ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่ออิตั้วเจ้นู๋บี หลอย เทคนิคPDCA มาประยุกต์ใช้กับ สัมมัปปธาน4!  (อ่าน 4954 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 11.0 Firefox 11.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards

คืนนี้ ขึ้นเวรบ่าย นั่งเชคเรทติ้ง ที่ บล็อกสุมหัวนินทาชาวบ้า กะลังจะหลอกกินตับ อิอ่อน อยู่ดี ๆ
จู่ ๆ เก๊าะมี จิ้งจกตุ๊กแก มา สาระแน ถามไถ่ อ่ะคร้าาาาาาาาาา ประมาณว่า...


อ้างถึง

ตกลง สัมมัปธาน ที่ นู๋บี ยึดถือมันมีความหมายว่ายังไง
ไปก๊อปเอามาจากเว็ปไหน หรือเห็น เองตามที่พิจารณา วานบอก

เห็นกล่าวถึงบ่อยจัง

คงไม่เข้าหลัก
"The mind sees what it wants to see.."
( ใจเห็นอย่างที่มันต้องการให้เห็น)

หลอกนะ คิดดูก่อน

โดย: แค่รูป IP: 49.48.151.142 วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:09:49 น.




เก๊าะเลย งัดเอาตัวหนังสือที่เคยแพล่ม ไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้
มา นั่งยาง โชว์ชาวบ้านชาวช่อง เจ้าค่ะ หุหุ 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2013, 09:35:45 AM โดย บัวผ่อง »


.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2



ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 11.0 Firefox 11.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards
เมื่อ อิตั้วเจ้ นู๋บี  หลอย เทคนิค PDCA มาประยุกต์ใช้กับ สัมมัปปธาน 4 !




อ้าง จากคำถามในกระทู้ ไอ้เจ้า สับสน !

อ้างถึง

..สร้างเหตุ..เพราะเหตุคือบรรได..
   
..หมายถึง มีความเพียร ความเพียรคือบรรไดที่เราต้องใช้ปืนเข้าไปให้ถึงในบ้านเรา..ใครเพียรยังไงมั่งครับ..ระวัง หากจะเป็นความเพียรที่สูญป่าวนะครับ

ที่มา

http://board.palungjit.org/f4/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94-504264.html







คำตอบของ อิตั้วเจ้นู๋บี

อืม...ชั้นใช้การ "ดูจิต" นำร่อง แล้วตาม ด้วย สัมมัปธาน 4 ว่ะ
ประมาณ เทคนิคการบริหารแบบ PDCA  ( Plan-Do-Check-Act ) ล่ะมั้ง

ก็เอาไว้ใช้ เวลา ทวนศีล ทวนจิต เพื่อปรับ สมดุลใจ นั่นแหล่ะ
ซึ่งเท่าที่ เชค ๆ ดู ดุลยภาพในชีวิต ก็เป็นปกติสุขดี
และเมื่อมีความทุกขังกาละมัง ก็ มีสติ สตางค์
และ มีกำลังใจในการบริหารจัดการความทุกข์
ที่มันบุกรุก เข้ามา สร้างปัญหาชัวิต ให้อิฉัน เสมอนะ
ถึงไม่ได้ นับถือศาสนา ก็มีชีวิตชีวาลั้ลลา ตาม อัตภาพ คร้าาา อิอิ
งี้เรียกว่า เพียร ได้ถูกท่า อ๊ะปล่าววววววววววว ?







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2013, 09:38:35 AM โดย บัวผ่อง »
.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2



ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 11.0 Firefox 11.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards
เอ้า อันนี้ แถม เคยถกกับชาวบ้านที่ พันติ๊ปไว้ อิอิ





อ้างถึง


ความคิดเห็นที่ 19-1

canto_z ว่า

ธัมมาก็ธัมมาเอ้า

สัมมัปปธาน 4 สำหรับผม มันเป็นกระบวนการรีเช็คตัวเอง ให้ alert คอยระวังเรื่อยๆ
ถ้าแค่ศีล 5 ไม่ต้องใช้สัมมัปปธานก็ได้ เพราะไอ้ศีลข้อที่มันขาดก็ยังไม่ได้แก้ให้หายขาด
ไอ้ที่ไม่ขาด มันก็ไม่ขาดจนเป็นธรรมชาติในตัวอยู่แล้ว เลยไม่ได้ใช้




นู๋บี ตอบ

อืม...ถึงจะเป็น อิพวก มืดมา แต่ พยามจะตะเกียกตะกาย ให้ สว่างไป
เหมือน  ๆ กับไอ้โซ๊ยตี๋โฮฮับ อดีตกิ๊กนอกกฏหมาย ของอิฉัน
แต่ ขอบอกว่า AQ (Adversity Quotient) ของคุณโหล่ยโท่ย มากกว่า ไอ้โซ๊ยตี๋ แยะเลยว่ะ


ถามจริง ไอ้ที่ แบกศีล 5 เอาไว้บนหัวมา หลายปีนั้นน่ะ
เคยเกิดอาการ ศีลกระตุก หรือ รู้สึก ไม่ดี เวลาที่ต้องก้าวล่วงศีล 5 บ้างหรือไม่ ?
แล้ว ไอ้ ศีลข้อที่ ขาดแล้วขาดอีก อาทิเช่น ไอ้เรื่องโปรแกรมเถื่อน นั้นน่ะ
เคย ยอมเปิดใจค้นหารากเหง้าของการกระทำ ดูบ้าง หรือไม่ ว่ามันเกิด เพราะ อะไร ?
จะบอกให้นะ ที่ ภูมิศีลภูมธรรมของ อิฉัน มันสูงกว่าคุณ จนเทียบไม่ติด น่ะ
ก็เพราะว่า อิฉัน ใช้ สัมมัปทาน 4 มาช่วย เป็น ออปชั่นเสริม ในการ รักษาศีล ว่ะ เอิ๊ก ๆ

เอ้า เอามาฝากว่ะ 555






อ้างคุณนายเน่า
----------------------------------
อย่างคุณนายเน่า ดูทุกขเวทนาไม่ไหว อิอิ
แต่พอมีประสบการณ์เรืองเรื่องดูสุขเวทนา
ถ้าลืมตัวขาดสติลืมดูใจตัวเองนะมันก็อินไปเวทนาสุข
แต่ถ้ามีสติทันได้เห็นเวทนาสุขเห็นชอบใจได้ทันมันกลับ
หลังหันเลยนะ เวทนาอารมณ์มันหดหายไปเลยแล้วใจมัน
จะนิ่งๆไม่ฟูไม่ลอย มันเป็นความสุขอีกแบบไม่เหมือน
อร่อยในเวทนา แต่มันเป็นสบายๆชิลด์ๆแทนมันบอกไม่ถูก
แต่ชอบตกม้าตายดูชอตสบายไม่ทันมันเลยไม่รู้ต่อเนื่อง
ชม.บินยังไม่ได้ที่ อ่อนซ้อม ไปหน่อย อิอิ ไม่รู้ว่าถูกรึเป่านะ
ก็รู้มาแค่นี้ อธิบายถูกไหมก็ไม่รู้ เข้าใจถูไหมก็ไม่รู้อีก
แค่ทำตามสัญชาติญาณ ง่ะ
-------------------------------


นู๋บี ตอบ

อันนี้คล้าย ๆ กัน เพียงแต่เด๋วนี้
อิฉัน ดูสภาวะของจิตโดยดูจาก
ความไม่สมดุลย์ของสภาวะจิตมากกว่านะ
ดูทั้งสุข และทุกข์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ฯลฯ
ประมาณ เด็กอยากลู้อยากเห็นง่ะ
มีไร มาให้ดู ตูดูโม๊ดดดดดด
ส่วนใหญ่จะใช้สัญชาติญาณ ( ความรู้สึก ) ที่เกิด
มาตัดสิน ทุก ๆ กรรมที่ทำ ลงไปอ่ะ


ถ้าเริ่มเห็น อัตตา โผล่หางมาแว๊บ ๆ
แล้วลู้สึกว่า ดุลยภาพของจิตมันแกว่งเมื่อไร
เจ้หิฯ ผจก.ส่วนตัวจะเริ่มมาสะกิด แระอ่า
ตามด้วยคำเทศนาอีก 1 กัณฐ์ งิงิ



ปกติ ไม่ได้ เบิ่งจิตเฉย ๆ ง่ะ
เด๋วนี้ จะ ทวนจิตด้วย
หมายถึง เอา สารพัดกรรมทั้ง 3 ของตัวเอง
( กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม )
มาทบทวนเพื่อหารากเหง้าแห่งการกระทำ
พร้อมกับพยามละลาย พฤติกรรม
เพื่อ ปรับเปลี่ยน อนุสัย ง่ะ


ทำมาได้หลายปีแระ
ลู้สึกว่า มีการพัฒนา
คุณภาพจิตแยะเหมือนกันนะ
ตอนนี้ เริ่มเน้น ไปที่ จิตนุปัสนา
และ ธรรมมานุปัสนา แระ
แต่ ยังเตาะแตะอยู่

ส่วนใหญ่ ฝึกตอนที่ทวนจิตทวนศีลอ่ะ
ระลึกเอาสังขารขันธ์ เก่า ๆ ในอดีต
ที่เคยเกิดก๊ะเรามาพิณา การเกิดดับของสภาวะจิต
และ พยามสังเกต ความเป็น ตถตาของมัน

ยังคิดเป็น ไดอะล็อค เอาไว้สอนตะวเอง
ตอนทวนจิตเล๊ย ประมาณ ว่า



"สภาวะจิต มันก็เป็นงี้แหละ
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป


เปลี่ยนแปลงได้ และไม่เที่ยง
มันก็เป็นเช่นนั้นเอง
และในเมื่อ มันไม่เที่ยง เยี่ยงนี้
ควรหรือ ที่ จะยึดถือไว้เป็นอารมณ์ "



ซึ่งพอทำต่อเนื่องเป็น อาจิณกรรมบ่อย ๆ
จิตมันก็เริ่มซึมซับ วงจรของ สภาวะจิตมั้ง
เวลาจิตมันเสวยอรมณ์ต่าง ๆ
เรยมักจะยั้ง ๆ ไว้ ไม่สวาปามจนเต็มตีน แหะ ๆ
แต่ ก็ทำได้มั่ง ไม่ได้มั่งแหล่ะ ตามอัตภาพ
ในส่วนของการเจริญสติ เกิด ธรรมานุปัสนา
ในชีวิตประจำวันเนี่ย ณ ปัจจุบันขณะ เนี่ย
นาน ๆ จะ เกิดสักครั้งนะ เท่าที่เจอ ไม่ถึง สิบครั้งหรอก


ปอลิง

อืม...ถ้าคุณนายเน่า มี ยัยแม่มด ก๊ะนางซิน เป็นคู่ปรับกัน
นู๋บีก็มี คิตตี้ ก๊ะ การ์ฟิล เป็นปืนเกลียวกันเหมือนกันน่ะ งิงิ



โดย: คุณป้าบัวแพล่มมมมมมมมมมม IP: 222.123.174.225 วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:03:42 น.     


เออ เจ้ เวลา ถือศีล นาน ๆ
เจ้ มีอาการ แบบ อิฉัน ป่ะ
ไม่ลู้เป็นไง เด๋วนี้ นังผจก.ส่วนตัว (คุณนายหิฯ )
มันชักจะเสียมารยาทใหญ่แร้ว เจ้
ริอ่านมาขุดคุ้ยฟามระย้ำ ในอดีตของนู๋บี มาตีแผ่
แร้วมาบังคับกะเกณฑ์ ให้ เราไปตามล้างตามเช็ด
ไปสะสางหนี้กรรมในอดีตกาลอีกด้วย


ช่วงนี้มันก็สังคยานา ศีล ข้อ 2 ใหญ่เรย
บังคับให้ใช้คืนเจ้าหนี้ ทั้งต้นทั้งดอก
ยิบ ๆ ย่อย ๆ ซะจน ข้อยละเบื่อ


อาทิเช่น

ให้แม่ยืมเสื้อผ้าใส่ ตอนแม่มาเยี่ยมที่บ้าน
แล้วมักง่ายเอาเสื้อผ้าที่แม่ใส่โยนลงตะกร้าส่งซัก
เพราะขี้เกียจซักเอง เจ้หิก็ไม่ยอมผ่อนปรน
บอกว่า นู๋บีต้องอาบัติปราชิก ผิดศีลข้อ 2
เนื่องจาก ตอนตกลงกับคนซักผ้าตกลงว่า
ให้ซักเฉพาะเสื้อผ้าที่เราใส่ ถึงจะเลือกโปรโมชั่น
จ่ายค่าซักแบบไม่จำกัดจำนวนชิ้นก็เหอะ
จะไปเอาเสื้อที่เธอว์ให้แม่ยืมใส่ มาปนไม่ได้นะเออ


นี่ก็เรย ต้อง เขียน จม.น้อย สารภาพบาป
พร้อม แนบ เงินชดใช้ + ดอกเบี้ย เพิ่มให้เขา
แบบขาดทุนป่นปี้ เฮ้อออ เอาไปปน แค่ไม่กี่ชิ้น ไม่กี่ครั้งเอง
ต้องจ่ายเพิ่มให้เขา เกินครึ่ง ของค่าจ้างซักผ้าต่อเดือนอีก
แถมยัง เขียนบอก ในโน้ตน้อยสัญญาก๊ะคนซักผ้าอีก
ว่า ต่อ ไปจะพยามระวัง ไม่เอา เสื้อผ้าพวกนี้ไปส่งซักแระ
ช่วยรับเงินนนี้ด้วย อิฉันจะได้ถือศีลปฏิบัติธรรม อย่างสบายใจ


ตลกดี ไม่ลู้ว่า พี่คนซักผ้า อ่านแร้วจะทะแม้ง ๆ ไหม
เฮ้อออ พี่แกจะว่า ตูบ้า ไหมเนี่ย
เสียเงินเนี่ยไม่เท่าไรนะ แต่มันเสียหน้า เสียลุคส์ ง่ะ
กว่าจะรวบรวมกำลังใจ ปลอบเจ้าอัตตาในตัว
แล้วลุกขึ้นมาทำทำเรื่องนี้ได้นี่ก็ทำใจหลายวันเหมือนกันนะ


นี่ นังคุณนายหิ ฯ มัน ไม่ได้ พอแค่นี้นะเจ้
ช่วงนี้ มันเริ่ม สะกิดอีกแระ ว่า
นี่ ๆ ยัยนู๋บี จำเรื่องที่เธอว์ เป็นคนดูต้นทาง
ให้พี่ ๆ ข้างบ้านไปขโมยปากกาที่ โรงเรียนได้ป่ะ
ว่าง ๆ อย่าลืมตามไปบริจาคเงินคืนโรงเรียน
เพื่อเป็นการชดใช้ด้วยนะยะ


อ้อ แร้วก็เรื่องที่เธอว์ทำอุปกรณ์ทำแลปแตก สมัยอยู่มหาลัยด้วย
ไอ้ที่เธอว์บริจาคชดใช้คราวก่อนเนี่ย เธอว์จำราคาผิดนะจ๊ะ
มันมากกว่านั้น แร้วไอ้ที่เธอว์ บริจาคเนี่ย
มันยังไม่ถึง 2 เท่า ของราคามันเรย
กรุณาหาโอกาสไปบริจาคเพิ่มด้วย
จำไว้นะ หนี้กรรมต่าง ๆ มันต้องมีดอกเบี้ย
เคยติดค้างใครไว้ เวลาจะใช้คืน
ต้องให้เขา อย่างน้อย สองเท่า ขึ้นไปนะยะ ฯลฯ




เฮ้ออออ ซวยเจง ๆ มะลู้จะกระเป๋าฉีก ไหมเนี่ยตู
อุส่าห์ ฝังกลับซะมิดจนลืมไปแระ
ยังทะลึ่งขุดคุ้ยมาให้รับลู้อี๊กพอลู้แร้ว
จะแกล้งทำไม่ลู้ไม่ชี้ ก็กระไรอยู่
ผิดกฏมณเฑียรบาลนักปฏิบัติอีกแระ ทำมิได้
ไม่งั้นมันค้าง ๆ คา ๆ อยู่ในหัว
ไม่สงบสุข ไม่มีสมาธิ ในการปฏิบัติ ง่ะ
มันจะตามผุดขึ้นมาง้องแง้งเป็นระยะ


ก็ไม่ลู้ต้องตามล้างตามเช็ด
หนี้เวรหนี้กรรมอีกจนถึงเมื่อไรนะ
แต่ก็ดีเหมือนกัน นะ
จะได้ไม่คาราคาซังข้ามภพข้ามชาติ


จะได้ อยู่สบาย ตายสงบ
จากไปไม่ติดค้างใคร
แบบ ไอ้หลานแง่บมันมั่ง เอิ๊ก ๆ

.
   
       

โดย: ไม่ประสงค์จะออกนาม (แต่ประสงค์ จะเป็นลูกไป๊ ป๋าโจ อะจึ๋ย ๆ) IP: 117.47.91.145 วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:21:13:47 น.



เออ จิงดิ วันก่อนนึกครึ้ม อะไรก็ไม่รู้
ไปอ่านเจอ ข้อความที่ อิตา asoka โพสไว้
ในลานธรรมจก เรื่อง สัมมัปทาน ๔ น่ะ

---------------------------------------------------
สัมมัปทาน ๔
๑.ปหานปธาน บาปอกุศลเก่าๆที่เคยทำ เพียรละ
๒.สังวรปธาน บาปอกุศลใหม่ๆที่ยังไม่เกิด เพียรระวัง ไม่ให้เกิด
๓.อนุรักขนาปธาน กุศลเก่าๆที่เคยทำ เพียรรักษาและทำให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น
๔.ภาวนาปธาน กุศลใหม่ๆที่ยังไม่เกิด เพียรทำให้เกิด กุศลใหม่ในที่นี้หมายถึง มรรค ๔ มรรคยังไม่เคยเกิดขึ้นในใจเพียรทำให้เกิด

-----------------------------------------------------

น่าขำว่ะ  ใครเลยจะเชื่อมั่งวะ ว่า  คนอย่าง อิตั้วเจ้นู๋บี
ที่ไอ้ตี๋โฮฮับมัน การันตี ว่า เป็น ปูชะนียะวัตถุ ผู้ทรงภูมิ
เพิ่งจะมา รู้จักมักจี่ ว่า  อ้อ สัมมัปทาน ๔  มันเป็นงี้นี่เอง !
แบ่บว่า ก่อนหน้านี้ ได้ยินไอ้โซ๊ยตี๋ เทศนา
ถึงคำว่า สัมมัปทาน ๔  ให้ฟังเหมือนกันน่ะ
แต่ว่า มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แบบผ่านหูผ่านตา เฉย ๆ อ่ะ
ม่ะได้ สนใจคิดจะไปใช้ อากู๋เจาะลึก
หารายละเอียดเพิ่มเติม อะไร
จนมาบังเอิญ อ่านเจอ คราวนี้ แหล่ะ


รู้ป่ะ ความรู้สึกแรก ที่อ่าน เรื่องสัมมัปทาน ๔  นั้น
ชอบคอนเซ็ปต์ ของมันมากมายเรยนะ
ยังแอบชมพระพุทธเจ้าในใจ เล๊ย
ประมาณ ว่า  เออ เฮ้ยพระพุทธเจ้านี่ ก็เข้าท่าเหมือนกันแฮะ
ที่รู้จักคิดเรื่อง สัมมัปทาน ๔  นี้ขึ้นมา
มันช่างเป็นแผนการที่รัดกุม
ใช้ปิดเส้นทางไปนรกได้ทุกดอกส์เรยว่ะ


แถม พออ่านเรื่อง สัมมัปทาน ๔  จนจบ
จิตมันก็เกิดเสียงเอ็ดตะโร ในใจ อีกประมาณว่า
เออ เฮ้ย จะว่าไปแล้ว ไอ้เจ้า สัมมัปทาน ๔  ของพระพุทธเจ้าเนี่ย
มันช่างเหมือนกับ เทคนิก PDCA
ที่ตรูมักจะใช้เป็นแนวทางในการทวนศีลทวนจิต เรยว่ะ ?
ไม่น่าเชื่อเรยว่า จะใจตรงกัน ได้ขนาดนี้
ก็แปลกดี เหมือนกันวุ้ย อิอิ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2013, 09:36:32 AM โดย บัวผ่อง »
.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2



ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Firefox 11.0 Firefox 11.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards
อืม... วันนี้ไปแร่ด ที่เวบ ลานธรรมจกมา (โดน แบนอีกแระ ) :24:
แต่ไม่เป็นไร โคลนนิ่ง ตัวหนังสือ มาแปะไว้ ในนี้ ดีกว่า  :12:


ที่มา


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=47096&start=210


 :29: :29: :29:

อ้างถึง





โฮฮับ ว่า

เกริ่นนำก่อนเดี๋ยวจะงง  สมุฐานความเป็นมา  มันก็เป็นเรื่องของญาติธรรมท่านหนึ่ง
ที่เข้าไปสนทนาธรรมในเว็บแห่งหนึ่ง ที่ชื่อ "พาลถีบ"(ชื่อสมมุติ)   การสนทนาเป็นไปอย่างติดขัด
เป็นเพราะเว็บแห่งนั้น  เป็นไปในลักษณะไม่เอื้อต่อการสนทนา  ญาติธรรมท่านนั้นเห็นว่า
เว็บลานธรรมจักรนี้แหล่ะ  ที่เหมาะแก่การสนทนาธรรมที่ต่อเนื่องเป็นอย่างยิ่ง

และด้วยเหตุผลบางประการ (ก็จะอะไรซะอีก  ก็ไม่ถูกกับผู้ดูแล) 
จึงได้ไหว้วานให้ผมรับหน้าเสื่อต่อ   ผมไม่ปฏิเสธรับปากรับคำ

เอาเป็นว่า  ถ้าบุคคลท่านนั้นเข้ามาสนทนา  ก็ถือเสียว่า 
ผมเป็นบุคคลที่คุณมีเหตุกับเขาก็แล้วกัน.................




ป้านู๋บีว่า

ก่อนอื่น ป้าต้องขอ แสดงความเสียใจ กับ ชะตากรรม อันรันทด
ของ "ญาติธรรม " ผู้อาภัพ ของ จขกท. ด้วย นะ
ที่พาลถีบ ก็ไม่รัก ลานธรรมจก ก็ รังกียจ รังงอน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชาติก่อน ญาติธรรมคนนั้น
มันไปสร้างวิบาก เหยียบหางใครไว้ บ้าง
ชาตินี้ถึงได้พบ เผชิญกับ วิบากกรรมซวยซ้ำซาก  อย่างงี้  s007


แต่จะว่าไป ในความโชคร้ายนั่น
มันก็มีความโชคดี หลงเหลืออยู่บ้างเหมือนกันน
เพราะอย่างน้อย ๆ ญาติธรรมคนนั้น ก็ยังโชคดี
ที่มี กัลยา ณ มิตร อย่าง จขกท. มาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลน่ะ
ป้าขอร่วม ชื่นชม มิตรภาพ ระหว่าง จขกท. กับ ญาติธรรม ท่านนั้น นะ  Kiss


และ ไหน ๆ อ่านในกระทู้นี้ แล้ว
ก็เห็น มีการ สนทนาธรรม ที่ พูดกันถึงเรื่อง ไตรลักษณ์ อยู่บ้าง
ป้าก็เลยนึกถึง เรื่อง ธรรมานุปัสนา
ที่เคย ถก กับ ทั่นท้าวประดู่กระปู๋กุด ( นามสมมุติ )
สมัย ที่ เคย ตั้งกระทู้อยู่ที่ พาลถีบ  นะจ้ะ


ตอนนั้น ป้าเล่าถึง ประสบการณ์ ในการปฏิบัติ ของตัวเอง
ว่าด้วยการเกิด อนิจจังลงใจ การเกิด ตถตาลงใจ
และ การสัมผัสได้ถึงไตรลักษณะ ที่ป้าประสบและพบเจอ
ให้ ไอ้ท้าวประดู่ฯมันฟัง แล้ว มันก็บอกว่า ป้า มั่วนิ่ม ว่ะ  s007


ดังนั้น หาก ไม่รบกวน ท่าน จขกท. จนเกินไป
จึงอยากจะ ขอความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง  ธรรมมานุปัสนา
จาก ท่าน จขกท. เป็น วิทยาทานสักหน่อย จะได้ไหม ?  tongue
(เขียนเล่าให้ฟัง ในกระทู้นี้เลยก็ได้ เพราะไง ป้าก็ มั่นใจว่า
ไอ้เจ้าท้าวประดู่ มันต้องเข้ามาในกระทู้นี้ อย่างแน่นอน )  Kiss


จะได้รู้กันเสียที ว่า ไอ้ธรรมมานุปัสนา ที่ป้าเคยเสวนาธรรม
เล่า ประสบการณ์ในการปฏิบัติ ของตัวเอง ให้มันฟังนั้น
มันเป็นเรื่อง ชัวร์ หรือ มั่นนิ่ม !  :b9:

จาก อาจารย์ป้า วาสิฏฐี... ไพรีเผ่น !




อ้างถึง

โฮฮับ ว่า

ป้าไม่อยากให้ใครรังเกียจ  ก็พูดภาษาที่มนุษย์โลกเขาใช้กันซิ 
ดันพูดภาษาดาวเคราะห์แคระ  ทางผู้ดูแลเว็บเขาก็นึกว่า  เอเลี่ยนส่งไวรัสเข้าเว็บเขา
เขากลัวเว็บล่ม ก็เลยแบนป้าตามสนธิสัญญานาซ่า

ตั้งใจดีๆคัดกรองคำพูด  ให้เหมือนแม่พลอยในสี่แผ่นดิน 
ป้าจะได้ดูดีเป็นผูู้ดีกับเขาบ้าง   ไม่แน่อาจได้ชนชั้นเป็นปูชนียบุคคลของที่นี่ :b32:




ป้านู๋บี ว่า

ชิส์ ทำมาเป็น สอน ไอ้เข้ว่ายน้ำ บอกให้ป้าทำตัวเป้น แม่พลอย
แล้วทำไม เอ็งไม่หัด ทำตัวเป็น คุณชายพุฒิภัทร ซะมั่งล่ะ
จะได้ขึ้นแท่นเป็น ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ กับเขามั่ง

แหม๊ ? ป้าก็เคยบอกเอ็งแระนิ ว่า
ตรู ไม่อยากเป็น ปู-ชะนี-ยะ-บุคคล
ตรูอยากเป็น นางในฝัน (ร้าย) ของผู้ชายทั้งโลก
ไม่ก็เป็น ลูก'ไป๊ ไอ้มหาแหวนทองเหลือง มากกว่า  :b19:


เนี่ย พูดแล้วจะหาว่าคุยนะ ขนาดพูดจาภาษาผีเน่างี้
ยังมี ไอ้หนุ่มหน้ามืด เห็นรัศมีความผุดผ่องเป็นยองใย
ยอมพลีกาย มาเป็น โลงผุ คอยรองรับน้ำเหลืองป้าเลยจร้าาาา
แล้วถ้า ขืนทะลึ่ง พูดจาเรียบร้อย เป็น แม่พลอย ใน 4 แผ่นดิน อ่ะนะ
เกิด มีหนุ่ม ๆ แถวนี้ มาหลงร้ากกก หัวปักหัวปำ ขึ้นมา จะทำยังไง ?
ตำแหน่ง กิ๊กนอกกฏหมาย ของใครบางคน อาจจะสั่นคลอน ได้นะจ๊ะ  wink


ว่าแต่ ถ้าป้าโดน "มือที่มองไม่เห็์น" อุ้มไปอิก
จะมี ไอ้หนุ่มแข็งนอกอ่อนใน ใจดีมาเป็น นอมินี ให้ ไหมน๊ออออ  Kiss
เอ ? หรือว่า มันจะโมโห ที่ป้าทำให้มัน ลงแดง ไม่ได้ตอบไม่ได้สวนกระทู้
จนต้อง เผาพริกเผาเกลือ แช่งล่ะหว่า ?  s006

 

อ้างถึง

โฮฮับ ว่า

ป้าอยากรู้อยากคุยอะไรก็เอาเลย  เอางี้เรียกคุณเกา 
เอ้ยไม่ใช่! คุณคันโทน่ามาร่วมด้วย  เอากันให้เลือดสาดเต็มห้องสนทนาธรรมกันไปเลย
:b32:




ป้านู๋บี ว่า

อืม...ระดับ อาจารย์ป้า เนี่ย แจ่ม กว่า อาจารย์อา เยอะนะจ๊ะ
ไม่จำเป็นต้อง ไป ยื้มจมูกใคร มาช่วยร่ายเพลงกระบี่คู่ประสานใจ
จนต้องโดน ไอ้ศิษย์ทรยศ มันร้อง จู่จุ๊กกรูคิดจะล้างครู หรอกนะ
แค่ ฝ่ามือเบญจพิษ อย่างเดียว ก็ เอาอยู่แล้วมั้ง  ฝ่ามือเดียวจอด
ไม่ต้องทำให้ ห้องสนทนาธรรม มัน เปรอะเปื้อน ด้วย :b4:
เอ ? จริง ๆ แค่ ไอ้เจ้าท้าวประดู่ ฯ มัน รู้ ว่า ป้าเป็นใคร ?
มันก็ไม่กล้ามาแหยมแล้วล่ะ คำว่า "แม่นางวาสิฏฐีไพรีเผ่น" เนี่ย
ป้าไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะจ๊ะ  ฝีมือล้วน ๆ  จร้าาาาา s004


เอาล่ะ พล่ามมานานแล้ว เข้าประเด็นเลยดีกว่า
ทำ ไก่หยอกหมา กับ ไอ้เด็กก้วยยี้มาก ๆ
เด๋ว อาจารย์ป้า จะโดนมัน โดดขย้ำคอหอย  s002

อ้อ เนื่องจาก โพสกระทู้เองทีไร
ก็มักจะเกิดอาถรรพณ์ กระทู้มันแสดงไตรลักษณ์ หายวับไปทู๊กที
ฉะนั้น ขอ นุยาด โพส ในกระทู้เอ็งแระกัน
เผื่อ โดน คำพิพากษา ของ ตลก. จนถูกถีบลงน้ำ ขึ้นมาเมื่อไร
จะได้ หนีบเอ็งไปสร้างตำนานร้าก สะพานสารสิน ด้วยกันไง
( ป้าเตรียม "กุญแจมือ" ไว้แระ  :b12:  )



อืม...เรื่องแรก ที่อยากคุย ด้วย

1. ไอ้ท้าวประดู่ มันเคยคุย เรื่อง จิตตาฯ ธรรมานุปัสนา กับป้า
พอป้า เล่าประสบการณ์ ที่ได้จากการปฏิบัติธรรม ในชีวิต ประจำวัน ให้มันฟัง
แล้ว มัน ปุจฉา ถามกลับ ประมาณว่า

อ้างถึง

นั่นแหละถึงได้ถามว่ามันธัมมายังไง เท่าที่อ่านมันเป็นเรื่องของจิตตาชัดๆ
ดูโพชฌงค์ ดูนิวรณ์ ดูขันธ์ ดูอายตนะ มันดูยังไง





อืม...ก็อย่างที่เคยบอกอ่ะนะ ว่า ศัพท์แสงบาลี อะรัยนี่
ป้าศึกษา เอาไว้ ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ พวกเสือใบลาน เฉย ๆ
ฉะนั้น คงอธิบาย เป็น ศัพท์เทคนิค ไม่ค่อยชำนาญเท่าไร
ถ้า ไอ้ตี๋พอจะมีเวลา วานช่วยอธิบายให้มัน ฟังหน่อยดิ๊


แล้ว ขอถามเพิ่มเติมด้วยว่า จิตตา กับ ธรรมมานุปัสนา
มันจำแนกความแตกต่างกันไว้ที่ตรงไหน ?
ป้าเข้าใจ อย่างนี้ ถูกต้องหรือไม่ ? อย่างไร ?


อ้างถึง

จิตตา
- มีสติเห็นการเกิดดับของสภาวะจิต
โดย รู้สึก ( ไม่ใช่ ความคิดจากสมอง นะ )
ว่ามันไม่เที่ยง ( เกิด อนิจจัง ลงใจ )

ธรรมมา
- เมื่อเห็น อนิจจังลงใจ แล้ว สามารถปล่อยวางอุปทานขันธ์ทั้ง 5 นั้นลง ได้ ( เกิด ตถาตาลงใจ  )





และ ข้อความที่ ป้าเคย พูด กับ ไอ้เกิด ฯ
( ตรงส่วนที่ ขีดเส้นใต้ ข้างล่างนี้ พอจะจัดเป็น ธรรมานุปัสนา ได้หรือไม่ ? )
เห็นไอ้ท้าวประดู่ฯ มันบอกว่า ป้า พูดมั่วเรื่อง ธรรมานุปัสนา อ่ะ
ป้าก็เลยไม่แน่ใจว่า ไอ้ประสบการณ์ตรง จากการ ปฏิบัติ ของตัวเองเนี่ย
มันเป็น ธรรมานุปัสนา ชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม ?

แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือ จากการ ดูจิต ในชีวิตประจำวันมา ก็หลายปีอยู่
ไอ้เทคนิค ธรรมานุปัสนา ที่ ตรูใช้เนี่ย
มันทำให้ บริหารจัดการความทุกข์ ณ ปัจจุบันณะ ตาม ยถาสภาวะ มันมีประสิทธิภาพขึ้นนะ
สังเกตได้จาก ระยะเวลา จิตตัวเอง เสีย สมดุล จาก กิเลส ตัณหา (รัก โลภ โกรธ หลง)
มันน้อยลง เรื่อย ๆ จาก ระดับ นาที เป็น วินาที อยบ่างมีนัยะสำคัญ อ่ะ
( ป้าจด บันทึกสดๆ ไว้  เวลา ปฏิบัติ เลย เอาผลการทดลองที่ได้ มาประมวลผลอ่ะ )




อ้างถึง


อืม...แล้ว ที่หล่อน ฝึก เนี่ย หล่อน ฝึกแบบไหน อ่ะ
ช่วย อธิบาย แบบ ละเอียด ๆ หน่อย เด่ะ
ฟังที่หล่อนแพล่มก่อนหน้านี้ แล้วมันไม่ค่อยเห็นภาพว่ะ
แล้วที่ฝึก ๆ เนี่ย หล่อนเห็น การเกิดดับ ของ สภาวะจิต ป่ะ


สำหรับชั้น ชั้นใช้วิธี ดูเงาของจิต นะ
อารมณ์ประมาณ นักวิทยาศาสตร์
ที่ กำลังทำ lab แล้ว ใช้ ตัวเองเป็น หนูทดลองยา อ่ะ อิอิ
อืม...ชั้น เอา สัญญาเก่า ๆ ของสภาวะจิตนั้น ๆ
อาทิ ขุ่นมัว โกรธ ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับตัวเอง
มา แดจาวู เพื่อ รีเมค ย้อนดู
ปรากฏการณ์ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ของสภาวะจิตนั้น ๆน่ะ



ตอนที่ทำ แรก ๆ มันก็เหมือนกำลังอยู่ในสภาวะกดดัน
มีอาการตึง ๆ เครียด ๆ ในหัวนะ
ยัง สงสัยอยู่เล๊ย ว่า เฮ้ย ไม ปฏิบัติ แล้ว
มันไม่ เห็นจะปลอดโปร่ง โล่งฉะบาย ว้าาาาา


ทว่าหลัง ๆ มา อาการพวกนี้ มันก็ลดน้อยถอยลงนะ
แต่ก็ไม่ถึงกับหายไปซะทีเดียวหร็อก
แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะเพียรเพ่ง สติ เหมือนหล่อนซะทีนะ
เพราะ จับไปจับมา มันไม่ได้เหลือ 1 อ่ะ
แต่ มันกลับ หายวับ กลับเป็น 0 ( แต่ยัง ไม่ สูญ )
ยังมีการ วนลูป อยู่ เมื่อ เหตุปัจจัย มันถึงพร้อม


และพอ หมั่นดู ปรากฏการณ์ของ ไตรลักษณะ บ่อย ๆ เข้า
เวลามีสภาวะไม่สมดุลในจิต ( ขุ่นมัว โกรธเคืองฯลฯ )
มันก็เลยมี สติส้มหล่น แบ่บแว้บ ๆ ผุดวาบขึ้นมาไง
ประมาณว่า เฮ้ย สภาวะจิตเหล่านี้
เมื่อมันเกิดขึ้น ตั้งโด่ ขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวมันก็ดับไป ไง
พอรับรู้ ถึงความไม่เที่ยงตรงนี้ แล้วก็เลยมีอาการ ค้าง ๆ คา
เหมือน เหยียบตะปูแบ่บไม่เต็มตรีนน่ะ
ประมาณ จะทุกข์ มั๊น ก็ ทุกข์ไม่สุด ว่ะ
พอ จะทุกข์ ๆ มันก็มีความรู้สึก ประมาณว่า


ก็ในเมื่อ สภาวะจิตทั้งหลายแหล่ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว
มันก็ไม่เที่ยง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอด
แล้ว ทำไม ตรูจะต้องเสียเวลา ไปยึดติด กับสภาวะจิตพวกนั้น ด้วยวะ ?
ก็ในเมื่อมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เกิด ๆ ดับ ๆ ซ้ำซากหาสาระไม่ได้ งี้น่ะ



ถึงได้บอกว่า มันเหมือนมีอะไรมากระตุกหางไง
เพียงแต่ว่า ตอนนี้ยัง ถอนตรีน ออกจาก ตะปู ที่เหยียบไม่ได้
อืม...อาการแบ่บนี้ ชั้น คิดเอาเองว่า
มัน คือ สภาวะที่ สติ ประกบ(ซ้อน) กับผู้รู้
แต่ยังไม่ แนบสนิท เป็น เนื้อเดียวกันน่ะ


และ ที่ชั้นปฏิบัติ อยู่ในทุกวันนี้
ก็เพื่อ พยามทำให้ สติ มันแนบสนิท กับ ผู้รู้นั้นนแหล่ะ
หมายถึง การฝึกให้มีสติผสมกลมกลืนไปกับ การรู้เท่าทัน
ในปรากฏการณ์ ของ ไตรลักษณ์ น่ะ
เพราะว่า หากทำตรงนี้ได้ ก็จะกินอิ่ม นอนหลับ กระฉับกระเฉง
สามารถ บริหารจัดการกับความทุกข์ ตามยถาสภาวะ ณ ปัจจุบันขณะ ได้
และ สามารถ ยอมรับความไม่เที่ยงที่เกิดขึ้น จนปล่อยวาง ความทุกข์ ได้ไง


อ้อเห็นหล่อนพูดถึงคีย์เวิร์ด เรื่อง ปัจจุบันขณะ
ชั้นว่า ถ้าฝึก สติปัฏฐาน 4 ในฐานของ กาย และ เวทนา
อันนี้ น่าจะ รู้ เฉพาะ ปัจจุบัณขณะ ( ในส่วนของ การ ตั้งอยู่ นะ )
แต่จิตมันไม่มีการเชื่อมโยง จนเห็นภาพแบ่บองค์รวม
ในการรู้เท่าทัน ในส่วนของ อดีต ( การเกิดขึ้น )
และ ส่วนของ อนาคต ( การดับไป )ของ ไตรลักษณะ ว่ะ
ประมาณว่า มัน มองไม่เห็น การ วนลูปซ้ำซาก ของ วงปฏิจฯ


การฝึกปฏิบัติ ในฐานของ จิตตานุปัสนา และ ธรรมมานุปัสนา
มันก็จะช่วย เติมเต็ม จิ๊กซอว์ ที่หายไป ในส่วนนี้ได้นะ
ส่วนเรื่อง ศีล กับ สมาธิ เนี่ย ชั้นว่า มัน กระจอกเกิน ไป
สำหรับหล่อน แล้วมั้ง พ่อนักเลงปฏิเวธขี้โม้ ! อิอิ








เรื่องที่ 2 ที่อยากจะคุยด้วย


ไอ้ท้าวประดู่ มันบอกป้าว่า ประมาณว่า


อ้างถึง


ท้าวประดู่ ว่า

ธัมมาก็ธัมมาเอ้า

สัมมัปปธาน 4 สำหรับผม มันเป็นกระบวนการรีเช็คตัวเอง ให้ alert คอยระวังเรื่อยๆ
ถ้าแค่ศีล 5 ไม่ต้องใช้สัมมัปปธานก็ได้ เพราะไอ้ศีลข้อที่มันขาดก็ยังไม่ได้แก้ให้หายขาด
ไอ้ที่ไม่ขาด มันก็ไม่ขาดจนเป็นธรรมชาติในตัวอยู่แล้ว เลยไม่ได้ใช้




แต่ป้า มีความเห็นว่า ว่า การมี สัมมัปทาน 4 เป็น ออปชั่นเสริม ในการถือศีล น่ะ
มันเป็นสิ่งที่ จำเป็น สำหรับ นักปฏิบัติ ที่แท้จริง นะ
เพราะหากไม่มีสิ่งนี้ ความก้าวหน้าในการปฏิบัติ มันก็มีแต่จะถอยหลังลงคลอง
อ้อ แต่ถ้า นักปฏิบัติ ผู้นั้น มันเป็น พวก งักปุ๊กคุ้ง แบบไอ้ตี๋โตหื่น
เข้าตำรา มือถือสากปากถือศีล หรือ เป็น พวกอิอ่อน พวกธรรมานุบาล
อันนี้ก็ว่าไปอย่างนะ บางที ไอ้หลัก สัมมัปปทาน 4 ก็อาจจะยังไม่ต้องทำก็ได้
กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า สัมมัปปทาน 4 จะ ไม่ใช่ สิ่งจำเป็น
เพียงแต่ว่า นักปฏิบัติคนนั้น วาสนาน้อยด้อยปัญญา
เลยเอาหลักสัมมัปปทาน 4 มาประยุกต์ใช้ ในการ ถือศีล ไม่ได้ ตะหากว่ะ  s007



เรื่องที่ 3 ที่อยากจะคุยด้วย


ว่าง ๆ ลองเล่า ประสบการณ์ในการปฏิบัติ
ที่ ลื้อ รู้สึกว่า เข้าถึง ธรรรมานุปัสนา ให้ ป้าฟังมั่งจิ
อยากรู้อ่ะ ว่า มันมีความคล้ายคลึงกัน หรือไม่ อย่างไร
จะได้ ลองเอาไปเปรียบเทียบ กับของตัวเองดู
ไม่เอา แบบที่บอกว่า เห็นดวงจิตดวงธรรม เกิดดับเป็นดวง ๆ
จนมีปิติ น้ำตา ไหลพราก ๆ นะ อิแบบนั้น มันก็ นิยายไปหน่อย



เนี่ย ขอบอกเลยนะ ว่า ครั้งก่อนที่ลื้อ มากระลิ้มกระเหลี่ย
ถามเรื่อง ประสบการณ์ ในการปฏิบัติกับป้า ตอนที่อยู่ สุสานโบราณ เนี่ย
ป้าโคตรเคือง ลื้อเลยว่ะ แมร่ง ปล่อยให้ ตรูพล่ามเป็น อิบร้า อยู่ได้คนเดียว
แต่ ตัวเองกลับ อุบเงียบ ไม่เล่า ประสบการณ์ ในการปฏิบัติ ของตัวเอง ให้ ป้าฟังมั่งเลย
รู้สึกว่า มันไม่ แฟร์ เลยว้อยยยยยย เหมือนโดน ไอ้หนุ่มมาลูบคม
ด้วยการ หลอกมุดรูดูผ้าถุงป้า แล้วพอ ป้า ถลกผ้าถุงให้มันดู
แทนที่ มันจะ แก้ กุงเกง ให้ตรูดูมั่ง เงียบกริ๊บบบบบบบบบ
อย่างกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง ชิส์  เสียชื่อ ลูกศิษย์หลงตาไต๋ บรรลัย Onion_R




เรื่องที่ 4 ที่อยากจะคุยด้วย


อันนี้ไม่เกี่ยวกับ เรื่องการ ปฏิบัติ แต่ อยากรู้
ฝากถาม ไอ้เด็ก กฏหมายแถวบ้านลื้อ ให้ทีดิ๊ว่า
ถ้า เจ้ เข้าคูหา กาบัตรเสีย ในวันเลือกตั้ง 2 กพ. นี้
( โดย กา โหวตโน แล้ว เขียนว่า Respect My Vote )

แถม ยังไปตั้งกระทู้ ชวนชาวบ้าน ทำด้วย
เพราะ ไม่อยากให้ ลุงกำนันฉวยโอกาส
หาประโยชน์จาก การโหวต ของเจ้ ว่าเป็น มวลมหาประชาคุย ของมันเนี่ย

มันจะผิด กม. มาตราไหน ไหมฟระ ขี้เกียจไป เดินจงกรม ทำ วิปัสนาส ในคุกว่ะ
ไอ้ครั้นจะ ไปโพสถาม หนุ่ม ๆ ที่ห้อง ศาลา ฯ ที่ พาลถีบ
ก็ยัง ไม่พ้นช่วง งดพาลถีบ เข้าพรรษา 365 วัน ตามที่ตั้งใจไว้ เลย โพสไม่ได้  s006 


อ้างถึง

cantona_z ว่า

อ้าง

( ป้าจด บันทึกสดๆ ไว้  เวลา ปฏิบัติ เลย เอาผลการทดลองที่ได้ มาประมวลผลอ่ะ )






เดี๋ยวนะ ตัวเลขมันคุ้นๆ
15 x 60
35x20

นี่มันโพยหวยรึป่าวเจ๊


ไม่ใช่ แต่เป็น ระยะเวลาที่ สภาวะจิต เกิดความไม่สมดุล ( โดยประมาณ )
ถึงได้บอกไงว่า มัน เห็น ความเปลี่ยนแปลงแบบมีนัยยะสำคัญ

แล้วไอ้ที่เห็นยุกหยุย เป็น ไส้เดือนปล้ำกิ้งกือเนี่ย
มันเป็น ภาษาเฉพาะน่ะเคยคิดไว้เขียนไดอารี่สมัยมัธยม ( กันน้องชายแอบอ่าน อิอิ )
ตานี้ พอเวลาทำงานในชีวิตจริง ใครมันจะไปเจริญสติปัฏฐาน 4
คิดหนอ โกรธหนอ ได้ตลอด เวลาล่ะ ขืนทำงั้นโดนทั่น หน.ไล่ออกกันพอดี

เวลา ยุ่ง ๆ จ่ายยาไป เกิดหมั่นไส้คนไข้ไป
หากพอมีสตินิดหน่อย ก็แว่บไปจดยิก ๆ แบบชวเลข ไว้ก่อนเด่ะ
แล้วค่อยเก็บไปสอบทวนสภาวะ ( ทวนศีลทวนจิต ) เวลาว่าง ๆ
ก็ไม่สามารถไปนั่งคัดไทยตัวบรรจงได้นิ
เรยเอาแค่เขี่ย ๆ ไว้ ช่วยเตือนฟามจำ

และ หลัง ๆ ก็ จดบันทึกเป็น อักษรภาพเป็น ซีรี่ซ์
ตาม สภาวะจิต ที่เปลี่ยนแปลง ด้วย

เช่น T^T  ^-^   ^ 0 ^

นี่ครึ้ม ๆ พ้นพันธะ 365 วัน แห่งสัจจะ เมื่อไร
ก็ยังว่าจะโพส กระทู้ การปฏิบัติธรรม ใน วิถีวิทย์ อยู่เล๊ยย
( ว่าจะ แทค ทั้ง ห้อง หว้ากอ ทั้ง ห้อง ศาสดา เลย อ่ะ อิอิ  wink  )














ส่วนอันนี้ โพส ล่าสุด ก่อนโดนอุ้ม
( คาดว่า โพส สุดท้ายนี่แหล่ะ เหตุปัจจัย ที่ทำให้ โดนอุ้ม อิอิ  :47:
:06:


อ้างถึง

eragon_joe ว่า

:b32:  :b32:  :b32: ...

บันทึกได้สุดยอด...
เห็นมีรูปผีเสื้อด้วย  ป้านู๋บีพอจะอธิบายความนัยตรงนี้ได้มั๊ยคะ

 :b32:  :b32:  :b32:




ก็ไม่ได้มี ความนัย อะไร แบบ ดาวินชี่ โค๊ด หรอก จร้าา
ก็แค่ เป็นการ บันทึก กรรม และ ความระย้ำ ที่ตัวเองทำไว้ ในเรื่องต่าง ๆ น่ะ
ส่วนใหญ่จะ บันทึกสด ๆ เวลาที่จิตมันเสียสมดุล +บันทึกเรื่องการ ละเมิดศีล 5 น่ะ
จะได้ เอามาสแกนกรรม ตามหลัก สัมมัปทาน 4
เพื่อ แพลนนิ่ง แล้วหาวิธี ละ อกุศลกรรม ในอนาคต ต่อไป อ่ะ

ได้ไอเดียมาจาก การ สอบทวนศีล ของพระ เวลาปลงอาบัติ มั้ง
แล้วไอ้ตรงที่มีรูป ผีเสื้อน่ะ มัน อ่านว่า
เหยียบผีเสื้อ แล้ว เขียนอักษรภาพ
บ่งบอกสภาวะจิตตอนน้น ว่า

^ ^ กำลังจิตก so sad ฉงฉาน ผีเสื้อ + ปลอบใจตัวเอง อ่ะ
จากนั้น ก็ สะกดจิตตัวเอง ว่า ต่อไป จะทำอะไร จะลุกจะนั่ง จะเดิน ให้มีสติ ให้มาก ๆ
จะได้ ไม่ไปเบียดเบียนชีวิตอื่น  onion


อ้างถึง

eragon_joe ว่า

สวัสดีค่ะ...ป้านู๋บี...จริง ๆ เอกอนชอบติดตามป้านู๋บีนะ...
แต่ว่าป้านู๋บีปรากฎตัวที่ไหน  ถ้าไม่โดนแบนโดยด่วน 
นั่นก็คงจะไม่ใช่ป้านู๋บี
แม้จะอยากให้ป้านู๋บีอยู่ที่ไหนได้นาน ๆ แต่ก็คงไม่สมหวัง...
:b12:

 :b1:



ป้านู๋บี ว่า

มีเหมือนกันอ่ะ ที่นี่ไง อิอิ

โครตเกรียนล้างโลก - ลงชักโครกซะ !

http://www.tairomdham.net/index.php/board,107.0.html

 rolleyes  rolleyes  rolleyes



.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2



 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham