Forum > โครตเกรียนล้างโลก - ลงชักโครกซะ !

ชอบห้องนี้มั่กๆ เรยค๊า

<< < (2/3) > >>

mmm:



หุๆ  :12:

ซุปเปอร์เบื๊อก:
  พระอรหันต์ผีบ้า

   ในการปฏิบัติสมถกรรมฐานนั้น

   เมื่อผู้ที่ปฏิบัติภาวนาจิตใจสงบ ตั้งมั่นเป็นสมาธิได้แล้ว

   ถ้าบังเกิดนิมิต (คือเห็นรูป ได้ยินเสียง หรือแม้แต่อาการใดๆ ก็ตาม ในขณะที่จิตสงบนั้น)

   แล้วลุ่มหลง...

   

   ธรรมิกของหลวงปู่ตื้อ คือหลวงปู่บุญทัน

   ซึ่งหลวงปู่ตื้อเคยเดินธุดงค์อยู่บริเวณเชียงใหม่ด้วยกัน

   ท่านทั้งสองจึงสนิทสนมกันดี

   
   สมัยหนึ่ง หลวงปู่บุญทันเร่งความเพียรภาวนาอย่างหนัก

   ความรู้ที่ได้จากสมภวิปัสสนา ทำให้ท่านมั่นใจว่า

   ท่านได้สำเร็จอรหันต์แล้ว หมดซึ่งกิเลสแล้ว

   (ซึ่งจริงๆ แล้วท่านเข้าใจผิด เนื่องมาจากอาการวิปลาสจากการภาวนา

   หรือวิปลาสเนื่องมาจากวิปัสสนูปกิเลส)
   

   เมื่อท่านคิดว่าท่านสำเร็จอรหันต์แล้ว

   ท่านจึงอยากจะออกไปติดตามหาหลวงปู่มั่น พบว่าท่านอยู่ที่เชียงใหม่

   เมื่อเจอหลวงปู่มั่นแล้ว

   หลวงปู่บุญทันก็เข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่มั่น

   แล้วจึงกราบเรียนอย่างถ่อมตัวว่า   

   "สำคัญว่า ...กระผมเดินทางมาทางอากาศ"
   

   หลวงปู่ตื้อซึ่งนั่งอยู่ด้วย

   ก็ออกไปยืนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

   ทำท่าราวกับมองหาหลวงปู่บุญทันบนท้องฟ้า

   แล้วพูดด้วยเสียงดังลั่นว่า   

   โน่น ! พระอรหันต์ผีบ้า

   พระอรหันต์โลกีย์

   พระอรหันต์เวียนว่ายตายเกิด มาแล้วโว้ย

   โน่นเหาะมาแล้ว!"   

   อรรถาธิบาย 

   หลวงปู่ตื้อพูดแรงๆ เพื่อยุให้หลวงปู่บุญทันโกรธ

   เมื่อหลวงปู่บุญทันโกรธแล้ว ก็จะคลายอาการวิปลาสได้

   ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่พระอาจารย์ ลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่นทั้งหลายใช้กันเป็นปกติ

   หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

   ก็เคยใช้วิธีแบบนี้กับลูกศิษย์ที่ปฏิบัติความเพียรอย่างหนักจนเกิดอาการวิปลาสขึ้น
   

   จากหนังสือ อารมณ์ขันพระอรหันต์ ... ด้วยรอยยิ้ม อิ่มปัญญา

http://agaligohome.fix.gs/index.php?topic=2018.msg7756#new

ซุปเปอร์เบื๊อก:
วางใจเป็นกลาง ละวางความทุกข์ (หลวงพ่อพุธ)   

   ความ ทุกข์ที่บังเกิดขึ้นที่จิต เพราะอาศัยความยินดียินร้าย เป็นตัวสมุทัยหนุนให้เกิดทุกข์ ทุกข์ตัวนี้ คือทุกข์อริยสัจที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เมื่อเรามีสติกำหนดอารมณ์จิตของเราอยู่ตลอดเวลา สุขทุกข์เกิดสลับกันไป เมื่อสติสัมปชัญญะตัวนี้เด่นขึ้น มีพลังแก่กล้าขึ้นเมื่อใด เราสามารถที่จะกำหนดรู้ รู้ธรรมะตามความเป็นจริง... เมื่อจิตของท่านสามารถที่จะดำรงอยู่ในความเป็นปกติ ไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์นั้น ๆ ความเป็นปกติจิตปรากฏเด่นชัดอยู่ตลอดเวลา ตัวปกติของจิตนั่นแหละคือตัวนิโรธ เพราะฉะนั้น การกำหนดรู้อารมณ์จิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ

http://agaligohome.fix.gs/index.php?topic=1965.0

ซุปเปอร์เบื๊อก:
ใจขี้หลง( หลวงปู่จาม  มหาปุญโญ )

คุรุธรรมล้ำเลิศวิศาล
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม  บ้านห้วยทราย  คำชะอี  จ.มุกดาหาร

“สมุทัยใจขี้หลง”
   
อันนี้ท่าน อาจารย์ขาว อนาลโย
เป็นคนว่าไว้..   

      “ใจอวิชชา ใจหลง ใจโง่

     โง่กับสมมุติ หลงในสมมุติ

     ชอบใจพอใจก็หลง

     หลงเกลียด หลงชัง

      มันน่าเบื่อหน่ายแท้นะท่านจาม...”
   

      “ใจบ้านี้มันอยากได้ อยากดี

     อยากมี อยากสุข ไม่ต้องการทุกข์

     แต่มันแก้ทุกข์ไม่ได้

     มันจึงเป็นบ้าหลงใหลไปกับทุกข์”
   

    “ตั้งใจให้ดีเน้อ เอาให้ดีนะ..

    จามเน้อ ระวังเน้อ”

http://agaligohome.fix.gs/index.php?topic=1899.0

ซุปเปอร์เบื๊อก:

--- อ้างจาก: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 29, 2010, 12:47:58 am ---ความคิดเห็นส่วนตัว จะเปิดแบบไม่เซนเซอร์ หลังจากปีใหม่นะครับ
เพราะผมเองไม่ชอบสำนวน การด่าทอต่อว่ากันไปมาแบบแรงๆนะครับแม้จะเป็นทางธรรมก็ตาม
เพราะในความรู้สึกเป็นอกุศลจิต หรือสิ่งที่ไม่น่าจับต้องและไม่เสนาะหูครับ

โต้กันด้วยธรรมะ และสตินะครับ ใช้คำสุภาพด้วย ถ้าหนักไปผมก็ต้องเก็บเข้าห้องทีมงานครับ
และถ้าหนักไปผมก็คงท้อ..นะ เหมือนกับว่าผมส่งเสริมให้ คนอ่านสนุกกับการโต้เถียงกันแบบ ใช้คำไม่สุภาพ อันนี้ไม่ชอบอย่างแรง

เพราะกระทู้แบบนี้คนเข้าเยอะ เว็บใต้ร่มธรรมเป็นเว็บเล็กๆ แต่ตอนนี้แบนวิชต่อเดือน ล่อแหลมมาก เกรงใจโฮสต์อย่างแรงเพราะเว็บเราใช้แชร์กับเว็บอื่นๆที่ใหญ่กว่าเราครับ จะกินระบบเค้าด้วย โฮสต์เค้ากรุณามากแล้วผมกลัวเว็บล่มอะครับ เพราะผมเองทุ่มเทครับกับเว็บใต้ร่มธรรมด้วยแรงใจและศรัทธาเชิงทัศนคติแนวบวกครับ
และเชื่อว่าพี่ๆทุกคนก็เช่นกันนะครับ ก็คิดแบบผม

เอาล่ะผมระบายความรู้สึกแล้ว
ผมจะปรับเปลี่ยนให้อีกที หลังปีใหม่ครับผม

ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ :13:

--- End quote ---

ภาราหะเว ปัญจักขันธา  : ขันธ์ทั้ง 5 เป็นของหนักเน้อ
ภาราหะโร จะ ปุคคโล   : บุคคลแหละเป็นผู้แบกของหนักพาไป
ภารา ธานัง ทุกขังโลเก : การแบกถือของหนักเป็นความทุกข์ในโลก
ภารานิกเขปะนังสุขัง     : การสลัดทิ้งของหนักลงเสียเป็นความสุข
นิกขิปิตะวา คะรุง ภารัง  : พระอริยะเจ้า สลัดทิ้งของหนักลงเสียแล้ว

 :13: :13: :13:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

ตอบ

Go to full version