ผู้เขียน หัวข้อ: มีดประจำตัว /คอลัมน์ จับใจ  (อ่าน 2043 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 26.0.1410.64 Chrome 26.0.1410.64
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
มีดประจำตัว /คอลัมน์ จับใจ
« เมื่อ: เมษายน 12, 2013, 01:04:54 am »



"ในนิกายเซนมีคำกล่าวว่า จุดเริ่มแรกของการเติบโตไปในศาสนมรรคคือ การเชื่อมั่นว่าเราทุกคนล้วนมี หรือครอบครองศักยภาพแห่งการเป็นพุทธะ หรือบุคคลที่พร้อมตื่นจากอวิชชาอยู่ในตัว ความเชื่อมั่นเช่นนั้นสำคัญยิ่งกว่าการรู้คำสอนมากมายเสียอีก ถ้าเราเชื่อว่าเรามีธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม ความผิดพลาดทั้งหลายล้วนเริ่มต้นใหม่ได้ สิ่งปฏิกูลเกาะเกี่ยวล้วนถูกชำระทิ้งได้ บทเรียนเช่นนี้ถูกสอนผ่านในเวลาอันสั้นให้ผมได้ประจักษ์..." อนุสรณ์ ติปยานนท์



มีดประจำตัว
ในอดีตผมจะแบกมีดชุดหนึ่งกลับบ้านในยามค่ำ เป็นกฎเกณฑ์สำคัญข้อหนึ่งของการเป็นพ่อครัว เราไม่ใช้มีดของใครถ้าไม่จำเป็น และเราก็ไม่ยอมให้ใครใช้มีดของเราถ้าไม่จำเป็นเช่นกัน มีดเป็นสิ่งของประจำตัว และสำหรับคนที่ต้องประกอบอาหารเป็นอาจิณ มีดเป็นยิ่งกว่าคนรัก

ความคมของมันซื่อสัตย์ต่อเราทุกครั้งในยามที่พึ่งพา และแม้อาจมีบางครั้งที่เราอาจเผลอไผลถูกมันบาดแทง รอยแผลที่เกิดจากมันก็ลบเลือนได้เร็ว ไม่รั้งอยู่นานเหมือนแผลที่เกิดจากคนรักและความรัก

ในอดีตตอนนั้น ผมอาศัยอยู่แถบห้องเช่าย่านอีสต์ลอนดอน ที่อุดมไปด้วยคนตะวันออกกลางหลากประเทศ ว่าไปแล้วมันก็เป็นถิ่นที่ไม่น่าอยู่อย่างยิ่งในเมืองใหญ่แห่งนั้น แต่ด้วยค่าเช่าที่แสนถูก และการเดินทางที่สะดวกง่ายดาย ทำให้ผมปฏิเสธมันได้ยาก ประชากรหลายคนในแถบนั้น คงรู้สึกหวาดหวั่นที่ต้องเดินทางกลับบ้านในยามดึก โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวปล้นจี้อยู่เนืองๆ บนชั้นสองของรถประจำทางเที่ยวกลางคืน แต่ผมไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย

โดยเฉพาะยามที่ผมแบกกระเป๋ามีดที่ข้างในบรรจุมีดคู่ใจสามเล่มอันได้แก่ มีดทำครัว (cooking knife) มีดแล่ (fillet knife) และมีดปอก (pairing knife) หลังทำความสะอาดครัวแล้ว มีดทั้งสามจะถูกผมลับอย่างคมกริบ และถูกเก็บอย่างทะนุถนอมลงในกระเป๋า

หลายครั้งความรู้สึกของการแบกมีดติดตัวไปอย่างเดียวดายในเมืองใหญ่ อดทำให้ผมนึกถึงตัวละครในนวนิยายกำลังภายในเรื่องหนึ่งของโกวเล้งไม่ได้ คนคนหนึ่งแบกหีบบรรจุอาวุธที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง เดินเข้าสู่นครเชี่ยงอันอย่างเงียบงัน มันเป็นความรู้สึกที่โดดเดี่ยวของคนที่ไร้ราก แต่ก็มีความมั่นใจอันแปลกประหลาดแฝงเร้นอยู่


The Owl clutching a mouse..(photo by Robin Loznak)

ถึงแม้ปัจจุบันนี้สิ่งที่ผมนำพาติดตัว จะเปลี่ยนจากมีดมาเป็นปากกา ผมก็ยังจำความรู้สึกเช่นนั้นได้ ความรู้สึกของการเริ่มต้นเก็บออมเงิน เพื่อซื้อมีดชั้นดีหนึ่งเล่ม ความรู้สึกของการฝนคมมีดกับหินลับในยามค่ำ ความรู้สึกที่มีต่อเนื้อมีดเมื่อมันแทรกผ่านเข้าไปในเนื้อสัตว์ที่จับต้อง มันเป็นความรู้สึกของการเชื่อมั่นในบางสิ่งที่อยู่นอกตัวเรา แต่ใช้การได้จริง เป็นความรู้สึกที่ไม่มีความกังขา ไม่มีความลังเลสงสัยใดเลย

เมื่อเช้าสองวันที่ผ่านมา ผมลุกจากโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้านพักในโรงพยาบาลเกาะยาวของ น.พ.มารุต สลักเพชร (หมอหนุ่มที่ไม่ยอมเปิดคลินิกนอกเวลาเพื่อรักษาคนไข้ แต่พึงใจเปิดคลินิกส่วนตัว เพื่อรักษาจินตนาการในงานเขียนในชื่อ นกปักษนาวิน) เพื่อหาของมีคมบางอย่างเปิดซองจดหมาย ผมพบมีดทำครัวเล่มหนึ่งถูกทิ้งให้สนิมเกาะอยู่ในครัว มันแลดูหมดสภาพความคมมานานนับศตวรรษ อาจเป็นมีดของใครบางคนที่ถูกทอดทิ้งจนลืม

ผมหยิบมันขึ้นดูและตัดสินใจฝนมันกับหินลับว่า มันจะกลับสู่คุณสมบัติเดิมได้หรือ ไม่ช้านานมีดเล่มนั้นเริ่มอวดความคมของมัน ผมออกไปที่ตลาดสด ซื้อปลาทะเลมาหนึ่งตัว และอีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นทั้งผมและหมอมารุต เราก็ได้รับประทานเนื้อปลาที่สดหวานพร้อมกัน ด้วยมีดที่ผมเชื่อมั่นว่ามันต้องยังคงแฝงคุณลักษณ์แห่งความเฉียบคมอยู่เหมือนมีดประจำตัวในอดีตของผม



ในนิกายเซนมีคำกล่าวว่า จุดเริ่มแรกของการเติบโตไป
ในศาสนมรรคคือ การเชื่อมั่นว่า..
เราทุกคนล้วนมีหรือครอบครองศักยภาพแห่งการเป็นพุทธะ หรือบุคคลที่
พร้อมตื่นจากอวิชชาอยู่ในตัว
ความเชื่อมั่นเช่นนั้นสำคัญยิ่งกว่าการรู้คำสอนมากมายเสียอีก
ถ้าเราเชื่อว่าเรามีธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม
ความผิดพลาดทั้งหลายล้วนเริ่มต้นใหม่ได้ สิ่งปฏิกูลเกาะเกี่ยว
ล้วนถูกชำระทิ้งได้
บทเรียนเช่นนี้ถูกสอนผ่านในเวลาอันสั้นให้ผมได้ประจักษ์
และแน่ล่ะมันเป็นบทเรียนที่ยากจะลืม..
ในชีวิตหนึ่งของเรา ที่หาความเชื่อมั่นได้น้อยเต็มที...




คอลัมน์ จับใจ, โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์
กรุงเทพธุรกิจ-กายใจ, ๓ มิถุนายน ๒๕๕๐
- http://www.facebook.com/ReadForVision

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2013, 12:17:57 pm โดย ฐิตา, เหตุผล: jpg »


~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 32.0.1700.107 Chrome 32.0.1700.107
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: ::: อย่าให้ชีวิต...มีเพียง I wish :::
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 05:42:56 pm »



::: อย่าให้ชีวิต...มีเพียง I wish :::

ผลสำรวจของพยาบาลพบว่าคนไข้ที่ใกล้เสียชีวิต
จะพูดเหมือนๆกันอยู่ 5 ประโยค

I wish that I had let myself be happier.
ฉันอยากทำให้ตัวเองมีความสุขมากกว่านี้

I wish I’d had the courage to live a life true to myself,
not the life others expected of me.
ฉันอยากมีความกล้าพอที่จะมีชีวิตของตัวเอง
ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น

I wish I didn’t work so hard.
ฉันอยากที่จะไม่ต้องทำงานมากขนาดนั้น

I wish I’d had the courage to express my feelings.
ฉันอยากมีความกล้าพอที่จะแสดงออกถึงความรู้สึก

I wish I had stayed in touch with my friends.
ฉันอยากติดต่อกับเพื่อน



คนนั้นมีชีวิตเฉลี่ยแค่สองหมื่นกว่าวัน...
ไม่มีใครรู้ว่าจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน เวลามีเหลือกันเท่าไหร่
จะมีลมหายใจอีกกี่ครั้ง เรายังมีความฝัน
ความอยาก ถ้ามีชีวิตแล้วไม่ได้ใช้....คงได้แค่ I wish...

Cr: เพจ Business link เชื่อมช่อง




จิตฝัน

โลกความคิด จิตสร้างเรื่อง ฟูเฟื่องฝัน
แล้วยึดมั่น ผูกพัน ฝันหวั่นไหว
พยับแดด รุ้งเรืองรอง มองไกลๆ
หวังจะได้ พอเข้าใกล้ กลับไม่จริง



Dreaming Mind
Mirages seem glorious and real
But on close inspection there is nothing there

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

********************************

เพียงเห็น
เพียงรู้ อย่ามี เรารู้
เพียงดู อย่ามี ความเห็น
เพียงอยู่ อย่ามี เราเป็น
เพียงเห็น อย่ามี เรื่องราว



Observe
The wise observer doesn’t have opinions or views
Just observe without judgment

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส



:http://www.phasornkaew.org/
>>> F/B New Heart New World - โลกเปลี่ยนไป เมื่อใจเปลี่ยนแปลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 03:24:58 pm โดย ฐิตา, เหตุผล: +ข้อธรรมค่ะ »

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 6.3 Windows NT 6.3
  • Browser:
  • Chrome 31.0.1650.59 Chrome 31.0.1650.59
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: ::: OSHO's Ten Commanments :::
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2016, 10:17:29 am »


::: บัญญัต 10 ประการ(สู่การตื่นรู้) ของ OSHO :::

1. อย่าหลงเชื่อตามใคร เว้นแต่ว่า มันจะมาจากข้างในของคุณ
2. ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกไปจาก "ชีวิต"
3. ความจริงอยู่ในตัวคุณแล้ว ไม่ต้องไปหาที่อื่น
4. ความรัก คือ คำอธิษฐานสูงสุด

5. การไม่เป็นอะไรเลย คือ ประตูสู่ความรู้แจ้ง
การไม่เป็นไม่มีอะไรนั่นแหล่ะ คือ วิถี เป้าหมาย และการเข้าถึง

6. ชีวิต คือ ที่นี่ เดี๋ยวนี้
7. จงใช้ชีวิต อย่างตื่นรู้
8. อย่าพยายามว่ายน้ำ...จงลอยไป

9. จงตาย (ปล่อยวาง) ในทุกขณะ
แล้วคุณจะสดใหม่เสมอ
10. ไม่ต้องแสวงหา คุณเป็นสิ่งนั้นอยู่แล้ว
แค่หยุด และเห็น...มัน
----------------------------------------

:::: OSHO's Ten Commanments ::::

1.Never obey anyone's command unless it is coming from within you.
2.There is no God other than life itself.
3.Truth is within you, do not search for it elsewhere.
4.Love is prayer.

5.To become a nothingness is the door to truth.
Nothingness itself is the means, the goal and attainment.

6.Life is now and here.
7.Live wakefully.
8.Do not swim—float.
9.Die each moment so that you can be new each moment.
10.Do not search. That which is, is. Stop and see.


อภิภู โพธิ ได้แชร์รูปภาพของ
New Heart New World - โลกเปลี่ยนไป เมื่อใจเปลี่ยนแปลง
กับ Mechanical Suthathep และ Mindful SKy
3 กุมภาพันธ์ 2015 ·

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham