ใต้ร่มธรรม

อริยะสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมอันดี => พระอริยบุคคล => ข้อความที่เริ่มโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:40:28 PM

หัวข้อ: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:40:28 PM
(http://www.watpa.com/images_forum/2480.jpg)

คำสอนหลวงปู่ท่อนนี้ได้มาจากหนังสือเล่มเล็กๆ ซึ่งได้รับแจก
ชื่อว่า บันทึกธรรมจากหลวงปู่
-ได้จากบ้านผดุงธรรม แถวแจ้งวัฒนะ - เห็นว่าท่านสอนดี จึุงขอสรุปให้ฟังค่ะ

By : Kat_kine


- การแผ่เมตตา ต้องแผ่เป็นอัปปมัญญา  

- ถ้ามีว่าคนนี้รัก ให้มากๆ - คนไม่ชอบใจ ไม่ให้ - แสดงถึงความมีอคติ
- ต้องให้เท่าเทียม ไม่เจาะจง ให้หมด ใจจึงจะเป็นกลาง ให้หมดแหละ
- แผ่เมตตาให้เต็มดวง -พ่อแม่จะได้บุญน้อยลงไปไหม ไม่หรอก

- เหมือนพระอาทิตย์ส่องโลก มันก็สว่างไปหมดทั่วทุกมุมโลก
ทุกคนก็เห็นความสว่างเท่ากันหมด
- เวลาไหนเราไม่ปรุงไม่แต่งไปตามสังขาร -ราคะ โทสะ โมหะ
สังขารปรุงไม่ได้ - เรียกนิพพานชั่วขณะ

- ที่ว่าว่างๆ นั้นคือ -มันว่างจากอารมณ์ยินดียินร้าย - แต่ความรู้ไม่ว่าง
- รู้ชัดทุกลมหายใจ

- หายใจเข้าก็รู้ชัด หายใจออกก็รู้ชัด รู้อยู่ตลอดเวลา - แต่ว่างจากอารมณ์ยินดียินร้าย
-เหมือนดังชามที่ว่าง ไม่มีอะไร
- ให้มีความเมตตาปรารถนากับสรรพสัตว์จริงๆ อย่างไม่มีประมาณ
- ไม่ว่าคนนั้นสัตว์นั้นจะดีกับเราแค่ไหน หรือร้ายกับเราขนาดไหน
- ก็ให้เมตตาปรารถนาดีเท่าเทียมกัน

- อย่าให้มีเลือกที่รักมักที่ชังแม้แต่น้อย - ให้เหมือนดังแม่เมตตาลูก
- ไม่คิดจะทำให้ทุกข์แม้แต่น้อย ทั้งกายวาจาใจ
- ตามดูอาการหลับให้ละเอียด - มันค่อยๆหลับไปอย่างไร


(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:RxE6MDDgdTc59M)
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:43:19 PM
- ให้ดูกระดูกอย่างเดียว ดูจุดเดียว

- อย่าไปพิจารณากาย 32- งานมันมาก เอาอย่างเดียว เอามันให้แจ้ง
- มันก็คลายได้ เอามันอยู่อย่างนั้น

- ผ้าจีวร ให้เป็นผ้าขี้ริ้ว ผ้าราคาถูกแค่ไหน แพงหรือดีแค่ไหน
- กายมันก็ไม่รู้อะไรด้วย - เอามาคลุมกาย กายมันก็เฉยๆ อยู่ไม่เห็นว่าอะไร
- มีแต่กิเลสมันไปยึดโน้นยึดนี้ ยึดสมมติทางโลก
- ต้องอย่างนั้นดี อย่างนี้ไม่ดี แล้วก็ทุกข์เอง


- ถ้าเราเสียเปรียบ เราดีใจ - ถ้าเราได้เปรียบ เราเสียใจ
- อันไหนดีให้เขา - ของเราอย่างไรก็ได้ --> นี่เรียกคนใจเจริญ
- ให้เขานิดเดียว เราเอามากๆ - ไม่ดีเลย
- เราผิดธรรม ตำหนิตัวเอง ใจเราเสื่อม ใจเราไม่ดี

- ให้เอาชนะความตระหนี่เหนียวแน่นด้วยความเสียสละ
- ถ้ายังคิดว่าเราจะเอาชนะคนอื่นด้วยการเอารัดเอาเปรียบเขา
- ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้แพ้(ตนเอง) ตลอดไป


- การปฏิบัติธรรม -อย่าอยากได้ อยากเห็นอยากเป็นใดๆเลย

- ให้รู้มันอยู่อย่างเดียว มีอะไรก็ช่าง รู้อยู่อย่างเดียว
-ถ้าอยากก็ไม่ไปไหน เป็นสมาธิอยู่ก็หลุดจากสมาธิ

- เราปฏิบัติเพื่อความปล่อยวาง เพื่อละความยึดมั่นต่างๆ
เพื่อละความยินดียินร้าย
- เราเป็นผู้ดู ไม่ใช่ผู้บังคับให้มันเป็น
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:43:49 PM
- ครั้งหนึ่ง หลวงปู่นั่งภาวนา แต่ในหมู่บ้านตีกลองเสียงดังมาก
- หลวงปู่จึงเปลี่ยนเสียงที่รำคาญใจเป็นเสียงธรรม
- หูได้ยินอยู่ แต่มันดังเป็นเสียงธรรมที่ใจ
- เสียงของกลอง ป๊ะโทนๆ ป๊ะโทนๆ
- เวลามาดังที่ใจเป็น ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ

- ไม่มีห่วง ไม่มีดีใจ ไม่มีเสียใจ ไม่มีพอใจ ไม่มีหัวเราะ ไม่มีร้องไห้
ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ไม่มีดี ไม่มีเลว- จึงใกล้นิพพาน
- ถ้ายังห่วง -แสดงว่ายังไกลอยู่ ยังเก็บ ยังกอบ ยังกำ ยังโกยอยู่
- แสดงว่ายังห่างอยู่มากอยู่
 
- เราจะไม่ให้มีความห่วงอยู่เลย
- จะไม่ให้มีความตระหนี่ถี่เหนียวมาเป็นใหญ่กว่าใจเราได้เลย
- เราจะขูดออกขัดออก

- น้ำใสน้ำนิ่ง จะเห็นปลา เห็นทรายชัด - ถ้าน้ำกระเพื่อมก็ไม่เห็น
- เปรียบกับจิตที่เป็นหนึ่ง หยุดนิ่งย่อมรู้หมด มีอะไรรู้หมด รู้จิตผู้อื่น
- ต้องทำให้เป็นวสี จึงจะรู้ได้ตลอด

- ถาม - มีสิทธิ์ รู้ได้ไหมครับว่า ใครดี ใครไม่ดี ใครจะโกงเรา
- ตอบ - รู้อยู่ รู้ได้อยู่ที่ใจ แต่นักปราชญ์ท่านไม่รุกรานเขาหรอก
- ถ้าเขาชั่วก็ชั่วของเขา - ถ้าเขาไม่ยอมกลับตัว มันก็ตัวของเขา
- ครูบาอาจารย์ก็บอกไม่ได้แล้ว - เขาทำตัวเขาเอง เรื่องของเขา

- วาจาใดที่ทำให้ตนเองบ้าง ทำให้ผู้อื่นบ้าง ไม่สบายหู ไม่สบายใจ
- วาจานั้นถือว่าเป็นวาจาที่ไม่ควรพูด

- เมื่อนกจับต้นไม้ต้นใด มันก็ถือว่าสักแต่จับอยู่เท่านั้น
- เมื่อบินไปแล้วก็หมดเรื่อง ไม่มีความอาลัยกับต้นไม้นั้น
- ต้องรวมพลังจิตไปอยู่จุดเดียว - จึงเกิดพลังพิเศษ จึงเห็นธรรม


- วางอยู่เสมอๆ
- เราก็จะไม่มี เราก็จะไม่ทุกข์ ไม่สุข ไม่หวง ไม่ห่วง ไม่ติดในห้วงมหรรณพ
-สักว่าแต่อยู่ สักว่าแต่ใช้อาศัยไปเฉยๆ

- ถ้าใจวางก็เหมือนคนตายแล้ว- ไม่มีอะไรจะยึดถือ
- ว่าง...วางเฉย
- ความสันโดษ มักน้อย - เป็นทรัพย์อันประเสริฐของผู้ต้องการความพ้นทุกข์
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:44:57 PM
- ผู้ใดได้รับความสงบมากๆ คนนั้นรวย
- ผู้ใดสะสมกองกิเลสมากๆ มีรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐิพพะ
  ธรรมารมณ์มากๆ ฟุ่มเฟือยอยู่ในกามสุข

- คนนั้นคนจน มีหนทางถึงหายนะแน่นอน
- มัวแต่ห่วงโลกอยู่  เลยไม่ได้ไปพระนิพพาน
- ผู้จะไปพระนิพพานได้ ท่านไม่ห่วง ไม่มีห่วงโลกห่วงใดๆ ทั้งนั้น
 
- เรื่องรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
  ท่านตัดขาดพรวดไปเลย ไม่มีอีกแล้ว
- เรียกว่าตัดกิเลสตาย คลายกิเลสหลุด ถึงวิมุตติ มรรคผลนิพพาน
   สว่างโร่ ไม่มืดอีกแล้ว

- ผู้เจริญย่อมไม่เบียดเบียนใคร ไม่อาฆาตใคร ไม่พยาบาทใคร
- ให้อภัยแก่คนทุกจำพวก ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกับใครเลย
- ต้องพร้อมที่จะให้อภัยอยู่เสมอ - อย่างนี้ ใจเราสบาย

- กิเลสเป็นของร้อนเผาตัวเอง
- ให้รู้เท่ามัน -มันก็ไม่มารบกวนหรอก
- ผู้จะไปพระนิพพาน- ต้องไม่มีอะไรข้องสักอย่าง
- รูปเสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็ไม่ข้อง
- ต้องเป็นผู้เลี้ยงง่าย กินง่าย อยู่ง่าย นอนง่าย มีแต่ง่ายๆ มันก็ไม่ข้อง

- ใครจะว่าชั่วก็ตามที - ใครจะว่าดีก็ตามชัง
- อยู่อย่างนั้นแหละ ไม่มีดี ไม่มีชั่วตามใครทั้งนั้น
- โลกธรรมถูกต้องไม่หวั่นไหว สบายตัวคนเดียวก็พอ

- คนเราชอบหลงหาเรื่องข้องใส่ตัวเอง
- เห็นรูปถูกใจๆ ก็ไปข้อง  - เห็นเสียงถูกใจๆ ก็ไปข้อง
- ได้กลิ่นหอมๆ ถูกใจก็ไปข้อง  - รสอร่อยๆ ก็ไปข้อง
- โผฏฐัพพะเครื่องถูกต้องร่างกาย อยากได้ผ้าดีๆ
  ที่นอนดีๆ ก็เป็นเครื่องข้อง

- โลกทั้งหลาย เขาอยู่ด้วยราคะ โทสะ โมหะ
- ติดกันอยู่แค่นี้ เขาทำไปตามอำนาจกิเลส
- จะไปไหนๆ ทำอะไรๆ ก็เอากิเลสออกหน้า
- ใส่ปุ๋ยให้ราคะ โทสะ โมหะ มันก็ใหญ่โตไปเรื่อยๆ
- เพราะตามใจมันทุกอย่าง

- ทำให้หลง หลงรัก หลงใคร่ หลงอยากได้ หลงยินดี หลงหาทั้งตาปี
- หลงแล้วก็ติด ติดในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
- พอมันพลัดพรากจากเราไปก็เป็นทุกข์ เพระความหลง
- ถ้าไม่เพ่ง ไม่ตัดมันเสียก่อน มันก็มีกำลังอยู่อย่างนั้น
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:45:19 PM
- คนจะรวย ก็เพราะรวยน้ำใจมาก่อน - คนจะจน ก็เพราะจนน้ำใจมาก่อน
- เกิดเป็นมนุษย์ใช้ร่างกายให้คุ้มค่า
ศีลของเราดีหรือเปล่า
ทานของเราดีหรือเปล่า
ภาวนาของเราตั้งใจมั่นหรือเปล่า

- ถ้าไม่แน่วแน่ ยังวอกแวก ไม่เป็นอันเดียว -มันก็งมโข่งไปเรื่อย
- ถ้าเราแน่วแน่ในใจเต็มที่ ไว้วางใจตนเอง เป็นที่เชื่อมั่นในตัวเอง
ไม่เกี่ยวข้องอะไร มีดวงจิตดวงเดียวเท่านั้น

- เวลาตายยิ้มตาย ไม่กลัวอะไรเลย
- ความเกษมสุข ความไม่เศร้าโศก -เป็นมงคล ใจจะรื่นเริงเสมอ
- ถ้าเศร้าโศกจะเสียมงคลไปหมด - เหมือนต้นไม้มันเฉา แล้วน่าดูไหม
- เอาน้ำมารด เอาปุ๋ยมาใส่ ชุ่มชื่นขึ้นมามันเป็นยังไง - มันสดชื่นน่าชม

- เป็นนิมิตก็ดี เป็นอะไรก็ดี - ของเหล่านั้นไม่ใช่เราหรอก
- อย่าไปถือว่าเป็นเรา - มันไม่รู้อะไร มันแค่ปรากฎเป็นตนเป็นตัวขึ้นมา
- เป็นภาพลวงตา ลวงใจเราให้ไปหลงมันซื่อๆ หรอก
- อย่าหลงตะครุบเงา อย่าหลงไปตามสัญญาอารมณ์ ส่งออกนอก
- เห็นนั้น เห็นนี่ ตัวไหนไปเห็น

- หายใจเข้า รู้ -หายใจออก รู้  - อย่าหลงเอามาเป็นเรา เพียงไปเห็นเฉยๆ
- ถ้าเอาลมมาเป็นเรา ก็ตะครุบเงา - ไม่ได้ตะครุบตัวจริง

- ความโกรธทำลายผิวพรรณ - ขี้โกรธ ผิวพรรณจะขี้ริ้ว เป็นไฝ เป็นฝ้า ไม่ดี
- ถ้าไม่มีความโกรธ สีสันวรรณะ จะดี ไม่เปลืองเครื่องสำอางใดๆเลย

- กิเลสมันเหนียวมันแน่น ความตระหนี่ถี่เหนียว เป็นต้น
- เอาอะไรมาขัดมันออก มันเหนียว เหนียวจริงๆ
- ท่านจึงบัญญัติว่า ทานัง เทติ
- ให้ทานเป็นเครื่องขัดเครื่องเกลากิเลสในหัวใจ
- ความตระหนี่ก็จะเบาบางไป - จึงควรทำทานอยู่บ่อยๆ
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:46:03 PM
- ไม่ว่าประเทศไหน -เอาความโลภเป็นหัวหน้าปฏิบัติงาน
- พังทุกราย
- ความโลภเป็นอันตรายแก่ธรรมทั้งหลาย แก่ความเจริญทั้งหลาย
- โลภมากเท่าไร เป็นอันตรายแก่ตัวเองเท่านั้น - รีบกำจัดความโลภ
ด้วยการทำทานขัดเกลากิเลส
- อย่าให้ความตระหนี่ถี่เหนียวมาเป็นนายกุญแจ ปิดกุญแจแห่งกุศลของเรา

- ใครจะว่าจะนินทา - เฉยไว้ก็ดีเอง
- สนิมกินเหล็ก - กิเลสกินใจ

- การเจริญเมตตาปรานี
- ต้องให้มีไมตรีจิตมิตรภาพปรารถนาดีในเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย
- เมื่อมีเมตตามากๆ
- ความยินดีในความโกรธอาฆาตพยาบาทจะหมดไป

- เมื่อเราทำเช่นนี้มากๆ - ความตระหนี่ถี่เหนียวก็จะหายไป
- จะกลายเป็นผู้เสียสละอยู่อย่างนั้น
- เมื่อเป็นเช่นนี้ ราคะ โทสะ ก็จะเบาบาง ด้วยการแผ่เมตตาปรารถนาดี
ให้กันและกันเสมอๆ

- เมื่อไม่มีความโกรธแล้ว แต่ความหลงยังมีอยู่นะ
- หลงโลภ หลงรัก หลงชัง อะไรต่างๆ
- เหล่านี้เป็นกิเลส เป็นตัณหา เป็นกิเลสวัฏฏะ เป็นตัวจักรของกิเลส
- ซึ่งเป็นเหตุให้ทำกรรมไปต่างๆ
- เพราะฉะนั้น เรจึงต้องมาทำกรรมฐาน ทำสมาธิภาวนากัน

- หมากัดขาเรา - เราอย่าไปกัดขาหมาตอบ - ถ้าไปกัด คงน่าเกลียดจริงๆ
- หมากัดขาเรา ก็รักษาแผลไป ไม่ต้องไปกัดขาหมาตอบ

- ถ้ามีคนอื่นตำหนิเรา อย่าอย่าไปตำหนิเขาตอบ
- ใครทำให้เราโกรธ เราอย่าหลงไปโกรธเขาตอบ
- ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:46:27 PM
- เราได้อาศัยร่างกายที่มีแต่ของเน่าๆ เปื่อยๆ มาทำประโยชน์
ไปวันๆ เท่านั้นเอง
- ยังน่าปลื้มใจที่อาศัยไหว้พระสวดมนต์ รักษาศีล ทำบุญให้ทาน
ทำสมาธิภาวนา ทำคุณความดีเพื่อประโยชน์ตนบ้าง เพื่อประโยชน์ผู้อื่นบ้าง
 ยังน่าปลื้มนะ

- ให้ทำความดีเยอะๆ ทำบุญให้ทาน นั่งสมาธิ และรักษาศีลให้บริสุทธิ์ให้มากๆ
- อย่าได้ประมาทเลย พยายามทำให้ต่อเนื่อง มันจะแก่กล้าขึ้น
- การทำอย่างที่ว่ามานี้ เขาเรียกว่าอบรมบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้า
- สร้างบุญบารมีให้ใหญ่โต

- ถ้าเราพิจารณกายให้ลึกลงไป ให้เห็นลงไปจริงๆ
- ลงไปถึงใส้ใหญ่ ใส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า เหล่านี้มันมีอะไรวิเศษนัก
- จึงถือทิฐิมานะ ไม่ยอมกราบไหว้ผู้อื่น
- ทำไมยึดถือของเน่าๆ อยู่เต็มตัว จนไม่ยอมกราบไหว้ เคารพนับถือผู้อื่น

- ก็ได้ร่างกายเน่าๆ นี่แหละ พิจารณาให้ซึ้งให้ถึงแก่นเถอะ
- ให้ช่ำชอง ชำนาญในการเข้าและออกจนจิตใจผ่องใส ไม่มีมลทินโทษแล้ว
- ทิฐิบริสุทธิ์ ญาณทัศนะ ธาตุก็จะบริสุทธิ์ - ตายแล้วกระดูกเป็นพระธาตุแน่นอน

- พระคุณต้องทดแทน ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ - อเวรัง อะสะปัตตัง
- พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่จองเวร เป็นผู้อโหสิ
- ผู้ถึงพร้อมด้วยทาน ศีล ภาวนา - ได้ชื่อว่ามีใจที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว

- จะไม่มีทางเอารัดเอาเปรียบ - มีแต่การเสียสละ จะอยู่ร่วมกันได้โดยสงบสุข
- บุคคลใดเป็นคนเลี้ยงง่าย มีกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่าย
- ใจจะสบาย การปฏิบัติก็รวมใจเป็นหนึ่งได้ง่าย
- ความวุ่นวายก็น้อยลง ความกังวลติดยึดจะไม่มี
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:47:11 PM

- การทำความเพียร -ไม่ใช่เดินจงกรมหรือนั่งสมาธิ ไม่ใช่ทำทั้งวันทั้งคืนหรอก
- ถ้ายังเดินคิด นั่งคิด ก็จัดว่าเป็นความเพียรไม่ได้ - เรียกว่าฟุ้งซ่าน

- การทำความเพียร หมายถึงการมีสติ ทำอะไรทำอย่างมีสติระลึกได้อยู่
- จะก้าวหน้า จะถอยหลัง เหลียวซ้าย แลขวา จะพูดจาอะไรมีสติ กำหนดรู้ทั่วอยู่
ระลึกได้อยู่เสมอ - นี่เรียกทำความเพียร

- ทุกอิริยาบถจดจ่ออยู่ อย่าเผลอ
- ร่างกายมันพักผ่อน ใจก็ยังมีสติอยู่ นี่เรียกว่าความเพียร
- ทรัพย์ภายใน ท่านว่า แสวงรู้ แสวงอ่าน แสวงฟัง แสวงเรียน
- นี่เป็นทรัพย์ภายใน
- แต่ถ้าท่านผู้ใดปล่อยให้วันเวลาล่วงไปๆ ไม่แสวงหาทรัพย์เหล่านี้ไว้ในใจ
- ก็จะโง่ ไม่ฉลาด จะทำให้เป็นคนจนได้

- คนที่ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
- จะเป็นที่พึ่งของใครไม่ได้ พึ่งตัวเองก็ไม่ได้ ไม่มีทางออก
- บางคนพอคิดอะไรไม่ออก ก็คิดสั้นฆ่าตัวตายไปให้เป็นวิบากกรรม
ติดตามไปในภพหน้าชาติหน้าต่อไปอีกชั่วกาลนาน

- มีหลายคนแล้วที่ประสบกับปัญหาเข้าขั้นวิกฤติ ยามเข้าตาจน
- แล้วรอดปลอดภัยจากเหตุการณ์ จากปัญหาร้ายแรงมาได้อย่างคาดไม่ถึง

- เป็นเพราะเขาระลึกนึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งบ่อยๆ
- เพียงน้อมระลึกนึกถึงก็ได้บุญกุศล ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตไว้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:47:38 PM

- ราคะไม่มี, โทสะไม่มี, โมหะไม่มี - ความดึงดูดของโลกดูดไม่ได้เลย
- เพราะไม่มีสิ่งที่จะดึงดูดดูดกันได้แล้ว
- เพราะฉะนั้น พระอริยเจ้าท่านไปไหนมาไหน ท่านเหาะเอา
- เพราะโลกไม่ดึงดูด

- มัวแต่คิดจะต่อต้านผู้อื่น
- ทำไมไม่คิดต่อต้านกิเลสตัวเอง เอาชนะกิเลสตัวเอง  
- ทำอย่างไรความโลภมันจึงจะเบาบางลง
- ทำอย่างไรความโกรธมันจึงจะเบาบางลง

- ทำอย่างไรความหลงมันจึงจะเบาบางลงไป - นี่คือหน้าที่ของเราโดยตรง
- ผู้ภาวนาชั้นยอด - ท่านเพียรฆ่าความโกรธให้มันหมด
- ฆ่าความโลภให้มันหมด - ฆ่าความหลงให้มันหมด

- ไปเดือดร้อนอะไรกับคนนินทา - ใครนินทา เราไม่ได้ยิน ไม่ใส่ใจก็สบาย
- คนนินทาน่ะ เป็นยาชูกำลังที่จะเตือนตัวเอง - เขาติดีกว่าเขาชม จะได้รู้ตัว
- ถ้าเราเป็นอย่างนั้นจะได้ปรับปรุง เราจะไปโกรธเขาทำไม
- ถ้าไปโกรธเขา ก็เรียกว่าเราแพ้ตัวเอง

- ไม่ต้องรู้อะไรมาก - รู้ภายในน้อยๆ รู้ตามคำสั่งสอนน้อยๆ
มันก็กว้างออกมาได้
- รู้ทุกขัง รู้อนิจจัง รู้อนัตตา รู้แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว
- สังขารความคิดปรุงแต่ง มันไม่ใช่เรา
- แต่มันลากเราให้ติดให้ทุกข์ ไม่รู้จักจบจักสิ้น- เพราะฉะนั้นจงอย่าเชื่อสังขาร
- เรียนทางโลก - เรียนไปๆ ก็ยิ่งหนาไปเรื่อย ไม่เบาบางได้เลย
- เรียนทางธรรม เรียนละ- ละโลภ ละโกรธ ละหลง ละกิเลสตัณหา
- มันก็เบาไปๆ จนไม่มีภาระ หมดภาระ

ถาม - ทำสมถะมากๆ มันแช่ในอารมณ์ นิ่งไปเลย มันติดในสมาธิ
ตอบ - มันจะแช่อะไร - เราวุ่นวายมาตั้งเท่าไหร่
- จะทำความสงบให้ใจ มันจะแช่อะไร
- สมถะนี่แหละตัวสมาธิ ให้ใจมันสงบ ให้ใจมันแน่เสียก่อน
- จึงค่อยวิปัสสนา พิจารณาร่างกาย ผมขนเล็บ ฟัน หนัง
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:48:06 PM

- เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส - ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นใหญ่ มีอำนาจมาก
-แต่โกงกินแผ่นดิน จนประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก

- ต่อมาประชาชนรวมตัวกันขับไล่ จนต้องหนีออกนอกประเทศ
- เงินที่โกงกินแผ่นดินมาถูกยึดคืนหมด
- ในที่สุดก็ตายอย่างหมาข้างถนน

- ความโลภ
เป็นอันตรายแก่ความเจริญทั้งหลาย - ทำลายชื่อเสียง เกียรติยศ
 รสนิยมพังไปตามๆ กัน

- ทำทานรักษาศีลเจริญภาวนาก็เพื่อกำจัดกิเลส
- มีศีล มีธรรม มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
- จึงเป็นคนดีได้ - ถ้าไม่มีก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน
 
- สัตว์เดรัจฉานเห็นกันก็กัดกัน -มีอาหารกิน มันก็ไม่แบ่งใคร
- มันหวงแต่ตัวคนเดียว กินไม่หมดโน่นแหละจึงให้เขา

- ไวปากเสียศีล ไวตีนตกต้นไม้ - เขามาว่า หรือทำไม่ดีกับเรา ก็สาธุๆไว้
- อย่าไปโกรธเขา - เราจะไม่โกรธ จะไม่ต่อสู้ใครเลย
- แม้แต่ยุงมากัด ก็ไม่คิดทำร้ายมันเลย

- ไม่ต้องถามปัญหาอะไรหลาย - ไม่มีปัญหา ไม่ต้องสงสัยอะไร
- มีความสงสัยเกิดขึ้น รู้อยู่ อย่าไปตาม - ถ้าปล่อยให้มันสงสัย มันก็สงสัยเรื่อยไป
- รู้เท่าทันความสงสัยพอ
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ สิงหาคม 29, 2010, 02:48:42 PM


(http://www.thaitravelhealth.com/blog/wp-content/uploads/2008/04/thai-lotus-museum.jpg)


- ธรรมที่ทำให้งามคือ

ขันติ - ความอดกัน ทนทานไม่โกรธง่าย
โสรัจจะ - ความสงบเสงี่ยมเจียมตัว อ่อนน้อม สะอาดเรียบร้อย
- คนวู่วาม ทำตามใจตน เป็นคนโกรธง่าย ขาดขันติไม่งามเลย
- คนเราถึงแม้หน้าตาจะดีแค่ไหน ให้แต่งตัวสวยๆ ใส่เครื่องประดับ
ราคาแพงมากมายขนาดไหนก็ตาม

- แต่ถ้าขาดความเสงี่ยมเจียมตัว หยิ่งยโส แข็งกระด้าง
- มีผู้ใหญ่นั่งอยู่ เวลาเดินผ่านไม่มีก้มศีรษะ เดินคอแข็งผ่านไปเฉยเลย
- ดูงามไหมล่ะ ดูไม่ได้เลย ไม่งามเลย


(http://topicstock.pantip.com/writer/topicstock/W3010804/W3010804-51.jpg)

- ฆราวาสธรรมมี4 ข้อ

1. สัจจะ - ความซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน
2. ทโม - รู้จักข่มใจตนเอง เมื่อประสบกับอารมณ์อันไม่พึงปรารถนา
3. ฐิติ - ขันติ ความอดทนอดกลั้น
4. จาโค - การเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น

- หากบุคคลใดมีฆราวาสธรรมครบทั้ง 4 ข้อแล้ว
- ทำมาค้าขึ้นซื้อง่ายขายคล่อง
- เทวดานิยมชมชอบคอยดูแลช่วยเหลือ
-ทำน้อยๆ ก็ได้มามาก
- หากไม่มีฆราวาสธรรม แม้ทำแทบแย่ แต่ก็ได้มานิดเดียว
- เฮ็ดเพียงตีน มันก็ขึ้นมาเพียงตา -เฮ็ดเพียงตา มันก็ได้มาเพียงตีน



(http://www.phuttha.com/media/k2/items/cache/5fb33f3d4b39fe2945380c24d84b225a_M.jpg)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=katkine&date=31-07-2009&group=4&gblog=5 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=katkine&date=31-07-2009&group=4&gblog=5)
pics by : Google
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ

หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ สิงหาคม 29, 2010, 08:12:22 PM
 :13: อนุโมทนาสาธุครับ ขอบคุณครับพี่แป๋ม
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: rain.... ที่ กันยายน 03, 2010, 07:37:33 PM
 :07: :07: :07: :07:อนุโมทนาสาธุงับพี่แป๋ม
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:25:39 AM

           (http://images.thaiza.com/34/34_20080727102255..jpg)

บันทึกธรรมจากหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
 
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร (พระราชญาณวิสุทธิโสภณ)

· คำพูดที่ไม่พิจารณาก็ย่อมกระทบกระเทือนผู้อื่น ให้พิจารณากลั่นกรองให้ดีเสียก่อนจึงค่อยพูด

· นิพพาน ใจจะต้องเด็ดเดี่ยวมากนะ ต้องไม่ห่วงใคร จะต้องไปคนเดียว

· เกิดบังดับ โลกบังธรรม งามบังผี ดีบังจริง สมมติบังวิมุตติ หลักธรรมบังพระนิพพาน

· แม้ภูเขาสูงแสนสูง หากบุคคลผู้มีความเพียรพยายามปีนป่ายขึ้นไปจนถึงยอด ภูเขาสูงแสนสูงก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าตีนของคนผู้นั้น

· จิตหรดี คือ จิตที่เด็ดเดี่ยว ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวไปกับอะไร เป็นมงคลอย่างยิ่ง

· หลวงปู่มักเตือนว่า คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ

· อย่าส่งจิตออกนอก ส่งออกมันเป็นบ่วงแห่งมาร

· อย่ากินของร้อน (ราคะ โทสะ โมหะ) อย่านอนบนไฟ (โลภ โกรธ หลง) ให้ไปอย่างแร้ง (ไม่ติด ไม่สะสม) แสวงหาบริสุทธิ์ (ของที่ชอบธรรม)

· อย่าไปรีบ ไปเร่ง อย่าไปเคร่ง ไปเครียด ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ เวลาจะได้ มาเองนั่นแหละ อย่าไปยึดมั่นในสิ่งใดๆ แม้การปฏิบัติ

· อย่าไปสนใจจิตของผู้อื่น จงสนใจจิตของตน

· อาหารบิณฑบาต ประเสริฐกว่ารับนิมนต์ หรือเขามาส่งตามวัด

· หลวงปู่ไปเมตตาคนป่วยด้วยคำเตือนใจสั้นๆ ว่า รู้อยู่ที่ใจได้ไหม

· ใครจะเป็นอย่างไรก็ยิ้ม ยืนยิ้มดูไปเฉยๆ

· เราคนเดียวเที่ยวรัก เที่ยวโกรธ หาโทษใส่ตัว
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:28:14 AM
· ให้มีสติตามดูจิต เหมือนคนเดินบนถนนลื่นๆ ต้องระวังทุกก้าว ให้มีสติจดจ่อไม่วาง ดูจิตมันจะปรุงไปไหน จะคิดไปไหน จดจ่อดูมันก็ได้ แน่ๆ จะไปไหน ถ้ามันดื้อนัก ถ้ายังไป เราจะไม่นอนให้นะ

· (หลวงปู่เมตตาเล่าเรื่องนางปฏาจาราเถรี) ทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเธอในครั้งนี้ใครทำ ไม่ใช่เธอทำเองหรือ เพราะความรัก ความยึดมั่นในสิ่งรัก จึงทำให้ทุกข์ มีรักที่ไหน มีทุกข์ที่นั่น

· เวลาไหนเราไม่ปรุงไม่แต่งไปตามสังขาร ราคะ โทสะ โมหะ สังขารปรุงไม่ได้ เรียกนิพพานชั่วขณะ

· ให้พิจารณาจนเห็นทุกข์ในโลก เห็นโทษของกาม

· รักษาจิตให้ดี มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่อยู่ของใจ

· ให้สำรวมอินทรีย์ พิจารณาวิปัสสนาภูมิ อริยสัจ ๔ มรรค ๘ คือ ทางเดิน

· ตามดูอาการหลับให้ละเอียด มันค่อยๆ หลับไปอย่างไร

· เมื่อเกิดความปรุงแต่ง ก็ให้รู้ รู้แล้วพิจารณาตลอดสาย พิจารณาให้เกิดปัญญา รู้แล้วดับ

· สมาธิ คือ สมาธิ ยังเป็นสมุทัย พอถอนให้พิจารณากาย เอาให้มันเบื่อหน่าย ไม่งั้นจะเกิดทิฐิว่าตัวได้ ตัวถึง เป็นวิปลาส

· พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงเอาชนะความเบียดเบียนด้วยความไม่เบียดเบียน ชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

· น้ำในน้ำนิ่ง จะเห็นปลา เห็นทรายชัด ถ้าน้ำกระเพื่อมก็ไม่เห็น เปรียบกับจิตที่เป็นหนึ่งหยุดนิ่งย่อมรู้หมด มีอะไรรู้หมด รู้จิตผู้อื่นต้องทำให้เป็นวสีจึงจะรู้ได้ตลอด

· วาจาใดที่ทำให้ตนเองบ้าง ทำให้ผู้อื่นบ้างไม่สบายหู ไม่สบายใจ วาจานั้นถือว่าเป็นวาจาที่ไม่ควรพูด

· เมื่อนกจับต้นไม้ต้นใด มันก็ถือว่าสักแต่จับอยู่เท่านั้น เมื่อบินไปแล้วก็หมดเรื่องไม่มีความอาลัยกับต้นไม้นั้น

· อริยทรัพย์เป็นทรัพย์อันประเสริฐอยู่ภายในจิตใจ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก เพราะไม่มีผู้ใดแย่งชิงได้ ไม่สูญหายไปด้วยภัยอันตรายใดๆ ทำให้ใจไม่อ้างว้างยากจน เป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอกได้ด้วย

· ต้องรวมพลังจิตไปอยู่จุดเดียว จึงเกิดพลังพิเศษ จึงเห็นธรรม

· ความสันโดษ มักน้อย เป็นทรัพย์อันประเสริฐของผู้ต้องการความพ้นทุกข์

· ผู้ใดได้รับความสงบมากๆ คนนั้นคนรวย ผู้ใดสะสมกองกิเลสมากๆ มีรูป เสียง กลิ่น รสโผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์มากๆ ฟุ่มเฟือยอยู่ในกามสุข คนนั้นเป็นคนจน มีหนทางถึงหายนะแน่นอน
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:30:24 AM
· อวิชชา คือความไม่รู้ ถ้ารู้อยู่เป็นวิชชา

· อย่าเอาแต่จะชนะอย่างเดียว เสียงแข็งขึ้นเพราะจะเอาชนะกัน ยิ่งแข็งยิ่งแตกหักง่าย

· ใจมันต้องเผ็ดเด็ดเดี่ยวลงไป ทำความเพียรแผดเผากิเลสให้หนักแน่น

· จงอยู่กับพระวินัยให้เคร่งครัด

· ผู้จะไปนิพพานต้องไม่มีอะไรข้องสักอย่าง รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะก็ไม่ข้อง ต้องเป็นผู้เลี้ยงง่าย กินง่าย อยู่ง่าย นอนง่าย มีแต่ง่ายๆ มันก็ไม่ข้อง

· ใครจะว่าชั่วก็ตามที ใครจะว่าดีก็ตามชัง อยู่อย่างนั้นแหละ ไม่มีดี ไม่มีชั่วตามใครทั้งนั้น โลกธรรมถูกต้องไม่หวั่นไหว สบายตัวคนเดียวก็พอ

· คนจะรวยก็เพราะรวยน้ำใจมาก่อน คนจะจนก็เพราะจนน้ำใจมาก่อน

· ถ้าตั้งสติแล้วไม่ห่วงใคร ใครจะเป็นใครจะตายมันเรื่องของเขา เรื่องของเรามีหน้าที่ภาวนา

· ความเกษมสุข ความไม่เศร้าโศก เป็นมงคล ใจจะรื่นเริงเสมอ ถ้าเศร้าโศก จะเสียมงคลไปหมด เหมือนต้นไม้มันเฉาแล้ว น่าดูไหม เอาน้ำมารด เอาปุ๋ยมาใส่ชุ่มชื่นขึ้นมามันเป็นยังไง มันสดชื่นน่าชม

· ใจต้องให้ขาดจากความเกี่ยวความข้อง ตัดน้ำยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไร ตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตา มีเมตตาอยู่ ก็ข้องอยู่ ก็ติดอยู่นั้นแหละ

· ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ให้ตกไปสู่โลกชั่วทุรกันดาร

· กรรมฐานอะไรมันถูกจริต อะไรมันเป็นที่สบายก็เอาอันนั้น ไม่มีกฎบังคับกันหรอก

· ใครจะว่านินทา ช่างเขาเฉยไว้ก็ดีเอง

· การทำความเพียร อย่าหลอกลวงตัวเอง ให้เอาจริงเอาจังกับมัน

· ถ้าปล่อยใจคิดไปทางอื่นก็ใช้ไม่ได้ ทำให้เราหลง หมดท่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

· สนิมกินเหล็ก กิเลสกินใจ

· พระคุณต้องทดแทน ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ อเวรัง อะสะปัตตัง พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่จองเวร เป็นผู้อโหสิ
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:32:14 AM

· ทานัง เทติ การให้ทานเป็นเครื่องขัดเกลาอันแรก ทำบ่อยๆ จะเกิดความไม่เห็นแก่ตัว รู้จักเสียสละ ไม่หวงแหน ไม่เหนียวแน่น

· สีลัง รักขติ เครื่องขัดที่สอง ให้รักษาศีล ๕ ให้ครบ เพราะศีล ๕ เป็นหลักประกันของสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รักในทุกๆ ชีวิตเหมือนเป็นญาติของตน

· ศีลมีอยู่ ๓ แบบ คือ สัมปัตตวิรัต คืองดเว้นเอาเอง ตั้งใจงดโดยไม่ต้องขอศีลจากพระ สมาทานวิรัต คือ สมาทานศีลกับพระ สมุทเฉทวิรัต คือ ศีลของเหล่าพระอริยเจ้า ไม่ต้องสมาทานอีกแล้ว

· บางครั้งเราก็พูดแบบห้วนๆ ให้หมู่อยู่เหมือนกัน ใครฟังเป็นก็ไม่โกรธ ใครฟังไม่เป็นก็โกรธ

· ผู้ถึงพร้อมด้วยทาน ศีล ภาวนา ได้ชื่อว่ามีใจที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว จะไม่มีทางเอารัดเอาเปรียบ มีแต่การเสียสละ จะอยู่ร่วมกันได้โดยสงบสุข

· บุคคลใดเป็นคนเลี้ยงง่าย มีกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่าย ใจจะสบาย การปฏิบัติก็รวมใจเป็นหนึ่งได้ง่าย ความวุ่นวายก็น้อยลง ความกังวลยึดติดจะไม่มี

· ทรัพย์ภายใน ท่านว่า แสวงรู้ แสวงอ่าน แสวงฟัง แสวงเรียน นี่เป็นทรัพย์ภายในแต่ถ้าท่านผู้ใดปล่อยให้วันเวลาล่วงไปๆ ไม่แสวงหาทรัพย์เหล่านี้ไว้ในใจ ก็จะโง่ไม่ฉลาด จะทำให้เป็นคนจนได้

· ศรัทธา คือ ความเชื่อ เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อว่าบาป บุญ เวรกรรมนั้นมีจริงต้องสร้างศรัทธาให้เข้มแข็งขึ้น จึงจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำแต่ความดี

· ถ้าไม่ติดในตัวเจ้าของก็ไปได้แล้ว...สบาย

· ธรรมทั้งหลายมีใจถึงก่อน จะทำบาปทำบุญก็ใจเป็นไปก่อน

· โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อการทำบาปไม่กล้าทำบาป แม้ถูกจ้างวาน ถ้ารู้ว่าเป็นบาปเราก็ไม่กล้าทำ ยอมอด เราจะเกิดโอตตัปปะ เพราะฉะนั้นจิตใจเราจะสะอาดบริสุทธิ์มาก

· เวลาพูด ให้พูดด้วยความมีสติ มันจึงเป็นสาระเป็นประโยชน์ ถ้าพูดด้วยความไม่มีสติมันเฟ้อ ดูอย่างเวลาที่หลวงปู่มั่นท่านพูด ไม่ว่าที่ไหนๆ เป็นสาระออกมาน่าฟังทั้งนั้น เพราะท่านพูดด้วยความมีสติ

· ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น ให้รู้อยู่ในกายในใจของเรานี่แหละ ถ้ายังตามความคิดอยู่ไม่ใช่ภาวนา
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:33:52 AM
· ถ้าคนมีสติแล้วไม่พูดพล่ามอะไรหรอก อยู่กับสติของตัว ไม่พูด..เสียเวลา

· ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา ให้เคารพต่อการฟังธรรมด้วยใจจริง ไม่ส่งจิตไปทางอื่น เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระเข้ามาสู่ใจของเราจริงๆ

· เรื่องการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติอะไร ปฏิบัติจิตปฏิบัติใจของเรานี่แหละ ทำอย่างไรใจของเราจะสะอาดหมดจด ปราศจากมลทิน ปราศจากโทษทั้งปวง

· ผู้ที่มีจิตใจผ่องใส สะอาด ไม่มีโทษจะมีหน้าตาผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่น ไม่มัว เป็นที่น่าคบค้าสมาคมด้วย บุคลิกลักษณะนั้นบ่งบอกถึงความสุขของใจ

· เรื่องจิตไม่ใช่เรื่องอะไร นอกจากการตั้งสติไม่ให้เผลอ จะทำกิจอันใด ก็ทำด้วยความรู้ไม่ใช่ด้วยโมหะ โมหะ คือ ความหลงความไม่รู้ เมื่อเราไม่รู้มันก็ปรุงเราแต่งเรา

· วาง....เฉย มันก็ไม่ติดภพติดชาติ

· เวลาเรายืนเราก็มีสติ เราเดินเราก็มีสติ เรานั่งเราก็มีสติ เรานอนเราก็มีสติ จนกว่าจะหลับไป อยู่กับสติปัฏฐาน ๔ มีสติรู้อยู่ในกาย เวทนา จิต ธรรมนี่แหละ

· หลวงปู่มักเมตตาเตือนพระเณร ให้รู้จักตน รู้จักบุคคล รู้จักกาล รู้จักประมาณ

· คนเราถ้าไม่ปฏิบัติธรรมแล้ว เรียกว่า ย่ำต้นกิเลส เหยียบย่ำต้น กินแต่ผลย่อมมีแต่จะเสื่อมไปสิ้นไป ถ้าปฏิบัติธรรมแล้ว เรียกว่าบำรุงต้นให้งามจึงออกดอกออกผลให้ได้บริโภคใช้สอย

· พระเอาสิ่งใดที่พอเหมาะพอดี เราก็เอาสิ่งนั้น อย่าให้มันเกินไป เป็นธรรม

· เราอยู่ในโลก อย่าฝืนโลก ถ้าฝืนโลกมันผิดธรรมดา ฝืนธรรมดา

· ถ้าเป็นพระควรพิจารณาในการรับ แต่ถ้าเป็นแพะเอาแหลกทุกอย่าง ผิดธรรมผิดวินัยก็ไม่ใส่ใจ

· สิ่งใดที่ผิดธรรมผิดวินัย พวกเราอย่าทำ อย่าฝ่าฝืนคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาทำตามธรรมตามวินัย ให้เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ก็เป็นธรรมไปเรื่อยๆ ไม่เหยียบไม่ย่ำจะมีแต่ความเจริญ

· ราคะไม่มีโทสะไม่มีโมหะไม่มี ความดึงดูดของโลกดูดไม่ได้เลย เพราะไม่มีสิ่งที่จะดึงดูดกันได้แล้ว เพราะฉะนั้นพระอริยเจ้าท่านไปไหนมาไหน ท่านเหาะเอาเพราะโลกไม่ดึงดูด

· ผู้ภาวนาชั้นยอด ท่านเพียรฆ่าความโกรธให้มันหมด ฆ่าความโลภให้มันหมด ฆ่าความหลงให้มันหมด

· ไปเดือดร้อนอะไรกับคนนินทา ใครนินทาเราไม่ได้ยินไม่ใส่ใจก็สบาย คนนินทาน่ะเป็นยาชูกำลังที่จะเตือนตัวเอง เขาติดีกว่าเขาชม จะได้รู้ตัว ถ้าเราเป็นอย่างนั้นจะได้ปรับปรุง เราจะไปโกรธเขาทำไม ถ้าไปโกรธเขาก็เรียกว่าเราแพ้ตัวเอง
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:35:26 AM
· ใครเป็นคนประคบประหงม ใครเป็นคนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ใครเป็นคนดูแลให้ความปลอดภัย ผู้นั้นคือ บิดา มารดา

· ไม่ต้องรู้อะไรมาก รู้ภายในน้อยๆ ก็ตามคำสั่งสอนน้อยๆ มันก็กว้างออกมาได้รู้ทุกขัง รู้อนิจจัง รู้อนัตตา รู้แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว

· สังขารความคิดปรุงแต่ง มันไม่ใช่เรา แต่มันลากเราให้ติดให้ทุกข์ไม่รู้จักจบจักสิ้นเพราะฉะนั้นจงอย่าเชื่อสังขาร

· เรียนทางโลก เรียนไปๆ ก็ยิ่งหนาไปเรื่อย ไม่เบาบางได้เลย เรียนทางธรรมเรียนละ ละโลภ ละโกรธ ละหลง ละกิเลสตัณหา มันก็เบาไปๆ จนไม่มีภาระ หมดภาระ

· ธรรมะแสดงอยู่ทุกเมื่อ เกิดอยู่เสมอ ผู้มีปัญญาย่อมโอปนยิโก คือ น้อมเข้ามาใส่ตัวเอง น้อมเข้ามาพิจารณาในตัวเอง เมื่อพิจารณามากเข้าก็จะปัจจัตตัง คือ รู้ได้เฉพาะตน

· กิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นอันตรายเด้อลูกหลานเอ๋ย เป็นกิเลสอย่างน่ากลัว ร้อนกว่าไฟ ใสกว่าแก้ว บ่มีเขี้ยวกัดกินคน กิเลสมันกัดกินคน เราจะทำตามมันอยู่หรือ เราต้องฝืนมันบ้างสิ อย่าไปตามใจมัน

· รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง รู้จักจับ รู้จักวาง รู้ทางพระนิพพาน

· บุญกุศลเกิดขึ้นที่ใจเรา ถ้าใจเรามีศีล มีสมาธิ มันก็เกิดปัญญาขึ้นมา ถ้าใจของเราไม่มีศีลไม่มีสมาธิ ไม่มีความมั่นคงอะไรเลย มันก็ไม่เกิดปัญญา ไม่สิ้นสงสัยได้

· ไม่ต้องถามปัญหาอะไรหลาย ไม่มีปัญหาไม่ต้องสงสัยอะไร มีความสงสัยเกิดขึ้น รู้อยู่ อย่าไปตาม ถ้าปล่อยให้มันสงสัย มันก็สงสัยเรื่อยไป รู้เท่าทันความสงสัยก็พอ

· อยู่ในผ้าเหลืองเป็นเพศอันสงบ เป็นเพศอันสบาย เป็นเพศอันอุดม ให้รู้จักรักษา รู้จักทำความเพียร ถ้าละความเพียรก็จะเวียนไปหาความมักมาก

· ใจมันหยุดนึกหยุดคิด มันสบายจริงๆ ไม่มีเรื่องร้อนมาปรุงตัวเอง นั่งสบาย นอนสบาย เป็นเสรีเต็มตัว กิเลสมันปรุงออกไปมันร้อน พอเห็นหน้ามันมาก็รู้ทันทีพอแล้วๆ ตัวเองสอนตัวเอง รู้เท่าเอาทัน อย่าให้มันปรุง

· เมื่อได้อะไรมาก็ว่าของกูๆ ไม่ปล่อยไม่วางได้เลย กอดทุกข์อยู่นั้นแล้ว ปล่อยไม่ได้เลย

· จะเป็นพระ เณร อุบาสก อุบาสิกา ที่ดีได้ต้องมี สติสัมปชัญญะ ระลึกได้อยู่เสมอรู้ตัวอยู่เสมอ ต้องฝึกให้ยิ่ง

· บวชให้พ่อให้แม่ อย่าทำศีลของเราให้ขาดมันไม่ดี อย่าเห็นแก่ความสนุกสนาน กิเลสมันบังคับไปอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำไปตามอำนาจกิเลสมันไม่ถูก อดกลั้นไว้บ้าง

· อย่ากินสมอยาก อย่าปากสมเคียด เป็นคำที่หลวงปู่เตือนลูกศิษย์ลูกหาเสมอๆ

· เรื่องที่แล้วไปแล้ว มันก็แล้วไปแล้ว จะเอามาคิดอะไรอีก ผ่านไปแล้ว อย่าเอามาคิด จิตจะฟุ้งซ่านขุ่นมัว
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:37:43 AM
· ถ้าจิตใจเศร้าโศกไม่เบิกบานร่าเริงแล้วเสียมงคลไปหมด ใจอภัย แต่ถ้าจิตใจไม่เศร้าไม่โศก มีแต่ร่าเริงเกษมสำราญแล้ว เป็นมงคลอย่างยิ่ง

· ธรรมดาคนหลงทั้งหลายเขาไม่เคยพอ มีหนึ่งมีสองแล้วเขายังหาเอาใหม่ต่อไปอีกเรียกว่าคนโลภ โลภในกาม ไม่รู้จักเบื่อจักหน่าย เมื่อไหร่ที่มันเบื่อมันหน่ายจะรู้จักเองหรอก โอ! มันทุกข์ขนาดนี้หนอ

· แต่งงานแล้วมันสุขหรือทุกข์ มันทุกข์หนักจริงๆ สุขนิดเดียวเอง อุ้มท้องก็ลำบากแสนสาหัส พอคลอดลูกก็แทบล้มแทบตายไป สร้างโลกเรียกว่าสร้างกองทุกข์

· ต้องพิจารณาให้เห็นทุกข์ในโลก เห็นโทษของกามเสียก่อน จึงอยู่สบายในพรหมจรรย์

· มัวแต่พูดสอนคนอื่น ตัวเองยังสงสัยอยู่เลย ยังไม่สิ้นอาสวะ ไม่ดีเท่าไรหรอก

· มีสุขอยู่ที่ไหน มีทุกข์อยู่ที่นั่น หาสุขจากกาม หาสุขในโลก จะได้มาจากไหน มันคือการหาสุขในทุกข์ สุขไม่มี ตัวของเราไม่มีในนั้น

· การทำความเพียรอย่าหลอกตัวเอง ให้เอาจริงเอาจังกับมัน ว่าจะตั้งก็ต้องตั้งสิว่าจะกำหนดก็ต้องกำหนดสิ ให้สติมันแก่กล้า ทำสัมปชัญญะให้มันแจ้ง

· เห็นคนอื่นเห็นสัตว์อื่นมีความสุข เราผู้นั่งดูก็สุขด้วย

· หลวงปู่มักนำข้อคิดของคนโบราณมาเตือนว่า ทำดีไว้ให้ลูก ทำถูกไว้ให้หลาน พัฒนาการไว้ให้ชาติบ้านเมือง

· ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นเครื่องชำระจิตใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ที่เราทำกันนั้นมีความหมาย ถ้าทำแล้วกำจัดกิเลสของตัวได้เป็นการดี แต่ถ้าทำแล้วกำจัดไม่ได้ ก็ชื่อว่ามาทำเล่นๆ ไม่ดี

· อบรมตัวเองให้รู้จักข้อวัตรปฏิบัติ ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี อะไรที่มันผิดเราก็จะต้องพยายามละ ไม่ทำตามความคิดฝ่ายต่ำของตัวเอง ทำแต่คุณงามความดี

· ดูตัวเองสิปัญญาเรามีไหม เราพิจารณาได้ไหม ทำอย่างนี้จะเจริญจริงไหม ทำอย่างนี้จะเสื่อมไหม พิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญาอันชาญฉลาดของตนเองดู

· เราไม่เก็บ ไม่กำ ไม่กอบ ไม่โกย ไม่โกง ไม่กิน ไม่เอาเปรียบผู้ใดเลย แต่ถ้าเราเก็บ กำ กอบ โกย โกง กิน ตัวเองก็มีแต่จะเสื่อม หมดสง่าราศี

· เครื่องประดับใดๆ ในโลก ก็สู้ธรรมะไม่ได้ ถ้ามีธรรมะประดับใจตนแล้ว ย่อมเป็นผู้เจริญรุ่งเรืองแน่นอน

· ผู้ปฏิบัติต้องฝึกหัดสติกันทั้งนั้นแหละ

· อย่าปล่อยสติให้มันเป็นไปตามความชอบใจของมันเอง ทำอะไรก็ให้มีสติทำข้อวัตร ปฏิบัติอะไรก็ให้มีสติอยู่เสมอ จับแก้วก็ให้มีสติ จะวางตรงไหนก็ให้มีสติ ถ้าไม่มีสติ เวลาวางเสียงจะดัง ข้าวของอาจเสียหายได้ ผู้ที่ไม่ปล่อยสติให้เลินเล่อดูแล้วงาม
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กันยายน 14, 2010, 01:54:28 AM
(http://thummada.com/php_upload/white29.jpg)

· ฟังเทศน์ถ้ามีสมาธิในการฟังชื่อว่าเคารพแล้ว อย่าเอาใจส่งไปไร่นาไปที่ไหน ให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ได้ยินอยู่ที่หู รู้อยู่ที่ใจ ใช้วิจารณาณอยู่ในตัว คบคิดเนื้อหาอยู่กับตัวนั่นแล เรียกว่าได้ความเคารพ

· เห็นเงินหน้าดำ เห็นคำหน้าเศร้า เห็นข้าวตาโต พาโลอยากได้ เป็นคำที่หลวงปู่มักนำมาเตือนพระเณร ไม่ให้ตกเป็นทาสของความโลภ

· โกรธเขาเราทุกข์เองนั่นแหละ ถ้าไม่โกรธก็ไม่ทุกข์ สบาย ฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุข เราจะชนะความโกรธของเขา ด้วยความไม่โกรธของเรา

· ไม่เผลอ ไม่หลง ไม่ส่ง ไม่ส่าย ไม่วุ่น ไม่วายกับเรื่องใดๆ ทั้งนั้น ก็สบายแฮ อยู่อย่างนั้น...สบาย

· กินหลายบ่หายอยาก (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) นอนมากบ่รู้ตื่น รักคนอื่นกว่ารักตัว สิ่งควรกลัวกลับกล้า (ราคะ โทสะ โมหะ) ของสั้นสำคัญว่ายาว (ชีวิต)

· ถ้ามีศรัทธาความเชื่อมั่นแล้ว ทำให้ไม่ลำบากในการบำเพ็ญกุศล เพราะไม่มีสิ่งมากีดขวาง

· สัปปายะ ๕ ได้แก่ อาหารเป็นที่สบาย อากาศเป็นที่สบาย เสนาสนะเป็นที่สบาย บุคคลเป็นที่สบาย ธรรมะเป็นที่สบาย ท่านว่าอยู่ได้ มีโอกาสเจริญจิตตภาวนาไปได้สะดวก

· เมื่อใจสงบลงไปแล้ว จะเห็นบาปเป็นบาป เห็นบุญเป็นบุญ

· ถ้าจะสึก ตัวเป็นโยมแต่ใจเป็นพระได้ไหม มักน้อย ไม่แสวงหา ไม่แต่งตัว ไม่ห่วงหล่อ ห่วงสวย ถ้าไม่ได้ก็อยู่อย่างนี้ดีกว่า (อย่าสึกดีกว่า)

· เวลาภาวนา ต้องไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีอะไร เป็นอาการว่างไปหมด แต่ความรู้ไม่ว่างให้ย้อนเข้ามาพิจารณาธรรมะว่า เราตกอยู่ในกองทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เราเป็นผู้รู้ผู้เดียว แม้ที่สุดก็ไม่มีเราในรู้นั้น ไม่ยึดมั่นยึดถืออะไรอีก วางหมด มันเบาไม่หนักแล้ว

· ความโมโหพาตัวตกต่ำ อย่าไปโมโหโกรธผู้อื่น มันเป็นไฟ มันจะไหม้หัวใจเจ้าของเอง ถ้าเขาไม่ดีมันเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา

· ทำทานแล้วต้องรักษาศีลด้วย เหมือนเอาถ้วยชามมาใส่ของ ใส่อย่างเดียว ไม่ล้างถ้วยล้างชามก็ไม่น่าใช้

· นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี ทำใจให้เป็นไปอย่างนั้นเด้อ

· ขันธ์ทั้งห้าเป็นภาระอันหนัก ต้องรู้จักวาง รู้จักเฉยซะ หากเราวางได้ จะเบากายเบาใจอย่างยิ่ง

· ถ้าท่านรู้ตัวท่านดีกว่าท่านไม่ได้ผิด ก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่เห็นจะต้องหวั่นไหวอะไรเลย ต่อให้คนทั้งโลกจะชี้หน้าว่าผิดแม้ตัวผมเอง (หลวงปู่ชี้นิ้วเข้าหาหลวงปู่ก็ไม่ต้องหวั่นไหว)

· ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ทำอย่างไรกับเรา อย่าหวั่นไหว เฉยไว้ก็ดีเองๆ

· เห็นธรรม คือ เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำอย่างไรเราจะพ้นจากกองทุกข์ เห็นว่าของทุกอย่างไม่ใช่เรา เป็นอนัตตา แม้ร่างกายที่อยู่ร่วมกันก็ไม่ใช่เราเลย มันอยากเจ็บมันก็เจ็บ มันอยากแก่มันก็แก่ มันอยากตาย มันก็ตาย ห้ามมันไม่ฟัง ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นไม่กลัวตาย ตายเมื่อไรช่างมัน ทำความดี...ดีกว่า



(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSqtC6no-etBJFM_LE-6oqZpxqe6WMYA9-phlZSBRmCWYomS3M&t=1&usg=__edKdylMhYVktm0jTYqgiqpvFJ_0=)

ที่มา http://www.dhammajak.net/ (http://www.dhammajak.net/)
  :13:  http://variety.thaiza.com/detail_146847.html (http://variety.thaiza.com/detail_146847.html)
หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ กุมภาพันธ์ 13, 2011, 06:08:38 PM

(http://www.bloggang.com/data/ebu/picture/1225702500.jpg)

ใครจะว่าชั่วก็ตามที
(หลวงปู่ท่อน ญาณธโร)

 - ใครจะว่าชั่วก็ตามที - ใครจะว่าดีก็ตามชัง
   - อยู่อย่างนั้นแหละ ไม่มีดี ไม่มีชั่วตามใครทั้งนั้น
   - โลกธรรมถูกต้องไม่หวั่นไหว สบายตัวคนเดียวก็พอ

   - คนเราชอบหลงหาเรื่องข้องใส่ตัวเอง - เห็นรูปถูกใจๆ ก็ไปข้อง
   - เห็นเสียงถูกใจๆ ก็ไปข้อง
   - ได้กลิ่นหอมๆ ถูกใจก็ไปข้อง- รสอร่อยๆ ก็ไปข้อง
   - โผฏฐัพพะเครื่องถูกต้องร่างกาย อยากได้ผ้าดีๆ ที่นอนดีๆ ก็เป็นเครื่องข้อง

   - โลกทั้งหลาย เขาอยู่ด้วยราคะ โทสะ โมหะ
   - ติดกันอยู่แค่นี้ เขาทำไป ตามอำนาจ กิเลส
   - จะไปไหนๆ ทำอะไรๆ ก็เอา กิเลส ออกหน้า
   - ใส่ปุ๋ยให้ราคะ โทสะ โมหะ มันก็ใหญ่โตไปเรื่อยๆ - เพราะตามใจมันทุกอย่าง
   - ทำให้หลง หลงรัก หลงใคร่ หลงอยากได้ หลงยินดี หลงหาทั้งตาปี
   - หลงแล้วก็ติด ติดในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์

   - พอมันพลัดพรากจากเราไปก็เป็นทุกข์ เพระความหลง
   - ถ้าไม่เพ่ง ไม่ตัดมันเสียก่อน มันก็มีกำลังอยู่อย่างนั้น

   - คนจะรวย ก็เพราะรวยน้ำใจมาก่อน - คนจะจน ก็เพราะจนน้ำใจมาก่อน
   - เกิดเป็นมนุษย์ใช้ร่างกายให้คุ้มค่า

   ศีลของเราดีหรือเปล่า ทานของเราดีหรือเปล่า
   ภาวนาของเราตั้งใจมั่นหรือเปล่า
   - ถ้าไม่แน่วแน่ ยังวอกแวก ไม่เป็นอันเดียว
   -มันก็งมโข่งไปเรื่อย

   - ถ้าเราแน่วแน่ในใจเต็มที่ ไว้วางใจตนเอง เป็นที่เชื่อมั่นในตัวเอง
     ไม่เกี่ยวข้องอะไร มีดวงจิตดวงเดียวเท่านั้น
   - เวลาตายยิ้มตาย ไม่กลัวอะไรเลย
   - ความเกษมสุข ความไม่เศร้าโศก - เป็นมงคล ใจจะรื่นเริงเสมอ

   - ถ้าเศร้าโศกจะเสียมงคลไปหมด - เหมือนต้นไม้มันเฉา แล้วน่าดูไหม
   - เอาน้ำมารด เอาปุ๋ยมาใส่ ชุ่มชื่นขึ้นมามันเป็นยังไง
   - มันสดชื่นน่าชม

   - เป็นนิมิตก็ดี เป็นอะไรก็ดี - ของเหล่านั้นไม่ใช่เราหรอก
   - อย่าไปถือว่าเป็นเรา
   - มันไม่รู้อะไร มันแค่ปรากฎเป็นตนเป็นตัวขึ้นมา
   -เป็นภาพลวงตา ลวงใจเราให้ไปหลงมันซื่อๆ หรอก
   - อย่าหลงตะครุบเงา อย่าหลงไปตามสัญญาอารมณ์ ส่งออกนอก
   - เห็นนั้น เห็นนี่ ตัวไหนไปเห็น

   - หายใจเข้า รู้ - หายใจออก รู้
   -อย่าหลงเอามาเป็นเรา เพียงไปเห็นเฉยๆ
   -ถ้าเอาลมมาเป็นเรา ก็ตะครุบเงา
   - ไม่ได้ตะครุบตัวจริง

(http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y10214463/Y10214463-8.jpg)

miracle of love
Pics by : Google
อกาลิโกโฮม * สุขใจดอทคอม
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ

หัวข้อ: Re: คำสอน หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ พฤษภาคม 01, 2013, 11:22:28 PM

(https://lh5.googleusercontent.com/-ok-sBq9Yiv0/UX8T3K6S5AI/AAAAAAAAeCA/Y3MXOLcsAeU/w638-h423/_DSC1946_7_8_tonemapped.jpg)


"ความโกรธเป็นอันตรายแก่ธรรมะทั้งหลาย
ชื่อเสียง เกียรติยศ รสนิยม พังไปตามๆ กัน
เพราะความโกรธมันทำลายอะไรต่ออะไรได้ตามอำเภอใจ
กำลังความโกรธรุนแรงเพราะมันเป็นไฟ
อย่าไปลุอำนาจแก่มันเด็ดขาด"

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร


(https://lh3.googleusercontent.com/-lO7fe2xu7rc/UXmbs1YZCPI/AAAAAAAAc8M/rE_m4_Vseik/w637-h244/00001P1060663.jpg)
F/B ธรรมะวันละนิด ชีวิตจะสดใส แบ่งปันธรรมะ