ผู้เขียน หัวข้อ: การรักษา ศีล ข้อ วิกาลโภชนาฯ ใน สไตล์ บัวเหล่าที่ 5  (อ่าน 1039 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 22.0 Firefox 22.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards





อนึ่งเมื่อวัน หลายวันก่อน คุณป๋ากามนิต ได้โพสถาม คำถามนี้ไว้ ดังนี้

อ้างถึง

ความคิดเห็นที่ 7
ขอความกระจ่าง ศีลข้อ ๖ครับ        นู๋บีกำหนดอย่างไร   

1.  ช่วงเช้าทานตามสดวก  เลยเที่ยงแล้วหยุดอาหารขบเคี้ยว แต่ดื่มได้ทุกอย่าง
2.  เช้า-เที่ยง สองมื้อไม่มีจุบจิบนอกมื้อ หลังเที่ยง น้ำ+น้ำปานะเท่านั้น
3.  กำหนด สองมื้อไม่มีจุบจิบนอกมื้อ มื้อหลังอาจเลยเที่ยงไปบ้าง  นอกมื้อ น้ำ+น้ำปานะเท่านั้น
4.  หรือกำหนดเป็นอย่างอื่นๆ ช่วยบอกด้วย 

และเมื่อกำหนดแล้ว  การปฏิบัติได้ผลอย่างไรบ้าง

อยากรู้เฉยๆ  อย่าว่ามาตรวจศีลนู๋บีเลยนะ

P2wichai
1 ชั่วโมงที่แล้ว






จริง ๆ ก็ตั้งใจว่า ก่อนจะ งดพันติ๊ป เข้าพรรษา จะไปตั้งกระทู้ ตอบหั้ย ที่เวบพังจิต แระ
แต่โชคร้าย ทั่นมอดฯใจร้ายให้รับประทานใบแบรนด์ ก่อนกำหนด 1 ชม.
เก๊าะเลยยังไม่ได้โพสตอบ คุณป๋า คืนนี้เก๊าะเลยแวะมาโพสตอบให้ในนี้แล่วกัน
ถ้าเวรกรรมมีจริง คุณป๋ากามนิต คงได้ คลิ๊กมามอ่าน แหล่ะเน๊าะ อิอิ



การรักษา ศีล ข้อ วิกาลโภชนาฯ ใน สไตล์ บัวเหล่าที่ 5


ตอบ คุณป๋ากามนิต

ปกติ กินแค่มื้อเดียว ไม่มีการกินจุบจิบระหว่างมื้อ
และหลังมื้ออาหาร จะฉัน เอ๊ย กินได้เฉพาะน้ำเปล่าแก้กระหาย เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ เท่านั้น
ถ้าวันไหนทำงาน ก็กิน แค่มื้อเช้า แบบ ฟูลคอร์ส ตามปกติของคนทั่วไป  ตอนก่อนจะทำงาน ตอน 8.30 น.
ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็น ข้าวถุงละ 5 บาท และ กับข้าว 3-4 อย่าง ตามใจชอบ ( แต่ก็กินกับไม่หมดหรอกนะ ส่วนใหญ่เก็บไว้กินได้หลายมื้อ )
จากนั้น ก็ตบท้ายด้วย ผลไม้ หรือ ของหวาน ตามใจชอบ


แต่ถ้า เป็น วันหยุด ที่ไม่ทำงาน นี่นอนตื่นสายมั่ก ๆ กว่าจะได้กินข้าวก็เลยเวลาเพลโน่นมั้ง
แต่ก็พยาม ไม่ให้เกิน บ่ายโมงมากนัก เพราะมันผิดหลักนาฬิกาชีวิต และ สุขอนามัน
แล้วก็เน้น กินมื้อเดียว ด้วยคอนเซ็ปต์เหมือนกับวันธรรมดา อ่ะ


แต่ถ้าวันไหน นึกครึ้ม ๆ เก๊าะ แหกศีล 6 เอาใจ อิการ์ฟิลด์ มันหน่อย หุหุ
คือ ถือศีลข้อนี้จนเชี่ยวแล้วอ่ะ เลยสามารถ กิน ก็ได้ ไม่กินก็ได้ ตามอารมณ์และทรงผม
จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้ รู้สึกงั้นจริง ๆ คงคล้าย ๆ พวกทหารหน่วยรบพิเศษ
ที่ฝึกฝนจน เป็นสัญชาตญาณ  จึงรับได้ทุกสถานะการณ์มั้ง
พอถึงเวลาคับขัน จะอดก็ได้ ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะเคย ๆ จนชินแล้ว
แต่พอเวลาปกติ จะกินจนหัวราน้ำก็ได้ ไม่ได้ทำให้เสียวินัยแต่ประการใดเลย เพราะเก๋าซะแร้ว หุหุ






.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2


~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


ออฟไลน์ บัวผ่อง

  • www.facebook.com/maneemess
  • ต้นไม้เล็กพริ้วไหวดั่งสายลม
  • ***
  • กระทู้: 196
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 33
    • maneemess
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 22.0 Firefox 22.0
    • ดูรายละเอียด
    • www.facebook.com/maneemess
    • Awards
ส่วนไอ้เรื่องเมื่อกำหนด ปฏิบัติตามศีล ข้อ 6 แล้ว  การปฏิบัติได้ผลอย่างไรบ้าง นั้น
ก็เคยเขียนเขียนไว้อยู่น้าาาาาาาาาาาาาา
อ่ะ เอามาแปะ ให้อ่าน อีกรอบ อ่ะจร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา



อ้างถึง


พอถือศีล 6 แล้ว ก็รู้สึกว่า ตัวเองมีศักยภาพในการตัด กามคุณทั้ง 5 ได้ดีขึ้นว่ะ
ทั้งในเรื่องของ รูป-รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส
บทมันจะตัด มั๊นก็ตัดฉับ ลด ละ และ เลิก ได้เลยทันทีว่ะ
ไม่ค่อยจะเกิดอาการข้างเคียง เรื่อง ทุกขัง กะละมัง เท่าไร อ่ะ


คือ เวลาผัสสะอะไร มากระทบ
จิตมันจะปรุงต่อถึงระดับความพอใจ ไม่พอใจอ่ะ
ทว่าจะไม่ กระสันอยาก แล้ว ทุรนทุราย
จนต้อง กระเสือกกระสน ขวนขวาย
ไปหา สิ่งนั้น มาไว้ในครอบครอง เพื่อ เสพสม น่ะ
แต่ จะ เสพแบ่บตามมีตามเกิด เท่าที่อยู่ในขอบเขตที่กำหนด น่ะ


ยกตัวอย่างนะ อย่างเช่น ตอนเย็น ๆ
ไปซื้อ เสบียงที่ตลาด ตอนซื้อ ลูกชิ้นทอดหอมฉุย
มาเก็บไว้หม่ำในมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้( เพราะเจ้ งดฉัน ยามวิกาล )
เจ้ก็จะชอบพิสูจน์ความเจ๋งของตัวเอง
ด้วยการ เล่นเกมส์ ไม่ได้กิน  ดมกลิ่น ก็ยังดีแหย่ ไอ้เจ้าตัวตัณหา เล่นว่ะ
ประมาณว่า จะยกถุงลูกชิ้นทอดขึ้นมาใกล้ ๆ จมูก
แล้วสูดดม ดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมอันเย้ายวนของน้องลูกชิ้น
จากนั้น เก๊าะดูสภาวะจิตตอนนั้นนะ ว่าเป็นไง
สามารถพอใจแค่นั้น โดยที่ไม่ปรุงต่อ แล้วเกิดเป็นความอยากกินจนต้องทรมานใจ ได้หรือไม่  ?


ที่มา

http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7725.msg30672.html#msg30672








.
หมายเหตุ

ถ้าพวกเมิง...เอ๊ย... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ๆป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ
ทนอ่าน ตัวหนังสือ ของกรู...เอ๊ย.... ของนู๋บี มิได้...

นู๋บี จา กลั้นใจตาย ( จิง ๆ น๊ะ ) อ่ะซิก ... อ่ะซิก...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2


~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham