Forum > มาลาบูชาครู

โมหะ ความลุ่มหลงเป็นเหตุ :ท่านพ่อลี ธัมมธโร

(1/2) > >>

ฐิตา:


โมหะ ความลุ่มหลงเป็นเหตุ
ท่านพ่อลี ธัมมธโร

คนที่ไม่มี "สมาธิ" จิตใจมีนิวรณ์ ความกังวล
ห่วงลูก ห่วงหลาน ห่วงคนโน้นคนนี้
เวลาที่ตาย วิญญาณก็ไปเกาะอยู่ที่ลูกที่หลาน
บางคนกลับไปเกิดเป็นลูกของลูกตัวเองก็มี

บางคนที่พ่อแม่ทิ้งมรดกที่สวนไร่นาไว้ให้
ก็เป็นห่วงทรัพย์สมบัติของตน พอตายไป
ก็ไปเกิดเป็นสัตว์ในสวนในนาก็มี บางคนตายไป
ไปเกิดเป็นผีสางนางไม้ เฝ้าทุ่งนาป่าเขาก็มี

พวกนี้เป็นพวก "สัมภเวสี"
คือ วิญญาณลอยไปเที่ยวหาที่เกาะ
ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ใน "บุญกุศล"
เราก็จะมี "สุคติ" เป็นที่ไป
ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ใน "บาป"
อกุศลวิญญาณของเราก็ไปสู่ "ทุคติ"
ไม่ได้ไปเกิดในโลกที่ดี

( ท่านพ่อลี ธัมมธโร )

งามจิต ( เพจ ธรรมะ บัญชร )
- https://www.facebook.com/Dhammawindow


การบำเพ็ญทาน เท่ากับเราหาทรัพย์ไว้ให้ตัวของเรา
การบำเพ็ญศีล
เท่ากับเราสร้างร่างกายของเราให้เป็นคนสมบูรณ์
ไม่พิการ ง่อยเปลี้ย บอดใบ้
การบำเพ็ญภาวนา
เท่ากับสร้างจิตใจของเราให้เป็นคนสมบูรณ์

"ทาน" ไม่สามารถคุ้มศีลได้ แต่ศีลคุ้มทานได้
ส่วน "ภาวนา" คุ้มได้ตลอดทั้งทานและศีล
สามารถทำให้ทานบริสุทธิ์และศีลของเราก็บริสุทธิ์
เข้าถึงสุคติสวรรค์โลกุตตระ และนิพพานเป็นที่สุด

สมมติคนหนึ่งเกิดมาในตระกูลสูง
มีทรัพย์สมบัติมาก และร่างกายก็บริสุทธิ์ทุกส่วน
แต่จิตใจไม่ปรกติ วิกลวิการ เป็นผีบ้า
อย่างนี้จะมีประโยชน์อย่างไร

เหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนให้อบรมจิตให้เป็นกุศล
พระองค์ทรงสอนให้มนุษย์เป็นเทวดา
เทวดาเป็นพรหม พรหมเป็นอริยะ จนถึงอรหันตขีณาสพ เป็นที่สุด

F/B ธรรมะคำสอนครูบาอาจารย์/Dhamma Articles
..
..

"ความยึดถือ" เป็นเหตุให้เกิดทุกข์โทษภัย
ผู้ไม่มีปัญญาย่อมเห็นสังขารเป็นตัวเป็นตนและยึดถือไว้ไม่ปล่อยวาง
"สติ" คือ ตัว "มรรค"
จะอยู่ในอารมณ์ดีหรือชั่วก็ตาม ขอให้มีสติอยู่เป็นใช้ได้
จิตที่พ้นโลก คืออยู่เหนือเหตุเหนือผล หมายถึงอารมณ์ ๕ ด้วย
ร่างกาย เป็นผู้ไม่รับทุกข์รับสุขอะไรกับเราด้วยเลย
ตัวจิตผู้เดียวเป็นผู้รับ เหมือนคนที่เอามีดไปฟันเขาตาย
เขาจะไม่จับมีดลงโทษ แต่เขาจะต้องจับคนที่ฆ่าไป
"กายสุข" ระงับเวทนา "ใจสุข" ระงับนิวรณ์

คัดลอกจากหนังสือ แนวทางวิปัสสนา-กัมมัฎฐาน ๑
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)
วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
๒๔๙๗-๒๕๐๔
F/B ธรรมะคำสอนครูบาอาจารย์/Dhamma Articles

ฐิตา:



ความไม่ประมาท ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

ความไม่ประมาท คือความไม่ตายใจ ไม่นอนใจ ไม่ไว้ใจ ใน..
.. สังขารทั้งหลายเหล่านั้น
ส่วนใดที่เป็นความดีควรได้ควรถึง
ให้มีความพยายามสร้างสรรค์ขึ้นให้มีในตน
บุคคลผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท...

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร




ความสงบ
ตราบใดที่เรามาทำความสงบให้เรื่องต่างๆ บรรเทาเบาบางไปจากใจได้
ก็ย่อมทำอารมณของเราให้เป็นไปใน "กัมมัฏฐาน" คือฝั่ง
แต่ "พุทธานุสสติ" เป็นเบื้องต้น
จนถึง "สังฆานุสสติ" เป็นปริโยสานไว้ในจิตใจ....

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร




ความตั้งใจ
"ความตั้งใจ" เมื่อเรามีเจตนาตั้งใจจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เราจะต้องทำให้เป็นไปตามความตั้งใจนั้น
ให้รักษาเจตนาของตนไว้ให้มั่นคง อย่าทำลาย
การฟังธรรมนั้น ถึงแม้จะไม่เข้าใจ
แต่ถ้าตั้งใจฟังแล้วก็ย่อมเกิดประโยชน์"....

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร




- http://www.watasokaram.org/เถระสะกิดธรรม.html
*****************************************




มนุษย์นั้นโง่ ..
ชอบกลืนกินแต่อารมณ์เลวๆ

ใช่แต่เท่านั้น ..
เรื่องที่ไม่มีความจริงก็ยังกลืนเข้าไปอีก
ของดีก็ไม่อยากจะสนใจ

ส่วนของไม่ดี ..
อุตส่าห์ไปกระแด่วๆ เอาใจไปจดไปจำ
เนื้อก็ไม่ได้กิน
หนังก็ไม่ได้รองนั่ง
เอากระดูกมาแขวนคอ

( ท่านพ่อลี ธมฺมธโร )
>>> F/B งามจิต ( เพจ ธรรมะ บัญชร )

ฐิตา:




โรคหัวใจที่ตัวใหญ่ๆ มีอยู่ ๓ ตัว

คือ โลภ โกรธ หลง
โรคนี้เปรียบเหมือนกับโรคมะเร็ง
มันกินติดต่อลุกลามถึงคนอื่นด้วย
เข้าใกล้ลูกติดลูก เข้าใกล้หลานติดหลาน
เข้าใกล้เพื่อนติดเพื่อน
เข้าใกล้ใครก็ติดคนนั้น
ทำอันตรายทั้งแก่ตนและผู้อื่น




จะเลือกกินอะไรกันดี

"..บำเพ็ญทาน เปรียบเหมือน กินข้าว
บำเพ็ญศิล เปรียบเหมือน กินของหวาน
บำเพ็ญภาวนา เปรียบเหมือน กินน้ำ
การเจริญภาวนา เรียกว่า เก็บบุญมากิน
ถ้าเราไม่เก็บมากิน มันก็จะเน่าเสียหมด
ถ้าไม่กลืนเข้าไปในหัวอกหัวใจมันก็ไม่อิ่ม.."

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
ธรรมโอสถ


https://www.facebook.com/ThrrmaKhuxYaKhnanXek




ทำให้มันรู้ว่า อ้อ! อ้อ! .. ขึ้นมาในตัว
อย่ามัวไปรู้แต่ โอ้! โอ้! .. ตามเขาพูด




คนพูดดี ก็เป็นน้ำเย็นรดหัวใจให้ชื่นบาน
เป็นยาบำรุงหัวใจซึ่งกันและกัน

ถ้าพูดไม่ดี ก็เป็นน้ำร้อนน้ำกรด
มาสังหาร ซึ่งกันและกัน


เรากลัว “แก่” จึงบวชไม่สึก บวชจนมันไม่รู้จัก “แก่” (เจ็บตาย) หมายความว่า ทำความเพียรไปจนให้มันเห็นร่างกายนี้ไม่เป็นของสำคัญอะไรเลย มันจะแก่ก็แก่ไปไม่ทุกข์ร้อน ถ้าเราไม่มีสมบัติอะไรเลย ไปนึกอยากกินเป็ดกินไก่ มันก็ต้องกินได้แต่เกลือเท่านั้น จะเอาสมบัติอะไรไปซื้อ ถ้าเรามีสมบัติ ถึงบ้านมันจะพังก็ไม่ต้องกลัว บ้านพังก็ปลูกตึกอยู่ใหม่ เด็กเล็กๆ แดงๆ พอออกจากท้องแม่เขาเอาไปทิ้งไว้มันต้องตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าโตแล้วเราปล่อยมันไป ขับไล่มันไปอย่างไรๆ มันก็ไม่ตาย เพราะมันมีความรู้ รู้จักรักษาตัวได้ บางที่มันอาจะไม่กลับมาหาเราเสียอีก

การที่เราทำสมาธิก็เหมือนเราสะสมเมล็ดพันธุ์ผักไว้ให้มันแก่จัด พอถูกน้ำเข้ามันก็จะแตกกิ่งก้านสาขาเป็นต้นเป็นดอกเป็นใบเลย เหมือนเรามีสมาธิแล้วเกิดปัญญา รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งด้านโลกด้านธรรม รู้ว่าอะไรเป็นธาตุ ขันธ์ อายตนะ ฯลฯ ทุกๆ ส่วนของร่างกาย จนเราไม่ต้องกลัวแก่ กลัวเจ็บ กลัวตาย

เหมือนเราโตขึ้นความเป็นเด็กมันก็หายไป ดังนั้น เราจึงจะไม่เห็นว่าร่างกายนี้เป็นของสำคัญอะไรเลย พระพุทธประสงค์ก็ให้มุ่งปฏิบัติทางจิตใจเป็นข้อใหญ่ ใครไม่ปฏิบัติตาม เรียกว่าไม่รักไม่เคารพในพ่อของเราเลย พระพุทธเจ้านั้นทรงมีพระคุณยิ่งกว่าพ่อแม่ ถ้าเราไม่ทำตามคำสอนของพระองค์ก็เท่ากับเราหลอกท่าน



มนุษย์นั้นโง่ ..
ชอบกลืนกินแต่อารมณ์เลวๆ

ใช่แต่เท่านั้น ..
เรื่องที่ไม่มีความจริงก็ยังกลืนเข้าไปอีก
ของดีก็ไม่อยากจะสนใจ

ส่วนของไม่ดี ..
อุตส่าห์ไปกระแด่วๆ เอาใจไปจดไปจำ
เนื้อก็ไม่ได้กิน
หนังก็ไม่ได้รองนั่ง
เอากระดูกมาแขวนคอ




เมื่อมนุษย์เป็นคนไม่ดี
แม้วัตถุเหล่านั้นจะเป็นของดีก็ตาม
มันจะกลับกลายเป็นโทษแก่ปวงชนได้เหมือนกัน

ถ้ามนุษย์มีธรรมประจำใจ
สิ่งทั้งหลายที่ให้โทษก็จะกลายเป็นประโยชน์




" เสียงติชม ใครยึดถือก็คือคนโง่
เหมือนกินลมปาก กินน้ำลายของคนอื่นเขา "




ปาก จมูก เป็นประตู
หู ตา เป็นหน้าต่าง

เราต้องคอยปิดเปิดให้ถูกกาลเวลา
จึงจะได้รับประโยชน์และปลอดภัย



ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ


https://www.facebook.com/Dhammawindow?fref=ts

ฐิตา:




“กุศลและอกุศล
ย่อมให้ผลแก่ผู้ทำทั้ง ๓ กาล
“อกุศล” คิดจะทำก็เป็นทุกข์
กำลังทำก็เป็นทุกข์
ทำแล้วก็เป็นทุกข์
“กุศล” คิดจะทำก็เป็นสุข
กำลังทำก็เป็นสุข
ทำแล้วก็เป็นสุข”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“เมื่อเราต้องการความบริสุทธิ์
เราต้องทำความบริสุทธิ์ให้พร้อมในกาย วาจา ใจ
ทาน ศีล ภาวนา ก็ทำให้บริสุทธิ์”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“ความตายและความเกิด
เป็นกำเนิดแห่งความทุกข์
ความสุขอันประเสริฐ
ไม่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“วัตถุภายนอก มิใช่เป็นสิ่งที่เราจะนำติดตัวไปด้วยได้
ถ้าเราไม่ทิ้งมันไป มันก็ทิ้งเราไปวันหนึ่ง
ฉะนั้นจึงควรรีบสะสมแต่บุญภายในให้มาก
เพราะเราจะได้นำติดตัวไปด้วย”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“เขาว่าทำบุญทำทานนั้น ทำไปทำไม
คนทำบุญก็ต้องตาย ไม่ทำก็ตาย
ตายด้วยกันจริงอยู่ดอก แต่ว่าตายผิดกัน
คนทำบาปนั้นตายไปกับผีกับเปรต
ตายตามป่าตามดงตามถนนหนทาง
แต่คนทำบุญนั้น ตายไปในกองบุญกองกุศล
ตายสบาย แล้วไปเกิดก็สบายอีก
ไม่ต้องไปเกิดในที่ทุกข์ที่ยากเหมือนคนทำบาป”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ในบุญกุศล
เราก็จะมีสุคติเป็นที่ไป
ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ในบาป อกุศล
วิญญาณของเราก็จะต้องไปสู่ทุคติ”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ


>>> F/B คติธรรมนำชีวิต

ฐิตา:




“คนในโลกมี ๔ จำพวก คือ
๑. คนพาล ชอบทำชั่ว โทษของตัวมองไม่เห็น
๒. กัลยาณชน คนดีทำตนให้มีค่า ทำเวลาไม่ให้สูญ
๓. บัณฑิต ผู้ฉลาด เลือกการงานสิ่งคู่ควร คบคนรู้จักเลือก ทำความดีให้เกิดได้
๔. มหาบัณฑิต ไม่รัก ไม่เกลียด ไม่เบียดเบียนใคร ประโยชน์ใหญ่จักเกิดมี”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ




“โลกมนุษย์มีทั้งเกิด แก่ เจ็บ ตาย
โลกของเทวดานั้นมีแต่เกิดกับตาย ไม่มีแก่ ไม่มีเจ็บ
โลกนิพพานไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
************

“โลกธรรม ๘ คือ
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งเป็นฝ่ายดี
กับเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ ซึ่งเป็นฝ่ายชั่ว
ทั้งหมดนี้บุคคลใดติดอยู่ก็เท่ากับผู้นั้นถูกเขาจองจำไว้”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
**************

“โลกียทรัพย์ เป็นของที่เราจะนำติดตัวไปโลกหน้าไม่ได้
จึงต้องแปรโลกียทรัพย์ให้เป็น อริยทรัพย์ เสียก่อน
จึงจะนำติดตัวไปโลกหน้าได้”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
*****************




“สมบัติของผู้ดีคือ
อริยสัจ หรือ อริยทรัพย์”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
*************

“สมบัติที่เป็นของกาย เรียกว่า โลกียทรัพย์
สมบัติที่เป็นของใจเรียกว่า อริยทรัพย์
สมบัติของกายอาศัยใช้ได้เฉพาะแต่ในโลกนี้
แต่สมบัติของใจใช้ได้สำหรับโลกหน้า”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
****************

“คนที่มีศีล มีทาน แต่ไม่มีภาวนา
ก็เท่ากับถือศาสนาเพียงครึ่งเดียว”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
************




“ความดี ความชั่ว สุข ทุกข์
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทวบุตร เทวดา หรือใครที่ไหน
มันขึ้นอยู่ที่การกระทำ
อันเกิดจากการกรรมดี
กรรมชั่วของตัวเรานี่เอง”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
**************

“การดำเนินทางศาสนา เท่ากับเดิน ๒ ขา
คือ ปริยัติ ขาหนึ่ง ปฏิบัติขาหนึ่ง
ถ้าเราเดินแต่ขาเดียวก็ต้องล้มแน่”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
***************
“พระพุทธรูป เป็นพุทธนิมิตภายนอก
สำหรับเป็นที่กราบไหว้สักการะ
ธรรมะภายนอกสำหรับให้คนได้สดับฟังศึกษาเล่าเรียน
สังฆะภายนอก สำหรับเป็นพี่เลี้ยงคอยตักเตือนว่ากล่าวสั่งสอน
ส่วนรัตนภายในนั้นคือ การทำพุทธะ ธรรมะ สังฆะ ให้มีขึ้นในจิตใจ”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
***************

“สละกายบูชาพระพุทธ
สละวาจาบูชาพระธรรม
สละใจบูชาพระสงฆ์
เรียกว่า “ปฏิบัติบูชา”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
***************

“ถ้าเชื่อพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ต้องไปซื้อล็อตเตอรี่
ถ้าเชื่อความดีแล้วไม่ต้องกลัวจน”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
**************




“พระพุทธองค์ประสงค์ก็มุ่งให้ปฏิบัติทางจิตเป็นข้อใหญ่
ใครไม่ปฏิบัติตาม เรียกว่า ไม่รัก ไม่เคารพในพ่อของเราเลย”

“การดำเนินทางศาสนา เท่ากับเดิน ๒ ขา คือ
ปริยัติ ขาหนึ่ง ปฏิบัติขาหนึ่ง
ถ้าเราเดินแต่ขาเดียวก็ต้องล้มแน่”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
*****************

“พระพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องของการอ้อนวอน
ร้องขอ หรือให้กันได้
ทุกคนจะต้องทำด้วยตนของตนเอง
จึงจะได้รับผล”

“สิ่งใดที่มิได้ประกอบไปด้วยเหตุและผลแล้ว
สิ่งนั้นก็มิใช่พุทธศาสนา”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ
****************

“สติคือเชือก จิตเหมือนลูกโค
ลมเป็นหลัก ต้องเอาสติผูกจิตไว้กับลม
จิตจึงจะไม่หนีไปได้ ถ้าจิตใจเราตั้งตรง
เป็นหลักอยู่กับที่ มีสติอยู่กับลมหายใจ
เข้าออกอยู่เสมอแล้ว นิวรณ์และกิเลสทั้งหลาย
ก็ย่อมจะเกิดขึ้นไม่ได้”
หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ



>>> F/B คติธรรมนำชีวิต

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version