ผู้เขียน หัวข้อ: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"  (อ่าน 116875 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ sithiphong

  • ทีมงานก้านแก้วเกล็ดใบทอง
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7432
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2678
  • พระวังหน้าที่หลวงปู่เทพโลกอุดรเสก
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
  • Browser:
  • Firefox 85.0 Firefox 85.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« ตอบกลับ #280 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2021, 10:26:10 PM »
.
#การหักลดหย่อนภาษี  #กรณีใบอนุโมทนาบัตร
#กรมสรรพากร
.
คำพิพากษาฎีกาที่ 7700/2548 
.
นาย วุฒิวาร วาระศิริ โจทก์
กรมสรรพากรจำเลย
.
เรื่อง การหักลดหย่อน กรณีใบอนุโมทนาบัตร
.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29
.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 ตรี , 47(7)
.
คดีนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพียงว่า ใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์สามารถนำไปหักลดหย่อนเงินบริจาคได้หรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ไม่มีใบอนุโมทนาบัตรของวัดมาแสดง แต่โจทก์พิสูจน์พยานบุคคลว่ามีการบริจาคจริง โจทก์ก็ย่อมนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 แม้คู่ความจะหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
.
มาตรา 47 (7) แห่ง ป. รัษฎากร ให้สิทธิผู้มีเงินได้พึงประเมินนำเงินที่ตนบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ โดยหักได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่หักรายจ่ายแล้ว เมื่อใบอนุโมทนาบัตรที่โจทก์นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาค โจทก์จึงมีสิทธินำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้
.
การที่ใบอนุโมทนาบัตรระบุชื่อโจทก์และครอบครัวเป็นผู้บริจาคก็เพื่อเหตุผลทางด้านจิตใจและความเชื่อทางศาสนาว่า บุคคลในครอบครัวของโจทก์ทุกคนได้ร่วมกันทำบุญกุศล เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อระบุในใบอนุโมทนาบัตรเพียงคนเดียวโดยไม่มีชื่อบุคคลอื่นร่วมด้วย โจทก์จึงมีสิทธินำเงินบริจาคทั้งจำนวนตามที่ปรากฏในใบอนุโมทนาบัตรพิพาท มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์ได้
.
การขอคืนภาษีอากรที่นำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสีย หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ผู้เสียภาษีจะต้องยื่นคำร้องขอคืนภาษีต่อเจ้าพนักงานของจำเลย ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 27 ตรี การที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 21,806 บาท ที่โจทก์นำไปชำระแก่จำเลยตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีแล้วจึงไม่ชอบ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
.
ที่มา เว็บไซด์กรมสรรพากร ( rd.go.th )
https://www.rd.go.th/36246.html
.
คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร 1.หลวงปู่พระอุตรเถระเจ้า 2.หลวงปู่พระโสณเถระเจ้า 3.หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า(หลวงปู่อิเกสาโร)4.หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า(หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า) 5.หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า(หลวงปู่หน้าปาน)

ออฟไลน์ sithiphong

  • ทีมงานก้านแก้วเกล็ดใบทอง
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7432
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2678
  • พระวังหน้าที่หลวงปู่เทพโลกอุดรเสก
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
  • Browser:
  • Firefox 89.0 Firefox 89.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« ตอบกลับ #281 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2021, 08:54:32 PM »
.
เชื่อว่า มีหลายๆท่าน  ได้ยินคำว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance) กันมาบ่อยๆ   บางท่านอาจจะมีการดำเนินการ รีไฟแนนซ์กันมาแน่ๆ
 .
แต่ทราบความหมายกันหรือไม่
.
ความหมายของคำว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance) ไม่ใช่การย้ายวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งไปยังสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น
.
สินเชื่อที่สามารถ รีไฟแนนซ์ (Refinance) สามารถดำเนินการได้กับทุกประเภทของวงเงินสินเชื่อ
.
วันนี้ ผมนำความหมายของคำว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance) มาฝากกัน
.
.
.
.
.
รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การก่อหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า โดยที่ได้รับประโยชน์ที่ดีกว่าจากการก่อหนี้ก้อนใหม่ นั่นคือการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้ลดจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละงวด หรือต้องการรวมหนี้จากเจ้าหนี้หลายรายเป็นเจ้าหนี้รายเดียว หรือต้องการชำระเงินต้นให้รวดเร็วขึ้น
.
ปัจจุบันลูกหนี้นิยมการทำ Refinance สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งในการ Refinance ลูกหนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะการ Refinance สินเชื่อบ้านเพราะหนี้ระยะยาวที่มีเงินต้นค่อนข้างสูง
.
            ในการ Refinance สินเชื่อบ้านเพื่อลดภาระอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงนี้ ลูกหนี้ควรพิจารณาเปรียบเทียบภาระดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินเดิมกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการย้ายสถาบันการเงิน (Switching Cost) ประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้
.
     สถาบันการเงินเดิม : ค่าเบี้ยปรับสำหรับกรณีที่ไถ่ถอนก่อนกำหนดซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะคิดค่าปรับประมาณ 2 – 5% ของวงเงินกู้หรือยอดเงินต้นคงเหลือถ้าไถ่ถอนบ้านในช่วง 2 – 3 ปีแรก ตามที่ระบุในสัญญา
.
     สถาบันการเงินใหม่  : ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประมาณ 0.25 – 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดินหรือประมาณ 15,000 – 10,000 บาท ค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้ประมาณ 0.25 – 2% และค่าประกันอัคคีภัย
.
     กรมที่ดิน : ค่าธรรมเนียมการจดจำนองประมาณ 1% และค่าอากรประมาณ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
.
ที่มา: หนังสือ 365+1 คำศัพท์การเงินและการลงทุน
.
ที่มา เว็บไซด์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
.
.
.
.
.
#Refinance
#รีไฟแนนซ์
#การก่อหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า
#โดยที่ได้รับประโยชน์ที่ดีกว่าจากการก่อหนี้ก้อนใหม่
#สถาบันการเงิน
#สินเชื่อบ้าน
#สินเชื่อบัตรเครดิต
#สินเชื่อส่วนบุคคล
#สินเชื่อธุรกิจ
#สินเชื่อSME
.
คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร 1.หลวงปู่พระอุตรเถระเจ้า 2.หลวงปู่พระโสณเถระเจ้า 3.หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า(หลวงปู่อิเกสาโร)4.หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า(หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า) 5.หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า(หลวงปู่หน้าปาน)

ออฟไลน์ sithiphong

  • ทีมงานก้านแก้วเกล็ดใบทอง
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7432
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2678
  • พระวังหน้าที่หลวงปู่เทพโลกอุดรเสก
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
  • Browser:
  • Firefox 90.0 Firefox 90.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: รวบรวมเรื่อง "เงิน" กับ "ทอง"
« ตอบกลับ #282 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2021, 02:43:20 PM »
.
คิดให้ดี….ก่อนเป็นหนี้แทนคนอื่น
.
โพสโดย ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย
.
.
เคยหรือไม่...ที่คนรอบข้าง เช่น ญาติพี่น้อง ลูกหลาน เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงาน หรือคนใกล้ชิดอีกมากมายขอให้เราช่วยเหลือเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ว่าจะขอยืมเงิน หรือให้ช่วยค้ำประกันเงินกู้
.
          แม้ว่าการช่วยเหลือจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจช่วยใครทันทีที่ฟังคำขอร้องหรือเรื่องราวที่น่าเห็นใจ อยากชวนให้หยุดคิดสักนิดถึงผลที่จะตามมาจนอาจส่งผลกระทบกับตัวเราและครอบครัว ก่อนจะมานั่งเสียใจภายหลังเพียงเพราะความหวังดีที่กลับมาทำร้ายตัวเราเองที่ต้องเป็นหนี้แทนคนอื่น มาดูกันว่าเคยเจอเหตุการณ์ต่อไปนี้ด้วยตัวเองหรือเคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้จากคนอื่นหรือไม่ และจะมีวิธีการป้องกันอย่างไร
.
เหตุการณ์ไหนบ้างที่อาจทำให้เราเป็นหนี้แทนคนอื่น
.
กู้เงินมาเพื่อให้ยืมต่อ
.
โก้ได้รับโทรศัพท์จากพี่โอซึ่งเป็นญาติสนิทโทรมาขอยืมเงินจำนวน 100,000 บาทเพื่อใช้ลงทุนทำธุรกิจขายของเล่นเด็ก แต่ตอนนี้โก้ก็ไม่มีเงินเก็บมากขนาดนั้น จึงบอกพี่โอว่าจะกดเงินจากบัตรเครดิตของตัวเองให้พี่โอยืม แล้วให้พี่โอเป็นคนผ่อนโดยโอนเงินมาให้โก้ทุกเดือนตามยอดขั้นต่ำในใบแจ้งหนี้ ซึ่งพี่โอก็ตอบตกลง โก้จึงกดเงินจากบัตรเครดิตและให้พี่โอยืมตามที่คุยกัน ต่อมาโก้ได้รับใบแจ้งหนี้จากบัตรเครดิตให้ชำระหนี้ โก้จึงติดต่อพี่โอให้โอนเงินมาให้โก้ แต่พี่โอตอบโก้ว่าของที่สั่งมาขายไม่ค่อยดี จึงไม่มีเงินที่จะให้โก้ไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่กดมา สุดท้ายโก้เลยเดือดร้อนเพราะเป็นหนี้จากบัตรเครดิตที่กู้แทนพี่โอในที่สุด
.
กู้แทนคนอื่น
.
ก้องมีน้องสาวชื่อกิ๊บ กิ๊บเป็นเด็กจบใหม่เพิ่งเข้าทำงานรายได้จึงยังไม่สูง แต่กิ๊บใฝ่ฝันอยากจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองเพื่อขับไปทำงาน และคอยรับส่งพ่อกับแม่ จึงไปยื่นขอสินเชื่อรถกับสถาบันการเงินแต่ไม่ผ่าน กิ๊บจึงไปขอร้องก้องให้กู้ซื้อรถยนต์เป็นชื่อก้องแทน โดยสัญญาว่าจะผ่อนชำระค่างวดในแต่ละเดือนให้ ก้องตกลงตามที่กิ๊บขอ แต่พอผ่านไป 6 เดือน เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อที่ทำงานของกิ๊บประสบปัญหารายได้ตกต่ำ กิ๊บถูกให้ออกจากงานและไม่สามารถจ่ายค่างวดรถตามที่ตกลงกับก้องได้ ก้องจึงต้องเป็นหนี้แทนกิ๊บในที่สุด

ช่วยค้ำประกันเงินกู้
.
แอนกับฟลุคเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้ง 2 คนสนิทกันมากและมักจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี เมื่อทั้งคู่เริ่มทำงานและสร้างครอบครัวก็ยังไปมาหาสู่กันเสมอ ต่อมาวันหนึ่งฟลุคขอให้แอนช่วยค้ำประกันสินเชื่อจำนวน 400,000 บาท เพื่อเอาเงินไปร่วมหุ้นเปิดร้านกาแฟกับญาติ แอนก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือเพื่อนโดยที่ไม่ได้ปรึกษากับครอบครัวเลยเพราะคิดว่ารู้จักกับฟลุคมาตั้งแต่เด็กไม่มีวันเบี้ยวหรือหนีหนี้แน่นอน 3 เดือนต่อมาแอนก็ต้องเจอข่าวร้ายว่าฟลุคถูกให้ออกจากงานด้วยเหตุผลที่คาดไม่ถึงแถมร้านกาแฟก็ปิดตัวลงเพราะขายไม่ดี และทิ้งภาระหนี้อันหนักอึ้งไว้จนทำให้แอนกับครอบครัวต้องเดือดร้อนจากการตัดสินใจช่วยค้ำประกัน
.
(หมายเหตุ : การค้ำประกัน คือ สัญญาประเภทหนึ่งที่ผู้ค้ำประกันสัญญากับเจ้าหนี้ว่า “ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้นั้นแทน” เมื่อมีการทำสัญญาลักษณะนี้เจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกร้อง หรือฟ้องให้คนค้ำประกันรับผิดแทนได้ โดยเป็นการประกันการชำระหนี้ให้บุคคลอื่นนั่นเอง ชึ่งมักจะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้ที่ขอกู้เงินเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ซื้อรถใหม่ กู้อเนกประสงค์ แต่สถาบันการเงินหรือสหกรณ์ไม่อนุมัติเงินกู้ให้เนื่องจากไม่มีหลักประกันเพียงพอ จึงต้องใช้บุคคลค้ำประกันสินเชื่อ หรือว่าที่เจ้าหนี้อาจต้องการให้ผู้กู้มีทั้งหลักประกันและผู้ค้ำประกันจึงจะมีความมั่นใจมากพอที่จะปล่อยกู้ให้)
.
ลืมประเมินสถานการณ์ตนเองให้คนอื่นยืมจนไม่พอใช้
.
เพื่อนของพลอยโทร. หาพลอยว่ารถกำลังจะถูกยึดเพราะขาดส่งมา 3 งวดแล้ว เดือนหน้าเก็บเงินจากลูกค้าได้จะรีบโอนคืนให้ พลอยสงสารเพื่อนมากจึงให้เพื่อนยืมเงิน 20,000 บาท ที่เก็บไว้จ่ายค่าเทอมลูกในอีก 2 เดือนข้างหน้า และลืมคิดไปว่าตอนนี้พลอยเองก็มีภาระหนี้ค่อนข้างมาก รายจ่ายของครอบครัวก็สูงจนเกือบจะเท่ากับรายได้ และลืมคิดไปว่าหากเพื่อนไม่คืนหนี้ที่ยืมไปพลอยจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าเทอมลูก เมื่อถึงเวลาที่พลอยต้องจ่ายค่าเทอมลูกเพื่อนก็ยังไม่คืนเงินให้ สุดท้ายพลอยต้องไปกู้เงินมาจ่ายค่าเทอมลูก และกลายเป็นหนี้เพราะช่วยเพื่อนโดยลืมประเมินสถานการณ์ของตนเอง
.
.
ข้อควรคำนึงก่อนตัดสินใจให้ยืมเงิน หรือค้ำประกันเงินกู้
.
1. ถามวัตถุประสงค์ของการยืมเงินหรือการค้ำประกันเงินกู้
.
          เราควรถามรายละเอียดต่าง ๆ จากคนที่จะขอยืมเงินหรือให้ค้ำประกันเงินกู้ ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร วงเงินเท่าไร เหตุใดจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากเรา เช่น เงินไม่พอใช้จ่าย ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จ่ายค่าบัตรเครดิต หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน นอกจากนี้ เราต้องประเมินเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น คนที่จะขอยืมเงินหรือให้ค้ำประกันเงินกู้มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ หากเรารู้อยู่แล้วว่าเขาไม่สามารถจ่ายหนี้ได้คงเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ดีแน่นอน เราในฐานะว่าที่เจ้าหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์ที่จะซักถามจนสิ้นสงสัยและไม่ต้องเกรงใจ เพราะคำถามเหล่านี้จะช่วยทำให้เราทราบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ ได้ดียิ่งขึ้น
.
2. ประเมินสถานะทางการเงินของตัวเอง
.
          สิ่งแรกที่ควรคิดถึงก่อนก็คือ ถ้าเราช่วยเขาเราจะมีโอกาสกลายเป็นคนที่เดือดร้อนไปด้วยอีกคนหรือไม่ หากเขาไม่คืนเงินหรือเราต้องจ่ายหนี้ที่เราค้ำประกันแทนเขา เราจะไหวไหม ดังนั้น จึงต้องประเมิน “สถานะทางการเงินของตัวเราเอง” ว่า
.
เรามีความเดือดร้อน หรือปัญหาด้านการเงินหรือไม่
.
มีหนี้สินเท่าไร มีรายรับ-รายจ่ายเป็นอย่างไร มีสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่ โดยให้คิดถึงทั้งสถานะปัจจุบันและคาดการณ์ไปถึงภาระที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหากโดนเบี้ยวหนี้
.
มีเงินออมรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพียงพอหรือไม่ และมีเงินออมสำหรับรายจ่ายก้อนใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าหรือยัง เช่น ค่าเทอมลูก ค่าผ่าตัดของสมาชิกในบ้าน เงินที่เตรียมไว้ดาวน์บ้าน ดาวน์รถ ซึ่งเงินออมทั้ง 2 ก้อนนี้เป็นเงินที่เรากันไว้เพื่อความจำเป็นในชีวิตของเรา จึงไม่ควรเอาไปให้ใครยืม
.
3. ไตร่ตรองเรื่องอื่น ๆ นอกจากเรื่องเงิน
.
          นอกจากความเสี่ยงเรื่องเงินแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น ปัญหาความสัมพันธ์ เมื่อคนที่ยืมเงินหรือขอให้ช่วยค้ำประกันเงินกู้ไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ได้ ก็บ่ายเบี่ยงหลบหน้า ไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากคุย หรือเป็นปัญหาอีกด้านหนึ่งคือคนที่ให้ยืมไม่กล้าทวงเงินเพราะกลัวกระทบต่อความสัมพันธ์ อีกปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เกิดความวิตกกังวลและความเครียดสะสมทั้งตัวผู้ให้ยืม ผู้ขอยืม และผู้ค้ำประกัน ส่งผลต่อสุขภาพและอารมณ์ บั่นทอนให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จึงต้องคิดถึงปัญหาเหล่านี้ไว้ด้วย
.
4. ปรึกษาครอบครัว
.
          ถ้าเราแต่งงานแล้ว อย่าด่วนตัดสินใจให้ยืมเงินหรือค้ำประกันเงินกู้ให้ใครโดยไม่ปรึกษาคู่ชีวิตหรือครอบครัว เพราะนอกจากใช้ชีวิตร่วมกันแล้วส่วนใหญ่ก็ใช้และรับผิดชอบเงินร่วมกันด้วย ดังนั้น ครอบครัวควรรับรู้และร่วมตัดสินใจ เช่น ช่วยเราคิดว่าจะให้ยืมเงินหรือค้ำประกันเงินกู้หรือไม่ เป็นจำนวนเงินเท่าไร ซึ่งคู่สมรสที่จดทะเบียนต้องเซ็นหนังสือยินยอมหรือรับทราบว่าสามีหรือภรรยาของตนเองค้ำประกันเงินกู้ให้คนอื่นด้วย นอกจากนี้ เรื่องราวอาจบานปลายไปสู่ปัญหาครอบครัว เช่น ทะเลาะเบาะแว้งจนต้องหย่าร้าง หรือหากถูกยึดบ้านไปขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ ครอบครัวก็จะเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน ความคิดเห็นของครอบครัวอาจทำให้เราได้มุมมองที่ไม่เคยนึกถึง และหากครอบครัวไม่เห็นด้วย ก็ควรเคารพการตัดสินใจ และปฏิเสธการให้ยืมเงิน หรือค้ำประกันเงินกู้ไป
.หากในที่สุดแล้ว เราตัดสินใจจะให้ยืมเงินหรือค้ำประกันเงินกู้ ก็ควรหาวิธีป้องกันความเสียหายหรือลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่รับได้ โดยสามารถใช้วิธีดังต่อไปนี้
.
วิธีป้องกันความเสียหาย หรือลดความเสี่ยง
.
กำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่จะช่วยเหลือ เช่น ให้ยืม หรือค้ำประเงินกู้ไม่เกิน 20,000 บาท (เรารับภาระได้เท่านี้ โดยไม่เดือดร้อน) การกำหนดจำนวนเงินสูงสุดแบบนี้ จะช่วยป้องกันความเสียหายเท่าที่เรายอมรับได้ หากไม่ได้เงินที่ให้ยืมไปคืนหรือต้องจ่ายหนี้แทน
.
การให้ยืมเงิน
.
มีสิ่งของเป็นหลักประกัน เช่น ทองคำ วิธีนี้จะช่วยเราลดความเสี่ยงหากไม่ได้รับเงินที่ให้ยืมไปคืน เพราะยังมีหลักประกันที่สามารถขายเป็นเงินกลับมาได้
.
ไม่กู้ยืมเงินจากที่อื่นมาให้ยืม เช่น ไม่กดเงินบัตรเครดิต หรือกู้ยืมเงินจากที่
ต่าง ๆ มาให้คนอื่นยืมต่อ  เราจะได้ไม่เป็นหนี้แทนคนอื่น และยังมีวงเงินกู้สำหรับตัวเองไว้ใช้ยามจำเป็นอีกด้วย
.
การค้ำประกันเงินกู้
.
อ่านเงื่อนไขการค้ำประกันให้ครบถ้วน ก่อนที่จะลงชื่อในสัญญาค้ำประกันใด ๆ ก็ตาม ควรอ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบถ้วนก่อนลงชื่อทุกครั้ง ว่าเป็นการค้ำประกันหนี้อะไร จำนวนเท่าไร (เป็นไปตามที่ตกลงหรือไม่) รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของการค้ำประกันเงินกู้เพราะหากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้มีสิทธิ์เรียกร้องให้เราชำระหนี้แทนลูกหนี้ตามสัญญาค้ำประกัน
.
เก็บสัญญาการค้ำประกันเงินกู้ ควรเก็บสำเนาสัญญาหนังสือค้ำประกันเงินกู้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ทราบถึงสิทธิ์และขอบเขตความรับผิดชอบจากการค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญา
.
สุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ คือ การช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราสามารถช่วยได้ แต่ก็อย่าลืมหันมองดูตัวเราเองด้วยว่าสามารถช่วยเหลือได้เต็มที่แค่ไหน ช่วยแล้วทำให้ตัวเราเองและครอบครัวเดือดร้อนหรือไม่ ถ้าตอนนี้ยังช่วยไม่ไหวอาจจะช่วยรับฟังปัญหา หรือให้คำแนะนำไปก่อน และเมื่อถึงโอกาสหน้าที่เรามีความพร้อมมากกว่านี้ค่อยช่วยตามสมควร
.
คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร 1.หลวงปู่พระอุตรเถระเจ้า 2.หลวงปู่พระโสณเถระเจ้า 3.หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า(หลวงปู่อิเกสาโร)4.หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า(หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า) 5.หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า(หลวงปู่หน้าปาน)

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham