Blog

Blogsเขียนบทความใหม่ http://www.tairomdham.net/image/post/Thankyou.pngThank you แทนคำขอบคุณ PM เขียนจดมายส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sithiphong

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 180
1
คุยสบาย นานาสาระ / ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2022, 09:54:31 pm »
.
ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน
.
Phakamon Songdechnarong
16 สิงหาคม 2565
.
"อยู่ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน ไม่งั้นสิ่งพิเศษที่คุณมีก็ไร้ความหมาย"
.
หนุ่มวณิพก (ดนตรีเปิดหมวก) คนหนึ่งเล่นไวโอลินนาน 45 นาทีที่สถานีรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ก มีคนหยุดฟังไม่กี่คน มีสองคนปรบมือให้ จบงานหนุ่มนักไวโอลินหาเงินได้ประมาณ 30 เหรียญ (1000 บาท)
.
ไม่มีใครเอะใจว่านักดนตรีดังกล่าวคือนาย Joshua Bell หนึ่งในนักไวโอลินที่เก่งที่สุดของโลก โดยที่สถานีรถไฟใต้ดินนั้น Joshua เล่นเพลงที่ซับซ้อนที่สุดเพลงหนึ่งด้วยไวโอลินระดับโลกที่มีมูลค่าถึง 3.5 ล้านเหรียญ (100 ล้านบาท)
.
และสองวันก่อนที่เขาจะบรรเลงในสถานีรถไฟนั้น ตั๋วคอนเสิร์ตของ Joshua Bell ที่บอสตันขายหมดเกลี้ยงโดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 100 เหรียญ (3000 บาท)
.
การทดลองนี้พิสูจน์ว่า "ของดีพิเศษ" ในสภาพแวดล้อม "ปกติ" นั้นไม่ส่องแสง และมักถูกมองข้ามและประเมินค่าต่ำไป
.
ยังมีคนเก่งๆ ในโลกอีกหลายคนที่ถูกมองข้าม ไม่ได้การยอมรับหรือได้ "รางวัล" แห่งความสำเร็จที่สมควรได้
แต่เมื่อพวกเขาเปิดใจ ยึดมั่นที่คุณค่า สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง และพาตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อมที่จำกัดพลังไว้ พวกเขาจะเติบโตและเจริญงอกงาม
.
ฉะนั้นเวลาที่ "ความรู้สึกลึกๆ" บอกเราว่าที่ๆ เราอยู่นั้นไม่เหมาะหรือกดเราอยู่ ให้เปิดใจฟังมัน
หาหนทางไปสู่สถานที่ที่ชื่นชมและเห็นคุณค่าของเราเถอะ
.
(Credit: classicfm.com)
.
.
#ถูกที่ #ถูกเวลา #ถูกคน
.
#ถูกที่ถูกเวลาถูกคน
.

2
.
อย่าไปใส่ใจคน ที่พูดถึงคุณในแง่ลบ
โพสโดย ตาสว่าง
24 กรกฎาคม 2565 เวลา 13:00 น.
.
อย่าไปใส่ใจคน
ที่พูดถึงคุณในแง่ลบ
ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักคุณดีพอ
พวกขาเสือก ขาเสี้ยม ขาเมาท์
.
คนพวกนี้ “จิตป่วย” ไร้สาระ
ไม่มีแก่นสารอะไรในชีวิต
อยากพูดอะไรก็พูด
มโนไปเรื่อย จินตนาการเก่ง
.
ส่วนมาก “รู้น้อย”
แต่ “สาระแนเกินร้อย” ทั้งนั้น
ถ้าแคร์ คุณคงต้องเหนื่อยใจไม่สิ้นสุด
ฉะนั้น !!! วางเฉย แล้วใช้ชีวิตของคุณไป
.
เลือกแคร์ แต่คนที่รัก และหวังดีกับคุณก็พอ
ส่วนคนอื่น “ช่างแม่งเถอะ”
“ปากสกปรก” มาจาก “ใจที่สกปรก”
.
สิ่งที่พ่นออกมา บ่งบอกถึง “สภาวะจิต”
การถูกเลี้ยงดู อบรม ของคนๆ นั้น
ซึ่งคุณเลือกได้ ว่าจะยอมให้น้ำลายบูดๆ
กระเด็นโดน หรือ เลือกที่จะ “ไม่ให้ราคา”
.
คุณไม่สนใจ ไม่สะทกสะท้าน ไม่โต้ตอบ
ไม่ได้หมายถึง “ยอมรับ” หรือ “กลัว”
แต่คุณรู้ว่าอะไรที่ควร “เสียเวลา”
และอะไรที่ “น่ารังเกียจ!”
.
Credit : Pui Pinnarat
.

3
.
ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นครู

โพสโดย BizpromptinfoFanpage
26 กรกฎาคม 2565
.
ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นครู
.
บางคนดีใจหาย
บางคนร้ายจนน่าหวาดกลัว
.
บางคนทำดีไม่หวังผล
บางคนทำทุกอย่างต้องได้กลับคืน
.
บางคนทำเลวเพราะเผลอ
บางคนทำเลวอยู่เป็นนิจ
.
บางคนต่อหน้าดีลับหลังคบไม่ได้
บางคนเลวทั้งต่อหน้าและลับหลัง
.
เจอใครมาบ้างให้เก็บไว้เป็นบทเรียน
ประสบการณ์ที่ล่วงเลยมา อย่าให้ผ่านไปโดยที่เราไม่เก็บมาเตือนใจตน
.
ว่าคนมีหลากหลายรูปแบบ เราจะเจอคนแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนแบบไหน!
เขาไม่ดี อย่าทำไม่ดีเลียนแบบเขา
.
เขาไม่ดี ให้เห็นโทษของการทำไม่ดีจากเขา
.
สอนตัวเอง บอกตัวเองได้
แยกแยะดีชั่วได้ ชีวิตจะไม่อับจนหนทาง
.
Cr.Mytime Kanaposs
.

4
.
ว่าด้วยเรื่อง การทำบุญที่ถูกต้องและถูกวิธีอย่างย่อ
.
ผมนำเรื่องราวการทำบุญผมรวบรวมมาจากหลายแหล่งข้อมูล
เพื่อให้ทราบกันว่า การทำบุญที่ถูกต้องและถูกวิธีกัน (อย่างย่อ) ครับ
.
.
.
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ มีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่องหลักก็คือ
.
1.ว่าด้วยเรื่อง วิธีการทำบุญ
2.ว่าด้วยเรื่อง ผู้ทำบุญ (หรือผู้ให้)
3.ว่าด้วยเรื่อง ปัจจัยหรือสิ่งของที่นำไปทำบุญ
4.ว่าด้วยเรื่อง ผู้รับ
.
มาเริ่มกันเลยครับ
.
.
1.ว่าด้วยเรื่อง วิธีการทำบุญที่ถูกต้อง
มีอยู่ด้วยกัน 10 วิธีนี้เท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นนอกเหนือจากนี้ นั่นก็คือ
.
.
บุญกิริยาวัตถุ 10 (ที่ตั้งแห่งการทำบุญ, ทางทำความดี — bases of meritorious action)
.
      1. ทานมัย (ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ — meritorious action consisting in generosity; merit acquired by giving)
.
      2. สีลมัย (ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดี — by observing the precepts or moral behavior)
.
      3. ภาวนามัย (ทำบุญด้วยการเจริญภาวนาคือฝึกอบรมจิตใจ — by mental development)
.
      4. อปจายนมัย (ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม — by humility or reverence)
.
      5. เวยยาวัจจมัย (ทำบุญด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้ — by rendering services)
.
      6. ปัตติทานมัย (ทำบุญด้วยการเฉลี่ยส่วนแห่งความดีให้แก่ผู้อื่น — by sharing or giving out merit)
.
      7. ปัตตานุโมทนามัย (ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น — by rejoicing in others’ merit)
.
      8. ธัมมัสสวนมัย (ทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้ — by listening to the Doctrine or right teaching)
.
      9. ธัมมเทสนามัย (ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้ — by teaching the Doctrine or showing truth)
.
      10. ทิฏฐุชุกัมม์ (ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง — by straightening one’s views or forming correct views)
.
.
.
2.ว่าด้วยเรื่อง ผู้ทำบุญ (หรือผู้ให้)
.
.
การทำบุญไม่ว่าจะเป็นการทำบุญในเรื่องใดก็ตาม อย่างน้อยผู้ที่ทำบุญต้องมี ศีล 5 ครบบริบูรณ์ แต่หากว่า ผู้ที่ทำบุญมีศีลที่มากกว่าศีล 5 มากเท่าใด  อานิสงส์ของการทำบุญจะมีมากตามศีลของผู้ทำบุญ
.
มาว่าด้วยเรื่องของผู้ทำบุญในการทำทานมัย
.
เรื่องของทาน ตลอดจนการให้ทานที่ถูกต้องไว้บ้าง เพื่อทานของเราจะได้เป็นทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก
.
.
ที่มาของบทความตั้งแต่ คำว่า ทาน ที่แปลว่า การให้
บทความเรื่อง ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เขียนโดย ประณีต  ก้องสมุทร
.
               คำว่า ทาน ที่แปลว่า การให้ นั้น จัดเป็นบุญเป็นกุศล เป็นความดีอย่างหนึ่ง หมายถึง เจตนาที่เป็นเหตุให้เกิดการให้ก็ได้ หมายถึงวัตถุ คือสิ่งของที่ให้ก็ได้ ทานจึงมีความหมายที่เป็นทั้งนามธรรมและรูปธรรม ถ้าหมายถึงเจตนาที่ให้ก็เป็นนามธรรม ถ้าหมายถึงวัตถุที่ให้ก็เป็นรูปธรรม ในที่นี้จะขอกล่าวถึงทานในความหมายทั้งสองอย่างนี้รวมๆ กันไป
.
               เจตนาที่เป็นเหตุให้เกิดการให้ทานนั้น แบ่งตามกาลเวลาได้ ๓ กาล คือ
ปุพเจตนา เจตนาที่เกิดขึ้นก่อน คือเมื่อนึกจะให้ ก็แสวงหาตระเตรียมสิ่งที่จะให้นั้นให้พร้อม
มุญจเจตนา เจตนาที่เกิดขึ้นในขณะกำลังให้ของเหล่านั้น
อปรเจตนา เจตนาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ให้เรียบร้อยแล้ว แล้วเกิดความปีติยินดีในการให้ของตน
.
               บุคคลใดที่ทำบุญหรือให้ทานด้วยจิตใจที่โสมนัสยินดี ทั้งประกอบด้วยปัญญา เชื่อกรรมและผลของกรรมครบทั้ง ๓ กาลแล้ว บุญของผู้นั้นย่อมมีผลมาก
.
               เจตนาทั้ง ๓ กาลนี้ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องดับไปเช่นเดียวกับสังขารธรรมอื่นๆ และเมื่อดับไปแล้วสามารถจะส่งผลนำเกิดในสุคติภูมิเป็นมนุษย์และเทวดาได้
.
ในพระไตรปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน แสดงความบุพกรรม คือกรรมในชาติก่อนๆ ของผู้ที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ที่เกี่ยวกับทานไว้มากมาย ตัวอย่าง
.
เช่น พระอรหันต์รูปหนึ่งในอดีตชาติได้ถวายผลมะกอกผลหนึ่งแก่พระพุทธเจ้าที่ประทับอยู่ในป่าใหญ่ รูปหนึ่งเคยถวายดอกบุนนาค รูปหนึ่งเคยถวายขนม รูปหนึ่งเคยถวายรองเท้าเป็นต้น นับแต่นั้นมาท่านเหล่านั้นไม่เคยเกิดในทุคติภูมิเลย เกิดอยู่แต่ในสุคติภูมิ เป็นมนุษย์และเทวดาเท่านั้น ตราบจนในชาติสุดท้ายได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
.
ที่มาของบทความตั้งแต่ คำว่า ทาน ที่แปลว่า การให้
บทความเรื่อง ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เขียนโดย ประณีต  ก้องสมุทร
.
เรื่องที่ผมเคยบอกไว้ว่า ผมรำลึกนึกถึงบุญที่ผมได้เคยทำมาในอดีตอยู่บ่อยๆ  ผมนำบทความที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ให้อ่านกัน
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ คนที่ทำบุญแล้วระลึกฯ
เรื่อง นานาปัญหา โพสโดย คณะสหายธรรม
.
คนที่ทำบุญแล้วระลึกถึงบุญที่ตนทำมาบ่อยๆ ระลึกแล้วก็ปิติโสมนัสในการกระทำนั้น บุญก็เกิดอีกแน่นอน เพราะฉะนั้น ในสมถกรรมฐานว่าด้วยอนุสสติ ๑๐ มีพุทธานุสสติ ๑ ธัมมานุสสติ ๑ สังฆานุสสติ ๑ สีลานุสสติ ๑ จาคานุสสติ ๑ เทวตานุสสติ ๑ มรณสติ หรือมรณานุสสติ ๑ กายคตาสติ ๑ อานาปานสติ ๑ และอุปสมานุสสติ ๑
.
          ในอนุสสติเหล่านั้น ท่านจะเห็นว่าเราสามารถจะระลึกถึงศีลที่เรารักษาดีแล้วได้บ่อยๆ นึกถึงทานที่เราบริจาคดีแล้วได้บ่อยๆ เพื่อให้จิตใจสงบเป็นสมาธิได้ ศีลที่เรารักษาแล้วก็เป็นบุญกุศลที่เราสามารถระลึกถึงได้บ่อยๆ เพื่อให้เกิดสมาธิจัดไว้ในข้อสีลานุสสติ
.
          ส่วนทานการบริจาคที่เราทำแล้วก็เช่นเดียวกัน เราสามารถจะระลึกได้บ่อยๆ จนจิตสงบเกิดสมาธิ จัดไว้ในข้อจาคานุสสติ เพราะฉะนั้นบุญกุศลที่เราทำแล้ว เมื่อเราระลึกถึงอยู่บ่อยๆ เนืองๆ ก็ย่อมเกิดกุศลเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ระลึกถึง แต่ต้องเป็นการระลึกถึงด้วยความปิติโสมนัสในการกระทำนั้น
.
ในการทำบุญให้ทานเป็นต้นนั้น ผลของบุญที่ทำแล้วจะเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ ก็เพราะท่านตั้งเจตนาไว้ดีแล้วใน ๓ กาล คือ
.
          ๑. ในกาลก่อนที่จะให้ทำหรือทำ เรียกว่าบุพเจตนาดี
.
          ๒. ในเวลากำลังให้ก็มีใจยินดีหรือในขณะทำกุศลก็มีใจยินดี เรียกว่ามุญจนเจตนาดี
.
          ๓. ทำแล้วระลึกขึ้นมาก็ยินดี เรียกว่าอปรเจตนาดี หรือแม้ทำแล้วนานๆ ระลึกถึงก็ยังยินดี เรียกว่าอปราปรเจตนาดี ซึ่งทั้งอปรเจตนาหรืออปราปรเจตนานี้ ก็รวมไว้ในเจตนาครั้งหลัง คือหลังจากทำแล้วก็ระลึกถึงด้วยความยินดี การที่เราระลึกถึงบุญกุศลที่ทำแล้วด้วยความปิติยินดีนี้ จึงจัดอยู่ในเจตนาครั้งหลังนี้
.
          ถ้าทำได้ครบทั้ง ๓ กาลเช่นนี้ กุศลของท่านย่อมถึงความไพบูลย์แน่นอน
.
พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงแสดงเรื่องการใช้ทรัพย์ ไว้ในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต อาทิยสูตรที่ ๑   (ข้อ ๔) ๕ ประการ คือ
.
               ๑. ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยสุจริตชอบธรรม บำรุงเลี้ยงตนเอง บิดา มารดา บุตร ภรรยาและ บ่าวไพร่ให้มีความสุข ไม่อดยาก
.
               ๒. ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยสุจริตชอบธรรม เลี้ยงดูมิตรสหายให้อิ่มหนำสำราญ
.
               ๓. ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยสุจริตชอบธรรม ป้องกันอันตรายอันเกิดจากไฟ จากน้ำ พระราชา  โจร หรือทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก เพื่อให้ตนปลอดภัยจากอันตรายนั้นๆ
.
               ๔. ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยชอบธรรม ทำพลี คือบูชา หรือบำรุงในที่ ๕ สถาน คือญาติพลี บำรุงญาติ อติถิพลี ต้อนรับแขก ปุพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ราชพลี บำรุงราชการมีการเสียภาษีอากรเป็นต้น และเทวตาพลี ทำบุญแล้วอุทิศให้แก่เทวดา เพราะว่าเทวดาย่อมคุ้มครองรักษาผู้นั้นด้วยคิดว่า  "คนเหล่านี้แม้ไม่ได้เป็นญาติของเราเขาก็ยังมีน้ำใจให้ส่วนบุญแก่เรา เราควรอนุเคราะห์เขาตามสมควร"
.
               ๕. ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยชอบธรรม บำเพ็ญทักษิณาทานที่มีผลเลิศ เกื้อกูลแก่สวรรค์ มีวิบากเป็นสุข ไว้ในสมณะพราหมณ์ผู้เว้นจากความประมาท มัวเมา ตั้งอยู่ในขันติโสรัจจะเป็นผู้หมั่นฝึกฝนตนให้สงบระงับจากกิเลส
.
ในข้อ ๕ นี้ตรัสสอนให้ใช้ทรัพย์ที่หามาได้ให้ทานแก่ผู้มีศีล ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติเพื่อความหมดจดจากกิเลส ผู้เป็นทักขิเณยยบุคคล เพราะทานที่ให้แก่ผู้มีศีลมีผลมาก ทำให้เกิดในสวรรค์ ได้รับความสุขอันเป็นทิพย์ นอกจากนั้นผู้ถวายยังอาจบรรลุคุณวิเศษ เพราะธรรมที่ท่านผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบเหล่านั้นยกมาแสดงให้ฟังได้อีกด้วย ผู้มีปัญญาย่อมไม่เสียดายทรัพย์ที่หมดเปลืองไปเพราะเหตุเหล่านี้ เพราะว่าท่านได้ใช้ทรัพย์นั้นถูกทางแล้วเกิดประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นแล้ว โดยเฉพาะทรัพย์คือบุญที่ท่านถวายไว้ในผู้มีศีลเหล่านั้น ยังสามารถติดตามตนไปในโลกหน้าได้อีกด้วย
.
               ควรหรือไม่ที่เราจะใช้ทรัพย์ให้ถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้
.
               และควรหรือไม่ที่เราจะใช้ทรัพย์นั้นจำแนกแจกทาน
.
ทานของสัตบุรุษนัยที่ ๑
.
               ๑. ให้ทานโดยเคารพ คือให้โดยความเต็มใจ ไม่ได้ให้ด้วยความเกรงกลัวหรือจำใจให้ เวลาให้ก็ให้ด้วยกิริยาที่นอบน้อมยิ้มแย้มแจ่มใส
.
               ๒. ให้ทานโดยยำเกรง คือเคารพในทานของตนและเคารพในผู้รับ การเลือกให้แต่ของดี ของมีประโยชน์ ของสะอาดมีรสดีเป็นต้น ชื่อว่าเคารพทานของตน อีกประการหนึ่ง ผู้ที่ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ที่ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ ผู้ที่ให้ของที่ดี ย่อมได้ของดี ผู้ที่ให้ของที่ประเสริฐย่อมเข้าถึงสถานที่ประเสริฐ นรชนใดให้ของที่เลิศ ให้ของที่ดี ให้ของที่ประเสริฐ นรชนนั้นจะบังเกิดในที่ใดๆ ย่อมมีอายุยืน มียศ นี้เป็นพระดำรัสของพระพุทธเจ้า
.
               การเลือกผู้รับที่สมควรแก่ของ และเลือกผู้รับที่เป็นผู้มีศีล มีคุณธรรม ชื่อว่าเคารพในผู้รับ ข้อนี้มิได้หมายความว่าถ้าผู้รับเป็นสัตว์ดิรัจฉาน หรือเป็นผู้ไม่มีศีลแล้ว ไม่ต้องให้ ควรให้ทั้งสิ้น แต่ของที่ดี ของที่ประณีต ของที่สะอาด มีรสเลิศ ย่อมสมควรแก่ผู้รับที่เลิศ คือผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ผู้มีศีลยิ่งกว่าผู้อื่น ยิ่งให้แก่ผู้มีศีลจำนวนมากเป็นประโยชน์สุขแก่ผู้มีศีลจำนวนมาก ที่เรียกว่าสังฆทาน ยิ่งมีผลมากจนประมาณไม่ได้ว่าเท่านั้นเท่านี้ชาติ
.
               ๓. ให้ด้วยมือของตน ข้อนี้หมายความว่า เวลานี้เราเป็นมนุษย์ มีมือ มีเท้า มีอวัยวะครบบริบูรณ์ เราจึงควรทำทานนั้นด้วยมือตนเอง ไม่ควรใช้ผู้อื่นทำแทนอยู่เสมอๆ ถ้าจะใช้ก็ควรใช้เป็นบางครั้งบางคราวในเวลาจำเป็น นอกจากนั้นแล้วควรทำทานด้วยมือของตนเอง เพราะนอกจากจะทำให้เกิดเจตนาที่เป็นบุญในขณะที่กำลังให้แล้ว ในวัฏฏะอันยาวนานนี้ เราไม่อาจทราบได้ว่าเราจะเกิดเป็นคนมือขาดเท้าขาดเมื่อใดถ้าเราเกิดเป็นคนมือขาดแล้ว แม้ของมีอยู่และเราอยากให้ทานด้วยมือของเราเอง เราจะให้ได้อย่างไร นอกจากจะอาศัยผู้อื่นทำแทนเท่านั้น
.
               ๔. ให้โดยไม่ทิ้งขว้าง ข้อนี้หมายถึงไม่ทิ้งขว้างการให้ คือให้อยู่โดยสม่ำเสมอ ให้อยู่เป็นประจำ
.
               ๕. เห็นผลในอนาคตจึงให้ หมายความว่า ให้เพราะเชื่อว่า ทานมีจริง ผลของทานมีจริง ทาน  ทำให้เกิดในสวรรค์ได้จริง แม้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นผู้มั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน หรือเชื่อว่าทานเป็นการขัดเกลาความตระหนี่ เป็นบันไดก้าวไปสู่สวรรค์และมรรคผล นิพพานได้ สัตบุรุษท่านเชื่ออย่างนี้จึงให้ทาน
.
               ถ้าเป็นทานของอสัตบุรุษ ก็มีนัยตรงข้ามกับที่กล่าวนี้
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ คนที่ทำบุญแล้วระลึกฯ
เรื่อง นานาปัญหา โพสโดย คณะสหายธรรม
.
.
.
3.ว่าด้วยเรื่อง ปัจจัยหรือสิ่งของที่นำไปทำบุญ
.
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ การทำทานให้ได้บุญมากนั้น
บทความ ทำบุญด้วยเงินจำนวนมาก ได้บุญมาก จริงหรือ
โพสโดย facebook Sabiangbunpublishing
.
การทำทานให้ได้บุญมากนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
.
1.วัตถุบริสุทธิ์ คือ สิ่งที่ให้ทานได้มาด้วยความสุจริตถูกต้อง มาจากแรงงานหยาดเหงื่อของตน มิได้ไปเบียดเบียนมา
.
2.เจตนาบริสุทธิ์ คือ มีความเลื่อมใสศรัทธา ให้เพื่อหวังบุญจริงๆ ไม่ได้หวังผลตอบแทน หรือไม่มีเจตนาแอบแฝงหวังประโยชน์ และเมื่อให้แล้วก็ไม่นึกเสียดายภายหลัง
.
3.บุคคลบริสุทธิ์ คือ ผู้รับเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีคุณธรรม ยิ่งมีคุณธรรมมากเท่าใด บุญก็ยิ่งได้มากไปตามส่วน เช่น ทำบุญกับคนไม่มีศีลย่อมน้อยกว่าคนมีศีล 5 ถ้ายิ่งทำบุญกับคนที่มีศีลบริสุทธิ์มากขึ้นไปเท่าใดก็จะยิ่งบุญมากที่เรียกกันว่า เนื้อนาบุญ อย่างเช่นทำบุญกับพระสงฆ์ที่ถือศีล 227 ข้อนั้นบุญไม่เท่ากับทำกับพระปัจเจกพุทธเจ้าแน่นอน มันเป็นลำดับขึ้นอยู่กับผู้รับนั้นมีศีลบริสุทธิ์เท่าใด
.
ถ้าการทำบุญของเรานั้นทุกครั้งครบเงื่อนไขดังกล่าว คือ วัตถุ เจตนา บุคคลผู้ให้และผู้รับ มีความบริสุทธิ์เท่ากันแล้ว แน่นอนว่าผู้ที่ให้ทานเป็นจำนวนมากกว่าก็ย่อมได้รับผลมากกว่า เหมือนคนทำนา 100ไร่ ย่อมได้ผลมากกว่าคนทำนา 1ไร่
.
แต่หากผู้ที่ให้ทานด้วยทรัพย์แม้เป็นจำนวนน้อยกว่า แต่มีความตั้งใจ มีความเลื่อมใสศรัทธาเต็มเปี่ยม และได้ให้ทานกับคนที่มีเนื้อนาบุญสูง ก็อาจได้บุญมากยิ่งกว่าผู้ทำด้วยทรัพย์มากยิ่งกว่าเป็นร้อยๆ เท่าก็ได้
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ การทำทานให้ได้บุญมากนั้น
บทความ ทำบุญด้วยเงินจำนวนมาก ได้บุญมาก จริงหรือ
โพสโดย facebook Sabiangbunpublishing
.
หมายเหตุ ในข้อที่ 1 ที่เขียนว่า เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นนั้น เป็นลักษณะของการเบียดเบียนทั้งทางตรง และ ทางอ้อม  เช่น การขึ้นเงินเดือนที่พิจารณาโดยผู้บังคับบัญชา หรือ เจ้าของบริษัท เป็นต้น
.
หมายเหตุ ในข้อที่ 2 ผมลงไว้ที่ ข้อ 2.ว่าด้วยเรื่อง ผู้ทำบุญ (หรือผู้ให้) แล้ว และ ข้อที่ 3 ผมจะลงเพิ่มเติมในข้อที่ 4.ผู้รับ
.
.
.
4.ว่าด้วยเรื่อง ผู้รับ
.
.
สำหรับผู้รับในเรื่องของการให้ทาน มีหลายประเภท ตั้งแต่สัตว์ทั้งหลาย , คน(มนุษย์)ทั้งหลาย และ พระภิกษุสงฆ์
ผลของทานในการให้  ไม่ว่าจะเป็นการให้กับ สัตว์ทั้งหลาย , คน(มนุษย์)ทั้งหลาย และ พระภิกษุสงฆ์ อานิสงฆ์ในการให้ทานนั้น  ย่อมแตกต่างกันไป
การให้ทานที่มีผลของอานิสงส์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ศีล ของผู้รับ เป็นสำคัญ
.
.
ที่มาของบทความ  ตั้งแต่ อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยฯ
ที่มา พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
เว็บไซด์ 84000
.
อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี เป็นผู้ปฏิบัติตรง เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม เป็นผู้ปฏิบัติชอบ คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ นี้คือ
.
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ควรของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
.
ห้วงบุญห้วงกุศลประการที่ ๓ นี้ นำความสุขมาให้ ให้อารมณ์อันเลิศมีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุข อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ
.
อีกประการหนึ่ง อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยศีล อันพระอริยะใคร่แล้ว ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทย อันวิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิไม่ถูกต้อง เป็นไปเพื่อสมาธิ
.
ห้วงบุญห้วงกุศลประการที่ ๔ นี้ นำสุขมาให้ ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุข อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญห้วงกุศล ๔ ประการนี้
.
แล นำความสุขมาให้ ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุข อันน่าปรารถนา น่าใคร่  น่าพอใจ ฯ
.
ที่มาของบทความ  ตั้งแต่ อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยฯ
ที่มา พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
เว็บไซด์ 84000
.
.
ส่วนเรื่องด้านล่าง เป็นเรื่องที่ทำบุญกับพระสงฆ์เป็นรายบุคคล (ที่ไม่ใช่คณะสงฆ์) กับ การทำสังฆทาน
.
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับการสนทนานั้น
ที่มา พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
เว็บไซด์ 84000
.
ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับการสนทนานั้น เมื่อนางสุภัททาเทพธิดากลับไปแล้ว
จึงตรัสถามนางเทพธิดาว่า
.
            ดูกรนางภัททา เทพธิดาผู้นั้นเป็นใคร มาสนทนาอยู่กับเธอ ย่อมรุ่งโรจน์กว่าเทพเจ้าเหล่าดาวดึงส์ทั้งหมดด้วยรัศมี?
.
            นางภัททาเทพธิดา เมื่อจะบรรยายข้อที่สังฆทานของเทพธิดาผู้น้องสาวว่ามีผลมาก จึงทูลว่า
.
            ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เทพธิดาผู้นั้น เมื่อชาติก่อนยังเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นน้องสาวของหม่อมฉัน และได้เคยร่วมสามีเดียวกันกับหม่อมฉันด้วย เธอสั่งสมบุญกุศลคือถวายสังฆทาน จึงได้ไพโรจน์ถึงอย่างนี้ เพคะ.
.
            สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงสรรเสริญสังฆทาน จึงตรัสว่า ดูกร   นางภัททา น้องสาวของเธอไพโรจน์กว่าเธอ ก็เพราะเหตุในปางก่อน   คือการถวายสังฆทานที่ไม่อาจจะปริมาณผลได้
.
อันที่จริง ฉันได้ทูลถามพระพุทธเจ้า ครั้งประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ถึงผลแห่งไทยธรรมที่ได้จัดแจงถวายในเขตที่มีผลมาก ของมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญให้ทานอยู่ หรือทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย จะถวายในบุคคลประเภทใดจึงจะมีผลมาก
.
พระพุทธเจ้าตรัสตอบข้อความนั้นแก่ฉันอย่างแจ่มแจ้งว่า ท่านผู้ปฏิบัติเพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยมรรค ๔ จำพวก พระอริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรงดำรงมั่นอยู่ในปัญญาและศีล
.
เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญถวายทานในท่านเหล่านี้ หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทานในท่านอย่างไพบูลย์ยากที่ใครจะปริมาณว่าเท่านี้ๆ ได้ เหมือนทะเลยากที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ได้
.
ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่นรชนเป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำเอาแสงสว่าง คือพระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมาชี้แจง ปวงชนที่ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักขิณาของเขาเหล่านั้นชื่อว่าเป็นทักขิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวงถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ
.
เพราะทักขิณานั้นจัดเป็นสังฆทานมีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรงสรรเสริญชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ เกิดปีติโสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่พร้อมทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ความลังเลในใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็นมูลฐานเสียได้ทั้งจะไม่เป็นผู้ถูกผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่ๆ เป็นแดนสวรรค์.
.
ที่มาของบทความ ตั้งแต่ ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับการสนทนานั้น
ที่มา พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
เว็บไซด์ 84000
.
.
.
ที่มาของบทความตั้งแต่ ในทักขิณาวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย
บทความเรื่อง ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เขียนโดย ประณีต  ก้องสมุทร
.
.

ในทักขิณาวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกอานิสงส์ของทานที่ให้โดยเจาะจงและไม่เจาะจงไว้ตามลำดับขั้น ถึง ๒๑ ประเภท คือ
.
               ๑. ให้ทานแก่ดิรัจฉาน มีอานิสงส์ร้อยชาติ คือ ให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ  ถึง ๑๐๐ ชาติ
.
               ๒. ให้ทานแก่ปุถุชนทุศีล มีอานิสงส์พันชาติ
.
               ๓. ให้ทานแก่ปุถุชนผู้มีศีล มีอานิสงส์แสนชาติ
.
               ๔. ให้ทานแก่ปุถุชนผู้ปราศจากความยินดีในกาม นอกพุทธศาสนา อย่างพวกนักบวชหรือฤาษี ที่ได้ฌานเป็นต้น แม้ไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา ก็ยังมีอานิสงส์ถึงแสนโกฏิชาติ
.
                สี่ประเภทนี้เป็นปาฏิปุคคลิกทาน เป็นทานที่ให้โดยเจาะจง คือให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง  โดยเฉพาะ และมีผลจำกัด ยังมีปาฏิปุคคลิกทานที่มีผลไม่จำกัด คือให้ผลนับประมาณชาติไม่ได้ มากน้อย   ตามลำดับขึ้นอีก ๑๐ ประเภท ดังต่อไปนี้
.
               ๑. ให้ทานแก่บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่ง โสดาปัตติผล
.
               ๒. ให้ทานแก่พระโสดาบันบุคคล คือผู้ที่บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว
.
               ๓. ให้ทานแก่บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
.
               ๔. ให้ทานแก่พระสกทาคามีบุคคล
.
               ๕. ให้ทานแก่บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล
.
               ๖. ให้ทานแก่พระอนาคามีบุคคล
.
               ๗. ให้ทานแก่บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล
.
               ๘. ให้ทานแก่พระอรหันต์
.
               ๙. ให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า
.
               ๑๐. ให้ทานแก่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
.
               รวมเป็นปาฏิปุคคลิกทาน คือทานที่ให้โดยเจาะจง ๑๔ ประเภท ใน ๑๔ ประเภทนี้
.
    ประเภทที่ ๑ มีผลน้อยที่สุด ประเภทที่ ๑๔ มีผลมากที่สุด
.
               ทานที่ให้โดยไม่เจาะจงผู้ใดผู้หนึ่ง ที่เรียกว่าสังฆทาน มี ๗ อย่าง
.
               ๑. ให้ทานในสงฆ์ ๒ ฝ่าย (คือภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์) มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข
.
               ๒. ให้ทานในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานไปแล้ว
.
               ๓. ให้ทานในภิกษุสงฆ์
.
               ๔. ให้ทานในภิกษุณีสงฆ์
.
               ๕. ให้ทานในบุคคลที่ขอมาจากสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยคำว่าขอได้โปรดจัดภิกษุและภิกษุณีจำนวนเท่านี้ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า
.
               ๖. ให้ทานในบุคคลที่ขอมาจากภิกษุสงฆ์ ด้วยคำว่าขอได้โปรดจัดภิกษุจำนวนเท่านี้ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า
.
               ๗. ให้ทานในบุคคลที่ขอมาจากภิกษุณีสงฆ์ ด้วยคำว่าขอได้โปรดจัดภิกษุณีสงฆ์จำนวนเท่านี้ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า
.
               สังฆทานทั้ง ๗ อย่างนี้ ปัจจุบันเราทำได้เพียง ๒ อย่าง คือให้ทานในภิกษุสงฆ์ และให้ทานในบุคคลที่ขอมาจากภิกษุสงฆ์เท่านั้น เพราะพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว ภิกษุณีสงฆ์ก็สูญวงศ์แล้ว
.
               ขึ้นชื่อว่าสังฆทานย่อมมีผลมาก มากจนประมาณไม่ได้ว่าเท่านั้นเท่านี้ชาติ แม้ในอนาคตกาล  จักมีแต่ โคตรภูภิกษุ มีผ้ากาสาวะพันที่คอ หรือผูกข้อมือ เป็นคนทุศีล มีธรรมลามก พระพุทธองค์   ก็ยังตรัสว่า คนทั้งหลายจักถวายทานเฉพาะสงฆ์ได้ในเหล่าภิกษุทุศีลนั้น ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์  แม้ในเวลานั้นก็มีผลนับประมาณไม่ได้ ปาฏิปุคคลิกทานจะมีผลมากกว่าสังฆทาน คือทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์แม้โคตรภูสงฆ์ หาเป็นไปได้ไม่
.
                แต่ว่าสังฆทาน จะเป็นสังฆทานได้ก็ต่อเมื่อผู้ถวายมีความเคารพยำเกรงต่อสงฆ์เท่านั้น วางใจในสงฆ์เสมอเหมือนกันหมด ไม่ยินดีเมื่อได้พระหรือสามเณรที่ชอบใจ หรือไม่ยินร้ายเมื่อได้พระหรือ  สามเณรที่ไม่ชอบใจ หรือต้องการผู้แทนของสงฆ์ที่เป็นพระเถระ แต่ได้พระนวกะหรือสามเณรก็เสียใจ หรือ  ได้พระเถระผู้ใหญ่ก็ดีใจอย่างนี้ ทานของผู้นั้นก็ไม่เป็นสังฆทานเพราะขาดความเคารพในสงฆ์ หรือผู้แทนที่สงฆ์ส่งไปในนามของสงฆ์ ด้วยเหตุนี้การถวายสังฆทานที่ถูกต้องจึงทำได้ไม่ง่ายนัก
.
               ในทางพระวินัย ภิกษุ ๔ รูปขึ้นไป จึงเรียกว่า สงฆ์แต่การถวายไทยธรรมแก่ภิกษุแม้รูปเดียวที่สงฆ์จัดให้เป็นองค์แทนของสงฆ์ ก็จัดเป็นสังฆทานเหมือนกัน ดังมีเรื่องเล่าไว้ใน อรรถกถาปปัญจสูทนี   ภาค ๓ (หน้า ๗๑๗) อรรถกถาทักขิณาวิภังคสูตร ว่า
.
               กุฎุมพี คือ เศรษฐีคนหนึ่งเป็นเจ้าของวัดวัดหนึ่ง ได้ไปขอภิกษุรูปหนึ่งมาจากสงฆ์ ด้วยคำว่า  ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายจงให้ภิกษุรูปหนึ่งจากสงฆ์แก่ข้าพเจ้า แม้เขาจะได้ภิกษุทุศีลรูปหนึ่งเขาก็ปฏิบัติต่อภิกษุรูปนั้นด้วยความเคารพนอบน้อม ตกแต่งเสนาสนะและเครื่องบูชาสักการะพร้อม ล้างเท้าให้ภิกษุนั้น  เอาน้ำมันทาเท้าให้ แล้วถวายไทยธรรมด้วยความเคารพยำเกรงต่อสงฆ์เหมือนกับบุคคลเคารพยำเกรงต่อพระพุทธเจ้า ภิกษุรูปนั้นฉันภัตตาหารแล้วก็กลับวัด หลังจากนั้นได้กลับมาขอยืมจอบที่บ้านของกุฎุมพีนั้น
.
    อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้กุฎุมพีเอาเท้าเขี่ยจอบให้ คนที่เห็นกิริยาของกุฎุมพีนั้นก็ถามว่า เมื่อเช้านี้ท่านถวายทานแก่ภิกษุรูปนี้ด้วยความเคารพนบนอบอย่างยิ่ง แต่บัดนี้แม้สักว่ากิริยาที่เคารพก็ไม่มี กุฎุมพีตอบว่า  เมื่อเช้านี้เราเคารพยำเกรงต่อสงฆ์ เราหาได้เคารพยำเกรงต่อภิกษุรูปนี้เป็นส่วนตัวไม่
.
               การถวายทานในสงฆ์ที่เรียกว่าสังฆทานนั้น คำว่า สงฆ์ ท่านมุ่งเอา พระอริยสงฆ์ คือ   พระโสดาปัตติมรรค พระโสดาปัตติผล พระสกทาคามิมรรค พระสกทาคามิผล พระอนาคามิมรรค พระอนาคามิผล พระอรหัตตมรรค และพระอรหัตตผล รวมเป็น ๔ คู่ ๘ บุคคล หาได้หมายเอาสมมุติสงฆ์ไม่
.
    ทั้งนี้เพราะพระอริยสงฆ์นั้นเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุปฏิปันโน คือปฏิบัติดี อุชุปฏิปันโน ปฏิบัติตรง ญายปฏิปันโน ปฏิบัติแล้วเพื่อญายธรรม สามีจิปฏิปันโน ปฏิบัติชอบ ทั้งพระอริยสงฆ์เหล่านั้นยังเป็นอาหุเนยโย คือ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาบูชา ปาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาต้อนรับ   ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรแก่ไทยธรรมที่เขานำมาถวายด้วยศรัทธา อัญชลีกรณีโย เป็นผู้ควรแก่การกระทำ   อัญชลี อนุตตรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ เป็นนาบุญอันเยี่ยมของโลก ไม่มีนาบุญอื่นที่ยิ่งกว่า

.
ที่มาของบทความตั้งแต่ ในทักขิณาวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย
บทความเรื่อง ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เขียนโดย ประณีต  ก้องสมุทร
.
.
.
มาโมทนาบุญ ในบุญธัมมเทสนามัย (ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้)
และบุญทิฏฐุชุกัมม์ (ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง) กัน บุญเสมอกัน ครับ
.

5
คุยสบาย นานาสาระ / ประโยชน์และโทษของกัญชา
« เมื่อ: มิถุนายน 12, 2022, 11:50:50 am »
.
ประโยชน์และโทษของกัญชา
.
ที่มา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
27 กุมภาพันธ์ 2562
.
ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์
.
1.1 การใช้กัญชาเพื่อบรรเทาหอบหืด
.
ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม
.
1.2 การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน
.
ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติและในคนที่ความดันลูกนัยน์ตาสูงจากต้อหิน การให้กัญชาทางปากหรือทางหลอดเลือดดำให้ผลเหมือนกัน
.
ซึ่งขึ้นกับชนิดอนุพันธ์กัญชามากกว่า จะเกิดจากฤทธิ์กล่อมประสาทของกัญชา กัญชาไม่ได้รักษาโรคขาด แต่ช่วยยับยั้งการบอดไม่ให้เป็นมากขึ้น เมื่อยาทั่วไปไม่อาจช่วยได้ และการผ่าตัดเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป
.
1.3 อนุพันธ์กัญชามีประโยชน์หลายอย่างในการบำบัดมะเร็ง
.
อาจใช้เป็นสารกระตุ้นความ อยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง กัญชายับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ผลยังไม่เป็นที่สรุป
.
และอนุพันธ์กัญชาอีกชนิดคือ cannabidiol ดูจะทำให้มะเร็งโตเร็วขึ้น บางทีกัญชาเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันการโตของมะเร็ง
.
แต่สิ่งที่กัญชาช่วยได้แน่ในการบำบัดมะเร็งคือการป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด เกือบครึ่งของผู้ป่วยที่รับยาต้านมะเร็งต้องทุกข์จากการคลื่นไส้อาเจียนอย่างแรง ประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของผู้ป่วยเหล่านี้ ยาแก้อาเจียนทั่วไปใช้ไม่ได้ผล อาการคลื่นไส้อาเจียนไม่เพียงแต่ ไม่น่าพอใจแต่ยังรบกวนประสิทธิภาพการบำบัดรักษาด้วย การอาเจียนอาจทำให้เกิดการฉีกขาด ของหลอดอาหารและซี่โครงหัก ทำให้ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และสูญเสียน้ำ
.
.
.
2.ข้อเสียของกัญชา
.
1. ทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใดๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ Amotivation Syndrome คือ การหมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก
.
2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้ายคล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลงหรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย
.
3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป
.
4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด เนื่องจากผู้เสพจะอัดควันกัญชาเข้าไปในปอดลึกนาน หลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวน นั้นสามารถทำลายการทำงานของระบบ ทางเดินหายใจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถให้เกิดโรคมะเร็งได้
.
5. ทำร้ายทารกในครรภ์ กัญชาจะทำลายโครโมโซม ฉะนั้นหญิงที่เสพกัญชาในระยะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะพิการมีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศและพันธุกรรม
.
6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ
.
7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสนและมีอาการประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานานจะทำให้มีอาการจิตเสื่อม
.
.
.
.
.
กัญชาอันตรายที่คาดไม่ถึง
.
ที่มา ศูนย์วิชาการด้านยาเสพติด
โดย..นางสาวสุวพักตร์ พนมวัน ณ อยุธยา
20 สิงหาคม 2550
.
กัญชาอันตรายที่คาดไม่ถึง
.
กัญชา เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่คนนำมาใช้เสพโดยการสูบหรือผสมลงในอาหารรับประทาน
.
ส่วนที่ใช้เสพ ได้แก่ กิ่ง ต้น ยอด ใบ ฤทธิ์ของมันจะทำให้ผู้เสพเกิดอาการเลื่อนลอย ความคิดสับสน ประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้
.
ผู้เสพจึงมี อาการถูกกระตุ้นให้ช่างพูด หัวเราะง่าย มีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ อุณหภูมิในร่างกายลดลง ทำให้มีความอยาก อาหารมากขึ้น เพื่อเผาผลาญให้พลังงานแก่ร่างกาย จึงทำให้รู้สึกว่าเจริญอาหาร การมีผู้เอากัญชาผสมใส่อาหาร ถ้าใส่ จำนวนมากๆ และกินอยู่บ่อยๆ ก็จะทำให้ติดกัญชาได้เหมือนกัน
.
ผู้เสพติดกัญชามักจะมีอาการจิตเสื่อมและกลายเป็นโรคจิต ระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากใช้ติดต่อกันเป็น ระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอ และติดโรคง่าย และจากการศึกษาวิจัยยังพบว่า กัญชามีสารเคมีมากกว่า 60 ชนิด ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้
.
หลายคนอาจคิดว่ากัญชาไม่มีโทษพิษภัยอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วกัญชาเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงเกินกว่าที่คิด เพราะการเสพกัญชามาก ๆ และเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะเด็กในวัยหนุ่มสาว ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม ความคิดอ่านช้าและสับสน การใช้กัญชาสม่ำเสมอ แม้จะในปริมาณไม่มาก ก็สามารถเสพติดทางจิตใจหรือเกิดอาการดื้อยา คือ ต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฤทธิ์ของกัญชาได้เข้าไป
.
ควบคุมศูนย์กลางความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของผู้เสพ จนยากที่จะหยุดเสพได้
.
กัญชาทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้ เนื่องจากคนเสพจะสูบเอาควันกัญชาเข้าไปในปอดนานหลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้ กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวนนั้น สามารถทำลายการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ที่สำคัญที่สุด.......การสูบกัญชาอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสพยาเสพติดชนิดอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่า
.
ดังนั้น เยาวชนวัยหนุ่มสาวควรใช้วิจารณญาณพิจารณาถึงโทษพิษภัยและอันตรายของกัญชา ไว้ให้มาก เพราะผลจากความคึกคะนองลองเสพกัญชา เพื่อความสนุกสนานในครั้งแรกอาจทำให้เสียใจเสียอนาคตไปตลอดชีวิตก็ได้
.
กัญชา เป็นภัยต่อชีวิต อย่าคิดเสพ
.
.
.
.
.
เตือนมือใหม่กัญชาเสี่ยงแพ้รุนแรง แนะกินสดมีประโยชน์กว่ารูปแบบอื่น | TNN ข่าวเที่ยง | 11-6-65
.
https://www.youtube.com/watch?v=9jyV04cNpZI
.
ที่มา TNN Online
11 มิ.ย. 2022
.
.
.
.
.
รูป กัญชามีผลระยะยาวต่อสมองของเด็ก
ขอบคุณรูปภาพจากสถาบันเด็กฯร่วมกับสถาบันประสาทวิทยา
.

6
หยาดฝนแห่งธรรม / คนเห็นแก่ตัว
« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2022, 02:17:53 pm »
.
ความเห็นแก่ตัว ไม่เป็นประโยชน์กับบุคคลที่อยู่รอบข้าง
คนที่มีความเห็นแก่ตัวเหล่านี้ เวลาที่ต้องอยู่ด้วย
ต้องมีความระมัดระวังตัวให้มาก
.
สิ่งที่คนที่มีความเห็นแก่ตัวต้องทำก็คือ การเอาเปรียบบุคคลที่อยู่รอบตัวเสมอ
.
ยกตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยในสังคมก็คือ การเข้าคิว
ยังมีคนอีกมากที่ไม่รู้จักการเข้าคิวในการรับบริการ หรือ การให้บริการ หรือ จะเป็นเรื่องของการทำงาน เป็นต้น
.
และยังมีคนอีกมากเช่นกัน ในการไม่รู้เท่าทันกับความเห็นแก่ตัวของคนที่เห็นแก่ตัว
.
.
.
สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด กิริยาอาการบอกถึงชาติกำเนิด
.
ที่มา siamebook
.
ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคน การดูบุคลิก ลักษณะท่าทาง คำพูดของคน เพราะ สำเนียงส่อ ภาษา กิริยาส่อสกุล บอกให้รู้ว่า คนๆ นั้นเป็นอย่างไร บางทีจากคำพูดไม่กี่คำ ก็ใช้ตัดสินคนนั้นได้ทันทีว่าคบได้หรือไม่ ไปกัน กับเราได้หรือไม่ คบแล้วเดือดร้อนหรือไม่
.
ตัวอย่าง :
.
การพูดจา กิริยาทางทาง มารยาทของคนเรา แสดงถึงตัวตนของคนเราได้ สำเนียงส่อภาษี กิริยาส่อสกุล คำพูด ท่าทางเป็น อย่างไร ก็มักจะแสดงออกทำให้รู้ถึงความคิด วิธีคิด ชาติกำเนิด หรือแม้กระทั่งใช้ตัดสินได้เลยว่าเป็นคนดีหรือไม่ เรื่องแบบนี้ ต้องหมั่นสังเกตุ เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นมาสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เพราะคบคนไม่ดี
.
คนพูดจาไม่ไพเราะ มีหลายประเภท บางคนพูดตรง พูดแรง แต่ก็จริงใจ ไม่มีพิษภัยอะไร เพราะพูดในสิ่งที่เป็นเรื่องจริง แต่ บางคนก็พูดเสียงดัง ใช้คำพูดแรงๆ เพื่อข่มคนอื่น ก็ต้องแยกแยะให้ออก สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด ท่าทาง การ แสดงออก ต้องมองให้ขาด ว่าน่าจะเป็นคนอย่างไร เพราะหากเผลอไปสนทนาด้วย แม้เดียงไม่กี่คำ บางคนก็จะถือโอกาสกัดไม่ ปล่อย เพราะจ้องจะเข้ามาตีสนิทอยู่แล้ว
.
การดูคนว่าสามารถคบได้หรือไม่ ก็จะมีสำนวน สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้เสมอไป บางคนพูดดี มาดดี วางตัวดี เหมือนจะเป็นคนมีชาติตระกูลดี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี เพื่อหวังผลประโยชน์ เท่านั้นเอง คนประเภทนี้ดูง่าย อย่างแรก หากบุคคลใดมีทรัพย์สมบัติที่คนเหล่านั้นต้องการ 99% ไม่พลาด คนพวกนี้เป็นพวก คบไม่ได้ เข้ามาหวังสมบัติ หรือผลประโยชน์ โดยเฉพาะหากกำลังเดือดร้อน หรือมีปัญหาการเงิน บางคนก็จะเจอคนไม่ดีเหล่านี้ เข้ามาซ้ำเติม
.
ปัญหาสำคัญในชีวิตของคนเราอย่างหนึ่งก็คือ การคบคนไม่ดีแล้วคนเหล่านั้นสร้างปัญหาให้เรา ดังนั้นจะคบใครจึงต้อง พิจารณาให้ดี สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำพูด กิริยา ท่าทาง ที่แสดงออกมา คำพูดไม่ดีเพียงคำเดียวที่หลุดจากปาก ก็ใช้ ตัดสินคนนั้นได้ทันที ว่าคบได้หรือไม่ จะได้ไม่ต้องคบให้เสียเวลา
.
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
๑๐. กุกกุฏชาดก (๔๔๘)
ว่าด้วยพญาไก่
.
(พญาไก่กล่าวว่า)
.
            [๑๐๔] ไม่ควรวางใจในคนทำความชั่ว
                      คนพูดเหลาะแหละ คนเห็นแก่ตัว
                      แม้คนที่สงบเกินไปก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๕] เพราะว่ามีคนพวกหนึ่งเป็นเช่นกับโคกระหายน้ำ
                      เพียงแต่พูดเสียดสีมิตร แต่ไม่กระทำตามที่พูด
.
            [๑๐๖] ผู้ใดดีแต่ประณมมือไหว้ พูดวกวน เป็นมนุษย์กระพี้
                      ไม่มีความกตัญญู ผู้นั้นก็ไม่ควรนั่งใกล้
.
            [๑๐๗] อนึ่ง ไม่พึงวางใจสตรีหรือบุรุษผู้มีจิตแปรปรวน
                      แม้คนเปิดเผยความสัมพันธ์มีประการต่างๆ เช่นนั้น
                      ก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๘] คนผู้ตกอยู่ในกรรมชั่ว มีวาจาไม่มั่นคง ฆ่าได้ทุกคน
                      เหมือนดาบที่ลับแล้วซ่อนไว้ แม้คนเช่นนั้นก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๐๙] คนบางพวกในโลกนี้ เป็นคนเทียมมิตร
                      มีวาจาคมคาย แต่ไร้น้ำใจ เข้าไปหาด้วยอุบายต่างๆ
                      แม้คนเช่นนั้นก็ไม่ควรวางใจ
.
            [๑๑๐] คนใดเห็นอามิสหรือทรัพย์ในที่ใดยังละทิ้งเพื่อนนั้นไปเสียได้
                      คนเช่นนั้นเป็นคนโง่ ทำลายมิตร
.
            (พระราชาตรัสว่า)
.
            [๑๑๑] สัตว์จำนวนมากปกปิดตนไว้ เป็นคนเทียมมิตร
                      คอยคบหาอยู่ คนเหล่านี้เป็นคนชั่ว
                      ควรละเว้นเสีย เหมือนไก่ละเว้นเหยี่ยว
.
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๐}
.
            [๑๑๒] อนึ่ง ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน
                      ผู้นั้นจะตกอยู่ในอำนาจของศัตรูและจะเดือดร้อนในภายหลัง
.
            [๑๑๓] ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน
                      ผู้นั้นย่อมพ้นจากความคับขันอันเกิดจากศัตรู
                      เหมือนไก่พ้นจากเหยี่ยว
.
            [๑๑๔] คนผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม มีปกติกำจัดอยู่เป็นนิตย์
                      เหมือนบ่วงที่เขาดักไว้ในป่าฉะนั้น
                      นรชนผู้มีปัญญาพิจารณาควรเว้นให้ห่างไกล
                      เหมือนไก่ในป่าไผ่จะเว้นเหยี่ยว
.
กุกกุฏชาดกที่ ๑๐ จบ
.
.
.
.
.
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
.
ที่มา เว็บไซด์ 84000
.
๓. สัตตาวาสวรรค
หมวดว่าด้วยสัตตาวาส
๑. ติฐานสูตร
ว่าด้วยฐานะ ๓ ประการ
.
            [๒๑]@เชิงอรรถ :
@๑ ไม่มีความเห็นแก่ตัว หมายถึงไม่มีตัณหา อีกนัยหนึ่ง หมายถึงไม่มีความทุกข์ ไม่มีความหวงแหน
@หมายถึงไม่หวงแหนว่า “สิ่งนี้เป็นของเรา” มีอายุแน่นอน หมายถึงมีอายุ ๑,๐๐๐ ปี และมีคติที่แน่นอน
@คือเมื่อจุติจากอุตตรกุรุทวีปแล้วต้องไปเกิดในสวรรค์เท่านั้น (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๗๕}
.
            ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปเหนือกว่ามนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและ
เทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ ๓ ประการ
.
            ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
                         ๑. เป็นผู้แกล้วกล้า
                         ๒. เป็นผู้มีสติ๑-
                         ๓. เป็นผู้อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในชมพูทวีปนี้๒-
.
            ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปเหนือกว่ามนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและ
เทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แล
.
ติฐานสูตรที่ ๑ จบ
๒. อัสสขฬุงกสูตร๓-
ว่าด้วยม้ากระจอกและคนกระจอก
.
            [๒๒]@เชิงอรรถ :
@๑ มีสติ ในที่นี้หมายถึงมีสติมั่นคง เพราะมนุษย์มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน ซึ่งต่างจากเทวดาและสัตว์นรก
@ที่มีสติไม่มั่นคง เพราะเทวดามีแต่สุขอย่างเดียว และสัตว์นรกมีแต่ทุกข์อย่างเดียว (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓)
@๒ เพราะพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าอุบัติในชมพูทวีป จึงมีการประพฤติพรหมจรรย์คืออริยมรรค
@มีองค์ ๘ (องฺ.นวก.อ. ๓/๒๑/๓๐๓) และดู อภิ.ก. ๓๗/๒๗๑/๙๕
@๓ ดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๔๑-๑๔๓/๓๘๗-๓๙๒ (อัสสขฬุงกสูตร อัสสสทัสสสูตร)
@๔ ม้าอาชาไนย ในที่นี้หมายถึงม้าที่เกิดในตระกูลม้าสินธพ หรือในตระกูลพญาม้าวลาหก (ขุ.ธ.อ. ๑๕๔/๑๐๕)
@หรือ หมายถึงม้าที่รู้เหตุที่ควรและไม่ควร (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๔๓/๒๗๓) และดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๙๗/๓๓๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๗๖}
.

7
.
โพสโดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
7 พฤษภาคม 2565
.
ได้รับขอเขียนที่ให้แง่คิดน่าอ่าน
สำหรับผู้เชี่ยวชาญชีวิตควรจะได้อ่าน
 ※※※ความมืดมาอย่างช้าๆ ※※※
.
โพสโดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
7 พฤษภาคม 2565
.
.
..........หากคุณอายุมากแล้ว แนะนำให้อดทนอ่านบทความเรื่อง "[ความมืดมาอย่างช้าๆ]" จะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปและเผชิญหน้ากับชีวิตในแง่ดี ไม่เชื่อ ก็อ่านบทความต่อไปนี้
.
Zhou Da xin ผู้ชนะรางวัล Mao Dun Literature Prize ที่เพิ่งตีพิมพ์นวนิยายเรื่องล่าสุดของเขา เขาบรรยายชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างจับใจมาก
ผู้คนเมื่อเข้าสู่สูงวัย จนถึงเวลาที่ชีวิตปิดสนิทลง ในช่วงเวลานี้มีบางฉากที่ควรใส่ใจ คุณจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วคุณจะไม่ตื่นตระหนก เมื่อเวลานั้นมาถึง
.
ฉากแรกคือ คนที่อยู่รอบข้างจะน้อยลงเรื่อยๆ
.
คนรุ่นพ่อ ปู่ย่าตายายของคุณ ส่วนใหญ่จะจากคุณไปแล้ว เพื่อนๆรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ยุ่งกับเรื่องดูแลตนเอง คนรุ่นลูกหลานก็ยุ่งอยู่กับงานตัวเอง ภรรยาหรือสามีบางคน อาจลาจากไปก่อนแล้วด้วย เหลือแต่วันว่างๆเท่านั้นเป็นเพื่อนอยู่กับคุณ คุณต้องเรียนรู้ที่จะเคยชินกับการอยู่คนเดียว ลิ้มรส และเผชิญกับความเหงาตัวเอง
.
ฉากที่สองคือ สังคมจะสนใจในตัวคุณ ลดน้อยลงเรื่อยๆ
.
ไม่ว่าอาชีพการงานของคุณจะสดใสแค่ไหนในอดีต มีชื่อเสียงแค่ไหน เมื่ออายุมากขึ้น จะเปลี่ยนคุณเป็นชายชราและหญิงชราธรรมดา และสปอตไลท์จะไม่ส่องที่ตัวคุณอีกต่อไป คุณต้องเรียนรู้ที่จะหลบอยู่มุมเงียบๆ เพื่อชื่นชม ตื่นเต้นกับสถานภาพคนรุ่นหลัง แทนเกิดความอิจฉาหรือตำหนิพวกเขา
.
ฉากที่สามคือ อันตรายเกิดขึ้นตลอดในอนาคตข้างหน้า
.
กระดูกหัก, หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน, สมองลีบ, มะเร็ง, ฯลฯ ทั้งหลายอาจมาเยี่ยมเยือนคุณ แม้คุณไม่อยากต้อนรับ คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคพวกนี้ เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย และเลิกเพ้อฝันถึงชีวิตที่มั่นคงโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องรักษาทัศนคติที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และคุณต้องให้กำลังใจตัวเองให้เดินหน้าต่อไป
.
ฉากที่สี่คือ การเตรียมตัวนอนบนเตียงและหวนคืนสู่วัยเด็ก
.
แม่ให้กำเนิดเรามาในโลกครั้งแรกนั้นเราอยู่บนเตียง หลังจากต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักและคดเคี้ยวมาทั้งชีวิต สุดท้ายก็กลับคืนสู่ต้นกำเนิดของชีวิต – อยู่บนเตียงเพื่อรับการดูแลของผู้อื่น ข้อแตกต่างคือตอนแรกที่เรามา แม่จะดูแลเรา แต่เมื่อเรากำลังจะจากไป เราอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากญาติ แม้ว่าจะมีญาติอยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับแม่ ผู้ดูแลคุณอาจเป็นมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ในใจกลับเบื่อที่จะทนดูแลผู้ไม่ใช่ญาติเขา คุณต้องเจียมตัวและอดทน ขอบคุณคนเหล่านี้
.
ฉากที่ห้าคือ ตลอดเส้นทางที่เหลือจะมีคนจ้องหลอกลวงมากมาย
.
คนจ้องหลอกลวงเหล่านี้ รู้ดีว่าผู้สูงอายุมีเงินออมในกระเป๋า จึงพยายามโกงเงินของผู้ชรา ส่งข้อความ ส่งอีเมล ให้ลองอาหาร ลองฟัง บอกทางรวยลัด เรื่องอายุยืนยาว การปลุกเสก เรื่องทั้งหลายเพียงเพื่อต้องการเงินจากคุณ คุณต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ถือกระเป๋าสตางค์ของคุณให้แน่น อย่าให้ถูกหลอก ต้องใช้เงินก้อนสุดท้ายของคุณให้คุ้มค่าที่สุด
.
ฉากที่หกคือ การปฏิบัติตนให้ดีต่อคู่ชีวิต (คนอยู่รอบข้าง/คู่สมรส)
.
ควรพูดจาสุภาพอ่อนโยน และแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะสามีของคุณ เขาคือคนที่คุณฝากท้ายชีวิตร่วมกัน เขาอายุเกิน 60 ปีแล้ว คุณจะคาดหวังพึ่งลูกๆอย่างเดียวไม่ได้ ลูกๆมีครอบครัวต้องรับผิดชอบของตัวเอง สุดท้ายคู่ชีวิตต้องพึ่งพาอาศัยซึงกันและกัน อายุปูนนี้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะนอกใจใครแล้ว มีแต่กลัวใครเสียใครไปก่อนเท่านั้น
.
.............[ก่อนฟ้าจะมืดลง] ในช่วงท้ายชีวิตฟ้าจะค่อยๆ มืดลง การใช้ชีวิตลำบากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นหลังจากอายุ 60 การมองโลกในแง่ดี ทะนุถนอมเวลา และสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่จึงสำคัญกว่า เลิกสนใจติดตามกระแสสังคม เลิกการกักขังตัวเองกับหลานๆ อย่าดูถูกตัวเอง อย่าอวดเก่ง พูดจาดูถูกทำร้ายผู้อื่นหรือตัวเอง แก่แล้วยิ่งต้องรู้จักเคารพผู้อื่น ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจวาระสุดท้ายชองชีวิต จิตใจเตรียมพร้อม ทำตัวสบายๆตามธรรมชาติ!
.
..........[ความมืดมาอย่างช้าๆ] ฉากสุดท้ายของชีวิตผู้สูงอายุเห็นได้อย่างชัดเจน .....
.

8
รับสายลมเย็นหน้าระเบียง / กัลยาณมิตร
« เมื่อ: เมษายน 21, 2022, 08:32:59 pm »
.
#กัลยาณมิตร
.
โพสโดย เพจ ฟังนะ
19 เมษายน เวลา 18:01 น.  ·
.
อย่าประมาทในกัลยาณมิตร
ถ้าคุณคบคนติดยาเพียงคนเดียว
เขาจะชักพาคนติดยาอีกมากมายมารู้จักคุณ
.
ถ้าคุณคบหาผีพนันเพียงคนเดียว
ผีพนันจะนำพาผีพนันคนอื่นๆ
มาเกี่ยวข้องกับชีวิตคุณ
.
เช่นกัน ถ้าคุณคบหาคน
ที่ตั้งใจทำมาหากิน เพียงคนเดียว
เขาจะพาพ่อค้า นักธุรกิจ มารู้จักคุณมากมาย
และชักชวนกันไปทำมาหากิน
.
ถ้าคุณคบหากับคนดีๆ แค่เพียงคนเดียว
เขาจะพาคนดีๆ มารู้จักคุณมากมาย
.
เราเลือกได้ว่า เราอยากมีสังคมแบบไหน
มีชีวิต มีอนาคตแบบไหน
และเราสามารถรู้ได้ว่า
เราเป็นคนแบบไหน ให้ดูคนรอบตัวเรา
คนที่เราสนิท คนที่เราคบหาด้วย ก็รู้
.
ถ้าเราดี เราจะทนคบหาพูดคุย
หรือไปไหนมาไหนกับคนเลวๆ ไม่ได้
เช่นกัน ถ้าเราเลว คนดีๆ คนที่ดีกว่าเรา
เขาก็ไม่อยากเกี่ยวข้อง ไม่อยากคบหาเรา
.
#แม่เหล็กไม่ดึงดูดกรวดทราย
.
คนถ้าไม่ศีลเสมอกัน ไม่มีความคิดเดียวกัน
ไม่ชอบเรื่องเดียวกัน มันคบกันไม่ได้
.
อยากรู้ว่าเราเป็นอย่างไร หรือใครเป็นอย่างไร
ดูคนที่เขาคบ ดูคนที่เขาสนิทด้วย
ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหน เอาคนค้ายาทำผัวหรอก
.
ถ้าไม่พวกเดียวกัน อยู่กันไม่ได้
ถ้าไม่พวกเดียวกัน เดี๋ยวก็ต้องจากกันไป
.
คบหาโจร เดี๋ยวก็ได้มีเพื่อนเป็นโจรมากขึ้น
คบหาเด็กแว้น เดี๋ยวก็ได้เพื่อนเป็นเด็กแว้นทั้งฝูง
คบหาพ่อค้า เดี๋ยวได้มีเพื่อนเป็นพ่อค้า
คบหานักธุรกิจ เดี๋ยวได้มีเพื่อนสนิทเป็นนักธุรกิจ
.
อยากมีคนแบบไหนในชีวิต
อยากเป็นคนแบบไหน
อยากมีชีวิตแบบไหน
เราต้องเป็นคนแบบนั้น
.
เกิดมาทั้งที คบหาแต่กับคนดีๆ
ให้เขาพาเราไปมีชีวิตดีๆ เถอะ
คบคนชั่วหนึ่งปี กับคบคนดีหนึ่งปี
เสียเวลาเท่ากัน แต่คุณภาพชีวิตต่างกัน
เลือกเอาเอง ว่าจะเลือกคบใคร?
.

9
คุยสบาย นานาสาระ / เอเลี่ยนสปีชี่ส์
« เมื่อ: มีนาคม 21, 2022, 07:57:52 pm »
.
การทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์  ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ หรือ สัตว์บก
ต้องเรียนรู้ประเภทของสัตว์ชนิดนั้นๆ มากพอสมควร
ว่า มีนิสัยอย่างไร แหล่งที่จะดำรงชีวิตมีลักษณะอย่างไร เป็นต้น
แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ให้ระมัดระวังสัตว์ในกลุ่ม เอเลี่ยนสปีชี่ส์
ห้ามปล่อยสู่ธรรมชาติอย่างเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้น เท่ากับเป็นการทำบุญได้บาปแน่นอน
.
.
.
.
.
#เอเลี่ยนสปีชี่ส์
.
โพสโดย เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน
20 มีนาคม 2022 เวลา 18:40 น.  ·
.
เอเลี่ยนสปีชี่ส์ หรือผู้รุกรานในระบบนิเวศจำกัดความง่ายๆก็คือสัตว์หรือพืชที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนแต่ถูกนำเข้ามาด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจและเกิดการแพร่ขยายพันธุ์จนไม่สามารถควบคุมได้
.
ผลกระทบจาก “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน” แบ่งออกได้ง่ายๆ เป็น 4 ด้าน ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ, ผลกระทบทางการเกษตร, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
.
สาเหตุของผลกระทบที่เกิดจากจาก “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน” เป็นต้นว่า มาจากการเข้าไปเบียดเบียนชนิดพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม ไม่ว่าจะด้วยการไล่กัดกิน แย่งอาหาร แย่งชิงพื้นที่สืบพันธุ์ ข่มเหงพันธุกรรมที่มีความใกล้เคียงผสมพันธุ์ออกมากระทั่งลูกที่เกิดมีโอกาสรอดต่ำและเป็นหมันในรุ่นถัดไป ส่งผลทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมเดิมเสื่อมลง หรือบางกรณีเป็นพาหะนำโรคหรือปรสิตเข้าสู่พื้นที่โดยที่ชนิดพันธุ์ท้องถิ่นอาจไม่สามารถต้านทานได้ หรือการรบกวนสภาพนิเวศ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสมดุลนิเวศวิทยาเดิม เป็นต้น
.
รายชื่อ และ ระดับ
การทำลายระบบนิเวศน์
.
คลาส S
รุกรานสำเร็จจนสามารถครอบครองและกลมกลืนเข้ากับระบบนิเวศได้และทำให้ระบบนิเวศดั้งเดิมเสียหายไปแล้ว
.
1. ผักตบชวา
2. สาบเสือ
3. หญ้าคา
4. สาหร่ายหางกระรอก
5. ไมยราบยักษ์
6.หอยเชอรี่
7.ปลาซักเกอร์
.
ระดับ A มีการแพร่พันธุ์อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่และอาจยกระดับเป็นคลาส S ได้ในอนาคต
.
1. กุ้งขาว
2. ปลาเทราต์สายรุ้ง
3. ผีเสื้อหนอนเจาะผลเงาะ
4. เพลี้ยแป้งอ้อย
5. หอยนักล่าสีส้ม
6. กบบูลฟร็อก
7. ปลาหมอสีคางดำ
8. หอยทากยักษ์แอฟริกา
9. หนอนตัวแบนนิวกินนี
.
คลาส B
.
มีการแพร่พันธุ์และพบเห็นในหลายภูมิภาคแต่ยังไม่กระจายตัวไปอยู่ทุกจุดของประเทศ
.
1. พีค๊อคแบส
2. อะราไพม่า
3. ตะพาบไต้หวัน
4. หอยกระพงเทศ
5. กุ้งเครฟิชต่าง ๆ
.
คลาส C สร้างปัญหาให้กับระบบนิเวศของประเทศต่างๆมากมายแต่ยังไม่มีการแพร่พันธุ์ในบ้านมากนัก เราถือเป็น List เฝ้าระวังประกอบไปด้วย
.
ป่านมะนิลา
บุหงาส่าหรี
ถั่วคุดสุ
หอยนักล่าสีชมพู
ปลาปิรันยา
อีกัวนา
จระเข้ไคแมน
นกกิ้งโครงพันธุ์ยุโรป
.
.
.
อ้างอิง
.
หมายเหตุ : เก็บตกจากลงพื้นที่ Top Rank ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น กับการสูญสิ้นความหลากหลายทางชีวภาพ นิตยสาร สารคดี ฉบับ ๓๑๑ มกราคม ๒๕๕๔
.
ขอขอบคุณ : ดร.นณณ์ ผาณิตวงค์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพหรือ siamensis.org
.
ปล. แมวบ้าน ก็ถือเป็น เอเลี่ยนสปีชี่ส์ คลาส X คือ ถ้าเจริญ เติบโตในป่าหรือธรรมชาติและแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากได้ก็จะส่งผลกระทบกับสัตว์ขนาดเล็กจำนวนมากได้แต่โดยส่วนใหญ่มักได้รับการเลี้ยงดูจากเจ้าของหรือคนธรรมดา จึงทำให้ ถูกถอดออกจากอันดับ ทุกคลาส
.

10
.
ศีลเสมอกัน..จึงคบกันยืนยาว
.
โพสโดย บุรุษ นิรนาม
โพสลงกลุ่ม ชีวิตคิดบวก แบบธรรมดา
.
30 มิถุนายน 2564 เวลา 18:11 น.  ·
.
“ #ศีลเสมอกัน..จึงคบกันยืนยาว ”
คบคนแบบไหน..
ก็เป็น “ คนแบบนั้น ”
.
...“ ผึ้ง ”... ????
ก็ไม่เคยชวนแมลงวัน
..ไปตอมดอกไม้
.
และ...“ แมลงวัน ”...
ก็ไม่เคยไปกินน้ำหวาน
..ในดอกไม้กับผึ้ง
.
.,, “ แมลงวัน ”,..
ตอมของเสีย
ก็ไม่เคยกินใบไม้
.., เหมือนผีเสื้อ ..,
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนใจกว้าง ”
คุณ..จะมี “ สังคมที่กว้างมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ นักปราชญ์ ”
คุณ..จะมี “ ความรู้มากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนบุญ ”
คุณ..จะเกิด “ จิตเมตตามากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนกล้าหาญ ”
คุณ..จะ “ แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้าคุณ..อยู่กับ “ คนมองโลกในแง่ดี ”
คุณ..จะ “ มีความสุขมากยิ่งขึ้น ”
.
ถ้า “ ศีล ” ไม่เสมอกัน ก็..อยู่ร่วมกันไม่ได้
ต้องพวกเดียวกัน คุยเรื่องเดียวกัน
.
ถึงอยู่กันได้ คนแบบเดียวกัน..
.., ดึงดูดพวกเดียวกัน .. ,
.
“ ชอบแว้น ” เขา..ก็ไปจับกลุ่มซิ่งรถ
“ ชอบเข้าวัด ” ก็ชวนกันไป..
นุ่งขาวห่มขาว ปฎิบัติธรรม
.
ทำเรื่อง .. ที่ชอบเหมือนกัน
คุยเรื่อง .. ที่ชอบเหมือนกัน
เราสนิทชิดเชื้อ.. กับคนแบบไหน..?
นั่น..!! แปลว่า “ เราเป็นคนแบบนั้น ”
เราคุย, เราคบ กับคนแบบไหน..?
แล้ว “ สบายใจ ” ไม่อึดอัดใจ ...
.
ให้รู้ไว้เลยว่า ...
เรา..กำลังจะกลายเป็นพวกเดียวกับเขา
.
“ แมลงวัน ” มันไม่ชวนกัน..ไปกินน้ำหวาน
กินเกสรดอกไม้สวยๆ หรอก ...
.
มัน..ชวนกันไปกิน แต่ของเหม็น-เน่าเสีย
พวกเดียวกัน..!! มัน..จะชวนกันทำในสิ่ง
... ที่มันชอบเหมือนกัน, คิดเหมือนกัน
ไม่มีใคร “ ตักเตือน ” กันได้
.
เพราะ... ชอบเหมือนกัน
.
ถ้าอยากรู้ว่า “ ใครเป็นคนแบบไหน..?
ให้ดูคนที่เขาคุยด้วย..คบด้วยสนิทด้วยก็รู้ ”
เพราะ...ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน..!!
.
“ ศีลไม่เสมอกัน มันคบกันไม่ได้หรอก ”
เชื่อไหมว่า .....
.
“ คุณคือค่าเฉลี่ยคน 5 คน ที่คุณคลุกคลี
และ..ใช้เวลาอยู่ร่วมด้วยมากที่สุด ”
.
ลองมองดู 5 คน...ในชีวิต
ที่คุณ..ใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด ในแต่ละวันซิ
คุณ “ ได้รับอิทธิพล” มาจากพวกเขา ไม่มากก็น้อย
.
ถ้าคุณอยู่กับใคร คุณ..ก็จะได้เป็นสิ่งนั้น
อยากเป็น “ ผึ้ง ” หรือ “ แมลงวัน ”
.
???? คุณ...เป็นคนเลือกเอง
.

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 180

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham