Forum > รับสายลมเย็นหน้าระเบียง

ยกย่อง , ชมเชย , ให้กำลังใจ กับผู้ที่ทำดีให้กับสังคม

(1/9) > >>

sithiphong:
กระทู้นี้ ขอรวบรวมผู้ที่กระทำคุณงามความดี  ทุกๆท่าน

ขอยกย่อง ชมเชย และ ให้กำลังใจทุกๆท่านที่ได้ทำคุณงามความดี ครับ

 :07:  :07:  :07:  :07:  :07:

 :13:  :13:  :13:  :13:  :13:
.

sithiphong:
2 พี่น้องเชียงราย พบเงินครึ่งแสนตามหาเจ้าของ
-http://news.sanook.com/1190485/2-%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87/-




สองพี่น้องเชียงราย พบเงินกว่าครึ่งแสน ระหว่างรอแม่ออกกำลัง นำส่งตำรวจตามหาเจ้าของ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย มีเด็กนักเรียนเก็บเงินได้กว่า 50,000 บาท และนำส่งตำรวจ ทราบชื่อคือ ด.ญ.สมิตานันท์ นัยติ๊บ อายุ 11 ปี เรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลญาเม็งราย ป.6 และ ด.ช.ศุภวิชญ์ คล้ายเดช อายุ 10 ปี เรียนอยู่โรงเรียนสันสะลีกวิทยา ป.5 ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ด.ญ.สมิตานันท์ กล่าวว่า ระหว่างนั่งเล่นกับน้อง บริเวณศาลาหน้าที่ว่าการอำเภอพญาเม็งราย พบซองสีน้ำตาลวางอยู่ จากนั้นก็เปิดออกดู ปรากฏว่าด้านในเป็นเงินสดจำนวนมาก ซึ่งตนก็ไม่รู้เท่าไหร่ เพราะไม่ได้เอาออกมานับ จึงปรึกษากับน้องว่าจะทำอย่างไร เพราะแม่กำลังออกกำลังกาย จึงได้ตัดสินใจที่เดินไปบอกตำรวจสายตรวจ 191 ที่กำลังเข้าเวรบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพญาเม็งราย ว่าพบเงิน

จากนั้น ร.ต.ต.นวิทธิวัฒน์ มาริรมย์ รอง สวป.สภ.พญาเม็งราย และ ด.ต.กิติพงษ์ จันทาพูน ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม มาถึงก็ทำการตรวจนับเงิน พบว่า ด้านในมีเงิน 54,730 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ และธนบัตร 500 บาท จำนวน 1 ใบ และธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 2 ใบ ที่เหลือก็เป็นใบ 20 บาท และเหรียญ 10 บาท จึงได้นำเด็ก 2 คน ไปที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่ามีเด็กพบเงินสดและนำส่งเจ้าที่ตำรวจ สภ.พญาเม็งราย


sithiphong:
ชาวเน็ตยกย่อง สาวจีนใจกล้า กระโดดลงช่วยชีวิตเด็กในสระบัว
-http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/jumjim/16579147.jpg-








เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            ชาวเน็ตยกย่อง สาวช่วยชีวิตเด็กจมสระบัวในเมืองซีอาน ประเทศจีน โดยที่ไม่คำนึงถึงชีวิตตัวเอง

            การช่วยชีวิตใครสักคนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มหาศาล โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดกับหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่ง ที่ลงทุนกระโดดลงไปช่วยชีวิตเด็กให้ขึ้นมาจากสระบัวอย่างไม่คิดชีวิตของตนเอง ท่ามกลางความหวั่นวิตกของคุณปู่คุณย่าที่อยู่ในภาวะตกใจสุดขีด แต่โชคดีที่ทั้งเธอและเด็กน้อย ต่างรอดชีวิตด้วยกันมาทั้งคู่

            ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 โดยนายจางเจิ้งเสียง อายุ 68 ปี พร้อมด้วยภรรยาของเขา ได้พาหลานวัย 6 ขวบ ไปเที่ยวที่สวนพฤกษศาสตร์ เมืองซีอาน ประเทศจีน โดยในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการถ่ายรูปและชื่นชมธรรมชาติอยู่นั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาว่า "มีคนจมน้ำ" แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง รีบกระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยเหลือเด็กทันที จากนั้นเธอจึงพาเด็กขึ้นมาข้างบนได้ทันเวลา ก่อนที่เด็กน้อยผู้เคราะห์ร้ายจะจมน้ำไปเสียก่อน






            ด้านคุณปู่คุณย่านั้น ก็ได้แต่ยืนมองหลานอยู่ไกล ๆ เนื่องจากตกใจทำอะไรไม่ถูก ซึ่งคาดว่า การที่เด็กตกลงไปในสระบัวได้ ก็เป็นเพราะไปเดินเล่นบนหินที่เป็นทางที่พาดสระ แต่ด้วยความที่ไม่ระวังจึงทำให้เด็กตกลงไปในสระและเกือบจมน้ำ โชคดีที่หญิงสาวคนนั้นได้ช่วยเหลือทันท่วงที

            หลังจากที่เด็กน้อยปลอดภัยจากอันตราย คุณปู่คุณย่าก็รีบเข้ามาอุ้มหลานเพื่อไปปลอบขวัญทันที พร้อมกับสอบถามชื่อของหญิงสาวผู้กล้าหาญคนนี้ไป เธอก็ตอบไปเพียงว่า เธอชื่อเฉา เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยส่านซีในเมืองซีอาน



sithiphong:
สองแถวพัทยาน้ำใจงาม เก็บเงินกว่า 2 แสน คืนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น
-http://hilight.kapook.com/view/88236-




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์

          นายนคร ศรีนพ โชว์เฟอร์รถสองแถวพัทยาน้ำใจงาม เก็บกระเป๋าสะพายพร้อมทรัพย์สินมูลค่า 200,000 บาทส่งคืนผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น ด้านชาวญี่ปุ่นปลื้มใจมอบเงินตอบแทนน้ำใจ 10,000 บาท

          เมื่อเวลา 12.00 น ของวานนี้ (5 กรกฎาคม 2556) มีรายงานว่า นายนคร ศรีนพ คนขับรถสองแถว ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้เก็บกระเป๋าสะพายบนรถของตัวเองได้และนำมาส่งให้กับสำนักงานสหกรณ์เดินรถพัทยา เพื่อหาเจ้าของที่แท้จริง ภายหลังได้ตรวจสอบเอกสารภายในกระเป๋า พบว่ามีหนังสือเดินทางของ นายทาดะสุกุ ซูสุกิ ชาวญี่ปุ่น ซึ่งภายในมีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ได้แก่

          ธนบัตร 10 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 31 ใบ
          ธนบัตร 1 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 8 ใบ
          ธนบัตร 10,000 เยน จำนวน 24 ใบ
          ธนบัตร 1,000 เยน จำนวน 4 ใบ
          กล้องถ่ายรูป 1 เครื่อง
          โทรศัพท์ 1 เครื่อง

          โดย นายนคร  เล่าว่า ตนรับนายทาดะสุกุ พร้อมเพื่อนอีก 1 คน จากที่พัทยาใต้ ไปส่งที่ท่ารถรุ่งเรืองพัทยาเหนือ หลังถึงปลายทาง ตนได้ขับรถออกมาและกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ เมื่อตนลงจากรถพบว่ามีกระเป๋าสะพายข้างตกอยู่ จึงรีบนำส่งที่สำนักงานสหกรณ์เดินรถพัทยาทันที เพื่อให้หาเจ้าของกระเป๋าดังกล่าว เพราะเกรงว่าเจ้าของกระเป๋าจะไม่มีเอกสารสำหรับเดินทางและเงินใช้จ่าย

          ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดต่อโดยเจ้าของให้มารับกระเป๋าคืน โดยนายทาดะสุกุ ได้ตรงเข้าสวมกอดนายนคร พร้อมแสดงความขอบคุณคนขับรถสองแถว และได้มอบเงินรางวัลตอบแทนน้ำใจของนายนคร ประมาณ 10,000 บาท



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

-http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-

-http://news.springnewstv.tv/31870/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-2-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-

.

sithiphong:
ข้าวก้นบาตร ลดอาชญากรรม
-http://www.dailynews.co.th/article/440/216508-
วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2556 เวลา 12:00 น.















บิณฑบาตรอาหารกลางวัน
-http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=OhYng0DgE6A-


ท่ามกลางกระแสข่าว กระเทือนความศรัทธา กับวงการต่างๆ ทั้งตำรวจกลายเป็นโจร  พระสงฆ์ที่ปฏิบัติตนไม่สมสมณเพศ ที่มีแทบไม่เว้นแต่ละวันก็ยังมีคนที่พร้อมจะทำประโยชน์แก่สังคม เป็นการยืนยันว่า ถึงอย่างไร เมืองไทยก็ไม่สิ้นคนดี

ความเพียรเพื่อสร้างเครือข่ายความดี ที่ปรากฏ ขึ้นในจุดเล็กๆของเมืองใหญ่ โดยนายตำรวจท่านหนึ่ง พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ซึ่งมีประสบการณ์ชีวิตช่วงบวชเรียน พบว่า อาหารจากการทำบุญ เหลือทิ้งขว้าง น่าเสียดาย จึงคิดหาวิธี นำไปแบ่งแก่คนยากไร้ ครั้นเมื่อกลับสู่อาชีพตำรวจ จนมีตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจ จึงนำความคิดนั้น มาต่อยอดเป็น "โครงการบิณฑบาตอาหารกลางวัน" โดยพ.ต.อ.ชยุต ซึ่งปัจจุบันเป็น ผกก.สน.บางเขน บอกว่าเป็นโครงการที่ทำมาตั้งแต่ปี 2553 ครั้งยังเป็นผู้กำกับอยู่สน.สามเสน เมื่อย้ายมาอยู่ สน.บางเขนก็ยังนำมาสานต่อด้วย

ผู้เขียน ได้มีโอกาสติดตามการทำโครงการอย่างใกล้ชิด โดยขึ้นรถตำรวจไปรับอาหารด้วย เริ่มตั้งแต่ สน.บางเขน จุดแรกไปที่ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต  ถ.รามอินทรา ก.ม.5 เมื่อไปถึงวัด ซึ่งทราบเวลาว่าจะมีตำรวจมารับกับข้าว อาหารที่พระสงฆ์แบ่งไว้ เป็นประจำทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ก็จัดรอ ไว้พร้อม

แม่ชีที่ท่านดูแลการคัดแยกอาหารทั้งคาวหวานและผลไม้ ช่วยกันยกมาเป็นเข่งใหญ่ๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บอกวันนี้มีน้อย ปกติมากกว่านี้

หลังจากได้ของมาครบทุกวัด รถปิกอัพตราโล่ 3 คัน ก็มาเจอกันที่โรงเรียนบางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร) ซึ่งคุณครูจัดโต๊ะไว้รออยู่แล้ว ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาจัดแบ่งอาหารแยกตามประเภท เมื่อถึงเวลาเด็กตัวเล็กๆเริ่มเดินมาต่อแถวชะโงกมองด้วยความตื่นเต้น พอคุณครูให้สัญญาณก็รีบวิ่งเข้ามาต่อแถว เลือกหยิบอาหารและขนมด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ พากันไปทานอาหารที่โต๊ะด้วยอารมณ์เบิกบาน

ปัจจุบันมีวัดเข้าร่วมโครงการถึง 5 วัด ประกอบด้วย วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดบางบัว, วัดไตรรัตนาราม, วัดราษฎร์นิยมธรรม (วัดหนองผักชี) และวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ซึ่งจะมอบให้เด็กนักเรียน4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบางบัว, โรงเรียนวัดราษฎรนิยมธรรม,โรงเรียนประชาภิบาล และล่าสุดโรงเรียนบ้านคลองบัว ทุกวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ หมุนเวียนกันไป

“ผมไม่ได้อยากเด่นดัง ทำเพราะรู้สึกปิติกับการให้ และจะทำต่อไปเรื่อยๆ ย้ายไปโรงพักอื่นหรือได้เลื่อนตำแหน่งก็จะทำต่อ ที่ผ่านมามีแต่ประชาชนชอบบอกอย่าเลิกทำ ทางวัดก็สนับสนุน ถือเป็นการทำบุญ และยังช่วยลด-ป้องกันอาชญากรรม เพราะเด็กรวมถึงพ่อแม่เกิดความละอายใจที่จะทำผิด สำนึกในคำสอนพุทธศาสนา ลบทัศนคติไม่ดีต่อตำรวจ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน-ตำรวจ-วัด-โรงเรียน”

ครูศิริลักษณ์ วัฒนจินดา ผู้ประสานงานโครงการบิณฑบาตอาหารกลางวัน กล่าวว่าเด็กๆ ดีใจกันมาก โครงการนี้ช่วยเด็กที่ขาดแคลนฐานะยากจน ให้มีข้าวกินอิ่ม ทั้งยังนำไปให้ครอบครัวที่บ้านเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้ส่วนนึง และเมื่อเด็กได้รับอาหารครูจะย้ำว่าได้ข้าวจากการทำบุญต้องทำแต่ความดีเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องศาสนาลดปัญหาอาชญากรรม จำนวนนักเรียนที่มารับครั้งละประมาน 200 คน ซึ่งช่วยได้มาก เพราะถึงจะมีอาหารกลางวันที่รัฐจัดให้แล้ว แต่ได้ส่วนนี้มาเสริมให้เด็กๆอิ่มท้องมากขึ้น

เรื่องแบบนี้ ใครเห็น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากเป็นการแบ่งปัน แจกจ่ายอาหารที่ได้จากการทำกุศล ช่วยบรรเทาภาระกับเด็กและครอบครัว ซึ่งจะเป็นส่วนให้เด็กนักเรียน จดจำไปจนโตว่า เขาเติบใหญ่ขึ้นมาด้วยความเมตตาจากพระในพุทธศาสนา ได้ความเอื้ออาทรของชุมชน รอบข้าง ซึ่งจะเป็นช่วยเสริมสร้างให้เขามั่นคงอยู่กับความดี.

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version