ผู้เขียน หัวข้อ: 金光明經 空品 สุวรรณประภาสสูตร (ศูนยตาวรรค)  (อ่าน 474 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7455
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2229
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 26.0.1410.64 Chrome 26.0.1410.64
    • ดูรายละเอียด
    • Awards



คัดจาก...หนังสือสวดมนต์มหายานแปลไทย
(ดูเพิ่มเติมที่ www.mahaparamita.com -- พระวิศวภัทร แปลไทย)

金光明經 空品
สุวรรณประภาสสูตร (ศูนยตาวรรค)

無量餘經    已廣說空      
บู เลียน ชู เกง อี กวง ส่วย คง
บรรดาพระธรรมอื่นๆ ทั้งปวง ได้แสดงแล้วซึ่ง ศูนยตา คือ ความว่าง

是故此中 略而解說
ซือ กู ชือ จง ลก ยือ ไก ส่วย
เหตุนี้แล ในกาลบัดนี้ จะกล่าวแลอธิบาย ซึ่งความโดยสังเขป

眾生根鈍    尟於智慧   
จง เซง เกิน ตุน เสียน อี ตี่ ฟุย
หมู่สัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีพีชะโง่เขลาทึบทื่อ น้อยด้วยปัญญาญาน

不能廣知    無量空義
ปุก เนง กวง จือ บู เลียน คง งี
ไม่อาจรู้แจ้งโดยรอบทั่ว ซึ่งความหมายของศูนยตา

故此尊經    略而說之 
กู ชือ จุน เกง ลก ยือ ส่วย จือ
ดังนี้ พระสูตรบทนี้แล จึงจะกล่าวโดยสังเขป  

異妙方便    種種因緣
อี เมียว ฟัง เปียน จง จง ยิน ยง
กล่าวด้วยอุปายะอันอัศจรรย์ อันกล่าวถึงเหตุและสิ่งที่ทำให้เกิด คือปัจจัยทั้งปวง

為鈍根故    起大悲心 
ไว ตุน เกิน กู คี ตา ปี ซิม
เพื่อแสดงให้แก่ผู้โง่เขลาทึบทื่อ ด้วยการเกิดจิตแห่งมหากรุณาคุณ
  
今我演說    此妙經典
กิม งอ ยิน ส่วย ชือ เมียว เกง ติน
บัดนี้ตถาคตจะกล่าวแสดง ซึ่งพระธรรมอันวิเศษอัศจรรย์

如我所解    知眾生意
ยู งอ ซอ ไก จือ จง เซง อี
ตามที่ตถาคตได้อธิบายแล้ว ได้ล่วงรู้ ซึ่งดวงจิตของหมู่สัตว์ทั้งปวง
  
是身虛偽    猶如空聚
ซือ เซง ฮี งุย เยา ยู คง จี
ว่าอันร่างกายของเรานี้แล ไม่ใช่ของจริงแท้ เป็นสิ่งหลอกลวง
อุปมาด้วย การประชุมของอากาศธาตุ คือความว่างเปล่านั้นเอง

六入村落    結賊所止 
ลิ่ว ยิบ ชุน ลก กัก ฉัก ซอ จิ 
เปรียบเหมือนหมู่บ้าน ที่มีทางเข้าหกทางด้วยกัน
แล้วมีโจรร้ายมาหยุด อยู่เบื้องหน้า หนทางอันนั้นแล้ว
 
一切自住    各不相知
อี ไช จือ จู กก ปุก เซียง จือ
อันล้วนแต่ยืนแยกจากกัน ล้วนแต่ไม่รู้จักกันและกัน

眼根受色    耳分別聲 
งัน เกิน เซา เสก ยือ ฟุน เปียก เซง
อายตนะคือ ตา ที่รับภาพ คือ หู ที่จำแนกเสียงทั้งปวง
  
鼻嗅諸香    舌嗜於味
พี เลา จู เซียง จิ ชือ อี มี
คือ จมูก อันสูดดมกลิ่น คือ ลิ้น ที่รับรส ติดใจ ชอบใจ ในรสชาดทั้งปวง

所有身根    貪受諸觸 
ซอ เยา เซง เกิน ทำ เซา จู ฉก
อันอายตนะคือ ร่างกาย นี้ ก็ละโมบอยากสัมผัส สิ่งที่น่ารัก น่าใคร่ทั้งปวง

意根分別    一切諸法
อี เกิน ฟุน เปียก อี ไช จู ฝับ
อันอายตนะคือ ใจ ก็ทำหน้าที่ จำแนกธรรมทั้งปวง

六情諸根    各各自緣 
ลิ่ว เชง จู เกิน กก กก จือ ยง
อารมณ์ที่เกิดจากทางทั้งหก นี้แล ต่างก็มีปัจจัยของตน ของตน

諸塵境界    不行他緣
จู ชิม เกง ไก ปุก ฮัง ทา ยง
อันวิสัยแห่งกิเลสทั้งปวง ย่อมไม่เกิดตามเหตุปัจจัย อื่นๆ

心如幻化    馳騁六情 
ซิม ยู ตัม ฟา ชี เพง ลิ่ว เชง
ก็ ใจ ที่เป็นมายา ดวงนี้แล ได้วิ่งแส่ส่าย ไปยังอารมณ์ ทั้งหกนี้ อย่างรวดเร็ว
  
而常妄想    分別諸法
ยือ เชียง บวง เซียง ฟุน เปียก จู ฝับ
แล้วนึกคิดปรุงแต่งลวงหลอก แยกแยะธรรมทั้งปวง

猶如世人    馳走空聚 
เยา ยู ซือ เลิน ชี โจว คง จี
ดูแล้วเหมือนมนุษย์ในโลก วิ่งไล่ตาม อากาศคือความว่าง อยู่อย่างนี้แล
  
六賊所害    愚不知避
ลิ่ว ฉัก ซอ ฮอย งี ปุก จือ ปี
จึงถูกโจรร้ายทั้งหก ทำร้ายเอา มีแต่ผู้โง่เขลาเท่านั้น ที่หลบหลีกไปไม่ได้

心常依止    六根境界   
ซิม เชียง อี จิ ลิ่ว เกิน เกง ไก
ก็ปกติของจิตนี้ ย่อมอาศัยอยู่กับ อายตนะทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

各各自知    所伺之處
กก กก จือ จือ ซอ สี จือ ชี
ซึ่งต่างก็รู้จักหน้าที่ของตน แล้วคอยท่าอยู่ ในที่ของตน

隨行色聲    香味觸法  
สุย ฮัง เสก เซีย เซียง มี ฉก ฝับ
อันเป็นไปตาม รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ นั่นเอง
 
心處六情    如鳥投網
ซิม ชู ลิ่ว เชง ยู เนียว เตา มัง
ก็จิตที่ไหลไปตามอารมณ์ทั้งหก ประดุจ นกที่ติดบ่วงของนายพราน

其心在在    常處諸根 
ขี ซิม ไจ ไจ เชียง ชี จู เกิน
ที่อยู่แห่งจิตนั้น ก็คือที่อายตนะทั้งปวง นั้นเอง  

隨逐諸塵    無有暫捨
สุย ตก จู ชิม บู เยา เจียม แส
ได้แต่คล้อยตามกิเลสทั้งปวง ไม่มีการหยุดพัก และปล่อยวางเลย

身空虛偽    不可長養
เซง คง ฮี งุย ปุก คอ เชียง เอียง
อันร่างกายนี้เป็นสิ่งจอมปลอม ไม่อาจเลี้ยงดู ให้คงอยู่ได้นาน
   
無有諍訟    亦無正主
บู เยา เจง สง ยิด บู จิน จู
ผู้ใดจะคัดค้าน ห้ามปรามไว้ไม่ได้ และไม่มีผู้ใดเป็นเจ้านายได้

從諸因緣    和合而有
ฉง จู ยิน ยง ฮอ ฮับ ยือ เยา
นั่นเป็นเพราะเกิดจากเหตุปัจจัยทั้งปวง ที่ประชุมกันแล้วจึงเกิดมี   

無有堅實    妄想故起
บู เยา เกียง สิก บวง เซียง กู คี
ไม่มีสิ่งใดจริงแท้ ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ได้นาน
ได้เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะความสำคัญผิด เป็นเหตุ

業力機關    假為空聚
เงียบ เหล็ก กี กวน กา ไว คง จี
อันเป็นไปตามกลไกของกรรม ซึ่งสมมุติว่า เป็นการประชุมกันขึ้น ของความว่าง

地水火風    合集成立
ตี ซุย ฟอ ฟง ฮับ จิบ เส่ง ลิบ
มีดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันก่อเกิดมีขึ้น เท่านั้นเอง

隨時增減    共相殘害 
สุย ซือ เจง มิก กง เซียง ซัง ฮอย
อันเกิด และดับ ตามกาลเวลา และจะทำลายซึ่งกันและกันเอง
  
猶如四蛇    同處一篋
เยา ยู ซือ เสอ ทง ชี อี เกียบ
อุปมา อสรพิษร้าย สี่ตัว อยู่ร่วมกัน ในหีบใบเดียว

四大蚖蛇    其性各異 
ซือ ต้า ยิน เสอ คี เซง กก อี
งูใหญ่ทั้งสี่ คือมหาภูติรูปสี่ นั้น ก็มี ภาวะที่ต่างกัน
  
二上二下    諸方亦二
อือ เซียง อือ ฮา จู ฟัง ยิด อือ
อยู่เบื้องบนสองตัว เบื้องล่างสองตัว คือ ด้านละสองตัว เช่นนี้แล

如是蛇大    悉滅無餘  
ยู ซือ เสอ ตา เสิด มิก บู อี
อันงู คือ มหาภูตินี้ ก็จะต้องสลายสิ้นไม่มีเหลือ
 
地水二蛇    其性沈下
ตี ซุย อือ เสอ คี เซง ชิม ฮา
อสรพิษทั้งสองคือธาตุดิน และน้ำ ก็มีลักษณะจมอยู่เบื้องล่าง

                     

風火二蛇    性輕上升
ฟง ฟอ อือ เสอ เซง คิง เสียง เซง
อสรพิษทั้งสองคือธาตุลม และไฟ มีลักษณะเบาจึงลอยอยู่เบื้องบน
   
心識二性    躁動不停
ซิม เสก อือ เซง เชา ตง ปุก เทง
มโนวิญญาณทั้งสองภาวะนี้แล รวดเร็วแส่ส่ายไม่อยู่นิ่งเลย

隨業受報    人天諸趣 
สุย เงียบ เซา เปา เลิน เทียน จู ชี
แล้วไปรับผลกรรมของตน บ้างได้เป็นมนุษย์ บ้างได้เป็นเทวดา บ้างเป็นสัตว์ในภูมิทั้งปวง
  
隨所作業    而墮諸有
สุย ซอ จก เงียบ ยือ ตอ จู เยา
ตามแต่ที่ตนกระทำมาเอง แล้วตกสู่ห้วงแห่งภพทั้งปวง

水火風種    散滅壞時
ซุย ฟอ ฟง จง ซัน มิก ไว ซือ
ก็เมื่อธาตุคือน้ำ ไฟ และลม แตกดับสลายแล้วนั้น
   
大小不淨    盈流於外
ตา เซียว ปุก เจง ยิน ลิว อี ไว
อุจจาระ ปัสสาวะที่ไม่สะอาด ที่เก็บซ่อนอยู่ภายใน ก็ไหลออกมา

體生諸蟲    無可愛樂 
ที เซง จู ถัง บู คอ ไอ ลก
สังขารนี้เป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคทั้งปวง หาความน่ารัก น่ายินดีไม่ได้
  
捐棄塚間    如杇敗木
เกียง ขี่ ทง เกียน ยู อู ไป มู
อันเขาจะทิ้งไว้ ในป่าช้า เหมือนกองซากไม้ที่ผุพัง ฉะนั้นแล

善女當觀    諸法如是
เสียง นุย ตง กวน จู ฝับ ยู ซือ
พวกเธอพึงพิจารณา ธรรมทั้งปวง ว่าเป็นอย่างนี้
  
何處有人    及以眾生
ฮอ ชี เยา เลิน กิบ อี จง เซง
แล้วจะหาสิ่งที่เรียกว่าเป็น มนุษย์ และหาหมู่สัตว์ ได้แต่ที่ไหน

本性空寂    無明故有  
ปุน เซง คง สก บู เมง กู เยา
ซึ่งก็เป็นความว่างเปล่ามาแต่เดิม เหตุเพราะอวิชชา คือความไม่รู้ จึงทำให้เกิดมี
 
如是諸大    一一不實
ยู ซือ จู ตา อี อี ปุก สิก
อันมหาภูติทั้งหลายเหล่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นความไม่จริง

本自不生    性無和合   
ปุน จือ ปุก เซง เซง บู ฮอ ฮับ
แต่เดิม ตนเองก็ไม่ได้เกิดมี ลักษณะทั้งปวง ก็ไม่ได้ประชุมกัน

以是因緣    我說諸大
อี ซือ ยิน ยง งอ ส่วย จู ตา
ด้วยเหตุปัจจัย อย่างนี้แล ตถาคต จึงกล่าวว่า ธาตุทั้งหลาย

從本不實    和合而有
ฉง ปุน ปุก สิก ฮอ ฮับ ยือ เยา
เกิดขึ้นจากความไม่จริง เป็นเบื้องต้น แล้วประชุมกันมีขึ้น เท่านั้นเอง
   
無明體相    本自不有
บู เมง ที เซียง ปุน จือ ปุก เยา
แม้สังขารลักษณะของ อวิชชา เอง แต่เดิมก็หาไม่มี

妄想因緣    和合而有 
บวง เสี่ยง ยิน ยง ฮอ ฮับ ยือ เยา
เพราะความจำได้หมายรู้ อย่างไม่จริง เป็นเหตุปัจจัย
จึงประชุมกันแล้วเกิดมีขึ้นมาได้

無所有故    假名無明
บู ซอ เยา กู กา เมง บู เมง
เหตุที่ปราศจากซึ่งสิ่งใด ๆ จึงสมมุติชื่อว่า อวิชชา

是故我說    名曰無明 
ซือ กู งอ ส่วย เมง วัก บู เมง
เหตุนี้ ตถาคตจึงกล่าว ชื่อว่า อวิชชา

行識名色    六入觸受
ฮัง เสก เมง เสก ลิ่ว ยิบ ฉก เซา
สังขาร วิญญาณ และนามรูป อายตนะทั้งหก ทำให้เกิดผัสสะ และเวทนา

愛取有生    老死愁惱 
ออย ชี เยา เซง เลา ซือ โซว เนา
เพราะตัณหาความทะยานอยาก ทำให้เกิดชาติ
ความแก่ ความตาย และความทุกข์โศก
  
眾苦行眾    不可思議
จง คู ฮัง จง ปุก คอ ซือ งี
บรรดาความเป็นไปแห่งทุกข์ทั้งปวง นั้นเป็นอจินไตย คือเกินไปกว่าความคิดคาดเดา

生死無際    輪轉不息 
เซง ซือ บู จี ลุน จิน ปุก เสก
วัฏฏะสงสารไร้ซึ่งขอบเขต หมุนเวียนอยู่ ไม่รู้จบสิ้น อย่างนี้
  
本無有生    亦無和合
ปุน บู เยา เซง ยิด บู ฮอ ฮับ
แต่เดิมนั้น ก็ไร้ซึ่งการเกิด อีกทั้งปราศจากการประชุมกัน

不善思惟    心行所造  
ปุก เซียง ซือ ไว ซิม ฮัง ซอ เจา
การตรึกคิดในทางอกุศล อันดวงจิตปรุงแต่งขึ้นนั้น
 
我斷一切    諸見纏等
งอ ติน อี ไช จู เกียน ตี ตัง
ตถาคตได้ตัดขาดแล้วทั้งสิ้น ซึ่งทิฐิความเห็น ที่ผูกมัดทั้งปวง

以智慧刀    裂煩惱網
อี จี ฟุย ตอ ลิ ฟัน เนา มัง
ได้ใช้ดาบแห่งปัญญาญาณ ฉีกทำลายตาข่ายแห่งกิเลส
   
五陰舍宅    觀悉空寂
อู อิม แซ ทา กวน เสิด คง สก
ที่อยู่แห่งขันธ์ทั้งห้านั้นแล ก็พิจารณาว่าเป็นศูนยตาทั้งสิ้น

證無上道    微妙功德 
จิน บู เสียง เตา มุย เมียว กง เต็ก
จึงบรรลุพระโพธิญาณ เป็นกุศลที่ประเสริฐอย่างยิ่ง
  
開甘露門    示甘露器
ไค กำ โลว มุน ยิด กำ โลว คู
เปิดออกซึ่งประตูอมฤต แล้วถือเอาภาชนะแห่งอมฤตนั้น

入甘露城    處甘露室 
ยิบ กำ โลว เซง ชี กำ โลว สิก
เข้าสู่อมฤตะนคร แล้วไปยังห้องแห่งอมฤต
  
令諸眾生    食甘露味
เลง จู จง เซง เสก กำ โลว มี
ยังให้หมู่สัตว์ทั้งหลาย ได้บริโภคซึ่งรสแห่งอมฤตนั้น

吹大法螺    擊大法鼓
ชุย ตา ฝับ ลอ เขก ตา ฝับ กู
ได้เป่ามหาสังข์แห่งธรรม แลย่ำมหาเภรีแห่งธรรม
   
然大法炬    雨勝法雨
ยัน ตา ฝับ กี ยี เซง ฝับ ยี
ได้จุดมหาประทีปแห่งธรรม แลโปรยปรายฝนประเสริฐแห่งธรรมนั้น

我今摧伏    一切怨結 
งอ กิม ซุย ฟุก อี ไช อวง กัก
ตถาคตได้ทำลาย ซึ่งความโกรธแค้นทั้งปวงแล้ว ในบัดนี้
  
豎立第一    微妙法幢
ซี ลิบ ตี อี มุย เมียว ฝับ ทง
ได้สถาปนา ธงแห่งธรรมอันวิเศษแล้ว เป็นที่หนึ่ง

度諸眾生    於生死海 
ตู จู จง เซง อี เซง ซือ ไฮ
ได้โปรดหมู่สัตว์ทั้งหลาย ในห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏนี้
  
永斷三惡    無量苦惱
ยง ติน ซำ อก บู เลียน คู เนา
ตัดขาดความชั่วทั้งสาม และความทุกข์โศกที่ไม่มีประมาณได้แล้ว ตลอดไป

煩惱熾然    燒諸眾生 
ฟัน เนา เสก ยัน เยา จู จง เซง
เพลิงแห่งกิเลส ได้เผาหมู่สัตว์ทั้งปวงแล้ว
  
無有救護    無所依止
บู เยา กิว ฟู บู ซอ อี จิ
เป็นผู้ ไม่ได้ รับการช่วยเหลือ ไม่มีที่พึ่งพิง

我以甘露    清涼美味 
งอ อี กำ โลว เชง เลียง มุย มี
ตถาคตได้ใช้อมฤต ที่ช่ำเย็น และรสโอชา
  
充足是輩    令離焦熱
ชง จก ซือ เปย เลง ลี เจียว ยิด
ให้เต็มเปี่ยมในชนเหล่านี้ ทำให้ไกลจากความรุ่มร้อนได้

於無量劫    遵修諸行
อี บู เลียน กิบ เตา เซา จู ฮัง
ในกัป ทั้งหลาย ที่ไม่มีประมาณ ก็ได้เป็นผู้นำชนเหล่านั้นประพฤติธรรม
   
供養恭敬    諸佛世尊
กง เอียง เกวียง เกง จู ฟู ซือ จุน
และถวายบูชา เคารพ ต่อพระพุทธเจ้าทั้งปวง

堅固修習    菩提之道 
เกียง กู เซา ซี ผู่ ที จือ เตา
บำเพ็ญฝึกฝนด้วยความตั้งมั่น เพื่อมุ่งสู่พระโพธิญาณ
  
求於如來    真實法身
คิว อี ยู ไล จิน สิก ฝับ เซง
เพื่อปรารถนา กายธรรมที่จริงแท้ ของพระตถาคตเจ้า

捨諸所重    肢節手足
แซ จู ซอ จง จี จัก เซา จก
ได้สละสิ่งทั้งปวง มีแขนขา มือเท้า เป็นต้น
   
頭目髓腦    所愛妻子
เทา มู ชวย เนา ซอ ออย ชี จือ
สละแม้ศีรษะ ดวงตา ไขกระดูก มันสมอง และบุตร ภริยาอันเป็นที่รัก

錢財珍寶    真珠瓔珞 
เชียน ไช จิน เปา จิน จู ยิน ลก
สละแม้ทรัพย์สิน และแก้วมณี มุกดา และสร้อยสังวาลย์
  
金銀琉璃    種種異物
กิม เงิน ลิว ลี จง จง อี มุด
อีกทั้งสละแม้ ทอง เงิน ไวฑูรย์ และสิ่งของทั้งปวง อย่างนี้แล.


F/B Vitsawapat Maneepattamakate
https://www.facebook.com/mahaparamita
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 08, 2013, 10:57:09 AM โดย ฐิตา, เหตุผล: เปลียนภาพค่ะ »



 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham