ผู้เขียน หัวข้อ: โลกทั้งผองพี่น้องกัน :มหาตมะ คานธี  (อ่าน 660 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 33.0.1750.154 Chrome 33.0.1750.154
    • ดูรายละเอียด
    • Awards

                   

โลกทั้งผองพี่น้องกัน
            ประเทศไทย เคยได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม หลังจากมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง นำมาซึ่งความแตกแยกของคนในชาติ หลายฝ่ายพยายามเรียกร้องที่ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ของคนภายในชาติ แต่ดูเหมือนเป็นไปได้ยากเหลือเกิน
            เพื่อความสันติสุขจะพึงเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกครั้ง อยากคนไทยทั้งผองเป็นพี่น้องกัน ดังเช่นมหาบุรุษเอกของโลก แห่งมหาภารตะประเทศ ที่ชื่อว่า มหาตมา คานธี ได้เสนอความคิดเรื่อง โลกทั้งผองพี่น้องกัน   แปลโดย กรุณา เรืองอุไร กุศลาสัย
            ดังนั้น จึงขอตัดตอนผลงานเรื่อง
โลกทั้งผองพี่น้องกัน   มหาตมา  คานธี  มาเพื่อเป็นการเตือนสติคนไทย


            “ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าในสังคมที่เรามีชีวิตอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีความเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ จะมีจิตใจสูงส่งหรือต้อยต่ำได้ โดยไม่ส่งผลกระทบถึงเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันกับเราในสังคม ข้าพเจ้าเชื่อในทฤษฏี อไทวต คือ ความไม่มีสอง ข้าพเจ้าเชื่อในเอกภาพของมนุษย์และเอกภาพของสรรพชีวิต เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเชื่อว่า หากมนุษย์เราคนใดคนหนึ่งบรรลุสัมฤทธิผลทางใจ โลกควรจะมีส่วนแบ่งในสัมฤทธิผลนั้นด้วย และตรงกันข้ามหากเราคนใดคนหนึ่งผิดพลาดล้มลง โลกทั้งโลกก็จะผิดพลาดล้มลงไปเช่นเดียวกันไม่มีคุณธรรมใดๆที่มีเป้าหมายหรือมีความพอใจที่จะได้เห็นสวัสดิภาพของปัจเจกบุคคลโดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพของส่วนรวมและในทำนองเดียวกัน ก็ไม่มีความชั่วร้ายทางศีลธรรมใดๆ ที่จะไม่ส่งผลกระทบถึงผู้อื่นรวมทั้งผู้ประกอบความชั่วร้ายนั้นๆด้วยทั้งนี้ไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อม ด้วยเหตุนี้ความดีหรือความชั่วของปัจเจกบุคคล จึงไม่จำกัดอยู่เพียงปัจเจกบุคคลผู้นั้นเพียงคนเดียว หากจะส่งผลไปถึงสังคมทั้งสังคม และทั้งโลกทีเดียว

            แม้ธรรมชาติจะมีการขจัดออกไปอยู่อย่างไม่น้อย  แต่ธรรมชาติก็มีอยู่ได้ด้วยการดึงดูดเข้ามา ความรักใคร่ซึ่งมีต่อกันช่วยให้ธรรมชาติมีชีวิตสืบเนื่องกัน ความรักตนเองบังคับให้ต้องรักและคิดถึงผู้อื่น ชาติต่างๆอยู่ร่วมกันได้เพราะคนซึ่งประกอบกันเป็นแต่ละชาติ มีความรักใคร่นับถือกัน วันหนึ่งเราจะต้องขยายกฎแห่งครอบครัวให้เป็นกฎประจำสากลจักรวาล เช่นเดียวกับที่เราขยายกฎแห่งครอบครัวให้เป็นกฎแห่งชาติ เพราะชาติก็คือครอบครัวใหญ่มนุษยชาติเป็นเอกะ คือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะมนุษยชาติมีกฎแห่งศีลธรรมปกครองอยู่อย่างเท่าเทียมกัน มนุษย์ทั้งมวลมีความเสมอภาคกันในสายตาของพระผู้เป็นเจ้า จริงอยู่มนุษย์แบ่งออกเป็นเชื้อชาติ ฐานะ และอื่นๆ แต่ยิ่งมีฐานะสูงเท่าใด ความรับผิดชอบของมนุษย์ก็ยิ่งมีสูงมากขึ้นเท่านั้น ภาระหน้าที่ของข้าพเจ้านั้นมิได้มีเพียงเพื่อภราดรภาพของชาวอินเดียหรือเพียงเพื่อเสรีภาพของอินเดีย แม้ว่าทุกวันนี้ภาระหน้าที่สองประการนี้จะดึงดูดกำลังใจกำลังกายของข้าพเจ้าไปแทบจะหมดก็ตาม

 ข้าพเจ้าตั้งความหวังไว้ว่า ด้วยการปฏิบัติภาระหน้าที่ที่จะให้อินเดียมีความเป็นไทแก่ตัวเองเสียก่อนแล้วข้าพเจ้าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่อันเกี่ยวกับภราดรภาพของ มนุษย์ได้ความรักชาติของข้าพเจ้ามิได้มีขอบเขตอยู่ในวงอันจำกัดข้าพเจ้ารักมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา ข้าพเจ้าชิงชังความรักชาติชนิดที่เอาเปรียบหรือสร้างความทุกข์ยากให้แก่ชาติอื่น ความรักชาติตามความเข้าใจของข้าพเจ้านั้นจะต้องสอดคล้องกับสวัสดิภาพ ของมนุษย์เสมอและไม่มีข้อยกเว้นไม่แต่เท่านี้เท่านั้น ศาสนาที่ข้าพเจ้านับถือซึ่งเป็นที่มาแห่งความรักชาติของข้าพเจ้า ยังครอบคลุมวิถีทางอันประเสริฐนั้นได้แก่การเป็นมิตรกับโลกและถือว่ามนุษย์ทั้งผองเป็นพี่น้องกัน
ผู้ใดที่แบ่งแยกในเรื่องการนับถือศาสนาผู้นั้นเป็นผู้ที่ให้การศึกษาที่ผิดแก่สมาชิกในครอบครัว และเป็นผู้ที่สร้างความร้าวฉานและความไม่มีศาสนาให้เกิดขึ้น ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่และขอตายเพื่อเสรีภาพของอินเดีย

 เพราะนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสัตย์
อินเดียที่เป็นอิสสระเสรีเท่านั้นที่จะบูชากราบไหว้พระเจ้าที่แท้จริงได้ ข้าพเจ้าทำงานเพื่อเสรีภาพของอินเดีย เพราะสัญชาติญาณสอนข้าพเจ้าว่าในฐานะที่เกิดในอินเดียและมีวัฒนธรรม เป็นอินเดีย ข้าพเจ้าเหมาะสมที่สุดที่จะรับใช้อินเดีย และอินเดียก็มีสิทธิเรียกร้องการรับใช้จากข้าพเจ้าก่อนประเทศอื่น แต่ความรักชาติของข้าพเจ้าไม่แต่ไม่มุ่งร้ายต่อประเทศอื่นเท่านั้น หากยังมุ่งดีต่อทุกประเทศ ในความหมายอันแท้จริงอีกด้วย เสรีภาพของอินเดียในทัศนะของ ข้าพเจ้านั้นไม่มีทางที่จะเป็นพิษเป็นภัยต่อโลก หรือประเทศอื่นใดโดยเด็ดขาด   เราต้องการให้ประเทศของเราเป็นอิสสระ แต่ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบหรือขูดรีดผู้อื่นหรือด้วยการสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอื่น

 ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้อินเดียเป็นอิสระ หากความเป็นอิสสระของอินเดียหมายถึงอังกฤษและชาวอังกฤษหายสาบสูญไปจากโลกข้าพเจ้าต้องการให้อินเดียเป็นอิสสระ เพื่อประเทศอื่นจะได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากประเทศของข้าพเจ้า และเพื่อทรัพยากรของอินเดียจะได้เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ ลัทธิชาตินิยมในปัจจุบันสอนเราว่า บุคคลจะต้องตายเพื่อครอบครัว ครอบครัวจะต้องตายเพื่อหมู่บ้าน หมู่บ้านจะต้องตายเพื่ออำเภอ อำเภอเพื่อจังหวัด และจังหวัดเพื่อประเทศ นี้ฉันใดประเทศจะต้องเป็นอิสสระ และหากจำเป็น ก็จะต้องตายเพื่อประโยชน์ของโลก ฉันนั้น

 เพราะฉะนั้น ความรักชาติหรือความเข้าใจในเรื่องความรักชาติของข้าพเจ้า จึงมีความหมายว่า ประเทศชาติควรจะเป็นอิสสระ และหากจำเป็นก็ควรจะตายได้เพื่อมนุษย์ชาติจะได้มีชีวิตอยู่ ความรักชาติของข้าพเจ้าไม่มีที่ว่างที่จะให้ความรังเกียจเชื้อชาติปะปนอยู่ด้วยได้ ขอให้ความรักชาติของเราเป็นดั่งที่ว่ามานี้ไม่มีขอบเขตจำกัดในการให้บริการแก่เพื่อนบ้านของเรา ซึ่งอยู่นอกพรมแดนที่ทางการของรัฐได้กำหนดกันไว้ พระผู้เป็นเจ้ามิได้เคยทรงร้างพรมแดนเหล่านี้

            สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ความรักชาติมีความหมายเช่นเดียวกับความมีมนุษยธรรม ข้าพเจ้ามีความรักชาติเพราะข้าพเจ้าเป็นมนุษย์และมีความเป็นมนุษย์ แต่ความรักชาติของข้าพเจ้าไม่มีความจำกัดจำเพาะ ข้าพเจ้าจะไม่ก่อความเสียหายแก่อังกฤษ หรือเยอรมันเพื่อประโยชน์ของอินเดีย ลัทธิจักรวรรดินิยมไม่มีที่พักพิงในโครงการชีวิตของข้าพเจ้า กฎของผู้รักชาติไม่มีอะไรแตกต่างจากกฎของสังฆราช ผู้รักชาติจะไม่ใช่ผู้รักชาติอย่างสมบูรณ์หากขาดมนุษยธรรม กฎของการเมืองไม่มีอะไรขัดแย้งกับกฎของบุคคลการไม่ร่วมมือของเรานั้นมิใช่เราไม่ร่วมมือกับชาวอังกฤษ หรือชาวตะวันตก หากแต่เราไม่ร่วมมือกับระบอบของชาวอังกฤษ เราไม่ร่วมมือกับอารยธรรมวัตถุนิยม เราไม่ร่วมมือกับความโลภ และการเอารัดเอาเปรียบการไม่ร่วมมือของเราเป็นการปฏิเสธที่จะทำงานกับนักปกครองอังกฤษ  ตามเงื่อนไขที่เขาได้สร้างขึ้นไว้ เราบอกกับนักปกครองของอังกฤษว่ามา มาร่วมงานกับเราตามเงื่อนไขของเราเถิดแล้วผลดีจะเกิดแก่เราแก่ท่านและแก่โลก เป็นส่วนรวม

 เราจะไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจของเรา คนที่กำลังจะจมน้าตายจะไปช่วยผู้อื่นได้อย่างไร เราต้องช่วยตัวเราเองก่อนถึงจะช่วยผู้อื่นได้ ชาตินิยมของอินเดียไม่ใช่ชาตินิยมที่คับแคบ จำกัดจำเพาะ และต้องไม่ใช่ชาตินิยมที่รุกรานหรือสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น ชาตินิยมของอินเดียต้อง เป็นไปในลักษณะที่สร้างพลานามัย มีคุณธรรมของศาสนา และโดยเหตุที่มีศาสนาจึงมีมนุษยธรรม อินเดียจะต้องเรียนเพื่อมีชีวิตอยู่ ก่อนที่อินเดียจะตายเพื่อมนุษยชาติได้

            ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้อังกฤษเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หรือถูกหลู่เกียรติ ข้าพเจ้าจะรู้สึกเสียใจที่จะได้เห็นโบสถ์ เซ็นต์ปอล ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับที่จะได้เห็นโบสถ์ กาศี วิศวนาถ และสุเหร่า ยุมา ได้รับความเสียหาย ข้าพเจ้าพร้อมที่จะปกป้องโบสถ์ กาศี วิสวนาถ สุเหร่า ยุมา และโบสถ์ เซนต์ปอล ด้วยชีวิตของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าจะไม่ยอมทำลายชีวิตใดชีวิตหนึ่ง เพื่อปกป้องศาสนสถานเหล่านี้ นี่คือความแตกต่างขั้นมูลฐาน   ระหว่างข้าพเจ้ากับชาวอังกฤษ อย่างไรก็ตาม จิตใจข้าพเจ้าอยู่ข้างชาวอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ขอชาวอังกฤษชาเมริกัน และใครก็ตามที่ได้ยินเสียงข้าพเจ้า โปรดอย่าได้มีความแคลงใจเลย ทั้งนี้มิใช่เป็นเพราะข้าพเจ้ารักชาวอังกฤษ และเกลียดชาวเยอรมัน ข้าพเจ้าไม่คิดว่าในฐานะที่เป็นประชาชาติหนึ่งชาวเยอรมันหรือชาวอิตาลีจะเลวไปกว่าชาวอังกฤษ

 เราทั้งหลายต่างก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาเหมือนๆกัน และเราทั้งต่างก็เป็นสมาชิกของครอบครัวมนุษย์อันกว้างใหญ่ไพศาล ข้าพเจ้าจะไม่ขอแบ่งแยก ข้าพเจ้าไม่เคยอวดอ้างคุณวิเศษของชาวอินเดีย ซึ่งก็มีทั้งคุณธรรมและความเลวร้าย เหมือนมนุษย์ชาติอื่นๆ ทั่วไป มนุษยชาติมิได้แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกันมนุษย์อาจจะอยู่ในเคหสถานบ้านเรือนห่างไกลกัน แต่มนุษย์ก็มีความสัมพันธ์กันข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่า

" ขอให้อินเดียเป็นสุข ๆเถิด โลกจะเป็นอย่างไรก็ช่าง !"         
ข้าพเจ้าจะไม่พูดเช่นนี้เป็นอันขาด หากจะขอพูดว่า
"ขอให้อินเดียเป็นสุขๆ เถิด และขอให้โลกเป็นสุขด้วย"


            อินเดียจะยืนยงและมีความเป็นไทอยู่ได้ก็ต่อเมื่อ อินเดียมีความรักใคร่และเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทั้งนี้มิใช่เฉพาะเพื่อนมนุษย์ที่อาศัยอยู่ ณ จุดเล็กๆ บนพื้นโลกที่มีชื่อเรียกว่าอินเดีย อินเดียอาจจะเป็นประเทศที่ใหญ่ในเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับประเทศที่เล็กกว่า แต่ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล หรือในสากลจักรวาล อินเดียเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียวเท่านั้นการไม่เชื่อว่าโลกจะมีสันติภาพถาวรได้ คือการไม่เชื่อว่ามนุษย์มีคุณธรรม ความดีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์เอง ตราบจนเท่าทุกวันนี้การที่โลกยังไม่สามารถมีสันติภาพถาวรได้นั้น เป็นเพราะมนุษย์ผู้พยายามสร้างสันติภาพทั้งหลายขาดความจริงใจต่อกัน มนุษย์ยังไม่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ การผสมทางเคมีโดยขาดความสมบูรณ์ทางสูตรจะไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพฉันใด การสร้างสันติภาพโดนขาดเงื่อนไขอันสมบูรณ์ก็จะไม่ประสบความสำเร็จฉันนั้น

 หากผู้นำของประเทศมหาอำนาจผู้กุมกลไกแห่งการทำลายล้าง จะตระหนักถึงอำนาจอันประลัยของกลไกเหล่านั้น  แล้วเลิกใช้มันโดยเด็ดขาด สันติภาพอันถาวรก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้ แต่สภาพเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่ประเทศมหาอำนาจไม่ยอมละทิ้ง แผนการจักรวรรดินิยม และไม่ยอมเลิกแข่งขันการทำลายวิญญาณของตนเอง ด้วยการสร้างความต้องการให้มากขึ้น แล้วพยายามหาวัตถุตอบสนองความต้องการนั้นๆ ให้มากขึ้นเรื่อยๆข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ลัทธิอหิงสาสามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้ในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ ข้าพเจ้าทราบดีว่า อาจจะเป็นการหมิ่นเหม่สักหน่อยที่จะอ้างถึงสงครามที่ผ่านมา แต่ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น ในทัศนะของข้าพเจ้าสงครามโลกที่ผ่านมา เป็นการขยายอำนาจบาตรใหญ่ของคู่สงคราม ทั้งสองฝ่ายทำสงครามเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์อันจะได้จากประเทศที่อ่อนแอ

 การช่วงชิงผลประโยชน์นี้มีชื่อเรียกกันโก้ๆ ว่าการค้าสากล ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า หากโลกไม่ด้องการฆ่าตนเอง โลกจะต้องตกลงเรื่องการลดกำลังรบกันให้ได้ และในการนี้ จะต้องไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่ง ยอมเสี่ยงอันตรายด้วยการลดกำลังรบของตนเองก่อน หากโชคดีเป็นไปได้ดังกล่าว การกระทำเพื่อก่อให้เกิดคนดี

            ภาพของประเทศนั้น จะเป็นเครื่องทำลายความกินแหนงแคลงใจของประเทศตรงกันข้าม และจะช่วยกระตุ้นให้ประเทศอื่นปฏิบัติตาม สันติภาพซึ่งโลกใฝ่ฝันปรารถนาจะเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีนี้ระเทศที่ปฏิบัติได้เช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่า ได้กระทำสิ่งที่ถูกต้อง และได้เสียสละเป็นอย่างสูง ทั้งนี้เพื่อสันติสุขของประเทศนั้นเองและของประเทศอื่นเป็นการแน่นอนที่สุดว่า หากโลกไม่ยุติการแข่งขันสร้างอาวุธ ซึ่งกำลังกระทำอยู่อย่างบ้าคลั่งในทุกวันนี้แล้วไซร้ ความพินาศหายนะชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย จะต้องอุบัติขึ้นในโลกอย่างแน่แท้ ผู้ที่มีชีวิตรอดมาได้ในฐานะฝ่ายชนะ จะมีชีวิตอยู่อย่างซังกะตาย ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า นอกจากอหิงสาอันได้แก่วิธีแห่งสันติเท่านั้นที่จะนำมนุษยชาติไปสู่สันติได้หากไม่มีความโลภ การสร้างอาวุธก็จะไม่มี หลักการของอหิงสา ไม่ยอมให้มีการเอารัดเอาเปรียบ ขูดรีดใดๆทั้งสิ้น เมื่อใดที่การขูดรีด เมื่อนั้นจะเกิดความรู้สึกว่าอาวุธยุทธสัมภาระเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น การลดอาวุธอันแท้จริงจะไม่เกิดขึ้น ตราบใดที่ประเทศชาติไม่เลิกการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบกัน
            ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ หากโลกนี้ปราศจากความรักใคร่ และความเมตตาเหมือนครอบครัวเดียวกัน”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย RITTICHAI
-http://www.gotoknow.org/posts/243245


~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham