Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - มดเอ๊กซ

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 658
1

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต

“รอยปริแตกของสรรพสิ่ง นับเป็นสภาวะที่เป็นนัยของการเรียนรู้ที่จะเยียวยา ซ่อมแซม และแก้ไขให้คืนกลับมาสู่สภาพ...ท่ามกลางความลึกเร้นแห่งใจอันเปราะบางและยับเยิน สำนึกรู้ในทางจิตวิญญาณอันล้ำลึกและสูงส่งผ่านธารสำนึกของตัวบุคคลย่อมคือรูปรอยทางความคิดที่มีค่า...เป็นประจักษ์พยานอันสำคัญต่อการเรียนรู้และรับรู้ในวิถีแห่งเจตจำนงที่ต้องปรับแต่งแก้ไข...ภาวะดังกล่าวนี้คือปรากฏการณ์ทางความคิดที่แทรกอยู่กับตัวตนของคนทุกคน..สุดแต่ว่าใครจะหยั่งเห็นได้..เพียงนั้น....”

นี่คือนัยสำคัญที่ถอดรูปรอยความหมายออกมาจากหนังสืออันทรงคุณค่าของยุคสมัยเล่มสำคัญ “คินสึงิ”(Kintsugi):ความงามของบาดแผลแห่งชีวิต..งานเขียนของ “โทมัส นาวาโร” (Thomas Navarrow)จิตแพทย์ชื่อดังชาวสเปนผู้มีผู้บาดเจ็บทางใจเป็นคนไข้มายาวนานหลายสิบปี/เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในการเยียวยารักษาด้วยมุมมองของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อความพังพินาศในชีวิต...การเรียนรู้จากชิ้นส่วนอันแตกหักที่ถูกเก็บกอบขึ้นมา เพื่อประจงใช้สมานรอยแผลให้งดงามและดำรงอยู่ต่อไป

อาจกล่าวได้ว่าผู้คนในยุคสมัยของวันนี้ ล้วนต่างมีภาวะอาการที่เหงา เศร้าซึม และหมดไฟที่จะใฝ่หาสิ่งอันเป็นแรงใจ ทุกคนดูเหมือนว่าต่างเต็มไปด้วยอาการที่บอบช้ำและเจ็บช้ำ ความรู้สึกเช่นนี้แม้บางคนจะหายไปได้ง่ายๆในบางครั้ง..แต่กับส่วนใหญ่กลับจะดำดิ่งอยู่กับหายนะทางความรู้สึก จนไม่สามารถดึงตัวเองออกมาให้พ้นจากความทุกข์เศร้าอันแสนจะทรมานนั้นได้..

แบบแผนแห่งการใช้เทคนิค”คินสึงิ”อันหมายเทคนิคแห่งการผนึกเครื่องปั้นดินเผาที่แตกหักให้กลับมาเข้าด้วยกันในสภาพที่ดีเหมือนเก่าจากการซ่อมแซมด้วยทองคำ..ที่ถือเป็นการนำมาประยุกต์ใช้กับวิธีการที่เรียกกันว่า “Kinsukoroi” อันหมายถึง..การช่วยรักษาและปลดปล่อยคนออกจากความเศร้า และ ความเหงาเศร้า..ได้ไม่ยาก..

เด๋วมา จัดเนื้อหา เอาไปอ่านก่อน

https://siamrath.co.th/n/215734

3


วะบิ-ซะบิ รอยตำหนิแห่งสุนทรียะ ตอนที่ 2 : “ซะบิ” (寂) ความหยาบกร้านที่งดงาม

ซะบิ (寂) ความหมายนัยตรงคือ ความหยาบ
ผิวสัมผัสที่กร้านเหมือนโลหะขึ้นสนิม นี่คือคุณลักษณะของเครื่องเคลือบสมัยซ่งแบบ เจี้ยนเย่า (建窯) และ จี๋โจวเย่า (吉州窯) นั่นเอง เพียงแต่เมื่อผสมกับความเป็นเซนที่ต้องถ่อมตนในคุณค่า ปรมาจารย์ชาในญี่ปุ่นไม่เพียงเลือกเครื่องเคลือบที่มีผิวแบบซะบิ แต่ยังเลือกชิ้นที่มีคุณค่าแบบซะบิ คือราคาถูกจนไร้ความหมายในแง่ศิลปะด้วย

เอาลิ้งไป อ่านก่อน เด๋ว มาไล่แต่ง กระทู้
https://becommon.co/culture/wabi-sabi-sabi-esthetic/



4
วะบิ-ซะบิ รอยตำหนิแห่งสุนทรียะ ตอนที่ 1 : “วะบิ” (侘) ความเรียบง่ายจาก ‘ซ่ง’ ถึง ‘เซน’



“วะบิ ซะบิ” เป็นคำที่สร้างความสับสนที่สุดคำหนึ่งในหมู่ผู้สนใจสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น
อย่างแรก สับสนกันว่ามันควรแปลเป็นภาษาอื่น (อังกฤษ หรือ ไทย) ว่าอย่างไร?

อย่างที่สอง มักเข้าใจไขว้เขวกันว่า วะบิ-ซะบิ คือความเป็น “เซน” อย่างหนึ่ง

ประเด็นแรก คำว่า วะบิ (侘) มีความหมายที่กว้างขวาง โดยความหมายตรงออกจะให้ความรู้สึกผสมผสานระหว่างความพึงพอใจในความพร่อง ความสับสนในใจ ความผิดหวังที่เปล่าเปลี่ยว ฯลฯ ราวกับเป็นคำที่สะท้อนอารมณ์ที่ประเดประดังของศิลปินที่สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่จากความคลุมเครือของจิตใจ

วะบิ ในความหมายนี้ไม่ได้สะท้อน “เซน” ออกมา แต่เป็นสภาวะของผู้ที่อยู่ในอบายภูมิ จมจ่อมกับอารมณ์ที่พาใจดิ่งสู่ความลึกไร้ที่สิ้นสุด เป็นความลึกซึ้งที่ “เซอร์เรียล” ที่ต่างจากเซนที่เป็นความลึกซึ้งที่ “เรียล”


พระพุทธรูปโลหะหุ้มทองคำ สมัยราชวงศ์ถัง ค.ศ.618 – 907 (Photo: metmuseum.org)



ยุคคะมะกูระเป็นยุคที่วัฒนธรรมของชนชั้นนักรบได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยมีวัฒนธรรมของชนชั้นปกครองเป็นรากฐาน (Photo: ukiyo-e.org)

ในยุคโบราณของญี่ปุ่นปรัชญาที่ชี้นำชนชั้นสูงมาจากพุทธศาสนาหกนิกายหรือ นันโตโรกุชู (南都六宗) เป็นพุทธปรัชญามีความซับซ้อนเพราะอิงกับอภิธรรม สุนทรียศาสตร์ก็มุ่งเน้นความงามอันสมบูรณ์แบบ มัณฑศิลป์ต้องประกาศความอลังการ ฉันทศาสตร์ต้องมีนัยอันลึกซึ้งโยงใยกับวรรณกรรมและไวยากรณ์คลาสสิก นี่คือลักษณะของปรัชญาและสุนรียศาสตร์ที่ญี่ปุ่นยุคโบราณรับมาจากจีนสมัยราชวงศ์ถัง

ดังนั้น ความเป็น ‘ถัง’ คือความอลังการทั้งจิตวิญญาณและศิลปะ


ภาพวาดพระโพธิสัตว์ สมัยราชวงศ์ถัง ค.ศ.618 – 907 (Photo: chineseculturalstudiescenter.org)



ลำบากนิดหน่อย จิ้มกด ทำจากมือถือ ขอแต่งกระทู้หน่อย

เอามาจากลิ้ง คุณนักเขียน ท่านนี้ นะ

คุณ กรกิจ ดิษฐาน https://becommon.co/culture/wabi-sabi-wabi-simply/









5



ความหมายแรก รัก คือ โอบกอด การไกล้ชิด  ปกป้อง ดูแล สมหวัง ความสุข
อีกความหมาย รัก คือ กล้าที่จะปล่อยมือ ให้อิสระ ปล่อยให้อีกฝ่ายมีความสุข แม้ไม่ใช่เรา เจือความเศร้า แต่สุขใจ อิ่มใจ เต็มใจ อยู่ภายใน นิยามหลังยากที่สุด เราเข้าใจหม่องสะ เขียนไปน้ำตาไหลเลย

ช่วงแรก ใจเราธรรมดา ก็ ประทับใจอยู่ แต่ มาฉาก หม่องสะ ปรากฏกาย เสียงซออู้ กรีดดดด เขย่าอารมณ์ จนขนลุกเลย ข้างในเราสะอื้น เอามือคลำเบ้า ตา อ้าว น้ำตาไหล ฮ่า ๆๆๆ

ชอบละครแนวพีเรียด ย้อนยุค ใน มุมมอง ใหม่ ๆ รสละมุน ดีต่อใจ มาก ทำต่อไป นะ ครับ ท่านทีมงาน

**ซีรี่ จากเจ้าพระยาสูอิรวดี ตอนจบ ฉากคลายปม ริมอิรวดี ใต้ต้นอุทุมพร( มะเดื่อ ) พักครึ่ง ช่วง ดูหนัง ดูเรา ดูโลก ดูละคร ย้อน ดูตัว ใน อารมณ์แบบ โลก ๆ

6


ไซอิ๋ว มี ตอนหนึ่ง จำได้ว่า มีคณะ หลวงจีนบ้าพลัง  กลุ่มหนึ่ง ลากอิฐหินปูนทรายขึ้นเขา ทางลัดไม่ขึ้น ดันมาขึ้นทางยาก ทางไกล ทางวิบาก อีลิงจ๋อ หงอคง ฤทธิ์แกเยอะ มองเห็นหลวงจีนบ้าพลัง แล้วจึง ถอนขน เสกเป็น หงอคง โคลนนิ่ง อีกเป็นร้อย เป็นพัน จำแลงร่างหดซ่อน อยู่ในซอกเล็บของ คณะหลวงจีน บ้าพลังทั้งหลาย เรียกว่า ให้ไปคุ้มครอง น่ะ แหละ  เออ ลืมบอกไปว่า ใน ขณะที่ลากอิฐหินปูนทรายขึ้นเขา บรรดาหลวงจีนบ้าพลัง เปล่งเสียง ว่า " มหาพลังโพธิสัตว์  ๆๆๆ " ไปตลอดทาง  ปริศนาธรรมแฝงอยู่ในบทนี้ เราคิดแตกแขนงเพิ่มเติม รายละเอียดไปอีก จิตลิง ไอ้จ๋อในใจ อดไม่ได้ คิดขบ จนเราโอเค เออใช่ ในความแว๊บ ปิ๊ง ๆ ในหัว

มือ ซอกเล็บ สิบนิ้ว หมู่คณะ ล้วนมีความหมาย ในทางธรรม แทบทั้งสิ้น ใครอยากฟัง คราหน้า ข้าน้อยผู้โง่งม ผสมบ้า จะมาเฉลยให้ฟัง เด้อ พี่น้อง มิตรรักแฟนเพลง  อิ อิ อิ





7


ฉันเหลือเพียงแค่นี้
ข้าวสวยในจานหนึ่งเมล็ด
มอบให้นกกระจอก

- ไฮกุ -

** ข้างทาง ข้าวก็อร่อย ทำเอาเรากินจนเกือบหมด อ้าว เหลือ ข้าวสุกติดจาน เพียงเมล็ดเดียว นกกระจอกจร บินหลงมาตัวหนึ่ง ก็โยนให้มันไป ก็เหลือแค่นี้ จริง ๆ  นะเธอ

8


มะม่วงเขียวต้นเตี้ย
มันออกลูกดกห้อยโตงเตง
ชนหัวสามเณร

- ไฮกุ -

* รูป คือ รูป ซัดกัน ตรง ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ใน โลกแห่งปรากฏการณ์ สิ่ง เล็ก ๆ ใน จักรวาล สุดแสนเรียบง่าย และ ธรรมดา

9



สีดำกลางอากาศ
เสียงลูกเจี๊ยบร้องลอยผ่านหัว
อยู่ในปากอีกา

-ไฮกุ-

** เคยไปทำบุญ ที่ วัดป่าบนภูเขา ตอนเย็นมีคนโปรยข้าวให้ไก่ป่ากิน ไก่เยอะมาก ไอ้เราก็ บังเอิญเดินผ่าน ไวมาก เสียงอีกาตีปีกผ่านหัวเรา เสียงแม่ไก่ร้องตกใจ เสียงที่แหลมเล็ก     สะเทือนใจ คือ เสียงร้องของลูกเจี๊ยบ ที่ไปกับอีกา มัจจุราชปีกดำ ใช่ครับ ลูกไก่ มันโดนอีกาคาบไป จาก อกแม่ไก่ เอาไปกินนะสิครับ นี่แหละโลก โลกแห่งสรรพสัตว์ โลกแห่งหยาดน้ำค้าง โลกแห่งหยาดน้ำตา โลกแห่งทุกข์ และ โลกแห่งพุทธะ ในที่เดียวกัน ลามะรูปหนึ่ง ว่าไว้ มุมหนึ่งผีเสื้อโบยบินท่ามกลางดอกไม้ อยู่ ข้าง ๆ พยัคฆ์จ้องตะปบเหยื่อ โลกแห่งทวิภาวะ ดีชั่ว ดำขาว สุขทุกข์  มายาซ่อนความจริง ความจริงเผยตัวจากมายา สุดแต่ปัญญา พิจารณา นี่แหละหนา คือ โลก







10


กระทู้  มองภาพ มองไฮกุ อ้าว ภาพหาย ลิ้งเน่า เห็นทีจะต้องหาใหม่ ซะแล้ว ลืมแค๊ปเจอ อะจิ เศร้า ๆ หม่น ๆ นิด ๆ ถอนหายใจ ภาวนา น้อย ๆ ภายใน เกิดดับลับลา เป็น ธรรดา อนิจจัง ล่ะ ถอนหายใจ ยาว ๆ ลึก ๆ ทำใหม่ พลังมา

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 658

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham