ผู้เขียน หัวข้อ: หลากปรากฎการณ์ 'ดาราศาสตร์' มองอย่างเข้าใจพิบัติภัยธรรมชาติ!!  (อ่าน 2060 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานไตรสรณะสุจิปุลิ
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6738
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1516
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards




มองอย่างเข้าใจพิบัติภัยธรรมชาติ!!

พิบัติภัยทางธรรมชาติช่วงเวลานี้ปรากฏขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะแผ่นดินไหวซึ่งมีความถี่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ มณฑลยูนนาน ประเทศจีนและล่าสุดแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างรุนแรงทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
ซัดถล่ม...
   
ท่ามกลางความหวาดหวั่นในพิบัติภัยธรรมชาติและหลายครั้งเมื่อมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ความงามแปลกตาเกิดขึ้นบนท้องฟ้าก็มักมีเสียงร่ำลือเชื่อมโยงกันถึงเหตุร้ายพิบัติภัยต่าง ๆ อาทิ การเกิด ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้ม พระจันทร์หน้าบึ้ง ฯลฯ ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ ได้เกิดปรากฏการณ์ ดวงจันทร์ใกล้โลก หรือ ที่เรียกกันว่า ซูเปอร์มูน!!
   
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  (สดร.) ให้ความรู้อธิบายถึงการเกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้าดวงจันทร์ใกล้โลกอีกครั้งว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการโคจรของดวงจันทร์ ซึ่งดวงจันทร์โคจรรอบโลก รอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 27 วันกว่าและทุกเดือนดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลก โดยเฉลี่ยจุดที่ใกล้โลกที่สุดจะมีความห่างประมาณ 360,000 กิโลเมตร
   
ในครั้งนี้ดวงจันทร์เข้าใกล้โลกกว่าระยะดังกล่าวและเป็นระยะที่ค่อนข้างใกล้มาก อีกทั้งบังเอิญว่าในวันนั้นเป็นช่วงจันทร์เพ็ญ พระจันทร์เต็มดวงจึงเป็นที่น่าติดตามยิ่งขึ้นโดยดวงจันทร์จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์
   
ขณะที่วัตถุบนท้องฟ้าที่มนุษย์ให้ความสนใจมายาวนาน นอกเหนือจากดวงอาทิตย์ก็คือ ดวงจันทร์ ในความงามของพระจันทร์นอกจากแสงสว่างนวลตา อิทธิพลของดวงจันทร์ก็จะมีในเรื่องของแรงโน้มถ่วงหรือแรงดึงดูดซึ่งแรงโน้มถ่วงทำให้มีอิทธิพลต่อสิ่งที่มีชีวิตบนพื้นผิวโลก โดยเฉพาะของเหลวที่เป็นน้ำเพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการโคจรของดวงจันทร์รอบโลกทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า น้ำขึ้น น้ำลง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พบเห็นได้ทุกวันและจากปรากฏการณ์ดังกล่าวที่ผู้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนที่มีวงโคจรมาใกล้โลกก็เป็นเรื่องปกติสามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์
   
“ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องสิ่งนี้จึงมีความสำคัญ แต่อย่างไรแล้วปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการตื่นตัวในเชิงวิทยาศาสตร์ อย่างในเรื่องของดวงจันทร์ที่ผ่านมาดังที่กล่าวอิทธิพลของดวงจันทร์ที่ชัดเจนเป็นเรื่องของน้ำขึ้น น้ำลง สิ่งที่จะมีผลต่อเปลือกโลกพบว่ามีน้อยมาก การอธิบายให้เห็นถึงความเป็นจริงจะนำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก็จะทำให้ไม่เกิดความตื่นตระหนกจนเกินไป”
   
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก เมื่อเปลือกโลกมีการเคลื่อนที่และมีการกระทบกันทำให้เกิดแผ่นดินไหว ผลของแผ่นดินไหวบางครั้งก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดขึ้นที่หนึ่งก็อาจเกิดขึ้นอีกที่หนึ่งหรือในที่ต่อ ๆ ไป หรือแม้กระทั่งการปรับตัวเข้าสู่สภาพปกติของโลกก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นติดตามมาอีกหลายครั้ง ในสิ่งที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้นก็คง จะต้องมีความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการปรับตัวของโลก
   
ส่วนสิ่งที่มนุษย์ให้ความสนใจศึกษาดวงจันทร์ ในยุคอวกาศก็อาจมีความเกี่ยวเนื่องกับทรัพยากรธรรมชาติ มิติของสถานีพักระหว่างการเดินทางไปยังดาวดวงอื่นซึ่งสิ่งสำคัญคือ น้ำ จึงมีการศึกษาในเรื่องน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ในปรากฏการณ์ธรรมชาติเกี่ยวเนื่องกับพระจันทร์ยังเชื่อมโยงถึง จันทรุปราคา
   
นับแต่วันวานดวงจันทร์เกี่ยวเนื่องกับมนุษย์มายาวนานซึ่งประโยชน์ของ ดวงจันทร์ให้ความสว่างในตอนกลางคืน และด้วยเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์กับมนุษย์ ขณะที่เกิดจันทรุปราคา ปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกพอดวงจันทร์หายไปก็มีความเชื่อจะต้องตีเกราะเคาะไม้เพื่อให้ราหูที่อมจันทร์คายออกมา ฯลฯ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องราวของดวงจันทร์ที่มีผลต่อจิตใจมนุษย์
   
อีกทั้งดวงจันทร์ที่ปรากฏหลายลักษณะทั้งเต็มดวง เป็นเสี้ยว บางครั้งก็ไม่ปรากฏให้เห็น ในรูปลักษณะที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ก็ได้นำมากำหนดเป็นการบอกเวลาเกิดเป็น ปฏิทินจันทรคติ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคา ก็โยงใยให้เห็นถึง ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ จะเห็นได้ว่า ดวงจันทร์ไม่เพียงเป็นสื่อของความสวยงาม แต่พระจันทร์ยังสื่อถึงวัฒนธรรมประเพณีที่ผูกพันกับวิถีชีวิตผู้คนมานับแต่โบราณจวบถึงปัจจุบัน
   
“การเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการโคจร ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการคิดวิเคราะห์ใช้เหตุผลซึ่งเมื่อเกิดการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลก็จะทำให้เห็นถึงความเป็นจริง
   
สิ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญของการศึกษาเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ต้องมีความเข้าใจและอธิบายได้ด้วยเหตุผล เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเข้าใจกลไกของท้องฟ้าก็จะเข้าใจเหตุผลทั้งหมดซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องไม่ประมาท”
   
พระจันทร์ใกล้โลกที่เกิดขึ้นก็เช่นเดียวกันแม้จะมีการตั้งคำถามหวั่นวิตกกันถึงแผ่นดินไหว พิบัติภัยต่าง ๆ แต่อย่างไรแล้วในปรากฏการณ์ดังกล่าวก็สามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์
   
อีกทั้งปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกเดือนซึ่งตามปกติดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ในทุก ๆ เดือนจะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ไกลโลกและดวงจันทร์ใกล้โลก อย่างในครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกโอกาสดีในการศึกษาชมความงามของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง
   
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดารา ศาสตร์แห่งชาติกล่าวทิ้งท้ายเพิ่มอีกว่า ดาราศาสตร์ยังมีความสำคัญทำให้คนในปัจจุบันที่ห่างเหินจากธรรมชาติได้กลับมาใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น เพราะเมื่อใดที่เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติบนท้องฟ้าไม่ว่าจะเป็นฝนดาวตก จันทรุปราคา สุริยุปราคา ฯลฯ หากมองในแง่ความงามก็จะทำให้เรารักธรรมชาติ เมื่อเกิดความรักก็จะทำให้เราเกิดความหวงแหนดูแลรักษาธรรมชาติเหล่านี้ไว้
   
ขณะที่ดวงจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ต้นไม้ มนุษย์เราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดังนั้นถ้าเราไม่รักธรรมชาติก็เหมือนกับเราไม่รักตัวเองและเมื่อธรรมชาติถูกทำลาย ผลร้ายพิบัติภัยที่รุนแรงก็จะส่งผลมาถึงซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักรู้และมีสติในการนำมาใช้ เพื่อรักษาให้ธรรมชาติคงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืนตลอดไป”.

@@@

ปรากฎการณ์พระจันทร์บนท้องฟ้าปี 2554       

นอกเหนือจากดวงจันทร์ใกล้โลกที่เพิ่งผ่านไป อีกปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เกี่ยวเนื่องกับดวงจันทร์  ในปีนี้จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงซึ่งทั่วทุกภูมิภาคจะมีโอกาสได้เห็น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะมีขึ้นใน วันที่ 16 มิถุนายน 2554  ซึ่งช่วงที่จันทรุปราคาเต็มดวงคาดว่าจะเป็นเวลาตีสองกว่า ส่วนอีกครั้งจะเกิดขึ้นใน วันที่ 10 ธันวาคม 2554 ตรงกับวันรัฐธรรมนูญโดยช่วงเวลานั้นอากาศเย็นสบายเพราะอยู่ในช่วงหน้าหนาวก็จะได้เห็นปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจันทรุปราคาชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง.
 
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=486&contentID=128246


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham