Forum > ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น

นิทานปู่ลิง :โลกมีสอง....ธรรมมีหนึ่ง?

(1/5) > >>

ฐิตา:


โลกมีสอง....ธรรมมีหนึ่ง?

//-เศรษฐี ผู้หนึ่ง เชื่อมั่นว่า ได้คือความสุข เสียคือความทุกข์
และชอบเยาะเย้ย คำสอน อาจารย์เซน
วันหนึ่ง ตนเองป่วย เป็น ฝีหน้าคน(เป็นฝีชนิดหนึ่ง จะมีรูปร่าง
คล้ายหน้าคน โผล่ออกมา) ที่หน้าแข้ง
เจ็บปวด ด้วยทุกข์เวทนา รักษาไม่หาย จึงมาหา อาจารย์เซน

“ก็ท่านได้มาแล้วเป็นสุขไง?”
โธ่หลวงพ่อ ใครได้อย่างผมจะสุขได้ไง
ถึงแม้นผมจะเสียอะไรไป เพื่อให้หาย ผมยอมทั้งสิ้น
หลังจาก ยอมตัด ส่วนขาล่าง ที่มีเจ้าฝีหน้าคนทิ้ง หายดีแล้ว
เศรษฐี ก็มารำพึง บางทีเสียไป ก็เป็นสุขได้เช่นกัน?





สำหรับ ชาวเซน มักมองโลกขำๆ
เกี่ยวกับ ความติดในของคู่
สุข..... ทุกข์  / พอใจ..... ไม่พอใจ  /
 ดี..... ชั่ว  / ชอบ..... ชัง  /
ผิด..... ถูก  / ได้..... เสีย...........
โลกมีสอง....ธรรมมีหนึ่ง?...สาธุ

ปรัชญา นิทานเซ็น



PULING 2012-09-18 23:37
- http://www.appreciative-community.com/appreciative-community/home/space.php?uid=21&do=blog&id=970


ฐิตา:

           

//-วันหนึ่ง เหล่าศิษย์ มายื่นคำขาด ให้อาจารย์จะเลือกเอา..
ศิษย์เหลือขอ คนหนึ่ง หรือศิษย์ทั้งสำนัก
อาจารย์บอกว่า พวกท่านมีสติปัญญา เอาตัวรอดได้ ทุกคน
แต่เจ้าคนนี้ คงอยู่รอดไม่ได้
เพราะ”ไม่รู้ว่า การเปลี่ยน ที่ยิ่งใหญ่ คือเปลี่ยนนิสัยตนเอง”
ข้าจะอยู่ดูแลเขาเอง...
เจ้าหนุ่มเหลือขอ ที่มาจากแดน ที่ไม่มีใครรักเขา
ถึงกับอึ้ง และเปลี่ยนแปลงนิสัย ทุกอย่าง
ให้ตรงข้ามกับที่เคยเป็น..สาธุ
“การเปลี่ยนแปลง ที่ยิ่งใหญ่ คือเปลี่ยนนิสัยตนเอง?”

PULING 2012-09-18 23:35

ฐิตา:
           

//-เซนคือชีวิตที่มี ”ฌาน” ทุกขณะจิต
ไม่ได้มาจากเรียนรู้วาทะกรรม ปรัชญา สวยหรู
แต่อยู่ที่ “ฝึก มีสติทุกขณะจิต” จนอารมณ์...
ปิติ สุข อุเบกขา เอกจิต เป็นหนึ่งเดียวกับชีวาในชีวิต
เป็น....และฝึก เห็นอารัมมณูปนิชฌาน ความเป็นเช่นนั้นเอง
ว่างจากทุกอุปาทาน ของทุกข์ธรรมชาติ
จนไร้เวทนาทุกข์ ด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง
เป็น อัตโนมัติ  เป็น ลักขณูปนิชฌาน ทุกหายใจเข้าออก

PULING 2012-09-18 23:30




ZEN

1000 นิทานปู่ลิง

.

เมื่อผม เข้าถึงสภาวะ จิตว่าง ผมก็ไม่ต้องทำอะไร?

.

อ๋อ นั่น ว่าง อันธพาล

.

ว่างอย่างไร คือ ว่างจริง

.

ว่างจาก การ ยึดมั่น ถือมั่น

ในสิ่งที่จิตปรุงแต่ง ทำงาน

และ ปรุงแต่งจิต ด้วยกุศล เสมอ

.

อะไรคือ กุศล

.

1.คือสิ่งที่ทำแล้ว ไม่มีโรค

.

(กิเลส ตัณหา อุปาทาน)

สุขภาพ กาย วาจา ใจดี

.

2.สิ่งที่ทำแล้ว ไม่มีโทษ

.

 (ไม่เบียดเบียน ตนและชีวิตอื่น)

.

3. ทำแล้วเกิด สติ ปัญญา ตื่น

.

สิ่งที่ทำแล้ว ปลุก สติรู้ตัว

ปัญญารู้คิด ปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น

.

4. ทำแล้วมีความสุข

.

5.ทำแล้วเกื้อกูล ชีวิตเรา และชีวิตอื่นดีด้วยกัน

.

สิ่งที่ทำแล้ว ให้ผล

เป็นความ สุข สงบ ร่มเย็น

เกื้อกูล แก่ตนเองและผู้ อื่น ยั่งยืน

.

เข้าใจ แล้ว จะฝึก อย่างไร

.

ฝึก เจริญ ความเมตตา กับปัญญา คู่กันไป

.

ฝน ตกให้ทุกชีวิต แต่ หญ้าที่ไร้ราก ก็ยากได้ประโยชน์

.

เธอจง จินตนาการว่า

เธอเป็น ฝน ตก ให้ทุกสรรพชีวิต ได้ชื่นใจ

.

ครับผม แต่ขอเว้นหลังคา เพื่อนบ้านข้างๆ

ผมไม่ชอบหน้ามัน

.

กุศล คือสิ่งทำแล้ว

ไม่เป็นโรค

ไม่ให็โทษ

ฉลาดขึ้น

มีความสุขร่วมกัน

เกื้อกูล ชีวิตตน และชีวิตอื่น ให้ดีด้วยกัน

ฝึกนะครับ ดีต่อชีวิต แน่นอน

.

55555+

.

จบแค่นี้แหละ

.

แข็งแรงๆๆ โชคดี ทุกคน ทุกวัน

.

ขอบคุณเจ้าของภาพ ผู้จุดประกาย

ฐิตา:


         

//-หนุ่มห้าว อยากเรียนวิชาดาบ ไปหาอาจารย์”เซน”
“อย่างข้า จะเป็นนักดาบดี จะใช้เวลาเท่าไหร่”
อาจารย์ตอบว่า เองหน่วยก้านดี สัก สองปี น่าจะสำเร็จ
“ถ้าข้าตั้งใจ คร่ำเคร่งฝึกฝนเต็มที่ละ”
น่าจะสักสี่ปี อิๆ
“ทำไมเวลามันยืดเล่าอาจารย์”
ถ้าเองมัวแต่ต่อปากต่อคำ สักสิบสองปี
เจ้าหนุ่มปิดปาก

“วันนี้ เองไปหาที่กิน ที่อยู่ที่นอนในสำนักก่อน และข้าจะสอนเจ้า”
คืนนั้นขณะ เจ้าหนุ่ม นอนน้ำลายยืด ก็ถูกอาจารย์ ใช้ดาบไม้ ฟาด
จนต้องเผ่นอ้าวจากที่นอน
ทุกวัน ไม่ว่า เดิน ยืน นั่ง นอน กิน ก็โดนแอบฟาด จนเจ็บไปทั้งตัว
เจ้าหนุ่มก็ หาสารพัดวิธี ”ที่จะรู้ตัวก่อน”

จนพบวิธี “ทำสติตื่น” ทุกอิริยาบถ
จนในระยะยี่สิบก้าว ก็รู้ว่าอาจารย์จะมาทางไหน? อิๆ
จากนั้น ก็ทำงานสารพัด ในสำนัก
โดยเฉพาะ ตำข้าว ไปเก็บฟืนบนเขา ตักน้ำในลำธาร
ซึ่งต้อง ระวังให้ได้ ของมา และ ไม่ให้อาจารย์ฟาดได้
จบวิชา มีสติว่องไว หลบหลีก อดทน แข็งแรงดี
อาจารย์ก็เรียกเจ้าหนุ่ม มา วันนี้ ข้าจะสอนเรื่อง
”จิตวิญญาณของดาบ”
ดาบดี ไม่ใช่ดาบฆ่าคน แต่เป็นดาบฆ่ากิเลสในตน เพื่อช่วยชีวิตคน


PULING 2012-09-18 23:26

ฐิตา:



//-พร พระเซน
วันหนึ่งหนุ่มสาว ไฮโซมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ใกล้วัดเซน
จึงเข้าไปขอพร เจ้าอาวาส ให้อยู่ดีมีแฮง เฮงๆ ว่าซั่น
เจ้าอาวาส ก็ให้ พรว่า
“จงฉิบหาย..จงฉิบหาย...จงฉิบหาย..จงฉิบหาย”

ทั้งสองถึงกับอึ้ง หน้าซีด กลับไป ปรึกษาญาติ ต่างก็โกธรแค้น
ไปแจ้งความกับเจ้าเมือง มาเอาผิดเจ้าอาวาส

“เจ้าอาวาส ก็ตอบว่า ฉิบหายทั้งสี่คือ
ห่วง...หวง...ห่าม..เหิม...หากทำให้ฉิบหายแล้ว..
ที่เหลือคือ สติปัญญาเห็น”โชคดี”

ญาติผู้ใหญ่ เจ้าหนุ่ม แล้วทำไม ไม่อธิบาย ให้ก่อนละ
ก็พอบอกว่า จงฉิบหาย ก็รีบเผ่น เด็กสมัยนี้ ใจร้อนจัง..อิๆ

PULING

           

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version