Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 180
1
คุยสบาย นานาสาระ / ประโยชน์และโทษของกัญชา
« เมื่อ: มิถุนายน 12, 2022, 11:50:50 am »
.
ประโยชน์และโทษของกัญชา
.
ที่มา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
27 กุมภาพันธ์ 2562
.
ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์
.
1.1 การใช้กัญชาเพื่อบรรเทาหอบหืด
.
ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม
.
1.2 การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน
.
ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติและในคนที่ความดันลูกนัยน์ตาสูงจากต้อหิน การให้กัญชาทางปากหรือทางหลอดเลือดดำให้ผลเหมือนกัน
.
ซึ่งขึ้นกับชนิดอนุพันธ์กัญชามากกว่า จะเกิดจากฤทธิ์กล่อมประสาทของกัญชา กัญชาไม่ได้รักษาโรคขาด แต่ช่วยยับยั้งการบอดไม่ให้เป็นมากขึ้น เมื่อยาทั่วไปไม่อาจช่วยได้ และการผ่าตัดเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป
.
1.3 อนุพันธ์กัญชามีประโยชน์หลายอย่างในการบำบัดมะเร็ง
.
อาจใช้เป็นสารกระตุ้นความ อยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง กัญชายับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ผลยังไม่เป็นที่สรุป
.
และอนุพันธ์กัญชาอีกชนิดคือ cannabidiol ดูจะทำให้มะเร็งโตเร็วขึ้น บางทีกัญชาเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันการโตของมะเร็ง
.
แต่สิ่งที่กัญชาช่วยได้แน่ในการบำบัดมะเร็งคือการป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด เกือบครึ่งของผู้ป่วยที่รับยาต้านมะเร็งต้องทุกข์จากการคลื่นไส้อาเจียนอย่างแรง ประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของผู้ป่วยเหล่านี้ ยาแก้อาเจียนทั่วไปใช้ไม่ได้ผล อาการคลื่นไส้อาเจียนไม่เพียงแต่ ไม่น่าพอใจแต่ยังรบกวนประสิทธิภาพการบำบัดรักษาด้วย การอาเจียนอาจทำให้เกิดการฉีกขาด ของหลอดอาหารและซี่โครงหัก ทำให้ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และสูญเสียน้ำ
.
.
.
2.ข้อเสียของกัญชา
.
1. ทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใดๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ Amotivation Syndrome คือ การหมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก
.
2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้ายคล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลงหรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย
.
3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป
.
4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด เนื่องจากผู้เสพจะอัดควันกัญชาเข้าไปในปอดลึกนาน หลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวน นั้นสามารถทำลายการทำงานของระบบ ทางเดินหายใจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถให้เกิดโรคมะเร็งได้
.
5. ทำร้ายทารกในครรภ์ กัญชาจะทำลายโครโมโซม ฉะนั้นหญิงที่เสพกัญชาในระยะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะพิการมีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศและพันธุกรรม
.
6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ
.
7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสนและมีอาการประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานานจะทำให้มีอาการจิตเสื่อม
.
.
.
.
.
กัญชาอันตรายที่คาดไม่ถึง
.
ที่มา ศูนย์วิชาการด้านยาเสพติด
โดย..นางสาวสุวพักตร์ พนมวัน ณ อยุธยา
20 สิงหาคม 2550
.
กัญชาอันตรายที่คาดไม่ถึง
.
กัญชา เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่คนนำมาใช้เสพโดยการสูบหรือผสมลงในอาหารรับประทาน
.
ส่วนที่ใช้เสพ ได้แก่ กิ่ง ต้น ยอด ใบ ฤทธิ์ของมันจะทำให้ผู้เสพเกิดอาการเลื่อนลอย ความคิดสับสน ประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้
.
ผู้เสพจึงมี อาการถูกกระตุ้นให้ช่างพูด หัวเราะง่าย มีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ อุณหภูมิในร่างกายลดลง ทำให้มีความอยาก อาหารมากขึ้น เพื่อเผาผลาญให้พลังงานแก่ร่างกาย จึงทำให้รู้สึกว่าเจริญอาหาร การมีผู้เอากัญชาผสมใส่อาหาร ถ้าใส่ จำนวนมากๆ และกินอยู่บ่อยๆ ก็จะทำให้ติดกัญชาได้เหมือนกัน
.
ผู้เสพติดกัญชามักจะมีอาการจิตเสื่อมและกลายเป็นโรคจิต ระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากใช้ติดต่อกันเป็น ระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอ และติดโรคง่าย และจากการศึกษาวิจัยยังพบว่า กัญชามีสารเคมีมากกว่า 60 ชนิด ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้
.
หลายคนอาจคิดว่ากัญชาไม่มีโทษพิษภัยอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วกัญชาเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงเกินกว่าที่คิด เพราะการเสพกัญชามาก ๆ และเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะเด็กในวัยหนุ่มสาว ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม ความคิดอ่านช้าและสับสน การใช้กัญชาสม่ำเสมอ แม้จะในปริมาณไม่มาก ก็สามารถเสพติดทางจิตใจหรือเกิดอาการดื้อยา คือ ต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฤทธิ์ของกัญชาได้เข้าไป
.
ควบคุมศูนย์กลางความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของผู้เสพ จนยากที่จะหยุดเสพได้
.
กัญชาทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้ เนื่องจากคนเสพจะสูบเอาควันกัญชาเข้าไปในปอดนานหลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้ กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวนนั้น สามารถทำลายการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ที่สำคัญที่สุด.......การสูบกัญชาอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสพยาเสพติดชนิดอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่า
.
ดังนั้น เยาวชนวัยหนุ่มสาวควรใช้วิจารณญาณพิจารณาถึงโทษพิษภัยและอันตรายของกัญชา ไว้ให้มาก เพราะผลจากความคึกคะนองลองเสพกัญชา เพื่อความสนุกสนานในครั้งแรกอาจทำให้เสียใจเสียอนาคตไปตลอดชีวิตก็ได้
.
กัญชา เป็นภัยต่อชีวิต อย่าคิดเสพ
.
.
.
.
.
เตือนมือใหม่กัญชาเสี่ยงแพ้รุนแรง แนะกินสดมีประโยชน์กว่ารูปแบบอื่น | TNN ข่าวเที่ยง | 11-6-65
.
https://www.youtube.com/watch?v=9jyV04cNpZI
.
ที่มา TNN Online
11 มิ.ย. 2022
.
.
.
.
.
รูป กัญชามีผลระยะยาวต่อสมองของเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจากสถาบันเด็กฯร่วมกับสถาบันประสาทวิทยา
.

2
หยาดฝนแห่งธรรม / คนเห็นแก่ตัว
« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2022, 02:17:53 pm »
.
ความเห็นแก่ตัว ไม่เป็นประโยชน์กับบุคคลที่อยู่รอบข้าง
คนที่มีความเห็นแก่ตัวเหล่านี้ เวลาที่ต้องอยู่ด้วย
ต้องมีความระมัดระวังตัวให้มาก
.
สิ่งที่คนที่มีความเห็นแก่ตัวต้องทำก็คือ การเอาเปรียบบุคคลที่อยู่รอบตัวเสมอ
.
ยกตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยในสังคมก็คือ การเข้าคิว
ยังมีคนอีกมากที่ไม่รู้จักการเข้าคิวในการรับบริการ หรือ การให้บริการ หรือ จะเป็นเรื่องของการทำงาน เป็นต้น
.
และยังมีคนอีกมากเช่นกัน ในการไม่รู้เท่าทันกับความเห็นแก่ตัวของคนที่เห็นแก่ตัว
.
.
.
สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด กิริยาอาการบอกถึงชาติกำเนิด
.
ที่มา siamebook
.
ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคน การดูบุคลิก ลักษณะท่าทาง คำพูดของคน เพราะ สำเนียงส่อ ภาษา กิริยาส่อสกุล บอกให้รู้ว่า คนๆ นั้นเป็นอย่างไร บางทีจากคำพูดไม่กี่คำ ก็ใช้ตัดสินคนนั้นได้ทันทีว่าคบได้หรือไม่ ไปกัน กับเราได้หรือไม่ คบแล้วเดือดร้อนหรือไม่
.
ตัวอย่าง :
.
การพูดจา กิริยาทางทาง มารยาทของคนเรา แสดงถึงตัวตนของคนเราได้ สำเนียงส่อภาษี กิริยาส่อสกุล คำพูด ท่าทางเป็น อย่างไร ก็มักจะแสดงออกทำให้รู้ถึงความคิด วิธีคิด ชาติกำเนิด หรือแม้กระทั่งใช้ตัดสินได้เลยว่าเป็นคนดีหรือไม่ เรื่องแบบนี้ ต้องหมั่นสังเกตุ เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นมาสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เพราะคบคนไม่ดี
.
คนพูดจาไม่ไพเราะ มีหลายประเภท บางคนพูดตรง พูดแรง แต่ก็จริงใจ ไม่มีพิษภัยอะไร เพราะพูดในสิ่งที่เป็นเรื่องจริง แต่ บางคนก็พูดเสียงดัง ใช้คำพูดแรงๆ เพื่อข่มคนอื่น ก็ต้องแยกแยะให้ออก สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด ท่าทาง การ แสดงออก ต้องมองให้ขาด ว่าน่าจะเป็นคนอย่างไร เพราะหากเผลอไปสนทนาด้วย แม้เดียงไม่กี่คำ บางคนก็จะถือโอกาสกัดไม่ ปล่อย เพราะจ้องจะเข้ามาตีสนิทอยู่แล้ว
.
การดูคนว่าสามารถคบได้หรือไม่ ก็จะมีสำนวน สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้เสมอไป บางคนพูดดี มาดดี วางตัวดี เหมือนจะเป็นคนมีชาติตระกูลดี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี เพื่อหวังผลประโยชน์ เท่านั้นเอง คนประเภทนี้ดูง่าย อย่างแรก หากบุคคลใดมีทรัพย์สมบัติที่คนเหล่านั้นต้องการ 99% ไม่พลาด คนพวกนี้เป็นพวก คบไม่ได้ เข้ามาหวังสมบัติ หรือผลประโยชน์ โดยเฉพาะหากกำลังเดือดร้อน หรือมีปัญหาการเงิน บางคนก็จะเจอคนไม่ดีเหล่านี้ เข้ามาซ้ำเติม
.
ปัญหาสำคัญในชีวิตของคนเราอย่างหนึ่งก็คือ การคบคนไม่ดีแล้วคนเหล่านั้นสร้างปัญหาให้เรา ดังนั้นจะคบใครจึงต้อง พิจารณาให้ดี สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด กิริยา ท่าทาง ที่แสดงออกมา คำพูดไม่ดีเพียงคำเดียวที่หลุดจากปาก ก็ใช้ ตัดสินคนนั้นได้ทันที ว่าคบได้หรือไม่ จะได้ไม่ต้องคบให้เสียเวลา
.
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
๑๐. กุกกุฏชาดก (๔๔๘)
ว่าด้วยพญาไก่
.
(พญาไก่กล่าวว่า)
.
            [๑๐๔] ไม่ควรวางใจในคนทำความชั่ว
                      คนพูดเหลาะแหละ คนเห็นแก่ตัว
                      แม้คนที่สงบเกินไปก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๕] เพราะว่ามีคนพวกหนึ่งเป็นเช่นกับโคกระหายน้ำ
                      เพียงแต่พูดเสียดสีมิตร แต่ไม่กระทำตามที่พูด
.
            [๑๐๖] ผู้ใดดีแต่ประณมมือไหว้ พูดวกวน เป็นมนุษย์กระพี้
                      ไม่มีความกตัญญู ผู้นั้นก็ไม่ควรนั่งใกล้
.
            [๑๐๗] อนึ่ง ไม่พึงวางใจสตรีหรือบุรุษผู้มีจิตแปรปรวน
                      แม้คนเปิดเผยความสัมพันธ์มีประการต่างๆ เช่นนั้น
                      ก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๘] คนผู้ตกอยู่ในกรรมชั่ว มีวาจาไม่มั่นคง ฆ่าได้ทุกคน
                      เหมือนดาบที่ลับแล้วซ่อนไว้ แม้คนเช่นนั้นก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๙] คนบางพวกในโลกนี้ เป็นคนเทียมมิตร
                      มีวาจาคมคาย แต่ไร้น้ำใจ เข้าไปหาด้วยอุบายต่างๆ
                      แม้คนเช่นนั้นก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๑๐] คนใดเห็นอามิสหรือทรัพย์ในที่ใดยังละทิ้งเพื่อนนั้นไปเสียได้
                      คนเช่นนั้นเป็นคนโง่ ทำลายมิตร
.
            (พระราชาตรัสว่า)
.
            [๑๑๑] สัตว์จำนวนมากปกปิดตนไว้ เป็นคนเทียมมิตร
                      คอยคบหาอยู่ คนเหล่านี้เป็นคนชั่ว
                      ควรละเว้นเสีย เหมือนไก่ละเว้นเหยี่ยว
.
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๐}
.
            [๑๑๒] อนึ่ง ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน
                      ผู้นั้นจะตกอยู่ในอำนาจของศัตรูและจะเดือดร้อนในภายหลัง
.
            [๑๑๓] ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน
                      ผู้นั้นย่อมพ้นจากความคับขันอันเกิดจากศัตรู
                      เหมือนไก่พ้นจากเหยี่ยว
.
            [๑๑๔] คนผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม มีปกติกำจัดอยู่เป็นนิตย์
                      เหมือนบ่วงที่เขาดักไว้ในป่าฉะนั้น
                      นรชนผู้มีปัญญาพิจารณาควรเว้นให้ห่างไกล
                      เหมือนไก่ในป่าไผ่จะเว้นเหยี่ยว
.
กุกกุฏชาดกที่ ๑๐ จบ
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
๓. สัตตาวาสวรรค
หมวดว่าด้วยสัตตาวาส
๑. ติฐานสูตร
ว่าด้วยฐานะ ๓ ประการ
.
            [๒๑]@เชิงอรรถ :
@๑ ไม่มีความเห็นแก่ตัว หมายถึงไม่มีตัณหา อีกนัยหนึ่ง หมายถึงไม่มีความทุกข์ ไม่มีความหวงแหน
@หมายถึงไม่หวงแหนว่า “สิ่งนี้เป็นของเรา” มีอายุแน่นอน หมายถึงมีอายุ ๑,๐๐๐ ปี และมีคติที่แน่นอน
@คือเมื่อจุติจากอุตตรกุรุทวีปแล้วต้องไปเกิดในสวรรค์เท่านั้น (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๗๕}
.
            ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปเหนือกว่ามนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและ
เทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ ๓ ประการ
.
            ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
                         ๑. เป็นผู้แกล้วกล้า
                         ๒. เป็นผู้มีสติ๑-
                         ๓. เป็นผู้อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในชมพูทวีปนี้๒-
.
            ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปเหนือกว่ามนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและ
เทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แล
.
ติฐานสูตรที่ ๑ จบ
๒. อัสสขฬุงกสูตร๓-
ว่าด้วยม้ากระจอกและคนกระจอก
.
            [๒๒]@เชิงอรรถ :
@๑ มีสติ ในที่นี้หมายถึงมีสติมั่นคง เพราะมนุษย์มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน ซึ่งต่างจากเทวดาและสัตว์นรก
@ที่มีสติไม่มั่นคง เพราะเทวดามีแต่สุขอย่างเดียว และสัตว์นรกมีแต่ทุกข์อย่างเดียว (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓)
@๒ เพราะพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าอุบัติในชมพูทวีป จึงมีการประพฤติพรหมจรรย์คืออริยมรรค
@มีองค์ ๘ (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓) และดู อภิ.ก. ๓๗/๒๗๑/๙๕
@๓ ดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๔๑-๑๔๓/๓๘๗-๓๙๒ (อัสสขฬุงกสูตร อัสสสทัสสสูตร)
@๔ ม้าอาชาไนย ในที่นี้หมายถึงม้าที่เกิดในตระกูลม้าสินธพ หรือในตระกูลพญาม้าวลาหก (ขุ.ธ.อ. ๑๕๔/๑๐๕)
@หรือ หมายถึงม้าที่รู้เหตุที่ควรและไม่ควร (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๔๓/๒๗๓) และดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๙๗/๓๓๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๗๖}
.

3
.
โพสโดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
7 พฤษภาคม 2565
.
ได้รับขอเขียนที่ให้แง่คิดน่าอ่าน
สำหรับผู้เชี่ยวชาญชีวิตควรจะได้อ่าน
 ※※※ความมืดมาอย่างช้าๆ ※※※
.
โพสโดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
7 พฤษภาคม 2565
.
.
..........หากคุณอายุมากแล้ว แนะนำให้อดทนอ่านบทความเรื่อง "[ความมืดมาอย่างช้าๆ]" จะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปและเผชิญหน้ากับชีวิตในแง่ดี ไม่เชื่อ ก็อ่านบทความต่อไปนี้
.
Zhou Da xin ผู้ชนะรางวัล Mao Dun Literature Prize ที่เพิ่งตีพิมพ์นวนิยายเรื่องล่าสุดของเขา เขาบรรยายชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างจับใจมาก
ผู้คนเมื่อเข้าสู่สูงวัย จนถึงเวลาที่ชีวิตปิดสนิทลง ในช่วงเวลานี้มีบางฉากที่ควรใส่ใจ คุณจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วคุณจะไม่ตื่นตระหนก เมื่อเวลานั้นมาถึง
.
ฉากแรกคือ คนที่อยู่รอบข้างจะน้อยลงเรื่อยๆ
.
คนรุ่นพ่อ ปู่ย่าตายายของคุณ ส่วนใหญ่จะจากคุณไปแล้ว เพื่อนๆรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ยุ่งกับเรื่องดูแลตนเอง คนรุ่นลูกหลานก็ยุ่งอยู่กับงานตัวเอง ภรรยาหรือสามีบางคน อาจลาจากไปก่อนแล้วด้วย เหลือแต่วันว่างๆเท่านั้นเป็นเพื่อนอยู่กับคุณ คุณต้องเรียนรู้ที่จะเคยชินกับการอยู่คนเดียว ลิ้มรส และเผชิญกับความเหงาตัวเอง
.
ฉากที่สองคือ สังคมจะสนใจในตัวคุณ ลดน้อยลงเรื่อยๆ
.
ไม่ว่าอาชีพการงานของคุณจะสดใสแค่ไหนในอดีต มีชื่อเสียงแค่ไหน เมื่ออายุมากขึ้น จะเปลี่ยนคุณเป็นชายชราและหญิงชราธรรมดา และสปอตไลท์จะไม่ส่องที่ตัวคุณอีกต่อไป คุณต้องเรียนรู้ที่จะหลบอยู่มุมเงียบๆ เพื่อชื่นชม ตื่นเต้นกับสถานภาพคนรุ่นหลัง แทนเกิดความอิจฉาหรือตำหนิพวกเขา
.
ฉากที่สามคือ อันตรายเกิดขึ้นตลอดในอนาคตข้างหน้า
.
กระดูกหัก, หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน, สมองลีบ, มะเร็ง, ฯลฯ ทั้งหลายอาจมาเยี่ยมเยือนคุณ แม้คุณไม่อยากต้อนรับ คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคพวกนี้ เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย และเลิกเพ้อฝันถึงชีวิตที่มั่นคงโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องรักษาทัศนคติที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และคุณต้องให้กำลังใจตัวเองให้เดินหน้าต่อไป
.
ฉากที่สี่คือ การเตรียมตัวนอนบนเตียงและหวนคืนสู่วัยเด็ก
.
แม่ให้กำเนิดเรามาในโลกครั้งแรกนั้นเราอยู่บนเตียง หลังจากต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักและคดเคี้ยวมาทั้งชีวิต สุดท้ายก็กลับคืนสู่ต้นกำเนิดของชีวิต – อยู่บนเตียงเพื่อรับการดูแลของผู้อื่น ข้อแตกต่างคือตอนแรกที่เรามา แม่จะดูแลเรา แต่เมื่อเรากำลังจะจากไป เราอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากญาติ แม้ว่าจะมีญาติอยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับแม่ ผู้ดูแลคุณอาจเป็นมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ในใจกลับเบื่อที่จะทนดูแลผู้ไม่ใช่ญาติเขา คุณต้องเจียมตัวและอดทน ขอบคุณคนเหล่านี้
.
ฉากที่ห้าคือ ตลอดเส้นทางที่เหลือจะมีคนจ้องหลอกลวงมากมาย
.
คนจ้องหลอกลวงเหล่านี้ รู้ดีว่าผู้สูงอายุมีเงินออมในกระเป๋า จึงพยายามโกงเงินของผู้ชรา ส่งข้อความ ส่งอีเมล ให้ลองอาหาร ลองฟัง บอกทางรวยลัด เรื่องอายุยืนยาว การปลุกเสก เรื่องทั้งหลายเพียงเพื่อต้องการเงินจากคุณ คุณต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ถือกระเป๋าสตางค์ของคุณให้แน่น อย่าให้ถูกหลอก ต้องใช้เงินก้อนสุดท้ายของคุณให้คุ้มค่าที่สุด
.
ฉากที่หกคือ การปฏิบัติตนให้ดีต่อคู่ชีวิต (คนอยู่รอบข้าง/คู่สมรส)
.
ควรพูดจาสุภาพอ่อนโยน และแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะสามีของคุณ เขาคือคนที่คุณฝากท้ายชีวิตร่วมกัน เขาอายุเกิน 60 ปีแล้ว คุณจะคาดหวังพึ่งลูกๆอย่างเดียวไม่ได้ ลูกๆมีครอบครัวต้องรับผิดชอบของตัวเอง สุดท้ายคู่ชีวิตต้องพึ่งพาอาศัยซึงกันและกัน อายุปูนนี้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะนอกใจใครแล้ว มีแต่กลัวใครเสียใครไปก่อนเท่านั้น
.
.............[ก่อนฟ้าจะมืดลง] ในช่วงท้ายชีวิตฟ้าจะค่อยๆ มืดลง การใช้ชีวิตลำบากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นหลังจากอายุ 60 การมองโลกในแง่ดี ทะนุถนอมเวลา และสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่จึงสำคัญกว่า เลิกสนใจติดตามกระแสสังคม เลิกการกักขังตัวเองกับหลานๆ อย่าดูถูกตัวเอง อย่าอวดเก่ง พูดจาดูถูกทำร้ายผู้อื่นหรือตัวเอง แก่แล้วยิ่งต้องรู้จักเคารพผู้อื่น ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจวาระสุดท้ายชองชีวิต จิตใจเตรียมพร้อม ทำตัวสบายๆตามธรรมชาติ!
.
..........[ความมืดมาอย่างช้าๆ] ฉากสุดท้ายของชีวิตผู้สูงอายุเห็นได้อย่างชัดเจน .....
.

4
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / กัลยาณมิตร
« เมื่อ: เมษายน 21, 2022, 08:32:59 pm »
.
#กัลยาณมิตร
.
โพสโดย เพจ ฟังนะ
19 เมษายน เวลา 18:01 น.  ·
.
อย่าประมาทในกัลยาณมิตร
ถ้าคุณคบคนติดยาเพียงคนเดียว
เขาจะชักพาคนติดยาอีกมากมายมารู้จักคุณ
.
ถ้าคุณคบหาผีพนันเพียงคนเดียว
ผีพนันจะนำพาผีพนันคนอื่นๆ
มาเกี่ยวข้องกับชีวิตคุณ
.
เช่นกัน ถ้าคุณคบหาคน
ที่ตั้งใจทำมาหากิน เพียงคนเดียว
เขาจะพาพ่อค้า นักธุรกิจ มารู้จักคุณมากมาย
และชักชวนกันไปทำมาหากิน
.
ถ้าคุณคบหากับคนดีๆ แค่เพียงคนเดียว
เขาจะพาคนดีๆ มารู้จักคุณมากมาย
.
เราเลือกได้ว่า เราอยากมีสังคมแบบไหน
มีชีวิต มีอนาคตแบบไหน
และเราสามารถรู้ได้ว่า
เราเป็นคนแบบไหน ให้ดูคนรอบตัวเรา
คนที่เราสนิท คนที่เราคบหาด้วย ก็รู้
.
ถ้าเราดี เราจะทนคบหาพูดคุย
หรือไปไหนมาไหนกับคนเลวๆ ไม่ได้
เช่นกัน ถ้าเราเลว คนดีๆ คนที่ดีกว่าเรา
เขาก็ไม่อยากเกี่ยวข้อง ไม่อยากคบหาเรา
.
#แม่เหล็กไม่ดึงดูดกรวดทราย
.
คนถ้าไม่ศีลเสมอกัน ไม่มีความคิดเดียวกัน
ไม่ชอบเรื่องเดียวกัน มันคบกันไม่ได้
.
อยากรู้ว่าเราเป็นอย่างไร หรือใครเป็นอย่างไร
ดูคนที่เขาคบ ดูคนที่เขาสนิทด้วย
ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหน เอาคนค้ายาทำผัวหรอก
.
ถ้าไม่พวกเดียวกัน อยู่กันไม่ได้
ถ้าไม่พวกเดียวกัน เดี๋ยวก็ต้องจากกันไป
.
คบหาโจร เดี๋ยวก็ได้มีเพื่อนเป็นโจรมากขึ้น
คบหาเด็กแว้น เดี๋ยวก็ได้เพื่อนเป็นเด็กแว้นทั้งฝูง
คบหาพ่อค้า เดี๋ยวได้มีเพื่อนเป็นพ่อค้า
คบหานักธุรกิจ เดี๋ยวได้มีเพื่อนสนิทเป็นนักธุรกิจ
.
อยากมีคนแบบไหนในชีวิต
อยากเป็นคนแบบไหน
อยากมีชีวิตแบบไหน
เราต้องเป็นคนแบบนั้น
.
เกิดมาทั้งที คบหาแต่กับคนดีๆ
ให้เขาพาเราไปมีชีวิตดีๆ เถอะ
คบคนชั่วหนึ่งปี กับคบคนดีหนึ่งปี
เสียเวลาเท่ากัน แต่คุณภาพชีวิตต่างกัน
เลือกเอาเอง ว่าจะเลือกคบใคร?
.

5
คุยสบาย นานาสาระ / เอเลี่ยนสปีชี่ส์
« เมื่อ: มีนาคม 21, 2022, 07:57:52 pm »
.
การทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์  ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ หรือ สัตว์บก
ต้องเรียนรู้ประเภทของสัตว์ชนิดนั้นๆ มากพอสมควร
ว่า มีนิสัยอย่างไร แหล่งที่จะดำรงชีวิตมีลักษณะอย่างไร เป็นต้น
แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ให้ระมัดระวังสัตว์ในกลุ่ม เอเลี่ยนสปีชี่ส์
ห้ามปล่อยสู่ธรรมชาติอย่างเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้น เท่ากับเป็นการทำบุญได้บาปแน่นอน
.
.
.
.
.
#เอเลี่ยนสปีชี่ส์
.
โพสโดย เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน
20 มีนาคม 2022 เวลา 18:40 น.  ·
.
เอเลี่ยนสปีชี่ส์ หรือผู้รุกรานในระบบนิเวศจำกัดความง่ายๆก็คือสัตว์หรือพืชที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนแต่ถูกนำเข้ามาด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจและเกิดการแพร่ขยายพันธุ์จนไม่สามารถควบคุมได้
.
ผลกระทบจาก “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน” แบ่งออกได้ง่ายๆ เป็น 4 ด้าน ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ, ผลกระทบทางการเกษตร, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
.
สาเหตุของผลกระทบที่เกิดจากจาก “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน” เป็นต้นว่า มาจากการเข้าไปเบียดเบียนชนิดพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม ไม่ว่าจะด้วยการไล่กัดกิน แย่งอาหาร แย่งชิงพื้นที่สืบพันธุ์ ข่มเหงพันธุกรรมที่มีความใกล้เคียงผสมพันธุ์ออกมากระทั่งลูกที่เกิดมีโอกาสรอดต่ำและเป็นหมันในรุ่นถัดไป ส่งผลทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมเดิมเสื่อมลง หรือบางกรณีเป็นพาหะนำโรคหรือปรสิตเข้าสู่พื้นที่โดยที่ชนิดพันธุ์ท้องถิ่นอาจไม่สามารถต้านทานได้ หรือการรบกวนสภาพนิเวศ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสมดุลนิเวศวิทยาเดิม เป็นต้น
.
รายชื่อ และ ระดับ
การทำลายระบบนิเวศน์
.
คลาส S
รุกรานสำเร็จจนสามารถครอบครองและกลมกลืนเข้ากับระบบนิเวศได้และทำให้ระบบนิเวศดั้งเดิมเสียหายไปแล้ว
.
1. ผักตบชวา
2. สาบเสือ
3. หญ้าคา
4. สาหร่ายหางกระรอก
5. ไมยราบยักษ์
6.หอยเชอรี่
7.ปลาซักเกอร์
.
ระดับ A มีการแพร่พันธุ์อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่และอาจยกระดับเป็นคลาส S ได้ในอนาคต
.
1. กุ้งขาว
2. ปลาเทราต์สายรุ้ง
3. ผีเสื้อหนอนเจาะผลเงาะ
4. เพลี้ยแป้งอ้อย
5. หอยนักล่าสีส้ม
6. กบบูลฟร็อก
7. ปลาหมอสีคางดำ
8. หอยทากยักษ์แอฟริกา
9. หนอนตัวแบนนิวกินนี
.
คลาส B
.
มีการแพร่พันธุ์และพบเห็นในหลายภูมิภาคแต่ยังไม่กระจายตัวไปอยู่ทุกจุดของประเทศ
.
1. พีค๊อคแบส
2. อะราไพม่า
3. ตะพาบไต้หวัน
4. หอยกระพงเทศ
5. กุ้งเครฟิชต่าง ๆ
.
คลาส C สร้างปัญหาให้กับระบบนิเวศของประเทศต่างๆมากมายแต่ยังไม่มีการแพร่พันธุ์ในบ้านมากนัก เราถือเป็น List เฝ้าระวังประกอบไปด้วย
.
ป่านมะนิลา
บุหงาส่าหรี
ถั่วคุดสุ
หอยนักล่าสีชมพู
ปลาปิรันยา
อีกัวนา
จระเข้ไคแมน
นกกิ้งโครงพันธุ์ยุโรป
.
.
.
อ้างอิง
.
หมายเหตุ : เก็บตกจากลงพื้นที่ Top Rank ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น กับการสูญสิ้นความหลากหลายทางชีวภาพ นิตยสาร สารคดี ฉบับ ๓๑๑ มกราคม ๒๕๕๔
.
ขอขอบคุณ : ดร.นณณ์ ผาณิตวงค์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพหรือ siamensis.org
.
ปล. แมวบ้าน ก็ถือเป็น เอเลี่ยนสปีชี่ส์ คลาส X คือ ถ้าเจริญ เติบโตในป่าหรือธรรมชาติและแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากได้ก็จะส่งผลกระทบกับสัตว์ขนาดเล็กจำนวนมากได้แต่โดยส่วนใหญ่มักได้รับการเลี้ยงดูจากเจ้าของหรือคนธรรมดา จึงทำให้ ถูกถอดออกจากอันดับ ทุกคลาส
.

6
.
ศีลเสมอกัน..จึงคบกันยืนยาว
.
โพสโดย บุรุษ นิรนาม
โพสลงกลุ่ม ชีวิตคิดบวก แบบธรรมดา
.
30 มิถุนายน 2564 เวลา 18:11 น.  ·
.
“ #ศีลเสมอกัน..จึงคบกันยืนยาว ”
คบคนแบบไหน..
ก็เป็น “ คนแบบนั้น ”
.
...“ ผึ้ง ”... ????
ก็ไม่เคยชวนแมลงวัน
..ไปตอมดอกไม้
.
และ...“ แมลงวัน ”...
ก็ไม่เคยไปกินน้ำหวาน
..ในดอกไม้กับผึ้ง
.
.,, “ แมลงวัน ”,..
ตอมของเสีย
ก็ไม่เคยกินใบไม้
.., เหมือนผีเสื้อ ..,
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนใจกว้าง ”
คุณ..จะมี “ สังคมที่กว้างมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ นักปราชญ์ ”
คุณ..จะมี “ ความรู้มากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนบุญ ”
คุณ..จะเกิด “ จิตเมตตามากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนกล้าหาญ ”
คุณ..จะ “ แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนมองโลกในแง่ดี ”
คุณ..จะ “ มีความสุขมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้า “ ศีล ” ไม่เสมอกัน ก็..อยู่ร่วมกันไม่ได้
ต้องพวกเดียวกัน คุยเรื่องเดียวกัน
.
ถึงอยู่กันได้ คนแบบเดียวกัน..
.., ดึงดูดพวกเดียวกัน .. ,
.
“ ชอบแว้น ” เขา..ก็ไปจับกลุ่มซิ่งรถ
“ ชอบเข้าวัด ” ก็ชวนกันไป..
นุ่งขาวห่มขาว ปฎิบัติธรรม
.
ทำเรื่อง .. ที่ชอบเหมือนกัน
คุยเรื่อง .. ที่ชอบเหมือนกัน
เราสนิทชิดเชื้อ.. กับคนแบบไหน..?
นั่น..!! แปลว่า “ เราเป็นคนแบบนั้น ”
เราคุย, เราคบ กับคนแบบไหน..?
แล้ว “ สบายใจ ” ไม่อึดอัดใจ ...
.
ให้รู้ไว้เลยว่า ...
เรา..กำลังจะกลายเป็นพวกเดียวกับเขา
.
“ แมลงวัน ” มันไม่ชวนกัน..ไปกินน้ำหวาน
กินเกสรดอกไม้สวยๆ หรอก ...
.
มัน..ชวนกันไปกิน แต่ของเหม็น-เน่าเสีย
พวกเดียวกัน..!! มัน..จะชวนกันทำในสิ่ง
... ที่มันชอบเหมือนกัน, คิดเหมือนกัน
ไม่มีใคร “ ตักเตือน ” กันได้
.
เพราะ... ชอบเหมือนกัน
.
ถ้าอยากรู้ว่า “ ใครเป็นคนแบบไหน..?
ให้ดูคนที่เขาคุยด้วย..คบด้วยสนิทด้วยก็รู้ ”
เพราะ...ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน..!!
.
“ ศีลไม่เสมอกัน มันคบกันไม่ได้หรอก ”
เชื่อไหมว่า .....
.
“ คุณคือค่าเฉลี่ยคน 5 คน ที่คุณคลุกคลี
และ..ใช้เวลาอยู่ร่วมด้วยมากที่สุด ”
.
ลองมองดู 5 คน...ในชีวิต
ที่คุณ..ใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด ในแต่ละวันซิ
คุณ “ ได้รับอิทธิพล” มาจากพวกเขา ไม่มากก็น้อย
.
ถ้าคุณอยู่กับใคร คุณ..ก็จะได้เป็นสิ่งนั้น
อยากเป็น “ ผึ้ง ” หรือ “ แมลงวัน ”
.
???? คุณ...เป็นคนเลือกเอง
.

7
.
สารคดี ตามรอยพระพุทธเจ้า
ที่มา BACKbone MCOT
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.01 สู่ต้นกำเนิดแม่น้ำคงคา (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=p_RTs0PSW_4
.
4 ส.ค. 2020
.
การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ้นที่ โกลกาต้า จากเมื่อ 300 ปีมาแล้ว ที่นี่คือ อดีตเมืองหลวงของประเทศอินเดีย ในยุคที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ โกลกาต้า จากหมู่บ้านท่าเรือเล็ก ๆ ถูกพัฒนาให้เติบโตเป็นศูนย์กลางการค้าใหญ่ของทวีปเอเชีย แต่ด้วยการหลั่งไหลของคนถิ่นอื่น กาลเวลาในตอนนี้ ได้เปลี่ยนเมืองหลวงแห่งนี้ ให้กลายเป็นเพียงอดีต ที่ทิ้งร่อยรอยของอารยธรรมครั้งก่อนไว้ให้รุ่นต่อไป และเส้นทางในครั้งนี้ จุดหมายข้างหน้าคือ นาคปุระ เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ตอนกลางของประเทศอินเดีย เพื่อไปร่วมงานชุมนุมชาวพุทธครั้งใหญ่ ที่จะมีชาวอินเดีย นับถือศาสนาพุทธมาร่วมตัวที่นั่นกันหลายแสนคน ประเทศอินเดีย มีผู้คนหนาแน่นกว่า 1 พันล้านคน และในจำนวนนี้ กว่า 9 ร้อยล้านคน นับถือศาสนาฮินดู ทั้งที่อินเดียเป็นถิ่นกำเนิดของศาสนาพุทธ แต่ศาสนาพุทธ ก็ได้หายไปจากอินเดียนานกว่า 700 ปี แล้วทำไมวันหนึ่ง ชาวอินเดียจำนวนหนึ่ง จึงได้หวนกลับมานับถือศาสนาพุทธอีกครั้ง ชาวอินเดียกลุ่มนี้เป็นใคร และมีเหตุผลอย่างไร ในการมารวมตัวกันในครั้งนี้ ติดตามเรื่องราวต่อจากนี้ได้ใน..[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.01 สู่ต้นกำเนิดแม่น้ำคงคา (Full HD) | The Legend
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.02 ค้นหาแผ่นดินเกิดพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=cDGYm0a660U
.
10 ส.ค. 2020
.
หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า อยู่ตรงส่วนไหนของโลก ลุมพินีกับริมฝั่งแม่น้ำ เนรัญชรา ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อยู่ห่างกันแค่ไหน พระพุทธเจ้าทรงไปเผยแผ่ธรรมของพระองค์อย่างไร สถานที่ปรินิพพาน อยู่ตรงส่วนไหนของประเทศอินเดีย ซึ่งในตอนนี้ จะพาท่านไปเห็นโดยละเอียดว่า เส้นทางพุทธประวัติ อยู่ตรงไหน และสภาพภูมิศาสตร์ของชมพูทวีป ในยุค 2,500 ปีก่อนนั้น เป็นอย่างไร และที่สำคัญมีการค้นพบ เมืองโบราณในเนปาล ที่มีหลักฐานเป็นไปได้ว่า ที่นั่นคือ เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองหลวงของแคว้นสักกะ ที่เป็นที่ตั้งพระราชวังของเจ้าชายสิทธัตถะ
.
พร้อมพาไปตามรอยเส้นทาง ความเพียรพยายามมาเป็นร้อยปี ของนักโบราณคดี ก็ได้พบเมืองโบราณกบิลพัสดุ์ ในเนปาล พร้อมกับเสาอโศกถึง 3 ต้นในละแวกนั้น พวกเขายืนยันว่า เมืองโบราณเป็นพระราชวังของเจ้าชายสิทธัตถะจริง ขณะเดียวกัน คำถามที่ท้าทายพวกเขาก็คือ พระเจ้าอโศก ลำเลียงเสาหินอโศกที่หนักกว่า 120 ตัน มาจากอินเดียได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีการขุดสำรวจเจดีย์ที่เมืองเทวทหะ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าองค์ที่ 8 ที่พระไตรปิฎกระบุว่า อยู่ที่เมืองนี้ แต่ยังไม่มีใครหาพบมานานกว่า 2,500 ปี โดยตามพระพุทธประวัติ กล่าวไว้ว่า ภายหลังจากถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ ที่กุสินารา ได้มีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วน ให้แก่กษัตริย์ 8 พระนคร อันเชิญไปประดิษฐานที่เมืองของตน เวลาผ่านไป 200 ปีต่อมา ในสมัยพระเจ้าอโศก ทรงมีพระประสงค์จะปฏิสังขรณ์ฯ จึงโปรดให้มีการไปค้นหาพระบรมสารีริกธาตุ ตามเมืองต่าง ๆ ทั้ง 8 แห่ง แต่ทรงขุดมาได้เพียง 7 แห่งเท่านั้น และที่ลุมพินีนี่เอง เราได้พบกับทายาทของคนที่มีเชื้อสายตระกูลศากยะวงศ์ ซึ่งเป็นชื่อตระกูลเชื้อสายเดียวกับพระพุทธเจ้า พวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ไปร่วมติดตามเรื่องราวเหล่านี้ได้ใน.. [EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.02 ค้นหาแผ่นดินเกิดพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.03 ความจริงอันยิ่งใหญ่ที่พุทธคยา (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=KLlNOwuLSE4&t=1797s
.
17 ส.ค. 2020
.
การเดินทางในตอนนี้ จะเริ่มต้นด้วยการพาไป ตามรอยพระพุทธเจ้า ที่แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่ประทับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งนักโบราณคดี ได้พบขุดพบหลักฐานหลายแห่ง ที่กล่าวไว้ในพุทธประวัติ ทั้งบ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส ...จากนั้น จะพาไปถ้ำ ที่พระพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียร ด้วยการทรมานร่างกาย และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้า ทรงประทับตรัสรู้ ซึ่งในปัจจุบันชาวพุทธรู้กันดีในชื่อ พุทธคยา แต่ในครั้งอดีต ย้อนไปในยุคหลังจากพุทธศตวรรษที่ 18 ...พุทธคยา ได้รับผลพ่วงจากภัยสงคราม และความเสื่อมถอยในศรัทธาของผู้คน จน...พุทธคยา ถูกละทิ้ง รกร้าง จมดิน ปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นปกคลุมนานกว่า 200 ปี และมหาโพธิวิหาร จมอยู่ในดินลึกกว่า 10 เมตร และการบูรณะได้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2419
.
แต่ก่อนที่ พุทธคยา จะมีชาวพุทธเข้ามาดูแลนั้น บริเวณที่ดินแห่งนี้ อยู่ในการครอบครองของตระกูลมหันต์ จนกระทั่งราว 100 กว่าปีก่อน ท่านธรรมปาละ ซึ่งเป็นชาวพุทธ ที่มาจากลังกาได้มาเจรจาขอให้ชาวพุทธ ได้เข้าไปดูแลพุทธคยา และพระศรีมหาโพธิ แต่กลับทำให้เกิดข้อพิพาทอย่างรุนแรง กินเวลานานเกือบ 60 ปี กว่าที่มหันต์ จะยอมให้ชาวพุทธได้มีสิทธิเข้าพุทธคยาได้ ปัญหาที่เกิดขึ้น...ทุกวันนี้ ได้ยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุใดข้อพิพาทที่รุนแรงถึงได้ยุติ บทสรุปของการยุติเรื่องนี้ เกิดขึ้นอย่างไร ในตอนนี้ จะพาไปพูดคุยกับผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ ความเชื่อพวกมหันต์ โดยมีฐานะเป็น หัวหน้านักบวชมหันต์ คนที่ 18 จะมาบอกเล่าข้อมูลความจริง สิ่งที่เชื่อมโยงความศรัทธาของมหันต์ถึง พระพุทธเจ้า ที่น้อยคนจะรู้จักกัน ติดตามเรื่องราวเหล่านี้ได้ใน.. [EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.03 ความจริงอันยิ่งใหญ่ที่พุทธคยา (Full HD) | The Legend
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.04 พาราณสี จาก..นคร 4,000 ปี สู่ยุคพุทธกาล (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=PxxW41NN2j0
.
24 ส.ค. 2020
.
พาราณสี เมืองโบราณเก่าแก่ที่สุด เมืองหนึ่งของอินเดีย ตามหลักฐานโบราณคดี พบการมีอยู่มาตั้งแต่ ก่อนสมัยพุทธกาล โดยในยุคนั้น คือ เมืองหลวง แคว้นกาสี และปัจจุบันนี้ มีอายุมากกว่า 4,000 ปี ..พาราณสี ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นฐานที่มั่น ทางศาสนาพราหมณ์ อันแข็งแกร่ง ยากที่ความเชื่ออื่นใด สามารถเข้ามาแทรกได้
.
ครั้งนี้ จะพาไปดูบรรยากาศ เมืองพาราณสี กับวิถีชีวิตผู้คน ในชุมชนเมืองเก่าแห่งนี้ เมืองที่ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวไว้ว่า จากการศึกษา สภาพสังคมชาวอินเดีย จากชาดก และพระไตรปิฎก ระบุว่า ตลาดขายสินค้า ในสมัยพุทธกาล มีลักษณะเป็นห้องแถว ยาวเรียงต่อกันไป ร้านค้าแต่ละร้าน ไม่มีหน้าต่าง หันหน้าร้านเข้าถนน และร้านค้าส่วนใหญ่ ที่อยู่บนถนนเดียวกัน มักจะขายสินค้าชนิดเดียวกัน ...ปัจจุบันนี้ แตกต่างเพียงแต่สินค้า ที่นำมาค้าขายนั้น เปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลา
.
แม้การตรัสรู้ จะยากยิ่งขนาดไหน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่านั้น คือ การเผยแผ่พระธรรม ซึ่งในตอนนี้ จะพาไปดูข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับเส้นทาง ตามรอยพระพุทธเจ้า เผยแผ่พระธรรมครั้งแรก โดยเส้นทางเริ่มต้นที่ พุทธคยา ภายหลังจากที่ พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้ทรงเดินทาง เป็นแรมเดือนไปที่ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี เพื่อทรงแสดงพระธรรม ต่อปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 ในคืนวันเพ็ญ เดือน 8 ซึ่งปัจจุบัน เรียกวันดังกล่าวว่า วันอาสาหฬบูชา
.
และในคลิปนี้ ท่านผู้ชม จะมีโอกาส ได้สัมผัสการดูที่ใกล้ชิด พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้า (ของจริง)
.
โดยครั้งนี้ ทางทีมงาน ได้ไปร่วมบันทึก เก็บภาพบรรยากาศ งานบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นการจัดงานบุญ ประจำปี ที่ยิ่งใหญ่ ของเมืองสารนาถ แต่ด้วยกิจกรรมนี้ จึงต้องมีการนำออกมาจากห้องนิรภัย ซึ่งนอกจาก นำออกมาให้ชาวพุทธ ได้บูชาใกล้ชิด ยังมีการจัดขบวนช้าง แห่นำไปยังสถานที่ที่เชื่อว่า เป็นสถานที่แสดงธรรมเทศนาครั้งแรกที่เกิดขึ้น ติดตามเรื่องราวต่อจากนี้ได้ใน.. [EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.04 พาราณสี จาก..นคร 4,000 ปี สู่ยุคพุทธกาล (Full HD) | The Legend
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.05 เปิดประตูเมือง ราชคฤห์ (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=bImmkDlEBfY&t=1708s
.
31 ส.ค. 2020
.
ในตอนนี้ จะนำท่านไป ตามรอยพระพุทธเจ้า บนเส้นทาง 3 ใน 5 แคว้นที่ยิ่งใหญ่ ในยุคสมัยพุทธกาล ซึ่งทั้ง 5 แคว้นใหญ่ ได้แก่ แคว้นมคธ แคว้นวัชชี แคว้นโกศล แคว้นอวันตี และแคว้นวังสะ และแคว้นที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด คือ แคว้นมคธ ที่ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสาร มีกรุงราชคฤห์ เป็นเมืองหลวง จากภูมิประเทศของ กรุงราชคฤห์ ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วย กำแพงธรรมชาติ เป็นภูเขาสูงใหญ่ถึง 5 ลูก จึงได้ชื่อว่า เบญจคีรีนคร ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 2,500 ปีก่อน ที่นี่เป็นเมืองสำคัญ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา และปรัชญา ยังเป็นแหล่งชุมนุมของพวกพ่อค้า และจ้าวลัทธิต่าง ๆ มากมาย
.
เหตุใด พระพุทธเจ้า ทรงเลือกที่จะเดินทางมาประกาศ พุทธศาสนา ภายในกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ซึ่งเป็นแคว้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ 5 แคว้น และทรงมีวิธีการอย่างไร ที่จะโน้มนำความเชื่อดั้งเดิมของผู้คน ที่มีศรัทธาอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนมายอมรับในพุทธศาสนา
.
ในตอนนี้ จะพาไปตามรอย การวิเคราะห์เรื่องราวเหล่านี้ ...จากสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยพุทธกาล พร้อมทั้งได้มีการสร้างรูปแบบ สถาปัตยกรรมจำลองภาพเสมือน ด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟฟิก แสดงแผนผังที่ตั้ง การจัดวางพระราชวัง กำแพงเมือง ประตูเมือง ของกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ จะพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งศาสนา ที่มีอยู่ในกรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นศาสนาที่เกิดในยุคเดียวกับศาสนาพุทธ และมีแนวคิดหลายอย่างคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันที่แนวทางปฏิบัติ ซึ่งนักบวชศาสนานี้ มีการทรมานตนอย่างสุดโต่ง นั่นคือ ศาสนาเชน
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.06 การเดินทางครั้งสุดท้ายของ.. พระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=-b1daOb0UFw&t=4s
.
7 ก.ย. 2020
.
ตอนที่แล้ว เราได้เห็นเมืองสำคัญในพุทธประวัติ อย่าง กรุงราชคฤห์ สาวัตถี และ โกสัมพี ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่า มีอยู่จริง และอยู่มานานกว่า 2 พันปี ไม่ใช่เรื่องในตำนาน
.
และในตอนนี้ จะพาไปสัมผัสโบราณสถานแห่งใหม่ ที่เพิ่งขุดค้นพบ คือ มหาสถูปเกสรียา เป็นสถูปที่มีความยิ่งใหญ่มากที่สุด เท่าที่มีการขุดค้นพบในอินเดีย จากเอกสารโบราณของอินเดีย ได้อ้างถึงการเดินทางครั้งสุดท้าย ของพระพุทธเจ้า ว่า ได้เสด็จผ่านมาที่หมู่บ้านเกสรียาแห่งนี้ ..ก่อนจะไปที่ เมืองกุสินารา เมืองที่เสด็จปรินิพพาน
.
นักโบราณคดีอินเดีย ชี้ว่า ในการค้นพบ มหาสถูปเกสรียา มีร่องรอยของการบูรณะ หลายยุคสมัย จนถึงพุทธศตวรรษที่ 17 ในพุทธศตวรรษที่ 11 สมัยคุปตะ ก็ได้มีการก่อสร้างต่อเติม พร้อมประดับรูปสลักต่าง ๆ จึงมีความยิ่งใหญ่ตระการตา คาดว่า มีความสูงถึง 150 ฟุต การที่กษัตริย์หลายราชวงศ์ ทรงบูรณะต่อเนื่อง แต่นักโบราณคดี ก็ยังไม่รู้ว่า มีอะไรในนั้น ซึ่งคาดกันว่า น่าจะเป็น พระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า บรรจุเอาไว้ก็เป็นได้
.
เมื่อ 150 ปีมานี่เอง ในครั้งนั้น นักโบราณคดี ได้ค้นพบหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่ทำให้เชื่อว่า ที่เมืองกุสินารา คือ สถานที่พระพุทธเจ้า เสด็จปรินิพพาน ก่อนหน้านั้น ที่นี่คือ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครสนใจ ชื่อว่า กาเซีย หมู่บ้านแห่งนี้ ในสวนป่าสาละ มีซากโบราณสถานปรักหักพัง ฝังจมดินอยู่มากมาย ซึ่งชาวบ้านเรียกกันมานานว่า เนินดิน เจ้าชายสิ้นชีพ ชื่อนี้ ได้สะดุดใจ เซอร์คันนิงแฮม หลังจากที่ค้นหาอยู่ 15 ปี ทีมงานก็ได้ค้นพบ พระพุทธรูปปางปรินิพพาน สร้างขึ้นในสมัยคุปตะ ราวพุทธศตวรรษที่ 5 ฝังตัวอยู่ใกล้ซากปรักหักพังของสถูป และวิหารในบริเวณนั้น การบูรณะโบราณสถานครั้งใหญ่ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และไม่เคยหยุดเลยนับจากนั้น ชาวพุทธจากทั่วทุกหนแห่ง ต่างพากันเดินทางมานมัสการไม่เคยขาด
.
หลังจากพระพุทธเจ้า ปรินิพพาน พุทธศักราชที่ 1 ก็เริ่มขึ้น เมื่อไม่มีพระพุทธเจ้า มาคอยตัดสินชี้ขาดอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ หากปล่อยไปนานวัน พระพุทธศาสนา อาจจะเกิดความผิดเพี้ยนไปยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการทำสังคยนา ธรรมะของพระพุทธเจ้า หรือ พุทธบัญญัติ เรื่องราวของการทำสังคยนา ในแต่ละครั้งนั้น มีหลักการแตกต่างกันอย่างไร ใช้สถานที่ใด มีใครเป็นผู้อุปถัมภ์ ทุกเหตุการณ์ ทุกสถานที่ ในทุกวันนี้ ล้วนจัดเป็นสถานที่สำคัญ ของชาวพุทธได้ ตามรอยพระพุทธเจ้า...ทั้งสิ้น
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.07 กองทัพธรรมของพระเจ้าอโศก (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=aDAsUAltG8g&t=580s
.
14 ก.ย. 2020
.
วันนี้ เราจะไปกันที่ รัฐโอริสสา แผ่นดินที่มีการอ้างถึง การค้นพบแผ่นศิลาจารึกภาษาโบราณ ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์หนึ่ง กษัตริย์ผู้พิชิตหลายแคว้นของอินเดีย จนรวบรวมดินแดนชมพูทวีปสำเร็จ นั่นก็คือ พระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ที่ในยุคสงครามผนึกแผ่นดิน ถูกกล่าวขานว่า โหดเหี้ยมมากที่สุด และเมื่อมาถึงรัฐโอริสสาแห่งนี้ กลับเกิดเหตุการณ์ทำให้พระองค์ หันวิถีชีวิตเข้าสู่การทำนุบำรุงศาสนา และหันกลับมากปกครองประชาชน ด้วยทศพิศราชธรรม รวมถึงเป็นพระราชา ที่เผยแพร่พระศาสนาพุทธ ออกไปอย่างกว้างไกลในหลายทวีป ดังที่ปรากฏในการค้นพบ หลักฐานทางโบราณคดีมากมาย
.
และการค้นพบหลักฐานโบราณ ที่มากมาย โดยในตอนนี้ จะพาไปรับชม การถอดข้อความ ภาษาโบราณ จากแผ่นศิลาจารึก ซึ่งนักโบราณคดีอินเดีย ถือว่า เป็นกุญแจไขความลับ เรื่องราวที่เกิดขึ้น สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
.
หินแกะสลัก ที่ถูกอ้างว่า เป็นสัญลักษณ์ใช้สื่อแทน องค์พระพุทธเจ้า ในการบูชายุคสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งในสมัยนั้น ยังไม่มีการสร้าง พระพุทธรูปบูชา
.
การค้นพบสถูปศักดิ์สิทธิ์ ตามเอกสารบันทึกของ พระถังซัมจั๋ง ซึ่งนักโบราณคดีอินเดีย ระบุด้วยความตื่นเต้นว่า ที่สถูปแห่งนี้ ได้ขุดค้นพบ รูปของพระเจ้าอโศกฯ เป็นครั้งแรกในอินเดีย
.
ภาพกราฟฟิก 3 มิติ จำลองการสร้าง พระมหาสถูปสาญจี และข้อมูลเจาะลึกทางโบราณคดี ใคร..คือ ผู้สร้างพระมหาสถูปสาญจี รูปแกะสลักต่าง ๆ ที่ผู้ศรัทธาศาสนาพุทธ สร้างไว้เป็นสื่อสัญลักษณ์บูชา องค์พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และรอยพระพุทธบาท
.
.
.
[EPเต็ม] พระพุทธรูป ยุคแรกของโลก EP.08 ตามรอยพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=b6AlcpUtyvE
.
21 ก.ย. 2020
.
กว่าจะมาถึงปี.. พุทธศักราช 400 ศาสนาพุทธ ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีการแบ่งแยกนิกายต่างๆ ออกไปมากกว่า 20 นิกาย สำหรับคลิปนี้ จะพาไปดูเหตุการณ์สำคัญบางช่วงบางตอน ที่เป็นการเกิดขึ้นของ พระพุทธรูป ..การเกิดขึ้นของพุทธ ฝ่ายมหายาน เหตุการณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร
.
โดยการเดินทางในตอนนี้ จะเริ่มต้นกันที่ เมืองมธุรา เมืองซึ่งในอดีต ถือเป็นแหล่งสำคัญ ในการผลิตประติมากรรมพระพุทธรูป ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วชมพูทวีป และที่เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำยมุนา แห่งนี้.. ยังเป็นบ่อเกิดของพระพุทธรูป ที่มีศิลปะการสร้างในรูปแบบอินเดียแท้ โดยเป็นพระพุทธรูป ที่มีความแตกต่างไปจากยุคแรก ซึ่งชาวกรีก เป็นผู้สร้างไว้ ในการเดินเรื่องตอนนี้ จะไปกันที่พิพิธภัณฑ์มธุรา สัมผัสงานสร้างสรรค์ พระพุทธรูป ของชาวมธุรายุคต่างๆ ที่มีการขุดค้นพบ พร้อมยังมีคำแนะนำ ถึงจุดเด่นสำคัญ ๆ ที่ชี้ให้เห็นความแตกต่างของศิลปะในแต่ละยุค และกล่าวกันว่า ตลอดยุคคุปตะ พระพุทธรูปที่สร้างขึ้น มีความงดงามยิ่งกว่าในยุคใด ๆ และหลังจากยุคคุปตะ ผ่านพ้นไป การสร้างพระพุทธรูป ที่มธุราก็หยุดลง.. แม้ว่าช่างมธุรา จะยังมีการสร้างงานศิลปะสืบต่อกัน แต่กลับเป็นการสร้างเทวรูป ของศาสนาฮินดู และศาสนาเชน เป็นส่วนใหญ่
.
ครั้งนี้ ยังพาไปรู้จักเรื่องราวของ พระราชาที่ทำนุบำรุงศาสนาพุทธ จนรุ่งเรืองสูงสุดในอินเดียอีกยุคหนึ่ง จนถูกกล่าวขานว่าเป็น พระเจ้าอโศกมหาราช องค์ที่ 2 และสิ่งหนึ่งที่พระองค์ได้กระทำ คือ การเป็นองค์อุปถัมภ์ การสังคายนาพระธรรมวินัย ของคณะสงฆ์ ที่แยกตัวออกมาจากเถรวาท การสังคายนาในครั้งนั้น มีการเขียนพระไตรปิฎกขึ้น เป็นภาษาสันสกฤต และถือเป็นจุดกำเนิดของคณะสงฆ์ นิกายมหายาน อย่างเต็มตัว
.
จากศิลปะพระพุทธรูปยุคต่าง ๆ ในตอนนี้ จะพาไปดูความงดงามที่เกิดขึ้น ในหมู่ถ้ำเอลโลรา กับงานแกะสลักพระพุทธรูปองค์สำคัญ ที่มีชื่อเสียงของ ฝ่ายพุทธมหายาน โดยเป็นงานแกะสลัก พระโพธิสัตอวโลกิเตศวร 2 พระองค์ องค์แรก คือ เทพแห่งความปราณี ที่มาในรูปพระปัทมปาณี และมีเทพแห่งฝน ที่ยืนเคียงคู่กันเสมอ ก็คือ พระวัชรปาณี
.
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวของการค้นพบ นาลันทามหาวิหาร สถานที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลาง ทางด้านการศึกษาศาสนาพุทธ ที่อดีตถูกกล่าวขานว่า เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก สถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ในตอนนี้ จะพาไปดูสถานที่จริง ที่ได้มีการขุดค้นพบ และจากบันทึกเรื่องราว การเดินทางของ พระถังซัมจั๋ง ที่จะพาไปพบกับ การจำลองภาพ 3 มิติ มหาวิหาร โบราณสถาน มหาวิทยาลัยนาลันทา ย้อนกลับไป ในพุทธศตวรรษที่ 12 สถานที่แห่งนี้ มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด เต็มไปด้วยวัด อาราม วิหาร และมีพระสงฆ์ ที่เดินทางมาศึกษาหาความรู้ จากประเทศต่าง ๆ หลายหมื่นรูป ...แล้วเหตุใด มหาวิทยาลัยพุทธศาสนา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก กลับถูกลืมเลือนหายไป จากชาวพุทธเป็นเวลาหลายร้อยปี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ในตอนนี้
.
.
.

[EPเต็ม] เผยปมอะไร.. ศาสนาพุทธ หายไปจากอินเดีย EP.09 ตามรอยพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=2i_RHagzCjg&t=1035s
.
30 ก.ย. 2020
.
ตั้งแต่เกิดศาสนาพุทธขึ้น และเป็นที่ยอมรับในอินเดียนั้น ก็มีทั้งช่วงเวลาที่ รุ่งเรือง และตกต่ำ แล้วแต่การอุปถัมภ์ของผู้ปกครองแผ่นดิน ในแต่ละยุคสมัย จนมาถึงราชวงศ์คุปตะ ได้มีการฟื้นฟูลัทธิชาตินิยมในอินเดียขึ้น ทำให้ศาสนาเก่าแก่ อย่างลัทธิพราหมณ์ ได้ทำนุบำรุงอย่างขนานใหญ่ ที่สำคัญได้เกิดแนวความคิด เรื่อง นารายณ์อวตารขึ้น แต่ที่น่าสงสัยก็คือ ทำไม พระพุทธเจ้าถึงได้รับการยกย่อง ให้เป็นองค์อวตารปางหนึ่ง ของพระนารายณ์เช่นกัน
.
สำหรับครั้งนี้ จะพากลับไปที่ เมืองมธุรา อีกครั้ง เพื่อตามหาเรื่องราวของ พระกฤษณะ ตัวละครสำคัญ ในมหากาพย์มหาภารตะ และเป็นปางอวตาร องค์หนึ่งของ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ โดยการเดินทางเริ่มขึ้นที่ ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ที่ตั้งของเมืองมธุรา ซึ่งวรรณกรรมมหาภารตะ กล่าวว่า เป็นบ้านเกิดของพระกฤษณะ ที่นี่จึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวฮินดู เดินทางมา แสวงบุญกันเป็นประจำ ทั่วทั้งหมู่บ้าน จะมีทั้งวัด และเทวลัยฮินดู จำนวนนับไม่ถ้วน แทรกอยู่ตามอาคาร ร้าน ตลาด จนแน่นขนัด
.
พระวิษณุ เป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุด 3 พระองค์ในศาสนาฮินดู คือ พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระนารายณ์ ซึ่งปรากฏใน คัมภีร์ปุราณะ ของพราหมณ์ ว่า พระวิษณุ มีอวตาร 10 ปาง โดยได้อวตารมาเป็น พระกฤษณะ ในปางที่ 8 และอวตารมาเป็น พระพุทธเจ้า ในปางที่ 9 ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า เมื่อเข้าสู่กลียุค พระวิษณุ ได้อวตารมาเป็น พระพุทธเจ้า เพื่อสอนอธรรม แก่เหล่าอสูร เป็นการชักพาศัตรู ของเทพยดาให้หลงผิด และออกไปจากศาสนาฮินดู เหตุนี้ ถ้าใครนับถือศาสนาพุทธ ก็จะถูกมองว่า เป็นพวกอสูร หรือศัตรูของเทพเจ้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้า ได้กลายมาเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระวิษณุ ประชาชนที่นับถือ พระวิษณุอยู่แล้วในสมัยนั้น ก็สามารถเคารพบูชา พระพุทธเจ้า ได้อย่างสนิทใจ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือ ศาสนาพุทธ อีกต่อไป
.
ในยุคนั้น ได้เกิดการเผชิญหน้ากันทางความคิด เพื่อแย่งชิงมวลชน ให้เข้ามานับถือ ลัทธิศาสนา ซึ่งในตอนนี้ จะพาไปสัมผัส กระบวนการ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางความคิด ความเชื่อ ของผู้ศรัทธา ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่มีการเทียบเคียงกับพุทธศาสนา อาทิ การถือศีล ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เสพของมึนเมา การสร้างวัด ให้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรม และความศรัทธาในเรื่องของ การบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งมีด้วยเช่นเดียวกัน กับทางศาสนาฮินดู ก็มีการบูชา พระวิษณุบาท ที่มีผู้คนหลั่งไหลมา สักการะบูชากันไม่เคยขาด
.
พุทธศตวรรษที่ 13 จักรวรรดิอาหรับ มุสลิม เริ่มขยายอำนาจมาสู่อินเดีย และได้ชัยชนะในอินเดียตอนเหนือ และอินเดียตะวันตก แต่ก็ไม่อาจรุกเข้ามาถึง ตอนกลางของประเทศได้ ด้วยความเข้มแข็งของ เจ้าฮินดู ตระกลูราชบุตร และดินแดนแห่งนี้ เมื่อพุทธศตวรรษที่ 14 ได้มีการสร้างเมืองหลวง ทางศาสนาจักรขึ้น เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเทพเจ้า ที่ทรงช่วยรักษาบ้านเมือง สถานที่นั้น ก็คือ เมืองคาจูราโฮ และที่เมืองแห่งนี้เอง จะพบกับการก่อสร้างงานศิลปะ ที่งดงามจำนวนมาก แต่มีงานศิลป์อยู่สิ่งหนึ่ง ที่ทำให้ผู้พบเห็น ต่างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ถึงเรื่องของความคิด ความเชื่อ ศีลธรรมของผู้คน ในสังคมอินเดียโบราณ ที่มีต่อศาสนาในยุคนั้น ซึ่งพระราชา ได้สั่งให้หาช่างก่อสร้าง ช่างแกะสลัก ฝีมือที่ดีที่สุดในอินเดีย มาเนรมิตวัด วิหาร ที่สวยงามที่สุด ในรูปแบบที่ไม่มีที่ใดเทียบได้ ซึ่งจะเห็นได้จาก การประดับงานแกะสลัก จำนวนมากมาย ให้เห็นได้ทั้งภายนอก และภายใน ซึ่งในตอนนี้ จะพาเดินทางไปพบกับเรื่องราว โบราณสถานดังกล่าว
.
จากศิลปะที่ต่างมุมมอง ต่างความคิด จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องการสร้างประดับไว้ในศาสนสถาน จากสิ่งที่ไม่ดี แต่มาในตอนนี้ กลับมีข้อเท็จจริงที่ว่า ภาพแกะสลักเหล่านี้ มีที่มาที่ไป และอธิบายได้ ซึ่งปัจจุบัน เมืองคาจูราโฮ ได้รับการยกย่อง ให้เป็นมรดกโลก ทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงอัจฉริยภาพ ของมนุษยชาติ ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ ติดตามได้ในวิดีโอรายการ ตอนนี้
.
และเส้นทางศาสนาพุทธ ในอินเดีย ก็มาถึงจุดสิ้นสุดของความศรัทธา จากการเดินทางค้นพบ พุทธศาสนา ลัทธิตันตรยาน กับเรื่องราวการเสื่อมความศรัทธา มีเหตุผลใด ที่พุทธศาสนา ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมากในอินเดีย แต่กลับมาถึงจุดที่ ผู้คนต่างทยอยกันถอยห่าง ออกจากศาสนาพุทธ และตามมาด้วยการทอดทิ้งวัด ปล่อยให้กลายเป็นโบราณสถาน ซึ่งในทุกวันนี้ หลายแห่งยังจมอยู่ใต้ดิน รอการค้นหาขุดสำรวจ ...ติดตามได้ที่นี่ ในตอนที่ 9 วันที่พุทธหายไปจากอินเดีย
.
.
.
[EPเต็ม] 12 ปี จัดครั้งเดียว กว่าหมื่นศรัทธาเฝ้าบูชา EP.10 ตามรอยพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=_I8qFmXQYJI&t=1156s
.
6 ต.ค. 2020
.
การเดินทาง ตามรอยพระพุทธเจ้า ในตอนที่ 10 นี้ เริ่มจากอินเดีย ไปที่... ลาดักห์ อดีตนครรัฐ บนเส้นทางการค้า ในเทือกเขาหิมาลัย บนรอยต่อ 3 ประเทศ ระหว่าง อินเดีย จีน และทิเบต สิ่งต่างๆ ที่เราพบเห็น ในลาดักห์ วันนี้... อาจช่วยให้เรา ปะติดปะต่อภาพอดีต ของชาวพุทธในอินเดียบางส่วน ในช่วงสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
.
ลาดักห์ ตั้งอยู่ท่ามกลาง เทือกเขาหิมาลัย ล้อมรอบด้วย ภูเขาหิมะ สูงสลับซับซ้อน ยากที่ใคร จะเข้าถึงได้ง่าย พุทธศาสนา ที่ลาดักห์ จึงรอดพ้น จากการถูกทำลาย เพราะ ปราการทางธรรมชาติช่วยไว้ ขณะที่สถาบันพุทธ ในแคว้นอื่น ๆ ของอินเดีย ถูกบุกทำลายจนหมดสิ้น
.
พุทธตันตรยาน ได้ถูกเผยแพร่สู่ทิเบต โดยชาวอินเดีย ที่มีความรู้ขั้นสูง หลังจากนั้น ก็ได้พัฒนาแตกสาขา ไปอีกหลายนิกาย ด้วยความใกล้ชิดกับทิเบต ทั้งด้านภูมิศาสตร์ และเชื้อชาติ ทำให้พุทธตันตรยาน จากทิเบต แพร่หลายสู่ลาดักห์ อย่างง่ายดาย
.
การเดินทางครั้งนี้ ได้ไปยัง วัดซังการ์ เป็นวัดพุทธตันตรยาน นิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง และที่แห่งนี้ เคยเป็นที่ประทับของ พระสังฆราชแห่งลาดักห์ ซึ่งเพิ่งสิ้นพระชนม์ไปเมื่อไม่นานนี้ ในตอนนี้ จะได้พบกับ พิธีสวดของพระหมวกเหลือง เป็นพิธีสวดแบบพุทธตันตรยาน สายทิเบต ซึ่งจะมีการประโคมดนตรีไปพร้อมกัน
.
แม้ว่าลาดักห์ ต้องเผชิญกับ ความผันผวนทางการเมือง เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์ ระหว่าง อินเดียกับจีน และทิเบต แต่ชาวลาดักห์ส่วนใหญ่ ยังคงมั่นคง อยู่กับศาสนาพุทธ ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทุก ๆ 12 ปี ชาวลาดักห์ จะเดินทางไปวัดเฮมิส เพื่อไปดูและใกล้ชิดกับ ทังกาศักดิ์สิทธิ์ ที่มีรูปพระปทุมสมภพ ซึ่งทางวัด จะนำออกมาตั้งแต่เช้ามืด โดยจะทำพิธีแขวน ที่กำแพงวัดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อให้ผู้คนที่ศรัทธา ได้มาบูชาร่วมกัน เฉพาะในปีวอกเท่านั้น เพราะเป็นปีเกิดของ พระปทุมสมภพ วัดเฮมิส สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นวัดศาสนาพุทธตันตระ นิกายหมวกแดง ซึ่งเป็นนิกายดั้งเดิมของ ศาสนาพุทธสายทิเบต
.
ตามประวัติศาสตร์ของ พุทธศาสนา นิกายตันตรยาน กล่าวว่า พระปทุมสมภพ เป็นอาจารย์ชาวอินเดีย ที่มีฤทธิ์ มีเวทมนตร์แข็งกล้า ได้นำศาสนาพุทธ นิกายตันตรยาน มาเผยแผ่ในทิเบตเป็นครั้งแรกในพุทธศตวรรษที่ 13 พระปทุมสมภพ ได้ใช้เวทมนตร์คาถา ปราบภูตผี มารร้าย ในลัทธิบอน อันเป็นลัทธิดั้งเดิมในทิเบต จนหมดสิ้น ทำให้พวกบอน กลับมานับถือ ศาสนาพุทธ อย่างมากมาย
.
พระปทุมสมภพ จึงได้ชื่อว่า เป็นผู้วางรากฐาน พุทธศาสนา ให้มั่นคง ในทิเบต แม้ในเวลานั้น จะเน้นหนักเรื่อง การศึกษา ด้านเวทมนตร์ อิทธิฤทธิ์ มากกว่า ด้านปรัชญา ก็ตาม... ภาพทังกา พระปทุมสมภพ จึงทรงพลังความศักดิ์สิทธิ์ สำหรับชาวลาดักห์ และผู้ศรัทธาชาวพุทธ นิกายตันตรยาน เป็นอย่างยิ่ง
.
ศาสนาพุทธ ในลาดักห์ แม้จะสืบสายนิกายมาจากทิเบต แต่ก็มีรากเหง้าทางความคิด ที่สืบย้อนไปได้ ถึงบรรยากาศของ ศาสนาพุทธ ตันตระยานในอินเดีย ไม่มากก็น้อย นอกจากความแตกต่าง ของศรัทธาที่มีในชาวพุทธ ซึ่งแม้จะต่างนิกายความเชื่อ แต่กลับมีจุดมุ่งหมายที่ท้ายสุด เป็นไปตามแนวคิดในจุดเดียวกัน ของพุทธศาสนา และในตอนนี้ จะได้สัมผัสบรรยากาศ ที่น้อยคนจะได้พบเห็นแบบใกล้ชิดเช่นนี้ ติดตามได้ใน ตามรอยพระพุทธเจ้า ตอนที่ 10 เมืองพุทธแห่งหิมาลัย
.
.
.
[EPเต็ม] รวมเรื่องซึ้ง.. การกลับมา สาวกพระพุทธเจ้า EP.11 ตามรอยพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=_w6tycWGO8c
.
13 ต.ค. 2020
.
หลังจากที่ศาสนาพุทธ หายไปจากอินเดีย เป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี ในที่สุดองค์กรพุทธ ก็ได้กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่การกลับมาของ สาวกพระพุทธเจ้า ครั้งนี้ มาจากหลายทิศทาง และด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน บ้างก็เป็นตระกูลพุทธเก่าแก่ ที่หายไปแล้วกลับมาใหม่ อย่างตระกูลบารัว ...บ้างก็เกิดขึ้น เพราะความบีบคั้นทางสังคม อย่างกลุ่มของ ดร.อัมเบดการ์ ...บ้างก็มาอยู่ใหม่ด้วยเหตุผลทางการเมือง อย่างท่านดาไลลามะ และชาวทิเบต ในธรรมศาลา
.
ท่ามกลางหุบเขาสูง ในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย ที่นี่ คือ ที่ตั้งชุมชนเมืองธรรมศาลา บนความสูง 1,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ธรรมศาลา เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตั้งแต่ท่านดาไลลามะ องค์ที่ 14 และชาวทิเบต จำนวนหนึ่ง ได้ลี้ภัยเข้ามาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2503
.
และในครั้งนี้ จะได้พบกับเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ เกี่ยวกับพุทธทิเบต ซึ่งได้เข้าไปเยี่ยมชม วัดสำนักชีแห่งหนึ่ง เป็นสถาบันศึกษาพุทธศาสนา ตันตรยาน ของฝ่ายสตรี โดยภาพที่ชวนประหลาดใจ คือ การได้เข้าไปร่วมสัมผัสใกล้ชิด เกี่ยวกับการฝึกปุจฉาวิสัชนา ซึ่งเป็นการใช้ตรรกะ ทางด้านศาสนา และแนวคิดทางพุทธปรัชญา มาตอบโต้กันจริงจัง อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจะเป็นภาพที่หาดูได้ยาก เพื่อขจัดความหลงผิด ขจัดความไม่แน่ใจ ที่เรียกว่า ตรรกวิภาษ
.
ในตอนนี้ จะพาไปพบกับ ความงามในงานศิลปะโบราณ หลากหลายแขนง ได้ไปดูกันถึง การลงฝีแปรงของช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญในงานพุทธศิลป์ สายทิเบต โดยไปกันที่ นอร์บูลิงการ์ สถานที่ที่มีความหมายว่า อุทยานแห่งอัญมณี ที่นี่ คือ สำนักศิลปวัฒนธรรมทิเบต ของธรรมศาลา
.
การเดินทางครั้งนี้ ยังได้ออกเดินทางไปกันที่ มหาวิทยาลัย สิทธารถะ สถานศึกษา ที่เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นของ ดร.อัมเบดการ์ ที่ต้องการเห็นคน ทุกระดับชั้นวรรณะในสังคม ไม่ว่าหญิงหรือชาย ไม่ว่านับถือศาสนาใด ทุกคนมีโอกาส ทางการศึกษาเท่าเทียมกัน อธิการบดี ได้บอกว่า สถานศึกษาที่ดี นอกจากจะเน้นหนัก เรื่องปัญญาแล้ว จะต้องสร้างคนให้มีความกรุณา รู้จักช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมาย ของการก่อตั้ง มหาวิทยาลัย สิทธารถะ
.
.
.
[EPเต็ม] คลิปบทสรุป.. การค้นพบ พระพุทธเจ้า EP.12 ตามรอยพระพุทธเจ้า (Full HD) | The Legend
.
https://www.youtube.com/watch?v=XOxUd9poWO4&t=2207s
.
26 ต.ค. 2020
.
สำหรับในตอนสุดท้ายของ สารคดี ตามรอยพระพุทธเจ้า ตอนนี้ จะเป็นการประมวลภาพ เรื่องราวทั้งหมดของทุกตอน ที่ได้เดินทางตามรอย เส้นทางของพระพุทธองค์ โดยจะอยู่ในช่วง 80 พรรษา นับตั้งแต่วันประสูติ จนถึงวันเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน มีเรื่องราวอะไรได้เกิดขึ้นมาบ้าง ในช่วงพระชนมชีพของพระองค์ ด้านนักโบราณคดี ได้ค้นพบอะไร ที่เป็นหลักฐานยืนยัน ถึงความมีอยู่จริงของ พระพุทธเจ้า
.
สำหรับชาวพุทธ อาจมีจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่รู้ว่า พระพุทธเจ้า ทรงได้ค้นพบอะไร หรือ ทรงตรัสรู้อะไร และอะไร คือ ธรรม ที่พระพุทธเจ้า ทรงประกาศศาสนา ...และสิ่งที่ทรงค้นพบ ทำไมจึงนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลง ทางความเชื่อครั้งยิ่งใหญ่ ในสังคมชมพูทวีป ...แล้วทำไม ธรรมะ จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์
.
และในตอนนี้ จากทุกเรื่องราว ที่นำมาเรียบเรียงเพื่อนำสู่บทสรุป เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีองค์ความรู้ ทางด้านพระพุทธศาสนา มาขยายความสิ่งที่อยู่ในเรื่อง รวมถึงบอกเล่าเบื้องลึก ที่มาจากการค้นคว้าของแต่ละท่าน ซึ่งเชื่อว่า ข้อมูลต่อจากนี้ จะสามารถมาช่วยเติมเต็ม ในตอนจบของสารคดี ตามรอยพระพุทธเจ้า ชุดนี้ ให้เกิดประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น ติดตามเรื่องทั้งหมดนี้ได้ใน.- ตามรอยพระพุทธเจ้า | The Legend มากกว่าอดีต..คือตำนาน [EPเต็ม] EP.12 ไขปริศนา การค้นพบอันยิ่งใหญ่
.
.
.
[EPเต็ม] ตามรอยพระพุทธเจ้า EP.13 มัดรวมเบื้องหลังสารคดี (Full HD) ตามรอยพระพุทธเจ้า
.
https://www.youtube.com/watch?v=TXHH6w5akkA
.
26 พ.ค. 2021
.
เรื่องราวใน #EPเต็ม ตอนนี้ จะเปิดบันทึกเบื้องหลัง ที่ไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นเส้นทาง การผลิตสารคดี... #ตามรอยพระพุทธเจ้า ที่ทีมงานขอ #มัดรวม บางช่วงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มาจากทั้งหมด 12 ตอน #มัดรวม มาไว้ให้รับชมกันใน.. ตอนนี้ตอนเดียว
.
โดยสารคดี #ตามรอยพระพุทธเจ้า จะพาคุณผู้ชมย้อนอดีต กลับไปในสมัยพุทธกาล เพื่อที่จะให้เห็นว่า สังคมในยุคนั้นเป็นอย่างไร ผู้คนในยุคนั้น นับถือความเชื่อเรื่องอะไรกัน
.
...อะไรที่เจ้าชายสิทธัตถะ ออกผนวช จนกระทั่งบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสรู้อะไร
.
...เหตุใดศาสนาพุทธ สามารถแทรกเข้าไปในความเชื่อ เรื่องเทพเจ้าที่แข็งแกร่งของศาสนาพราหมณ์ ได้อย่างไร ...การแผ่ขยายของศาสนาพุทธ หลังพุทธกาล มีนิกายต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร
.
...ศาสนาพุทธคงอยู่มาได้นานถึง 1,700 ปี ก่อนที่จะสิ้นสลายไปจากอินเดีย ศาสนาพุทธ หายไปได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาเหล่านั้นบ้าง
.
...ทั้งหมดนั้น คือ สิ่งที่พวกเราเดินทาง เพื่อค้นหาคำตอบ... ซึ่งได้ทำการค้นคว้า จากหลักฐานทางโบราณคดี และจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล ทำการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารหนังสือ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษจำนวนมาก ออกเดินทางไปสำรวจพื้นที่ในอินเดียหลายครั้ง ใช้เวลาเตรียมการนานถึง 6 ปี เพื่อให้เป็นสารคดีที่เจาะลึก ทางด้านข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด
.
เรามุ่งหวังจะให้ #ตามรอยพระพุทธเจ้า เป็นสารคดีที่ทำให้คนไทยเห็นว่า พระพุทธเจ้ามีจริง และเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ใช้ความเพียรพยายามอย่างหนัก จนค้นพบกฎความจริงของธรรมชาติ ที่เรียกว่า ธรรม และนำสิ่งที่ค้นพบนั้น มาประกาศต่อชาวโลก และสิ่งที่มุ่งหวังสูงสุด คือ เพื่อให้ชาวพุทธ ได้เข้าใจพุทธศาสนา ในแนวทางที่ถูกต้อง และช่วยกันทำนุบำรุง มรดกอันทรงคุณค่าและดีงามสิ่งนี้ ให้อยู่คู่กับสังคมไทย สร้างความสงบร่มเย็น และสันติสุข ให้กับประเทศชาติ และชาวโลกตลอดไป
.
#BACKbone #ตามรอยพระพุทธเจ้า #EPเต็ม
.

8
ว่าด้วยเรื่อง #ระยะเวลาที่เรียกว่ากัป
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๕. ปัพพตสูตร
.
             [๔๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ฯลฯ เมื่อภิกษุรูปนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่ง นานเพียงไรหนอแล
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่าเท่านี้ปี เท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๐] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุเหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่งไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบ บุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น ๑๐๐ ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไป สิ้นไป เพราะความพยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไป สิ้นไป กัปนานอย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้ว มิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้
กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย ในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๕
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
.
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
.
๖. สาสปสูตร
.
             [๔๓๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่งนานเพียงไรหนอแล ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ
.
            ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
.
            [๔๓๒] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุเหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวโยชน์ ๑ กว้างโยชน์ ๑ สูงโยชน์ ๑ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน บุรุษพึงหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ดเมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้น พึงถึงความสิ้นไป หมดไป เพราะความพยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป หมดไป กัปนานอย่างนี้แล
บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้วมิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
.
จบสูตรที่ ๖
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
.
.
.
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม
#ของจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง
.

9
กฏแห่งกรรม-ชาติภพ / การกระทำชั่ว กับ นรก
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 10:21:50 am »
.
เรื่องหนึ่งที่ผมโพสอยู่บ่อยๆ ก็คือ การละเว้นจากการกระทำชั่วทั้งปวง
.
เพราะหากมีการกระทำชั่ว  ไม่ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย  เช่น การทำงานที่เห็นแก่ตัว ,  การทำงานที่เอาประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ,  การทำงานที่เอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน  , การพิจารณาการขึ้นเงินเดือนและการจ่ายโบนัสที่ไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามหลักกฎแห่งกรรม
.
จนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่น การทุจริตคอร์รับชั่นในทุกระดับ  รวมทั้งการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการคอร์รับชั่นไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม ที่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง  ไม่ว่าจะเป็นการคอร์รับชั่นในหน่วยงานราชการ , บริษัทเอกชน  จนถึงการคอร์รับชั่นประเทศชาติ เป็นต้น
.
เรื่องต่างๆเหล่านี้ เป็นเรื่องที่คนได้กระทำด้วยตนเอง  เพราะหวังในลาภยศ ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ
.
อีกเรื่องก็คือ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำชั่วในเรื่องใหญ่ๆ หรือ เรื่องเล็กน้อย หากกระทำความชั่วบ่อยๆ  เรื่องที่กระทำชั่วนั้นยิ่งฝังรากลึกลงไปในจิตใจของตนเองมากขึ้น  การกระทำชั่วใน 1 เรื่อง ผลที่ได้รับก็รับไป 1 เรื่องต่อการกระทำชั่ว 1 ครั้ง ยิ่งกระทำชั่วมากเรื่องเท่าไหร่ ผลที่ได้รับก็มากตามจำนวนในการกระทำของตนเองเสมอ
.
เรื่องเหล่านี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำธรรมะมาสอนให้กับเวนัยสัตว์โลก  เรื่องที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านำมาสอนนั้น ถูกต้องเสมอ  ไม่เคยมีคำสอนที่ไม่ถูกต้องเลยแม้แต่เรื่องเดียว
.
อีกเรื่องที่นึกถึงก็คือ เรื่องที่ผมได้เคยไปกราบพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านสอนในเรื่อง #ต่อตีนโจร  เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ที่ช่วยเหลือคนที่กระทำชั่ว  ให้การกระทำความชั่วนั้น บรรลุความสำเร็จในการกระทำชั่ว  ในกาลข้างหน้า  คนที่ต่อตีนโจร  ก็จะไปต่อตีนโจรต่อไปอีกหลายภพหลายชาติ  เป็นการร่วมกันกระทำความชั่วกันต่อไป และร่วมกันในการรับกรรมในการกระทำชั่วกันต่อไป
.
ผมนำเรื่อง ว่าด้วยเรื่องระยะเวลาในปทุมนรก มาให้อ่านกัน เพื่อเป็นเรื่องเตือนใจว่า การกระทำความชั่วทั้งหลาย  ผู้กระทำต้องได้รับผลกรรมนั้นเสมอ ย้ำว่า ไม่ว่าเร็วหรือช้า ผู้กระทำชั่วต้องได้รับผลกรรมนั้นเสมอ ถึงแม้ว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ และ กฎหมาย ก็ตาม แต่หากไม่ถูกต้องตามหลักกฎแห่งกรรมแล้ว ผู้ที่กระทำความชั่วต้องได้รับผลของการกระทำของตนเองเสมอ
.
#ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
#ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
#ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
#แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังหนีกรรมไม่พ้น
#ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม
#ของจริงต้องพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง
#บุพกรรมพระพุทธเจ้า
#บุพกรรมพระพุทธองค์
.
.
.
#ว่าด้วยเรื่องระยะเวลาในปทุมนรก
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
.
[๓๘๖] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ประมาณอายุในปทุมนรกนานเพียงใด พระเจ้าข้า ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ประมาณอายุในปทุมนรกนานนักการนับประมาณอายุในปทุมนรกนั้นว่า เท่านี้ปี เท่านี้ร้อยปี เท่านี้พันปี หรือว่าเท่านี้แสนปี ไม่ใช่ทำได้ง่าย ฯ
.
            ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระองค์สามารถจะทรงกระทำการเปรียบเทียบได้หรือไม่ พระเจ้าข้า ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคทรงรับว่า สามารถ ภิกษุ ดังนี้แล้ว ตรัสว่า ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนเกวียนที่บรรทุกงาหนัก ๒๐ หาบของชาวโกศล เมื่อล่วงไปได้ร้อยปี พันปี แสนปี บุรุษพึงหยิบเมล็ดงาขึ้นจากเกวียนนั้นออกทิ้งเมล็ดหนึ่งๆ
.
ดูกรภิกษุ เกวียนที่บรรทุกงาหนัก ๒๐ หาบของชาวโกศลนั้น จะพึงถึงความสิ้นไปโดยลำดับนี้เร็วเสียกว่า แต่อัพพุทนรกหนึ่งจะไม่พึงถึงความสิ้นไปได้เลย
.
ดูกรภิกษุ ๒๐ อัพพุทนรกเป็นหนึ่งนิรัพพุทนรก ๒๐ นิรัพพุทนรกเป็นหนึ่งอัพพนรก ๒๐ อัพพนรกเป็นหนึ่งอหหนรก ๒๐ อหหนรกเป็นหนึ่งอฏฏนรก ๒๐ อฏฏนรกเป็นหนึ่งกุมุทนรก ๒๐ กุมุทนรกเป็นหนึ่งโสคันธิกนรก ๒๐ โสคันธินรกเป็นหนึ่งอุปลกนรก ๒๐ อุปลกนรกเป็นหนึ่งปุณฑรีกนรก ๒๐ ปุณฑรีกนรกเป็นหนึ่งปทุมนรก อย่างนี้ ก็โกกาลิกภิกษุอุบัติในปทุมนรกเพราะจิตคิดอาฆาตในสารีบุตรและโมคคัลลานะ ฯ
.
            พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้ว
จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
.
            [๓๘๗]     ก็วาจาหยาบเช่นกับขวาน เกิดในปากของบุรุษแล้ว เป็น                         เหตุตัดรอนตนเองของบุรุษผู้เป็นพาล ผู้กล่าวคำทุพภาษิต ผู้ใดสรรเสริญคนที่ควรนินทา หรือนินทาคนที่ควรสรรเสริญ  ผู้นั้นย่อมก่อโทษเพราะปาก ย่อมไม่ได้ความสุขเพราะโทษนั้น การแพ้ด้วยทรัพย์เพราะเล่นการพนันเป็นโทษเพียงเล็กน้อย โทษของผู้ที่ยังใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ปฏิบัติดีนี้แล เป็นโทษมากกว่า

บุคคลตั้งวาจาและใจอันลามกไว้แล้วเป็นผู้ติเตียนพระอริยะเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกตลอดกาลประมาณด้วยการนับปี ๑๐๐,๐๐๐ นิรัพพุทะและ ๔๐ อัพพุทะ ผู้กล่าวคำเท็จย่อมเข้าถึงนรก อนึ่ง ผู้ทำกรรมอันลามกแล้วกล่าวว่าไม่ได้ทำ ก็ย่อมเข้าถึงนรกอย่างเดียวกัน แม้คนทั้งสองนั้นเป็นมนุษย์มีกรรมอันเลวทราม ละไปแล้วย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกเบื้องหน้า ผู้ใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้เป็นบุรุษหมดจด ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน บาปย่อมกลับมาถึงผู้เป็นพาลนั้นเอง เหมือนธุลีละเอียดที่บุคคลซัดไปทวนลมฉะนั้น ผู้ที่ประกอบเนืองๆ ในคุณคือความโลภไม่มีศรัทธา กระด้าง ไม่รู้ความประสงค์ของผู้ขอ มีความตระหนี่ ประกอบเนืองๆ ในคำส่อเสียด ย่อมบริภาษผู้อื่นด้วยวาจา แน่ะคนผู้มีปากเป็นหล่ม กล่าวคำอันไม่จริง ผู้ไม่ประเสริฐ ผู้กำจัดความเจริญ ผู้ลามก ผู้กระทำความชั่วผู้เป็นบุรุษในที่สุด มีโทษ เป็นอวชาต ท่านอย่าได้พูดมากในที่นี้ อย่าเป็นสัตว์นรก ท่านย่อมเกลี่ยธุลี คือ กิเลสลงในตนเพื่อกรรมมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล ท่านผู้ทำกรรมหยาบยังติเตียนสัตบุรุษ ท่านประพฤติทุจริตเป็นอันมากแล้วย่อมไปสู่มหานรกสิ้นกาลนาน กรรมของใครๆ ย่อมฉิบหายไปไม่ได้เลย บุคคลมาได้รับกรรมนั้นแล เป็นเจ้าของแห่งกรรมนั้น
.

                         (เพราะ) คนเขลาผู้ทำกรรมหยาบ ย่อมเห็นความทุกข์ในตนในปรโลก ผู้ทำกรรมหยาบย่อมเข้าถึงสถานที่อันนายนิรยบาลนำขอเหล็กมา ย่อมเข้าถึงหลาวเหล็กอันคมกริบและย่อมเข้าถึงก้อนเหล็กแดงโชติช่วง เป็นอาหารอันสมควรแก่กรรมที่ตนทำไว้อย่างนั้น สัตว์นรกทั้งหลายจะพูดก็พูดไม่ได้ จะวิ่งหนีก็ไม่ได้ ไม่ได้ที่ต้านทานเลย นายนิรยบาลลากขึ้นภูเขาถ่านเพลิง สัตว์นรกนั้นนอนอยู่บนถ่านเพลิงอันลาดไว้ ย่อมเข้าไปสู่กองไฟอันลุกโพลง พวกนายนิรยบาลเอาข่ายเหล็กพัน ตีด้วยฆ้อนเหล็กในที่นั้น สัตว์นรกทั้งหลายย่อมไปสู่โรรุวนรกที่มืดทึบ ความมืดทึบนั้นแผ่ไปเหมือนกลุ่มหมอก
.
                         ฉะนั้น ก็ทีนั้น สัตว์นรกทั้งหลาย ย่อมเข้าไปสู่หม้อเหล็กอันไฟลุกโพลง ลอยฟ่องอยู่ ไหม้อยู่ในหม้อเหล็กนั้นอันไฟลุกโพลงสิ้นกาลนาน ก็ผู้ทำกรรมหยาบจะไปสู่ทิศใดๆ ก็หมกไหม้อยู่ในหม้อเหล็กอันเปื้อนด้วยหนองและเลือดในทิศนั้นๆ ลำบากอยู่ในหม้อเหล็กนั้น ผู้ทำกรรมหยาบหมกไหม้อยู่ในน้ำอันเป็นที่อยู่ของหมู่หนอน ในหม้อเหล็กนั้นๆ แม้ฝั่งเพื่อจะไปก็ไม่มีเลย เพราะกระทะครอบอยู่โดยรอบมิดชิดในทิศทั้งปวง และยังมีป่าไม้มีใบเป็นดาบคม สัตว์นรกทั้งหลายย่อมเข้าไปสู่ป่าไม้ ถูกดาบใบไม้ตัดหัวขาด พวกนายนิรยบาล เอาเบ็ดเกี่ยวลิ้นออกแล้ว ย่อมเบียดเบียนด้วยการดึงออกมาๆ ก็ลำดับนั้น สัตว์นรกทั้งหลายย่อมเข้าถึงแม่น้ำด่างอันเป็นหล่ม ย่อมเข้าถึงคมมีดโกนอันคมกริบ สัตว์นรกทั้งหลายผู้กระทำบาป เป็นผู้เขลา ย่อมตกลงไปบนคมมีดโกนนั้นเพราะได้กระทำบาปไว้ ก็สุนัขดำ สุนัขด่าง และสุนัขจิ้งจอก ย่อมรุมกัดกินสัตว์นรกทั้งหลาย ผู้ร้องไห้อยู่ที่นั้น ฝูงกาดำ แร้ง  นกตะกรุม และกาไม่ดำ ย่อมรุมกันจิกกิน คนผู้ทำกรรมหยาบ ย่อมเห็นความเป็นไปในนรกนี้ยากหนอ
.
เพราะฉะนั้น นรชนพึงเป็นผู้ทำกิจที่ควรทำในชีวิตที่ยังเหลืออยู่นี้ และไม่พึงประมาท เกวียนบรรทุกงา ผู้รู้ทั้งหลายนับแล้วนำเข้าไปเปรียบในปทุมนรก เป็น ๕๑,๒๐๐ โกฏิ นรกเป็นทุกข์
.
                         เรากล่าวแล้วในพระสูตรนี้ เพียงใด สัตว์ทั้งหลายผู้ทำกรรมหยาบ พึงอยู่ในนรกแม้นั้น ตลอดกาลนานเพียงนั้น  เพราะฉะนั้น  บุคคลพึงกำหนดรักษาวาจา ใจ ให้เป็นปรกติในผู้สะอาด มีศีลเป็นที่รักและมีคุณดีงามทั้งหลาย ฯ
จบโกกาลิกสูตรที่ ๑๐
นาลกสูตรที่ ๑๑
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.

10
.
กัมมุนา วัตตติ โลโก สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม
โพสโดย dhammatharn
.
"กัมมุนา วัตตติ โลโก"
.
สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม
.
ททมาโน ปิโยโหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
.
อุทฺเทส  กมฺมปจฺจโย   เพราะมีเจตนาตั้งใจเป็นปัจจัย
.
กัมมปัจจัย  หมายถึงการกระทำของจิตใจที่เป็นเหตุให้เกิดผล หรือให้สำเร็จกิจในหน้าที่ของตนเรียกว่า "กรรม"
.
ดังพุทธภาษิตกล่าวไว้ในอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาตว่า...
.
"เจตนาหํ  ภิกฺขเว  กมฺมํ  เจตยิตฺวา  กมฺมํ  กาเยน  วาจาย  มนสา"
.
ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า เจตนาคือตัวกรรม สัตว์ทั้งหลายที่ทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจก็ดี ย่อมมีการปรุงแต่ง คือคิดนึกก่อนแล้วจึงทำ
.
ดังจะเห็นได้ว่าการกระทำด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ จะเป็นกุศล หรืออกุศลก็ตาม ต้องอาศัยเจตนาเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าในการกระทำนั้นๆ ฉะนั้น เจตนาจึงเป็นตัวกรรม หรือเป็นหัวหน้าของสังขารขันธ์ทั้งหลาย
.
กัมมปัจจัยที่กล่าวว่า เป็นปัจจัยให้เกิดผล ก็เพราะทำหน้าที่เพาะพืชพันธุ์ให้เกิดผลในอนาคต เรียกว่า พีชนิธานกิจ คือ ทำกิจสั่งสมพืชเชื้อเพื่อให้งอกต่อไปในอนาคต เป็นนานักขณิกกัมมปัจจัย
.
พุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ถือการกระทำเป็นใหญ่ เป็นกรรมนิยม ซึ่งผิดกับศาสนาอื่นที่ถือเทวนิยม เป็นต้น เพราะเข้าใจว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นด้วยการบันดาลของเทพเจ้า
.
แต่ส่วนของพระพุทธศาสนาถือว่า สัตว์ทั้งหลายจะดีหรือชั่วย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับผู้อื่น หรือขึ้นอยู่กับวงศ์ตระกูล เพราะการทำดีทำชั่วต้องทำด้วยตนเอง ไม่ใช่มีผู้อื่นมาทำให้ได้ เหตุนี้สัตว์ทั้งหลายจึงมีกรรมเป็นของตน เรียกว่า...
.
กมฺมสฺสโกมฺหิ  เมื่อทำกรรมไว้อย่างไร ก็ต้องรับผลของกรรมนั้นตามที่ทำไว้
.
กมฺมทายาโท  คือเป็นทายาทของกรรมที่ทำแล้ว จึงจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในที่ต่างๆกัน
.
กมฺมโยนิ  คือมีกรรมเป็นกำเนิด และกรรมที่ทำแล้วยังจะติดตามไปทุกหนทุกแห่ง จะไม่สูญหายไปใหน
.
กมฺมพนฺธู  คือมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ แม้พ่อ-แม่ญาติพี่น้อง ก็ไม่ชื่อว่าเป็นเผ่าพันธุ์วงศ์ญาติที่แท้จริง คือชาตินี้เป็นญาติกัน แต่พอตายแล้วก็แยกย้ายกันไป แต่ส่วนกรรมที่ทำแล้วย่อมจะติดตามตนไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน.
.
ถ้าทำกรรมดีก็เหมือนมีวงศ์ญาติที่ดี ญาติดีก็จะอุปถัมภ์ค้ำชูให้มีความสุข ความเจริญ แต่ถ้าทำกรรมชั่ว ก็เหมือนมีวงศ์ญาติที่ชั่ว ญาติชั่วก็จะติดตามล้างผลาญให้เป็นทุกข์เดือดร้อนเรื่อยไป กรรมจึงเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์โลก
.
กมฺมปฏิสรโณ  เพราะเมื่อกรรมชั่วให้ผลอยู่ แม้ญาติพ่อ-แม่พี่น้องตลอดจนผู้มีอำนาจราชศักดิ์ ก็ไม่อาจช่วยให้พ้นจากทุกข์ได้ แต่ถ้ากรรมดีให้ผลอยู่ แม้ใครจะคิดร้ายทำลายชีวิตก็ไม่อาจถูกทำลายได้เลย.
.
อีกนัยหนึ่ง  ท่านเปรียบกรรมคือการทำกุศล อกุศล ส่วนผลคือวิบาก เปรียบเหมือนเงา เมื่อมีคนที่ใหนก็ต้องมีเงาที่นั่น คือมีกรรมก็ต้องมีวิบากรับผล.
.
ที่มา oknation
.
.
.
กฎแห่งกรรม
.
พระราชสุทธิญาณมงคล
.
P15001
.
     ปัจจุบันคนเริ่มสงสัยในเรื่องกฎแห่งกรรม และบางคนก็ไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้ ถึงกับมีคนเขียนเป็นคำกลอนว่า คนทำดีได้ดีมีที่ไหน คนทำชั่วได้ดีมีถมไป
.
     ในเรื่องกฎแห่งกรรม ได้กล่าวถึงอันตรายที่เกิดแก่สัตว์โลก ๕ อย่างคือ
.
๑. กิเสสันตราย    อันตรายอันเกิดจากกิเลส
.
๒.กัมมันตราย    อันตรายอันเกิดจากความชั่วที่ทำในปัจจุบัน
.
๓. วิปากันตราย   อันตรายอันเกิดจากวิบาก คือ ผลของกรรมที่ทำในอดีต
.
๔. ทิษฐันตราย    อันตรายอันเกิดจากทิฐิที่ผิด
.
๕. อริยูปวันตราย  อันตรายที่เกิดจากการจ้วงจาบพระอริยเจ้า
.
     พระพุทธศาสนาสอนว่า บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม หรือการกระทำของตนเองทั้งสิ้น หากเราไม่ดำเนินตาทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แม้จะสวดมนต์หรือวิงวอนขอร้อง ก็ไม่อาจจะช่วยให้เราพบความดีและความสุขได้ ถ้ามนุษย์จะมีความสุขได้ด้วยความภักดีและวิงวอน มนุษย์เราก็คงไม่ต้องทำอะไร
.
ความเชื่อในเรื่องกรรม
.
     ตามคำสอนในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรมีศรัทธา ๔ อย่างคือ
.
     ๑.ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง เป็นผู้ประกอบด้วยพระปัญญาธิคุณ พระวิสุทธิคณ และพระมหากรุณาธิคุณ
.
     ๒. กัมมสัทธา     เชื่อเรื่องกรรม คือเชื่อว่ากรรมมีจริง
.
     ๓. วิปากสัทธา    เชื่อเรื่องผลของกรรม คือเชื่อว่ากรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ
.
     ๔. กัมมัสสกตาสัทธา  เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน คือเชื่อว่าผลที่เราได้รับ เป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง ซึ่งอาจจะเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันชาติหรืออดีตชาติ
.
     จะเห็นได้ว่าความเชื่อหรือศรัทธา ๔ อย่าง เป็นความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับกรรม กฎแห่งกรรมจึงเป็นคำสอนที่สำคัญในพระพุทธศาสนา ผู้เป็นชาวพุทธทุกคนจึงควรเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ควรพยายามศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ชาวพุทธที่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรมหาใช่ชาวพุทธที่แท้จริงไม่ เขาเป็นเพียงชาวพุทธแต่เพียงในนาม ศาสนาพุทธมีประโยชน์แก่เขาเพียงใช้กรอกแบบฟอร์ม เพื่อไม่ให้ถูกว่าเป็นคนไม่มีศาสนาเท่านั้นเอง
.
     คนที่เชื่อในเรื่องกรรม ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่เชื่อ คนที่เชื่อเรื่องกรรมย่อมสามารถอดทนรับความทุกข์ยากลำบาก ความผิดหวัง ความขมขื่น และเคราะห์ร้ายที่เกิดแก่ตนได้ เพราะถือว่าเป็นกรรมที่ทำมาแต่อดีต ไม่ตีโพยตีพายว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำดีแล้วไม่ได้ดี คนที่เชื่อในเรื่องกรรมจะยึดมั่นอยู่ในการทำความดีต่อไป จะเป็นผู้สามารถให้อภัยแก่ผู้อื่น และจะเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ
.
     คนที่ประกอบกรรมทำชั่วทั้งกาย วาจา และใจ ส่วนใหญ่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องบุญและบาป ไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิด คนพวกนี้เกิดมาจึงมุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติและความสุขสบายให้แก่ตัว โดยไม่คำนึงว่าทรัพย์สมบัติหรือความสนุกสนานที่ตนได้มาถูกหรือผิด และทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนหรือไม่
.
     สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน กรรมนั้นย่อมเป็นของเราโดยเฉพาะ และเราจะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น จะโอนให้ผู้อื่นไม่ได้ เช่น เราทำกรรมชั่วอย่างหนึ่ง เราจะต้องรับผลของกรรมชั่วนั้น จะลบล้างหรอโอนไปให้ผู้อื่นไม่ได้ แม้ผู้นั้นจะยินดีรับโอนกรรมชั่วของเราก็ตาม กรรมดีก็เช่นเดียวกัน ผู้ใดทำกรรมดี กรรมดีย่อมเป็นของผู้ทำโดยเฉพาะ จะจ้างหรือวานให้ทำแทนกันหาได้ไม่ เช่นเราจะเอาเงินจ้างผู้อื่นให้ประกอบกรรมดี แล้วขอให้โอนกรรมดีที่ผู้นั้นทำมาให้แก่เราย่อมไม่ได้ หากเราต้องการกรรมดีเป็นของเรา เราก็ต้องประกอบกรรมดีเอง เหมือนกับการรับประทานอาหาร ผู้ใดรับประทานผู้นั้นก็เป็นผู้อิ่ม
.
     มนุษย์เรามีภาวะความเป็นไปต่าง ๆ กัน เช่น ดีหรือชั่ว รวยหรือจน เจริญหรือเสื่อม สุขหรือทุกข์ ก็เนื่องจากกรรมของตนเองทั้งสิ้น และกรรมใดที่ทำลงไปจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม ย่อมให้ผลตอบแทนเสมอ และย่อมติดตามผู้ทำเสมือนเงาติดตามตน หรือเหมือนกับล้อเกวียนที่หมุนตามรอยเท้าโคไปฉะนั้น ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย หากเราทำกรรมดีเราก็ได้รับความสุขความเจริญ กรรมดีจึงเหมือนกัลยาณมิตรที่คอยให้ความอุปการะ และส่งเสริมให้เราประสบแต่ความสุขและความเจริญ แต่ถ้าเราทำกรรมชั่ว กรรมชั่วก็คอยล้างผลาญเราให้ประสบแต่ความทุกข์และความเสื่อม
.
ความหมายและชนิดของกรรม
.
     คนส่วนมากเข้าใจว่ากรรมคือการกระทำ ความเข้าใจนี้ไม่ผิด แต่เป็นความเข้าใจที่ยังไม่รัดกุมและถูกต้องทั้งหมด เพราะมีการกระทำบางอย่างที่ไม่นับว่าเป็นกรรม กรรมแท้จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ๒ ประการ คือ ผู้ทำมีเจตนา และการกระทำนั้นจะต้องให้ผลเป็นบุญหรือเป็นบาป ที่ว่าผู้ทำมีเจตนา มีหลักการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ไว้ใน นิพเพธิกปริยายสูตร ฉักกนิมาต อังคุตตรนิกายว่า
.
     เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม
.
     เจตนาก็ได้แก่ ความตั้งใจหรือความรับรู้ ซึ่งแบ่งไว้เป็น ๓ อย่างคือ
.
     ๑. บุรพเจตนา    เจตนาก่อนทำ
.
     ๒. มุญจนเจตนา  เจตนาในเวลาทำ
.
     ๓. อปราปรเจตนา เจตนาเมื่อได้ทำไปแล้ว
.
     การกระทำโดยมีเจตนาเกิดขึ้นในตอนใดตอนหนึ่งถือว่าเป็นกรรมทั้งสิ้น ส่วนการกระทำที่ไม่มีเจตนา คือใจไม่ได้สั่งให้ทำ ไม่จัดว่าเป็นกรรม เช่นคนเจ็บซึ่งมีไข้สูง เกิดเพ้อคลั่ง แม้จะพูดคำหยาบออกมา เอามือหรือเท้าไปถูกใครเข้าก็ไม่เป็นกรรม ในทางวินัยก็ยกเว้นให้พระที่วิกลจริตซึ่งล่วงเกินสิกขาวินัยไม่ต้องอาบัติ ทั้งนี้ก็โดยหลักเกณฑ์ที่ว่า ถ้าผู้ทำไม่มีเจตนา กระทำแล้วการกระทำนั้นก็ไม่เป็นกรรม
.
     ส่วนหลักเกณฑ์ข้อที่ ๒ ที่ว่า การกระทำนั้นจะต้องให้ผลเป็นบุญหรือเป็นบาป ก็เพื่อแยกการกระทำของพระอรหันต์ออกจากการกระทำของปุถุชน เนื่องจากพระอรหันต์เป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ไม่มีความยึดถือในตัวตน การกระทำเรียกว่า อัพยากฤต ไม่นับว่าเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว บุญและบาปก็ไม่มี การกระทำของพระอรหันต์จึงไม่เรียกว่า กรรม แต่เรียกว่า กิริยา ส่วนปุถุชนยังมีความยึดมั่นในตัวตนอยู่ จะทำอะไรก็ยังยึดถือว่าตนเป็นผู้กระทำ การกระทำของปุถุชนจึงเป็นกรรม ย่อมจะก่อให้เกิดวิบากหรือผลเสมอ กรรมดีก็ก่อให้เกิดบุญ ส่วนกรรมชั่วก็ก่อให้เกิดบาป
.
     คนบางคนเข้าใจว่ากรรมหมายถึง สิ่งไม่ดีคู่กับเวร หรือบาป เช่นที่เรียกว่า เวรกรรม หรือ บาปกรรม ตรงกันข้ามกับฝ่ายข้างดีซึ่งเรียกว่าบุญ ทั้งนี้เพราะเราได้ใช้คำว่ากรรมในความหมายที่ไม่ดี เช่นเมื่อเห็นใครต้องประสบเคราะห์ร้ายและถูกลงโทษ เราก็พูดว่ามันเป็นเวรกรรมของเขา หรือเขาต้องรับบาปกรรมที่เขาทำไว้ แต่ความจริงคำว่ากรรมเป็นคำกลาง ๆ หมายถึงการกระทำตามที่กล่าวมาแล้ว จะมุ่งไปในทางดีก็ได้ ทางชั่วก็ได้ ถ้าเป็นกรรมดี เราก็เรียกว่า กุศลกรรม ถ้าเป็นกรรมชั่ว เราก็เรียกว่า อกุศลกรรม
.
     กรรมอาจจะจำแนกออกได้เป็นหลายประเภท หากแบ่งตามทางที่ทำก็แบ่งเป็น ๓ ทาง ได้แก่
.
     ๑. กายกรรม กรรมที่ทำทางกาย
.
     ๒. วจีกรรม กรรมแสดงออกทางวาจา
.
     ๓. มโนกรรม  กรรมทางใจ
.
     ในกรรมบถ ๑๐ แบ่งกรรม ๓ ทางนั้นเป็นฝ่ายกุศลและฝ่ายอกุศล แต่ละฝ่ายมีรายละเอียดของกรรมหรือการกระทำดังนี้
.
     กายกรรมหรือกรรมทางกาย แบ่งเป็นฝ่ายละ ๓ คือ
.
๑.  ฝ่ายอกุศล ได้แก่ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ และผิดประเวณี
.
๒.  ฝ่ายกุศล คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ และเว้นจากการผิดประเวณี
.
วจีกรรม แบ่งเป็นฝ่ายละ ๔ คือ
.
๑. ฝ่ายอกุศล ได้แก่ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ
.
๒. ฝ่ายกุศล ได้แก่ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ และเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
.
มโนกรรม แบ่งเป็นฝ่ายละ ๓ คือ
.
๑.  ฝ่ายอกุศล ได้แก่ เพ่งเล็งทรัพย์ผู้อื่น ปองร้าย และเห็นผิดจากคลองธรรม
.
๒.  ฝ่ายกุศล ได้แก่ ไม่เพ่งเล็งทรัพย์ผู้อื่น ไม่ปองร้าย และเห็นชอบตามคลองธรรม
.
ตามที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าแม้แต่การนึกคิดก็จัดว่าเป็นกรรมแล้ว เช่นเราคิดจะลักทรัพย์หรือทำร้ายคนอื่น แม้จะยังไม่ลงมือทำก็ถือเป็นกรรมชั่วแล้ว ซึ่งจะต้องมีผลตอบแทนแล้ว ผิดกับการลงโทษตามกฎหมายอาญา ซึ่งจะลงโทษได้ก็ต่อเมื่อผู้กระทำ ได้เตรียมการหรือลงมือกระทำแล้วเท่านั้น ลำพังความคิดที่จะกระทำความผิดยังหามีโทษไม่ ตามที่กฎหมายอาญาไม่เอาโทษการคิดที่จะกระทำความผิด ก็เพราะเป็นการยากที่จะพิสูจน์ความนึกคิดของบุคคล และเห็นว่ายังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่หลักของกรรม ถือความคิดชั่วเป็นความผิด ก็เนื่องจากว่าแม้ว่าคนอื่นยังไม่เสียหาย ผู้คิดเองก็เสียหาย ฉะนั้นจึงต้องมีวิบากติดตามมา จะเห็นได้ว่า การสนองผลของกรรมมีขอบเขตกว้างขวางกว่าการลงโทษของกฎหมายบ้านเมืองมาก
.
กรรม ๑๒ ประเภท
.
     ในหนังสือวิสุทธิมรรค ซึ่งแต่งโดยพระพุทธโฆษาจารย์ พระเถระชาวอินเดีย ได้แบ่งกรรมไว้ ๑๒ ประเภท ตามกาลเวลา ตามหน้าที่ และตามความหนักเบา
.
กรรมให้ผลตามเวลา
.
๑.  ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม  กรรมให้ผลในชาตินี้
.
๒.  อุปปัชชเวทนียกรรม  กรรมให้ผลในชาติหน้า
.
๓.  อปราปรเวทนียกรรม  กรรมให้ผลในชาติต่อ ๆ ไป
.
๔.  อโหสิกรรม  กรรมที่เลิกให้ผล คือให้ผลเสร็จไปแล้ว หรือหมดโอกาสจะให้ผลต่อไป
.
กรรมให้ผลตามหน้าที่
.
๕. ชนกกรรม  กรรมที่แต่งมาดีหรือชั่ว
.
๖. อุปถัมภกกรรม  กรรมที่สนับสนุน คือ ถ้ากรรมเดิมหรือชนกกรรมแต่งดี ส่งให้ดียิ่งขึ้น กรรมเดิมแต่งให้ชั่ว ก็ส่งให้ชั่วยิ่งขึ้น
.
๗. ปุปปีฬกกรรม  กรรมบีบคั้นหรือขัดขวางกรรมเดิม คอยเบียนชนกกรรม เช่นเดิมแต่งมาดี เบียนให้ชั่ว เดิมแต่งมาชั่ว เบียนให้ดี
.
๘. อุปฆาตกกรรม  กรรมตัดรอน เป็นกรรมพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เช่นเดิมชนกกรรมแต่งไว้ดีเลิศ กลับทีเดียวลงเป็นขอทานหรือตายไปเลย หรือเดิมชนกกรรมแต่งไว้เลวมาก กลับทีเดียวเป็นพระราชาหรือมหาเศรษฐีไปเลย
.
กรรมให้ผลตามความหนักเบา
.
     ๙. ครุกรรม  กรรมหนัก กรรมฝ่ายดี เช่น ทำสมาธิจนได้ฌาน กรรมฝ่ายชั่ว เช่นทำอนันตริยกรรม มีฆ่าบิดามารดาเป็นต้น เป็นกรรมที่จะให้ผลโดยไม่มีกรรมอื่นมาขวางหรือกั้นได้
.
๑๐. พหุลกรรม  กรรมที่ทำจนชิน
.
๑๑. อาสันนกรรม กรรมที่ทำเมื่อใกล้ตาย หรือที่เอาจิตใจจดจ่อในเวลาใกล้ตาย อาสันนกรรม ย่อมส่งผลให้ไปสู่ที่ดีหรือชั่วได้ เปรียบเหมือนโคแก่ที่อยู่ปากคอก แม้แรงจะน้อย แต่เมื่อเปิดคอกก็ออกได้ก่อน
.
๑๒. กตัตตากรรม  กรรมสักแต่ว่าทำ คือ เจตนาไม่สมบูรณ์ อาจจะทำด้วยความประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ก็อาจส่งผลดีร้ายให้ได้เหมือนกัน ในเมื่อไม่มีกรรมอื่นจะให้ผลแล้ว
.
เหตุที่คนคิดว่าทำดีไม่ได้ดี
.
       มีคนบางคนที่ทำกรรมชั่ว แต่กลับปรากฏว่าเป็นคนร่ำรวย มีอำนาจวาสนา มีคนเคารพยกย่อง ส่วนคนบางคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันขันแข็ง กลับยากจน มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก หรือคนบางคนไม่ค่อยทำงานอะไร คอยประจบสอพลอและรับใช้เจ้านาย กลับได้ดี ได้เลื่อนเงินเดือนและตำแหน่ง ส่วนคนบางคนตั้งใจทำงานแต่ไม่ประจบเจ้านาย ไม่ค่อยรับใช้คุณหญิงคุณนายของเจ้านาย กลับไม่ได้ดี จึงทำให้คนคิดไปว่ากฎแห่งกรรมจะไม่จริง คำสั่งสอนที่ว่า
.
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ        ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
.
คงจะไม่เป็นความจริงเสียแล้ว การที่บางคนเห็นว่าทำดีไม่ได้ดี หรือทำชั่วไม่ได้ชั่ว เนื่องจากไม่เข้าใจ ๒ ประการ
.
       ประการแรก ไม่เข้าใจในเรื่องการให้ผลของกรรม
.
       ประการสอง ไม่เข้าใจในความหมายของคำว่าได้ดีและได้ชั่ว
.
การให้ผลของกรรม
.
       การให้ผลของกรรมมีสองชั้น คือ การให้ผลของกรรมชั้นธรรมดาอย่างหนึ่ง และการให้ผลของกรรมในชั้นศีลธรรมอีกอย่างหนึ่ง การให้ผลของกรรมชั้นธรรมดา เป็นการให้ผลโดยไม่คำนึงถึงว่าถูกหลังความชอบธรรมหรือไม่ เช่นนาย ก. โกงเงินหลวง หรือขโมยทรัพย์มา นาย ก. ก็จะได้เงินนั้นมา และถ้านาย ก. ใช้เงินซื้อบ้าน นาย ก. ก็จะได้อยู่บ้านนั้น นี่เป็นการให้ผลของกรรมชั้นธรรมดา แต่การให้ผลของกรรมหาได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้นไม่ กรรมที่ทำลงไปยังจะให้ผลในชั้นศีลธรรมอีก คือ ถ้าทำดีจะต้องได้รับผลดีอย่างแน่นอน และถ้าทำชั่วก็จะต้องได้รับผลชั่วอย่างหลีกไม่พ้น
.
       กรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาตินี้ เรียกว่า ทิฎฐธรรมเวทนียกรรม กรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาติหน้า ที่เรียกว่า อุปปัชชเวทนียกรรมกรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาติต่อ ๆ ไป ที่เรียกว่า อปราปรเวทนียกรรม
.
       การปลูกพืชหรือต้นไม้ ไม่ใช่พอวางเมล็ดลงไปในดิน พืชหรือต้นไม้จะขึ้นและให้ผลทันที พืชบางอย่างก็ให้ผลเร็ว พืชบางอย่างก็ให้ผลช้าเป็นปี ๆ เช่นข้าว เพียง ๔-๕ เดือนก็ให้ผล แต่ต้นมะพร้าวหรือทุเรียน กว่าจะให้ผลก็ใช้เวลาถึง ๕ ปี
.
       การที่คนทำความชั่วยังได้ดีมีสุขอยู่ จึงเป็นเพราะกรรมชั่วยังไม่ให้ผล กรรมดีที่เขาเคยทำยังเป็น อุปัตถัมภกกรรม คอยสนับสนุนอยู่ เมื่อใดที่กรรมดีอ่อนกำลังลง กรรมชั่วก็จะมาเป็น อุปฆาตกรรม ทำให้ผู้นั้นต้องเปลี่ยนสภาพไปอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เช่นเศรษฐีอาจจะต้องเป็นยาจก เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจวาสนา อาจจะถูกฟ้องร้องต้องโทษจำคุก หรือต้องเที่ยวหลบหนีเร่ร่อนไม่มีแผ่นดินจะอยู่
.
       คนที่ไม่เชื่อเรื่องของกรรม มักจะมองเห็นผลของกรรมชั้นธรรมดา เป็นผู้มีสายตามืดมัว มองไม่เห็นการให้ผลของกรรมชั้นศีลธรรม บุคคลเหล่านี้มักจะเป็นคนไม่เชื่อในเรื่องตายแล้วเกิด คิดว่าคนเราเกิดมาเพียงชาตินี้ชาติเดียว ก็สิ้นสุดลง คนพวกนี้เมื่อทำความชั่วและความชั่วยังไม่ให้ผลก็คิดว่าตนเป็นคนฉลาด ดูถูกพวกที่เชื่อเรื่องกรรมว่าเป็นคนโง่ งมงาย คนพวกนี้เหมือนคนที่กินขนมเจือยาพิษ ตราบใดที่ยาพิษยังไม่ให้ผลก็คิดว่าขนมนั้นเอร็ดอร่อย สมตามพุทธภาษิตที่ว่า
.
มธุวา มญฺญติ พาโล ยาว ปาปํ น มุจฺจติ        คนโง่ย่อมจะเห็นบาปเป็นน้ำผึ้ง ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล
.
       การให้ผลของกรรม อาจแบ่งเป็นการให้ผลทางจิตใจ และการให้ผลทางวัตถุ
.
       การให้ผลทางจิตใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ทำโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่น เมื่อทำไปแล้วก็ได้รับผลทันที คือเมื่อทำกรรมดี ก็จะได้รับความสุขความปีติ แต่ถ้าทำกรรมชั่ว ก็จะทำให้จิตใจเศร้าหมอง เป็นทุกข์ ส่วนการให้ผลทางวัตถุเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับผู้อื่น จะทำให้ได้ดียากมาก
.
       คนทำดี จะให้ได้ดีทางวัตถุ ต้องประกอบด้วยหลัก ๔ ประการคือ
.
๑. คติสมบัติ ทำดีให้ถูกสถานที่
.
๒. อุปธิสมบัติ ทำดีให้ถูกตัวบุคคล
.
๓.  กาลสมบัติ ทำดีให้ถูกเวลา
.
๔.  ปโยคสมบัติ ต้องทำดีให้ติดต่อกันไปเรื่อย ๆ
.
การที่คนทำกรรมดีและหวังผลดีในทางด้านวัตถุ เช่น หวังลาภ ยศ และสรรเสริญ แต่ไม่ได้รับผลดีตามต้องการ อาจจะเพราะไม่เข้าตามหลัก ๔ ประการข้างต้น คือ ไปทำความดีกับบุคคลที่ไม่มีความดี เช่น เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่เจ้านายของเราเป็นคนคอรัปชั่น การทำความดีของเราย่อมไม่เป็นที่ชื่นชมของเจ้านายของเรา การทำดีกับบุคคลเหล่านี้ก็ไม่ผิดอะไรกับเอาเมล็ดพืชทิ้งลงไปบนหิน หรือพื้นดินแห้งแล้ง ฉะนั้นการทำความดีเราควรจะหวังผลในทางจิตใจมากกว่าวัตถุ บางคนอาจจะ ทำความดีจริงแต่อาจจะทำไม่ถึงดี คือ ทำดีเพียงเล็กน้อยแล้วก็หวังผลแห่งความดีนั้น เมื่อไม่ได้รับผลตอบแทนก็หมดกำลังใจ แล้วก็บอกว่าทำดีไม่เห็นได้ดี คนพวกนี้เหมือนคนปลูกพืชรดน้ำพรวนดินนิดหน่อย ก็หวังที่จะให้พืชได้ผล
.
ความหมายของคำว่าได้ดีและได้ชั่ว ในทางโลกและทางธรรม มีความหมายแตกต่างกัน
.
ในทางโลก มักจะมองเห็น การได้ดีและได้ชั่วเป็นเรื่องทางวัตถุ เมื่อกล่าวว่าคนนั้นได้ดีก็มักจะหมายความว่า ผู้นั้นได้ลาภและยศ เช่นได้ทรัพย์สมบัติ ได้อำนาจวาสนา หรือได้ตำแหน่งหน้าที่การงานดีขึ้น เมื่อไม่ได้สิ่งเหล่านี้ก็เข้าใจว่าไม่ได้ดี
.
ในทางธรรม การได้ดีหรือได้ชั่วเป็นเรื่องของจิตใจ การได้ดีหมายถึง การทำให้จิตใจดีขึ้น ทำให้ธาตุแห่งความดีในตัวเองเรามีมากขึ้น ทำให้จิตใจของเราสะอาด สว่าง สงบยิ่งขึ้น ส่วนการได้ชั่ว หมายถึงการทำให้จิตใจต่ำลง เลวลง ทำให้จิตใจมืดมัวยิ่งขึ้น คำว่าได้ดีจึงความถึงความดี และคำว่าได้ชั่ว จึงหมายถึงความชั่ว หากเราจะพูดว่า ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว ก็จะทำให้เข้าใจในเรื่องได้ดีและได้ชั่วดีขึ้น
.
บุคคลที่กระทำกรรมอะไรลงไป ย่อมจะได้รับผลในทางจิตใจทันที เมื่อทำกรรมดี เช่น ทำบุญตักบาตร ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ก็จะทำให้จิตใจดีขึ้น มีความปีติ และความสุขในกรรมดีที่ตนทำ ในเมื่อกรรมที่ทำเป็นกุศลกรรมจริง ๆ คือทำด้วยจิตใจที่เป็นกุศล ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ด้วยความโลภหรือด้วยอกุศลเจตนา หรือหวังผลตอบแทน
.
ที่มา และ โพสโดย dhammatharn
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 180

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham