Forum > ธรรมะเสวนา

การมองสามชั้น ในการอ่านนิทานไซอิ๋ว :PULING的主頁

<< < (3/4) > >>

ฐิตา:

 
//-อ่านสามชั้น
การอ่านหนังสือ
1.อ่านแบบ เอาสาระ เรื่องราว
แล้วเราก็ใช้ตรรกะเหตุ ผล
เท่าที่เราจะมี"ต้นทุน องค์ความรู้เดิม"
มาแกะและ เข้าใจ สรุปเป็นอย่างนั้น

2.อ่านเพื่อ"แสวงหาความหมายที่ซ่อนเร้น"
หรือ"อ่านระหว่างบรรทัด"
ซึ่งเราต้องรู้ว่า สาระ กับความหมาย เป็นคนละเรื่อง

3.อ่านเพื่อ หาแผนที่"เดินทางภายใน"
เพื่อนค้นพบ"ตัวตนที่แท้จริง ที่ซ่อนอยู่ใน กาย กาย และกาย ของเราเอง อิๆ
..............................................

//-มีวรรณกรรม หลากหลาย ที่เป็น
วรรณกรรม "เดินทางภายใน"
-การผจญภัยของเจสัน กับเรืออาร์โก้
-เฮอร์คิวลีส กับงาน สิบสองอย่าง ที่ มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้
-ไซอิ๋ว
-ชาดกพระเจ้าสิบชาติ
..........................................

//-ส่วนใครจะมี กึ๋น
ที่จะอ่านได้เสพได้ อย่างมีสติ ปิติสุข รื่นรมณ์กับสุนทรีย์รส
-ดังผู้ดื่มนมโค
หรือใครจะเป็น
-ผู้เลี้ยงโค
-ผู้นับโค
-ผู้ทนกลิ่นมูลโคไม่ไหว อิๆ
ก็แล้วแต่ บุญทำ กรรมแต่งเด้ออิๆ

Suraphol Kruasuwan
สนทนาประสาคำฅน  -  Aug 6, 2014

ฐิตา:


Suraphol KruasuwanOWNER
การสนทนา  -  Dec 29, 2014


 
แทนค่า
-หงอคง คือโพธิปัญญา
-พระถัง ศรัทธา
-ม้าขาว วิริยะ
-ตือบ่ายข่าย สติ
-ซัวเจ๋ง สมาธิ
..............................
แล้วอ่าน ชมไซอิ๋วอีกครั้ง จะพบ"กำลังภายใน"(พละ5)
ในตัวของเราเอง สาธุ

//-กระบอง ปลอกทองสมใจนึก (อู่ยี่)
ยืดหดได้ดั่งใจปราถนา
คือ"อำนาจของจินตนาการ"

ไอสไตน์ กล่าวว่า"จินตนาการมนุษย์นั้นยิ่งใหญ่กว่าความรู้"
จินตนาการ เป็นอำนาจคู่กับ การคิดแบบมีหลักการและเหตุผล
และรู้จัก ปฎิสัมพันธ์ เพื่อปรับตัวเข้ากับกับสิ่งแวดล้อม ของมนุษย์
เป็นอาวุธของปัญญา หากควบคุมไม่ได้ เช่นตอนอยู่ที่สะดือบาดาล
เอียงไปทิศใด ก็ทำน้ำท่วม (โอฆะ กาม ภพ ทิฎฐิ อวิชชา)
คนและสมุนหงอคงตาย ไปเยอะ
(ทั้งกาย จิต ปัญญา ถูกกระทบ ชีวิต ทั้งสิ้น หากคุมจินตนาการตนไม่ได้)
และถ้าไม่ระวัง จะกลายเป็น"อภิสังขารมาร"
พาจิตหลงไปในดง แห่ง บาป บุญ สุขในสมาธิฌาน
เลยไม่เข้าสู่ทางอริยะมรรค

//-กระบองอู่ยี่ ปราบ ปีศาจแมงป่องไม่ได้
จินตนาการ ก็แพ้ ต่อ อติมานะ
ที่อาศัยในเขากระบี่เดี่ยวค้ำฟ้า
คนที่มีอติมานะสุง ก็จะมีชีวิตโดดเดียว ยึดตนเป็นศูนย์กลาง
เข้าที่ไหนวงแตกที่นั่น
จนกระทั่ง เทพประจำดาว ที่ชี้ดาวเหนือ (มหาสติในมรรค)แปลงเป็นไก่ขัน
นางจึงอกแตกตาย
วิธีควบคุม จินตนาการ ถึงต้องมีผลของการฝึกกสิณ มาช่วย
หงอคง จึงต้องลงไปถอน ออกจากสะดือบาดาล ด้วยตนเอง



//-เจริญสุขเจริญกุศลธรรม
ลองอ่านฉบับอื่นบ้าง สนุก และเจริญสติปัญญาไปด้วย

>>> http://www.navagaprom.com/oldsite/show1.php?id=867

Suraphol KruasuwanOWNER
การสนทนา  -  Dec 29, 2014
คนรัก รักษ์ สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง




พระพุทธเจ้าในอดีต ก็ ดับขันธุ์ไปแล้ว
พระพุทธเจ้าในอนาคต ก็ ยังไม่มา
จะพึ่ง พระพุทธเจ้าองค์ไหนดี?

"ตนเป็นที่พึ่ง.................แห่งตน
ใครไหน จักเป็นที่พึ่ง...ทุกเรื่องได้นั่น
ตนฝึกตน พ้นอาสวะ....เป็นสิ่งสำคัญ
ผู้รู้ทั้งหลายนั้น.............ล้วนเร่งฝึกตนฯ"

สาธุ
Suraphol Kruasuwan
originally shared to ชาวพุทธ (สนทนาธรรมตามกาล):



 
//-พุทธธรรม วันละนิด
//-วิเวก
-ได้ฟังเสียงสัจธรรม จากธรรมชาติแล้วเป็นสุข
-ได้เห็น กฎไตรลักษ์ในธรรมชาติแล้วเป็นสุข
-ได้ปลอดจาก ราคะ โทสะ โมหะ แล้วเป็นสุข
-ได้ถอน กิเลส ตัณหา อุปาทาน อามิสมานะ แล้วเป็นสุข
-ได้ถอน ความพอใจ ไม่พอใจในโลกสิ้นแล้วเป็นสุข
-ได้อิ่มในวิมุติธรรม แล้วเป็นสุข
-ได้หายใจ อย่างมีสติปัญญากุมสภาพจิต แล้วเป็นสุข

สาธุ
Suraphol KruasuwanOWNER
การสนทนา  -  Jan 14, 2015



 
"หลัก ทางสว่าง แห่งชีวาในชีวิต
เรียนรู้พุทธธรรม วันละนิด จิตแจ่มใส"

//-หลักที่หนึ่ง
"ความอดทนฝึกฝนตนเอง....................เป็นยอดตะบะ
พุทธะ มีนิพพาน.................................เป็นเป้าหมาย
บรรพชิต คือผู้หมด เจตนา....................ทำร้ายทำลายใคร
สมณะ ทั้งหลาย...................................มุ่งหมายสันติธรรม(เห็นคุณค่าความสงบ)ฯ

//-หลักที่สอง
ตัดทาง..............................................ไม่ไปสู่อบาย
ทำความฉลาดดีทั้งหลาย.........................ให้ปรากฎ
ชำระเหตุ อุปทานทุกข์ ใจวิสุทธิ์................ไม่ละลด
ทั้งหมดคือ คำสั่ง สอน.............................พระศาสดาฯ

//-หลักที่สาม
การไม่กล่าวร้าย .................................ไม่ทำร้าย ใครๆ
ใส่ใจในทางสว่าง สติปัญญา.....................เสมอนั่น
ไม่เป็นทาสบริโภคนิยม...........................จนหมดพลังชีวาในชีวิตกัน
ฝึกสงบ สงัดจิต ยกระดับภูมิจิต ภูมิธรรม.....ให้ยิ่งนั้น ประเสริฐเอยฯ
....................................
//-หลักที่หนึ่งเน้น ภาระหน้าที่ของ"นักบวช"
หลักสอง สำหรับทุกชีวิต ถ้าอยากชนะ ความทุกข์
หลักสาม เป็นธรรมบาลคุ้มครองตนและสังคม

Suraphol Kruasuwan
สนทนาธรรมตามกาล  -  Jan 20, 2015
คนรัก รักษ์ สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

ฐิตา:

                     by Kubo Shunman 1757-1820

Good morning อรุณวัสดิ์
หรรษา มีชีวาในชีวิตนะ สาธุ
 
เดินทางไกล สู่ในใจตน กับไซอิ๋ว
การอ่านวรรณกรรม นี้ต้อง"อ่านระหว่างบรรทัด"
หรือ"อ่านสี่ชั้น"

1.อ่านสาระ เป็นนิทานอิงธรรมะ ที่ท่านอู๋ เฉิงเอิน เขียนขึ้น
เอาการเดินทางสู่อินเดียเพื่อเชิญพระไตรปิฎก ในราชวงค์ถังก่อนหน้าเกือบพันปี
ที่รวมภูมิธรรม กรีก อินเดีย จีน
และ ความหวังเป็นทางเลือก แก้ปัญหา ตน บ้านเมือง
ในยุค ปลายราชวงค์หมิง ที่ใกล้ล่มสลาย

2.ใต้สาระ มีความหมาย
ท่าน ฉับโผง เขมานันทะ(ขณะนั้น) ได้ถอดความหมาย
เป็นการเดินทางสู่ อิสระภาพ ภายในจาก ห้วงน้ำข้ามยาก
กาม ภพ ทิฐิ อวิชชา ด้วย การปฏิบัติ ลด ละเลิก กิเลส น้อยใหญ่ตามลำดับ
แตก็มีบางตอนที่ ปู่ลิงถอดความหมายต่างจากท่าน เช่นบทนี้
ท่านบอกว่า เป็นวิธีฝึกชนะ "นันทิราคะ" ความหลงไหลเคลิบเคลิ้ม ในกามสุข

แต่ปู่ลิงเห็นว่า"นางแมงป่อง" คือ"มานะ" ความถือดี
อวดดี อวดเด่ง ตูเก่ง คนเดียว จึงอาศัยในภูเขา"กระบี่ค้ำฟ้า"
คือ ความรู้ตูเจ๋ง แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ยกเว้น อุปาทานในตัวเอง อิๆ
อาวุธนางคือ"สากกระเบือ" คือมีความสุขแบบซาดิส โคซาดิส
มีแอบบจิด คิด วาทะกรรม อันเลิศ(ในความคิดตน)
พูดกระแทกแดกดันให้คนเจ็บใจ แบบ"ความร้าวฉานคืองานฉัน"

3.ใต้ความหมาย มีภูมิปัญญา
จะอ่านไซอิ๋วสนุก มีความรู้ทางประวัติศาสตร์
วิธีเขียนวรรณกรรม ของกรีก อินเดีย จีน มาประกอบ
ยิ่งเคยเดินทาง ในภูมิประเทศจริง จะอมยิ้มจนน้ำตาไหลที่เดียว

4.ใต้ภูมิปัญญา มี ประโยชน์โทษคุณ
ดาบดีนั้น ตัดสิ่งที่ต้องการขาด
และก็ตัดหนามถมทางตนเอง มีชีวิตเดินทางก็คับแคบ
เพื่อนหาย สหาย จรจาก หรือ เอาไว้เชือดคอตนเอง
คนที่เฮอร์โมนแปรปรวน ต้องระวัง ปากพาไป ปากพาจน
ใจน้ำใจ จนใจ จนปัญญา จนแต้ม จนเพราะอยากจนจนได้ง่ายๆ
อยู่คนเดียวระวังความคิด อยุ่กับมิตรระวังวาจา สุภาษิตนี้ เป็นอกาลิโก อยู่เหนือเวลา
.......................................................



บทที่ ๒๖
นันทิราคะอุปมาด้วยแมงป่อง ที่ต้องละด้วยสติ อุปมาด้วยเสียงไก่ขัน

...ทันใดนั้น นางปีศาจแมงป่องที่ปลอมแปลงมาเป็นหญิงขาวเมืองไซเหลียงก๊ก ก็ได้โอกาสบันดาลเป็นลมเข้าตะครุบหอบพระถังพาไปยังสำนักเขาต๊อกตี่ซัว(ศตรูอันมีพิษ) ถ้ำปี้แป้ต๋อง(ถ้ำเครื่องสาย)
นางปีศาจแมงป่องผู้มีอาวุธร้ายคือสากตำข้าว จับพระถังเข้าถ้ำได้แล้ว ก็ทำเสน่ห์ยาแฝดให้พระถังเคลิบเคลิ้ม แล้วเข้าเล้าโลมปลุกปล้ำจะให้พระถังยินดีด้วย ก็พอดีเห้งเจียแปลงเป็นผึ้งตามเข้ามาทันการ เห้งเจียเห็นอาจารย์จวนจะเพลี่ยงพล้ำ จึงกลับร่างเดิม ชักตะบองวิเศษออกจากหู เข้ารุกไล่ตีนางปีศาจร้าย นางปีศาจแมงป่องโมโหหนักที่เห้งเจียมาขัดขวางความสุข ก็พ่นควันและไฟออกทั้งทางปากและจมูกคลุ้งไปทั้งถ้ำ แล้วใช้สากวิเศษขว้างมาตำใส่หัวของเห้งเจียดังสนั่น เจ็บปวดเหลือจะกล่าว ฝ่ายโป้ยก่ายกับซัวเจ๋งเห็นเช่นนั้น ต่างก็วิ่งหนีนางปีศาจ ตามหลังเห้งเจียไปติด ๆ ทั้งสามมานั่งหอบปรึกษากันอยู่

ครั้นตกกลางคืน นางปีศาจก็เข้าเล้าโลมพระถังอีก พระถังก็นั่งสมาธิดุจดังคนใบ้ไร้ความรู้สึก นางปีศาจเล้าโลมไม่สำเร็จก็เดือดดาล จับพระถังสวมขื่อคาไว้
     ถึงตอนเช้า เห้งเจียให้ซัวเจ๋งเฝ้าม้าและจีวร ตนเองและโป้ยก่ายเข้าไปร้องท้าทายนางปีศาจ นางปีศาจก็ออกจากถ้ำมา ขว้างสากตำข้าววิเศษตำลงบนปากของโป้ยก่ายเต็มแรง ทั้งสองก็วิ่งหนี โป้ยก่ายนั้นส่งเสียงครวญครางลั่นป่า
เห้งเจีย โป้ยก่ายวิ่งหนีกันมาพักหนึ่ง ก็ได้พบพระกวนอิมโพธิสัตว์จึงได้รับความรู้เรื่องนางปีศาจแมงป่องจากกวนอิมว่า นางปีศาจแมงป่องนี้เคยอยู่ที่วัดลุยอิมยี่ มันชอบฟังธรรม เพลิดเพลินในธรรม ฝ่ายพระยูไลเห็นมันเข้าก็ไม่ชอบใจเอามือปัดให้พ้น มันกลับต่อยพระยูไล จึงทรงรับสั่งให้ท้าวกิมกังจับตัวมัน มันจึงได้หนีมาปลอมตัวปะปนกับคน เป็นหญิงชาวเมืองไซเหลียงก๊ก

เมื่อเห้งเจียขอร้องให้กวนอิมไปช่วย พระกวนอิมโพธิสัตว์กลับตอบว่า พระองค์เองเข้าใกล้นางปีศาจนี้ไม่ได้ แต่ขอแนะให้เห้งเจียไปตามหาดาวเบ้ายิดแชกุน(ดาวลูกไก่)
เห้งเจียจึงลากวนอิม หกคะเมนลิ่วขึ้นสวรรค์ ชวนเบ๊ายิดแชกุนลงมาแล้ว เห้งเจียก็ร้องท้านางปีศาจให้ออกมาสู้รบกัน นางปีศาจก็คว้าสากตำข้าวผลุนผลันออกมา เบ๊ายิดก็โก่งคอขันขึ้น พอได้ยินเสียงไก่ขัน นางปีศาจแมงป่องก็ล้มลงขาดใจตาย

เห้งเจีย โป้ยก่ายจึงเข้าไปในถ้ำ แก้ไขพระถังแล้วจึงได้พบว่า นางปีศาจได้จับหญิงชาวไซเหลียงก๊กมาขังไว้จำนวนมาก จึงได้ทำการปลดปล่อยให้เก็นอิสระกลับไปดังเดิม
ทั้งสองช่วยกันเอาไฟเผาถ้ำปีศาจเสียหมดสิ้น แล้วนิมนต์อาจารย์ขึ้นม้ามุ่งสู่ไซที

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=maekai&date=21-08-2008&group=15&gblog=29

http://youtu.be/4pbxPWChoYo  http://www.navagaprom.com/oldsite/show1.php?id=847

Suraphol KruasuwanOWNER
Shared publicly  -การสนทนา  -  11/2/2014 - 7:42 AM
คนรัก รักษ์ สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

[มานะ ๙
๑. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา
๒. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา
๓. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา
๔. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา
๕. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา
๖. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา
๗. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา
๘. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา
๙. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา
เหล่านี้เรียกว่า มานะ ๙]

ฐิตา:

http://youtu.be/q5T4x6K5sLU The Monkey King ไซอิ๋ว 2014 ตอนกำเนิดราชาวานร
นิรุจน์ เกตุพันธ์ Published on Jun 10, 2014เรื่องย่อ :
นับตั้งแต่ยุคเริ่มแรก โลกเรามีการดำรงอยู่ของสามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ เทพ และปีศาจ ด้วยอำนาจที่มีอยู่จำกัด มนุษย์จึงใช้ชีวิตอยู่ได้บนโลกมนุษย์เท่าน­ั้น ในขณะที่เทพเจ้าและปีศาจได้สู้รบกันเพื่อค­รองสรวงสวรรค์ นำมาสู่การทำสงครามกันหลายต่อหลายครั้ง ระหว่างสงครามครั้งหนึ่ง เผ่าพันธุ์ปีศาจได้ถูกปราบและถูกเนรเทศออก­จากสวรรค์ ไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลมนุษย์บนโลก เทพเจ้าได้ส่งทหารสวรรค์ไปยังโลกมนุษย์เพื­่อกำจัดเผ่าพันธุ์ปีศาจที่เหลือให้สิ้นซาก ซึ่งทำให้พวกปีศาจต้องซ่อนกาย ทนต่อความอับอายขายหน้า และการเสื่อมเสียเกียรติ

ด้วยความที่ทุกสิ่งถูกทำลายล้างจนสิ้นระหว­่างสงครามครั้งใหญ่นั้น เจ้าแม่หนี่วา (จางจื๋อหลิน) ผู้สร้างสรรค์โลก ได้ใช้หินวิเศษซ่อมกำแพงสวรรค์ แล้วหินก้อนหนึ่งได้พลัดตกลงมาบนโลก และร่วงลงมาบนภูเขาฮัวกั่ว หินวิเศษก้อนนั้นได้ซึมซับพลังแห่งสวรรค์แ­ละโลกมนุษย์ รวมถึงแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันจันทรา สิ่งมีชีวิตวิเศษได้ถูกหล่อเลี้ยงขึ้นมาภา­ยในหินวิเศษ และลิงตัวหนึ่งก็ได้โผล่ออกมาจากหิน เมื่อ สุโพธิเถระ (ไห่อีเทียน) ได้เดินทางมาพบกับลิงตัวนี้ เลยพากลับไปยังถ้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อสั่งสอ­นวิชาต่างๆ ให้ และตั้งชื่อเขาว่า ซุนหงอคง (ดอนนี เยน หรือ เจินจื่อตัน)

ฐิตา:

 
55555+
จะเป็นพระแท้ ต้องฆ่าพระปลอมในตน
"พระแพะ.....................แทะโลมโยม
พระกวาง อ้อนโยม.......อ้าง มีอดีตชาติต่อกันนั้น
พระเสือ ขู่โยม.............จนยอมทุ่มทรัพย์ ให้พระหมดตัวกัน
พระหมีดำ....................สอน ตรงข้าม พระธรรม ศาสดาฯ"
.............................................

"อย่าให้ พระปฏิมา.......บังพุทธเจ้า
ใบลานเล่า...................อย่าให้บัง สัจธรรม คำสั่งสอน
ลูกชาวบ้านห่มเหลือง...อย่างให้บัง สงฆ์แท้ ผู้สงเคราะห์สังคม ให้สังวร
อย่าเอาแต่ คำเกจิสอน.ใหญ่กว่า ความสว่างแห่ง สัมมาสติโพธิปัญญาฯ"
(ถอดความจาก คำสอน อ.พุทธทาส)
...............................................


//-ไซอิ๋ว เป็นอาหารอร่อย ของ""โลกจินตนาการ"
-เป็นอาหารทิพย์ ของ ปัญญา
-เป็นความเข้าใจดี ระหว่างวัฒนธรรม
-เป็นสื่อการการ ค้นคว้า สร้างสรร นวัตกรรมใหม่ๆ
.........................
//-ดังนั้น ไพเราะในเบื้องตน จาก จินตนาการเกินจริง
-ข้างในยังอิงธรรมะ ปลุกให้ มโนธรรมตื่น
-และเอา ไปปรับใช้ เมื่อเราผัสสะโลกธรรม ได้ ตามกำลังสติปัญญาที่ ฝึกดีแล้ว อิๆ
........................
//-ถ้ามองผ่าน"วัฒนธรม"
ไซอิ๋ว มีส่วนผสม วัฒนธรรมกรีกแบบเทวะนิยม
ที่เข้ามาสู่อินเดีย กับกองทัพอเล็กซานเดอร์มหาราช
และผสมกับวัฒนธรรมภารตะ
เป็นรามายณะ มีหนุมาน ลิงที่ภักดีต่อสัจจะ(ราม)
แสงแห่งโลกุตระธรรม ที่แผ่ไพศาล เป็น

-เถรวาท (ภิกษุ ขนของ เทียมแพะ ขึ้นทางลัด)
-มหายาน(ภิกษุ ขนของ เทียมโค ไปทางราบยาวไกล)
ตอนเมืองฆ่าพระ
-เซน (สมณะโอเช้า ผู้มีนิวาสอยู่บนรังกา)สอน ขันธุ์ห้าเป็นของว่าง แก่พระถัง
....มาผสมกับ...เต๋า....ขงจื้อ
มาเป็น"ไซอิ๋ว" นิทานการเดินทางสู่ตะวันตก(นิพพานภายในใจ)
อย่างมหัศจรรย์ อิๆ
................................

//-ดังนั้น ตัวละคร สถานที่ อาวุธวิเศษ พฤติกรรม เนื้อเรื่อง
มีปริศนาธรรมซ่อนไว้ ตลอดอิๆ
และยังเป็น"สื่อโฆษณา" แนะนำ เซียน พระโพธิสัตว์ อย่างเป็นทางการ
ที่สำคัญคือ มหาโพธิสัตว์กวนอิม หรือ"พระอวโลกิเตศวร"
คู่กับ"โพธิปัญญา"(ปัญญาที่เอื้อเฟื้อต่อสามโลก หรือ หงอคง)
ให้ชาวโลกได้รู้จัก อิๆ
...............................

//-ปฐมบท
1.เรี่มจากการประชุมสภา พุทธจักร
พระถังในอดีต หลับขณะ พระยูไลเทศน์
เลยต้องมาเกิด เพื่อ"ทำคุณไถ่โทษ" เดินทางไปอัญเชิญ หลักการของพุทธธรรมมาให้แผ่นดินถัง
(มหาปรัชญาปริมิตาสูตร)

2.กำเนิดโพธิจิต โพธิปัญญา
หงอคง(ว่างอย่างยิ่ง)
จากไข่หิน ที่กาลเวลา แสงสุริยันจันทรา เห่กล่อม มานานเป็นล้านๆปี
ระเบิด มีลิงเผือกน้อย
อาศัยที่ภูเขา บุปผา ผลาผล อันงาม และพบถ้ำม่านน้ำ(ทางสู่สวรรค์)
และแสวงหาอมฤตธรรม(ทำอย่างไรจะไม่ตาย)
เรียนวิชาเซียน และวิชาอมตะ แต่ต้องคำสาปในวิชาว่า
500ปี จะถูก "ภัยสาม"สายฟ้าฟาด ไฟสวรรค์เผา และลมกรดพัด ฉีกร่างเป็นชิ้นๆ
และรับวิบากกรรม"ร้อยแปด"(ตัณหาร้อยแปด?)

....จากนั้น ได้อาวุธคู่มือ จากแดนบาดาล(จิตในสำนึก)
กระบองอู่ยี่(ปลอกทองสมใจนึก)"จินตนาการ"
เสื้อเกราะทองคำ(พาหุสัจจะ ศิลป์) ความรอบรู้ และลึกซึ้งในสาขาวิชาการ
ร้องเท้าไยบัว (ความใฝ่รู้)
หมวกหางหงส์(วิสัยทัศน์)

....อาละวาดนรก ทำลายบัญชี เกิดตาย จึงเป็นอมตะ
"โพธิจิต ไม่มีวันตายจากใจมนุษย์ แต่บางคนจะหลับจนตายก็ไม่รู้จัก" อิๆ
....อาละวาดสวรรค์
เข้าใจมโนธรรม และดูถูก ว่าเป็น แค่ ของเล่น อิๆ
....พบพระยูไล ถูกจองจำใต้ภูเขาห้ายอด
พบโลกุตระธรรม เรี่มรู้ว่า"ขันธุ์ห้า เป็นของหนัก"

....พระโพธิสัตว์กวนอิน ให้รอพระถัง
ต้องรวมทีม อินทรีย์ภายใน
ศรัทธา....พระถัง
วิริยะ......ม้าขาวเจ้าชายมังกร
สติ.........ตือบ่วยก่าย(ศีล?)
สมาธิ......ซัวเจ๋ง
โพธิปัญญา....ตัวหงอคงเอง
เข้าไป จัดระเบียบ ชีวิตชีวา
"สร้างจิตภาพ กายภาพใหม่"
ด้วยการ ไปเปลี่ยน กิเลสให้เป็นโพธิ
กลับร้ายเป็นดี ตามเนื้อเรื่อง ในไซอิ๋ว อิๆ
......................
จากจิต...............โลกียะ
มาพบจิต.............มโนธรรม
มาพบจิต.............โลกุตระ
มาพบจิต..............โพธิจิต
มาพบจิต..............สากลจักรวาล
พบเสรีภาพความสุข ท่องโลก ธรรม แบบ คนดี อยู่ที่ตัวเราเอง
ต้องลงไปชำระจิต ให้หมดอาสวะ อิๆ.

หายใจทิ้งขยะ ความคิด อารมณ์ อุดมการณ์ ความรู้ สัญชาตญาณดิบ
จะได้พบ เสรีภาพ ของชีวาในชีวิต
เพราะนี่คือ กำไรชีวิตที่แท้จริง สาธุ
และต้องระวัง แยก อธิจิต(จิตปรุงแต่งที่มีฤทธิ์)ที่เป็น จิตสังขาร
กับ โพธิจิต (จิตที่เต็มเปี่ยมด้วยสัมมาสติโพธิปัญญา)ที่เป็นจิตแท้จิตเดิม
 ออกจากกันให้้ได้ ไม่งั้นยิงฝึกฝนตนเองยิ่งหลง อัตตาตนเอง


Suraphol KruasuwanOWNER
Shared publicly  -การสนทนา  - Jul 8, 2015
คนรัก รักษ์ สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

ตอบ

Go to full version