กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1
บทความ (Blog) / รวมกลิตเตอร์ที่ทำเอง Vol.1
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 10:36:59 PM »









โรซ่า ปาร์ค เขียนในหนังสือ{พลังเงียบ}ของเธอว่า ดิฉันพบว่า ถ้าดิฉันคิดแต่ปัญหาของตัวเองมากเกินไป และความจริงแล้ว มีเรื่องราวที่ดิฉันไม่ต้องให้เป็นเช่นนั้น ดิฉันก็ไม่อาจก้าวหน้าในทุกเรื่องเลย แต่เมื่อดิฉันมองไปรอบ ๆ และดูว่าดิฉันจะทำอะไรได้บ้าง และลงมือทำ ดิฉันก็ก้าวไปแล้ว{ยุวชน}และแท้จริง ตัวชีวิตเองนั้นเปล่งประกายชั่วพริบตา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ยุวชนจะต้องถามตัวเองว่า เราจะทำอะไรเพื่อคนที่กำลังมีความทุกข์ เราสามารถทำอะไรเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในสังคม และกล้าท้าทายกับเรื่องที่ยิ่งใหญ่

เอาไปใช้ประโยชน์ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น Share Share กันไป
2
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ มกราคม 16, 2018, 08:42:41 PM »
ตอนที่ 2 จาก 2 ตอน

มาต่อกันในเรื่องของ***** ค่าใช้จ่ายหากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น ***** 

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ผมได้บอกไปในเบื้องต้น  นั้น  เราต้องมาคำนวนกันในลักษณะที่เป็นตัวเงิน  ไม่สามารถที่จะคำนวนเป็นอัตราเปอร์เซ็นได้
ผมยกตัวอย่าง(เดิม)

ภาระหนี้ที่จะ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น จำนวน 2,600,000.-บาท  ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในกรณีที่ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น คือ

1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ร้อยละ 1 ของวงเงินนิติกรรม จำนวน 26,000.-บาท (ได้จาก 2,600,000 คูณ 1%)

2.ค่าธรรมเนียมการประเมินราคา ประมาณ 2,800.-บาท

3.ค่าอากรสัญญากู้ฯ  จำนวน 1,305.-บาท (ได้จาก 2,600,000 คูณ 0.05% จะได้ 1,300.-บาท บวก คู่ฉบับสัญญากู้ฯ 5 บาท)

4.การประกันอัคคีภัย  โดยประมาณไม่เกิน 10,000 บาท

5.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประมาณ 1,000.-บาท

6.ค่าธรรมเนียมการจดจำนองที่กรมที่ดิน  โดยประมาณ 26,000.-บาท (คิดประมาณ 1% ของวงเงินจำนอง(หรือวงเงินกู้) 2,600,000 คูณ 1 หาร 100 )
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยประมาณ 67,105.-บาท

หากเราใช้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเดิม ปัจจุบันเท่ากับ MLR-1.00%ต่อปี (MLR = 6.250) ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่เราจะจ่ายก็คือ 5.250% เราจ่ายดอกเบี้ยไปทั้งหมด 391,460.02 บาท

หากเราใช้ อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่เรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม อัตราดอกเบี้ยในปีแรก 2.90%ต่อปี อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 2 คือ MRR-3.00%ต่อปี อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 คือ MRR -2.00%ต่อปี หลังจากนั้น(ในปีที่ 4 เป็นต้นไป) คือ MRR-0.50%ต่อปี เราจ่ายดอกเบี้ยไป จำนวน 274,817.18 บาท

เมื่อหักกลบกันระหว่างตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จะได้ส่วนต่าง(ของดอกเบี้ยที่ได้ลดเนื่องจากการ Refinance ไปสถาบันการเงินอื่น) จำนวน 116,642.84 บาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายที่ผมบอกไปในเบื้องต้น จำนวน 67,105.-บาท เรายังมีส่วนต่างที่ไปชำระต้นเงินกู้ได้มากขึ้น หากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น

แต่หากเราขอลดดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม เราก็ไม่ต้องจ่ายในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผมได้บอกไป เพียงแต่เงื่อนไขของอัตราดอกเบี้ย ต้องลดได้มากกว่าเดิม และที่สำคัญเราต้องลองคำนวนดูครับว่า การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม หรือ การ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น ประเด็นไหนจะดีที่สุดสำหรับตัวเรา

เพิ่มเติมอีกนิด สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย  หากมีคนมาบอกว่า คำนวนค่าใช้จ่ายเป็น% นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การเปรียบเทียบต้องเป็นการเปรียบเทียบในรูปแบบเดียวกัน หากเป็นจำนวนเงิน ต้องนำจำนวนเงินมาเปรียบเทียบ แต่หากเป็นเปอร์เซ็น ต้องนำเรื่องของเปอร์เซ็นมาเปรียบเทียบ  ไม่ใช่ว่า นำจำนวนเงินมาคำนวนเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็น  เช่น ผมบอกว่า ผมหนัก 70 กิโลเมตร  เป็นไปได้หรือเปล่าครับ  ที่ถูกต้อง ต้องบอกว่าผมหนัก 70 กิโลกรัม  แต่หากจะนำค่าใช้จ่ายมาคำนวนเป็นเปอร์เซ็น  ต้องนำระยะเวลาในการกู้ทั้งหมด มาคำนวนเป็นเปอร์เซ็น  ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ จะน้อยมากๆ  เช่น ค่าใช้จ่ายที่ผมคำนวนในเบื้องต้นจำนวน 67,105.-บาท หากจะคำนวนว่า จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องนำระยะเวลาในการกู้ที่เหลือ หรือ ที่ขอกู้ใหม่ มาคำนวน เช่น เหลือระยะเวลาในการกู้ตามตัวอย่าง 204 เดือน ( 17ปี )  (เดิมระยะเวลาการกู้ 240 เดือน ผ่อนไปแล้ว 36 เดือน คงเหลือระยะเวลาการผ่อนอีก 204 เดือน) ส่วนตัวผม  ไม่ไปคำนวน แต่ผมใช้วิธีข้างบนดีกว่า เห็นเป็นเม็ดเงินที่ได้ลดอย่างชัดเจน

แต่ถ้าต้องการที่จะทราบว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นของวงเงินกู้ในระยะเวลาการกู้  สามารถคำนวนได้ดังนี้   นำค่าใช้จ่าย(ตามตัวอย่าง) 67,105.-บาท หารด้วย(วงเงินกู้) 2,600,000.-บาท ผลลัพธ์ที่ได้คือ 0.02581%  โดยมีระยะเวลา 17 ปี  แต่หากจะคิดตามระยะเวลา 1 ปี  ให้นำผลลัพธ์ 0.02581 หารด้วย 17(ปี) ผลลัพธ์ที่ได้คือ 0.000152% เฉลี่ยปีละ 3,947.353 บาท  (คิดมาจาก 0.000152 คูณด้วย (วงเงินกู้)  2,600,000.-)  และเมื่อคิดกลับไปสู่ค่าธรรมเนียมทั้งหมด  ก็ให้นำค่าเฉลี่ยต่อปี คือ 3,947.353 คูณด้วย 17 (ปี)  ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปก็คือ 67,105.-บาทครับ

ส่วนเรื่องของการประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย  ผมเคยนำเรื่องนี้ไปลงไว้ในครั้งก่อนแล้ว  เพิ่มเติมอีกนิด  การทำประกันชีวิต และ การทำประกันวินาศภัย ต้องเป็นการทำโดยสมัครใจ และเห็นประโยชน์ของการประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย เท่านั้น ต้องไม่มีเงื่อนไขอื่น เช่น หากไม่ทำประกันชีวิต หรือ ประกันวินาศภัยแล้ว การขอสินเชื่อใหม่ หรือ การขอลดอัตราดอกเบี้ยไม่ผ่าน   ยกเว้นจะเป็นโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร(ที่ประกาศเป็นทางการและมีเอกสารยืนยันว่า เป็นประกาศของธนาคาร) ว่า หากทำประกันชีวิต จะมีส่วนลดของอัตราดอกเบี้ย มากกว่าที่ ไม่ทำประกันชีวิต  หากมีการบังคับให้ทำประกันชีวิต หรือ ประกันวินาศภัย สามารถร้องเรียนผ่าน  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ได้ในหลายช่องทาง

สำหรับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกท่าน  หากสงสัยโทร.มาคุยกันได้ ยินดีให้คำปรึกษาครับ

#สถาบันการเงิน
#ธนาคารพาณิชย์
#สินเชื่อที่อยู่อาศัย
#อัตราดอกเบี้ย
#ประกันชีวิต
#สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
#คปภ
3
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« กระทู้ล่าสุด โดย sithiphong เมื่อ มกราคม 16, 2018, 08:40:11 PM »
วันนี้ เรามาคุยกันเรื่องประเภทของอัตราดอกเบี้ย ว่ามีประเภทไหนบ้าง แล้วแต่ละประเภทคืออะไร  ผมนำมาให้อ่านกันโดยอยู่ในไฟล์รูปประกอบ และมาดูเรื่องของประโยชน์ของการ Refinance สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินเดิม หากท่านใดเห็นว่าดี  แชร์ต่อกันได้ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ ครับ

มี 2 ตอน  ตอนนี้ตอนที่ 1 จาก 2 ตอน

ผมเองเคยทำไฟล์ที่เป็น Excel ในการใช้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร ผลที่ได้ ได้อะไร  ซึ่งสามารถใช้คำนวณเพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย 2 โปรโมชั่น   หากพี่ๆ  เพื่อนๆ  น้องๆ ท่านใดสนใจ แจ้งมาได้ ผมรบกวนแจ้งผ่านไลน์ส่วนตัว หรือ ส่งข้อความส่วนตัวเข้าของ FaceBook ได้ ผมจะส่งไฟล์ให้ไว้ใช้กันครับ

มาคุยกันในเจตนาที่ผมให้ความรู้กับบางท่านที่ไม่รู้ในเรื่องนี้ ผมอยากให้ความรู้เป็นวิทยาทาน  อานิสงส์ในการเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทาน ผมขออธิษฐานว่า ขอให้ผมเป็นผู้ที่เข้าใจในเรื่องราวต่างๆที่มีผู้ที่อธิบายในเรื่องนั้นๆได้โดยง่ายด้วยเทอญ

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งของการดำรงชีวิตในปัจจุบันสำหรับผู้ที่ซื้อบ้าน โดยใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์  ผมจะใช้คำว่า ธนาคาร แทนคำว่า สถาบันการเงิน เพราะว่าผมจะขอคุยกันในเรื่องของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่กับธนาคารเท่านั้น

ก่อนที่จะคุยกันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย  ผมอยากคุยในเรื่องของ “การให้บริการ (Service)”  ในมุมมองของผมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ในบางครั้งอาจจะมีมากกว่าเรื่องของอัตราดอกเบี้ยด้วยซ้ำ  หากสถาบันการเงินไหนที่บริการดี  ผมว่าหลายๆท่านคงไม่อยากย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงินแน่นอน  เนื่องจากการย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงิน  มีความยุ่งยากพอสมควร ไหนจะต้องเตรียมเอกสารที่ค่อนข้างเยอะอยู่  ไหนจะเสียเวลาในการไปติดต่อกับสถาบันการเงินอื่นๆ ไหนจะต้องไปดำเนินการในการทำนิติกรรมที่กรมที่ดินอีก  แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยยังแพงกว่า แถมการบริการห่วยแตก  มีแต่คนที่ต้องการย้ายวงเงินสินเชื่อไปยังอีกสถาบันการเงินแน่นอน  ถึงแม้จะต้องเตรียมเอกสารอย่างเยอะ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเวลาในการดำเนินการในเรื่องต่างๆอย่างมากก็ตาม  และอีกเรื่องที่จะบอกก็คือ  เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินมองออกหรือไม่ว่า ในใจของเราต้องการอะไร  มีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินนั้นๆ  มองเราไม่ออกก็มีอยู่มาก  เป็นอย่างนั้นหรือไม่ครับท่านผู้อ่าน

เรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัย  ในกรณีที่เราขอกู้  ทางธนาคารจะมีประเภทสินเชื่ออีกประเภทก็คือ วงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน (ในแต่ละธนาคารจะเรียกชื่อแตกต่างกันไป)  ซึ่งเป็นวงเงินที่เราสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งบ้าน หรือ นำไปชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองภาระหนี้

มาคุยกันในเรื่องของการ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยกัน (และไม่เกี่ยวข้องกับการขายบ้านพร้อมที่ดิน)  หาก Refinance เราจะต้องใช้วงเงินสินเชื่อฯมาไม่น้อยกว่า 3 ปี ถึงสามารถที่จะ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปยังธนาคารฯอื่นได้ และ จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆอยู่ไม่กี่อย่าง ดังนี้

1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (เป็นอัตราร้อยละเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร  บางธนาคารก็ไม่มี)

2.ค่าธรรมเนียมการประเมินราคา (ค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณ 2,500.-บาท ถึง 15,000.-บาท แล้วแต่ราคาประเมินของแต่ละธนาคาร และขึ้นอยู่กับวงเงินกู้ฯด้วย)

3.ค่าอากรสัญญากู้ฯ  โดยปกติคิด 0.05% ของวงเงินกู้ เช่น วงเงินกู้ 1,000,000.-บาท ทางธนาคารจะคิดค่าอากร 500.-บาท กับ คู่ฉบับ อีก 5 บาท  (วิธีคิด นำ 1,000,000.- คูณ 0.05% ก็จะได้ผลลัพธ์คือ 500.-บาท)  ค่าอากรสัญญากู้ฯนี้ ทางธนาคารจะต้องนำส่งให้กับกรมสรรพากร

4.การประกันอัคคีภัย  ในการทำประกันอัคคีภัย เงื่อนไขอยู่แต่ละธนาคารว่า จะให้ทำประกันอัคคีภัยกี่ปี  มีตั้งแต่ 1 ปี  ไปจนถึง 30 ปีก็มี  แต่โดยปกติจะให้ทำประกันอัคคีภัยกัน 3 ปี

5.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แล้วแต่ทางธนาคารจะเป็นผู้กำหนด ในบางธนาคารไม่มี

6.ค่าธรรมเนียมการจดจำนองที่กรมที่ดิน  จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1%ของวงเงินการจดจำนอง(หรือวงเงินสินเชื่อทั้งหมด (ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยและ/หรือวงเงินสินเชื่อบ้านแลกเงิน) ที่เราได้รับอนุมัติจากธนาคาร)

7.บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขในการรับ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น หากปิดก่อน 3 ปี หากปิดก่อนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือ ค่าธรรมเนียมบางเรื่องที่ธนาคารยกเว้นให้ในครั้งแรก ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านั้น หรือ บางธนาคารอาจจะขอปรับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นโปรโมชั่นที่เราได้รับ เป็นอัตราดอกเบี้ยปกติของธนาคาร  ส่วนในเรื่องที่ชำระต้นเงินบางส่วน  บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขในการห้ามชำระต้นเงิน  แต่บางธนาคารสามารถชำระต้นเงินได้และห้ามปิดก่อน 3 ปี

ในกรณีที่จะRefinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย  หากเราRefinance ไปยังธนาคารอื่น เราสามารถย้ายวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย และวงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน ไปทั้งสองวงเงินได้ โดยอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ  แต่หากเราขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม จะขอลดได้เพียงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (ในบางช่วง บางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นในการใช้วงเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง) ส่วนวงเงินกู้  จะได้วงเงินเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร  (บางธนาคารฯให้ 100% ของราคาประเมินของธนาคาร  บางธนาคารให้ 85% ของราคาประเมินของธนาคาร  บางธนาคารให้ 80% ของราคาประเมินของธนาคาร)

เรามาว่ากันต่อในเรื่องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่จะRefinance ไปธนาคารอื่น กับ การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม และ การไม่ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ผมขอใช้ต้นเงินกู้เป็นตัวเลขกลมๆ จะได้อ่านได้เข้าใจมากขึ้น ผมขอคำนวนเฉพาะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย  ส่วนอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงินในวิธีเดียวกัน

นายโบ๊ตตี้ นามสกุลโน๊ตซัง  มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 3,000,000.-บาท  ระยะเวลาการกู้ 20 ปี อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปัจจุบันเท่ากับ MLR-1.00%ต่อปี (MLR = 6.250) ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่เราจะจ่ายก็คือ 5.250% (ได้จากดอกเบี้ย MLR 6.250 ลบ 1.00 จะได้ผลลัพธ์คือ 5.250)  ปัจจุบันมีภาระหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่เป็นต้นเงินกู้ 2,600,000.- บาท ผ่อนชำระเดือนละ 17,600.-บาท 

การคำนวนอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ปีต่อมา

วิธีการคำนวน  เราทราบอยู่แล้วว่า เราต้องชำระหนี้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยต่อเดือน เป็นจำนวนเท่าไหร่  ตามตัวอย่าง เราผ่อนชำระเดือนละ 17,600.-บาท เราจะคำนวนว่า ในแต่ละเดือนเราต้องชำระดอกเบี้ยเท่าไหร่  ต้องชำระต้นเงินกู้เท่าไหร่  เราใช้ยอดภาระหนี้สินปัจจุบัน คือ 2,600,000.- คูณกับอัตราดอกเบี้ย คือ 5.250 หาร 100 (ที่หาร 100 ก็คืออัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็น%ต่อปี)  แล้วนำไปหาร 12 ( จำนวน 12 เดือนใน 1 ปี) ผลลัพธ์จะได้เป็นดอกเบี้ยต่อเดือน  เป็นจำนวน 11,375.-บาท

เมื่อเราได้ยอดดอกเบี้ยต่อเดือนที่คำนวนได้เท่ากับ 11,375.- แล้วนำไปหักออกจากยอดเงินที่เราชำระต่อเดือนก็คือ 17,600.- เมื่อหักออกแล้วนั่นก็คือ เงินที่เราขำระต้นเงินกู้  เราจะได้ยอดที่เราชำระต้นเงินกู้ก็คือ 17,600 – 11,375 เท่ากับ 6,225.-บาท 

นี่เป็นการคำนวนการชำระต่อเดือน  ส่วนในเดือนถัดไป  คำนวนในลักษณะเดียวกัน  เพียงแต่เปลี่ยนแปลงยอดภาระหนี้ใหม่  ตามตัวอย่างจากเดิม 2,600,000.-บาท เป็นยอดภาระหนี้ใหม่ จำนวน 2,593,775.-บาท คำนวนแบบนี้ในทุกๆเดือน

ในกรณีที่เราอยู่ธนาคารเดิม มีวิธีการคำนวนดังนี้

วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ภาระหนี้ 2,600,000.-บาท หากเรายังคงใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม(ที่เราได้รับอนุมัติจากธนาคารมา)  เราชำระต้นเงินไปจำนวน 242,139.98 บาท และชำระดอกเบี้ยไปจำนวน 391,460.02 บาท  การคำนวนดูตามตาราง 1

ในกรณีที่เรา Refinance ไปสถาบันการเงินอื่น หรือขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม การคำนวนให้ดูตามตารางที่ 2

ผมขอยกตัวอย่างโปรโมชั่นดังนี้

อัตราดอกเบี้ยในปีแรก 2.90%ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 2 คือ MRR-3.00%ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 คือ MRR -2.00%ต่อปี
หลังจากนั้น(ในปีที่ 4 เป็นต้นไป) คือ MRR-0.50%ต่อปี

ผมจะคำนวนให้ดูใน 3 ปีแรกว่า เราจะจ่ายต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเป็นจำนวนเท่าไหร่  โดยภาระหนี้ปัจจุบันและเงื่อนไขอื่นๆคงเดิม(ยกเว้นแต่เรื่องอัตราดอกเบี้ย)
วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ภาระหนี้ 2,600,000.-บาท หากเราRefinanceสินเชื่อที่อยู่อาศัยไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือเราขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม  เราจะชำระต้นเงินไปจำนวน 358,782.82 บาท และชำระดอกเบี้ยไปจำนวน 274,817.18 บาท  การคำนวนดูตามตาราง 2

ผมมาเปรียบเทียบ ตารางที่ 1 (ที่เรายังคงใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม) กับ ตารางที่ 2 (ที่เราRefinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม) ให้ดูว่า การชำระต้นเงินกู้ และ การชำระดอกเบี้ยมีความแตกต่างกันอย่างไร

ทบทวนกันก่อน กันงง กันลืม  ตารางที่ 1 เป็นการชำระเงินกู้ตามอัตราดอกเบี้ยเดิมของสถาบันการเงินเดิม  ส่วนตารางที่ 2 เป็นการชำระเงินกู้ตามอัตราดอกเบี้ยที่ Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม

1.การชำระต้นเงินกู้  จากตารางที่ 1 ชำระต้นเงินกู้ จำนวน  242,139.98 บาท  แต่จากตารางที่ 2 ชำระต้นเงินกู้ จำนวน 358,782.82 บาท  ส่วนต่างจากตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จำนวน 116,642.84 บาท

2.และการชำระดอกเบี้ย จากตารางที่ 1 ชำระดอกเบี้ย จำนวน 393,477.50 บาท แต่จากตารางที่ 2 ชำระดอกเบี้ย จำนวน 274,817.18 บาท ส่วนต่างจากตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2 จำนวน 116,642.84 บาท

ผลต่างทั้งสองข้อ คือ จำนวน 116,642.84 บาท นั่นหมายความว่าอะไร   หมายความว่า หากเรา Refinance ไปยังสถาบันการเงินอื่น  หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิม  จำนวนเงินที่ผมบอกไปก็คือ 116,642.84 บาท แทนที่จะนำไปชำระดอกเบี้ย   แต่เราสามารถนำไปชำระต้นเงินกู้ได้ เรื่องที่มีผลมากกว่านั้นก็คือ ทำให้เราชำระหนี้เสร็จสิ้นได้เร็วมากขึ้นไปอีก

4
บทความ (Blog) / Teacher Day
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ มกราคม 16, 2018, 08:32:18 PM »



ในวันครู 16 มกรา 18 คิดถึงครูจัง ! คิดถึง School คิดถึงไม้เรียวเวลาโดน(หวด)ที่ตูด


ง่วงละนอนดีฝ่า ครู ค๊า.........บ ! ครูอยู่ หนา...........ย


ความเคารพต่อบุคคลผู้ที่ควรเคารพ กล่าวคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมถึงพระธรรม และ พระอริยสงฆ์ด้วยหรือต่อผู้มีพระคุณมีบิดามารดา ครู อาจารย์ เป็นต้น นั้น ควรกระทำเนืองบ่อย ๆ เนือง ๆ พร้อมทั้งควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้น้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ด้วยความจริงใจ เพื่อขัดเกลา{กิเลส}ของตนเองด้วย

นรชน พึงเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญ ไม่ริษยา

และเมื่อไปหาครูพึงรู้จักกาละ พึงรู้จักขณะ ฟังธรรมกถาที่ครูกล่าวแล้ว

พึงฟังสุภาษิตโดยเคารพ

พึงไปหาครู ผู้นั่งอยู่ในเสนาสนะของตนตามกาล ทำมานะดุจเสาให้

พินาศ พึงประพฤติอ่อนน้อม พึงระลึกถึงเนื้อความแห่งภาษิต ธรรมคือบาลี

ศีล พรหมจรรย์และพึงประพฤติโดยเอื้อเฟื้อด้วยดี


5
บทความ (Blog) / การสิ้นสุดฤดูหนาวสำหรับกรุงเทพปี 2018
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ มกราคม 16, 2018, 07:42:00 PM »



ฤดูหนาวอันแสนสั้นของประเทศไทยได้ยุติลงแล้วคงเหลือแต่ความทรงจำสำหรับปี 2018 วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก Glitter

วันหนึ่ง ๆ คนที่มีลูกศร(คือกิเลส)ปักอยู่ในใจ ทำอะไร พล่านไปทางโน้น ทางนี้ ทางนั้นตามกำลังของลูกศร เห็นโทษเห็นภัยหรือเปล่าว่า จะสงบได้ต่อเมื่อไม่มีลูกศร แต่ไม่สามารถเอาลูกศรออกเองได้เลยเพราะมีสะสมอยู่ในจิตมานานมาก ด้วยเหตุนี้ถ้านึกถึงภาพ ซึ่งเป็นภาพที่ทุกคนกำลังพล่านไปทุกวัน ทุกนาที แล้วแต่ว่าจะไปทางไหน เพราะเหตุว่ายังคงมีลูกศร คือ อกุศลอยู่ในจิตใจ พระธรรมที่ทรงแสดง แสดงให้เห็นความจริง ซึ่งถ้าไม่ฟังจะไม่รู้เลยว่า ขณะนี้ไม่รู้แค่ไหน แล้วติดข้องมากมายแค่ไหน จึงมีความขุ่นใจเพราะไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เป็นชีวิตแต่ละวันตามความเป็นจริง

6
บทความ (Blog) / ความสุขพบได้ที่ใจของเรา
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ มกราคม 16, 2018, 04:47:51 PM »
1-IMG_0082 by arnocha2002, on Flickr



ผ่านปีใหม่มาแล้ว ครึ่งเดือนไม่ได้ทำอะไรให้เป็นแก่นสารอีกล่ะมัวแต่ทำ Glitter

Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism  Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren BuddhismNichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism

เป็นเรื่องยากที่สามารถเกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ในเมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ได้แล้วควรที่จะ
7


… ใครจะเชื่อ!  ครูสาวอังกฤษท่านนี้จบอ๊อกฟอร์ด  แต่ทิ้งบ้านเกิดมาอยู่เมืองไทย …เพราะพุทธศาสนา!
… ดูที่ : https://youtu.be/Exe40shO9mg
8


พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ตอน ๒

     ต่อมาพระโฮอิชิก็ไปเล่นขับกล่อมให้เจ้านายน้อยเป็นประจำ จนเจ้าอาวาสเริ่มสงสัยในธุระส่วนตัวของพระโฮอิชิ ท่านจึงสั่งให้เด็กวัดตามพระโฮอิชิไป และแล้วก็ปรากฏว่า พระโฮอิชิเดิมตามดวงไฟวิญญาณ 2 ดวง ไปทางป่าช้าหลังวัด เด็กวัดก็สะกดรอยตามอย่างเงียบๆจนมาพบพระโฮอิชิบรรเลงพิณและขับเพลงกล่อมอยู่ท่ามกลางดวงไฟวิญญาณจำนวนมากท่ามกลางสุสานของตระกูลเฮเคะ
    เด็กวัดจึงเ้ข้าไปจับตัวพระโฮอิชิออกและพากลับวัดไปหาเจ้าอาวาส พระโฮอิชิกำลังโมโหที่ถูกลักพาตัวมาในขณะีที่กำลังบรรเลงเพลงพิณบิวะต่อหน้าเจ้านายผู้ส่งศักดิ์ตัวน้อย เจ้าอาวาสจึงกล่าวถามพระโฮอิชิว่า
 
"โฮอิชิเอย...เจ้าจงเล่ามานะว่าเจ้าไปทำอะไรในตอนกลางคืน"
 "กระผมแค่ถูกเชิญไปบรรเลงเพลงพิณให้เจ้านายผู้สูงศักดิ์"
 "เจ้าแน่ใจนะ...ว่าเจ้าไปบรรเลงเพลงใ้ห้คนฟัง"
 "โธ่หลวงพ่อ...ก็มีคนมารับกระผมขึ้นรถม้าไปยังที่ประทับของเจ้านายน้อยผู้สูงศักดิ์"
  "ที่เจ้าเด็กวัดว่าข้าว่า...เจ้าไปบรรเลงเพลงอยู่ที่สุสานของตระกูลเฮเคะ"
  "อะไรนะหลวงพ่อ"
  "เจ้าไม่เชื่อก็ตามเจ้าเด็กวัดดูล่ะกัน"
  "จริงครับ หลวงพี่ ผมเห็นกับตาว่ามีดวงไฟวิญญาณมากมายอยู่ท่ามกลางหลวงพี่และที่นั้นเป็นสุสานพวกขุนศึกครับหลวงพี่"
   พระโฮอิชิถูกกับอึ้งไปเลย
  "เจ้านะตาบอด ผีมันก็เลยหลอกเจ้าไป ถ้าข้าปล่อยเจ้าให้ไปบรรเลงอยู่กับวิญญาณ เจ้าคงอายุสั้นแน่ๆ"
  "หลวงพ่อครับ...กระผมมันเป็นคนตาบอด...ผมจึงมิอาจจะรู้ได้เลยว่าใครผีใครคน"
  "โฮอิชิ...ข้าว่าถ้าเจ้ายังอยู่ เหล่าวิญญาณต้องตามเอาตัวเจ้าแน่ๆ"
 "เช่นนั้นผมควรทำอย่างไรขอรับ หลวงพ่อช่วยกระผมด้วย"
  "หากเป็นเช่นนั้น...."
  เจ้าอาวาสให้พระโฮอิชิถอดผ้าออกและท่านก็หยิบขวดน้ำหมึกกับพู่กันอันเล็กมาและจุ่มเขียนลงบนตัวของพระโฮอิชิ

       เจ้าอาวาสเขียนตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เป็นยันวัชรปรัชญาปารมิตา และลงอาคมคาถาป้องกันให้พ้นจากวิญญาณร้าย  เจ้าอาวาสถูกนิมนต์ไปพร้อมกับพระภิกษุรูปอื่นไปสวดพิธีศพอีกที่หนึ่ง จึงต้องปล่อยพระโฮอิชิไว้อีก แต่่ท่านวางใจเพราะท่านได้ลงยันต์ป้องกันไว้ให้กับพระโฮอิชิ พอตกกลางคืน พระโฮอิชิมานั่งที่ระเบียงรอเจ้าอาวาสกลับวัดอยู่นั้น
  "พระคุณเจ้าโฮอิชิเจ้าคะ......ข้าน้อยมารับท่านแล้วค่ะ"
   พระโฮอิชินั่งนิ่งแข็งตัว เสียงนั้นอยู่ไม่ไกลตัวท่านเลย
 "พระคุณเจ้าคะ นายน้อยรออยู่นะค่ะท่าน ท่านอยู่ไหนเนี้ย..."
  สาวใช้อันเป็นวิญญาณเดินขึ้นบันไดมาถึงระเบียงที่พระโฮอิชินั่งอยู่พร้อมกับซามูไรและชายขับรถม้า
  "นี้พิณบิวะของหลวงพี่โฮอิชินี้แต่ตัวท่านไปไหนนะ"
  "เจ้าดูนั้นซิ...หู...."
  "อะไรกันนี้หู...แล้วตัวไปไหน"
  "เราจะทำให้ภารกิจครั้งนี้เสียไปไม่ได้...ถึงจะไม่มีตัวแต่เราจะเอาหูไป เราจะทำงานที่นายมอบมาให้เสียไม่ได้ ทำได้เท่าไหนก็ทำเท่านั้น"
  ผีซามูไร ก็ดึงกระชากหูทั้งสองข้างและกำไว้ พระโฮอิชิถูกกระชากหูไป ถึุงจะเจ็บปวดทรมานจนอยากจะ้ร้องออกมาสุดเสียงก็ตาม แต่ก็กลัวว่าผีจะจับได้จึงอดทนเงียบไว้
  "จะดีหรือได้เพียงแค่หูไป..."
  "เอ้าน่า...กลับไปหานายน้อยกัน"
  ดวงวิญญาณ  ก็ลอยออกไปจากวัด พระโฮอิชิผู้น่าสงสารหูของเขาขาดทั้ง 2 ข้าง  ท่านกลัวจึงไม่กล้าไปไหนจึงนั่งอยู่ที่ระเบียงนั้น
   เจ้าอาวาสกลับมาถึงวัด ก็เข้าไปหาพระโฮอิชิและพบภาพที่พระโฮอิชิร้องไห้สะอึกสะอื้นและไร้หูไปแล้ว
   "โธ่ โฮอิชิผู้น่าสงสาร ข้าช่างแย่จริงๆเลย ข้าไม่ไ้ด้เขียนยันต์บริเวณหูของเจ้า.... นโมแด่พระพุทธองค์อมิตาพุทธภะจะรักษ์พิทักษ์เจ้า...ตอนนี้เจ้าจะรอดพ้นจากวิญญาณเหล่านั้นเลย..."
    จากนั้นพระโฮอิชิกลายเป็นพระตาบอดและพระไม่มีหู เจ้าอาวาสให้หมอมารักษาแผลที่บริเวณหูจนหาย จากพระตาบาดมาถูกเรียกว่า โฮอิชิไร้หู (เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของท่านจริงๆ) แต่เรื่องราวของพระโฮอิชิก็กลายเป็นที่ล่ำลือ จนขนาดขุนนางและเศรษฐีจากเกียวโต ก็เดินทางมาฟังเพลงพิณบิวะของพระโฮอิชิ และได้ถวายปัจจัยและของมีค่าต่อวัด จนวัดอมิดาจิ เป็นวัดที่มีทรัพย์สามารถอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาได้ และได้มีการศาลอนุสรณ์เป็นรูปพระโฮอิชินั่งเล่นพิณบิวะที่ ศาลเจ้าอาคามะจิงกุ
 ณ ตรงที่เป็นสุสาน ของขุนศึกเฮเคะ และยังคงตั้งมาจนถึงทุกวันนี้
9


อิสรภาพผ่านการฟังในบาร์โด
6 วิถี อัศจรรย์เพื่อทางลัดแห่งการตรัสรู้
โดย ปัทมะสัมภาวะ


ข้าฯ ปัทมะสัมภาวะ จะอธิบายความหมายแห่งอิสรภาพผ่านการฟังสำหรับผู้มาถึงห้วงขณะของความตาย
ในบรรดาบาร์โดสามประเภท, บาร์โดแรกเป็นขณะแห่งบาร์โดแห่งความตาย ญาติธรรมทั้งหลาย จงตั้งใจฟัง อย่าได้สงสัย
ทุกๆ ประสบการณ์ในโลกนี้เป็นฝันแห่งมาร เฉกเช่นภาพลวงตา
ทุกสิ่งทุกอย่างผันแปรไปไม่ยั่งยืน ทุกคนล้วนมุ่งสู่ความตาย
ผู้เจริญในธรรม ถอยห่างจากสภาวะอันเจ็บปวด
ประสบการณ์แห่งแสงสีขาว, สีแดง และสีดำ ทั้งหลายล้วนเป็นการแสดงมายาแห่งจิตของคุณ
ประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นอื่นใดมากไปกว่าตัวของคุณเอง อย่าไปหวั่นไหว อย่าหวาดกลัวพวกมัน
ขณะนี้ดูเหมือนว่าคุณกำลังจะสูญสิ้นการรับรู้ไป
ภายนอกนั่นดูราวกับว่าเป็นฟ้ายามรุ่งอรุณ
ประสบการณ์ภายในคล้ายกับกรอบของแสงจากตะเกียงเนย
ระลึกไว้ให้กระจ่างชัดใสว่านั่นไม่ใช่ความคิด
แสงสว่างเรืองของความตายนี้คือจิตพุทธะโดยตัวของมันเอง
ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าพยายามไปสร้างเรื่องราวหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
ผู้เจริญในธรรม, บนหนทางนี้เธอจะถูกปลดปล่อยไปสู่ธรรมกาย
อยู่ในความรื่นรมย์และใสกระจ่าง
คุณสมบัติขั้นสูงเหล่านั้นจะถูกปลดปล่อยผ่านสภาวะนี้
ตอนนี้มาสู่บาร์โดที่สองแห่งธรรมาตา
ผู้เดินทาง จงตั้งใจฟัง จดจ่อ อย่าได้สงสัย
ก่อนหน้านี้ เธอไม่ประจักษ์ถึงการตื่นรู้
เจ็ดวันถัดจากนี้ไป ประสบการณ์ของคุณจะคลี่คลาย เช่นสายรุ้งและแสงสี
เป็นแถบและเป็นวง แล้วก็เป็นรูปกายของเทพ
ล้วนเป็นการแสดงออกอันประเสริฐของความหมายและความรู้แห่งสายธรรมพุทธะทั้งห้าตระกูล
อย่าได้หวาดกลัว, อย่าได้ตื่นตระหนกไปเพราะแสงสีอันแรงกล้า
ทั้งหลายล้วนเป็นการแสดงออกของตัวคุณเอง กำหนดจิตให้ผ่านเข้าไปในแสงสีแรงกล้านั้น
และพร้อมกับแสงแรงกล้า ยังมีแสงสีอ่อนนวล ซึ่งแสงนวลเหล่านี้อาจดึงดูดจิตของเธอ
พวกมันต่างเป็นตัวแทนของสิ่งลวงทั้งห้า อันเป็นหนทางสู่ซัมซาลา
ประสบการณ์ของคุณปะปนทั้งเส้นทางแห่งความจริง และไม่จริง
อย่าได้พลาด เลือกให้ถูกทาง
จากใจกลางแห่งชายและหญิงจากตระกูลพุทธะทั้งห้า เมื่อแสงจ้ากระทบตาของเธอ
นี่คือ พระวัชรสัตว์ ทางอันยิ่งใหญ่และเป็นสายตรง
ขณะอันคงไว้ซึ่งความสงบและตื่นรู้ตัว, ในรูปของความกรุณา, ความช่วยเหลือ
เปล่งออกมาด้วยความโหยหาอันเข้มข้น
อย่าได้ยอมรับหรือปฏิเสธสิ่งใด
อย่าได้ปัดทิ้งสิ่งใด ; อย่าได้ยึดถือสิ่งใด
ดำรงอยู่ในสภาวะสืบเนื่องซึ่งเป็นรูปแบบอันศักดิ์สิทธิ์ อันแบ่งแยกไม่ได้จากตัวของเธิเอง
ณ.ที่นี้, เทพองค์หนึ่งกลับกลายเป็นอื่น เธอได้รับการปลดปล่อยให้เข้าสู่สัมโภคกาย
ผู้เดินทางจงฟัง
หากเธอไม่ได้รับอิสรภาพตอนนี้, จงตระหนักว่าเวลาไม่เปลี่ยนแปลงไปตามการสำแดงออก
ทุกหนภายใน องค์เทพทั้งสี่ และทิศทั้งสี่
ข้างบนและข้างล่าง ปรากฏการกำธรมวลแห่งเปลวไฟและแสงสีรุ้ง
ตรงจุดกึ่งกลางปรากฏเป็นเหรุกะ

เทพผู้ติดตามของท่านล้วนน่าสะพรึงกลัว อาบไปด้วยกระแสธารแห่งคมหอกคมดาบอันแหลมคม
พวกเค้าร้องตะโกนโหยหวน หญิงสาวยั่วยวนและคำรามพร้อมกับหัวเราะลั่น
ความตื่นเต้นคึกคะนองนี้ กึกก้องกังวาลกว้างไกลสั่นสะเทือนไปทั่วพันล้านโลกา
อย่าได้หวาดกลัว, อย่าเสียขวัญ
ตระหนักรู้ว่าทุกสิ่งเป็นการเผยออกของความตื่นรู้
คงความตระหนักรู้ไว้
ปักหลักปนเปอย่างไม่แบ่งแยกไปกับสภาวธรรม
เข้าสู่หนทางนี้, เธอจะถูกปลดปล่อย
ในหนทางนี้, ณ จุดศูนย์กลางดำรงไว้ซึ่งอิสรภาพ
บาร์โดที่สาม ระหว่างบาร์โดแห่งการจุติ ... ผู้วายชนจงฟัง, ทายาททางธรรมทั้งหลาย จงตั้งใจ จดจ่อ อย่าได้สงสัย
ร่างกายของเธอตอนนี้ประกอบด้วยกระแสพลังงาน และจิต
รายล้อมรอบมันคลายพลังบาร์โดแห่งการจุติ
ระลึกไว้ว่าเธอได้ตายไปแล้ว และนั่นทำให้เธอใฝ่หาการมีชีวิต
เธออาจถูกจับโดยบริวารผู้เกรี้ยวกราดของเทพแห่งควาตาย
นั่นอาจเป็นเสียงอันน่าสะพรึงกลัว
หุบเหวสูงชันอาจเปิดออกต่อเธอ
อาจมีสัญลักษณ์อันชัดเจน หรือไม่ชัดเจนปรากฏขึ้น
พวกมันต่างก็ล้วนเป็นการแสดงออกแห่งจิตของเธอ
จิตนี้เปิดออกอย่างไร้ขอบเขตราวกับท้องฟ้า
ทว่า ความว่างไม่อาจเป็นอันตรายต่อความว่างได้
เรียกความเชื่อมั่นอันไร้เงื่อนไขของเธอกลับคืนมา
เมื่อใคร่ครวญสารซึ่งได้รับมอบแก่เธอแล้ว สนุกสนานไปกับมันราวกับงานฉลองที่ไม่มีวันจบสิ้น
เอร็ดอร่อยกับอาหารอันโอชะแห่งอิสรภาพผ่านการสูดดม
อย่าได้หื่นกระหายในชีวิตใหม่
ตรงเข้าแทนที่เทพยีตัม และคุรุของเธอ

ทางตะวันตกเป็นอาณาจักรแห่งความสุขสมซึ่งองค์พระอมิตาภะพำนักอยู่
ใครก็ตามที่จำพระนามของท่านได้จะเกิดที่นั่น
เธอก็เช่นกัน เธอจำพระนามท่านได้ ให้ภาวนา
สยบยอมอย่างจงรักษ์และน้อมรำลึกถึงองค์อวโลกิเตศวร และคุรุรินโปเช, โปรดช่วยด้วย!
จงสิ้นสงสัย

โบยบินไปที่นั่น ทะยานไปด้วยยานสายฟ้า
ภายในที่ว่างของดอกบัวตูม ในนั้นเป็นเช่นอาณาจักรแห่งพุทธะ
เธอจะทะยานความเร็วและถือกำเนิดราวปาฏิหารย์
ดังนั้น, ผู้เจริญในธรรม จงเชื่อมั่นในความสุขอันล้ำลึก
ลักษณะอันต้อยต่ำนั้นถูกปลดปล่อยสู่อิสรภาพเช่นนี้
แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น, ให้มาทางแห่งอิสรภาพสักครั้ง จะผ่านไปสู่การเกิดใหม่
จงฟังเถิด, บุตรธิดาแห่งผู้เจริญในธรรม
เมื่อคุณไม่ปิดประตูไปสู่ครรภ์ คุณอาจจะเห็นล็อกเปิดหรือช่องว่าง สถานที่อันมืดมิด ป่า หรือราชวัง
ทิ้งความปรารถนา และความยึดติดทั้งหลายไป
ตั้งจิตเพียงให้จุติบนโลก โดยเฉพาะเจาะจงในทิเบต (ดินแดนแห่งธรรมะ) ในดินแดนแห่งคุรุของคุณ
สร้างจินตภาพพ่อแม่ในอนาคต จากความบริสุทธิ์ เป็นคุรุรินโปเชและคู่ของท่าน
อย่าทะยานอยากหรือผลักไสพวกเขา
เชื่อมั่นและดำรงอยู่ในสภาวะของความสงบเย็น
เธอจะกลายเป็นกระแสโลหิตแห่งธรรมะอันลึกล้ำ
และแล้วเธอจะเคลื่อนอย่างรวดเร็วไร้กาลเวลา รู้ตัวทั่วพร้อม
ผ่านคำแนะนำอันค่อยเป็นค่อยไปนี้
ไม่สำคัญว่าผู้นั้นจะต้อยต่ำสักเพียงไหน
ผู้นั้นจะเกิดใหม่ใน 7 รอบอย่างแน่นอน
ร่างบทซึ่งจบด้วยการอุทิศและความทะเยอทะยานในการภาวนา
แล้วตั้งมั่นในสภาวธรรมซึ่งเป็นธรรมอันประเสริฐแห่งประสบการณ์ทั้งมวล
การเรียนการสอนอันกว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งนี้ไม่ขึ้นกับการบ่มเพาะผ่านวันเวลา
มันคืออิสรภาพผ่านการฟัง

Cr: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10155798348115027&id=635440026
10
บทความ (Blog) / Untitled
« กระทู้ล่าสุด โดย 時々कभीकभी一རພຊຍ๛ เมื่อ มกราคม 15, 2018, 08:30:19 PM »


ความหนาวเหน็บได้จางหายไปแล้วคงไม่หนาวอีกแล้วเวลาล่วงเลยมาถึงปลายหนาวแต่ทางอเมริกายังหนาวอีกนาน

Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism  Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren BuddhismNichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism Nichiren Buddhism

ชีวิตนั้นมีจำกัด จึงไม่ควรจะเสียดาย สิ่งที่ควรเป็นความปรารถนาสูงสุดคือดินแดน{พระพุทธะ}

ความปรารถนาต่อดินแดน{พระพุทธะ}

ปุถุชนในใจรักษาคำว่า
มุ่งมั่นตั้งใจไว้และกลายเป็น{พระพุทธะ}
ความตั้งใจภายในของเราที่จะทำงานเพื่อ
การเผยแพร่ธรรมเป็นกุญแจไปสู่การพัฒนาสภาพ
ชีวิตที่สูงขึ้นของความสุขสัมบูรณ์
ข้าพเจ้าหวังว่าท่านสามารถทำได้และดำเนินชีวิต
ที่เต็มไปด้วยบุญวาสนาและบุญกุศลตลอดเวลา

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham