได้รายงานการค้ายาบ้า ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ  จากนั้นจึงได้ประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงอำเภอบ้านโป่งล่อซื้อและจับกุมตัวไว้ดังกล่าว  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายเอกชัยและญาติทั้งหมดไปดำเนินคดี และจะได้ขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการค้ายานรกต่อไป.


------------------------------------------------------


จู่โจมจับ"กบ ปากน้ำ"เอเย่นต์ยาบ้าเครือข่ายเรือนจำ
-http://www.dailynews.co.th/thailand/217219-
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 16:18 น.


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/217219.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217219/1.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217219/3.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/217219/5.jpg)

นอภ.สัตหีบ สนธิกำลังร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษ ฐานทัพเรือสัตหีบ จู่โจมจับกุม"กบ ปากน้ำ"อดีตนักโทษค้ายา ซิ่งฝ่าวงล้อมชนรถจนท.พังยับ ถูกยิงยางสกัดจนมุม พร้อมยาบ้า

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 6 ก.ค.  นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี  น.อ.คมพันธ์ อุปลานนท์ หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ฐานทัพเรือสัตหีบ นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครอง และทหารเรือ จู่โจมจับกุมตัว นายธงชัย หรือกบ แสงเรือง อายุ 31 ปี อดีตผู้ต้องขังคดีค้ายาเสพติด เรือนจำกลางระยอง พร้อมยาบ้า 3,854 เม็ด และรถปิกอัพยี่ห้อนิสสัน  สีแดง ทะเบียน  บพ 3210 ระยอง ได้ที่ริมถนนสุขุมวิท เยื้องห้างเทสโก้โลตัส สาขาบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

นายภวัต  กล่าวว่า หลังชุดปฏิบัติการ ได้สืบสวนขยายผลผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเครือข่าย นายธงชัย หรือกบ จึงได้วางแผนล่อซื้อยาบ้า 400 เม็ด และนัดหมายส่งมอบกันริมถนนสุขุมวิท เยื้องห้างโลตัสสาขาบ้านฉาง เมื่อรถกระบะของผู้ต้องหา วิ่งมาถึงจุดนัดหมายเกิดไหวตัว เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถยนต์เข้าปาดหน้าขัดขวางการหลบหนี แต่ผู้ต้องหาได้พยายามเร่งเครื่องฝ่าวงล้อม ชนรถฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงยางหน้าและหลัง เพื่อสกัดกั้น ทำให้รถของผู้ต้องหา เสียหลักพุ่งขึ้นทางเท้า และจนมุมในที่สุด ตรวจค้นในรถพบยาบ้า 400 เม็ด ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นในบ้านพัก ยังพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในห้องนอนอีก 3,454 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากสอบสวน พบว่าผู้ต้องหาเป็นอดีตผู้ต้องขังเรือนจำระยอง ในคดีครอบครองยาบ้า 300 เม็ด เมื่อปี 2551 หลังพ้นโทษได้หวนกลับคืนสู่วงการค้ายาเสพติดอีกครั้ง ในเครือข่ายของนายหนุ่ย ผู้ต้องขังคดีค้ายาเสพติด เรือนจำคลองไผ่ จ.นครราชสีมา ที่มีเพื่อนในเรือนจำแนะนำให้รู้จัก โดยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์สั่งตรงจากในเรือนจำ ล่าสุด นายหนุ่ย ได้ให้ลูกน้องนำยาบ้ามาโยนไว้ให้จำหน่าย 20,000 เม็ด แต่ได้กระจายให้เอเย่นต์เครือข่ายในพื้นที่ อ.เมือง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหลือเพียงเกือบ 4,000 เม็ด ก่อนมาถูกจับ.   
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 12, 2013, 11:58:08 PM
สยบชายคลั้งยาบ้าไล่ตีผู้คน
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0dawPc0LKSk#at=11-

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0dawPc0LKSk#at=11 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0dawPc0LKSk#at=11)

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0dawPc0LKSk#at=11 (http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0dawPc0LKSk#at=11)

.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 13, 2013, 12:08:59 AM
พ่อเมายาบ้า ฆ่าตัดคอลูก2 (25-4-54)
-http://www.youtube.com/watch?v=b5mP3lAnQ2k-

พ่อเมายาบ้า ฆ่าตัดคอลูก2 (25-4-54) (http://www.youtube.com/watch?v=b5mP3lAnQ2k#)



พ่อเมายาบ้า ฆ่าตัดคอลูก2 (25-4-54) (http://www.youtube.com/watch?v=b5mP3lAnQ2k#)



.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 14, 2013, 11:35:28 AM
สายตรวจระวังภัย
ตำรวจวิฯ ผู้ต้องสงสัยค้ายา ดับคาบ้าน ช่วง3


-http://www.komchadluek.net/tv/inspector/14327/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AF-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%873#.UeIqB20h-AI-

http://www.komchadluek.net/tv/inspector/14327/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AF-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%873#.UeIqB20h-AI (http://www.komchadluek.net/tv/inspector/14327/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AF-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%873#.UeIqB20h-AI)

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 20, 2013, 06:37:16 PM
“เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” เทพบุตรในคราบซาตาน ?????
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน    20 กรกฎาคม 2556 06:14 น.
-http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000089077-

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-ไม่น่าเชื่อว่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติชื่อดัง ผู้เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในฐานะ ตัวแทนทัพนักกีฬากวาดเหรียญ มาให้คนไทยชื่นชมมาแล้วหลายรายการ มีนิสัยส่วนตัวเป็นคนก้าวร้าว ขัดกับปัจจัยพื้นฐานของนักกีฬายิงปืน ที่ต้องมีทั้งสมาธิและจิตใจที่เยือกเย็น
       
       ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเกิดคำถามว่า ? เหตุใดเทพบุตรนักแม่นปืนรายนี้ พฤติกรรมถึงเปลี่ยนจากบวกเป็นลบได้เร็วถึงเพียงนี้
       
       ตัวตนที่แท้จริงของเอ็กซ์ ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดา และพญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา ได้ขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณา หงสกุล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยระบุว่าถูกอดีตนักมือปืนทีมชาติ ทำร้ายร่างกายภรรยาด้วยการตบหน้าและต่อยท้องภรรยา พร้อมทั้งข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกใคร หากไม่เชื่อฟังจะทำร้ายแล้วเผาบ้าน
       
       นางบุญคิด เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายกับลูกสะใภ้มี ปัญหาทะเลาะกันตามประสาสามีภรรยา แต่เมื่อไม่นานนี้เริ่มหนักขึ้น โดยฝ่ายหญิงจะถูกทำร้ายตบตีทุกวันเพราะลูกชายมีอารมณ์ฉุนเฉียวเนื่องจากมีอาการติดสุรา และสารเสพติดบางอย่าง รวมทั้งล่าสุดเห็นลูกชายต่อยท้องลูกสะใภ้แล้วเดินออกจากบ้าน ตนทนเห็นภาพน่าเศร้าไม่ได้ จึงตัดสินใจพาลูกสะใภ้และหลานๆมาหลบซ่อนที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ก่อนจะประสานให้นางปวีณามาช่วยเหลือดังกล่าว
       
       ด้านพญ.ณิธิวดี ภรรยา กล่าวยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นสามีนำผู้หญิงคนหนึ่งอ้างเป็นภรรยาไปออกรายการด้วยกัน เมื่อสอบถามก็ถูกทำร้ายด้วยการตบ ต่อยท้อง และพยายามให้ยอมรับเรื่องมีผู้หญิงอื่นให้ได้ แต่เมื่อไม่ยอมก็มีปากเสียงด้วยกันมาตลอด ทั้งหมดแม่สามีก็รับรู้ทุกครั้งโดยในช่วง 1 ปีเศษหลังจากการแข่งขันโอลิมปิก นายจักรกฤษณ์ได้มีพฤติกรรมเสพยาอย่างหนัก เมื่อขอแยกทางกลับถูกนายจักรกฤษณ์ใช้ปืนข่มขู่เอาชีวิต จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีก
       
       หลังนางปวีณา รับทราบเรื่องร้องทุกข์ จึงได้ตัดสินใจประสานงานให้แม่และภรรยานายจักรกฤษณ์ ไปแจ้งความที่สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย รวมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี รับไปดูแลชั่วคราว ขณะเดียวกันได้ประสานให้ตำรวจไปติดตามตัวนายจักรกฤษณ์ มาสอบสวน พร้อมทั้งพาผู้เสียหายไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน และขอให้ผู้ที่พยายามช่วยเหลือนายจักรกฤษณ์เพื่อให้พ้นผิด หยุดการกระทำ
       
       ขณะเดียวกันพ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำหมายศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านของ นายจักรกฤษณ์ ที่บ้าน เลขที่ 21/14 หมู่บ้านพาร์คโฮม เลควิลล์ ภายในซอยรามคำแหง 174
       
       เบื้องต้นจากการตรวจค้นพบอาวุธปืนทั้งหมด 4 กระบอก ประกอบด้วยปืนยาวคล้าย M16 จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้เสื้อผ้า ปืนลูกซองขนาดยาว 1 กระบอก ปืนสั้นกึ่งออโตเมติก บรรจุแม็กกาซีน จำนวน 2 กระบอก และปลอกกระสุนปืนตกอยู่ที่บริเวณหน้าห้องนอน 2 ปลอก และ สวนหย่อมหน้าบ้าน 1 ปลอก ซึ่งตรงกับคำให้การของคนในครอบครัวว่า โดยเมื่อวานนี้ นายจักรกฤษณ์ ได้ยิงปืนบริเวณหน้าบ้านรวมถึงพบมีดสปาต้า ขนาดยาวประมาณ 1.5 ฟุต จำนวน 1 เล่ม ที่ภรรยา นายจักรกฤษณ์ ระบุว่าเป็นอาวุธที่ใช้ข่มขู่
       
       นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์การเสพสารเสพติดจำนวนมาก ทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งอุปกรณ์บางชิ้นยังมีสารตกค้างอยู่ภายในห้องพระที่ นายจักรกฤษณ์ ใช้เป็นห้องส่วนตัวและไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปภายในอย่างไรก็ตาม อาวุธทั้งหมดจะส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ ส่วนอุปกรณ์เสพยานั้นต้องรอผลพิสูจน์ว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา นายจักรกฤษณ์
       
       ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการณ์พิเศษ 191 ได้ควบคุมตัวนายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีมาสอบสวนที่ สน.มีนบุรี แล้ว โดยมีทนายความร่วมเดินทางมาด้วย
       
       นายจักรกฤษณ์ แถลงเปิดใจต่อสื่อมวลชนว่า ตลอดชีวิตการเป็นนักกีฬาทีมชาติมากว่า 23 ปี ตนจะพูดแต่ความจริงโดยตลอด ส่วนเรื่องของครอบครัวตนเองนั้น ตนเป็นคนที่รักครอบครัวมาก และอยากมีครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุข ตนรักลูกมากเพราะว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่เคยคิดที่แม้แต่จะตีลูกเลยสักครั้ง ส่วนเรื่องที่มีการพบสิ่งของต่างๆภายในบ้านของตนนั้น มีบางอย่างที่เป็นของตนจริง แต่บางอย่างก็ไม่ใช่ของตนเอง ในชีวิตการแต่งงานย่อมมีการทะเลาะกันบ้าง แต่ยิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก การทะเลาะกันก็เหมือนการสาดโคลนเข้าใส่กันทำให้เปรอะเปื้อนทั้ง 2 ฝ่าย ตนยอมรับว่าได้ยิงปืนในบ้านจริง แต่ไม่เคยคิดจะฆ่าหรือทำร้ายแม่ลูกเมียเลย หากคิดจะทำจริงก็คงทำไปนานแล้ว ซึ่งในวันนี้ได้ซื้อนาฬิกามาเป็นของขวัญมอบให้ลูกด้วย แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มอบให้ลูกหรือไม่ ส่วนเรื่องอื่นๆยังไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นเรื่องในครอบครัว และตนเองไม่คุยกับแม่มานานแล้ว
       
       เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาคดีกระทำความรุนแรงในครอบครัวและอีก 7 ข้อหาหนัก อาทิพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวส่งศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อขออนุญาตฝากขังผลัดแรก โดยทางทนายของผู้ต้องหาได้ใช้หลักทรัพย์เป็นที่ดินประเมินราคาประมาณ 7 ล้านบาท ยื่นขอประกันตัว ทั้งที่พนักงานสอบสวนรวมทั้งนางบุญคิด และพญ.ณิธิวดี แม่และภรรยา ร่วมกันยื่นเรื่องขอคัดค้านประกัน
       
       โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ต้องหาเป็นการคุกคามทำร้ายบุคคลในครอบครัวและยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจจะไปทำร้ายบุคคลในครอบครัวและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่าง ๆ จึงให้ยกคำร้องขอประกันตัว
       
       หลังทราบคำสั่ง “เอ็กซ์” ถึงกับร่ำไห้พร้อมกล่าวว่า “รู้สึกเสียใจมากที่ผลเป็นแบบนี้ทำให้อาจจะไม่ได้จัดวันเกิดให้ลูก เรื่องนี้คงมีคนต้องการให้ครอบครัวผมแตกแยก อย่างไรก็ตามผมยังรักลูกเสมอ” จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวอดีตนักกีฬายิงปืนชื่อดังไปกักขังที่เรือนจำมีนบุรีต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เอ็กซ์เท่านั้น ต้องบอกว่า.....ศิลปิน ดารา นักแสดง หรือแม้กระทั่งนักกีฬา ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศแทนที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลัง หลายคนต้องมาเสียผู้เสียคนเพราะพิษภัยของยาเสพติดทั้งสิ้น
       
       เช่นกรณีของศิลปินนักร้องชื่อดังอย่าง เสก โลโซ หรือ เสกสรร ศุขพิมาย ที่กระหึ่มในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อปี 54 เมื่อภรรยา เสก โลโซ ออกมา ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Wiphakorn Sookpimay แฉแรง วัน ๆ เสพแต่ยาไอซ์-กัญชา จนเพี้ยน ลูกเมียไม่เหลียวแล พร้อมโพสต์ข้อความใต้ภาพในลักษณะเปิดโปงสามีของตัวเองว่า เอาแต่เสพยาไอซ์ และกัญชา จนทิ้งครอบครัว
       
       ทั้งสองเหตุการณ์ที่ยกขึ้นมากล่าวอ้างและเทียบเคียง แม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของคดีความ แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันตรงที่ ทั้ง 2 คนต่างเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง และตกเป็นจำเลยของสังคม เพราะหลงผิด ซึ่งนอกจากจะทำให้ครอบครัวแตกแยกแล้ว ความดีที่สั่งสมมาเกือบทั้งชีวิต พังพินาศในพริบตา

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 20, 2013, 07:43:31 PM
ตำรวจนำตัว หรน เจ๊ะนุ่ม ผู้คุมคุกสตูลฝากขังที่สงขลา หลังค้ายาไอซ์
-http://hilight.kapook.com/view/88869-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/467103-02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/News%20-%20Crime/467103-01.jpg)


ตร.นำตัวผู้คุมคุกสตูลฝากขังที่สงขลา (ไอเอ็นเอ็น)

          ตำรวจสตูล นำตัวผู้คุมเรือนจำค้ายาไอซ์ ฝากขังเรือนจำกลางสงขลา พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ

         จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสตูล จับกุม นายหรน เจ๊ะนุ่ม อายุ 55 ปี ผู้คุมเรือนจำจังหวัดสตูล พร้อมยาไอซ์จำนวน 6 กรัม อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก โดยจับได้คาเรือนจำจังหวัดสตูล ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และ ป.ป.ส. ได้ไปตรวจค้นบ้านพักที่ ถนนคูหาประเวศ อ.เมืองสตูล สามารถตรวจยึดรถยนต์มาสด้า แบบ 5 ประตู 1 คัน เงินสด 150,000 บาท ปืนพกสั้นอีก 1 กระบอก พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

         ล่าสุดวันนี้ (20 กรกฎาคม 2556) พนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดสตูล เพื่อฝากขัง เนื่องจากครบกำหนดควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม หลังขออำนาจศาลฝากขัง เรือนจำจังหวัดสตูล ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่เรือนจำกลาง สงขลา เนื่องจากสะดวกแก่การปกครอง เพราะที่เรือนจำจังหวัดสตูล เป็นสถานที่ นายหรน ปฏิบัติหน้าที่อยู่

ที่มา ไอ เอ็น เอ็น

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 06:13:28 PM
รพ. กรุงเทพ ยันเสพยาไอซ์ไม่ช่วยให้ผอม สวย แต่ทำให้เซ็กส์เสื่อม
-http://health.kapook.com/view67312.html-


(http://img.kapook.com/u/ratthakorn/health/ice.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก @BangkokHospital

          ปันปัน เสพยา ลือว่อนเน็ตทำให้ผอม สวย ด้าน โรงพยาบาลกรุงเทพ โพสต์ทวิตเตอร์ยันชัด เสพยาไอซ์ไม่ช่วยให้ผอม สวยขี้นแต่อย่างใด แต่จะทำให้เซ็กส์เสื่อม สมองฝ่อ เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันได้

          หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า นางเอกสาววัยรุ่นชื่อดัง ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ได้เคยเสพยาไอซ์ เนื่องจากต้องการผอม อยากสวย มีผิวพรรณที่ขาวขึ้น และการเสพยาไอซ์ไม่ทำให้เกิดอาการติดนั้น ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยเกี่ยวกับสรรพคุณข้อนี้ของยาไอซ์ว่าเป็นจริงหรือไม่

          ล่าสุดวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 มีรายงานจากทวิตเตอร์ @BangkokHospital ของโรงพยาบาลกรุงเทพถึงเรื่องดังกล่าวว่า ความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อที่ผิด การเสพยาไอซ์ความจริงคือเป็นการเสพระยะยาว เสพแล้วติด ไม่ได้ช่วยทำให้มีผิวพรรณขาวขึ้นหรือหุ่นผอมลงแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วจะทำให้เซ็กส์เสื่อม มีรูปร่างผอมลงแบบทรุดโทรมอีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากภายหลังเลิกเสพ ก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดลงกลับมาสู่จุดเดิมยาก รวมถึงทำให้สมองฝ่อ ไอคิวต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ จนทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 09:19:19 PM
จับสิงห์ขี้คุกไม่เข็ดประตัว8แสนยังขายยานรกอีก
วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2556 เวลา 16:33 น.
-http://www.dailynews.co.th/crime/222816-


(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/222816.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/222816/0.jpg)

ตำรวจจับสิงห์ขี้คุก ไม่เข็ด คดียาเสพติด ประตัว 8 แสน ออกมาขายอีก ถูกล่อซื้อ ได้พร้อมของกลาง 2 ราย กว่า 400 เม็ด พร้อมปืนอีก 1 กระบอก



เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ก.ค. พ.ต.อ.ธนารักษณ์ ปาระมีสา ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร  พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ วิรยะเขษม สวป.นำนายนิรันดร อินทุขะหิต อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 7ต.สักงาม อ.คลองลาน จ. กำแพงเพชร และนายจีรพงษ์ เกิดโต อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/2 หมู่ 1 ต.สระแก้ว อ.เมือง  จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 400 เม็ด และปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุน เบอร์ 12 อีก 3 นัด มาแถลงผลจับกุม

พ.ต.อ.ธนารักษณ์ กล่าวว่า ได้วางแผนจับกุมนายนิรันดร โดยล่อซื้อยาบ้า10 เม็ด ราคา 2,400 บาท นัดส่งมอบของกลางกันริมถนนบ้านยางเรียง หมู่ 8 ต.คลองแม่ลาย เมื่อผู้ต้องหาหลงกลนำของกลางมาส่งมอบ จึงเข้าจับกุมและค้นตัวพบยาบ้าอีก 98 เม็ด พร้อมอาวุธปืนของกลาง จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ขยายผลจับกุมเยาวชนอายุ  17 ปี ได้อีกคนพร้อมของกลางยาบ้า200 เม็ด ได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งกลางเมืองกำแพงเพชร

สอบสวนผู้ต้องหาให้การซัดทอดนายจีรพงษ์ จึงวางแผนให้ผู้ต้องหารายนี้นำของกลางยาบ้า 200 เม็ดมาส่งให้สายลับ โดยวางของกลางไว้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าหอพักแห่งหนึ่งกลางเมืองกำแพงเพชร จึงจู่โจมเข้าจับกุมได้อีกคน

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่านำยาบ้าของกลางมาจากกรุงเทพฯ และจ.สุพรรณบุรี นำมาจำหน่ายให้นักเสพในพื้นที่  อ้างว่าต้องการกำไรไปเลี้ยงครอบครัว  อีกทั้งติดยาบ้างอมแงม  ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองมีประวัติต้องโทษในเรือนกลางกำแพงเพชรในคดี พยายามฆ่า และคดียาเสพติด  โดยนายจีรพงษ์ ต้องโทษคดียาบ้า อยู่ระหว่างประกันตัววงเงิน 8 แสนบาท ก็กลับมาก่อเหตุอีก


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 02, 2013, 09:53:41 PM
จับโจ๋ค้ายา รับใบสั่งจากคุกสมุทรสาคร
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    2 สิงหาคม 2556 16:26 น.
-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000095432-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000010027101.JPEG)


ตร.ปส.แกะรอยจับกุม 2 นักค้ายาวัยโจ๋ย่านบางแคและปริมณฑล รับใบสั่งจากคุกสมุทรสาคร พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด ประวัติเคยติดคุกในคดียาเสพติดและมีหมายจับอีก 8 คดี
       
       วันนี้ (2 ส.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ปส. พ.ต.อ.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.สุรภัค รอดโพธิ์ทอง ผกก.พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด บก.ปส.3 แถลงการจับกุมนายณรงค์ หรือ มด สัมผัสชื่น อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1112 ถ.สวัสดิการ 1 แขวงและเขตหนองแขม กทม.และนายเอ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 12 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 654,000 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดง หมายเลขทะเบียน วท 9965 กทม.กระเป๋าเดินทางสีชมพูและสีเทาขนาดใหญ่อย่างละ 1 ใบ และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณปากซอยเพชรเกษม 77 แยก 2 แขวงและเขตหนองแขม กทม.ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 1112 หมู่ 3 ซอยเพชรเกษม 77 แยก 3-10 แขวงและเขตหนองแขม กทม.
       
       พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.ได้รับความร่วมมือจากทางกรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสาคร ได้สืบทราบว่านักโทษในเรือนจำลักลอบสั่งการให้เครือข่ายนอกเรือนจำนำยาเสพติดออกจำหน่าย จึงมีการประสานมาทาง บช.ปส.ให้ร่วมติดตามพฤติกรรมผู้ต้องหาจนทราบว่า นายณรงค์ สัมผัสชื่น ซึ่งเป็นบุคคลเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำสมุทรสาคร และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดในเขตพื้นที่ย่านบางแค และในเขตปริมณฑล โดยใช้บ้านเลขที่ 1112 หมู่ 3 ซ.เพชรเกษม 77 แยก 3-10 แขวงและเขตหนองแขม กทม.ซึ่งเป็นบ้านพักของนายณรงค์ เป็นสถานที่ไว้ซุกซ่อนยาเสพติดดังกล่าวเพื่อเตรียมจำหน่าย ต่อมากระทั่งก่อนเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดง คันดังกล่าว เข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว และพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้นำกระเป๋าเดินทางจำนวน 2 ใบเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่จะนำออกมาใส่ไว้ที่ท้ายรถยนต์คันเดิม
       
       จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ยกกระเป๋าเดินทางสองใบโยนทิ้งบริเวณข้างทาง เพราะไม่ต้องการเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้ขับรถออกจากบ้านหลังดังกล่าวไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาชุดสืบสวนได้เข้าไปตรวจสอบกระเป๋าที่ถูกทิ้งพบว่ามีสภาพใหม่และยังสามารถใช้การได้ ซึ่งคาดว่ากระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบนั้นจะใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดตามที่สายแจ้งไว้ จึงได้เร่งติดตามรถยนต์ของผู้ต้องหา เพื่อเรียกทำการตรวจค้น จากการเข้าตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อทำการสอบสวนเบื้องต้นจนผู้ต้องหารับสารภาพว่า กระเป๋าเดินทางทั้งสองใบนั้นได้ใช้ในการบรรจุซุกซ่อนยาเสพติดจริง และได้เก็บยาเสพติดไว้ที่บ้านพักของนายณรงค์ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายณรงค์ ภายในห้องนอนชั้น 2 พบยาบ้าจำนวน 654,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าพลาสติกมีซิปรูดปิดเปิด จึงยึดของกลางทั้งหมดพร้อมควบคุมตัวมาสอบสวน
       
       พ.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ นายณรงค์ มีพฤติการณ์เป็นเด็กเดินยาไอซ์มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ในชุมชนย่านหนองแขม บางแค และปริมณฑล มีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและพยายามฆ่า จำนวน 8 คดี ล่าสุดถูกจำคุกเป็นเวลา 4 ปี คดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.56 แต่เนื่องจากนายณรงค์มีพฤติกรรมที่แสบได้ถูกนำไปแยกขังไว้ที่เรือนจำเขาพริก จังหวัดนครราชสีมา แต่ออกมาก็กลับมาประกอบอาชีพเดิม
       
       จากการสอบสวน นายณรงค์ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับคำสั่งมาจากคนในเรือนจำสมุทรสาคร ให้มาเดินยาจำหน่ายกับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ย่านบางแค หนองแขม และมักจะชวนเยาวชนที่ต้องการหาเงินใช้มาร่วมเดินยาด้วย ตั้งเป็นแก๊งอิสระ ส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชนเข้าร่วม ครั้งนี้ได้รับค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ส่วนเยาวชนได้นำตัวส่งศาลเยาวชนกรุงเทพฯ ก่อนหน้าแล้ว
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 04, 2013, 09:37:08 AM
สกัดจับแก๊งยาบ้าขาใหญ่เมืองอรัญฯ พร้อมมือขวา ซ่า!!เคยชกตร.หงายท้อง
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM05UVTRNRFU1TkE9PQ==&subcatid=-

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2013/08/13755805941375580738l.jpg','700','525');)

(http://www.khaosod.co.th/online/2013/08/13755805941375580738l.jpg)

 เมื่อช่วงเช้ามืด วันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ตชด.126 สกัดจับแก๊งยาบ้ารายใหญ่ในอรัญประเทศ ได้ 2 คนพร้อมของกลางยาบ้านเกือบ 1 พันเม็ด คนร้ายทั้ง 2 มีประวัติแสบเคยชกตำรวจหงายท้อง รวมทั้งหมอและพยาบาลโรงพยาบาลอรัญประเทศวิ่งกันวุ่นเมื่อไม่นานมานี้

 ชาวบ้านบริเวณชายแดนเขมร บ้านหนองปรือ แจ้งว่ามีชายฉกรรจ์จำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าออกมาจากชายแดนเขมร ท่าทางมีพิรุธ และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยใช้ความเร็วผิดสังเกต ทันทีที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน จึงนำกำลัง ตชด. เข้าสกัดเส้นทางถนนสาย เมืองไผ่ - หนองเทา ซึ่งคาดว่า ผู้ต้องสงสัยจะขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน หลังใช้เวลาสกัดอยู่ประมาณชั่วโมง ก็พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีเทา หมายเลขทะเบียน 10 สระแก้ว วิ่งผ่านมาบริเวณบ้านหนองเทา ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ หน้าบริษัทน้ำมันพืชหยดทิพย์ จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน กลับเร่งเครื่องหลบหนีเจ้าหน้าที่

 พ.ต.ท.สวัสดิ์ จึงสั่ง กำลัง ต.ช.ด. ขับรถไล่ติดตาม หลังคนร้ายเห็นจวนตัวจึงโยนถุงพลาสติกทิ้งข้างทาง ตำรวจจึงตะครุบตัวไว้ได้ และนำมาค้นถุงพลาสติกซึ่งภายในมีห่อกระดาษอยู่อีกชั้นหนึ่ง เมื่อแกะออกดูพบยาบ้า จำนวน 950 เม็ด จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาทำการสอบสวน ที่ ตชด. 126 ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิตติชัย (เอก) วรรณพุฒิ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 /424 ม.1 ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ และนายเทริดพงศ์ (เทริด) อุ่นชื่น อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/56 ถนนหน้าวัดหลวง ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ
 สำหรับทั้ง 2 ถือว่า เป็นขาใหญ่เมืองอรัญประเทศ ซึ่งขายยาให้กับกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนในอรัญประเทศ มานานแล้ว แต่รอดการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาตลอด ส่วนนายเทริดพงศ์ ถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี 3 เดือน ข้อหาเมาแล้วอาละวาดไล่ชกตำรวจ หมอและพยาบาล เหตุเกิดที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประกันตัว

 จากการสอบสวนทั้ง 2 ยอมรับสารภาพว่า เข้าไปซื้อยามาจากพ่อค้ายาบ้า ชาวกัมพูชา ในราคาเม็ดละ 100 บาท และนำมาจำหน่ายเม็ดละ 200 บาท จากการสอบสวนทั้ง 2 คนยอมรับว่า ทำธุรกิจค้ายาบ้ามานานแล้ว จึงนำตัวทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ข้อหามียาเสพติด (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 18, 2013, 10:50:41 AM
โจ ซอยบ้านไร่ ถูกจับพร้อมลูกสมุน ขณะเสพยาที่บ้านสุโขทัย
-http://hilight.kapook.com/view/89936-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/mueanphae/473219-01.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/mueanphae/473219-02.jpg)



สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
 
          โจ ซอยบ้านไร่ เอเยนต์ยาบ้า ถูกตำรวจบุกจับคาบ้านพักที่สุโขทัย พร้อมลูกสมุน ขณะกำลังเสพยาบ้า
 
          วันนี้ (18 สิงหาคม 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้จับกุม นายณัฐพล รอดประทับ หรือ นิว อายุ 23 ปี พร้อมยาบ้า 43 เม็ด จากนั้นสืบสวนขยายผลทราบว่า นายณัฐพล รับยาบ้าจาก นายฐิติพงษ์ ดื่นตา อายุ 23 ปี หรือฉายา โจ ซอยบ้านไร่ เอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่ (เสื้อยืดสีแดง) อยู่บ้านเลขที่ 109 ซอยท่ากลาง 1 ถ.ประชาราษฎร์ ต.เมืองสวรรคโลก และ นายสราวุธ ทองสิน อายุ 22 ปี ลูกสมุน
 
          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนทำการจับ โจ ซอยบ้านไร่ เนื่องจากต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพราะภายในบ้านพักของ โจ ซอยบ้านไร่ ติดกล้องวงจรปิดไว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังชุดเฉพาะกิจและสายตรวจปิดล้อมบ้าน และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณด้านข้างของบ้าน ก่อนที่จะทำการตัดแม่กุญแจประตูเหล็กด้านหน้า และบุกเข้าไปในบ้านพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังนั่งเสพยาบ้าอยู่ในห้องนอนชั้นล่าง
 
          เมื่อนายฐิติพงษ์ เห็นเจ้าหน้าที่วิ่งหลบหนีขึ้นไปห้องน้ำชั้น 2 และโยนห่อยาบ้าลงในโถส้วม เจ้าหน้าที่เปิดฝาบ่อพักพบห่อยาบ้าลอยอยู่ ตรวจสอบพบยาบ้าชนิดสีส้ม wy ในถุงพลาสติกใส 62 เม็ด และจากการตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพายสีดำของ นายสราวุธ พบยาบ้าชนิดสีส้ม wy ในถุงพลาสติกใสอีก 22 เม็ด จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

          เบื้องต้น นายฐิติพงษ์ รับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยตนได้ไปรับยาบ้ามาจากเพื่อนที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ครั้งละ 1 ถุง จากนั้นจะนำยาบ้ามาแบ่งให้ นายสราวุธ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาทั้ง 2 ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

http://hilight.kapook.com/view/89936 (http://hilight.kapook.com/view/89936)

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 11:00:34 AM
เสพติดใหม่-ยาแก้ปวด ผสมร่วมน้ำอัดลม นร.ฮิตดื่ม ทำเคลิ้ม ชี้ถึงตาย!
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377604210&grpid=&catid=19&subcatid=1904-

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2013/08/13775701261377570142l.jpg','700','525');)

เสพติดใหม่-ยาแก้ปวด ผสมร่วมน้ำอัดลม นร.ฮิตดื่ม ทำเคลิ้ม ชี้ถึงตาย!
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM056VTNNREV5Tmc9PQ==&sectionid=-

แฉ ยาเสพติดแนวใหม่ฮิตกินยาแก้ปวดผสมน้ำอัดลม เด็กม.2l เสพติดใหม่ร.ร.ดังเมืองปากน้ำกินเข้าไปถึงช็อกหมดสติคาห้องเรียน แม่ต้องพาส่งร.พ.จ้าละหวั่น อย.ชี้เป็นยาแก้ปวดรุนแรง ชื่อยา "ทรามาดอล" มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง โครงสร้างทางเคมีคล้ายยาเสพติดประเภทมอร์ฟีน จึงพบการใช้ผิดประเภทบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่นำไปผสมยานอนหลับหรือน้ำอัดลม เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิ์มากขึ้น เตือนเด็กใช้อันตรายมาก พบมีรายงานการเสียชีวิตแล้วในต่างประเทศ



เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ส.ค. น.ส.กุ้ง (นามสมมติ) ผู้ปกครองด.ช.ต้น (นามสมมติ) นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนมัธยมชื่อดังใน จ.สมุทรปราการ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีลูกชายกินยาแก้ปวดผสมน้ำอัดลมซึ่งถือเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งเข้าไป จนเกิดอาการช็อกหมดสติคาห้องเรียน ต้องหามส่งโรงพยาบาลจ้าละหวั่น เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงอยากเตือนอันตรายให้กับ ผู้ปกครองทุกท่านพึงระวังไว้



น.ส.กุ้งย้อนเหตุการณ์ให้ฟัง ว่า วันเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนว่าลูกชายเป็นลมหมดสติที่โรงเรียน จึงรีบเดินทางไปดูและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา โดยแพทย์ลงความเห็นว่ากินยาแก้ปวดเกินขนาด ก่อนให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เมื่อถึงบ้านตนได้พยายามเค้นความจริงจากลูก ได้ความว่ากินยาแก้ปวด "ทรามาดอล" ผสมน้ำอัดลม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกินกันในกลุ่มเพื่อนๆ ในโรงเรียนเดียวกัน โดยมีรุ่นพี่ชั้น ม.4 แนะนำให้ดื่ม บอกว่าเสพแล้วจะมีความสุข เหมือนตัวลอยได้ หากอยากให้ยาออกฤทธิ์เร็ว ก็ให้กินผสมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ส่วนยาดังกล่าวนั้นซื้อมาจากร้านขายในตลาดปากน้ำและแพรกษา ซึ่งจะจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ซื้อประจำหรือได้คำแนะนำจากกลุ่มเท่า นั้น ซึ่งเคยซื้อได้มากสุดถึง 90 เม็ด ราคาเม็ดละ 2-4 บาท แล้วแต่จำนวน



น.ส.กุ้ง กล่าวต่อว่า ตนสังเกตเห็นลูกชายมีอาการเปลี่ยนไปในช่วงระยะหลัง ที่ผ่านมา มักจะดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ และมีอาการคล้ายคนเมาเหล้าอยู่ตลอดเวลา ทานอาหารไม่ค่อยได้ ถามตอบอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง จะทำอะไรต้องคิดนานกว่าปกติ เข้านอนเร็วขึ้น กระทั่งมารับแจ้งจากทางโรงเรียนว่าลูกชายเป็นลมหมดสติ ต้องหามส่งโรงพยาบาล จากนั้นตนจึงไปปรึกษาเภสัชกรที่อยู่บ้านติดกัน ว่ายา "ทรามาดอล" เป็นยาต้องห้ามหรือไม่ และมีฤทธิ์อย่างไรบ้าง ได้รับคำตอบว่า ยาดังกล่าวไม่ได้ห้ามจำหน่ายสามารถหาซื้อได้ง่าย



"ดิฉันฝาก เตือนพ่อแม่ผู้ปกครองที่พบว่าบุตรหลานชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ แต่ทานอาหารได้น้อยลง สมองสั่งงานช้า มีอาการคล้ายคนเมา กลับจากโรงเรียนชอบเก็บตัว เข้านอนเร็ว หากเจอแบบนี้ต้องเฝ้าระวังให้ดี เพราะบุตรหลานของท่านอาจยุ่งเกี่ยวกับยาตัวนี้เข้าแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดิฉันได้ประสานไปยังผู้ปกครองคนอื่นให้ช่วยกันระมัด ระวังแล้ว" น.ส.กุ้งกล่าว



ด้านภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ยาแก้ปวดทรามาดอล เป็นยาแก้ปวดชนิดรุนแรง ซึ่งมักใช้ในผู้ที่มีอาการปวดรุนแรง จนไม่สามารถใช้ยาแก้ปวดตำรับปกติได้ เช่น อาการปวดประจำเดือน ปวดตามข้อ เป็นต้น ยาดังกล่าวจัดเป็นยาอันตราย ที่สามารถขายในร้านขายยาได้ แต่ต้องขายและควบคุมการใช้โดยเภสัชกรเท่านั้น โดยยากลุ่มดังกล่าวจัดเป็นยาที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เรียกว่ายากลุ่ม โอปิออยด์ โครงสร้างทางเคมีคล้ายกับยาเสพติดประเภทมอร์ฟีน โคเดอีน เป็นต้น จึงมักพบการใช้ผิดประเภทบ่อยครั้ง โดยที่พบบ่อยคือการนำไปผสมยานอนหลับ หรือน้ำอัดลม เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิ์ที่มากขึ้น



"อาการไม่ พึงประสงค์ของยาดังกล่าวซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น จะทำให้กลืน หายใจลำบาก เห็นภาพคล้ายประสาทหลอน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เกิดอาการชักได้ เพราะยาจะมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง โดยในต่างประเทศเคยพบรายงานผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาผิดประเภท โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มักนำยาดังกล่าวไปใช้ร่วมกับยาหรือสารประเภทอื่นๆ หลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะเด็กจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้มากกว่า เนื่องจากยาโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความรุนแรง การใช้จะต้องกะประมาณให้พอดีกับน้ำหนักตัวของผู้ใช้ ส่วนใหญ่ยาที่ใช้กับเด็ก จะถูกลดปริมาณลงตามน้ำหนักตัว การนำยาไปใช้ให้เกิดผลในทางที่ผิด จึงอันตรายมากกว่า" ภก.ประพนธ์ กล่าว



ภก.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ยาดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นยากลุ่มอันตรายที่มีฤทธิ์แรง แต่ก็มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา ดังนั้น อย.จึงได้มีมาตรการควบคุมและติดตามการใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือเภสัชกรให้เฝ้าระวังและไม่ขายยาให้กับเด็ก หรือผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะนำยาไปใช้ผิดประเภทด้วย



ทั้ง นี้ การยกระดับการใช้ยาเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ออกประกาศฉบับเดียว ก็สามารถยกระดับยาได้แล้ว แต่การตัดสินใจยกระดับหรือไม่ ต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ เพราะยาดังกล่าวถือเป็นยาจำเป็น และมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย การทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ง่ายจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา การจะควบคุมอย่างไรจึงต้องคำนึงถึงความสมดุลเป็นหลัก

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 31, 2013, 07:33:57 PM
สลด ! พบ ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา อดีตนางแบบอินเตอร์ กลายเป็นคนเร่ร่อน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Rojjana 'Yui' Phetkanha รจนา เพชรกันหา

          ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา จากซูเปอร์โมเดลระดับโลก สู่คนเร่ร่อนข้างถนน มีอาการทางจิตเหมือนคนวิกลจริต เผยชีวิตหักเหเพราะใช้ยาเสพติด เที่ยวเตรี และติดสุราอย่างหนัก

          วันนี้ (31 สิงหาคม 2556) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของ ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา อดีตนางแบบสาวชื่อดังระดับอินเตอร์ ที่ปัจจุบันชีวิตพลิกผันกลายมาเป็นคนเร่ร่อนข้างถนน และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมขณะมีอาการสื่อสารไม่รู้เรื่อง เหมือนคนวิกลจริต

          โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ภาษีเจริญ ว่า มีผู้หญิงท่าทางวิกลจริตมาก่อกวน สร้างความรำคาญ ที่บริเวณร้านแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรเกษมจนลูกค้ากลัวไม่กล้าเข้าร้าน และขอให้ช่วยตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ก็ได้พบว่าหญิงคนดังกล่าวก็คือ นางสาวรจนา เพชรกัณหา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เดินถือถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ภายในมีลังกระดาษบรรจุเสื้อผ้าเก่า ขวดน้ำดื่ม องุ่น และขนมขบเคี้ยว เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดต่อญาติของอดีตนางแบบชื่อดัง แต่ไม่สามารถติดต่อได้

          ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า นางสาวรจนาเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา จึงพยายามพูดจาโน้มน้าว ให้นางสาวรจนาซึ่งมีสีหน้าอิดโรย เนื้อตัวมอมแมม ท่าทางหวาดระแวง พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย เกิดความไว้ใจเพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เนื่องจากเกรงว่าปล่อยไว้จะเกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือต่อตัวนางสาวรจนาเอง โดยใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง

          ขณะที่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ตรวจสอบประวัติคนไข้ พบว่ามีประวัติเข้าออกรักษาตัวหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีตามคำร้องขอของญาติ แต่นางสาวรจนาก็เผยว่า ตัดสินใจกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ อีกครั้ง เพราะรู้สึกไม่สบายหนัก รู้สึกแย่มาก ๆ และกลัวคนทำร้ายจึงต้องย้ายที่บ่อย ๆ แล้วก็ไม่ได้นอนมา 4 คืนแล้ว

          สำหรับ ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา เจ้าของตำแหน่ง อีลิต ซูเปอร์ โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ 1994 เธอเคยเป็นนางแบบชื่อดังที่เคยทำรายได้กว่า 50 ล้านบาทต่อปี และเคยมีรายชื่อติดอันดับ 1 ใน 12 ซูเปอร์โมเดลโลก ทว่าชีวิตอันรุ่งเรืองของเธอก็มาถึงจุดพลิกผันและกลายมาเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีคนสนใจ ในวัย 35 ปี โดย รจนาเผยว่า ทั้งหมดเกิดจากการที่เธอใช้ยาเสพติดตอนอายุ 20 ปี ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่เมื่ออายุ 24-25 ปี และติดสุราอย่างหนัก จนทำให้เสียการงาน ถูกยกเลิกสัญญากับเอเจนซี่ต่างประเทศ และต้องเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 หลังจากใช้ชีวิตเป็นนางแบบในต่างประเทศ 8 ปี

          หลังจากกลับประเทศไทย ก็ยังไม่มีงานทำ ประกอบกับติดสุราเรื้อรัง จึงต้องไปทำงานโรงงาน อีกทั้งยังมีข่าวอื้อฉาวเรื่องวิวาทกับมารดาและกับสามีชาวไทย ก่อนมีงานถ่ายแบบ เดินแบบเข้ามา และเป็นอาจารย์สอนเดินแบบ ควบคู่กับการบำบัดอาการจากยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีอาการหลอน ๆ เบลอ ๆ บ้างในบางเวลา จนกระทั่ง ชื่อของ ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากวงการ จนไม่มีใครกล่าวถึงอีกเลย

 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM056a3pORE13TkE9PQ==-
-http://www.siamdara.com/Variety/130831_1375.html-



วงจรชีวิต ''ยุ้ย-รจนา'' จาก ''ซูเปอร์โมเดล'' ระดับโลกกลายเป็นคนเร่ร่อนข้างถนน
-http://www.siamdara.com/Variety/130831_1375.html-

(http://www.siamdara.com/PicS_News/1308318EU1051050.jpg)

(http://www.siamdara.com/PicS_News/1308314EV1151150.jpg)

(http://www.siamdara.com/PicS_News/1308312IY1831830.jpg)

(http://www.siamdara.com/Picture_News/130831az641370.jpg)

(http://www.siamdara.com/PicS_News/1308312FV1001000.jpg)

รูปจากสยามดารา

    ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ''ยุ้ย'' รจนา เพชรกัณหา สาววัย 18 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี จบการศึกษาเพียงชั้น ป.6 แล้วเข้ากรุงเทพฯ มาเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารของญาติแถววัดธาตุทอง และไปสะดุดตาแมวมอง ชักชวนให้เข้าประกวดอีลิต ซูเปอร์ โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ 1994 (Elite Super Model of Thailand 1994) เมื่อ พ.ศ. 2537 ได้ตำแหน่งชนะเลิศ และได้เซ็นสัญญากับเอเยนซี่นางแบบเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กลายเป็นนางแบบไทยที่ไปโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นระดับโลก มีชื่อเสียงโด่งดังในต่างแดน

    ระหว่างปี พ.ศ. 2537 - 2545 ''ยุ้ย-รจนา'' เป็นนางแบบนิตยสารโว้ค ฉบับเอเชีย เดินแบบแฟชั่นในฝรั่งเศส, อิตาลี, สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และติดอันดับ 1 ใน 12 ซูเปอร์โมเดลโลก และถ่ายแบบโฆษณาสินค้าเป็นจำนวนมาก ที่โดดเด่นสุดๆ คือการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับน้ำหอมดังอย่าง ''แชแนล'' เคยเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ The Fifth Element (1997) (Uncredited)
     
    ทำรายได้สูงถึง 50 ล้านบาทต่อปี กับการเป็นนางแบบอินเตอร์ จนชีวิตในวัย 35 ปี กลับพลิกผันจากความหรูหราฟู่ฟ่ามาเป็นสาววัยกลางคนธรรมดาที่แทบไม่มีใครสนใจ ใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ชานเมืองกรุง โดยมีเงินใช้ต่อวันไม่เกิน 100 บาท
     
    เกิดอะไรขึ้นกับนางแบบระดับซูเปอร์โมเดลของโลก!!
     
    นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นในใจของคนที่ทราบข่าวความเคลื่อนไหวของเธอ
     
    ในที่สุดเรื่องนี้ก็ได้รับความกระจ่างแจ้ง เมื่อเจ้าตัวออกมาเปิดใจโดยยอมรับว่า จุดหักเหในชีวิตเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการใช้ยาเสพติด เมื่ออายุ 20 ปี และใช้ชีวิตเที่ยวเตร่เมื่ออายุ 24-25 ปี ติดสุราอย่างหนัก จนทำให้เสียการงาน จนถูกยกเลิกสัญญา และต้องเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 หลังจากใช้ชีวิตเป็นนางแบบในต่างประเทศ 8 ปี
     
    หลังจากกลับประเทศไทย ยังไม่มีงานทำ ประกอบกับติดสุราเรื้อรัง ต้องไปทำงานโรงงาน อีกทั้งยังมีข่าวอื้อฉาวเรื่องวิวาทกับมารดา และกับสามีชาวไทย ก่อนมีงานถ่ายแบบ เดินแบบ และเป็นอาจารย์สอนเดินแบบ ควบคู่กับการบำบัดอาการจากยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีอาการหลอนๆ เบลอๆ บ้างในบางเวลา
     
    ชื่อของ ''ยุ้ย'' รจนา เพชรกัณหา ค่อยๆ เลือนหายไปจากวงการ จนไม่มีใครกล่าวถึงอีกเลย
     
    จนกระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงวันที่ 30 ส.ค. 56 พ.ต.ท.จุมพล กาญจนเสถียร สวป.สน.ภาษีเจริญ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ภาษีเจริญ ว่ามีผู้หญิงท่าทางวิกลจริตมาก่อกวน สร้างความรำคาญ ที่บริเวณร้านแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรเกษมจนลูกค้ากลัวไม่กล้าเข้าร้าน ขอให้ช่วยตรวจสอบ บริเวณริมถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เมื่อเดินทางมาถึง จึงทราบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือ นางสาวรจนา เพชรกัณหา หรือ ''ยุ้ย'' อดีตนางแบบสาวชื่อดังระดับโลก ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เดินถือถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ซึ่งภายในมีลังกระดาษบรรจุเสื้อผ้าเก่า ขวดน้ำดื่ม องุ่น และขนมขบเคี้ยว
     
    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อญาติของอดีตนางแบบชื่อดัง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาภายหลังสืบทราบว่า เคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา จึงได้พยายามพูดจาโน้มน้าว ให้นางสาวรจนาซึ่งมีสีหน้าอิดโรย เนื้อตัวมอมแมม ท่าทางหวาดระแวง พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย เกิดความไว้ใจเพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เนื่องจากเกรงว่าปล่อยไว้จะเกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือต่อตัวนางสาวรจนาเอง
     
    เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง อดีตนางแบบสาวชื่อดังจึงยอมเดินทางไปโรงพยาบาลด้วย โดยก่อนจะยอมเดินทางไปโรงพยาบาล อดีตนางแบบชื่อดังซึ่งใช้ยาดมชนิดน้ำป้ายนิ้วมือถูไปที่ที่บริเวณจมูกตลอดเวลา สลับการสูบบุหรี่ พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง บางครั้งก็จำเรื่องราวในอดีตของตนเองได้ บางครั้งก็จำไม่ได้ เอาแต่บอกว่าจะไปบวชชีพราหมณ์ที่วัด หรือไม่ก็บอกว่าตนเองป่วยหนัก เลือดมีไวรัส สลับกันไปมาหลายครั้ง
     
    เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ได้ให้อดีตนางแบบสาวชื่อดังชั่งน้ำหนัก วัดความดัง ก่อนตรวจสอบประวัติคนไข้ พบว่ามีประวัติเข้าออกรักษาตัวหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้ทำการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีตามคำร้องขอของญาติ
     
    อย่างไรก็ตาม เมื่อแพทย์สอบถามอดีตนางแบบชื่อดังเพื่อตรวจสอบอาการเบื้องต้นว่า ประวัติล่าสุดได้ทำการส่งตัวไปรักษาตัวที่ จ.อุบลราชธานี แล้วกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกได้อย่างไร อดีตนางแบบสาวที่มีผลงานระดับโลกกล่าวว่า
     
    ''อยู่ไม่เป็นที่ หนูเร่ร่อนอยู่ ญาติก็ไม่มี ล่าสุดอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ไปพักผ่อน ไม่มีงานทำ ก็เลยเข้ามากรุงเทพฯ''
     
    อดีตนางแบบชื่อดังกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเดินทางกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ อีกครั้ง เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่สบายหนัก เป็นโรคเกี่ยวกับสมองหลั่งสารบางอย่างไม่เท่ากัน ตอนนี้รู้สึกแย่สุดๆ จนคิดว่าตนเองเป็น ''ปอบ'' ไม่ใช่คน
     
    ''ที่เข้ามากรุงเทพฯ เพราะไม่สบายหนัก เป็นโรคสมองหลังสารอะไรบางอย่างไม่เท่ากัน เวลาเศร้าก็เศร้าสุดๆ เวลาดีใจก็ดีใจสุดๆ ตอนนี้รู้สึกแย่ที่สุด คิดว่าตอนนี้ตัวเองไม่ใช่คนคิดว่าเป็นปอบ กลัวคนมาทำร้ายเหมือนกัน เพราะเราเป็นคนเร่ร่อน ต้องย้ายที่ย้ายทางบ่อยๆ เดินทางบ่อยก็กลัว เหนื่อยไม่ได้หลับไม่ได้นอน นี่ไม่ได้นอนมา 4 คืนแล้ว 2 วันมานี้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อารมณ์เหมือนไม่ได้สัมผัสร่างกายตัวเอง''
     
    ช่างเป็นเรื่องราวชวนให้หดหู่ใจเสียยิ่งกระไร แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
     
    นางแบบดังระดับโลกในอดีตเคยหาเงินได้ 50 ล้านต่อปี ใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว กระเป๋าใบละแสนสองแสน รองเท้าคู่ละหมื่น วันนี้ ''ยุ้ย'' รจนา เพชรกัณหา สวมแค่รองเท้าแตะหูหนีบ
     
    มีสมบัติเป็นถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ภายในมีลังกระดาษบรรจุเสื้อผ้าเก่าเอาไว้ผลัดเปลี่ยนกันแดดกันลมเท่านั้น
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 03, 2013, 10:37:13 PM
ปะทะเดือด ! ไล่ล่าเก๋งขนยาบ้า ยึดกว่า 1 แสนเม็ด
-http://hilight.kapook.com/view/91856-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pree/ee/y1_5.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pree/ee/y5.jpg)


ปะทะเดือด ! ไล่ล่าเก๋งขนยาบ้ากว่า1แสนเม็ด (ไอเอ็นเอ็น)
 
          2 คนร้ายซิ่งเก๋งขนยาบ้ากว่า 1 แสนเม็ด ยิงปะทะกับตำรวจประจวบฯ ก่อนทิ้งรถเผ่นหนีเข้าป่า ขณะที่พบบัตรประจำตัว อส.ทพ. ตกอยู่ภายในรถ

          เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (2 ตุลาคม 2556) ศูนย์วิทยุ สภ.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้วิทยุขอกำลังเสริมจาก สภ.กุยบุรี และ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ให้ช่วยสกัดจับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 233 เพชรบุรี ซึ่งมีชาย 2 คน ขับรถหลบด่านตรวจ สภ.สามร้อยยอด ใช้เส้นทางเลี่ยงในหมู่บ้าน ก่อนมุ่งหน้าลงภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถติดตามมา แต่รถยนต์คันดังกล่าวขับรถด้วยความเร็วสูง และฝ่าสัญญาณไฟแดงที่สี่แยก อ.กุยบุรี ก่อนที่จะยูเทิร์นรถเพื่อย้อนกลับเข้าสู่ถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ จากนั้นเปิดฉากยิงทะลุกระจกรถเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยิงตอบโต้จนรถยนต์ยางหน้าด้านซ้ายแตกไม่สามารถขับต่อได้ ต้องจอดรถอยู่ริมถนนเพชรเกษม บริเวณ กม.302-303 คนร้ายทั้ง 2 คน ภายในรถได้วิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง พร้อมกับอาวุธประจำกายทันที

          จากการตรวจสอบภายในรถพบยาบ้า 126,000 เม็ด มูลค่ากว่า 31,500,000 บาท และพบบัตรประชาชนชื่อ นายภูวนาท ชูทอง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 5 ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง พร้อมใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และบัตรประจำตัวอาสาสมัครทหารพราน สังกัด กรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเร่งติดตามตัวขยายผลต่อไป


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pree/ee/y2_4.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/pree/ee/y3_2.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/logo/inn_logo.jpg)
INN


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 06, 2013, 10:18:49 AM
ลูกชายคลั่งยาขอเงินไม่ได้ ฉวยโอกาสพ่อไปหว่านปุ๋ย ใช้ท่อนเหล็กตีแม่จนตาย

-http://news.sanook.com/1254148/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%81/-


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม ร.ต.อ.ธงชัย นนยะโส พนักงานสอบสวนเวร สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ที่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หนองไผ่ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พบร่างของนางหนูอาจ ศรีคำภา อายุ 70 ปี เสียชีวิตนอนคว่ำหน้า ข้างศพพบท่อนเหล็กสีฟ้า เปื้อนเลือดตกอยู่ ผู้ก่อเหตุคือนายจำนงค์ ศรีคำภา อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนปากคำนายสมหมาย ศรีคำภา อายุ 65 ปี สามีผู้ตาย กล่าวว่า ลูกชายเป็นช่างปะยางเปิดร้านมา 2 ปีแล้ว มีอาการติดยาเสพติดตั้งแต่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ พยายามพาไปบำบัดเพื่อให้เลิก แต่ไม่ยอมไป ล่าสุดช่วงเช้า ได้มาขอเงิน 1,000 บาท อ้างว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าใส่ แต่ตนไม่ให้เงินเกรงว่าอาจจะไปซื้อยาเสพติดแทน และบอกลูกชายว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าให้แทน หลังจากนั้นตนออกไปหว่านปุ๋ยในนาข้าว พอกลับมาพบว่าภรรยาถูกทำร้ายเสียชีวิตจมกองเลือดในที่เกิดเหตุแล้ว สอบถามชาวบ้านจนแน่ใจว่าน่าจะเป็นลูกชายคงโกรธที่ขอเงินไม่ได้ และเกิดอาการคุ้มคลั่งก่อเหตุทำร้ายแม่ตัวเองจนเสียชีวิต

จากการสอบสวนปากคำ นายจำนงค์ให้การวกวนไปมาว่าก่อนเกิดเหตุ จะเข้าไปกินข้าว แต่แม่ไม่ยอมให้กินข้าว และจะเอาไม้ไล่ตีตน จึงใช้ท่อนเหล็กตีกลับไปเป็นการป้องกันตัวและตีซ้ำอีกครั้งก่อนจะหยิบฉวยกระเป๋าของแม่เข้าไปในหมู่บ้านเพื่อจะหลบหนี แต่โดนจับได้เสียก่อน


http://news.sanook.com/1254148/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%81/ (http://news.sanook.com/1254148/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%81/)
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 12, 2013, 09:16:39 AM
แพท พาวเวอร์แพท ย้อนรอยคดีดังอดีตนักร้องค้ายาอี
-http://hilight.kapook.com/view/92141-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/crime/1317877562.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc2/pat.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3, คุณ ต้น ปฐมพงศ์ สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            แพท พาวเวอร์แพท อดีตนักร้องดังที่ถูกตัดสินจำคุก 50 ปีในคดีค้ายาอี เปิดประวัติ ผลงาน และย้อนรอยคดี แพท พาวเวอร์แพท นายวรยศ บุญทองนุ่ม

            จากกรณีข่าวของอดีตนักร้องสาวชื่อดัง จอยซ์ ทีเค หรือนางสาวพรพรรณ รัตนเมธานนท์ แห่งวง ไทรอัมพ์ส คิงดอม ที่ถูกจำคุกในคดีค้ายาบ้า เพิ่งพ้นโทษออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเรื่องราวของดารา คนดังในอดีต ที่เคยมีคดีเกี่ยวพันกับยาเสพติดกันอีกครั้ง และเรื่องที่ได้รับความสนใจที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของหนุ่ม แพท วรยศ บุญทองนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์แพท อดีตนักร้องหนุ่มชื่อดัง ที่ต้องโทษจำคุก 50 ปี ในคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ (ยาอี) เมื่อปี พ.ศ. 2547 นั่นเอง

            สำหรับ แพท พาวเวอร์แพท มีชื่อจริงว่า นายวรยศ บุญทองนุ่ม เป็นอดีตศิลปินในสังกัดแกรมมี่ แพท วรยศ ถูกปลุกปั้นมาเป็นนักร้องนำวง พาวเวอร์แพท ในยุคที่เพลงแนว เจ-ร็อค เข้ามาตีตลาดเมืองไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2543-2545 ในสมัยนั้น แพท พาวเวอร์แพท เป็นที่รู้จักในมาดหนุ่มหล่อสไตล์ เจ-ร็อค มีผลงานเพลงฮิตในสมัยนั้นคือเพลง "หลุดปากใช่ไหม" โดยวง พาวเวอร์แพท มีผลงานเพลงชุดแรกในอัลบั้ม Power Pat ในปี พ.ศ. 2543 อัลบั้ม Power Pop ในปี พ.ศ. 2544 และอัลบั้มเดี่ยว พาวเวอร์ แพท ในปี พ.ศ. 2545


            นอกจากผลงานเพลงแล้ว แพท พาวเวอร์แพท ยังเคยมีผลงานแสดงละครเรื่อง รัน! รักอันตราย, Girl Club รับเอาคืน และเฮี้ยวนักรักซะเลย หลังจากนั้นข่าวคราวของ แพท พาวเวอร์แพท ก็ห่างหายไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ก็มีข่าวว่า นายวรยศ บุญทองนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์แพท ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ (ยาอี) โดยตำรวจได้มีการล่อซื้อยาอีจาก แพท พาวเวอร์แพท จำนวน 1,000 เม็ด ราคา 150,000 บาท นัดส่งของในซอยลาดพร้าว 94 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม แพท พาวเวอร์แพท พร้อมของกลางยาอีรวม 2,989 เม็ด ยาเคชนิดน้ำจำนวน 4 ขวด และกัญชา 1 ห่อ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยเจ้าตัวอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะชีวิตตกอับไม่มีงานจนต้องหันมาพึ่งยาเสพติด กลายเป็นคดีดังในสมัยนั้น ก่อนที่ แพท พาวเวอร์แพท จะถูกศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 50 ปี และปรับ 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554

            นอกจากนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 ยังมีรายงานว่า แพท พาวเวอร์แพท เคยมีคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อปี พ.ศ. 2541 ด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 แพท พาวเวอร์แพท และแฟนสาว น.ส.จารุวรรณ โชติเฉลิมศักดิ์ พร้อมเพื่อนนับสิบคน ได้รุมทำร้าย นายสมชาย ณรงค์ภูตะกิจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแมนชั่นใน อ.เมือง จ.นนทบุรี จนเสียชีวิต เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเรียกให้มาเลื่อนรถ

            อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แพท พาวเวอร์แพท ก็ไม่ได้หมดหวังในชีวิต เขาได้ตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี ในคณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดย แพท พาวเวอร์แพท เป็นหนึ่งในนักโทษที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ประจำปีการศึกษา 2551 และเขายังได้เรียนรู้ชีวิตที่เคยผิดพลั้งไป ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์และซ้อมเล่นดนตรีขณะอยู่ในเรือนจำด้วย

            แม้ว่าคดีความของ แพท พาวเวอร์แพท จะถูกตัดสินไปนานแล้ว แต่เรื่องราวของเขาก็ยังเป็นอุทาหรณ์ที่ดี สำหรับเหล่าดารา หรือใครก็ตามที่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อาจส่งผลเสียต่อตนเองและคนรอบข้างไปทั้งชีวิต


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1322992499&grpid=01&catid=01-
-http://www.siamdara.com/hotnews/090918_10413.html-
, psu.ac.th

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 15, 2013, 06:29:17 AM
Krokodil ยาเสพติดชนิดใหม่บุกมะกัน ฤทธิ์ร้าย เสพแล้วเนื้อเน่าเฟะ
-http://hilight.kapook.com/view/92282-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก uludagsozluk

          Krokodil ยาเสพติดมรณะ ระบาดจากรัสเซียสู่อเมริกา เสพแล้วจะมีอาการเนื้อเน่าเฟะจากภายใน ทำให้ผู้ป่วยมีสภาพคล้ายซอมบี้และถึงตาย

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2556 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ระบุว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักเสพไม่ต่ำกว่า 4 ราย ในรัฐอิลลินอย และแอริโซนาของสหรัฐฯ ต้องถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล หลังเสพยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในสหรัฐฯ ขณะนี้ แล้วเกิดอาการเนื้อเน่าเฟะจากภายใน โดยหลายคนเสพเข้าไปเพราะเข้าใจว่าเป็นเฮโรอีนราคาถูก

          สำหรับยาเสพติดตัวนี้ มีชื่อว่า Krokodil หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Desomorphine เป็นยาเสพติดชนิดออกฤทธิ์ร้ายแรงที่มีต้นกำเนิดจากรัสเซียเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน มีส่วนผสมของโคเดอีน น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ น้ำมันไฟแช็ก ซึ่งสามารถทำเองได้ที่บ้าน เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วออกฤทธิ์คล้ายเฮโรอีนแต่แรงกว่าถึง 3 เท่า แต่ในเรื่องราคานั้นกลับถูกกว่าเฮโรอีนมาก จึงเป็นสาเหตุให้มันแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากยาเสพติดดังกล่าวในรัสเซียปีละสูงถึง 30,000 คน

          อย่างไรก็ดี ในปี 2011 ทางสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ หรือ DEA (Drug Enforcement Administration) สหรัฐฯ เคยออกแถลงถึงการเกิดใหม่ของยาเสพติดร้ายแรงที่ชื่อ Krokodil ซึ่งกำลังระบาดหนักในรัสเซียแล้ว และระบุว่าทางหน่วยงานจะจับตามองหากว่ามันระบาดมาถึงอเมริกา แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถยืนยันที่มาที่ไปของยาเสพติดชนิดนี้ได้

          ส่วนชื่อ Krokodil นั้นเป็นภาษารัสเซียที่แปลว่า จระเข้ (crocodile) ตั้งชื่อตามลักษณะของผู้ที่เสพติดสารตัวนี้อย่างหนัก ที่ผิวหนังจะกลายเป็นตุ่มสีเขียวคล้ำ ก่อนทรุดหนักเป็นอาการเนื้อตาย เกิดแผลเน่า ค่อย ๆ กัดกินเนื้อที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทั้งที่ผู้ป่วยยังหายใจ

          ด้านนายแพทย์อาบิน ซิงกาล่า ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์พยาบาลเซนต์โจเซฟ ในเมืองโจเลียต รัฐอิลลินอย ที่ระบุว่าตนได้รับผู้ติดยา Krokodil เข้ารักษา ได้กล่าวว่า ในห้องรักษานั้นได้กลิ่นเนื้อเน่าลอยอยู่ในอากาศ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเข้มข้น และต้องได้รับการปลูกถ่ายผิวหนัง แต่มันก็อาจไม่พอที่จะรักษาอวัยวะ หรือแม้แต่ชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ หากใครคิดจะฆ่าตัวตาย ยาเสพติดตัวนี้จะฆ่าคุณได้แน่นอน

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/foreign%20news/krokodil-drug_504322%20copy.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/foreign%20news/krokodil-drug_504327%20copy.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/foreign%20news/krokodil-drug_504330%20copy.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/general%20news/K1.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/foreign%20news/K2.jpg)


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 23, 2013, 09:28:07 AM
ตำรวจเข้าจับย้าบ้า ถูกยิงตาย

ตำรวจเข้าจับย้าบ้า ถูกยิงตาย (http://www.youtube.com/watch?v=H653HUZgbLc#)

ตำรวจเข้าจับย้าบ้า ถูกยิงตาย (http://www.youtube.com/watch?v=H653HUZgbLc#)
-http://www.youtube.com/watch?v=H653HUZgbLc-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 23, 2013, 10:23:19 AM
คลิป จีนประหารชีวิต-หน่อคำ-ถ่ายทอดสด

คลิป จีนประหารชีวิต-หน่อคำ-ถ่ายทอดสด (http://www.youtube.com/watch?v=U_YrhYpAEXM#ws)

คลิป จีนประหารชีวิต-หน่อคำ-ถ่ายทอดสด (http://www.youtube.com/watch?v=U_YrhYpAEXM#ws)

-http://www.youtube.com/watch?v=U_YrhYpAEXM-

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ตุลาคม 27, 2013, 09:25:10 PM
โอ้ว!! นี่หรือส่วนผสมยาบ้า 7 Aug 2012


โอ้ว!! นี่หรือส่วนผสมยาบ้า 7 Aug 2012 (http://www.youtube.com/watch?v=N4LGEK8xuAo#)

โอ้ว!! นี่หรือส่วนผสมยาบ้า 7 Aug 2012 (http://www.youtube.com/watch?v=N4LGEK8xuAo#)
-http://www.youtube.com/watch?v=N4LGEK8xuAo-
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 03, 2013, 07:47:23 PM
แก๊งค้ายาบ้าขับรถแหกด่านคว่ำตาย1เจ็บ2
-http://hilight.kapook.com/view/93091-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/crime%20news/491777-02.jpg)

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/kanokwan/crime%20news/491777-01.jpg)


แก๊งค้ายาบ้าขับรถแหกด่านคว่ำตาย1เจ็บ2 (ไอเอ็นเอ็น)

          ขบวนการค้ายาบ้าขับรถแหกด่านพลิกคว่ำ ตาย 1 เจ็บ 2 ยึดยาบ้า 350,000 เม็ด ตำรวจเชียงรายเตรียมขยายผล

          วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าแดด อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ได้ขับรถไล่ติดตามรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 3 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กส 8322 กทม. หลังจากขับรถยนต์แหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.ป่าแดด โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว ได้เสียหลักแหกโค้งเฉี่ยวชนต้นไม้ข้างถนน และพลิกตกลงไปในร่องน้ำข้างถนน หมู่ 6 ต.ป่าแดด อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ถนนสายป่าแดด-จุน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบคนในรถเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลป่าแดด นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ ตรวจค้นอย่างละเอียดในรถพบยาบ้า 350,000 เม็ด ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางสีดำ จำนวน 2 ใบ

          เบื้องต้นผู้ต้องหาที่บาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อคือ นายนิรันคร์ ชัยวิริยานุรักษ์ อายุ 26 ปี รับสารภาพว่า เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อ.เวียงแก่น ได้เดินทางไปรับยาบ้าจาก อ.แม่สรวย (แม่-สวย) และเตรียมขนไปยังกรุงเทพฯ โดยอ้อมด่านตรวจบนถนนสายหลักมาในพื้นที่ อ.ป่าแดด เพื่อออกไปยัง จ.พะเยา และมาพบด่านตรวจจึงขับหลบหนีจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผลเป็นการเร่งด่วนแล้ว


ไอเอ็นเอ็น
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤศจิกายน 14, 2013, 10:45:28 PM
รวบ “เจ๊เตี้ย“ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวหมูสอดไส้ยาบ้าชามละ 300 บาท

-http://news.sanook.com/1308733/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8A%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B0-300-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97/-

(http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/261/1308733/news04-1.jpg)

ตำรวจสัตหีบจับ "เจ๊เตี้ย" แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวบังหน้า ชามละ 300 บาท ค่าก๋วยเตี๋ยว 100 บาท ค่ายาบ้า 200 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง พ.ต.ท.อภิชนันท์ วัฒนวรางกูร สวป. และ ร.ต.อ.เรวัติ ทองประกอบ รอง สวป. ได้สนธิกำลังร่วมระหว่างฝ่ายปกครอง กับชุดป้องกันปราบปราม สภ.สัตหีบ ทำการวางแผนล่อซื้อยาบ้าเสพติด จนสามารถจับกุมตัว น.ส.สมพร หรือ เจ๊เตี้ย ปลั่งกลาง อายุ 52 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกเจ๊เตี้ย ซ.ธรรมวิทยา ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด และธนบัตรล่อซื้อ 200 บาท

นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า เจ๊เตี้ย เป็นอดีตนักโทษคดีค้ายาบ้า ก่อนหน้าเคยถูกจับกุมมาแล้ว 3 ครั้ง นอกจากนี้ ยังพบว่าลูกหลานในครอบครัว ก็พัวพันยาเสพติด ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้วหลายราย ซึ่งทุกครั้งหลัง เจ๊เตี้ย ถูกจับกุมก็จะวิ่งเต้นหาเงินมาประกันตัวออกไปสู้คดี จนสืบทราบล่าสุด เจ๊เตี้ยได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูบังหน้า จนมีชื่อเสียงในวงการยาเสพติดว่า ก๋วยเตี๋ยวหมู 300 บาท คือ ลูกค้าที่จะมาซื้อยาบ้า จะต้องซื้อก๋วยเตี๋ยว 1 ถุง ราคา 100 บาท รวมค่ายาบ้า 200 บาทต่อเม็ด เป็นเงิน 300 บาท เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่า เป็นลูกค้าที่เข้ามาซื้อก๋วยเตี๋ยว จึงส่งสายลับเข้าทำการล่อซื้อ ก่อนจับกุมตัวได้คาร้านก๋วยเตี๋ยว

เบื้องต้น เจ๊เตี้ยให้การรับสารภาพว่า ที่ต้องค้ายาเสพติด เพราะต้องหาเงินมาใช้หนี้นอกระบบดอกร้อยละ 20 ที่กู้ยืมมาประกันตัว ตำรวจจึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย และจะถูกนำไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 13, 2013, 07:24:45 PM
ตำรวจรวบแก๊งพระ-เณร ค้ายาบ้าคากุฏิ หลังเข้าล่อซื้อ

-http://hilight.kapook.com/view/94764-

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรดอนเจดีย์ บุกรวบแก๊งมารศาสนาได้คากุฏิ หลังล่อซื้อ พบยาเสพติดกว่า 600 เม็ด

            เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันนี้ (13 ธันวาคม 2556) พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิพวงพิกุล รอง ผบก. พ.ต.อ.นิวัติ มาตะราช ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ และ พ.ต.ท.โรจนรุตม์ ดวงสะอาด สว.สส. นำกำลังเข้าจับกุม นายณัฐพงษ์ หรือ เณรเต๋า เกิดโพชา อายุ 20 ปี สามเณรวัดหนองกะมาน หมู่ 4 ต.ทะเลบก อ.ดอนเจดีย์ นายศราวุธ หรือ พระเบิร์ด วงษ์พันตรี อายุ 20 ปี พระลูกวัดวัดเดียวกัน และนายไก่ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เด็กวัด พร้อมของกลางยาบ้า 600 เม็ด เงินสดในการล่อซื้อ 66,000 บาท

            โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบมาว่า มีพระและเณรที่วัดหนองกะมานลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงวางแผนล่อซื้อโดยนัดส่งมอบของกันที่กุฏิของเณรเต๋า เมื่อถึงเวลานัด พบผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในกุฏิ พร้อมกับยาเสพติดของกลางจึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดจริง โดยมีเณรเต๋าเป็นหัวหน้าแก๊ง และมีพระเบิร์ดกับนายณัฐพงษ์เป็นลูกสมุน ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ อยู่ในช่วงเตรียมบวชพระเร็ว ๆ นี้ แต่ถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนเจดีย์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/201557/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%81-


(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x385/cover/487879.jpg)

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x385/cover/487881.jpg)

รูปจาก -http://www.dailynews.co.th/Content/regional/201557/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%81-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 16, 2013, 09:02:25 PM
ศพส.สัตหีบ ปิดล้อมรวบ รัด ปากเบี้ยว พร้อมคู่หูสาว ยาบ้าเกือบพันเม็ด


ศพส.สัตหีบ ปิดล้อมรวบ รัด ปากเบี้ยว พร้อมคู่หูสาว ยาบ้าเกือบพันเม็ด (http://www.youtube.com/watch?v=Z7nhuhOEyfc#)

ศพส.สัตหีบ ปิดล้อมรวบ รัด ปากเบี้ยว พร้อมคู่หูสาว ยาบ้าเกือบพันเม็ด (http://www.youtube.com/watch?v=Z7nhuhOEyfc#)

-http://www.youtube.com/watch?v=Z7nhuhOEyfc-


---------------------------------------------------------------------


ตำรวจจับพ่อค้ายาบ้าถึงกับฉี่แตกยึดทรัพย์เพียบ

ตำรวจจับพ่อค้ายาบ้าถึงกับฉี่แตกยึดทรัพย์เพียบ (http://www.youtube.com/watch?v=wRYq4hkFrBs#)

ตำรวจจับพ่อค้ายาบ้าถึงกับฉี่แตกยึดทรัพย์เพียบ (http://www.youtube.com/watch?v=wRYq4hkFrBs#)

-http://www.youtube.com/watch?v=wRYq4hkFrBs-



------------------------------------------------------------------


8 รวบเจ้าแม่ค้ายานรกหัวใส จัดส่งยาบ้าแบบ DELIVERY เติมความสุขถึงบ้านคุณ

8 รวบเจ้าแม่ค้ายานรกหัวใส จัดส่งยาบ้าแบบ DELIVERY เติมความสุขถึงบ้านคุณ (http://www.youtube.com/watch?v=XNmcm-Lt4qc#)

8 รวบเจ้าแม่ค้ายานรกหัวใส จัดส่งยาบ้าแบบ DELIVERY เติมความสุขถึงบ้านคุณ (http://www.youtube.com/watch?v=XNmcm-Lt4qc#)

-http://www.youtube.com/watch?v=XNmcm-Lt4qc-


--------------------------------------------------------------

ปฏิบัติการล่อซื้อยาบ้า เจ๊ยุ้ย เจ้าแม่ค้ายาแห่งทุ่งละหาร ภายใต้อำนวยการ นภอ.สัตหีบ

ปฏิบัติการล่อซื้อยาบ้า เจ๊ยุ้ย เจ้าแม่ค้ายาแห่งทุ่งละหาร ภายใต้อำนวยการ นภอ.สัตหีบ (http://www.youtube.com/watch?v=_XVeUYmrBds#)

ปฏิบัติการล่อซื้อยาบ้า เจ๊ยุ้ย เจ้าแม่ค้ายาแห่งทุ่งละหาร ภายใต้อำนวยการ นภอ.สัตหีบ (http://www.youtube.com/watch?v=_XVeUYmrBds#)

-http://www.youtube.com/watch?v=_XVeUYmrBds-


------------------------------------------------------------------
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 16, 2013, 09:12:34 PM

ตร.ศรีสะเกษจับเจ้าอาวาสขายยาบ้าคาผ้าเหลือง

ตร.ศรีสะเกษจับเจ้าอาวาสขายยาบ้าคาผ้าเหลือง (http://www.youtube.com/watch?v=yWGjpKq1QAg#)

ตร.ศรีสะเกษจับเจ้าอาวาสขายยาบ้าคาผ้าเหลือง (http://www.youtube.com/watch?v=yWGjpKq1QAg#)

-http://www.youtube.com/watch?v=yWGjpKq1QAg-



------------------------------------------------------------------------------------


รวบพระเสพยาบ้าคากุฏิพร้อมเอเย่นต์

รวบพระเสพยาบ้าคากุฏิพร้อมเอเย่นต์ (http://www.youtube.com/watch?v=dze6AmqMOe4#)

รวบพระเสพยาบ้าคากุฏิพร้อมเอเย่นต์ (http://www.youtube.com/watch?v=dze6AmqMOe4#)

-http://www.youtube.com/watch?v=dze6AmqMOe4-


.


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 16, 2013, 09:13:21 PM
คนคลั่งเพราะยาบ้า

คนคลั่งเพราะยาบ้า (http://www.youtube.com/watch?v=SE-5xttxxhg#)

คนคลั่งเพราะยาบ้า (http://www.youtube.com/watch?v=SE-5xttxxhg#)

-http://www.youtube.com/watch?v=SE-5xttxxhg-


.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 16, 2013, 09:44:30 PM
ติดยาบ้ากราบเท้าแม่

ติดยาบ้ากราบเท้าแม่ (http://www.youtube.com/watch?v=E-tPatNLqzU#)

ติดยาบ้ากราบเท้าแม่ (http://www.youtube.com/watch?v=E-tPatNLqzU#)

-http://www.youtube.com/watch?v=E-tPatNLqzU-


.

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มีนาคม 23, 2014, 07:43:46 AM
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้สืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ พบข้อมูลข่าวระบุว่า ขณะนี้ได้มีสารเสพติดตัวใหม่กำลังระบาดอยู่ในโรงเรียนโดยบอกว่าเป็นยาดับกลิ่นปากมีหลายรสชาติ หลายกลิ่น

วันเสาร์ 22 มีนาคม 2557 เวลา 00:00 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/economic/224495/%E2%80%9C%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E2%80%9D+%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%84+-+%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%84-



สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้สืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ พบข้อมูลข่าวระบุว่า ขณะนี้ได้มีสารเสพติดตัวใหม่กำลังระบาดอยู่ในโรงเรียนโดยบอกว่าเป็นยาดับกลิ่นปากมีหลายรสชาติ หลายกลิ่น ศูนย์เฝ้าระวังฯ จึงได้ทำการสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าวเพิ่มเติมพบว่า คือ บารากุไฟฟ้า มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายบุหรี่ไฟฟ้ามีหลายสี และหลายกลิ่น ได้แก่ มินท์ องุ่น แอปเปิ้ล เลมอน เชอร์รี่และมีการวางจำหน่ายในย่านตลาดกลางคืนสะพานพุทธ ตลาดตะวันนาบางกะปิ รวมถึงการจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต โดยมีราคาตั้งแต่ 200-1,000 บาทต่อแท่ง ซึ่งผู้ขายมักอวดอ้างสรรพคุณของบารากุไฟฟ้าดังนี้

บารากุไฟฟ้าไม่ใช้ถ่านเหมือนเตาบารากุปกติจึงไม่เกิดการเผาไหม้ ที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ไม่ต้องชาร์จ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก, ไม่มีสารนิโคติน, ไม่มีสารทาร์ หรือนํ้ามันดิน, ใช้เพียงสารโพรไพลีนไกลคอลซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และเบเกอรี่ เป็นสารที่ทำให้เกิดควันสีขาวที่พ่นออกมา จึงได้รับอนุญาตให้สูบในที่สาธารณะได้โดยไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงมั่นใจได้ 100% ว่าบารากุ ไฟฟ้าปลอดภัยอย่างแน่นอน, ควันที่ถูกพ่นออกมาจากการสูบบารากุไฟฟ้ามีกลิ่นหอมของผลไม้ไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้ที่อยู่รอบข้าง และพลาสติกที่นำมาใช้ผลิตเป็นวัสดุคุณภาพดีทำให้ใช้งานได้นานประมาณ 100-500 ครั้ง ต่อ 1 แท่ง ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ

ในการนี้ สคบ.ได้ประสานไปยัง สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือและสอบถามถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวข้างต้นซึ่งชี้แจง ว่า สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวจากผู้บริโภคแต่ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดต่อสำนักงานเขตต่าง ๆ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บารากุไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยมีหลักการทำงานคล้ายกันคือ มีตัวนํ้ายาบรรจุอยู่ในแท่งเมื่อผู้ใช้ทำการสูบจะเกิดการทำปฏิกิริยาภายในตัวเครื่องจนเกิดควันออกมาซึ่งมีข้อแตกต่างตรงที่บารากุไฟฟ้ามีขนาดเล็กคล้ายปากกา มีหลายสีหลายรสชาติและหลายกลิ่น

ทั้งนี้ได้ตั้งสมมุติฐานว่าผู้ผลิตสินค้านี้ผลิตขึ้นมาเพื่อเลี่ยงกฎหมาย คือ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 รวมทั้งเลี่ยงการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้บารากุไฟฟ้าเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กรณีสร้างความรำคาญให้แก่บุคคลรอบข้างอันเนื่องจากควันซึ่งมีผลกระทบทำให้บุคคลรอบข้างได้รับกลิ่นฉุน หรือมีอาการปวดศีรษะ อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการทดสอบหรือพิสูจน์ถึงอันตรายหรือความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนโดยศูนย์เฝ้าระวังฯ จะติดตามและประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและจะสุ่มซื้อตัวอย่างสินค้าเพื่อไปทำการทดสอบต่อไป.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 07, 2014, 07:01:39 AM

เกิดเหตุกองกำลังผาเมืองยิงปะทะขบวนการลำเลียงยาเสพติดที่ อ.แม่จัน เสียงปืนลั่นสนั่นป่านาน 10 นาที สุดท้ายโดนวิสามัญคาที่ 2 ศพ ยึดของกลาง ยาบ้า-เฮโรอีน ซุกเป้เพียบ รอฟ้าสางเข้าเคลียร์พื้นที่อีกครั้ง
วันจันทร์ 7 เมษายน 2557 เวลา 06:09 น.

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/228489/%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2!+%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AF+%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94+2+%E0%B8%A8%E0%B8%9E-


(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/627218.jpeg)


เมื่อวันที่ 7เม.ย.พล.ต.บรรเจิดฉางปูนทอง ผบ.กล.ผาเมืองเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยโดยผ่านมาตามช่องทางดอยสามเส้าหมู่ 19 ต.ป่าตึงอ.แม่จันจ.เชียงรายที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองยอน  เขตอิทธิพลของว้าแดงจึงสั่งการให้ พ.อ.วัชรพงษ์แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.32กล.ผาเมือง นำกำลังทหารพรานจู่โจม3108 ออกลาดตระเวนตรวจดูพฤติการณ์

 

กระทั่งได้พบกลุ่มชายฉกรรจ์10 รายกำลังเดินทางฝ่าสายฝนลัดเลาะป่าเขามาในบริเวณช่องทางบ้านจะกอนะเขตบ้านแสนใหม่ซึ่งแต่ละคนสะพายเป้และมีอาวุธสงครามครบมือทหารพรานที่ซุ่มอยู่จึงให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้นแต่กลุ่มชายดังกล่าวกลับใช้อาวุธสงครามกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดหนึจนเกิดการปะทะกันขึ้นเสียงดังสนั่นลั่นป่าเป็นเวลานาน10 นาที

โดย หลังสิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต2 ศพพร้อมยึดเป้สะพายได้จำนวน2 ใบ จากการตรวจค้นใบแรกมียาบ้าจำนวนมากบรรจุอยู่ภายในขณะที่อีกใบก็มีเฮโลอีนบรรจุอยู่มากมายเช่นกันแต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดจากนั้นได้รายงายแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนจะตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนที่อาจเกิดอันตรายได้อย่างไรก็ตามกำลังทหารฉก.ม.3จะเข้าทำการเคลียร์พื้นที่อีกทั้งในช่วงเช้าวันนี้รวมทั้งมีการแถลงผลการปะทะและตรวจยึดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.


------------------------------------------------------------------



ส่งกำลังใจไปช่วยทหารๆของชาติ ที่ทำเพื่อประเทศไทยครับ

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ พฤษภาคม 15, 2014, 09:34:59 PM
ประหารชีวิตพี่น้องเผ่าม้ง ลอบขนยาบ้า 1.3 ล้านเม็ด
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    15 พฤษภาคม 2557 16:30 น.

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000053960-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000005584201.JPEG)

นายวีระ แซ่ลี อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1.3 ล้านเม็ด (แฟ้มภาพ)



ศาลสั่งประหารชีวิต พี่น้องเผ่าม้ง ขนยาบ้า 1.3 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีก 108 กว่ากิโลกรัม ส่งให้เอเยนต์ใน กทม. แต่ถูกตำรวจ ปส. ติดตามจับกุมได้บนถนนสายเชียงราย
       
       ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (15 พ.ค.) ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อย. 7780/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระ แซ่ลี อายุ 24 ปี ชาว จ.เชียงราย และ นายสุรเดช แซ่ลี อายุ 32 ปี ชาว จ.พะเยา ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
       
       โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2555 นายวีระ จำเลยที่ 1 กับพวกที่ยังหลบหนี ได้ขับรถบรรทุก อีซูซุ สีเทา ทะเบียน ทบ 5714 พะเยา ลักลอบนำยาบ้า จำนวน 1,368,000 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 108 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในถุงปุ๋ย และถุงหูหิ้ว ไว้ในท้ายรถบรรทุก โดยมี นายสุรเดช จำเลยที่ 2 ขับกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กง 3834 พะเยา สำรวจเส้นทาง และคอยพาหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ อันเป็นการสมคบกันวางแผน แบ่งงานกันทำ เพื่อนำยาเสพติดมาจำหน่ายให้ลูกค้าใน กทม. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ขับรถติดตามพฤติการณ์ และจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ พร้อมยาเสพติดของกลาง ส่วนจำเลยที่ 2 ได้ขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว หลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง ก่อนจะทิ้งรถไว้และวิ่งหลบหนีไป แต่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา เหตุเกิดบนถนนสายเชียงราย - เทิง กม.47 - 48 ต.ปล้อง อ.เทิง จ.เชียงราย
       
       ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ แต่ให้การปฏิเสธชั้นศาล ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธโดยตลอด
       
       ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พยานโจทก์หลายปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มีโอกาสเห็นหน้าจำเลยทั้งสอง จึงสามารถจดจำใบหน้าของจำเลยได้อย่างแม่นยำ ส่วนข้ออ้างของจำเลยเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักมาสนับสนุน เชื่อว่าทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริงตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม และ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 8 วรรคสอง เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ประหารชีวิตและริบของกลาง
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ มิถุนายน 01, 2014, 09:25:23 AM
ป.ป.ส.แถลงพบยาบ้าล็อตใหม่ผสมไอซ์
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    31 พฤษภาคม 2557 13:09 น.

-http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000060858-

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000006293001.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000006293002.JPEG)

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000006293003.JPEG)


ป.ป.ส. ระบุพบ “ยาบ้าพันธุ์ใหม่ผสมไอซ์” เป็นครั้งแรก ใช้ตรา SU แทน WY มีฤทธิ์รุนแรงกว่า ถึงขั้นทำให้ความจำเสื่อม พบเป็นเครือข่าย พ.อ.คำข่อง ผลิตในพื้นที่รัฐฉาน ประเทศพม่า ลอบนำเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิงเมืองพัทยา ชายแดนสงขลา และ กทม.
       
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (31 พ.ค.) ที่สำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ น.ส.กัญญนันทน์ คงภัสนิธิโรจน์ ผอ.สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด แถลงผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดล็อตใหม่ตรามงกุฎ ประทับอักษร “SU”
       
       พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ยาเสพติดล็อตใหม่ที่เพิ่งจับกุมได้นั้น หลังจากส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์แล้ว พบว่ามีส่วนผสมของยาไอซ์ อยู่ในปริมาณที่มีผลกระทบต่อจิตประสาทของผู้เสพอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสพมีอาการว้าวุ่นประสาทหลอน หากเสพมากๆ อาจตายได้ และมีความรุนแรงมากกว่ายาบ้าผสมเฮโรอีนที่พบก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เมื่อเสพเข้าไปจะติดง่ายกว่า และบำบัดรักษาได้ยากกว่าผู้ที่เสพยาบ้าธรรมดา เพราะยาไอซ์ดังกล่าวจะทำร้ายก้านสมอง จนส่งผลให้มีอาการความจำเสื่อมได้หากเสพติดต่อกันเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง
       
       พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนขยายผลของ ป.ป.ส. พบว่ายาบ้าล็อตนี้มีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศเมียนมาร์ ในพื้นที่ อ.กุนเฮง จ.ตองยี เป็นกลุ่มของ พ.อ.คำข่อง ซึ่งอยู่ในกลุ่มชนกลุ่มน้อยกลุ่ม Shan Union (สหภาพรัฐฉาน) ซึ่งได้ร่วมกับชาวจีนทำยาบ้าสัญลักษณ์ SU ออกมาใหม่ นำมาขายบริเวณพื้นที่ท่าขี้เหล็กฝั่งตรงข้ามกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยแข่งกับกลุ่มว้าและมูเซอ ซึ่งเป็นเจ้าของสัญลักษณ์ WY ที่ยังคงครองตลาดอยู่ในขณะนี้ คาดว่ากลุ่มของพันโท คำข่อง จะแยกตัวออกมาจากกลุ่มดังกล่าว สำหรับผู้สั่งยาบ้าล็อตนี้เข้ามาจำหน่ายเป็นขบวนการค้ายาบ้าของเครือข่ายจังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา ซึ่งต้องการนำมาขายในสถานบริการและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งใน กทม. และเมืองพัทยา รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่บ้านด่านนอก อ.สะเดา จังหวัดสงขลา เนื่องจากออกฤทธิ์รุนแรงเทียบเคียงกับยาไอซ์ แต่ราคาถูกกว่า
       
       ขณะนี้ทราบชื่อของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการออกหมายจับเพื่อปราบปรามจับกุม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกับชุมชนต่างๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยังไม่พบการนำยาบ้าล็อตนี้ออกจำหน่ายแต่อย่างใด โดย สำนักงาน ป.ป.ส. ได้แจ้งข้อมูลของยาบ้าล็อตใหม่นี้ไปยังทุกหน่วยงานที่ทำงานอยู่ ในทุกชุมชนได้ช่วยกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแจ้งประสานไปยังสำนักงาน ป.ป.ส. ประเทศเมียนมาร์ เพื่อดำเนินการกับแหล่งผลิตต่อไปโดยด่วนแล้ว



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 02, 2014, 10:05:42 PM
จับยาบ้าฟรุ้งฟริ้ง 9 หมื่นเม็ด ส่องประกายได้ ฤทธิ์แรงกว่าเดิม


-http://hilight.kapook.com/view/104529-


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/AmPH.jpg)



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

            ตำรวจจับยาบ้าฟรุ้งฟริ้ง รวบ 2 สามีภรรยาชาวลีซอ ยึดยาบ้ารุ่นใหม่ 9.4 หมื่นเม็ด ลักษณะเป็นเม็ดสีส้ม ส่องแสงประกายเมื่อส่องไฟ ฤทธิ์แรงกว่าเดิม

            เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าจับกุมตัว นายวีระชาติ สุข อายุ 27 ปี ชาวต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ น.ส.นาเหมย จะอื่อ อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาชาวลีซอ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก ริมถนนเวียงป่าเป้า - แม่ปูนหลวง บ้านสันติสุข หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

            สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 สืบทราบว่านายวีระชาติ สุข และ น.ส.นาเหมย จะอื่อ มียาบ้าจำนวนมากไว้ในความครองเพื่อจำหน่าย จึงส่งสายลับเข้าติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 94,000 เม็ด ในราคา 5,000,000 บาท พร้อมนัดหมายส่งมอบยาบ้าในช่วงเย็นวานนี้ (1 กรกฎาคม)

            จนกระทั่งเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่พบทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กฌ 9552 เชียงใหม่ โดยมีกระสอบปุ๋ยวางอยู่ระหว่างขา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้าของกลางทั้งหมดบรรจุในกระสอบปุ๋ยดังกล่าว โดยของกลางยาบ้าเป็นยาบ้าแบบใหม่ที่จับกุมได้เป็นครั้งแรก ซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดสีส้มที่เปล่งประกายแสงสีขาวระยิบระยับเมื่อนำไฟส่อง

            ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชการตำรวจภูธรภาค 5 เผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นหนึ่งในเครือข่ายของนายจะเล่อ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เคลื่อนไหวในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย และ อ.พร้าว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยรับจ้างขนยาบ้าล็อตนี้ในราคา 1 แสนบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเนื้อยามีส่วนผสมของสารเคมีที่เพิ่มฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งตรวจทางเคมีเพื่อพิสูจน์สารต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://news.springnewstv.tv/50631/%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1-




หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 11, 2014, 05:24:22 PM
เจ้ดา สารภาพ ยังมีพนักงานรถไฟคนอื่นซื้อยาบ้าไปเสพ

-http://hilight.kapook.com/view/104961-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/jeda.jpg)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

          เจ้ดา สารภาพ ยังมีพนักงานการรถไฟคนอื่นซื้อยาบ้าไปเสพ นอกเหนือจากไอ้เกม รับ เสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

          วันนี้ (11 กรกฎาคม 2557) นางจินดา พันธรักษ์ หรือเจ้ดา แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวชุมชนสถานีรถไฟ ที่ถูกซัดทอดมาจากนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาคดีข่มขืนฆ่าน้องแก้ม ว่าเป็นคนขายยาบ้าให้ตัวเอง ได้ให้การสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้ขายยาบ้าให้นายวันชัยจริง นอกจากนี้ยังมีนายตุ้ย ซึ่งตอนนี้กำลังหลบหนี เป็นคนติดต่อหาลูกค้ามาให้ ได้ส่วนต่างเม็ดละ 20 บาท ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีพนักงานของการรถไฟคนอื่น ๆ ที่มาซื้อยาบ้าไปเสพ และปฏิบัติงานบนรถไฟเช่นกัน

          ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จะเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการกวาดล้างครั้งใหญ่ เพราะในพื้นที่แออัดต่างมีการแพร่ระบาดของยาบ้าอย่างรุนแรง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก-http://news.springnewstv.tv/51122/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%87-%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E-



--------------------------------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------------------------


วันชัย แสงขาว เครียดจัด เจ้าหน้าที่คุมเข้ม หวั่นฆ่าตัวตาย

-http://hilight.kapook.com/view/104957-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/10447863_10152606781028254_7882501065833610062_n.jpg)




'วันชัย' เครียด ผบ.คุกประจวบฯ ส่ง จนท.คุมเข้ม (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

            วันชัย แสงขาว เครียดจัด ผู้คุมหวั่นฆ่าตัวตาย ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายคุมเข้ม ขณะที่คดีฆ่า น้องแก้ม เร่งสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

            วันนี้ (11 กรกฎาคม 2557) นายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืน น้องแก้ม มาอยู่ที่เรือนจำตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) โดยทางเรือนจำมีมาตรการคุมเข้มสูงสุด เพราะเมื่อสังเกตพฤติกรรมของผู้ต้องขังรายอื่น แสดงออกชัดเจนว่าอยากจะเข้ามาทำร้าย นายวันชัย ซึ่งในวันนี้ จะไม่มีการให้ นายวันชัย ลงมาทานอาหารเหมือนผู้ต้องขังตามปกติ แต่จะมีการจัดอาหารนำไปให้รับประทานในห้องขัง ที่อยู่ในแดนต้องขังพิเศษของทางเรือนจำ ที่มีผู้ต้องขังประมาณ 4-5 คน นอกจากนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย ติดตามดูพฤติกรรมของ นายวันชัย อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง และยังได้มีพยาบาลเตรียมพร้อมตลอดเวลาเช่นกันหากเกิดกรณีที่จะฆ่าตัวตาย เพราะ นายวันชัย มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ คงต้องคุมเข้มในลักษณะนี้ ไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะตอนนี้กระแสความโกรธแค้นยังรุนแรง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น

            ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงกรณีในการรวบรวมหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีของ นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้มนั้น ตนได้พยายามเร่งรัดในการสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อจะส่งสำนวนคดีให้ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

            พล.ต.ต.ธเนษฐ กล่าวอีกว่า สำหรับ นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าน้องแก้มนั้น หลังจากที่ได้มีการฝากขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปขังในห้องเล็ก ที่มีนักโทษอยู่ 4 - 5 คน เป็นแดนพิเศษ ซึ่งไม่สามารถนำมาขังเดี่ยวได้ เพราะเรือนจำไม่มีห้องขังเดี่ยว


ไอเอ็นเอ็น



-------------------------------------------------------------------------------------


น้องแก้ม เข้าฝันคุณแม่ ชี้คนข่มขืนไม่ได้มีแค่คนเดียว

-http://hilight.kapook.com/view/104953-


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            ข่าวน้องแก้ม น้องแก้ม เข้าฝันคุณแม่ ชี้ คนข่มขืนไม่ได้มีแค่คนเดียว ตอนนี้ยังอาฆาต วิญญาณยังอยู่บนรถไฟ

            เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า เมื่อคืนวันก่อน คุณแม่ของน้องแก้ม เด็กสาวที่ถูกฆ่าข่มขืนในขบวนรถไฟ ได้ออกมาเปิดเผยว่า น้องแก้มได้มาเข้าฝัน พร้อมกับชี้ว่า คนที่ข่มขืนนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว วิญญาณของน้องยังคงอยู่ในรถไฟ


(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/BsOjZYoCUAALflj.jpg)
โบกี้ 1026 จุดเกิดเหตุคดีน้องแก้ม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @Bell_Rakung

            ทั้งนี้ แม่ของน้องแก้ม เผยว่า น้องแก้มมาเข้าฝัน บอกว่าน้องเพิ่งรู้ตัวว่าเสียชีวิต บอกว่าหนาว ตนจึงเอาเสื้อผ้าและของใช้อื่น ๆ ทำบุญไปให้ในตอนเช้า น้องแก้มเองบอกว่าจะไม่ไปไหน เพราะมีคนร่วมกันฆ่าน้องอีกหลายคน น้องเองดูยังอาฆาต และน้องบอกว่าตอนนี้ยังอยู่บนรถไฟ ตู้นอนที่เกิดเหตุ ญาติ ๆ จึงจะประสานไปที่การรถไฟ เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณออกมา และส่งน้องไปสู่สุคติ และที่สำคัญ ก็อยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพ เพื่อไม่ให้วิญญาณเกิดความเคียดแค้น

            นอกจากนี้ คุณแม่ของน้องแก้มยังเผยว่า ปกติน้องแก้มนอนกับแม่ทุกคืน ตอนที่ส่งลูกไปโรงเรียนก็มีลูกนั่งไปด้วยกัน 2 คน ตอนนี้เหลือแค่พี่สาวของน้องแก้มคนเดียวแล้ว


เรื่องเล่าเช้านี้ แม่ด.ญ.13ระบุลูกสาวมาเข้าฝัน บอกฆาตกรไม่ได้มีคนเดียว (11ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=VQsriDWYrW0#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=VQsriDWYrW0-
คลิป แม่ด.ญ.13ระบุลูกสาวมาเข้าฝัน บอกฆาตกรไม่ได้มีคนเดียว (11ก.ค.57) : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร



-------------------------------------------------------------------------------------

พ่อวันชัย แสงขาว เปิดใจ ลูกชายหมกมุ่น ชอบดูหนังโป๊

-http://hilight.kapook.com/view/104951-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/fontip/etc5/10245526_374108762729777_4622471494034779678_n_1.jpg)




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            พ่อของนายวันชัย แสงขาว เปิดใจ ลูกชายชอบเก็บตัว หมกมุ่นดูหนังโป๊ เอาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า

            เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 บิดาของนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มบนรถไฟ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ โดยที่พ่อของนายวันชัยเปิดเผยว่า บุตรชายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เมื่อหลังเกิดเหตุนายวันชัยเอาโทรศัพท์ไอโฟนมาใช้ เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า นายวันชัยไปเจอมา และพ่อของนายวันชัยยังเผยว่า ลูกชายมักจะพาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้ากัน อีกทั้งนายวันชัยยังชอบเก็บตัว หมกมุ่นกับการดูหนังโป๊ด้วย

            ด้าน พ.ต.ท.ประเทือง กล่าวว่า ในส่วนหลักฐานอื่น ๆ เช่น รอยนิ้วมือแฝง ผลเลือด ดีเอ็นเอที่พบ รวมทั้งผลนิติเวชนั้น จะออกมาในวันนี้ และแท็บเล็ตของน้องแก้ม นายวันชัยก็ได้เอาไปฝากไว้ที่เพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งตำรวจได้แท็บเล็ตนั้นไปแล้ว


เรื่องเล่าเช้านี้ พ่อ เกม วันชัย พบตร. ระบุลูกเป็นคนเก็บตัว ชอบหมกมุ่นดูหนังลามก (11ก.ค.57) (http://www.youtube.com/watch?v=L47Cuc0hhOc#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=L47Cuc0hhOc-
คลิป พ่อ เกม วันชัย พบตร. ระบุลูกเป็นคนเก็บตัว ชอบหมกมุ่นดูหนังลามก (11ก.ค.57) : เครดิต รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณเรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร






หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 09, 2014, 07:17:27 AM
เด็กถูกพ่อติดยาซ้อม เสียชีวิตแล้ว - แม่อยากให้ประหารพ่อ

-http://hilight.kapook.com/view/106371-



(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/Hot%20News/child_3.jpg)


เด็กถูกพ่อเสพยากระทืบ เสียชีวิตแล้ว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          เด็กถูกพ่อติดยาซ้อมจนโคม่า ล่าสุด เสียชีวิตแล้ว ด้านแม่แท้ ๆ ระบุ อยากให้ประหารชีวิต ให้สาสมกับความผิดที่ทำไป

          วันนี้ (8 สิงหาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมบุญ ลามภาค มารดาของเด็กชายเอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี ที่ถูกนายทัศนัย คล้ายคลึง วัย 36 ปี พ่อแท้ ๆ ซ้อมและทุบตีติดต่อกันนาน 3 วัน จนหมดสติและหยุดหายใจไป ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อมารับศพเด็กชายเอ หลังจากเสียชีวิตลงแล้วในวันนี้ เวลา 13.06 น.

          ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อยุธยา ได้แจ้งข้อหานายทัศนัย ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และข้อหายาเสพติดเรียบร้อย และอยู่ระหว่างการสอบสวนคดี

          ขณะที่นางสมบุญ ลามภาค เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับนายทัศนัยมาแล้ว 4 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ เด็กชายเอ และบุตรสาย 8 ขวบ ทั้งนี้ นายทัศนัยจะรับลูก ๆ มาจากบ้านยายมาพักที่บ้านเช่าของนายทัศนัย ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมพ่อแท้ ๆ ถึงทำกับลูกได้ขนาดนี้ ตนอยากให้เพิ่มโทษนายทัศนัยด้วยการติดคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่ทำไป อีกทั้งใกล้ถึงวันแม่แห่งชาติแล้ว ตนต้องมาเสียลูกเพราะพ่อแท้ ๆ ฆ่าอีก

          ส่วนแพทย์ ได้วินิจฉัยถึงอาการของเด็กชายเอว่า อวัยวะภายใตมีการรับผลกระทบอย่างหนักและรุนแรง จนเป็นเจ้าชายนิทรา


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1407491718-
-http://morning-news.bectero.com/social-crime/08-aug-2014/22450-

.


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 12, 2014, 07:19:30 AM
ตร.รวบสาว 17 ค้ายาบ้า เผยแม่ถ่ายทอดวิชาค้ายาบ้า แถมเห็นพ่อแม่เข้าออกคุกเป็นประจำตั้งแต่เด็ก เลยค้ายาบ้าเป็นอาชีพ
วันจันทร์ 11 สิงหาคม 2557 เวลา 20:50 น.

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 11 สค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร สืบทราบว่าจะมีการส่งยาบ้าที่ หน้า ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนเอเซีย 41 ช่องทางขาขึ้น กทม.หมู่ที่ 4 ต.ท่ามะพลา จึงได้จัดกำลังไปซุ่มดู ปรากฏว่าพบน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ขี่รถจยย.ฮอนด้าสนูปปี้ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาเอาถุงพลาสติคที่วางไว้ที่เสาป้ายบอกทางของกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ตรวจสอบภายในถุงพบยาบ้าจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงได้นำตัวน.ส.เอ ไปตรวจค้นที่บ้านพักใน พบยาบ้าอีก 375 เม็ดดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อจำหน่าย

จากการสอบสวนน.ส.เอ เล่าว่า ตนอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาว อายุ 15 ปี ส่วนพ่อติดคุก ข้อหาค้ายาบ้า จากนั้นแม่ก็มีสามีใหม่เป็นเอเย่นค้า ยาบ้าที่ จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งทั้งพ่อเลี้ยงและแม่จะคอยสั่งให้ไปรับยาบ้าตามที่ต่าง ๆ วันนี้พ่อเลี้ยงได้โทรศัพท์มาบอกแม่ว่า ให้ไปรับยาบ้าที่จุดดังกล่าว แม่จึงสั่งให้รีบไปเอา จนกระทั่งถูกจับกุม

"ครอบครัวตนเองไม่มีอาชีพอย่างอื่น นอกจากการค้ายาบ้า ตั้งแต่เล็กจนโตก็เห็นพ่อกับแม่ ถูกจับเข้า-ออกคุกเป็นประจำ และแม่ก็เป็นคนสอนให้ตนและน้องสาวค้ายาบ้า วันนี้แม่คงหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึงบ้าน"

-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/258787/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94!+%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88+%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7+17+%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2-

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 16, 2014, 09:59:39 AM



------------------------------------------------------------------------------------------------

รวบทันควัน มารศาสนาทาสยาบ้าตระเวนหลอกเหมาซื้อ ผ้าไตร จีวร พระวัดดังกว่า 60 ผืน แล้วเชิดหนี สารภาพสิ้นไส้หาเงินซื้อยาเสพเล่นการพนัน
วันศุกร์ 15 สิงหาคม 2557 เวลา 22:10 น.


-http://www.dailynews.co.th/Content/regional/259775/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%28%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%29-

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/796732.jpeg)

(http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/796733.jpeg)

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 ส.ค. พ.ต.อ. เชษฐา กีชวรรณ ผกก.สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พ.ต.ท. อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผกก.สส. พร้อมพวกจับกุมนาย ธวัชชัย ละวงษ์ อายุ 35 ปี ชาวนครปฐม พร้อมของกลางรถเก๋ง โตโยต้าโคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน 3อ- 9507 กท.ซึ่งเป็นพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ ผ้าไตร 23 ชุด ผ้าสบง 22 ผืน จีวร 4 ผืน ประคตรัดเอว 17 ผืน ใบเสร็จชำระเงิน 80 ใบ โทรศัพท์มือ 1 เครื่อง และ เงินสด 360 บาท ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้ออกอุบายขอเหมาซื้อผ้าไตร จีวร จากพระวัดดังแห่งหนึ่งใน ต.คลองขุด อ.เมือง จ.จันทบุรี แล้วเชิดหลบหนี จึงสืบสวนจนทราบเบาะแสก่อนนำกำลังเข้าจับกุม ได้บริเวณเชิงสะพานเขื่อนโขมง ถนนเทศบาลสาย 7 ต.ท่าใหม่

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งตระเวนหลอกเหมาซื้อ ผ้าไตร จีวร จากวัดต่างๆ ในพื้นที่จ.จันทบุรี แล้วเชิดหนีมาแล้ว 3 ครั้ง โดยผ้าไตร จีวร ที่โจรกรรมมาจะนำไปขายตามร้านสังฆภัณฑ์หรือวัดอื่น ๆ นอกพื้นที่ในราคาชุดละประมาณ 400 บาท ส่วนเงินที่ได้จะนำไปซื้อยาบ้าเสพ และเล่นการพนัน ล่าสุดได้เข้าไปหลอกขอซื้อผ้าไตร จีวร จากพระลูกวัดที่เกิดเหตุ 66 รายการ เป็นเงิน 40,000 บาท จากนั้นจึงออกอุบายขอซื้อผ้าไตรเพิ่ม ก่อนจะฉวยโอกาสที่เจ้าอาวาสเผลอเข้าไปหยิบผ้าไตรขึ้นรถก่อนรีบขับหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ผู้เสียหายได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งสามารถสกัดจับกุมไว้ได้ดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจ แจ้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และหลังการสอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายธวัชชัยไปตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยายาเสพติดเพิ่มไปอีกกระทง


ยยย (http://www.youtube.com/watch?v=-HUqHAaPzyQ#ws)
-http://www.youtube.com/watch?v=-HUqHAaPzyQ-

.
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 18, 2014, 09:19:00 PM
พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร ถูกจับ หลังขนยาบ้า 8 แสนเม็ด

-http://hilight.kapook.com/view/106761-

(http://javascript:WindowOpen('show_image.html?image=online/2014/08/14083571671408357269l.jpg','700','525');)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด

            พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ถูกจับ หลังขนยาบ้า 8 แสนเม็ด  และยาไอซ์อีก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

             วันนี้ (18 สิงหาคม 2557) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย นำกำลังตรวจตราพื้นที่หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดรายใหญ่ เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ต่อมาพบรถยนต์เอนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กท 231 ลำปาง ขับผ่านเข้าไปในพื้นที่ จึงได้สกัดเข้าตรวจสอบ บริเวณหมู่บ้านธนธานี ม.6 ต.แม่สาย ห่างจากชายแดนเพียงเล็กน้อย

           ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบกระเป๋าเดินทางสีดำจำนวน 2 ใบ วางอยู่เบาะหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอตรวจดูพบถุงพลาสติกใสอยู่ชั้นนอก ส่วนข้างในพบห่อยาเสพติดซุกซ่อนอยู่เต็มกระเป๋าทั้ง 2 ใบ เมื่อนำมาตรวจนับพว่าเป็นยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มรวม 8 แสนเม็ด นอกจากนั้นยังพบยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว หนักรวม 1 กิโลกรัม มูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 200 ล้านบาท

           จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวชายคนขับไปทำการตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำ ซึ่งทราบว่า ชายคนดังกล่าวคือ พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร ตำแหน่งเป็นรอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีชื่อเสียงในด้านการปราบปรามยาเสพติดของภาค 5 ด้วย
     
           อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร  พร้อมของกลางไปทำการขยายผลอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสูง โดยเบื้องต้นได้ควบคุมตัวไปยังท้องที่ที่ประจำอยู่ที่ อ.ไชยปราการ เพื่อทำการขยายผลว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าวหรือไม่ ขณะเดียวกันได้มีการรายงานสถานการณ์ไปยัง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ให้รับทราบ

           โดยรายงานระบุว่า  พล.ต.อ.พงศพัศ จะเดินทางไปตรวจสอบคดีที่ ภ.เชียงราย ในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 19 ส.ค.นี้ด้วยตัวเองพร้อมจะแถลงข่าวในคดีนี้ด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก -http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09ETTFOekUyTnc9PQ==-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ สิงหาคม 30, 2014, 07:42:54 PM
รุมประชาทัณฑ์! พ่อเมายาคลั่ง ทุ่มลูกน้อยดับสยองคาพื้น


-http://news.sanook.com/1658553/%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99/-



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(30 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพ่อคลุ้มคลั่งก่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายลูกชายทารกเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันประชาทัณฑ์และรุมจับตัวเอาไว้โดยละม่อม ต้องการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จึงได้เดินทางไปพร้อมกับกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน

จุดเกิดเหตุบริเวณใกล้กับสี่แยกบ้านโป่งขนมจีน ถนนสายแก่งหางแมว-หนองเจ๊กสร้อย พบชาวบ้านจับกลุ่มยืนมุงดูเหตุการณ์ พร้อมกับช่วยกันจับกุมตัว นายเจษฎา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เอาไว้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจในสภาพสะบักสะบอม อีกทั้งยังพบศพเด็กทารกเพศชาย อายุ 1 เดือนเศษ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพกะโหลกศีรษะแตก มันสมองกระจัดกระจาย ใกล้กันนั้นพบ นางเจน (นามสมมติ) อายุ 25 ปี กำลังยืนอุ้มลูกน้อยร้องไห้อย่างน่าเวทนา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายเจษฏา กับ นางเจน เป็นสามีภรรยากันและเพิ่งมีลูกด้วยกันเป็นเด็กฝาแฝด เพิ่งคลอดออกมาได้เพียงเดือนเศษ นายเจษฎา มีพฤติกรรมติดเหล้าเมายาเสพติด จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและทะเลาะวิวาทกับภรรยา ก่อนจะโมโหจับลูกชายทารกโยนฟาดใส่พื้นถนนอย่างสยดสยอง เด็กเสียชีวิตในที่สุด

นางเจน ให้การทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเจษฏา ได้อุ้มลูกฝาแฝดออกไปบ้านเพื่อน จนกระทั่งตกดึกตนจึงไปตามให้กลับบ้าน เพราะลูกๆ ง่วงนอน ระหว่างทางที่กลับบ้าน นายเจษฎา เกิดอาการจิตหลอน เพราะเพิ่งเสพยาเสพติดมา กล่าวหาว่าตนเป็นสายให้กับตำรวจ มีปากเสียงกันบนรถจักรยานยนต์ จนรถเสียหลักล้มคว่ำ ตนรีบประคองลูกน้อย แต่ปรากฏว่า นายเจษฎา พยายามเข้ามาแย่งลูกไปจากอ้อมอก

นางเจน ยังเล่าว่า นายเจษฎา ดึงลูกแฝดคนเล็กไปโยนฟาดกับพื้นถนนอย่างบ้าคลั่ง จนลูกเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาและโยนศพลูกทิ้งเอาไว้กลางถนน ก่อนจะพยายามมาแย่งลูกแฝดอีกคนเอาไปทำร้าย ตนจึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือ กลุ่มชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทนเห็นไม่ไหวจึงรุมประชาทัณฑ์ช่วยกันจับกุมอย่างชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับกุมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของ นายเจษฎา พบว่าเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังคงกลับมามีพฤติกรรมเหมือนเดิม เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษและฆ่าผู้อื่นเสียชีวิตโดยเจตนา ก่อนจะควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ
หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 07, 2014, 10:00:15 AM
ลูกทรพีทาสยาบ้า ใช้ขวานจามหัวพ่อบังเกิดเกล้าดับคาโต๊ะข้าว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 ธันวาคม 2557 07:53 น.


-http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000140658-


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000014525201.JPEG)
นายเอกชัย สุขสวัสดิ์ อายุ 40 ปี ลูกชายแท้ๆที่มีประวัติเสพยาเสพติด ใช้ขวานจามหัวพ่อบงเกิดเกล้าเสียชีวิต



ลำปาง - เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ลำปางอีกแล้ว ลูกทรพีทาสยาบ้าวัย 40 ปี ใช้ขวานกระหน่ำจามหัวพ่อบังเกิดเกล้าตายคาโต๊ะกินข้าว แม่วิ่งมาห้าม ยังเดินโซเซไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่หน้าบ้าน ชาวบ้านรู้ข่าวรุมประชาทัณฑ์อ่วม
       
       ร.ต.อ.สมบัติ พุ่มเพ็ชรษา พนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา จ.ลำปาง พร้อมแพทย์เวร รพ.เกาะคา ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 425 หมู่ 10 บ้านจู้ดทุ่ง ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา เมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ธ.ค.)หลังได้รับแจ้งรับแจ้ง ว่า เกิดเหตุลูกชายฆ่าพ่อจนเสียชีวิต
       
       โดยบ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีชาวบ้านนับร้อยคนยืนจับกลุ่มวิพาษ์กวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่หน้าบ้านจำนวนมาก เพราะเห็นว่า เป็นการกระทำอันโหดเหี้ยมของบุตรชายที่ฆ่าพ่อแท้ๆตายคาบ้าน
       
       เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านพบศพนายน้อย สุขสวัสดิ์ อายุ 60 ปี นอนเสียชีวิต สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้โต๊ะอาหาร ท้ายทอยมีรอยถูกขวานจามเป็นแผลฉกรรณ์มีเลือดกระจายเกลื่อนไปทั่วโต๊ะ - เก้าอี้ และพบจานช้อนแตกกระจายหลายจุด ใกล้กันพบขวานเปื้อนเลือด ตกอยู่ 1 เล่ม ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
       
       จากการสอบถามนางเพียร สุขสวัสดิ์ ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่านายน้อย ก็คือนายเอกชัย สุขสวัสดิ์ อายุ 40 ปี บุตรชายแท้ๆของผู้ตาย โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายนั่งทานข้าวอยู่ในบ้านดีๆ บุตรชายเปิดประตูหลังบ้านเข้ามา และไม่พูดจาอะไร เดินเข้าไปหาพ่อ ที่กำลังทานข้าว แล้วใช้ขวานฟันเข้าไปที่ศรีษะพ่อหลายครั้ง จนผู้ตายทรุดลงไปกับพื้น เสียชีวิตอย่างสยดสยอง ขณะะที่ตนเองกำลังดื่มน้ำอยู่ จึงวิ่งมาบอกให้หยุด และพยายามอุ้มนายน้อย ขึ้นมาจนเลือดกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า
       
       หลังเกิดเหตุนายเอกชัย ก็เดินโซซัดโซเซคล้ายคนเมายา ไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่หน้าบ้าน ไม่นานนักเมื่อชาวบ้านทราบเรื่องต่างพากันมาที่บ้าน และรุมด่านายเอกชัย ที่หน้าบ้าน เมื่อชาวบ้านมากันมากขึ้น และทนกับการกระทำของนายเอกชัย ไม่ไหว จึงได้เข้ามารุมประชาทัณฑ์นายเอกชัย พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง จึงได้เข้าระงับเหตุ และรับนำตัวนายเอกชัย ขึ้นรถไปควบคุมที่ สภ.เกาะคา
       
       ทั้งนี้นายเอกชัย เคยมีประวัติเสพยาบ้า ที่ผ่านมาพ่อและแม่ เคยพาไปรักษา แต่ก็ไม่หาย ระยะหลังเกิดอาการเหม่อลอย คล้ายกับมีอาการทางประสาท เพราะเสพยาบ้ามาตลอด คาดว่า จะเกิดจิตหลอน จึงก่อเหตุสลดดังกล่าว



หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ กรกฎาคม 04, 2015, 11:29:30 AM
สังคมน่าห่วง ! ยาบ้ากลับมาระบาดหนัก ราคาถูกเหลือเม็ดละ 37 บาท

-http://hilight.kapook.com/view/122806-


สังคมน่าห่วง ! ยาบ้ากลับมาระบาดหนัก ราคาถูกเม็ดละ 37 บาท ชี้ขายถูกเพราะพ่อค้าเยอะเลยต้องตัดราคาเหลือเพียงเท่านี้ นอกจากนี้ยังพบแม่ผสมกระท่อมในขวดนมให้ลูก อ้างลูกชอบ

          วานนี้ (3 กรกฎาคม 2558) นายเพิ่มพงษ์ ชวลิต เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นกลุ่มค้ายาเสพติดระดับชุมชน โดยมีหมู่บ้านเป้าหมาย 200 แห่ง ชุมชนแรกที่ ป.ป.ส. เข้าปฏิบัติการคือ  ชุมชมสวนสน ซอย 9 ประตูเหล็ก ริมคลองหัวหมากน้อย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย จากทั้งหมด 13 ราย และควบคุมผู้เสพได้ 15 ราย โดยจำนวนนี้เป็นเยาวชน 3 ราย พร้อมขอกลางเป็นยาบ้า 48 เม็ด ยาไอซ์ 2 เม็ด พืชกระท่อม และ 4X100 อีกจำนวนหนึ่ง

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าชุมชนแห่งนี้ขายยาเสพติดกันอย่าวโจ่งแจ้ง เลยแฝงตัวเข้าไปเก็บหลักฐาน และเปลี่ยนแผนปฏิบัติการจากการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่มาเป็นรายย่อยแทน เพราะต้องการให้ประชาชนเห็นผลในการปฏิบัติงานชัดเจนขึ้น

          ในส่วนของยาบ้าตอนนี้ราคาถูกลงเยอะมาก เหลือเพียงเม็ดละ 37-100 บาท ที่ต้องขายราคาถูก เป็นเพราะผู้ค้าแย่งกันขาย  จึงต้องตัดราคากันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะยาบ้าหาซื้อได้ง่ายกว่าขนมและขายกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย นอกจากนี้ หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้ พบว่านำกระท่อมต้มน้ำใส่ขวดนมให้ลูกวัย 2 ขวบดื่มกินด้วย โดยอ้างว่าลูกชอบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก และในชุมชนดังกล่าว เด็กอายุเพียง 7 ขวบ ก็ติดยาเสพติดแล้ว

          อย่างไรก็ดี ในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ จะนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อตรวจหาสารเสพติดทั้งชุมนุม และหากพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง ก็จะนำตัวส่งเข้าบำบัดทั้งหมด
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เดลินิวส์
(http://www.kapook.com/webout.php?http://dailynews.co.th/crime/332429)

หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ ธันวาคม 06, 2015, 06:42:52 PM
ซ่าจนได้เรื่อง ! หนุ่มโพสต์ด่าตำรวจค้นบ้านแต่ไม่เจอยาบ้า สุดท้ายค้นอีกทีเจออื้อ
-http://hilight.kapook.com/view/130046-

(http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/sarinee/december/week1/md1.jpg)

  บุกรวบหนุ่มอยุธยา โพสต์ซ่าจนได้เรื่อง ด่าตำรวจมาค้นบ้านทำข้าวของกระจัดกระจาย ถามจะค้นก็ขอให้มีหลักฐาน สุดท้ายตำรวจมาค้นใหม่ เจอยาบ้าของกลางว่า 66,000 เม็ด

          เมื่อเวลา 17.00 น. วานนี้ (4 ธันวาคม 2558) นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมตัว นายธนัสพร จันทร์ทรงกลด และ น.ส.เดือนนภา รัมมะสังข์ คู่สามี-ภรรยาได้พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 33 มัด รวม 66,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนรวม 3 กระบอก สมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม ซุกซ่อนอยู่ภายในทาวเฮ้าส์สองชั้น ในม.1 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

          รายงานเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เข้าตรวจค้นบ้านในเครือข่ายยาบ้าของนายธนัสพร ใน ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ฝ่ายผู้ต้องหาไหวตัวทันและได้นำยาบ้าของกลางออกไปแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นนายธนัสพรได้เข้ามาโพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก "ชาวอยุธยาถึงชาวอยุธยา" ต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้ามาค้นบ้านจนข้าวของกระจัดกระจาย ควรจะมีหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะเข้ามาตรวจค้น

 ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนและเฝ้าพฤติกรรมของนายธนัสพร จนพบว่ามีการนำยาบ้าจำนวนมาซุกซ่อนเอาไว้ในบ้านหลังนี้ จึงได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากในที่สุด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก สถานีข่าวเอทีวี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1449233959-


หัวข้อ: Re: รวม เตือนภัย และ ต่อต้าน "ยาเสพติด"
เริ่มหัวข้อโดย: sithiphong ที่ เมษายน 12, 2016, 10:52:46 PM
พ่อสุดทน! ลูกทาสยาบ้าชอบทำร้าย คว้ามีดฟันยับดับคาที่
-http://news.sanook.com/1978910/-

(http://pe1.isanook.com/ns/0/rp/r/w700h420/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM5NS8xOTc4OTEwLzU5LmpwZw==.jpg)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหนองหอย ว่าพ่อใช้มีดพร้าฟันลูกจนถึงแก่ความตาย ที่บ้านหนองหอย เลขที่ 38 หมู่ 11 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ที่เกิดเหตุพบ นายนงค์ อายุ 45 ปี ยืนถือมีดพร้าที่ก่อเหตุฟันลูกชายตาย ทราบชื่อ นายอนันต์ อายุ 32 ปี สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงลายพราง ขาสามส่วน นอนคว่ำหน้า มีบาดแผลที่ขาข้างซ้าย 1 แผล และหัวไหล่ซ้าย 1 แผล

จากการสอบสวน นายนงค์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าลูกชายด้วยตนเอง เนื่องจากทนพฤติกรรมของลูกชายที่ติดยาบ้าไม่ไหว เมื่อเมายาบ้าหรือเมาสุรา ก็จะอาละวาดและทำร้ายร่างกายตนเองและภรรยาเป็นประจำ เมื่อตอนเช้าของวันนี้ได้ขโมยข้าวเปลือก 2 กระสอบ เพื่อจะนำไปขาย ตนมาพบถึงได้เกิดทะเลาะวิวาทกันกับผู้ตาย จนกระทั่งผู้ตายได้ทำร้ายตนเอง และได้เอามีดไล่ฟัน

ตนเองได้วิ่งหนี และได้คว้ามีดพร้าได้จึงไล่ผู้ตาย ไปได้ประมาณ 100 เมตร ผู้ตายใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร จะทำร้ายตนเองอีก ตนเองจึงได้ใช้มีดพร้าฟันที่ขา 1 แผล ผู้ตายได้ล้มลง ตนจึงเอาสันมีดพร้าตีไปที่หัวไหล่ประมาณ 2-3 ครั้ง ด้วยความโมโหจนผู้ตายแน่นิ่งและได้เสียชีวิตคาที่ และตนเองก็ได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถาม นายอำนวย อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านหนองหอย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ผู้เห็นพฤติกรรมของนายอนันต์ ว่าผู้ตายเป็นคนเกเร ชอบทำร้ายพ่อและแม่ เมื่อขอเงินไม่ได้ ชอบขโมยของไปขาย และได้ขโมยข้าวเปลือก 6 ครั้งเพื่อเอาไปขาย พอได้เงินมาก็ไปซื้อกัญชา ยาบ้า เหล้า มาดื่มพอเมาแล้วชอบทำร้ายพ่อแม่ จนชาวบ้านเอือมระอากับพฤติกรรมของผู้ตาย

จากการตรวจสอบบริเวณบ้านพักของผู้ตาย พบอุปกรณ์การเสพกัญชาและยาบ้าจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นของกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายนงค์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป