ผู้เขียน หัวข้อ: บาปของใคร ?? :พุทธทาสภิกขุ  (อ่าน 629 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานดอกแก้วกลิ่นธรรม
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7457
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2236
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
บาปของใคร ?? :พุทธทาสภิกขุ
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 11:04:15 AM »




บาปของใคร ??
...พุทธทาสภิกขุ...

...เราไม่มีความรู้มาแต่ในท้อง, หมายความว่าว่างมา;
พอออกมาจากท้องก็บรรจุความรู้ผิด ๆ เข้าไป ๆ
ความรู้ถูก ๆ มันไม่ได้สอนนี่.... ไม่เคยสอน
ใครบ้างที่สอนเด็ก ๆ ทารกให้มันรู้เรื่องดับทุกข์ มันไม่มี,
มีแต่ป้อนเข้าไปให้กินเข้าไป ประเล้าประโลมเข้าไป,
ประคบประหงมเข้าไป เอาอกเอาใจเข้าไป จนเด็กมันเสียนิสัย;

นี่มันเป็นอย่างนี้ มันเป็นบาปของใคร?

ที่เราไม่มีความรู้ที่ถูกต้องมาโดยธรรมชาติ
โดยกำเนิดออกมาแต่ในท้อง ว่างออกมา,
พอมาถึงก็ได้ รับการบรรจุผิด ๆ ผิด ๆ ....เห็นแก่ตัว ๆ ๆ,
หลงใหลในความเอร็ดอร่อยทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเพิ่มขึ้น ๆ
จนถึงขนาดที่เรียกว่าบูชา บูชาความสนุกสนานเอร็ดอร่อย
ทางตา หู จมูก ลิ้น กายใจ จนเงินไม่พอใช้,
เงินเดือนไม่พอใช้ ที่เอามาหล่อเลี้ยงความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.

รู้สึกกันเสียทีว่า ปัญหามีอยู่อย่างนี้,
ความยากลำบากนั้นมันมีอยู่ถึงขนาดนี้,
ความเป็นอย่างนี้มันชิน ๆ เพิ่มความชินซ้ำ ๆ ซาก ๆ ชิน ๆ ๆ
นี้เขาเรียกว่า อนุสัย. กิเลสแล้ว เคยชินเพิ่มขึ้น,
ความเคยชินแห่งกิเลสนั้นเขาเรียกอนุสัย. กิเลส
ก็เป็นกิเลสที่มันเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยเป็นคราว ๆ
เกิดโลภบ้าง เกิดโกรธบ้าง เกิดหลงบ้าง, นี้เรียกว่ากิเลส

แต่พอเกิดแล้วมันก็เกิดความเคยชินที่จะเกิดนั้นเพิ่มขึ้น ๆ ;
นี่มันได้เปรียบอย่างนี้ กิเลสเกิดทีหนึ่งมีความเคยชิน
เพิ่มขึ้นทีหนึ่ง,
มันก็เกิดความเคยชินที่จะเกิดกิเลส มันก็เหนียวแน่น.
เพราะฉะนั้นเราจึงสู้มันไม่ได้ .....มันเกิดเสียทุกที,
กิเลสมันชิงเกิดเสียทุกที....
เพราะมันมีความเคยชินในการเกิด... มากกว่าที่จะไม่เกิด

" ต้องต่อสู้ด้วยธรรมะมิให้กิเลสเกิด."

เอ้า, ทีนี้มาตั้งป้อมธรรมะต่อสู้ไม่ให้มันเกิด,
มีสติสัมปชัญญะต่อสู้ไม่ให้เกิด. ถ้าต่อสู้ได้ครั้งหนึ่ง
ความเคยชินมันลดไปเหมือนกันแหละ,
อำนาจกิเลสมันลดไปเหมือนกัน, มันลดไปเหมือนกัน.
เพราะฉะนั้นเราระวัง อย่าให้กิเลสเกิดซิ ด้วยเราควบคุมได้นะ,
ไม่ให้กิเลสเกิดโดยเราควบคุมได้นี้
กิเลสมันจะลดอำนาจลดความเคยชินลงไป หน่วยหนึ่ง ๆ
นี่มันจะเป็นทางรอดที่มันดีขึ้น.

ฉะนั้นทุกคนอย่ายอมแพ้, อย่าท้อถอย
ที่จะบังคับกิเลสให้ได้มากขึ้น หรือทุกคราวก็ยิ่งดี,
แล้วความเคยชินนั้นจะหมดไป. กิเลสจะไม่มีเกิด.


...พุทธทาสภิกขุ...

โดย ตามรอย ท่านพุทธทาส
-http://www.facebook.com/




 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham