Forum > ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น

สนทนานิกายเซ็น : โกอาน

(1/2) > >>

มดเอ๊กซ:




              จากหนังสือ
              สนทนานิกายเซ็น โดย ล.เสถียรสุต
              ฉบับจัดพิมพ์เดือนมีนาคม 2531
              จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ ก.ไก่

โกอานคืออะไร   
    คำว่า โกอาน ออกเสียงตามภาษาญี่ปุ่น จีนกลางออกเสียงว่า กงอั้น ภาษาแต้จิ๋วว่า กงอั่ว แปลตามตัวหนังสือ คำว่า กง คือ ราชการ คำว่า อั่ว คือ เอกสาร กงอั่ว มักจะหมายความถึง สำนวนคดี  หรือ เอกสารเรื่องหนึ่งของทางราชการ เซ็นได้ยืมมาใช้สำหรับคำพูดประโยคหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งพระอาจารย์พูดหรือเล่าให้ฟัง เพื่อให้ศิษย์นำไปคิดทบทวนเพื่อเห็นแจ้งในธรรม

ฐานะของโกอาน   
    เซ็นใช้ความตื่นตัวของตน ปรับปรุงเจตจำนงของตน ให้ความไม่เป็นอิสระของเจตจำนงให้เป็นเจตจำนงที่มีความเป็นอิสระ เปลี่ยนแปลงนิสัยเก่าให้เป็นนิสัยใหม่ ให้แนวคิดเก่าเป็นแนวคิดใหม่ นี่แหละคือเซ็น และโดยโกอานทำหน้าที่นี้
   
    เซ็นอาศัยโกอานทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดมีชีวิตใหม่ขึ้น แล้วก็นำมาแสดงด้วยโกอานอีก โกอานเป็นชีวิตของเซ็น การสืบธรรมและการประกาศธรรมก็อาศัยโกอาน ทุกสิ่งของนิกายเซ็นซึ่งนอกจากโกอานแล้ว ล้วนแต่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เซ็นมีรูปแบบเป็นศาสนาเท่านั้น
   
    อาจารย์บางท่าน พยายามทำให้รูปแบบของเซ็นสมบูรณ์ขึ้น แล้วลืมโกอานไป บางท่านคิดจะทำให้เซ็นมีความเหมาะสมกับยุคสมัย ละเลยโกอานไปก็มี นับเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
    ถ้าละเลยโกอานหรือถึงแก่ละทิ้ง เซ็นก็จะถูกทำลายหมด เซ็นถือว่า รูปแบบศาสนาเป็นสิ่งสำคัญ แต่รูปแบบนี้ต้องมาจากภายในของชีวิตเซ็น จึงมีคุณค่าสำหรับเซ็นและก็จะสามารถยืดชีวิตเซ็นให้อยู่ต่อไปได้

ความหมายของโกอาน
    การบรรยายเซ็นคือการเสนอแนะ และก็คือการเสนอโกอาน การเสนอโกอานเป็นการเสนอให้เข้าถึงพุทธจิต
    โกอาน รวมทั้งการ “ชูดอกไม้” ก็คือโกอานเซ็น นอกจากโกอานแล้ว นอกนั้นไม่มีวิธีใดที่จะเข้าถึงเซ็น
    โกอานไม่มีแบบแผน แล้วแต่อาจารย์จะให้ตามเอกลักษณ์ของแต่ละคน

    การเทศน์ของอาจารย์ และหนังสือชุมนุมโอวาทของอาจารย์รุ่นก่อนๆก็คือโกอาน เซ็นใช้โกอานประกาศธรรมมาตลอดเวลา ซึ่งผิดกับนิกายอื่นที่มีพระสูตรหรือพระอภิธรรมเป็นที่อ้างอิงประจำนิกาย เซ็นใช้โกอานในธรรมนองเดียวกับการใช้พระสูตรพระอภิธรรมของนิกายอื่น

    โกอานอาจจะเป็นหัวข้อหนึ่งที่อาจารย์องค์ก่อนๆได้กล่าวไว้ ในหัวข้อนั้นเป็นสัจธรรมที่ท่านได้เข้าถึงจึงเป็นแนวปฏิบัติได้ และก็เป็นหลักที่จะตรวจพินิจความถูกผิดของเซ็นได้
    โกอานกับการนั่งสมาธิ เป็นการปฏิบัติของเซ็นซึ่งเหมือนกับปีกนก จะขาดข้างใดข้างหนึ่งไปมิได้

    โกอานมีกริยาการเป็น 2ทาง ในแง่ลบ คือการปฏิเสธวิชาความรู้ที่แยกแยะรู้เห็นสรรพธรรม ในแง่บวกคือปลุกให้พลังแรงแห่งเจตจำนงทำความพยายามเป็นครั้งสุดท้าย
    ประโยชน์ของโกอาน คือการเข้าถึงที่กำเนิดแห่งธรรม ตรงต้องตามวิสัยที่หลุดพ้นของพระพุทธองค์ เข้าถึงพุทธภูมิ



หมายเหตุ
    โกอานต่อไปนี้แปลชนิดเก็บความและเป็นหัวข้อ เพราะต้นฉบับอ้างพระสูตรมหายานและบทประพันธ์พระอาจารย์รวมทั้งโกอานไว้มาก ซึ่งไม่สามารถแปลละเอียดได้ และผู้เขียนเข้าใจว่า ถ้าแปลละเอียดตามตัว กลับจะทำให้เข้าใจลำบาก

    ประโยคที่อาจารย์ชอบให้ศิษย์นำไปขบคิดและพอเข้าใจได้
- อะไรเป็นเจตนารมณ์ของปฐมาจารย์(พระโพธิธรรม)จาริกมาจากตะวันตก(มาสู่จีน)
- อะไรคือหน้าตาที่พ่อแม่ยังไม่ได้ให้กำเนิด (พื้นเดิมก่อนเกิด)
- ไม่มี (ของพระอาจารย์เชาโจว)
- ดูซิใครลากศพนี้ (สิ่งใดที่ทำให้เรามีร่างกายนี้อยู่ได้)
- อะไรคือพระพุทธเจ้า
- อะไรคือพระธรรม

- เซ็นนิ้วเดียว ( พระเจ้าเทียนเล้ง ใครมาถามว่าพระพุทธธรรมคืออะไร ท่านก็ชูนิ้วให้ดูโดยไม่พูดอะไร วันหนึ่งท่านไม่อยู่มีคนมาถามธรรม เณรรับใช้บอกให้มาถามกับเณรได้ ผู้ถามจึงถามว่า “พระพุทธธรรม คืออะไร” เณรชูนิ้วเดียวแบบอาจารย์ ครั้นอาจารย์กลับมา เณรเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ท่านก็เลยถามเณรว่า “พระพุทธธรรม คืออะไร” เณรชูนิ้วให้ดู ท่านชักมีดฟันนิ้วของเณรหลุดไป เณรร้องไห้วิ่งหนีท่านไล่จับเณรไว้แล้วถามว่า “พระพุทธธรรม คืออะไร” เณรชูนิ้ว ปรากฏว่าไม่มีนิ้ว เณรก็เลยเห็นแจ้งในธรรม (ในความไม่มี) ต่อมามีอาจารย์เซ็นหลายท่าน นิยมใช้การชูนิ้วในการตอบคำถามนี้มาก


มดเอ๊กซ:


           

คำถามคำตอบของอาจารย์เซ็นที่พอเข้าใจได้

พระถามอาจารย์ชือเม้งว่า
ถาม “เมื่อบัวยังไม่โผล่พ้นน้ำ เป็นอย่างไร?”
ตอบ “น้ำมากเท่าไหร่ ก็ปิดกั้นไว้ไม่ได้”

ถาม “เมื่อโผล่พ้นจากน้ำแล้วเล่า?”
ตอบ “ไม่เป็นที่ขัดตาของผู้เดินผ่านไปมา”
ถาม “เมื่อดอกบานเล่า?”
ตอบ “หอมไปทั่วทุกทิศทาง”

ถาม “เมื่อมีลูกบัวเล่า?”
ตอบ “เลี้ยงปลาเลี้ยงตะพาบน้ำ”

.....

พระอาจารย์ตังเนี้ยไปพำนักที่วัดฮุยลิ้ม เจ้าอาวาสไม่รู้จักไม่ต้อนรับโดยดี
พอกลางคืน ท่านก็ไปอุ้มเอาพระพุทธรูปที่สลักด้วยไม้มาเผา

เจ้าอาวาส “ทำไมเอาพระมาเผา!!”
ท่านตอบ   “จะหาพระบรมสารีริกธาตุ”
เจ้าอาวาส “พระทำด้วยไม้ จะมีพระบรมสารีริกธาตุได้อย่างไร!!”
ท่านตอบ   “ทำด้วยไม้แล้วจะบูชาไปทำไม”

ท่านไปยืนปัสสาวะในโบสถ์
เจ้าอาวาส “ที่นี่มีพระ ทำไมมาปัสสาวะ!!”
ท่านตอบ   “แล้วที่ไหนไม่มีพระ”

.....

พระเปิดหน้าต่าง เห็นหิมะตกเต็มภูเขา
พระ “แหม..หิมะเต็มภูเขา”
อาจารย์ “ ไอ้คนข้องแวะในรูปเสียง!!”
พระ “แล้วจะให้พูดว่าอย่างไร?”
อาจารย์เดินออกไปที่หน้าต่าง มองออกไปแล้วพูดว่า “แหม..หิมะเต็มภูเขา”

          

มดเอ๊กซ:


         

นักเซ็นผู้หนึ่ง ไปพักวัดเซ็นบนภูเขาแต่ไม่เคยไปฟังเทศน์(ตามระเบียบผู้พักต้องไปฟังเทศน์)
เจ้าอาวาสจึงแวะมาถาม

เจ้าอาวาส “ท่านไม่เคยไปนั่งคุยกันเลย”
นักเซ็น “ผมได้ทางที่เข้าถึงพระธรรมแล้ว”
เจ้าอาวาส “ทางนั้นเป็นอย่างไร”
นักเซ็น “ผมไปถามพระองค์หนึ่งว่า ความเป็นพุทธะคืออะไร ท่านตอบว่า เด็กเฝ้าไฟมาขอเชื้อไฟ”

เจ้าอาวาส “โอ้ เป็นคำตอบที่ประเสริฐมาก แต่เห็นท่านจะเข้าใจผิด”
นักเซ็น “ผมไม่ได้เข้าใจผิด ผมเข้าใจถูก เพราะเด็กเฝ้าไฟก็มีไฟอยู่แล้ว ยังมาขอไฟอีก
เหมือนกับผมที่มีความเป็นพุทธะอยู่แล้ว กลับมาถามความเป็นพุทธะอีก”

เจ้าอาวาส “เห็นไหม อาตมาว่าท่านเข้าใจผิด ท่านเข้าใจผิดจริงๆด้วย”
นักเซ็นบันดาลโทสะทันที ลงจากภูเขา ครั้นถึงกลางทางก็นึกตำหนิตัวเองว่ามาที่นี่
ก็เพื่อจะศึกษาธรรม ไม่ควรทำฉุนเฉียวเช่นนี้ จึงขึ้นไปหาท่านเจ้าอาวาสใหม่แล้วถามว่า

นักเซ็น “ความเป็นพุทธะคืออะไร?”
เจ้าอาวาส “เด็กเฝ้าไฟมาขอเชื้อไฟ”

.....

นักเซ็นไปถามพระตี๋จั๋ง
นักเซ็น “สวรรค์นรกมีจริงหรือไม่?”
พระ “มีจริง”
นักเซ็น “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีจริงหรือ?”
พระ “มีจริง”

นักเซ็น “พระคุณเจ้าเห็นจะตอบผิด ผมเคยถามพระอาจารย์เกซาน ท่านตอบว่า ไม่มี”
พระ “พระอาจารย์เกซานมีเมียหรือเปล่า?”
นักเซ็น “ไม่มี”

พระ “แล้วท่านมีเมียหรือเปล่า?”
นักเซ็น “ผมมีเมีย”
พระ “นั่นแหละที่พระอาจารย์เกซาน ตอบว่า ไม่มี ได้ แต่ท่านตอบว่า ไม่มี ไม่ได้”

.....

พระอาจารย์ถามพระรูปหนึ่ง
อาจารย์ “ไปไหนมา?”
พระ “ขึ้นไปบนภูเขา”

อาจารย์ “ขึ้นถึงยอดไหม?”
พระ “ถึงยอด”
อาจารย์ “บนยอดเขามีคนไหม?”
พระ “ไม่มี”

อาจารย์ “ถ้าเช่นนั้น ก็ยังไม่ถึงยอด”
พระ “ถ้าไม่ถึงยอด ทำไมผมถึงทราบว่าไม่มีคน”
อาจารย์ “นั่นซิ!! อาตมาสงสัยเธอมานานแล้ว”

.....

มดเอ๊กซ:


           

พระถามพระอาจารย์ตังซาน
พระ “เมื่อท่านเกิดมา มีคน ยอม ท่านไหม?”
(หมายถึงยอมแพ้ ยอมรับรองในความสามารถ)
อาจารย์ “ไม่มีใครยอม”

พระ “เพราะเหตุใด?”
อาจารย์ “เพราะทุกคนมีท่าทีเป็นกษัตริย์”

.....

พระถามพระอาจารย์เชาซาน
พระ “อะไรมีค่ามากที่สุด?”
อาจารย์ “หัวแมวตาย”

พระ “เพราะอะไร?”
อาจารย์ “เพราะไม่มีใครไปตีราคาให้มัน”

.....

พระอาจารย์เชาซานถามพระ
ถาม “อากาศร้อน จะไปหลบร้อนได้ที่ไหน”
ตอบ “ที่กระทะ ที่เตาไฟ”

ถาม “เพราะเหตุใดที่นั่นจึงหลบความร้อนได้”
ตอบ “เพราะความทุกข์ไปไม่ถึงที่นั่น”

.....

พระถามพระอาจารย์เชาซาน
ถาม “ยากจนแล้วยังมีโจรมาปล้นอีกจะทำอย่างไร?”
ตอบ “มันก็คงเอาไปไม่หมด”

ถาม “เพราะเหตุใด?”
ตอบ “เพราะโจรเป็นญาติของเรา”

.....

พระถามพระอาจารย์บุนเอียะ
ถาม “อะไรเป็นสิ่งสำคัญของสมณะ?”
ตอบ “ถ้ามีอะไรเป็นสิ่งสำคัญของสมณะ ก็ไม่ใช่สมณะ”

.....     

มดเอ๊กซ:


                 

พระรูปหนึ่ง เขียนคำว่า จิต ไว้ตามประตู หน้าต่าง และกำแพง

อาจารย์ “ไม่ถูก ที่ประตูต้องเขียนว่าประตู
ที่หน้าต่างต้องเขียนว่าหน้าต่าง ที่กำแพงต้องเขียนว่ากำแพง”

.....
           

นักเซ็นอ้างพระสูตรกล่าวกับพระ

นักเซ็น “วันเดือนผ่านไป ชีวิตสั้นไป ไม่มีอะไร.. เป็นความสุข”
พระ “วันเดือนผ่านไป ชีวิตสั้นไป ไม่มีอะไร.. ที่ไม่เป็นความสุข”

.....
         

พระทราบว่าคนครัวศึกษาเซ็นมานาน
จึงเข้าไปหา เห็นกำลังถือมีดอยู่ จึงถามว่า

พระ “มีด มีไว้ทำอะไร?”
คนครัว “หั่นผัก”
พระ “ทำอะไรได้อีก”
คนครัว “ฆ่าคนก็ได้”

พระ “ถ้าเช่นนั้น อาตมามาให้ฆ่า”
คนครัว “ทหารที่ยอมแพ้ ไม่ต้องถูกฆ่า”

.....
           

นักเซ็นพังอุนกล่าวว่า

“ยึดถือสิ่งที่ มี ว่า ไม่มี ก็ยังพอใช้ได้
จงอย่ายึดถือสิ่งที่ ไม่มี ว่า มี เป็นอันขาด”

.....
             

พระอาจารย์ถามพระ

อาจารย์ “ขณะนี้จิตเธอเป็นอย่างไร?”
พระ “เหมือนดวงจันทร์แจ่มฟ้า”
อาจารย์ “ยังอยู่ใต้บันได”

พระ “ขอให้อาจารย์จูงผมขึ้นบันได”
อาจารย์ “ไว้ดวงจันทร์ตกก่อน”

.....
 

พระถามพระอาจารย์เชาจิว

พระ “ไม่มีอะไรติดตัวมา จะทำอย่างไร?”
อาจารย์ “วางลงไป”
พระ “ก็ไม่มีอะไรติดตัวมา จะวางลงอย่างไร?”
อาจารย์ “ถ้าเช่นนั้น ก็แบกมันต่อไป”

.....
       

พระถามพระอาจารย์กุยซาน

พระ “เหตุใดเมื่อจิตผมเกิด จิตนั้นก็ตกลงไปในโลกมารทุกที”
อาจารย์ “เหตุใดจิตท่านจึงมาจากโลกพุทธะทุกที”

.....
               

พระถามพระอาจารย์เชาซาน

พระ “ดาบที่ไม่มีคมดาบเป็นอย่างไร?”
อาจารย์ “จะหลอมขึ้นใหม่ก็ไม่ได้”
พระ “แล้วมีประโยชน์อะไร?”
อาจารย์ “ใครพบเข้าจะต้องตาย”

พระ “แล้วคนที่ไม่พบเล่า?”
อาจารย์ “ต้องหัวหลุด”
พระ “เหตุใดต้องหัวหลุด?”
อาจารย์ “ท่านไม่ทราบว่าฆ่าไปหมดแล้วหรือ?”

พระ “ฆ่าหมดแล้วเป็นอย่างไร?”
อาจารย์ “จึงทราบว่ามีดาบนี้อยู่ได้”

.....

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version