ผู้เขียน หัวข้อ: ...สรรพสิ่ง เกิดล้วน อนิจจัง  (อ่าน 815 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 26.0.1410.64 Chrome 26.0.1410.64
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
...สรรพสิ่ง เกิดล้วน อนิจจัง
« เมื่อ: เมษายน 13, 2013, 11:19:06 AM »




...สรรพสิ่ง เกิดล้วน อนิจจัง

                       นานวัน ยิ่ง เหว่ว้า          อาดูร จริงเอย
               คิดครุ่น ทะ วี คูณ                   แต่เจ้า
               เช้าสาย บ่าย พอกพูน            หวงห่วง แม่นา
               พี่ดุจ ทาส รักเฝ้า                  ทุกข์เร้า รุมทรวง





                      ......สรรพสิ่ง เกิดล้วน อนิจจัง                 
                      ความหวังเคย ภินท์พัง  ยังกลับฟื้น
                      เพรียบพร้อมพรั่ง สุขล้น ลืมจนตื่น
                      กลับพังครืน สะอื้นไห้ ในพริบตา



                      ......นับประสา อะไร ใจมนุษย์
                      ที่แสนสุด ลึกล้ำ ดั่งคำว่า
                      พายิ้มหัว แล้วร้องร่ำ ตามมายา
                      ใครนำมา  ยึดมั่นไว้  ตายทั้งเป็น!!...





 .... เสียงจิ๊บๆกระจิบกระซิบบอก           เจ้ากระจอกเออออหยอกล้อเสียง
  นกกระเต็นเต้นปร๋อมาคลอเคียง          อ้อยอี๊เอียงเอี้ยงแก้วเจื้อยแจ้วกัน
      ง่วนทำรังนั่นนกกระจาบน้อย           กระตั้วคอยจ้องอยู่ดูน่าขัน
     กระเรียนเวียนหาปลามาทั้งวัน          กระสากันเจ้ากระยางย่างแย่งปู
      อีแอ่นเพลินบินเหิรอยู่เนินฟ้า           เงือกถลาลงวนามาเป็นคู่



       สำเนียงเสียงนกเขาเฝ้าขันคู           แซงแซวชูคอนิ่งเกาะกิ่งไทร
         แว่วดุเหว่าจากดงริมพงอ้อ            กระปูดรออยู่ข้างลำธารใส   
       ต้อยตีวิดตัวจ้อยไม่คอยใคร           ไก่ฟ้าไพรตีปีกหลีกขึ้นดอย



  บนฟ้ายังมีเหยี่ยวเที่ยวเฉี่ยวโฉบ           กระทาโอบลูกพลางหาทางถอย
 แต้วแร้วจิกไซร้หางกลางฝนปรอย           กางเขนน้อยรอฝนสิ้นแล้วบินไป
  เขียนคำกลอนมานานพาลไม่จบ           แต่ใกล้พลบหลบแล้วหนอรอไม่ไหว
         ขอพวกเจ้าจงอยู่คู่ถิ่นไทย            ยั่งยืนไปตราบดินสิ้นฟ้าเอย.. 



เมื่อความเบื่อคืบคลาน..ผ่านความเหงา!!..รอบตัวเรามีแต่หน่าย..คล้ายยาขม
ภาพความหลัง..ที่ทุกครั้งเคยชื่นชม...กลับคลายปมเลือนลาง..จางสิ้นดี!!..



..ตะวันลา เหล่าวิหค ต่างผกผิน        นกขมิ้น เหลืองอ่อน เจ้านอนไหน
         ....หรือค่ำไหน นอนนั่น อยู่ร่ำไป          อย่างคำใคร เขาค่อน สอนให้ฟัง



..เจ้านางนวล นวลใย แต่ใจร้าย          คนหลงใหล เหยียดแร้งผี ไร้ที่ฝัง
          ...เขาเกลียดกลัว ร่างร้าย ช่างชิงชัง     ไม่คิดหลัง...รูปกาย...ร้ายหรือดี!!



..พิราบเอ๋ย..เขาเคยเอา เจ้าสื่อสาร      กลับถึงกาล เห็นจัญไร เขาไล่หนี
          ...เหน็ดเหนื่อยบิน ข้ามฟ้า ฝ่าไพรี        ปฐพี...พ้นย่อยยับ...เขากลับลืม!!


     
...>//<..เมื่อรักหัก..สิ้นเยื่อไม่เหลือใย       เลิกอาลัยวันคืน...เลิกขื่นขม!!
โยนทิ้งเศร้า..ให้หายลับไปกับลม              เจ้าโลกกลมนี้ยังหมุน..ให้อุ่นใจ



    ...o.นกยังร้อง..ดาวเดือนยังเคลื่อนอยู่     บอกให้รู้เล่นไม่ยาก!!..ลำบากไฉน??
ไม่มีคู่ก็แค่ขำ(ใคร!!)..จะทำไม??              เกี่ยวกับใครหรือเล่า??.ก็เปล่าเลย!!!..>O<


Naya Wichien Mar 30, 2013
Community  -  สนามกลอน (เล่นๆ นัด,เเลก, เเจก)



 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham