ผู้เขียน หัวข้อ: ชื่อว่า อัน.. ทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว  (อ่าน 1521 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 29.0.1547.76 Chrome 29.0.1547.76
    • ดูรายละเอียด
    • Awards



บุตรคนใด..ยังมารดาบิดา ผู้ไม่มีศรัทธา..
ให้สมาทานตั้งมั่น ในศรัทธาสัมปทา

ยังมารดาบิดา ผู้ทุศีล..
ให้สมาทานตั้งมั่น..ในศีลสัมปทา

ยังมารดาบิดา ผู้มีความตระหนี่...
ให้สมาทานตั้งมั่น..ในจาคสัมปทา

ยังมารดาบิดา ผู้ทรามปัญญา...
ให้สมาทานตั้งมั่น..ในปัญญาสัมปทา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล
การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่า..อันบุตรนั้นทำแล้ว
และทำตอบแทนแล้ว..แก่มารดาบิดา.

พระสุตตันตปิฎก เอกนิบาต-ทุกนิบาต
เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 357


>>> F/B วัดป่ามหาชัย นครพนม


การตอบแทนคุณมารดาบิดาอย่างสูงสุด
ภิกษุ ท. ! เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่าย
แก่ท่านทั้งสอง. ท่านทั้งสอง คือใคร ?
คือ มารดา ๑ บิดา ๑
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วย
บ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามี
อายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้งสองนั้น
ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และ

ท่านทั้งสองนั้น พึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขา
นั่นแหละ. ภิกษุ ท.! การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่า
อันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาใน
ราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ
๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่า
อันบุตรทำแล้ว หรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?

เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย
ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา
ให้สมาทานตั้งมั่นในสัทธาสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา)
ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล
ให้สมาทานตั้งมั่นในสีลสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยศีล)
ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่
ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค)
ยังมารดาบิดาทรามปัญญา
ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยปัญญา)
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำ
อย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว
แก่มารดา บิดา.

>>> F/B พระพุทธเจ้า
18 พฤษภาคม 2013
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 01:54:02 pm โดย ฐิตา, เหตุผล: +ข้อธรรมค่ะ »



ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 36.0.1985.125 Chrome 36.0.1985.125
    • ดูรายละเอียด
    • Awards

 
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่น
การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่า
อันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ
อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรัตนะ ๗ ประการมากหลายนี้
การกระทำกิจอย่างนั้น
ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย"

"ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย"

"ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่น
ในศรัทธาสัมปทา ยังมารดา บิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา
ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้น
ย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ"

Ekarach Sriboonma originally shared to
(((( แดนพุทธธรรม )))) (พระพุทธวจนะ):
**************************



บุตรมีกี่ประเภท ?
ตอบ = ในพระพุทธศาสนาแบ่งบุตรเป็น 3 ประเภท คือ

1. อภิชาติบุตร หมายถึง ลูกที่มีความเป็นเยี่ยม มีความรู้ มีคุณธรรม มีความสามารถ สูงกว่า ยิ่งกว่าพ่อแม่ เรียกว่าเป็นดี1ประเภท1 เป็นที่เชิดหน้าชูตา พ่อแม่ และสังคม

2. อนุชาติบุตร หมายถึงลูกที่มีฐานะ เสมอพ่อแม่ ทั้งความรู้ คุณธรรม ความสามารถ ไม่ดีไปกว่า หรือไม่ต่ำไปกว่าพ่อแม่

3.อวชาติบุตร หมายถึงลูกที่มีฐานะต่ำไปกว่าพ่อแม่ ทั้งความรู้ คุณธรรม และความสามารถ ทำได้ไม่ถึงพ่อแม่

ในคติธรรมสำนวนไทยโบราณ แบ่งลูกออกเป็น 6 ประเภท คือ

1.ลูกแก้ว.... หมายถึงลูกที่เป็นแก้วสารพัดนึกของพ่อแม่ มีความดีพร้อมไปทุกอย่าง มีความรู้ ความประพฤติดีงาม ขยันขันแข็ง แบ่งเบาภาระ พ่อแม่ปรารถนาสิ่งใดก็ สรรหามาให้ทุกอย่าง ใครได้ลูกประเภทนี้ถือเป็นบุญ

2.ลูกค้ำ......หมายถึงลูกที่เกิดมาเพื่อค้ำจุนอุดหนุนพ่อแม่ ช่วยเหรือการงานฐานะครอบครัวแบ่งเบาภาระต่างๆ เป็นเสาหลักของครอบครัวทำให้พ่อแม่สบายใจ

3.ลูกคูณ......หมายถึงลูกที่มีความประพฤติดีงาม มีศีลมีธรรม คอยดูแลพ่อแม่ ชักนำให้พ่อแม่ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ภาวนา

4.ลูกลอก.....หมายถึงลูกที่คอยปอกลอกพ่อแม่ ใช้เงินเก่ง ทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่หามาได้ก็ถูกลูกประเภทนี้คอยล้างผลาญ

5.ลูกลาก......หมายถึงลูกที่ประพฤติตัวเสียหาย มีนิสัยนักเลงอันธพาล หรือประกอบกรรมทำชั่วอยู่ประจำ พ่อแม่ไม่เคยขึ้นโรงขึ้นศาล ไปคุก ไปตะราง ก็ถูกลูกประเภทนี้คอยลากขึ้นโรงขึ้นศาล ไปคุก ไปตะราง

6.ลูกเลิก.......หมายถึงลูกที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เอาแต่ใจตนเอง เมื่อไม่ถูกใจตนเอง ก็จะบอกเลิก ตัดพ่อตัดแม่ หรือหนีออกจากบ้านไปไม่ดูแลพ่อแม่

ลูกที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่ที่การอบรม ดูแล สั่งสอน คงไม่มีใครที่ไม่อยากได้ลูกดี แต่บางครั้ง ทุกอย่างก็ใช่ว่าจะได้ดั่งใจ จึงต้องทำใจ อดทนแนะนำสั่งสอนกันไป

>>> F/B รูปนาม ขันธ์ห้า
12 สิงหาคม 2557
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 02, 2014, 07:16:50 pm โดย ฐิตา, เหตุผล: jpg+ข้อธรรมค่ะ »

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham