ตอบ

Warning: this topic has not been posted in for at least 500 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

Verification:
ระหว่างความดีกับความไม่ดี เราจะเลือกทำสิ่งใดจึงจะสามารถบรรลุธรรมได้จริง ( เลือกตอบแค่ ความดี กับ ความไม่ดี ครับผม):
กัน-ละ-ยา-นะ-มิด เขียนเป็นภาษาไทยที่ถูกต้องว่าอย่างไรครับ:
คิดว่าความดีทำยากไหม( เลือกตอบแค่ ยาก กับ ไม่ยาก ครับผม):
ชีวิตบางครั้งก็เหมือนเหรียญสองด้านใช่หรือไม่ครับบางครั้งก็หัวบางครั้งก็ก้อย( เลือกตอบแค่ ใช่ กับไม่ใช่ครับผม):
การแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ นิยมใช้คำว่า (อนุโมทนา) กรุณาพิมพ์คำนี้ครับ อนุโมทนา:
โดยปกติชน นิ้วมือของคนเรา มีกี่นิ้ว (ตอบเป็นภาษาไทยครับ):
วัฒนธรรมไทยเมื่อเห็นผู้ใหญ่ท่านจะทำความเคารพ ด้วยการไหว้ท่านก่อนเสมอใช่หรือไม่:
คุณพ่อคุณแม่เปรียบดั่งพระอรหันต์ในบ้าน พิมพ์คำว่า "คุณพ่อคุณแม่ฉันรักและเคารพท่านดุจพระอรหันต์":
บุคคลที่ไปหลายๆเว็บไซต์ โดยที่สวมบทบาทเป็นหลายๆคน โดยที่ไม่รู้ว่า แท้จริงใจเราต้องการอะไร เพื่อน หรือ ชัยชนะ:
กล่าวคำดังนี้  "ขอโทษนะ":
ระหว่าง (ผู้ที่เรียนรู้ธรรมะเพื่อเอาชนะผู้อื่น) กับ (ผู้ที่เรียนรู้ธรรมะเพื่อเอาชนะตัวเอง)  ท่านจะเลือกเป็น:
หากมีคน บอกว่า เราไม่ดีเราเลว แต่ใจเรารู้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น เราจะใช้วิธีใดจัดการกับเรื่องนี้  (โต้เถียงให้แรงกว่าที่เค้าว่ามา) หรือ (เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความดีของเราเองไม่ต้องทำอะไร):
ในโลกออนไลน์หรือโลกแห่งจิต ไม่มีใครทำอะไรเราได้ นอกเสียไปจาก (คนพาล) หรือ (ใจของเราเอง):
ธรรมะคือ ธรรมชาติ พิมพ์คำว่า (ธรรมะชาติ) ครับ:
รู้สึกระอายใจไหมที่เราทำร้ายคนอื่นด้วยวาจาหรือสำนวนที่ไม่สุภาพ โดยที่คนคนนั้นเค้าเคยเป็นผู้มีพระคุณต่อเรามา (ไม่ละอายใจ)หรือ(ละอายใจ):
สำนวนไทยที่ว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน  พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ลางเนื้อชอบลางยา):
ขนทรายเข้าวัดคือ พิมพ์สำนวนต่อไปนี้ครับ (ทำบุญทำกุศลโดยวิธีนำหรือหาประโยชน์เพื่อส่วนรวมมิได้ทำเพื่อตนเอง):
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติคือผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น ฉะนั้นสมาชิกใต้ร่มธรรมควรให้เกียรติกันและกัน พิมพ์คำว่า (ฉันจะให้เกียรติสมาชิกทุกๆท่านในใต้ร่มธรรมเสมอด้วยวาจาสุภาพอ่อนน้อม):
ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น พิมพ์เป็นประโยคภาษาอังกฤษครับ เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะครับ เว้นวรรคคำด้วยครับ (It is never too late to mend):
ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร พิมพ์เป็นประโยคภาษาอังกฤษครับ เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะครับ เว้นวรรคคำด้วยครับ (He who has never tasted bitterness does not know what is sweet):

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 02:07:41 PM »

อนุโมทนาครับพี่หนุ่ม :13:
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:48:04 PM »

หลากรสหลายเมนู ที่ ร้านอาหารสวัสดิการทหารเรือ

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 เวลา 00:00 น.

-http://www.dailynews.co.th/article/381/160510-























อาจเป็นเพราะชื่อของร้านระบุว่าเป็น ร้านอาหารสวัสดิการกองทัพเรือ ที่มีพิกัดบนชั้น 2อาคารนันทสวัสดิการ 1 (ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต) ถนนอิสรภาพ ย่านพรานนก เลยทำให้นักชิมไม่กล้าแวะเวียนผ่านเข้าไปลิ้มรส ด้วยความเข้าใจว่า บริการเฉพาะทหารเรือ และสมาชิกทหารเรือเท่านั้น ทั้งที่ร้านอาหารร้านนี้ยินดีและพร้อมเปิดบริการอาหารรสดีให้แก่นักชิมทั่ว ไปด้วยความเต็มใจ

สัปดาห์นี้แม่พลอยขอชวนไปชิมอาหารจานเด่นในเมนูอาหารไทย–จีน และอีสาน ของร้านอาหารสวัสดิการกองทัพเรือ เมนูเริ่มต้นด้วยอาหารจานเดียว ข้าวอบเผือกไข่เค็ม ใช้สูตรนำข้าวสวยผัดกับเผือก ใส่เครื่องปรุง ใส่เนื้อหมู เห็ดหอม กุนเชียง แปะก๊วย กุ้งแห้ง และมีไข่เค็มใช้ส่วนของไข่แดงวางเป็นทอปปิ้งด้านบน เม็ดข้าวไม่มีแฉะชื้น รสชาติมีทั้งความเค็มของไข่เค็ม ความหวานของกุนเชียง ความมันของเผือก รสชาติโดยรวมดีมาก ไม่ต้องปรุงรสชาติเพิ่ม

ต่อด้วย ซี่โครงอ่อนย่างน้ำผึ้ง เสิร์ฟเคียงด้วยสลัดและน้ำจิ้มแจ่ว ความเด่นรสอยู่ที่ซี่โครงนุ่มหอมหวานน้ำผึ้ง ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วไม่น่าเชื่อว่าไปด้วยกันได้ ปลากะพงฉ่าน้ำปลา มีความเค็มหวานจากน้ำปลาอย่างดีและน้ำตาลปรุงผสมรวมกันทานกับยำมะม่วง และ น้ำจิ้มซีฟู้ด ถ้าชอบทานกุ้งแนะนำ กุ้งทอดพริกเกลือ เนื้อกุ้งนุ่มหวานเคล้ารสชาติเครื่องปรุงออกรสเค็มหวานเผ็ดค่อนข้างเข้มข้น แต่ไม่ถึงกับเผ็ดจัดจ้าน จนทรมานต่อมรับรส

คั่นด้วยเมนูที่มีน้ำซุปร้อน ๆ ให้ซดคล่องคอ แม่พลอยแนะนำ ซุปเนื้อปูเสฉวน เนื้อปูสีขาวเนื้อแน่นและเห็ดหอมเด่นอยู่ในหม้อไฟร้อน ๆ รสชาติน้ำซุปปรุงได้หอมหวานกลมกล่อม ถ้าชอบน้ำซุปรสเข้มข้นจัดจ้าน แนะนำ เอ็นหมูต้มแซบแม่พลอยติดใจน้ำซุปแสนเข้มข้นครบทุกรสเปรี้ยวเค็มเผ็ด ส่วนเอ็นหมูเคี้ยวหนึบเพลินในกระพุ้งแก้มดีจัง

ถ้าชอบรสชาติออกเข้มข้น แต่เน้นหนักไปทางอาหารทะเล แม่พลอยแนะนำ ห่อหมกทะเล เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว ตัดรสชาติเผ็ดได้ด้วยเมนู กะหล่ำปลีฉ่าน้ำปลา ที่ชวนติดใจความกรอบของกะหล่ำปลีและความหอมออกเค็มของน้ำปลาอย่างดี ไม่ชอบกะหล่ำปลี ฉีกแนวมาสั่ง ผักกาดแก้วฉ่าน้ำปลา ย่อมได้ ไม่มีผิดกฎ

เมนูส้มตำมีให้เลือกเยอะ แต่แม่พลอยเลือกสั่ง ตำยอดมะพร้าวอ่อน ติดใจน้ำยำจัดจ้านเข้ากับยอดมะพร้าวอ่อน ออกหวานกรอบตามธรรมชาติ ถ้าช่วงนี้ใครทานเจ มีผัดผักสี่สหาย และ ยำเห็ดเจหรือยำเห็ดเบญจธาตุ ให้เลือกสั่งมาทาน ส่วนของหวานปิดท้ายด้วย เผือกหิมะ รับรองไม่มีผิดหวังด้านรสชาติ

ร้านอาหารสวัสดิการกองทัพเรือ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2411-5842, 08-6306-4859 และ 08-6386-8653 สำหรับแฟนคอลัมน์เดลินิวส์ชวนชิม หากบอกทางร้านว่า ทราบข้อมูลร้านจากเดลินิวส์ชวนชิมจะได้รับสิทธิลดค่าอาหาร 10 เปอร์เซ็นต์ และสิทธิพิเศษนี้ทางร้านใจดียินดีมอบให้แฟนคอลัมน์เดลินิวส์ชวนชิมนานถึง 1 เดือน.


เรื่อง แม่พลอย / ภาพ สุพัตรา เมตะศิริ
-http://www.dailynews.co.th/article/381/160510-

.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:43:01 PM »

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
Don Kai Dee Bebjarong Village

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีถือว่าเป็นชุมชนเข้มแข็งที่ทำให้คนในชุมชนมารายได้ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่กล่าวขานในการผลิตเครื่องเบญจรงค์ของ จ.สมุทรสาคร ที่มีฝีมือดังไกลทั่วโลก สำหรับความโดดเด่นอยู่ที่การเขียนลวดลายทั้งลายเก่าและลายใหม่ได้อย่างปราณีต สวยงามเจริญตามากที่ได้ไปชม นอกจากนี้ภายในยังมีการต่อยอดด้วยการทำเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว ทั้งการให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ด้านการผลิตเบญจรงค์ พร้อมเปิดบ้านเป็นโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอีกด้วย











** พิกัด หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี : 13.646806, 100.252667

** พิกัด GPS สำหรับเครื่องนำทาง : 13 38.808,100 15.160

-http://www.chillpainai.com/travel/459/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5/-

http://www.chillpainai.com/travel/459/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5/
.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:42:18 PM »

หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป - เครื่องเบญจรงค์ ดอนไก่ดี

ที่ตั้ง
หมู่บ้านเบญจรงค์ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน
จ.สมุทรสาคร 74110
แผนที่ (Location Map)
แผนที่ละเอียด(Detailed Map)





-http://www.thaitambon.com/OTOPVillage/DonkaideeMap.htm-

-http://www.thaitambon.com/OTOPVillage/Donkaidee1A.htm-

.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:41:12 PM »

ประวัติ หลวงพ่อบ้านแหลม
-http://www.itti-patihan.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1.html-

ความเลื่อมใสเชื่อมั่น ตลอดทั้งชีวิตจิตใจของชาวพุทธเมืองไทย ฝากฝังไว้แก่พระพุทธศาสนาอย่างหนักแน่นไม่แปรผัน ยึดมั่นนับถือพระรัตนตรัย ด้วยเห็นว่าสามารถช่วยเหลือทำให้จิตใจผ่องใส และทั้งอาจดลบันดาลขจัดปัดเป่าป้องกันภยันตราย และอำนวยความสุขลาภผลให้ได้ พระพุทธรูปในประเทศไทยมีนับจำนวนเป็นแสน ๆ องค์ แต่พระพุทธรูปทั้งหลายก็หามือ อภินิหารเหมือนกันไม่ ในจำนวนพระพุทธรูปที่ประชาชนยอมรับนับถือด้วยความเคารพบูชา จนถึงกับนานนามยกย่องว่า เป็นหลวงพ่อ หรือเปรียบเสมือนเป็นพ่อของคนทั้งเมือง ก็มีบ้างเป็นบางแห่งบางวัดไม่ทั่วไป โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสงครามนี้ มีพระพุทธปฏิมากรณ์เป็นพ่อบ้านเมืองยกย่องนับถือถวาย นามว่าหลวงพ่อ คือ “หลวงพ่อบ้านแหลม” เป็นที่เคารพสักการะบูชา

หลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้ม บาตร หล่อด้วยทองเหลืองแบบสมัย สุโขทัยตอนปลาย ภายในโปร่งขนาดส่วนสูง 170 เซนติเมตร ประดิษฐานยืนอยู่บนแท่น ภายในพระอุโบสถวัดบ้านแหลม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ตามประวัติที่จารึกกล่าวไว้ว่า หลวงพ่อได้ล่องลอยน้ำลงมาจากทางเหนือพร้อมกัน 3 องค์ แสดงอภินิหารให้ผู้คนเห็นมาตลอดลำแม่น้ำเจ้าพระยา และ ครั้งหนึ่ง ได้ล่องลอยมาถึงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนสามเสน ประชาชนสามแสนกว่าคนประสงค์ที่จะนิมนต์หลวงพ่อขึ้นบนฝั่ง ช่วยกันเอาเชือกผูกมัดองค์หลวงพ่อแล้วช่วยกันฉุดลากแต่ก็ไม่สามารถจะนำหลวง พ่อขึ้นฝั่งได้ และท่านก็จมน้ำหายไปจากที่นั้น

ต่อจากนั้นท่านก็ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ผุดให้คนเห็นในที่ต่าง ๆ กันเรื่อยมาจนในที่สุดก็ได้มาประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ใน พระอุโบสถวัดบ้านแหลมนี้จนกระทั่งปัจจุบันวัดบ้านแหลมเดิมชื่อว่าวัดศรีจำปา เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างมานานคำนวณไม่ได้ว่ามี อายุประมาณสักเท่าใด วัดศรีจำปามีมาก่อนที่จะได้หลวงพ่อบ้านแหลมมาประดิษฐาน เมื่อหลวงพ่อมาประดิษฐานอยู่แล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดบ้านแหลม

ตำนานเดิมกล่าวว่าชาวบ้านแหลม ซึ่งอยู่ปากอ่าวจังหวัดเพชรบุรีได้พากันมาตีอวนจับปลาในทะเล ในขณะที่ลากอวนจับปลาอยู่นั้น ได้ลากพระพุทธรูปติด
อวนขึ้นมา 1 องค์ ต่างพากันดีใจมากกว่ามาจับปลา แต่กลับมาได้พระพุทธรูปเห็นว่าคงจะเป็นลาภอันใหญ่หลวงแล้ว จึงได้อาราธนาพระพุทธรูปนั้นขึ้นบนเรือ แล้วพากันล่องกลับจากทะเล ในระหว่างทางคงจะเป็นด้วยบุญบารมีของชาวบ้านแหลม คนในเรือคนหนึ่งได้แลเห็นพระเกศของพระพุทธรูปลอยปริ่ม ๆ น้ำ อยู่ไม่ไกลจากเรือที่แล่นอยู่เท่าใดนัก จึงร้องบอกให้ทุกคนทราบ แล้วเทียบเรือเข้าไป ทุกคนต่างปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลือง แต่ล่องลอยอยู่ในกระแสน้ำได้ ต่างพากันกราบนมัสการด้วยความเลื่อมใสในอภินิหารและอิทธิฤทธิ์ที่ได้พบเห็น

ต่อจากนั้นก็ได้อาราธนาขึ้นบนเรือ อีกลำหนึ่ง แล้วพากันแล่นเรือกลับด้วยความดีใจเป็นที่สุด ครั้นเรือแล่นมาถึงแม่น้ำแม่กลองตอนหน้าวัดศรีจำปา ได้เกิดอาเพทคล้ายกับว่าหลวงพ่อประสงค์ ที่จะอยู่วัดนี้ จึงทำให้ฝนตกหนักลมพายุพัดจัดลืมหูลืมตาไม่ขึ้น เรือลำที่หลวงพ่อบ้านแหลมประดิษฐานอยู่ ทนคลื่นลมไม่ไหวประคองตัวไม่อยู่เรือเอียงวูบไป หลวงพ่อที่อยู่บนเรือจึงเคลื่อนตกจมหายลงไปในแม่น้ำ ชาวประมงบ้านแหลมพากันตกใจและเสียดายมาก ต่างช่วยกันเพียรดำค้นหาอยู่หลายวันจนอ่อนใจ ก็ไม่พบตกลงไม่ค้นหากันต่อไปอีก จึงนำพระพุทธรูป องค์ที่เหลืออยู่ไปยังถิ่นของตน และนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี

กาลต่อมาชาวบ้านศรีจำปาต่างก็ช่วยกันลงดำค้นหาหลวงพ่อที่จมอยู่นั้น เป็นด้วยเพราะอภินิหารของหลวงพ่อที่จะอยู่เป็นมิ่งขวัญของชาวบ้านศรีจำปา
จึงทำให้ชาวบ้านศรีจำปาพบและอาราธนานำไปประดิษฐานไว้ ที่วัดศรีจำปา ชาวประมงบ้านแหลมครั้นรู้ข่าวเข้าว่า ชาวบ้านศรีจำปาได้พระของตนที่จมน้ำนั้นแล้ว ก็ยกขบวนกันมาขอพระคืน แต่ชาวบ้านศรีจำปาไม่ยอมให้จนเกือบจะเกิดศึกกลางวัดขึ้น แต่ด้วยอภินิหารของหลวงพ่อบ้านแหลม และการมีเหตุผล
ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ก็ประสานสามัคคีตกลงปรองดองกันได้ ทางฝ่ายชาวประมงบ้านแหลมก็ยินยอมยกพระพุทธรูปที่ชาวบ้านศรีจำปางมได้ ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีจำปาตาม แต่ต้องเปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ ให้ชื่อว่า “วัดบ้านแหลม” เพื่อให้เป็นอนุสรณ์ที่ชาวบ้านแหลมได้พระพุทธรูปมาที แรก ตั้งแต่นั้นมาวัดศรีจำปา จึงได้นามว่าวัดบ้านแหลม มาจนทุกวันนี้
ตามประวัติ หลวงพ่อบ้านแหลม เมื่อคราวที่ไปลอยวนอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนสามเสน นั้น ประชาชนสามแสนกว่าคนประสงค์จะอาราธนานิมนต์ หลวงพ่อขึ้นฝั่งช่วยกันเอาเชือกพรวนผูกมักแล้วช่วยกันฉุดลากก็ไม่สามารถนำ หลวงพ่อขึ้นฝั่งได้ แล้วหลวงพ่อก็แสดงปาฏิหาริย์จมน้ำหายไปทั้ง 3 องค์

ต่อมา ทราบว่าองค์หนึ่งได้ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธร คือ หลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกองค์หนึ่งไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดบางพลีใหญ่ใน คือ หลวงพ่อโต จังหวัดสมุทรปราการ ตามที่ท่านแสดงปาฏิหาริย์จมน้ำหายไปครั้งนั้น หลวงพ่อได้แสดงอภินิหารให้เห็นว่า ถ้าท่านไม่ประสงค์จะอยู่ในที่ใดแล้วให้มีคนมากกว่า สามแสนคนมาฉุดดึงท่านก็ไม่รับนิมนต์ แต่พอถึงที่หน้าวัดบ้านแหลมท่านก็ยอมขึ้นแต่โดยดี มิต้องใช้เชือกมัดหรือใช้ผู้คนมากมาย ไม่ต้องฉุดดึงเพียงแต่เจ้าอาวาสในสมัยนั้น กับชาวบ้านเพียงไม่กี่คนอาราธนาอัญเชิญหลวงพ่อถูกต้องตามพิธีการ ท่านก็รับนิมนต์ยอมขึ้นมาประดิษฐานอยู่ประจำวัดเป็นมิ่งขวัญตลอดมา จนกาลปัจจุบัน

เมื่อได้หลวงพ่อมาแล้ว ชาวบ้านก็ได้อาราธนานำท่านไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ วัดบ้านแหลม และทำพิธีจัดงานสมโภชฉลององค์หลวงพ่อกัน
อย่างครึกครื้น แล้วพากันขอความศักดิ์สิทธิ์จากหลวงพ่อให้ช่วยคุ้มคร องปกปักรักษาไม่เว้นแต่ละวัน หลวงพ่อวัดบ้านแหลม มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน ความศักดิ์สิทธิ์ประการใดบ้างนั้น เหลือที่จะพรรณาให้ละเอียดได้มีผู้เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเมื่อผู้ใดได้รับความเจ็บป่วย หรือทุกข์ร้อนประการใด ก็มากราบนมัสการบนบานต่อหลวงพ่อ ความเจ็บป่วยหรืออาการทุกข์ร้อนนั้นก็พลันหายไปหรือไ ม่ก็ทุเลาเบาบางลงจนเป็นที่นับถือของประชาชนทั่วไปแม้แต่ชาวจีนที่เข้ามา พึ่งบรมโพธิสมภารก็พากันนับถือเป็นอันมาก พากันมาเซ่นไหว้ในวันสำคัญของจีน หรือในวันอื่น ๆ แล้วแต่โอกาสเสียงจุดประทัดบูชาดังสนั่นหวั่นไหว พวกละครชาตรีหรือละครไทยและงิ้ว ที่ประชาชนหามาแสดงจะพบเห็นอยู่เสมอ กล่าวกันว่าพวกละครหรืองิ้วที่แสดงถวายนี้ ถ้าไม่รำถวายมือหลวงพ่อวัดบ้านแหลม เสียก่อน บางคนถึงกับชักดิ้นชักงอหรือมีอันเป็นไปต่างๆ

จึงเลยเกิดเป็นธรรมเนียมประเพณีว่า ก่อนจะแสดงเรื่องราวต่าง ๆ ต้องรำถวายมือต่อหลวงพ่อเสียก่อนเป็นการสักการะ และครั้งหนึ่งชาวจีนได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแ รงกล้าในความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของหลวงพ่อ ได้พากันนำงิ้วมาแสดงถวาย ประชันกันถึง 5 โรง บางคนป่วยหนักหมดหวังในชีวิต หมอละทิ้งไม่มีผู้ใดรับรักษาพยาบาล ก็มาขอบารมีหลวงพ่อให้ช่วยชีวิต โดยรับเอาน้ำมนต์ ดอกไม้ที่บูชาหลวงพ่อเอาไปรับประทานและพอกทา อาการป่วยก็หายวันหายคืนและกลับเป็นปกติก็มีอยู่หลาย รายบางคนตกทุกข์ได้ยาก เป็นถ้อยร้อยความไปบนบานปิดทองนมัสการ ขอให้หลวงพ่อช่วย หลวงพ่อก็ช่วยเหลือได้สมประสงค์ ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อวัดบ้านแหลมมี มากมายจนประชาชนยกย่อง เป็นพ่อบ้านพ่อเมือง มีอภินิหารปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกผู้ทุกนาม เป็นที่สักการะบูชา เป็นมิ่งขวัญของชาวเมืองสมุทรสงครามมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

งานนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
วัดบ้านแหลมนี้มีงานนมัสการหรืองานเทศกาล 2 ครั้ง คือ
1. งานสงกรานต์เดือน 5 มีงานรวม 6 วัน 6 คืน เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 13-18 เมษายน ของทุกปี
2. งานวันสารท เดือน 11 มีงานนมัสการหลวงพ่อ 4 วัน 4 คืน มีประชาชนทั้งใกล้และไกลไปนมัสการหลวงพ่อกันอย่างคับ คั่งพระพุทธปฏิมาอันสำคัญที่ทรงอภินิหารและทรงศักดิ์สิทธิ์นั้น ถ้าจะกล่าวกันไปแล้วก็ยังมีอีกเป็นจำนวนหลายวัดตามจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ ทั่วประเทศทั้งในเมืองและ

ตามชนบทถ้าจะทบทวนนับจาก หลวงพ่อโต จังหวัดสมุทรปราการ หลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วก็เห็นจะมีพระพุทธปฏิมากรที่สำคัญอีก 2 องค์ นั้นคือ หลวงพ่อวัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี หลวงพ่อวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม

ซึ่งนับว่าเป็นหลวงพ่อที่ทรงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ดุจเดียวกัน เพราะมีพุทธศาสนิกชนประชาชนพากันมาสักการะบูชากันมาก มายเนืองแน่นไปหมด เมื่อเวลามีงานสมโภชตามเทศกาล และตามจดหมายเหตุประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ดั้งเดิ มของทางวัด ก็ได้แจ้งไว้ว่าท่านได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมาเช่นเดียวกัน ถึงกับบางท่านได้สรุปรวมความว่าเป็นพระพี่น้องกัน

ซึ่งก็สามารถจัดเป็นเช่นนั้นได้ เพราะท่านมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถ ปกป้องคุ้มครองรักษาประชาชนที่เคารพนับถือสักการะบูชาท่านรักษาโรคภัยไข้ เจ็บภัยพิบัติต่าง ๆ ให้หายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าหากจะนับรวมกันอย่างที่ทราบกันมาว่า พระพุทธรูปที่ปฏิหาริย์ลอยน้ำมา ก็คงจะมี 5 องค์ดังนี้ ซึ่งตรงกับคำว่า “ พุทธปัญจะภาคี ปาฏิหาริย์กระสินธุ์โน” พอดี

แต่ส่วนประวัติความเป็นมานั้นทุกท่านต้องศึกษาถึงมูลเหตุพุทธประวัติอัน ลึกซึ้งของแต่ละองค์ ตามจดหมายเหตุประวัติและคำบอกเล่าของแต่ละที่กันเอง ซึ่งทุกองค์ก็มีความสำคัญมาก เช่นเดียวกันเพราะพระพุทธปฏิมาอันศักดิ์สิทธิ์นั้นเป ็นที่เคารพนับถือสักการะบูชาเป็นศูนย์รวมจิตใจอันผ่อ งใสเชื่อมั่นของประชาชน สาธุชนทั่วไปและตามความเป็นจริงแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในสากลพิภพยังมีอยู่อีกมากมายเหลือที่จะคณานับได้ ดั่งจะเห็นได้ว่ามีข่าวคราวปากฏขึ้นที่นั่น ที่นี่ตามกาลอันควรตลอดมาอยู่บ่อย ๆ ครั้ง พระพุทธปฏิมากร ที่สำคัญ ๆ ที่มีอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ก็มีปรากฏอยู่มากมา ยตามวัดต่าง ๆ แต่ละจังหวัดแต่ละอำเภอกระจายทั่วไปทั้งประเทศเพื่อแผ่บารมีและพุทธคุณปก ป้องคุ้มครองสาธุชน ประชาชน ผู้ประพฤติปฏิบัติแต่ในสิ่งที่ดีงาม ปกป้องประเทศชาติให้คงอยู่เป็นไทยมาจนทุกวันนี้ ก็ด้วยบุญบารมีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งทรงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทุกคนหรือบางคนได้ประสบมาด้วยตนเอง หรือจากคำบอกเล่าจดหมายเหตุๆอันเป็นประวัติแต่ดั้งเด ิมมา ประเทศของเราจึงจัดได้ว่าเป็นประเทศที่นับว่าร่มเย็น เป็นสุขตามควรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร อันมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสิ่งที่ทุกคนเทิดทูนเหนือเศียรเกล้า เคารพสักการะบูชายึดมั่นหยั่งลึกฝังอยู่ในจิตใจของทุกคนชาวพุทธศา สนิกชนชาวไทยทั้งชาติทุกคนตลอดมา และจะยั่งยืนตลอดไปอีกจนชั่วกาลนาน

คำอาราธนาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
สะทา วะชิระสะพุททะวะวะ วิหารเร
ปติฏฐิตัง นะระเทโวหิ ปูชิตัง ปัตตะหัตตัง
พุทธรุปัง อะหัง วันทามิ ทูระโต
คาถาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
นะมะ ระอะ นะ เท วะ อะ
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:40:41 PM »

ประวัติพระสามพี่น้อง
-http://www.polyboon.com/stories/story000060.html-

เรื่อง และภาพประกอบโดย พุฒิวงศ์ บุษบวรรษ

ถ้ากล่าวถึงพระสามพี่ น้องนั้น มีอยู่มากมายหลายองค์ด้วยกันพระพุทธรูปบางองค์ได้ชื่อว่าเป็นพระสามพี่น้อง เพราะเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดเดียวกัน บ้างก็เรียกเพราะสร้างขึ้นมาพร้อมๆ กันเช่นพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศาสดา แต่พระสามพี่น้องที่กล่าวถึงนี้ เชื่อว่าสร้างโดยชายพี่น้องสามคน คนหนึ่งเกิดวันพุธ จึงสร้างพระปางอุ้มบาตร ที่เรารู้จักกันดีในนามหลวงพ่อบ้านแหลม อีกคนเกิดวันพฤหัสจึงสร้างพระปางสมาธิ คือหลวงพ่อโสธร แต่อีกคนไม่ได้สร้างพระประจำวันเกิดแต่สร้างพระเกตุ หรือพระปางมารวิชัย ซึ่งพระปางมารวิชัยองค์นี้แหละที่มีถึงสามวัดที่อ้างว่าเป็นพระพุทธรูปประจำ วัดของตนเอง คือหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน หลวงพ่อวัดไร่ขิง และหลวงพ่อทอง วัดเขาตะเครา ซึ่งบางคนก็เลยรวมเรียกแบบถนอมน้ำใจเหมารวมหมดเลยว่าพระห้าพี่น้อง


ในที่นี่จะกล่าวถึงเพียงหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นหนึ่งในพระสามพี่น้องเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วพระพุทธรูปทุกองค์ ที่กล่าวถึงมาแล้วนั้น ล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ ได้รับความเคารพเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชนมากทั้งนั้น


ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต่อๆกันมาว่า มีพระพุทธรูป ๓ องค์ ที่สร้างโดยพี่น้องสามคน คนโตเกิดวันพุธสร้างพระปางอุ้มบาตร คนกลางเกิดวันพฤหัสสร้างพระปางสมาธิ คนสุดท้อง สร้างพระปางมารวิชัย ลอยตามน้ำมา ซึ่งคาดว่านำมาใส่แม่น้ำเพื่อหลบพม่า หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนย้ายทางเรือ (บางคำบอกเล่ากล่าวว่ามีพระพี่น้องชาย ๓ องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ล่องลอยมาตามแม่น้ำ จากทางทิศเหนือ เรื่อยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา) ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง ๓ องค์ ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกัน อาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์หลวงพ่อทั้ง ๓ แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ ๕๐๐ กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง ๓ ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์ ครั้นแล้วหลวงพ่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไปต่อหน้าคนทั้งหมด สถานที่พระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ ได้ลอยทวนน้ำมานั้นเลยได้ชื่อว่า “ตำบลสามพระทวน” แต่ต่อมากลับเรียกว่า สัมปทวน ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้ ต่อจากนั้นพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ ก็ล่องลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร แสดงอภินิหารผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนา ฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกันกับชาวสัมปทวน แต่ก็ไม่สำเร็จหมู่บ้านบางนั้นจึงได้ชื่อว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้ จากนั้นพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ก็ล่องลอยทวนน้ำขึ้นมาถึงและลอยวนอยู่ที่หัวเลี้ยว ตรงกองพันทหารช่างที่ ๒ ปัจจุบัน สถานที่พระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์มาลอยวนอยู่นั้นจึงเรียกกันว่า แหลมหัววน และได้จมน้ำหายไปหลังจากนั้น พระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ ล่อยลอยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมงอาราธนาขึ้นได้ และประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ที่วัดบ้านแหลมเราเรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ทัดเทียมกับหลวงพ่อ โสธร ส่วนองค์สุดท้องได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ลอยล่องไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบ้านแถบนั้นได้อาราธนาขึ้นแพใช้เรือพายลายจูง ทั้งอธิษฐานว่าจะขึ้นเป็นมิ่งขวัญที่ใด ก็ขอให้แพนั้นจงหยุดอยู่กับที่ แล้วล่องมาตามลำคลองแพนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบางพลีก็ได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบางพลีใหญ่ใน ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพเลื่อมใสมากมายทัดเทียมกับ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร ส่วนพระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววน ดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัด โสธร กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้น โดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์ กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้อง กับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ล่องลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ ๑ ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหา และความโลภแรงกล้ามีอัธยาศัย เป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้



คำอาราธนา หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
อิมินาสักกาเรนะ พุทธะมหานุภาโว
อิมินาสักกาเรนะ ธัมมะมหานุภาโว
อิมินาสักกาเรนะ สังฆะมหานุภาโว
อิเมยันตา มหาเตชา มหานุภาตะชาติกา
มหามังคะละ สัมพุทตา อันตราเยวินาสะกา
สัพพะถะสุขะ สัมพุทตา อเนกาคุณันตา นานับปะโก
สัพพะทุกขัง สัพพะภะยัง สัพพะโรคัง วินาสสันติ
สัพพะลำภัง สัพพะสุขัง ภะวันตุเมฯ



คำอาราธนาหลวงพ่อโสธร
กายานะ วาจายะวะ วาโสธะรัง
นามะ อิติปาริหะ ริยะกาง
พุทธธะรูปัง อะหังปิ
วัณทามิ สัพพะโส

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร
(ตั้งนะโม ๓ จบ)
นะทรงฟ้า โมทรงดิน พุทธทรงสินธุ์ ธาทรงสมุทร ยะทรงอากาศ
พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด ศัตรูภัยพาล วินาศสันติ
นะกาโร กุกกุสันโธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน นานาจิตเต
พุทธะกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต ธากาโร ศรีศากกะยะมุณี
โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะ เมตตรัยโย ชิวหาทีเต ปัญจะพุทธา นะมามิหัง



คำอาราธนาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
สะทา วะชิระสะพุททะวะวะ วิหารเร
ปติฏฐิตัง นะระเทโวหิ ปูชิตัง ปัตตะหัตตัง
พุทธรุปัง อะหัง วันทามิ ทูระโต

คาถาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
นะมะ ระอะ นะ เท วะ อะ(ภาวนา ๙ จบ ป้ด-เป่ารักษาโรคภัยต่างๆ)

.

http://www.polyboon.com/stories/story000060.html
.
ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:34:21 PM »

ตอนเย็น  ไปทานอาหารกับเพื่อนมา ที่ร้านสวัสดิการกองทัพเรือ



ผมไปช้ากว่าเวลานัด  ก็เลยไม่ได้ถ่ายตอนอาหารมาใหม่ๆ

ปลากะพงทอดน้ำปลา



ผัดคะน้าหมูกรอบ




ปลาหมึกทอดกระเทียม




ลิ้นเป็ด(จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว)





ตอนที่ผมไปถึง  มีคนมานั่งไม่เยอะ





นักร้องที่ร้องเพลงให้ท่านที่ไปรับประทานอาหาร  (เสียงดีมากครับ)



ภาพสุดท้าย  เป็นหัวปลาที่เพื่อนตักมาให้ในจานครับ



ขอได้รับความขอบคุณจากผม  หวังว่าท่านผู้อ่านได้สาระไปไม่มากก็น้อยนะครับ

โมทนา
sithiphong

.




ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:26:13 PM »

มาต่อกับความสวยงามของเครื่องเบญจรงค์กัน

ชมตามอัธยาศัย









































ลายของเครื่องเบญจรงค์  ผมว่าละเอียดมาก ถ้าจำไม่ผิด ราคาใบละ 11,000 บาทครับ





ผมขอนามบัตรไว้  เผื่อท่านใดจะไปเที่ยวชมเครื่องเบญจรงค์





.


ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:19:04 PM »

มาต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์  ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาครกันครับ

ทางเข้า











ป้าย พิพิธภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์



ด้านหน้าและบริเวณโดยรอบของพิพิธภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์









แอบถ่ายช่างเขียนลายบนแก้ว



แก้วที่ไปขอถ่ายรูป หลังจากช่างเขียนลายน้ำทองแล้ว



ร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุนฝีมือคนไทยกันครับ



.

ข้อความโดย: sithiphong
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:12:14 PM »

ผมร่วมทำบุญชำระหนี้สงฆ์ , ทำบุญค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า , ทำบุญซ่อมแซมพระอุโบสถ , และหล่อเทียนโบราณ

มาร่วมโมทนาบุญกับผมและผบทบ.กันครับ

 :45:



-http://board.palungjit.com/f179/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-22445-2565.html-

-http://board.palungjit.com/f179/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-22445-2566.html-
.

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham