ตอบ

คำเตือน - มีกระทู้ตอบใหม่ 2 กระทู้ ขณะที่คุณกำลังอ่านหัวข้อนี้ อยากให้คุณแสดงตัวอย่างก่อนตั้งกระทู้
ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

Verification:
ระหว่างความดีกับความไม่ดี เราจะเลือกทำสิ่งใดจึงจะสามารถบรรลุธรรมได้จริง ( เลือกตอบแค่ ความดี กับ ความไม่ดี ครับผม):
คิดว่าความดีทำยากไหม( เลือกตอบแค่ ยาก กับ ไม่ยาก ครับผม):
ถ้าเราโกรธใคร ธรรมะจะเป็นหนทางผ่อนคลายความโกรธนั้นลงได้ใช่ไหม ( เลือกตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ ครับผม ):
ชีวิตบางครั้งก็เหมือนเหรียญสองด้านใช่หรือไม่ครับบางครั้งก็หัวบางครั้งก็ก้อย( เลือกตอบแค่ ใช่ กับไม่ใช่ครับผม):
^^ ขอความกรุณาพิมพ์คำว่า ความดีนำทาง:
การแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ นิยมใช้คำว่า (อนุโมทนา) กรุณาพิมพ์คำนี้ครับ อนุโมทนา:
ท่านจะปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็บใต้ร่มธรรมทุกประการหรือไม่ ( เลือกตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ ครับผม):
โดยปกติชน นิ้วมือของคนเรา มีกี่นิ้ว (ตอบเป็นภาษาไทยครับ):
ใต้ร่มธรรม เป็น แค่เว็บไซต์และจินตนาการทางจิต การทำดี สำคัญที่ใจเรา เริ่มความดีที่ใจเราก่อนเสมอ พิมพ์คำว่า "เริ่มความดีที่ใจเราก่อนเสมอ":
คุณพ่อคุณแม่เปรียบดั่งพระอรหันต์ในบ้าน พิมพ์คำว่า "คุณพ่อคุณแม่ฉันรักและเคารพท่านดุจพระอรหันต์":
บุคคลที่ไปหลายๆเว็บไซต์ โดยที่สวมบทบาทเป็นหลายๆคน โดยที่ไม่รู้ว่า แท้จริงใจเราต้องการอะไร เพื่อน หรือ ชัยชนะ:
ในโลกออนไลน์หรือโลกแห่งจิต ไม่มีใครทำอะไรเราได้ นอกเสียไปจาก (คนพาล) หรือ (ใจของเราเอง):
เคยนวดฝ่าเท้าให้ คุณพ่อคุณแม่บ้างไหม ถ้ามีโอกาส เราควรทำหรือไม่ (ควรกระทำอย่างยิ่ง หรือ ไม่ควรทำ):
ธรรมะคือ ธรรมชาติ พิมพ์คำว่า (ธรรมะชาติ) ครับ:
พิมพ์คำว่า (แสงธรรมนำทางธรรมะนำใจ) ครับ:
รู้สึกระอายใจไหมที่เราทำร้ายคนอื่นด้วยวาจาหรือสำนวนที่ไม่สุภาพ โดยที่คนคนนั้นเค้าเคยเป็นผู้มีพระคุณต่อเรามา (ไม่ละอายใจ)หรือ(ละอายใจ):
สำนวนไทยที่ว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน  พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ลางเนื้อชอบลางยา):
ขนทรายเข้าวัดคือ พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ทำบุญทำกุศลโดยวิธีนำหรือหาประโยชน์เพื่อส่วนรวมมิได้ทำเพื่อตนเอง):
ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น พิมพ์เป็นประโยคภาษาอังกฤษครับ เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะครับ เว้นวรรคคำด้วยครับ (It is never too late to mend):
ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร พิมพ์เป็นประโยคภาษาอังกฤษครับ เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะครับ เว้นวรรคคำด้วยครับ (He who has never tasted bitterness does not know what is sweet):

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มีนาคม 14, 2020, 01:43:25 PM »

วิเคราะห์คดีแชร์ วิธีฟ้องคดีและอายุความในการฟ้อง
August 23, 2017

    ความหมายของการเล่นแชร์

การเล่นแชร์ คือ สัญญาชนิดหนึ่ง มีคู่ความ 2 ฝ่าย คือ นายวงแชร์ ฝ่ายหนึ่ง กับลูกวงแชร์ อีกฝ่ายหนึ่ง ปกตินายวงแชร์จะเป็นบุคคลเดียว ส่วนลูกวงแชร์จะมีหลายคน

    รวมบทความเกี่ยวกับการเล่นแชร์

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาวิเคราะห์ แชร์ล้มผิดฉ้อโกงหรือไม่

วิเคราะห์คดีแชร์ ท้าวแชร์ออนไลน์เปิดแชร์หลายวงมีความผิดหรือไม่ และเลขาวง หรือผู้ช่วยถือเป็นตัวการร่วมหรือไม่

ท้าวแชร์ ตั้งแชร์เกิน 3 วง มีโทษจำคุกหรือไม่

    ประเภทของการเล่นแชร์

ในการเล่นจะกำหนดจำนวนเงินแต่ละงวดและวิธีการประมูลซึ่งวิธีการประมูลมี 2 ประเภท คือ

ประมูลหักดอกเบี้ย เช่น จำนวนเงินแชร์ 10,000 บาท หากลูกวงแชร์ผู้ประมูลให้ผลประโยชน์ 1,500 บาท เป็นดอกเบี้ยซึ่งสูงกว่าลูกวงแชร์อื่น ก็จะเป็นผู้ชนะการประมูล ลูกวงแชร์ที่ประมูลได้ก็ต้องรับเงินงวดนั้น 8,500 บาท

แต่ถ้าเป็นแชร์ชนิดดอกตาม ลูกวงแชร์ที่ประมูลไม่ได้ก็ต้องชำระเต็ม 10,000 บาท แต่จะได้รับคืนจากผู้ประมูลได้ในภายหลัง

    สิทธิพิเศษของเท้าหรือนายวงแชร์

ปกตินายวงแชร์ได้สิทธิพิเศษ คือได้รับเงินเต็มในเดือนแรก ตามตัวอย่างข้างต้นหากมีผู้เล่น 20 คน ผู้เข้าเล่นหรือลูกวงแชร์จะต้องชำระเงินคนละ 10,000 บาท ให้แก่นายวงแชร์ โดยนายวงแชร์ไม่ต้องเสียดอกแต่มีหน้าที่ที่จะใช้คืนลูกวงแชร์ทุกงวดๆ ละ 10,000 บาท และมีหน้าที่จัดการประมูลและรวบรวมเงินจากลูกวงแชร์ที่ประมูลไม่ได้ มอบให้แก่ผู้ที่ประมูลได้

มีข้อพิจารณาว่าหากผิดสัญญาเล่นแชร์ดังกล่าว คู่สัญญาจะต้องฟ้องคดีภายในกี่ปี เนื่องจากสัญญาเล่นแชร์ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายไว้โดยเฉพาะ จึงต้องปรับข้อเท็จจริงในข้อสัญญาเข้ากับบทบัญญัติเรื่องอายุความ

    กรณีผิดสัญญาเล่นแชร์เกิดขึ้นได้ 4 กรณี คือ

1. นายวงแชร์ผิดสัญญาไม่รวบรวมเงินมอบให้แก่ลูกวงแชร์ซึ่งประมูลได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3882/2530 โจทก์ตกลงเล่นแชร์กับจำเลย จำเลยเป็นนายวงแชร์ เมื่อลูกวงแชร์คนใดเปียแชร์ได้จะได้รับเช็คจากจำเลยซึ่งเก็บมาจากลูกวงแชร์ทุกคนโดยจำเลยลงชื่อสลักหลังและรับผิดชอบกรณีเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์เปียแชร์ได้และนำเช็คที่ได้รับจากจำเลยบางฉบับไปชำระหนี้แก่ ก. แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมา ก. ถึงแก่กรรม ว. ภริยา ก. ฟ้องจำเลยในฐานะผู้สลักหลังให้ชำระเงินตามเช็ค ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่ ว. ไป เช่นนี้ ถือว่าโจทก์ยังไม่ได้รับเงินค่าแชร์ตามเช็คดังกล่าวจำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามข้อตกลงในการเล่นแชร์ และอายุความของสิทธิเรียกร้องในกรณีผิดสัญญาเล่นแชร์นี้มีกำหนดสิบปี การที่โจทก์จำเลยมีข้อตกลงกันให้โจทก์นำเช็คที่ได้รับจากการเล่นแชร์ไปเรียกเก็บเงินดังกล่าวนั้นไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ และโจทก์มิใช่คู่ความในคดีที่ ว.ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีที่ ว. ฟ้องจำเลยดังกล่าว

2. ลูกวงแชร์ผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่างวดให้แก่นายวงแชร์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2480 สัญญากู้เงินในเรื่องเล่นแชร์วิธีกำหนดเวลาที่ลูกวงจะต้องนำเงินส่งให้นายวงเป็นงวดๆ นั้น มีกำหนดอายุความฟ้องร้องเพียง 5 ปี นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2516 และ 284/2516

3. ลูกวงแชร์ผิดสัญญากันเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2537 มูลหนี้ตามฟ้องโจทก์ไม่ใช่มูลหนี้การกู้ยืมเงินตามความหมายของ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี รวมอยู่ในมูลหนี้ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว มูลหนี้เดิมเกิดจากจำเลยที่ 1 ร่วมเล่นแชร์กับโจทก์แล้วจำเลยที่ 1 ออกเช็คชำระหนี้ค่าแชร์ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คถือว่าโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ค่าแชร์ การชำระหนี้ด้วยเช็คเช่นนี้ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้จึงอาศัยมูลหนี้เดิมตามสัญญาการเล่นแชร์หาได้ฟ้องให้รับผิดตามเช็คไม่ อายุความเกี่ยวกับการฟ้องเรียกเงินค่าแชร์ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30 ใหม่) เมื่อนับตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2525 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทั้งสามชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้าย และเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2530 ซึ่งเป็นวันฟ้องยังไม่พ้นกำหนด 10 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

4. กรณีลูกวงแชร์ผิดสัญญา นายวงแชร์ชำระหนี้แทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2537 โจทก์เล่นแชร์กับจำเลยโดยโจทก์เป็นนายวง จำเลยประมูลแชร์ได้และออกเช็คให้แก่ลูกวงคนอื่นๆ ไว้ เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ในฐานะนายวงได้ชำระเงินตามเช็คไปแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยอันเป็นการเรียกเงินที่ออกทดรองไปก่อนคืน สิทธิเรียกร้องเช่นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 3 กรณีแรกมีข้อสัญญาที่เหมือนกันอยู่ 2 กรณี คือ กรณีที่นายวงแชร์ผิดสัญญากับลูกวงแชร์ และลูกวงแชร์ผิดสัญญากันเอง กล่าวคือ ผู้ที่ผิดสัญญามีหน้าที่รับผิดชอบชำระหนี้ให้แก่อีกฝ่ายเพียงครั้งเดียว ส่วนกรณีลูกวงแชร์ผิดสัญญาต่อนายวงแชร์ กรณีนี้ลูกวงแชร์มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะชำระเป็นงวดๆ อายุความจึงต่างกัน ศิริชัย วัฒนโยธิน


มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา

0891427773 ไลน์ไอดี Lawyers.in.th

ที่มา https://www.lawyers.in.th/2017/08/23/law-chain-link-cases/?fbclid=IwAR24kgCoPmOu7yqZOZK-jdShs_rdX4LM_SytQeDnNrcYBuDt8f-gLewLfgI
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2020, 12:00:40 PM »

โพสโดย ทวีสุข ธรรมศักดิ์
วันที่ 7 มีนาคม 2563

จำได้ว่าก่อนเลือกตั้งถูกถามว่าคิดยังงัยตอนนั้นตอบไปว่า
ถ้าไม่ชอบใครก็เลือกคนนั้นมาเป็นรัฐบาล ตอนนี้เห็นสภาพนะครับ
ไปตอบกันเอง

เรื่องแจกเงิน..เอาอารมณ์ออกก่อน...แล้วเปิดสมองด้วย..ก่อนอ่าน

ทำไมต้องแจกเงิน????

ตอนปี 2556-57 เรามีปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียนในระบบ
เพราะ...การบริโภคภายในต่ำ..คนส่วนใหญ่เงินไม่ค่อยคล่อง
จนเกือบเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ

แต่อยู่ๆก็เหมือนโชคช่วย..นักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากจีนแห่มาไทยเยอะมาก
เราก็เลยลงทุนทั้ง สร้างโรงแรม คอนโด เพื่อรองรับกันในปริมาณมหาศาล
ก็...ทำให้เงินหมุนอยู่ช่วงหนึ่ง
บวกกับ...คนแห่ไปซื้อคอนโด..เพื่อลงทุน

......ทุกคนคิดว่า...จีน..จะโตตลอดไป...หายนะจึงเกิดขึ้น

จึงก่อหนี้มาลงทุนประมาณว่า..เงินหาได้ง่ายๆ
แต่..ลืมไปว่าเงินที่มี..คือ..การก่อหนี้..ทั้งสิ้น

ปี 2019 จีนชะลอการลงทุนและท่องเที่ยวลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ปี 2020 เจอโรคระบาดทุกอย่างหยุดอย่างฉับพลัน

ปัญหาคือ..??
- การบริโภคจากภายในอ่อนแอ่อยู่แล้ว ก็มาเจอเงินที่มาจากภายนอกหายไปอีก
- ผู้บริโภค หรือ M3 เป็นหนี้สินระยะยาวจากอสังหาริมทรัพย์เก็งกำไร หนี้จากการกู้มาเพื่อชีวิต ดี๋ดี โชว์บนโซเชียล
การบริโภคยิ่งลด
- ไม่มีผลตอบแทนการจากออม..คนเลยขนเงินไปเสี่ยงสารพัดรูปแบบ เงินออมก็หายไปแบบไม่มีวันกลับ

ทั้งหมดนี้ทำให้การบริโภคลดลง...ปัญหาคือ???
- เมื่อบริโภคลดลง...ผู้ผลิตก็จะมีรายได้ลดลง
ปัญหาเรื่องหนี้+ดอกเบี้ย....ค่าแรงค่าเงินเดือน...ค่าใช้จ่ายต่างๆ
- การเลิกจ้างก็จะตามมา
- เมื่อไม่มีจ่ายดอกเบี้ย....หนี้เสียก็ตามมา
- หนี้เสียมาก...ธนาคารก็จะมีความเสี่ยง

ท่องเที่ยว..ปัญหาคือ?
คิดง่ายๆว่า..เวลาไปเที่ยว..เราทำอะไรบ้าง

- ทานอาหาร...มีกี่โรงงานทั้งเล็กและใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง..อาหารที่ทาน
- การจ้างงาน..เมื่อเงินไม่หมุน...ก็ไม่มีจ่าย
- โรงแรม..อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง..ผู้คนมากมายที่คอยให้บริการ
- การขนส่ง ตั้งแต่...เครื่องบิน..รถไฟ..รถไฟฟ้า..รถทัวร์..รถตู้..รถแท็กซี่

เมื่อทั้งหมดนี้ไม่มีเงินหมุนในระบบ..ก็ไม่มีรายได้ใช่มั๊ยครับ

การแจกเงินคือ...การเลี้ยง..ระบบให้หมุนไปเพื่อรอเวลากลับมาหมุนใหม่

ก็อย่างที่ผมบอกว่า...รอบนี้คือ...รอบใหญ่ในรอบ 100 ปี
มีหลายอย่างมากมายในปัญหาเชิงโครงสร้างของโลก
และ....ไม่มีใครมีประสบการณ์..เพื่อรับปัญหา
เพราะทุกคนมีแต่ประสบการณ์...ขาขึ้น..รอบใหญ่
จึงเชื่อว่า....วิกฤติเกิด...เดี๋ยวก็จบ
เลยแก้ปัญหา...แบบ..เดี๋ยวก็จบ

แต่...ไม่เคยเจอ..วิกฤติแบบ...เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของระบบ

เราจึงเห็น
...ไอ้โง่..ผู้เรืองปัญญา..ที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
แต่..เสื..ก...ขยัน...เต็มไปหมด

ก็อย่างที่บอกเสมอ..ไม่ต้องรอเพิ่งใครหรอกครับ

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน..ดีที่สุด

ทวีสุข ธรรมศักดิ์

https://www.facebook.com/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-251902048251841/?__tn__=kC-R&eid=ARBclC3cpSIfAg1jE4paBniz93Ypb0a5D-XIRmlPcHTe9Jwoa0X0awh44xkcaDCP7UZ4Yq7d594QYp-Z&hc_ref=ARSwIFCslFKXrkReZcbbh7KnaGUKwWCykseqMzuaYcsSHrXwvFwPB6v6mGyGtZ25ks4&fref=nf&__xts__%5B0%5D=68.ARAb8syDzPECrKpznPV3ja8D7lB-oKZivVctykGnbyN1Q-TIbUZNbItKmuNCJjRmGWhCzrbJPnYKGP4zhczv4O92c7EiJi8nPXKFAkpV1KM0bp_sIDXvMlz7gI0WMTeGD90TEB89AZX5fJGDeqgq7OMllc590xc9SaP8bt_OVi9EnIR9drZXrsTiB9ayd8zJKRe3savK5rsyBd261e8XigNCg4ISLtnylmZSzvm8VLO0jArOLvyAsvJJsuts2t7wEi4HbVJ6MtTpivUG9RitbHZKERNenckb0J2jo2bnmpnEPMJ4Twg95CYojvvkv3Er96l9_vBZqaJFEenTt2pK74uNOP1hvFXn_bZEQUsWPuvQvXYM3Us
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มกราคม 02, 2020, 05:22:24 AM »

อยากให้อ่านกันครับ
จะได้เตรียมตัว หาวิธีการรับมือ และ แก้ไขในเหตุต่างๆที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

โพสโดย aomMONEY
1 มกราคม 2563
#คำอวยพรปีใหม่ 2563 “ จง อย่า ตก งาน”
.
เป็นโอกาสอันดีมากครับที่ คอลัมน์ #มีสลึงพึงบรรจบ ได้พับลิชในวันขึ้นปีใหม่พอดี วันนี้หลายคนคงเริ่มเดินทางหลังจากพักผ่อนยาว ก็ขอให้เดินทางปลอดภัยเมาไม่ขับ ใช้สติในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินนะครับ ส่วนตัวผมเองปีใหม่ก็เป็นวาระที่ดีที่เราไปสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ ปีนี้ผมก็มีโอกาสไปขอพรแม่ของผมพระอรหันต์ในบ้านเช่นกันครับ
.
ด้วยความที่ปีที่ผ่านมาผมตัดสินใจที่จะซื้อบ้าน ซึ่งจะต้องผ่อนไปอีก 25 ปีเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต ก็ทำให้แม่ค่อนข้างเป็นห่วง ปีใหม่ปีนี้แม่เลยอวยพรนอกจากเรื่องสุขภาพแข็งแรงและคิดอะไรขอให้สมหวังแล้ว
.
แม่ยังฝากเตือนสติมาด้วยว่า “ปีใหม่นี้ขอให้อย่าตกงาน” พอฟังแล้วก็สะอึกเล็กน้อย ก็เลยถามไปแม่ก็บอกว่าเป็นห่วงเห็นช่วงนี้บริษัทหลายแห่งปิดตัว และผมเองก็มีโอกาสอยู่ในบริษัทที่เลย์ออฟใหญ่ไป 2 ครั้งแม้ผมจะรอดมาได้แต่องค์กรก็สาหัสเหมือนกัน
.
พอมานั่งคิดก็จริงของแม่ เพราะถ้าย้อนไปดูเมื่อธันวาคม 2562 ที่เพิ่งผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากรในประเทศไทย พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2562 จำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 37.71 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนลดลง 5.5 แสนคน
.
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ที่มีจำนวนผู้มีงานทำ 38.26 ล้านคน โดยเหตุผลในการว่างงานนั้นพบว่าแรงงานจำนวน 4.75 หมื่นคน ระบุว่า ถูกนายจ้างเลิกจ้าง หยุด ปิดกิจการ โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีเพียง 1.89 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 251% และมีแรงงานจำนวน 3.85 หมื่นคน ระบุว่า ว่างงานเพราะหมดสัญญาจ้างงาน
.
สัญญาณดังกล่าวบอกเราว่า ปี 2563 นี้เหนื่อยแน่ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ทำงานรอปรับเงินเดือนไปวันต่อวัน เดือนต่อเดือน เพราะภาวะการจ้างงานไม่แน่นอนถ้าคุณไม่ใช่ข้าราชการโอกาสตกงานมีสูง แล้วถ้ายิ่งมีภาระที่ต้องผ่อนบ้านหรือรถระยะยาวนี่เครียดหนักแน่นอน
.
อย่างที่เคยบอกแล้วเราควรมีเงินสำรองเผื่อตกงาน 4-6 เดือน ตอนนี้พวกเรามีเงินเก็บเดือนละเท่าไหร่กันครับ? เอาใหม่ตอนนี้เรามีแผนที่จะใช้เงินซื้อของ ไปเที่ยว ช้อปปิ้งเท่าไหร่กันครับ?
.
ตอนนี้คือช่วงเวลาแห่งการลดรายจ่าย รัดเข็มขัด เพิ่มเงินออม ไม่มีใครรู้ว่าปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจจะมาเมื่อไหร่ เงินบาทจะอ่อนตัวเมื่อไหร่ เศรษฐกิจจีนที่เราฝากความหวังไว้ก็เริ่มทำท่าจะไม่ดีเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง
.
คำตอบสุดท้ายตอนนี้ก็คือ “จงอย่าตกงาน” ทำงานที่คุณทำให้ดี รักงานที่คุณทำให้มากๆ อดทนอีกนิดเวลาที่มันมีปัญหาการลาออกโดยที่ไม่มีงานรองรับนั้นไม่แน่ใจว่าเราจะเป็นคนว่างงานไปอีกนานเท่าไหร่
.
ในโอกาสนี้ผมขอส่งมอบคำอวยพรของคุณแม่ผมให้กับแฟนเพจ aomMONEY ทุกท่าน ขอให้สนุกกับงานทำงานให้สนุกให้ออกมาดีดังใจ และ “จงอย่าตกงาน” สวัสดีปีใหม่ 2563 ครับ
.
คอลัมน์ #มีสลึงพึงบรรจบ โดย Mr. #Priceless
https://www.facebook.com/aommoneyth/photos/a.699033976816412/2568085126577945/?type=3&theater
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2019, 09:25:10 PM »

.
.
สัญญาเงินกู้หาย ฟ้องร้องดำเนินคดีกันได้หรือไม่
.
คำตอบ
.
เคยมีคำพิพากษาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2536 วินิจฉัยไว้ดังนี้
.
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินแล้วนำสืบว่าการยืมเงินมีมูลหนี้เดิมมาจากการซื้อขายรถยนต์ เป็นการสืบถึงที่มาแห่งหนี้โดยละเอียดว่าหนี้นั้นมีมูลมาอย่างไร ไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น เมื่อการยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีอยู่จริงและสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว เพียงแต่ขาดหลักฐานแห่งการกู้ยืม ตามกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับจำเลยที่ 1 เท่านั้น หนี้ดังกล่าวมีการจำนองเป็นประกัน เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญายืมจึงย่อมบังคับเอากับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้จำนองได้ เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้อุทธรณ์ว่า การนำสืบถึงมูลหนี้เดิมของการยืมเป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) แล้ว จำเลยที่ 2และที่ 3 จะยกขึ้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
.
สรุปกล่าวคือ กรณีที่หลักฐานการกุ้ยืมหาย ในกรณีที่ผู้ให้กู้ยืมเคยมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ แต่ต่อมาหลักฐายดังกล่าวสูญหายไป ผู้ให้กู้มีสิทธินำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบแทนได้
.
มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา
.
 0891427773 ไลน์ไอดี Lawyers.in.th
.
https://www.lawyers.in.th/2019/03/16/loan-contract-lost/?fbclid=IwAR0IowJhYSwc1H0j5xvGWOMh8ZPpfEMG7LKUMZht4rlXTrTJTIEZWLPmFLI
.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2019, 09:17:57 AM »

ผู้โพส  คุณทวีสุข ธรรมศักดิ์
27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 22:52 น. ·
.
ระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ ปัญหาท้าทายของทั้งโลก
.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
.
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
.
“คริสตีน ลาการ์ด” กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะประธานธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) ต่อที่ประชุมการธนาคารยุโรป (ยูโรเปียน แบงกิ้ง คอนเฟอเรนซ์) ในนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ถ่ายทอดพลวัตในระบบการค้าและระบบเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างชัดเจน
.
อดีตกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนทุกคนว่า การค้าของทั้งโลกกำลังจัดระเบียบทั้งหมดใหม่ซึ่งส่งผลสะท้อนต่อเนื่องให้เกิดการจัดระบบเศรษฐกิจของโลกเสียใหม่ตามมาด้วย
.
เหตุปัจจัยแรกของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งคงอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อผสมผสานเข้ากับความไม่แน่นอนในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัว ลดลงมากถึงกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
.
ปริมาณการค้าโลกที่ลดลงมหาศาล กดดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกลดต่ำลงสู่ระดับต่ำสุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา
.
ประเทศกำลังพัฒนาที่เศรษฐกิจรุดหน้า ซึ่งถูกเรียกรวม ๆ ว่า อีเมิร์จจิ้ง คันทรีส์ทั้งหลาย เคยพึ่งพาอาศัยการค้าโลกและห่วงโซ่ซัพพลายของโลก ในการส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศตนมาตลอด แต่พอเกิดความขัดแย้งทางการค้าขึ้น สิ่งที่เคยพึ่งพาและนำมาใช้อย่างได้ผล ก็ไม่เป็นผลอีกต่อไป
.
ขณะที่เหตุปัจจัยอีกประการก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือพัฒนาการของเทคโนโลยี ที่ก้าวรุดหน้าไม่หยุดยั้ง ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกกันติดปากในปัจจุบันว่า การ “ดิสรัปชั่น” รูปแบบทางเศรษฐกิจที่คุ้นเคยกันมาแต่ไหนแต่ไร
.
“เรากำลังเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก เปลี่ยนจากการแสวงหาอุปสงค์ภายนอกมาเป็นการแสวงหาอุปสงค์ภายใน เปลี่ยนจากการลงทุนไปเป็นการบริโภค เปลี่ยนจากการผลิตไปเป็นการบริการ”
.
ผู้ที่ผลักดันให้เกิดการ “ชิฟต์” จากสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่งดังกล่าวนั้น ลาการ์ดบอกว่า คือบรรดา “ตลาดเกิดใหม่” หรืออีเมิร์จจิ้ง คันทรีส์นั่นเอง
.
เมื่อส่งออกไม่ได้ ความต้องการจากภายนอกก็ไม่มีบทบาทในการสร้างความเติบโตต่อเนื่องให้กับประเทศเศรษฐกิจใหม่เหล่านี้อีกแล้ว เมื่อซัพพลายเชนเปลี่ยนแปลง หรือถูกโละทิ้ง การลงทุนผลิตเพื่อการส่งออกก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เมื่อต้องหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลักในการผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ การให้ความสำคัญต่อธุรกิจบริการจึงเป็นสิ่งจำเป็น
.
ประเทศที่มีปัญหาในขณะที่่โลกกำลังจัดระเบียบเศรษฐกิจใหม่ คือประเทศที่ไม่ได้ส่งสินค้าซึ่งเป็น “สินค้าสุดท้าย” (ไฟนัล โปรดักต์) ซึ่งผู้บริโภคต้องการ แต่เป็นประเทศที่ส่งออก “สินค้าทุน”(แคปิตอล โปรดักต์) เช่น เครื่องจักรสำหรับการผลิต กับประเทศที่ส่งออก “สินค้าช่วงกลาง” (อินเตอร์มิเดียต โปรดักต์) ที่ผลิตและส่งออกไปยังประเทศที่นำไปประกอบเป็นสินค้าสุดท้ายอีกต่อหนึ่ง
.
เธอบอกว่า การผลิตของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะในเขตยูโรโซนล้วนแล้วแต่เน้นหนักไปที่สินค้าทุนและสินค้าช่วงกลางดังกล่าวนี้ทั้งสิ้น
.
เศรษฐกิจโลก ซึ่งแต่เดิมเคยวางอยู่บนพื้นฐานของการค้าระหว่างประเทศ และใช้การเปิดตลาดการค้าให้กว้างขวางมากขึ้น เป็นหนทางในการสร้างการเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่สามารถคงรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป เมื่อบางประเทศรวมทั้งสหรัฐ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อระบบการค้าพหุภาคีอีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนและสั่นคลอนความเชื่อมั่นของตลาดเงินตลาดทุนไปทั่วโลก
.
โมเดลเศรษฐกิจของโลกก็เปลี่ยนไป โมเดลเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย
.
นี่คือสิ่งที่ ลาการ์ด เรียกว่า “ความจริงใหม่” ที่ทุกคนต้องตระหนัก
.
สิ่งที่ คริสตีน ลาการ์ด เรียกร้องให้สหภาพยุโรปดำเนินการ ไม่ใช่การผละหนีจากระบบการค้าพหุภาคี แต่ต้องผสมผสานนโยบายให้ดี ภาครัฐต้องลงทุนอย่างเหมาะสม ทุกประเทศต้องร่วมมือก้าวไปในทิศทางเดียวกัน
.
แต่ละประเทศ รวมทั้งยุโรป ต้อง “ลงทุน” และสร้างสรรค์ “นวัตกรรม” ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวต่อไป
.
https://www.facebook.com/251902048251841/photos/a.252846874824025/2391953957579962/?type=3&eid=ARBAKWUcFUao0Lpqx6Xsyy3pceGUOFPkHCU9BUpqVI4jsMiZGqJCilhnQDAVDFbxS7oYr9RaAAzs8Prj&__tn__=EHH-R
.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2019, 02:25:32 PM »

ต้องเตรียมตัวกันไว้ก่อน

ยังต้องปรับตัวเองให้มากที่สุด

ศึกษาในเรื่องต่างๆให้เยอะมากที่สุด

จะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ ครับ

เพิ่มเติม

อย่าใช้จ่ายฟุ้มเฟือย

เรียนรู้เรื่องการลงทุนประเภทต่างๆ ให้มากๆด้วย

*********************************************

บทความของ ดร.วชิรศักดิ์ จึงสถาพร

เตรียมตัวกันยัง​?
ปีหน้าชัดเจนขึ้นแน่นอน

2G ทำให้
โทรเลขเลิกใช้ถาวร

3G มา Email
ก็มาแทนจดหมาย
โทรศัพท์บ้านหดหาย...

4G E- book มา
ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ร่วง!

E- commerce
จะทำให้ห้างสรรพสินค้าพัง!

E- Banking ธนาคารจะปิดสาขาเกิน 50%

Operation
กำลังจะตกงานอีกมาก

5G จะมาปี 2020
มาพร้อม Fintech , Blockchain,
และ Digital Business
and Robotic

Download หนังยาว 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 2 นาที

E-Learning
ถล่มมหาวิทยาลัยแน่นอน!

Logistic มีแต่ Robot

คำถาม
แล้วคนจะทำงานอะไร?
คำตอบ:
ทุกคนจะเป็นนายตัวเอง
ผลิตสินค้าหรือขายบริการ
แบบ freelance ....

มีพนักงานเท่าที่จำเป็น
เพราะทุกอย่าง
จะ run บน internet
และระบบ automation

จะเกิดอาชีพใหม่ๆ
สินค้าใหม่ๆ มากขึ้น
และทุกคนจะซื้อขายกัน
ภายใต้ระบบblockchain
โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร
อีกต่อไป ....

ดังนั้น ทุกคนต้องหาตัวเองให้เจอ แล้วทำในสิ่งที่รักที่ชอบให้ดีที่สุด !
เสาะหาความรู้เรื่อง technology เพราะเราเราต้องอยู่กับมัน !
เรียนรู้การทำธุรกิจออนไลน์
รู้ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน
เพื่อเปิดโลกทรรศน์...
และอย่าลืมดูแลร่างกายและจิตใจของเราด้วย เพราะมันคือ

ต้นทุนอันประเมินค่าไม่ได้!

ผู้เขียน : ดร.วชิรศักดิ์ จึงสถาพร
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2019, 08:16:18 AM »

ระมัดระวังตนเองไว้

ไม่เกิดเหตุ ไม่เป็นไร

ถ้าเกิดเหตุ จะได้ไม่เจ็บตัวมาก
.
.
.
.***********************************
.
.
.
ทวีสุข ธรรมศักดิ์
09/08/2562
.
'พอล ครุกแมน'นักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบล ปี 2551
.
กล่าวในงานสัมมนา World Government Summit 2019 ที่นครดูไบ ว่า มีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในช่วงปลายปีนี้ หรือ ปีหน้า จึงเตือนรัฐบาลทุกประเทศเตรียมหามาตรการรับมือภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
.
15 กุมภาพันธ์ 2562-"พอล ครุกแมน" นักเศรษศาสตร์ชื่อดัง คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ผู้เคยทำนายวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียได้อย่างแม่นยำกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว ได้กล่าวระหว่างการบรรยายในหัวข้อ "Global Trade : Future Foresight and Analysis for Goverments" ว่า มีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอที่คาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในปีนี้ เมื่อดูจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายภูมิภาคที่ปรับตัวลง ค่าจ้างแรงงานที่แทบจะไม่ปรับขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ยังคงขยายตัว และการขาดความมั่นใจของบรรดาผู้นำกลุ่มธุรกิจ พร้อมทั้งอ้างถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) ในปี 2562 และ 2563 ว่า น่าจะขยายตัวในอัตราลดลงจาก 1.9% ในปี 2561 เหลือเพียง 1.3% ในปีนี้ (2562) จากนั้นคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นที่อัตรา 1.6% ในปี 2563
.
อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกขณะนี้เริ่มแผ่วลง แต่บรรดาผู้กำหนดนโยบายในประเทศต่าง ๆ ยังคงคาดหวังว่า เศรษฐกิจจะไม่ถดถอยอย่างรุนแรง การที่บรรดาเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่มีเครื่องมือเหลืออยู่สำหรับการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลง อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจขาลงที่เกิดขึ้นแล้วยิ่งเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิม เขากล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ว ผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจมักจะขาดความเตรียมพร้อมสิ่งที่น่าเป็นห่วงโดยหลัก ๆ คือ เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว เรามักจะรับมืออย่างไร้ประสิทธิภาพ และดูเหมือนจะขาดมาตรการรองรับเพื่อป้องกันผลกระทบอยู่เสมอ (Safety Net)
.
บ่อยครั้งที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ขาดเครื่องมือป้องกันแรงกระแทก เมื่อตลาดเกิดความปั่นป่วน นอกจากนี้ การวางแผนป้องกันความเสี่ยงก็มีน้อยมาก ยิ่งโลกกำลังเผชิญภาวะสงครามการค้าและนโยบายตั้งกำแพงปกป้องตัวเอง ก็ทวีความเข้มข้นมากขึ้น รัฐบาลต่าง ๆ ก็มักจะถูกดึงความสนใจและทรัพยากรต่าง ๆ ออกไปจากสิ่งที่เป็นปัญหาจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริง "ดูเหมือนจะมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมอยู่ แต่รัฐบาลส่วนใหญ่ก็ไม่มีนโยบายที่ดีมารับมือ" ครุกแมน กล่าวและว่า เฟดเหลือช่องว่างให้ลดดอกเบี้ยลงได้อีกไม่มาก ส่วนนโยบายการคลังถ้าเตรียมให้พร้อม ก็ยังจะพอมีพื้นที่ (ให้รับมือ) เหลืออยู่บ้าง แต่ในช่วงเวลานี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะเห็นการตอบสนองอย่างฉับไวได้ ดังนั้น จึงเดิมพันได้เลยว่า โลกจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นมาอย่างแน่นอน
.
ครุกแมน วิเคราะห์ด้วยว่า กลุ่มยูโรโซนเผชิญกับภาวะชะลอตัว ที่อีกนิดเดียวก็จะเป็นการถดถอยแล้วอย่างชัดเจน และไม่เหลือเครื่องมือที่จะนำมาใช้ จะลดดอกเบี้ยลงอีกก็ไม่ได้แล้ว เพราะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันก็ตกอยู่ในแดนลบอยู่แล้ว "ยุโรปกำลังเป็นจุดอันตรายที่อาจจะรุนแรงขึ้นเทียบเท่ากับจีน" ครุกแมนทำนาย
.
อนึ่ง "Recession" คือ "ภาวะถดถอย" ทางเศรษฐกิจ โดยเทคนิค คือ การเปรียบเทียบอัตราการขยายตัวของ GDP ในแต่ละไตรมาส เทียบกับไตรมาสก่อนหน้านั้น ถ้าติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ก็ถือว่าเป็นเศรษฐกิจถดถอย
.
ด้าน นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในงานสัมมนาเดียวกันว่า รัฐบาลนานาประเทศควรเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากเหตุปัจจัยหลัก 4 ประการ ซึ่งได้แก่ ความขัดแย้งทางการค้าและการตั้งกำแพงภาษี การเพิ่มความเข้มงวดด้านการเงิน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเบร็กซิทและผลกระทบที่จะตามมา รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
.
นายไมเคิล สโตรแบค หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนระดับโลกของธนาคารเครดิต สวิส เปิดเผยว่า เครดิต สวิส ได้ปรับลดมุมมองต่อหุ้นทั่วโลกสู่ระดับ Neutral จากเดิมที่ระดับ Overweight ซึ่งการปรับลดมุมมองดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่ตลาดเผชิญความเสี่ยงระยะสั้นจากหลายปัจจัย รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และความตึงเครียดทางการเมืองในยุโรป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นตั้งแต่ในช่วงต้นปีนี้ ถูกผลักดันจากการปรับการประเมินมูลค่าหุ้นใหม่ มากกว่าที่เกิดจากแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส
.
"ถึงแม้ว่า เรายังคงคาดการณ์ว่า ผลตอบแทนโดยรวมจากการลงทุนในหุ้นทั่วโลกยังคงน่าดึงดูดใจในปีนี้ แต่เราก็ยอมรับว่า มีความเสี่ยงระยะสั้นหลายประการ"
.
http://www.thaitribune.org/contents/detail/310?content_id=34617&rand=1550237000&fbclid=IwAR1dWlnwvAQOBito6R9MYaIheJwNIvKDl8RQbp4v_aIVWz0pnzcz5C2vTwk
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: เมษายน 15, 2019, 10:50:15 PM »

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า LTF ไม่ต่ออายุหลังสิ้นปีนี้?
.
ป็นประเด็นมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับที่ออกข่าวแย้มๆ มาว่า สรรพากรจะไม่ต่อสิทธิลดหย่อนภาษีจากการซื้อกองทุนรวม LTF แล้วหลังปี 2562 (2019) หรือปีนี้
.
ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อยังยืนยันเช่นเดิม ก็จะแปลว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เราจะใช้สิทธิซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนนะครับ คราวนี้ มันมีหลายประเด็นที่เราในฐานะผู้เสียภาษีอาจสงสัยและเกิดตั้งคำถามขึ้นมา ผมลองรวบรวมคำถาม และตอบเป็นข้อๆ ให้หายสงสัยตามนี้ก็แล้วกัน
.
1.ถ้าไม่ต่ออายุ LTF เงินที่ครบเงื่อนไข ควรขายหรือย้ายกองออกไปไหม?   
.
อันนี้แล้วแต่วัตถุประสงค์ของเงินลงทุนของเราเอง ผมเห็นหลายกรณี นักลงทุนที่ลงทุนใน LTF แล้วครบกำหนด เขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรต่อ และพึงพอใจกับผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วงที่ผ่านมา ก็ถือต่อไป และให้ผู้จัดการกองทุนบริหารต่อ หากยังทำได้ดี เราก็ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่ม ดีกว่าไถ่ถอนออกมาแล้วเอาไปฝากประจำ หรือ ออมทรัพย์เอาผลตอบแทนต่ำติดดินครับ
.
แต่ถ้าจะโยกเงินออกมา สิ่งที่ต้องคิดคือ เรามีสินทรัพย์เป้าหมายที่จะลงทุนแล้วหรือยัง เปรียบเทียบแล้ว จะให้ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยงหรือเปล่า และอย่าลืมว่า การเข้าออกกองทุนมันมีค่าธรรมเนียม ซึ่งคุณคงต้องเอาส่วนนี้มาพิจารณาประกอบด้วย
.
2. เม็ดเงิน LTF ที่ถอนออกไป จะทำให้ตลาดหุ้นตกรึเปล่า?
.
หลายคนเชื่อว่า พอไม่ต่ออายุ LTF ก็แปลว่า เม็ดเงินในกองทุน LTF จะค่อยๆ ลดลง เพราะนักลงทุนทยอยไถ่ถอนออกไปเรื่อยๆ คำถามคือ มันจะถึงขั้นถอนกันจนตลาดหุ้นตกตามแรงขายไหม คำตอบคือ เม็ดเงินลงทุนใน LTF ทั้งหมด คิดเป็นเพียงแค่ประมาณ 4 % ของ Market Cap ของตลาดหุ้นไทย และเงื่อนไขการไถ่ถอน นักลงทุนไม่สามารถไถ่ถอนได้ทั้งหมดในปีเดียวอยู่แล้ว เพราะติดเงื่อนไขถือครองให้ครบ 7 ปีปฏิทิน
.
ซึ่งก็หมายความว่า เม็ดเงินลงทุนใน LTF จะค่อยๆ ถูกทยอยขายออกมาในอีก 6-7 ปีข้างหน้า (หากทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องขายออก) แต่มุมมองส่วนตัวผมก็เชื่อว่า มีนักลงทุนจำนวนหนึ่งที่จะไม่ขายออกมา และถือเงินลงทุนก้อนนั้นต่อไป ทำให้เชื่อว่าไม่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยเลยครับ ตรงนี้ขอให้สบายใจได้ระดับหนึ่ง
.
3. กองทุนจะติดลบไหม  ถ้าไม่มีเงินใหม่เข้ามาใน LTF?
.
โดยปกติแล้ว ทีมบริหารกองทุน หรือ ผู้จัดการกองทุน แต่ละบลจ. จะมีการกำหนดกลยุทธ์และการลงทุนตามแต่ละโมเดลซึ่งเป็นไปได้นโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่ง LTF ของแต่ละบลจ. ส่วนใหญ่ เป็นหนึ่งในโมเดลการลงทุน ซึ่งมีกองทุนรวมปกติ ที่ไม่ใช่ LTF ที่ต้องบริหารจัดการต่ออยู่แล้ว ดังนั้น ในแง่การทำงานของผู้จัดการกองทุน จึงไม่ได้เกิดความยากมากขึ้น จากการที่ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาใหม่ใน LTF
.
และจากการศึกษาของทีม Finnomena Analytics เราพบว่า ผลการดำเนินงานกองทุนรวมที่ไม่มี Flow ไหลเข้าออกจำนวนมาก ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กองทุนรวมที่มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าออกในระยะสั้น อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งตีความได้ว่า กองทุนที่นักลงทุนทำการซื้อขายบ่อยๆ อาจทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องคำนึงถึงการบริหารสภาพคล่อง จนมีผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนบ้าง ซึ่งถ้าเชื่อในประเด็นนี้ ก็แปลว่า การไม่มีเงินใหม่เข้าลงทุนใน LTF อาจเป็นการดีต่อผลการดำเนินงานกองทุนด้วย
.
จะยกเว้นก็แต่ว่า ถ้าขนาดของกองทุน LTF นั้นๆ ที่เราลงทุนอยู่ มีขนาดเล็กมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการบริหารพอร์ตของผู้จัดการกองทุนให้ลดลง นักลงทุนจึงควรคิดทั้งสองมุม และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องด้วย
.
4. NAV จะลดลงเรื่อยๆ รึเปล่า?
.
นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดว่า เงินขายออกจากกองทุนเยอะๆ แล้วจะทำให้กองทุนมี NAV ที่ลดลง ยกตัวอย่างรูปด้านล่าง ซึ่งเป็นราคาต่อหน่วย และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน TMBCOF ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 3 เม.ย. 2562)
.
ดูรูป 4
.
จะเห็นว่า NAV ของกองทุน TMBCOF วิ่งขึ้นมาตามตลาดหุ้นจีนที่รีบาวน์ต่อเนื่องในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา แต่จะเห็นว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไม่ได้วิ่งขึ้นตาม NAV สาเหตุเป็นเพราะ ระหว่างที่ขึ้นมา มีนักลงทุนขายทำกำไรออกจากกองทุนรวมออกไปด้วย ซึ่งนี่ก็คือ หลักฐานว่า ถึงจะมีแรงขายออกจากกองทุนที่เราถือ มันก็ไม่ได้เกี่ยวว่าจะทำให้ NAV กองทุนลดลง
.
(การดูกราฟมูลค่าทรัพย์สินสุทธินี้ นักลงทุนสามารถเข้าไปดูได้ผ่าน Mobile Application ของ FINNOMENA นะครับ)
.
NAV จะลดลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนในเวลานั้นๆ มากกว่าว่าราคาสูงขึ้นหรือลดลงหรือเปล่านะครับ
.
5. กองทุนรวม LTF ที่มีอยู่ไว้แล้ว จะต้องถูกปิดลงไปด้วยหรือเปล่า?
.
กองทุนรวมนั้นๆ จะยังคงมีสถานะตามกฎหมายอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้สิทธิลดหย่อนแล้ว โดย บลจ. น่าจะเปลี่ยนนโยบายกองทุนให้เป็นกองทุนเปิดที่สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการเหมือนกองทุนรวมทั่วไป และนักลงทุนที่ใส่เงินใหม่เข้าไป ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีประจำปีอีกต่อไป
.
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มีเงื่อนไขครับ เพราะถ้ากองทุนมีขนาดเล็กลงมาก จนบลจ.นั้นๆ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่เก็บจากกองทุนอยู่ในระดับที่ไม่คุ้มทุน ทางบลจ. อาจมีการเสนอถือหน่วยเพื่อควบรวมกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนกัน ให้ได้ Economies of Scale หรืออาจเสนอผู้ลงทุนที่ครบเงื่อนไขระยะเวลาลงทุน ให้สับเปลี่ยนไปยังกองทุนที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และให้สิทธิลดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนในช่วงเวลานั้นๆ ก็ได้ครับ

6. ถ้าไม่ต่ออายุมาตรการส่งเสริม LTF เราสามารถขายได้ทุกก้อนที่ซื้อมาก่อนเลยไหม?
.
ใจเย็นๆ นะครับ การไม่ต่ออายุ LTF คือ การไม่ให้สิทธิกับเงินก้อนใหม่ที่จะเข้ามาลงทุน ไม่ได้หมายความว่า เงินก้อนเก่าๆ ที่ลงทุนมาแล้วจะไม่ได้สิทธิด้วย ดังนั้น เงินลงทุนก้อนที่เราซื้อก่อนปี 2562 เรายังจำเป็นต้องถือให้ครบตามเงื่อนไขเดิม คือ 7 ปีปฏิทิน ไม่เปลี่นแปลงไปจากนี้แต่อย่างใดครับ
.
ซึ่งถ้าดูจากเงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุนได้ ที่มีการปรับเปลี่ยนจาก 5 ปีปฏิทิน เป็น 7 ปีปฏิทินเมื่อปี 2559 ก็จะพบว่า ปี 2563 และปี 2564 กอง LTF จะไม่มีเงินถูกขายออกมา ทำให้ขนาดกองทุนจะไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และจะมีการขายอีกครั้งคือในปี 2565 ซึ่งมาจากยอดซื้อ LTF ในปี 2559 ที่ใช้เงื่อนไขใหม่ในการถือครองคือ 7 ปีปฏิทินนั่นเองครับ
.
7. ถ้าถือครบกำหนดขายคืนได้ แต่ตอนนั้น NAV ยังขาดทุน ควรทำอย่างไร?
.
ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนครับ เราคงต้องพิจารณาดูว่า ปัญหาขาดทุนที่เกิดขึ้น มาจากเงื่อนไขของตลาดหุ้นที่มันผันผวนเป็นขาลง หรือเกิดจากผลการดำเนินงานของกองทุนเองที่อาจจะไม่ดีเท่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดเผย Peer Performance เปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มไว้ให้เราได้ตรวจสอบทุกเดือน รวมถึงศึกษานโยบาย วิธีการลงทุนของกองทุนว่าถูกจริตนิสัยกับเราหรือเปล่า ถึงตอนนั้นค่อยมาพิจารณาอีกทีครับว่า จะถือไปก่อน หรือว่าจะขายดี
.
ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ความสามารถของกองทุน สามารถดูได้ใน Mobile Application ของ FINNOMENA ใน Function “Fund” และเลือกเมนูผลตอบแทน
.
ดูรูปที่ 7
.
กองทุนตัวอย่างคือ UOBLTF จะเห็นว่า มีการแสดงผลตอบแทนย้อนหลังขอกองทุน และค่า S.D. เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนประเภทเดียวกัน ซึ่งหากผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ก็แปลได้ว่า เป็นกองทุนที่ดีระดับหนึ่ง ในขณะเดียว ถ้าค่า S.D. ต่ำกว่าเฉลี่ยกลุ่ม ก็แปลว่า กองทุนมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งก็แปลว่า มีการบริหารความเสี่ยงดีเช่นกัน
.
และใน App FINNOMENA จะเห็นว่า มีการใส่ tag สีเขียว แบ่งเป็น 3 tag คือ ดีที่สุด, ดีมาก และ ดี ตรงนี้ จากกองทุนนั้นๆ ได้ tag ดีที่สุด จะแปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 1-5 ซึ่งแปลว่า ให้ค่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน ขณะที่ tag ดีมาก แปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5-25 และ tag ดี คือ อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ 25-50 ก็ถือว่าดีกว่ากองทุนประเภทเดียวกันกับกองทุนอื่นๆ อีกกว่าครึ่งที่มีขายอยู่ในตลาด ตรงนี้ ก็จะช่วยในการวิเคราะห์กองทุนได้เช่นเดียวกัน
.
สรุปจากทั้งหมดเลยก็คือ หาก LTF ไม่ต่ออายุจริงๆ ในแง่ของเงินลงทุนเก่า ไม่น่ามีผลกระทบอะไรกับนักลงทุนมาก และหากกระทบจริง เราก็เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วหลังจากอ่านบทความนี้ ส่วนทางสรรพากรจะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ เพื่อชดเชยการหายไปของ LTF หรือไม่นั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาทางเลือกต่างๆ ซึ่งหากได้เป็นรูปเป็นร่าง ก็จะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ
.
https://www.finnomena.com/mr-messenger/what-happened-if-ltf/?fbclid=IwAR1IKU-1wXoc7lZUXZ3c6uXvhXJtGyob5ESLiugJ55yrNFPvVmZqNgbsSAE
.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: มีนาคม 30, 2019, 11:40:18 AM »

เรื่องที่ต้องรู้ สำหรับผู้ที่มีบัตรเครดิต
.
#บัตรเครดิต
#ธนาคาร
#ธนาคารแห่งประเทศไทย
#สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  #สคบ
#บัตรเครดิตถูกขโมย
#คำพิพากษาศาลฎีกา
.
---------------------
.
บัตรเครดิตถูกขโมย เจ้าของบัตรต้องรับผิดหรือไม่ (มีฎีกา)
.
บัตรเครดิตหายถูกขโมย แม้ถูกคนร้ายนำไปใช้ เจ้าของบัตร ไม่ต้องรับผิด เพราะ???
.
ปัญหาบัตรเครดิตถูกนำไปใช้เกิดขึ้นมากในบริบทของสังคม วิธีการแก้ปัญหาคือต้องรักษาและระวัง แต่ทางเลือกในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วต้องทำอย่างไร ทีมงานทนายกฤษดา ได้ค้นคว้าคำพิพากษาศาลฎีกาในเรื่องนี้มาให้พิจารณา

.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2552

.

ข้อตกลงการใช้บัตรวีซ่า ข้อ 8 ที่กำหนดให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ในกรณีที่บัตรเครดิตสูญหาย ถูกลักขโมย หรือถูกใช้โดยบุคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ถือบัตร (จำเลย) ที่ได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ศูนย์บัตรเครดิตของธนาคาร (โจทก์) ทราบแล้วโดยพลันเพื่อให้ระงับการใช้บัตรเครดิต ในภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนมีการแจ้งดังกล่าวในจำนวนเงินที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตของผู้ถือบัตร ซึ่งถูกนำไปใช้โดยมิชอบ รวมถึงภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังจากแจ้งให้ธนาคารทราบแล้วไม่เกิน 5 นาที

นอกจากจะขัดแย้งกับข้อตกลงการใช้บัตรวีซ่า ข้อ 6 วรรคสอง แล้ว ยังถือเป็นข้อสัญญาที่ทำให้จำเลยต้องรับภาระในหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตที่จำเลยไม่ได้ก่อขึ้นและไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ทั้งโจทก์ยังมีทางแก้ไขความเสียหายของโจทก์ได้โดยหากโจทก์ตรวจสอบแล้วปรากฎว่าลายมือชื่อผู้ใช้บัตรเครดิตในเซลสลิปไม่ตรงกับลายมือชื่อของจำเลยผู้ถือบัตร โจทก์สามารถเรียกเงินที่ได้จ่ายไปคืนจากร้านค้าได้

ฉะนั้น เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งจากจำเลยว่าบัตรเครดิตได้สูญหายไปเพื่อขอให้โจทก์ระงับการใช้บัตรเครดิต โจทก์จะต้องรีบดำเนินการให้จำเลยโดยเร็ว ก็จะทราบได้ทันทีว่าลายมือชื่อผู้ใช้บัตรเครดิตในเซลสลิปไม่ตรงกับลายมือชื่อของจำเลย แสดงว่าร้านเจมาร์ทไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบลายมือชื่อในเซลสลิป ย่อมทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนจากร้านเจมาร์ทแทนการมาเรียกเก็บจากจำเลยได้ ซึ่งเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่โจทก์มิได้ทำเช่นนั้น โดยเห็นว่ามีข้อตกลงการใช้บัตรวีซ่า ข้อ 8 ที่ให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อยู่แล้ว ถือเป็นการเอาเปรียบจำเลยเกินสมควรและเป็นการผลักภาระให้จำเลยต้องรับผิดเกินกว่าวิญญูชนทั่วไปจะคาดหมายได้ตามปกติ อันเข้าลักษณะข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ข้อตกลงการใช้บัตรวีซ่า ข้อ 8 จึงไม่มีผลใช้บังคับ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์

.

มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา

.

โทร 089-142-7773 ไลน์ไอดี Lawyers.in.th

.

https://www.lawyers.in.th/2014/12/02/credit-card-lost/?fbclid=IwAR1LMSe_7C4NH8TojsRCaBb2szCFfLlJiMyBx6MMmhv10DTCTLcJ0TmysCc

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ธันวาคม 10, 2018, 12:52:16 PM »

ผมนำมาลงอีกรอบ จะได้อ่าน กัน ลืม เจตนาเพื่อให้ความรู้เป็นวิทยาทาน
.
ผมดำเนินรอยตามพระบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องที่สอนคนให้ตกปลาให้เป็น ไม่ใช่การให้ปลาไปกิน
.
เมื่อให้ปลาไปกิน กินหมดแล้ว ก็ยังลำบาก หากินไม่เป็น ดังนั้น การให้ความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในความคิดเห็นของผม
.
และผมเองมีไฟล์คำนวณที่ผมทำเอง เป็นไฟล์Excel หากท่านใดสนใจแจ้งมาผ่านไลน์ส่วนตัวผม แจ้ง ชื่อกับ Email แล้วผมจะส่งให้ท่าน และเมื่อท่านสงสัยว่า จะกรอกข้อมูลอย่างไร โทร.มาสอบถามผมได้ครับ
.
#เทคนิคการคำนวนเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้เห็นว่า #หากลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว จะ #ประหยัดเงินในกระเป๋าในการผ่อนชำระสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ได้อย่างไร

.
ที่มา https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/789939917859063
จากที่ผมเขียนและเคยนำมาลงให้อ่านกัน
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/786109688242086
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/786860394833682
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/788218648031190
.
ในเจตนาที่ลงนี้ ผมต้องการให้ความรู้กับท่านผู้อ่าน เพื่อสร้างแนวคิดและสร้างประโยชน์ของตัวท่านเองในการจัดการทางการเงินของท่านเอง บุญกุศลนี้ ข้าพเจ้าขออธิษฐานว่า ตั้งแต่บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ที่เรียนรู้และเข้าใจในเรื่องที่ข้าพเจ้าเรียนรู้ในเรื่องต่างๆได้อย่างง่ายด้วยเทอญ
.
ผมจะมาเปรียบเทียบให้เห็นว่า หากเรามีการขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ การRefinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปสถาบันการเงินอื่นใน 3 ปีแรก หรือ ทุกๆ 3 ปี เราจะได้อะไร หรือ เสียอะไรบ้าง
.
**********_____ย้ำ ย้ำ และ ย้ำ ว่า ปัจจุบันนี้ ถึงแม้จะไปขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมแล้วไม่ถึง 3 ปี ถึงแม้จะไปขอลดอัตราดอกเบี้ยมาไม่กี่เดือน เมื่อเราเห็นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารอื่นต่ำกว่า เราสามารถเข้าไปทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งได้_____**********
.
มายกตัวอย่างกันเลย ในตัวอย่างจะสมมุติว่า อัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญาฯ แต่หากอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง ตัวเลขทั้งหมดจะมีการเปลี่ยนแปลงไป และในเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องที่ผมสมมุติตัวเลขขึ้นมา เพื่อให้ดูง่ายขึ้น และตัวเลขเป็นตัวเลขโดยประมาณการ แต่มีความใกล้เคียง ครับ
.
ธนาคารแก้มหอม
.
โปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในกรณีที่มีการ Refinance ไปยังธนาคารแก้มหอม
.
อัตราดอกเบี้ย MRR = 6.75%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-3.85 หรือเท่ากับ 2.90%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-0.50%ต่อปี หรือเท่ากับ 6.25%ต่อปี
.
ค่าธรรมเนียมต่างๆมีดังนี้
.
1.ค่าจดจำนอง(ที่กรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท คิดค่าจดจำนอง ประมาณ 30,000.-บาท)
2.ค่าอากรสัญญากู้ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ และ คู่ฉบับ 5 บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.- บาท คิดเป็นค่าอากร จำนวน 1,500 บาท บวก คู่ฉบับ 5 บาท) รวมเป็น 1,505.-บาท
3.ค่าประเมินราคา (สมมุติ) จำนวน 2,800.-บาท (ในกรณีที่วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท)
4.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย (สมมุติ) 10,000.-บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท)
5.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (สมมุติ) คิด 0.10%ของวงเงินกู้ ค่าธรรมเนียมในข้อนี้ ฟรี
6.ในกรณีที่ปิดบัญชีก่อน 3 ปี จะคิดอัตราดอกเบี้ย MRR% ต่อปี และเรียกคืนค่าธรรมเนียมในข้อ 5
.
ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
อัตราดอกเบี้ย MRR = 7.125%ต่อปี
.
โปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ย ในกรณีที่ลูกค้าขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
.
อัตราดอกเบี้ย 1 ปีแรก 3.50%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 2 และ ปีที่ 3 MRR-3.00%ต่อปี หรือเท่ากับ 4.125%ต่อปี
.
อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-1.75%ต่อปี หรือเท่ากับ 5.625%ต่อปี
.
ค่าธรรมเนียมต่างๆไม่มี (ยกเว้นค่าธรรมเนียมประกันอัคคีภัยที่จะต้องต่ออายุ (สมมุติ) จำนวน 10,000.-บาท)
.
มาถึงข้อมูลเจ้าของบัญชีสินเชื่อที่อยู่อาศัย
.
นายโน๊ตตี้ นามสกุลลูกพี่โบ๊ตซัง อายุปัจจุบัน 35 ปี เดิมมีวงเงินที่อยู่อาศัย 3,300,000.-บาท ทำประกันอัคคีภัยไว้ 3 ปี ปัจจุบันเมื่อครบ 3 ปี ภาระหนี้ลดเหลือ 3,000,000.-บาท มีค่าประกันอัคคีภัยที่ต้องจ่ายจำนวน 10,000.-บาท โดยใช้วงเงินสินเชื่อที่ ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
ระยะเวลาคงเหลือในการกู้ตามสัญญากู้ฯ 25 ปี (300 เดือน) ผ่อนชำระเดือนละ 18,900.-บาท
.
อัตราดอกเบี้ยเดิมที่ใช้อยู่คือ MRR-1.75%ต่อปี คือ 5.375%ต่อปี
.
มาดูผลการคำนวนกันครับ
.
ในกรณีที่ไม่ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารณัชชี่ (เป็นการใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม)
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 1
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 212,876.76 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 467,523.24 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 2,249,249.59 บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 278 เดือน
.
ในกรณีที่ 2 การขอลดอัตราดอกเบี้ย กับ ธนาคารณัชชี่ (เป็นธนาคารเดิมที่ใช้วงเงินสินเชื่ออยู่)
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 2
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 348,854.83 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 331,545.17 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 1,867,726.09 บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 258 เดือน หรือ 21 ปีกว่าๆ
.
ในกรณีที่ 3 การ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไป ธนาคารแก้มหอม
.
ผลการคำนวณ จะอยู่ในตารางที่ 3
.
ในระยะเวลา 3 ปีต่อมา จะชำระต้นเงินกู้ไป 437,632.76 บาท และชำระดอกเบี้ยไป 242,767.24 บาท
.
ตลอดอายุสัญญากู้ฯ จะชำระต้นเงินไป 3,000,000.-บาท และชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จำนวน 2,135,738.- บาท
.
ระยะเวลาการผ่อนชำระ (หากไม่มีการขอลดอัตราดอกเบี้ย จนตลอดอายุสัญญากู้ฯ หรือการRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 300 เดือน หรือ 25 ปี) จะมีระยะเวลา 278 เดือน หรือ 21 ปีกว่าๆ เช่นกัน
.
แต่ในกรณีที่ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไปธนาคารแก้มหอม ยังมีค่าธรรมเนียมต่างๆ อีกจำนวน 44,305.-บาท ตามรายละเอียดดังนี้
.
1.ค่าจดจำนอง(ที่กรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท คิดค่าจดจำนอง ประมาณ 30,000.-บาท)
2.ค่าอากรสัญญากู้ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ และ คู่ฉบับ 5 บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.- บาท คิดเป็นค่าอากร จำนวน 1,500 บาท บวก คู่ฉบับ 5 บาท) รวมเป็น 1,505.-บาท
3.ค่าประเมินราคา (สมมุติ) จำนวน 2,800.-บาท (ในกรณีที่วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท)
4.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย (สมมุติ) 10,000.-บาท (วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท)
5.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (สมมุติ) คิด 0.10%ของวงเงินกู้ ค่าธรรมเนียมในข้อนี้ ฟรี
.
เมื่อนำค่าธรรมเนียมต่างๆ จำนวน 44,305.- หักออกจากจำนวนดอกเบี้ย (ในกรณีที่ 2 คือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารณัชชี่) ที่สามารถลดการจ่ายดอกเบี้ย และ นำเงินจำนวนนี้ ไปชำระต้นเงินกู้ได้อีก จำนวน 44,472.94 บาท (ได้จากการคำนวณตาข้อที่ 1 ถึง ข้อที่ 4 คือ 30,000 + 1,505 + 2,800 + 10,000 จะได้เท่ากับ 44,472.94 บาท)
.
หมายเหตุ ในกรณีนี้ ผมไม่นำเงินที่ได้จากการเวนคืนกรมธรรมประกันอัคคีภัยที่ต่ออายุกับธนาคารณัชชี่ มารวมคำนวณด้วย เนื่องจากผมไม่ทราบการคำนวณของบริษัทที่รับประกันอัคคีภัย
(ในกรณีที่มีการ Refinance จากสถาบันการเงินหนึ่ง ไปยังอีก สถาบันการเงินอีกแห่ง ส่วนใหญ่ วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย ครบ 3 ปีไปแล้ว แต่หากว่า มีการดำเนินการก่อนที่จะครบกำหนด 3 ปี แต่เราแจ้งการขอ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น เราจะไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน และต้องไปดำเนินการขอวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่น ก่อนที่จะครบ 3 ปีด้วยเช่นกัน)
.
มาสรุปกันก็คือ หากเราสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้มากเท่าไหร่ ผลดีและผลเสียที่เราจะได้ก็คือ
.
1.ลดการชำระดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญากู้ฯได้มาก นี่ผมเพียงแค่คำนวณเรื่องของอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 ปี เท่านั้นเอง หากเราสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ทุกๆ 3 ปี (สามารถดูได้จาก ตารางที่ 4) เราจะประหยัดเงินที่เราต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินได้มากขึ้น
.
2.ระยะเวลาในการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะลดลง จากเดิมต้องผ่อน 25 ปี (จากตัวอย่าง) เราสามารถผ่อนเหลือเพียง 21 ปี แต่ถ้าสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ทุก 3 ปี ระยะเวลาที่จะต้องผ่อนชำระ จะลดลงไปมากกว่านี้อีก
.
3.เราอาจจะเสียเวลาในการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จะต้องนำไปยื่นขอกู้กับสถาบันการเงินอื่นๆ
.
4.ในการขอสินเชื่อนั้น ทางสถาบันการเงินจะพิจารณาในความสามารถในการชำระหนี้คืน หากเรามีวินัยทางการเงินที่ดี มีการชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ของสินเชื่อประเภทไหนๆก็ตาม ชำระหนี้ให้ตรงตามเวลาที่กำหนด , รายได้ของเรามีความชัดเจน , มีเอกสารที่เชื่อถือได้ประกอบในการขอสินเชื่อ ผลการพิจารณา น่าจะผ่านเกณฑ์การพิจารณาของสถาบันการเงิน ได้
.
5. *****ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านเอง ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง*****
.
6.สุดท้าย ผมแนะนำให้อ่านให้ละเอียด และแนะนำให้ท่านผู้อ่านไปศึกษาต่อกับท่านผู้รู้ หรือ ตามเว็บไซด์ที่เชื่อถือได้เพิ่มเติม ท่านผู้อ่านจะได้แนวคิดต่างๆ ที่มีผลต่อตัวท่านเอง และ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของท่านมาก หากท่านยังต้องใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ เรื่องใดที่ผมสามารถแนะนำให้ท่านได้ ผมยินดีครับ
.
#สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
#การRefinanceสินเชื่อ
#การย้ายวงเงินสินเชื่อไปสถาบันการเงินอื่น
#อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#การคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#ธนาคารพาณิชย์
#สินเชื่อRefinance
#สถาบันการเงิน
#อัตราดอกเบี้ย
#ประกันชีวิต
#ร้องเรียนผ่านคปภ.
#สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
#คปภ

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham