กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) / จึงจะเรียกว่า พ้นกรรม
« กระทู้ล่าสุด โดย ฐิตา เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 11:09:58 PM »
ถ้าหากว่าไม่ทำกรรมใหม่ อยู่ ๆ ไป
กรรมเก่าจะหมดไปเองไหม?

พระเดชพระคุณท่าน พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตโต)
ได้กรุณาตอบให้ทราบ ในหนังสือพุทธธรรม (ฉบับเดิม)
.........................................
แม้จะชดใช้กรรมเก่าไปเท่าไร ๆ ก็ไม่มีทางหมดไปได้
เหตุผลง่าย ๆ คือ
๑. คนเรายังมีชีวิต ก็คือเป็นอยู่ ต้องกินอยู่ เคลื่อนไหวอิริยาบท
ทำโน่นทำนี่ เมื่อยังไม่ตาย ก็อยู่นิ่งไม่ได้

๒. คนเหล่านี้เป็นมนุษย์ปุถุชน ก็มีโลภ โกรธ หลง
โดยเฉพาะความหลง หรือโมหะ นี้ที่มีอยู่ประจำในใจตลอดเวลา
เพราะยังไม่ได้รู้เข้าใจความจริงถึงสัจธรรม

เมื่อรวมทั้งสองข้อนี้ก็คือ คนที่อยู่เพื่อใช้กรรมนั้น เขาก็ยัง
ทำกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้แต่โดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่
เป็นบาปกรรมที่ร้ายแรง แต่ก็เป็นการกระทำที่ประกอบด้วย โมหะ
เช่นกรรมในรูปต่าง ๆ ของความประมาท ปลอยชีวิตเรื่อยเปื่อย

ถ้ามองลึกเข้าไปในใจ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ผุดโผล่ขึ้นมา
ในใจของเขาอยู่เรื่อย ๆ ในลักษณะต่าง ๆ เช่น เศร้า ขุ่นมัว กังวล
อยากโน่นอยากนีหงุดหงิด เหงา เบื่อหน่าย กังวล คับข้อง ฯลฯ
นี่ก็คือการทำกรรมอยู่ตลอดเวลา แถมเป็นอกุศลกรรมเสียด้วย
เพราะฉนั้นอย่างนี้จึงไม่มีทางสิ้นกรรม ชดใช้ไปเท่าไรก็ไม่รู้
จักสิ้นสุด มีแต่เพิ่มกรรม


แล้วทำอย่างไร จะหมดกรรม
การที่จะหมดกรรม ก็คือ ไม่ทำกรรมชั่ว ทำกรรมดี
และทำกรรมดียิ่งขึ้น คือแม้แต่กรรมดีก็เปลี่ยนให้ดีขึ้น
จากระดับหนึ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

พูดเป็นภาษาพระว่า เปลี่ยนจากทำอกุศลกรรม
เป็นทำกุศลกรรมและทำกุศลกรรมระดับสูงขึ้นไป
จนถึงขั้นเป็น โลกุตตรกุศล

ถ้าใช้ภาษาสมัยใหม่ ก็พูดว่า พัฒนากรรมให้ดียิ่งขึ้น
เราก็จะมีศีล มีจิตใจ มีปัญญา ดีขึ้น ๆ ในที่สุดกจะพ้นกรรม

พูดสั้น ๆ ว่า กรรมไม่หมดไปด้วย การชดใช้กรรม
แต่หมดกรรมด้วยการพัฒนากรรม คือปรับปรุงตัวให้ทำ
กรรมที่ดียิ่งขึ้น ๆ จนพ้นขั้นของกรรมไปถึงขั้นทำ
แต่ไม่เป็นกรรม คือทำด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์

ไม่ถูกครอบงำหรือชักจูง
ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ
จึงจะเรียกว่า พ้นกรรม


>>fb ใบโพธิ สิกขา
17 พฤศจิกายน 2014 ·
2
บทความ (Blog) / จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 09:44:09 PM »





อากาศเย็นอยู่ไม่กี่วันก็กลับมาร้อนอีกล่ะ วันนี้มีเรื่องราวมาบอกกล่าวเช่นเคยเพิ่งผ่านเทศกาลกินเจ ไปได้ไม่นานมีเรื่องเกร็ดเล็ก - เกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟังหลายคนอาจสงสัยว่า(กินเจ)กินอย่างไรกินเจกินง่าย ๆ มี อะไรเค็ม ๆ หน่อยเช่นลูกหนำเลียบเต้าฮู้ยี้ หัวไช้โป้วดองเค็ม ๆ หน่อยกับข้าวต้มร้อน ๆ ก็ผ่านไปได้แต่ล่ะมื้อแล้วละ ผมก็กินเจ แบบนี้แหละไม่ต้องมีอย่างอื่นก็อยู่ได้(เอารูปมาให้ดูด้วย)ว่าผมกินเจแบบไหน ผมไม่เคยสนใจกับข้าวอร่อย ๆ เลยเราต้องอยู่ง่าย - กินง่ายจะได้ไม่ต้องติดในรสอาหารไม่ว่าวันปกติหรือเทศกาลผมก็กินของผมแบบนี้แหละกับข้าวเจของผมยังเหลือยู่เลยและอันนี้ประสบการณ์จริงของการ กินเจ การ กินเจ ไม่จำเป็นต้องกินของแพง ๆ การ กินเจ ไม่ใช้การกินอยู่ที่หรูหรา การกินเจ ก็คือการฝึกฝนตนเอง

จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้ จงเป็นบุคคลที่ไม่ยอมแพ้

ยอดเขาฟูจิมองดูงดงามและสงบ แต่แท้จริงแล้วต้องเผชิญกับลมแรงตลอดเวลา เช่นเดียวกัน เมื่อท่านแผ้วทางใหม่ท่านตัองเข้มแข็งและเตรียมพร้อมเผชิญกับสายลมแรงแห่งการคัดค้านและต่อต้านการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ  สิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ท่านจำเป็นต้องมีความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้สายรุ้งแห่งความหวัง-บุคคลยิ่งใหญ่ของโลก.....บทความจาก....SGI

งินโกะ โองิโนะ แพทย์หญิงคนแรกในประเทศญี่ปุ่น
3
บทความ (Blog) / โรงภาพยนต์ในอดีต
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤศจิกายน 16, 2017, 07:19:11 PM »








ถ่ายภาพประกอบบทความโดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛


สวัสดีครับสำหรับท่านที่เพิ่งมาเว็บ ฯ ใต้ร่มธรรม และสมาชิกเก่า - ใหม่ ใต้ร่มธรรม บังเอิญไปได้บทความน่าสนใจมาจึงนำมาแบ่งปันเป็นความรู้ประดับสมองมันมีประโยชน์แน่ ๆ ครับสำหรับเด็กรุ่นใหม่เกี่ยวกับโรงภาพยนต์ ในยุคสมัยนี้ย้ายมาอยู่ในห้างจนหมดแล้วซึ่งเมื่อก่อนโรงภาพยนต์กระจัด - กระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ซึ่งชัยภูมิของแต่ละที่จึงไม่เหมือนกัน

โรงหนังเป็นสถานที่ที่จัดฉายหนังให้ความบันเทิงแก่ผู้คนมาช้านานก่อนที่ทีวีและวีดีโอจะเข้ามาแบ่งตลาดส่วนนี้ออกไป แต่เดิมการสร้างโรงหนัง ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัดจะสร้างเป็นอาคารหลังเดี่ยวเพื่อให้ดูโดดเด่น มีอาณาบริเวณกว้างขวาง จะเป็นโรงชั้นเดียวหรือสองชั้น จะสร้างจากไม้หรือจากปูน จะติดพัดลมหรือจะติดแอร์ก็ได้ตามแต่ท้องถิ่นนิยม ส่วนการฉายหนังก็จะไม่ฉายเรื่องเดียวกันหลายโรงพร้อมกันทั่วประเทศเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่จะฉายโรงเดียวและยืนโปรแกรมนานอยู่เป็นเดือน ๆ จนเมื่อคนดูลดน้อยลง จึงถอดโปรแกรมออกไปฉายในจังหวัดอื่นต่อไป

โรงหนังยังเป็นสถานที่นัดพบ ฟังเพลง พูดคุยกันตลอดจนรับฟังข่าวสารเกี่ยวกับหนังและโฆษณาต่าง ๆ เพราะแต่ละโรงจะมีใบปิด โชว์การ์ด โปสเตอร์หนังมาติดประกาศไว้ให้ดูก่อนล่วงหน้านานเป็นเดือน ๆ ในยุคที่ละครวิทยุอย่าง คณะแก้วฟ้า เกศทิพย์ กำลังโด่งดัง เจ้าของหนังจะเอาหนังที่จะฉายนั้นไปทำเป็นละครวิทยุออกกระจายเสียงให้คนได้ฟังก่อน ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ได้ผลอย่างมากเพราะถ้าละครเรื่องไหนเป็นที่ถูกอกถูกใจคนฟังมาก ๆ ก็จะมีคนไปดูหนังมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งแต่เดิมใครอยากจะดูหนัง ก็ต้องไปดูที่โรงหนังเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่อยากจะเสียเงิน ก็ต้องรอดูจากหนังกลางแปลง แต่คนก็ชอบที่จะไปดูหนังวันแรก ๆ โดยเฉพาะรอบปฐมทัศน์ซึ่งจะมีรายการพิเศษก่อนฉายหนัง

ต่อมาเมื่อวีดีโอเทปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงหนังที่เคยรุ่งเรืองก็ต้องสะดุดหยุดลง ยิ่งค่าเช่าวีดีโอถูกกว่าค่าตั๋วด้วยแล้ว คนก็เลือกที่จะดูวีดีโออยู่ที่บ้านมากขึ้น ความกระตือรือร้นที่จะออกจากบ้านไปดูหนังที่โรงจึงลดลงไปเรื่อย ๆ โรงหนังที่สร้างไว้ขนาดใหญ่ก็เริ่มมีคนดูบางตาจนไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ความเงียบเหงาของโรงก็ทำให้คนอื่น ๆ ไม่กล้าเข้าโรงหนังเพราะเกรงจะเกิดภัยที่คาดไม่ถึง จากที่เคยฉายเรื่องเดียว ก็ดิ้นรนมาฉายหนังควบเพื่อเรียกคน มีการปรับเปลี่ยนสภาพโรงให้มีขนาดเล็กลงบ้าง แต่ทนอยู่ได้ไม่นาน ก็เลิกกิจการไปทีละรายสองรายจนทุกวันนี้แทบไม่มีโรงหนังให้เห็น ดังนั้น ทีวี วีดีโอจึงตกเป็นจำเลยที่ 1 ที่ถูกเจ้าของโรงหนังตราหน้าว่า เป็นสิ่งที่ทำให้คนหมดความอยากที่จะออกไปดูหนังโรง ก่อนที่วีซีดีและดีวีดีจะเข้าแถวตามมาเป็นจำเลยร่วมอีกปัจจุบัน โรงหนังเก่า ๆ ในกรุงเทพฯ ต่างปิดตัวเองไปเรื่อย ๆ ซึ่งบางแห่งก็ยังพอมีสภาพเดิมให้เห็นอยู่บ้าง บางแห่งก็ถูกรื้อทิ้งและสร้างอาคาร

ประกอบกิจการอย่างอื่นไปแล้ว เวลาที่ผมเขียนถึงหนังไทยเก่า ๆ จึงมักจะบอกว่า หนังเรื่องนั้นเคยฉายที่โรงหนังไหนมาก่อนเพื่อไม่ให้คนลืมชื่อโรงหนังนั้น ๆ เพราะโรงหนังถือว่า เป็นสถานที่ที่เคยร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับหนังไทยมาก่อน เมื่อเขียนไปบ่อย ๆ คนก็อยากจะรู้ว่า โรงหนังนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ยังอยู่หรือไม่และอยู่ที่ตรงไหน ฉบับนี้จึงพาไปดูโรงหนังเก่า ๆ ในกรุงเทพฯ

ศาลาเฉลิมกรุง สร้างเมื่อปี 2473 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจะร่วมเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี แต่เสร็จไม่ทันจึงได้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กรกฎาคม 2476 แต่พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่มีหนังส่งเข้ามาฉายก็เลยเปลี่ยนเป็นโรงละคร ต่อมาปี 2492 หนัง 16 ม.ม.เรื่องสุภาพบุรุษเสือไทย ที่สร้างโดยแท้ ประกาศวุฒิสาร ได้เข้าฉายและสามารถทำรายได้สูงสุดจนช่วยปลุกโรงหนังและทำให้หนัง 16 ม.ม.รุ่งเรืองขึ้นมา ส่วนบริเวณข้าง ๆ โรงหนัง ก็มีผู้คนในวงการตั้งแต่ผู้สร้าง ดารา ตัวประกอบ นักพากย์ คนเขียนโปสเตอร์ สายหนังต่างจังหวัดมาเปิดกิจการเป็นจำนวนมากจนถูกเปรียบว่าเป็น ฮอลีวู้ดเมืองไทย แม้ปัจจุบันโรงหนังนี้จะยังคงอยู่ในสภาพเดิม แต่ก็ได้ปรับให้เป็นทั้งโรงละครและศาลาเพลงด้วย

ศาลาเฉลิมไทย เริ่มแรกเปิดเป็นโรงละครในปี 2492 ต่อมาในปี 2496 จึงเปลี่ยนเป็นโรงหนัง เคยผ่านการฉายหนังดัง ๆ อย่างเช่น เรือนแพ (2504) เป็ดน้อย (2511) โทน (2513) แต่ที่ต้องจดจำก็คือ เขาสมิง (2516) เพราะขณะฉายได้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาขึ้นมาพอดี ต่อมาภายหลังจำต้องปิดตัวเองเพราะรัฐบาลต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อเปิดโล่งให้เห็นโลหะปราสาท วัดราชนัดดา ป้อมมหากาฬ ภูเขาทองและสร้างพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมกับพลับพลาต้อนรับราชอาคันตุกะ จึงต้องปิดโรงในเดือนมกราคม 2532 แต่ก่อนที่จะถูกรื้อทิ้งได้มีการแสดงละครเวทีเรื่องพันท้ายนรสิงห์ เป็นการสั่งลาโรงหนังแห่งนี้ด้วย

ศาลาเฉลิมธานี เป็นโรงหนังเก่าซึ่งเปิดฉายหนังมาแต่ปี 2461 ตั้งอยู่บริเวณตลาดนางเลิ้ง ที่เป็นจุดเด่นก็คือ เป็นโรงหนังที่ด้วยสร้างด้วยไม้มี 2 ชั้น ติดพัดลม แต่ต่อมาจุดเด่นก็กลายเป็นจุดด้อยเมื่อคนหันไปนิยมโรงหนังติดแอร์ โรงนี้จึงปิดกิจการในปี 2536 โดยก่อนหน้านั้นแทบจะไม่มีการปรับปรุงใด ๆ เลยและยังเคยใช้เป็นฉากในการถ่ายทำหนังมาแล้วหลายเรื่อง แม้จะเลิกกิจการแล้ว แต่ก็ยังมีสภาพโรงหนังให้เห็นอยู่มาจนถึงวันนี้

ศาลาเฉลิมบุรี เดิมชื่อโรงหนังสิงคโปร์ เคยเปิดฉายหนังต่างประเทศ แต่ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ก็มีหนังไทย 16 ม.ม.เข้ามาฉาย ซึ่งมักจะยืนโรงฉายคู่กับศาลาเฉลิมกรุง เพียงแต่จะใช้ทีมพากย์คนละทีมกัน พอมาถึงยุคหนัง 35 ม.ม. ก็ฉายทั้งหนังไทย หนังเทศสลับกันไปจนกระทั่งปิดกิจการ ซึ่งปัจจุบันมีการรื้อตัวอาคารโรงหนังออกเป็นที่โล่งเพื่อให้เช่าจอดรถยนต์

คาเธ่ย์ เยาวราช ประเดิมเปิดโรงด้วยหนังไทยในปี 2498 จากนั้นก็มีหนังไทยยืนโรงฉายตลอดมา แต่หนังที่ทำเงินล้านให้กับโรงก็คือหนังของดอกดิน กัญญามาลย์ เรื่องนกน้อย (มิตร-เพชรา) ก่อนที่จะมีหนังเรื่องพ่อปลาไหล (สมบัติ-เพชรา) ของเชิด ทรงศรี มาลบสถิติไป พอเข้ายุคหนัง 35 ม.ม.ก็เปิดฉายหนังต่างประเทศด้วย ซึ่งหนังอินเดียของทิวาราตรีเรื่องช้างเพื่อนแก้ว เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากเพราะเข้ามาเรียกทั้งเงินและน้ำตาไปจากคนดู

คิงส์ ควีนส์ แกรนด์ เป็นสามโรงดังย่านวังบูรพาซึ่งมีมาแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับความนิยมมากเพราะทำเลดีและเป็นที่ชุมนุมของวัยรุ่นในยุคนั้นซึ่งถูกเรียกว่า โก๋หลังวัง โรงหนังทั้งสามโรงนี้มีการฉายทั้งหนังไทยหนังเทศสลับกันไป ต่อมาโรงคิงส์และแกรนด์ก็ปิดกิจการ โดยมีการรื้ออาคารออกและสร้างใหม่เป็นห้างสรรพสินค้าเมอรี่คิงส์ วังบูรพา ส่วนโรงควีนส์นั้นแม้จะเลิกกิจการแล้ว แต่โครงสร้างตัวอาคารก็ยังมีอยู่ให้เห็นโดยใช้เป็นพื้นที่จอดรถยนต์

เอ็มไพร์ เป็นโรงหนังเก่าแถวปากคลองตลาดที่ป้ายหน้าโรงเขียนว่า โรงภาพยนตร์ไทย เอ็มไพร์ เปิดฉายหนังไทยมาตั้งแต่ยุคหนัง 16 ม.ม.จนมาถึงยุค 35 ม.ม.ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น เพชรเอ็มไพร์ แล้วมักจะฉายหนังยืนคู่กับโรงหนังเพชรรามา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาฉายสองเรื่องควบตามกระแสและสุดท้ายก็ปิดโรงแล้วดัดแปลงเป็นห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะมีภาพออกมาอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้

เฉลิมเขตร์ เชิงสะพานยศเส ซึ่งเปิดฉายหนังต่างประเทศ แต่ก็มีหนังไทยของค่ายละโว้ภาพยนตร์และค่ายอื่นแทรกโปรแกรมบ่อย ๆ หนังที่ทำเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงก็คือเงิน เงิน เงิน (มิตร-เพชรา) และเพชรตัดเพชร (มิตร-ลือชัย) โดยทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเคยฉายหนังไทยเรื่องแหวนทองเหลือง (ไชยา-นัยนา) ซึ่งเป็นหนังที่มีความยาวมากที่สุดอีกด้วย แต่ต่อมาก็เลิกกิจการไป

ยังมี โรงหนังอีกหลายโรงเช่น เพชรรามา โคลีเซี่ยม พาราเมาท์ เอเธนส์ พาราไดซ์ อินทรา แอมบาสเดอร์ แมคเคนน่า เมโทร ฮอลีวู้ด ฯลฯ ซึ่งเกิดมาเป็นโรงหนังชั้นหนึ่งในยุคนั้น ๆ ต่อมามีการจับมือเป็นเครือโรงหนังเช่น เครือไฟว์สตาร์ เครือสหมงคลฟิล์ม โดยแต่ละเครือก็จะป้อนหนังให้ฉายพร้อมกันหลาย ๆ โรง ซึ่งปัจจุบันโรงหนังเหล่านี้ได้เลิกกิจการไปหมดแล้ว แต่มีอยู่โรงหนึ่งที่ยังไม่ทันได้เกิดก็แท้งเสียก่อนคือ โรงหนังชัยบัญชา ของพระเอกมิตร ชัยบัญชา ที่ซื้อที่ดินและเตรียมจะสร้างเป็นโรงหนังอยู่ตรงข้ามศาลาเฉลิมไทย แต่เมื่อมิตรเสียชีวิต โครงการต่าง ๆ ก็ต้องเลิกไปโดยปริยาย แม้ปัจจุบัน โรงหนังเก่า ๆ จะไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว แต่ก็ยังมีอีกโรงหนึ่งที่ยังมีหนังไทยในอดีตกลับมาฉายให้เราได้ดูได้ศึกษาคือ โรงหนังอลังการ ซึ่งเป็นโรงหนังเล็ก ๆ ของหอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา.....
อ้างอิงจาก Thaiflim Foundation
4
บทความ (Blog) / Human Revolution
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤศจิกายน 15, 2017, 09:04:20 PM »






พวกเราทุกคนมีพลังที่ไม่จำกัด
อยู่ภายในชีวิตของเรา
ซึ่งทำให้เราสามารถ
เปลี่ยนชะตากรรมเป็นภาระหน้าที่
จงเปี่ยมด้วยความปีติยินดีและความเชื่อมั่นดังกล่าว
ในศักยภาพภายในที่ไม่มีขอบเขตของเรา
จงมีชัยชนะในวันนี้                   
ไม่ว่าสถานการณ์ของเรา
จะมีความท้าทายมากแค่ไหน....
By SGI ปฏิวัติมนุษย์

นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน แม็กซ์ วีเบอร์(ค.ศ.1864-1920)เคยเขียนเกี่ยวกับคุณป้าของเขาว่า ตอนที่เธอพูดกับผมบ่อย ๆ ว่าชีวิตของเธอเป็นชีวิตที่ยากลำบาก นี่ไม่ใช่การบ่น แต่เธอต้องการชี้ให้เข้าใจว่า เธอได้ต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีมาก เหล่านี้เป็นคำพูดที่ตรงใจมาก ผู้ซึ่งดำเนินชีวิตแห่งคุณค่าที่อุทิศในการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีงาม โดยไม่มีความเสียใจและตามความเชื่อมั่นของตนนั้นคือผู้มีชัยชนะ.....By SGI ปฏิวัติมนุษย์

ถ้าต้องการเข้าใจเหตุในอดีต ให้ดูผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และถ้าต้องการจะเข้าใจผลที่จะปรากฏออกมาในอนาคต ให้ดูที่เหตุในปัจจุบัน

ความสงบที่แท้จริงนั้น หาไม่ได้จากที่ไหน นอกจากใจของเราเอง ที่อื่น ๆ นั้นให้ได้แค่ความสงชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าใจไม่สงบเสียแล้ว ไม่นานก็ต้องมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจ ถ้าไม่ใช่กับผู้คนแวดล้อม ก็ดินฟ้าอากาศ ครั้นอยู่คนเดียว ก็ยิ่งกระสับกระส่าย กลัวนี่ระแวงนั่น โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดนั้นเกิดจากการปรุงแต่งของใจที่ไม่อยู่สุขมีพุทธพจน์ว่า สิ่งใดพร่อง สิ่งนั้นดัง สิ่งใดเต็มสิ่งนั้นสงบใจที่ไม่สงบนั้นมาจากความว่างเปล่าภายในนั่นคือว่างเปล่าจากความสุข ว่างเปล่าจากคุณค่าและความหมายของชีวิต......By SGI ปฏิวัติมนุษย์
5
บทความ (Blog) / Re: だって 君のことが …好きなの ❤❤❤ : แต่ว่าก็ดัน .... ชอบเธอซะแล้ว
« กระทู้ล่าสุด โดย Plusz เมื่อ พฤศจิกายน 14, 2017, 10:07:35 PM »
ถ้าบล๊อคนี้ไม่ได้C ต้องซ้ำชั้นปีแน่ๆเลย แงง
6
บทความ (Blog) / Pepole Revolution
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤศจิกายน 12, 2017, 10:10:41 PM »







เมืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน มืองใดไร้ธรรมอำไพเมืองนั้นบรรลัยแน่นอน

คำใดที่เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ เป็นประโยชน์

ที่ใดมีปัญญา ที่นั่นจะไม่มีโลภะ

จิต ที่สะสมมา มากไปด้วยอกุศลเพียงใด เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถที่จะเป็นกุศลได้บ่อยขึ้น เพิ่มขึ้น  ไม่ว่าด้วยประการใดๆทั้งสิ้น ขณะนั้น ก็เป็นประโยชน์

ขอให้หาหนังสือที่เราชอบและมีคุณค่าอย่างแท้จริงหนังสือดีจะหล่อเลี้ยงจิตใจของเราและเป็นสินทรัพย์ตลอดชั่วชีวิตหนังสือดีที่แท้จริงมีพลังเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้น.....SGI
7
หยาดฝนแห่งธรรม / Re: ระบบชีวาลัย
« กระทู้ล่าสุด โดย ฐิตา เมื่อ พฤศจิกายน 12, 2017, 04:10:06 PM »


มุมกาแฟ 3/11/17
ยาว แต่ดี สำหรับ
วันลอยกระทง
กระทงหลงทาง 55555+
คงคา
พระแม่คงคา มหาเทวีจากสวรรค์
ผู้นำคงคาสวรรค์ ลงสู่โลกมนุษย์
เป็น แม่น้ำแห่งการชำระบาป
จาก วรรณกรรม มหาภารตะ
มาถึงประเพณี ลอยกระทง
เพื่อขอขมา ต่อ สายน้ำที่ให้ ก่อเกื้อ ทุกสรรพชีวิต
และบูชา รอยพระบาท พุทธเจ้า ในใต้สมุทร
และ นางนพมาศ ของเรา
เป็นหนึ่งในประเพณีแสดง หลักกัตญญูกตเวที
ของสยามชน และชนในภูมืภาคเอเชียอาคเณย์
......................................

1.เพื่อป้องกัน วัฒนธรรมกรีก
ที่มากับกองทัพ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
กลืนกิน วัฒนธรรมชมพูทวีป
หลังพุทธกาล พศ. 200กว่า

พราหมณ์ จึง สังเคราะห์ฮินดู
ระบบเทวนิยม อันยิ่งใหญ่
ให้ทุกคนเข้าถึงพระเจ้าได้
ซึ่งเดิมพราหมณ์ ผูกขาดไว้ ต้องมาจิ้มก้องให้พวกตนเท่านั้น

2.มีคัมภรีสำคัญ คือ อุปนิษัท "จับเข่าคุยกัน"
รวมสามมหาเทพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ
เป็นตรีมูรติ สามเป็นหนึ่ง ที่แบ่งภาค ทำหน้าที่ต่างกัน

3.และเกิดวรรณกรรม มหาภารตะ
ละครเรื่องใหญ่ วงค์วานหว่านเครือ ท้าวพรต
อธิบายที่ไปที่มา
ของจักรวาล พระเป็นเจ้า สวรรค์ ทวยเทพ มนุษย์
และคนครึ่งเทพ(วีระบรุษ)
 
4.และหน้าที่ของแต่ละคน
ที่ต้องตั้งใจ มุ่งมั่น เอา วิญญาณเร่รอนของตน(ชีวามัน)
กลับไปรวมกับ มหาวิญญาณ( ปรมาตมัน)
โดยผ่าน การทำหน้าที่ที่เหมาะสม(พรหมมัน)
ชีวามัน(อัตมัน) นั้นเป็นอมตะ แต่ต้องเปลี่ยนไปอาศัยใน รูปร่าง ตามกรรมที่ทำไว้ หรือ พรหมลิขิตไว้ โดยเอากรรมเก่าชาติก่อน มาปรุงแต่ง...

5.ซึ่ง พุทธศาสนา ก็ ยอมรับในเรือง
วัฎฏะสังสาร ในสัมมาทิฎฐิ เบื้องต้น ให้คน ละชั่ว ทำดี
และทำให้เกิดนิกาย มหายาน
ซึ่งเป็นระบบเทวนิยมแบบ อสังคะเขียนขึ้น
ยึดเอาหลัก วีระบรุษนิยม
คือ มีพระโพธิสัตว์ ที่ ยินดีที่จะมาเกิด เพื่อช่วยมนุษย์
"จิตสุขจากเอื้อเฟื้อ สำคัญกว่าจิตเย็นที่หลุดพ้น จากอุปาทาน"

6.แต่สัมมาทิฎฐิ ระดับ ทำนิพพานให้แจ้ง ใน มรรคแปด
ก็บอกตรงๆว่า
ทางสองสายนี้ อย่าไป เคร่งเครียด เอาเป็นสรณะ
เพราะ ดับเหตุทุกข์ ที่เกิดจาก อุปปาทานในตัณหา
อุปาทานในขันธ์ห้าไม่ได้
เพราะ พระพุทธเจ้าบัญญัติว่า
"สังขารโลก คือ กายกว้างศอกยาววา มีสัญญาใจครอง"

7.สังขารโลก เป็นชีวามัน คือชีวิตหนึ่ง
ชีวามัน........เป็นสังขารธรรม
คือธรรมชาติ ปรุงแต่ง ขึ้นมา
เป็น ชีวะยนต์ เครื่องยนต์มีชีวิต
เป็น ขันธุ์ห้า ปัจจุบันก็คือ คอมพิวเตอร์ชีวภาพ
ดังนั่นให้ฝึก ล้างขยะข้อมูล ที่ เป็นของคู่
ที่เป็นอาสวะ(ห้โทษ) สาสวะ(ให้คุณ)
คือ ดีชั่ว/ผิดถูก/ชอบชัง/ชายหญิง/
จน ระบบคอมพิวเตอร์ชีวภาพ เป็นกลาง(อนาสวะ)
ภูมิจิต ภูมิ ธรรม ภูมิปัญญา
ก็ชนะอุปสรรค์กั้นการพัฒนา ของปุถุชน
ไปอยู่เหนือ จิตสำนึกของมนุษย์ทั่วไป

8.ไปถึงแล้ว จะมีวิสัยทัศน์ญาณทัศนะอย่างไร
พระองค์ไม่ได้ตรัสไว้ เพียงบอกว่า
ผู้รู้ที่เป็นวิญญูชนจะรู้ได้ด้วยตนเอง
ปัจจัตตัง+ เวทิตัพโพ+ วิญญูหิติ
แต่บอกไว้ว่า ชีวิตจะอยู่เย็น สงบ เบิกบาน มั่นคง
ทั้งอารมณ์(ฌาน)และความรอบรู้(ฌาน)
จากปรีชาญาณฉลาดเลือก (Wisdom )ที่ตื่นแล้ว
สังกร ของ โพธิจิต โพธิปัญญา โพธิธรรม

9.ทุกข์คือนรก
สุขคือสวรรค์
วิมุติ คือ เย็น
เอาเลือกเอา
ไปลอยกระทง....ก็เอาขยะปรุงแต่งชีวิต ไปทิ้งด้วยเด้อ
และอย่างหลงทาง
ไปควงเอา สิ่งไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้
มาแขวนคอ 55555+

พระแม่คงคา
พระแม่คงคาจะลักษณะโดยทั่วไปก็คือ มีสี่กร มีพาหนะเป็นจระเข้ มีอาวุธเป็นตรีศูลย์ และมีหม้อกลาฮัมและหม้อน้ำ แต่บางครั้งก็มีสองกรและทรงอาวุธเป็นตรีศูลย์ โดยส่วนมากจะเห็นพระแม่คงคาเป็นองค์เป็นสตรีที่ยื่นหน้าออกมาจากมวยพระเกศของพระศิวะเจ้า และที่ปากมีสายน้ำพ่นออกมา
พระแม่คงคาเป็นราชธิดาของพระหิมวัตและนางเมนกา หรือพระนางนั่นเป็นพี่สาวของพระแม่อุมาเทวี พระแม่คงคามีหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาสายน้ำคงคา อันเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากสรวงสวรรค์ ซึ่งในอินเดียก็มีแม่น้ำหลายสายที่เชื่อว่ามีประวัติความเป็นมามีซับซ้อน เช่น

แม่น้ำสรัสวตี (ถูกเชื่อกันว่าไหลมาจากพรหมโลก)
แม่น้ำซันโตชี(มีผู้ดูแลเป็นพระแม่ซันโตชีธิดาของพระพิฆเนศ)
แม่น้ำคงคา(มีผู้ดูแลเป็นพระแม่คงคา)
แม่น้ำยมุนาหรือยมนา(ถูกเชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์โดยมีเจ้าของคือพระวิษณุเทพ)

นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า น้ำจากแม่น้ำคงคาถือเป็นน้ำที่วิเศษที่สามารถชำระล้างบาปของมนุษย์ทั้งหลายได้ โดยแม่น้ำที่ใช้ในการชำระบาปของมนุษย์ได้จะมีอยู่ด้วยกันสองสายคือ แม่น้ำคงคา และ แม่น้ำยมนา
กล่าวถึงบริเวณต้นน้ำแห่งเขายาดาคีรีของท่านฤาษียาดาชี ซึ่งองค์ลักษมีนาราซิมฮาประทับบริเวณนี้ เมื่อ จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ จะต้องนำน้ำจากแม่น้ำคงคาแห่งนี้เข้าไปร่วมในพิธีด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วบรรดาฤาษีในประเทศอินเดียจะมีหม้อน้ำเป็นเครื่องมือคู่กายอยู่เสมอ ซึ่งภายในหม้อน้ำจะบรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาเอาไว้
บริเวณที่แม่น้ำคงคาและยมนาไหลมาบรรจบกัน ถือว่าเป็นบริเวณที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด ที่แห่งนี้มีชื่อว่า “ตริเวนี” หรือที่คนไทยมักชอบเรียกกันว่า “จุฬาตรีคูณ” โดยมีความเชื่อเพิ่มเติมอีกด้วยว่า แม่น้ำสรัสวตีที่ไหลมาจากใต้พื้นดินก็ไหลมารวมกันที่นี่ด้วย ด้วยเหตุนี้ชาวฮินดูจึงนิยมใช้น้ำจากแม่น้ำคงคาเพื่อนำไปสรงน้ำพระพุทธรูป หรือใช้อาบกินเพื่อความเป็นมงคล

ตำนานกล่าวไว้ว่า เดิมทีนั้นแม่คงคาไหลเวียนไม่ไปไหนจากนิ้วเท้าของพระวิษณุ แต่สาเหตุที่พระคงคาเปลี่ยนทิศทางไหลลงมาที่โลกมนุษย์ก็เพราะว่า พระแม่คงคาถูกท้าวสักราชอัญเชิญลงมาสู่โลกมนุษย์มานานแล้วหลายชั่วคน จนสำเร็จในสมัยของท้าวภคีรถ แต่ด้วยอิทธิฤทธิความแรงของพระแม่คงคา ซึ่งมีผลให้โลกอาจกล่มสลายได้เลย พระศิวะเจ้าจึงได้รองรับพระแม่คงคาด้วยมวยพระเกศก่อนที่จะปล่อยลงสู่โลกมนุษย์
ส่วนอีกตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่า ด้วยความที่เดิมทีโลกมนุษย์มีความแห้งแล้งอย่างหนัก ยังผลให้มนุษย์และสัตว์ล้มตายจำนวนมากมาย เนื่องจากพระแม่คงคาไม่ยอมให้น้ำไหลลงมาสู่โลกมนุษย์ เมื่อบรรดาเทวดาเห็นดังนั้น จึงไปทูลเชิญให้พระศิวะเจ้ามาทรงจัดการเรื่องนี้ พระองค์จึงทรงไปคิดตามให้พระแม่คงคากลับมา แล้วบังคับให้พระแม่คงคาให้สายน้ำคืนแก่มนุษย์ แต่พระแม่ไม่ยอมทำตาม พระองค์จึงทรงใช้พระเกศของตนรัดพระแม่คงคา จนในมี่สุด พระนางก็ยอมปล่อยสายน้ำออกมาคืนสู่โลกมนุษย์

ในขณะที่บางตำนานกล่าวไว้ว่า พระศิวะเจ้าและพระแม่คงคาแอบเป็นสามีภรรยากันแบบลับๆ ด้วยความกลัวว่าพระแม่อุมาจะทรงพิโรธหารู้ความ พระศิวะเจ้าจึงซ่อนพระแม่เอาไว้ในมวยพระเกศ และให้พระแม่ปล่อยน้ำออกมาจากพระเกศของพระองค์ เพื่อเป็นการล้างบาปที่ทั้งสองได้ทรงทำร่วมกัน

http://nanszjitniyom.blogspot.com/2016/02/blog-post_2.html
ขอบคุณเจ้าของภาพ เรื่องราว คลิป และผู้อ่าน ครับผม
..
..
https://www.youtube.com/watch?v=_htpiyRkooY
วัฒนธรรมกรีก ที่ไหลมากับกองทัพอเล็กซานเดอร์มหาราช
สู่ลุ่มแม่น้ำสินธุ และแผ่ลงมา ลุ่มแม่น้ำคงคา
นำเอา ลัทธิเทวะนิยม
ตรรกะนิยม คณิตศาสตร์
ธรรมชาตินิยม ประชาธิปไตย
อิสระภาพ เสรีภาพในการศึกษา เมื่อ พศ.200กว่า

ทำให้ วัฒนธรรมชมพูทวีปตั้งปรับตัว
"กลืนกินวัฒนธรรมกรีก" มาเกิดใหม่
-พราหมณ์ ก็สังเคราะห์"ฮินดู"
ป่าใหญ่ที่ ทุก ภูมิจิต ภูมิ ธรรม ภูมิปัญญา
มาอาศัยอยู่ร่วมกัน ในฐานทุกชีวิต
คือ จิตวิญญาณ ที่ พเนจร
ออกจาก มหาวิญญาณของจักรวาล
ที่ สามรวมเป็นหนึ่ง เป็นหนึ่ง มีองค์สามตามหน้าที่
พระพรหม เป็นผู้สร้าง
พระนารายณ์ เป็นผู้บริหารจัดการ
และอวตาร มาเกิด บนโลก เพื่อช่วยโลก พ้นภัยจากอสูร
มี10ปาง พระพุทธเจ้า เป็นปางที่9 พุทธอวตาร
พระศิวะ มีหน้าที่ รีไซเคิล ทำลายและ สร้างใหม่
และ.....ทุกชีวิต ต้องเล่นละครเรื่องใหญ่(มหาภารตะ)
จนกว่า จิตแท้ จิตเดิมจะตื่น และค้นทาง
กลับบ้าน สู่ มหาปรมาตมันจะต้องไม่มา เวียนว่ายตายเกิดอีก

-พุทธ ก็สังเคราะห์ มหายาน
สร้างจักรวาลเป็น
พุทธเกษตร ตามแนวคิด ของอสังคะ
มีพุทธเจ้า พระโพธสัตว์ อยู่บนฟ้า
การมาเกิดเพื่อบำเพ็ญบารมี ของสรรพชีวิต
โดยมีจิตเอื้อเฟื้อ เสียสละเพื่อสังคม สำคัญกว่า
จิตที่หลุดพ้นจากอุปทานอารมณ์ทุกข์แบบเถรวาท
....................................................

ช่วงนี้ ดาวเปอร์ซิอุส(ดูง่ายๆ ดาวเรียงกันสามดวง)
คนไทย มองเป็นดาวไถเล็ก อยู่กลางดาวเต่า
มีเรื่องเล่าแบบกรีก สุดอลังการอภิจินตนาการ
ใครอ่าน วรรณกรรม เทวนิยมแบบกรีก
แล้วไปชม มหาภารตะพระกฤษณะ พระราม
แม้นแต่ไซอิ๋ว ก็จะพบร่องรอยเทวนิยมกรีกแทรกอยู่
..............................................

เพอร์เซอุสเป็นวีรบุรุษผู้ที่ฆ่าปีศาจร้าย MEDUSA
(ใครมองจะกลายเป็นหิน)
ตามรูปมือซ้ายถือหัวปีศาจ
กลุ่มดาวนี้มีรูปคล้ายอักษรตัว K ตรงหัวปีศาจ
มี ดาวแปรแสง เรียกว่าดาวปีศาจ
เพราะกระพริบหรี่แสงได้
มีการหรี่แสงใน 2 วัน 20 ชั่วโมงเศษ
จะหรี่แสงลงราวนาที 20
กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวค้างคาว กับกลุ่มดาวลูกไก่
เพอร์เซอุส เป็นบุตรของจอมเทพจูปีเตอร์
และ พระนางดานี (Danae) เพอร์เซอุสเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
เพราะสามารถฆ่าปีศาจร้ายเมดูสา (Medusa) ได้
ขอให้สังเกตที่มือซ้าย ซึ่งถือห้วปีศาจ
หัวปีศาจร้ายเมดูสานี้ใครเห็นจะกลาย เป็นหินทันที
เพอร์เซอุสเอาหัวปีศาจนี้ใส่ถุงหนังติดตัวไปด้วยเสมอ

คราวที่ อันโดรมีดาถูกนำไปผูกตรึงติดที่ก้อนหินหน้าผานั้น
เพอร์เซอุสขี่ม้ามีปีก
(ม้าตัวนี้เกิดจากเลือดปีศาจ
เมดูสาที่เพอร์เซอุสตัดคอขาดผสมกับฟองคลื่น)
ไปทันเหตุการณ์พอดี
เพอร์เซอุสได้ไปบอกกษัตริย์เซเฟอุสว่า
เขาจะไปฆ่า อสุรกายซีตัส และช่วยอันโดรเมดา
แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อสำเร็จเขาขอแต่งงานกับ อันโดรเมดา
กษัตริย์เซเฟอุสรีบยกให้ทันที
วีรบุรุษได้ไปที่ชายฝั่งข้างก้อนหิน
ที่อันโดรมีดาถูกมัดอยู่ และได้สั่งให้
อันโดรมีดาหลับตาให้สนิทพอซีตัสมา
เพอร์เซอุสเปิดถุงเอาหัวเมดูสาส่องไปที่ซีตัส
ซีตัสกลายเป็นหินไปทันที
ร่างของมหายักษ์ร้ายซีตัสกลายเป็นก้อนหินใหญ่
เดี๋ยวนี้ยังเห็นได้ที่ชายฝั่ง เลแวนไตน์ (Lavantine)
ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เนียน
(ขอบคุณเรื่องราวที่ก๊อปมา แต่เอาลิงค์ลงไม่ได้ครับผม)

๕.๑๑.๒๕๖๐
https://plus.google.com/+SurapholKruasuwan
8
บทความ (Blog) / Season change in year 2017
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤศจิกายน 05, 2017, 08:11:05 PM »






Software ถนอมสายตาในการจ้องมอนิเตอร์นาน ๆ ขอเชิญดาวน์โหลด.....https://justgetflux.com/


ลอยกระทงผ่านไปแล้ว 10 วันอากาศเย็นลงเฉียบพลันตั้งแต่ก่อนวันลอยกระทงตอนนี้ผ่านมา 10 กว่าวันแล้ว เมื่อวานนี้ 11 พฤศจิกายน 2017 มีลมกรรโชกแรงแต่วันนี้อากาศแปลก ๆ จะร้อนก็ไม่ร้อนจะหนาวก็ไม่หนาวไม่มีแดดทั้งวันเจ้าคอม ฯ ก็ไม่เป็นใจเลย 3 วันดี 4 วันเสียน่าเบื่อจุงเบย :30:

ชีวิตนั้นจำกัด อย่าได้เสียดาย สิ่งที่ควรปรารถนาสูงสุดคือดินแดนของ{พระพุทธะ}

มิตรภาพสามารถเพิ่มความปีติยินดีของเราเป็นสองเท่า และยังสามารถกลายเป็นพลังขับเคลื่อนอันมหาศาล เพื่อก่อสร้างยุคสมัยให้ดีขึ้น ขอให้เพียรพยายามออกไปพบปะพูดคุย และพัฒนามิตรภาพที่ดีกับผู้อื่น

โปรดระมัดระวังอย่าให้เป็นหวัดโดยการรักษาจังหวะสุขภาพให้ดีในชีวิตประจำวันของเรา และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต


เมื่อเราพยายามส่งเสริมกำลังใจใครบางคนสิ่งสำคัญที่สุด คือ ให้ฟังมากกว่าที่จะพยายามพูดเรื่องต่าง ๆ มากมายเกินไปเมื่อเราแสดงความเห็นอกเห็นใจที่จริงใจและความเข้าใจพวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายและได้รับแรงบันดาลใจที่จะตั้งใจท้าทายกับสิ่งแวดล้อมของพวกเขาขอให้เป็นผู้นำที่เชี่ยวชาญในการชี้นำประชาชนด้วยความเมตตากรุณาบนเส้นทางของการศรัทธาและปฏิบัติที่ถูกต้อง.....อ้างอิงจาก SGI
9
บทความ (Blog) / Untitled
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ พฤศจิกายน 04, 2017, 07:24:13 PM »





วันเพ็ญเดือน 12 น้ำก็นอง(เกินตลิ่ง)ใช่มั๊ย ?ได้ข่าวลอยกระทงปีนี้(2017)คนขายกระทงบางเจ้าขายกระทงไม่หมดเศรษฐกิจไม่ดี น้ำเกินตลิ่งมากมาย This month November next Month December ให้ตุนเครื่องกระป๋องไว้เด้อน้ำจะท่วมอีกนานมั๊ย ? ก็ยังไม่สามารถทราบได้เด้อ ! ยุคข้าวยากหมากแพงจะมาถึงแล้วเด้อ ! พร้อมโรคต่าง ๆ จะตามมาให้เตรียมยารักษาโรคไว้ด้วย(กระทงหลงทาง)

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังวันลอยกระทงที่ผ่านมา 4 พฤศิกายน 2017 บังเอิญได้ไปช่วยงานทำบุญซึ่งไม่เกี่ยวกับวันลอยกระทงหรอก บังเอิญได้ยินพระภิกษุรปหนึ่งคุยกันขณะฉันเพลที่(บ้านงาน)พระภิกษุกล่าวว่าเมื่อคืนที่วัดได้มีกำไรจาก งานลอยกระทงเกือบแสนบาทตามหลักการแล้วเรื่องเงินรายได้ไม่ควรที่จะปรารภจากปากพระภิกษุเรื่องรายได้เข้าวัด ควรที่จะให้ไวยาวัจกรเป็นผู้ดูแลในเรื่องเหล่านี้ภิกษุในธรรมวินัยไม่ควรยินดีในเงินทองภิกษุควร(ปรารภความเพียร)เพื่อขัดเกลากิเลส

ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจสภาพธรรมมากขึ้นการพูดก็จะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้น และพูดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์น้อยลง....Dhammahome

ถ้าเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ก็เป็นผู้ที่อบรมข้อประพฤติปฏิบัติที่จะเป็นผู้สงบ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัยตาม พระธรรมวินัยหรือเปล่าถ้าไม่ใช่ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัย ก็เป็นโมฆบุรุษ(ผู้ว่างเปล่าจากคุณความดี)แม้ในครั้งที่พระผู้มีพระภาคยังไม่ปรินิพพาน พระภิกษุที่ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัย ตามพระธรรมวินัย พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกว่า โมฆบุรุษ....Dhammahome

สัปปวณวรรคที่ 7 มี 10 สิกขาบท

1. ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน ต้องปาจิตตีย์
2. ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ บริโภคนำ้านั้น ต้องปาจิตตีย์
3. ภิกษุรู้อยู่ว่า อธิกรณ์นี้สงฆ์ทำแล้วโดยชอบ เลิกถอนเสีย กลับทำใหม่
ต้องปาจิตตีย์
4. ภิกษุรู้อยู่ แกล้งปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์
5. ภิกษุรู้อยู่ เป็นอุปัชฌายะอุปสมบทกุลบุตรผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ต้อง
ปาจิตตีย์
6. ภิกษุรู้อยู่ ชวนพ่อค้าผู้ซ่อนภาษีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง
ต้องปาจิตตีย์
7. ภิกษุชวนผู้หญิงเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์
8. ภิกษุกล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวด
ประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย
9. ภิกษุคบภิกษุเช่นนั้น คือ ร่วมกินก็ดี ร่วมอุโบสถสังฆกรรมก็ดี ร่วมนอน
ก็ดี ต้องปาจิตตีย์
10. ภิกษุเกลี้ยกล่อมสามเณร ที่ภิกษุอื่นให้พินาศแล้ว เพราะโทษที่กล่าวคัดค้าน
ธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ให้เป็นผู้อุปัฏฐากก็ดี ร่วมกินก็ดี ร่วมนอน
ก็ดี ต้องปาจิตตีย์


10
บทความ (Blog) / Re: だって 君のことが …好きなの ❤❤❤ : แต่ว่าก็ดัน .... ชอบเธอซะแล้ว
« กระทู้ล่าสุด โดย Plusz เมื่อ พฤศจิกายน 03, 2017, 09:03:21 PM »
ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่แล้ว ถึงได้รู้ว่า พอถลกหนังออกมา คนเรามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham