ผู้เขียน หัวข้อ: "ยังลังเล...ไม่อยากละกามสุข ไปสู่ชีวิตที่สงบ"  (อ่าน 1288 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ rain....

  • ศรัทธาในสิ่งที่ค้นหา มั่นคงในสิ่งที่เป็น แบ่งปันในสิ่งที่ค้นพบ
  • ทีมงานกัลยาณมิตร
  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • *
  • กระทู้: 994
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 379
  • สุขลึกๆในความเหงา แม้จะโดดเดี่ยวแต่ไม่เคยเดียวดาย
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 11.0.696.60 Chrome 11.0.696.60
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
"ยังลังเล...ไม่อยากละกามสุข ไปสู่ชีวิตที่สงบ"
 :13: :13: :13: :13:
การก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านของชีวิตบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเป็นการเปลี่ยนไปสู่สถานะที่เราเชื่อว่าดีกว่าเดิมก็ตาม แต่หากเราต้องแลกกับอะไรบางอย่างที่คุ้นเคยหรือน่าพึงพอใจ ก็จะเกิดแรงต้านขึ้นมาทันที ไหนจะอาลัยบางสิ่งที่จะต้องละทิ้งไป ไหนจะหวั่นวิตกกับความไม่แน่นอนข้างหน้า แถมยังจะต้องปรับตัวกับสภาพใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ด้วยเหตุนี้กระมังทารกซึ่งอยู่ในครรภ์อันอบอุ่นของแม่นานถึง ๙ เดือนจึงดิ้นรนต่อสู้เต็มที่ ไม่ยอมคลอดออกมาสู่โลกภายนอกง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่เสรีภาพและโอกาสแห่งความเจริญงอกงามรออยู่ข้างหน้าแล้ว

คนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำตั้งแต่หนุ่มจนแก่ คงมีความรู้สึกทำนองเดียวกันเมื่อได้รับอิสรภาพ ในหนังเรื่อง The Shawshank Redemption มีฉากที่ถ่ายทอดความรู้สึกของนักโทษอุกฉรรก์คนหนึ่งซึ่งติดคุกนานร่วม ๕๐ ปี ตลอดเวลาดังกล่าวเขามีความสุขกับการอยู่ในคุกมาก แม้จะถูกผู้คุมใช้อำนาจบาตรใหญ่อยู่บ่อย ๆ ก็ตาม แต่เมื่อถึงวันกำหนดพ้นโทษ แทนที่เขาจะดีใจที่จะได้เป็นเสรีชน เขากลับทุกข์ใจมาก เพราะคุกนั้นเป็นบ้านของเขาไปแล้ว เขาพยายามก่อเหตุวุ่นวายในคุก เพื่อจะได้ถูกลงโทษให้จำคุกต่อไป แต่ก็ไม่เป็นผล วันที่เขาพ้นโทษนั้น เขาเดินออกจากเรือนจำอย่างซังกะตาย หดหู่และวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง

ตอนที่ข้าพเจ้าใกล้ถึงกำหนดบวชเมื่อ ๒๔ ปีก่อนนั้น มีความรู้สึกคล้าย ๆ กันแต่เบาบางกว่า ด้านหนึ่งก็อาลัยชีวิตฆราวาสที่สามารถดูหนังฟังเพลงและเที่ยวเตร่ได้ตามใจชอบ อีกด้านหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองข้างหน้า เพราะตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไรอื่นนอกจากการทำสมาธิภาวนาตลอด ๓ เดือนที่ลาบวช สมาธิภาวนานั้นดีแน่ ข้าพเจ้าไม่มีข้อสงสัยเลย แต่รู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนที่วิ่งวุ่นอยู่ตลอด อยู่เฉยไม่เป็น และติดหนังสือรวมทั้งข่าวสารบ้านเมือง การปลีกวิเวกมาอยู่กับตัวเองนิ่ง ๆ เป็นเดือน ๆ คงไม่ต่างจากติดคุก แต่ข้าพเจ้าก็ตั้งใจอยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่ในที จึงเลือกที่จะบวชพระ แทนที่จะเข้าวัดปฏิบัติธรรมในเพศฆราวาส เพราะถ้าเป็นฆราวาสก็คงหาข้ออ้างเพื่อออกไปนอกวัดได้ง่ายกว่า ดังที่เคยทำมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตามทั้ง ๆ ที่ตัดสินใจที่จะเข้มงวดกับตัวเอง แต่ก็ไม่มีความแน่ใจเลยว่าจะสามารถสู้กับตัวเองไปได้นานแค่ไหน

ที่จริงถ้ามีวิธีจัดการกับตัวเองที่ดีกว่านี้ ข้าพเจ้าคงไม่เลือกการบวช แต่ได้ทดลองทำหลายวิธี ก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ก่อนบวชนั้น อารมณ์ความรู้สึกเหมือนคนเสียศูนย์ เครียดและหงุดหงิดง่าย ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อย ๆ รู้สึกกระสับกระส่าย อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้นาน ต้องหาอะไรทำหรือไม่ก็อ่านหนังสือ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเครียด แต่ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็อึดอัด ทนอยู่กับตัวเองไม่ได้ เวลานอนก็หลับยาก ฟุ้งซ่านไม่หยุดหย่อน เวลามีอารมณ์ใดมากระทบ จะจมอยู่กับมันนาน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร จำได้ว่าก่อนหน้านั้น ๑ ปี มีการแข่งฟุตบอลโลก บราซิลซึ่งเป็นทีมในดวงใจ ขึ้นเป็นเต็งหนึ่ง แต่ในรอบรองชนะเลิศกลับแพ้อิตาลี ซึ่งเป็นทีมนอกสายตา ผลคือบราซิลตกรอบ ข่าวนี้ทำให้ซึมไปเป็นวัน ๆ ไม่อยากจะทำอะไรเลย ช่วงไล่ ๆ กันก็ได้ติดตามหนังจีนเรื่องยาว พออ่านเรื่องย่อจากนสพ.ไทยรัฐแล้วรู้ว่านางเอกจะต้องตาย ก็ซึมไปหลายวันทีเดียว

อาการทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าข้าพเจ้าคงไม่ค่อยปกติแล้ว เคยพยายามแก้ปัญหาด้วยการพักผ่อนหรือพึ่งพาความบันเทิง เช่น ดูหนัง ไปเที่ยวต่างจังหวัด ตอนที่ดูหนังหรือไปเที่ยว ก็สบายใจดี แต่พอดูหนังจบหรือกลับมาบ้าน ความเครียดก็เริ่มกลับมาใหม่ อยากกลับไปทำอย่างเดิมอีก หลังจากทดลองหลายครั้งก็รู้ว่า ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยว ไม่ใช่คำตอบแน่ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ และผัดผ่อนมาตลอด คือ บวชและไปปฏิบัติธรรม

ข้าพเจ้ารู้ดีว่าถ้าบวชและปฏิบัติธรรมแล้ว ก็คงไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่ชอบ ก่อนบวชจึงเที่ยวเป็นการ “ทิ้งทวน” ช่วงนั้นเป็นเทศกาลปีใหม่ จึงลางานหลายวันเพื่อจะได้ไปเที่ยวให้สมอยาก ได้เลือกไปที่ ๆ ไม่เคยไป คือ ทะเลอันดามัน ซุนเพื่อนเก่า (สุรชัย ทรงถาวรทวี)แนะนำให้ไปหาคุณวินัย อุกฤษณ์ ซึ่งมีบ้านอยู่ที่กระบี่ และเป็นผู้ที่รักการท่องทะเล ข้าพเจ้าไม่รู้จักกับคุณวินัย ได้ยินแต่ชื่อและอ่านผลงานบ้าง แต่คุณวินัยก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และชวนให้ข้าพเจ้าไปพักแรมที่บ้านของคุณวินัยบนเกาะลันตาน้อย โดยให้เดินทางกลับหลานชายซึ่งกำลังจะกลับบ้านพอดี

ขอสารภาพว่าตอนนั้นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะคิดว่าอาจได้ติดสอยห้อยตามคุณวินัยไปเกาะพีพี ซึ่งตอนนั้นเริ่มจะมีชื่อเสียงแล้ว แต่กลับต้องไปอยู่เกาะเล็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจเลย

บ้านของคุณวินัยอยู่ริมทะเล ซึ่งไม่มีทั้งปะการังและหาดทรายสวยงาม รอบ ๆ ไม่มีบ้านคนหรือชุมชนอยู่เลย มองไปข้างหน้าเห็นเกาะลันตาอยู่ไกล ๆ นาน ๆ จะมีเรือผ่านสักลำ

ชีวิตบนเกาะลันตานั้นราบเรียบเหมือนผิวทะเลยามเช้า ในฐานะที่เป็นอาคันตุกะ ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีงานทำมาก เจ้าของบ้านคือคุณแม่ของคุณวินัยให้การดูแลต้อนรับอย่างดี รวมทั้งญาติในบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงซึ่งมีอายุ เวลาส่วนใหญ่ของข้าพเจ้าจึงใช้ไปกับการนั่งอยู่บนสะพานปลา มองทะเลและผืนฟ้า บางช่วงก็หยิบหนังสือมาอ่าน คือ เสียงแห่งขุนเขา ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับบรรยากาศรอบตัวมาก คาวาบาตะเขียนนิยายเล่มนี้ด้วยท่วงทำนองอย่างกวีไฮกุ คือ บรรยายธรรมชาติด้วยถ้อยคำง่าย ๆ ไม่ปรุงแต่งให้วิจิตร ปล่อยให้ความเรียบง่ายนั้นถ่ายทอดความงดงามออกมาในตัว

ข้าพเจ้าอยู่บนสะพานปลาวันละหลายชั่วโมง ไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองคลื่น ผืนฟ้า และซึมซับอรรถรสจากนวนิยาย บางช่วงก็ออกไปเดินเล่นตามโขดหินริมทะเล และนั่งดูคลื่นซัดสาด ทีละน้อย ๆ ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกว่าธรรมชาติที่แสนเรียบนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก จิตใจที่เคยแส่ส่ายในวันแรก ๆ เริ่มสงบและดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติรอบตัวได้มากขึ้น จิตใจนิ่งได้นานกว่าแต่ก่อนและอยู่กับตัวเองได้นาน ๆ

เป็นเวลา ๔ วันที่ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอยู่บนเกาะลันตาน้อย แม้จะเป็นประสบการณ์ที่แสนราบเรียบ แต่กลับมีค่าอย่างยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าจะสามารถบวชได้อย่างมีความสุข เนื่องจากในใจนั้นสามารถเป็นมิตรกับความสงบและชีวิตที่เรียบนิ่งได้แล้ว ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยมีก่อนจนกระทั่งได้มาประจักษ์ด้วยตัวเองที่เกาะลันตาน้อย ทำให้เกิดความมั่นใจในตัวเองว่าจะสามารถผ่านชีวิตการบวชไปได้ด้วยดี ความวิตกกับการบวชในอีก ๕ อาทิตย์ข้างหน้าจึงลดลงไปมาก

ต้องนับว่าเป็นโชคของข้าพเจ้าที่ได้ไปอยู่เกาะลันตาน้อยในช่วงที่พอเหมาะพอดี หากได้ไปอยู่เกาะพีพีอย่างที่ตั้งใจไว้ อาจจะได้แค่ความสนุกแต่คงไม่ได้รู้จักตัวเองมากไปกว่าเดิม ต้องขอบคุณธรรมชาติและผู้คนบนเกาะลันตาน้อยที่ช่วยกล่อมเกลาและดึงเอาศักยภาพบางอย่างที่เคยซุกซ่อนเอาไว้ ออกมาให้ข้าพเจ้าได้เห็นจนเกิดความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนก็มีศักยภาพดังกล่าว เป็นแต่ว่าจะมีโอกาสได้รู้จักมันหรือไม่ สำหรับคนที่กลัวชีวิตที่เงียบสงบหรือการอยู่กับตัวเอง ข้าพเจ้าอยากให้กำลังใจว่า ส่วนลึกในใจของคุณพร้อมและปรารถนาจะสัมผัสกับภาวะเช่นนั้นแล้ว ขอเพียงแต่ให้โอกาสตัวเองเท่านั้น

พระไพศาล วิสาโล
 :13: :13: :13: :13:

 



...........................................
"ข้าพเจ้า ขอถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่อุบัติขึ้นมาในโลก  ทุกๆพระองค์
พร้อมทั้งพระธรรม และ พระสงฆ์
ว่าเป็น  สรณะ  ที่พึ่งตลอดชีวิต" 
 

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham