Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 176
1
คลายปมสงสัย! ทำไมศาสนาพุทธ "กินเจ" ถึงไม่ได้บุญ!
.
ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเทศกาลกินเจ ปี 2561 ซึ่งตรงกับวันที่ 8-17 ตุลาคมนี้ โดยชาวจีนในประเทศไทย โดยเฉพาะย่านเยาวราช มีการจัดงานกินเจ อย่างยิ่งใหญ่ทุกปี มีการขายอาหารเจมากมาย โดยวัตถุประสงค์ของการกินเจ คือ การละเว้นเนื้อสัตว์ นั่นเอง
.
ทำไม ในศาสนาพุทธ กินเจ ถึงไม่ได้บุญ กินเนื้อ ถึงไม่เป็นบาป การกินเจ จาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
.
          (ตั้งใจไม่กินเนื้อสัตว์)จริงๆไม่ได้บุญอธิบาย คือ เราไม่กินข้าวขาหมู แล้วคิด(จินตนาการ) ว่า หมูจะไม่ถูกฆ่า เปรียบได้กับเรานั่งอยู่บ้านเฉยๆแล้วคิด(จินตนาการ) ว่า เราไปช่วยสอนหนังสือคนอนาถา บุญที่เราไปสอนหนังสือคนอนาถานั้น ไม่มี ไม่เกิด เพราะเรา นึกๆคิดๆไปเองไม่ได้ทำ ไม่ได้กระทำจริง
.
ถ้าอยากได้บุญ เราต้องช่วยชีวิตสัตว์ มี 2 ข้อ คือ
.
1.ช่วยชีวิตมันโดยการไถ่ชีวิต ซื้อสัตว์ที่กำลังถูกฆ่านำมาปล่อย
.
2.เมตตาสัตว์ไม่ทำร้ายมัน อย่างนี้เป็นบุญ
.
แต่การกินเจ บุญไม่เกิด เพราะเราไม่ได้ลงมือกระทำจริง(ช่วยชีวิตสัตว์) เป็นเพียงแต่คิดไปเอง พระเทวทัตเคย มาเสนอให้ชาวพุทธไม่กินเนื้อสัตว์พระพุทธเจ้าปฏิเสธ พร้อมให้เหตุผลว่า
.
1. เนื้อสัตว์ไม่ใช่ของเหม็น อกุศลกรรมต่างหากที่เป็นของเหม็น
.
2. พระต้อง ควรเป็นผู้เลี้ยงง่าย
.
3. อนุญาตในการกินเนื้อสัตว์ที่ -ไม่เห็น -ไม่รู้ -ไม่ใช่เนื้อ ที่ฆ่าโดยเฉพาะให้ตน
.
4. อาหารเป็นแค่ของเลี้ยงกายไม่ให้ตาย อย่าสนใจมาก
.
การรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นบุญหรือไม่ ?

การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำอะไร เป็นบุญหรือไม่เป็นบุญนั้น ต้องอาศัยกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า  ที่ว่าด้วย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง คือ
.
1. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
.
2. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
.
3. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา
.
4. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยประพฤติ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
.
5. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการ ช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ
.
6. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ
.
7. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ
.
8. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม
.
9. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม
.
10.ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความคิดเห็นของตนให้ตรง
.
เมื่อเทียบเคียงกับบุญกิริยาวัตถุ 10 วิธี แล้ว ไม่พบว่าการรับประทานอาหารมังสวิรัติ คือ รับประทานแต่พืชผักเป็นวิธีทำบุญข้อใดเลย จึงไม่นับว่าเป็นวิธีทำบุญในพระพุทธศาสนา ลองคิดดูว่าถ้าการกินพืช เช่น ผัก หญ้า ได้บุญ แล้วสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ก็ต้องได้บุญมากกว่ามนุษย์ เพราะสัตว์พวกนี้กินพืชตลอดชีวิตไม่กินเนื้อสัตว์เลย
.
การกินเนื้อสัตว์ บาป หรือ ไม่ ? การที่จะวินิจฉัยว่าบาปหรือไม่บาปนั้น ต้องพิจารณาว่า การกินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เป็นการผิดศีลข้อปาณาติบาต หรือไม่ ศีลข้อปาณาติบาต คือ งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ นั้นจะผิดศีลก็ต่อเมื่อประกอบด้วย องค์ ๕ คือ

1. ปาโณ สัตว์มีชีวิต
2. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์มีชีวิต
3. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า
4. อุปกฺกโม พยายามที่จะฆ่า
5. เตนมรณํ สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
.
เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อ จึงถือว่าเป็นการฆ่าสัตว์ ผิดศีลข้อที่ 1 เป็นบาป แต่ถ้าไม่ได้ลงมือฆ่าเอง และไม่ได้ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ก็ไม่เป็นบาป ตัวอย่าง เราไปจ่ายตลาด ซื้อกุ้งแห้ง ปลาดุกย่าง ปลาทู เนื้อหมู ฯลฯ เราได้มีส่วนร่วมในการฆ่าสัตว์เหล่านั้นหรือไม่ สัตว์เหล่านั้นย่อมตายก่อนที่เราจะไปซื้อมาเป็นอาหาร ถึงเราจะซื้อหรือไม่ซื้อ สัตว์เหล่านั้นก็ตายอยู่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนทำให้ตาย
.
มีพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า“นตฺถิปาปํอกุพฺพโต”แปลได้ความว่า“บาป ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ”การกินผักก็อาจจะต้องฆ่าสัตว์ทางอ้อมไปด้วยเช่นกัน เพราะต้องไถดิน ใส่ปุ๋ย ใช้ยากำจัดแมลง อาจทำให้แมลงต่างๆ ไส้เดือนตายได้ ถ้าแบบนี้บาปก็คงไม่ต้องทำสัมมาอาชีพกันเลย
.
หลวงปู่แหวนท่านบอกว่า ”ไอ้วัวควายกินหญ้าอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นเป็นพระอรหันต์ซักตัว”
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
.
เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ
.
https://www.partiharn.com/contents/bg/12312
.
#ศาสนาพุทธ
#กินเจ
#มังสวิรัติ
#ถึงไม่ได้บุญ
#สมเด็จพระญาณสังวร
#สมเด็จพระสังฆราช
#บุญกิริยาวัตถุ ๑๐
#ปาณาติบาต

2
คุยสบาย นานาสาระ / บิทคอยน์ กับ ลิง
« เมื่อ: กันยายน 01, 2018, 02:55:12 PM »
#ความโลภ
ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร ต้อง #ศึกษา ให้ #ลึกซื้ง และ #รู้จริง
#สำคัญที่สุดห้ามโลภ
.
.*****______________*****
.
.
มีลิงจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้ๆตามหมู่บ้าน
วันหนึ่ง..มีพ่อค้ามาถึงหมู่บ้านเพื่อซื้อลิงเหล่านี้ !

เขาประกาศว่า เขาจะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 5,000 บาท
ชาวบ้านคิดว่า ผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนบ้าแน่

คนปกติที่ไหน จะซื้อลิงในป่าตัวละตั้ง 5,000 บาท
เพื่ออะไร ?

แต่ก็มีใครบางคนจับลิงบางตัวมา แล้วนำมันไปยังร้านของพ่อค้าคนนี้ และเขาก็ได้เงินมา 5,000 บาทจริงๆ
.
.
ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวไฟไหม้ป่า แล้วผู้คนก็พากัน เข้าไปจับลิง นำมาขายให้ที่ร้านพ่อค้า

หลังจากผ่านไปสองสามวันพ่อค้าก็ประกาศว่า จะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 10,000 บาท !

ชาวบ้านแห่กันเข้าป่า เข้าไปหาจับลิงที่ยังมีเหลือ
และพวกเขาได้ขายลิงที่จับมาได้ทั้งหมด
ที่ราคาตัวละ 10,000 บาทจริง !

จากนั้น..พ่อค้าก็ประกาศว่า จะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 50,000 บาท !

ชาวบ้านไม่เป็นอันกินอันนอน ! ... พวกเขาจับลิงคนละ 6 - 7 ตัว ซึ่งเป็น "ลิงที่เหลือทั้งหมดในป่า" และขายได้ราคาตัวละ 50,000 บาทจริง !

ชาวบ้านกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ..สำหรับการประกาศรับซื้อในครั้งต่อไป...

และแล้ว...พ่อค้าก็ประกาศว่า เขาจะขอกลับบ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และเมื่อเขากลับมา เขาจะซื้อลิงในราคาใหม่ "ตัวละ 100,000 บาท "

เขาสั่งให้ลูกจ้างดูแลลิงที่เขาซื้อมาทั้งหมด..ลูกจ้างมีเพียงคนเดียว ต้องดูแลลิงทั้งหมดในกรง
.
.
.
พ่อค้ากลับบ้านไป..

ชาวบ้านรู้สึกเสียดายมากที่ไม่มีลิงให้จับขายอีกในครั้งนี้ เพื่อจะเอาไว้ขายให้ได้ในราคา 100,000 บาท

จากนั้น ลูกจ้างได้บอกพวกเขาว่า เขาจะแอบขายลิงบางตัวให้ก็แล้วกัน ที่ราคาตัวละ 70,000 บาท

ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างไฟไหม้ป่าอีก เนื่องจากพ่อค้าจะซื้อลิงที่ราคาตัวละ 100,000 บาท ในครั้งต่อไปซึ่งคิดดูแล้ว ก็ยังมีกำไรถึง 30,000 บาท สำหรับลิงแต่ละตัว ..ก็ซื้อสิครับ..

วันรุ่งขึ้น ชาวบ้านมาเข้าคิวหน้าร้านค้า..
ลูกจ้างขายลิงทั้งหมดที่ตัวละ 70,000 บาท คนรวยก็ซื้อลิงไว้เป็นจำนวนมาก คนจนก็ยืมเงินจากผู้ที่มีเงินให้กู้ เพื่อนำมาซื้อลิง !

ชาวบ้านซื้อมาแล้ว ก็ดูแลลิงของพวกเขาอย่างดี และรอให้พ่อค้ากลับมา...
.
.
แต่ไม่มีใครกลับมา ! ...

ชาวบ้านทั้งหลาย รีบวิ่งไปตามหาลูกจ้าง ...
แต่ลูกจ้างก็หนีหายไปแล้วเช่นกัน !

ชาวบ้านจึงรู้ว่า พวกเขาได้ซื้อลิงที่ไม่มีประโยชน์ตัวละ 70,000 บาท และไม่สามารถเอาไปขายใครได้อีก

บิทคอยน์.. จะเป็นธุรกิจแบบลิงตัวต่อไป

มันจะทำให้คนจำนวนมากล้มละลาย และมีไม่กี่คน (ที่สกปรก) ก็จะร่ำรวยด้วยธุรกิจลิงนี้

Fwdมา

ที่มา #หลวงพ่อสอนไว้

.

3
หยาดฝนแห่งธรรม / บริจาคโลหิต
« เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2018, 05:54:46 PM »
มาเชิญชวนทุกๆท่าน ที่สามารถไปบริจาคเลือดได้

.

ไปบริจาคเลือดกัน  ครับ

.-------------------------------------------------.

อานิสงส์บริจาคโลหิตเป็นทาน

หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม


ผู้ถาม :- “ทีนี้การ บริจาคโลหิตเป็นทาน นั้น อยากจะเรียนถามว่าเป็นทานขั้นไหนครับ…?”


หลวงพ่อ :- “เขาเรียกว่า ทานภายใน นะ จะถือว่าเป็นปรมัตถทานก็ยังไม่ได้ เขาเรียกทานภายใน คือให้ของภายในกายนี่เป็น ทานภายใน ให้ของนอกกายเขาเรียก ทานภายนอก นะ ยังจะถือว่าเป็นปรมัตถทานไม่ได้นะ ถ้าเป็นปรมัตถทานต้องอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านทำ”


ผู้ถาม :- “เป็นยังไงครับหลวงพ่อ…?”


หลวงพ่อ :- “เชือดเนื้อเอาไปเลี้ยงเขาเลย”


ผู้ถาม :- “ถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ…?”


หลวงพ่อ :- “ใช่ นั่นเป็น ปรมัตถทาน เราถือว่าเป็นปกติทานก็แล้วกัน แต่เป็นทานภายในเพราะอานิสงส์สูงมาก อาจจะสูงกว่าทานภายนอกสักหน่อยหนึ่งนะ”


ผู้ถาม :- “แล้ว การบริจาคโลหิต กับ การอุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาล เป็นทาน อันไหนมีอานิสงส์มากกว่ากันครับ…?”


หลวงพ่อ :- “อุทิศเลือดให้ขณะยังไม่ตายมีอานิสงส์สูงกว่าเมื่อตายแล้ว ตายแล้วเหมือนของเขาทิ้งแล้ว ร่างกายใช้อะไรไม่ได้ มีประโยชน์เพียงแค่วัตถุทาน จะให้มีอานิสงส์สูงเท่ากับให้เลือดตอนมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้แน่ ใช่ไหม…


ดูอย่างพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระเวสสันดร ตอนนั้นที่คนเขามาขอช้างหรือของต่าง ๆ พระองค์ก็คิดว่าทำไมไม่ขอดวงตา ถ้าขอท่านก็จะให้ ไม่ว่าจะเป็นแขนซ้ายหรือแขนขวาก็จะให้ นี่ท่านตั้งใจให้ตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ตอนตายแล้ว ฉะนั้นถ้าให้ได้ก็เป็นปรมัตถบารมี


ผู้ถาม :- “ทีนี้ถ้าจะบริจาคร่างกายให้นักศึกษาแพทย์เขาศึกษาต่อเมื่อเราตายแล้ว แต่อธิฐานไว้ว่า “ตายเมื่อไรขอพ้นจากวัฏฏสงสาร” อย่างนี้จะมีโอกาสไม่ให้มาเกิดอีกใช่หรือเปล่าครับ…?”


หลวงพ่อ :- “ถ้าเวลาจะตายนะ จิตตัดกิเลสแน่นอน ไม่อยากมาเกิดอีก หรือเมื่อนั้นเมื่อเวลาจะตาย จิตตัดความรักในระหว่างเพศ ตัดความโกรธ ก็ไม่มาเกิดอีก มันไม่แน่นะ เดาส่งไม่ได้ มันเฉพาะจิตใช่ไหม…จะเดาไม่ได้ แต่บังเอิญก่อนที่จะตาย เวลานี้ทรงอารมณ์ของพระโสดาบันได้นะ และก็ตัดสินใจไว้เสมอทุกเช้าว่า “ร่างกายนี้ตายเมื่อไร ขอไปนิพพานเมื่อนั้น” อันนี้จิตทรงตัวแน่นอน อย่างนี้ไปได้ทันที”


จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๗๖-๗๗

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

ที่มา https://luangporblog.wordpress.com/2014/08/02/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87/

------------------------------

ทานที่ยิ่งใหญ่!! "การบริจาคโลหิต" อานิสงส์ของการที่ได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถือเป็นทานขั้นสูง ได้ผลบุญมากนักแล!!!

การบริจาคโลหิตนั้นถือเป็นการทำทานให้แก่เพื่อนมนุษย์ เป็นการแบ่งปันที่ได้ผลกุศลที่ยิ่งใหญ่ อานิสงส์ของการบริจาคโลหิตนั้นมากมายแค่ไหนมาดูกัน


      การบริจาคโลหิตหรือการให้เลือดนั้น ถือเป็นการทำทานในขั้นอุปบารมี ที่ทำได้ยากกว่าการสร้างทานบารมีแบบปกติทั่วไป เพราะการให้เลือดเนื้อของตัวเองเป็นทาน ถือเป็นทานขั้นสูงที่มีผลมาก ซึ่งผู้บริจาคจะได้รับอานิสงส์ ดังต่อไปนี้


ประการแรก ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง 32 ประการ ร่างกายจะสมส่วนเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่มีส่วนใดขาดส่วนใดเกิน และจะไม่เจ็บป่วยไข้ด้วยโรคภัยใดๆ



ประการที่สอง ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย และไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งใด ก็จะมีแต่คนรัก มีแต่คนเมตตา และเป็นที่ต้อนรับในทุกที่ทุกสถาน จะเหยียบย่างไป ณ ที่แห่งหนตำบลใด ก็จะแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง


ประการที่สาม ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมมากกว่ามนุษย์ทั่วไป อีกทั้งจะทำให้เป็นผู้ที่มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์มากกว่าคนทั่วไป



ประการที่สี่ ด้วยอานิสงส์ที่ได้เสียสละเลือดสละเนื้อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จะทำให้ผู้บริจาคโลหิตมีดวงตาเห็นธรรม และทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่ายอีกด้วย


ถ้าเราอ่านเรื่องโบราณๆ จะพบว่าบางคนมีแรงมาก ขนาดชักคะเย่อกับช้างได้ หรือแม้ที่สุดกับคนหนุ่มฉกรรจ์ประเภททหารเกณฑ์ขนาด 1 ต่อ 100 ก็ยังชักคะเย่อชนะ ให้ปล้ำต่อสู้กับเสือ ยังหักคอเสือได้ พวกที่แข็งแรงอย่างนี้เป็นเพราะกำลังบุญจากอดีตที่เคยบริจาคโลหิตเป็นทานนั่นเอง


หมายเหตุ สำหรับอานิสงส์ทั้งสี่ประการที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ถือเป็นการกล่าวอานิสงส์เพียงคร่าวๆเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงแล้ว ยังมีรายละเอียดมากกว่านี้อีกมากมาย แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด คงต้องยกเอาอานิสงส์หลักๆมาให้ทราบกันแต่เพียงเท่านี้


 


ที่มาจาก : เพจ พระศรีอาริยเมตไตรย


    เรียบเรียงโดย

    เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ที่มา http://www.tnews.co.th/contents/319186

.----------------------------------------------.

การบริจาคเลือด ได้บุญและมีผลดีอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=4zTfu2EnvUE

.

อานิสงส์การบริจาคโลหิต จากตอบปัญหา หลวงพ่อฤาษี ลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี

https://www.youtube.com/watch?v=U9qAIQL4pmQ

.

สร้างกุศล ส่งบุญ ด้วยการบริจาคโลหิต - โตโยต้า บัสส์

https://www.youtube.com/watch?v=U23C3Ur7HBk

.

หนึ่งคนให้ หลายคนรับ (บริจาคเลือด)

https://www.youtube.com/watch?v=MRMUN-u9jOU

.

5 กรรม บริจาคโลหิต

https://www.youtube.com/watch?v=aNomYDQyK2Y

.
ประโยชน์ของการบริจาคโลหิต - Animation

https://www.youtube.com/watch?v=HsbVy0t5ONI

.

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังบริจาคโลหิต งานธนาคารเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

https://www.youtube.com/watch?v=btS1dn33IqY

.

บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน

https://www.youtube.com/watch?v=1sEnkYCKG3s

.

อยากบริจาคเลือด ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

https://www.youtube.com/watch?v=JurPFO0wFE8

.

Social Scan ต้องงดอาหาร...ก่อนบริจาคโลหิต ชัวร์หรือมั่ว ? - Springnews

https://www.youtube.com/watch?v=h6blxDXB80k

.

กาชาดแจงสิทธิประโยชน์ผู้บริจาคโลหิต

https://www.youtube.com/watch?v=rYia8VDegA4

.

ผู้รอดชีวิตจากการรับบริจาคเลือด

https://www.youtube.com/watch?v=waoUcFrh4UA

.

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 1/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=j7WpP9ipBCU

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 2/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=9eCXv1d2W7o

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 3/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=OZL4oiDdruY

กบนอกกะลา REPLAY : เลือดหนึ่งคนให้หลายคนรับ ช่วงที่ 4/4 (25 ก.พ. 48)

https://www.youtube.com/watch?v=23QdQD7Oy9Q

4
ต้องไปชิมครับ
.
ต้องไม่พลาด
.
ก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ
.
ร้านก๋วยเตี๋ยวเหนือน้ำ แยกสันติสุข ปทุมธานี
.
---------------------------------------------------------------

ร้านก๋วยเตี๋ยวเหนือน้ำ แยกสันติสุข ปทุมธานี
เมนูก๋วยเตี๋ยวที่หลากหลาย อร่อย ต้องบอกต่อ

???? : https://goo.gl/maps/oGv8iqGWh5H2
https://www.google.com/maps/place/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3+%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1/@14.0308879,100.5234402,17z/data=!3m1!4b1!4m5!3m4!1s0x0:0xe0b12fa058765cab!8m2!3d14.0308879!4d100.5256289?hl=th

⏰ : เปิด 08:29 - 15:59 ทุกวัน ยกเว้น (วันอังคาร)
มาไม่ถูกโทรมาถาม ☎️ : 0982949294
???? : มีที่จอด
https://www.facebook.com/Teows.nhuernham/
FB : https://www.facebook.com/Teows.nhuernham/
LINE : @teows.nhuernham (มี@ด้วยนะคับ)
หรือคลิ๊ก >>>line.me/ti/p/%40qrn0771j
....................
???? : มีบริการจัดส่ง เริ่มต้นที่ 3 กิโลเมตรเเรก 20บาท กิโลเมตรต่อไปคิดเพิ่มกิโลเมตรละ 9 บาท #ของดีเมืองปทุม

ที่มา ที่นี่ปทุมธานี
https://www.facebook.com/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5-1858183251111776/?hc_ref=ARQQgcAxYawbpFTERZ8P88AzZ7l3CFzPRKIejFJR-qdsaQlvTO5RUzI6Ce9cfz5-vq8&fref=nf

5
มาลาบูชาครู / ดีแต่สอนผู้อื่น
« เมื่อ: มกราคม 21, 2018, 11:58:49 AM »
เรื่องคุณครูบาอาจารย์ ตอน๓๔
อนุสาสิกขาดก ว่าด้วยดีแต่สอนผู้อื่น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 435

๕. อนุสาสิกขาดก
ว่าด้วยดีแต่สอนผู้อื่น

[๑๑๕] "นางนกสาลิกาตัวใด สั่งสอนนกตัวอื่น
อยู่เนือง ๆ ตัวเองมีปกติเที่ยวไปด้วยความ
ละโมภ นางนกสาลิกาตัวนั้นถูกล้อบดแล้ว มี
ปีกหักนอนอยู่"

จบ อนุสาสิกชาดกที่ ๕

อรรถกถาอนุสาสิกชาดกที่ ๕
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
ทรงปรารภภิกษุณีผู้ชอบพร่ำสอนรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนา
นี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยายญฺญมนุสาสติ ดังนี้.

ได้ยินว่า ภิกษุณีนั้นเป็นกุลธิดานางหนึ่ง ชาวพระนคร-
สาวัตถีบวชแล้ว ตั้งแต่กาลที่ตนบวชแล้ว ก็มิได้ใส่ใจในสมณธรรม
ติดใจในอามิส เที่ยวไปบิณฑบาตในเอกเทศแห่งพระนคร ที่
ภิกษุณีอื่น ๆ ไม่พากันไป ครั้งนั้น พวกมนุษย์พากันถวาย
บิณฑบาตอันประณีตแก่เธอ เธอถูกความอยากในรสผูกพันไว้
คิดว่า ถ้าภิกษุณีอื่น ๆ จักเที่ยวบิณฑบาตในประเทศนี้ ลาภ
ของเราจักเสื่อมถอย เราควรกระทำให้ภิกษุณีอื่น ๆ ไม่มาถึง
ประเทศนี้ ดังนี้แล้ว ไปสู่สำนักของนางภิกษุณีทั้งหลาย พร่ำ
สั่งสอนนางภิกษุณีทั้งหลายว่า ดูก่อนแม่เจ้าทั้งหลาย ในที่ตรงโน้น
มีช้างดุ มีม้าดุ มีสุนัขดุ ท่องเที่ยวอยู่ เป็นสถานที่มีอันตราย
รอบด้าน แม้คุณทั้งหลายอย่าไปเที่ยวบิณฑบาตในที่นั้นเลย
ฟังคำของเธอแล้ว แมัภิกษุณีสักรูปหนึ่ง ก็ไม่เหลียวคอมองดู
ประเทศนั้น.

ครั้นวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเที่ยวบิณฑบาต เข้าไป
สู่เรือนหลังหนึ่งโดยเร็ว แพะดุชนเอากระดูกขาหัก พวกมนุษย์
รีบเข้าไปตรวจดู ประสานกระดูกขาที่หักสองท่อนให้ติดกัน
แล้วหามเธอด้วยเตียง นำไปสู่สำนักภิกษุณี พวกภิกษุณีพากัน
หัวเราะเยาะว่า ภิกษุณีรูปนี้ชอบพร่ำสอนภิกษุณีรูปอื่น ๆ
ตนเองกลับเที่ยวไปในประเทศนั้น จนขาหักกลับมา ด้วยเหตุ
ที่เธอกระทำแม้นั้น ก็ปรากฏในหมู่ภิกษุไม่ช้านัก ครั้นวันหนึ่ง
พวกภิกษุพากันกล่าวโทษของเธอในธรรมสภาว่า ท่านผู้มีอายุ
ทั้งหลาย ภิกษุณีผู้ชอบสอน พร่ำสอนภิกษุณีอื่น ๆ ตนเองเที่ยว
ไปในประเทศนั้น ถูกแพะดุชนเอากระดูกหัก พระศาสดาเสด็จมา
ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งประชุมสนทนา
กันด้วยเรื่องอะไร ? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบ
แล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ใน
กาลก่อน ภิกษุณีนั้น ก็เอาแต่สั่งสอนคนอื่น ๆ แต่ตนเองไม่
ประพฤติ ต้องเสวยทุกข์ตลอดกาลเป็นนิตย์ทีเดียว แล้วทรงนำ
เอาเรื่องในอดีต มาสาธกดังนี้ :-

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ใน
พระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิด ในกำเนิดนกป่า เจริญวัย
แล้ว ได้เป็นจ่าฝูงนก มีนกหลายร้อยเป็นบริวาร เข้าไปสู่ป่า-
หิมพานต์ ในกาลที่พระโพธิสัตว์อยู่ในป่าหิมพานต์นั้น นางนก
จัณฑาลตัวหนึ่งไปสู่หนทางในดงดึก๑ หาอาหารกิน นางได้เมล็ด-
ข้าวเปลือกและถั่วเป็นต้น ที่หล่นตกจากเกวียนในที่นั้นแล้ว
คิดว่า บัดนี้เราต้องหาวิธีทำให้พวกนกเหล่าอื่นไม่ไปสู่ประเทศนี้
ดังนี้แล้ว ให้โอวาทแก่ฝูงนกว่า ขึ้นชื่อว่าทางใหญ่ในดงดึก เป็น
ทางมีภัยเฉพาะหน้า ฝูงสัตว์เป็นต้นว่า ช้าง ม้า และยวดยาน
ที่เทียมด้วยโคดุ ๆ ย่อมผ่านไปมา ถ้าไม่สามารถจะโผบินขึ้น
ได้รวดเร็ว ก็ไม่ควรไปในที่นั้น ฝูงนกตั้งชื่อให้นางว่า "แม่อนุ-
สาสิกา" วันหนึ่งนางกำลังเที่ยวไปในทางใหญ่ในดงดึก ได้ยิน-
เสียงยานแล่นมาด้วยความเร็วอย่างยิ่ง ก็เหลียวมองดู โดยคิดว่า
ยังอยู่ไกล คงเที่ยวเรื่อยไป ครั้งนั้นยานก็พลันถึงตัวนาง ด้วย
ความเร็วปานลมพัด นางไม่อาจโผบินขึ้นได้ทัน ล้อทับร่าง
ผ่านไป นกผู้เป็นจ่าฝูง เรียกประชุมฝูงนก ไม่เห็นนางก็กล่าวว่า
นางอนุสาสิกาไม่ปรากฏ พวกเจ้าจงค้นหานาง ฝูงนกพากันค้นหา
เห็นนางแยกออกเป็นสองเสียงที่ทางใหญ่ ก็พากันแจ้งแก่จ่าฝูง
จ่าฝูงกล่าวว่า นางห้ามนกอื่น ๆ แต่ตนเองเที่ยวไปในที่นั้น จึง
แยกออกเป็นสองเสี่ยง แล้วกล่าวคาถานี้ความว่า :-
"นางนกสาลิกาตัวใด สั่งสอนนกตัวอื่น
อยู่เนือง ๆ ตัวเองมีปกติเที่ยวได้ด้วยความ
ละโมภ นางนกสาลิกาตัวนั้นถูกล้อบดแล้ว มี
ปีกหักนอนอยู่ " ดังนี้.
(๑. ดงดึก = ป่าลึกเข้าไปไกล.)

บรรดาบทเหล่านั้น ย อักษรในบทว่า ยายญฺญมนุสาสติ
ทำการเชื่อมบท ความก็ว่า นางนกสาลิกาใดเล่า สั่งสอนผู้อื่น.
บทว่า สยํ โลลุปฺปจารินี ความว่า เป็นผู้มีปกติเที่ยว
คนองไปด้วยตน.
บทว่า สายํ วิปกฺขิกา เสติ ความว่า นกตัวนั้น คือ นาง-
สาลิกาตัวนี้ มีขนปีกกระจัดกระจาย นอนอยู่ที่ทางใหญ่.
บทว่า หตา จกฺเกน สาสิกา ความว่า นางนกสาสิกา
ถูกล้อยานทับตาย.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรง
ประชุมชาดกว่า นางนกสาลิกาในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุณี
อนุสาสิกาในครั้งนี้ ส่วนนกจ่าฝูง ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาอนุสาสิกชาดกที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 438

ที่มา https://www.facebook.com/dhamma.true/posts/1584251151671525

6
บทความ (Blog) / สวัสดีปีใหม่2561
« เมื่อ: มกราคม 01, 2018, 08:40:18 AM »
#สวัสดีปีใหม่2561
#HappyNewYear2018

7
แม่บ้านห้ามพลาด! เผย 10 เทคนิคเฉพาะ ผัดกระเพรา ผัดยังไงให้...อร่อยเด็ดถึงใจ

https://www.pageqq.com/en/content/view/page/cntth1/0-1898098.html



"ผัดกะเพรา" ทำน่ะง่าย แต่ให้อร่อย มันต้องมี " เทคนิค "

พบกับเมนูที่ใครๆ ก็ต้องเคยทาน นั่นคือ " ผัดกะเพรา " อาหารยอดฮิตนัมเบอร์วันของบ้านเรา ที่เวลาไปสั่งข้าวแล้วนึกเมนูไม่ออก ก็ " น้องๆ กะเพราจานนึง!! " ทู้กกที! หรืออยู่บ้านอยากทำอาหารกินเองง่ายๆ ก็หนีไม่พ้น " ทำผัดกะเพรากันแมะ! "


ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า จะทำผัดกะเพรายังไง เพราะใครๆ ก็คงทำเป็นกันหมด แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า " ผัดกะเพรายังไงให้อร่อย? " เอ้ออ นั่นสินะ ผัดน่ะผัดได้ แต่ผัดยังไงให้อร่อยล่ะ! Natasha ขอนำเสนอ 10 เทคนิค ในการผัดกะเพราให้อร่อยน้ำตาไหล กันไปเล้ยยย!!

1. เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอก
จะผัดกะเพราทั้งที เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ " ใบกะเพรา " พระเอกของงานค่ะ กูรูเค้าแนะนำมาว่าให้เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอกติดมาด้วย เพราะจะให้กลิ่นที่หอมมมม มากกว่ากะเพราใบใหญ่ๆ ดังนั้น ถ้าไปตลาดเห็นกะเพราใบใหญ่ก็เมินได้เลยค่ะ เพราะต้อง ' ใบเล็ก ' และ ' มีดอก ' โอนลี่!

2. ใช้กะเพราแดง
ยังคงอยู่กับท็อปปิกใบกะเพราะกันอยู่ค่ะ เคล็ดลับอีกอย่างนึงก็คือ ต้องใช้ " กะเพราแดง " ซึ่งให้กลิ่นที่หอมแรงกว่ากะเพราขาว ฉะนั้น ใช้กะเพราแดงผัดทีก็หอมฟุ้งงง!

หน้าตาเจ้ากะเพราแดง แดงปรี๊ด

3. ใช้พริกขี้หนูสวน
แน่นอนว่าผัดกะเพราต้องเน้นเรื่อง " ความหอม " เราจะใช้ " พริกขี้หนูสวน " เม็ดจิ๋วแต่แจ๋วค่ะ อาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ นี่ล่ะจะทำให้หอมฉุย ( และทำให้ฉุนด้วย ฮ่าๆๆ )

4. ใช้กระเทียมไทย
ตามมาติดๆ กับอาวุธเพิ่มความหอมให้ผัดกะเพรา นั่นก็คือ 'กระเทียม' เราจะใช้ " กระเทียมไทย " ที่เม็ดจะค่อนข้างเล็ก ที่แนะนำให้ใช้กระเทียมชนิดนี้เพราะว่าให้กลิ่นฉุนและหอมจัดจ้านกว่ากระเทียมทั่วไป คือ แค่เอาลงคั่วกับพริก กลิ่นก็ฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแล้วค่ะคู้นนน!

5. ใช้น้ำปลาคุณภาพดี
อีกหนึ่งอย่างที่วอนขอให้หนุ่มสาวที่อยากผัดกะเพราให้ออกมาอร่อยเด็ดนั้น ต้องใช้ "น้ำปลาคุณภาพดี" เท่านั้นค่ะ! เป็นวัตถุดิบที่ห้ามประหยัดเด็ดขาด เพราะการลงทุนซื้อน้ำปลาคุณภาพเยี่ยม เป็นการการันตีว่าผัดกะเพราของเรารสชาติดี มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ดังนั้น ขอน้ำปลาแบบเปิดฝามาก็หอมฟุ้งเลยนะ!

6. เจียวพริกกะเทียมก่อนใครเพื่อน
หลายคนทำผิดวิธี โดยใส่ทุกอย่างรวมไปทีเดียว ทั้งพริก กระเทียม และเนื้อสัตว์ เอาใหม่ค่ะ! วันหลังให้ท่องเอาไว้ว่า " ใส่พริกกะเทียมลงไปเจียวก่อนเสมอ " คือ ใส่พริกที่โขลกรวมกับกระเทียมแล้วลงไปเจียวให้หอมฉุยก่อน ( ฉุยจนจามก็ขั้นตอนนี้ล่ะ! )

7. ผัดไฟแรงและผัดให้ไว
ผัดไฟแรง ผัดให้ไว ใช้เวลาสั้น! ระหว่างที่ควงตะหลิวผัดกะเพราอยู่นั้น ให้สวมวิญญาณอาแปะผัดผักบุ้งไฟแดง คือ ให้ใช้ไฟสูงๆ ผัดฉึบฉับๆ สุกปุ๊บ ปิดไฟ ยกลงทันที!

8. ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้
ผัดกะเพราะ ขึ้นชื่อว่า "ผัด" แล้ว ต้องแห้งๆ สิคะถึงจะอร่อย ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้ หรือถ้าใครชอบแบบมีน้ำราด ก็อนุโลมให้พอมีน้ำขลุกขลิกได้เล็กน้อย ฉะนั้น เวลาเทน้ำอย่าหนักมือนักนะคะ เพราะเดี๋ยวกะเพราของเราจะออกมาฉ่ำน้ำเกินไป จะกลายเป็น 'ต้มกะเพรา' เอาค่าา!

9. ยี่หร่ากับกะเพราเพิ่มความจัดจ้าน
ใครที่ชอบความจัดจ้าน หอมเครื่องสมุนไพรแบบถึงพริกถึงขิง ขอแนะนำให้เติมตัวช่วยลงไปด้วย นั่นก็คือ "ใบยี่หร่า" ค่ะ โดยระหว่างที่ใส่ใบกะเพราลงไป ให้โยนไปยี่หร่าตามลงไปด้วย จากนั้นก็ บลู้มมม! รสชาติหอมกระจายยย!!

10. ใส่ใบกะเพราท้ายสุด เนื้อสุกแล้ว โยนกะเพราลงไปเล้ยย!
กะเพราเป็นพระเอกที่ต้องมาปิดท้ายงานเสมอ หลังจากผัดจนเนื้อสัตว์จนสุกและเข้าเนื้อแล้ว ให้ดับไฟทันที และใส่ใบกะเพราลงไปคลุก ฟึ่บฟั่บๆ แปบเดียว แล้วก็ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟค่ะ วิธีนี้จะทำให้ใบกะเพราไม่เหี่ยวเป็นผัดกะเพราหงอยๆ ทำให้ผัดกะเพราของเราดูน่ากินขึ้นค่ะ!

โอยย ความรู้สึกเหมือนกลิ่นกะเพราลอยมาตามบรรทัดเลยค่ะ!! ( หิวแล้วสิท่า - -' ) ที่นี้เราก็ได้เคล็ดลับความอร่อยของเมนู " ผัดกะเพรา " ไปกันแบบเนื้อเน้นๆ กลับบ้านไปจะได้โชว์ฝีมือ สุดยอดผัดกะเพรา ให้สมาชิกในบ้านได้ร้อง โอ้โห กันซะที! ส่วนมันจะเด็ดจะแซบขนาดไหน หลังไมล์มาบอกขุ่นเจ้ด้วยนะค๊าา!!

ข้อมูลและภาพจาก sistacafe

8
.

หลวงพ่อจรัญ สอนการนั่งวิปัสสนา
https://www.youtube.com/watch?v=p-7AMV-mLLc

.

หลวงพ่อจรัญ สอนสมาธิวิปัสสนากรรมฐานแบบเข้าใจง่าย
https://www.youtube.com/watch?v=ZsL5NCFRT4c

.

หลวงพ่อสอนกรรมฐาน - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
https://www.youtube.com/watch?v=1ASyn4BmU3w

.

บาป-บุญ มีจริงหรือ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
https://www.youtube.com/watch?v=870C2VcE_W8

.

9
6 สูตรทำน้ำซุป กลมกล่อมทำเองได้เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
-http://cooking.kapook.com/view155758.html-


เปิดเคล็ดลับเด็ดสูตรทำน้ำซุปสไตล์โฮมเมด เคี่ยวอร่อยง่าย ๆ ไม่ใส่ผงชูรส เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

เมนูก๋วยเตี๋ยวนอกบ้านก็อร่อย แต่กลัวลูกน้อยแพ้ผงชูรสเลยอยากลงมือทำเอง เครื่องเคราเตรียมพร้อมแล้วเหลือแต่สูตรน้ำซุปนี่แหละที่หนักใจ ถ้าทำไม่อร่อยก็จบ ! กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 7 สูตรทำน้ำซุป มีทั้งน้ำซุปกระดูกหมูน้ำใส น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้นสีดำ น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้นสีขาว น้ำซุปโครงไก่ และน้ำซุปผัก เลือกวิธีทำน้ำซุปให้เหมาะกับก๋วยเตี๋ยวเลยจ้า

น้ำซุป

1. น้ำซุปกระดูกหมู (สูตรทำก๋วยเตี๋ยว)

เริ่มกันที่สูตรทำน้ำซุปกระดูกหมู จาก คุณ swin สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ส่วนผสมไม่เยอะ น้ำซุปหวานหอมอร่อยโดนใจ ทำเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวน้ำใสหรือน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็ได้จ้า

ส่วนผสม น้ำซุปกระดูกหมู

• กระดูกหมู 1 กก.
• พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
• รากผักชี
• กระเทียม

วิธีทำน้ำซุปกระดูกหมู

• 1. ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 2 นาทีก่อน เพื่อล้างเลือด แล้วนำไปล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด
• 2. ใส่กระดูกหมูลงในหม้อความดัน ตามด้วยพริกไทย รากผักชี และกระเทียม ใช้เวลาต้ม 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือประมาณ 90 นาที

soup101

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หมูแดง ขาหมู ชามเดียวอิ่มสะใจ
-http://cooking.kapook.com/view114421.html-

++++++++++++++++++++

น้ำซุป

2. น้ำซุปไก่

น้ำซุปไก่สูตรนี้ถอดมาจากการทำน้ำต้มไก่สำหรับทำข้าวมันไก่ ของ คุณมันแกวกะแห้วหมู สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มีทีเด็ดตรงที่ว่า นอกจากน้ำซุปไก่จะอร่อยแล้ว แทนที่เราจะให้ความหวานจากเนื้อไก่ถูกปล่อยออกมาสู่น้ำซุป แต่จะเปลี่ยนเป็นทำให้รสชาติน้ำซุปซึมเข้าไปที่เนื้อไก่แทน ทำให้เนื้อไก่ที่เรานำลงไปต้มไม่จืดชืดด้วย อร่อยทั้งน้ำและเนื้อเลยล่ะ

ส่วนผสม น้ำซุปไก่

• ผักกาดขาว หรือผักหางหงส์สด 1 หัว (ต้องเลือกที่สด ๆ เพื่อให้หวาน)
• กระเทียม 3-4 หัว (ประมาณ 30 กลีบ)
• รากผักชี 5-6 ราก
• ขิงแก่หั่นเป็นแว่นบาง 5–6 แว่น
• ขิงทุบ เล็กน้อย
• พริกไทยขาวทุบหยาบ 20–30 เม็ด
• เกลือสมุทร 1-2 ช้อนโต๊ะ (ได้ดอกเกลือยิ่งดี เพื่อให้มีรสเค็มขึ้นมาบ้าง ปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ)
• น้ำตาลกรวด 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 2–3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ไก่ส่วนที่ชอบ

วิธีทำน้ำซุปไก่

• 1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อยกเว้นไก่ (ควรใส่น้ำเผื่อไว้หน่อยกันน้ำแห้งเกินไป) นำขึ้นตั้งไฟแรง (ไม่ต้องปิดฝา) ต้มให้เดือดนานอย่างน้อย 30 นาที
• 2. พอครบเวลาใส่ไก่ลงไปจนหมด (ถ้าหม้อใบเล็กเกินจะเอาผักกาดขาวออกให้หมดก่อนก็ได้) พอใส่ไก่ชิ้นสุดท้ายลงไป ให้ลดไฟอ่อนลง จากนั้นต้มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเดือด หมั่นช้อนฟองอากาศทิ้ง

หมายเหตุ : ควรจับเวลาให้ดี ถ้าต้มนานไปไก่จะสุกเกินไม่อร่อย ถ้าไก่ดิบไปก็กินไม่ได้ (คือกระดูกมีเลือด เนื้อส่วนที่ติดกระดูกเหนียวเลาะไม่ออก) ปกติจะใช้เวลาในการต้มประมาณ 1 ชั่วโมงนับจากใส่ไก่ลงไป หมั่นตักฟองทิ้งไปบ้าง จากนั้นก็ปล่อยให้ไฟรุม ๆ ไปเรื่อย ๆ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
-http://cooking.kapook.com/view97623.html-

++++++++++++++++++++

น้ำซุป

3. น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น (สีขาว)

ใครอยากทำน้ำซุปกระดูกหมูแบบสีขาวน้ำข้นก็ต้องสูตรจาก คุณ Mr Trin สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรน้ำซุปสีขาวหวานธรรมชาติจากหอมใหญ่ เพิ่มความหอมจากกระเทียม ทำเองคุ้มกว่าเยอะเลยค่ะ

ส่วนผสม น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น

• กระดูกซุปหมู ประมาณ 1.6 กิโลกรัม
• น้ำ 3 ลิตร
• ต้นหอมญี่ปุ่น (หั่นเป็นท่อนสั้น) 2 ต้น
• กระเทียมสด (ทุบแล้วปอกเปลือก) 12 กลีบ
• หอมใหญ่ (ผ่า 4 ส่วน) 2 หัว
• เหล้ามิริน 2 ทัพพี
• เกลือ เล็กน้อย
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น

• 1. ใส่น้ำลงในหม้อกะพอท่วมกระดูกหมู จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ ต้มจนน้ำเดือด
• 2. ใส่กระดูกหมูลงต้ม นานประมาณ 5 นาที (ไม่ต้องคน) พอต้มครบ 5 นาที ให้เทน้ำทิ้ง จากนั้นตักกระดูกหมูออกมาล้างน้ำให้สะอาด 2 ครั้ง เตรียมไว้
• 3. เติมน้ำ 3 ลิตรลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรง ใส่กระดูกหมูล้างสะอาด ต้นหอมญี่ปุ่น กระเทียม และหอมใหญ่ลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ หากน้ำในหม้อแห้งให้หมั่นเติมน้ำเป็นระยะ ๆ หมั่นช้อนฟองทิ้ง เคี่ยวจนผักและเนื้อเริ่มเปื่อยและน้ำซุปสีขาวข้นขึ้น
• 4. เติมเหล้ามิริน เกลือ และน้ำตาลทรายลงไป กรองน้ำซุปด้วยตะแกรง โดยใช้ทัพพีคนและกดไปเรื่อย ๆ ทำเสร็จพร้อมราดเส้นราเมน

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ราเมนน้ำซุปกระดูกหมูแบบประหยัด อาหารญี่ปุ่นดูดี ใครก็ทำได้
-http://cooking.kapook.com/view96783.html-

++++++++++++++++++++

น้ำซุป

4. น้ำซุปโครงไก่ (ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ)

ทำสูตรน้ำซุปกระดูกหมูมาหลายมื้อลองเปลี่ยนมาสูตรน้ำซุปโครงไก่ สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา สูตรนี้น้ำซุปสีดำเหมาะสำหรับทำก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เอาล่ะ... เตรียมไก่ตุ๋นกับเส้นรอเลยจ้า

ส่วนผสม น้ำซุปโครงไก่

• โครงไก่ 2 โครง
• น้ำเปล่า 8 ลิตร
• หอมใหญ่ปอกเปลือก 2 หัว
• รากผักชี 5 ราก
• น้ำกระเทียมดอง 1/2 ถ้วยตวง
• กระเทียมดอง 3 หัว
• เครื่องเทศสำหรับตุ๋น 1 ชุด
• น้ำตาลมะพร้าว 70 กรัม
• เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว (สูตร 5) 12 ช้อนโต๊ะ
• ซอสปรุงรส (ตราแม็กกี้) 12 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำซุปโครงไก่

• 1. เทน้ำเปล่าลงในหม้อใบใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟแรง ใส่หอมใหญ่ รากผักชี น้ำกระเทียมดอง กระเทียมดอง เครื่องตุ๋น 1 ชุดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว เกลือป่น ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ ปิดฝา ต้มให้เดือด
• 2. พอเดือดแล้วจึงใส่โครงไก่ลงไป (หากจะให้ดีโครงไก่ควรถลกหนังและตัดตูดออก) แล้วลดเป็นไฟอ่อน ปิดฝาต้มจนน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม

หมายเหตุ : หากมีน้ำมันไก่หรือฟองลอยบนน้ำซุปก็ให้ช้อนออกเท่าที่จะทำได้ น้ำซุปจะได้ใส และไม่มันเลี่ยน

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ รสเข้มข้น สูตรเด็ดสร้างอาชีพได้
-http://cooking.kapook.com/view116658.html-

++++++++++++++++++++

น้ำซุป

5. น้ำซุปผัก

ฝนตกออกจากบ้านไปจ่ายตลาดลำบากก็ลองจับผักเหลือ ๆ ในบ้านมาทำเป็นน้ำซุปผัก สูตรจาก คุณ iamrabbiy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม น้ำซุปผักใส่ไช้เท้ากับแครอท ปรุงรสตามชอบ ขอบอกง่ายเว่อร์

ส่วนผสม น้ำซุปผัก

• น้ำเปล่า
• แครอทหั่นชิ้น
• ไช้เท้าหั่นชิ้น
• รากผักชี
• ซอสหอยนางรม (สูตรโซเดียมต่ำ)
• น้ำปลา (สูตรโซเดียมต่ำ)

วิธีทำน้ำซุปผัก

• ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่แครอท ไช้เท้า และรากผักชี ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมและน้ำปลา

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ อาหารคลีนแบบไทย 29 เมนู กินแล้วชีวิตดี๊ดี ไขมันต่ำอิ่มโปรตีนประโยชน์เต็ม
-http://cooking.kapook.com/view124911.html-

++++++++++++++++++++

น้ำซุป

6. น้ำซุปผัก (สูตรเจ)

น้ำซุปผักสูตรเจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ สูตรจาก คุณ a pinky pig สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม น้ำซุปอุดมไปด้วยผักนานาชนิด ปรุงรสด้วยเกลือ เหมาะกินกับเมนูก๋วยเตี๋ยวเจมากเลยจ้า

ส่วนผสม น้ำซุปผัก

• ไช้เท้า 2 หัว
• แครอท 1 หัว
• ข้าวโพดหวาน 1 ฝัก
• ฟักเขียว 1/2 หัว
• ผักกาดขาว 1 หัว
• กะหล่ำปลี 1 หัว
• เกลือป่น เล็กน้อย

วิธีทำน้ำซุปผัก

• 1. ล้างผักทั้งหมดให้สะอาด ปอกเปลือกออกและหั่นเป็นชิ้น เตรียมไว้
• 2. ใส่ไช้เท้า แครอท และข้าวโพดหวานลงต้มในหม้อ ปรุงรสด้วยเกลือป่นเล็กน้อย
• 3. พอน้ำซุปเดือด ใส่ฟักเขียวลงไป พอเดือด ใส่กะหล่ำปลีลงไป รอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ผักกาดขาวลงไป พอเดือดลดเป็นไฟอ่อน ต้มต่อประมาณ 30 นาที

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ก๋วยเตี๋ยวน้ำเจ เสิร์ฟเมนูเส้นร้อน ๆ ต้อนรับเทศกาลกินเจ
-http://cooking.kapook.com/view99248.html-


อื้อหือ ! มีสูตรน้ำซุปให้เลือกทำถึง 6 สูตรแบบนี้ รับรองสุขภาพดีแน่นอน ไม่ต้องใช้ซุปก้อนให้ระคายสุขภาพ ทุกสูตรเพื่อสุขภาพ เหมาะกับทุกคนทุกวัย โดยเฉพาะลูกรัก

10
ตามล่าหา ‘จ่ามงกุฎ’ ตัวจริง! ตามบทพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
-https://www.matichonweekly.com/featured/article_3112-



    ๏ งามจริงจ่ามงกุฎ         ใส่ชื่อดุจมงกุฎทอง
    เรียมร่ำคำนึงปอง           สะอิ้งน้องนั้นเคยยล

    ๏ บัวลอยเล่ห์บัวงาม       คิดบัวกามแก้วกับตน
    ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล          สถนนุชดุจประทุม

    ๏ ช่อม่วงเหมาะมีรส       หอมปรากฏกลโกสุม
    คิดสีสไบคลุม                หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน

    ๏ ฝอยทองเป็นยองใย      เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
    คิดความยามเยาวมาลย์    เย็บชุนใช้ไหมทองจีน
    กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน
    พระราชนิพนธ์ โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

เมื่อเอ่ยชื่อ “ขนมจ่ามงกุฎ” หลายคนจะนึกถึงขนมสีเหลืองทองลักษณะคล้ายมงกุฎ มีแผ่นแป้งรอง มียอดปิดทองสวยงาม อันที่จริงขนมนั้นมีชื่อว่า “ดาราทอง” หรืออีกชื่อหนึ่งคือทองเอกกระจัง เป็นขนมที่มีผู้คิดทำขึ้นในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนขนมจ่ามงกุฎ แบบดั้งเดิมนั้นมีชื่อปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 มีส่วนประกอบ ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาลทราย น้ำใบเตย เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือก

สิ่งที่ต้องเตรียมอีกสองอย่าง คือ ใบตองตานีอ่อน ตัดขนาดพอเหมาะ ผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปอังไฟเพื่อให้มีกลิ่นหอม และไม้กลัดทำจากก้านมะพร้าว สำหรับกลัดห่อขนม

แป้งข้าวเหนียวที่ใช้ทำขนม ทางกลุ่มยังใช้วิธีการแบบโบราณ คือนำเมล็ดข้าวเหนียวดิบไปแช่น้ำ แล้วนำไปโม่


ขั้นตอนการทำขนมจ่ามงกุฎ จะต้องนำกะทิมากวนกับน้ำตาลทราย แป้งข้าวเหนียว และน้ำใบเตย กวนไปเรื่อย ๆ จนเหนียวคล้ายกะละแม ซึ่งต้องใช้เวลากวนนานประมาณสองชั่วโมง เมื่อได้ที่แล้ว ตักหยอดลงบนใบตองตานีที่เตรียมไว้ ใส่เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือกลงไป ห่อให้สวยงาม กลัดด้วยไม้กลัดแบบโบราณ

ห่อเสร็จแล้ว ต้องนำขนมไปผึ่งแดด ให้เนื้อขนมแห้ง กรอบนอกนุ่มใน ไม่เหนียวติดใบตอง ซึ่งทางกลุ่มได้ทำตู้สำหรับผึ่งขนมอย่างสะอาดถูกหลักอนามัย ถ้าแดดดี ตากเพียงแดดเดียวก็ใช้ได้


สำหรับผู้อ่านท่านใด ที่สนใจอยากลองชิม “ขนมจ่ามงกุฎ” ขอแนะนะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนมไทยโบราณ และจักสานก้านมะพร้าวบางช้าง มีจำหน่ายที่ตลาดน้ำท่าคา และร้านเจ๊หม่วย ปากทางเข้าวัดจุฬามณี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อได้ที่คุณอรพิน ประชานิยม หมายเลขโทรศัพท์ 085 128 2618

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ นำขนมจ่ามงกุฎของกลุ่มฯ มาวางจำหน่ายที่โครงการ ในวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ หากสนใจอยากเรียนทำขนมจ่ามงกุฎแบบดั้งเดิม ติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์ 034 752 245 ทางโครงการยินดีประสานงานเชิญคุณอรพินมาสอนให้ในโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 176

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham