Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 687
1
มาลงให้อ่านกันอีกรอบ
.
เรื่องของวิธีการทำบุญ ว่า ทำบุญได้กี่วิธี
.
ส่วนเรื่องที่นอกเหนือจากวิธีการทำบุญที่ผมลง  นั่นหมายความว่า ไม่ใช่วิธีการทำบุญ
.
และเรื่องบอกกันมาว่า แชร์แล้วจะโชคดี แชร์แล้วจะร่ำรวย แชร์แล้วจะถูกหวย หรือ แชร์แล้วจะดีอย่างโน้น อย่างนี้  เรื่องนี้ไม่เคยมีในโลกนี้  และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.
หรือ บูชาเครื่องรางของขลังต่างๆ ตามที่โฆษณาแล้วจะร่ำรวย เรื่องนี้ก็ไม่เคยมีในโลกนี้ และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.
ระวังจะ #ตกเป็นเหยื่อ #ทางการตลาด
ระวังจะไปร่วมกระทำกรรมและส่งเสริมที่คนอื่นในการทำกรรมเรื่อง #มุสาวาท
.
ในหลายๆเรื่องที่เราต้องการในปัจจุบัน หากเราไม่ทำไว้ในกาลก่อน (การทำบุญ) ต่อให้เราบูชาเครื่องรางของขลังอย่างไร และ/หรือ  ไปไหว้พระพุทธรูปทุกวัดทั่วโลก  และ/หรือ ไปไหว้เทวรูปทั่วโลก  (เป็นต้น)  เราก็จะไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ
.
เรื่องของการทำบุญ
ให้ทำบุญไว้ ทำไว้ก่อนที่เราจะเสียชีวิต (ผมแนะนำว่า ทำบุญครั้งละน้อยๆ แต่ให้ทำทุกวัน ทำตามกำลังของตนเอง)
ดีกว่าที่จะไปขอส่วนบุญกับบุคคลอื่นๆ(ไม่ว่าบุคคลนั้นๆ จะเป็นญาติหรือไม่ก็ตาม)
.
ปกติผมเองทำบุญเกือบทุกวัน  เมื่อทำบุญแล้วก็กรวดน้ำทันที
วิธีการทำบุญของผม  (หากท่านใดจะนำไปทำตาม ผมยินดีครับ)
ผมมีกล่องอยู่ 3 กล่อง ที่ไว้นำเงินหยอดลงในกล่อง เพื่อไว้ทำบุญตามเจตนาของผม
กล่องที่ 1 ทำบุญทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับพระสงฆ์
กล่องที่ 2 ทำบุญกับ มูลนิธิในพระราชูปถัมภ์ ของรัชกาลที่ 9 หรือ รัชกาลที่ 10 หรือ สมเด็จพระเทพฯ
กล่องที่ 3 ทำบุญเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสัตว์(ที่เดือนร้อน)
.
เงินที่ทำบุญมาทั้งสามกล่อง ผมได้เปิดบัญชีไว้ 3 บัญชี เพื่อนำเงินที่ผมทำบุญ  นำไปเข้าบัญชีไว้ครับ
.
เมื่อไหร่ที่มีงานบุญ เราสามารถโอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆได้ตลอดเวลาครับ
.
เมื่อท่านมีงานทำบุญ ได้โอนเงินไปร่วมทำบุญ  ท่านสามารถกรวดน้ำได้อีก  กรวดน้ำทุกๆครั้งที่ได้ทำบุญ ครับ
.
ที่มา https://www.facebook.com/noom.sithiphong

2
ผมร่วมทำบุญ ผ้าป่ามหาพุทธบูชา ร่วมปิดงานสร้างและฉลองสมโภชน์ หลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
จำนวนเงิน 500 บาท

มาร่วมโมทนาบุญกันครับ

3
เรียนญาติธรรมทุกท่านค่ะ
ขออนุญาตประกาศบุญอันมีผลานิสงส์ยิ่ง เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาในวันวิสาขบูชาประจำปี 2561 นี้
.
ผ้าป่ามหาพุทธบูชา
ร่วมปิดงานสร้างและฉลองสมโภชน์ หลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์ใหญ่
วัดห้วยมงคล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
.
สำหรับท่านใดที่มีความประสงค์ที่จะร่วมทำบุญ (การทำบุญ จะทำบุญในส่วนที่ยังคงค้างในการสร้างทุกๆส่วน และแล้วแต่ทางหลวงพี่นิล และ พี่แอ๊ว จะดำเนินการนำเงินที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้ ไปดำเนินการ) และรายละเอียดการร่วมทำบุญ รายละเอียดอยู่ด้านล่าง
ทำบุญได้ที่
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 983-2-94326-4
ชื่อบัญชี นายสิทธิพงศ์ สงวนศักดิ์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2
ระยะเวลาการร่วมทำบุญ
เริ่มต้นร่วมทำบุญ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2561)
สิ้นสุดการร่วมทำบุญ วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2561 เวลา 12.00 น.
หลังจากการสิ้นสุดระยะเวลาการร่วมทำบุญ หากยังมีการโอนเงินเข้ามา ผมถือว่า ให้เงินผมมาไปทำบุญแล้วแต่ว่า ผมจะไปทำบุญที่ไหนก็ได้ ครับ
ตามที่พระครูปภัสสรวรพินิจ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ร่วมกับคณะพุทธบริษัท ได้จัดสร้างหลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์ใหญ่( 14.9×19.9 เมตร) ณ วัดห้วยมงคล หัวหิน โดยเริ่มดำเนินการมานับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 นั้น
ขณะนี้ การก่อสร้างทั้งโครงการเหลืองานอีกประมาณ 10% จะแล้วเสร็จ เพื่อให้ทันกำหนดการฉลองสมโภชน์ ในวันวิสาขบูชา ปี 2561 นี้
ในการนี้ พระอาจารย์นิลได้รับเมตตาจากท่านเจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ในการเป็นเจ้าภาพจัดเตรียมและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและสิ่งมงคลอื่นๆ บรรจุไว้ ณ พระเกศ และพระอุระ ขององค์พระใหญ่
ขอเรียนเชิญญาติธรรมทั้งหลาย ร่วมเป็นเจ้าภาพกองบุญผ้าป่ามหาพุทธบูชา และร่วมในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและสิ่งมงคลอื่นๆ บรรจุไว้ ณ พระเกศ และพระอุระ ของหลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์ใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2561 ณ วัดห้วยมงคล หัวหิน
กองบุญมหาพุทธบูชาดังกล่าว ประกอบด้วย
ดอกบัว ชุดมหามงคลที่จะอัญเชิญบรรจุในองค์พระ
1. สมเด็จองค์ปฐมทองคำ (หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ น.น.องค์ละ 5.5 บาท จำนวน 2 องค์
2.ผอบทองคำ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 1 ผอบ
3.ชุดผ้าไตรจีวรไหมสีทองพิเศษ
4.เครื่องอัฐบริขาร 1 ชุด
5.พระไตรปิฎกพร้อมตู้ไม้สักทอง 1 ชุด
6.ชุดพานขอขมาพระ รัตนตรัย 1 พาน
.
ร่วมเป็นเจ้าภาพปิดงานก่อสร้างที่เหลืออยู่
ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานฉลองสมโภชน์ในวันวิสาขะบูชา โดยมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ 999 รูป
.
สมเด็จองค์ปฐมทองคำ 2 องค์ /ผอบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 9 พระองค์ รับจากคุณทองดี หรรษคุณารมณ์ ประธานมูลริธิพระบรมธาตุ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่ออัญเชิญบรรจุที่พระเกศและพระอุระ ขององค์พระใหญ่
รายละเอียดเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ครับ
ขอขอบคุณพี่แอ๊ว ที่แจ้งงานบุญให้ทราบกันครับ

4
เมื่อธนาคาร "ฟรีค่าธรรมเนียม" คนออมเงินแบบเราได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

by อภินิหารเงินออม,Apr 5, 2018 4:35 PM

บทความนี้เป็น Advertorial



ฟรี ฟรี ฟรี!! ค่าธรรมเนียมธนาคาร
"ฟรีค่าธรรมเนียม" เรารอมาเนิ่นนานเหลือเกิน สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆสักที (เฉพาะการใช้บริการธนาคารออนไลน์) เชื่อว่าทันทีที่เห็นข่าวนี้ หลายคนมักจะแชร์ไปบอกพ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนๆด้วยความดีใจว่า ต่อไปไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารอีกต่อไป ในขณะที่อีกมองมุมหนึ่งที่รับรู้ได้จากปรากฎการณ์นี้ คือ  ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ก็ต้องยอมถอย เพื่อก้าวต่อไปที่ไกลกว่าเดิม และเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่า เราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ



“สังคมไร้เงินสด” คืออะไร?
เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกับสังคมไร้เงินสดกันมาสักระยะแล้ว เช่น การใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS , MRT  การเติมเงินเล่นเกมส์ การโอนเงินหรือจ่ายบิลผ่านมือถือ การลงทุนหุ้นหรือกองทุนรวมแบบออนไลน์ การซื้อตั๋วเครื่องบินแบบออนไลน์ การจ่ายเงินผ่าน QR Code และอื่นๆที่กำลังจะตามมาอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้เราใช้จ่ายโดยไม่ต้องใช้เงินสด

เรียกง่าย ๆ ว่า "โลกอนาคตเป็นยุคที่เราไม่ใช้จ่ายเงินในรูปแบบเหรียญหรือธนบัตรอีกต่อไป เพราะเงินของเราจะกลายเป็นเพียงตัวเลขที่อยู่ในระบบ"

ถ้าต้องการดูยอดเงินคงเหลือหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็ทำธุรกรรมการเงินได้แบบออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์หรือแอพธนาคารบนมือถือ ทำให้ชีวิตของเราง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลกับเวลาเปิดปิดของธนาคารอีกต่อไป



สิ่งที่เราได้รับจากการฟรีค่าธรรมเนียมครั้งนี้

    เราประหยัดเงินมากขึ้น

        จากเดิมที่ต้องเสียเงินยิบย่อยทั้งการโอนข้ามเขต โอนต่างธนาคาร จ่ายบิลสินค้าและบริการ การเติมเงินนั้นต้องเสียค่าธรรมเนียมมากหรือน้อยแตกต่างกันไป แต่ตอนนี้ฟรีทุกอย่างแล้วจ้า ทำให้มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่นมากขึ้น


    เราจัดการเงินได้ง่ายขึ้น

        เมื่อเราแยกบัญชีเงินออมและบัญชีรายจ่ายออกจากกัน โดยเหลือเงินไว้ใน “บัญชีฟรีค่าธรรมเนียม” นี้ตามจำนวนเงินที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือน เรียกง่ายๆว่าให้เป็นบัญชีเงินผ่าน เพื่อใช้จ่ายส่วนตัวในเรื่องต่างๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราดูแลเงินได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ใช้เกินเงินที่มีในบัญชี รู้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างผ่านทางมือถือ เหมือนมีผู้ช่วยจดรายจ่ายให้เราแบบอัตโนมัติ 



ฟรีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
การแข่งขันในตลาดดุเดือดมากๆ จึงทำให้นโยบายของธนาคารต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในขณะที่เราก็ต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะใช้บริการธนาคารออนไลน์ที่ไหน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานธุรกรรมการเงินของเราให้ได้มากที่สุด อภินิหารเงินออมจึงขอรวบรวมข้อมูลที่อัพเดทที่สุดในขณะนี้ ณ วันที่ 1 เม.ย. 61 มาให้เห็นภาพรวมว่าธนาคารหลักๆแต่ละแห่งที่ประกาศว่า “ฟรีค่าธรรมเนียม” นั้นมีเงื่อนไขอะไรแตกต่างกันบ้าง? (เฉพาะช่องทาง Internet , Mobile Banking และ ATM)

ตาราง ให้ดูจากรูปที่แนบ
จากตารางสรุปนี้จะเห็นว่าแต่ละธนาคารมีรายละเอียดแตกต่างกัน ถ้าเราเข้าใจตรงจุดนี้แล้วก็จะฟรีค่าธรรมเนียมได้เต็ม 100%

    ช่องทาง Internet และ Mobile Banking ส่วนใหญ่จะ “ฟรีไม่จำกัด” คล้ายๆกัน

    ช่องทาง ATM นั้นมีจุดที่แตกต่างกัน เพราะสิ่งของทุกอย่างล้วนมีต้นทุน คำว่า “ฟรี” ก็เช่นกัน ต้นทุนที่ว่านี้ คือ ค่าธรรมเนียมบัตรรายปีที่แต่ละธนาคารเก็บค่าใช้บริการบัตร ATM ไม่เท่ากัน ถ้าเราเลือกที่จะฟรีค่าธรรมเนียมแล้ว ควรเลือกต้นทุนที่เป็นค่าธรรมเนียมรายปี ATM ที่ราคาไม่สูง เพื่อทำให้เราประหยัดรายจ่ายได้มากขึ้นนะคะ



ข้อดี และข้อควรระวังของการใช้บริการเมื่อธนาคารออนไลน์ ฟรีค่าธรรมเนียม

    ข้อดี
        ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะฟรีค่าธรรมเนียม ทำให้เรามีเงินเหลือไปใช้อย่างอื่นได้มากขึ้น

        เราจัดการเรื่องเงินทุกอย่างได้ในระบบออนไลน์ ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

    ข้อควรระวัง
        แม้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยในของธนาคารจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ระมัดระวังตัวเอง อาจจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกได้ เช่น การถูกหลอกให้โอนเงิน การตอบอีเมลล์ที่ไม่รู้จักหรือโหลดโปรแกรมแปลกๆลงคอมพิวเตอร์ หรือมือถือ

        ทางที่ดีเราควรติดตามข่าวสารตลอดเวลาว่ากลุ่มมิจฉาชีพอัพเลเวลไปถึงไหนแล้ว เราจะได้รู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อนะคะ

หากทุกเดือนเราต้องทำธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เช่น ถอนเงิน โอนเงิน จ่ายบิล เติมเงิน โดยทำผ่านทั้งช่องทางบริการ Internet , Mobile Banking และ ATM ควรแยกบัญชีเพื่อการออมและการใช้จ่ายออกจากกัน เพื่อป้องกันการสับสนเผลอดึงเงินออมออกมาใช้จ่าย



ซึ่งการมีบัญชีเพื่อรายจ่ายโดยเฉพาะนั้น ควรเป็นบัญชีที่ "ฟรีค่าธรรมเนียม" เพราะทำให้เราประหยัดรายจ่าย ของเราได้ ยกตัวอย่าง เช่น “บัญชีฟรีเว่อร์ไลท์” ของธนาคารธนชาต ก็อาจจะตอบโจทย์ความต้องการตรงจุดนี้ได้ (เผื่อใครยังไม่รู้ จริงๆแล้วบัญชีฟรีเว่อร์ไลท์ของธนาคารธนชาตเขา ให้โอนเงินฟรีค่าธรรมเนียม มาตั้งนานแล้วนะจ๊ะ ไม่ได้ตามกระแสแต่อยางใด) โดยท่ามกลางกระแสความฟรีนี้ เรียกได้ว่าธนชาตจัดเต็มไม่น้อยหน้าใคร เพราะให้ลูกค้าออมทรัพย์ธนชาต โอนเงิน และ จ่ายบิล ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ ถือได้ว่าได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ



“บัญชีฟรีเว่อร์ไลท์” ที่ตอบโจทย์ความคุ้มทุกการใช้จ่ายยังไง?
บัญชีฟรีเว่อร์ไลท์ เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้จ่าย เพราะทำเองได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ ในกรณีที่ใช้บริการผ่านทางเคาน์เตอร์ของสาขาธนาคารและช่องทางอื่นๆ จะเสียค่าธรรมเนียมตามปกติ แต่ถ้าเป็นช่องทาง Internet , Mobile Banking และ ATM จะฟรีค่าธรรมเนียมจ้า


ใช้บริการผ่านช่องทาง Internet และ Mobile Banking ผ่าน Thanachart Connect โมบายแอพ และ Thanachart i-Net ฟรีค่าธรรมเนียม ดังนี้

    การโอนเงินข้ามเขตในธนาคารเดียวกัน

    การโอนเงินต่างธนาคาร

    การจ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ

    การเติมเงิน



ใช้บริการผ่านช่องทาง ATM ฟรีค่าธรรมเนียม ดังนี้

    ฟรี!! ไม่จำกัด ผ่านตู้ ATM ทุกธนาคาร

        การสอบถามยอด กดเงินผ่านตู้ ATM (ในเขต)

    ฟรี!! ไม่จำกัด ผ่านตู้ ATM ธนชาต

        การโอนเงินต่างธนาคารผ่านตู้ ATM

        การจ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ


ในขณะที่ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตมีค่าใช้จ่ายปีละ  250 บาท ถือว่ากลางๆและค่อนข้างประหยัดกว่าที่อื่นถ้าเทียบกับธนาคารอื่นๆ ที่ฟรีค่าธรรมเนียมเหมือนกัน แต่เก็บค่าธรรมเนียมบัตร ATM หรือบัตรเดบิตที่รายปีสูงกว่า

“สังคมไร้เงินสดเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้เราจัดการเงินได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เพราะประหยัดเงินที่ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมยิบย่อย”

ที่มา
https://aommoney.com/stories/pajaree/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/1677#jfovm8t494

5
เรื่องดีๆ ที่อยากมาเล่าสู่กันฟัง
.
https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/824689004384154
.
เรื่องของการบริจาค  ที่ไม่ใช่การบริจาคเงิน  แต่เป็นการบริจาคร่างกายของเรา ตอนที่เราไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว
การบริจาคที่ว่านั้น  มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ
1.การบริจาคดวงตา
2.การบริจาคอวัยวะต่างๆในร่างกาย
3.การบริจาคร่างกาย (เป็นอาจารย์ใหญ่  เพื่อใช้ร่างกายของผู้บริจาคสอนเรื่องการแพทย์กับนิสิตแพทย์)
.
โดยส่วนตัวผม ปัจจุบันนี้ไปทำเรื่องบริจาคทั้ง 3 แบบแล้ว โดย
.
แบบที่ 1 #บริจาคดวงตา  ผมไปทำเรื่องบริจาคดวงตาที่ #สภากาชาดไทย เมื่อปี 2537
.
แบบที่ 2 #บริจาคอวัยวะ ผมไปทำเรื่องบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่สามารถนำไปใช้ได้ ที่สภากาชาดไทย น่าจะมากกว่า 10 ปี
.
แบบที่ 3 #บริจาคร่างกาย (เป็นอาจารย์ใหญ่  เพื่อใช้ร่างกายของผู้บริจาคสอนเรื่องการแพทย์กับนิสิตแพทย์)  ผมไปมาวันที่ 4 เมษายน 2561 ที่ #คณะกายวิภาคศาสตร์ #โรงพยาบาลศิริราช
.
อยากมาอธิบายให้ทุกท่านรับทราบกัน ว่า ในกรณีที่ท่านบริจาคทั้ง 3 แบบ  ท่านต้องแจ้งให้กับ สามี หรือ ภรรยา หรือ ญาติที่ใกล้ชิดท่านว่า ท่านได้ดำเนินแจ้งความประสงค์ในการบริจาคแล้ว ขอให้ สามี หรือ ภรรยา หรือ ญาติที่ใกล้ชิดท่าน ช่วยดำเนินการให้ท่านหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว และจะได้เป็นบุญกุศลกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
.
มาต่อกัน 
สำหรับการบริจาคในแบบที่ 1 การบริจาคดวงตา สามารถบริจาคร่วมกับแบบที่ 2 หรือ แบบที่ 3 ได้เสมอ
.
ส่วนการบริจาคในแบบที่ 2 บริจาคอวัยวะ หรือ แบบที่ 3 บริจาคร่างกาย  ต้องมีการเลือกว่า จะบริจาคในแบบไหน  สำหรับท่านที่บริจาคไว้ทั้งแบบที่ 2 และแบบที่ 3 
ในความเห็นส่วนตัวผม  หากอวัยวะของผู้บริจาค ยังสามารถที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้  แนะนำให้บริจาคอวัยวะ  แต่หากผู้บริจาคมีอายุเยอะ อวัยวะต่างๆเริ่มไม่ค่อยดี ให้บริจาคร่างกาย จะดีกว่า 
ในเรื่องที่จะเลือกบริจาคในแบบที่ 2 บริจาคอวัยวะ หรือ แบบที่ 3 บริจาคร่างกาย ผู้ที่บริจาคต้องอธิบายให้กับ สามี หรือ ภรรยา หรือ ญาติที่ใกล้ชิดท่าน ได้ทราบถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ด้วย
.
เมื่อเราเสียชีวิตไปแล้ว จิต(วิญญาณ)ของเรา ไม่สามารถพาร่างกายไปได้  มีเพียง 2 เรื่องที่จิต(วิญญาณ)ของเราพาไปได้ก็คือ #บุญ และ #บาป เท่านั้น ครับ
.
ท่านใดต้องการแบบฟอร์มการบริจาคร่างกาย ผมสแกนมาเป็นไฟล์ PDF เรียบร้อยแล้ว หากท่านใดต้องการแบบฟอร์ม แจ้งผมมา ผมจะส่งให้ทาง Email ครับ
.
เวลาที่จะพิมพ์แบบฟอร์มออกมา  ให้พิมพ์ทั้งสองหน้าโดยให้อยู่ในแผ่นเดียวกัน  ทำทั้งหมด 2 ชุดแล้วส่งไปที่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (รายละเอียดอยู่ด้านหน้า ที่เขียนว่า พินัยกรรมบริจาคร่างกาย) พร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ และรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ
.
เมื่อทางภาควิชากายวิภาคศาสตร์ฯ ได้รับเอกสารท่านแล้ว ก็จะส่งเอกสารขอบคุณและบัตรประจำตัวให้ท่านเก็บไว้ บัตรประจำตัว ทางภาควิชากายวิภาคศาสตร์บอกผมมาว่า ให้เก็บไว้ในกระเป๋าเงิน (แต่ผมว่า เก็บไว้ที่บ้าน น่าจะดีกว่า ผมกลัวทำหาย) ครับ
.
ส่วนการลงนามด้านหลัง (ตามไฟล์รูป)
ในข้อที่ 1. ผู้ทำพินัยกรรม และ ข้อที่ 4. ผู้เขียน ลงนามโดยผู้บริจาค
ในข้อที่ 2. ผู้แจ้งเมื่อถึงแก่กรรม ลงนามโดยสามี หรือ ภรรยา หรือ ญาติที่ใกล้ชิดท่าน
ส่วนในข้อที่ 3. พยาน  ลงนามโดยญาติที่ใกล้ชิดท่าน หรือเพื่อนของท่าน
.
ที่สำคัญมากๆอีกเรื่อง  ผู้ที่บริจาคดวงตา , บริจาคอวัยวะ และบริจาคร่างกาย  ต้องรักษาสุขภาพให้มากๆ  เพื่อให้ตนเองไม่เจ็บป่วย และ ให้คนอื่นเมื่อเราเสียชีวิตไปแล้ว ครับ
.
เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เมื่อเจ้ามา มือเปล่า จะเอาอะไร เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา
ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่ เว้นเสียแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทิ้งสมบัติ ทั้งหลาย ให้ปวงชน ร่างของตน เขายังเอา ไปเผาไฟ
อันความตาย ชายนารี หนีไม่พ้น จะมีจน ก็ต้องตาย วายเป็นผี
ถึงแสนรัก ก็ต้องร้าง ห่างทันที ไม่วันนี้ ก็วันหน้า จริงหนาเราฯ
คัดมาจากหนังสือคู่มือดับทุกข์.
.
เจ้ามามือเปล่า จะเอาอะไร
https://www.youtube.com/watch?v=ehO9F53WSn0
โพสโดย บ่าวอีสานบ้านนา Channel

6
เรามาเรียนรู้กันต่อเรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัยกัน เนื้อหาอาจจะยาวไปสักนิด แต่อ่านแล้วนำไปคิด จะดีกับชีวิตของท่านเอง
ผมดำเนินรอยตามพระบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องที่สอนคนให้ตกปลาให้เป็น ไม่ใช่การให้ปลาไปกิน
เมื่อให้ปลาไปกิน กินหมดแล้ว ก็ยังลำบาก หากินไม่เป็น  ดังนั้น การให้ความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในความคิดเห็นของผม
และผมเองมีไฟล์คำนวณที่ผมทำเอง เป็นไฟล์Excel หากท่านใดสนใจแจ้งมาผ่านไลน์ส่วนตัวผม  แจ้ง ชื่อกับ Email แล้วผมจะส่งให้ท่าน  และเมื่อท่านสงสัยว่า จะกรอกข้อมูลอย่างไร โทร.มาสอบถามผมได้ครับ
.
ที่มา https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/822811464571908
.
นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล อายุปัจจุบัน 44 ปี สถานภาพโสด
ธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ (เป็นธนาคารที่นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน)
ธนาคารโอ๊ะโอ๋ (เป็นธนาคารพาณิชย์อีกแห่ง โดยมีนายปัดรับผิด รับแต่ชอบ เป็นผู้จัดการ)
บริษัทประกันภัย ออนนี่ (มีนายออนนี่ เป็นผู้จัดการ และเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตประกันวินาสภัย)
บริษัทประกันภัย ชายหล่อ (มีนายชายหล่อ เป็นผู้จัดการ และเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตประกันวินาสภัย)
.
มาว่ากันต่อครับ
นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 4,000,000.-บาท(4 ล้านบาท) และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเพิ่ม วงเงิน 500,000 บาท รวมวงเงินกู้ 4,500,000 บาท มีระยะเวลาการใช้สินเชื่อ 20 ปี กับธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ และได้ทำประกันอัคคีภัย 3 ปี กับบริษัทประกันภัย ออนนี่ เมื่อเวลาผ่านไปไวเมื่อลมกรด เวลาผ่านไป 3 ปี  นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล  วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยของนางสาวแป๋วแหวว ภาระหนี้ลดเหลือ 3,600,000.-บาท และวงเงินกู้เพิ่มเติมสินเชื่อบ้านได้เงินเพิ่ม ภาระหนี้ลดเหลือ 450,000 บาท ได้ไปทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยกับ ธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ แล้วทางธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 3.09%ต่อปีทั้งสองวงเงิน  และได้จ่ายค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยต่อไปอีก 3 ปี
.
เหมือนเดิม เวลาวิ่งไปไม่เคยรอใคร ผ่านไปอีก 1 ปี
มีอยู่วันนึง นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้ไปเจอกับ นายปัดรับผิด รับแต่ชอบ ที่เป็นเพื่อนกัน  นายปัดรับผิด รับแต่ชอบ ได้ทราบว่า นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเดิม 
.
จึงชักชวนให้ Refinance มายังธนาคารโอ๊ะโอ๋  ที่จะให้อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก 3.09%ต่อปี โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมดังนี้ 1.ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 2.ค่าธรรมเนียมการโอนที่กรมที่ดิน 3.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก (โดยทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทประกันภัยชายหล่อ) 4.ค่าอากรสัญญากู้ฯใหม่ มีระยะเวลาการใช้วงเงินสินเชื่อ 16 ปี  และที่สำคัญคือ การรวมวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเดิม  ให้เป็นวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินเดียว (ซึ่งมีผลต่อการนำ #ดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไปคำนวณในการ #หักลดหย่อนภาษีประจำปี กับ #กรรมสรรพากร ที่จะได้จำนวนดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น)  นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้ไปลองคำนวณดูว่า ในกรณีการRefinance ไปยังธนาคารโอ๊ะโอ๋ ดีกว่าการใช้บริการที่ธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ ที่เป็นธนาคารเดิมที่ใช้บริการอยู่
.
เมื่อนางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้ไปคำนวณและไตร่ตรอง ดังนี้
.
1.อัตราดอกเบี้ยทั้งธนาคารโอ๊ะโอ๋ (ที่เป็นธนาคารใหม่) กับ ธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ(ที่เป็นธนาคารเดิมที่ใช้บริการอยู่) มีอัตราดอกเบี้ยที่เท่ากันใน 3 ปี เรื่องนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน
.
2.อัตราดอกเบี้ยหลังจาก 3 ปีไปแล้ว ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เนื่องจากสามารถทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ตลอด ถึงแม้ว่าทำเรื่องลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว แต่ยังไม่ถึง 3 ปี ก็สามารถทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ใหม่อีกครั้ง จะทำกี่ครั้งก็ได้ในทุกเวลา
.
3.การบริการ ขอไม่พูดถึง
.
4.เรื่องที่ได้ประโยชน์จากการ Refinance ก็คือ การรวมวงเงินทั้งสองวงเงิน (วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเดิม)  ทำให้มีผลของเรื่องจำนวนดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับธนาคาร ที่สามารถนำไปคำนวนในการหักลดหย่อนภาษีประจำปีกับกรมสรรพากร
.
4.1หากเป็นธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ จำนวนดอกเบี้ยที่นำไปคำนวณการหักลดหย่อนภาษีประจำปีกับกรมสรรพากร จะมีเพียง จำนวนดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ส่วนจำนวนดอกเบี้ยของวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงิน ไม่สามารถนำไปคำนวนการหักลดหย่อนภาษีประจำปีกับกรมสรรพากรได้
.
4.2หาก Refinance ไปยังธนาคารโอ๊ะโอ๋ สามารถนำจำนวนดอกเบี้ยทั้งหมด ไปคำนวณการหักลดหย่อนภาษีประจำปีกับกรมสรรพากรได้  (เนื่องจากเป็นการรวมวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเดิม)  เรื่องนี้ธนาคารโอ๊ะโอ๋ (ธนาคารที่นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล จะRefinance วงเงินสินเชื่อไปอยู่ด้วย) ได้เปรียบขึ้นมาทันที
.
5.เรื่องของประกันอัคคีภัย 
.
5.1เดิมทำประกันอัคคีภัย และมีการต่ออายุออกไปอีก 3 ปี (ใช้ระยะเวลาไปแล้ว 1 ปี)  ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยได้จ่ายให้กับ บริษัทประกันภัย ออนนี่ ไปแล้ว หากยังคงใช้วงเงินสินเชื่ออยู่  ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยที่นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล จ่ายไปแล้ว ถือเสมือนว่า ได้จ่ายเงินไปแล้ว แต่หากว่า นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้ Refinance วงเงินสินเชื่อไปยังธนาคารโอ๊ะโอ๋ นางสาวแป๋วแหวว สามารถขอเวนคืนค่าเบี้ยประกันภัยในส่วนที่เหลืออยู่ตามระยะเวลาในกรมธรรม์ฯได้
.
5.2 หากมีการ Refinance วงเงินสินเชื่อไปยัง ธนาคารโอ๊ะโอ๋  ทางธนาคารโอ๊ะโอ๋ จะเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแทนให้ ในเรื่องนี้ ธนาคารโอ๊ะโอ๋ ได้เปรียบอีก (นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้เปรียบในเรื่องที่ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย อีก 3 ปี)
.
6.เรื่องของระยะเวลาการใช้สินเชื่อ เพื่อความยุติธรรม ต้องใช้ระยะเวลาที่เหลืออยู่ คือ 16 ปี เรื่องนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน
.
นางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล สรุปในประเด็นสำคัญได้ดังนี้
.
1.เรื่องของจำนวนดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัย หาก Refinance ไปธนาคารโอ๊ะโอ๋ (ธนาคารใหม่) จะมีมากกว่า การอยู่ที่ธนคารบอยไม่ดื่มค่ะ ส่งผลในเรื่องของการนำดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยไปคำนวณหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี อีก 3 ปี
.
2.ค่าเบี้ยประกันภัย ในกรณีที่ Refinance ไปธนาคารโอ๊ะโอ๋ ทางธนาคารโอ๊ะโอ๋ เป็นผู้ที่จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยกับบริษัทประกันภัยชายหล่อ แทน และสามารถเวนคืนค่าเบี้ยประกันภัย กับบริษัทประกันภัย ออนนี่ (ธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ ที่เป็นธนาคารเดิม) ได้ ทำให้มีเงินกลับคืนมายังนางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล
.
3.อัตราดอกเบี้ย ใน 3 ปี ของธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ(ธนาคารเดิม) กับ ธนาคารโอ๊ะโอ๋ (ธนาคารใหม่) ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน
.
พอนางสาวแป๋วแหวว ศิษย์หมีพูล ได้วิเคราะห์ผลได้ผลเสียแล้ว ก็ตัดสินใจว่า จะ Refinance สินเชื่อวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม และวงเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านได้เงินเดิม จากธนาคารบอยไม่ดื่มค่ะ ไปยังธนาคารโอ๊ะโอ๋ โดยรวมมาเป็นวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงินเดียว ที่มีนายปัดรับผิด รับแต่ชอบ ที่มาชักชวน 
.
หากเป็นท่านผู้อ่าน  ท่านคิดอย่างไรหากเป็นตัวท่าน
.
มาย้ำกันครับว่า หากมีการขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย(หลังจาก 3 ปีแรก) จากธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่ ต่อมาอีก 3 เดือน , 6 เดือน หรือ เวลาไหนก็ได้  หากท่านเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับการลดจากธนาคาร ยังสูงอยู่ และได้ทราบว่า มีธนาคารอื่นให้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าธนาคารเดิม  ท่านสามารถเข้าไปทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก โดยไม่จำเป็นให้ครบอีก 3 ปี
.
ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และประกาศในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์  เช่น เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย  ประกาศ ธปท. 12 ม.ค. 2561 (สกส.1/2561)  https://www.bot.or.th/app/FIPCS/Thai/PFIPCS_List.aspx
https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf
.
แต่หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมในการให้บริการของธนาคาร  ผมแนะนำตามนี้
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
โทร.1213
https://www.1213.or.th/th/Pages/default.aspx
----------------------------------------------------------
ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
https://www.1213.or.th/th/aboutfcc/complainthandling/Pages/complainthandling.aspxเป็นรายละเอียดที่สามารถร้องเรียนกับ ธปท.ได้
----------------------------------------------------------
ตารางแสดงระยะเวลาการให้บริการทางการเงิน (SLA)
https://www.1213.or.th/th/tools/programs/Pages/SLA.aspx
เป็นตารางแสดงระยะเวลาที่ธนาคารได้แจ้งกับธนาคารแห่งประเทศไทยว่า เป็นระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งให้บริการกับลูกค้าในเรื่องต่างๆ
----------------------------------------------------------

เงื่อนไขการร้องเรียน
https://www.1213.or.th/th/aboutfcc/complainthandling/pages/complain-condition.aspxเป็นหน้าจอที่เข้าสู่ระบบการร้องเรียน
. .
#สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
#การRefinanceสินเชื่อ
#การย้ายวงเงินสินเชื่อไปสถาบันการเงินอื่น
#อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#การคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
#ธนาคารพาณิชย์
#สินเชื่อRefinance
#สถาบันการเงิน
#อัตราดอกเบี้ย
#ประกันชีวิต
#ร้องเรียนผ่านคปภ.
#สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
#คปภ

7
เรามาทำความรู้จักเรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) กันสักเล็กน้อย
.
เจตนาที่ผมนำมาลง เพื่อให้ความรู้เป็นวิทยาทาน
ผมดำเนินรอยตามพระบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องที่สอนคนให้ตกปลาให้เป็น ไม่ใช่การให้ปลาไปกิน
เมื่อให้ปลาไปกิน กินหมดแล้ว ก็ยังลำบาก หากินไม่เป็น  ดังนั้น การให้ความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในความคิดเห็นของผม
.
.
ผมจะยกตัวอย่างให้อ่านกัน
.
นายโน๊ตตี้ นามสกุลลูกพี่โบ๊ตซัง เป็นลูกค้า
ธนาคารณัชชี่ เป็นธนาคารที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ธนาคารวิไม่ว่าต้อม เป็นธนาคารพาณิชย์อีกธนาคาร
ธนาคารแก้มหอม เป็นธนาคารพาณิชย์อีกแห่ง
บริษัทประกันภัย ออนนี่ โดยนายออนนี่ มีใบอนุญาตประกันวินาสภัย และ เป็นบริษัทประกันภัยที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ทำประกันอัคคีภัยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยไว้
บริษัทประกันภัย ชายหล่อ  โดยมีนายชายหล่อ มีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาสภัย
.
มาต่อกัน
.
นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง  ได้ใช้วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารณัชชี่ และได้ทำประกันอัคคีภัยไว้ที่บริษัทประกันภัย ออนนี่ ระยะเวลาที่ทำประกันอัคคีภัยคือ 3 ปี
.
ต่อมาอีก 2 ปีครึ่ง ก่อนที่จะครบกำหนด นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ได้พบกับ นายชายหล่อ ที่เป็นเจ้านายเก่า  นายชายหล่อได้ทราบเรื่องที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ที่ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้จะครบ 3 ปี  นายชายหล่อ ได้ชักชวนให้มาทำประกันอัคคีภัยที่ บริษัทประกันภัยชายหล่อ  หลังจากที่ได้คุยกันในรายละเอียด นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ได้ตอบตกลง
.
นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ได้ไปติดต่อกับธนาคารณัชชี่ โดยทำหนังสือแจ้งความประสงค์ว่า จะขอเปลี่ยนแปลงการทำประกันอัคคีภัย จากเดิมที่ทำไว้ที่ บริษัทประกันภัย ออนนี่  จะเปลี่ยนไปเป็น บริษัทประกันภัย ชายหล่อ
.
ทางธนาคารณัชชี่ ต้องยินยอมให้นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง เปลี่ยนแปลงการทำประกันอัคคีภัยจาก บริษัทประกันภัย ออนนี่ เป็น บริษัทประกันภัย ชายหล่อ  และห้ามธนาคารณัชชี่ อ้างว่า เป็นระเบียบของธนาคาร
.
หากระเบียบของธนาคารใดๆก็ตามทุกธนาคาร ขัดแย้งกับกฎหมาย หรือ ประกาศ/ระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย  ระเบียบของธนาคารนั้นๆ ใช้ไม่ได้/เป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มต้น
.
แต่การทำประกันอัคคีภัยของสินเชื่อที่อยู่อาศํย  จำเป็นต้องทำ  ไม่ทำไม่ได้ เนื่องจากข้อความในสัญญากู้ฯ จะระบุไว้อยู่แล้วว่า ต้องทำประกันอัคคีภัย
อีกส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงของตัวลูกค้าและธนาคาร  ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์เรื่องของไฟไหม้บ้านได้ และที่เคยกระซิบกันไว้ว่า ในเรื่องของน้ำ  หากเป็นน้ำที่อยู่ภายในบ้าน เกิดรั่วออกจากท่อน้ำ แล้วไปทำความเสียหายให้กับตัวบ้าน หรือสิ่งควบของบ้าน สามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยได้
.
และในเรื่องของการ Refinance สินเชื่อที่อยู่อาศัย หากนายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไปแจ้งความประสงค์ที่จะขอ Refinance ทางธนาคารณัชชี่ ต้องไม่ขัดขวาง / ถ่วงเวลา / ไม่ขายผลิตภัณฑ์เช่น ให้ทำประกันชีวิตเพิ่มเติม หรือ ให้ทำประกันวินาสภัย( PA / ประกันอุบัติเหตุ ) เพิ่มเติม โดยที่นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ไม่ยินอม และทางธนาคารณัชชี่ ต้องดำเนินการในเรื่องของ Refinance ผมแนะนำอย่างนี้ว่า นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง จะRefinance สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปธนาคารแก้มหอม ให้ทำเป็นหนังสือไปแจ้ง และให้ทางธนาคารณัชชี่ เซ็นรับเอกสารดังกล่าว  หากธนาคารณัชชี่ ไม่ดำเนินการเช่น การถ่วงเวลา  ขั้นต่อไปให้ นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ทำหนังสือแจ้งในเรื่องนี้ ่ผานศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในหนังสืออาจจะแจ้งเพิ่มเติมในกรณีถูกบังคับให้ทำประกันชีวิตเพิ่มเติม หรือ ให้ทำประกันวินาสภัย( PA / ประกันอุบัติเหตุ ) เพิ่มเติมไปด้วย
.
มาต่ออีกเรื่อง
ต่อมา นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง ได้เปิดบริษัททำธุรกิจ  ซึ่งต้องการเงินที่มาใช้ในบริษัท  นายโน๊ตตี้ ลูกพี่โบ๊ตซัง  ได้ไปขอสินเชื่อธุรกิจกับ ธนาคารวิไม่ว่าต้อม ทางธนาคารวิไม่ว่าต้อม ต้องไม่นำเสนอประกันชีวิต หรือ ให้ทำประกันวินาสภัย( PA / ประกันอุบัติเหตุ ) ในกรณีที่หากไม่ทำ วงเงินสินเชื่อจะไม่ผ่านการพิจารณา
.
และผู้ที่นำเสนอ ประกันชีวิตเพิ่มเติม ต้องมีใบอนุญาตตัวแทนประชีวิตหรือใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต / ประกันวินาสภัย( PA / ประกันอุบัติเหตุ ) ต้องมีใบอนุญาตตัวแทนประกันวินาสภัย หรือ ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาสภัย  โดยผู้นำเสนอต้องแจ้งให้กับลูกค้าก่อนเสมอ หรือหากมีการนำเสนอในสถานที่ทำการ ในสถานที่ทำการต้องติดประกาศรายละเอียดของผู้ที่มีใบอนุญาตว่า มีใครบ้าง ทุกสถานที่ทำการ

---------------------------------------------------

เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct)
.
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
.
ประกาศ ธปท. 12 ม.ค. 2561 (สกส.1/2561)
.
การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct)
.
https://www.bot.or.th/app/FIPCS/Thai/PFIPCS_List.aspx
.
https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf
.
#การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม
#Marketconduct
#ธนาคารแห่งประเทศไทย
#สถาบันการเงิน
#ธนาคาร
ที่มา อัลบั้ม Market conduct
https://www.facebook.com/noom.sithiphong

8
มาเล่าสู่กันฟัง เรื่องการหักบัญชีบัตรเครดิต KTC ที่แจ้งการชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตอาวุโสโอเค กับ บจ.เอไอเอ

ภรรยาผม ได้เคยแจ้งการทำประกันชีวิตอาวุโสโอเค ให้กับคุณพ่อ กับ เอไอเอ โดยแจ้งให้ตัดบัญชีบัตรเครดิตในการชำระค่าเบี้ยฯ
แต่ต่อมาทางภรรยาผม ไม่ต้องการที่จะส่งค่าเบี้ยฯ ผมจึงได้ทำหนังสือให้ภรรยาผม ในการแจ้งเรื่องนี้กับ บจ.เอไอเอ โดยจะเปลี่ยนแปลงประเภทกรมธรรม์เป็นประเภทขยายระยะเวลา ตามตารางมูลค่าเวนคืนเงินสด (ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยฯอีก) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 วันครบกำหนด 21 สิงหาคม 2564 จนกระทั่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อย

และผมได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง บมจ.บัตรกรุงไทย ( KTC ) โดยทำหนังสือฉบับแรกไปเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 และมีการติดต่อประสานงานเบื้องต้นหลายๆรอบ แต่สุดท้ายหนังสือของ KTC ที่ส่งกลับมาให้ผม มีการตอบมาไม่ตรงกับที่ผมได้สอบถามไป ผมจึงจำเป็นต้องสอบถามในเรื่องนี้ โดยสอบถามไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ จะได้มีอำนาจสูงสุดในการตอบปัญหา

แต่ถ้าผมไม่ได้รับหนังสือตอบจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผมจะทำหนังสือฉบับต่อไปในการสอบถามในเรื่องดังกล่าว แต่จะทำเรื่องผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอคำตอบในเรื่องดังกล่าวนี้ ครับ

หากมีผลความคืบหน้า จะมาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบกัน
เพื่อเป็นวิทยาทานในความรู้ ในการติดต่อกับสถาบันการเงินทั้งธนาคาร และ NonBank ครับ

 #ktcrealprivileges
#ktc
#บริษัทบัตรกรุงไทยจำกัดมหาชน
#บัตรกรุงไทย
#ktcบริษัทบัตรกรุงไทยอาคารไทยมิททาวเวอร์
#ktcกรุงไทย
#ktcกรุงไทยจํากัด
#ธนาคารพาณิชย์
#ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
#Nonbank
#บริษัทประกันภัย
#บมจบัตรกรุงไทย
#AIA
#AIAประกันชีวิต
#บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์จำกัด
#ประกันชีวิตอาวุโสโอเค

.....$$$------------------$$$.....

จดหมายฉบับที่ 1

หนังสือฉบับนี้ เป็นหนังสือฉบับแรกที่ผมส่งให้กับ KTC เนื้อหามีในลักษณะนี้

วันที่ 8 ธันวาคม 2560

เรื่อง การหักบัญชีบัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต

เรียน ผู้จัดการ แผนกBackend

บมจ.บัตรกรุงไทย

ข้าพเจ้า นายaaa บัตรเครดิตหมายเลข 1111 2222 3333 4444 โดยข้าพเจ้าได้ทำบัตรเสริมให้กับนางสาวsss บัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ข้าพเจ้าแจ้งความประสงค์ยกเลิกการหักบัญชีบัตรเครดิตของนางสาวsss บัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 ในการชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต ของกรมธรรมเลขที่ T7777777777 (ผู้เอาประกันภัยชื่อนาย(พ่อของนางสาวsss) แบบการประกันภัยตลอดชีพพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ (ไม่มีเงินปันผล) ) บจ.เอไอเอ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป เมื่อท่านได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว กรุณาแจ้งผลการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมายังข้าพเจ้าตามที่อยู่ด้านบนไม่เกิน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 จักขอบพระคุณยิ่ง แต่หากท่านไม่ได้แจ้งการดำเนินการของท่าน ข้าพเจ้าขอสอบถามในเรื่องดังกล่าวผ่านหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ

ขอแสดงความนับถือ

.........................................

(นายaaa) (นางสาวsss )

.....$$$------------------$$$.....

จดหมายฉบับที่ 2

หนังสือฉบับนี้ เป็นหนังสือฉบับที่สองที่ผมได้ส่งไปยัง บมจ.บัตรกรุงไทย และผมได้ส่งสำเนาหนังสือตอบรับการยกเลิกการหักบัญชีบัตรเครดิต KTC ในการชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตฯ ของ บจ.เอไอเอ ไปด้วย

วันที่ 3 มกราคม 2561

เรื่อง การหักบัญชีบัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต

เรียน ผู้จัดการ แผนกBackend

บมจ.บัตรกรุงไทย

ตามหนังสือของข้าพเจ้า ฉบับลงวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เรื่อง การหักบัญชีบัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 ของนางสาวsss เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต ของกรมธรรมเลขที่ T7777777777 (ผู้เอาประกันภัยชื่อนาย(พ่อของนางสาวsss) แบบการประกันภัยตลอดชีพพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ (ไม่มีเงินปันผล) ) บจ.เอไอเอ ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ข้าพเจ้าขอนำส่งสำเนาหนังสือตอบรับจาก บจ.เอไอเอ ฉบับลงวันที่ 21 ธันวาคม 2560 มายังท่าน เพื่อดำเนินการในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป และกรุณาแจ้งผลการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมายังข้าพเจ้าตามที่อยู่ด้านบนไม่เกิน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับจดหมายฉบับนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ

ขอแสดงความนับถือ

.........................................

(นายaaa)

.....$$$------------------$$$.....

จดหมายจาก KTC ที่แจ้งผลมาให้ผม

ทำให้ผมต้องทำจดหมายอีกรอบ ไปสอบถามทาง KTC แต่สอบถามไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ จะได้ตอบให้ตรงประเด็นครับ

หนังสือของ KTC ที่แจ้งมา ตอบผมมาว่า จากการตรวจสอบไม่พบยอดเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกัน AIA ผ่านบัตรเครดิต KTC เลขที่ 6666 7777 8888 9999 มีผลนับตั้งแต่งวดกำหนด วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป โดยอ้างอิงจากเอกสารตอบรับการขอยกเลิกการใช้บริการหักชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติ ออกโดย บริษัท เอไอเอ จำกัด ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2560

.....$$$------------------$$$.....

จดหมายของผมฉบับที่ 3 ที่ส่งไปสอบถาม

แต่ฉบับนี้ส่งไปสอบถามกับ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ KTC ครับ

วันที่ 16 มีนาคม 2561

เรื่อง การแจ้งยกเลิกหักบัญชีบัตรเครดิต และแนะนำในเรื่องพนักงานที่ให้บริการ

เรียน กรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน)

ตามหนังสือของข้าพเจ้า นายaaa หนังสือของข้าพเจ้าฉบับลงวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เรื่องการหักบัญชีบัตรเครดิตหมายเลข 6666 7777 8888 9999 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจง ดังนี้

1. เรื่องหนังสือแจ้งผลการยกเลิกหักบัญชีบัตรเครดิต ในเจตนาของหนังสือของข้าพเจ้า แสดงเจตนาให้ทาง บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งผลการยกเลิกการหักบัญชีบัตรเครดิตฯ ไม่ใช่แจ้งการตรวจสอบไม่พบยอดเรียกเก็บเงินจากทาง บจ.เอไอเอ และวันที่ในจดหมายของข้าพเจ้ากับวันที่ในเนื้อหาในจดหมายแจ้งของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เป็นคนละวันที่กัน ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอตำหนิในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะการอ่านและทำความเข้าใจในจดหมายของข้าพเจ้า ทางผู้อำนวยการฝ่ายบริการสมาชิกบัตรและผู้อำนวยการฝ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ทำความเข้าใจให้ละเอียด และไม่ได้ตรวจสอบให้เรื่องราวต่างๆให้ละเอียด ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านดำเนินการแจ้งผลการดำเนินการในเรื่องนี้มาให้ข้าพเจ้าทราบอีกครั้ง ส่วนในเรื่องพนักงานCall Center ของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งมาว่า เป็นการทำเรื่องผ่านบจ.เอไอเอ ไม่ได้ทำเรื่องผ่าน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือแจ้งว่าทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน ในความเห็นของข้าพเจ้า เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นเจ้าของบัตรเครดิต จึงมีสิทธิในการแจ้งไม่ให้หักบัญชีบัตรเครดิตได้ เพราะหากมีการเรียกเก็บมาแต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมจ่ายเงิน ข้าพเจ้าจะมีปัญหาทันที ปัญหาที่ตามมาคือ ทาง บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) จะคิดดอกเบี้ยผิดนัด และค่าติดตามหนี้ ผลที่ร้ายกว่านั้นคือ ข้าพเจ้าและนางสาวsss (ภรรยาของข้าพเจ้า)ฯ มีประวัติการค้างชำระบัตรเครดิต ประวัติฯนี้ จะไปปรากฎที่ข้อมูลของข้าพเจ้าที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำให้ข้าพเจ้าและ นางสาวsss (ภรรยาของข้าพเจ้า)ฯ ไม่สามารถที่จะใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้อีก และบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เป็นเจ้าของบัตรเครดิตที่ข้าพเจ้าและ นางสาวsss (ภรรยาของข้าพเจ้า)ฯ เป็นสมาชิกของท่าน ท่านจึงมีสิทธิ์ในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้



2. ขอชมเชยพนักงาน Call Center รายคุณวัชมล ในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 12.59 น. (ตามเอกสารแนบ 3 และเอกสารแนบ 4) ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์เข้าไปที่ 0-2123-5000 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ทางคุณวัชมลรับสาย ทางคุณวัชมลได้ช่วยในการประสานงานให้ข้าพเจ้าเป็นอย่างดี และเกิดความประทับใจในการให้บริการของพนักงานท่านนี้ ทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ต้องมีพนักงาน Call Center ในลักษณะนี้มากๆ จะส่งผลดีต่อการให้บริการลูกค้า ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) รายละเอียดอยู่ในเอกสารแนบ 3 และเอกสารแนบ 4

3. ข้าพเจ้าขอตำหนิการทำงานของพนักงาน Call Center ดังนี้

3.1 คุณวิชยะ(เป็นผู้ชาย) ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์เข้าไปที่ 0-2123-5000 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) วันที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 13.20 น. คุณวิชยะรับสาย ข้าพเจ้าแจ้งความประสงค์ให้ทางคุณวิชยะ แต่ข้าพเจ้าแจ้งยังไม่จบเรื่อง ทางคุณวิชยะได้ตัดสายโทรศัพท์ของข้าพเจ้าทิ้งไป ซึ่งการคุยกับพนักงานCall Centerคนอื่นๆไม่มีในลักษณะนี้

3.2 คุณวิชุดา ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์เข้าไปที่ 0-2123-5000 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) วันที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 13.20 น. ข้าพเจ้าได้แจ้งทางคุณวิชุดาว่า ในการติดต่อประสานงานในเรื่องนี้ ขอให้ติดต่อกับข้าพเจ้า ไม่ให้ติดต่อไปที่ นางสาวsss (ภรรยาของข้าพเจ้า)ฯ แต่ทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ยังติดต่อกลับไปหา นางสาวsss (ภรรยาของข้าพเจ้า)ฯ อีก ข้าพเจ้าขอสอบถามว่า ในการแจ้งเจตนาไป ทำไมทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ไม่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 16.29 น. คุณรัชมล รับสาย ข้าพเจ้าได้แจ้งให้ทางคุณรัชมล ว่าในการติดต่อประสานงานในเรื่องนี้ ให้ติดต่อที่ข้าพเจ้า หลังจากนั้น ในการประสานงานจึงได้ติดต่อมาที่ข้าพเจ้า (ตามเอกสารแนบ 3)

3.3 ในการที่ข้าพเจ้าติดต่อไปในวันที่ 19 ธันวาคม 2560 (ตามเอกสาร แนบ3) และ ทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ติดต่อข้าพเจ้ากลับมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 (ตามเอกสารแนบ 4) พนักงาน Call Center ที่ข้าพเจ้าได้จดรายละเอียดไว้ เป็นบุคคลคนเดียวกัน คือคุณรัชมล หรือคุณวัชมล แต่ข้าพเจ้าอาจจะฟังไม่ชัดจึงทำให้จดชื่อพนักงานผิดไป และสำหรับชื่อพนักงานของ Call Center คนอื่น ข้าพเจ้าอาจจะจดชื่อ ไม่ถูกต้องกับชื่อจริงๆของพนักงานคนนั้น เนื่องจากเป็นการจดจากการฟังและการคุยทางโทรศัพท์

3.4 ในการติดต่อประสานงานในเรื่องนี้ ทางพนักงาน Call Center ราย คุณรัศมี (ตามเอกสารแนบ 5) และ คุณกิตติยา (ตามเอกสารแนบ 6) และคุณสุภาพร (ตามหนังสือของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ที่ CC-FECC-0016/2561 ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ) ไม่ได้เข้าใจในเจตนาที่ข้าพเจ้าแจ้งไป ทั้งๆที่ข้าพเจ้าแจ้งไปโดยใช้ภาษาไทย ไม่ใช่แจ้งไปโดยใช้ภาษาต่างประเทศ ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านดำเนินการในเรื่องการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องตามเจตนาของลูกค้า และหากในเรื่องต่างๆที่ลูกค้าแจ้งเข้ามายัง Call Center ทางพนักงาน Call Center ไม่สามารถตัดสินใจได้ ควรแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังผู้ที่มีตำแหน่งที่มีอำนาจในการพิจารณาในเรื่องนั้นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้ เพื่อประโยชน์ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ในการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ จะทำให้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ได้เป็นอย่างดี

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ และข้าพเจ้าขอให้ท่านดำเนินการตอบจดหมายฉบับนี้กลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยส่งให้ข้าพเจ้าตามที่อยู่ด้านบน ภายในไม่เกิน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับจดหมายฉบับนี้ แต่หากข้าพเจ้าไม่ได้รับจดหมายของท่านภายในระยะเวลาดังกล่าว ข้าพเจ้าจะขอสอบถามท่านอีกครั้งโดยสอบถามผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ธนาคารแห่งประเทศไทย และข้าพเจ้าแจ้งเรื่องนี้ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวรวมทั้งสื่อออนไลน์ที่ข้าพเจ้าได้เคยแจ้งในเรื่องดังกล่าวนี้แล้ว และในการลงเรื่องดังกล่าวข้าพเจ้าลงรายละเอียดเพื่อเป็นวิทยาทาน,เป็นความรู้ให้กับบุคคลอื่นๆเพื่อเป็นความรู้และใช้ประโยชน์ในการติดต่อกับหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ

.................................................................

(นายaaa)



ที่มา https://www.facebook.com/noom.sithiphong/posts/816763928509995

9
มาบอกเพิ่มเติม

ต้องขอดูใบอนุญาตทุกครั้งที่มีผู้มาเสนอขายประกัน  ห้ามตกลงทำประกันกับคนที่ขายทางโทรศัพท์ เพราะเวลาการติดต่อกับบริษัทประกัน  ติดต่อโคตรยาก ถึงยากที่สุด  เหมือนกับที่ภรรยาผมเจอมา (ไว้ผมมาแจ้งความคืบหน้า เรื่อง ประกันอาวุโสโอเค ของ เอไอเอ)

ในเบื้องต้นหากผู้ขายแจ้งว่า เป็นนายหน้าประกันชีวิต หรือ เป็นตัวแทนประกันชีวิต  ต้องขอดูใบมอบอำนาจของบริษัท   และหากมีโทรศัพท์มือถือ  ให้นำโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปใบอนุญาต กับ ใบมอบอำนาจฯ เก็บไว้  หากมีปัญหาเกิดขึ้น  จะได้ทราบว่า นายหน้าประกันชีวิต หรือ ตัวแทนประกันชีวิต  เป็นใคร  ถ้าไม่ให้ถ่าย เราก็ไม่ต้องซื้อ  หรือ ไปซื้อกับคนที่ให้ถ่าย

เอกสารที่เกี่ยวข้องทุกแผ่น ไม่ว่าเป็นกระดาษที่ทางตัวแทน หรือ นายหน้า เขียนอธิบายให้เราเข้าใจถึงรายละเอียดของกรมธรรม์  เราต้องเก็บไว้เสมอ เก็บรวมกับกรมธรรม์ไว้  เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น จะได้นำเอกสารดังกล่าว ไปพิจารณาในการดำเนินการในเรื่องอื่นๆต่อไปครับ

ที่มา เกิดผล แก้วเกิด

#ซื้อประกันจากนายหน้า กับ #ตัวแทนประกัน ศาลท่านว่า ไม่เหมือนกัน

เคยมีข่าวกรณีที่มีประชาชน ถูกบริษัทประกันชีวิต ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าสินไหมทดแทนในกรณีเจ็บป่วย โดยอ้างว่า ผู้เอาประกัน ไม่แจ้ง หรือ ปกปิดคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ว่า เคยมีโรคประจำตัว หรือมีโรคประจำตัว หรือเคยรักษาโรค ในระหว่างทำประกันสุขภาพ

ประมาณว่า ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ๊ากคำ...!!!

ความจริงแล้ว ผู้ทำประกันอาจเคยแจ้งต่อผู้ขาย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นตัวแทนของบริษัทประกันไปแล้ว...

ส่วนคนขาย จะจดแจ้งตามที่บอกหรือไม่ก็ไม่ทราบ

คดีนี้ โจทก์เป็นผู้ทำประกันสุขภาพ โดยมีจำเลยเป็นบริษัทประกันฯ

หลังโจทก์ทำประกันก็ล้มป่วย จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าประกันสุขภาพให้ โดยอ้างว่า โจทก์ปิดบังเกี่ยวกับสุขภาพ ว่าเคยเป็นโรคตับอักเสบ

โจทก์ต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ปิดบัง และเคยเข้ารับการรักษาตัว ตัวแทนของจำเลย (คนขายประกัน) ก็เคยมาเยี่ยมโจทก์ และทราบดีว่า โจทก์ป่วยเพราะตับอักเสบ

จำเลยต่อสู้ว่า #คนขายประกันให้โจทก์เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิต #ไม่ใช่ตัวแทนประกันชีวิตของจำเลย จึงไม่ผูกพันธ์จำเลย

จำเลยมีสิทธิบอกล้างสัญญา และคืนเบี้ยประกันให้โจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหมทดแทนใดๆ

สู้กันไปถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตัวแทนประกันชีวิตว่าหมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท

คดีนี้ คนขายประกันไม่ใช่ตัวแทนจำเลยเพราะไม่มีหนังสือมอบอำนาจ หรือหนังสือตั้งตัวแทน จึงมีฐานะเป็นเพียง นายหน้าประกันชีวิต นิติกรรมจึงไม่ผูกพันธ์จำเลย

จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาได้

#หมายเหตุ ผมไม่เห็นพ้องด้วยกับฎีกานี้นะครับ #ชาวบ้านจะรู้อย่างไร #ใครเป็นตัวแทน #ใครเป็นนายหน้า หนังสือมอบอำนาจ ก็เป็นเรื่องระหว่างตัวแทนกับบริษัท เมื่อบริษัท รับเงินเบี้ยประกันไปแล้ว จนออกกรมธรรม์ให้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ย่อมเข้าใจว่า สัญญาย่อมถูกต้องทั้งหมด

ไม่แปลกใจว่า ทำไมบริษัทประกันภัยถึงหัวหมอตลอด

ผมนำตัวอย่างบัตรตัวแทน และ บัตรนายหน้ามาให้ดูครับ

ซื้อประกันกับนายหน้า ศาลไม่คุ้มครองนะครับ

ฎีกาที่ 1333/2551
ตาม พ.ร.บ.ประกันชีวิตฯ มาตรา 5 ได้ให้คำจำกัดความของตัวแทนประกันชีวิตว่าหมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า ช. เป็นตัวแทนประกันชีวิตผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากจำเลยให้ทำสัญญาประกันชีวิตในนามของจำเลยได้ เช่นนี้ ช. จึงเป็นเพียงตัวแทนในการหาผู้เอาประกันมีหน้าที่ชักชวนให้ผู้อื่นมาทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยเท่านั้นไม่ใช่ตัวแทนในการทำสัญญาประกันชีวิตของจำเลย จึงไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยตาม ป.พ.พ. การที่ ช. ได้ทราบหรือควรทราบข้อเท็จจริงขณะทำหนังสือรับรองสุขภาพว่า ส. เคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบและมีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากดื่มสุรามากได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อ. จะถือว่าจำเลยได้ทราบความจริงดังกล่าวด้วยหาได้ไม่ นอกจากนี้จำเลยยังนำสืบว่าหลังจาก ส. เสียชีวิตจำเลยได้ตรวจสอบหลักฐานและประวัติเกี่ยวกับสุขภาพของ ส. ทราบผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2540 ว่า ส. ปกปิดข้อความจริงว่าเคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบ หากจำเลยทราบความจริงจำเลยจะไม่ต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิตกับ ส. โดยโจทก์ไม่นำสืบหักล้าง ดังนั้น การที่ ส. รู้อยู่ว่าตนเป็นโรคตับอักเสบแต่ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงที่อาจจูงใจให้จำเลยปฏิเสธไม่ทำสัญญาหรือเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้น ย่อมทำให้สัญญาประกันชีวิตระหว่าง ส. กับจำเลยเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง จำเลยบอกล้างสัญญาประกันชีวิตเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 จึงเป็นการบอกล้างภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่จำเลยทราบมูลอันจะบอกล้างได้แล้ว

#ซื้อประกันจากนายหน้า
#ซื้อประกันจากตัวแทนประกัน

ที่มา เกิดผล แก้วเกิด
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=394241677653601&id=100012033163351

10
ที่มา เกิดผล แก้วเกิด

#ซื้อประกันจากนายหน้า กับ #ตัวแทนประกัน ศาลท่านว่า ไม่เหมือนกัน

เคยมีข่าวกรณีที่มีประชาชน ถูกบริษัทประกันชีวิต ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าสินไหมทดแทนในกรณีเจ็บป่วย โดยอ้างว่า ผู้เอาประกัน ไม่แจ้ง หรือ ปกปิดคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ว่า เคยมีโรคประจำตัว หรือมีโรคประจำตัว หรือเคยรักษาโรค ในระหว่างทำประกันสุขภาพ

ประมาณว่า ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ๊ากคำ...!!!

ความจริงแล้ว ผู้ทำประกันอาจเคยแจ้งต่อผู้ขาย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นตัวแทนของบริษัทประกันไปแล้ว...

ส่วนคนขาย จะจดแจ้งตามที่บอกหรือไม่ก็ไม่ทราบ

คดีนี้ โจทก์เป็นผู้ทำประกันสุขภาพ โดยมีจำเลยเป็นบริษัทประกันฯ

หลังโจทก์ทำประกันก็ล้มป่วย จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าประกันสุขภาพให้ โดยอ้างว่า โจทก์ปิดบังเกี่ยวกับสุขภาพ ว่าเคยเป็นโรคตับอักเสบ

โจทก์ต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ปิดบัง และเคยเข้ารับการรักษาตัว ตัวแทนของจำเลย (คนขายประกัน) ก็เคยมาเยี่ยมโจทก์ และทราบดีว่า โจทก์ป่วยเพราะตับอักเสบ

จำเลยต่อสู้ว่า #คนขายประกันให้โจทก์เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิต #ไม่ใช่ตัวแทนประกันชีวิตของจำเลย จึงไม่ผูกพันธ์จำเลย

จำเลยมีสิทธิบอกล้างสัญญา และคืนเบี้ยประกันให้โจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหมทดแทนใดๆ

สู้กันไปถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตัวแทนประกันชีวิตว่าหมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท

คดีนี้ คนขายประกันไม่ใช่ตัวแทนจำเลยเพราะไม่มีหนังสือมอบอำนาจ หรือหนังสือตั้งตัวแทน จึงมีฐานะเป็นเพียง นายหน้าประกันชีวิต นิติกรรมจึงไม่ผูกพันธ์จำเลย

จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาได้

#หมายเหตุ ผมไม่เห็นพ้องด้วยกับฎีกานี้นะครับ #ชาวบ้านจะรู้อย่างไร #ใครเป็นตัวแทน #ใครเป็นนายหน้า หนังสือมอบอำนาจ ก็เป็นเรื่องระหว่างตัวแทนกับบริษัท เมื่อบริษัท รับเงินเบี้ยประกันไปแล้ว จนออกกรมธรรม์ให้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ย่อมเข้าใจว่า สัญญาย่อมถูกต้องทั้งหมด

ไม่แปลกใจว่า ทำไมบริษัทประกันภัยถึงหัวหมอตลอด

ผมนำตัวอย่างบัตรตัวแทน และ บัตรนายหน้ามาให้ดูครับ

ซื้อประกันกับนายหน้า ศาลไม่คุ้มครองนะครับ

ฎีกาที่ 1333/2551
ตาม พ.ร.บ.ประกันชีวิตฯ มาตรา 5 ได้ให้คำจำกัดความของตัวแทนประกันชีวิตว่าหมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตในนามของบริษัทได้เมื่อได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า ช. เป็นตัวแทนประกันชีวิตผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากจำเลยให้ทำสัญญาประกันชีวิตในนามของจำเลยได้ เช่นนี้ ช. จึงเป็นเพียงตัวแทนในการหาผู้เอาประกันมีหน้าที่ชักชวนให้ผู้อื่นมาทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยเท่านั้นไม่ใช่ตัวแทนในการทำสัญญาประกันชีวิตของจำเลย จึงไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยตาม ป.พ.พ. การที่ ช. ได้ทราบหรือควรทราบข้อเท็จจริงขณะทำหนังสือรับรองสุขภาพว่า ส. เคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบและมีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากดื่มสุรามากได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อ. จะถือว่าจำเลยได้ทราบความจริงดังกล่าวด้วยหาได้ไม่ นอกจากนี้จำเลยยังนำสืบว่าหลังจาก ส. เสียชีวิตจำเลยได้ตรวจสอบหลักฐานและประวัติเกี่ยวกับสุขภาพของ ส. ทราบผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2540 ว่า ส. ปกปิดข้อความจริงว่าเคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบ หากจำเลยทราบความจริงจำเลยจะไม่ต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิตกับ ส. โดยโจทก์ไม่นำสืบหักล้าง ดังนั้น การที่ ส. รู้อยู่ว่าตนเป็นโรคตับอักเสบแต่ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงที่อาจจูงใจให้จำเลยปฏิเสธไม่ทำสัญญาหรือเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้น ย่อมทำให้สัญญาประกันชีวิตระหว่าง ส. กับจำเลยเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง จำเลยบอกล้างสัญญาประกันชีวิตเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 จึงเป็นการบอกล้างภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่จำเลยทราบมูลอันจะบอกล้างได้แล้ว

#ซื้อประกันจากนายหน้า
#ซื้อประกันจากตัวแทนประกัน

ที่มา เกิดผล แก้วเกิด
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=394241677653601&id=100012033163351

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 687

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham