กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 06:02:59 PM »


ภาพที่ได้มา 2 ภาพถ่ายไว้เมื่อปี 2017 วันที่ 24 ธันวาคมเวลา....ได้แสตมป์อยู่บนภาพเรียบร้อยแล้วคือช่วงบ่าย ๆ เกือบเย็น ๆ 15.36 PM - 15.40 PM

ครั้งเมื่อยุค 130 ปีก่อนโน้นมีบ้านร้างหลังหนึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครร่ำลือกันว่ามี(ผี)ดุยิ่งนัก เป็นบ้านเก่าแก่โบราณเป็นคฤหาสน์ของคหบดีผู้มั่งคั่งตัวบ้านปกคลุมไปด้วยต้นไม้นา ๆ พันธุ์เรื่องมีอยู่ว่า....

หมายเหตุ.....คฤหาสน์หลังนั้นมีอาณาบริเวณติดกับป่าช้าโบราณอายุเป็น 100 ปีตกกลางคืนถึงแม้จะเป็นเวลาโพ้เพ้แต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินผ่านคฤหาสน์นั้นเลยและตอนกลางวันก็เช่นเดียวกันมีอยู่รายหนึ่งเคยเดินผ่านบริเวณนั้นซึ่งเงียบสงบและวังเวงและเขาก็ได้พบกับท่านหญิงซึ่งเป็นลูกเจ้าของคฤหาสน์เชื้อเชิญให้เข้าไปจิบชาด้วยกันแต่ว่าท่านหญิงได้แขวนคอตายไปนานแล้วคำร่ำลือนี้.......

โปรดติดตามตอนต่อไป.....ถ่ายจากสถานที่จริงมีอยู่จริง


2
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 03:25:21 PM »



LOMO VS FOG ต่างกันที่เวลา


3
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 02:33:28 PM »

ยามเย็น ๆ ที่ถนนสายหนึ่งบรรยากาศ(วังเวง)ดียิ่งนักเหมาะแก่การปลีก(วิเวก)หลีกหนีห่างไกลกับผู้คนในเมืองนั่งสงบนิ่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไปเป็นช่วงฤดูหนาวที่มีความหมายยิ่งนัก

4
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 01:27:36 PM »

ภาพถ่ายให้ความรู้ - ภาพถ่ายบอกเรื่องราวภาพถ่ายบันทึกประวัติศาสตร์ภาพถ่ายบันทึก{อารยะธรรม}

5
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 12:25:15 PM »

พระอาทิตย์อัศดงยามเย็นช่างงดงามยิ่งนักเป็นที่โปรดปรานสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่หรือมืออาชีพ ช่วงที่เป็นฤดูหนาวพระอาทิตย์ยามเย็นจะสวยงามมากกว่าฤดูร้อนหรือว่าฤดูฝนถ้าอารมณ์ศิลปินเกิดขึ้นในยามนี้นับว่าเป็นช่วงโอกาสทองของนักถ่ายภาพแสงต้อง{กะระยะ}ให้ดีมือต้องนิ่ง ๆ ที่สำคัญต้องมีอารมณ์ศิลปินคุณภาพของกล้องก็สำคัญเพราะถ้ากล้องดีก็สร้างสรรงานดี ๆ ออกมาได้

6
บทความ (Blog) / Untiteld
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 10:30:59 AM »




ทดสอบ ทดสอบ คอม ฯ เพิ่งเสร็จงานซักเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยหลังจากเมื่อวานเดินออกกำลังกายมาครึ่งวัน เอาภาพแนว{โลโม}มาแปะไว้อีกวันนี้ทำไมเลือดกำเดาไหลหรือว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก Test Test Restart Com 2 - 3 รอบกว่าจะใช้ได้แต่ละที




ในการเป็นพุทธบริษัท เพื่อจะรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ต้องเป็นผู้ตรงต่อธรรม ทั้งกาย ทั้ง วาจา ทั้งใจ แต่ถ้าท่านผู้ใดยังไม่ตรง ยังเห็นแก่บุคคลบ้าง สำนักบ้าง สถานที่บ้าง ข้อปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนบ้าง ก็ย่อมไม่สามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้เลย......By Dhammahome


7
ล้างรูป / Untitled
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ วันนี้ เวลา 12:01:56 AM »



วันนี้เดินออกกำลังกายและเก็บภาพเห็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติหลากหลายชนเผ่่าได้ภาพแนว{โลโม}มาบางส่วนเดินไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็นั่งพักกินน้ำกลับถึงบ้านก็เย็นมากแล้วแวะซื้อเสบียงมาตุนไว้ ภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวได้หลายอย่างหลายอารมณ์ แต่ตอนนี้อากาศนอกบ้านร้อนมากยังไม่หมดฤดุหนาวเลย มีอยู่ปีหนึ่งประเทศไทยเคยหนาวจนถึงกลางเดือนมีนาคมนี่เพิ่งเดือนมกราวันที่ 19 ปี 2018 อากาศร้อนแล้วคงหมดสิทธิ์ที่จะกลับมาหาวอีกแล้วคงต้องปลายปีซึ่งก็อีก 10 กว่าเดือนนาเสียดายจังวันนี้ได้พระกริ่ง(ของปลอม)ที่ท่าพระจันทร์ มา 1 องค์ 20 บาทอากาศก็ร้อนเดินไป - ปาดเหงื่อไป




8
บทความ (Blog) / รวมกลิตเตอร์ที่ทำเอง Vol.1
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ มกราคม 17, 2018, 10:36:59 PM »









โรซ่า ปาร์ค เขียนในหนังสือ{พลังเงียบ}ของเธอว่า ดิฉันพบว่า ถ้าดิฉันคิดแต่ปัญหาของตัวเองมากเกินไป และความจริงแล้ว มีเรื่องราวที่ดิฉันไม่ต้องให้เป็นเช่นนั้น ดิฉันก็ไม่อาจก้าวหน้าในทุกเรื่องเลย แต่เมื่อดิฉันมองไปรอบ ๆ และดูว่าดิฉันจะทำอะไรได้บ้าง และลงมือทำ ดิฉันก็ก้าวไปแล้ว{ยุวชน}และแท้จริง ตัวชีวิตเองนั้นเปล่งประกายชั่วพริบตา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ยุวชนจะต้องถามตัวเองว่า เราจะทำอะไรเพื่อคนที่กำลังมีความทุกข์ เราสามารถทำอะไรเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในสังคม และกล้าท้าทายกับเรื่องที่ยิ่งใหญ่

เอาไปใช้ประโยชน์ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น Share Share กันไป
9
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ มกราคม 16, 2018, 08:42:41 PM »
ตอนที่ 2 จาก 2 ตอน

มาต่อกันในเรื่องของ***** ค่าใช้จ่ายหากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น ***** 

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ผมได้บอกไปในเบื้องต้น  นั้น  เราต้องมาคำนวนกันในลักษณะที่เป็นตัวเงิน  ไม่สามารถที่จะคำนวนเป็นอัตราเปอร์เซ็นได้
ผมยกตัวอย่าง(เดิม)

ภาระหนี้ที่จะ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 2,600,000.-บาท  ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในกรณีที่ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น คือ

1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ร้อยละ 1 ของวงเงินนิติกรรม จำนวน 26,000.-บาท (ได้จาก 2,600,000 คูณ 1%)

2.ค่าธรรมเนียมการประเมินราคา ประมาณ 2,800.-บาท

3.ค่าอากรสัญญากู้ฯ  จำนวน 1,305.-บาท (ได้จาก 2,600,000 คูณ 0.05% จะได้ 1,300.-บาท บวก คู่ฉบับสัญญากู้ฯ 5 บาท)

4.การประกันอัคคีภัย  โดยประมาณไม่เกิน 10,000 บาท

5.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประมาณ 1,000.-บาท

6.ค่าธรรมเนียมการจดจำนองที่กรมที่ดิน  โดยประมาณ 26,000.-บาท (คิดประมาณ 1% ของวงเงินจำนอง(หรือวงเงินกู้) 2,600,000 คูณ 1 หาร 100 )
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยประมาณ 67,105.-บาท

หากเราใช้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเดิม ปัจจุบันเท่ากับ MLR-1.00%ต่อปี (MLR = 6.250) ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่เราจะจ่ายก็คือ 5.250% เราจ่ายดอกเบี้ยไปทั้งหมด 391,460.02 บาท

หากเราใช้ อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่เรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม อัตราดอกเบี้ยในปีแรก 2.90%ต่อปี อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 2 คือ MRR-3.00%ต่อปี อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 คือ MRR -2.00%ต่อปี หลังจากนั้น(ในปีที่ 4 เป็นต้นไป) คือ MRR-0.50%ต่อปี เราจ่ายดอกเบี้ยไป จำนวน 274,817.18 บาท

เมื่อหักกลบกันระหว่างตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จะได้ส่วนต่าง(ของดอกเบี้ยที่ได้ลดเนื่องจากการ Refinance ไปสถาบันการเงินอื่น) จำนวน 116,642.84 บาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายที่ผมบอกไปในเบื้องต้น จำนวน 67,105.-บาท เรายังมีส่วนต่างที่ไปชำระต้นเงินกู้ได้มากขึ้น หากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น

แต่หากเราขอลดดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม เราก็ไม่ต้องจ่ายในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผมได้บอกไป เพียงแต่เงื่อนไขของอัตราดอกเบี้ย ต้องลดได้มากกว่าเดิม และที่สำคัญเราต้องลองคำนวนดูครับว่า การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม หรือ การ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น ประเด็นไหนจะดีที่สุดสำหรับตัวเรา

เพิ่มเติมอีกนิด สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย  หากมีคนมาบอกว่า คำนวนค่าใช้จ่ายเป็น% นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การเปรียบเทียบต้องเป็นการเปรียบเทียบในรูปแบบเดียวกัน หากเป็นจำนวนเงิน ต้องนำจำนวนเงินมาเปรียบเทียบ แต่หากเป็นเปอร์เซ็น ต้องนำเรื่องของเปอร์เซ็นมาเปรียบเทียบ  ไม่ใช่ว่า นำจำนวนเงินมาคำนวนเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็น  เช่น ผมบอกว่า ผมหนัก 70 กิโลเมตร  เป็นไปได้หรือเปล่าครับ  ที่ถูกต้อง ต้องบอกว่าผมหนัก 70 กิโลกรัม  แต่หากจะนำค่าใช้จ่ายมาคำนวนเป็นเปอร์เซ็น  ต้องนำระยะเวลาในการกู้ทั้งหมด มาคำนวนเป็นเปอร์เซ็น  ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ จะน้อยมากๆ  เช่น ค่าใช้จ่ายที่ผมคำนวนในเบื้องต้นจำนวน 67,105.-บาท หากจะคำนวนว่า จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องนำระยะเวลาในการกู้ที่เหลือ หรือ ที่ขอกู้ใหม่ มาคำนวน เช่น เหลือระยะเวลาในการกู้ตามตัวอย่าง 204 เดือน ( 17ปี )  (เดิมระยะเวลาการกู้ 240 เดือน ผ่อนไปแล้ว 36 เดือน คงเหลือระยะเวลาการผ่อนอีก 204 เดือน) ส่วนตัวผม  ไม่ไปคำนวน แต่ผมใช้วิธีข้างบนดีกว่า เห็นเป็นเม็ดเงินที่ได้ลดอย่างชัดเจน

แต่ถ้าต้องการที่จะทราบว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นของวงเงินกู้ในระยะเวลาการกู้  สามารถคำนวนได้ดังนี้   นำค่าใช้จ่าย(ตามตัวอย่าง) 67,105.-บาท หารด้วย(วงเงินกู้) 2,600,000.-บาท ผลลัพธ์ที่ได้คือ 0.02581%  โดยมีระยะเวลา 17 ปี  แต่หากจะคิดตามระยะเวลา 1 ปี  ให้นำผลลัพธ์ 0.02581 หารด้วย 17(ปี) ผลลัพธ์ที่ได้คือ 0.000152% เฉลี่ยปีละ 3,947.353 บาท  (คิดมาจาก 0.000152 คูณด้วย (วงเงินกู้)  2,600,000.-)  และเมื่อคิดกลับไปสู่ค่าธรรมเนียมทั้งหมด  ก็ให้นำค่าเฉลี่ยต่อปี คือ 3,947.353 คูณด้วย 17 (ปี)  ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปก็คือ 67,105.-บาทครับ

ส่วนเรื่องของการประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย  ผมเคยนำเรื่องนี้ไปลงไว้ในครั้งก่อนแล้ว  เพิ่มเติมอีกนิด  การทำประกันชีวิต และ การทำประกันวินาศภัย ต้องเป็นการทำโดยสมัครใจ และเห็นประโยชน์ของการประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย เท่านั้น ต้องไม่มีเงื่อนไขอื่น เช่น หากไม่ทำประกันชีวิต หรือ ประกันวินาศภัยแล้ว การขอสินเชื่อใหม่ หรือ การขอลดอัตราดอกเบี้ยไม่ผ่าน   ยกเว้นจะเป็นโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร(ที่ประกาศเป็นทางการและมีเอกสารยืนยันว่า เป็นประกาศของธนาคาร) ว่า หากทำประกันชีวิต จะมีส่วนลดของอัตราดอกเบี้ย มากกว่าที่ ไม่ทำประกันชีวิต  หากมีการบังคับให้ทำประกันชีวิต หรือ ประกันวินาศภัย สามารถร้องเรียนผ่าน  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ได้ในหลายช่องทาง

สำหรับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกท่าน  หากสงสัยโทร.มาคุยกันได้ ยินดีให้คำปรึกษาครับ

#สถาบันการเงิน
#ธนาคารพาณิชย์
#สินเชื่อที่อยู่อาศัย
#อัตราดอกเบี้ย
#ประกันชีวิต
#สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
#คปภ
10
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ มกราคม 16, 2018, 08:40:11 PM »
วันนี้ เรามาคุยกันเรื่องประเภทของอัตราดอกเบี้ย ว่ามีประเภทไหนบ้าง แล้วแต่ละประเภทคืออะไร  ผมนำมาให้อ่านกันโดยอยู่ในไฟล์รูปประกอบ และมาดูเรื่องของประโยชน์ของการ Refinance สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินเดิม หากท่านใดเห็นว่าดี  แชร์ต่อกันได้ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ ครับ

มี 2 ตอน  ตอนนี้ตอนที่ 1 จาก 2 ตอน

ผมเองเคยทำไฟล์ที่เป็น Excel ในการใช้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร ผลที่ได้ ได้อะไร  ซึ่งสามารถใช้คำนวณเพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย 2 โปรโมชั่น   หากพี่ๆ  เพื่อนๆ  น้องๆ ท่านใดสนใจ แจ้งมาได้ ผมรบกวนแจ้งผ่านไลน์ส่วนตัว หรือ ส่งข้อความส่วนตัวเข้าของ FaceBook ได้ ผมจะส่งไฟล์ให้ไว้ใช้กันครับ

มาคุยกันในเจตนาที่ผมให้ความรู้กับบางท่านที่ไม่รู้ในเรื่องนี้ ผมอยากให้ความรู้เป็นวิทยาทาน  อานิสงส์ในการเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทาน ผมขออธิษฐานว่า ขอให้ผมเป็นผู้ที่เข้าใจในเรื่องราวต่างๆที่มีผู้ที่อธิบายในเรื่องนั้นๆได้โดยง่ายด้วยเทอญ

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งของการดำรงชีวิตในปัจจุบันสำหรับผู้ที่ซื้อบ้าน โดยใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์  ผมจะใช้คำว่า ธนาคาร แทนคำว่า สถาบันการเงิน เพราะว่าผมจะขอคุยกันในเรื่องของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่กับธนาคารเท่านั้น

ก่อนที่จะคุยกันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย  ผมอยากคุยในเรื่องของ “การให้บริการ (Service)”  ในมุมมองของผมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ในบางครั้งอาจจะมีมากกว่าเรื่องของอัตราดอกเบี้ยด้วยซ้ำ  หากสถาบันการเงินไหนที่บริการดี  ผมว่าหลายๆท่านคงไม่อยากย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงินแน่นอน  เนื่องจากการย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงิน  มีความยุ่งยากพอสมควร ไหนจะต้องเตรียมเอกสารที่ค่อนข้างเยอะอยู่  ไหนจะเสียเวลาในการไปติดต่อกับสถาบันการเงินอื่นๆ ไหนจะต้องไปดำเนินการในการทำนิติกรรมที่กรมที่ดินอีก  แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยยังแพงกว่า แถมการบริการห่วยแตก  มีแต่คนที่ต้องการย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงินแน่นอน  ถึงแม้จะต้องเตรียมเอกสารอย่างเยอะ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเวลาในการดำเนินการในเรื่องต่างๆอย่างมากก็ตาม  และอีกเรื่องที่จะบอกก็คือ  เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินมองออกหรือไม่ว่า ในใจของเราต้องการอะไร  มีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินนั้นๆ  มองเราไม่ออกก็มีอยู่มาก  เป็นอย่างนั้นหรือไม่ครับท่านผู้อ่าน

เรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัย  ในกรณีที่เราขอกู้  ทางธนาคารจะมีประเภทสินเชื่ออีกประเภทก็คือ วงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน (ในแต่ละธนาคารจะเรียกชื่อแตกต่างกันไป)  ซึ่งเป็นวงเงินที่เราสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งบ้าน หรือ นำไปชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองภาระหนี้

มาคุยกันในเรื่องของการ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยกัน (และไม่เกี่ยวข้องกับการขายบ้านพร้อมที่ดิน)  หาก Refinance เราจะต้องใช้วงเงินสินเชื่อฯมาไม่น้อยกว่า 3 ปี ถึงสามารถที่จะ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปยังธนาคารฯอื่นได้ และ จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆอยู่ไม่กี่อย่าง ดังนี้

1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (เป็นอัตราร้อยละเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร  บางธนาคารก็ไม่มี)

2.ค่าธรรมเนียมการประเมินราคา (ค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณ 2,500.-บาท ถึง 15,000.-บาท แล้วแต่ราคาประเมินของแต่ละธนาคาร และขึ้นอยู่กับวงเงินกู้ฯด้วย)

3.ค่าอากรสัญญากู้ฯ  โดยปกติคิด 0.05% ของวงเงินกู้ เช่น วงเงินกู้ 1,000,000.-บาท ทางธนาคารจะคิดค่าอากร 500.-บาท กับ คู่ฉบับ อีก 5 บาท  (วิธีคิด นำ 1,000,000.- คูณ 0.05% ก็จะได้ผลลัพธ์คือ 500.-บาท)  ค่าอากรสัญญากู้ฯนี้ ทางธนาคารจะต้องนำส่งให้กับกรมสรรพากร

4.การประกันอัคคีภัย  ในการทำประกันอัคคีภัย เงื่อนไขอยู่แต่ละธนาคารว่า จะให้ทำประกันอัคคีภัยกี่ปี  มีตั้งแต่ 1 ปี  ไปจนถึง 30 ปีก็มี  แต่โดยปกติจะให้ทำประกันอัคคีภัยกัน 3 ปี

5.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แล้วแต่ทางธนาคารจะเป็นผู้กำหนด ในบางธนาคารไม่มี

6.ค่าธรรมเนียมการจดจำนองที่กรมที่ดิน  จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1%ของวงเงินการจดจำนอง(หรือวงเงินสินเชื่อทั้งหมด (ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยและ/หรือวงเงินสินเชื่อบ้านแลกเงิน) ที่เราได้รับอนุมัติจากธนาคาร)

7.บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขในการรับ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น หากปิดก่อน 3 ปี หากปิดก่อนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือ ค่าธรรมเนียมบางเรื่องที่ธนาคารยกเว้นให้ในครั้งแรก ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านั้น หรือ บางธนาคารอาจจะขอปรับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นโปรโมชั่นที่เราได้รับ เป็นอัตราดอกเบี้ยปกติของธนาคาร  ส่วนในเรื่องที่ชำระต้นเงินบางส่วน  บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขในการห้ามชำระต้นเงิน  แต่บางธนาคารสามารถชำระต้นเงินได้และห้ามปิดก่อน 3 ปี

ในกรณีที่จะRefinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย  หากเราRefinance ไปยังธนาคารอื่น เราสามารถย้ายวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย และวงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน ไปทั้งสองวงเงินได้ โดยอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ  แต่หากเราขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม จะขอลดได้เพียงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (ในบางช่วง บางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นในการใช้วงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง) ส่วนวงเงินกู้  จะได้วงเงินเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร  (บางธนาคารฯให้ 100% ของราคาประเมินของธนาคาร  บางธนาคารให้ 85% ของราคาประเมินของธนาคาร  บางธนาคารให้ 80% ของราคาประเมินของธนาคาร)

เรามาว่ากันต่อในเรื่องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่จะRefinance ไปธนาคารอื่น กับ การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม และ การไม่ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ผมขอใช้ต้นเงินกู้เป็นตัวเลขกลมๆ จะได้อ่านได้เข้าใจมากขึ้น ผมขอคำนวนเฉพาะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย  ส่วนอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงินในวิธีเดียวกัน

นายโบ๊ตตี้ นามสกุลโน๊ตซัง  มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท  ระยะเวลาการกู้ 20 ปี อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปัจจุบันเท่ากับ MLR-1.00%ต่อปี (MLR = 6.250) ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่เราจะจ่ายก็คือ 5.250% (ได้จากดอกเบี้ย MLR 6.250 ลบ 1.00 จะได้ผลลัพธ์คือ 5.250)  ปัจจุบันมีภาระหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่เป็นต้นเงินกู้ 2,600,000.- บาท ผ่อนชำระเดือนละ 17,600.-บาท 

การคำนวนอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ปีต่อมา

วิธีการคำนวน  เราทราบอยู่แล้วว่า เราต้องชำระหนี้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยต่อเดือน เป็นจำนวนเท่าไหร่  ตามตัวอย่าง เราผ่อนชำระเดือนละ 17,600.-บาท เราจะคำนวนว่า ในแต่ละเดือนเราต้องชำระดอกเบี้ยเท่าไหร่  ต้องชำระต้นเงินกู้เท่าไหร่  เราใช้ยอดภาระหนี้สินปัจจุบัน คือ 2,600,000.- คูณกับอัตราดอกเบี้ย คือ 5.250 หาร 100 (ที่หาร 100 ก็คืออัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็น%ต่อปี)  แล้วนำไปหาร 12 ( จำนวน 12 เดือนใน 1 ปี) ผลลัพธ์จะได้เป็นดอกเบี้ยต่อเดือน  เป็นจำนวน 11,375.-บาท

เมื่อเราได้ยอดดอกเบี้ยต่อเดือนที่คำนวนได้เท่ากับ 11,375.- แล้วนำไปหักออกจากยอดเงินที่เราชำระต่อเดือนก็คือ 17,600.- เมื่อหักออกแล้วนั่นก็คือ เงินที่เราขำระต้นเงินกู้  เราจะได้ยอดที่เราชำระต้นเงินกู้ก็คือ 17,600 – 11,375 เท่ากับ 6,225.-บาท 

นี่เป็นการคำนวนการชำระต่อเดือน  ส่วนในเดือนถัดไป  คำนวนในลักษณะเดียวกัน  เพียงแต่เปลี่ยนแปลงยอดภาระหนี้ใหม่  ตามตัวอย่างจากเดิม 2,600,000.-บาท เป็นยอดภาระหนี้ใหม่ จำนวน 2,593,775.-บาท คำนวนแบบนี้ในทุกๆเดือน

ในกรณีที่เราอยู่ธนาคารเดิม มีวิธีการคำนวนดังนี้

วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ภาระหนี้ 2,600,000.-บาท หากเรายังคงใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม(ที่เราได้รับอนุมัติจากธนาคารมา)  เราชำระต้นเงินไปจำนวน 242,139.98 บาท และชำระดอกเบี้ยไปจำนวน 391,460.02 บาท  การคำนวนดูตามตาราง 1

ในกรณีที่เรา Refinance ไปสถาบันการเงินอื่น หรือขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม การคำนวนให้ดูตามตารางที่ 2

ผมขอยกตัวอย่างโปรโมชั่นดังนี้

อัตราดอกเบี้ยในปีแรก 2.90%ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 2 คือ MRR-3.00%ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 คือ MRR -2.00%ต่อปี
หลังจากนั้น(ในปีที่ 4 เป็นต้นไป) คือ MRR-0.50%ต่อปี

ผมจะคำนวนให้ดูใน 3 ปีแรกว่า เราจะจ่ายต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเป็นจำนวนเท่าไหร่  โดยภาระหนี้ปัจจุบันและเงื่อนไขอื่นๆคงเดิม(ยกเว้นแต่เรื่องอัตราดอกเบี้ย)
วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ภาระหนี้ 2,600,000.-บาท หากเราRefinanceสินเชื่อที่อยู่อาศัยไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือเราขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม  เราจะชำระต้นเงินไปจำนวน 358,782.82 บาท และชำระดอกเบี้ยไปจำนวน 274,817.18 บาท  การคำนวนดูตามตาราง 2

ผมมาเปรียบเทียบ ตารางที่ 1 (ที่เรายังคงใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม) กับ ตารางที่ 2 (ที่เราRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม) ให้ดูว่า การชำระต้นเงินกู้ และ การชำระดอกเบี้ยมีความแตกต่างกันอย่างไร

ทบทวนกันก่อน กันงง กันลืม  ตารางที่ 1 เป็นการชำระเงินกู้ตามอัตราดอกเบี้ยเดิมของสถาบันการเงินเดิม  ส่วนตารางที่ 2 เป็นการชำระเงินกู้ตามอัตราดอกเบี้ยที่ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม

1.การชำระต้นเงินกู้  จากตารางที่ 1 ชำระต้นเงินกู้ จำนวน  242,139.98 บาท  แต่จากตารางที่ 2 ชำระต้นเงินกู้ จำนวน 358,782.82 บาท  ส่วนต่างจากตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จำนวน 116,642.84 บาท

2.และการชำระดอกเบี้ย จากตารางที่ 1 ชำระดอกเบี้ย จำนวน 393,477.50 บาท แต่จากตารางที่ 2 ชำระดอกเบี้ย จำนวน 274,817.18 บาท ส่วนต่างจากตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จำนวน 116,642.84 บาท

ผลต่างทั้งสองข้อ คือ จำนวน 116,642.84 บาท นั่นหมายความว่าอะไร   หมายความว่า หากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น  หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม  จำนวนเงินที่ผมบอกไปก็คือ 116,642.84 บาท แทนที่จะนำไปชำระดอกเบี้ย   แต่เราสามารถนำไปชำระต้นเงินกู้ได้ เรื่องที่มีผลมากกว่านั้นก็คือ ทำให้เราชำระหนี้เสร็จสิ้นได้เร็วมากขึ้นไปอีก

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham