กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1
บทความ (Blog) / Back to the future tha chang
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 09:49:20 PM »



ความแตกต่างที่ท่าช้างถ่ายมาได้เกือบใกล้เคียงตอนนั้นมีรถรางแต่ปัจจุบันไม่มีรถรางแล้ว
2
บทความ (Blog) / หยุดเกรงใจ
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 07:53:30 PM »




ถ่ายภาพโดย......होशདངພວན2017


ในฐานะแชมเปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่แห่งเอกราชอินเดีย ท่านมหาตมะ คานธี ค.ศ.1869 - 1948 ตั้งข้อสังเกตว่า จิตใจที่ตั้งใจของร่างกายเล็ก ๆ ที่ถูกจุดด้วยความศรัทธาในภาระหน้าที่ สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้

การคิดว่าเราสามารถทำสิ่งที่เคยทำมาก่อนนั้น

ไม่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความเคยชินอีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ขอให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างระมัดระวังและเอาใจใส่

และเปิดอนาคตใหม่ทั้งหมด

โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและการกระทำใหม่





หยุดเกรงใจความไม่รู้ เมื่อมีผู้เอาซองผ้าป่ากฐินมาให้


ภาพสำหรับเซฟ เพื่อส่งทางไลน์ หรือ แชร์ทางเฟส หรือ ปริ้นให้คนที่แจกซองผ้าป่า และ ซองกฐิน ใส่ไปในซองแทนเงิน (มือถือ กดคลิกค้างที่ภาพแล้วกดดาวโหลด หรือ เซฟ)

คนที่ให้ซองผ้าป่า กฐิน ไม่รู้ว่า ผ้าป่าและกฐินไม่เกี่ยวกับเงิน เป็นเรื่องผ้าเท่านั้น ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และพระรับเงิน เรี่ยไรเงิน ต้องอาบัติ พระพุทธเจ้าติเตียน เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ให้เงินใส่ซองกฐิน แต่เราให้ความรู้ความเข้าใจธัมมะที่ถูกต้องโดยการเซฟรูปภาพ และ ปริ้น ใส่ซองผ้าป่า ซองกฐินแทนเงิน

หยุดเกรงใจความไม่รู้ เพราะเขาเป็นญาติ เป็นหัวหน้า เป็นพี่น้อง เพื่อน หรือ คนสนิท แต่ให้ความรู้ความเข้าใจกับ คนที่ให้ซองและให้กับพระภิกษุที่กระทำผิดพระวินัย ชื่อว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง เพราะให้ความเข้าใจที่ถูกต้องและคนที่เข้าใจผิดได้เข้าใจถูก และสืบต่อพระพุทธศาสนาในทางที่ถูกต้อง ช่วยพระภิกษุไม่ต้องกระทำผิด และ ท่านต้องอาบัตอันเป็นโทษที่ทำให้ท่านต้องอบายภูมิ ตกนรก เพราะอาบัติที่ติดตัว ปลงไม่ตก เพราะยินดีในเงินทองไม่สละเงินทองนั้น

คนมักเข้าใจว่า ทำบุญต้องเป็นการทำทานเท่านั้นแต่บุญ คือ การชำระขัดเกลาจิตใจ ที่ไม่กระทำผิดตามพระวินัย ไม่ให้เงินพระ เป็นต้น และการฟังธรรม แสดงธรรม และความเข้าใจถูกต้อง"ปัญญา"เป็นบุญที่สูงสุดในพระพุทธศาสนา

1.ประหยัดเงิน คนที่ถูกเรี่ยไรในสิ่งที่ผิด นำเงินไปเป็นประโยชน์อย่างอื่นได้

2.ให้ความเข้าใจถูก คนที่ให้ซอง เป็นบุญที่ทำให้เขาไม่ทำผิดและเขาเข้าใจถูก

3.รักษาพระไม่ต้องอาบัติเพราะ เรี่ยไรเงินทองและรับเงินทองเพราะการไม่ให้เงินในซองกฐิน ผ้าป่าให้ภาพที่
ปริ้นความเข้าใจถูกไปให้

4.เผยแพร่พระธรรมความเห็นถูกและรักษาพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

5.มิจฉาพชีพน้อยลง เพราะมีรถกระบะ อ้างวัดแจกซองกฐิน ผ้าป่า เข้ามาตามซอยทั้งพระเป็นคนจัดหามาเองและ คนมิจฉาชีพ ก็มีก็ผิดทั้งพระและ มิจฉาชีพที่เป้นฆราวาส เพียงหลอกอ้างด้วยคำว่าบุญ 

ตื่นเถิดชาวพุทธ ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง ไม่ใช้ความคิดตนเองตัดสิน ก็จะชื่อว่านับถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง.......
Dhammahome
3
บทความ (Blog) / ตามหาภาพเก่าเจาะเวลาหาอดีต
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมื่อวานนี้ เวลา 04:35:51 PM »



Back to the future
4







หลังจากดูรูปเก่า ๆ และสถานที่เก่า ๆ แล้วมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างแล้วค่อยกลับไปดูรูปใหม่

เกี่ยวกับเรื่องอุปสรรค 3 มาร 4 นั้นพระนิชิเร็นไดโชนินได้เทศนาไว้ดังนี้ ที่เรียกว่าอุปสรรค 3 มาร 4 นั้น ได้แก่ กิเลสอุปสรรค กรรมอุปสรรค และผลตอบสนองอุปสรรค กิเลสอุปสรรคก็คือสิ่งที่ขัดขวางอันเกิดจากความโลภ โกรธ หลง เป็นต้น กรรมอุปสรรคคือสิ่งขัดขวางอันเกิดจากภรรยาและบุตร เป็นต้น ผลตอบสนองอุปสรรคก็คือสิ่งขัดขวางอันเกิดจากผู้ปกครองบ้านเมือง บิดามารดา เป็นต้น และพญามารซึ่งอยู่ในมาร 4 นั้น ก็เช่นเดียวกัน

กิเลสอุปสรรค การที่กิเลส เช่น โลภ โกรธ หลง กลางเป็นสิ่งขัดขวางการบำเพ็ญเพียรความศรัทธากรรมอุปสรรค การที่กรรมชั่วซึ่งตัวเราได้กระทำไว้ เช่น กรรมชั่ว 10 ประการ หรืออนันตริยกรรม 5 ประการ เป็นต้น ขัดขวางความศรัทธา ในข้อความนี้เฉพาะเจาะจงว่าเกิดจากบุคคลใกล้ตัว เช่น ภรรยาและบุตรผลตอบสนองอุปสรรคอุปสรรคที่เกิดจากผลตอบสนองของอบายภูมิ 3 ได้แก่ นรก เปรต เดรัจฉาน และการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมที่ถูกถ้วนแท้จริง ในข้อความนี้กล่าวว่าเกิดจากบุคคลที่เราจะต้องเชื่อฟัง เช่น พ่อแม่ หรือผู้ปกครองบ้านเมือง เป็นต้น

ขันธมาร การที่ขันธ์ 5(การทำงานของกายเนื้อและจิตใจ) ของผู้ปฏิบัติศรัทธาทำงานไม่ปกติจนกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการปฏิบัติศรัทธากิเลสมารการที่กิเลศซึ่งได้แก่ โลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นและทำลายความศรัทธามรณะมารมารที่คอยขัดขวางการบำเพ็ญเพียรด้วยการคร่าชีวิตของผู้บำเพ็ญเพียร กล่าวได้ว่าการเกิดความสงสัยต่อความศรัทธาอันเนื่องมาจากการเสียชีวิตของผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น ก็เป็นท่าทีที่พ่ายแพ้ต่อมรณมารเช่นกันเทพบุตร

มารมารที่เป็นรากฐานที่สุด เป็นการทำงานที่เกิดจากราชาสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดีพญามารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6และเป็นชื่อย่อของปกนิมมิตวสวัสดีเทพบุตรมาร พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวไว้ ในธรรมนิพนธ์เรื่องข้อแตกต่างในการรักษาโรคระหว่างหินยาน มหายานชั่วคราวและแท้จริงว่าอวิชชาขั้นพื้นฐานของชีวิต จะปรากฏออกมาเป็นพญามารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 กล่าว คือ มารชนิดนี้เกิดจากสภาพชีวิตที่หลงผิดขั้นพื้นฐานของชีวิต และทำการกดขี่ผู้บำเพ็ญเพียรโดยใช้พลังต่าง ๆ ทั้งหมด เช่น เข้าไปอยู่ในตัวผู้มีอำนาจ เป็นต้น
5
บทความ (Blog) / เอาชนะความลำบาก
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมษายน 17, 2018, 03:32:39 PM »




กำลังใจบวกด้วยหลักธรรมเพื่อชัยชนะ....จงอย่าเลี่ยงความยากลำบาก ต้องเอาชนะเรื่อง"กลุ้ม"ไปให้ได้ ทรัพย์สมบัติของเรา เราต้องสร้างด้วยตัวเอง สร้างชีวิตที่มี{คุณค่า}ที่พูดได้ว่า ดีจัง ชนะแล้ว ด้วยตัวเองนี่คือ คนที่มีเกียรติ นี่คือผู้ชนะ....Daisaku Ikeda

จงทุ่มเทความเพียรพยายามที่ยิ่งใหญ่เพื่อพัฒนาตัวท่านเอง

ซึ่งเหมือนกับเพชรที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้

และต่อสู้อย่างกระตือรือร้นเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ที่รุ่งโรจน์






ถ้ามั่นคงในเรื่องของเหตุและผล กุศลกรรมและอกุศลกรรม เราก็จะยึดมั่นในกุศลกรรม เพราะเหตุว่าถ้าเราจากโลกนี้ไปโดยไม่เห็นประโยชน์ของกุศลกรรม แล้วทำแต่อกุศลกรรม ผลของกรรมนั้นเราก็เห็นอยู่ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือที่อื่นก็ได้ ซึ่งถ้าไม่อ่านพระไตรปิฎกก็อาจจะไม่เชื่อว่า มีนรก เปรต อสุรกาย ซึ่งเป็นผลของอกุศลกรรม อย่างข่าวเมื่อเช้านี้มีคนไปปล้นธนาคาร แต่ภายหลังก็ฆ่าตัวตายด้วยความสำนึกผิด เพราะอาจจะทำทุจริต

ต่อไปก็ได้เพราะฉะนั้น ชีวิตของแต่ละหนึ่ง ขณะใดก็ตามที่ทำสิ่งที่ดีงาม มีความมั่นใจว่า สิ่งนั้นต้องให้ผลแน่นอน เพราะฉะนั้น จะไม่ตกไปในฝ่ายที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะถูกใจ ชีวิตนี้สั้นมาก ใครจะจากโลกนี้ไปเดี๋ยวนี้ก็ได้ เย็นนี้ก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ แต่จากไปโดยไม่ได้ทำทุจริตกรรม ทำกุศลกรรม ย่อมมีประโยชน์กว่า.....
อาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์
6
บทความ (Blog) / บริเวณสามแยกโอเดียน
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมษายน 17, 2018, 03:20:52 PM »



วันวานยังหวานอยู่กลับมาเถิดวันวาน
7
บทความ (Blog) / Re: พุทธธรรมแห่งสมัยธรรมปลาย
« กระทู้ล่าสุด โดย Tomayaki เมื่อ เมษายน 17, 2018, 12:09:08 PM »
ทำให้ย้อนกับไปคิดถึงสมัยธรรมปลายเลย
8
บทความ (Blog) / พุทธธรรมแห่งสมัยธรรมปลาย
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมษายน 17, 2018, 12:14:36 AM »




ในช่วงระยะเวลา 8 ปีสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพของ พระศากยมุนีพุทธ พระองค์ก็ได้เทศนา พระสูตรสัทธรรมปุณฑริกสูตร ชีวิตของพระองค์นั้น ก็อุทิศเพื่อการสอนมนุษย์ให้รู้วิถีทางที่จะระงับความทุกข์ยากในชีวิตนี้ และคำสอนขั้นสุดท้ายในพระชนม์ชีพของพระองค์นี้ เป็นคำสอนที่ถูกต้องที่สุด พระสูตรนี้สอน 2 หลักการใหญ่ที่สำคัญ คือ สอนว่าชีวิตของเรานั้นมีอยู่ตลอดกาลสอนว่าสภาวะพุทธมิได้อยู่ภายนอกร่างกายของมนุษย์ แต่เป็นสภาวะที่สูงสุดของชีวิตซึ่งมีอยู่ในมนุษย์ทุกคนสาระสำคัญของคำสอนใน สัทธรรมปุณฑริกสูตร ก็คือ มนุษย์ทุกคนสามารถที่จะนำ

เอาสภาวะพุทธซึ่งมีอยู่ในชีวิตของเขาเองนั้นออกมาได้ แต่น่าเสียดายที่ว่า คำสอนนี้พระองค์ทรงสอนให้แก่พระสงฆ์เท่านั้น เนื่องด้วยว่าประชาชนในสมัยนั้นจะไม่สามารถเข้าใจถ้อยคำสอนนี้ได้เลย พระศากยมุนีพุทธ มีความห่วงใยความทุกข์สุขของประชาชนในสังคมมาก และพระองค์ทรงทราบดีว่า ขณะนั้นยังไม่ใช่เวลาที่จะเผยแพร่(ปรัชญาธรรม)สากลให้แก่ปวงชนในสมัยนั้น พระองค์ได้พยากรณ์ว่า ภายหลังที่พระองค์เสด็จปรินิพานไป 2,000 ปี อันเป็นยุคสมัย{ธรรมปลาย}จะมีพระพุทธอีกองค์หนึ่งมาเผยแพร่สั่งสอนปรัชญาธรรมสากล ซึ่งสามารถที่จะช่วยให้มนุษย์ทุกคนบรรลุการรู้แจ้งเห็นจริงได้


9
บทความ (Blog) / สิบโลกตอนที่ 3
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมษายน 16, 2018, 11:26:34 PM »




ตอนที่ 3(ตอนจบ)


โลกพุทธ คือ สภาพชีวิตที่สูงสุดของมนุษย์ คงจะมีผู้คนมากมายที่ได้ยินคำว่า โลกพุทธ เป็นครั้งแรก โลก{พุทธ}ใช้เรียกการทำงานของชีวิตที่เปลี่ยนแต่ละโลกของชีวิตใน 9 โลกที่กล่าวมาข้างต้น คือ ตั้งแต่โลกนรกไปถึงโลกโพธิสัตว์ ให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ ทิศทางที่มีคุณค่าสูงสุด เป็นการทำงานของชีวิตที่ใสสะอาดแข็งแกร่งที่สุดหากอธิบายเรื่องนี้อย่างกระชับสั้น ๆ แล้วก็กล่าวได้ว่า ในขณะที่พวกเราเชื่อมั่นต่อโงะฮนซน และเพียรพยายามปฏิบัติเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ชีวิตโลกพุทธก็จะปรากฏออกมา พระนิชิคันโชนิน ระมุขสงฆ์ลำดับที่ 26 กล่าวว่า จิตใจที่เชื่ออย่างเข้มแข็งนั้นเรียกว่า โลกพุทธ หมายความว่า โลกพุทธก็คือจิตใจที่เชื่อโงะฮนซนอย่างเข้มแข็งนั่นเอง

กล่าวคือ แม้จะเรียกว่าพุทธก็ตาม ก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลหรืออยู่เหนือกว่าพวกเรา แต่อยู่ในตัวเราเอง หากจะพูดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นก็คือ ทุกคนต่างเป็นตัวตนของพระพุทธแต่ดั้งเดิม ทว่าเรื่องนี้อยู่ในลักษณะแฝงอยู่ จึงยากที่จะทำให้ปรากฏออกมาเป็นจริงได้ สิ่งที่ทำให้โลกพุทธนี้ไม่อยู่แค่ในลักษณะแฝง แต่ทำให้ปรากฏเป็นจริงออกมาในชีวิตของ

แต่ละคน ก็คือ{พุทธธรรม}ของพระนิชิเร็นไดโชนิน หากเชื่อโงะฮนซนและเพียรพยายามในการ{สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว}เพื่อตนเองและเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นแล้ว สภาพชีวิตของพุทธที่แฝงอยู่ในชีวิต ก็จะแสดงออกมาในความเป็นจริง ไม่ว่าใครก็ตามสามารถแสดงโลกพุทธปรากฏออกมาและมีพฤติกรรมของพระพุทธได้ ด้วยการรับและยึดถือโงะฮนซน นี่คือพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน




10
บทความ (Blog) / สิบโลกตอนที่ 2
« กระทู้ล่าสุด โดย होशདངພວན2017 เมื่อ เมษายน 16, 2018, 11:22:21 PM »




ทรรษนะของ 10 โลกมีพร้อมซึ่งกันและกันมองว่า ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ไม่หยุดอยู่ที่สภาพใดสภาพหนึ่ง แม้ขณะนี้อยู่ในความทุกข์ทรมานของโลกนรก ก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่โลกนรกตลอดไป ภายในสภาพชีวิตนรกดังกล่าว ก็ยังมีสภาพชีวิตอันเยี่ยมยอดที่เรียกว่าโพธิสัตว์หรือพุทธอยู่ด้วย ฉะนั้นทฤษฏี 10 โลกมีพร้อมซึ่งกันและกัน จึงเป็นทฤษฏีที่สอนว่าชีวิตจะสามารถเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนั่นเอง แต่ละโลกของ 10 โลก ได้แก่

โลกนรก ใน{พุทธธรรม}ได้กล่าวไว้ว่า ความโกรธแค้นคือ นรก คำว่า นรก ในภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า จิโงขุ คำว่า จิ ของ จิโงขุ ชี้ถึงสถานะที่ต่ำสุด ส่วนคำว่า โงขุ หมายถึง สภาพที่ถูกพันธนาการ ไม่มีความเป็นอิสระ กล่าวคือ โลกนรกใช้เรียกสภาพชีวิตที่เป็นทุกข์ซึ่งอยู่ต่ำที่สุด ต้องส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความโกรธแค้น ไม่มีอิสระ ถูกผูกมัดอยู่กับความทุกข์ ความโศกเศร้า

โลกเปรต ใน{พุทธธรรม}กล่าวว่า ความโลภคือเปรต ความโลภใช้กล่าวถึง สภาพชีวิตที่อดอยากเนื่องจากมีความอยากปนารถนาไม่รู้จักพอ ตอนที่พวกเราท้องว่างหรือคอแห้งก็เป็นการปรากฏออกมาของโลกเปรต นอกจากนี้การพยายามให้ได้มาตามความอยากของตนแต่เพียงอย่างเดียว หรือสภาพชีวิตที่ถูกครอบงำโดยความอยาก ความปรารถนา เช่น สภาพชีวิตของขโมยที่พยายามลักขโมยสิ่งที่อยากได้ ก็คือโลกเปรตนั่นเอง

โลกเดรัจฉาน ทาง{พุทธธรรม}กล่าวว่า ความโง่เขลาคือเดรัจฉาน ความโง่เขลาใช้เรียกสภาพชีวิตที่เหมือนกับสัตว์ที่กระทำไปตามสัญชาตญาณ โดยไม่ใช้เหตุผล สัตว์ที่แข็งแรงกว่าจะกินสัตว์ที่อ่อนแอ มีชีวิตอยู่ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก สำหรับมนุษย์ก็คือสภาพชีวิตของคนที่แสดงต่อคนซึ่งที่มีตำแหน่งสูงกว่าหรือแข็งแรงกว่า ก็จะพูดประจบสอพลอ ต่อคนที่ตำแหน่งด้อยกว่าหรืออ่อนแอกว่าก็จะวางท่าใหญ่โต ข่มเหงกลั่นแกล้งเขา สภาพชีวิตเช่นนี้ก็คือโลกเดรัจฉาน

โลกอสุระ ทาง{พุทธธรรม}กล่าวว่า ประจบสอพลอคืออสุระ ประจบสอพลอ เป็นสภาพชีวิตที่บิดเบี้ยว ไม่สามารถยอมรับผู้ที่เหนือกว่าตนเอง เกิดจิตใจอิจฉาริษยาและพยายามขัดขวางผู้นั้น การเอาตนเองเปรียบเทียบกับคนอื่นและพยายามเอาชนะเขา ก็คือลักษณะพิเศษของโลกอสุระ แม้โลกอสุระเหนือกว่าโลกนรก เปรต และเดรัจฉาน ในแง่ที่มีการสำนึกรู้ถึงตนเองมากกว่าก็ตาม แต่เนื่องจากโดยหลักแล้ว ยังอยู่ในสภาพชีวิตที่มีความทุกข์ จึงรวมโลกอสุระเข้ากับ 3 โลกดังกล่าวแล้วเรียกว่า 4 โลกชั่ว หรือ อบายภูมิ 4

โลกมนุษย์ ทาง{พุทธธรรม}กล่าวว่า ความสงบราบเรียบคือมนุษย์ โลกมนุษย์เป็นสภาพชีวิตที่สงบเรียบ เหมาะสมกับความเป็นมนุษย์ ลักษณะพิเศษของโลกนี้ก็คือสามารถพิจารณาตัดสินดีชั่ว และมีการทำงานของพลังที่ใช้หลักเหตุและผลในการควบคุมการกระทำของตน โลกที่จิตใจมีการควบคุมตนเองว่าสิ่งที่ไม่ควรทำก็จะไม่ทำก็คือโลกมนุษย์

โลกเทวะ ทาง{พุทธธรรม}กล่าวว่า ความปิติยินดีก็คือเทวะ โลกเทวะเป็นอารมณ์ของความปิติยินดีของชีวิต เป็นสภาพที่พึงพอใจสมตามความอยากความปรารถนาต่าง ๆ เป็นสภาพที่ยินดีพอใจเหมือนได้ขึ้นไปถึงสรวงสวรรค์ สภาพชีวิตที่ร่าเริง ในเวลาที่ดีใจมาก มีความรู้สึกราวกับว่าเท้าแตะไม่ถึงพื้น ก็เรียกว่าโลกเทวะ

โลกสาวก ที่เรียกว่าสาวกนั้น เดิมทีหมายถึงได้ฟังเสียงของพระพุทธแล้วถ่ายทอด มีที่มาจากคำว่าลูกศิษย์ ผู้เป็นสาวก เนื่องจากเป็นลูกศิษย์ที่ได้ฟังคำสอนของพระพุทธ แล้วถ่ายทอดคำสอนนั้นให้กับผู้อื่น โลกสาวก จะเข้าใจในความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้คนต่าง ๆ เป็นสภาพชีวิตที่พยายามพัฒนาให้ตัวเองพรั่งพรูในความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าใครก็ตาม เวลาที่พยายามขัดเกลาตนเองและใฝ่หาความรู้ศิลปะวิทยาการติดตัวนั้นก็เรียกว่าโลกสาวก

โลกปัจเจก เป็นสภาพชีวิตที่ได้ไปสัมพันธ์กับอะไรบางอย่าง แล้วสามารถตระหนักรู้ในกฏเกณฑ์ของชีวิตและของจักรวาลเพียงบางส่วน หรือสภาพชีวิตที่รู้สึกปิติยินดี หรือพึงพอใจเมื่อได้สร้างอะไรขึ้นมา และคงจะเรียกการวาดภาพหรือแต่งเพลง หรือค้นภพหลักความจริงของนักปราชญ์ว่าเป็นการทำงานของโลกปัจเจกได้ ทว่า คนที่มีชีวิตของทวิยาน คือโลกสาวกกับปัจเจกแรงมาก มักกลายเป็นคนที่มีความคิดเห็นแก่ตัว ไม่แยแสผู้อื่น คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สาวกกับปัจเจกมักจะยึดติดกับการรู้แจ้งของตนจนไม่สามารถคิดถึงเรื่องของคนอื่นได้ ไม่มีการปฏิบัติเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อื่น นี่คือความจำกัดความของโลกสาวกและปัจเจก นอกจากนี้ยังหมกหมุ่นอยู่กับความรู้แจ้งของตนเอง และคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอไม่ยอมแสวงหาการรู้แจ้งของพระพุทธนี้ ก็เป็นความจำกัดของสาวกและปัจเจกเช่นกัน

โลกโพธิสัตว์ คือสภาพชีวิตที่สูงกว่าทวิยาน โลกโพธิสัตว์ใช้เรียกสภาพชีวิตที่ให้ความสำคัญกับความเมตตาต่อผู้อื่น เพื่อผู้อื่นแล้วไม่เสียดายความเหน็ดเหนื่อย และเป็นสภาพของการเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น ซึ่งพยายามมอบสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตของคนอื่น และสามารถที่จะคิดว่าความทุกข์ของคนอื่นก็เป็นความทุกข์ของตนเอง พยายามที่จะถอนทุกข์ของคนอื่น นอกจากนี้โพธิสัตว์จะไม่มีความคิดว่า แค่นี้ก็พอแล้ว แต่จะพยายามก้าวหน้าโดยมุ่งสู่สภาพการแสวงหาธรรมจึงเป็นลักษณะพิเศษของโลกโพธิสัตว์


มีต่อตอนที่ 3


หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham