ใต้ร่มธรรม

แสงธรรมนำใจ => ดอกบัวโพธิสัตว์ => มหายาน => ข้อความที่เริ่มโดย: มดเอ๊กซ ที่ ธันวาคม 14, 2017, 09:40:43 AM

หัวข้อ: ฌานหนึ่งดรรชนีไต้ซือไห่เติง
เริ่มหัวข้อโดย: มดเอ๊กซ ที่ ธันวาคม 14, 2017, 09:40:43 AM
(http://www.jiuchisu.com/upload_files/photo/388/1_20160824210852_pnjbn.jpg)

(http://www.baohuasi.org/UploadFile2010/s_20091111234713.jpg)

(http://p0.ifengimg.com/pmop/2017/0112/80FF3D954F4BC1A9166A8407B73C368823CF44AB_size49_w641_h855.jpeg)

ฌานหนึ่งดรรชนีไต้ซือไห่เติง

ในประวัติของพระธรรมาจารย์ถี่กวงเอ่ยถึงการประลองระหว่างท่านกับไต้ซือฝ่าเติง แห่งวัดเส้าหลิน ซึ่งเป็นยอดจอมยุทธิ์แห่งยุค พระธรรมาจารย์ไห่เติง (海灯法师) เดิมเป็นชาวเสฉวน เกิดเมื่อปี 2446 หรือ 2451 ไม่แน่ชัด ในวัยเยาว์ท่านเฉลียวฉลาดอย่างมาก สนใจวรรณคดี สอบเข้าศึกษามหาวิทยาลัยซื่อชวน ติดคณะอักษรศาสตร์ แต่ครอบครัวยากจนไม่อาจส่งเสียให้เล่าเรียนได้ ท่านจึงเบนเข็มไปศึกษาโรงเรียนตำรวจ โดยรัฐบาลออกทุนให้ เวลานี้เองท่านเริ่มสนใจวรยุทธิ์อย่างมาก

ต่อมาท่านได้คลุกคลีกกับชาวัด จึงเกิดความคิดที่จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ กระทั่งได้อุปสมบทในปี 2480 ในเวลาต่อมา ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้เดินทางจาริกไปทั่วจีน กระทั่งถึงวัดเส้าหลิน ไต้ซือเต๋ออี้เจ้าอาวาสวัดในขณะนั้น เห็นท่านวรยุทธิ์เยี่ยมยอด จึงมอบตำแหน่งอาจารย์ชั้นสูงให้

ว่ากันว่า ได้มีพื้นฐานวารยุทธิ์จากสำนักเส้าหลินตั้งแต่ก่อนออกบวช เพราะในช่วงนั้นเกิดเหตุร้ายขึ้นที่วัดเส้าหลิน มีหลวงจีนมีวรยุทธิ์สองท่านหลบหนีมาเสฉวนพอดี ท่านจะถวายตัวเป็นศิษย์เรียนวรยุทธิ์ได้รับการถ่ายทอดวิชามวยกุมารโยคะ (ถงจื่อกง /童子功) กับวิชาเพลงหมัดดอกท้อ (เส้าหลินเหมยฮวาฉวน/ 少林梅花拳) ต่อมาท่านยังเชี่ยวชาญวิชาฌานหนึ่งดรรชนี (อี้จื่อฉาน/一指禅) และวิชาณานสองดรรชนี (เอ้อร์จื่อฉาน/二指禅) ซึ่งสร้างชื่อให้กับท่านเป็นอย่างมาก

พระธรรมาจารย์ซวนฮวา ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับท่าน (ไต้ซือไห่เติง มีฉายาที่ท่านซวีหยุนตั้งให้ว่า ซวนหมิง) และเผยแพร่ธรรมในอเมริกา เคยพบสนทนากับไต้ซือไห่เติง กล่าวถึงท่านว่า ไต้ซือสละชีวิตฆราวาสเพราะความคับแค้น จึงเดินตามมรรคาของวิทยราชอุจฉุษมะ (ฮุ่ยจี้จินกัง/穢跡金剛) ตั้งใจปราบมารให้สิ้น แม้จะต้องแปดเปื้อนด้วยอกุศล ท่านไห่เติงนั้นมุ่งมั่นในมรรคนี้อย่างยิ่งยวดเพราะเหตุการณ์ในอดีตเป็นพื้นฐาน ท่านไต้ซื่อตอบว่าเป็นเรทาองจริง เพราะบิดาของท่านถูกโจรร้ายสังหารจนสิ้นชีพ จึงเกิดความคับแค้นจึงออกบวชหมายจะฝึกตนให้แข็งแกร่ง ต่อสู่กับหมู่คนพาลล้างแค้นแทนบิดา ส่วนพระธรรมาจารย์ซวนฮวาสละชีวิตคฤหัสน์เพราะหวังดำเนินมรรคาโพธิสัตว์ จึงใช้กรุณาเป็นที่ตั้ง มิใช่พิโรธหมายกำจัดมารอย่างท่านไห่เติง แม้นจะต่างมรรค ต่างเจตนา แต่ทั้ง 2 ท่านมุ่งสู่ปลายทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ท่านกล่าวว่า ไต้ซือไห่เติงมีพรหมจรรย์และคุณอันบริสุทธิ์ ดังจะเห็นได้ว่าวิชามวยกุมารโยคะ หรือถงจื่อกง ของท่านอยู่ในระดับสูงสุด ท่านสอนศิษย์ว่า วิชานี้เพื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดแล้ว จะสามารถกดแรงกระตุ้นให้สัประยุทธิ์ ลดความปรารถนาที่จะต่อสู้ เมื่อไม่คิดต่อสู้ ชีวิตก็ยืนยาว

นอกจากฝีมือด้านกังฟู พระอาจารย์ยังมีภูมิธรรมลึกซึ้ง เป็นผู้สืบทอดนิกายเซน สายเหวยย่าง เป็นบูรพาจารย์ลำดับที่ 9 ของสำนักต่อจากพระอาจารย์ซวีหยุน โดยท่านเป็นผู้ประกาศมอบตำแหน่งนี้เอง พระอาจารย์มักแสดงธรรมเทศนาวยืดยาวโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย นอกจากสอนธรรมยังสอนวิชาวรรณเดีโบราณเพื่อประดับความรู้ศิษย์ เมื่อเสร็จการสั่งสอนศิษย์ท่านมักประกอบพิธีเปรดพลีโยคะกรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่สรรพสัตว์ เป็นงานที่ทำกระทำไม่เคยขาด ส่วนยามจำวัดก็ไม่ล้มกายลงนอน แต่จะนั่งสมาธิทั้งคืน

ไต้ซือ พระธรรมาจารย์ไห่เติง มีความผูกพันกับอารามสำคัญดังนี้ วัดเป่ากวง ที่เสฉวน ซึ่งชักพาท่านเข้าสู่ทางธรรมสายนิกายวิปัสสนา, วัดเจินหรู ที่เจียงซี ที่พระอาจารย์ซวีหยุนประกาศธรรมและท่านสืบตำแหน่งเจ้าสำนักต่อมา, และวัดเส้าหลิน ซึ่งท่านได้เรียนวรยุทธิ์และต่อมาหลังเปิดประเทศ รัฐบาลได้เชิญท่านกลับไปครองตำแหน่งเจ้าอาวาสพักหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูวิชาที่ถูกทำลายไปมากช่วงปฏิวัติ

ในภาพไต้ซือไห่เติงกำลังสาธิตวิชาฌานหนึ่งดรรชนี (อี้จื่อฉาน/一指禅) ดูภาพเหตุการณ์จริงได้จากคลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=9otyix-7cok (https://www.youtube.com/watch?v=9otyix-7cok)