ผู้เขียน หัวข้อ: ความทรงจำนอกมิติ : ควอนตัมเม็คคานิกส์กับพุทธศาสนา  (อ่าน 929 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6656
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1478
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards


ในบทความเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผู้เขียนได้เขียนว่า ความสงสัยกังวลใจนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหรือสอดคล้องกับความจริงแท้ หรือความจริงทางธรรมของพุทธศาสนา และนอกจากนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่มนุษย์จะอยู่กับเหตุผลที่เป็นความจริงทางโลกที่สำคัญมากๆ นั่นเพราะอะไรหรือ? ก็เพราะว่าเหตุผลสองประการคือ หนึ่ง เพราะความขี้สงสัยและเรื่องเหตุผลนั้นมนุษย์คิดขึ้นเอง (มนุษย์ที่มีอัตตา “ตัวกูของกู” ฉะนั้นจึงเข้าข้างกับมนุษย์ตลอดเวลา เมื่อใกล้เข้าไปจากนั้นก็จะเข้าข้างผิวพรรณตัวเอง ชาติประเทศตัวเอง ตระกูลตัวเอง ฯลฯ ตามลำดับจนถึงของกูและตัวกู ประการที่สอง เราเคารพเหตุผลเพราะว่ามันแสดงความรู้และสติปัญญาของเราเป็นเอกเทศจากคนอื่นๆ เราภาคภูมิใจในสติปัญญาและความรู้ ข้อนี้จึงคล้ายๆ ข้อหนึ่งแต่พ่วงเอาความรู้ (knowledge) และสติปัญญา (intelligence) ไปด้วย อันเป็นความจริงทางโลก และความเป็นสอง - ซึ่งส่วนใหญ่ - เกิดขึ้นมาจากความรู้และสติปัญญาที่ว่านั้น (ในพุทธศาสนานั้น ผู้เขียนคิดว่าคำว่าปัญญาเฉยๆ น่าจะหมายถึงภาวนามยปัญญา หรือปัญญาที่หมายถึงการระลึกได้ซึ่งก็คือสตินั่นเอง) ดังนั้นเรื่องของความสงสัยกับเรื่องของเหตุผลจึงไม่ถูกต้องไม่สอดคล้องกับความจริงแท้ของพุทธศาสนา เป็นความจริงทางโลกที่สำคัญมากๆ ที่ว่านั้น

เมื่อประมาณสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับนักศึกษาปริญญาเอกด้านพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาทำปริญญาโทในสาขาวิชาจิตตปัญญาศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวนั้น ว่า พุทธศาสนาและควอนตัมฟิสิกส์เป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์ใหม่พยายามจะอธิบายพุทธศาสนาในทางวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ทราบว่าทางนักศึกษาที่ว่านั้นจะคิดอย่างไร? เพราะว่าที่นักศึกษาผู้นั้นตอบผู้เขียนมาว่า “ผมพยายามจะเชื่อ” ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนควอนตัมฟิสิกส์มาอย่างลึกซึ้ง และยังเข้าใจว่าฟิสิกส์ใหม่คงไม่ต่างไปจากฟิสิกส์เก่าหรือนิวโตเนียนฟิสิกส์เท่าใดนัก

แต่นั่น - ผู้เขียนเข้าใจว่านั่นคือความผิดอันยิ่งใหญ่สำหรับนักวิทยาศาสตร์เก่าหรือนิวโตเนียนฟิสิกส์ ดังที่จอห์น อาร์ชิบาลด์ วีลเลอร์ และนักควอนตัมฟิสิกส์ใครต่อใครอีกหลายคนที่พูดคล้ายๆ กันว่า ฟิสิกส์ใหม่ช่างแตกต่างไปจากฟิสิกส์หรือวิทยาศาสตร์ยุคเก่ามากมายยิ่งนัก คือ เหมือนกับว่าวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่ ได้ฉุดกระชากวิทยาศาสตร์เก่าหรือฟิสิกส์เก่าให้หกล้มทั้งยืนเลย

ในหนังสือความจริงทางควอนตัมของนิก โรเบิร์ตส์ (Nic Roberts : Quautum Reality, 1985) เขาได้อ้างถึงคำแปลความจริงทางควอนตัมที่การประชุมของนักฟิสิกส์ใหม่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ที่มีนีลส์ บอห์ร และเวอเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นหัวเรือใหญ่ที่เรียกว่า คำแปลความจริงทางควอนตัมของโคเปนเฮเกน (Copenhagen Interpretation) ซึ่งนิก โรเบิร์ตส์ ได้แยกแบ่งความจริงทางควอนตัมออกไปเป็นแปดความจริง หรือแปดข้อและโดยหลักการ ทั้งแปดข้อคือเส้นทางที่นำสู่ความจริงแท้ หรือความจริงทางธรรมในพุทธศาสนาทั้งสิ้น รวมทั้งข้อหนื่งที่เป็นจักรวาลวิทยาใหม่ที่เพิ่งเกิดยังไม่ถึงสิบปี จักรวาลวิทยาใหม่ที่เป็นที่ยอมรับของนักจักรวาลวิทยาปัจจุบันเพิ่มมากขื้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงกับพุทธศาสนาและลัทธิพระเวทย์ว่า จักรวาลอันมีจำนวนที่ไม่สิ้นสุด (นะ อันโต นะ ชาติ) และผู้เขียนยังเชื่อว่าพลังงานมืด (dark energy) ก็คือพลังงานจิตนั่นเอง

ความจริงทางควอนตัมที่เป็นคำแปลของโคเปนเฮเกนนั้น - ตามที่นิก โรเบิร์ตส์ ได้แบ่งออกเป็นแปดข้อนั้นล้วนแล้วแต่ตรงกันกับความจริงทางธรรมในพุทธศาสนาทุกข้อดังกล่าว - ที่นอกจากจะตรงกับพุทธศาสนาแล้ว ยังไปตรงกับหลักการของศาสนาเต๋าด้วย - แต่ไม่ตรงกับฟิสิกส์เก่าหรือนิวโตเนียนฟิสิกส์แม้แต่ข้อเดียว นั่น - สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ที่ให้เหตุผลแก่มนุษยชาติ โดยตอบความจริงของรูปกายมานานกว่า 500 ปี จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอธิบายความจริงทางจิต - เฉกเช่นวิวัฒนาการทางกายภาพที่มีวิวัฒนาการทางกายก่อนที่จะมีวิวัฒนาการทางจิต (ที่กำลังมีวิวัฒนาการทางจิตสู่จิตวิญญาณอยู่ในขณะนี้) - ดังที่ผู้เขียนได้พูดได้เขียนมาตลอดเวลา - ฉะนั้น ผู้เขียนจึงเชื่อว่าด้วยการค้นพบทฤษฎีควอนตัมหรือควอนตัมเม็คคานิกส์ ที่ - ดังที่ได้พูดว่าสอดคล้องต้องกันกับความจริงที่แท้จริง หรือความจริงทางธรรมของศาสนาพุทธและศาสนาเต๋า เช่น ในเซน พุทธศาสนาที่เป็นศาสนานำในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ อยู่ในขณะนี้ ทั้งหมดทำให้คิดว่าความสอดคล้องต้องกันระหว่างกันและกันในครั้งนี้ มันจะต้องมีความหมายเฉพาะบางอย่าง

ผู้เขียนจึงเชื่อว่า นอกจาก - การค้นพบควอนตัมฟิสิกส์ที่คิดว่าสอดคล้องต้องกันกับความจริงที่แท้จริง หรือความจริงทางธรรมโดยเฉพาะของพุทธศาสนาแล้ว ภายใต้ความเชื่อนี้เรายังได้พบว่า วิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่หรือทฤษฎีควอนตัมนี้ - ที่แตกต่างไปจากวิทยาศาสตร์เก่าอย่าง “สิ้นเชิง” - ยังสามารถตอบคำถามหรืออธิบายอย่างอื่นได้ด้วย เช่น ความเป็นสอง หรือจักรวาลวิทยาใหม่เป็นอย่างดี ในขณะที่วิทยาศาสตร์เก่าไม่สามารถอธิบายได้เลย ความเป็นสองคือความแตกต่างกันของความจริงทั้งสองความจริง อันได้แก่ ความจริงทางโลก กับ ความจริงทางธรรม หรือความจริงที่แท้จริงซึ่งพุทธศาสนาได้ค้นพบ (ทางจิต) และอธิบายไว้เมื่อกว่า 2500 ปีมาแล้ว และดังที่ผู้เขียนได้เขียนมาตลอด ที่ทั้งหมดคือการพิสูจน์ความจริงด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่ที่อีกไม่ช้าไม่นาน จะเป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์ "ทุกคน" ว่าเป็นความจริงที่แท้จริงแทนที่วิทยาศาสตร์ยุคเก่าที่ให้ความจริงน้อยกว่าจนเทียบไม่ได้ (เป็นหมื่นๆ เท่า) ความเป็นสองที่ทางพุทธศาสนา และวัฒนธรรมพระเวทย์เน้นย้ำเป็นนักเป็นหนา และเรียกความจริงทางโลกว่า “มายา” หรือภาพลวงตา ความเป็นสองที่เป็นความเชื่อของชาวตะวันออก และตรงกับความจริงทางควอนตัมฟิสิกส์ที่เรียกว่าโลกที่มองเห็นเป็นสองของเวอเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (duplex world of Heisenberg) ส่วนจักรวาลวิทยาใหม่ซึ่งเพิ่งมีขึ้นมาจะบอกว่า จักรวาลของเราจักรวาลนี้เป็นเพียงหนึ่งในจักรวาลที่มีจำนวนอันไม่มีที่สิ้นสุดที่ตรงกันกับทั้งควอนตัมฟิสิกส์ (multiworlds theory) และกับพุทธศาสนาที่บอกว่า จักรวาลนั้นมีจำนวนอันไม่มีที่สิ้นสุดจนไม่มีปัญญาที่ไหนจะรู้ได้

ที่ผู้เขียนพูดมาทั้งหมดนั้นแสดงสองสิ่งสองอย่างที่เกี่ยวกับบทความนี้ คือ หนึ่ง เป็นความต้องการของผู้เขียนที่จะบอกว่าโดยพื้นฐานแล้ว ผู้เขียนเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ในฐานะที่เป็นแพทย์แผนปัจจุบันหรือเป็นหมอ แต่โดยพื้นฐานที่อยู่ลึกยิ่งกว่านั้น ผู้เขียนมีความใกล้ชิดกับพุทธศาสนาที่มี “ปัญญา” เป็นแก่นแกนโดยจะต้องผ่านการทำ “สมาธิ” -  และที่สำคัญ ผู้เขียนยังมีความใกล้ชิดกับศาสนาอื่นๆ อย่างลึกล้ำ - จึงมีลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างจะเป็นตรงกันข้ามกับการเป็นศาสนานิยม หรือเป็นนักจิตนิยมสุดโต่ง แต่ทว่าผู้เขียนจะมีความสนใจอย่างยิ่งยวดกับสภาวะจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง เพราะว่าผู้เขียนมีความใกล้ชิดกับศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาเต๋าโดยผู้ใกล้ชิด ทั้งยังได้ศึกษาศาสนาอื่นๆ มาพอสมควร สอง ผู้เขียนคิดและเชื่อว่า ควอนตัมเม็คคานิกส์หรือวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่นั้น เป็นการค้นพบวิทยาศาสตร์ (ควอนตัมฟิสิกส์) โดยเจตนาของจักรวาล หรือวิวัฒนาการของจิตสู่จิตวิญญาณไปตามสเปกตรัมซึ่งสอดคล้องความจริงทางธรรมของกับพุทธศาสนาจริงๆ

ดังนั้น ความมุ่งหมายของผู้เขียนที่พูดกับนักศึกษาจิตตปัญญาศึกษาในวันนั้น จึงหมายความว่าผู้เขียนมองเห็นว่าวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่นั้น มีความสอดคล้องต้องกันกับความจริงทางธรรม หรือจะพูดว่า “ควอนตัมเม็คคานิกส์ได้ตามพิสูจน์พุทธศาสนาในทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นความจริงที่แท้จริงก็ได้” ซึ่งสำคัญมากสำหรับนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทั้งหลายของโลก และผู้เขียนเองยังคิดว่าเป็นสาเหตุให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการเหล่านั้น เข้าใจในความเป็นวิทยาศาสตร์ของศาสนาพุทธรวมทั้งศาสนาอื่นๆ ทางตะวันออกมากขึ้น บางคนถึงกับหันไปนับถือพุทธศาสนากับศาสนาดังกล่าวมากขึ้น และสำหรับผู้ที่ยังยากที่จะเลิกเชื่อว่ามีพระเจ้า ต่างก็หันไปนับถือลัทธิพระเวทย์ซึ่งสำหรับผู้เขียนโดยส่วนตัวแล้ว จุดสำคัญอยู่ที่เราจะเชื่อมั่นในความจริงที่แท้จริงอย่างไร? ถ้าหากเชื่อมั่นว่ามันคือความสำคัญที่สุดแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าเรื่องของการมีหรือไม่มีพระเจ้าจึงได้ตกมาเป็นรอง จงอย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าเองก็ไม่ได้ปฏิเสธพรหมมัน (Brahman) ว่าคือความจริงที่แท้จริง พรหมมันที่เริ่มปรากฏในอุปานิษัทในฉบับแรกๆ ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่เป็นต้นมา อุปานิษัทที่พระองค์ได้ศึกษามาก่อนที่พระองค์จะบรรลุนิพพาน
บทความบทนี้ นอกจากจะบอกอย่างจริงๆ ว่า วิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่หรือควอนตัมเม็คคานิกส์นั้น ให้ความจริงที่แท้จริงอันถูกต้องยิ่งกว่าฟิสิกส์ยุคเก่าหรือนิวโตเนียนฟิสิกส์นับหมื่นเท่าแสนเท่าแล้ว สำหรับผู้เขียน ควอนตัมเม็คคานิกส์ยังเป็นวิทยาศาสตร์ที่ทั้งให้และตามพิสูจน์ความเป็นวิทยาศาสตร์ “ที่แท้จริง” ให้กับพุทธศาสนาด้วย//

http://www.thaipost.net/sunday/231011/46984


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1737
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 7.0.1 Firefox 7.0.1
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
 :13: ขอบคุณครับพี่มด
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham